วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ม.มหาสารคาม จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ สนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดให้มีการปลูกต้นไม้ ในโครงการวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2556 ณ บริเวณหน้าคณะเทคโนโลยีและด้านข้างอาคารบริการนิสิต เพื่อให้ บุคลากร และนิสิต มหาวิทยาลัยได้บำเพ็ญประโยชน์ สนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ที่บริเวณหน้าคณะเทคโนโลยีและด้านข้างอาคารบริการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำบุคลากร และนิสิต มหาวิทยาลัย ร่วมปลูกต้นไม้ ในโครงการวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 2556 เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และเพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรมหาวิทยาลัยได้เห็นคุณค่าในการบำรุง รักษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อน ตลอดจนเป็นการฟื้นคืนสมดุลให้ระบบนิเวศน์ให้ยั่งยืนในระยะยาว สร้างความสมัครสมานสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรมหาวิทยาลัย มหาสารคาม โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน ทั้งนี้ ต้นไม้ที่นำมาปลูกในครั้งนี้ ได้แก่ ต้นกัลปพฤกษ์ จำนวน 170 ต้น

อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ยังสร้างประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทั้งคณาจารย์ บุคลากร และนิสิตจะได้มีความร่มรื่นและส่งเสริมการพัฒนาภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหาสารคามให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว รวมทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานในด้านต่างๆ ทั้งยังเป็นการลดภาวะโลกร้อน ด้วย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค ๗

วันนี้ (๒๕ มิ.ย. ๕๖) ณ ห้องดุสิตา โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ โฮเทล นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค ๗ ประกอบด้วย จังหวัดกาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อุบลราชธานีและอำนาจเจริญ รวมทั้งกิ่งกาชาดอำเภอ กำหนดให้มีการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๖ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค ๗ ระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน ๒๕๕๖ ของแต่ละเหล่ากาชาดจังหวัดให้กรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดได้รับทราบโดยทั่ว กัน

นางสุธิดา บุญประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค ๗ เพื่อให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิก เจ้าหน้าที่ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ ทัศนคติ ร่วมกันเพื่อให้เกิดความรักสามัคคี ความสมานฉันท์ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในการทำงานอันจะสามารถสนับสนุนช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดีและจะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจของเหล่า กาชาดจังหวัดในภาค ๗ ยิ่งขึ้น




 
 พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารมอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนและคณะทำงานโครงการ“Football For All in Vietnam Cup ๒๐๑๓”

วันนี้ (๒๖ มิ.ย. ๕๖) ณ ห้องประชุม ๑ สพป.มุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน มอบเกียรติบัตรแก่นักเรียนและคณะทำงานโครงการแข่งขันกีฬานักเรียน "Football For All in Vietnam Cup ๒๐๑๓ " ด้วยคณะกรรมการประชาชนจังหวัดเถือเทียนเว้ ร่วมกับแผนกการศึกษาและฝึกอบรมเถือเทียนเว้และสมาพันธ์กีฬาฟุตบอลนอร์เวย์ใน เวียดนาม ได้เชิญจังหวัดมุกดาหารจัดส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ในปี ๒๕๕๖ ผู้จัดกำหนดกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ ๓,๐๐๐–๔,๐๐๐ คน จาก ๓ ประเทศ คือ เวียดนาม ลาวและไทยและจังหวัดมุกดาหารจัดส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน ๓ ทีม รุ่นอายุ ๑๒ ปี ชาย ๑ ทีม หญิง ๑ ทีมในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร รุ่นอายุ ๑๕ ปี ชาย ๑ ทีม(นักเรียนพิการจากโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดมุกดาหาร) มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งหมด ๓๖ คน ครูผู้ฝึกสอน ผู้บริหารการศึกษา คณะทำงาน เจ้าหน้าที่ ร่วมเดินทาง ๓๓ คน

ผลการแข่งขันกีฬา ทีมนักกีฬาจากประเทศไทยได้รับคำชมเชย และได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่มี วินัยและมีทักษะความสามารถด้านกีฬาที่ดีเยี่ยมชนะเกือบทุกแมทการแข่งขัน ทั้งนักเรียนปกติและนักเรียนพิการทุกคนมีความสุขกับการได้เข้าร่วมกิจกรรม



 
นายพิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

นายสุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

ตำรวจภูธรมุกดาหารปล่อยแถว ระดมกวาดล้างอาชญากรรม เตรียมความพร้อมรับนายกรัฐมนตรีเดินทางมาเยือนจังหวัดมุกดาหาร

หน้าสถานีตำรวจ เมืองมุกดาหาร พันตำรวจเอกอุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหารในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินให้กับประชาชน และเป็นการเตรียมความพร้อมรับนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเยือนจังหวัดมุกดาหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เจ้าหน้าที่เทศกิจและเครือข่ายผู้ประสานพลังแผ่นดิน ๓๔ ชุมชน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ตำรวจอาสาตำบลบางทรายใหญ่ ตำบลคำอาฮวน และตำบลนาสีนวน ในจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมในการปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมครั้งนี้กว่า ๓๐๐ นาย

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นยำการปราบปรามยาเสพติด อาวุธสงครามและภัยต่อความมั่นคงของชาติและคดีค้างเก่าที่ยังหลบหนี และยังเป็นการเตรียมความพร้อมรับนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาเยือนจังหวัดมุกดาหาร ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมกับให้มีการสอดส่อง สิ่งผิดกฎหมายทุกประเภท เพื่อความสงบของประชาชนในพื้นที่





 ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ยโสธรอบรมข้าราชการพลเรือน

จังหวัดยโสธรจัดประชุมสัมมนาการเสริมสร้างจริยธรรมข้าราชการที่ดีศรียโสธร ที่ โรงแรมเจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ จังหวัดยโสธร นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ ปลัดจังหวัด ยโสธร เป็นประธานเปิดประชุมสัมมนาการเสริมสร้างจริยธรรมข้าราชการที่ดีศรียโสธร โดยสำนักงานจังหวัดยโสธร จัดสัมมนาขึ้น เพื่อให้ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนทุกตำแหน่งมีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติราชการแผ่นดินในส่วนที่ตนรับผิดชอบให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่สังคม และประเทศชาติ ข้าราชการพลเรือนทุกคน จำเป็นต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ดังนั้นจังหวัดยโสธรโดยคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดร่วมกับสำนักงาน กพ. จึงได้ดำเนินการจัดประชุมสัมมนาขึ้นในนครั้งนี้/โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้/ความเข้าใจในเจตนารมณ์ของประมวลจริยธรรมข้าราชการ พลเรือน/ เพื่อให้ส่วนราชการมีแนวทางปฏิบัติ/ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนได้ อย่างเป็นรูปธรรม / เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม/และสร้างเครือข่ายในการขับเคลื่อนประมวล จริยธรรมข้าราชการพลเรือน/และเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม การประชุมสัมมนาในวันนี้/มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา/ประกอบด้วยหัวหน้าส่วน ราชการ/และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการประจำจังหวัดยโสธร/จำนวน 100 คน

ยโสธรชี้แจงแรงงานต่างด้าว

ยโสธรชี้แจงแรงงานต่างด้าว การนำเข้าสัญชาติ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่ หอประชุม ที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายจรรยา สุคนคันธ์ชาติ ปลัดจังหวัด เป็นประธานเปิดประชุมชี้แจงการนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา โดยมี นายจ้าง/สถานประกอบการ และแรงงานต่างด้าวเข้าร่วมรับฟังจำนวนกว่า 100 คน การประชุมวันนี้มีการชี้แจงถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของแรงงานต่างด้าว ตลอดจนบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมประกาศแจงให้นายจ้างทราบถึงการขยายระยะเวลาการผ่อนผันให้แรงงาน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ลักลอบทำงานอยู่กับนายจ้างในประเทศไทย รวมทั้งบุตรของแรงงานต่างด้าวดังกล่าวที่อายุไม่เกิน 15 ปี ให้มาขอจดทะเบียนถึงวันที่ 13 เมษายน 2556

ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชนลงพื้นที่ยโสธร

ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ยโสธรเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านวิชาการ ที่โรงแรม เดอะกรีนปาร์คแกรนด์ อ.เมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ นางชูสม รัตนนิตย์ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ในเขตตรวจราชการที่ 13 ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานเปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านวิชาการ โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธรดำเนินการจัดขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนมีความรู้เรื่องหลักวิชาการมากขึ้น ซึ่งได้รับเกียรติ จากมีด.ร ขนิฏฐา กาญจนรังสีนนท์ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนร่วมเป็นวิทยากรให้คำปรึกษาด้านวิชาการ ในประเด็นด้านยุทธศาสตร์ OTOP และการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยมีคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดยโสธร,อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ,อำนาจเจริญและร้อยเอ็ด และคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดยโสธร รวมมีผู้เข้าร่วมรับฟัง 310 คน 

สระแก้วสร้างพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด

ที่ อาคารเอนกประสงค์เทศบาลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดกิจกรรม "วันต่อต้านยาเสพติดโลก”  โดยมีนายธรรมศักดิ์  รัตนธัญญา นายอำเภอวังน้ำเย็นเป็นผู้กล่าวรายงาน

กิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นโดยศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอ วังน้ำเย็นบูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกหน่วยงานในพื้นที่ ได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆมากมาย อาทิเช่น  เวทีเสวนาหาทางออกในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่วังน้ำเย็น กิจกรรมวาดภาพประกวด นิทรรศการต่อต้านยาเสพติด และการมอบธงสัญลักษณ์และป้ายหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติดให้แก่หมู่บ้านที่มี ผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มแข็งและได้ผ่านการ ประเมินความเข้มแข็งให้เป็นหมู่บ้านสีขาวปลอดยาเสพติด จำนวน 63 หมู่บ้าน และยังเหลืออีก 21 หมู่บ้านที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเป็นหมู่บ้านสีขาว

นายธรรมศักดิ์  รัตนธัญญา นายอำเภอวังน้ำเย็น เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดสระแก้ว ได้มอบหมายให้ทุกอำเภอจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อรณรงค์ กระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอวังน้ำเย็นเป็นองค์กรกลางในการบูรณาการให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่ หันมาผลึกกำลังร่วมกันในการต่อสู้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่องจึงได้จัดกิจกรรมในวันนี้ขึ้นมา


นายภัครธรณ์  เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ ได้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแต่ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ต้อง อาศัยความร่วมมือของทุกๆฝ่ายเพื่อมาช่วยกันแก้ และหยุดยั้งการแพร่ระบาด ซึ่งการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้น  ต้องมีการรณรงค์และการป้องกันอย่างต่อเนื่องจึงจะประสบผลสำเร็จ  ปัญหายาเสพติดนี้อาจจะไม่หมดไปอย่างเด็ดขาดแต่อย่างน้อยที่สุดก็สามารถ ยับยั้งยั้งยาเสพติดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีการป้องกันละรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อ คุณภาพในการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพต่อไป   

สระแก้วสร้างความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานของสภาวัฒนธรรมตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553

ที่ ห้องประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ตำบลท่าเกษม อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว นายวินัย  วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการประชุมสภาวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติ งานของสภาวัฒนธรรม จังหวัดสระแก้ว ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 โดยมีนายสมเกียรติ  พันธรรม วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้วเป็นผู้กล่าวรายงาน  การประชุมในวันนี้เป็นการสร้างความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติงานของสภาวัฒนธรรม จังหวัดสระแก้ว ตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้สภาวัฒนธรรมในทุกระดับได้รับทราบเกี่ยวกับบทบาท  หน้าที่ ความสำคัญของการดำเนินงานด้านวัฒนธรรมและแนวทางการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับ ภารกิจและความต้องการของท้องถิ่น โดยทางจังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมจำนวนทั้งสิ้น 69 แห่ง โดยแบ่งเป็นสภาวัฒนธรรมตำบล/เทศบาล 59 แห่ง สภาวัฒนธรรมอำเภอ 9 แห่งและสภาวัฒนธรรมจังหวัด 1 แห่ง 


สภาวัฒนธรรมเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเวทีทางวัฒนธรรมของชุมชนใน รูปแบบที่หลากหลาย เป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมได้แลกเปลี่ยนความรู้ ผนึกประสานกำลังในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนร่วมกัน บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้วยปรัชญาที่ว่า วัฒนธรรมเป็นของประชาชนการดำเนินงานวัฒนธรรมให้บรรลุผลต้องให้ประชาชนผู้ เป็นเจ้าของวัฒนธรรมเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบดำเนินงานวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมจึงเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้เกิด ผลอย่างเป็นรูปธรรม

สระแก้วจัดประชุมถวายความรู้ตามโครงการดูแลทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมของชาติพระสังฆาธิการ

ณ วัดศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี จัดการประชุมถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการและฆารวาสผู้สนับสนุนวัดในเขต จังหวัดสระแก้วตามโครงการดูแลทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมของชาติของพระสังฆาธิ การโดยมีพระสิริวุฒิเมธี เจ้าคณะอำเภออรัญประเทศเป็นประธานในพิธีเปิดครั้งนี้และนายวิเศษ  เพชรประดับ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรีเป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งการจัดการประชุมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้พระสังฆาธิการและฆารวา สผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม ต่างๆโดยเฉพาะมรดกทางด้านโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางด้านศิลปกรรมที่อยู่ภายในวัด ตลอดจนเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของวิธีการดำเนินงานด้าน อนุรักษ์และการดูแลรักษาทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรมของชาติตามหลักวิชาการ รวมทั้งทราบถึงกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเหล่า นี้ให้คงอยู่สืบไป

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

พิธีปั้นรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ขนาดเท่าองค์จริง จากศิลปินระดับโลก

นายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดพิธีปั้นรูปเหมือนหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ขนาดเท่าองค์จริง จากศิลปินระดับโลก คุณสันติ พิเชษฐชัยกุล ประธานอุปถัมภ์ ดร.ขันธ์ชัย เกียรติศรีธนกร รองประธานกรรมการวัดบ้านไร่ โดยมี นายปรีชา ลิ้มอั่ว ผู้จัดการทั่วไปปฏิบัติการสาขานครราชสีมา ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2556 ณ เอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์นครราชสีมา

สำหรับฝีมือของนายสันติ พิเชฐชัยกุล ปฏิมากรไทย นอกจากจะสร้างชื่อเสียงในประเทศไทยแล้ว ยังได้ไปสร้างชื่อเสียงในอเมริกาด้วย ถือเป็นผู้มีฝีมือชั้นนำ จนมีผู้กล่าวว่า "ฝีมือการปั้นที่เหนือกว่าคำว่าเหมือน” ได้รับการยอมรับจากชาวอเมริกัน เพราะไปการคว้ารางวัลที่หนึ่งในการประกวดปฏิมากรรม Art Prize ที่ มลรัฐ Michigan สหรัฐอเมริกา คือ การปั้นหุ่นรูปประธานาธิบดี Gerald Ford ชนะเลิศปฏิมากรจากประเทศต่างๆถึง 39 ประเทศ ที่มีผู้เข้าประกวดถึง 1,600 คน นอกจากนั้น ยังมีชื่อเสียงในด้านการปั้นรูปได้อย่างรวดเร็วด้วย โดยใช้เวลาปั้นแต่ละรูป เพียง 17 นาทีเท่านั้น เป็นผลให้รายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ในสหรัฐหลายต่อหลายแห่งมาสัมภาษณ์ ด้วยความชื่นชม
 
ส่วนในประเทศไทย ได้ปั้นรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่เป็นที่เคารพหลายต่อหลายรูป ต่อมาเมื่อย้ายไปอยู่เมือง Bigfork มลรัฐ Montana ได้ปั้นรูปชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงและบุคคลในประวัติศาสตร์ เช่น หัวหน้าเผ่าอินเดียนแดง ผู้บุกเบิกทวีปอเมริกาคนสำคัญต่างๆอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีโครงการจะปั้นรูปองค์ดาไลลามะ พระเยซู พระสันตปาปา ในชุดปฏิมากรรม ตำนานคนสำคัญแห่งโลกอีกด้วย
 
ส่วนความใฝ่ฝันสูงสุดของคุณสันติ พิเชฐชัยกุล ที่ประสงค์จะสร้างผลงานรูปปั้นเหมือนของเขา คือ การปั้นพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนขอพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา ได้รับพระราชทานรางวัลเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า จังหวัดนครราชสีมา นอกจาก ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับพระราชทานรางวัล "เสาเสมาธรรมจักร” ในปีนี้แล้ว ยังมีพระสงฆ์อีก 2 รูป ได้รับรางวัลนี้ ด้วย
 
ด้วย กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการยกย่องผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ด้วยการส่งเสริม ยกย่อง เชิดชู บุคคล องค์กร หน่วยงานและสถาบันที่เสียสละกำลังทรัพย์ กำลังสติปัญญา ทำนุบำรุง สนับสนุนกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชนในประเทศและต่าง ประเทศ ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ จำนวน ๑๐ ประเภท
                 
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฯ จะได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับพระราชทานรางวัล "เสาเสมาธรรมจักร” ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา เป็นประจำทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖
 
โดยรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ถือเป็นสัญลักษณ์ของผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิต
 
สำหรับ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ส่งผลงานเข้ารับการพิจารณาคัดเลือก จำนวน ๑๑ ราย คณะกรรมการระดับจังหวัด ได้พิจารณาคัดเลือกส่งรายชื่อพร้อมผลงานให้คณะกรรมการฯระดับประเทศพิจารณา คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จำนวน ๖ ราย
 
ผลคณะกรรมการฝ่ายคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๕๖ ได้ประกาศมีผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ระดับประเทศ จำนวน ๑๖๐ ราย ในจำนวนนี้มีจังหวัดนครราชสีมา มีผู้รับการพิจารณาคัดเลือก จำนวน ๓ ราย คือ
 
๑. ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สาขา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ ได้แก่ พระครูสุตธรรมวิสิฐ รองเจ้าคณะอำเภอพิมาย/เจ้าอาวาสวัดวิปัสสนารังกาใหญ่ ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย
 
๒. ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สาขาสงเคราะห์ประชาชน และชุมชน ได้แก่ นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
 
๓. ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา
ได้แก่ พระครูพิทักษ์ปทุมากร เจ้าคณะอำเภอโชคชัย/เจ้าอาวาสวัดใหม่สระประทุม อำเภอโชคชัย
 


ทั้งนี้ ทั้ง 3 ราย ได้เข้ารับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ พลับพลามณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๖

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาร่วมกับชมรมศัลยแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพวิชาการและงานบริการ

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาร่วมกับชมรม ศัลยแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดประชุมวิชาการชมรมศัลยแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี ๒๕๕๖ นายแพทย์ประเสริฐ ขันเงิน ประธานชมรมศัลยแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นประธาน เปิดการประชุม โดยมีนายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ให้การต้อนรับ (เมื่อ ๒๐ มิ.ย.๕๖) ที่โรงแรมสบาย จังหวัดนครราชสีมา
 

สำหรับการประชุมวิชาการชมรมศัลยแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี ๒๕๕๖ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพงานด้านวิชาการ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและให้ศัลยแพทย์ทั่วไป ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา วิสัญญีแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน แพทย์เพิ่มพูนทักษะ พยาบาล นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในเครือข่ายบริการที่ ๙ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วยด้านศัลยกรรมแบบองค์รวมทั้งกาย และจิต ซึ่งจะเป็นผลดีและประโยชน์แก่ประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งได้สร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการบริการ รูปแบบการประชุมวิชาการจัดเป็นการบรรยายทางวิชาการ วิทยากรมาจากสถาบันการแพทย์ชั้นนำจากทั่วประเทศ ใช้เวลาการประชุม ๒ วัน

จังหวัดมหาสารคามขอเชิญถวายการต้อนรับผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในพิธีมอบประกาศนียบัตรและพัดยศเปรียญธรรม 3 ประโยคแก่ภิกษุสามเณร ณ วัดมหาชัย

จังหวัดมหาสารคามขอเชิญพุทธศาสนิกชนถวายการต้อนรับ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ พระสังฆราช ที่จะเดินทางมามอบประกาศนียบัตรและพัดยศเปรียญธรรม 3 ประโยค แก่พระภิกษุสามเณร 828 รูป ในปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกภาค 8 ,9 ณ วัดมหาชัย

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ด้วย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช จะเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรและพัดยศเปรียญธรรม 3 ประโยค ในพิธีตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค แก่พระภิกษุ สามเณร จำนวน 828 รูป ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกภาค 8 และภาค 9 (10 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ) ในวันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2556 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดมหาชัย พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม โดยในพิธีมอบประกาศนียบัตรและพัดยศ เปรียญธรรม 3 ประโยค ครั้งนี้คาดว่า นอกจากจะมีพระภิกษุ สามเณรที่เข้ารับเปรียญธรรม 3 ประโยค แล้วยังจะมีพระภิกษุ , สามเณร และพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมพิธีในครั้งนี้อีกหลายพันคน จังหวัดมหาสารคามจึงขอเชิญชวนชาวมหาสารคาม พุทธศาสนิกชนทุกท่านมาร่วมถวายการต้อนรับ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดมหาชัย และขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมตั้งโรงทานสำหรับประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคทรัพย์ ในการจัดงานและร่วมเป็นเจ้าภาพถวายเครื่องดื่ม , ภัตตราหาร แด่พระภิกษุสงฆ์ ในวันดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นอานิสงส์แห่งบุญ


ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่จะตั้งโรงทาน เพื่อบริการประชาชนที่จะมาร่วมงาน ซึ่งกำหนดตั้งที่บริเวณมูลนิธิจีเซียงเกาะ (โรงงิ้ว) เนื่องจากภายในวัดสถานที่คับแคบ สามารถติดต่อแจ้งความจำนงขอตั้งโรงทานได้ที่สมาคมชาวมหาสารคาม หรือที่มูลนิธิจีเซียงเกาะ หรือที่วัดมหาชัย ส่วนผู้ที่มีจิตศรัทธา ประสงค์จะบริจาคทรัพย์ในการจัดงาน,เป็นเจ้าภาพถวายเครื่องดื่ม เจ้าภาพถวายภัตราหารพระภิกษุ ติดต่อได้ที่วัดมหาชัย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์

นศ.วิทยาลัยเกษตรฯมหาสารคาม เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันทักษะการจัดสวน ที่เยอรมนี

นักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในโอกาสที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ World Skills Leipzing 2013 ครั้งที่ 42 ในทักษะวิชาชีพสาขาการจัดสวน (Landscape Gardening) ณ เมืองไลฟ์ซิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

นายดุสิต สะดวก ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม นำนายพนารมย์ เกิดทอง ครูผู้ฝึกสอน พร้อมด้วยนายชัยยา ภาระพงษ์ และ นายสุนทร คำมูลคร นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม เข้าพบนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในโอกาสที่นักศึกษาและครูผู้ฝึกสอน ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนจากประเทศเดินทางไปร่วมแข่งขันฝีมือ แรงงานนานาชาติ World Skills Leipzing 2013 ครั้งที่ 42 ในทักษะวิชาชีพสาขาการจัดสวน (Landscape Gardening) ณ เมืองไลฟ์ซิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จากผลงานในการแข่งขันการจัดสวนหย่อมในงานประชุมวิชาการ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 34 ซึ่งทีมจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคามได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ

นายชัยยา ภาระพงษ์ และ นายสุนทร คำมูลคร นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม กล่าวว่า การเดินทางร่วมแข่งขันครั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมและฝึกฝนมาเต็มที่ จะทำผลงานและแสดงฝีมือการจัดสวนครั้งนี้ให้ดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงของประเทศ ไทยและจังหวัดมหาสารคาม

การแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ World Skills Leipzing 2013 ครั้งที่ 42 ในทักษะวิชาชีพสาขาการจัดสวน (Landscape Gardening) ณ เมืองไลฟ์ซิก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ครั้งนี้ มีทีมจัดสวนจาก 16 ทีมทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขัน กำหนดเดินทางในระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-8 กรกฎาคม 2556




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้บริหารสถานศึกษาจังหวัดมหาสารคามร่วมขับเคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด

จังหวัดมหาสารคาม ขับเคลื่อนนโยบายตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด สู่สถานศึกษา พร้อมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อน การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดแก่ผู้บริหารสถานศึกษา ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ระบุพลังชุมชนที่เข้มแข็งจะสามารถป้องกันปัญหายาเสพติดเข้าสู่สถานศึกษาได้

ที่บริเวณห้องประชุมเธียร์เตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาจังหวัด มหาสารคาม รวมกว่า 1,000 คน ร่วมประชุมตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพ ติด สู่สถานศึกษา ประจำปี 2556 ที่ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับ ปปส.จัดขึ้น เพื่อเป็นการชี้แจงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาที่มี ประสิทธิภาพ การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาที่มี คุณภาพและยั่งยืน พร้อมชี้แจงแนวทางการรายงานตามตัวชี้วัด ที่ 1.1.2 แผนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ตามคำรับรองของจังหวัดมหาสารคาม

ด้านนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวในโอกาสเป็นประธานการประชุมครั้งนี้ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในจังหวัดมหาสารคามอยู่ในระดับปานกลาง ค่อนข้างรุนแรง โดยจากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 1,944 หมู่บ้าน ใน 13 อำเภอ พบมีหมู่บ้านที่ปรากฏข่าวสารว่ามีผู้ค้ายาเสพติดจำนวน 160 กว่าหมู่บ้าน จึงต้องมีการดำเนินการสกัดกั้น สร้างพลังสังคมทางชุมชน บำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพราะการเอาชนะยาเสพติดได้ สำคัญที่สุดคือชุมชนต้องเข้มแข็ง

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานตามแผนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันปัญหายาเสพ ติดในสถานศึกษา ปี 2556 กำหนดให้มีการป้องกันเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 จากทั่วประเทศ 1.5 ล้านคน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยร้อยละ 80 มีภูมิคุ้มกันยาเสพติด สถานศึกษา 11,480 แห่ง เป็นเป้าหมายป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด ควบคุมปัจจัยเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันที่ชัดเจน ป้องกันยาเสพติดรายใหม่ไม่ให้เกินกว่าร้อยละ 15




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารร่วมประชุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องซักซ้อมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (๒๔ มิ.ย. ๕๖) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมซักซ้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อซักซ้อมเตรียมการต้อนรับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีกำหนดการเดินทางมาตรวจราชการพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนาย – ๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ เพื่อให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลในการตรวจราชการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวภายหลังการประชุมว่า การเดินทางมาตรวจราชการพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในครั้งนี้ เพื่อร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดมุกดาหารและจังหวัดยโสธร ติดตามเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจเยี่ยมโครงการของจังหวัดมุกดาหารตามที่รัฐบาลได้พิจารณาอนุมัติงบ ประมาณไปแล้ว




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหารกวดขันการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว

พันตำรวจเอก พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้มงวดกวดขันแก่เจ้าบ้านหรือผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เกสท์เฮ้าส์ เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้เจ้าบ้านหรือผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เกสท์เฮ้าส์ ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวที่พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ภายใน 24ชั่วโมง ซึ่งจักเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการค้นหา ติดตามและตรวจสอบ ข้อมูลคนต่างด้าวที่กระทำความผิดในราชอาณาจักร อันเป็นการรักษาความมั่นคงของประเทศและป้องกันภัยจากอาชญากรรมข้ามชาติได้ อย่างทันท่วงที

ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอความร่วมมือตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4ให้เจ้าบ้านหรือผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท เกสท์เฮ้าส์ ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดมุกดาหาร กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 หมายเลขโทรศัพท์ 042-674072 ต่อ 12 เป็นผู้ประสานงานและตอบข้อซักถามโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษปรับ กรณีเจ้าบ้าน ปรับไม่เกิน 2,000บาท และกรณีเจ้าของสถานประกอบการ ปรับตั้งแต่ 2,000– 10,000 บาท



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารพร้อมด้วยนายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรีในพื้นที่บ้านภู ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเดินทางมาตรวจติดตามการดำเนินงานตามนโยบายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ – ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง พัฒนาชุมชน วัฒนธรรม ตำรวจภูธรจังหวัด นายอำเภอหนองสูง ผู้นำหมู่บ้านและชุมชน บ้านภู – บ้านเป้า ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ ที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปดูวิถีชีวิตชนเผ่าภูไท สินค้า OTOP ชุมชนที่มีชื่อเสียงโดยชมการทอผ้าพื้นเมือง การทำผ้าหมักโคลนและการบริหารจัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ในชุมชนบ้านภู




นายพิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

นายสุระณรงค์ อ่อนสนิท สปชส.มุกดาหาร/ภาพ

จังหวัดมุกดาหาร จัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย (พูดจาหาทางออกประเทศไทย)ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อหาแนวทางคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ

ที่ห้องประชุมวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย (พูดจาหาทางออกประเทศไทย) ผู้เข้าร่วมเวทีจาก ทุกภาคส่วนกว่า ๔๐๐ คน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในประเด็นการหาทางออกประเทศไทยตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ กรมพัฒนาชุมชน รับผิดชอบในการจัด เวทีเสวนาดังกล่าว โดยมี ดร.ชาติชัย อุดมจิตร อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พร้อมทีมวิทยากร เป็นผู้ดำเนินการ

ทั้งนี้ ได้นำประเด็นปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุความขัดแย้งต่างๆ จากข้อมูลของคณะกรรมการ อิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และข้อมูลการรวบรวมความคิด เห็นของประชาชนจากสวนดุสิตโพล ซึ่งประกอบด้วยประเด็นความเข้าใจประชาธิปไตยที่แตกต่างกันของประชาชนใน ประเทศ รวมถึงความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรม ตุลาการภิวัฒน์ การแทรกแซงองค์กร อิสระ การรัฐประหาร และบทบาทของฝ่ายทหารในการจัดการความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งในการเปิดเวทีในครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เป็น เวทีแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ มีประชาชนได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นจำนวนมาก โดยคณะผู้ดำเนินการจะสรุปและรวบรวมข้อมูล ซึ่งเป็นข้อเสนอของประชาชนจากทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมกิจกรรม ให้ส่วนกลาง เพื่อหาข้อเสนอที่สร้างสรรค์ในการยุติความขัดแย้งและหาทางออกประเทศไทย นำสันติสุข สู่ประชาชนและประเทศไทยต่อไป




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

ยโสธรเตรียมรับเสด็จฯ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงเปิดศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไปทรงเปิดศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ในพระอุปถัมภ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2556 ซึ่งใช้พื้นที่ร่วมกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลทุ่งแต้ อำเภอเมืองยโสธร โดยจะมีนายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายคมสัน รักขิตกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดยโสธร พันเอกสถาภรณ์ ใบพลูทอง รองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด พลตำรวจตรีฉลอง ภาคย์ภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร พร้อมข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จ

ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซมและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบจากกรม พัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และเทศบาลตำบลทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร เปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ เดือนตุลาคม พ.ศ.2553 โดยดำเนินกิจกรรม ตาม 5 แนวคิดพระราชทาน ได้แก่ เตรียมพร้อมก่อนครองคู่, เรียนรู้ร่วมกันตั้งแต่ในครรภ์, คิดสร้างสรรค์แต่เยาว์วัย, ครอบครัวเสริมกายใจ และผู้สูงวัยสามใยรัก

เมื่อเสด็จถึง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ กราบทูลรายงานการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ในพระอุปถัมภ์ฯ นายปกรณ์ พันธุ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กราบทูลเบิกผู้ให้การสนับสนุน การดำเนินงานของศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ในพระอุปถัมภ์ฯ เข้ารับประทานเข็มเชิดชูเกียรติ จำนวน 29 ราย

ในโอกาสนี้ จะทอดพระเนตรกิจกรรม อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน, กิจกรรมกระติบร้อยใจสานสายใยด้วยนมแม่ กิจกรรมจักสานประสาน 3 วัย ซึ่งประชาชนในตำบลทุ่งแต้ มีความสามารถในการจักสานด้วยไม้ไผ่ และเป็นสินค้า OTOP ของชุมชน, กิจกรรมเล่าขาน ตำนานถิ่นทุ่งแต้, กิจกรรมถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านกาพย์เซิ้งบั้งไฟสู่ลูกหลาน และกิจกรรมไฟตูมกา (สร้างโคมไฟด้วยลูกตูมกา) หลังจากนั้น จะทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่น คงของมนุษย์ คณะข้าราชการจังหวัดยโสธร คณะทำงานศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวทุ่งแต้ จังหวัดยโสธร ในพระอุปถัมภ์ฯ จำนวน 4 ชุด



ส.ปชส.ยโสธร/ไพชยนต์ 24 มิ.ย. 56

26 มิถุนายน ยโสธรจัดงาน “วันต่อต้านยาเสพติด”

ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญ ทำลายสุขภาพประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายมาก ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของชาติ และก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมต่าง ๆ

องค์การสหประชาชาติ เห็นความสำคัญของปัญหายาเสพติด จึงได้ตั้งคณะกรรมาธิการ ยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ เป็นองค์กรพิเศษเพื่อประสานความพยายามในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ ประเทศต่าง ๆ และได้มีการจัดประชุมที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 17-26 มิถุนายน 2530 และได้เสนอต่อสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ เห็นชอบให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น "วันต่อต้านยาเสพติดโลก”

ประเทศไทย คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น "วันต่อต้านยาเสพติดโลก” เมื่อปี 2531 สำหรับปีนี้ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ กำหนด คำขวัญในการรณรงค์ว่า "ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน” และขอความร่วมมือให้ประชาชน สวมเสื้อขาว ร่วมแสดงพลังต้านยาเสพติด ในวันที่ 26 มิถุนายน นี้

นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร จะเป็นประธานเปิดการจัดงาน "วันต่อต้านยาเสพติด” ในวันที่ 26 มิถุนายน 2556 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมวิถีอีสาน หน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร ผู้ร่วมพิธี สวมเสื้อสีขาว เพื่อแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด กิจกรรมในงานมีการมอบใบรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานประกอบการ 11 แห่ง มอบเกียรติบัตรให้ร้านเกมส์สีขาว 10 แห่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ประธานในพิธี อ่านคำปราศรัย ของนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด และนำกล่าวคำ "ปฏิญาณตนต่อต้านยาเสพติด” พร้อมกับชมการแสดง 4 ชุด จาก วิทยาลัยเทคนิคยโสธร โรงเรียนยโสธรพิทยาคม โรงเรียนยโสธรพิทยาสรรค์ และจากเยาวชนพุทธบุตร วัดป่าวังน้ำทิพย์เทพสถิตวนารามและ ชมการจัดแสดงนิทรรศการการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จาก 8 หน่วยงาน




ส.ปชส.ยโสธร/ไพชยนต์ 24 มิถุนายน 2556

สระแก้วจัดประชุมการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องจากพระราชดำริ

ณ วิทยาลัยชุมชน อ.เมือง จ.สระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องจาก พระราชดำริ พื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยนายสมบูรณ์ วงศ์กาด ผู้อำนวยการสำนักประสานงานโครงการพื้นที่1 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงาน การจัดการจัดประชุม เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชดำริด้าน การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเป็นปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ อาณาประชาราษฎร์ จนเกิดเป็นโครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคกว่า 2.955 โครงการ โดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้วมีโครงการพระราชดำริ 75 โครงการ ดังนั้น สำนักงาน กปร.(สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ)ร่วมกับ กรมชลประทาน และ จังหวัดสระแก้ว ได้จัดประชุมโครงการการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องจากพระ ราชดำริ พื้นที่จังหวัดสระแก้วโดยเน้นกลุ่มผู้ใช้น้ำเข้าร่วมประชุมจำนวน 173 คน เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องการบริหารการจัดการน้ำ ตลอดจนร่วมระดมความคิดเห็นและค้นหาตัวแบบความสำเร็จ เพื่อนำไปสู่รูปธรรมการปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ก่อประโยชน์ที่สูงสุดและสร้างความยั่งยื่นแก่ผู้ใช้น้ำต่อไป

จังหวัดอำนาจเจริญเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556

วันนี้ (๒๔ มิ.ย. ๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มีการประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อย และคณะกรรมการอำนวยศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ ๖/๒๕๕๖ เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานเกี่ยวกับภารกิจที่เกี่ยวข้อง  โดยมีนายอภิชาติ  งามกมล และนายวิฑูรย์  ศิริบูลย์ภักดี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุม    

ใน ที่ประชุมจากการรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยของ จังหวัดอำนาจเจริญในรอบ ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น ในภาพรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับการเกิดคดีและ มีผลการจับกุมแต่ก็มีคดีอุฉกรรณเกิดขึ้นบ้าง คือ คดีฆ่าคนตายซึ่งเป็นสาเหตุสะเทือนขวัญทางเจ้าหน้าที่เพิ่มการติดตามเร่งรัด คดีให้ได้ผู้กระทำผิดโดยเร็วเพราะอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชนทั่ว ไปเป้นอย่างมาก

ทางด้านการประชุมศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด  ได้รับทราบผลการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จำนวน ๗ แผนงาน ประกอบด้วยแผนงานพลังทางสังคมเอาชนะยาเสพติด  การแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้เยาวชนโดยเฉพาะสถานศึกษา  รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติด  การสกัดกั้นยาเสพติดที่มีการลักลอบนำเข้ามาตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ด้านอำเภอชานุมานซึ่งในภาพรวมสภาพปัญหายาเสพติดในจังหวัดอำนาจเจริญ ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากจังหวัดอำนาจเจริญมีพื้นที่ติดกับชายแดนจะเป็น เส้นทางลำเลียงเข้าสู่ตอนในและเป็นแหล่งพักยาในพื้นที่ก่อนกระจายไปใน พื้นที่ต่าง ๆ ของขบวนการผิดกฎหมายจึงทำให้มีการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่แนวโน้มเพิ่ม ขึ้น  อย่างไรก็ตามทางจังหวัดอำนาจเจริญได้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชนได้ร่วมกันปฏิบัติการสกัดกั้นอย่างเต็มที่  ทั้งการตั้งด่านตรวจ  การสกัดกั้นและการตรวจล้อมจับกุมอย่างต่อเนื่อง  ในขณะเดียวกันการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษา  เละในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้ซึ่งเป็นวันต่อต้านยาเสพติด ทางศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดร่วมกับหลายหน่วยงาน กำหนดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดขึ้นในทุกอำเภอ โดยจุดใหญ่จังหวัดจะจัดขึ้นที่ สวนสาธารณะมิ่งมงคล (หอนาฬิกา) โดยจะมีการจัดกิจกรรมขบวนเดินรณรงค์ของกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ เพื่อแสดงพลังไปตามถนนในตัวเมืองเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันต่อต้านยาเสพติด โดยจะมีการสวมใส่เสื้อสีขาวเพื่อแสดงออกถึงพลังภายใต้ชื่อกิจกรรม "คนไทยหัวใจสีขาวรวมพลังต้านยาเสพติด” และคำขวัญวันต่อต้านยาเสพติดปีนี้ "ยาเสพติดจจะพินาศ  คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน”





สุรพล บุตรวงศ์/ข่าว

พายุฤดูร้อนพัดถล่มหมู่บ้านบุ่งเขียว ต.โคกโก่ง อ.ชานุมานจังหวัดอำนาจเจริญบ้านเรือนได้รับความเสียหาย 86 หลังคาเรือน โรงเรียนเสียหาย 1 แห่ง และบ้านพักข้าราชการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเสียหาย 1 หลัง

ตามที่ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหมู่บ้านบุ่งเขียว ต.โคกโก่ง อ.ชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่  22 มิถุนายน 2556 ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 86 หลังคาเรือน เป็นหลังคาเปิดเสียหายทั้งหลังจำนวน        22 หลังโรงเรียนเสีหาย 1 แห่ง และบ้านพักข้าราชการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเสียหาย 1 หลัง

นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยนายณัฐพล  วิเชียรเพริศ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย  นายอำเภอชานุมาน  หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญและเจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน โดยใช้โรงเรียนบ้านบุ่งเขียวเป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจส่วนหน้า เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการ และรับลงทะเบียนผู้ประสบภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรต่อไป

สำหรับ สิ่งของที่การให้ความช่วยเหลือ ประกอบด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค  ผ้าไหมพรม  ผ้าขาวม้า  เสื้อยืด  กางเกง  ผ้าถุง รวม 86 ชุด มอบวัสดุก่อสร้างซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ประกอบด้วย ไม้แปรรูป จำนวน 81 ตัว
ไม้จันทัน จำนวน 70 ตัว  สังกะสี จำนวน 241 แผ่น  ตะปูตอกสังกะสี จำนวน 200 กล่อง  ตะปูตอกไม้ จำนวน   20 กิโลกรัม  นอกจากนี้เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ นำโดยนางนิภาภรณ์  ชื่นวาริน  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญยังได้นำถุงยังชีพ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจ




                                                                                                                               จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

อุดรธานีเตรียมจัดเวทีเสวนาหาทางออกประเทศไทย 29-30 มิ.ย. 56 นี้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

จังหวัดอุดรธานี เตรียมจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย” 2 ครั้ง ในวันที่ 29 และ 30 มิถุนายน 2556 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

ที่โรงแรมอุดรโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บ่ายวันนี้ ( 24 มิ.ย.56) สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดธานี จัดให้มีการประชุมที่ปรึกษา คณะกรรมการอำนวยการ คณะวิทยากรกระบวนการและคณะทำงานโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศ ไทย(พูดจาหาทางออกประเทศไทย)จังหวัดอุดรธานี เพื่อเตรียมพร้อมจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2555 อนุมัติโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย พูดจาหาทางออกประเทศไทย ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ โดยกำหนดจัดเวที 108 เวทีทั่วประเทศ โดยใช้เขตเลือกตั้งเป็นตัวกำหนดจำนวนเวที จังหวัดที่มี 1 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 1 ครั้ง จำนวนผู้ร่วมเวที จำนวน 300 คน จังหวัดที่มี 2-4 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 1 ครั้ง 400-1,000 คน (จำนวน 200 คนต่อเขตเลือกตั้ง) จังหวัดที่มี 6-10 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 2 ครั้ง และจังหวัดที่มี 11-15 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 3 ครั้ง

จังหวัดอุดรธานี มีเขตเลือกตั้ง 9 เขต ดำเนินการจัดเวที 2 ครั้ง ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยเวทีแรกกำหนดจัดในวันที่ 29 มิถุนายน 2559 กลุ่มเป้าหมาย 983 คน เวทีที่ 2 จัดวันที่ 30 มิถุนายน 2556 กลุ่มเป้าหมาย 817 คน โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเวทีฯครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้สมัครเข้าร่วม ภาคเกษตร ภาคแรงงาน ข้าราชการ /เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคอุตสาหกรรม (เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ) แพทย์ พยาบาล นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำทางความคิด ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนชุมชน) องค์กรภาคประชาชน ภาคการเมือง (สส. ส.อบจ. สท. ส.อบต.) พระภิกษุ ผู้นำศาสนา นักบวช สื่อมวลชน และอื่น ๆ

และวิทยากรกระบวนการที่ร่วมเวทีฯในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผศ.ดร.กฤษฎา ณหนองคาย ผศ.ดร.กิตติยาภรณ์ โชคสวัสดิ์ภิญโญ อาจารย์ณัฎฐานุช เมฆรา อาจารย์พงศธร แสงสี อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา อาจารย์มัทนียา กายแก้ว อาจารย์สอนประจันทร์ เสียงเย็น อาจารย์ณัฎฐนันธ์ สุวรรณวงษ์ และนายสำเนียง เดชศร ประธานเครือข่ายผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัด



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนกองทุนบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานี

จังหวัดอุดรธานีประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 2/2556


วันนี้ (24 มิ.ย. 56) ที่ห้องประชุมคำชะโนด ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ชั้น 2 นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 2/2556 ซึ่งมีคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานจังหวัด ตามคำสั่งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ที่ 3/2556 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 ร่วมประชุม
ในการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมมีการรายงานผลการดำเนินงาน และการติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ร่วมหารือแนวทางการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน การจัดทำแผนการติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และประเด็นการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้จากสรุปผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานี ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2556 มีการอนุมัติทุนหมุนเวียน ครอบคลุมทั้ง 20 อำเภอ 530 โครงการ เป็นเงิน 42,298,700 บาท เงินอุดหนุนอนุมัติ 314 โครงการ เป็นเงิน 3,768,000 บาท ซึ่งในจำนวนที่อนุมัติ 340 โครงการ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานียังไม่ได้แจ้งผลการอนุมัติ ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานีโอนเงิน 340 โครงการวงเงิน 31,112,000 บาท ในขณะที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีโครงการต่อยอดเพื่อสนับสนุนกลุ่มอาชีพ OTOP ที่ขอรับการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากคณะกรรมการบทบาทสตรีจังหวัดจำนวน หลายโครงการ อาทิ โครงการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ตำบลเขือน้ำอำเภอบ้านผือ วงเงิน 200,000 บาท, โครงการกลุ่มตัดเย็บรองเท้าหนัง ตำบลหนองหาน วงเงิน 200,000 บาท, โครงการสินค้า OTOP ตำบลแสงสว่าง อำเภอหนองแสง 100,000 บาท ,โครงการส่งเสริมกลุ่มสตรีทอเสื่อลายขิด OTOP ตำบลบ้านตาด อำเภอบ้านดุง วงเงิน 60,000 บาท และโครงการพัฒนาผ้าพื้นเมืองสู่อาเซียน ตำบลนาบัว อำเภอเพ็ญ วงเงิน 100,000 บาท
อนึ่งเพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานกองทุนที่มีผลงานดีเด่นให้สมาชิกและกองทุน อื่นได้นำไปเป็นตัวอย่าง ในการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานี ได้นำเสนอโครงการดีเด่นจังหวัดอุดรธานี โดยการคัดเลือกของคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุดรธานีต่อที่ ประชุม อาทิ โครงการไข่เสริมไอโอดิน ตำบลบ้านจีต อำเภอกู่แก้วซึ่งได้รับการสนับสนุน ทุนหมุนเวียนจากกองทุน 200,000 บาท ,โครงการปลูกเห็น ตำบลหินโงม อำเภอสร้างคอม เงินอุดหนุน 60,000 บาท โครงการผลิตและขยายตลาดแคปหมู ตำบลบ้านยวด อำเภอสร้างคอม เงินอุดหนุน 100,000 บาท โครงการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ งบ 135,000 บาท และโครงการลูกประคบสมุนไพร ตำบลสร้างแป้น อำเภอเพ็ญ วงเงิน 130,000 บาท



ทีมข่าวส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

อบรมโครงการศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาสมรรถนะการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์

สถาบันดำรงราชานุภาพ จัดอบรมโครงการศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาสมรรถนะการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์สำหรับข้าราชการส่วนภูมิภาคที่ปฏิบัติ งานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ที่จังหวัดอุดรธานี

เช้าวันนี้ ( 24 มิ.ย. 56) ที่ห้องประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานเปิดการอบรมโครงการศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาสมรรถนะการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์สำหรับข้าราชการส่วนภูมิภาคที่ปฏิบัติ งานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจังหวัด หัวหน้ากลุ่มพัฒนายุทธศาสตร์และเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่ม จังหวัด ผู้แทนหน่วยงานสังกัดราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัด ที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี

นางสาวประภาศรี พิษณุพงควิชชา ผู้อำนวยการวิจัยและพัฒนาสถาบันดำรงราชานุภาพ สำนักปลัดกระทรวงมาดไทย กล่าวว่า สถาบันดำรงราชานุภาพ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการวิจัยและพัฒนาปรับปรุงรูปแบบและระบบ การบริหาร รวมทั้งการบริหารจัดการความรู้ส่งเสริมการพัฒนาให้บุคลากรของกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้มีสมรรถนะ มีศักยภาพในการปฏิบัติงานในภารกิจต่างๆ e-Learning เป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของบุคคลและวัฒนธรรมการทำงาน ด้วยฐานความรู้ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสถาบันดำรงราชานุภาพ ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้มากยิ่งขึ้น การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์ ประมวลผลการปฏิบัติงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยการให้ความรู้แก่ข้าราชการได้มีแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งทดสอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ต่อภารกิจของรัฐ ในการพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และจำนะข้อมูลดังกล่าวไปปรับปรุงลักสูตรการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ ในปีงบประมาณ 2556 ได้กำหนดดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ ให้ความรู้และทบทวนหลักสูตรการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ ให้แก่ข้าราชการในหน่วยงานส่วนภูมิภาค ที่ปฏิบัติงานการจัดแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดจำนวน 8 ครั้งๆละ 80 คน ในพื้นที่ 8 กลุ่มจังหวัด อาทิ สงขลา ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เชียงราย นครสวรรค์ นครปฐม อุดรธานี และฉะเชิงเทรา โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ แนวคิดและหลักการ โดยBalanced Scorecard แผนที่ยุทธศาสตร์และการประยุกต์ใช้ การระดมความคิดเห็น ฝึกการจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ โดยมีคณะวิทยากรจากส่วนวิจัยและพัฒนา สถาบันดำรงราชานุภาพ เป็นผู้จัดการอบรมและสำนักงานจังหวัดและสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ในพื้นที่เป็นผู้ร่วมจัดอบรม




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติราชาการตามนโยบายของรัฐบาล

วันนี้ (วันที่ 24 มิ.ย. 56) ที่ห้องประชุมจอมสุรินทร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ประชุม นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามนโนบายของรัฐบาลประกอบด้วย เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด อำนาจหน้าที่การปฏิบัติงานสอบสวนของฝ่ายปกครอง โครงการพัฒนาเมือง โครงการ OTOP สร้างสรรค์ สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งอาเซียน กองทุนบทบาทสตรี โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด และการบริหารการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินนโยบาย ซึ่งส่วนงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องประเด็น ได้นำเสนอและชี้แจงข้อมูลในส่วนงานของตน เพื่อให้ทางผู้ตรวจราชการนำข้อมูลไปรายงานต่อรัฐบาลต่อไป

ธนชาตเชิญชวนร่วมโครงการ “ธนชาต ริเริ่ม...เติมเต็ม เอกลักษณ์ไทย” ครั้งที่ ๔๒

นางประภัทรพร ชุ่มชูวัฒน์ ผู้จัดการ กลุ่มสื่อสารองค์กร ธนาคารธนชาต จำกัด แจ้งกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า  ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความเป็นไทยอย่างต่อเนื่อง จัดโครงการ "ธนชาต ริเริ่ม...เติมเต็ม เอกลักษณ์ไทย” ครั้งที่ ๔๒ เพื่อเปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันชิงรางวัลถ้วย พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา ภายใต้กิจกรรม "การแข่งขันอ่านฟังเสียง” และ "การประกวดมารยาทไทย” โดยเปิดรับสมัคร ๕ ระดับชั้น ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงระดับอุดมศึกษา และจัดแข่งขันรอบคัดเลือกทั้ง ๔ ภาค โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ และคัดเลือกวันที่ ๒๗ – ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และแข่งขันรอบชิงชนะเลิศรวมทุกภาค ในวันที่ ๙ – ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖
 

สถาบันที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครได้ทางเว็บไซ ต์http://www.thanachartcsr.com/(ธนชาตซีเอสอาร์) ซึ่งจะทราบผลการสมัครในวันรุ่งขึ้นและได้รับฟรี sms แจ้งเตือนก่อนวันแข่งขัน หรือทางโทรสาร หมายเลข ๐-๒๓๑๘-๗๒๓๑ และทางไปรษณีย์ ตู้ ปณ.๑๑๗๐ ปณฝ.รามคำแหง กรุงเทพ ๑๐๒๔๑ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

กาฬสินธุ์ขอเชิญชวนบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า กองทัพเรือร่วมกับสภากาชาดไทย กำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ 40 ปีพุทธศักราช 2556 บรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี ในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทย ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรการแสดงดังกล่าว สำหรับท่านที่บริจาคเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์จากการบริจาคเงิน
 
จึงขอเชิญชวนผู้มีกุศลจิต ร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ได้ที่กรมการเงินทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 0 2475 5683 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 4381 1695




สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

ขอเชิญชวนชาวกาฬสินธุ์โหวตน้องกานต์

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า เด็กชายทัศนศักดิ์ ถนอมสิทธิ์ หรือ น้องกานต์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/10 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรมรายการ The Trainer ปั้นฝันสนั่นเวที ปี 5 ซึ่งเป็นรายการเรียลลิตี้สำหรับเด็ก เพื่อสานต่อความฝันให้กับเด็กอายุ 4-12 ปี ได้แสดงออกทางด้านการร้องและการเต้น ถ่ายทอดสดทางโมเดิร์นไนน์ทีวี เวลา 21.30-23.30 น. จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และชาวไทยทั้งประเทศรวมพลังส่งแรงเชียร์ ส่งกำลังใจ และร่วมโหวตคะแนนให้กับเด็กชายทัศนศักดิ์ ถนอมสิทธิ์ หรือ น้องกานต์ โดยการพิมพ์ T3 ส่งไปที่ 4111929 เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-29 มิถุนายน 2556 นี้ 

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว.ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ติดตามโครงการสร้างความมั่นคงทางอาหารและอาหารปลอดภัย

เช้าวันนี้ ( 24 มิ.ย. 56 ) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเผด็ฌ โชติมณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับ คณะจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ซึ่งเดินทางมาเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ บูรณาการความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงทางอาหารและอาหาร ปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ดร.สม นาสอ้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้รับผิดชอบโครงการฯกล่าวว่า โครงการดังกล่าว มีพื้นที่ดำเนินการคลอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่กลุ่มตัวอย่าง 23 ตำบล และ 6 ศูนย์การเรียนรู้ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ภาคส่วนราชการ เอกชน ปราชญ์ชาวบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผุ้นำชุมชน เกษตรกร ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทำให้พื้นที่นำร่องกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอื่นๆในเวลาอันรวดเร็ว

ทางด้าน ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย รอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความโดดเด่นมากในเรื่องของงานบูรณาการ และโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการสร้างความมั่นคงทางอาหารและอาหารปลอดภัยใน พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีกิจกรรม รองรับอย่างมากมาย และเป็นรูปธรรม ทั้งนี้อยากให้มีการขยายผลไปในทุกตำบล หมู่บ้าน โดยใช้ฐานข้อมูลเครือเรือนที่มีอยู่ จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชนได้



วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

กาฬสินธุ์จัดงานวันนัดพบแรงงานย่อย

นายประภาส พรหมคำบุตร รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่า จัดหางานจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำหนดจัดงาน วันนัดพบแรงงานย่อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 6/2556 ในระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.00 – 16.00 น. ที่สำนักงานจัดหารงานจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ว่างงาน นักเรียน นักศึกษาที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา ประชาชนคนหางาน ผู้มีรายได้ต่ำ หรือผู้ถูกเลิกจ้าง ได้มีโอกาสสมัครงานและสัมภาษณ์งานโดยตรงกับนายจ้างหลายรายในคราวเดียวกัน ซึ่งมีตำแหน่งงานว่างกว่า 1,000 อัตรา จึงขอเชิญชวนผู้ว่างงานร่วมงาน วันนัดพบแรงงานย่อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
 
 


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

กาฬสินธุ์เปิดรับจำนำข้าวในราคาตันละ 15,000 บาทถึงวันที่ 29 มิ.ย. นี้

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศปรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/2256 คือ ปรับราคาจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100 % ที่ความชื้น 15 % จากราคาตันละ 15,000 บาท เป็นราคาตันละ 12,000 บาท และข้าวเปลือกชนิดอื่นๆปรับลด 20 % จากราคาที่กำหนดไว้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2556 และได้ปรับวงเงินรับจำนำของเกษตรกรแต่ละครัวเรือนจากเดิมไม่จำกัดจำนวน เป็นไม่เกินครัวเรือนละ 500,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป

จังหวัดกาฬสินธุ์จึงขอให้เกษตรกรที่ยังไม่เก็บเกี่ยวข้าวและยังมีสิทธิ์จำนำ เหลืออยู่ สามารถนำข้าวเปลือกเจ้า 100 % ความชื้นไม่เกิน 15 % ไปจำนำในราคาตันละ 15,000 บาท ได้ที่จุดรับจำนำข้าวเปลือกของจังหวัดกาฬสินธุ์จำนวน 2 จุด คือ โรงสีไฟกาฬสินธุ์รุ่งเรือง 3 อำเภอกมลาไสย และโรงสีข้าวไทยเกษตร 2005 อำเภอยางตลาด จนถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2556นี้
 



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

กาชาดขอนแก่นรับบริจาคโลหิตและบริจาครถโยกสำหรับพระสงฆ์

วันนี้ (24 มิ.ย.) นางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับศูนย์คลังเลือดกลาง โรงพยาบาลขอนแก่น และคลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกิจกรรมการออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ นอกจากบริจาคโลหิตแล้วก็มอบรถโยกฯ ให้กับพระครูปริยัติ สารกิจ วัดจอมแจ้ง บ้านผักหนาม หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองกุงใหญ่ อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ด้วยงานนี้รับบุญกันถ้วนหน้า

จังหวัดขอนแก่นจัดโครงการแปดร้อยล้านกล้าเทิดพระเกียรติและเปิดระบบน้ำเพื่อชุมชนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดโครงการแปดร้อยล้านกล้าเทิดพระ เกียรติและเปิดระบบน้ำเพื่อชุมชนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จากมูลนิธิโคคา- โคลา ประเทศไทย เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day 2013) ณ แปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์บ้านชีกกค้อ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาบ้านโคกสำราญ ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่นโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในคุณค่าและ ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในการบริหารจัดการ พื้นที่ชุมน้ำแก่งละว้าในงานนี้ก็มีการปลูกป่าในพื้นที่แก่งละว้าเพื่อเพิ่ม พื้นที่ป่าและร่วมโครงการแปดร้อยล้านกล้าเทิดพระเกียรติด้วย      

27-29 มิถุนายน 2556 ขอเชิญร่วมงานสาธิต วิชาการครั้งที่ 4 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายปรีชา เครือวรรณ รองคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำผู้บริหารโรงเรียนสาธิตจากทั่วประเทศร่วมแถลงข่าวการ จัดงาน สาธิตวิชาการครั้งที่ 4 ซึ่งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นร่วมกับโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสารคาม เป็นเจ้าภาพจัดงาน ...งานสาธิตวิชาการครั้งที่ 4 "สาธิตก้าวหน้า พัฒนานวัตกรรม ก้าวล้ำสู่อาเซียน” จัดณ ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในวันที่ 27-29 มิถุนายน 2556 โดยงานนี้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ "นโยบายการศึกษาสู่อาเซียน” ในวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ในงานมีกิจกรรมมากมาย ร่วมรับฟังการเสวนา "การจัดการศึกษา พัฒนาสู่ความเป็นผู้นำในอาเซียน” จากผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ร่วมสนทนา”มุมมองคนรุ่นใหม่ ก้าวไกลสู่อาเซียน” โดยศิษย์เก่าโรงเรียนสาธิตฯ คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ (กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็กแซ็กท์ จำกัด ศิษย์เก่าสาธิตจุฬาฯ) ดร.นาวิน เยาวพลกุล (นาวินต้า ศิษย์เก่าสาธิตประสานมิตร) คุณศุภรุจ เตชะตานนท์ (เดอะสตาร์ ปี4 ศิษย์เก่าสาธิตขอนแก่น) คุณอภิวัฒน์ พงษ์วาท นักร้องนำ วง ETC ศิษย์เก่าสาธิตเชียงใหม่ และรับชมการแสดงของนักเรียนสาธิตฯทั่วประเทศ โดยมีเวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ศิษย์เก่าสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นรับหน้าที่พิธีกร นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา การอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จึงขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน สาธิตวิชาการ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 27-29 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสามารถลงทะเบียนได้ที่ www.satit.kku.ac.th/satit2556       

ประธานรัฐสภาเปิดสถาบันการเงินส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ฯพณฯ ดร.สมศักดิ์  เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดสถาบันการเงินแห่งใหม่ของขอนแก่นรัตนชาติไฟแนนแอนด์ลิสซิ่ง ที่บ้านศรีฐาน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น สถาบันการเงินแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมืองขอนแก่น ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคอีสานเป็นศูนย์กลางเส้นทางจากตะวันตกสู่ ตะวันออกจากเหนือถึงใต้เส้นทางอีสเวสอิคลอโดมิกเป็นเมืองที่ตั้งอยู่จุด ศูนย์กลางของอินโดจีนและในปัจจุบันถือว่าเมืองขอนแก่นมีความเจริญแบบก้าว กระโดดมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่จำนวนมากรวมทั้งมีสถานกงสุลที่ตั้ง อยู่ในขอนแก่นถึง 4 ประเทศ จีน เวียตนาม ลาว และเปรู มีสถาบันความร่วมมือศูนย์ข้อมูลข่าวสารของอเมริกาและทางสถานทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทยก็มาดูลู่ทางการตั้งสมาคมไทย-ฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยนับมาขอนแก่นเป็นเมืองที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาในทุกๆด้านเป็นเมืองที่ มีประชาชนอยู่1.8 ล้านคนพื้นที่ 6.8 ล้านไร่รองรับการเจริญเติบโตได้มาก การจัดตั้งสถานบันการเงินก็เป็นช่องทางให้กับประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ตามนโยบายของรัฐบาลด้วย

รองนายกและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ สปป.ลาวดูอำเภอเกษตรพัฒนาที่อำเภอซำสูงขอนแก่น

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำฯพณฯ ดร. ทองลูน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตรวจเยี่ยมศูนย์ผลิตสินค้าเกษตรปลอดสารพิษที่บ้านสว่าง ตำบลกระนวน อำเภอซำสูงจังหวัดขอนแก่น และดูโครงการน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรที่บ้านโนน ตำบลบ้านโนน อำเภอซำสูง ซึ่งเป็นอำเภอที่จังหวัดขอนแก่นส่งเสริมให้เป็นอำเภอเกษตรพัฒนานำร่องอำเภอ แรกของจังหวัดขอนแก่นตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นที่จะพัฒนา เกษตรพอเพียงและเกษตรปลอดสารพิษเพื่อให้ชาวขอนแก่นได้รับประทานอาหารที่ปลอด สารซึ่งสินค้าเกษตรในอำเภอซำสูงได้พัฒนาการตลาดจนเป็นสินค้าที่ส่งไปขายใน ห้างเซนทรัลทั่วประเทศแล้วโดยทางรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้มอบหมายให้เอกอัครราชทูต สปป.ลาวและอธิบดีหลายกระทรวงนำผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาด้วยเพื่อนำกลับไปส่ง เสริมเกษตรกรที่ สปป.ลาว      

รองนายกรัฐมนตรี และรมต.กระทรวงต่างประเทศ สปป.ลาวเยือนขอนแก่นอย่างเป็นทางการ

รองนายกรัฐ​มนตรีและรั​ฐมนตรีว่าก​ารกระทรวงต่​างประเทศ สปป.ลาว เปิดสถานกง​สุลลาวประจำ​จังหวัดขอน​แก่น

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 ฯพณฯ ดร. ทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สปป.ลาว พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำชาวไทยและชาวลาวร่วมทำบุญตักบาตรในโอกาสพิธี เปิดสถานกงสุลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำจังหวัดขอนแก่น และทำพิธีเปิดป้ายสถานกงสุล ที่ถนนมิตรภาพ บ้านหนองกุง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นงานนี้มีมีคนไทยและคน สปป.ลาวมาร่วมงานจำนวนมากจนแยกไม่ออกว่าใครคนไทนใครคนลาวเพราะทั้งสองประเทศ ระหว่างคนอีสานกับคนลาวพูดภาษาเดียวกันได้พระสงฆ์ก็สวดมนต์บทเดียวกันทำให้ ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศแนบแน่นกันขึ้นอีก

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

รายงานพิเศษ : “ร้อยมือ สร้างเมือง” จากโครงการของรัฐบาลสู่เรียลลิตี้ทีวี

ความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ  ส่งผลให้พื้นที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว  รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะดำเนินโครงการพัฒนาเมือง เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันเสนอ และช่วยกันทำ ตามวิถีประชาธิปไตย ในการพัฒนาชุมชนเมืองของตนเอง ให้น่าอยู่ ปลอดภัย เป็นเมืองแห่งสุขภาพ เมืองที่มีพื้นที่สร้างสรรค์ และเป็นแหล่งผ่อนคลายของสมาชิกในชุมชน ที่สำคัญคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้น ภายใต้โครงการ “ปฏิบัติการร้อยมือ สร้างเมือง” โดยเปิดโอกาสให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่ของตนเอง

นายนที ขลิบทอง  ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการพัฒนาเมืองเป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งขึ้น เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชน จากโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือ เอสเอ็มแอล ที่มีข้อจำกัดมากมาย และเน้นการพัฒนาพื้นที่ในชนบทเป็นสำคัญ ซึ่งจากการดำเนินโครงการพัฒนาเมือง ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสนอโครงการแล้วกว่า 300 โครงการ จาก 50 จังหวัดทั่วประเทศ โดยโครงการที่เสนอมีความหลากหลายทั้งด้านการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น การแก้ปัญหาคนเร่ร่อน การป้องกันอัคคีภัย แก้ปัญหาหมอกควัน และการพัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งล้วนแต่เป็นโครงการที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ไข

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ต่อยอดโครงการพัฒนาเมือง โดยคัดเลือกโครงการที่น่าสนใจสามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้ ถ่ายทำในรูปแบบรายการเรียลริตี้ แนวสาระบันเทิง ภายใต้ชื่อ “รายการร้อยมือ สร้างเมือง” ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี หรือ ช่อง 9 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.30 – 21.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคมนี้ (2556) เป็นต้นไป ซึ่งในรายการจะมีคณะกรรมการและตัวแทนประชาชนร่วมให้คะแนน เพื่อหาโครงการที่เป็นสุดยอดต้นแบบโครงการร้อยมือ สร้างเมืองแห่งปีต่อไป โดยโครงการที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดจะได้รับเงินรางวัล 2 ล้านบาท รางวัลที่ 2 จำนวน 1 ล้านบาท และรางวัลที่ 3 จำนวน 5 แสนบาท

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมือง จะต้องรวมกลุ่มกันในหมู่บ้านหรือชุมชนตั้งแต่ 100 หลังคาเรือนขึ้นไป หรือกลุ่มประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง ตั้งแต่ 50 หลังคาเรือนขึ้นไป และนำเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตั้งแต่ 500,000 - 2,000,000 บาท ได้ที่สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้(2556) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1111 และดูข้อมูลที่ www.ร้อยมือ สร้างเมือง .com




ฐิตาวัลย์ ลาภขจรสงวน /รายงาน

สคร.5 แนะผู้ป่วยเบาหวาน ควรหันมาให้ความสำคัญกับอาหารประเภทปลา ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมาก ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาทะเล

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า เบาหวานโรคอันดับต้นๆ ที่คนไทยเป็นกันมาก และเป็นโรคที่ต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการบริโภคอาหารเป็นสำคัญ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ ต้องควบคุมอาหารและน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ผู้ป่วยเบาหวาน ควรหันมาให้ความสำคัญกับอาหารประเภทปลา ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมาก ไม่ทำให้อ้วน และราคาไม่แพงอีกด้วย ปลาเป็นหนึ่งในอาหารที่มีโคเรสโตรอลต่ำ ย่อยง่าย และเนื้อปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง นอกจากเนื้อปลาแล้ว ไขมันปลาก็ยังมีประโยชน์ เป็นแหล่ง โอเมก้า – 3 ที่หลายคนคิดว่ามีแต่ในปลาทะเลเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาทะเล โดยโอเมก้า – 3 จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน การเลือกบริโภคปลาจะต่างจากการเลือกเนื้อสัตว์อื่นๆ โดยการเลือกซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์อื่นๆ เราจะเลือกที่มีมันน้อยๆ แต่ถ้าเราเลือกปลาเราต้องเลือกที่ตัวใหญ่ๆ มีไขมันมาก เพราะไขมันเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ส่วนชนิดของปลาที่ให้ประโยชน์มากที่สุดคือ ปลาสวาย มีโอเมก้า 3 สูงถึง 2,570 มก.ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปลาทะเล จึงอยากแนะนำให้หันมาบริโภคปลาน้ำจืดในบ้านเรา เพราะมีราคาถูกแต่มีคุณประโยชน์ที่สูง แถมช่วยลดการบริโภคปลานำเข้า ที่คุณค่าทางอาหารจะลดลงไปเมื่อถูกแช่แข็ง และที่สำคัญยังไม่พบการแพ้ปลาน้ำจืด เหมือนกับปลาทะเลอีกด้วย สำหรับการปรุงเมนูปลาที่มีคุณประโยชน์ที่สุดอยู่ที่การต้มหรือนึ่ง ที่จะทำให้ได้คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนที่สุด โดยให้หลีกเลี่ยงเมนูทอดให้มากที่สุด ทั้งนี้ควรมีการบริโภคอาหารที่มีเมนูปลาอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์ แต่หากบริโภคได้ทุกวันก็จะดีที่สุด




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ได้รับอนุมัติแล้ว 124 โครงการพร้อมเร่งประชาสัมพันธ์จัดทำโครงการให้มากขึ้น

นางชนมณี  จารุธนิตกุล ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของจังหวัดสุรินทร์ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าคณะกรรมการและสมาชิกของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในชุมชนส่วนใหญ่ ยังขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ การบริหารจัดการกองทุนฯ นอกจากนี้ ยังขาดทักษะในการเขียนและเสนอโครงการ ขั้นตอนการขอกู้ยืมที่มีความซับซ้อน รวมทั้งหลักเกณฑ์การเขียนโครงการขอรับเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการฯ ทำให้มีหลายโครงการไม่ผ่านการอนุมัติ เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของกองทุนฯ บางโครงการไม่ชัดเจน ขาดเอกสาร หลักฐานในการประกอบยื่นขอเสนองบประมาณ จึงจำเป็นต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในแนวทางการบริหารจัดการและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกอย่างทั่วถึงให้มากขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 196,071 คน คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนเป้าหมายหญิงอายุ 15 ปี ที่มีอยู่กว่า 551,000 คน โดยได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนการดำเนินงานรวม 134 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินอุดหนุน 26 ล้านบาท ได้อนุมัติเพื่อดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีและจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรีแล้ว 124 โครงการ เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41 ของเงินจัดสรร และงบทุนหมุนเวียน จำนวน 104 ล้านบาท เพื่อให้สมาชิกกู้ยืมไปพัฒนาอาชีพ ซึ่งได้พิจารณาอนุมัติโครงการไปแล้ว 1,421 โครงการ รวมเป็นเงินกว่า 80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 77 ของเงินจัดสรร คาดว่าในอนาคตจะได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

ขอเชิญซื้อข้าวหอมมะลิผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสุรินทร์ หอม ยาว ขาว นุ่ม อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์

นางธนณฐ์วรรย์  แสงหวัง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปราสาท จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์เป็น  1 ใน 5 จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งพื้นที่มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นแอ่งกระทะ  สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายมีความเค็ม  มีความอุดมสมบูรณ์พอเหมาะ และอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เหมาะสมต่อการปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ขาวมะลิ 105 ให้มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่ง  ทำให้ข้าวหอมสุรินทร์มีลักษณะเด่นกว่าแหล่งอื่น  คือ หอม  ยาว ขาว  นุ่ม ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ได้คัดเลือกจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีให้เป็นจังหวัดนำร่องในการขยายตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และจังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ด้วยการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรเห็นความสำคัญและคุณค่าของการผลิตข้าวหอมมะลิในระบบเกษตรอินทรีย์ ประเมินความพร้อมของเกษตรกร รวมทั้งความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูกก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ อีกทั้งสนับสนุนให้มีการนำระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เข้ามาใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากข้าวหอมมะลิทั่วไป  ทั้งในแง่ของ เกษตรกรมีความรู้ ความชำนาญในการปลูกข้าวหอมมะลิมาอย่างยาวนาน มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาการผลิตสืบต่อกันมา จนสามารถผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีได้ เช่น ข้าวหอมมะลิโกเมนสุรินทร์ และมะลินิลสุรินทร์ เกิดจากความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์, ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร, สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว, คณะเทคโนโลยีและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นข้าวเจ้าหอมต่างสี ซึ่งได้จากการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ข้าวเจ้าต่างสี พันธุ์พื้นเมืองไวต่อช่วงแสง 3 พันธุ์ คือ มะลิแดง เบอร์ 54  มะลิพื้นเมือง (ข้าวแดง) และมะลิดำ เบอร์ 53 จากแปลงแสดงพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ในปี พ.ศ. 2548 จนได้พันธุ์บริสุทธิ์ จำนวน 12 สายพันธุ์ ได้แก่ กลุ่มที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง จำนวน 5 พันธุ์ คือ มะลิโกเมนสุรินทร์ 1-5 และกลุ่มที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีดำ จำนวน 7 พันธุ์ คือ มะลินิลสุรินทร์ 1-7 มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง ขยายเส้นเลือด สามารถสนองต่อการเรียกหาของคนรักสุขภาพ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบด้วย สารประกอบฟีโนลิก และแอนโทไซยานิน ที่มีผลทำให้ผิวหนังของเราไม่เหี่ยวแห้งเร็วก่อนวัยอันควร แถมยังช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและยังออกฤทธิ์ในการขยายเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันในสมอง และโรคอัมพาตอีกด้วย




สมทรง  เผือกผล   ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

เชิญซื้อจักสานหวายผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสุรินทร์

นายกสิณ  นวลโคกสูง  พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์มีหวายที่พบในจังหวัดสุรินทร์และตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชา เช่น  หวายหางหนูซึ่งเป็นหวายที่มีความเหนียว เส้นเล็กมีผิวมันในตัว และหวายน้ำลำต้นใหญ่เท่านิ้วก้อย ชอบขึ้นริมน้ำ ชาวบ้านนำมาจักสานเช่นกัน โดยเฉพาะชาวบ้านบุทม จังหวัดสุรินทร์ นำหวายหางหนูและหวายน้ำ มาทำจักสานตะกร้าชนิดต่าง ๆ เนื่องจากหวายมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถดัดได้ มีความเหนียวเป็นลักษณะเฉพาะ มีลำต้นขนาดเท่ากันตามชนิด มีความมันในระดับผิว จึงเหมาะต่อการจักสาน ทำเฟอร์นิเจอร์ รูปแบบต่างๆ
โดยจังหวัดสุรินทร์มีการจักสานหวายครั้งแรก ที่บ้านบุทม ตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์  จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้ยึดเป็นอาชีพเสริมหลังการทำนา มาตั้งแต่ปี 2473  ประมาณ 80 ปี โดยชาวบ้านได้เรียนรู้การจักสานหวายจากเรือนจำสุรินทร์ และถ่ายทอดความรู้ให้กับคนในหมู่บ้านได้ยึดเป็นอาชีพ ที่สามารถทำได้ตลอดฤดูกาล ซึ่งในปัจจุบันมีครัวเรือนที่ผลิตจักสานหวาย จำนวน 510 ราย ผลิตได้ 3,000 ชิ้น ต่อเดือน

งานจักสานหวาย ชาวบ้านได้ผลิตตะกร้าหวาย ด้วยลวดลายแบบดั้งเดิม  ซึ่งหวายหางหนูมีความเหนียว แข็งแรงเป็นเงาตามธรรมชาติ  ชาวบ้านจะผลิตตะกร้าหลายบ้าน  ทุกครัวเรือนหลายรูปแบบ เช่น ตะกร้าไปจ่ายตลาด  ไปวัด ตะกร้าทรงเหลี่ยม ทรงกลม ทรงรี ทรงรูปไข่ ตะกร้าผัก ตะกร้าหมาก ตะกร้าใส่เสื้อผ้า โตกผลไม้ กระเช้าของขวัญ งานจักสานทุกชิ้นทำด้วยมือ ยึดความคงทนประณีต  และใน ปี 2527 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้ริเริ่มฟื้นฟูหมู่บ้านพัฒนาอาชีพ ชาวบ้านบุทมจึงได้รับการส่งเสริมจักสานหวายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เพื่อเสริมรายได้ให้กับครอบครัว โดยการถ่ายทอดความรู้จาก 3 ครอบครัว ขยายสู่ครอบครัวในชุมชนทุกหลังคาเรือน

ปัจจุบัน "กลุ่มหัตถกรรมหวายบ้านบุทม" มีสมาชิกเพิ่มขึ้นไม่เพียงเฉพาะบ้านบุทมเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายอีก 3 ตำบล ในจังหวัดสุรินทร์ หลังจากทำเสร็จแล้วก็จะนำมาฝากขายที่กลุ่ม โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ OTOP ผลิตสินค้าจักสานหวายจำนวน 6 กลุ่ม  รวม 510 คน มีความสามารถในการผลิตจำนวน 3,000 ชิ้น/เดือน และ 36,000 ชื้น/ปี  มีการผลิตสม่ำเสมอตลอดทั้งปี  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา




สมทรง  เผือกผล   ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

ประธานเครือข่าย OTOP สุรินทร์ ขอเชิญซื้อผ้าไหมสุรินทร์ ลวดลายหลากหลาย คงทน เงางาม เนื้อผ้าละเอียดนุ่ม ทอด้วยฝีมือประณีต หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง

นางประนอม  ขาวงาม ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  จังหวัดสุรินทร์ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีการทอผ้าไหมที่สวยงามและมีการทอผ้าไหมทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ในจังหวัดสุรินทร์  และเหตุผลที่ใช้ชื่อว่าผ้าไหมสุรินทร์ เพราะว่า ผ้าไหมสุรินทร์ มีลวดลายผ้าไหมที่หลากหลาย จนได้ชื่อว่า ร้อยสีพันลาย สุดยอดผ้าไหมสุรินทร์  ผ้าไหมเมืองสุรินทร์มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพคือ ความคงทน ความเป็นเงางามของเส้นไหม เนื้อผ้าละเอียดนุ่ม ทอด้วยฝีมือประณีต สีไม่ตก และด้านสุนทรียภาพคือ ความงามจากลวดลายที่มีการจัดวางองค์ประกอบที่ประสานสัมพันธ์กันระหว่างโครงสร้างสีที่กลมกลืนกับลวดลายธรรมชาติ มีการตัดทอนอย่างลงตัวสอดคล้องกับรูปแบบของผ้า ความลงตัวที่พอดีเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาที่ผ่านการสั่งสมประสบการณ์มาหลายชั่วอายุคน และมีการสืบทอดต่อกันมาจนเป็นภูมิปัญญาของชุมชนในการมองเห็นความงามร่วมกัน   แต่เดิมนั้นการทอผ้าไหมของชาวสุรินทร์ทำเพื่อไว้ใช้เอง และสวมใส่ในงานบุญและงานพิธีต่างๆ การทอจะทำหลังจากสิ้นสุดฤดูทำนา มิได้มีการทอเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จนมีคำกล่าวทั่วไปว่าพอหมดหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก

ผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์มีลักษณะเด่นที่สำคัญ 4 ประการคือ ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากกัมพูชา ลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้นล้วนมีที่มาและมีความหมายอันเป็นมงคล  ในการทอนิยมใช้ไหมน้อย ซึ่งเป็นไหมที่สาวมาจากเส้นใยภายในรังไหม มีลักษณะนุ่ม เรียบ เป็นเงางาม  นิยมใช้สีธรรมชาติ ทำให้สีไม่ฉูดฉาด มีสีสันที่มีลักษณะเฉพาะคือ สีจะออกโทนขรึม เช่น น้ำตาล แดง เขียว ดำ เหลือง  ฝีมือการทอ มีความแน่นและละเอียดอ่อนประณีต ผสมผสานลวดลายต่างๆ เข้าด้วยกัน แสดงถึงศิลปะอันงดงาม  ผ้าไหมสุรินทร์มีจำนวนหลากหลาย  เช่น  ผ้าไหมลายยกทองโบราณ  ผ้าไหมลายมัดหมี่โฮลหรือราชินีผ้าไหมสุรินทร์  ผ้าไหมลายมัดหมี่  ผ้าไหมลายโสร่ง/ผ้าขาวม้าหางกระรอก  ผ้าไหมลายยกดอก  ผ้าไหมลายลูกแก้ว

สนใจสั่งซื้อ  สอบถามรายละเอียดที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ  และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์




สมทรง  เผือกผล   ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

จ.สุรินทร์เลือกผ้าไหมสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ และจักสานหวายเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจังหวัด

นายกสิณ  นวลโคกสูง  พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า ในปี 2556 กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดให้มีการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่น จังหวัด (Provincial Star OTOP : PSO) ปี พ.ศ. 2556  เพื่อคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผลิตภัณฑ์ OTOP และนำผลิตภัณฑ์เด่นเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมและพัฒนา  ซึ่งในปี  2549  จังหวัดสุรินทร์ได้เคยมีการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจังหวัด 3 ผลิตภัณฑ์  ได้แก่ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์  ผ้าไหมยกทองโบราณ  และผ้าไหมมัดหมี่โฮล

พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า  ในปี 2556 ทุกจังหวัดจะต้องพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดจากผลิตภัณฑ์ 5 ประเภท  ได้แก่ ประเภทอาหาร ประเภทเครื่องดื่ม ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย  ประเภทของใช้/ ของตกแต่ง/ของที่ระลึก ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งคณะกรรมการฯได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นจังหวัดสุรินทร์ จากผลิตภัณฑ์เด่นของ 17 อำเภอ ผลการคัดเลือก เป็นดังนี้  อันดับหนึ่งผ้าไหมสุรินทร์  อันดับสองข้าวหอมมะลิสุรินทร์  และอันดับสามจักสานหวาย




สมทรง  เผือกผล   ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

เวที “พูดจาหาทางออกประเทศไทย” จังหวัดสุรินทร์ เรียกร้องให้เคารพเสียงส่วนใหญ่ เคารพกติกา ตัดสินคดีด้วยความเป็นธรรม และสื่อต้องมีความเป็นกลาง ระบุความเป็นธรรมทำให้สังคมเป็นสุข

จังหวัดสุรินทร์ได้จัดเวที “พูดจาหาทางออกประเทศไทย” 2  เวที  ระหว่างวันที่  22-23  มิถุนายน  2556  ที่ห้องประชุมโรงแรมเพชรเกษม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์   เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกประเทศไทย โดยมี ผศ.กฤษณา วงษาสันต์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เป็นหัวหน้าคณะวิทยากร พร้อมด้วยคณะวิทยากรกระบวนการจากจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ร่วมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งบรรยากาศการจัดเวทีทั้ง  2  เวที เป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนจากทุกภาคส่วนร่วมเวทีกว่า  1,600  คน

โดยคณะวิทยากรได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเวที “พูดจาหาทางออกประเทศไทย” ทั้ง 2  เวที  ได้เสนอความคิดเห็น ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ประชาชนสุรินทร์ไม่ใช่คู่ขัดแย้งแต่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งโดยตรง  เนื่องจากคู่ขัดแย้งมีการสร้างกลุ่มเพื่อรักษาอำนาจของกลุ่มตนเอง ในขณะที่สังคมมีความหลากหลายทางความคิด มีปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม  การไม่ยอมรับกติกา  ปัญหาระบบอุปถัมภ์  ความไม่เป็นธรรมทางกฎหมาย  การไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง   ไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่ นอกจากนั้นยังมีปัญหาเศรษฐกิจ  ปัญหาสื่อเลือกข้างและขาดการควบคุม  การแอบอ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง  เป็นต้น

ส่วนทางออกที่แต่ละกลุ่มนำเสนอ ได้แก่ นักการเมืองต้องมีคุณธรรม  เคารพเสียงส่วนใหญ่  เคารพกติกา  ยอมรับความเห็นของประชาชนและความคิดเห็นที่แตกต่าง ผู้นำชุมชนควรเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง  การดำเนินการของภาครัฐควรสอบถามความต้องการของประชาชน  ประชาชนควรมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจต่อรอง  ส่วนการบัญญัติกฎหมายต้องมีความชัดเจน  ไม่ต้องมีการตีความ  ต้องตัดสินคดีด้วยความเป็นธรรม  ควรมีการปฎิรูปสื่อให้มีความเป็นกลางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และย้ำว่าความเป็นธรรมทำให้สังคมเป็นสุข




สมทรง  เผือกผล   ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

จังหวัดสุรินทร์รวมพลกว่า 1000 คน เวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยวันที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคัก

วันนี้ (23 มิ.ย.2556) ที่โรงแรมเพชรเกษม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย  เวทีที่ 2 โดยมี ผศ.กฤษณา  วงษาสันต์ อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เป็นหัวหน้าคณะวิทยากร พร้อมด้วยคณะวิทยากรกระบวนการจากจังหวัดบุรีรัมย์และศรีสะเกษ ร่วมดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งบรรยากาศการจัดเวทีในวันนี้เป็นวันที่ 2 เป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเวทีซึ่งเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ จากเขตเลือกตั้งที่ 5 - 8  จำนวนกว่า  1,000 คน โดยมี นายพิภพ  ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์
สำหรับการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยของจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดขึ้น 2 เวที เพื่อพูดจาหาทางออกประเทศไทย  ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2549 – 2553 นำมาซึ่งการเสียชีวิตและบาดเจ็บ ความสูญเสียทางวัตถุ ทรัพย์สิน สถานที่ต่างๆ อีกหลายแห่ง ประชาชนไม่สามารถพูดคุยเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองการเมืองกันได้ทั่วไป

การเสวนาในครั้งนี้  เพื่อต้องการเปิดพื้นที่หรือสร้างช่องทางให้ประชนได้สื่อสาร  ทำความเข้าใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ให้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในประเด็นรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งแสวงหาทางออกร่วมกัน  การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างอันเป็นช่องทางในการลดความไม่ไว้วางใจกัน สร้างความประนีประนอมต่อกัน นำไปสู่ความเข้าร่วมกันเพื่ออยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างสันติสุข เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกประเทศไทย สร้างความเข้าใจร่วมกันของสังคมต่อแนวทางหาทางออกประเทศไทย และหาข้อเสนอที่สร้างสรรค์ในการยุติความขัดแย้งในสังคม โดยมีการถ่ายทอดเสียงทาง สวท.สุรินทร์ ระบบ F.M.93.5 MHz. และวิทยุชุมชนให้ประชาชนได้รับฟังตลอดการจัดกิจกรรมด้วย




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน