วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แถลงข่าวการจัดการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลกคิงส์คัพ ครั้งที่ 28

จังหวัดอุดรธานี เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คิงส์คัพ ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2556 นี้

บ่ายวันนี้ ( 11 มิ.ย.56 ) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานแถลงข่าว การจัดการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลกคิงส์คัพ ครั้งที่ 28 โดยมีนายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี นายธนดร พุทธรักษ์ นายกสมาคมกีฬาจังหวัดอุดรธานี พันโทอภิศักดิ์ หมั้นทรัพย์ กรรมการสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย และนางสาวดวงสมร เจริญบัณฑิตชัย ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี ร่วมแถลงข่าว ทั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดอุดรธานีได้รับคัดเลือกจากสมาคมตะกร้อแห่งประเทศ ไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คิงส์คัพ ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2556 ณ อุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ซึ่งการแข่งขันในครั้งแบ่งการแข่งขันออกเป็น 8 ประเภทการแข่งขัน ประกอบด้วย เซปัคตะกร้อชาย /หญิง ทีมชุด ,เซปัคตะกร้อ ชาย/หญิง ทีมเดี่ยว ,เซปัคตะกร้อคู่ชาย/คู่หญิง ทีมเดี่ยว,ตะกร้อลอดห่วงสากลชาย และตะกร้อลอดห่วงสากลหญิง ซึ่งในการแข่งขันดังกล่าวคาดว่าจะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 34 ประเทศ ที่จะเข้ามาพักอาศัยในช่วงระหว่างวันที่ 15-23 กันยายน 2556 มากว่า 1,000 คน

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีจะกว้าเข้าสู่ปีที่ 121 หรือ ทศวรรษที่ 13 ของการก่อตั้งจังหวัด ในวันที่ 18 มกราคม 2556 นับแต่วันที่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงย้ายที่ตั้งบัญชาการมณฑลลาวพวน จากเมืองหนองคาย มาตั้งที่บ้านเดื่อหมากแข้ง จนกลายเป็นจังหวัดอุดรธานีในวันนี้ ในโอกาสนี้ จังหวัดจึงถือเอาการจัดการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์โลกชิงถ้วยพระราชทานพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คิงส์คัพ ครั้งที่ 28 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-22 กันยายน 2556 นี้เป็นปฐมฤกษ์ของการเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นศิริมงคลอย่างยิ่ง พร้อมฝากพี่น้องประชาชนร่วมกันคนละไม้ละมือเป็นเจ้าภาพที่ดี ทำให้การจัดการอข่งขันครั้งนี้ออกมาดีที่สุด สมพระเกียรติแก่พระองค์ท่าน และเป็นการประกาศความพร้อมของจังหวัดอุดรธานี ว่าเราเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นศูนย์กลางอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นเมืองแห่งโอกาสสำหรับคนทุกคน หรือ The City of opportunities for all 

นายวิเชียร ขาวขำ กล่าวว่า องค์การบริการส่วนจังหวัดอุดรธานี สนับสนุนงบประมาณในการแข่งขันฯครั้งนี้ 9,045,200 บาท และสนับสนุนงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาจังหวัดในการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการ แข่งขันกีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ รวมทั้งกีฬาคนพิการแห่งชาติ ที่สำคัญยังขอใช้พื้นที่สาธารณทุ่งลีตาห้า บริเวณหนองบุ เนื้อที่ 130 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างสนามกีฬากลางของจังหวัดอุดรธานีที่ได้มาตรฐาน และเป็นสำนักงานของสมาคมกีฬาจังหวัด พัฒนาเป็นศุนย์ฝึกและเก็บตั้วของนักกีฬาตัวแทนจังหวัดอุดรธานี



ทีมข่าวส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ 

ทบ.สร้างเครือข่ายทหารกองหนุนป้องกันยาเสพติด

กองทัพบก โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 24 อุดรธานี จัดฝึกอบรมทบทวนสมาชิกสมาคมทหารกองหนุน จากจังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่
บ่ายวันนี้ (11 มิ.ย. 56)ที่สโมสรนายทหารค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี พลตรี สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกทบทวนสมาชิกสมาคมทหารกองหนุน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด จากจังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภูและบึงกาฬ
พ.ท.วุฒิชัย สุคนธวัฒน์ รองหัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ.24 กล่าวว่า จากปัญหาสังคมปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในหลากหลายมิติ กองทัพบกโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และมีแนวคิดที่จะส่งเสริมอุดมการณ์ให้กับคนในชาติ เกิดความรักความสามัคคี โดยมุ่งเน้นให้สมาชิกทหารกองหนุนซึงปลดประจำการไปอยู่ตามภูมิลำเนา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือปัญหาสังคม การพัฒนาประเทศ การสร้างเครือข่ายช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ภายใต้กรอบแนวทางส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ได้เข้าใจหน้าที่ของคนไทย ในการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
กองทัพบก โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 24 จัดฝึกอบรมทบทวทนให้กับสมาชิกสมาคมทหารกองหนุน จำนวน 1 รุ่น 100 คน ห้วงระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน 2556 วัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกสมาคมทหารกองหนุน เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย เกิดความรัก ความสามัคคี และหวงแหนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้รับการเสริมสร้างความมีระเบียบ วินัย ความซื่อสัตย์สุจริต การเคารพสิทธิผู้อื่น และการใช้ชีวิตร่วมกันตามเกณฑ์ของสังคม นอกจากนั้น เป็นการสร้างพลังให้สังคมในหมู่สมาชิก ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นกลุ่มก้อน ให้สามารถเผชิญกับปัญหาสังคมต่างๆได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนของตนเอง


พลตรี สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผบ.มทบ.24 กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันปัญหาความมั่นคงของประเทศ เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามสภาพของเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ตลอดจนการแพร่ระบาดของยาเสพติดก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย กองทัพบกจึงมีโครงการที่จะดึงสมาชิกสมาคมทหารกองหนุนมามีส่วนร่วมในเรื่อง ความมั่นคงและการพัฒนาประเทศ โดยการฝึกอบรมทบทวน แม้จะมีระยะเวลาสั้นๆเชื่อว่าสมาชิกสมาคมทหารกองหนุนทุกคนจะได้รับความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนได้ทบทวนความเป็นชายชาติทหารอีกครั้งหนึ่ง และได้ตระหนักอยู่เสมอว่าตนเองยังเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหา



เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.

หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดอุดรธานี

หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ปรับแผนตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2556 นี้เป็นต้นไป เพื่อเติมน้ำลงในอ่างสำคัญๆ กักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงกลางฤดูทำนา และให้บริการบินสำรวจ คาดปีนี้อาจเกิดฝนทิ้งช่วงเหมือนปีที่ผ่านมา
เช้าวันนี้ ( 11 มิ.ย. 56 ) นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีมอบหมายให้นายสุขพล อินตาพรหม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี ร่วมบินสำรวจสภาพพื้นที่การเกษตรและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญๆและประชุม พบปะผู้แทนเกษตรกรในพื้นที่ท้ายโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวงอุดธานี เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคด้านน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ตลอดจนรับทราบข้อเสนอแนะจากผู้แทนเกษตรกร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม      


ทั้งนี้สืบเนื่องจากเดือนมิถุนายนได้เข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัวแล้ว แต่ปีนี้จังหวัดอุดรธานีทางตอนล่างและทิศตะวันตกมีปริมาณน้ำฝนต่ำมาก กระทงนาและไร่อ้อยยังแห้งแล้งขาดน้ำขัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ดูแลให้บริการปฏิบัติการฝนหลวงเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 หน่วย คือ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขอนแก่น อุบลราชธานี และนครราชสีมา แต่เนื่องจากการบินสำรวจพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พบว่าอ่างเก็บน้ำสำคัญๆยังขาดน้ำและต้องการให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มาตั้งหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี นายปนิธิ เสมอวงษ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออเกฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่นจึงปรับ แผนมาตั้งที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2556เป็นต้นไป โดยหน่วยดังกล่าวจะปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย และสกลนคร
นายพิทยา กุดหอม หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในปี 2555 มีพื้นที่ฝนทิ้งช่วง 3 อำเภอ 313 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 15,983 คน พื้นที่เกษตร 122,618 ไร่ และมีพื้นที่ภัยแล้ง 18 อำเภอ 131 ตำบล 1,277 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับความเสียหาย 40,715 คน พื้นที่ได้รับความเสียหาย 254,301 ไร่ ซึ่งในปี 255มีฝนตกตลอดปี 107 วัน ปริมาณน้ำในอ่างสำคัญ 15 แห่ง ที่ปริมาณกักเก็บรวม 275.830 ล้าบลูกบาศเมตร ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บเพียง 55.498 ล้านลูกบาศเมตร คิดเป็น 20.1 %
และจากรายงานสถานการณ์น้ำ ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2556 พบว่า ปริมาณน้ำฝนตกสะสมในปี 2556 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556- 9 มิถุนายน 2556 มีปริมาณน้ำฝนตกสะสมเท่ากับ 301.0 มิลลิเมตร มากกว่าปริมาณน้ำฝนตกสะสมในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ซึ่งปริมาณฝนตกรวม 272.5 มิลลิเมตร ในขณะที่ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556-9 มิถุนายน 2556 เท่ากับ 5.15 ล้านลูกบาศเมตรน้อยกว่าปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2555 ซึ่งมีปริมาณ เท่ากับ 23.47 ล้านลูกบาศเมตร ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2556 มีปริมาณทั้งสิ้น 16.68 ล้าบลูกบาศเมตร



 ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา

จังหวัดอำนาจเจริญประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

นาย วิฑูรย์  ศิริบูรย์ภักดี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนา ชาติไทย จังหวัดอำนาจเจริญ  เพื่อให้การเตรียมความพร้อมการคัดกรองผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  โดยจัดประชุม  ณ ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ   จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทางราชการได้ให้ความช่วยเหลือ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ในจังหวัดอำนาจเจริญ  ทั้งในด้านการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย  การมอบเงินช่วยเหลือ ดังนี้ ก่อนปี 2545  ได้จัดที่ดินที่อยู่อาศัยให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จำนวน 403 ครอบครัว  806 คน ปี 2550 มอบเงินช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จำนวน 2,440 ราย รายละ  125,000 บาท เป็นเงิน  305,000,000 บาท  ปี 2554  มอบเงินช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จำนวน 5,484 ราย รายละ  225,000 บาท เป็นเงิน  1,233,900,000 บาท

สำหรับ ในปี 2556  กอ.รมน.จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการเปิดรับคำร้องของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย โดยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จังหวัดอำนาจเจริญ มีมติให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่มีปัญหาความเดือดร้อนมาลงทะเบียนรับคำร้อง จากคณะกรรมการด้วยตนเอง และยื่นคำร้องด้วยตนเอง  โดยตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2556 ถึง วันที่ 15 พฤษภาคม 2556  มีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย มาลงทะเบียนรับคำร้อง จำนวน 5,625 ราย  และมายื่นคำร้อง จำนวน 4,731 ราย  สำหรับแนวทางการดำเนินการของคณะกรรมการคัดกรอง  พันเอกณรงค์ฤทธิ์  วิจิตร  รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญประธานคณะทำงาน ได้กำหนดจะเริ่มดำเนินการคัดกรองผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป  โดยมีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทีปฏิบัติงานในเขตงานจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 2,949 ราย แยกเป็นลำดับ ดังนี้  ลำดับที่ 1  ได้แก่อำเภอหัวตะพาน, อำเภอลืออำนาจ, อำเภอพนา, และอำเภอเมือง จำนวน 532 ราย  ลำดับที่ 2  อำเภอปทุมราชวงศา จำนวน 334 ราย  ลำดับที่ 3  อำเภอชานุมาน จำนวน 528 ราย  ลำดับที่ 4  อำเภอเสนางคนิคม จำนวน 1,554 ราย  และลำดับสุดท้าย ได้แก่ ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่ยื่นคำร้องจากจังหวัดอื่นๆ และผู้ตกค้าง  สำหรับสถานที่คัดกรอง มีดังนี้ 1. หอประชุมพญานาครินทร์  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  2. ห้องสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย (เดิม) ชั้น 2  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นที่พักคอย  3. ห้องประชุมสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ  ชั้น 2  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นห้องสัมภาษณ์ 



                                                                                                                                 จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญจัดโครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ยและสมานฉันท์”

วันนี้ (11 มิ.ย. 56) เวลา 09.00 น. ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ นายสุเจตน์           ส่งสัมพันธ์สกุล  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิด โครงการ "ร่วมใจไกล่เกลี่ยและสมานฉันท์  โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดขึ้น  วัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์เผยแพร่ความรู้และประโยชน์ของการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับของประชาชน อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว เป็นธรรมและความพึงพอใจให้แก่คู่ความทุกฝ่ายที่มีอรรถคดีในศาล

นายสุเจตน์        ส่งสัมพันธ์สกุล  ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าว่า การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้กำหนดให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของสำนักงานศาลยุติธรรม โดยเป็นกระบวนการสำคัญในการเป็นเครื่องมือเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินคดีของศาล เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่คู่ความและประชาชน ซึ่งจะได้มีทางเลือกในการระงับข้อพิพาทโดยเร็วประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นธรรม ลดความขัดแย้งของคู่ความ ตลอดจนการสร้างความรู้ ความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินคดี รวมทั้งสิทธิ หน้าที่ของจำเลยและผู้เสียหายในคดี อันจะส่งผลให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในสังคม ชุมชน และองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของการเสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนางานไกล่เกลี่ยข้อพิพาท คือการประชาสัมพันธ์เผยแพร่งานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเป็นที่ยอมรับของคู่ความและประชาชน ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอำนาจเจริญ  จะดำเนินการให้ความรู้การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2556  เพื่อจะได้นำความรู้ไปใช้ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและสังคม ในชุมชนต่อไป




จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

ร้อยเอ็ดเตือนสภาวะฝนตกหนัก 4-5 วันนี้ สาเหตุจากมรสุมตะวันออกเฉียงใต้

นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้จะมีฝนตกหนัก สาเหตุจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง พัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและต่างประเทศ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงบางแห่ง ระหว่างวันที่ 11-14 มิถุนายน นี้

จังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรง ประชาชนควรติดตามรับฟังข่าวสารจากสถานีวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์ เคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่นและอาสาสมัครในพื้นที่อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยให้ดูแลบ้านเรือนโรงเรือนสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ให้แข็งแรง ตัดแต่งต้นไม้และกิ่งไม้ ไม่ควรใช้เครื่องมือสื่อสารโทรศัพท์มือถือกลางที่โล่งแจ้งในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง คอยเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากอาคารสิ่งก่อสร้างไม่มั่นคงแข็งแรง พิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แจ้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน

ทั้งนี้ ควรระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว หากเจ็บป่วยให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืช
และสัตว์ หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น ให้แจ้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตพื้นที่นั้น ๆ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ตามหมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๓๕๑-๕๑๑๘ โทรสาร
๐-๔๓๕๑-๓๐๙๗



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว
 กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 

ร้อยเอ็ด เดินหน้าบูรณาการจัดสรรงบประมาณ พร้อมสู่การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 “ร้อยเอ็ดเกมส์” 2 - 11 ก.ย. นี้

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานคลังจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุม คณะทำงานเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ด้านการควบคุมงบประมาณ การรับและการเบิกจ่าย รวมทั้งการพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณ

วันนี้ เวลา 10.00 น. (11 มิ.ย. 56) นายพงศ์พิตร์ ฤทธิแสง คลังจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการควบคุมงบประมาณ การรับและการเบิกจ่าย รวมทั้งการพิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณ  ณ  ห้องประชุมพระเวสสันดร ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้  คณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามข้อบังคับคณะกรรมการดำเนินการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ว่าด้วยงบประมาณและการเงิน พ.ศ. 2556 และว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2556 โดยคณะกรรมทั้ง 16 ฝ่าย ให้มีความเข้าที่ถูกต้องตรงกัน

นายพงศ์พิตร์ ฤทธิแสง คลังจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ให้คณะทำงานทุกคณะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงิน  บัญชีและเจ้าหน้าที่พัสดุ  เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานก่อนที่จะเบิกเงินต่อประธานคณะ กรรมการฝ่าย   
 งบประมาณและการเงิน ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายงบประมาณและการเงิน จะดำเนินการ รับ  เบิก - จ่าย โดยใช้ข้อบังคับคณะกรรมการดำเนินการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ว่าด้วยงบประมาณและการเงิน พ.ศ. 2556 และว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2556, ระเบียบการเงินการคลังและระเบียบสำนักนานยกรัฐมนตรีว่าด้วยการ พ.ศ.2535 ต่อไป

 

คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117   

อุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่อง "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง" ทั่วประเทศมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในช่วงวัน ที่ 9 - 14 มิถุนายน 2556 ขณะที่ยโสธร เกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่อง "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง" มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรง ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ทั่วประเทศมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในช่วงวัน ที่ 9 - 14 มิถุนายน 2556

สำหรับสภาพอากาศจังหวัดยโสธร ในรอบสัปดาห์นี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก จะเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 25-37 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-12 และ15-16 มิ.ย. จะมีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง ประชาชนควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับพืชผลทางการเกษตร ตลอดจนเกษตรกรผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้อยู่ในที่ชื้นแฉะ รวมทั้งดูแลโรงเรือนไม่ให้ฝนสาดและอับชื้นเพราะจะทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย



ส.ปชส.ยโสธร / ปิยะนุช 11 มิ.ย.56

จังหวัดมุกดาหารลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อเป็นการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิและป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและความรุ่นแรงในครอบครัว

ที่โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ จังหวัดมุกดาหารนายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน เพื่อเป็นการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิและป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ความรุนแรงในครอบครัวและการค้ามนุษย์ และงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสวัสดิ์ ชูสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัย อันร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติ เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นเรื่องที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญและจับตามองเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งรัฐบาลไทยถือว่าการค้ามนุษย์เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังเด็ดขาด จากนั้นเป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและองค์กร ต่างๆ 19 หน่วยงานโดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

นายสวัสดิ์ ชูสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวว่าการป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ความรุนแรงในครอบครัวและการค้ามนุษย์จะเกิดผลดีและมีประสิทธิภาพ ทั้งการป้องกันปัญหา การรับแก้ไขปัญหา และการเยียวยาความเดือนร้อนเสียหาย จะต้องอาศัยการบูรณาการ การทำงาร่วมกัน ทั้งในระดับพื้นที่ ชุมชน ตำบล อำเภอและจังหวัด รูปแบบทีมสหวิชาชีพ และต้องมีมาตรการป้องกันปัญหา การแก้ไขปัญหาและการเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายที่เกิดจากปัญหาดังกล่าว จึงสมควรมีกรอบและแนวทางปฏิบัติร่วมกันและพัฒนาความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
 


พิพัฒน์ เพชรสังหาร สปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สุระณรงค์ อ่อนสนิท สปชส.มุกดาหาร/ภาพ

อุตุฯเตือน มหาสารคาม มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่อง "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง" ทั่วประเทศมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในช่วงวัน ที่ 9 - 14 มิถุนายน 2556 ขณะที่มหาสารคาม เกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3 เรื่อง "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง" มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย เริ่มมีกำลังแรง ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ร่องมรสุมจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ทั่วประเทศมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในช่วงวัน ที่ 9 - 14 มิถุนายน 2556

สำหรับสภาพอากาศจังหวัดมหาสารคาม ในรอบสัปดาห์นี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก จะเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 24-36 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 10-12 และ15-16 มิ.ย. จะมีฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง ประชาชนควรระวังและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับพืชผลทางการเกษตร ตลอดจนเกษตรกรผู้ที่เลี้ยงสัตว์ควรดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้อยู่ในที่ชื้นแฉะ รวมทั้งดูแลโรงเรือนไม่ให้ฝนสาดและอับชื้นเพราะจะทำให้สัตว์เลี้ยงอ่อนแอและ เป็นโรคได้ง่าย
 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามปล่อยขบวนรถลงพื้นที่ตามหมู่บ้านทำหมันสุนัข - แมว แก้ปัญหาสุนัข - แมวจรจัด

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ปล่อยคาราวานหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกไปตามหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อทำหมันให้กับสุนัขและแมว ตามโครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม

ที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม นายธนิตย์ เอนกวิทย์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในการปล่อยคาราวานหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ออกไปตามหมู่ บ้าน/ชุมชน เพื่อทำหมันให้กับสุนัขและแมว ตามโครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นโครงการที่จังหวัดมหาสารคาม มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ผ่าตัด ทำหมัน สุนัข และแมว และเริ่มเปิดโครงการดังกล่าวที่อำเภอบรบือ เมื่อเช้านี้ (11-6-56)

รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า โครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม เป็นแนวทางหนึ่งในการลดจำนวนสัตว์พาหะของโรคพิษสุนัขบ้า ตามนโยบายกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทยภายในปี พ.ศ. 2563 อีกทั้งยังเป็นการลดจำนวนประชากร สุนัข และแมว จำกัดจำนวนให้เหมาะสมกับผู้เลี้ยงที่สามารถดูแลได้โดยไม่เกิดปัญหาการทิ้ง ให้เป็นสุนัข หรือแมวจรจัด ตลอดจนแก้ไขปัญหาสุนัขที่ผู้เลี้ยงไม่ต้องการ แล้วถูกส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

โครงการวางแผนครอบครัวสุนัขและแมว เพื่อแก้ไขปัญหาสุนัข-แมว จรจัด อย่างยั่งยืน จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม จะดำเนินการแบบบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระหว่างวันที่ 11-30 มิถุนายน 2556 เป้าหมายดำเนินการ จำนวน 142 แห่ง ครอบคลุม 13 อำเภอ จำนวน 3,000 ตัว
 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รพ.มหาสารคามจัดโครงการพัฒนาระบบการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้านการรักษาพยาบาลและการจัดการเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อขัดแย้ง

โรงพยาบาลมหาสารคามเปิดโครงการพัฒนาระบบการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้าน การรักษาพยาบาลและการจัดการเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อสร้าง เครือข่ายภาคประชาชนในการรับเรื่องร้องเรียนของผู้มาใช้บริการ  

11-06-56 ที่ห้องประชุมตักสิลา โรงพยาบาลมหาสารคามเปิดโครงการพัฒนาระบบการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้านการ รักษาพยาบาลและการจัดการเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อขัดแย้งเพื่อสร้างเครือ ข่ายภาคประชาชนในการรับเรื่องร้องเรียนของผู้มาใช้บริการโดยมีนายแพทย์ ไพบูลย์ อัศวธนบดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม ฝ่ายบริการเป็นประธานเปิดโครงการ


นายแพทย์เสน่ห์ บูรณวรศิลป์ ประธานคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อขัดแย้งโรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า ด้วยพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคคือได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทั้งยัง ป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการฟ้องร้องในทางคดีความยุ่งยากได้ รวมทั้งไม่ขยายความขัดแย้งระหว่างประชาชนและผู้ให้บริการโรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งมีผู้มาใช้บริการจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ยังพบเหตุการณ์ไม่พึง ประสงค์และข้อร้องเรียนอยู่ ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลมหาสารคามจะมีการพัฒนาคุณภาพทุกด้านอย่างต่อเนื่องมาโดย ตลอดทั้งด้านมาตรฐานวิชาชีพ ด้านระบบบริการ ด้านบุคลากร อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม แต่ยังพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ข้อร้องเรียนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการสื่อสารและความไม่เข้าใจในขั้นตอนการ บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขและประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้เรื่องการใช้ สิทธิด้านการรักษาพยาบาลจึงทำให้เกิดข้อขัดแย้งเกิดขึ้น ในการแก้ปัญหาดังกล่าวมีความจำเป็นต้องอาศัยสัมพันธภาพที่ดีระหว่างโรง พยาบาลมหาสารคามและเครือข่ายภาคประชาชนและต้องมีการประชาสัมพันธ์ความรู้ ด้านสิทธิและสวัสดิการสาธารณสุข ขั้นตอนการใช้สิทธิแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความร่วมมือจากเครือข่ายภาค ประชาชนและยังเป็นการฟื้นฟูสัมพันธภาพระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณ สุขกับประชาชน
ด้านนายแพทย์ไพบูลย์ อัศวธนบดี รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคามฝ่ายบริการกล่าวว่าการดำเนินโครงการพัฒนา ระบบการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านสวัสดิการการรักษาพยาบาลและการ จัดการเรื่องร้องเรียนและแก้ไขข้อขัดแย้งของโรงพยาบาลมหาสารคามในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการบริการแบบมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นการสร้างเครือข่าย รับฟังข้อเสนอแนะข้อร้องเรียนในชุมชน เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาคุณภาพการบริการของโรงพยาบาลมหาสารคามและรักษาความ สัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการละประชาชน ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน การจัดโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่าย แกนนำภาคประชาชน ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน ตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใน เขตอำเภอเมืองมหาสารคามจำนวนกว่า 150 คน



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ตำรวจชุมชนสัมพันธ์มหาสารคาม สร้างเครือข่ายพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด

ตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ร่วมกับ อบจ.มหาสารคาม สร้างเครือข่ายพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ด้วยการอบรมสมัชชาแกนนำ หวังเป็นกำลังสำคัญให้เข้ามาทำหน้าที่เฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหายาเสพติดขึ้น ในหมู่บ้าน/ชุมชน

ระหว่างวันที่ 11-12 มิถุนายน 2556 สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ได้นำสมัชชาแกนนำต่อต้านยาเสพติดจากหมู่บ้านและชุมชนในเขตอำเภอเมือง ที่มีจิตอาสา รวม 295 คน มาเข้ารับการอบรมตามโครงการตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างพลังสังคมและชุมชนเอาชนะยาเสพติด พัฒนาแกนนำหมู่บ้าน/ชุมชนเหล่านี้ให้เข้ามาทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังป้องกัน มิให้เกิดปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในพื้นที่

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมแกนนำสมัชชาต่อต้านยาเสพติดว่า โครงการตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เป็นการผนึกกำลังภายใต้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดของหมู่ บ้าน/ชุมชน โดยเน้นด้าน กายบำบัด จิตบำบัด อาชีวะบำบัดและชุมชนบำบัด พร้อมสร้างกฎเหล็กของหมู่บ้าน/ชุมชนเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติด ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้ผู้ติดยาเสพติด ขณะเดียวกันนำผู้เสพ ผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ ลดจำนวนผู้ติดยาให้หมดไป ตลอดจนสร้างแนวทางการแจ้งข่าว ความเคลื่อนไหว หรือพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ค้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม รับรางวัล “ระฆังทอง” บุคคลดีเด่นแห่งปี

นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลดีเด่น สาขาผู้นำท้องถิ่น ประจำปี 2556 รางวัล "ระฆังทอง” โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นองค์ประธานมอบเกียรติบัตร ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

(11-6-56) ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม เข้ารับรางวัลระฆังทอง (บุคคลแห่งปี) ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ.2556 สาขาสาขาผู้นำท้องถิ่นดีเด่น ซึ่งจัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นองค์ประธานในการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับรางวัล

สำหรับรางวัลระฆังทอง ประกอบด้วย ประเภทสาขาสื่อสารมวลชน ประเภทบุคคลและองค์กร นักพัฒนาองค์กร นักประชาสัมพันธ์ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้นำท้องถิ่น โดยบุคคลที่ได้รับรางวัลได้เป็นตัวอย่างการประพฤติในวัฒนธรรมไทยอันดีงาม ซึ่งจะส่งผลต่อประชาชนและเยาวชนที่จะมีแบบอย่างที่ดีทั้งด้านความประพฤติ และวัฒนธรรม



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี หรือ พอ.สว.จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 8 มิย56 เวลา 14.02 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมัครสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนี เสด็จไปยังโรงเรียนเมืองพลับพลาพิทยาคม บ้านหนองแวงน้อย อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.ที่โปรดให้ออกหน่วยบริการแก่ราษฎรผู้เจ็บป่วยยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

บ้านหนองแวงน้อย มีราษฎร 178 หลังคาเรือน 774 คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม สำหรับการเสด็จครั้งนี้ โปรดให้แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขจากโรงพยาบาลต่างๆ ร่วมกับหน่วยแพทย์พระราชทาน สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ให้บริการแก่ราษฎร โดยมีผู้บริจาคการตรวจโรค และด้านทันตกรรม รวม 197 คนโรคที่พบมากที่สุดเป็นโรคเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ มีผู้ป่วยที่ต้องส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลในพื้นที่ และส่วนกลางจำนวน 24 คน และมีผู้ป่วยนำเฝ้า เพื่อมีพระวินิจฉัยในการหาแนวทางการรักษา จำนวน 8 คนป่วยเป็นโรคต่างๆ อาทิ โรคผิวหนังพุพอง, โรคลิ้นหัวใจรั่วและลิ้นหัวใจตีบ, โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อเท้าผิดรูป, โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง โดยทรงซักถามอาการ พร้อมพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ป่วย ซึ่งจะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์, โรงพยาบาลศิริราช, สถาบันโรคผิวหนัง และ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นอกจากนี้ ยังมีสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ไปให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงด้วย โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว.จังหวัดนครราชสีมา เฝ้าซึ่งเป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 42 ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 ในการนี้มีพระดำรัสเรื่องการแบ่งปัน ซึ่งควรปลูกฝังแต่ยังเด็ก

สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง จัดการประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ และนิทรรศการมันสำปะหลังแห่งชาติ ที่ มทส.

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า จังหวัดนครราชสีมา จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ระดับนานาชาติ อีกครั้ง คือการประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติหรือมันสำปะหลังโลก วันที่ 20 – 23 มิถุนายน นี้

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติ จะมีการจัดนิทรรศการมันสำปะหลังแห่งชาติด้วย คือ "World Tapioca Conference and Thailand Tapioca Exhibition 2013” จัดระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายน 2556 ที่ อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา มีการเรียนเชิญนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาฯ จะมีผู้ค้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศ และผู้ประกอบการในประเทศ เดินทางมาร่วมสัมมนาฯ ครั้งนี้ด้วย
 
การประชุมสัมมนาฯและการจัดนิทรรศการฯครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศ สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นผู้นำของไทยด้านการผลิต การค้า และการส่งออกมันสำปะหลัง ให้กับผู้ประกอบการค้าต่างประเทศ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ผลิตมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศ จึงมีการจัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ให้แก่เกษตรกร ซึ่งจะมีการจัดสัมมนาย่อยในคราวเดียวกัน
 

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมสัมมนามันสำปะหลังนานาชาติ และชมนิทรรศการมันสำปะหลังแห่งชาติ "World Tapioca Conference and Thailand Tapioca Exhibition 2013” ระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายน 2556 ที่ อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา และรับฟังการอภิปรายกลุ่มย่อยที่ท่านสนใจได้ทุกกลุ่ม 

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันนายเอกยุทธหายตัวไปไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล ระบุรัฐบาลไม่นิยมให้ความรุนแรง

วันนี้ (11 มิ.ย. 2556) เวลา 12.30 น. ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวภายหลังจากมอบนโยบายด้านยาเสพติดที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีการหายตัวไปของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดังว่า นายเอกยุทธเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และมีศัตรูมาก ซึ่งหลังจากควบคุมตัวคนขับรถของนายเอกยุทธไว้ได้แล้ว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนวิเคราะห์สาเหตุที่นายเอกยุทธหายตัวไป อยู่ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่อย่างไรก็ตามตนยืนยัน หากเกิดอะไรขึ้นกับนายเอกยุทธ ไม่ได้เกิดจากฝีมือของรัฐบาลอย่างแน่นอน ซึ่งที่มีคนกล่าวว่ารัฐบาลไปคุกคามนายเอกยุทธไม่เป็นความจริง รัฐฐาลไม่นิยมการใช้ความรุนแรง เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องทำแบบนั้น ตรงกันข้ามการมีนายเอกยุทธถือว่าเป็นมีสีสันในระบอบประชาธิปไตย ส่วนเรื่องที่มีการพาดพิงว่านายเอกยุทธมีปัญหาฟ้องร้องกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นั้น ตนยืนยันว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์เป็นคนดี และไม่เกี่ยวข้องกับการที่นายเอกยุทธหายตัวไปแน่นอน

ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมปรับกฏหมายเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับขบวนการค้ายาเสพติด

วันนี้ (11 มิ.ย. 56) เวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ร้อยตำรวจเอก ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด แห่งชาติ (ศพส.) พร้อมด้วย พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก ดร.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส) ได้เดินทางมามอบนโยบาย เร่งรัดการดำเนินงานแผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กว่า 4,800 คน เข้าร่วมรับฟังนโยบาย ในโอกาสนี้ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำผู้เข้าร่วมรับนโยบายกล่าวประกาศแสดงเจตนารมย์ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในการที่จะร่วมพลังแผนดินต่อสู้เอาชนะปัญหายาเสพติดด้วยจิตอาสาร่วมกันแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังให้หมดสิ้นไปจากจังหวัดนครราชสีมา โดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เร่งดำเนินการแก้ไขในส่วนที่ยังเป็นจุดอ่อน โดยเน้นการปราบปรามยาเสพติด ควบคู่ไปกับการบำบัดรักษาผู้ติด เพื่อลดจำนวนผู้ติดยาเสพติดให้ลดลง โดยให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดนำร่องในพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิมยังมีแนวคิดที่จะปรับแก้กฎหมายให้ร่นระยะเวลาการลงโทษผู้ค้ายา เสพติด จากเดิมที่ต้องต่อสู้คดีกัน 3 ศาล ให้เหลือเพียงศาลชั้นต้น กับศาลอุทธรณ์ ซึ่งหากศาลทั้งสองตัดสินตรงกันก็ไม่ต้องให้ศาลฎีกาตัดสิน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดลดระยะเวลาการประหารชีวิตแก่ผู้ค้ายาเสพติด จากเดิมที่ให้ลงโทษประหารชีวิตนักโทษค้ายาเสพติดภายหลังจากมีคำพิพากษาถึง ที่สุดแล้ว 60 วัน ให้เป็นประหารชีวิตภายใน 7 วัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สร้างเอกลักษณ์ การแต่งกายของข้าราชการ

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้กำหนดการแต่งกายให้ข้าราชการ เพื่อเชิดชูเอกลักษณ์ผ้าไหมนครราชสีมา และผ้าพื้นเมืองให้โดดเด่น ตามนโยบายส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไหม

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๔ เรื่องขอเชิญชวนให้แต่งกายชุดผ้าไหมหรือผ้าไทย และการแต่งกายด้วยเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกส่วนราชการแต่งกายไปแล้ว นั้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาพิจารณาแล้วเห็นว่า การแต่งกายมาปฏิบัติราชการของข้าราชการมีความหลากหลายและมีการแต่งกาย เครื่องแบบราชการเป็นส่วนน้อย ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดความพร้อมเพรียงและเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย รวมทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมกลุ่มอาชีพผลิตผ้าไหม ผ้าฝ้ายของชุมชนต่างๆ จึงได้ขอความร่วมมือจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ข้าราชการ, เจ้าหน้าที่ ในสังกัด แต่งกายมาปฏิบัติราชการโดยพร้อมเพรียงกัน โดยกำหนดการแต่งกายตามวันดังนี้

๑. ทุกวันจันทร์ ให้แต่งกายชุดปฏิบัติราชการสีกากี

๒. ทุกวันอังคาร แต่งกายชุดผ้าไหมหางกระรอก ผ้าไหมโคราชสีแสดหรือสีอื่นๆ ตามความเหมาะสม

๓. ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี แต่งกายสุภาพ

๔. ทุกวันศุกร์ ใส่เสื้อ TO BE NUMBER ONE

๕. วันประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมาและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นครราชสีมา นายอำเภอ และวันงานประเพณีสำคัญ ให้แต่งกายผ้าไหมหางกระรอกสีแสด ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดนครราชสีมา

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เมื่อทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ก็จะเป็นการส่งเสริมอาชีพการทอผ้า ร้านค้าตัดเย็บ และผ้าไหมหางกระรอก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของจังหวัดนครราชสีมา จะเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น 

จังหวัดขอนแก่นทำพิธีมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนตามโครงการ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย ถวายไท้พ่อหลวงของปวงชน

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานมอบโฉนดที่ดินให้กับราษฎรในเขตอำเภอ อุบลรัตน์3 ตำบลจำนวน 299 แปลงตามโครงการ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย ถวายไท้ พ่อหลวงของปวงชนที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ นายวิโรจน์ เตชะจันตะ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าทางกรมที่ดินได้โครงการ มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย ถวายไท้ พ่อหลวงของปวงชน เพื่อเป็นกิจกรรมน้อมถวายแดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล ที่พระองค์ทรงพระชนมพรรษา 86 พรรษา ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ใน ที่ดิน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ครอบครองที่ดินทุกคนสามารถประกอบอาชีพของตนเอง เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินหลังจากที่ดังกล่าวแต่ก่อนอยู่ในความดูแลของนิคม สร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวแสดงความยินดีกับทุกคนที่มารับในครั้งนี้ และได้เตือนให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สามารถนำไปแปลงทรัพย์สินเป็นทุนได้แต่ มันจะเหมือนดาบสองคมหากใช้จ่ายไม่ระวังโฉนดอาจหายไปจากเราได้เพราะแต่ก่อน เป็นหนังสือการทำกินนิคมสร้างตนเอง ยังไงก็อยู่กับเราแต่เมื่อเป็นโฉนดแล้วอาจจะไม่ใช่ของเราก็ได้ดังนั้นจึงฝาก ทุกคนหากนำไปแปลงสินทรัพย์ให้ใช้จ่ายด้วยความระวังแล้วท่านจะไม่เดือดร้อน        

วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ธนาคารกรุงไทยสาขาศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญย้ายที่ทำการใหม่ ไปยู่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ

นายอุดมศักดิ์  เอี๊ยวชัยพร  ผู้จัดการธนาคารกรุงไทยสำนักงานเขตมุกดาหาร  เปิด เผยว่า ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 มีนโยบายหลักคือ การเพิ่มศักยภาพเพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน โดยดำเนินงานปรับปรุงระบบงาน การพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ การปรับปรุงสำนักงานสาขา การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีนโยบายที่จะขยายเครือข่าย และช่องทางการให้บริการลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบาย และประหยัดเวลาในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

สำหรับ ธนาคารกรุงไทยสาขา หน้าศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญได้ย้ายที่ทำการจากสาขาศาลากลางจังหวัด อำนาจเจริญ ด้วยที่ทำการเดิมมีพื้นที่คับแคบไม่สะดวกต่อการให้บริการลูกค้า โดยได้ย้ายมาอยู่ ณ  ที่ทำการแห่ง ใหม่ บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ และเปลี่ยนชื่อเป็น สาขาหน้าศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญ โดยจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 18.00 น.  โดยมี คุณธัญญา  พัฒนธัญญา  เป็นผู้จัดการสาขา มีพนักงานทั้งสิ้น จำนวน 6 คน  และในวันนี้ได้มีพิธีเปิดที่ทำการสาขาหน้าศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  โดยมีนายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อความเป็นศิริมงคล สำหรับสาขาแห่งนี้จะให้บริการรับฝากถอนเงิน , บริการสินเชื่อ , เปิดบัญชีใหม่ , ทำบัตร ATM และแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ    จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปใช้บริการธนาคารกรุงไทย สาขาหน้าศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป    

จังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาค และการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2556

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้จังหวัดอำนาจเจริญ ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาค ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 19 30 สิงหาคม 2556 และให้เป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2556 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนเขต 3 ภาคอีสานตอนล่าง ระหว่างวันที่ 16 24 พฤศจิกายน 2556  ณ  จังหวัดอำนาจเจริญ โดยจะมีนักกีฬา  ผู้ ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ของจังหวัดต่างๆ ภายในเขต 3 จำนวน 10 จังหวัดเข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 4,000 คน ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา  อุบลราชธานี  มุกดาหาร  ร้อยเอ็ด  บุรีรัมย์  ชัยภูมิ  สุรินทร์      ศรีสะเกษ  ยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ

นายวิฑูรย์  ศิริบูลย์ภักดี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า เพื่อให้การจัดการแข่งขันกีฬา ระหว่างโรงเรียนส่วนภูมิภาค และจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2556 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนเขต 3 ภาคอีสานตอนล่าง ประจำปี 2556 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ จังหวัดอำนาจเจริญจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และจัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อม ณ  ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โดยที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อเกมส์การแข่งขัน "อำนาจเจริญเกมส์




จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัด คณะที่ 5 จัดสัมมนา “การกำกับดูแลและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการไปสู่การปฏิบัติ”

วันนี้ (10 มิ.ย. 56) นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน เปิดการสัมมนา "การกำกับดูแลและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการควบคุมภายในและการบริหารความ เสี่ยงของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการไปสู่การปฏิบัติ” ณ โรงแรมลายทองจังหวัดอุบลราชธานี

คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัด คณะที่ 5 จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการควบคุมภายในและการ บริหารความเสี่ยง ให้ความรู้แก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติราชการระดับเจ้าหน้าที่ของ จังหวัด โดยมุ่งเน้นการนำความรู้ในเชิงวิชาการไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานได้ อย่างบรรลุผลสัมฤทธิ์ในหัวข้อเรื่อง "การกำกับดูแลและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการควบคุมภายในและการบริหารความ เสี่ยงของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการไปสู่การปฏิบัติ” ให้แก่ผู้กำกับดูแลและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการควบคุมภายในและบริหาร ความเสี่ยง ในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัด คณะที่ 5 จำนวน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกี่ยวกับการกำหนดแนวทางวิธีการ การตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการได้ปรับปรุงแนวทางการสอบทานและการประเมินผล ด้านการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลคณะต่าง ๆ สามารถตรวจสอบ ได้อย่างถูกต้องและมีรูปแบบการรายงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านการควบคุมภายในตามที่สำนักงานการตรวจ เงินแผ่นดินกำหนด โดยจัดการสัมมนาครั้งที่ 2 ในวันนี้มีจังหวัดในกลุ่มจังหวัด คณะที่ 5 ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ นคราชสีมา บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี และมุกดาหาร โดยมีการบรรยายให้ความรู้ "หลักการบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล กรณี การควบคุมภายและการบริหารความเสี่ยง” จากนั้นจะเป็นการบรรยายและการจัดทำ Workshop ในเรื่อง "แนวทางและวิธีการดำเนินการด้านการควบคุมภายในและการบริหาราความเสี่ยง”
 


จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

สำนักงานส่งเสริม และพัฒนาการเกษตรเขต3 จังหวัดระยอง ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานของ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว เพื่อคัดเลือกบุคคลและหน่วยงานดีเด่น ประจำปี 2556

วันนี้ (10 มิถุนายน 2556 ) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในการต้อนรับคณะกรรมการจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขต 3 จังหวัดระยอง นำโดยนายมนตรี กล้าขาย ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและฝึกอบรม ,นายวิทยา พลเยี่ยม ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ และคณะผู้ติดตาม ซึ่งเดินทางมาตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว เป็น 1 ใน 3 จังหวัด ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในรอบที่ 2


นายมนตรี กล้าขาย ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและฝึกอบรม กล่าวว่า การ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากร และหน่วยงานที่สร้างผลงานดีเด่น และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร องค์กรของเกษตรกร สังคมและชุมชน ได้รับการยกย่อง เผยแผ่เกียรติคุณ และเกิดความภาคภูมิใจในการร่วมแรงร่วมใจ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานจนได้รับรางวัลดีเด่น อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคลากร และหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรเกิดการพัฒนาและแข่งขันการปฏิบัติงานตามแบบอย่างที่ดี อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรที่ยั่งยืนสืบไป สำหรับการประเมินในครั้งนี้ มีนายสมจิตร ธีระบุญชัยกุล เกษตรจังหวัดสระแก้ว เป็นผู้นำข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดของสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว เข้ารับการประเมินเพื่อคัดเลือกบุคคลและหน่วยงานดีเด่น ประจำปี 2556

สระแก้วจัดประชุมหารือจัดกิจกกรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556

ที่ ห้องประชุมสระแก้ว  ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ชั้น 3 นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการประชุมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ตามโครงการสระแก้วหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดซึ่งประเทศไทยได้ยึดถือปฏิบัติและยืนยันเจตนารมณ์ อย่างแน่วแน่ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและทางรัฐบาล ก็ได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยมียุทธศาสตร์ "พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด” เป็นยุทศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลด้วยการ ระดมกำลังของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด รวมถึงการรณรงค์และจัดกิจกรรมให้สอดรับกับแผนและยุทธศาสตร์การดำเนินงานการ แก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล


นายชูศักดิ์  ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า  ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสระแก้วจึงได้จัดทำโครงการ สระแก้วหัวใจสีขาวร่วมต้านยาเสพติด ขึ้นโดยได้จีดกิจกรรมโครงการสัปดาห์รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยจัดให้มีกิจกรรมดังนี้ กิจกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว  การรณรงค์และการแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONEโดยสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว  การรณรงค์และการแก้ไขปัญหายาเสพติดของเยาวชนในสถานศึกษาและการรณรงค์และการแก้ไขปัญหายาเสพติด นอกสถานศึกษา โดยสังกัดกระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้วและกิจกรรมคนสระแก้วหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด โดยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสระแก้วโดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ณ ห้องประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว จึงขอเชิญร่วมกิจกรรมตามวันและเวลาดังกล่าว

ประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว เรื่อง ผลการคัดเลือกผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประจำจังหวัดสระแก้ว

นายปรีดา บุญฉิม เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ได้มีประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว

เรื่อง ผลการคัดเลือกผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประจำจังหวัดสระแก้ว

ตามที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการจัดให้มีการเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรให้เหลือประเภทละหนึ่งคนเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด เมื่อวันที่ 28 – 30 พฤษภาคม 2556 นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วย

กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๕ ข้อ ๒๓ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด จึงประกาศผลการคัดเลือกผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสระแก้ว ดังนี้

๑. สมาคมหรือชมรมครู อาจารย์ หรือสมาคมทางด้านการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายวินัย รื่นกลิ่น

๒. สภาทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา  ได้แก่ นายกริชรัตน์ เฮงเจริญ

๓. สมาคมหรือชมรมพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือสภาแรงงาน หรือสหภาพแรงงาน ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายโกสินธุ์ มังคละคีรี

๔. สภาหอการค้าจังหวัดหรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดหรือชมรมธนาคารพาณิชย์จังหวัด            ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นางสาวนนัญญ์อร นราเศรษฐวัฒน์

๕. กลุ่มอาสาสมัคร  ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายพัฒนา พรมเผ่า

๖. องค์กรเอกชน  ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายสมชาย แก้วสุทธิ

๗. องค์กรเกษตรกร  ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายนิธิโชติ นวมมณีรัตน์

๘. สมาคมหรือชมรมสื่อมวลชน ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่ นายสมศักดิ์ สารการ

๙. หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการสรรหา ได้แก่  นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์

ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียผู้ใดประสงค์จะโต้แย้งหรือคัดค้านการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสระแก้ว สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองตามแบบ ป.ป.จ. 18 ต่อผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว ภายใน             เจ็ดวันนับแต่วันที่ 4 - 10 มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา 08.30 น. – 16.30 น.
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว
เบอร์โทรศัพท์ 037 – 425353 – 5


จังหวัดนครราชสีมาทำพิธีปลุกเสกเหรียญย่าโม 1 แสนเหรียญมอบให้ผู้ร่วมเดิน-วิ่งโอลิมปิกเดย์ 2013 พร้อมตรวจสอบเส้นทางเดิน-วิ่ง ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร

เช้าวันนี้ (10 มิ.ย. 2556) เวลา 08.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย, พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย, ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมากว่า 500 คน ได้ร่วมกันจัดพิธีพุทธาภิเษกเหรียญท้าวสุรนารี หรือเหรียญย่าโม จำนวน 1 แสนเหรียญ ที่เตรียมไว้มอบเป็นที่ระลึกให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง โอลิมปิกเดย์ 2013 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2556 ที่จังหวัดนครราชสีมา ในโอกาสที่เมืองโคราชมีอายุครบ 357 ปี พร้อมกันนี้คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ยังได้เดินทางไปสำรวจความพร้อมของเส้นทางการเดิน-วิ่ง โอลิมปิกเดย์ 2013 ด้วย ซึ่งพบว่าการเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยเป็นอย่างดี สำหรับพิธีปลุกเสกเหรียญที่จะมอบเป็นที่ระลึกแก่ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้ คณะกรรมการจัดงานฯ ได้เตรียมเหรียญท้าวสุรนารีไว้จำนวน 1 แสนเหรียญ ซึ่งเหรียญดังกล่าวจะมีสัญลักษณ์โอลิมปิก และรูปเหมือนท้าวสุรนารีประดับไว้บนเหรียญ และคาดว่าในวันดังกล่าวจะมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 1 แสนคน ซึ่งคณะกรรมการจัดงานฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้ม งวดด้วยโดยกิจกรรมในวันดังกล่าวแบ่งเป็น การเดินระยะทาง 3 กิโลเมตร และการวิ่งระยะทาง 10.5กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ผ่านไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และกลับมาเข้าเส้นชัยที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

รายงานพิเศษ..โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองมหาสารคาม..ค่ายบำบัดเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

เยาวชนในจังหวัดมหาสารคาม ที่หลงผิดเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกนำมาเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ในรูปแบบค่ายของโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง หวังปรับทัศนคติ พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ห่างไกลจากยาเสพติด โดยไม่หวนกลับไปเสพซ้ำ ติดตามได้จากรายงาน...

ตลอดระยะเวลา 15 วัน ของโครงการปรับทัศนคติและพัฒนาคุณภาพชีวิต โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง โดยฝ่ายปกครอง จังหวัดมหาสารคาม ที่ได้นำเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่หลงผิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 60 คน มาเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจบำบัด โดยผ่านกระบวนการค่ายบำบัดหลักสูตรโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองและหลักสูตร Fast Model อย่างย่อของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย จิตใจให้เยาวชนได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กลับเป็นคนดีที่มีคุณภาพของสังคม โดยไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

ตรี ตัวแทนเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ที่มาเข้าค่ายโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่เสพยาบ้าเพราะการชักชวนจากเพื่อน การมาเข้าค่ายบำบัดรักษาครั้งนี้ เพราะสงสารครอบครัว ต้องการจะเลิกโดยเด็ดขาด หลังผ่านจากค่ายนี้ไปอยากประกอบอาชีพที่ถนัดคือการทำเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

ขณะที่ ชาย อายุ 18 ปี เริ่มเสพยาเสพติด ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย ยอมรับว่าเสียใจที่หลงผิด สงสารแม่ ไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ก็เลยมาเข้ารับการบำบัดในค่ายของโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองแห่งนี้ เมื่อออกจากค่ายนี้แล้ว จะออกไปทำงานหาเงินเลี้ยงแม่

ด้านนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนปี พ.ศ. 2556 ได้เน้นในเรื่องของการบำบัดรักษา ซึ่งจังหวัดมหาสารคาม ได้ดำเนินการแล้วกว่าร้อยละ 70 เชื่อมั่นว่าเยาวชนที่เข้ารับการบำบัดในหลักสูตร 15 วันของโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง นี้ จะสามารถกลับไปเป็นคนดีที่มีคุณภาพของสังคมได้

ค่ายโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองจังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการบำบัดฟื้นฟู พร้อมทั้งฝึกอบรมด้านอาชีพตามความถนัด เพื่อให้พวกเขาได้มีความรู้ สามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ช่วยเหลือตนเองและครอบครัว…
 




สิงหา โพธิแท่น ถ่ายภาพ
ชนกพร โพธิสาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม/รายงาน

รองผู้ว่าฯสารคามนำคณะกรรมการลงพื้นที่คัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงชนะเลิศระดับจังหวัดของจังหวัดมหาสารคาม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามนำคณะ กรรมการระดับจังหวัดลงพื้นที่พิจารณาคัสรรหาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงชนะเลิศ ระดับจังหวัดเข้ารับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ที่ศาลากลางบ้าน บ้านแก่นเท่า ตำบลโนนราศี อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้นำคณะกรรมการคัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็น เป็นสุข ประจำปี 2556 ของจังหวัดมหาสารคาม ลงพื้นที่พิจารณาคัดสรรหาผู้ชนะเลิศหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยผู้แทนนายอำเภอบรบือ หัวหน้าส่วนราชการ กรรมการหมู่บ้าน และราษฎรบ้านแก่นเท่า ให้การต้อนรับ บรรยายสรุปผลการดำเนินงานตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของหมู่บ้าน พร้อมนำเยี่ยมชมกิจกรรมของหมู่บ้าน


สำหรับหมู่บ้านแก่นเท่า หมู่ที่ 11 ตำบลโนนราศี อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็น 1 ใน 4 หมู่บ้านที่ผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 1 จากทั้งหมด 13 อำเภอ ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อคัดเลือกให้เหลือ 1 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ชนะเลิศ ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเข้ารับรางวัลโล่พระราชทาน โดยหมู่บ้านแก่นเท่า มีประชากร 124 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา และได้นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยการเลี้ยงโคนม , ทอเสื่อกก , ทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดออกจำหน่าย และใช้เองในกลุ่มสมาชิก ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ นอกจากนี้ยังเป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทั้งประชาชน , วัด , โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นหมู่บ้านปลอดหนี้นอกระบบ ประชาชนมีการตั้งกลุ่มออมทรัพย์ ตั้งกองทุนหมู่บ้าน กองทุนแม่ของแผ่นดิน จนได้รับคัดเลือกจากอำเภอให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์

บ้านดงน้อย หมู่ 4 ต.พระธาตุ อำเภอนาดูน ได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ชนะเลิศ ปี 56 ของ จ.มหาสารคาม

ชาวบ้านดงน้อย หมู่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ปลูกพืช ผัก สวนครัว เพาะเห็ด เลี้ยงกบ มีรายได้ มีเงินเก็บทุกครัวเรือน จนได้รับคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ชนะเลิศ ของจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2556

บ้านดงน้อย หมู่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กมีประชากร เพียง 68 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพหลักในการทำนา แต่ด้วยความที่ชาวบ้านดงน้อยมีความเพียร มีผู้นำชุมชนที่ห่วงใยในความเป็นอยู่ของราษฎร และโดยเฉพาะที่ชาวบ้านดงน้อยทั้ง 68 ครัวเรือน ได้พร้อมใจกัน นำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว นอกจากชาวบ้านดงน้อยจะประกอบอาชีพทำนาแล้ว ยังได้พร้อมใจกันลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ด้วยการทำอาชีพเสริม ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ โดยยึดเอาหลักที่ว่าปลูกทุกอย่างที่กินได้ และกินทุกอย่างที่ปลูก นอกจากนี้ยังตั้งกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มเลี้ยงกบ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง กลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มเพาะเห็ด กลุ่มเยาวชน มีการจัดทำบัญชีครัวเรือน จัดตั้งธนาคารข้าว มีกองทุนหมู่บ้านที่ทุกคนยึดหลักความซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ในการใช้เงินจนกองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาทไม่มีหนี้เสีย มีเงินปันผลให้สมาชิกทุกปี ทำให้หมู่บ้านดงน้อย หมู่ 4 ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ได้รับพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ของจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2556 ซึ่งมี


นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นประธานกรรมการ และมีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆตัดสิน ให้หมู่บ้านดงน้อยเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ชนะเลิศของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเข้ารับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า หมู่บ้านดงน้อย ยังเป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด ปลอดการพนัน ชาวบ้านมีการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกป่าชุมชน ให้มีความร่มรื่น เพิ่มพื้นที่ป่าและยังเป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติของคนในหมู่บ้านด้วย และผลกำไรของกองทุนและกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้านจะมีการจัดสรรกำไร 5 เปอร์เซ็นต์ เข้าเป็นกองทุนเพื่อนำไปพัฒนาหมู่บ้าน นอกจากนี้ ชาวบ้านดงน้อย ยังเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ปฏิเสธเงินกองทุนหมู่บ้านล้านที่ 2 จากรัฐบาล เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องมีภาระหนี้สิน คณะกรรมการคัดสรร มีมติเป็นเอกฉันท์คัดเลือกหมู่บ้านดงน้อย หมู่ที่ 4 เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข ชนะเลิศประจำปี 2556 ของจังหวัดมหาสารคาม



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์

กมธ.การกีฬา วุฒิสภา ติดตามแผนฯพัฒนากีฬาจังหวัดมหาสารคาม ผลักดันสู่เมืองแห่งการกีฬาภาคอีสาน

ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ติดตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาจังหวัดมหาสารคาม ระยะ 5 ปี หวังผลักดันให้เป็นจังหวัดนำร่อง เพื่อก้าวสู่เมืองแห่งการกีฬาภาคอีสาน

นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่จังหวัดมหาสารคาม เพื่อติดตามความก้าวหน้าและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการหาแนวทางที่จะ ผลักดันแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ไปสู่ระดับภูมิภาค ของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า ได้เล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดมหาสารคาม ที่มีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความพร้อมของบุคลากรที่มีความชำนาญทางการกีฬาในสถาบันการศึกษา การมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนและผลิตบุคลากรด้านพลศึกษา กีฬาและนันทนาการ ตลอดจนสถานที่รองรับการจัดแข่งขันกีฬาในระดับชาติที่ผ่านมา จึงมีแนวทางที่จะผลักดันให้เป็นจังหวัดนำร่องในการนำแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติลง สู่แผนพัฒนาจังหวัด

สำหรับร่างยุทธศาสตร์การกีฬาจังหวัดมหาสารคามระยะ 5 ปี (2555-2559) ได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ว่า "จังหวัดมหาสารคามจะเป็นจังหวัดศูนย์กลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มุ่งส่ง เสริมสนับสนุนความเป็นเลิศทางด้านการกีฬาและการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต เพื่อพัฒนาคนในสังคมอย่างมีคุณภาพ พร้อมสู่ระดับนานาชาติ” โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 6 ประเด็น คือ พัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาขั้นพื้นฐาน พัฒนาการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อมวลชน พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ พัฒนาการกีฬาเพื่อการอาชีพ แผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และ แผนพัฒนาการบริหารการกีฬาและการออกกำลังกาย
 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารประกาศเตือนภัย “ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง”

นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ด้วยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง สำหรับบริเวณรับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง ๒ – ๓ เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ และชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย


 

สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กรมการขนส่งทางบกเปิดรับคำขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ

กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดให้มีการเปิดรับคำขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ อันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัย จากรถ พ.ศ.2535 ในระหว่างวันที่ 3-14 มิถุนายน 2556

ผู้พิการที่สนใจจะขอรับจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ถนน กรมการขนส่ง ทางบก โทรศัพท์หมายเลข 02-2718705-8 หรือ 02-2718888 ต่อ 2515 หรือ 1584


 


ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 10 มิถุนายน 2556

ร้องเรียน สคบ. ต้องพิจารณา...ดีกว่าเสียเวลาและเสียสิทธิ

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ดำเนินงานตามนดยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยกำหนดให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นภารกิจหลักและดำเนินการคุ้มครองสิทธิ ของผู้บริโภคตามวิสัยทัศน์ที่ว่า "เป็นองค์กรกลางในการคุ้มครองผู้บริโภคของชาติในระดับสากล” เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยและเป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและ บริการ รวมถึงยังสนับสนุนให้ประชาชนผู้บริโภคและเห็นความสำคัญในสิทธิผู้บริโภค ซึ่งหากผู้บริโภคเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับความไม่เป็นธรรมจากผู้ประกอบการ สามารถใช้สิทธิของตนเองร้องเรียนเพื่อขอรับความเป็นธรรม แต่เรื่องที่จะร้องเรียนนั้น สคบ. ขอทำความเข้าใจกับผู้บริโภคก่อนว่าจะต้องไม่เข้าข่ายลักษณะดังต่อไปนี้

1. เรื่องร้องเรียนที่ผู้บริโภคได้ไปใช้สิทธิดำเนินคดีทางศาลด้วยตนเองแล้ว

2. เรื่องที่มีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือเรื่องที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเสร็จเด็ดขาด

3. เรื่องที่ประชาชนได้ใช้สิทธิทางศาลด้วยตนเอง แต่จะให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือคณะกรรมการคุ้มครองผู้ บริโภคดำเนินการบังคับคดีตามพิพากษาให้

4. เรื่องที่อยู่ในกระบวนการล้มละลายหรือการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย

5. เรื่องที่อายุความในการดำเนินคดีสิ้นสุดแล้ว

6. เรื่องร้องเรียนที่ผู้บริโภคได้ยื่นไว้ไม่มีความชัดเจน ไม่สามารถทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่ร้องเรียน ไม่มีการลงลายมือชื่อของผู้ร้องเรียน ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ประกอบการเรื่องร้องเรียน หรือไม่มีการติดหรือชำระค่าอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

7. เรื่องร้องทุกข์ที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องเรียนไม่ใช่ผู้บริโภค ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ

8. เรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้มี หนังสือแจ้งให้ผู้ร้องเรียนมาพบหรือชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่ผู้ร้องเรียนไม่มาพบ ไม่ส่งเอกสารหรือให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ดังนั้น ก่อนที่จะร้องเรียนทุกครั้ง โปรดแน่ใจว่าเรื่องของท่านไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขเหล่านี้ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่เสียเวลาโดยใช่เหตุ ซึ่งท่านสามารถใช้สิทธิผู้บริโภคของตนร้องเรียนได้หลายช่องทาง ดังนี้

- ระบบร้องเรียน online ผ่าน http://www.ocpb.go.th/

- ทางไปรษณีย์ ด้วยจดหมาย หรือแบบฟอร์มการร้องเรียน (รับได้ที่ 7-11 ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ร้านจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และศูนย์การค้า แฟชั่นไอส์แลนด์)

- ด้วยตัวเอง ที่ สคบ.ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ชั้น 5 อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

- หรือปรึกษาได้ที่ สายด่วน สคบ.1166 ต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ เทศบาล อบต. และศูนย์ กศน.ตำบล



 

ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 10 มิถุนายน 2556

การค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ขายไข่ไก่ธงฟ้าทุกวันศุกร์

นายจีระศักดิ์ ศรีเพชร นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า สำนักงานการค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์จัดจำหน่ายไข่ไก่ธงฟ้า เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผู้บริโภคจากภาวะราคาไข่ไก่ในท้อง ตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจัดจำหน่ายไข่ไก่ เบอร์ 3 ในราคาแผงละ 100 บาท ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ในเดือนมิถุนายน 2556 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณด้านหน้าแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างกาฬสินธุ์พลาซ่า สาขา 2 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์
 
 


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์พ่นยา และแจกทรายอะเบท เพื่อกำจัดยุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก

เจ้าหน้าที่สำนักการสาธารณ สุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้ออกพ่นยากำจัดยุงลายตามบริเวณบ้านเรือนประชาชน และเติมทรายอะเบทตามแหล่งน้ำ โอ่งน้ำ บ่อน้ำ เพื่อกำจัดยุงลาย ที่เป็นพาหะการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 เจ้าหน้าที่จากสำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการออกพ่นยากำจัดยุงลายบริเวณบ้านเรือน ประชาชน โรงเรียน ในเขตพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โดยจะพ่นยาอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุม ทั้ง 36 ชุมชน พร้อมเติมทรายอะเบท ตามแหล่งน้ำ โอ่งน้ำ ท่อระบายน้ำ บริเวณป่าไม้รก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายที่เป็นพาหะการแพร่ระบาดของโรคไข้ เลือดออก เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน

ซึ่งจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พบว่าในหลายพื้นที่มียุงชุกชุมโดยเฉพาะบริเวณบ้านที่อยู่ใกล้ป่ารกและบริเวณ ท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย และจากสภาพอากาศที่เข้าสู่ฤดูฝนที่เอื้อต่อการระบาดของโรคไข้เลือดออก ที่มักจะเกิดกับเด็กอายุ 2-15 ปี อาการของโรคไข้เลือดออก คือ ตัวร้อน ซึม เบื่ออาหาร ปวดท้อง พบจุดเลือดตามแขนขาและอวัยวะภายใน ที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ สำหรับในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 เป็นต้นมา ได้รับแจ้งและยืนยันมาทั้งหมด 4 ราย แต่ในรายที่หมอสงสัยทางเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ก็ได้พ่นยา กำจัดแหล่งน้ำขังต่าง ๆ แจกทรายอะเบทเพื่อกำจัดลูกน้ำยุงลายให้แก่ประชาชนในทั้ง 36 ชุมชน ซึ่งหากประชาชนต้องการก็ติดต่อขอรับได้ที่สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ได้ในวัน เวลา ราชการ
 



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

ชาวชัยภูมิลุกขึ้นต่อต้านขบวนการสร้างบ้านหวังเงินชดเชย หนุนรัฐบาลเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำ

ชาวชัยภูมิแสดงพลังต้านขบวนการสร้างบ้านหวังเงินชดเชย พร้อมให้กำลังใจผู้ว่าฯ เดินหหน้าสร้างอ่างเก็บน้ำ ช่วยภัยแล้ง น้ำท่วมให้กับชาวบ้านให้แล้วเสร็จ หลังรอความหวังมานานกว่า 20 ปี

เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 10 มิถุนายน 2556 ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ลำเชียงทา และชาวบ้านดั้งเดิม ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร บ้านห้วยหินฝน บ้านทับนาย อำเภอหนองบัวระเหว และบ้านบุ่งเวียน อ.เทพสถิต นำโดย นายสาคร สีใส พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน ที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อ.หนองบัวแดง นำโดยนายนิคม อบมาลี นายก อบต.หนองแวง และ ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร นำโดยนายธรรมเนียม เบ้าลี นายก อบต.หนองบัวบาน อ.จัตุรัส ประมาณ 50 คน ได้เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ พร้อมมอบช่อดอกไม้เพื่อให้กำลังใจนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หลังพบการสร้างบ้านลักษณะชั่วคราว พร้อมออกบ้านเลขที่จำนวนมาก กว่า 600 หลัง ในบริเวณพื้นที่ จะมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่ง ครม.สัญจรที่ จ.สุรินทร์ เห็นชอบให้ กบอ. ดำเนินการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ 3 แห่ง ที่ชัยภูมิ พื้นที่ต้นแม่น้ำชี ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำน้ำโปร่งขุนเพชร อ่างเก็บน้ำยางนาดี และอ่างเก็บน้ำลำสะพุง เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง ให้กับประชาชนชาวชัยภูมิ และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน
 
นายสาคร สีใส ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ลำเชียงทา กล่าวว่า ทางกลุ่มเป็นชาวบ้านดั้งเดิม ปู่ย่า ตายาย เป็นชาวบน ร็ว่ามีคนมาสร้างบ้านชั่วคราวจำนวนมาก ก็ตกใจ ไม่นึกว่าจะมากขนาดนี้ ความจริงทางกลุ่มไม่มีเจตนาคัดค้านสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่งขุนเพชร กั้นลำเชียงทา ปี2536 กรมชลประทานจ่ายเงินชดเชยให้ทางกลุ่มแล้ว แต่เห็นวาขั้นตอนยังไม่ครบถ้วน จึงไปร่วมกับกลุ่มสมัชชาคนจน เรียกร้องให้ชะลอโครงการเอาไว้ก่อน เพื่อศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมก่อน การศึกษาแล้วเสร็จปี 2553 โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้น 20 ก.ค.2555 ทางกลุ่ม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นกรัฐมนรตี ในคราวประชุม ครม.สัญจร ที่ สุรินทร์ เพื่อขอความเป็นธรรมในการจ่ายค่าชดเชย และให้ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ โดยไม่ได้ขัดขวาง วันนี้ได้เข้ามาให้กำลังใจผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินโครงการต่อไป

ด้านนายธรรมเนียม เบ้าลี นายก อบต.หนองบัวบาน อ.จัตุรัส กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาชัยภูมิประสบภัยแล้ง ลำพังบึงละหานแห่งเดียวเอไม่อยู่ หากมีเขื่อโปร่งขุนเพชรมาช่วย เก็กกักน้ำ แล้วส่งมาเลี้ยงบึงละหาน ลงสู่แม่น้ำชี ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก ส่วนที่มีการสร้างบ้านผี จากการเข้าไปดูแล้ว เป็นคนจากที่อื่นเข้ามาทำ จึงขอฝากรัฐบาลช่วยดูแล และให้เร่งสร้างอ่างเก็บน้ำเพราะรอมานานหลายสิบปีแล้ว

เช่นเดียวกับนายนิคม อบมาลี นายก อบต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง ซึ่งอยู่ในเขตก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง หลังร็ข่าวเกิดบ้านผี ได้รวมกลุ่มกัน หากมีคนมาสร้างในพื้นที่ ทางกลุ่มเป็นคนแจ้งจับเอง จะจัดการปัญหานี้ด้วยตัวของเราเอง โยไม่ให้เกิดความเสียหายต่อจังหวัด มั่นใจว่า หนองบัวแดงไม่มีบ้านผี 100 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้กล่าวยืนยันว่า เรื่องบ้านและการออกเลขที่บ้าน ไม่โปร่งใส จะใช้มาตรการทางกฎหมาย เริ่มจากเบา ไปหาหนัก เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ จนถึงขณะนี้คิดว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สามารถแยกกลุ่มคนต่างถิ่น และกลุ่มชาวบบ้านดั้งเดิม ออกจากกันได้ ส่วนการออกบ้านเลขที่บ้านก็กำลังเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนต่อไป ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนด้วยว่า ขณะนี้ได้มีกลุ่มบุคคล แพร่ข้อมูลข่าวสารเท็จ ว่าทางการเข้ารื้อถอนบ้าน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่อ่างสร้างอ่างเก็บน้ำโปร่ง ขุนเพชรและยางนาดี ซึ่งข่าวนี้ไม่เป็นความจริง ทางราชการไม่มีมาตรการ หรือแนวทางอย่างนั้น หากมีบุคคล หรือกลุ่มคน เข้าไปให้ข้อมูลดังกล่าว ขออย่างได้หลงเชื่อ หากสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ หมายเลข 0-44821-433



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สระแก้วเปิดเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 9

วันนี้ (8 มิ.ย.) ที่ อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลดูผีเสื่อปางสีดา ครั้งที่ 9

นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น ที่องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติยกย่องให้เป็นผืนป่า "มรดกโลก”ทุกๆ ปี ในช่วงต้นฝน จะมีผีเสื้อกว่า 450 ชนิด ถลาปีกในสายลมแสงแดด ให้ชื่นชมกันอย่างสบายๆ ปางสีดาคือสวรรค์ของนักดูผีเสื้อแห่งผืนป่าอมตะและในทุกๆปีจังหวัดสระแก้วได้จัดงานเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดาซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ 9 เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งเพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนและท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ "เมืองผีเสื้อของพื้นป่าภาคตะวันออก” ให้กับจังหวัดสระแก้ว โดยเทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา จัดขึ้นระหว่างเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม 2555

"เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา ครั้งที่ 9" นี้ อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้จัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างดี คือ การดูผีเสื้อปีกสวยแห่งผืนป่าตะวันออกนานาชนิด หลากสีสัน บินอวดโฉมไปมาทั่วอุทยานฯ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก กิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การประกวดหุ่นผีเสื้อ และขบวนแห่หุ่นผีเสื้อ กิจกรรมการประกวดงานผีเสื้อ การแสดงการวาดภาพจากศิลปิน  การแสดงของนักเรียน   การถ่ายภาพผีเสื้อ  ชมนิทรรศการภาพถ่ายผีเสื้อ พร้อมแนะนำการถ่ายภาพผีเสื้อ และเทคนิคการดูผีเสื้อจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯและการจำหน่ายสินค้า

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาสัมผัสความมหัศจรรย์ธรรมชาติที่สวยงามของผืนป่าตะวันออก นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจกับราชินีแห่งแมลงปีกสวยสีสันงามตา มากกว่า 400 ชนิด ณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา ตั้งแคมปิ้ง นอนเต็นท์ เล่นน้ำตกปางสีดา เพื่อบันทึกภาพแห่งความทรงจำ

กาชาดสระแก้ว มอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา เทิดไท้องค์ราชัน แก่ชาวบ้านยากจนอำเภอวังน้ำเย็น จำนวน 3 หลัง

วันนี้ ( 9 มิ.ย. ) นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีมอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา เทิดไท้องค์ราชัน ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนถิ่น เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่  ร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ไร้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่แก่ชาวบ้านอำเภอวังน้ำเย็นจำนวน  3 หลัง เมื่อเวลา 08.30 น. นายกเหล่ากาชาด พร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 125 หมู่ 14 ตำบลวังน้ำเย็น เพื่อมอบบ้านให้แก่นางบุญชู  พุ่มกล่อม  โดยมีนายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา นายอำเภอวังน้ำเย็น ให้การต้อนรับ และรายงานถึงวัตถุประสงค์ ว่า การมอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา เทิดไท้องค์ราชัน ให้กับนางบุญชู พุ่มกล่อม  หลังจากนั้นเวลา 10.45 น. นางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว พร้อมคณะคณะ เดินทางไปมอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา เทิดไท้องค์ราชัน แก่นายภู ละม่อม อยู่บ้านเลขที่ 404 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังนำเย็น จังหวัดสระแก้ว และเวลา 13.30 น.มอบบ้านกาชาดรวมใจเฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา เทิดไท้องค์ราชัน ให้แก่ ด.ญ.ใหม่นภา นาคแท้ อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 13 ตำบลตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เป็นหลังที่ 3 ของวันนี้   ซึ่งเดิมบ้านทั้ง 3 หลังนี้ มีสภาพบ้านชำรุดทรุดโทรม มีฐานะยากจน ไม่สามารถจะซ่อมปรับปรุงด้วยตนเองได้ ทางเหล่ากาชาดสระแก้วจึงได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งและมอบให้อำเภอวังน้ำเย็นและเทศบาลวังน้ำเย็น พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือในเรื่องของวัสดุอุปกรณืในการก่อสร้าง และแรงงานในการก่อสร้างบ้านจนแล้วเสร็จ โดยพิธีมอบบ้านครั้งนี้ได้มอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาค มอบเครื่องอุปโภค บริโภค โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสระแก้ว ประกันสังคมจังหวัดสระแก้ว  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานต่างๆ  มอบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และมอบทุนทรัพย์และสิ่งของเครื่องใช้แก่ผู้รับมอบบ้านทั้ง 3 หลังในวันนี้ด้วย