วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จังหวัดบึงกาฬเพิ่มความรู้ ทักษะ และศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน

วันนี้ ( 4 มิถุนายน 2556 ) ณ ศิริอัมพรโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีผู้เข้าร่วม อบรมประกอบด้วย เครือข่ายที่ทำงานด้านเด็ก จากหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน จำนวน 100 โดยเป็นการให้ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวทราบบทบาทหน้าที่ วิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและส่งเสริมความประพฤติเด็กในทางสร้างสรรค์ให้เด็กได้ รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและเป็นการฝึกปฏิบัติในกระบวนการ สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง


สำหรับสถานการณ์เด็กและเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬพบว่าประเด็นที่ควรเฝ้าระวัง เป็นการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็ก จากสถิติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเด็กอายุ 10 – 19 ปี สูงถึงร้อยละ 18.61 ปัญหาเยาวชนในครอบครัวยากจนไม่มีทุนการศึกษา และปัญหาเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม การเสพยาเสพติด อบายมุข มีเด็กและเยาวชนอายุ 19 – 25 ปี เสพยาเสพติดร้ายแรงประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า )มากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นกัญชา และสารระเหย นอกจากนี้ยังพบเด็กติดเกมส์ปัญหาต่างๆเหล่านี้มาจากสิ่งเร้าและสิ่งยั่วยุ ประกอบกับปัจจัยสภาพครอบครัว สภาพสังคมและสื่อต่างๆรวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กจึงเป็นการเพิ่มปัจจัย เสี่ยงในขณะที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้ด้อยประสบการณ์ ขาดทักษะชีวิต จึงเป็นเรื่องท้าทายและต้องอาศัยเครือข่ายการทำงานประสานความร่วมมือและ บูรณาการการทำงานร่วมกันในการป้องกัน แก้ไข พิทักษ์และคุ้มครองสิทธิให้แก่เด็กและเยาวชน จึงจำเป็นจะต้องให้ความรู้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆเพื่อให้สามารถทำ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเด็กต่อไป

จังหวัดบึงกาฬเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันภัยจากการค้ามนุษย์

วันนี้ (4 มิถุนายน 2556) ณ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ โดยผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยข้าราชการตำรวจจากทุกสถานี ทีมสหวิชาชีพรวมทั้งหน่วยงานซึ่งลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติ ร่วมกันเพื่อการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก และความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2556 รวม 170 คน โดยได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก ชัชวาล สุขสมจิตร ที่ปรึกษา (สบ 10) (ด้านการสืบสวน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องนโยบายและแผนระดับชาติในการป้องกันและปราบปรามการ ค้ามนุษย์และ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและนางวาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก บรรยายเรือง การคัดแยกเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และบทบาททีมสห วิชาชีพในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการดำเนินคดีผู้กระทำผิด รวมถึงการฝึกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการ ดำเนินคดีผู้กระทำผิด


นางพัชรี จิตบุณยโชติ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาการ พมจ.บึงกาฬ ได้กล่าวถึงการอบรมในวันนี้ว่า พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ประกาศใช้ วันที่ 5 มิถุนายน 2551 ดังนั้นคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ปลายทางและทางผ่านของการค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ บังคับใช้แรงงาน หรือในธุรกิจทางเพศหรือค้าประเวณีและสถานการณ์การค้ามนุษย์มีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้นทุกปีแม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับคดีอาญาประเภทอื่นแต่มีความรุนแรง เนื่องจากเป็นคดีอาญาที่มีความซับซ้อน เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้กระทำความผิดทำงานเป็นเครือข่าย มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือทำให้การดำเนินคดีมีความยุ่งยาก จังหวัดบึงกาฬมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์การค้ามนุษย์ เพราะพื้นที่ 4 อำเภอ คือปากคาด เมืองบึงกาฬ บุ่งคล้าและบึงโขงหลงติดแม่น้ำโขงยาวกว่า 120 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว อาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายและอพยพของหญิงและเด็กชาวลาวเข้ามาในประเทศไทย เพื่อการเข้ามาหางานทำหรือถูกนายหน้าหลอกลวง การฝึกอบรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2556 และวิธีปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการคัดแยกเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์และวิธีดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที ถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำในการทำงาน

บุรีรัมย์จัดตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู เพื่อความร่วมมือทางการค้ากับกัมพูชา และรองรับเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

จังหวัดบุรีรัมย์จัดงานตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชา และเตรียมความพร้อมรองรับเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เมื่อวัน ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่บริเวณชายแดนช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นายทำนอง  ศรีเมือง  ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน "ตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู” โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชา และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๕ การค้าชายแดน มีมูลค่าสูงถึง ๙๑๐,๕๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๖ ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้ตลาดอาเซียนมีขนาด ใหญ่ขึ้น ซึ่งหากพัฒนาระบบการเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนได้สมบูรณ์ มูลค่าการค้าชายแดนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ถึงร้อยละ ๓๐ โดย จังหวัดบุรีรัมย์ได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับให้ช่องสายตะกู เป็นช่องผ่านแดนถาวร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสองประเทศ สามารถเดินทางเข้า-ออก และติดต่อค้าขายได้อย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วขึ้น




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดบุรีรัมย์จัดพิธีเททองหล่อพระหัตถ์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบพิธีเททองหล่อพระหัตถ์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง ๘๔ เมตร และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
(๓ มิถุนายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๗.๓๐ น. ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ (หลังเดิม) อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดให้ นายอภินันท์  จันทรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้แทนพระองค์ ประกอบพิธีเททองหล่อพระหัตถ์พระโพธิสัตว์กวนอิม และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา โดย มูลนิธิ มิราเคิลออฟไลฟ์ฯ ร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมวิถีพุทธไทยจีน ๒๐๐๘ จัดสร้างพระอวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดความสูง ๘๔ เมตร และได้อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมองค์ต้นแบบ ขนาดความสูง ๒.๑๐ เมตร ไปให้ประชาชนทั้ง ๗๗ จังหวัดได้สักการะ และเปิดให้ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธา ปิดทองพระหัตถ์ทั้งสองข้าง โดยส่วนของพระหัตถ์ทั้งสองข้าง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะนำไปประกอบองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และประดาษฐานที่บ้านหินสี ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์   

ระดมกวดขันแก๊งเด็กแว้นกวนเมือง ยึด 38 คัน

ตำรวจงานจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ออกระดมกวดขันแก๊งเด็กแว้นกวนเมือง ตั้งด่านตรวจสกัดรถ จยย.ซิ่ง และท่อไอเสียดัง เผยผลตั้งด่านตรวจแค่ 1 ชั่วโมง ยึดรถของกลางได้จำนวน 38 คัน โดย พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เปลี่ยนขำ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.ฐิติพงศ์ อนุพงศ์พิพัฒน์ สว.จร.สภ.เมืองมหาสารคาม และงานจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ดัดแปลงอุปกรณ์ และท่อไอเสียส่งเสียงดัง จำนวน 38 คัน ตามนโนบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้กวดขันบรรดารถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง และท่อไอเสียเสียงดังที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยผลการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเมื่อคืนที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 20.30-21.30 น. เพียง 1 ชั่วโมง สามารถยึดรถแต่งซิ่ง และท่อไอเสียเสียงดังได้ทั้งหมด 38 คัน ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเยาวชนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาทำประวัติก่อนเรียกให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับไป พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่าที่ผ่านมา สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีกลุ่มวัยรุ่นตั้งแก๊งแข่งรถจักรยานยนต์ส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อไม่ให้แก๊งวัยรุ่นเหล่านี้ออกมาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้อีก


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว      

รองผู้ว่าฯสารคาม ขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือชาวมหาสารคามร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อม จัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธี ตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะ พร้อมเคารพกฎหมาย ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่

นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำกับดูแลด้านการจัดการรักษาสภาพแวดล้อมของ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมนับวันจะเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ที่ทำลายสภาพแวดล้อมให้เสียหาย โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร นอกจากนี้จากการขยายชุมชนให้มีความเจริญ ก็ได้ส่งผลต่อภาวะวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดการน้ำเสีย ขยะมูลฝอย ดังนั้น เนื่องในวันที่ 5 มิถุนายน นี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก จึงขอความร่วมมือจากประชาชนจังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมกันรณรงค์รักษาสภาพแวดล้อม ด้วยการหามาตรการ แนวทาง ในการจัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธี สร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะให้ถูกที่ เคารพกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมในชุมชน หมู่บ้าน ที่เราอาศัยมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร 14 แห่ง ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและจัดการมลพิษขยะมูลฝอย ด้วยการร่วมกันกำหนดแนวทางและวางมาตรการลดปริมาณขยะมูลฝอยร่วมกัน เพื่อให้พื้นที่กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และเครือข่าย สามารถรองรับขยะได้นานมากขึ้น ก่อนจะกลายเป็นปัญหาขยะล้นเมืองในอนาคต




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

บรรยากาศรับน้องประชุมเชียร์ ม.มหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก

บรรยากาศการประชุมเชียร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก รุ่นพี่ได้สอนรุ่นน้องร้องเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกิจกรรมสันทนาการและกิจกรรมอบรมระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบัน และอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน

โดยกิจกรรมประชุมเชียร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เพื่อเป็นการรับน้องใหม่ ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-8 มิถุนายน 2556 ซึ่งรุ่นพี่ได้สอนรุ่นน้องร้องเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมนำเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการ อบรมระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบัน และอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน ตลอดจนการแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จักซึ่งกันและกัน กิจกรรมประชุมเชียร์ในปีนี้ ได้แบ่งโซนบริหารจัดการออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหนองบึงภูเลยธานี , กลุ่มนครมุกสกล, กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์, กลุ่มนครชัยบุรินทร์ และกลุ่มศรีโสธรเจริญราชธานี โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นการบูรณาการ ความเป็นอีสาน เฟรชชี่ และ มมส. เข้าด้วยกัน สร้างความสมัครสมานสามัคคี และความสัมพันธ์ภายในรุ่นของนิสิตใหม่

รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ได้ย้ำรุ่นพี่ เรื่องการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ และปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งตามโซนต่างๆ ที่ได้แบ่งนั้น ก็มีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการประชุมเชียร์ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามเตรียมจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก รณรงค์สวมเสื้อสีขาว

คณะกรรมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 เตรียมจัดนิทรรศการและกิจกรรมการประกวดต่าง ๆ ภายใต้คำขวัญ ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน พร้อมรณรงค์สวมเสื้อสีขาว เพื่อแสดงออกถึงการร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

(4-6-56) ในการประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 ของฝ่ายจัดกิจกรรมและนิทรรศการ ซึ่งมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุมและประธานคณะกรรมการ ได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดมหาสารคาม โดยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองมหาสารคาม ได้ร่วมกันจัดขึ้นเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน 2556 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามและอุทยานการเรียนรู้จังหวัด มหาสารคาม ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

สำหรับกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 จังหวัดมหาสารคาม จะเริ่มด้วยการเดินขบวนรณรงค์ของนักเรียน นักศึกษา กลุ่มพลังมวลชน เพื่อกระตุ้นและสร้างความตระหนักในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายในงานจะมีพิธีมอบธงสัญลักษณ์ต่อต้านยาเสพติดแก่หมู่บ้าน ชุมชน การกล่าวปฏิญาณตน การจัดนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นิทรรศการทู บี นัมเบอร์วัน การแสดงบนเวที การประกวดแดนเซอร์ รุ่นอายุ 10-15 ปี และ 15-22 ปี ประกวดละครสั้นระดับมัธยมและชุมชน การประกวดพูด ระดับประถมศึกษา และการแข่งขันฟุตซอล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 กำหนดขึ้นภายใต้คำขวัญ ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน พร้อมนี้ยังจะได้รณรงค์ให้ประชาชนสวมเสื้อสีขาว เพื่อแสดงออกถึงการร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาจังหวัดระยะ 5 ปี เพื่อก้าวสู่เมืองแห่งการกีฬาภาคอีสาน

จังหวัดมหาสารคามจัดประชุมคณะทำงานจัด ทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาจังหวัดระยะ 5 ปี (2555 -2559) เพื่อก้าวสู่เมืองแห่งการกีฬาควบคู่กับเมืองตักสิลาภาคอีสาน

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์กีฬาจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยในการประชุมคณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์กีฬาจังหวัดมหาสารคามระยะ 5 ปี (ปี 2555 -2559) ว่าตามที่คณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภาเดินทางมาศึกษาดูงานด้านการพัฒนาและ ส่งเสริมกีฬาของจังหวัดมหาสารคาม ตลอดจนเข้าร่วมประชุมปรึกษา หารือ กับคณะผู้บริหารของจังหวัดและสมาคมกีฬาจังหวัด และคณะกรรมาธิการมีมติเห็นชอบที่จะส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับจังหวัด มหาสารคาม ให้เป็นนครแห่งการกีฬาควบคู่ไปกับนครแห่งการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นจังหวัดนำร่องในการพัฒนากีฬาแห่งชาติลงสู่แผนพัฒนากีฬาจังหวัดให้ สำเร็จผลเป็นรูปธรรม และมีผลต่อการนำกีฬามาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาศักยภาพของ ประเทศอย่างจริงจัง โดยให้จังหวัดมหาสารคาม นำเสนอร่างแผนในการพัฒนากีฬาของจังหวัดต่อคณะกรรมาธิการได้รับทราบอย่างเป็น ทางการ เพื่อให้การสนับสนุนแผนงานและงบประมาณต่อไปนั้น


รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยต่อไปว่า จังหวัดจึงได้จัดตั้งคณะทำงานร่างยุทธศาสตร์การกีฬาจังหวัดมหาสารคามระยะ 5 ปี (2555-2559) เพื่อจัดทำแผนและนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการกีฬาวุฒิสภาที่จะเดินทางมาติดตามใน วันที่ 10 มิถุนายน 2556 ซึ่งผลจากการประชุมคณะทำงานได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ว่า "จังหวัดมหาสารคามจะเป็นจังหวัดศูนย์กลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มุ่งส่ง เสริมสนับสนุนความเป็นเลิศทางด้านการกีฬาและการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต เพื่อพัฒนาคนในสังคมอย่างมีคุณภาพ พร้อมสู่ระดับนานาชาติ” และกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1.พัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาขั้นพื้นฐาน , 2.พัฒนาการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อมวลชน , 3.พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ , 4.พัฒนาการกีฬาเพื่อการอาชีพ , 5.แผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และ 6.แผนพัฒนาการบริหารการกีฬาและการออกกำลังกาย โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานไปจัดทำโครงการ และงบประมาณให้สอดคล้องและรองรับประเด็นยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ประเด็นก่อนนำเสนอคณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภาพิจารณาต่อไป


สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์ 

ผวจ.นม.เชิญทุกท่านร่วมเปิดงานและชมนิทรรศการ“Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก”

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ตามที่ จังหวัดนครราชสีมาจะจัดนิทรรศการและ การสัมมนา "Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 30 มิถุนายน 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ อาคารเรียนรวมใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานนั้น

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะมาเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ และร่วมสัมมนา "Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ในวันแรกคือ วันเปิดงานวันที่ 6 มิถุนายน 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ที่อาคารเรียนรวมใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา


ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อชาวอีสานตอนล่างร่วมพัฒนาโครง สร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 – 12.00 น. ในหัวหัวข้อ "แผนงาน/โครงการภายใต้แผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง พ.ศ.2556-2563” และในวันเดียวกันเวลา 13.00 – 16.00 นจะมีการสัมมนาในหัวข้อ "การขับเคลื่อนโคราชสู่มหานคร” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมาร่วมระดมสมองในเรื่องที่เกี่ยวข้องในภาคอีสาน ตอนล่าง มาให้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อแผนลงทุนฯ และโครงการสำคัญต่าง ๆ ภายใต้แผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

จึงขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจมาร่วมสัมมนาและ ชมนิทรรศการ"Thailand 2020 ก้าวใหม่ เชื่อมไทยสู่โลก” ซึ่งกระทรวงคมนาคมนำมาจัดให้ชุมตลอดเดือนระหว่างวันที่ 6 – 30 มิถุนายน 2556 ณ อาคารเรียนรวมใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พร้อมขอเชิญร่วมพิธีเปิดงานและร่วมสัมมนาในวันที่ 6 มิถุนายน 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ด้วย
 
นอกจากนี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังขอเชิญทุกท่าน ชม และ เลือกซื้อสินค้า OTOP / สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ในงานนิทรรศการ "Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก” ณ อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.) จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 6 – 9 มิถุนายน 2556 ด้วย โดยจะมีไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำปลา น้ำตาล มาจำหน่ายในราคาถูกจากโรงงานโดยตรง

ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา บุกศาลากลาง ขอความเป็นธรรม หลังเจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือที่ดินหลวงทับที่ทำกินประชาชน

ข่าวที่ 703/2556 ชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา บุกศาลากลาง ขอความเป็นธรรม หลังเจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือที่ดินหลวงทับที่ทำกินประชาชน
 
วันนี้ (๔ มิ.ย. 56) นายพรศิวะ ธนโชติกิตติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตรวจสอบอำนาจรัฐ นำชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เข้าพบและยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเดือดร้อน จากเจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหลวงทับที่ดินของราษฎร ที่ครอบครองทำประโยชน์ทำเกษตรกรรม ซึ่งมีจำนวนเนื้อที่กว่า ๒,๖๐๐ ไร่ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบไม่มีที่ดินทำกินจำนวน ๗๖๐ ราย ที่ผ่านมากลุ่มชาวบ้านดังกล่าว ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือ เพื่อแก้ไขปัญหามาแล้ว ๑ ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งการมาพบผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ เพื่อเร่งรัดให้ทางจังหวัดแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยมี นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัด จังหวัดนครราชสีมา เข้ามารับเรื่องจากชาวบ้านพร้อมรับปากจะเร่งนำเรื่องที่ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อนเสนอทางจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป ด้าน นายพรศิวะ ธนโชติกิตติพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตรวจสอบอำนาจรัฐ แกนนำชาวบ้าน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ออกหนังสือที่ดินหลวงทับที่ดินของประชาชน ซึ่งเป็นที่ทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่มานานแล้ว ทั้งนี้ ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า การออกหนังสือที่ดินหลวงทับที่ดินของราษฎรในครั้งนี้ น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน มีการรู้เห็นกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มนายทุนในพื้นที่ ในการจะหวังผลประโยชน์ในการหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ ดังนั้น จึงอยากให้ทางจังหวัดเข้ามาตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหา




นางสาวอริสา เคนดา/นิสิตฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์ ไพชยนต์ คลังสิน ตรวจทาน 4 มิ.ย. 56/com7

วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย เตรียมจัดนครราชสีมา เดือนกันยายน นี้

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ในช่วงเดือนกันยายนนี้ จังหวัดนครราชสีมาจะได้เป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย หลังจากถูกรับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชนหญิงชิงแชมป์โลก

จังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดการแข่งขันรายการใหญ่ระดับเอเชียอีก 1 รายการ คือ วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 13 - 21 กันยายน 2556 นายสุวัฒน์ ลิปตพัลลพ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้มีการพูดคุยกับคณะตัวแทนของจังหวัดนครราชสีมา ในการปรึกษาหารือการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชนหญิงชิงแชมป์โลก ซึ่งนอกเหนือจากนั้น ได้มีการสรุปถึงการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชียด้วยว่าจะให้ จังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีก เนื่องด้วยองค์ประกอบความพร้อมหลายๆด้าน ซึ่งนาย สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย จะได้มีหนังสือถึง ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาต่อไป

อนึ่งสนามจัดการแข่งขัน จังหวัดนครราชสีมา มีการเสนอสนามเอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์นครราชสีมา และ โรงยิมส์ชาติชายฮออล์ เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน

ผวจ.นม. แจงพร้อมแล้วเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ 14-16 มิย.๕๖ ที่จะถึงนี้

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ตามที่จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติจาก กรมพลศึกษา ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุ ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ นั้น

กรรมการทุกฝ่ายรายงานที่ประชุมว่าพร้อมแล้ว การแข่งขันกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ และสนามกีฬากีฬาภายในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการแข่งขันกีฬาฯ ดังกล่าว มีจังหวัดที่ส่งนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน ๗๗ จังหวัด โดย กรมพลศึกษา สนับสนุนงบประมาณให้จังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินการเป็นค่าเตรียมการดำเนินการ และเป็นเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน

สำหรับการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุนี้ นักกีฬาจะมีทั้ง หญิง – ชาย อายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้น ( ปี ๒๔๙๖ ) การแข่งขันไม่ได้มุ่งความเป็นเลิศทางการกีฬา แต่มุ่งให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ด้วยการมุ่งเน้นการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ที่คณะเดินทางผ่าน แล้วเขียนรายงานเพื่อนำมาเบิกเป็นค่าเดินทาง โดยทุกคนจัดให้พักที่โรงแรมในตัวเมืองนครราชสีมา กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี ๙ ชนิดกีฬา คือ กรีฑา , กอล์ฟ , แบดมินตัน , เปตอง , ลีลาศ , วู้ดบอล , หมากรุกไทย ร้องเพลงคาราโอเกะ และ แข่งขันแอโรบิคมวยไทย 

มทส. ทำบุญสังฆทานใหญ่แด่ครูใหญ่ ผู้ไร้วิญญาณ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดพิธีทำบุญสังฆทานใหญ่ รับร่างครูใหญ่ ประจำปีการศึกษา 2556 เพื่ออุทิศส่วนกุศล และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูผู้ไร้วิญญาณ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา (พ.ค.)

 อาจารย์ ดร.วุฒิ ด่านกิตติกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธีและกล่าวสดุดีถึงความเสียสละของครูใหญ่ คือ ผู้อุทิศร่างกายเมื่อเสียชีวิตแล้วเพื่อเป็นวิทยาทานต่อการศึกษาของนักศึกษา แพทย์ นับเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ เพราะถึงแม้ท่านจะเสียชีวิตไปแล้ว ก็ยังอุทิศร่างกายของตนให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษา เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้เข้าใจเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ทำให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษา ซึ่งการเสียสละนี้เท่ากับเป็นการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พลตรีหญิงวณิช วรรณพฤกษ์ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มทส. บอกว่า "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดย สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ และสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ จัดพิธีทำบุญสังฆทานใหญ่หรือพิธีรับร่างอาจารย์ใหญ่เป็นประเพณีปฏิบัติทุกปี เพื่อรำลึกถึงพระคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่ออาจารย์ใหญ่ ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาและประกอบการเรียนการสอนของหลักสูตรแพทยศาสตร บัณฑิตและพยาบาลศาสตรบัณฑิต อีกทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจให้กับนักศึกษา สำหรับในปีการศึกษา 2556 ในการศึกษากายวิภาคศาสตร์ มทส. ได้รับความร่วมมือจาก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบร่างอาจารย์ใหญ่ รวม 15 ร่าง และร่างโครงกระดูก จำนวน 1 โครง จากการบริจาคร่างกายของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอมอร ทัศนศร ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารและอาจารย์ของ มทส. โดยนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 จะได้ศึกษากายวิภาคศาสตร์จากร่างกายของอาจารย์ใหญ่เป็นเวลาหนึ่งปี และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาระดับชั้นคลินิก เพื่อการตรวจรักษาผู้ป่วยต่อไปในอนาคต

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด

วันนี้ (4 มิ.ย. 56) ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณฯ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 14 เดินทางมาตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และการแก้ไข ปัญหาภัยของจังหวัดนครราชสีมา และรับฟังรายงานผลการดำเนินงานต่างๆ ของทางจังหวัด จากนายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยภายหลังจากการรับฟังรายงานการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในด้าน ต่างๆ นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เทศบาลมุขมนตรี อ.เมือง บ้านท่ากระสังฆ์ ต.หัวทะเล และบ้านพะเนาว์ ต.จอหอ เพื่อตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานในโครงการกองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและ ชุมชนผ(SML)ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก่อนจะลงพื้นที่ อ.โนนไทย เพื่อติดตามโครงการเลี้ยงจิ้งหรีดสร้างรายได้ และโครงการผลิตถ้วยน้ำดื่ม ตามโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 

ยุติธรรมกาฬสินธุ์เตรียมจัดโครงการยุติธรรมทางเลือกต้นแบบวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรมริมปาว

นายประเสริฐ สงขาว ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาฬสินธุ์ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ กระทรวงยุติธรรม ได้กำหนดจัดโครงการสำคัญตามแผนปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรมระดับจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556"โครงการยุติธรรมทางเลือกต้นแบบ” ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2556 ณ ห้องทศพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดชุมชนต้นแบบที่นำงานยุติธรรมทางเลือกเข้า มาใช้ในชุมชนอย่างเข้มแข็งและให้ประชาชนเลือกที่จะใช้ยุติธรรมทางเลือกในการ แก้ปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นและก่อให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์และสังคมที่สงบสุขและยั่งยืน สำหรับการจัดโครงการดังกล่าวนี้มีวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้เรื่อง งานยุติธรรมทางเลือกกับสังคมไทย, เครือข่ายยุติธรรมชุมชนกับยุติธรรมทางเลือก, บทบาทหน้าที่ของเครือข่ายยุติธรรมชุมชน และกิจกรรมกลุ่มตั้งคณะกรรมการเครือข่ายยุติธรรมชุมชน
 


ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ทุ่มทุนผลักดันพัฒนาบึงอร่ามเป็นศูนย์กลาง OTOP แหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนและกีฬา

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เผยว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้วางยุทธศาสตร์พัฒนาบึงอร่าม อำเภอยางตลาด เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดนั้น ขณะนี้การดำเนินการได้เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และสามารถเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2556 โดยกำหนดไว้เป็นโซน ประกอบด้วย โซนอาหาร โซนต้นไม้ ผลไม้ยืนต้น โซนเครื่องแต่งกาย และโซน OTOP ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการแสดงความจำนงเข้ามาขายสินค้าเป็นจำนวนมากแล้ว และในอนาคตจะได้จัดเป็นแหล่งเผยแพร่ทางวัฒนธรรม ศิลปกรรมต่าง ๆ ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ของดีกาฬสินธุ์ เข้าไปอยู่ในบริเวณเดียวกัน สำหรับจุดแข็งในการพัฒนาบริเวณบึงอร่ามเป็นแหล่งท่องเที่ยวนั้นประกอบด้วย บริเวณบึงอร่ามเป็นจุดที่เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่เชื่อมโยงจากเวียดนาม ลาว ไทย พม่า เป็นพื้นที่อยู่จุดศูนย์กลางระหว่างจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และมีสถานที่ออกกำลังกายทั้งสวนเฉลิมพระเกียรติ สนามกอล์ฟไดโนซอร์ล ขนาด 18 หลุมมาตรฐานอยู่ในแหล่งเดียวกัน และอนาคตทางจังหวัดได้มีโครงการสร้างหาดทรายเทียมสำหรับท่องเที่ยวและพัก ผ่อน

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตอันใกล้ผู้ที่ต้องการพักผ่อน ท่องเที่ยว เล่นกีฬากอล์ฟ หาซื้อสินค้าของดีกาฬสินธุ์ทุกประเภท และหารับประทานอาหารที่ขึ้นชื่อ อร่อย ต้องมารับบริการที่แหล่งท่องเที่ยวบึงอร่าม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เท่านั้น
 



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

ขนส่งกาฬสินธุ์ออกหน่วยบริการประชาชนที่โรงเรียนนาเชือกวิทยาคม อ.ยางตลาด วันที่ 6 มิถุนายนนี้

นางวิไลลักษณ์ ศรีวณิชชากร ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จะจัดหน่วยออกร่วมให้บริการประชาชน ร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามโครงการ "จังหวัดกาฬสินธุ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ครั้งที่ 20/2556 ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556 ณ โรงเรียนนาเชือกวิทยาคม บ้านนาแก หมู่ที่ 6 ตำบลนาเชือก อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สำหรับบริการที่สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จะออกไปให้บริการประชาชน ได้แก่ เปิดรับต่อภาษีรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์ โดยแนบหลักฐาน คือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือภาพถ่ายฯ หลักฐานประกันภัย และใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน เฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานมาแล้วตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และรถจักยานยนต์ที่ใช้งานมาแล้วตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังให้บริการแนะนำการดำเนินการทางทะเบียนรถยนต์อีกด้วย และพี่น้องประชาชนท่านใดมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ หมายเลขโทรศัพท์ 043-821703-4 ต่อ 14 ในวันและเวลาราชการ
 



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

จ.กาฬสินธุ์เร่งแก้น้ำท่วมและการจราจรในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ผู้ว่าราชการจังหวัด กาฬสินธุ์ เรียกประชุมผู้บริหารเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดใน เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ หลังเกิดปัญหาหนัก  เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในเขตเทศบาลเมือง กาฬสินธุ์ หลังเกิดปัญหาน้ำท่วมและการจราจรติดาขัดหนัก เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยเกิดน้ำท่วมขังในถนนหลายสาย เช่น ถนนทุ่งศรีเมือง บริเวณสี่แยกป่าไม้ และที่ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ และนอกจากนั้นยังส่งผลให้การจราจรในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ตัดขัดอย่างหนัก นานกว่าชั่วโมง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

ที่ประชุมได้ระบุสาเหตุของปัญหามาจากการระบายน้ำไม่ทัน จึงได้แก้ปัญหาในเบื้องต้นด้วยการขุดลอก ร่องระบายน้ำ และลอกท่อระบายน้ำตามเส้นทางการระบายน้ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนในระยะยาวจะแก้ไขท่อระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และแก้ไขแนวท่อระบายน้ำให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมมากยิ่งขึ้น ส่วนการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดนั้นมีแนวทางการแก้ไขหลายแนวทาง เช่น จะมีการปรับเปลี่ยนการจาราจรให้มีการเดินรถทางเดียวในชั่วโมงเร่งด่วนบนถนน หลายสาย เช่น ถนนภิรมย์ ถนนประดิษฐ์ และอีกหลายสายตามความเหมาะสม เพื่อให้การจรจาไหลลื่นมากขึ้น และนอกจากนั้นจะได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาของสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องการกับ จราจรที่หนาแน่นในแต่ละเส้นทาง
 



สุวรรณ์ ศรีอาภรณ์ ข่าว

โรงเรียนกัลยาณวัตรรักษาแชมป์ตอบปัญหาประชาธิปไตยจังหวัดขอนแก่น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น จัดตอบปัญหาประชาธิปไตยปีที่ 3 Young DPR Award ” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไป ในเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีตัวแทนนักเรียนจาก 9 โรงเรียนเข้าร่วมแข่งรอบคัดเลือกระดับจังหวัดตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่ง เสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประจำปี 2556 โดยมีนายเสรี จูบุญส่ง ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด ที่ห้องประชุมเสียงแคน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น สำหรับกิจกรรมมีการแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตย และการจำลองการหาเสียงเลือกตั้งของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ กระตุ้นจิตสำนึกและตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ของตนเอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้เข้าเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ร่วมกันในเรื่องของการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชน และเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการแสดงออกตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องเหมาะสม ผลการแข่งขันทีมชนะเลิศได้แก่โรงเรียนกัลยาณวัตร รับเงินรางวัล 3,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัยเงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับสองได้แก่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายนและโรงเรียนหนองเรือวิทยา ได้ เงินรางวัล จำนวน 1,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร และรางวัลชมเชยอีก 5 โรงเรียนได้แก่โรงเรียน เทศบาลวัดกลาง โรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการขอนแก่น โรงเรียนนครขอนแก่น และโรงเรียนขามแก่นนคร สำหรับโรงเรียนกัลยาณวัตร ที่ชนะเลิศการแข่งขันในระดับจังหวัดขอนแก่นจะเป็นตัวแทนจังหวัดขอนแก่นเข้า แข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตยในระดับเขตร่วมกับอีก 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ในวันที่ 25 มิถุนายน 2556 ซึ่งสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่นจะเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันที่โรงเรียนขามแก่นนครชิงเงินทุนการศึกษา รางวัลที่ 1 หนึ่งหมื่นบาทพร้อมโล่รางวัล ซึ่งปีที่แล้วโรงเรียนสกลราชวิทยาลัย จังหวัดสกลนครได้แชมป์ไปครองส่วนกัลยาณวัตรได้รองแชมป์    

ผู้ว่าฯขอนแก่นนำคณะต้อนรับการตรวจเยี่ยมทูบีนัมเบอร์วันระดับทองที่โรงรียนขามแก่นนคร

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 น.  นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำคณะทูบีนัมเบอร์จังหวัดขอนแก่นต้อนรับคณะอนุกรรมการ ตรวจประเมินโรงเรียนขามแก่นนคร นำโดย นางกฤษณา จันทร์ตรี ผู้เชี่ยวชาญกรมสุขภาจิต อนุกรรมการ กระทรวงสาธารณสุขและคณะ ที่เดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตรวจประเมินโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเก็บคะแนนการประกวดชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศที่โรงเรียนขามแก่นนครซึ่งเข้ารับการประเมินเป็นโรงเรียนทูบี นัมเบอร์วันระดับทอง โดยมีนายวีระเดช  ซาตา อำนวยการโรงเรียนขามแก่นนคร นำนักเรียนเข้ารับการเสนอผลงาน มีการแสดงของชมรมทูบีนัมเบอร์วันสร้างความประทับใจให้กับคณะกรรมการที่มี ตรวจประเมินด้วย      

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่

นายอภินันท์ จันทรังษี  อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่

ประวัติ
บ้านเกิด นครศรีธรรมราช
ครอบครัว ภรรยา ชื่อ นางน้อยคนิษฐ์ จันทรังษี
มีบุตรชาย 1 คน 

ประวัติการศึกษา
- ระดับปริญญาตรี : ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- ระดับปริญญาโท : พัฒนาบริหารศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

การฝึกอบรม
- โรงเรียนนายอำเภอรุ่นที่ 34 พ.ศ. 2536
-โรงเรียนนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 36 พ.ศ. 2540
-วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วปอ.2550 ประจำปี 2550-2551

การรับราชการ
2522 ปลัดอำเภอ (จพง.ปค.3) อ.คง จ.นครราชสีมา
2531 หัวหน้างานการเมืองและมวลชนสัมพันธ์ กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง
2535 ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอพุทธมณฑล จ.นครปฐม
2537 นายอำเภอหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์
2539 หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชน สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง
2540 นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา
2542 นายอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา
2545 ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ สำนักอำนวยการอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง
2547 ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง กรมการปกครอง
2548 ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง
2549 รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
2550 รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี
2551 รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
2555 รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
2555 ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
มิ.ย. 2556 อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์


เกียรติประวัติ
- พ.ศ. 2532 รางวัล "ข้าราชการตัวอย่าง" กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน กระทรวงมหาดไทย
- พ.ศ. 2534 รางวัล"ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
- พ.ศ. 2544 รางวัล "ข้าราชการพลเรือนดีเด่น” จังหวัดฉะเชิงเทรา
- พ.ศ. 2545 รางวัล "นายอำเภอของประชาชน” (นายอำเภอแหวนเพชร) กระทรวงมหาดไทย
- พ.ศ. 2545 รางวัล "คนดีของแผ่นดิน” คณะกรรมการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
- พ.ศ. 255 0รางวัล "คนดีศรีราม” คณะกรรมการคัดเลือก มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 10 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรผู้ประเมินมาตรฐานพัฒนาระบบงานยาเสพติด ปี 2556

วันนี้ ( 3 มิ.ย. 56 ) ที่โรงแรมลายทอง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรผู้ประเมินมาตรฐานพัฒนา ระบบงานยาเสพติด ปี 2556 เขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร จำนวน 170 คน จากนโยบายของรัฐบาล กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ประสานพลังเพื่อให้เกิดเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยหน่วยงานในสังกัดสาธารณสุข ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นเจ้าภาพหลักในการเตรียมความพร้อมในด้านการบำบัดรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ ป่วยยาเสพติดในระบบสมัครใจ และบำบัดรักษาผู้ป่วยกรณีการรับ-ส่งต่อ และติดตามหลังการบำบัดรักษา จากหน่วยงานบำบัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุมประพฤติ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานยาเสพติด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเป็น ไปในทิศทางเดียวกันทันทั้งประเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการงานยาเสพติดด้านการบำบัดรักษาและ ฟื้นฟูสมรรถภาพให้สอดคล้องนโยบายยาเสพติดของชาติ.
 
ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีการแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อดำเนินการพัฒนารูปแบบแนวทางและจัดทำเกณฑ์มาตรฐานการพัฒนาระบบยาเสพติด ของหน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาค ให้สอดคล้องกับนโยบายยาเสพติดของประเทศ ตาม เกณฑ์มาตรฐาน 4 ด้าน คือ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการองค์กรงานยาเสพติดของหน่วยงานแบบบูรณาการ การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดด้านบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพ ติด การป้องกันกลุ่มเสี่ยงมิให้เข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด และยุทธศาสตร์การควบคุมตัวยาและสารเคมี


 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ 

นายวันชัย สุทธิวรชัย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 3 มิถุนายน 2556 นายวันชัย สุทธิวรชัย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 3 ห้องประชุมสุบงกช ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี วาระสำคัญ คือ กำหนดมาตรการและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ หน่วยงานเกี่ยวข้อง ปกครองจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ถือปฏิบัติรายงานผลทุกเดือน


เรื่องเพื่อพิจารณา การประชุมร่วมมือระหว่างจังหวัดอุบลและแขวงจำปาสัก เรื่องการค้ามนุษย์ ตามลงนามบันทึกการประชุมว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการค้ามนุษย์ เมื่อ 5 พ.ย.53 วัตถุประสงค์ร่วมกันสกัดกั้น คุ้มครองผู้เสียหาย ปราบปรามดำเนินคดี ส่งผู้เสียหายกลับสู่ครอบครัว ป้องกันการการทำผิดซ้ำ 

ผวจ.อด.อบรมหลักสูตร กอร.(ปป.)

กองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายเสนีย์รณยุทธ จัดอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตร กลุ่มงานป้องกันและปราบปราม ประจำปี 2556

ที่ห้องประชุมอินทรีย์ กองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายเสนีย์รณยุทธ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เช้าวันนี้ ( 3 มิ.ย.56 ) นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการอบรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร กลุ่มงานป้องกันและปราบปราม หรือ กอร.ปป ประจำปี 2556

พันตำรวจโททวี สาวิสิทธิ์ สารวัตรกอบกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า จากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุมัติเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรม ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญา บัตร กลุ่มงานป้องกันและปราบปราม ประจำปี 2556 โดยให้กองบัญชาการศึกษาเป็นหน่วยหลักในการจัดทำหลักสูตร พร้อมมอบหมายให้หน่วยในสังกัด สำนักงานตำรงวจแห่งชาติที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมและหรือหน่วยที่ได้รับมอบหมายให้ เป็นสถานฝึกอบรม ทำการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าว

ซึ่งกองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายเสนีย์รณยุทธ ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่ฝึกอบรมข้าราชการตำรวจที่ได้รับจัดสรรและอัตรา เพื่อบรรจุในสังกัด กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 197 นาย โดยมีระยะเวลาในการฝึกอบรม 8 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2556-27 กรกฎาคม 2556 โดยในการฝึกดังกล่าวจะประกอบด้วยด้านวิชาการ และภาคการฝึก การจัดการเรียนการสอน รวม 24 รายวิชา โดยได้รับการสนับสนุน ครู อาจารย์ จากตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี หน่วยงานเฉพาะทางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะครูฝึก กองกำกับการ 4ฯ โดยมุ่งเน้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ กระบวนทัศน์ พัฒนาต่อยอดความรู้และทักษะในสายงานเดิม ให้มีความเหมาะสม เฉพาะสายทั้งในส่วนของคุณลักษณะ บุคลิกภาพ พฤติกรรมที่พร้อม ด้านคุณธรรม จริยธรรม จรรยายบรรณ ความซื่อสัตย์สุจริต การมีความเสียสละและความสำนึกในหน้าที่ ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพ กายใจ จิต ค่านิยมของผู้รับการฝึกอบรมต่อการปฏิบัติหน้าที่ชั้นสัญญาบัตรอย่างสมบูรณ์ อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาบุลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันจะส่งผลดีต่อความเชื่อมมั่นและความศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังวัดอุดรธานี ฝากให้ผู้เข้ารับการอบรมช่วยกันแก้ไขปัญหา 4 ภัยให้ประชาชน อาทิ ภัยความยากจน ภัยยาเสพติด ภัยธรรมชาติและอุบัติภัย โดยในการทำงานนั้นต้องดูทั้งผลสำเร็จ และผลสัมฤทธิ์ กล่าวคือผลสำเร็จคือการทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนด แต่ผลสัมฤทธิ์คือจากผลสำเร็จส่งผลให้ปัญหาบาบางลง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และขอให้นำผลสัมฤทธิ์จากการทำงานไปขยายผล วางแผน แก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน ทั้งนี้ภายหลังเปิดอบรมแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย ผู้กำกับการ กองกำกับการ 4กองบังคับการฝึกพิเศษ ฯ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าหน่วย ได้ร่วมกันปลูกต้นรังต้นไม้ประจำจังหวัด และเยี่ยมชมสนามยิงปืนของพกกองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ ในโอกาสดังกล่าวด้วย



ทีมข่าวส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

รมช.เกษตรฯเปิดมหกรรมแข่งสาวไหมไทยพื้นบ้าน

กรมหม่อนไหม จัดมหกรรมการแข่งสาวไหมไทยพื้นบ้าน ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม ระดับประเทศ ประจำปี 2556 สร้างความตื่นตัวในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไหมในท้องถิ่น ในการพัฒนาสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าตามยุคสมัยให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

วันนี้ (3 มิ.ย. 56)ที่ยูดีฮอลล์ ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ อุดรธานี นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดมหกรรมแข่งขันสาวไหมพื้นบ้าน ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ประจำปี 2556 โดยมีนายชยพล ธิติศักดิ์ รองผวจ.อุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน เยาวชนและเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ร่วมงาน

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมจัดกิจกรรมนี้มุ่งสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมให้มีคุณภาพ และสร้างความตื่นตัวในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไหมในท้อง ถิ่นเกี่ยวกับการผลิตผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และตระหนักถึงคุณค่าของไหมไทย โดยมีการจัดแข่งขันสาวไหมไทยพื้นบ้าน การแข่งขันทำอาหารจากหม่อนไหม การแข่งขันสิ่งประดิษฐ์จากรังไหม และการแข่งขันกองเชียร์ เพื่อให้เยาวชน เกษตรกรและกลุ่มผู้ผลิตไหมและสินค้าไหมไทยมีความตื่นตัวที่จะพัฒนาสินค้า และสร้างสรรค์ผลงานได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและตรงตามความต้องการของตลาด ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารูปแบบในการนำผ้าไหมมาใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น อันจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและสามารถขยายตลาดผ้าไหมไทยให้กว้าง ขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กรมหม่อนไหม มอบหมายให้สำนักงานเขตและศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 26 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินการจัดแข่งขันและคัดเลือกทีมที่ชนะการประกวดในระดับจังหวัด เข้าแข่งขันในระดับประเทศ ในประเภทต่างๆทั้งการแข่งสาวเส้นไหมน้อยและเส้นไหมหลืบ ในระดับประถม มัธยม บุคคลทั่วไป การแข่งขันกองเชียร์ ทำอาหารคาวหวานจากหม่อนและไหม สิ่งประดิษฐ์จากรังไหม ระดับเยาวชนและมืออาชีพ

สำหรับเส้นไหมและสิ่งประดิษฐ์จากรังไหมที่ชนะการประกวด จะนำไปจัดแสดงในงาน "ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย และงานพระมารดาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2556” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2556 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผู้ชนะการประกวดแต่ละประเภทจะเข้ารับโล่พระราชทาน โล่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โล่กรมหม่อนไหม ในงานดังกล่าวต่อไป

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสตร์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม และการทอผ้าไหมเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทยที่ทุกคนต้องช่วยกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ คู่กับประเทศไทย ตามพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นใหม่และผู้มีอาชีพด้านการ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้าได้เห็นถึงความสำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย



เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.

ม็อบไล่ปลัด อบต.สามพร้าว

ชาวตำบลสามพร้าวประมาณ 300 คน ชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ขอให้ย้ายปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าวออกนอกพื้นที่ อ้างไม่สนองนโยบายผู้บริหาร ว่าล่วงอำนาจ และแทรกแซงฝ่ายสภา มีเรื่องร้องเรียน กลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ยอมเป็นกรรมการในการจัดซื้อจัดจ้าง

โดยเมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ ( 3 มิ.ย. 56) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายจีระศักดิ์ คำรณฤทธิศร ปลัดจังหวัดอุดรธานี ได้เข้ารับหนังสือเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้ชุมนุม พร้อมกล่าวว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ในหนังสือดังกล่าวกล่าวว่า นายไพโรจน์ หาญเชิงชัย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว มีปัญหาขัดแย้งกับคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว และปฏิบัติหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ราชการส่งผลให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นในหน่วยงาน โดยมีพฤติกรรมคือไม่สนองนโยบายของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ว่าล่วงอำนาจ และแทรกแซงฝ่ายสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามพร้าว ปฏิบัติราชการในพื้นที่มานานเกินจนสร้างอำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่ส่วนราชการยังไม่มีความเจริญทัดเทียมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในฐานะ และขนาดเดียวกัน บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนล่าช้า และใช้วาจาไม่สุภาพ ถูกประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และมิชอบด้วยกฏหมาย โดยมีหน่วยงาน สตง.ปปช. ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่ามีความผิดจริง และคืนเงินให้กลับทางราชการไปแล้วหลายเรื่อง ใช้อำนาจกลั่นแกล้งผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่รับผิดชอบต่อการปฏิบัติราชกการในหน่วยงาน โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ยอมเป็นกรรมการใดๆ



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดอำนาจเจริญเห็นชอบการผลักดันสนามบินกองทัพบกเลิงนกทาเป็นสนามบินพาณิชย์

ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วม ๒ คณะ ได้แก่คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการจังหวัดอำนาจเจริญ(ก.บ.จ.อจ.) และคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดอำนาจเจริญ (กรอ.อจ.) โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธาน ทั้งนี้ เพื่อติดตามผลความก้าวหน้าการดำเนินงานในการพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ และรับทราบปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานเพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขร่วมกัน  โดยในที่ประชุม หอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบและพิจารณาให้ความเห็นเรื่องการผลักดันสนามบินกองทัพบกเลิงนกทา อำเภอเลิงนกทา จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นสนามบินพาณิชย์

สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติให้พิจารณาศึกษาเรื่องโครงการพัฒนาสนามบินกองทัพบกเลิงนกทาให้เป็นสนามบินพาณิชย์  เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  และได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจาก ๓ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ซึ่งผลสรุปจากการประชุมดังกล่าวทุกหน่วยงานได้นำเสนอข้อมูลสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสนามบินกองทัพบกเลิงนกทาเป็นสนามบินพาณิชย์  และมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดชายแดนของประเทศไทยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำหน้าที่ศึกษาข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อสรุปเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาผลักดันต่อไป

ในส่วนของการดำเนินงานของจังหวัดนั้น คณะกรรมาธิการ ให้ภาคธุรกิจเอกชน ทั้ง ๓ จังหวัด ทำการสำรวจจำนวนนักธุรกิจที่มีความสนใจในการเดินทางหากมีการเปิดใช้สนามบิน และแจ้งให้คณะกรรมการ กรอ.จังหวัดทราบ ทั้งนี้ในการประชุม กรอ.จังหวัดอำนาจเจริญ  คณะกรรมการที่มาจากภาคราชการและเอกชน ทุกคนมีความเห็นชอบด้วยที่จะมีสนามบินพาณิชย์เลิงนกทา เพื่อเพิ่มโอกาสและศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาค รองรับการเดินทางของนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว รวมทั้งกระตุ้นการค้า การลงทุน สร้างเศรษฐกิจและรายได้ใน ๓ จังหวัดนี้

สำหรับสนามบินกองทัพบกเลิงนกทา เดิมชื่อสนามบินบ้านโคกตลาด สร้างขึ้นในช่วงสงครามเย็น เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๖๓ (พ.ศ.๒๕๐๖)  โดยทหารของประเทศอังกฤษและนิวซีแลนด์  เป็นรันเวย์คอนกรีตยาว ๑,๕๓๐ เมตร  ส่วนหัวท้ายของรันเวย์เป็นลาดยางแอสฟัลด้านละ ๑๕๐ เมตร สภาพโดยทั่วไปยังมีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้  มีแท็กซีเวย์ขนาด ๔๐๐ * ๕๐๐ เมตร หากมีการลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสาร สิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ครบ ก็จะสามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวได้



สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญกำชับหัวหน้าส่วนราชการทุกระดับนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสอดส่องดูแลและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มประชาชนผู้ชุมนุม

นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  ได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่า ปัจจุบันมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมตัวชุมนุมกันและเดินทางประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และหน่วยงานต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนผู้ชุมนุมได้รับความเดือดร้อน เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งกรณีความเดือดร้อนบางเรื่อง สามารถแก้ไขเยียวยาจากหน่วยงานในระดับจังหวัดได้ โดยผู้เดือดร้อนที่ชุมนุมกันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางเข้าร้องเรียนต่อราชการในกรุงเทพมหานคร

ดังนั้น จังหวัดอำนาจเจริญ จึงมีหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอทุกอำเภอ  นายกเทศมนตรี  และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  คอยตรวจตรา สอดส่อง และติดตามสถานการณ์ชุมนุมประท้วงของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกรณีต่างๆ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด  โดยดูแลความปลอดภัย การจราจร  ลงไปรับทราบปัญหาและแก้ไข  ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยุติการชุมนุม  หากการประท้วงไม่ยุติและกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวเดินทางไปชุมนุมที่ส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร  ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญทราบทันที และให้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเดินทางไปแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนกลางด้วย



สุรพล  บุตรวงศ์ / ข่าว

ร้อยเอ็ด เผย คาดมีพายุพัดผ่านประเทศไทย 4 ลูก มีฝนชุกเดือน ส.ค.-ก.ย. นี้

จังหวัดร้อยเอ็ด เตือนประชาชนเตรียมรับสถานการณ์ อิทธิพลพายุฤดูร้อนพัดผ่านประเทศไทย 4 ลูก ส่งผลให้ฝนตกชุกถี่ขึ้น เดือนสิงหาคมและกันยายน นี้
 
 นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวกับประชาชนพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศของไทย ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม 2556 ว่าประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ประเทศไทยจะเกิดฝนเป็นระยะและช่างปลายเดือนมิถุนายน – กลางเดือน กรกฎาคม อาจเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง ระยะหนึ่งและส่งผลกระทบการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่โดยเฉพาะ พื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน และสภาวะฝนทิ้งช่วงทั่วไป จะดีขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน ในช่วงฤดูฝนนี้คาดว่าประเทศไทยจะได้รับอิทธิพล จากพายุหมุนเขตร้อนประมาณ 2 ลูก โดยมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบนในช่วงเดือนสิงหาคม หรือ กันยายน 1 ลูก และจะเคลื่อนผ่านบริเวณภาคใต้ช่วงเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายน อีก 1 ลูก ในช่วงต้นฤดูฝนคาดว่าหลายพื้นที่ของไทยตอนบนมีฝนตกดี โดยปริมาณมากกว่าค่าปกติ ส่วนในช่วงปลายฤดูฝนส่วนใหญ่จะมีค่าใกล้เคียงค่าปกติในรอบ 30 ปี ฤดูฝนของไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ตุลาคม ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนต่อไปอีก โดยจะมีฝนตกชุกในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2556 – ธันวาคม 2556 และลดน้อยลงในเดือน มกราคม 2557
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ย้ำเตือนประชาชน ได้ระมัดระวังเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันอุทกภัย ที่อาจเกิดขึ้นในฤดูฝนนี้ด้วย



กมลพร คำนึง ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

ร้อยเอ็ด จัดงาน "สานสัมพันธ์รำวงย้อนยุค อป.มช.ร้อยเอ็ด” ได้ผลเกินเป้า ตั้งกองทุน อป.มช.ร้อยเอ็ด ได้สำเร็จ กว่าห้าหมื่นบาท

จังหวัดร้อยเอ็ด จัดงาน "สานสัมพันธ์รำวงย้อนยุค อป.มช.ร้อยเอ็ด” ใจกลางเมือง หวังอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป เชิดชูศิลปินท้องถิ่นมรดกอีสาน พบราชินีหมอลำดัง ปะทะรำวงย้อนยุคคณะศรีชมชี่นคมโบ้ ราชินีรำวงย้อนยุคแห่งอำเภอเชียวขวัญ ได้ผลเกินเป้า ตั้งกองทุนอาสาสมัครประชาสัมพันธ์หมู่บ้านและชุมชนร้อยเอ็ด (อป.มช.) ได้สำเร็จ 52,000 บาท
นางกมลพร คำนึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่ ส.ปชส.ร้อยเอ็ด ,สวท.ร้อยเอ็ด , วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด , อป.มช.ร้อยเอ็ด , สภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2556ที่ผ่านมา โดยมีนายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดงานพร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่ศิลปินมรดกอีสานซึ่งเป็นชาว จังหวัดร้อยเอ็ด . ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่สื่อสืบไป ยกย่องเชิดชูศิลปินท้องถิ่นมรดกอีสาน ที่ได้รับรางวัลจากหาวิทยาลัยขอนแก่นเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ซึ่งเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด 11 คน เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง อาสาสมัครประชาสัมพันธ์หม่าบ้านและชุมชน หรือ อป.มช.ร้อยเอ็ด กับ หน.ส่วนราชการภาครัฐภาคเอกชนและสื่อมวลชน และตั้งกองทุน อป.มช.ร้อยเอ็ด เพื่อการประสานงานระหว่าง อป.มช.ร้อยเอ็ด และเพื่อเป็นสวัสดิการฯ อป.มช.ร้อยเอ็ด ภายในงานมีซุ้มถ่ายภาพย้อนยุค"มนต์รักลูกทู่ง" พบศิลปินชื่อดังราชินีหมอลำ ชาวร้อยเอ็ด 11 ท่าน อาทิ รัญจวน ดาวดวงเด่น,พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย , มอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปิน , สนกสนานกับรำวงย้อนยุค คณะรำวงศรีชมชื่นคอมโบ้ ราชินีรำวง แห่งอำเภอเชียงขวัญ การออกร้านโชว์ห่วยโบราณ ชมรมรถโบราณ ย้อนอดีตเรียนรู้แบบ โบราณ เป็นต้น แต่งกายย้อนยุคมนต์รักลูกท่ง เน้นแบบไทยย้อนยุค อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นร้อยเอ็ดให้คงอยู่สืบไป บรรยากาศการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางประชาชนมาร่วมงานเกือบ พันคน ได้พร้อมใจแต่งกายรำวงย้อนยุคมาร่วมสนุกสนาน สานสามัคคี การจัดงานดังกล่าวไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด และยังได้ตั้งเป็นกองทุนอาสาสมัครประชาสัมพันธ์หมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.)ร้อยเอ็ด ขึ้น วงเงิน 52,000 บาทด้วย
 ขณะที่ ดร.สาทิต กฤตลักษณ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวภายหลังการจัดงานสภาวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด เตรียมนำเสนองานรำวงย้อนยุคดังกล่าวเพื่อขยายผลในการส่งเสริมอนุรักษ์ วัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไปและเป็นงานที่ส่งเสริมให้ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีส่วนร่วมสนุกสนาน สานสามัคคี เป็นแบบอย่างที่ดีที่ควรอนุรักษ์และเชิดชูให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ต่อ ไป



กมลพร คำนึง ข่าว 3 มิย.56 

เกษตรจังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดงานผลไม้ไทย

นายร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดมุกดาหารร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง กำหนดจัดงานผลไม้ไทย ผลไม้ดีมีที่ภาคตะวันออกจากระยองสู่มุกดาหาร ปี ๒๕๕๖ กระจายขยายตลาดผลไม้ภาคตะวันออกไปสู่ผู้บริโภคโดยการจำหน่ายผลไม้จากชาวสวน โดยตรง มีเงาะ ทุเรียน ลองกอง สับปะรด สละ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ การเจรจาธุรกิจการค้าผลไม้ระหว่างชาวสวนผลไม้จังหวัดระยองกับผู้ค้าผลไม้ใน จังหวัดมุกดาหาร แขวงสะหวันนะเขต(สปป.ลาว)และจังหวัดใกล้เคียง จำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนดีเด่นของจังหวัดมุกดาหารและจังหวัด ใกล้เคียงและยังมีการจัดกิจกรรมการแข่งขันกินผลไม้ การประกวดกองเชียร์การแข่งขันกินผลไม้ การแข่งขันวิ่งแบกแข่งผลไม้ นาทีทองจากชาวสวนผลไม้ ชิมฟรีผลไม้ดีเมืองระยองและชมดนตรีและการประกวดสาวประเภทสอง โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร


 

สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

น้องใหม่ ม.มหาสารคาม ทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลเริ่มต้นการศึกษาใหม่

น้องใหม่ ม.มหาสารคาม กว่า 12,000 คน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเริ่มต้นการศึกษาใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ที่บริเวณสนามกีฬา อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รุ่นพี่ได้จัดให้กิจกรรมรับน้องใหม่อย่างสร้างสรรค์ โดยได้ชวนน้องใหม่กว่า 12,000 คน มาร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 246 รูป เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิต ร่วมตักบาตร พร้อมฟังธรรมจาก พระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง

พระเทพสิทธาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถา แก่นิสิตใหม่ ว่า ขอให้รู้จักการประคับประคองการดำรงชีวิตและการศึกษาเล่าเรียน และปรับตัวจากการใช้ชีวิตจากโรงเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัย ให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสถาบันแห่งนี้ โดยชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยนับเป็นช่วงชีวิตหนึ่ง ที่นิสิตจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นอิสระทั้งด้านเวลา การร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นโอกาสสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่วัยการทำงานในอนาคต ซึ่งทำให้นิสิตต้องเรียนรู้ในการปรับตัวเพื่อรองรับกับการใช้ชีวิตในรูปแบบ ใหม่ซึ่งแตกต่างจากการเรียนในโรงเรียน การพัฒนาทักษะโดยการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รักการเรียน กระตือรือร้นและขวนขวายในการเรียนรู้อยู่เสมอ



ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ภาพ/ข่าว

ปศุสัตว์มหาสารคามวางแผนครอบครัวสุนัข-แมว แก้ปัญหาสุนัข-แมวจรจัดอย่างยั่งยืน

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม รณรงค์ผ่าตัด ทำหมัน สุนัข และแมว เป้าหมาย 3,000 ตัว ระหว่างวันที่ 11-30 มิถุนายน นี้ ครอบคลุมทั้งจังหวัด ตามโครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน

นายไพรัช ประทุมสุวรรณ ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่าจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมบริการผ่าตัด ทำหมัน สุนัข และแมว ตามโครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน โดยถือเป็นมาตรการหนึ่งในการลดจำนวนสัตว์พาหะของโรคพิษสุนัขบ้า ตามนโยบายกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2563 อีกทั้งยังเป็นการลดจำนวนประชากร สุนัข และแมว จำกัดจำนวนให้เหมาะสมกับผู้เลี้ยงที่สามารถดูแลได้โดยไม่เกิดปัญหาการทิ้ง ให้เป็นสุนัข หรือแมวจรจัด ตลอดจนแก้ไขปัญหาสุนัขที่ผู้เลี้ยงไม่ต้องการ แล้วถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สำหรับโครงการดังกล่าว มีเป้าหมายดำเนินในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดมหาสารคา จำนวน 142 แห่ง จำนวน 3,000 ตัว โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม จะดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระหว่างวันที่ 11-30 มิถุนายน 2556

ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับระยะเวลาดำเนินการในแต่ละในแต่ละพื้นที่ เป็นดังนี้ สัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 11-15 มิถุนายน ดำเนินการในพื้นที่อำเภอเมืองมหาสารคาม บรบือและกุดรัง วันที่ 16-20 มิถุนายน พื้นที่ดำเนินการอำเภอวาปีปทุม นาดูน และแกดำ วันที่ 21-25 มิถุนายน พื้นที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย นาเชือกและยางสีสุราช และระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน ดำเนินการในพื้นที่อำเภอโกสุมพิสัย กันทรวิชัย เชียงยืนและชื่นชม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถนำสุนัข และแมวมารับการบริการดังกล่าว โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม 043 777960 กลุ่มงานพัฒนาสุขภาพสัตว์ 081 2659165 และที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดบึงกาฬเดินรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก

จังหวัดบึงกาฬจัดเดินรณรงค์งดสูบบุหรี่เนื่องในสัปดาห์งดสูบบุหรี่โลก ปัจจุบันคนไทย 65 ล้านกว่าคนมีผู้สูบบุหรี่กว่า 12ล้านคนแม้จะมีความพยายามรณรงค์กันมานานแต่ก็ถือว่ายังมีผู้ติดบุหรี่จำนวน ไม่น้อยและยังเป็นการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนต่อต้านยาเสพติดรวมทั้งการอยู่ อย่างพอเพียง มีนักเรียนเห็นความสำคัญร่วมเดินรณรงค์กว่า 3,300 คน


วันที่ 31-5-56 เวลา 09.00 น. นักเรียนโรงเรียนมัธยมบึงกาฬกว่า 3300 คน ร่วมกันเดินรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ให้ประชาชนตระหนักถึงโทษ ภายใต้ คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก "ไม่ใช้ ไม่รับ ไม่สนับสนุนโฆษณายาสูบร้ายทำลายชีวิต ” จังหวัดบึงกาฬร่วมกับสถานศึกษาจัดเดินรณรงค์ให้ชาวจังหวัดบึงกาฬ ได้ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ และลด ละ เลิกบุหรี่ ตามที่องค์กรอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พ.ค.2556 ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก เนื่องจากสถานการณ์จำนวนผู้สูบบุหรี่ทั่วประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของวกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่มากถึง 12 ล้านคน จากจำนวนประชาการที่มีอยู่ประมาณ 65 ล้านคน ซึ่งผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง มีอัตราผู้เสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากบุหรี่เฉลี่ยปีละประมาณ 48,000 คน โดยในจำนวนประชากรชายทั้งหมดประมาณ 32 ล้านคนของประเทศมีผู้สูบบุหรี่มากถึงร้อยละ 45 และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องที่สำคัญตัวเลขอายุของผู้ สูบบุหรี่จะลดน้อยลงในทุกๆปี ดังนั้นองค์และหน่วยงานต่างๆในจังหวัดเร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุก คนตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ เพราะนอกจากการสูบบุหรี่จะเป็นการทำร้ายตัวเองแล้วยังเป็นการทำลายผู้ที่ อยู่รอบข้างที่จะได้รับควันบุหรี่มือ 2 ซึ่งสามารถที่จะเป็นโรคต่างๆเหมือนเช่นผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงได้เช่นกัน นอจากนี้ยังมีการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อน ต่อต้านยาเสพติดทุกรูปแบบ การประหยัดพลังงาน การนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวพระราชดำริ

การค้าภายในจังหวัดบึงกาฬจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้าช่วยเหลือประชาชน

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดบึงกาฬจำหน่ายไข่ธงฟ้าราคาประหยัดฟองละ 3 บาท ช่วยเหลือประชนช่วงวิกฤตไข่ไก่ราคาแพง ณ หน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดบึงกาฬในระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2556 โดยประชาชนให้ความสนใจทยอยกันมาซื้อไข่จนหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว


นางสาวเมรินี โมรมัต นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่าทางสำนักงานการค้าภายในจังหวัดบึงกาฬจัดจำหน่ายไข่ราคาถูกเพื่อ ช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาไข่ที่เพิ่มสูงขึ้นใน ระยะนี้ เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน อีกทั้งต้นทุนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าแรง หรืออาหารสัตว์ซึ่งทำให้ไข่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าสถานการณ์ไข่ไก่แพง จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในเดือนมิถุนายน หลังจากสภาพอากาศเย็นลง ก็จะทำให้ผลผลิตเริ่มออกมาเพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์นี้ทางการค้าภายในจังหวัดบึงกาฬได้ออกสำรวจราคาไข่ในจังหวัด ซึ่งมีราคาเพิ่มสูงขึ้นประมาณฟองละ 50 สตางค์ คือจากเดิมราคาไข่เบอร์ 3 ราคาอยู่ที่ 4 บาท ณ ปัจจุบันปรับเป็น 4.50 บาท ซึ่งไข่ที่ขายในจังหวัดบึงกาฬเป็นไข่ที่รับมาจากต่างจังหวัด จากการสำรวจผู้เลี้ยงไก่ในจังหวัดบึงกาฬเองมีแค่ 2 แห่งซึ่งเลี้ยงไก่ฟาร์มละประมาณ 4000-5000 ตัว ผลผลิตที่ได้ประมาณ 110-120 ถาดต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการในจังหวัด ทั้งนี้การค้าภายในจังหวัดบึงกาฬจะตรวจสอบราคาและควบคุมราคาไข่ไม่ให้แพง เกินจริง เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้า 

สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬทำพิธีวางศิลาฤกษ์อาคาสำนักงาน

วันนี้ ( 2 มิถุนายน 2556) นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินทางมาทำพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ ณ บริเวณศาลากลางแห่งใหม่บ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬให้การต้อนรับพร้อมด้วยผู้นำสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรจังหวัดบึงกาฬ


นายพีรพนธ์ กิจโกศล สหกรณ์จังหวัดบึงกาฬกล่าวถึงการก่อสร้างอาคารสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีประกาศตั้งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬตาม ประกาศกรมฯลงวันที่ 18 เมษายน 2554 ซึ่งสำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬได้เริ่มปฏิบัติงานในรูปแบบสำนักงานตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2554 โดยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนิน การก่อสร้างอาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งกรมได้จัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2256 เป็นจำนวนเงิน 6,184,000 บาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการก่อสร้าง อาคารสำนักงาน รั้วคอนกรีตรอบสำนักงาน ป้ายสำนักงาน เสาธง ป้อมยามและโรงจอดรถ ซึ่งสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬได้ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนธันวาคม 2555 โดยมีห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดรศรีวิไลก่อสร้างเป็นผู้รับจ้างด้วยวงเงินที่ได้ รับจัดสรร ซึ่งลงนามสัญญาตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2556 กำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 21 มีนาคม 2557 เพื่อความเป็นศิริมงคลในการก่อสร้างอาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างอาคาร อื่นๆตลอดจนเพื่อเป็นศิริมงคลให้กับเจ้าหน้าที่ที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติ ราชการ รวมถึงสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มาติดต่อราชการจึงได้กำหนดจัดให้มีพิธีวาง ศิลาฤกษ์ในวันนี้

ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครราชสีมา เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43

ข่าวที่ 695/2556 ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครราชสีมา เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43
 
วันที่ ๓ มิ.ย. ๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ ๔/๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในการประชุมดังกล่าว ได้ปรึกษา หารือการเตรียมความพร้อมสนามแข่งขัน/ฝึกซ้อม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๓ และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๓ เพื่อถามความคืบหน้า ชนิดกีฬา สนามแข่งขัน/ฝึกซ้อม และได้พิจารณาการขอรับงบประมาณจากองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดการแข่งขันกีฬาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสำนึกในคุณค่าของการกีฬา ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ว่า”กีฬามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตของบ้านเมือง” เป็นการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา ให้มีความโดดเด่นระดับชาติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของจังหวัดนครราชสีมาอย่างยั่งยืน เป็นการสร้างความสงบสุขในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด มีการส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดนครราชสีมา ในด้านการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นการสนับสนุนเยาวชน และประชาชนในท้องถิ่น ให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬา และได้มีการผลักดันการพัฒนากีฬาในระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านมาตรฐาน บุคลากรทางการกีฬา สถานที่อุปกรณ์และมาตรฐานการจัดการแข่งขัน มุ่งสู่ระดับชาติและระดับสากลต่อไป ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ ๔๓ พ.ศ.๒๕๕๗ "นครราชสีมาเกมส์” ระหว่างวันที่ ๙-๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗ และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๓ พ.ศ.๒๕๕๘ "โคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๙ มกราคม ๒๕๕๘ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่าน ร่วมชมและเชียร์การแข่งขันตามวันเวลา ดังกล่าว



นางสาวชนิกุล จันทรไพศาลสิน/นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
ชนัดดา ส.ปชส.นม/ตรวจทาน 3 มิ.ย. 56

56/com7

กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าเปิดตัวโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน

นายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน ที่อำเภอหนองบัวแดง ย้ำชาวชัยภูมิและคนอีสาน ต้องการอ่างเก็บน้ำ ช่วยภัยแล้ง น้ำท่วม วอนช่วยกันตรวจสอบ อย่าให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาส วาบเงินชดเชย
 
ในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการพ่อแม่อาสา นำพาปลอดยาเสพติด ถวายพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ จัดที่โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยาคม อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ นายนายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงปัญหาการสร้างบ้านหวังค่าชดเชยจากการสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่งขุน เพชร ยางนาดี และอ่างเก็บน้ำสะพุง ว่า อ่างเก็บน้ำเหล่านี้ รัฐบาลให้ความสำคัญมาก ทุ่มงบประมาณก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในกับประชาชน ดังนั้นในฐานะคนชัยภูมิ เข้าใจดีถึงความต้องการอ่างเก็บน้ำ ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง ถึงอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามแผนที่รัฐบาลวางเอาไว้ เรื่องที่มีชาวบ้านบางกลุ่มไปสร้างบ้าน ขุดสระ ปลูกต้นไม้ เพื่อหวังเงินค่าชดเชยนั้น เชื่อว่าทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังเร่งตรวจสอบ ความถูกต้อง รัฐบาลไม่เพิกเฉยแน่ ถ้าหากมีการ ดำเนินการไม่ตรงไปตรงมา รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
 
อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากถึงประชาชนว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาชนชาวชัยภูมิ ได้เขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค บริโภค ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ในพื้นที่ชัยภูมิซึ่งเป็นต้นน้ำชี ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกัน เป็นหูเป็นตา อย่าปล่อยให้บุคลฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด เข้ามาเบียดบัง หาผลประโยชน์จากโครงการโดยมิชอบ ขณะเดียวกันกระทวงยุติธรรม ก็พร้อมช่วยเหลือจังหวัด ในการตรวจสอบ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ในชั้นนี้ทราบว่าทางผู้ว่าฯ ทางตำรวจ ยังพอรับมือได้ แต่ถ้าไม่ไหว จะให้ทางดีเอสไอเข้ามาช่วย
 


สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

อบจ.ชัยภูมิหนุนเกษตรกรใช้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายแทนการเผาตอซังข้าว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ สนับสนุนเกษตรกร 7 อำเภอ ปรับเปลี่ยนจากการเผาตอซังข้าว มาใช้จุลินทรีย์เป็นตัวช่วยย่อยสลาย คืนความสมบูรณ์ให้ดิน ลดต้นทุนการผลิต รักษาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน ได้อย่างยั่งยืน

โดยในฤดูการทำนาปีนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ นำโดยนายมนตรี ชาลีเครือ นายก อบจ.ชัยภูมิ ได้รณรงค์ให้เกษตรกร พื้นที่เป้าหมาย 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองชัยภูมิ จัตุรัส บ้านเขว้า เนินสง่า คอนสวรรค์ ภูเขียว และเกษตรสมบูรณ์ ปรับเปลี่ยนวิถีการทำนา จากการเผาตอซัง มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารชีวภาพ แทนการใช้สารเคมี เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดปัญหาโลกร้อน ที่สำคัญจะทำให้คุณภาพคืนกลับความอุดมสมบูรณ์ได้อย่างยั่งยืน เป็นการสนองนโยบายวาระแห่งชาติของรัฐบาล ด้านเกษตรอินทรีย์อีกด้วย โดยจัดโครงการส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง ฟางข้าว ขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 ที่ เทศบาลตำบลลุ่มลำชี อ.บ้านเขว้า มีเกษตรกรร่วมโครงการกว่า 100 คน นอกจากเกษตรกรจะได้รับความรู้ด้านการทำเกษตรอินทรีย์ การทำฮอร์โมนพืช การทำสารไล่แมลงจากพืช จากวิทยากร สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิแล้ว ยังมีการสาธิตทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช และการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าวในแปลงนาสาธิตอีกด้วย

นายมนตรี ชาลีเครือ นายก อบจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ยังใช้ความคุ้นเคยแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมาในอดีต คือการเผาตอซังข้าวก่อนไถกลบ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการเผาตอซังข้าว ทำให้หน้าดินแข็ง จับตัวกันแน่น นอกจากนั้นยังทำให้จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินตายไปด้วย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ผลที่ตามมาคือเกษตรกรต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้นทุกปี คิดว่าหากเกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับ ไปปรับใช้ จะช่วยทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล/ข่าว

จังหวัดขอนแก่นนำพลังมวลชนปฏิญาณตนต่อต้านการค้ามนุษย์ในการจัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์

ที่ศาลาประชาคมขอนแก่นนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานและตัวแทนอำเภอทั้ง 26 อำเภอร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2554เสนอให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ปัจจุบันรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้ตระหนักดีว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นภัยอันร้ายแรง เป็นอาชญากรรมข้ามชาติและเป็นเรื่องที่ประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสำคัญและ จับตามองเป็นพิเศษ ถือเป็นนโยบายที่เร่งด่วนที่ต้องดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง และเด็ดขาดเพราะการค้ามนุษย์เป็นปรากฏการณ์สังคมที่เกี่ยวพันกับปัญหา เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีแนวโน้ม ที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นการค้ามนุษย์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งประเทศไทยเป็นทั้งประเทศต้นทางที่มีการแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณี ของหญิงไทยในต่างประเทศ เป็นประเทศทางผ่านและประเทศปลายทางของหญิงและเด็กต่างชาติในอนุภูมิภาคลุ่ม แม่น้ำโขง ซึ่งถูกนำมาแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อเป็นการรณรงค์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ให้สาธารณชนได้ รับทราบ เพื่อให้เกิดความตระหนักในปัญหาและเป็นการเฝ้าระวังบุตรหลานสมาชิกในครอบ ครัว สังคม ให้รู้เท่าทันและเอาตัวรอดจากการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ จังหวัดขอนแก่นจึงได้มีการลงนามบันทึกความตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้าน การป้องกัน ปราบปราม ในทั้ง 26 อำเภอ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นก็นำกล่าวประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการค้า มนุษย์ให้หมดไปโดยย้ำว่าผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครอง ช่วยเหลือโดยเร็ว ผู้ทำผิดต้อได้รับการลงโทษ ต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ทันในการป้องกันปราบปราม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องป้องกันทุกรูปแบบทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีความ เสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ จังหวัดขอนแก่นยินดีให้ความร่วมมือกับนานาประเทศในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ ให้หมดไป      

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงตรวจยึดรถยนต์หรู 13 คัน ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย

วันนี้ (3 มิ.ย. 56) ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท. กวี สุภานันท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้แถลงข่าวกรณีชุดเฉพาะกิจปราบปรามโจรกรรมรถ ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ตรวจยึดรถยนต์หรูที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย จำนวน 13 คัน ประกอบด้วย ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ 5 คัน บีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน โตโยต้าอัลพาท 2 คัน นิสสัน คิวบ์ 3 คัน โฟล์คสวาเก้น บิทเทล 1 คัน และซูซูกิ วาก้อน อาร์ อีก 1 คัน

ผู้บัญชาการภาค 4 กล่าวว่าขณะนี้มีขบวนการลักลอบนำรถหรูราคาแพงเข้ามาในประเทศ โดยหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร ส่งผลให้ภาครัฐต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้เลือกซื้อรถยนต์จากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกกฎหมาย หากเป็นรถมือสองที่มีราคาแพงต้องตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ละเอียด

โดยเฉพาะรถที่มีราคาถูกกว่าราคาในท้องตลาดมากผิดปกติ ต้องสืบหาที่มาที่ไปของรถยนต์หรูเหล่านี้อย่างละเอียด เพราะหากถูกตรวจพบว่าเป็นรถยนต์หนีภาษี ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย นอกจากจะถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว ยังจะถูกยึดรถอีกด้วย

สำหรับรถที่ตรวจยึดมาได้ในครั้งนี้แยกประเภทดังนี้ คือ รถที่นำเข้าทั้งคันไม่เสียภาษีศุลกากร และทะเบียนขนส่ง โดยใช้ป้ายแดงติดตลอด ทั้งที่บางครั้งรถตกรุ่นไปแล้ว หรือติดป้ายขาวปลอมของกรมการขนส่งพร้อมป้ายวงกลมและสมุดทะเบียนรถปลอม นอกจากนี้ ยังมีรถที่นำเข้ามาในรูปแบบเสียภาษีอะไหล่แยกชิ้นและนำเข้ามาประกอบใหม่เป็น ตัวถังรถ

กฎหมายใหม่ห้ามนำมาจดทะเบียน ทำให้มีขบวนการที่นำเข้ามาในรูปอะไหล่แล้วนำมาประกอบขายในราคาถูก และบางส่วนของรถที่ตกค้างได้ถูกลำเลียงจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่มีกฎหมายลงโทษเหมือนประเทศไทย

พล.ต.ท.กวี กล่าวว่า รถทั้ง 13 คันเป็นรถที่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กทม. ซึ่งรถทั้ง 13 คัน เจ้าของรถก็มีความผิดตามกฎหมายศุลกากร ส่วนรถทั้งหมดก็จะเข้าสู่กระบวนการของศุลกากรซึ่งอาจจะมีการนำมาประมูลต่อไป

ด้าน นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปตรวจสอบรถทั้งหมดด้วยตัวเองในวันนี้ และระบุว่าจะดำเนินการแจ้งความเพื่อเอาผิดเจ้าของรถทั้งหมด

อธิบดีกรมโรงงานกล่าวว่า ในขบวนการลักลอบนำเข้ารถหรูจะพบว่าการนำจะมีการแยกอินวอยซ์ตัวถัง ประตู ล้อ เพื่อมาประกอบในประเทศ แล้วก็มีวิศวกรเซ็นรับรอง ซึ่ง สมอ.กำหนดว่าถ้าเป็นรถเครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซินจะต้องมีการตรวจสอบมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตาม มอก. 2550-2554 และตาม มอก.2540-2554 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ธ.ค.2555 เป็นต้นมา แต่มีผ่านมา ความพยายามหลีกเลี่ยงด้วยการเอาแก๊สมาติด โดยเฉพาะก่อน 8 ธ.ค.55 โดยรถที่ประกอบหลังจากนั้นถ้ามีถังน้ำมันเกินกว่า 15 ลิตร ต้องผ่านสมอ.แม้จะติดแก๊สหรือไม่ก็ตาม

จากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ในประเทศมีรถนำเข้าโดยหลีกเลี่ยงภาษีทั้งระบบร่วม 3,000คัน ส่วนซูเปอร์คาร์มีประมาณหลักร้อยคัน และในอดีตที่เข้ามาตรวจสอบขึ้นทะเบียนกับ สมอ.แค่ หลัก 10 คันเท่านั้น ซึ่งรถทั้งหมดกระจายไปทั่วประเทศไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง ส่วนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบมาตรฐานคันละประมาณ 1.2 แสนบาท      

กาฬสินธุ์ขอเชิญผู้ประสบภัยทางถนนรับเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

นางวิไลลักษณ์ ศรีวณิชชากร ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก จะจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยจาก การใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจาก รถ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการตามความเหมาะสมและสภาพการใช้งานได้ รายละไม่เกิน 100,000 บาท อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ขอรับการจัดสรรได้ เช่น แขนเทียม ขาเทียม รถนั่งสำหรับผู้พิการ ไม้เท้าหรือไม้คำยัน ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ หรือเตียงนอนสำหรับผู้พิการที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

ผู้สนใจขอรับการช่วยเหลือให้ยื่นคำขอรับการจัดสรรเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน ได้ที่กลุ่มงานวิชาการ สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0 4382 1703 ต่อ 13 ในระหว่างวันที่ 3 – 14 มิถุนายน 2556 นี้
 


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รมช.เกษตร เร่งพัฒนาเกษตรอินทรีย์สู่อาเซียน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพัฒนาเกษตรกรสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ ผ่านงาน "มหกรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่ประชาคมอาเซียน” หวังลดต้นทุนการผลิต สร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรของไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ AEC

(1-6-56) ที่โรงแรมตักสิลา จังหวัดมหาสารคาม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธาน "มหกรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่ประชาคมอาเซียน” ว่า เกษตรอินทรีย์เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยมีเป้าหมายในการรณรงค์ส่งเสริมให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร เพื่อพัฒนาสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ สร้างความเข้มแข็งให้เกิดในระบบเกษตรอินทรีย์ของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระดับภูมิภาคอาเซียน

สำหรับงาน"มหกรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่ประชาคมอาเซียน” ที่จังหวัดมหาสารคาม ครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้มีการนำผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของกรม พัฒนาที่ดิน ซึ่งได้ดำเนินการในลักษณะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัด องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หมอดินอาสา เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายการทำเกษตรอินทรีย์ มาประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวาง สร้างแรงจูงใจให้กับผู้ผลิต เข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ พลิกฟื้นแผ่นดินไทย ผู้ผลิต ผู้บริโภคปลอดภัย เกษตรกรรมไทยยั่งยืน

งาน"มหกรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่ประชาคมอาเซียน” กำหนดจัดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ รวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรก จัดขึ้นในวันนี้ (1-6-56) ที่จังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ 2 วันที่ 8 มิถุนายน จัดขึ้นที่โรงแรมพีซลากูนา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดกระบี่ และครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งใหญ่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี
 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มอบเงินเยียวยาผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมือง

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่จังหวัด อุดรธานี จำนวน 13 คน เป็นเงินกว่า 14 ล้านบาทเศษ พร้อมประชุมหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยา เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (1 มิ.ย. 56) ที่โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อุดรธานี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นประธานพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี พ.ศ.2548-2553 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และใกล้เคียงจำนวน 13 คน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,463,982 บาท โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ร่วมเป็นสักขีพยาน

พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การมอบเงินครั้งนี้ได้จัดให้มีการรประชุมหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วย เหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม อย่างสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในการให้ความช่วยเหลือตามพระราชบัญญัติค่าตอบ แทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 สำหรับผู้ได้รับการเยียวยาในครั้งนี้ เป็นผู้ที่ยื่นคำขอต่อคณะทำงานช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรม ที่ได้รับการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีสิทธ์ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 13 คน ประกอบด้วย นายคำพอง ทัศศรี ,นายธนพล มาดีประเสริฐ, นางปฐมาวดี วินิจจามร,นางปาริชาติ จวงจันทร์, นายมงคล ชม ,นางรัศมี ทองสีดำ ,นายวิทยา ชาวเวียง,นายสมศรี ไกลพล,นายสมจิตร์ อารีย์,นายแสงทอง ประจำเมือง,นางสาวแสงเดือน สุพาพล, นายเหมือนทอง สมบุญมี และนายอุดร หลาบยองสี

พ.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้ เป็นความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อพี่น้องประชาชนจากการชุมนุมทางการ เมือง ที่ส่งผลกระทบทำให้ครอบครัวต้องตกระกำลำบาก ถือว่าเป็นของขวัญที่รัฐบาลมอบให้ ก็ขอให้นำเงินไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครอบครัว ส่วนการเยียวยารายอื่นๆหรือผู้ที่ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์คณะทำงานช่วยเหลือฯ ก็จะได้มีการประชุมพิจารณาหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ