วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ร้อยเอ็ด จัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในเทศกาลวิสาขบูชา ณ วัดบึงพลาญชัย (พระอารามหลวง) ประจำปี 2556

เมื่อเวลา 16.00 น. (24 พ.ค. 56) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ณ วัดบึงพลาญชัย (พระอารามหลวง) ประจำปี 2556 โดยมีพระปริยัติธีวงศ์ รองเจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง) และได้แสดงสัมโมนียกถา เรื่อง ความเป็นและความสำคัญของวันวิสาขบูชา ให้พุทธศาสนิกชน ได้สดับ
 
หลังจากนั้น คณะสงฆ์ ได้นำ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา จากโรงเรียน ร้อยเอ็ดวิทยาลัย โรงเรียนสตรีศึกษาและนักศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด กว่า กว่า หนึ่งพันคน เวียนเทียนรอบพระอุโบสถวัดบึงพลาญชัย จำนวน 3 รอบ จนเสร็จพิธี
 
 
 
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว
กมลพร คำนึง บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ด จัดโครงการ “รวมใจภักดิ์ปลูกมเหสักข์-สักสยามมินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษา ในวันวิสาขบูชา

เมื่อเวลา 10.00 น. (24 พ.ค. 56) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ) ณ วัดบ้านเปือย ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

โครงการนี้ สำนักพระราชวัง ได้ดำเนินโครงการ "รวมใจภักดิ์ปลูกมเหสักข์-สักสยามมินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 84 พรรษา เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดีเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัว "ผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” และการกระตุ้นให้คนไทยเกิดจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรของชาติ อย่างยั่งยืน มีคุณธรรมโดยปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามมินทร์เป็นจำนวน 8 ล้าน 8 แสนต้น ภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อรักษา ต้นมเหสักข์-สักสยามมินทร์ ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไป

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ มหาเถรสมาคมได้ ให้สนับสนุน อย่างเต็มตามศักยภาพของวัดในแต่ละท้องที่ และให้พุทธศาสนิกชน มีส่วนร่วมในโครงการและที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มอบต้นกล้าพันธ์ มเหสักข์-สักสยามมินทร์ ให้พระพุทธิสารมุณี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ,พระราชปริยัติวิมล เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด(ธ) และเจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อร่วมกันปลูกในพื้นที่วัดต่างๆ ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไป


 
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
กมลพร คำนึง บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้ว่าร้อยเอ็ด นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้า ประชาชน ทำบุญตักบาตร ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

เมื่อเวลา 06.00 น. (24 พ.ค. 56) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นำข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้า ประชาชน ทำบุญตักบาตร ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย ในวันวิสาขบูชา โดยมีพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 (ธ) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมทั้งได้แสดงสัมโมนียกถา เรื่อง ความสำคัญของวันวิสาขบูชา ให้พุทธศาสนิกชน ได้สดับ หลังจากนั้นได้ ได้ร่วมกันทำบุญ ตักบาตร พระสงฆ์ ตามแนวทางพระพุทธศาสนา จนเสร็จพิธี


 
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว
บุญมี เพ็งรัตน์ ภาพ
กมลพร คำนึง บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

รองผู้ว่าร้อยเอ็ด บรรยายให้ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้ต้องขังชาย ที่ เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ดเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา

เมื่อเวลา 08.00 น. (23 พ.ค. 56) นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เดินทางไปบรรยายให้ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม แก่ผู้ต้องขังชาย ในเทศกาลวิสาขบูชา เพื่อสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม ที่ เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงภาวการณ์ขาดสารไอโอดีน ของเด็กแรกเกิดในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งขณะนี้สภาวการณ์ขาดสารไอโอดีนในเด็กแรกเกิดของจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ในอันดับที่ 74 ของประเทศ ยังอยู่ในอันดับที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เพราะจะส่งผลให้เด็กที่ขาดสารไอโอดีน มีไอคิวต่ำ ความฉลาดลดลง สาเหตุหลักเนื่องจากเกลือที่ผลิตในพื้นที่ ที่ใช้ในการปรุงอาหารไม่ มีไอโอดีน ฉะนั้น ทุกคนควรหันมาบริโภคอาหารที่มีสารไอโอดีน ตามกำลังทรัพย์ อาหารทะเลที่ราคาถูกและหาง่าย เช่น ปลาทู เป็นต้น เพื่อสร้างเสริมสุขภาพแก่ตนเองและทุกๆคนในครอบครัว
 
การบรรยาย ในครั้งนี้มีผู้ต้องขังชาย ร่วมรับฟัง 1,548 คน ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็น คดี ยาเสพติด และทุกคนต่างให้ความสนใจในการรับฟังเป็นอย่างมาก
 


คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
กมลพร คำนึง บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117
วันที่ข่าว : 24 พฤษภาคม 2556
ผู้สื่อข่าว : คมกฤช พวงศรีเคน

กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๖

นาย วีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ.๒๕๕๖ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ กรรมการหมู่บ้าน โดยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๓๘ ง  เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๖ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

จังหวัด อำนาจเจริญ จึงขอประชาสัมพันธ์เรื่องระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ โดยเฉพาะกรรมการหมู่บ้าน ให้ไปยื่นขอมีบัตรประจำตัวกรรมการหมู่บ้านต่อนายอำเภอ เมื่อออกบัตรแล้วเสร็จทางอำเภอจะรายงานผลให้จังหวัดทราบ และจังหวัดจะได้รวบรวมส่งกรมการปกครอง ภายในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ต่อไป




สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญเปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๕๕ ทับ ๕๖ ครั้งที่ ๒

นาย วีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๕๕ / ๕๖ ครั้งที่ ๒ เพื่อช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ระยะเวลาการรับจำนำเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖ ไม่จำกัดปริมาณการรับจำนำ เกษตรกรผู้มีสิทธิจำนำต้องมีหนังสือรับรองเกษตรกรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น

ขณะ นี้ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๕๕ / ๕๖ ครั้งที่ ๒ แล้ว ๑ แห่ง คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีเกษตรธัญญเจริญ เลขที่ ๑๒๖ หมู่ที่ ๑๕ ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ  โดยเกษตรกรสามารถนำข้าวเปลือกไปจำนำ  ณ โรงสีที่เปิดจุดรับจำนำได้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไปทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. จังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอประชาสัมพันธ์ การเปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือก ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำเกษตรกร และเกษตรกร ได้รับทราบโดยทั่วกัน



                                                                               สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่องดูแลและป้องกันการลักลอบตัดสายเคเบิลโทรศัพท์

นาย วิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ แจ้งว่า ด้วยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่า ในปัจจุบัน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กำลังประสบกับปัญหาการลักลอบตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทรัพย์สิน และส่งผลเสียหายกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคม แก่ประเทศชาติเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น จังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ได้ติดตามสอดส่อง และดูแล สายเคเบิลโทรศัพท์ หากพบการกระทำผิดลักลอบตัดสายเคเบิลโทรศัพท์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการทันที ทั้งนี้ทาง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ยินดีมอบรางวัลนำจับตามระเบียบของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)  ให้แก่ผู้แจ้งความนำจับในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  




สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดอบรมกระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ประจำปี ๒๕๕๖

นางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า ด้วยประธานวุฒิสภาเห็นชอบให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดโครงการเสริมสร้างความพร้อมแก่ท้องถิ่น หลักสูตร "กระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สร้างทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับวุฒิสภา ให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งสามารถสร้างเครือข่ายและนำองค์ความรู้ไปพัฒนาได้อย่างเหมาะสม โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้นำสตรีจากภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ของจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน ๑๒๐ คน กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม – ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ ห้องบอลรูมเอบี โรงแรมลายทอง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยจะมี นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานพิธีเปิด และปาฐกถาพิเศษ  

นางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพิ่มเติมว่า เนื้อหาวิชาในโครงการ ประกอบด้วย ๗ หัวข้อ ได้แก่ ชีวิตกับการเมือง , ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค , บทบาทอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา , การมีส่วนร่วมทางการเมือง , เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ของประชาชน , มาตรการกลไกการคุ้มครองสิทธิการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และหน้าที่ของประชาชนชาวไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน  ซึ่ง หลังจากอบรมแล้วคาดว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา และการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างถูกต้อง อันจะก่อให้เกิดความศรัทธา ความเชื่อมั่น และเป็นความหวังในการเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อสถาบันวุฒิสภา ต่อไป



                                                                               สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

ผวจ.อด. มอบบ้านโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน อ.เมือง

จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับกองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 เทศบาลเมืองหนองสำโรง ภาคเอกชน จัดทำโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน เนื่องในวโรกาส 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 มอบให้กับนายอำไพ พิลาแก้ว ราษฎรบ้านบ่อน้ำ ตำบลหมู่ม่น อำเภอเมืองอุดรธานี

เช้าวันนี้ ( 27 พ.ค.56 ) ที่บ้านเลขที่ 231 หมู่ 9 บ้านบ่อน้ำ ตำบลหมู่ม่น อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีมอบบ้านโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกองทัพบก และกองทัพภาคที่๒ โดยกองพลทหารราบที่ 3 ได้จัดทำขึ้น เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระเจริญพระชนมาพรรษา 85พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2555 พื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีพลตรีศักดา เปรุนาวิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 และผู้อำนวยารรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมงาน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดอุดรธานี และโครงการลุมพินีเพลสยูดีโพศรี ได้สนับสนุนงบประมาณ 70,000 บาท ในการซ่อมแซมบ้านประชาชนสร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน เพื่อดำนินการซ่อมแซมบ้านให้กับประชาชน โดยมอบหมายให้กองพลทหาราบที่ 3 เป็นหน่วยดำเนินการร่วมกับเทศบาลเมืองหนองสำโรง และพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านบ่อน้ำหมู่ 9 ตำบลหมูม่น ซึ่งร่วมกันลงมติให้มีการซ่อมแซมบ้านให้กับนายอำไพ พิลาแก้ว บ้านเลขที่ 231 หมู่ 9 บ้านบ่อน้ำ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2556 แล้วเสร็จในวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 โดยเทศบาลเมืองหนองสำโรงให้การสนับสนุนงบประมาณพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ ในการจัดพิธีมอบบ้าน พร้อมน้ำดื่ม และอาหารสำหรับประชาชน ราษฎรบ้านบ่อน้ำ สนับสนุนอาหารให้กับชุดช่าง ตลอดห้วงการดำเนินการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 บาท และได้รับการสนับสนุนกำลังพลชุดช่างและยุทโธปกรณ์จากกรมทหารราบที่ 13 ในการดำเนินการตามแผนที่กำหนด นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ชุมชนจะเข้มแข็งก็ต่อเมื่อชุมชนนั้นมีความสามัคคี เอื้ออาทรและแบ่งปันกัน ซึ่งสิ่งที่สามารถแบ่งปันกันได้คือปัจจัย 4 ประกอบด้วย อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชาชนคือการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอ เพียง พอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน มีเหตุผล



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/วิทยา ศรีจันทรา

จังหวัดอุดรธานีประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนจังหวัด ในคณะกรรมการบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานี

วันนี้ (27 พ.ค. 56) ณ ห้องประชุมคำชะโนด ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ชั้น 2 นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานจังหวัด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อเสนอแผนการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานในเขตพื้นที่ จังหวัดต่อคณะกรรมการประเมินผล และกำกับ ดูแล ของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดและคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาท สตรีตำบล พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งรายงานการเงินของกองทุนของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดและ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล เสนอต่อคณะกรรมการประเมินผลอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
 
โดยที่ประชุมฯ ได้รับทราบการรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของกองทุนฯ ที่ผ่านมา ในเบื้องต้นได้รับเงินกองทุนฯ จากรัฐบาลเป็นเงิน 130 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้หมุนเวียน 80% เป็นเงิน104 ล้านบาท เงินอุดหนุน 20% เป็นเงิน 26 ล้านบาท แบ่งเป็นงบบริหาร 3% 780,000 บาท ได้ปล่อยกู้ไป รอบ ที่ 1 จำนวน 22 โครงการเป็นเงิน 2 ล้าน 8 หมื่นบาท รอบที่ 2 จำนวน 63 โครงการ เป็นเงิน 4 ล้าน 6 แสน 1 หมื่น 3 พันบาท รอบที่ 3 จำนวน 147 โครงการ เป็นเงิน 10 ล้าน 6 หมื่น 6 พัน 4 ร้อยบาท รอบที่ 4 จำนวน 298 โครงการ เป็นเงิน 25 ล้าน 5 แสน 1 หมื่น 9พันบาท รวมทั้ง 4 รอบ เป็นเงินที่ปล่อยกู้เงินทุนหมุนเวียน 42 ล้าน 2 แสน 7 หมื่น 8 พัน 4 ร้อยบาท คงเหลือเงินปล่อยกู้ 62 ล้านบาท ส่วนเงินอุดหนุนอนุมัติไป 3 ล้าน 7 แสน 9 หมื่น 2 พันบาท คงเหลือ 21 ล้านบาท
 
สำหรับการประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดจะ ให้มีการประชุมทุกเดือนเดือนละครั้ง และคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัด จะออกติดตามโครงการที่ประสบความสำเร็จ และโครงการที่มีปัญหา โดยจะแบ่งเป็นโซนในการออกติดตามเพื่อนำผลรายงานให้คณะกรรมการกองทุนบทบาท สตรีแห่งชาติได้ทราบต่อไป นอกจากนี้ประธานกองทุนบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานีได้รายงานปัญหาอุปสรรคในการ ดำเนินการ เช่น งบดำเนินงานมีไม่เพียงพอ บุคลากรมีเพียง 1 คน ซึ่งเสนอให้มีการจัดงบประมาณให้เพียงพอกับการดำเนินงาน และจัดหาสถานที่ทำการของกองทุนฯในแต่ละระดับ เป็นต้น



พัฒนเดช ยศกรกุล ข่าว / ส.ปชส.อุดรธานี

ข้าราชการ และประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ พร้อมปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์ เพื่อถวายความจงรักภักดี แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันวิสาขบูชา

วันนี้ (24 พ.ค. 56) ที่พระวิหารวัดมหาวนาราม (วัดป่าใหญ่) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางมัณฑะนา สุทธิวรชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการและประชาชน นำข้าวสารอาหารแห้ง ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนาและวันสำคัญสากลของโลก โดยมีประชาชนในเขตเทศบาลเมืองจังหวัดอุบลราชธานีที่มาร่วมทำบุญในวันนี้ และเวลา 09.09 น. ที่บริเวณหน้าพระวิหารวัดมหาวนาราม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการและประชาชน ร่วมปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และถวายความจงรักภักดี แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวความสามัคคีของชาวอุบลราชธานี อีกด้วย

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 สำนักงานพัฒนาภาค 5 มอบโครงการงบพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน ประจำปี 2556 ให้แก่ราษฎร อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

26 พ.ค.56 ที่ ตำบลโคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี พันเอกอัครภณ ทองสุทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 ทำพิธีมอบโครงการงบพัฒนาช่วยเหลือประชาชนและงบเกษตรผสมผสาน ประจำปี 2556 ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ตำบลโคกสะอาด โดยมี นายหิรัญ ทนกล้า นายอำเภอน้ำขุ่น เป็นประธานในพิธีและสักขีพยานในการส่งมอบโครงการ ซึ่งโครงการดังกล่าวหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 ได้รับการจัดสรรงบประมาณการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่ คือ การขุดสระเก็บน้ำในไร่นา โครงการส่งเสริมเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการปลูกไม้ผล – ไม้ยืนต้น โครงการส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว โครงการส่งเสริมเลี้ยงสัตว์ปีก ให้แก่ราษฎรเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ราษฎรได้ประกอบอาชีพเสริมทางการเกษตร มีแหล่งน้ำในการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์และทำการประมงได้ตลอดปี เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน รวมทั้งชุมชนตามแนวชายแดน มีระบบป้องกันที่เข้มแข็ง ทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนต่อไป พร้อมทั้งได้ร่วมกันปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นดินและน้ำ ป้องกันการพังทลายของพื้นผิวดิน และทำพิธีเปิดเส้นทางคมนาคมระหว่าง บ้านโคกสะอาด - บ้านโนนแสงเพชร ระยะทาง 2.400 กม. เพื่อสะดวกในการสัญจรไปมาและเพื่อเป็นเส้นทางเศรษฐกิจของหมู่บ้าน
 

 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

มูลนิธิเพื่อนหญิงสัมมนาผู้หญิงกับการทำงานเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นโดยมีแกนนำเครือข่ายสตรี 4 ภูมิภาคเข้าร่วมสัมมนา ที่จังหวัดอุบลราชธานี

( 27 พ.ค. 56 ) ที่ห้องประชุมทับทิมสยาม ชั้น 5 โรงแรมสุนีย์แกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิเพื่อนหญิง และภาคีเครือข่ายภายใต้โครงการสะพาน จัดสัมมนา ในหัวข้อ ผู้หญิงกับการทำงานเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่น โดยมีแกนนำสตรีจากจังหวัดเชียงใหม่ พิษณุโลก อุบลราชธานี ขอนแก่น นราธิวาส ยะลา และปัตตานี เข้าร่วมสัมมนา นางสาวธนวดี ท่าจีน ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นเวทีให้แกนนำสตรีมีความรู้ความเข้าใจและข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ รวมถึงเรื่องธรรมาภิบาล โดยหลังจากเสร็จสิ้นการสัมมนาแล้ว จะได้นำความรู้ไปทำงานเชิงรุกกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ของตนมากยิ่งขึ้น ทำแผนในการดำเนินโครงการ ในประเด็นสาธารณะ เช่น การทำงานด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เรื่องเกี่ยวกับพลังงาน ความมั่นคง ปัจจุบันผู้หญิงไทยมีบทบาทในการกำหนดนโยบายสาธารณะมีน้อยมาก ควรจะมีบทบาท

จากระดับบนลงล่างและจากระดับล่างขึ้นบนควบคู่กันไป ภายใต้โครงสร้างความจำเป็นของท้องถิ่นเป็นที่ตั้ง ต้องรู้จักการเข้าสู่เวทีประชาคม เพื่อให้สังคมรับรู้ว่า ผู้หญิงมีทั้งความเข้มแข็งและมีความอ่อนหวานในตัวเอง โดยเดินเคียงคู่ไปกับผู้ชาย และการที่จะทำให้ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในระดับนโยบายต้องมีผลงานเป็นที่ยอมรับ มีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเมือง และทางธุรกิจ มีการศึกษาวิเคราะห์นโยบายต่างๆ เพื่อเกิดประโยชน์สังคมให้มากที่สุด
จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เตือนประชาชนบริโภคเห็ดในช่วงฤดูฝนหากไม่แน่ใจไม่ควรเก็บเห็ดนั้นมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะเห็ดป่าหรือเห็ดที่ไม่คุ้นเคย เพราะมีโอกาสเกิดพิษได้มากกว่าเห็ดทั่วไป

นายแพทย์สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชตระกูลเห็ด ทำให้มีเห็ดป่าหลายชนิดที่เติบโตในสภาพธรรมชาติ ทั้งที่ชนิดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ประกอบกับคนไทยนิยมบริโภคเห็ดเนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในแต่ละปีจะมีชาวบ้านนิยมรับประทานเห็ด ทั้งที่ซื้อตามตลาดและหาจากป่า จึงมักปรากฏข่าวและมีรายงานว่าพบผู้ป่วยหรือเสียชีวิตจากการรับประทานเห็ด พิษอยู่เป็นประจำ จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556- 25 เมษายน 2556) พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 180 ราย จาก 32 จังหวัด ยังไม่มีผู้เสียชีวิต อาชีพที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือเกษตรกร รองลงมาคือนักเรียน แยกเป็นรายภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคกลาง จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ 5จังหวัดแรก ได้แก่ เชียงราย นครพนม ตาก จันทบุรีและภูเก็ต

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวเพิ่มเติม ปี 2556 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา จังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษ แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วิธีการบริโภคเห็ดอย่างปลอดภัย สามารถปฏิบัติได้ ไม่รับประทานเห็ดที่สงสัย ไม่รู้จัก และไม่แน่ใจ ควรรับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจเท่านั้น การรับประทานอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ควรรับประทานแต่พอควร อย่ารับประทานจนอิ่มมากเกินไป เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจจะทำให้ผู้มีระบบย่อยอาหารที่อ่อนแอเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ อย่ารับประทานอาหารที่ปรุงขึ้นสุกๆดิบๆ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดยังจะมีพิษอย่างอ่อนเหลืออยู่ ผู้รับประทานจะไม่รู้สึกตัวว่ามีพิษ จนเมื่อรับประทานหลายครั้งก็สะสมพิษมากขึ้น และเป็นพิษร้ายแรงถึงกับเสียชีวิตภายหลัง ผู้ที่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางชนิด หรือกับเห็ดทั้งหมด ซึ่งถ้ารับประทานเห็ดเข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดอาการเบื่อเมา หรืออาหารเป็นพิษ จึงควร หรือหลีกเลี่ยงรับประทานเห็ด และอย่ารับประทานเห็ดพร้อมดื่มสุรา เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันที ถ้าหากดื่มสุราหลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง เช่น เห็ดหิ่งห้อย เห็ดน้ำหมึกหรือเห็ดถั่ว แม้แต่เห็ดพิษอื่นทั่วไป จะเป็นการช่วยให้พิษกระจายได้รวดเร็วและรุนแรงขึ้นอีก


หากพบเห็นผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเห็ด ให้ผู้ป่วยอาเจียนออกให้หมด โดยการล้วงคอหรือกรอกด้วยไข่ขาว แล้วนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที พร้อมนำเห็ดที่รับประทานส่งแพทย์เพื่อจะได้ตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โทร.045-262692-8 

ประชุมคณะผู้แทนกลุ่มจังหวัดเมืองคอนตูมทั้งภาครัฐและเอกชนผู้ประกอบการเจรจาการค้าการลงทุน

เมื่อเย็นวาน 24 พฤษภาคม 2556 ในการประชุมได้พบปะเจรจากันโดยเฉพาะ เช่น ด้านวัสดุก่อสร้าง เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปุ๋ยเคมีปุ๋ยอินทรีย์ด้านการเกษตรพันธุ์ปลาเลี้ยงในกระชังงานฝีมือด้านการทำ หมอนขวานผ้าขิด การเจียระไนพลอย เครื่องมือการเกษตร รถแทรกเตอร์ฟาร์ม ซึ่งจะมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อหาข้อตกลงร่วมกันในการทำสัญญาคู่ค้า


ผู้ทำการเปิดกองประชุมคือ ท่านรองเจ้าแขวงอัตะปือ ท่านคำพัน พมมะทัด และท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ท่านสุทธินันท์ บุญมี ฝ่าย สปป.ลาวผู้เข้าร่วมกองประชุมท่านเมียน วงพูทอน หัวหน้าแผนกกสิกรรมและการค้าแขวง ท่านวิชัย ใสแสงจัน หัวหน้าแผนกกสิกรรมและป่าไม้ ท่านแสงดาว จันตะวง หัวหน้าแผนการ การค้าการลงทุน

พุทธศาสนิกชนจังหวัดอุบลราชธานี จำนวนมาก ประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว

วันนี้ 24 พฤษภาคม 2556 เวลา 18.00 น . ที่อุโบสถ วัดมณีวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พระเศรีวรเวที เจ้าอาวาสวัดมณีวนาราม นำประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพุทธศาสนิกชน นุ่งขาวห่มขาวร่วมสวดเจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว เมื่อเวลา เวลา ประมาณ 18.30 น. ที่วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ประชาชน และเยาวชน ได้เดินสักการะพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง พร้อมร่วมทำบริจาคถวายผ้าป่าเนื่องในวันวิสาขบูชา หลังจากนั้นได้ถือโอกาสเวียนเทียนรอบพระอุโบสถก่อนพิธีในภาคค่ำ และเวลา 19.00 น.พระเดชพระคุณพระเทพกิตติมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดมหาวนาราม นำประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมจำนวนมาก จากนั้น ได้ร่วมสวดบทสรรเจริญพระพุทธคุณ บทพระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพุทธศาสนิกชนจะได้ร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามกะหรือประกาศตนเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ดี และเวียนเทียนรอบพระวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในวันวิสาขบูชา

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำเหล่าข้าราชการ นักเรียน ประชาชน กว่า 500 คน ร่วมปล่อยปลา ที่ อุทยานบึงบัว ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อถวายวามจงรักภักดี แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันวิสาขบูชา

เมื่อเช้าวันนี้ (24 พ.ค. 56) ที่ศูนย์หลวงปู่มั่น ภูริฑัตโต อุทยานบึงบัวอุบลราชธานี บ้านหนองช้าง ตำบลหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี ปล่อยปลาเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 86 พรรษา พิธีลงสัตยาบันประกาศเขตอภัยทานเพื่ออนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำอุทยานบึงบัว อุบลราชธานี และเพื่อสร้างบุญสร้างกุศลในวันวันวิสาขบูชา โดยมีประชาชน ข้าราชการ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมจำนวนมาก โครงการปล่อยปลาจำนวน 322,600 ตัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์อย่างมาก ถือว่าเป็นความตั้งใจ ความร่วมแรง ร่วมใจ และเป็นน้ำหนึ่งใจด้วยกัน ของภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานท้องถิ่น ที่จะร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งนอกจากพวกเราได้ปล่อยปลาเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว  แล้วยังได้ร่วมกันสร้างบุญสร้างกุศลปล่อยปลาถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา ในครั้งนี้

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ศพทหารกล้าจาก จ.ปัตตานี กลับถึงบ้านเกิดที่ อ.ขุขันธ์ แล้ว มีทหารกองเกียรติยศและญาติพี่น้องรอรับศพด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 25 พ.ค.56 ที่วัดกลางอัมรินทร์ทราวาส ต.ห้วยเหนือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ขบวนทหารกองเกียรติยศได้ช่วยกันแบกโลงศพของ ส.อ.มงคล พลภักดี สังกัดกองร้อยทหารพราน 4204 กรมทหารพรานที่ 42 ทหารกล้าที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจดูแลความปลอดภัยเส้นทางให้ แก่ประชาชนชาวไทยพุทธในการประกอบศาสนกิจ เนื่องในวันวิสาขบูชา เหตุเกิดบริเวณบ้านสะบือแร ม.1 ต.บือแระ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 24 พ.ค.56 ที่ผ่านมา โดยมี พ.อ.สมภพ ภาระเวช ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย คณะนายทหาร ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และญาติพี่น้องของ ส.อ.มงคล มารอรับศพด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด โดยมีพวงหรีดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และนายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ มาวางไว้อาลัยศพด้วย

นายประสาธน์ ศรีจักร ประธานสภาวัฒนธรรม อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเปรียบเสมือนพ่อแท้ ๆ ของ ส.อ.มงคล เพราะว่าเป็นผู้ให้การอุปการะ ส.อ.มงคล พลภักดี ตั้งแต่ยังเด็กเล็ก จนกระทั่งรับราชการทหาร เนื่องจากพ่อแม่ของ ส.อ.มงคล ได้แยกทางกันตั้งแต่เด็ก และพ่อของ ส.อ.มงคล เป็นน้องชายของภรรยาตน ซึ่งหลังจากที่ ส.อ.มงคล ได้ปลดประจำการจากการเป็นทหารเกณฑ์แล้ว ก็ได้สมัครเป็นทหารไปประจำอยู่ที่ จ.ยะลา จนกระทั่งได้เลื่อนยศเป็น ส.อ.โดย ส.อ.มงคล เคยขอเงินจากตน เพื่อจะไปแต่งงานที่ จ.ยะลา แต่ว่าไม่ได้ให้ตนไปด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ทำให้ไม่ทราบว่า ส.อ.มงคล มีภรรยาและบุตรหรือไม่ อย่างไร สำหรับการประกอบพิธีทางศาสนานั้น จะมีการสวดพระอภิธรรมศพในระหว่างวันที่ 26 – 28 พ.ค.56 จากนั้นจะมีการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 29 พ.ค. 56



จิรภัทร หมายสุข /ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE จัหวัดมหาสารคาม

ผวจ.มหาสารคามประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ โครงดำเนินงานโครงการการประกวดให้บรรลุผลตามเป้าหมาย

23-05-2556 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้จัดประชุมคณะกรรมการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมหาสารคามสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลต่อ ไป โดยตามที่จังหวัดมหาสารคาม ได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในโครงการ TO BE NUMBER ONE โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นองค์ประธานโครงการซึ่งดำเนินงานตามโครงการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ในกลุ่มเป้าหมายหลัก เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 10 – 25 ปี แก้ไขปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในสถานศึกษา ชุมชน สถานประกอบการ เน้นลดพื้นที่เสี่ยง ลดจำนวนผู้เสพยาเสพติดจากหมู่บ้าน /ชุมชน โดยใช้กลวิธีในการรณรงค์ปลุกจิตสำนึก การสร้างกระแสสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติด สร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติดบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชน และเอกชน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โครงการ โดยจัดให้มีการประกวด TO BE NUMBER ONE DANCERCISE , TO BE NUMBER ONE IDOLS และประกวดจังหวัด/ชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคเพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศการแข่งขันเข้าสู่การประกวดระดับประเทศต่อ ไป

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดมหาสารคามเปิดเผยว่าเนื่องในโอกาสที่โครงการ TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ดำเนินการมาครบรอบ 10 ปี ในปี 2555 ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ ทรงรับสั่งว่า ได้จัดตั้งมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE ขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2554 และในโอกาสนี้ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์และเชิญชวนสมาชิก TO BE NUMBER ONE รวมทั้งผู้บริหารสถานประกอบการ ผู้บริหารสถานศึกษาทุกระดับ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้มีจิตศรัทธาทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคเงินคนละ 1 บาทขึ้นไป หรือบริจาคเงินตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ดังนั้นคณะกรรมการมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE จึงได้มีมติ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2556 เห็นชอบให้จัดทำ”โครงการรณรงค์เชิญชวนสมาชิก TO BE NUMBER ONE และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคเงินคนละ 1 บาทขึ้นไป เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิ TO BE NUMBER ONE " ขึ้น ตามแนวทางพระดำรัสดังกล่าว




ภาณุวัชร คนเชี่ยว ภาพ/ข่าว สปชส.มค.

พุทธศาสนิกชนชาว จ.ศรีสะเกษ ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันวิสาขบูชา และเพื่อเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

นายพินิจ  วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 พ.ค.56 ที่วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ ร่วม พิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุ สามเณร เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556 และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวาระที่ปี 2556 เป็นปีพุทธชยันตี ครบ 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยมีประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ พากันเดินทางมาทำบุญพร้อมกับครอบครัว และญาติมิตร อย่างไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศการทำบุญเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นไปด้วยความคึกคัก นายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากลของชาวพุทธทุกนิกายทั่วโลก ถือเป็นวันหยุดราชการในหลายประเทศ และเป็นวันสำคัญของโลก ตามมติเอกฉันท์ของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เพราะเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยทั้ง 3 เหตุการณ์นั้น ได้เกิดตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขมาส ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกการบูชาในวันนี้ว่า วิสาขบูชา ย่อมาจาก "วิสาขปูรณมีบูชา" แปลว่า "การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ" นั่นเอง


จิรภัทร  หมายสุข /ภาพ/ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้แทนพระองค์ ถวายเพลิงศพหลวงปู่คูณ สุเมโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าภูทอง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญกุศลถวายเพลิงศพ พระครูวิมลภาวนาคุณ หรือหลวงปู่คูณ สุเมโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าภูทอง หมู่ที่ 11 บ้านภูทอง ตำบลบ้านผือ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ( 26 พ.ค.56 ) หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ผู้แทนพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เดินทางมาถึงเมรุชั่วคราววัดป่าภูทอง นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พันเอกอำนวย จุลโนนยาง เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 ผู้แทนผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินไปสักการะพระพุทธรูป ณ โต๊ะหมู่บูชา นังยังเก้าอี้ที่เตรียมไว้ ฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ โดยในวันนี้ หลวงพ่ออุทัย สิริธโร เจ้าอาวาสวัดป่าเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่องเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนา พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ผู้แทนพระองค์ถวายไทยทาน จากนั้นหลวงพ่ออุทัย สิริธโร เจ้าอาอวาสวัดป่าเขาใหญ่เจริญธรรมญาณสัมปันโน ประธานสงฆ์ เดินขึ้นสู่เมรุชั่วคราววัดป่าภูทอง วางผ้าไตรสักการะสรีระพระครูวิมลภาวนาคุณ หรือหลวงปู่คูณ สุเมโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าภูทอง พระสงฆ์สมนะศักดิ์ 2 รูปสวดมาติกาบังสุกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ถวายผ้าไตรเคารพสรีระพระครูวิมลภาวนาคุณ พระอาจารย์ อินทร์ถวายสันตุสโก สวดมาติกาบังสุกุล หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นผู้แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ขึ้นวางผ้าไตร 3 ผืนของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และประกอบพิธีถวายเพลิงศพพระครูวิมลภาวนาคุณ หรือหลวงปู่คูณ สุเมโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าภูทอง คณะสงฆ์ ข่าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประชาชนวางไม้จิกและถวายดอกไม้จันทน์เคารพสรีระพระครูวิมลภาวนาคุณ หรือหลวงปู่คูณ สุเมโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าภูทอง

หลวงพ่อคูณ สุเมโธ หรือหลวงปู่คูณ ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2486 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน5 ปีมะแม ที่บ้านหนองแสง ตำบลสิงห์ อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันคือจังหวัดยโสธร) โยมบิดาชื่อบุญธรรม ชูรัตน์ โยมมารดา นางจันทร์ สลับสี หลวงปู่เป็นบุตรคนโต ในพี่น้อง 3 คน คนที่ 2 เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก คนที่ 3 เป็นชายชื่ออุดม ซึ่งได้บรรพชา และอุปสมบทและมรณภาพด้วยไข้มาลาเรียนเมื่อปี พ.ศ.2524 ที่วัดถ้ำหีบ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

หลวงพ่อคูณ สุเมโธจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นการศ฿กษาสูงสุดในขณะนั้น จากนั้นได้ช่วยงานครอบครัวทุกอย่างทั้งหนักเบา จนอายุ 16 ปี ได้เดินทางไปทำงานกับญาติที่เหมืองทุบหิน ทางภาคใต้จนอายุ 23 ปี ได้เดินทางกลับบ้านหนองแสง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับหลวงปู่สอ พันธุโร มาพักที่บ้านหนองแสง หลวงปู่จึงตัดสินใจขอเป็นนาคกับหลวงปู่สอ และได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดสร้างโศก หรือวัดศรีธรรมาราม ที่อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 13 มกราคม 2509 มีฉายาว่า สุเมโธ แปลว่า ผู้มีปัญญางาม โดยมีพระครูทัศนประกาศ (บุ จันทสิริ ) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาวิสุทธิ์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระจำปี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงปู่คูณพักอยู่ที่วัดป่าบ้านหนองแสงช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นได้ติดตามหลวงปู่สอ ไปจำพรรษาที่วัดอรัญญิกาวาส อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และได้ปฏิบัติตามประเพณีของพระกรรมฐานจากการอ่านหนังสือของหลวงงตามหาบัว ญษณสัมปะนโน จึงปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือเดินจงกรมตลอดคืน อดนอน ผ่อนอาหาร นั่งสมาธิภาวนา จนจิตเข้าถึงฐานแห่งสมาธิเป็นที่อัศจรรย์ เห็นผลการกระทำความเพียรภาวนาเรื่อยมา จนพรรษาที่ 7 เกิดจิดเสื่อมจากสมาธิ มีความร้องรุ่มอยู่เป็นเวลานานจึงตัดสินใจไปขอฟังธรรมจากหลวงปู้สิงห์ทอง ธัมมวโร ที่วัดแก้วชุมพล จังหวัดสกลนคร ในคืนแรกที่ได้ฟังธรรมจากหลวงปู่สิงห์ทอง จิตที่เป็นไฟ ก็เหมือนได้น้ำเย็นชโลมใจ หลวงปู่ท่างจึงเร่งความเพียรภาวนา โดยการอดนอน ผ่อนอาหร จิตก็สงบเป็นสมาธิ พิจารณา ปัญญาได้ จนมีความมั่นใจ จึงอธิษฐาน ว่าจากนี้ไปจะไม่สึก หลวงปู่ท่านได้ศึกษาอบรมธรรมะ ข้อวัตรปฏิบัติกับหลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร ที่วัดแก้วชุมพล อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครเป็นเวลา 5 ปี หลวงปู่จึงขอออกไปเที่ยวธุดงค์ยังที่ต่างๆ จนถึงเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน อยู่กับชาวเขากะเหรี่ยงและมูเซอ หลังจากหลวงปู่สิงห์ทอง มรณภาพแล้วจึงได้กลับไปจำพรรษษอยู่ที่วัดป่าแก้วชุมพลอีก 3 พรรษษ ก่อนที่จะออกเที่ยวธุดงค์ในเขตภาคอีสาน และได้จำพรรษาอยู่กับหลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ ซึ่งเป็นคนบ้านหนองแสงด้วยกัน ที่วัดถ้ำยานาโพธิ์ ภูลังกา ก่อนที่จะรับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสจำพรรษาที่วัดป่าภูทอง เมื่อปี พ.ศ.2533 จนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อคูณ สุเมโธ ละสังขารเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2556 เวลา 15.00 น.ที่วัดเขารูปช้าง ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ด้วยอาการอันสงบ สิริอายุได้ 70 ปี 5 เดือน 12 วัน 47 พรรษา



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถวายปริญญาบัตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่หลวงปู่เมือง เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์

เช้าวันที่ ( 24 พ.ค. 56 ) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดให้มีพิธีถวายปริญญาบัตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา แด่พระโพธิญาณมุนี(วิ) ฉายา พลวฑโฒ หรือหลวงปู่เมือง ณ วัดป่ามัชฌิมาวาส อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดย ศ.ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ นายากสภามหาวิทยาลัย มหาสารคาม ได้กล่าวคำประกาศเกียรติคุณว่า พระโพธิญาณมุนี(วิ) ฉายา พลวฑโฒ หรือหลวงปู่เมือง เจ้าอาวาสวัดป่าวัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ อายุ 67 ปี 47 พรรษา เป็นผู้นำคณะสงฆ์ที่มีข้อปฏิบัติงดงาม เป็นที่ยอมรับ เลื่อมใส ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก หลักการแสดงธรรม คำสอนเป็นที่เข้าใจง่าย อีกทั้งยังได้ใช้พลังทางพุทธธรรมมาบูรณาการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ศึกษา การสาธารณสุข และศิลปวัฒนธรรมอย่างลงตัว รวมไปถึงการสร้างสาธารณะประโยชน์ต่างๆอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการสร้างสรรค์สังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงได้ถวายปริญญาบัตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา พร้อมครุยวิทยฐานะ จารึกคำประกาศเกียรติคุณ ผ้าไตร ย่าม ตาลปัตร แด่ พระโพธิญาณมุนี(วิ) ฉายา พลวฑโฒ หรือหลวงปู่เมือง เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
 
ทางด้านนาย ยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว หนึ่งใน ศิษยานุศิษย์กล่าวว่า มีความเลื่อมใส ศรัทธาในหลวงปู่เมือง เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส มานานแล้ว โอกาสนี้จึงได้นำ วงคาราบาว มาเปิดการแสดงให้แก่ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานพิธีถวายปริญญาบัตรในครั้งนี้ได้ ชมฟรี
 
 


วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของ กทบ.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงานตามนโยบาย รัฐบาล ภายใต้การกับของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ที่อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี

ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรีธาตุ อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ดร.ประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงาน ตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การกับของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานีเขต 5 นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต 6 กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ในการดำเนินงานสำหรับคณะ กรรมการโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเมือง หรือ SML ให้รับทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและการแก้ไขปัญหาให้กับหมู่บ้านที่ยังไม่ได้ รับงบประมาณ ตลอดจนเป็นการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มทุนหมู่บ้านและชุมชน เมืองระยะที่ 3 ของรัฐบาล เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองสามารถดำเนินการเพื่อขอรับ เงินล้านใหม่อีก 1 ล้านบาทจากรัฐบาล พร้อมกันนี้ยังได้จัดให้มีการประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมือง ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของรัฐบาลให้พี่น้องประชาชนได้รู้จักและทราบถึง เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มุ่งหมายในการสร้างความผาสุกให้เกิดแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งทุกโครงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชน เมืองแห่งชาติ โดยมีผู้แทนคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ผู้แทนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน และผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอกู่แก้ว ไชยวาน วังสามหมอ ศรีธาตุร่วมประชุม รวม 3,000 คน

ในการจัดประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการประชุมจาก สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และได้รับความร่วมมือจากที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านทุกอำเภอในการประสานงานด้านต่างๆ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานีในการจัดทำข่าวประชาสัมพันธ์


ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

รองนายกเปิดถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เปิดถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญอย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา ระยะทาง 9.725 กิโลเมตร หลังจากผลักดันงบผ่านสส.อุดรธานี เขต3สนับสนุนก่อสร้างขยายถนนเส้นทางดังกล่าว ในคราวประชุมครม.สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานเปิดถนนเพ็ญเทวี ถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายอนันต์ ศรีพันธ์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานีเขต 5 พลตำรวจตรีบุญลื้อ กอบางยาง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

นายจิรศักดิ์ ศรีคชา นายอำเภอเพ็ญ กล่าวว่า การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญ นี้สืบเนื่องมาจากการที่ประชาชนได้ร้องเรียนเรื่องความแออัดของการจราจรบน ถนนสายหลักซึ่งผ่านตัวอำเภอ จนส่งผลให้ประชาชนทุกคนที่ใช้ถนนเส้นนี้สัญจรไปมาเพื่อการติดต่อค้าขาย ติดต่อราชการ ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมผ่านตัวเมืองเพ็ญได้รับความเดือดร้อน การขนส่งสินค้าระหว่างกันเกิดความล่าช้าและสินค้าเสียหายโดยเฉพาะสินค้า เกษตร แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านผังเมืองไม่สามารถขยายทางผ่านย่านชุมชนตัวเมือง เพ็ญได้ ที่ทำการปกครองอำเภอเพ็ญ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเพ็ญ จึงได้ประสานงานสำนักทางหวงชนบทจังหวัดอุดรธานี ในการสำรวจออกแบบจัดทำโครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญ เพื่อระบายความแออัดของการจราจรที่ต้องวิ่งผ่านเขตชุมชน โดยประสานนายอนันต์ ศรีพันธ์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 ให้เป็นผู้ประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งในคราวประชุม ค.ร.ม.สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานีเมื่อปี พ.ศ.2555 ได้ให้ความกรุณาจากฯพณฯท่านรองนากรัฐมนตรีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี สนับสนุนงบประมาณ 50 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างขยายถนนเลี่ยงเมืองเพ็ญ ระยะทางประมาณ 9.725 กิโลเมตรแบ่งออกเป็นงานก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ติก การเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติก และการก่อสร้างสะพาน คสล. 2 แห่ง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อำเภอเพ็ญเป็นศูนย์กลางการเดินทางไปอำเภออื่นๆและเป็นทางลัดไปดูบั้งไฟพญา นาคที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายและเป็นเส้นทางโลจิสติกส์รัฐบาลโดยการนำของพรรคเพื่อไทยมีนโย บายที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ที่สูงขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการค้าขายด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วน


ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเปิดงานบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานพิธีจุดบั้งไฟงานประเพณีบุญบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล ประจำปี 2556 บ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ ซึ่งถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ จุดถวายองค์พระศรีมหาธาตุ หลังบนบานศาลกล่าวเมื่อประสบความสำเร็จ ท่ามกลางสายฝนและประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก 
บ่ายวันนี้ (25 พ.ค.56) ที่ริมหนองศรีเจริญ บ้านธาตุ ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญจังหวัดอุดรธานี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานเปิดงานจุดบั้งไฟล้าน งานประเพณีบุญบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล ประจำปี 2556 โดยมีนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายจิรศักดิ์ ศรีคชา นายอำเภอเพ็ญ นายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี นายพุทธกาล พันธุ์ทอง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านธาตุ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่อำเภอเพ็ญ ให้การต้อนรับ


นายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี กล่าวว่า งานประเพณีบุญบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล จัดสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านธาตุ สืบเนื่องจากประชาชนมีความเคารพต่อองค์พระศรีมหาธาตุและม้าคำไหลคู่บ้านคู่ เมือง ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ชาวอำเภอเพ็ญและพี่น้องชาวลาว ที่ได้บนบานศาลกล่าวต่อองค์พระศรีพระมหาธาตุ เมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตหรือผ่านพ้นภยันตรายก็จะนำบั้งไฟมาจุดแก้บน ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 6 พร้อมพิธีทรงม้าคำไหลคู่บ้านคู่เมืองอันยิ่งใหญ่ ในเช้าวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี โดยในปีนี้จัดงานระหว่างวันที่ 22-28 พฤษภาคม 2556มีบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสนและบั้งไฟล้านที่นำมาจุดกว่า 1,500 บั้ง และพิเศษกว่าทุกปีมีการนำบั้งไฟที่ทำพิเศษบั้งไฟล้าน 10ล้านมาจุดถวายด้วย
ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความรู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมงานอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งถือว่าเป็นงานที่แตกต่างจากงานประเพณีบุญบั้งไฟของที่อื่นๆ ที่มีตำนานอันยิ่งใหญ่ในระดับจังหวัด และได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวตำบลบ้านธาตุ น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ก็ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขณะเดียวกันก็ยังได้กล่าวถึงเรื่องการเดินหน้าแก้ไขกฎหมายปรองดองว่า เป็นการแก้ไขเพื่อทุกคน คนที่ถูกดำเนินคดีทางกระบวนการตำรวจ อัยการ ศาล คดียุติ และในกรณีตัดสินแล้วเลิกกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเพื่อเป็นการทวงคืนเงิน 4,600 ล้านไม่เป็นความจริงไม่มีการคืนเงิน แต่เป็นการทำเพื่อเอาอดีตนายก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาให้ได้ก่อนปีใหม่ ตนมาที่นี้ไม่ได้มาปลุกระดมแต่มายุยง ตนไม่ขอเป็นขุนศึกแต่ขอเป็นบักสีโสตายเท่านั้น และหากมีการชุมนุมประท้วงที่กรุงเทพไม่ต้องไปอยากให้พี่น้องไปประท้วงที่ หน้าที่ว่าการอำเภอ พร้อมเน้นย้ำถึงเวลาแล้วที่ทักษิณจะกลับบ้านซักที ไป 7 ปีแล้ว


ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

ทวงคืน “ทักษิณ”กลับบ้านเกิด



ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงปราศรัยเรียกร้องทวงคืน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับคืนถิ่นบ้านเกิด ท่ามกลางคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสานหลายหมื่นคน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (24 พ.ค.56) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางมาที่ทุ่งสนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยกับสมาชิกชมรมคนรักอุดร กลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มคนเสื้อหลากสี ที่เดินทางมาเรียกร้องทวงคืน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับคืนถิ่นบ้านเกิด ท่ามกลางคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆในภาคอีสานกว่า 4 หมื่นคน ที่ได้เดินทางมาร่วมในครั้งนี้ โดยมีนายอดิศร เพียงเกษ นายเวียง วรเชษฐ นายพายัพ ปั้นเกษ นายสุพร อัตถาวงศ์ และส.ส.อุดรธานี และจากภาคอีสานหลายคน ร่วมบนเวที

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยอมว่าเป็นขี้ข้าทักษิณตลอดไป แต่เป็นขี้ข้าทางใจ ณ วันนี้อะไรจะเกิดต้องเกิด ถ้าประชาชนกรุณา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องได้กลับก่อนปีใหม่นี้อย่างแน่นอน ส่วนร่างกฎหมายปรองดองที่ร่างไว้ เป้าหมายก็เพื่อให้ทักษิณกลับบ้านเฮา ไม่สำเร็จตนเองรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้กล่าวถึง นายเนวิน ชิดชอบ ที่อยากจะกลับบ้านเก่าว่า บ้านเก่าก็ไปวัด ไปแล้วไปเลย อีเรียม ขวัญไม่เอา ถ้ากลับมาพวกกูไม่รับมึงอย่างแน่นอน

ส่วนนายสุพจน์ โยธินพนาเวศ อดีตเลขาธิการ ประจำสำนักนายก ก็ได้กล่าวว่าตนพร้อมที่จะสนับสนุนในนโยบายการปรองดองของ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่มีการเลือกสี ทุกคนในประเทศจะมีแต่ความสุข และ ร.ต.อ.เฉลิม ก็ไม่เคยพูดว่าตนจะนิรโทษกรรมให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีแต่การปรองดองเท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ขึ้นพูดประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่จังหวัดมหาสารคาม ก่อนที่สายฝนจะโปรยปรายลงมาทำให้ผู้คนพากันแตกเข้าที่กำบังฝน


เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.

จังหวัดอุดรธานีจัดพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชาปี 56

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำพุทธศาสนิกชนชาวอุดรธานี ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ (24 พ.ค.56 ) ที่ศาลาบุญสิงห์ วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พระเทพรัตนมนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีร่วมประกอบพิธี

พระเทพรัตนมุนี ได้แสดงสัมโมทนียกถา เรื่องความสำคัญของวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก แนะแนวทางพ้นทุก เราต้องระลึกเสมอว่าทุกๆเรื่องเปลี่ยนแปลงได้ ทุกๆเรื่องเป็นทุกข์ทั้งนั้น ทุกๆเรื่องไม่มีตัวตน จะบังคับให้เป็นไปตามใจเรานั้นไม่ได้ ซึ่งหากเราคิดได้ดังนี้ทุกคนจะมีความสุขและพ้นทุกข์ คนเราที่เกิดมาต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองและปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ เต็มกำลัง พ่อแม่คือ พระพรหมพระอินทร์พระอรหันต์ของลูก ลูกควรรักและเคารพ เชื่อฟัง การทำบุญไม่ใช่แค่ทำบุญตักบาตร แต่เราสามารถทำบุญได้ด้วยการเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนมีสัมมาคารวะ รู้กาละเทศะ ไม่มีความโกรธเกียจเดียดฉันท์ และให้อภัยซึ่งการให้อภัยเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้ทั้งมวล เสร็จแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เป็นตัวแทนพุทธศาสนิกชนถวายเครื่องไทยธรรม ประธานฝ่ายสงฆ์อนุโมทนา ประธานฝ่ายสงฆ์นำถวายดอกไม้ ธูปเทียน และผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีนำพุทธศาสนิกชนเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ 3 รอบ ถวายสักการะหลวงพ่อนาค และพระประธานในพระอุโบสถ

วันวิสาขบูชา ในประเทศไทย ปรากฎหลักฐานว่า วันวิสาขบูชา เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าได้รับแบบแผนมาจากลังกา นั่นคือ เมื่อประมาณ พ.ศ.420 พระเจ้าภาติกุราช กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้น เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จากนั้นกษัตริย์ลังกา พระองค์อื่นๆ ก็ปฏิบัติประเพณีวิสาขบูชานี้สืบทอดต่อกันมา สำหรับการปฏิบัติพิธีวิสาขบูชาในสมัยสุโขทัยนั้น ได้มีการบันทึกไว้ในหนังสือนางนพมาศ สรุปได้ว่า เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพาร ทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย จะช่วยกันประดับตกแต่งพระนคร ด้วยดอกไม้ พร้อมกับจุดประทีปโคมไฟให้ดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ขณะที่พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ครั้นตกเวลาเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายในไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน หลังจากสมัยสุโขทัย ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์มากขึ้น ทำให้ในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีการประกอบพิธีวิสาขบูชา จนกระทั่งมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2360) ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ฟื้นฟูพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น เป็นครั้งแรก ในวันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 6 พ.ศ.2360 และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญ ทำกุศล โดยทั่วหน้ากัน การรื้อฟื้นพิธีวิสาขบูชาขึ้นมาในครานี้ จึงถือเป็นแบบอย่างถือปฏิบัติในการประกอบพิธี วันวิสาขบูชา ต่อเนื่องมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน


ทีมข่าวส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

อุดรธานีจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ปี 56

จังหวัดอุดรธานีร่วมกับคณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย ห้องเรียนวัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลกประจำปี 2556

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ( 24 พ.ค.56) ที่วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี และนำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุดรธานี ข้าราชการ ประชาชน นักเรียนในพื้นที่แสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพื่อเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกในพระหรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัทพุทธเจ้า เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556

นายธวัฒชัย ทองสุกนอก รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า วันวิสาขบูชาถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนินขอพระพุทธศาสนา องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษย์ผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศานา เพื่อพิสูจน์หาข้อทเจจริงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน

สำหรับกิจกรรมในสัปดาห์ส่งเสริมพรุพทธศาสนาที่จังหวัดอุดรธานีร่วมกับทุกภาค ส่วนร่วมกันจัดขึ้นในครั้งนี้ประกอบด้วย การเชิญชวนให้ประชาชนแต่งกายด้วยชุดขาว หรือเสื้อสีขาวระหว่างวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2556 เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชา ถวายพระพราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศาทุกพระองค์ และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็พระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ในโอกาสที่เจริญพระชันษาครบ 100 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 การเดินรณรงค์ ลด ละ เลิก อบายมุขของคณะสงฆ์ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชน การทำบุญตักบาตรและการขัดนิทรรศการ การแสดงธรรมเทศนา การแสดงตนเป็นพุทธมามกะในช่วงเช้าของวันนี้ และในช่วงเย็นเวลา 19.00 น. จัดให้มีพิธิเวียนเทียน ที่วัดมัชฌิมาวาส และวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงทั้ง 2 แห่งของจังหวัดอุดรธานี

พระเพทรัตนมนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส แสดงสัมโมทนียกถา ว่า พ่อแม่คือ พระพรหมพะอินทร์พระอรหันต์ของลูก ลูกควรรักและเคารพ เชื่อฟัง เราสร้างสุขให้เราเองได้ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เป็นผู้บอกเล่าเท่านั้น การที่พ่อแม่บอกกล่าว หากมีปัญหาให้มองหาวิธีแก้ แก้ปัญหาด้วยความพยายาม ความขยัน และอุตสาหะ ก็จะประสบความสุข ความสำเร็จ



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. 
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

ชาวอุดรธานี ทำบุญตักบาตรวันวิสาขบูชา ปี 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556

วันนี้ (24 พ.ค. 56) ที่หน้าศาลาบุญสิงห์ วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายชยพล ธิติศักดิ์ นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานี พร้อมใจกันนำข้าวสารอาหารแห้ง อาหารคาว หวาน มาทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารเช้าพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฉลองโอกาสวันวิสาขบูชา วันสำคัญของพระพุทธศาสนาและวันสำคัญสากลของโลก ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 24 พฤษภาคม หรือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในวันเดียวกัน องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ โดยมีพระเทพรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส พร้อมด้วยคณะสงฆ์และสามเณรร่วมพิธี

ในโอกาสนี้ พระเทพรัตนมุนี ได้แสดงสัมโมทะนียะกถา ใจความตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และถือเป็นวันสำคัญของโลก เพราะเป็นวันที่พุทธศาสนาอุบัติขึ้น และถือเป็นเรื่องดีที่ชาวพุทธเราจะได้รับการเผยแพรธรรมะ อีกทั้งเป็นวันสมเด็จพระสัมมนาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้และปรินิพานวันเดียวกัน ถือเป็นเรื่องอัศจรรย์ พร้อมแนะทางพ้นจากความทุกข์ พระพุทธองค์ได้ทำเป็นตัวอย่าง คือการไม่ถือเราถือเขา ไม่ยึดติดอะไรเป็นสรณะนอกจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะเคารพใครไหว้ใครต้องนึกถึงคุณธรรมด้วย การทำบุญไม่ใช่แค่ทำบุญตักบาตร ทุกๆคนมีพระอรหันต์อยู่ที่บ้านทั้งพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ก็สามารทำบุญได้ด้วยการด้วยการเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนมีสัมมาคารวะ รู้กาละเทศะ ไม่มีความโลภมาก ไม่คิดอาฆาตมาตร้ายคนอื่น ไม่มีความโกรธเกียจเดียดฉันท์ ในสังคมปัจจัยมีความแตกต่าง จึงอยากให้เราคิดว่า ทุกๆเรื่องเปลี่ยนแปลงได้ ทุกๆเรื่องเป็นทุกข์ทั้งนั้น ทุกๆเรื่องไม่มีตัวตน ซึ่งหากเราคิดได้ดังนี้ทุกคนจะมีความสุขและพ้นทุกข์


ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

พุทธศาสนิกชนชาวมหาสารคาม ร่วมทำบุญตักบาตรวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำพุทธศาสนิกชนจังหวัดมหาสารคาม ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก พร้อมเชิญชวนร่วมกันลด ละ เลิกอบายมุข เข้าวัด ปฏิบัติธรรมในวันสำคัญนี้

(24-5-56) ภายในอุโบสถ วัดมหาชัย พระอารามหลวง นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นางพูลทรัพย์ สิงห์ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม นำหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 30 รูป เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของการจัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาข บูชา ประจำปี 2556 ของจังหวัดมหาสารคาม

พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง กล่าวสัมโมทนียกถา เนื่องในวันวิสาขบูชา ว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญสากลโลก โดยเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูตร ตรัสรู้ และปรินิพพาน ซึ่งปีนี้ครบ 2,601 ปี แห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา ใน วันวิสาขบูชานี้ พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรยึดมั่นในหลักธรรม ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ มาปฏิบัติพร้อมลด ละ เลิกอบายมุขทั้งปวง


สำหรับช่วงค่ำ เวลา 15.30 น. จังหวัดมหาสารคาม ได้จัดให้มีการปฏิบัติธรรม เวียนเทียน ที่พระบรมธาตุนาดูน พุทธมณฑลแห่งอีสาน อำเภอนาดูน ซึ่งเป็นกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาที่จัดต่อเนื่องกันเป็นประจำทุกปี พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ ปฏิบัติธรรมและเวียนเทียนในวันสำคัญนี้ที่วัดใกล้บ้าน


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯ มหาสารคาม นำพุทธศาสนิกชนเวียนเทียนที่พระบรมธาตุนาดูน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำพุทธศาสนิกชนเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา ที่พระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน เมื่อเวลา 16.00 น.

วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 ที่พระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานพระพุทธศาสนา ร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมและพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ขององค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย นำผู้ร่วมงานกล่าวแสดงตนเป็นพุทมามกะ มีพระครูปริยัติกิจ พฺรหฺมจารี วัดกลาง อำเภอวาปีปทุม รองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และแสดงพระธรรมเทศนาเนื่องในวันวิสาขบูชา

จากนั้นพระครูปริยัติกิจ พฺรหฺมจารี นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และพุทธศาสนิกชน กว่า 500 คน เวียนเทียนรอบพระบรมธาตุนาดูน เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว

สำหรับพระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม นับเป็นพุทธมณฑลแห่งอีสาน มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เป็นที่ตั้งของนครจำปาศรี และมีการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 -15 สมัยทวาราวดี บรรจุไว้ที่พระบรมธาตุนาดูน จึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวพุทธ โดยเฉพาะในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จะมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางไปทำบุญและเวียนเทียนขอพรอย่างต่อเนื่อง



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว / ภาพ

รพ.มหาสารคาม เร่งผลิตน้ำยาบ้วนปากอดบุหรี่

โรงพยาบาลมหาสารคาม เร่งผลิตน้ำยาบ้วนปากอดบุหรี่เพิ่ม หลังจากที่รัฐบาลประกาศเก็บภาษีเหล้าและบุหรี่ให้แพงขึ้น ผู้สนใจขอรับน้ำยาและขอรับคำปรึกษาการเลิกสูบบุหรี่ ที่กลุ่มงานสุขภาพจิตและจิตเวช ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ในวัน เวลาราชการ

นายแพทย์สุนทร ยนต์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า จากข้อมูลของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พบว่าปัจจุบันมีผู้สูบบุหรี่มากถึง 12.5 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเยาวชนอายุน้อยกว่า 15 ปี และยังมีผู้เจ็บป่วยจากบุหรี่ปีละกว่าแสนคน ซึ่งทั้งเหล้าและบุหรี่ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและโรคเรื้อรัง ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ การเลิกบุหรี่ด้วยตัวเองโดยอาศัยกำลังใจอย่างเดียว พบว่า ส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จน้อย และมักกลับมาสูบอีก จึงต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การใช้พฤติกรรมบำบัด การทำกิจกรรมกลุ่ม และการใช้น้ำยาบ้วนปาก ดังนั้น โรงพยาบาลมหาสารคามโดย กลุ่มงานเภสัชกรรมจึงได้คิดค้นผลิตสูตรน้ำยาบ้วนปากช่วยลดอาการอยากสูบ บุหรี่ ซึ่งโรงพยาบาลผลิตใช้เองมาตั้งแต่ปี 2552 ให้แก่ผู้ที่มาเข้ารับบริการคลินิกอดบุหรี่ แผนกจิตเวช สำหรับวิธีใช้เพียงอมน้ำยาประมาณ 1-2 ฝา นาน 1-2 นาที แล้วบ้วนทิ้ง เมื่อบ้วนปากจะทำให้มีความรู้สึกชาที่ลิ้นเล็กน้อย น้ำลายที่เกิดจากความอยากสูบบุหรี่จะออกมาน้อยลง และเมื่อกลับมาสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป หรือเกิดความรู้สึกขมเมื่อสูบโดยคาดว่าหลังจากที่รัฐบาลประกาศขึ้นภาษี สินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้เหล้าและบุหรี่มีราคาแพงขึ้น อาจทำให้มีผู้สนใจอยากเลิกบุหรี่มาขอรับบริการเพิ่มมากขึ้น

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มงานเภสัชกรรมสามารถ ผลิตน้ำยาบ้วนปากอดบุหรี่ ได้เดือนละประมาณ 400 – 500 ขวด หรือหากมีความต้องการมากขึ้นก็สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ เพื่อให้สามารถแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ที่สนใจที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ให้ได้ อย่างเพียงพอ โดยติดต่อรับการบำบัดอาการติดเหล้าและบุหรี่ และขอรับน้ำยาบ้วนปากลดอาการอยากบุหรี่ได้ที่กลุ่มงานสุขภาพจิตและจิตเวช ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ในวันและเวลาราชการ



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก ต้นเดือนมิถุนายน นี้

จังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก ต้นเดือนมิถุนายน นี้

ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย  บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมเตรียมจัดนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 6-30 มิถุนายน 2556

การจัดนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 6-30 มิถุนายน 2556 ที่อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จะเป็นการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2556-พ.ศ.2563 โดยเฉพาะโครงการด้านคมนาคมขนส่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ-นครราชสีมา  โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ  7 โครงการ 5 จังหวัด  โครงการบูรณะทางหลวงสายหลักระหว่างภาค ใน 4 จังหวัด จำนวน 18 โครงการ และโครงการอื่น ๆ


จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา และใกล้เคียงร่วมชมนิทรรศการ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่สากล ระหว่างวันที่ 6-30 มิถุนายน 2556 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา ร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการและร่วมกิจกรรมบนเวทีกลาง เลือกชมและเลือกซื้อสินค้า OTOP และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ระหว่างวันที่ 6-9 มิถุนายน  ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 6 มิถุนายน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี

จังหวัดนครราชสีมา จัดงาน ลิ้นจี่สด รสอร่อย จากเหนือสู่โคราช นำผลผลิตลิ้นจี่จากจังหวัดเชียงรายมาจำหน่ายกว่า 50 ตัน

ที่บริเวณสวนเมืองทอง ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายชยาวุธ  จันทร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา  เป็นประธานเปิดงานลิ้นจี่สด รสอร่อย ประจำปี 2556 ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงรายจัดขึ้น

เนื่องจากแหล่งผลิตลิ้นจี่ที่สำคัญจาก 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา และน่าน  เริ่มออกสู่ตลาด  และจังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดปลายทางนอกแหล่งผลิตคู่กับจังหวัดเชียงราย ที่เป็นแหล่งผลิตได้ดำเนินโครงการคู่กันมาตั้งแต่ปี 2555  ในปีนี้จึงดำเนินการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งผลผลิตลิ้นจี่จะมากที่สุดช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับผลไม้หลายชนิดจากจังหวัดทางภาคตะวันออก ออกสู่ตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ราคาลิ้นจี่ตกต่ำได้ จึงร่วมกันจัดงานเพื่อบริหารจัดการผลผลิตลิ้นจี่ให้สอดคล้องและตรงตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ป้องกันการเกิดปัญหาราคาผลิตตกต่ำ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในแหล่งผลิต โดยจะมีผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพดีจากจังหวัดเชียงรายมาจำหน่ายให้กับประชาชนจังหวัดนครราชสีมา  จำนวนกว่า 50 ตัน ซึ่งจะจำหน่ายจนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม นี้ ที่บริเวณ สวนเมืองทอง ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา 

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียงจำนวนมากร่วมเวียนเทียนและสรงน้ำพระธาตุยาคู

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และใกล้เคียงจำนวนมากร่วมกันเวียนเทียนเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา และสรงน้ำพระธาตุยาคู เมืองฟ้าแดดสงยาง ประจำปี 2556 เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้คงไว้สืบไป

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2556 บริเวณองค์พระธาตุยาคู บ้านเสมา ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานโครงการปฏิบัติธรรมเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก และประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูเมืองฟ้าแดดสงยาง ประจำปี 2556 ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ อำเภอกมลาไสย เทศบาลตำบลหนองแปน และ อบต.กมลาไสย ด้วยเทศบาลตำบลหนองแปน ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ อบต.กมลาไสย วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2556 จ่าสิบตำรวจปรีดี ไพรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองแปน กล่าวว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของ ไทย อนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม โบราณสถานของจังหวัดกาฬสินธุ์ให้คงอยู่สืบไป ให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน ได้บวชชีพราหมณ์ ฟังเทศน์ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจในเชิงอนุรักษ์โบราณสถานและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น โดยวันที่ 21-23 พฤษภาคม 2556 เป็นงานบวชชีพราหมณ์ การปฏิบัติธรรม การแสดงธรรมเรื่อง "ความสำคัญของวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก” โดยพระธรรมดิลก เจ้าคณะภาค 9 (ธ) วัดป่าแสงอรุณประธานฝ่ายสงฆ์ และวันที่ 24 พฤษภาคม 2556 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา เป็นวันสรงน้ำพระธาตุยาคู เป็นที่เคารพบูชาชาวอำเภอกมลาไสย ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง มีการรำบวงสรวง ถวายเครื่องสักการะ การแห่ขบวนบั้งไฟขอฝนเริ่มฤดูการทำนา และการเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุยาคู

สำหรับเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นเมืองโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการสำรวจพบหลักฐานที่เป็นศิลปะโบราณสถาน โบราณวัตถุหลายชนิด เช่น ใบเสมา ซากสถูปเจดีย์ พระพิมพ์ดินเผา ภาชนะดินเผา เครื่องประดับประเภทแก้ว โครงกระดูกมนุษย์โบราณ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองในยุควัฒนธรรมสมัยทวารวดี ช่วงพุทธศตวรรษที่ 12-16 หรือประมาณ 1,500 ปีที่ผ่านมา "พระธาตุยาคู” เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองฟ้าแดดสงยางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง และบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจความเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ และคนกาฬสินธุ์
 


ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ดีเอสไอลงพื้นที่ชัยภูมิจับผู้ต้องหาทุจริตการสอบครูผู้ช่วย


DSI ลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ พบหลักฐานสำคัญ ที่เชื่อมโยงการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย แต่ผู้ต้องหาไหวตัวทัน เบื้องต้นออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาภายใน 29 พ.ค.56 นี้ หากไม่มาเจอหมายจับ เผยตัวเลขในชัยภูมิครั้งนั้น มีผู้ได้คะแนนสอบสูงผิดปกติ 15 ราย ในทุกพื้นที่เขตการศึกษา

เมื่อเวลา 07.00น.วันนี้ 23 พ.ค.56 นายธานินท์ เปรมปรีย์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จำนวน 15นาย นำหมายศาลจังหวัดชัยภูมิ เข้าตรวจค้นบ้านนายประจักษ์ คงแหลม เลขที่ 340 หมู่บ้านอรวรรณคันทรี่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ หลังดีเอสไอสืบสวนพบว่า นายประจักษ์ฯ เป็นบุคคลสำคัญ ในการติดต่อกับผู้สอบครูผู้ช่วย สอบเมื่อ 13 ม.ค. 56 และเป็นถึงข้าราชการตำแหน่งนักบริหารงานช่าง ทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ มีหลักฐานว่า เป็นคนใช้โทรศัพท์มือถือ สอนการใช้งานให้กับผู้เข้าอบรมกว่า 200 คน ถึงวิธีการใช้เครื่องส่งสัญญาณเฉลยข้อสอบ หลังเข้าตรวจค้นอย่างละเอียดทุกตะรางนิ้วภายในบ้าน พบที่ชาร์ทแบตเตอร์รีโทรศัพท์มือถือจำนวน 30 ชุด ซึ่งผิดปกติ ขณะยังเสียบปลั๊กอยู่จึงได้รวมเป็นหลักฐานเพิ่มเติม แต่ไม่พบตัวนายประจักษ์

นายธานินทร์ เปรมปรีย์ เปิดเผยว่า ทางการสอบสวนถือว่านายประจักษ์ คงแหลม เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ต้องดำเนินคดี เนื่องจาก พบการเรียกเงินกับผู้ที่สมัครเข้าสอบครูผู้ช่วยครั้งนั้น ตั้งแต่ 4 แสนบาทขึ้นไป ในชั้นนี้ทาง ดีเอสไอ เห็นว่านายประจักษ์ เป็นข้าราชการ จึงออกแค่หมายเรียก และให้นายประจักษ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 29 พ.ค.56 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ้าไม่ไปตามกำหนดก็อาจจะออหมายจับต่อไป

ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ พบมีผู้สอบครูผู้ช่วยครั้งนั้น มีคะแนนสูงผิดปกติจำนวน 15 ราย แบ่งเป็นในส่วนของ สพป.ชัยภูมิ เขต 1 พบ 7 ราย เขต 2 จำนวน 2 ราย และเขต 3 จำนวน 6 ราย จากนี้ไป ทาง ดีเอสไอ จะได้ออกหมายเรียกผู้ที่สอบได้คะแนนสูงทั้ง 15 ราย มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ตรงนี้ก็จะเข้าข่าย กระทำผิด เป็นผู้สนับสนุนให้นายประจักษ์กระทำการทุจริตการสอบในครั้งนี้


สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

กระทรวงยุติธรรมจัดโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน ที่จ.ชัยภูมิ


กระทรวงยุติธรรม เปิดตัวโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน นำร่องที่ จ.ชัยภูมิเป็นจังหวัดแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หวังใช้พลังครอบครัวช่วยบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 ณ อาคารเอนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติเทศบาลตำลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สส.ชัยภูมิ นายมนตรี ชาลีเครือ นายก อบจ.ชัยภูมิ ได้เปิดโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้กรมคุมประพฤติจัดเป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพ่อแม่อาสา ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ให้มีศักยภาพในการดูแลสมาชิกในครอบครัว ที่หลงไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถใช้พลังแห่งความรัก ความอบอุ่น ช่วยกระตุ้นให้ลูกหลานเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้อย่างจริงจัง และยั่งยืน เป็นหนึ่งในอีกหลายโครงการ ที่จัดขึ้นเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ

ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้ใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ยึดหลักผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมาเป็นคนดีของ สังคม" และกรมคุมประพฤติได้ปฎิบัติงานเชิงรุกตามนโยบายหลัก 5 ด้าน ประกอบด้วย การบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด, การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกระดับและความเข้มแข็งของชุมชน ,การเพิ่มประสิทธิภาพในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ให้สามรถกลับตนเป็นคนดี และดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข, การนำระบบคุมประพฤติมาใช้แก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก โดยตั้งเป้าหมายในปีนี้จะสามารถลดปริมาณผู้กระทำผิดที่เข้าสู่เรือนจำ ประมาณ 50,000 คน และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในด้านบุคลากร องค์ความรู้และการเป็นเจ้าภาพหลักในการหารือร่วมกับผู้ทำหน้าที่ด้านคุม ประพฤติของประเทศสมาชิก

ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คน มีทั้งพ่อแม่อาสา อาสาสมัครคุมประพฤติ เครือข่ายยุติธรรมชุมชน และประชาชนทั่วไป



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

จับหนุ่มวัย 28 ปี เช่าหอพักขายยาบ้าที่มหาสารคาม


ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม นำตัวผู้ต้องหาคดีจำหน่ายยาบ้ามาตรวจค้นห้องพัก ได้ของกลางรวมทั้งสิ้น 3,600 เม็ด เงินสด 3 0,000 บาท หลังถูกจับกุมมาแล้วและพ้นโทษกลับมาขายยาบ้าอีกครั้ง แต่ไปไม่รอด

(23 พ.ค.56) พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รอง ผบก.ภ.จ.มหาสารคาม พ.ต.ท.วีรพงค์ ฉิมคล้าย รอง ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.มหาสารคาม พ.ต.ต.ไกรทอง ชัยสิงห์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.มหาสารคาม พร้อมชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม นำตัวนายวุฒิคุณ หรือเดี่ยว สุธาวา อายุ 28 ปี ชาวตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำรวบ จังหวัดอุบลราชธานี ไปตรวจค้นที่ห้องพัก หมายเลข 216 หอพักกานต์ก่อแสง บ้านวงศ์โต ตำบลเกิ้ง อำเภอเมืองมหาสารคาม ภายหลังการตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 3,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้า และเงินสด 30,000 บาท พร้อมสายรัดเงินจำนวนมาก อยู่ในกระเป๋าสะพายของนายวุฒิคุณ และในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นได้มีลูกค้าของนายวุฒิคุณได้โทรมาติดต่อ ขอซื้อยาบ้าจำนวน 50 เม็ด แต่คาดว่าจะรู้ตัวก่อน จึงวางสายโทรศัพท์

โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายวุฒิคุณ หลังจากส่งสายเข้าล่อซื้อยาบ้า ที่บริเวณหน้าร้านขายของชำถนนสายมหาสารคาม – กมลาไสย ได้ยาบ้าของกลางจำนวน 600 เม็ด จากนั้นยังสืบว่านายวุฒิคุณ พ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดมหาสารคามในคดียาเสพติด เมื่อปี 2555 แต่กลับมามีพฤติกรรมในการจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามอีก จึงได้นำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักและพบยาบ้าดังกล่าว รวมตรวจยึดยาบ้าได้ทั้งสิ้น จำนวน 3,600 เม็ด

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายวุฒิคุณ ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคามดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย และจะสืบสวนขยายผลการจับกุมต่อไป


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ซื้อหอมแดงช่วยเหลือเกษตรกรเชียงใหม่


จังหวัดมหาสารคามเชิญชวนผู้สนใจสั่งซื้อหอมแดงแห้ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดเชียงใหม่ และกระจายผลผลิตด้านการเกษตรสู่ผู้บริโภค ในราคากิโลกรัมละ 22 บาท

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม ได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทย ว่าตามที่ได้มีการจัดประชุมมอบนโยบายโครงการกระจายผลผลิตด้านการเกษตรสู่ผู้ บริโภค ทางวีดิทัศน์ทางไกล (Video Conference) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2556 และจังหวัดเชียงใหม่ได้ขอความอนุเคราะห์ให้ทุกจังหวัดประชาสัมพันธ์เชิญชวน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ ช่วยสั่งซื้อหอมแดงจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นหอมแดงแห้งคละ แขวน 15 วัน ราคากิโลกรัมละ 22 บาท จำนวน 1 รถบรรทุกสิบล้อ หรือมากกว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดมหาสารคาม

จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกภาคส่วน สั่งซื้อหอมแดงดังกล่าว โดยขอให้แจ้งยอดการสั่งซื้อเพื่อให้ที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม ได้สรุปภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดการสั่งซื้อหอมแดง ได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มงานปกครอง โทรศัพท์หมายเลข 0 4377 7115 ในวัน เวลา ราชการ


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ธนารักษ์พื้นที่มหาสารคามจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี กรมธนารักษ์


สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัด มหาสารคามจัดกิจกรรมแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมากรมธนารักษ์ นิทรรศการเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ การมอบใบประกาศให้ผู้เช่าที่และอาคารกรมธนารักษ์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี กรมธนารักษ์

ที่หอประชุมโรงเรียนศรีโกสุมมิตรภาพที่ 209 อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานธนารักษ์พื้นที่มหาสารคามร่วมกับโรงเรียนศรีโกสุมมิตรภาพที่ 209 และหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตร ได้จัดให้มีกิจกรรม เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี กรมธนารักษ์ โดยมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน มีนักเรียน , นักศึกษา , ประชาชน และผู้เช่าที่ดิน , อาคารราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ไปร่วมงานจำนวนมาก นอกจากนี้ก็มีหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตรของสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัด มหาสารคาม ประกอบด้วย สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มหาสารคาม , สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมหาสารคาม , สำนักงานธนาคารออมสินสาขาโกสุมพิสัย นำนิทรรศการ ผลการดำเนินงาน โครงการ นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ของหน่วยงาน ไปร่วมแสดงให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ที่มาร่วมงานได้ชมและศึกษา เช่น นิทรรศการเกี่ยวกับเหรียญกษาปณ์ของไทย , นิทรรศการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง , นิทรรศการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามได้เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ ผู้เช่าที่ดินและอาคารราชพัสดุดีเด่น , ผู้ให้การสนับสนุนการจัดงาน พร้อมทั้งได้นำผู้มาร่วมงานปล่อยปลาลงแหล่งน้ำสาธารณะ ภายในโรงเรียน และปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันปลูกต้นไม้แห่งชาติ 24 พฤษภาคม 2556 ด้วย 


สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์

ชาวบ้านร้องคัดค้านการสอบบรรจุพนักงาน อบต.หนองคู จ.มหาสารคาม


ชาวบ้านตำบลหนองคู อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ร้องคัดค้านการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนตำบล ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู เปิดให้มีการสอบแข่งขัน หลังตรวจสอบพบการเปิดสอบดังกล่าวไม่เป็นไปตามแนวทางการบริหารงานตามหลักธร รมาภิบาล

ร.อ.อุดหนุน หนองสูง ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหนองคู จำนวนหนึ่ง เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ขอคัดค้านการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลหนองคู ที่นายวีระพล เอกวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู ได้ดำเนินการเปิดให้มีการสอบแข่งขันดังกล่าว

โดยแกนนำชาวบ้านอ้างว่า จากการตรวจสอบ พบว่าในการดำเนินการเปิดสอบแข่งขัน นั้น ไม่เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหรือหลักธรรมาภิบาล คือ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วมหลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า ซึ่งได้ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายในด้านงบประมาณค่าใช้จ่ายในอนาคตเป็น อย่างมาก อีกทั้งในการเปิดสอบดังกล่าวยังส่อไปในทางทุจริต จึงได้รวมตัวกันเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ เป็นพนักงานส่วนตำบลหนองคู ในครั้งนี้

การเดินทางมายื่นเรื่องคัดค้านครั้งนี้ มีนายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้แทนจังหวัดออกมารับเรื่องดังกล่าวพร้อมร่วมประชุมกับแกนนำของชาวบ้าน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน รวมทั้งตรวจสอบถึงความไม่โปร่งใสตามที่ได้ยื่นคัดค้าน

สำหรับการประกาศสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลหนองคู ที่ได้มีการลงประกาศไว้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 นั้น จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม-18 มิถุนายน 2556 ในระดับ 1-3 รวม 10 อัตรา กำหนดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบแข่งขันในวันที่ 27 มิถุนายน 2556 และจะประกาศวัน เวลา สถานที่สอบแข่งขันทั้งภาค ก และภาค ข ก่อนวันสอบแข่งขันไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามเริ่มมีฝนร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ตกชุกราวเดือน สค.-กย.



กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศประเทศไทย ระยะนี้อาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง และขาดแคลนน้ำได้ในบางพื้นที่ โดยจะมีฝนตกชุกในปริมาณมากประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ส่วนมหาสารคามในระยะนี้จะมีฝนตกร้อยละ 30-60 ของพื้นที่

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย ในปี 2556 นี้ ว่า ฤดูฝนจะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคม โดยมีฝนตกเป็นระยะ ส่วนในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ร่องความกดอากาศต่ำจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งอาจมีผลต่อประเทศไทยทำให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในระยะหนึ่ง จะมีฝนตกบ้างแต่ปริมาณไม่มาก อาจไม่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค อาจจะทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำได้ในบางพื้นที่ แต่ปริมาณฝนจะเริ่มมีมากขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งในช่วงดังกล่าว คาดว่าประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อนประมาณ 2 ลูก โดยมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน ในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 1 ลูก และจะเคลื่อนผ่านบริเวณภาคใต้ในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนอีก 1 ลูก โดยฤดูฝนของประเทศไทยจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตามสำหรับในระยะนี้ ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จะมีฝนตกติดต่อกันร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 25 องศาเซลเซียส สูงสุด 35 องศาเซลเซียส


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว