วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เยี่ยมให้กำลังใจ นักกีฬาศึกวอลเลย์บอลหญิง ที่มารวมตัวฝึกซ้อม ที่โรงเรียนสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เยี่ยมให้กำลังใจ นักกีฬา วอลเลย์บอลหญิง ที่มารวมตัวฝึกซ้อม ที่โรงเรียนสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา  (ภาพเป็นข่าว)



สุ่มตรวจสอบปริมาณข้าวหลังสั่งปิดโรงสี

เจ้าหน้าที่ เข้าสุ่มตรวจสอบปริมาณข้าวในโรงสีอีกครั้ง หลังถูกสั่งปิดโรงสี เนื่องจากตรวจพบข้าวขายไปจากโกดังเกินมาตรฐาน ไป 4 เปอร์เซ็นต์ (ตามระเบียบไม่เกิน 10 ) ด้านตำรวจชัยภูมิมั่นใจมีหลักฐานชัดเจน หาก อคส.เข้าแจ้งความ เมื่อใดจึงจะออกหมายเรียก พร้อมให้โอกาสเจ้าของโรงสีชี้แจงข้อกล่าวหา

เวลา 08.30น. วันนี้ 27 มิ.ย. 56 นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ นายธวัชชัย โสภาเสถียรพงษ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ได้นำเจ้าหน้าที่ กว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบปริมาณข้าว ในโกดังของโรงสีข้าวนพภร ต.โนนแดง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นโรงสีในจังหวัดชัยภูมิแห่งเดียว ที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าว ปี2555/56 รอบที่ 2 หรือข้าวนาปรัง ก่อนหน้านี้ ได้ตรวจพบปริมาณข้าวหายไปจากโกดัง 750 ตัน จึงสั่งปิด วันนี้เป็นการจู่โจม เข้ามาเพื่อตรวจนับว่า ข้าวที่หายไป กลับคืนมาหรือไม่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลประกอบการสืบสวนของตำรวจ

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ เปิดเผยถึงความคืบหน้า ว่า ขณะนี้ผู้อำนวยการ อคส.ได้มอบอำนาจให้ ผอ.สำนักกฎหมาย มาแจ้งความดำเนินคดี ตามที่คณะอนุกรรมการฯระดับจังหวัดเสนอขึ้นไป เชื่อว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทาง เบื้องต้น มี 4 คดี ทั้งกรณีข้าวหาย กรณีขนข้าวออกไปขาย กรณีไม่มีการบันทึกกล้องวงจรปิดช่วงเวลาขนข้าวออก อ้างว่าไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ และกรณีปลอมแปลงใบส่งข้าว ทั้ง 4 ประเด็นนี้ คณะอนุจังหวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงมาสืบสวน ได้หลักฐานชัดเจน เกษตรกร 4 ราย ยอมรับว่า ขนข้าวออกจากโรงสีแห่งนี้ ไปสวมสิทธิ์จริง

ด้านพล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ในชั้นนี้ ตำรวจมั่นใจหลักฐาน ที่ได้
มา พบว่ามีความผิดชัดเจน ขั้นตอนต่อไปรอเพียงให้ อคส.เข้ามาแจ้งความ จึงค่อยพ่วงข้อหาอื่นๆ ที่ได้มาประกอบเข้าไปด้วย จากนั้นจะออกหมายเรียกเจ้าของโรงสี ไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งตำรวจจะให้ความเป็นธรรม มีหลักฐานโต้แย้ง สามารถนำมาแก้ต่างได้

ขณะที่ นางนพภร รูปชัยภูมิ เจ้าของโรงสีข้าวนพภร เปิดเผยว่า ประเด็น เจ้าหน้าที่ อคส. มาตรวจพบข้าวหาย 14 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามระเบียบต้องไม่ให้เกิน 10 เป็นเรื่องเข้าใจผิด เกิดจากการนับของเจ้าหน้าที่ไม่ถูกต้อง ตอนนั้นตนไม่อยู่ จึงให้ลูกน้องเป็นผู้นำตรวจ ปรากฎว่าชี้กองข้าวผิดจุด ลงนามโดยไม่ได้ตรวจดู นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อคส. ไม่หักในส่วนที่ส่งไปยังโกดังกลางออก ตัวเลขจึงมากกว่าข้าวในโกดังโรงสี หลังทราบว่าปริมาณข้าวไม่ตรงกัน ได้ทำเรื่องชี้แจงไม่ยอมรับผลการตรวจครั้งนั้น และขอให้มาตรวจนับใหม่ ตรงนี้อยากจะขอความเป็นธรรมด้วย
 

 

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ทองผันผวนหนัก วันเดียวขึ้นลง 10 รอบ ทองรูปพรรณรับซื้อเหลือบาทละ 17,888 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศเปลี่ยนแปลงราคาทองคำวันนี้ (27มิ.ย.) รวมทั้งหมด 10 ครั้ง โดยปรับลดลง 8 ครั้งรวม 750 บาท และปรับขึ้น 2 ครั้งๆ ละ 50 บาท เบ็ดเสร็จทั้งวันราคาทองปรับลดลง 650 บาท ส่งผลให้ทองรูปพรรณรับซื้อตอนนี้แตะบาทละ 17,888 บาท และทองแท่งรับซื้อที่บาทละ 18,150 บาท นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำในวันนี้ปรับลดลงมาค่อนข้างมาก ซึ่งสถานการณ์ราคาทองคำในปัจจุบันนับว่าค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากเป็นการเคลื่อนไหวมาจากการปั่นราคาของกองทุนเก็งกำไรทองคำขนาดใหญ่ การเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงนี้ลงมามากจนผิดปกติและมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งประเมินแนวรับของราคาทองคำอยู่ที่ 1,245 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเมื่อหลุดแนวรับนี้ไปแล้วก็มองว่าจะมีโอกาสลดลงต่อและประเมินแนวรับค่อน ข้างยาก อย่างไรก็ตามสถานการณ์เช่นนี้นักลงทุนควรชะลอการลงทุนและติดตามสถานการณ์ ก่อน เนื่องจากประเมินความเสี่ยงได้ยาก "วันนี้การซื้อขายทองคำที่เยาวราชค่อนข้างเบาบางเนื่องจากนักลงทุนไม่กล้า เสี่ยงกับราคาทองในช่วงนี้ และเร็วๆนี้มีโอกาสที่ราคาทองคำ 1 บาทจะลดลงไปต่ำกว่า 18,000 บาทได้ หากราคาทองคำยังลดลงเช่นนี้ต่อเนื่อง ซึ่งการลดลงของทองคำในตอนนี้มาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจโลกและการปั่นราคา ของกองทุนเก็งกำไรทองคำขนาดใหญ่ของโลก ซึ่งการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงนี้ผิดปกตินักลงทุนควรระมัดระวัง อยู่นิ่งไปก่อนดีกว่า”

ปตท.-บางจากลดราคาน้ำมันเบนซิน-แก็สโซฮอล์ 30 สต. อี85ลด20 สต. มีผล 27มิ.ย. ส่วนดีเซลไม่ลด

ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่นำโดย ปตท. และบางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศในกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุก ชนิดลงลิตรละ 30 สตางค์ ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี85 ปรับลดลงลิตรละ 20 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง มีผลตั้งแต่ 05.00 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2556 ส่วนราคาน้ำมันดีเซลยังคงเดิมที่ลิตรละ29.99บาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าสถานีบริการในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เป็นดังนี้ น้ำมันเบนซิน 95 จากลิตรละ 46.65 บาท เหลือลิตรละ 46.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 จากลิตรละ 39.43 บาท เหลือ 39.13 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 จากลิตรละ36.98 บาท เหลือ 36.68 บาท แก๊สโซฮอล์ อี20 จากลิตรละ 34.48 บาท เหลือ 34.18 บาท แก๊สโซฮอล์ อี85 จากลิตรละ23.18 บาท เหลือ 22.98 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.99 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

โรงเรียนกัลยาณวัตรขอนแก่นคว้าแชมป์ตอบปัญประชาธิปไตยระดับเขตภาคอีสานตอนบนหลังพลาดมาในปีที่ผ่านแล้ว

โรงเรียนกัลยาณวัตรชนะเลิศระดับจังหวัด การแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตย ปี 2556 Young DPR Award เข้าแข่งขันระดับประเทศ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น จัดตอบปัญหาประชาธิปไตยปีที่ 3 Young DPR Award  จาก 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ปรากฏว่าโรงเรียนกัลยาณวัตรตัวแทนจากจังหวัดขอนแก่น ชนะเลิศเข้าแข่งขันระดับประเทศ


การแข่งตอบปัญหาประชาธิปไตยปีที่ 3 Young DPR Award รอบคัดเลือกระดับเขตตามโครงการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ประจำปี 2556 โดยมีนายเสรี จูบุญส่ง ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด เมื่อวันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนขามแก่นนคร อ.เมืองขอนแก่น มีการแข่งขันตอบปัญหาประชาธิปไตย และการจำลองการหาเสียงเลือกตั้งของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ กระตุ้นจิตสำนึกและตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ของตนเอง ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้เข้าเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ร่วมกันในเรื่องของการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชน และเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ระบอบประชาธิปไตย รวมถึงการแสดงออกตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างถูกต้องเหมาะสม มีโรงเรียนตัวแทนจากจังหวัดภาคอีสานตอนบนเข้าแข่งขันจำนวน 11โรงเรียน ปรากฏผลการแข่งขัน ดังนี้ ทีมชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนกัลยาณวัตร จังหวัดขอนแก่น หลังจากปีที่ผ่านมาได้รองแชมป์สำหรับทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 คือโรงเรียนอุบลรัตน์ราชกัญญาราชวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา และรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนอุดรพิทยานุกุล จังหวัดอุดรธานี



จากนายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี / ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์กำชับทุกส่วนราชการควบคุม ดูแลการปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

ผู้ว่าราชการจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยดูแล ควบคุมการถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาอาชญากรรมและสนับสนุนโครงการกาฬสินธุ์เมืองคนดี สุขภาพดี รายได้ดี 

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินงานตามโครงการกาฬสินธุ์เมืองคนดี สุขภาพดี รายได้ดี ประจำปี 2556 และได้ต่อเนื่องถึงโครงการจังหวัดกาฬสินธุ์ปลอดเหล้าในงานศพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 (กฎกระทรวงว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตขายสุราและการขายสุรา พ.ศ. 2548) โดยมีข้อบัญญัติของข้อกฎหมายที่สอดคล้องกับนโยบายดังนี้ 

1. ห้ามขายและห้ามบริโภค ในวัดหรือสถานที่ที่ปฏิบัติทางศาสนา สถานที่บริการสาธารณสุขของรัฐ สถานพยาบาลและร้านขายยา สถานที่ราชการ ยกเว้นบริเวณที่จัดเป็นร้านค้าหรือสโมสร) หอพัก สถานศึกษา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และสวนสาธารณะ ทั้งนี้ ยกเว้นการบริโภคในที่พักส่วนบุคคลหรือสโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี 

2. ห้ามขายในวัน เวลา ตามที่รัฐบาลประกาศกำหนด เช่น วันสำคัญทางศาสนา 

3. ห้ามขายให้แก่เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และผู้ที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ 

4. ห้ามขายด้วยการใช้เครื่องขายอัตโนมัติ การเร่ขาย การลดราคา การเสนอสิทธิประโยชน์ และการแจก แถม หรือให้เพื่อการส่งเสริมการขาย 

ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเป็นไปตามโครงการกาฬสินธุ์เมืองคนดี สุขภาพดี รายได้ดี และโครงการจังหวัดกาฬสินธุ์ปลอดเหล้าในงานศพ ตลอดจนป้องกันปัญหาของเยาวชนที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอความร่วมมือจากส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ประกอบการ ช่วยกันสอดส่อง ดูแล และควบคุมการถือปฏิบัติตามข้อกฎหมายข้างต้น 



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

โรงเรียน OTOP กาฬสินธุ์ เริ่มสอนหลักสูตรศิลปะการขาย และเทคนิคการสร้างตำนาน

โรงเรียน OTOP จังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มการสอนหลักสูตรศิลปะการขาย OTOP (OTOP Salesmanship) และเทคนิคการสร้างตำนาน OTOP (OTOP Story) หวังให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกิดทักษะ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มยอดขาย สร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

นายเกษตร หาญสุริย์ พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา OTOP กาฬสินธุ์ ตามนโยบายของรัฐบาล และนายสุวิทย์ บงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้อนุมัติให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินโครงการโรงเรียน OTOP กาฬสินธุ์ สำหรับในปี 2556 กำหนดหลักสูตรการเรียน จำนวน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปะการขาย OTOP (OTOP Salesmanship) และหลักสูตรเทคนิคการสร้างตำนาน OTOP (OTOP Story) โดยนักเรียน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ OTOP ที่ลงทะเบียนและคัดสรรสุดยอด OTOP ปี 2555 จำนวน 50 กลุ่ม และพัฒนากรของจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 18 คน โดยมีครูผู้สอน คือ ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พัฒนาชุมชนจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด, อุตสาหกรรมจังหวัด, วัฒนธรรมจังหวัด, มหาวิทยาลัยราชภัฎกาฬสินธุ์, วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ และโรงเรียนลำปาววิทยาคม

พัฒนาการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรศิลปะการขาย ทำการสอนภาคทฤษฎี เรียนรู้หลักการ วิธีการ ระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน 2556 รวม 3 วัน ที่ห้องเบญจพร โรงแรมริมปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนภาคปฏิบัติ เรียนรู้และฝึกปฏิบัติ ในงานจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชน และ OTOP ระหว่างวันที่ 21-30 มิถุนายน 2556 รวม 10 วัน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ และหลักสูตรเทคนิคการสร้างตำนาน OTOP ภาคทฤษฎี วันที่ 4-5 กรกฎาคม 2556 รวม 2 วัน ที่ห้องเบญจพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคปฏิบัติ ในพื้นที่ปฏิบัติการจริงภาคสนาม ระหว่างวันที่ 6-18 กรกฎาคม 2556 รวม 13 วัน ภาคสรุปและถอดบทเรียน วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งคาดหวังว่านักเรียนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียน OTOP กาฬสินธุ์ ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เกิดทักษะ ความเชี่ยวชาญ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มยอดการจำหน่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือนและชุมชนต่อไป



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

กาฬสินธุ์รับขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยเพื่อขอชดเชยจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม

นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า กระทรวงพลังงาน มีนโยบายที่จะปรับราคาจำหน่ายปลีกก๊าซหุงต้ม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการ จังหวัดกาฬสินธุ์จึงได้รับขึ้นทะเบียนร้านค้าขนาดเล็ก แผงลอย และหาบเร่เพื่อให้การช่วยเหลือและชดเชยผลกระทบ โดยผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็ก พื้นที่ไม่เกิน 50 ตารางเมตรหรือประมาณอาคารพาณิชย์ 1 คูหา หาบเร่ ซึ่งหมายถึง ผู้ค้าที่ไม่มีที่ตั้งร้านขายประจำ ลักษณะเวียนขายเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่น รถเข็นขายลูกชิ้นทอด ข้าวโพดต้ม ถั่วต้ม ขนมจีน ซาลาเปา โรตี และแผงลอยอาหาร ซึ่งหมายถึง ลักษณร้านค้าที่ไม่มีผนัง แต่มีที่ตั้งร้านค้าเป็นประจำ อาจเป็นรถเข็น หรือรถยนต์เปิดท้ายขายของ มีจุดขายเป็นประจำที่ หรือ มีรถเข็นแล้วมีโต๊ะเก้าอี้ สำหรับนั่งรับประทาน ร้านบะหมี่ ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีความประสงค์จะขึ้นทะเบียนสามารถสอบถามรายละเอียดและขึ้นทะเบียนได้ที่ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ และที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจ การค้าจังหวัดกาฬสินธุ์ ในวันและเวลาราชการ
 


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

ผู้ว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ กำชับทุกภาคส่วนจริงจังกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ พร้อมส่งทีมติดตามประเมินผล ลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียด

เช้าวันนี้ ( 27 มิ.ย. 56 ) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้า การดำเนินงานตามภารกิจของทุกส่วนราชการ โดยมีนายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมประชุมจำนวน 130 คน

ทั้งนี้ส่วนราชการได้รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานหลายส่วน อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่เร่งให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่เด็ก ที่ประสบปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำชับให้นำ วาระจังหวัดกาฬสินธุ์ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี เข้าไปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทางด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เชิญชวนให้ส่วนราชการ ร่วมปลูกต้นมเหสักข์ สักสยามมินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสั่งจองต้นไม้ได้กล่าวได้ที่ 043-815-003,สำนักงานปปช.จังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ มีกรรมการ ป.ป.จ. จำนวน 3 คน จะเริ่มกระบวนการสรรหา ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฏาคม 2556 เป็นต้นไป , และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่ปลูกป่า ตามโครงการพื้นฟูป่าต้นน้ำและ.ปลูกป่า 800 ล้านกล้า เฉลิมพระชนมพรรษามหาราชินี ซึ่งจากเดิม 4 แปลง เพิ่มเติมอีก 13 แปลง นอกจากนี้ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังได้กำชับให้ทุกอำเภอใส่ใจในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุก มิติ ควบคู่ไปกับ การดำเนินงานตามระเบียบวาระจังหวัดกาฬสินธุ์ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ซึ่งจะมีทีมติดตามประเมินผล ลงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างละเอียดและต่อเนื่อง



วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต เปิดกู้ยืม ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง-ปริญญาตรี

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า “ขณะนี้ กองทุนฯ ได้เปิดระบบ e-Studentloan กองทุน กรอ. หรือ กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ระดับ ปวส.ทุกสาขา และปริญญาตรี เฉพาะสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ ได้มีสิทธิขอกู้ยืมเงินในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 แล้วตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2556

สำหรับหลักเกณฑ์การกู้ยืมกองทุน  กรอ. จะให้กู้ยืมค่าเล่าเรียนแก่นักศึกษาระดับอาชีวศึกษาขั้นสูง (ปวส.) ทุกสาขา และระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) ที่เรียนในหลักสูตรหรือสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักและมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนจำนวน 90 กลุ่มสาขาวิชา หรือ 1,313 หลักสูตร/สาขาวิชา หากผู้กู้ยืมมีฐานะยากจนมีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี ก็สามารถขอกู้ยืมค่าครองชีพเพิ่มเติมจากค่าเล่าเรียนได้ เมื่อเรียนจบและมีรายได้ถึง 16,000 บาทต่อเดือน ต้องผ่อนจ่ายชำระคืนกองทุนฯ ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ภายในระยะเวลา 15 ปี

ทั้งนี้ นักศึกษาที่ประสงค์ขอกู้ยืมกองทุน กรอ. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดำเนินการขอกู้ยืมผ่านระบบ e-Studentloan ได้ทาง www.studentloan.or.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์สายใจ กยศ. โทร. 02-610 4888” ผู้จัดการกองทุนฯ



ศริณภาพร จันทสุข /ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

ธ.ก.ส. ชี้แจงผลการตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม สาขาศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พบร่องรอยการโจรกรรม แต่ทรัพย์สินไม่สูญหาย ยืนยันตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศมีระบบรักษาความปลอดภัยสูง พร้อมดูแลอย่างเข้มงวดในทุกพื้นที่เสี่ยงภัยและห่างไกลชุมชน

นางพูนสุข มุสิกลัด รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงกรณีตู้เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส. สาขาศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  ถูกเปิดทิ้งไว้ ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยการโจรกรรม แต่ทรัพย์สินไม่สูญหาย  เพราะระบบนิรภัยในตู้เอทีเอ็มทำการล็อคเครื่องอัตโนมัติ ทำให้คนร้ายไม่สามารถทำอะไรได้

อย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าว  ธ.ก.ส.จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการสอบสวนตามกระบวนการต่อไป  ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการเปลี่ยนหน้าตู้เอทีเอ็มที่หน่วยศีขรภูมิ เพื่อให้บริการประชาชนได้ตามปกติแล้ว และขอยืนยันว่าระบบเอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.เป็นระบบมาตรฐานสากล มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง โดยจะเพิ่มมาตรการในการสอดส่องดูแลรักษาเครื่องเอทีเอ็ม จำนวนกว่า 1,300 เครื่องที่ติดตั้งให้บริการประชาชนอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและอยู่ห่างไกลจากชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัย



ดวงกมล แสงจันทร์ สวท / ข่าว

ผวจ.สุรินทร์ให้เกษตรกรรีบนำข้าวเปลือกนาปรังร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ได้ราคารับจำนำ ตันละ 15,000 บาท

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  สั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรนำข้าวนาปรังเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังก่อนวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เนื่องจากรัฐบาลเห็นชอบตามมติคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรังฤดูกาลผลิตปี 2556 ลงเหลือตันละ 12,000 บาท จากปัจจุบันที่ตันละ 15,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ให้ปรับเงื่อนไขวงเงินรับจำนำไม่เกินรายละ 500,000 บาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนนี้

ดังนั้น หากเกษตรกรนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลหลังวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เกษตรกรจะได้รับเงินค่าจำนำข้าวน้อยลง 3,000 บาท ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ มีโรงสีที่เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง จำนวน 8 โรงสี และโรงสีในจังหวัดสุรินทร์ได้เปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่อีก 4 แห่ง รวมจุดรับจำนำทั้งสิ้น 12 แห่ง ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ณ จุดรับจำนำแล้ว 2,063 ราย ปริมาณข้าวเปลือกที่รับจำนำรวมทั้งสิ้น 8,256 ตัน และ ธ.ก.ส. ได้จ่ายเงินให้แก่เกษตรกรไปแล้วจำนวน 97,040.627 บาท หากเกษตรกรมีความประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ ขอให้นำข้าวเปลือกและเอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ ใบรับรองเกษตรกร สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สมุดเงินกู้ ธ.ก.ส. ไปติดต่อได้ที่จุดรับจำนำ และขอให้เกษตรกรรีบนำข้าวนาปรังเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวนาปรังก่อนวันที่ 30 มิถุนายนนี้ เพื่อให้ได้รับราคารับจำนำที่ตันละ 15,000 บาท หากเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจำนำขอให้แจ้งได้ที่สายด่วน 1569



สมทรง เผือกผล / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ จัดสัมมานาผู้ประกอบการเรื่อง “เส้นทางสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

นายบรรจง  สุกรีฑา อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า ด้วยสำนักงานเศรษฐกิจอุสาหกรรม  ร่วมกับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์  กำหนดจัดสัมมนา เรื่อง “ เส้นทางสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ในวันที่ 4 กรกฏาคม 2556 เวลา 08.30 ณ ห้องพนมดงรัก โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้แก่ผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค  หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลในการเตรียมความพร้อมต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนแนวทางการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม กิจกรรม มีการบรรยาย เรื่อง หลากหลายกลยุทธ์ พร้อมรับ AEC โดย ดร.สมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และบรรยาย วิสัยทัศน์หลังเปิด AEC โดย นายสิทธิพร บางแก้ว พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ขอเชิญผู้สนใจ เข้าร่วมสัมมนาโดยพร้อมเพรียงกัน



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพครูภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

นางวิมลมาลย์  รินไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ เปิดเผยว่า ด้วย สำนักงาน กศน. จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดโครงการอบรมพัฒนาศักยภาพครูภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนระหว่างวันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2556 ณ สำนักงาน กศน. จังหวัดสุรินทร์ และเพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนจังหวัดสุรินทร์ ได้ทราบข้อมูลข่าวสารการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ของ กศน. จังหวัดสุรินทร์ อย่างทั่วถึง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 044 -512959




สุจิตรา สีคำ ข่าว
กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /เรียบเรียง

จังหวัดสุรินทร์ แจ้งให้ข้าราชการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า ด้วย สำนักงาน ก.พ. ได้ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดสุรินทร์  เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2556 และคณะกรรมการจริยธรรมประจำจังหวัดสุรินทร์ได้ประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2556 ซึ่งที่ประชุมมีมติเพื่อขับเคลื่อนงานด้านจริยธรรมของจังหวัดให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จังหวัดจึงขอให้ส่วนราชการดำเนินการ ดังนี้

1. ขอให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ได้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งแจ้งให้บุคลากรของหน่วยงาน ให้ยึดมั่นในจริยธรรม และปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน/ของส่วนราชการอย่างเคร่งครัด

2. ให้นำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน/ของส่วนราช เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ณ สำนักงาน และทางเว็บไซต์ของส่วนราชการ

3. ให้รายงานผลการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน/ของส่วนราช ตามแบบรายงานให้จังหวัดทราบภายในเดือนกันยายน 2556 เพื่อรวบรวมและรายงานผลการดำเนินงานให้ ก.พ. ทราบ




สุจิตรา สีคำ ข่าว
กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /เรียบเรียง

คณะกรรมการติดตามประเมินผล และพิจารณาคัดเลือกสถานีตำรวจดีเด่นสถานีตำรวจภูธรอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (27 มิ.ย. 56) พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา ( ปป 5 ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจประเมินผลการพัฒนาสถานีตำรวจ เดินทางมาตรวจประเมินผลและพิจารณาคัดเลือก สถานีตำรวจดีเด่นในระดับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจภูธรอำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และตำรวจภูธรภาค 3 ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเล็งเห็นความสำคัญของการบริการ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน จึงได้จัดทำโครงการประกวดการพัฒนาสถานีตำรวจดีเด่นเฉพาะกรณีสถานีตำรวจที่ถูกรื้อถอนอาคารเดิม และยังไม่มีที่ทำการถาวรขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้สถานีตำรวจปฏิบัติหน้าที่ในด้านการบริการทั่วไป การจัดการจราจร การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การบริหารและพัฒนาบุคลากร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพมาเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เน้นหนักให้ความสำคัญในเรื่องการปรับปรุงและพัฒนาสถานที่ทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงาน การจัดระบบงาน ที่เอื้อต่อการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีตำรวจในการนำหน่วย บริหารจัดการหน่วยและปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจ และสร้างความพึงพอใจ เชื่อมั่น ศรัทธาต่อประชาชน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

สำหรับสถานีตำรวจภูธรอำเภอสนม  จังหวัดสุรินทร์ รับผิดชอบพื้นที่ 7 ตำบล 79 หมู่บ้าน ของอำเภอสนม รับผิดชอบประชาชน ตำรวจ 1 คน ต่อ 896 คน มีอัตรากำลังรวมทั้งสิ้น 102 คน เป็นตำรวจสัญญาบัตร 18 คน ชั้นประทวน 84 คน ปัจจุบันมี พ.ต.อ. สุรชัย สังขพัฒน์ เป็นผู้กำกับการฯ



ประนนท์ ไม้หอม ส.ปชส.สุรินทร์ รายงาน

จังหวัดสุรินทร์ เชิญสื่อพื้นบ้านร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนออกกลางคันได้เข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์  ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 จังหวัดดีเด่นในโครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่องครูสอนดี ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัด แต่ปรากฏว่าในขณะนี้ จังหวัดสุรินทร์มีนักเรียนที่ออกกลางคันระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 564 คน ด้วยความห่วงใยเยาวชนที่ออกกลางคัน ทำให้ขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน และทำให้ขาดโอกาสทำงานดี เงินเดือนเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ

ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนและคุณภาพเยาวชน  หรือ สสค. และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  ได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์สื่อพื้นบ้านของจังหวัดสุรินทร์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยประสานขอความร่วมมือไปยัง ประธานชมรมเจรียงเบรินอีสานใต้ คณะสมหวัง คุณสมศรี ภู่เงินงาม คุณพิรุณ อุ่นศรี และคณะกันตรึม คุณเนตรนาง อรุณรุ่ง เพื่อขอความร่วมมือจากคณะกันตรึม และคณะเจรียง ที่เป็นสื่อพื้นบ้านของจังหวัด เมื่อมีการแสดงในพื้นที่ขอให้แทรกความรู้ และเชิญชวนเยาวชนที่อยู่ในทุกอำเภอ โดยมีอำเภอนำร่อง 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราสาท อำเภอสังขะ อำเภอกาบเชิง อำเภอบัวเชด อำเภอพนมดงรัก และอำเภอศรีณรงค์ ขอให้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมจนจบหลักสูตร เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้จบการศึกษาภาคบังคับ หรือฝึกอาชีพตามที่สนใจ เพื่อจะได้มีโอกาสทำงานที่ดีๆ มีเงินเดือนเพียงพอในการดำรงชีวิตและดูแลครอบครัวได้ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง อบจ. และ กศน. ในระดับจังหวัด อำเภอและตำบลใกล้บ้านของท่านคอยดูแลอำนวยความสะดวดในด้านต่างๆ

ส่วนเยาวชนที่เรียนยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็สามารถฝึกอาชีพเพื่อให้เป็นแรงงานมีฝีมือรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ โดยสอบถามหรือสมัครเรียนได้ที่ วิทยาลัยการอาชีพปราสาท โทร.044-146084 และวิทยาลัยการอาชีพสังขะ โทร.044-571639 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เชิญสื่อพื้นบ้านร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนออกกลางคันได้เข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์  ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 จังหวัดดีเด่นในโครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่องครูสอนดี ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัด แต่ปรากฏว่าในขณะนี้ จังหวัดสุรินทร์มีนักเรียนที่ออกกลางคันระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 564 คน ด้วยความห่วงใยเยาวชนที่ออกกลางคัน ทำให้ขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน และทำให้ขาดโอกาสทำงานดี เงินเดือนเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ

ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนและคุณภาพเยาวชน  หรือ สสค. และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  ได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์สื่อพื้นบ้านของจังหวัดสุรินทร์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยประสานขอความร่วมมือไปยัง ประธานชมรมเจรียงเบรินอีสานใต้ คณะสมหวัง คุณสมศรี ภู่เงินงาม คุณพิรุณ อุ่นศรี และคณะกันตรึม คุณเนตรนาง อรุณรุ่ง เพื่อขอความร่วมมือจากคณะกันตรึม และคณะเจรียง ที่เป็นสื่อพื้นบ้านของจังหวัด เมื่อมีการแสดงในพื้นที่ขอให้แทรกความรู้ และเชิญชวนเยาวชนที่อยู่ในทุกอำเภอ โดยมีอำเภอนำร่อง 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราสาท อำเภอสังขะ อำเภอกาบเชิง อำเภอบัวเชด อำเภอพนมดงรัก และอำเภอศรีณรงค์ ขอให้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมจนจบหลักสูตร เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้จบการศึกษาภาคบังคับ หรือฝึกอาชีพตามที่สนใจ เพื่อจะได้มีโอกาสทำงานที่ดีๆ มีเงินเดือนเพียงพอในการดำรงชีวิตและดูแลครอบครัวได้ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้ง อบจ. และ กศน. ในระดับจังหวัด อำเภอและตำบลใกล้บ้านของท่านคอยดูแลอำนวยความสะดวดในด้านต่างๆ

ส่วนเยาวชนที่เรียนยังไม่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายก็สามารถฝึกอาชีพเพื่อให้เป็นแรงงานมีฝีมือรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้ โดยสอบถามหรือสมัครเรียนได้ที่ วิทยาลัยการอาชีพปราสาท โทร.044-146084 และวิทยาลัยการอาชีพสังขะ โทร.044-571639 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุรินทร์ เสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติและพระมหากษัตริย์

วันนี้ (27 มิ.ย. 56) ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ มุลาลินน์ รองอธิการบดี วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับงานพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้ร่วมดำเนินโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก สร้างความเข้าใจ และสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับเยาวชนระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เพื่อให้มีความเข้าใจในความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้กับพสกนิกรอันเป็นที่รักของพระองค์ มีผู้สนใจร่วมรับฟังทั้งนักศึกษา บุคลากรเจ้าหน้าที่ และผู้ที่สนใจร่วมรับฟังกว่า 800 คน

นายหมวดเอกธารณา คชเสนี นายน้ำเพชร สัตยารักษ์ และคณะวิทยากรผู้ให้การอบรมจากศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นับตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ชาติไทยทุกยุคทุกสมัยตลอดมาพระมหากษัตริย์ไทย นอกเหนือจะทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินแล้ว ยังทรงเป็นนักปกครองที่ชาญฉลาด ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ดูแลทุกข์ของประชาชนในแผ่นดินจนเป็นคำกล่าวติดปากมาแต่โบราณว่า ทรงเป็น “เจ้าแผ่นดิน” หรือ “พระเจ้าแผ่นดิน” ในยามศึกสงครามพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “จอมทัพ” ทำการบังคับบัญชาทหารโดยตรง ทรงนำกองทัพเข้าต่อสู้กับศัตรูของชาติ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นนักรบที่เข้มเข็ง ทรงเป็นผู้นำชาติทุกยุคทุกสมัยตลอดมา ทรงอดทนเสียสละตรากตรำทำศึกสงครามเพื่อนำความเป็น “ไท” มาสู่ชนชาติ ทรงสร้างบ้านแปลงเมืองให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงจนเป็น “สยามประเทศ” ยามใดที่บ้านเมืองอ่อนแอจนถึงขั้นเพลี้ยงพล้ำแก่อริราชศัตรู พระมหากษัตริย์ไทยในฐานะจอมทัพไทย ได้ทรงนำกองทัพเข้ากอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ทุกครั้ง พระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ไทยจึงแผ่ไพศาลไปทั่วสารทิศ จนเป็นที่เกรงขามของประเทศใกล้เคียงไม่มีประเทศใดกล้ำกรายเข้ามายึดครอง คนไทยจึงได้มีแผ่นดินให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ประเทศไทยจึงเจริญรุ่งเรืองตราบถึงปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

หนอนกระทู้ข้าวยังคงระบาดในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

หลังจากพบการระบาดของหนอนกระทู้ ในนาข้าวในพื้นที่ ต.ตรมไพร อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ใน สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหนอนกระทู้ได้บุกกัดกินกล้าข้าวเสียหายไปถึง 1,630 ไร่ และกำลังสำรวจความเสียหาย อีก 4,000 ไร่ และพบการแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ ยกทัพบุกกัดกินกล้าข้าวของชาวนาในพื้นที่ บ.โชกเหนือ ต.โชกเหนือ อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ อีกพื้นที่ ซึ่งมีนาข้าวเสียหายในหลายจุดด้วยกันเกือบ 100 ไร่ ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ได้นำเจ้าหน้าที่ออกพ่นยาทำลายหนอนกระทู้ กระชับพื้นที่ให้อยู่ในวงจำกัดเพื่อป้องกันการลุกลามขายพันธุ์ พร้อมทั้งให้ความรู้เกษตรกร และเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกหนอนกระทู้ ลงกัดกินต้นกล้าข้าว และหากพบการระบาดในพื้นที่ใดขอให้รีบแจ้งเกษตรตำบล และเกษตรอำเภอเพื่อรีบหาทางกำจัด

ล่าสุดพบการแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ในพื้นที่  หมู่ที่ 3 บ้านยาง ต. ตาอ็อง อ. เมือง จ. สุรินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรแล้ว พร้อมฝากประชาสัมพันธ์มายังเกษตรกรไม่ต้องตกใจ เพราะต้นข้าวที่มีอายุเกินกว่า 3 สัปดาห์แล้วจะไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากต้นข้าวที่ถูกหนอนกระทู้กัดกินใบหมดนั้น ต้นข้าวยังเหลืออยู่เดี๋ยวซักพักไม่กี่วันก็จะแตกใบขึ้นมาใหม่ เมื่อหนอนหมดอายุไขต้นข้าวมีอายุมากขึ้น แข็งแรงขึ้น ก็จะแตกใบ แตกกอขึ้นมาใหม่จะไม่ได้รับความเสียหาย หรืออาจจะงามกว่าเก่าด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีการแพร่ระบาดในต้นข้าวที่มีอายุน้อยกว่า 3 สัปดาห์ ก็สามารถใช้สารเคมีกำจัดได้เท่าที่จำเป็น และใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล หรือเกษตรอำเภอ




ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

สคร.5 แนะผู้ป่วยเบาหวาน ควรหันมาให้ความสำคัญกับอาหารประเภทปลา ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมาก ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาทะเล

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า เบาหวานโรคอันดับต้นๆ ที่คนไทยเป็นกันมาก และเป็นโรคที่ต้องดูแลเอาใจใส่ในเรื่องการบริโภคอาหารเป็นสำคัญ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนปกติ ต้องควบคุมอาหารและน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ผู้ป่วยเบาหวาน ควรหันมาให้ความสำคัญกับอาหารประเภทปลา ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารมาก ไม่ทำให้อ้วน และราคาไม่แพงอีกด้วย ปลาเป็นหนึ่งในอาหารที่มีโคเรสโตรอลต่ำ ย่อยง่าย และเนื้อปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง นอกจากเนื้อปลาแล้ว ไขมันปลาก็ยังมีประโยชน์ เป็นแหล่ง โอเมก้า – 3 ที่หลายคนคิดว่ามีแต่ในปลาทะเลเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมีอยู่ทั้งในปลาน้ำจืดและปลาทะเล โดยโอเมก้า – 3 จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน การเลือกบริโภคปลาจะต่างจากการเลือกเนื้อสัตว์อื่นๆ โดยการเลือกซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อสัตว์อื่นๆ เราจะเลือกที่มีมันน้อยๆ แต่ถ้าเราเลือกปลาเราต้องเลือกที่ตัวใหญ่ๆ มีไขมันมาก เพราะไขมันเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น ส่วนชนิดของปลาที่ให้ประโยชน์มากที่สุดคือ ปลาสวาย มีโอเมก้า 3 สูงถึง 2,570 มก.ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปลาทะเล จึงอยากแนะนำให้หันมาบริโภคปลาน้ำจืดในบ้านเรา เพราะมีราคาถูกแต่มีคุณประโยชน์ที่สูง แถมช่วยลดการบริโภคปลานำเข้า ที่คุณค่าทางอาหารจะลดลงไปเมื่อถูกแช่แข็ง และที่สำคัญยังไม่พบการแพ้ปลาน้ำจืด เหมือนกับปลาทะเลอีกด้วย สำหรับการปรุงเมนูปลาที่มีคุณประโยชน์ที่สุดอยู่ที่การต้มหรือนึ่ง ที่จะทำให้ได้คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนที่สุด โดยให้หลีกเลี่ยงเมนูทอดให้มากที่สุด ทั้งนี้ควรมีการบริโภคอาหารที่มีเมนูปลาอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์ แต่หากบริโภคได้ทุกวันก็จะดีที่สุด




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ.สุรินทร์ เตือนเกษตรกรให้ระวังโรคฉี่หนู หากมีอาการป่วยให้พบแพทย์ทันที

นายสอาด วีระเจริญ  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสำนักระบาดวิทยาว่า  ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 5 มิถุนายน นี้ พบโรคฉี่หนู หรือโรคเล็ปโตสไปโรซิส ซึ่งมีหนูเป็นพาหะนำโรค และระบาดมากในช่วงฤดูฝนเพราะเป็นฤดูเพาะปลูกข้าวเกษตรกรต้องลงสัมผัสน้ำที่ หนูฉี่ทิ้งไว้ในน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน มีผู้ป่วยทั่วประเทศแล้ว 963 ราย เสียชีวิต 7 ราย โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 550 ราย จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุดคือจังหวัดสุรินทร์ 79 ราย

จังหวัดสุรินทร์ จึงขอให้เกษตรกรหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของตนเอง  หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำสกปรกโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบาดแผล หากต้องเดินย่ำน้ำที่ท่วมขังควรสวมรองเท้ายาง  หลังจากการสัมผัสน้ำสกปรกควรรีบชำระล้างด้วยน้ำสบู่และเช็ดให้ผิวหนังแห้งอยู่เสมอ และปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีโอกาสมีเชื้อปนเปื้อน เช่น บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ไม่เดินเท้าเปล่าย่ำน้ำหรือพื้นที่ชึ้นแฉะ ไม่แช่น้ำหรือว่ายน้ำอยู่นานๆ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรป้องกันโดยแต่งกายให้รัดกุม เช่น สวมรองเท้าบู๊ทกันน้ำ รีบล้างทำความสะอาดผิวหนัง ขาและเท้าที่ย่ำน้ำมาให้สะอาด เช็ดให้แห้งทุกครั้ง หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวหนังที่มีแผลหรือรอยถลอกต้องสัมผัสกับน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ชื้นแฉะ ควรใช้ปลาสเตอร์กันน้ำปิดแผล ใส่รองเท้ากันน้ำ ไม่ใช้น้ำที่ท่วมขังมาล้างแผล ภายหลังการสัมผัสน้ำท่วมขังต้องรีบทำความสะอาดแผลให้สะอาด ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้สะอาด ควบคุมกำจัดหนู และหลีกเลี่ยงอาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่มีสัตว์เลี้ยงที่อาจเป็นพาหะของโรค บริโภคอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำสะอาด ล้างผักผลไม้ให้สะอาด ล้างมือก่อนบริโภคอาหารก็จะช่วยป้องกันโรคฉี่หนูได้ หากพบผู้ป่วยมีอาการไม่สบายให้พบแพทย์ใกล้บ้านท่านทันที




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ.สุรินทร์ เตือนระวังกินเห็ดพิษอันตรายอาจถึงตายได้

นายวิเชียร  จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ช่วงนี้จังหวัดสุรินทร์มีฝนตก ชาวบ้านจึงนิยมไปเก็บเห็ดขายหรือนำมารับประทาน จังหวัดสุรินทร์จึงขอเตือนประชาชนอย่ารับประทานเห็ดที่ไม่รู้จักชนิด เห็ดที่เกิดใกล้มูลสัตว์ อย่ากินเห็ดสดๆ โดยไม่นำไปปรุงให้สุกก่อนหรือเก็บเห็ดหลายชนิดมาปรุงรวมกัน และอย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะอาจเป็นพิษต่อร่างกายและเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ หน้าฝนมักมีเห็ดซึ่งเป็นอาหารตามธรรมชาติ  รวมทั้งอาจมีเห็ดพิษที่คนรับประทานเข้าไปแล้วทำให้มีอาการป่วย  เช่น เห็ดพิษในกลุ่มที่เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร  ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง กลุ่มอาการพิษคล้ายเมาสุราค้าง ถ้ากินเห็ดแกล้มเหล้าผู้ได้รับพิษจะมีอาการหน้าแดง ใจสั่น หายใจหอบ เจ็บหน้าอก ชาตามตัว กลุ่มพิษต่อระบบประสาท ผู้ป่วยจะรู้สึกเคลิบเคลิ้ม และประสาทหลอน มึนเมา ทำให้มีอาการผิดปกติทางจิต กลุ่มพิษต่อตับ ไต ผู้ป่วยอาจไตวาย หัวใจวาย ชัก และอาจถึงแก่ชีวิตได้ สำหรับข้อแนะนำในการในการรับประทานเห็ดให้ปลอดภัย ได้แก่ อย่าบริโภคเห็ดสด เพราะเห็ดบางชนิดพิษจะถูกทำลายเมื่อได้รับความร้อน เห็ดที่มีวงแหวน เห็ดมีปลอกหุ้มโคน เห็ดมีก้านป่องเป็นกระเปาะ เห็ดที่มีเกล็ดอยู่บนหมวกดอก เห็ดที่มีรูปร่างคล้ายสมองและอานม้า หรือเห็ดที่ไม่รู้จัก เพราะอาจถึงตายได้หากเป็นเห็ดพิษ รวมทั้งอย่าบริโภคเห็ดที่ขึ้นอยู่ใกล้มูลวัว มูลควาย ไม่ควรปรุงอาหารโดยใช้เห็ดป่าหลายชนิดรวมกัน เพราะอาจเกิดพิษต่อร่างกายโดยไม่ทราบว่าเห็ดชนิดใดเป็นพิษ และไม่ควรเก็บเห็ดในบริเวณที่มีสารพิษตกค้างมารับประทาน ในการช่วยเหลือหากผู้ป่วยรับประทานเห็ดมีพิษเข้าไป คือ ต้องทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้หมด เพื่อลดการดูดซึมพิษเข้าร่างกาย แล้วรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ได้รับอนุมัติแล้ว 124 โครงการพร้อม เร่งประชาสัมพันธ์จัดทำโครงการให้มากขึ้น

นางชนมณี  จารุธนิตกุล ประธานกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของจังหวัดสุรินทร์ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าคณะกรรมการและสมาชิกของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในชุมชนส่วนใหญ่ ยังขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ การบริหารจัดการกองทุนฯ นอกจากนี้ ยังขาดทักษะในการเขียนและเสนอโครงการ ขั้นตอนการขอกู้ยืมที่มีความซับซ้อน รวมทั้งหลักเกณฑ์การเขียนโครงการขอรับเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการฯ ทำให้มีหลายโครงการไม่ผ่านการอนุมัติ เนื่องจากเป็นโครงการที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของกองทุนฯ บางโครงการไม่ชัดเจน ขาดเอกสาร หลักฐานในการประกอบยื่นขอเสนองบประมาณ จึงจำเป็นต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในแนวทางการบริหารจัดการและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกอย่างทั่วถึงให้มากขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 196,071 คน คิดเป็นร้อยละ 35 ของจำนวนเป้าหมายหญิงอายุ 15 ปี ที่มีอยู่กว่า 551,000 คน โดยได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนการดำเนินงานรวม 134 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินอุดหนุน 26 ล้านบาท ได้อนุมัติเพื่อดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีและจัดกิจกรรมในการพัฒนาบทบาทสตรีแล้ว 124 โครงการ เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 41 ของเงินจัดสรร และงบทุนหมุนเวียน จำนวน 104 ล้านบาท เพื่อให้สมาชิกกู้ยืมไปพัฒนาอาชีพ ซึ่งได้พิจารณาอนุมัติโครงการไปแล้ว 1,421 โครงการ รวมเป็นเงินกว่า 80 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 77 ของเงินจัดสรร คาดว่าในอนาคตจะได้รับการอนุมัติเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สุรินทร์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จังหวัดสุรินทร์ ว่า จังหวัดสุรินทร์มีกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ในปี 2553 จำนวน 935 กลุ่ม ในปี 2555 มีกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มาลงทะเบียน 1,164 ราย จำนวน 1,550 ผลิตภัณฑ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 จำนวน 229 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 19.67 แยกเป็น กลุ่มผู้ผลิตชุมชน 857 กลุ่ม ผู้ผลิตรายเดียว 297 ราย SMEs 10 ราย สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐานและการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ที่ส่งเข้าคัดสรรหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย จำนวน 331 ผลิตภัณฑ์ แยกเป็น ประเภทอาหาร 16 ผลิตภัณฑ์ ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย 231 ผลิตภัณฑ์ ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก 74 ผลิตภัณฑ์ ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 10 ผลิตภัณฑ์

ส่วนผลการคัดสรร หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย  ปี 2555 ของจังหวัดสุรินทร์ มีดังนี้ ระดับดาว 5 ดาว 80 ผลิตภัณฑ์ เป็นที่ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร ระดับดาว 4 ดาว 132 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 3 ดาว 40 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 2 ดาว 45 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 1 ดาว 10 ผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ที่เข้าคัดสรร 331 ผลิตภัณฑ์ ผ่านการคัดสรร 307 ผลิตภัณฑ์ ไม่ผ่าน 24 ผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก ไม่มีมาตรฐานรับรอง สรุปมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดสุรินทร์ ดังนี้ มูลค่าการจำหน่าย ปี 2551 จำนวน 512 ล้านบาท ปี 2552 จำนวน 450 ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 532 ล้านบาท ปี 2554 จำนวน 561 ล้านบาท ปี 2555 จำนวน 627 ล้านบาท และเป้ามูลค่าการจำหน่าย ปี 2556 จำนวน 693 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการจำหน่ายปี 2556 ณ เดือน เมษายน รวม 400 ล้านบาท




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

ประธานเครือข่าย OTOP สุรินทร์ ขอเชิญซื้อผ้าไหมสุรินทร์ ลวดลายหลากหลาย คงทน เงางาม เนื้อผ้าละเอียดนุ่ม ทอด้วยฝีมือประณีต หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง

นางประนอม ขาวงาม ประธานเครือข่าย OTOP จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีการทอผ้าไหมที่สวยงามและมีการทอผ้าไหมทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ในจังหวัดสุรินทร์ และเหตุผลที่ใช้ชื่อว่าผ้าไหมสุรินทร์ เพราะว่า ผ้าไหมสุรินทร์ มีลวดลายผ้าไหมที่หลากหลาย จนได้ชื่อว่า ร้อยสีพันลาย สุดยอดผ้าไหมสุรินทร์ ผ้าไหมเมืองสุรินทร์มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพคือ ความคงทน ความเป็นเงางามของเส้นไหม เนื้อผ้าละเอียดนุ่ม ทอด้วยฝีมือประณีต สีไม่ตก และด้านสุนทรียภาพคือ ความงามจากลวดลายที่มีการจัดวางองค์ประกอบที่ประสานสัมพันธ์กันระหว่างโครงสร้างสีที่กลมกลืนกับลวดลายธรรมชาติ มีการตัดทอนอย่างลงตัวสอดคล้องกับรูปแบบของผ้า ความลงตัวที่พอดีเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาที่ผ่านการสั่งสมประสบการณ์มาหลายชั่วอายุคน และมีการสืบทอดต่อกันมาจนเป็นภูมิปัญญาของชุมชนในการมองเห็นความงามร่วมกัน แต่เดิมนั้นการทอผ้าไหมของชาวสุรินทร์ทำเพื่อไว้ใช้เอง และสวมใส่ในงานบุญและงานพิธีต่างๆ การทอจะทำหลังจากสิ้นสุดฤดูทำนา มิได้มีการทอเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด จนมีคำกล่าวทั่วไปว่าพอหมดหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก

ผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์มีลักษณะเด่นที่สำคัญ 4 ประการคือ ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากกัมพูชา ลวดลายที่บรรจงประดิษฐ์ขึ้นล้วนมีที่มาและมีความหมายอันเป็นมงคล ในการทอนิยมใช้ไหมน้อย ซึ่งเป็นไหมที่สาวมาจากเส้นใยภายในรังไหม มีลักษณะนุ่ม เรียบ เป็นเงางาม นิยมใช้สีธรรมชาติ ทำให้สีไม่ฉูดฉาด มีสีสันที่มีลักษณะเฉพาะคือ สีจะออกโทนขรึม เช่น น้ำตาล แดง เขียว ดำ เหลือง ฝีมือการทอ มีความแน่นและละเอียดอ่อนประณีต ผสมผสานลวดลายต่างๆ เข้าด้วยกัน แสดงถึงศิลปะอันงดงาม ผ้าไหมสุรินทร์มีจำนวนหลากหลาย เช่น ผ้าไหมลายยกทองโบราณ ผ้าไหมลายมัดหมี่โฮลหรือราชินีผ้าไหมสุรินทร์ ผ้าไหมลายมัดหมี่ ผ้าไหมลายโสร่ง/ผ้าขาวม้าหางกระรอก ผ้าไหมลายยกดอก ผ้าไหมลายลูกแก้ว สนใจสั่งซื้อสอบถามรายละเอียดที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /รายงาน

เชิญซื้อจักสานหวายผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสุรินทร์

นายกสิณ นวลโคกสูง  พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์มีหวายที่พบในจังหวัดสุรินทร์และตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชา  เช่น หวายหางหนูซึ่งเป็นหวายที่มีความเหนียว  เส้นเล็กมีผิวมันในตัว  และหวายน้ำลำต้นใหญ่เท่านิ้วก้อย  ชอบขึ้นริมน้ำ ชาวบ้านนำมาจักสานเช่นกัน โดยเฉพาะชาวบ้านบุทม จังหวัดสุรินทร์ นำหวายหางหนูและหวายน้ำ มาทำจักสานตะกร้าชนิดต่างๆ เนื่องจากหวายมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถดัดได้ มีความเหนียวเป็นลักษณะเฉพาะ มีลำต้นขนาดเท่ากันตามชนิด มีความมันในระดับผิว จึงเหมาะต่อการจักสาน ทำเฟอร์นิเจอร์ รูปแบบต่างๆ

โดยจังหวัดสุรินทร์มีการจักสานหวายครั้งแรก ที่บ้านบุทม ตำบลเมืองที  อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์  ซึ่งได้ยึดเป็นอาชีพเสริมหลังการทำนา  มาตั้งแต่ปี 2473 ประมาณ 80 ปี โดยชาวบ้านได้เรียนรู้การจักสานหวายจากเรือนจำสุรินทร์ และถ่ายทอดความรู้ให้กับคนในหมู่บ้านได้ยึดเป็นอาชีพ ที่สามารถทำได้ตลอดฤดูกาล ซึ่งในปัจจุบันมีครัวเรือนที่ผลิตจักสานหวาย จำนวน 510 ราย ผลิตได้ 3,000 ชิ้น ต่อเดือน งานจักสานหวาย ชาวบ้านได้ผลิตตะกร้าหวาย ด้วยลวดลายแบบดั้งเดิม ซึ่งหวายหางหนูมีความเหนียว แข็งแรงเป็นเงาตามธรรมชาติ ชาวบ้านจะผลิตตะกร้าหลายบ้าน ทุกครัวเรือนหลายรูปแบบ เช่น ตะกร้าไปจ่ายตลาด ไปวัด ตะกร้าทรงเหลี่ยม ทรงกลม ทรงรี ทรงรูปไข่ ตะกร้าผัก ตะกร้าหมาก ตะกร้าใส่เสื้อผ้า โตกผลไม้ กระเช้าของขวัญ งานจักสานทุกชิ้นทำด้วยมือ ยึดความคงทนประณีต และใน ปี 2527 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ได้ริเริ่มฟื้นฟูหมู่บ้านพัฒนาอาชีพ ชาวบ้านบุทมจึงได้รับการส่งเสริมจักสานหวายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เพื่อเสริมรายได้ให้กับครอบครัว โดยการถ่ายทอดความรู้จาก 3 ครอบครัว ขยายสู่ครอบครัวในชุมชนทุกหลังคาเรือน

ปัจจุบัน "กลุ่มหัตถกรรมหวายบ้านบุทม" มีสมาชิกเพิ่มขึ้นไม่เพียงเฉพาะบ้านบุทมเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายอีก 3 ตำบลในจังหวัดสุรินทร์ หลังจากทำเสร็จแล้วก็จะนำมาฝากขายที่กลุ่ม โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการ OTOP ผลิตสินค้าจักสานหวายจำนวน 6 กลุ่ม รวม 510 คน มีความสามารถในการผลิตจำนวน 3,000 ชิ้น/เดือน และ 36,000 ชื้น/ปี มีการผลิตสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จังหวัดสุรินทร์เชิญชวนซื้อข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผ้าไหมยกทองโบราณ ผ้าไหมลายมัดหมี่โฮล ผลิตภัณฑ์ OTOP ดีเด่นของจังหวัดสุรินทร์

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ในปี 2555 จังหวัดสุรินทร์มีกลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP มาลงทะเบียน 1,164 ราย รวม 1,550 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจากการคัดสรรหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ปี 2555 ของจังหวัดสุรินทร์ มีผลิตภัณฑ์ระดับดาว 5 ดาว 80 ผลิตภัณฑ์ เป็นที่ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร ระดับดาว 4 ดาว 132 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 3 ดาว 40 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 2 ดาว 45 ผลิตภัณฑ์ ระดับดาว 1 ดาว 10 ผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสุรินทร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผ้าไหมยกทองโบราณ ผ้าไหมลายมัดหมี่โฮล โดยข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เป็นผลผลิตที่เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในทุกขั้นตอนการผลิตและในระหว่างการเก็บรักษาผลผลิต ตลอดการสีและบรรจุ จึงมั่นใจได้ว่าผู้บริโภคได้ทานข้าวหอมมะลิที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

ส่วนผ้าไหมยกทองโบราณ  เป็นผ้าไหมทอมือที่มีความงดงามอย่างมหัศจรรย์และมีชื่อเสียงโด่งดังไป ทั่วโลก ผลงานที่โดดเด่นของที่นี่คือการได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้ทอผ้าสำหรับตัดเสื้อผู้นำและผ้าคลุมไหล่สำหรับคู่สมรสผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ ที่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปกเมื่อปลายปี 2546 และ ผ้าไหมยกทอง “ลายครองราชย์”ตราสัญลักษณ์ครองราชย์ 60 ปี เป็นผ้าคลุมพระอังสา แด่พระราชินีพระราชอาคันตุกะที่เสด็จมาร่วมฉลองการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 โดยฝีมือของอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ประธานกลุ่มจันทร์โสมา ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านผลิตผ้าไหมเพื่อการท่องเที่ยวบ้านท่าสว่าง หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ส่วน ผ้าไหมลายมัดหมี่โฮล มี 2 ชนิด คือผ้าปูมหรือโฮลเปราะห์ หรือผ้านุ่งผู้ชาย เป็นผ้าลายมัดหมี่ที่สวยงามมาก ในสมัยที่เขมรเป็นเมืองขึ้นของไทย เขมร ต้องส่งผ้าทอชนิดนี้ให้เป็นเครื่องราชบรรณาการ และขุนนางจะนำไปนุ่งแสดงฐานันดรศักดิ์ กับผ้าโฮลสะไรย์ หรือผ้านุ่งผู้หญิง เป็นผ้าที่มีลายลายสะดุดตา หญิงนิยมใช้นุ่งในงานบุญงานกุศล หรืองานรื่นเริงต่าง ๆ ซึ่งชาวสุรินทร์เรียกผ้าโฮลว่า “ราชินีผ้าไหมสุรินทร์” แหล่งผลิตผ้าโฮลที่ธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ บ้านทะนงรัตน์ ต.เมืองที อ.เมือง และบ้านเขวาสิรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ และสีเคมี ได้แก่ อ.ท่าตูม อ.เมืองสุรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

ขอเชิญซื้อข้าวหอมมะลิผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสุรินทร์ หอม ยาว ขาว นุ่ม อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์

นางธนณฐ์วรรย์ แสงหวัง ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปราสาท  จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์เป็น 1 ใน 5 จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งพื้นที่มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นแอ่งกระทะ สภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายมีความเค็ม มีความอุดมสมบูรณ์พอเหมาะ และอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เหมาะสมต่อการปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ขาวมะลิ 105 ให้มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้ข้าวหอมสุรินทร์มีลักษณะเด่นกว่าแหล่งอื่น คือ หอม ยาว ขาว นุ่ม ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ได้คัดเลือกจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีให้เป็นจังหวัดนำร่องในการขยายตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์ และจังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ ด้วยการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกษตรกรเห็นความสำคัญและคุณค่าของการผลิตข้าวหอมมะลิในระบบเกษตรอินทรีย์ ประเมินความพร้อมของเกษตรกร รวมทั้งความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูกก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ อีกทั้งสนับสนุนให้มีการนำระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เข้ามาใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิเป็นจังหวัดแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากข้าวหอมมะลิทั่วไป ทั้งในแง่ของ เกษตรกรมีความรู้ ความชำนาญในการปลูกข้าวหอมมะลิมาอย่างยาวนาน มีภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาการผลิตสืบต่อกันมา จนสามารถผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีได้ เช่น ข้าวหอมมะลิโกเมนสุรินทร์ และมะลินิลสุรินทร์ เกิดจากความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์, ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร, สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว, คณะเทคโนโลยีและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นข้าวเจ้าหอมต่างสี ซึ่งได้จากการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ข้าวเจ้าต่างสี พันธุ์พื้นเมืองไวต่อช่วงแสง 3 พันธุ์ คือ มะลิแดง เบอร์ 54 มะลิพื้นเมือง (ข้าวแดง) และมะลิดำ เบอร์ 53 จากแปลงแสดงพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ในปี พ.ศ. 2548 จนได้พันธุ์บริสุทธิ์ จำนวน 12 สายพันธุ์ ได้แก่ กลุ่มที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง จำนวน 5 พันธุ์ คือ มะลิโกเมนสุรินทร์ 1-5 และกลุ่มที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีดำ จำนวน 7 พันธุ์ คือ มะลินิลสุรินทร์ 1-7 มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง ขยายเส้นเลือด สามารถสนองต่อการเรียกหาของคนรักสุขภาพ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบด้วย สารประกอบฟีโนลิก และแอนโทไซยานิน ที่มีผลทำให้ผิวหนังของเราไม่เหี่ยวแห้งเร็วก่อนวัยอันควร แถมยังช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและยังออกฤทธิ์ในการขยายเส้นเลือด ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันในสมอง และโรคอัมพาตอีกด้วย



สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ.สุรินทร์เลือกผ้าไหมสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ และจักสานหวายเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจังหวัด

นายกสิณ นวลโคกสูง  พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า ในปี 2556 กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดให้มีการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่น จังหวัด (Provincial Star OTOP : PSO) ปี พ.ศ. 2556 เพื่อคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผลิตภัณฑ์ OTOP และนำผลิตภัณฑ์เด่นเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมและพัฒนา ซึ่งในปี 2549 จังหวัดสุรินทร์ได้เคยมีการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นของจังหวัด 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผ้าไหมยกทองโบราณ และผ้าไหมมัดหมี่โฮล

พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในปี 2556 ทุกจังหวัดจะต้องพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดจากผลิตภัณฑ์ 5 ประเภท ได้แก่ ประเภทอาหาร ประเภทเครื่องดื่ม ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ประเภทของใช้/ ของตกแต่ง/ของที่ระลึก ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งคณะกรรมการฯได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP เด่นจังหวัดสุรินทร์ จากผลิตภัณฑ์เด่นของ 17 อำเภอ ผลการคัดเลือก เป็นดังนี้ อันดับหนึ่งผ้าไหมสุรินทร์ อันดับสองข้าวหอมมะลิสุรินทร์ และอันดับสามจักสานหวาย




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

ผู้ว่า ฯ สุรินทร์นำคณะกรรมการออกตรวจโรงสีทั้ง 17 อำเภอ พบข้าวยังอยู่ปกติเน้นย้ำให้ตรวจสอบการสวมสิทธิเพื่อสร้างมั่นใจแก่เกษตรกร

ผู้ว่า ฯ  สุรินทร์นำคณะกรรมการออกตรวจโรงสีทั้ง 17 อำเภอ พบข้าวยังอยู่ปกติเน้นย้ำให้ตรวจสอบการสวมสิทธิเพื่อสร้างมั่นใจแก่เกษตรกร วันนี้ (27 มิ.ย.56 ) เวลา 08.00 น. ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการปล่อยขบวนคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 3 ชุด เพื่อออกปฏิบัติการตรวจสอบคลังโกดังข้าวและโรงสีทั้งจังหวัด จำนวน 72 แห่ง โดยแบ่งสายออกปฏิบัติการเป็น 3 สาย ประกอบด้วย สายแรก ในพื้นที่ 4 อำเภอ จำนวน 37 โกดัง มีพาณิชย์จังหวัดเป็นหัวหน้าชุด สายที่ 2 ในพื้นที่ 6 อำเภอ จำนวน 20 โกดัง มีการค้าภายในเป็นหัวหน้าชุด และสายที่ 3 ในพื้นที่ 3 อำเภอ จำนวน 15 โกดัง มีเกษตรจังหวัดเป็นหัวหน้าชุด

จากนั้น นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  พร้อมด้วยนายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมคณะกรรมการฯระดับจังหวัด ออกตรวจ บจก.สินอุดมพืชไร่ เลขที่ 220 หมู่ 16 ต.นาบัว อ.เมืองสุรินทร์ โดยมี อคส. เป็นผู้เช่า พบว่าสภาพการเก็บข้าวตามหลักฐานมีความถูกต้อง ครบถ้วนเป็นปกติดี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การนำคณะเจ้าหน้าที่ออกตรวจทั้งจังหวัดในวันนี้ เพื่อให้เกิดโปร่งใสและให้ได้ข้อมูลปริมาณข้าวสต๊อกของรัฐบาลที่ถูกต้องและครบถ้วนต่อไป และเป็นไปตามการสั่งการของ ฯพณ ฯ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งตรวจสอบสต๊อกข้าวและปริมาณข้าวเปลือกคงเหลือของโครงการรับจำนำข้าว พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และได้เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจการดำเนินโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล โดยเฉพาะการปรับลดราคาจำนำข้าวเพื่อให้เกษตรกรได้รับทราบ ผ่านการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด สื่อสารมวลชน และประชาชนอย่างต่อเนื่อง และจากผลการตรวจในวันนี้ ยังไม่พบความผิดปกติ อย่างไรก็ตามได้กำชับให้คณะกรรมการตรวจสอบและเฝ้าระวังการสวมสิทธิจำนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด

นายวิเชียร  จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปี 2556/57 โดยรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 – 30 มิถุนายน 2557 ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2556 และมันสำปะหลัง ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 – 28 กุมพาพันธ์ 2557 เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการให้ความร่วมมือช่วยเหลือเกษตรกรภายใต้โครงการตามนโยบายของรัฐ สถานที่รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ คือ สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่เป็นพื้นที่ตั้งของแปลงปลูก หรือ สถานที่สำนักงานเกษตรอำเภอนัดหมาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ เบอร์โทรศัพท์ 0-4451-6070




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เตือนควรศึกษาการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากคู่มือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีระบบการทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าว เป็นต้น เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้า หากมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ไหล จะเสี่ยงต่อการถูกไฟฟ้าดูด ห้ามใช้และสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ตัวเปียกชื้น หรือยืนอยู่บนพื้นที่ชื้นแฉะ หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า ห้ามซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาด ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตได้



ศริณภาพร จันทสุข / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เชิญชวนประชาชนแต่งกายด้วยผ้าไหมสุรินทร์ ในงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง ปี 2556

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและงานตักบาตรบนหลังช้างอย่างยิ่งใหญ่  ระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง ในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พิธีเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การประกวดขบวนแห่เทียนพรรษา การประกวดเทียนพรรษา การประกวดโต๊ะหมู่บูชา การตอบปัญหาธรรมะ นิทรรศการทางศาสนา และพิธีตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า งานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและงานตักบาตรบนหลังช้างเป็นประเพณีสำคัญของพุทธศาสนิกชน และเป็นงานประจำปีที่มีความสำคัญอีกงานหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้นในช่วงการจัดงานดังกล่าวจังหวัดสุรินทร์จึงขอความร่วมมือชาวสุรินทร์ทุกคนสวมใส่ผ้าไหมสุรินทร์เพื่อประชาสัมพันธ์ของดีเมืองสุรินทร์ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ในงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง วันที่ 21-22 กรกฎาคม 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง




สมทรง เผือกผล / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุรินทร์ เสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติและพระมหากษัตริย์

วันนี้ (27 มิ.ย. 56) ผู้ช่วยศาสตราจารย์กิตติ มุลาลินน์ รองอธิการบดี วิทยาเขตสุรินทร์ ร่วมกับงานพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้ร่วมดำเนินโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึก สร้างความเข้าใจ และสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับเยาวชนระดับอุดมศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ เพื่อให้มีความเข้าใจในความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทยและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้กับพสกนิกรอันเป็นที่รักของพระองค์ มีผู้สนใจร่วมรับฟังทั้งนักศึกษา บุคลากรเจ้าหน้าที่ และผู้ที่สนใจร่วมรับฟังกว่า 800 คน

นายหมวดเอกธารณา คชเสนี นายน้ำเพชร สัตยารักษ์ และคณะวิทยากรผู้ให้การอบรมจากศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นับตั้งแต่มีประวัติศาสตร์ชาติไทยทุกยุคทุกสมัยตลอดมาพระมหากษัตริย์ไทย นอกเหนือจะทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินแล้ว ยังทรงเป็นนักปกครองที่ชาญฉลาด ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง ดูแลทุกข์ของประชาชนในแผ่นดินจนเป็นคำกล่าวติดปากมาแต่โบราณว่า ทรงเป็น “เจ้าแผ่นดิน” หรือ “พระเจ้าแผ่นดิน” ในยามศึกสงครามพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “จอมทัพ” ทำการบังคับบัญชาทหารโดยตรง ทรงนำกองทัพเข้าต่อสู้กับศัตรูของชาติ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นนักรบที่เข้มเข็ง ทรงเป็นผู้นำชาติทุกยุคทุกสมัยตลอดมา ทรงอดทนเสียสละตรากตรำทำศึกสงครามเพื่อนำความเป็น “ไท” มาสู่ชนชาติ ทรงสร้างบ้านแปลงเมืองให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงจนเป็น “สยามประเทศ” ยามใดที่บ้านเมืองอ่อนแอจนถึงขั้นเพลี้ยงพล้ำแก่อริราชศัตรู พระมหากษัตริย์ไทยในฐานะจอมทัพไทย ได้ทรงนำกองทัพเข้ากอบกู้เอกราชกลับคืนมาได้ทุกครั้ง พระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ไทยจึงแผ่ไพศาลไปทั่วสารทิศ จนเป็นที่เกรงขามของประเทศใกล้เคียงไม่มีประเทศใดกล้ำกรายเข้ามายึดครอง คนไทยจึงได้มีแผ่นดินให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ประเทศไทยจึงเจริญรุ่งเรืองตราบถึงปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ กำหนดแผนออกรับบริจาคโลหิตเดือนกรกฎาคม

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกับสถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์ และธนาคารเลือดโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ จัดทำแผนรับบริจาคโลหิตเป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อออกรับบริจาคโลหิตตามหน่วยงาน ราชการ อำเภอ และสถานศึกษาต่างๆ ตามพื้นที่จังหวัด จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ

สำหรับกำหนดการออกรับบริจาคโลหิต ประจำเดือนกรกฎาคม 2556 มีดังนี้ วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ที่หอหอประชุมอำเภอท่าตูม ส่วนวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมอำเภอโนนนารายณ์ วันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมอำเภอโรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ที่ศาลาการเปรียญวัดปทุมเมฆ วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมอำเภอรัตนบุรี วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมโรงเรียนขนาดมอญพิทยาคม วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านเบิดพิยาคม วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ วันที่ 18 กรกรกฎาคม 2556 ที่ลานจอดรถตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมอำเภอลำดวน วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมอำเภอบัวเชด และวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 ที่ หอประชุมอำเภอศีขรภูมิ ทั้งนี้จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิตได้ตามวัน และสถานที่ดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

วัดประทุมเมฆ จังหวัดสุรินทร์ จัดงานบวชหมู่และบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ

นายวรวุธ  อยู่ดี ประธานจัดงานบวชหมู่และบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า วัดประทุมเมฆ และวรวุธโปรโมชั่น ได้ร่วมกันจัดงานบวชหมู่และบริจาคโลหิตเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระชนมายุ 86 พรรษา สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงพระชนมายุ 81 พรรษา ระหว่างวันที่ 6 - 8 กรกฎาคม 2556 ณ วัดประทุมเมฆ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องการบวชแต่ขาดทุนทรัพย์ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีการบวชของชาวสุรินทร์ และเพื่อนำโลหิตไปช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้ประสบอุบัติเหตุ โดย จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 และกำหนดเป้าหมายจำนวนผู้ร่วมบวช 167 รูป

กิจกรรมภายในงาน มีการทำขวัญนาคแบบพิสดาร บายศรีพญานาคที่งดงาม การจัดขบวนแห่นาคนั่งช้าง ม้า รถม้า วงปี่พาทย์ตีบนหลังช้าง แห่รอบเมืองอย่างยิ่งใหญ่อลังการ การจัดพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมบารมีให้กับผู้บวชและผู้มาร่วมงาน การรับบริจาคโลหิต นอกจากนี้ ยังให้บริการตรวจสุขภาพ ตัดผมชาย-หญิง และนวดฝ่าเท้าฟรี ตลอดจนจัดแสดงดนตรี หมอลำ กันตรึมเจรียง การแสดงกายกรรม ช้างแสนรู้และภาพยนตร์ให้ได้ชมฟรีตลอดงาน สำหรับผู้สนใจ สามารถสมัครบวชฟรีหรือเป็นเจ้าภาพบวช มอบบาตร ไตร จีวร หรือเจ้าภาพถวายจตุปัจจัยและเครื่องไทยธรรม ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่คุณวรวุธ อยู่ดี วรวุธโปรโมชั่น หรือหลวงพ่อสุพรรณ โทรศัพท์ 081- 9764481,044 515255




กิติวรรณ  มณีล้ำ / สวท.สุรินทร์ / ข่าว

โรงพยาบาลสุรินทร์ ขอเชิญร่วมรับฟังการสนทนาธรรม และร่วมสักการะพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา

นายธงชัย  ตรีวิบูลย์วณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสุรินทร์  ได้รับเกียรติจากเสถียรธรรมสถาน โดยท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต จะมาสนทนาธรรม เรื่อง “ จิตประภ้สสรและปาฏิหาริย์แห่งการเยียวยา ” ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมสระโบราณ โรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมทั้งได้อัญเชิญ พระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา ผู้เป็นเลิศแห่งปัญญาและเยียวยา มาประดิษฐ์สถาน ณ ศาลาบริเวณลานจอดรถหน้าอาคารบริหารโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2556

โรงพยาบาลสุรินทร์ จึงขอเชิญเข้าร่วมรับฟังการสนทนาธรรม  และร่วมสักการะพระพุทธชยันตีองค์ดำ  นาลันทา ในวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว





ศริณภาพร จันทสุข / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา บูชาธรรม 80 ปี พระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก  พระมหาวีระ กิตฺติวณฺโณ รองเจ้าคณะตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ว่า ตำบลทุ่งมน ตำบลสมุด ตำบลปราสาททนง ตำบลปรือ และตำบลตานี อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยกำหนดจัดโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา บูชาธรรม 80 ปี พระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 4 กรกฎาคม – 4 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งพระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ คือต้นแบบที่ดีในพระพุทธศาสนา เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม รับภาระพระพุทธศาสนามาตลอดอายุตั้งแต่วันแรกในการบวช โดยถือเพศบรรพชิตตั้งแต่สามเณร มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน ใฝ่พัฒนา เพียบพร้อมอุดมการณ์ วางรากฐานการศึกษาสงฆ์ และการพัฒนาบุคลากรทางพระพุทธศาสนาทั่วโลก

ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา  บูชาธรรม 80 ปี พระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ มีกำหนดการ ดังนี้ วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 กิจกรรมอบรมก่อนบวช ณ ศูนย์อบรมเยาวชนสุรินทร์ ส่วนวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2556 พิธีกรรมตัดปอยผม ณ วัดศาลาลอยพระอารามหลวง รวมทั้งแห่นาครอบเมืองสุรินทร์ วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 เข้าพิธีบวชสามเณร ณ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี และวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2556 เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดศาลาลอยพระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ จากนั้นเข้าจำพรรษาในวัดพื้นที่ตำบลทุ่งมน ตำบลสมุด ตำบลปราสาททนง ตำบลปรือ ตำบลตานี อำเภอปราสาท รวมทั้งเดินธุดงค์ไปพัฒนาวัดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์  จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา บูชาธรรม 80 ปี พระธรรมโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ เพื่อร่วมสร้างมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นศาสนทายาทสืบทอดพระพุทธศาสนา เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต เป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีแก่เยาวชนและประชาชน เพื่อรักษาคำสอนทางศาสนารวมทั้งแสวงหาความสุขที่แท้จริงต่อไป







สมทรง เผือกผล / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ เชิญชวนร่วมทำบุญครอบครัวอบอุ่นทำบุญ 9 วัด วันที่ 20 กรกฎาคม นี้

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก  พระครูปริยัติกิจธำรง เจ้าอาวาสวัดกลางสุรินทร์ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองสุรินทร์ ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ วัดกลางสุรินทร์ สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ และชมรมโภชนาการและการค้าสุรินทร์ กำหนดจัดกิจกรรมครอบครัวอบอุ่นทำบุญ 9 วัด ครั้งที่ 5 เพื่อส่งเสริมวันเข้าพรรษา ถวายเทียน ผ้าไตร ข้าวสาร เครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อครอบครัวอบอุ่นเกิดความรักความสามัคคี โดยลูกหลานพาปู่ย่า ตา ยาย พ่อแม่ ทำบุญร่วมกัน เพื่อให้เกิดความรักต่อสถาบันครอบครัว เพื่อเผยแพร่และจรรโลงพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดสุรินทร์ และก่อให้เกิดความร่วมมือของประชาชนสังคมท้องถิ่น โดยทุกคนสวมใส่เสื้อสีขาวร่วมกิจกรรมตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2556 ณ วัดกลางสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์

จากนั้น ร่วมเดินทางกราบไหว้พระที่วัดตำปูง  ตำบลนาดี วัดป่าอตุโลบุญญลักษณ์  อำเภอสนม วัดจอมพระ วัดป่าปราสาทจอมพระ วัดประทุมทอง ตำบลกระหาด วัดสุวรรณสุข ตำบลเมืองลีง วัดเพี้ยราม ตำบลเพี้ยราม อำเภอจอมพระ และวัดสามัคคี ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกคนร่วมปลูกต้นบุญสร้างทุนความดี พาพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ทำบุญ 9 วัด เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและสะสมบุญ โดยพร้อมเพรียงกัน






สมทรง เผือกผล / ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จังหวัดอำนาจเจริญ ประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดอำนาเจริญ ครั้งที่ 2/2556

จังหวัดอำนาจเจริญ จัดประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 2/2556 เพื่อให้คณะกรรมการกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทยในการพัฒนากีฬา กิจการกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
 
วันนี้ (26 มิ.ย. 56) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมฝ้ายขิดคำพระ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายอภิชาติ  งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 2/2556 เพื่อให้คณะกรรมการกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับทราบการแต่งตั้งคณะกรมการกีฬาจังหวัดชุดใหม่ เนื่องจากครบวาระ 2 ปี โดยมติที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามร่างคำสั่งจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ 427/2554 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2554
 
นายสายัณห์ มัครมย์ ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญให้ที่ประชุมได้รับทราบ ดังนี้ ผลการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ณ จังหวัดมหาสารคาม โดยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ส่งนักกีฬาตัวแทนจังหวัดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-29 มีนาคม 2556 รวมนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น 25 คน จาก 8 ชนิดกีฬา ผลการแข่งขันปรากฏว่า จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง เป็นอันดับที่ 14 ของภาคอีสาน และอยู่ในอันดับที่ 55 ของประเทศ จากกีฬา ได้แก่ กีฬามวยไทยสมัครเล่น ฟลายเวท น้ำหนักเกิน 48 กิโลกรัม จากนายสมรักษ์  แสนสิงห์, กีฬาเรือพาย กรรเชียง 500 เมตร ชายคู่ จากนายสหพันธ์ คันทะจันทร์ และนายเจษฎา บุญมณี, กีฬาเปตอง ชายเดี่ยว จากนายวิทยา  บุญเสริฐ, กีฬามวยปล้ำ เกรกโกร-โรมันชาย ไม่เกิน 63 กิโลกรัม จากนายสาธิต แก้วไพรวัน และกีฬายิงปืน ปืนยาวอัดลม 10 เมตร 60 นัด บุคคลชาย จากนายกิตติพงษ์  สารการ
 
การจัดการแข่งขัน "วิทยุการบินฯ มินิวอลเล่ย์บอล ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ประจำปี 2556 โดยบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ร่วมกับ สมาคมวอลเล่ย์บอลแห่งประเทศไทย ดำเนินการแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับจังหวัด โดยแข่งขัน ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2556,  รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค และรอบ Play off แข่งขันระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2556 และรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ แข่งขันระหว่างเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2556  นอกจากนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อความ        เป็นเลิศของสมาคมกีฬาจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 จำนวน 1 ล้านบาท และได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนสโมสรฟุตบอลอำนาจเจริญทาวน์ ในฤดูกาล 2013 จำนวน 1 ล้านบาท โดยผ่านคณะกรรมการกีฬาจังหวัด ทั้งนี้ โดยศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้แจ้งการย้ายที่ทำการศูนย์การกีฬา แห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ ไปยังสำนักงานฯ บริเวณสนามกีฬาจังหวัด ทางออกด้านหลังของศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อสะดวกในการติดต่อประสานงาน โทรศัพท์หมายเลข 0-4552-4181




คมคาย/ข่าว,พิมพ์/ทาน

คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญประชุมคัดสรรทีมงานเพื่อขับเคลื่อนขบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัดสู่เมืองธรรมเกษตร

เวลา ๐๙.๓๐ น. วันนี้ (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖) ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองอำนาจเจริญ  นายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ (คจ.สจ.) เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคในด้านต่างๆ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การเสนอเป็นนโยบายสาธารณะด้านสุขภาพของประชาชน  ทั้งนี้ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ โดยกำหนดให้มีการจัดสมัชชาสุขภาพระดับพื้นที่ รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการสมัชชาสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างสมานฉันท์ โดยผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพ
ทั้งนี้จังหวัดอำนาจเจริญ ได้กำหนดจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดขึ้น ในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างมติ การประชุมวิชาการ จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดลานกิจกรรมโดยตั้งประเด็นนโยบายด้านเมือง”ธรรมเกษตร” ตามกิจกรรมที่กำหนดจำนวน ๖ กลุ่ม คือ การจัดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง , การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต , ความมั่นคงทางด้านอาหาร เช่น นาข้าวปลอดสารพิษ เกษตรกรรมยั่งยืน อาหารปลอดภัย ความหลากหลายพันธุกรรมเกาตรพื้นถิ่น , ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง ปลอดภัยจากอบายมุข รวมทั้งสื่อสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างอำนาจเจริญสู่ "เมืองธรรมเกษตร”
ดังนั้น  ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาบุคคลจากทุกภาคส่วนเป็นคณะทำงานในด้านวิชาการ , ด้านการพัฒนาศักยภาพ , และด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์  เพื่อทำหน้าที่ในการสังเคราะห์ และสรุปข้อคิดเห็นจากการจัดเวทีเสวนาจากกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสรุปเป็นข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายของจังหวัดอำนาจเจริญ นำเสนอต่อคณะกรรมการสมัชชาแห่งชาติเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาเป็นแนวทาง หรือนโยบายในการขับเคลื่อนสมัชชาสุขภาพในระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว 

จังหวัดอำนาจเจริญจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก(๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖)

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับส่วนราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และพลังมวลชนต่างๆ ในจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายตลอดเวลา แต่ก็มีพลังประชาชนเข้าร่วมชมกิจกรรมอย่างเนืองแน่น
วันนี้ (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖) ซึ่งเป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก จังหวัดอำนาจเจริญ โดยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับส่วนราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และพลังมวลชนต่างๆ ในจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกันจัดงาน "คนไทยหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด”  เพื่อรณรงค์ร่วมกันเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ภายใต้คำขวัญ "ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน”  ณ สวนสาธาณะมิ่งมงคล (หอนาฬิกา) ในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ  โดยมี นายวิฑูรย์ ศิริบุลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และอ่านคำปราศรัยของนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด และนำผู้ร่วมงานกล่าวสัตย์ปฏิญาณตนจะไม่ข้องเกี่ยวยาเสพติด
ภายในงานมีการจัดขบวนเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ของหน่วยงานราชการ สถานศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ กว่า ๑ พันคน มีการแสดงโชว์วงดุริยางค์ และการแสดงบนเวทีชุด TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนอำนาจเจริญ  รวมทั้งการแสดงโชว์การควงอาวุธปืนของชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายตลอดเวลา โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมกิจกรรมในงานเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการออกร้านจัดนิทรรศการของแรงงานจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด ชมรมทูบี นัมเบอร์วัน และเรือนจำจังหวัดอำนาจเจริญ              
นายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงสถานการณ์ยาเสพติดของจังหวัดอำนาจเจริญในขณะนี้ว่า ยังอยู่ในระดับรุนแรงเนื่องจากมีพื้นที่ติดชายแดนเพื่อนบ้าน จึงเป็นจุดบอดให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร ตลอดจนผู้นำชุมชน และประชาชนได้มีการบูรณาการทำงานเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้ม แข็งตลอดเวลา ทำให้จังหวัดอำนาจเจริญ มีผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการในแผนงานที่ ๒ และด้านการบำบัดรักษาผู้เสพ/ผู้ติดยาในระดับดีเด่น  เข้ารับรางวัลจากสำนักงานป้องกันและปรายยาเสพติดแห่งชาติ (ปปส.) ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีพลังในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากสังคมของจังหวัดอำนาจเจริญต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

อุดรธานี ออกตรวจสอบปริมาณข้าวโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกข้าวของโรงสีและคลังสินค้ากลางที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 

ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ได้มอบหมายให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้า และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พร้อมกับเร่งรัดตรวจสอบสต็อกข้าวทั้งของโรงสีและโกดังกลางที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๔/๕๕ นาปรัง ปี ๒๕๕๕ และข้าวเปลือก ปีการผลิต ๒๕๕๕/๕๖ หากตรวจสอบพบการทุจริตให้ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาโดยเคร่งครัดนั้น  ที่จังหวัดอุดรธานีเช้าวันนี้ (๒๖ มิ.ย.๕๖) นาย ชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้รับมอบหมายจากนาย เสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้นำคณะทำงานตรวจสอบสต็อกข้าวระดับจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณข้าวของโรงสีและคลังสินค้ากลาง ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีทั้งหมด ๑๘ แห่ง ในวันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบที่โรงสี บจก. อุดรชัยธนาสินเจริญ คลังสินค้ากลาง บจก.อุดรชัยธนาสินเจริญทั้ง ๔ หลัง  คลังสินค้ากลาง บจก.อุดรประเสริฐผล  โรงสี บจก.อุดรสินไพบูลย์ และโรงสี หจก.กุดจับการเกษตร (๑๙๙๓) ผลปรากฏว่ามีปริมาณข้าวครบถ้วน ตามจำนวนตัวเลขที่มีการควบคุมกำกับดูแล ไม่พบสิ่งผิดปกติที่มีการแอบอ้างและสวมสิทธิ์แต่อย่างใด นาย ชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า คณะกรรมการระดับจังหวัดทั้ง ๓ ฝ่าย ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเกษตร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นประจำ ไม่มีข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์อย่างเด็ดขาด ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และนโยบายของรัฐบาล

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ปีการผลิต ๒๕๕๕/๕๖ รอบที่ ๑ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ๑๘,๐๑๐ ราย ปริมาณข้าว ๔๕,๐๓๓ ตัน แปรสภาพส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางแล้ว ๒๕,๗๑๙ ตัน คงค้าง ๗๐ ตัน รอบที่ ๒ เกษตรกรนำข้าวเปลือกไปจำนำ ๑,๑๓๔ ราย ปริมาณข้าว ๓,๕๗๔ ตัน แปรสภาพส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางแล้ว ๖๒๖ ตัน คงค้าง ๑,๕๙๗ ตัน





ประชุม   จตุเทน   ภาพ/ข่าว

เรือนจำกลางสุรินทร์ ประกาศตัวเป็น “เรือนจำสีขาว”

เรือนจำกลาง สุรินทร์ มุ่งมั่นประกาศตนเป็น "เรือนจำสีขาว” ปลอดจากยาเสพติด และการ ลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้ ให้ได้ภายในปี 2556 นี้
 
วันนี้ (วันที่ 26 มิ.ย. 56) ที่เรือนจำกลางสุรินทร์ นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงานพิธี เนื่องในวันประกาศ เป็น "เรือนจำสีขาว” ของเรือนจำกลางสุรินทร์ โดยมีนายวิชัย โชติปฏิเวชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุรินทร์ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการประกาศตนเป็นเรือนจำสีขาวของเรือน จำกลางสุรินทร์

ทั้งนี้ เรือนจำกลางสุรินทร์ เป็นพื้นที่เป้าหมายหนึ่ง ซึ่งมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด และ มีการค้ายาเสพติดในเรือนจำ โดยผลการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องขังบางคนยังเป็นบวก ตลอดจนมีการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดกับบุคคลหรือเครือข่ายภายนอก แม้เรือนจำจะได้มีมาตรการเสริมเพื่อรองรับการฝ่าฝืนและกระทำผิด ทั้งการติดตั้งตาข่ายตามแนวกำแพง การงดพัสดุและของฝากจากญาติผู้ต้องขัง รวมไปถึงการตรวจข้นแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่เอง แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดสิ้นไป

กรมราชทัณฑ์โดย พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จึงได้กำหนดนโยบาย "เรือนจำสีขาว” ขึ้น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ให้มีการตื่นตัวในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่และผู้ ต้องขัง ในการที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการนำโทรศัพท์มือถือไปใช้ในการค้า ขายยาเสพติด

เพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว เรือนจำกลางสุรินทร์ จึงมีการดำเนินแนวยุทธศาสตร์และมาตรการต่างๆอย่างเข้มข้น โดย เริ่มจากการประกาศเป็น "เรือนนอนสีขาว” , "แดนสีขาว” และ ในวันนี้(วันที่ 26 มิถุนายน 2556) ซึ่งตรงกับวันต่อต้านยาเสพติดสากล ทางเรือนจำและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตลอดจนผู้ต้องขัง จึงได้ประกาศการเข้าสู่การเป็น "เรือนจำสีขาว” โดยตั้งมั่นที่จะให้เป็น "เรือนจำสีขาว”อย่างเต็มตัวภายในสิ้นปี 2556 นี้ให้ได้

นายวิชัย โชติปฏิเวชกุล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องยาเสพติดและการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้ยังคงมีอยู่ แต่ด้วยประสบการณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น และด้วยตามยุทธวิธี มาตรการต่างๆที่เสริมเข้ามา คาดว่า ภายในปี 2556 เรือนจำกลางสุรินทร์ จะเป็นเรือนจำสีขาวได้ ถึงแม้วันนี้จะยังคงตรวจพบปัสสาวะบวกอยู่ หรือยังคงมีการลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือเข้ามาในเรือนจำ อาจทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพ แต่ว่าทางเรือนจำกำลังหาวิธีการที่จะช่วยสังคมและจะพยายามยาเสพติดและ โทรศัพท์มือถือ หมดจากเรือนจำนี้ไป



 

อนุชา  หาญนึก / ภาพ
กำชัย วันสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ รวมพลกว่า 3,000 คน สวมเสื้อสีขาวเป็นพลังแผ่นดินพร้อมประกาศ"คนไทยหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด”

จังหวัด สุรินทร์ รวมพลพลังมวลชน ทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป กว่า 3,000 คน สวมเสื้อสีขาว แสดงพลังแผ่นดิน พร้อมประกาศ"คนไทยหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด”
 

วันนี้ ( 26 มิ.ย. 56 ) เวลา09.00 น. ขบวนเดินรณรงค์กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษา กว่า 3,000 คน สวมเสื้อสีขาวเป็นพลังแผ่นดินพร้อมประกาศ"คนไทยหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด โดยรณรงค์จาก 3 จุด ทั่วเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ไปที่บริเวณลานสนามกีฬาศรีณรงค์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จากนั้น เวลา 09.30 น. นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ประธานพิธีเปิดกรวยถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อ่านคำปราศรัยของฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 และนำพลังมวลชนประกาศเจตนารมณ์รวมพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด

ซึ่งนายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา กว่า 3,000 คน กล่าวคำปฏิญาณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งนี้เนื่องมาจากองค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันต่อต้านยาเสพติด และรัฐบาลได้กำหนดนโยบายให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยมียุทธศาสตร์ "พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด” เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้กรอบแนวคิด "คนไทยหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด” เพื่อให้ประชาชน ชุมชน เยาวชน รับรู้ และเห็นถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติด ในการที่จะร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยการระดมสรรพกำลังของทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังแผ่นดินในการเอาชนะยาเสพติด

จังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 ในวันนี้ พร้อมจัดให้มีการจัดนิทรรศการจากหน่วยงาน ต่าง ๆ การแสดงของนักเรียน การประกวด TO BE NUMBER ONE DANCERCISE ภายในงานให้เยาวชนที่มาร่วมงานได้ชมกันอย่างเต็มที่ด้วย 





อนุชา  หาญนึก / ภาพ
กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / รายงาน

จ.กาฬสินธุ์ จัดแข่งขันฟุตบอลโกลหนู “กาฬสินธุ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จูเนียร์คัพ” ครั้งที่ 2

ด้วยรัฐบาลภายใต้การนำของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน โดยกำหนดให้ทุกภาคส่วนระดมสรรพกำลังในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และได้กำหนดแผนงานหลักในการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย แผนการใช้พลังชุมนุม/สังคมแก้ไขปัญหายาเสพติด แผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด แผนการปราบปรามบังคับใช้กฎหมายและสกัดกั้นยาเสพติด เมื่อสิ้นปี พ.ศ.2555 ปัญหายาเสพติดจะต้องลดความรุนแรงลงและประชาชนมีความพอใจมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาพื้นทีเด็กและเยาวชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการแข่งขันฟุตบอลโกลหนู "กาฬสินธุ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จูเนียร์คัพ” ครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พลังสังคม/ชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ลดปริมาณกล่มเสี่ยงไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เสริมให้มีการเล่นกีฬา สร้างพลานามัยให้แข็งแรง ตลอดจนสนับสนุนระเบียบวาระ "จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด” ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณสนามกีฬากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

นายกริชต์จอมพล ภูจอมจิตฌ์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า ในปีนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบให้ อบจ.เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดแข่งขัน และทาง อบจ.ได้ศึกษาปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ปีที่ผ่านมาพบปัญหาการประท้วงกรรมการประเภททีมแพ้กองเชียร์ไม่ยอมแพ้ การประท้วงที่ไม่สมเหตุสมผล การโกงคุณสมบัติของนักกีฬา ซึ่งคาดว่าปีนี้จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

กาชาดจังหวัดขอนแก่นมอบเฮือนกาชาดหลังที่ 11 ให้ครอบครัวผู้ยากจนชาวอำเภอพลเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดขอนแก่นและคณะกรรมการเหล่ากาชาดขอนแก่นร่วมมอบบ้านให้กับครอบ ครัวนายอำพล สายสิทธิ์ ชาวบ้านโนนเมือง ตำบลโนนข่า อำเภอพล ซึ่งเป็นโครงการของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น จัดทำขึ้นตามโครงการกาชาดใส่ใจให้ที่อยู่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยทำการสร้างบ้านให้กับครอบครัวที่มีฐานะยากจนและเป็นคนดีของสังคม ที่ไม่มีมี่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งจัดสร้างให้กับผู้ยากไร้ทั้ง 26 อำเภอจำนวน 26 หลังใช้งบประมาณกว่า 2 ล้านบาทโดยใช้ชื่อว่า เฮือนกาชาด มีการมอบมาแล้ว 10 อำเภอ 10หลัง สำหรับที่อำเภอพลมอบเป็นหลังที่ 11 การก่อสร้างได้สร้างตามแบบของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งทางเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นสนับสนุนงบประมาณหลังละ 74,400 บาทเป็นค่าวัสดุ-อุปกรณ์โดยค่าแรงใช้แรงงานชาวบ้านในพื้นที่เสียสละแรงกาย ช่วยกันสร้างโดยงบประมาณส่วนหนึ่งทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านได้สนับสนุน เพื่อช่วยเหลือสังคมบริจาคเครื่องครัวและของใช้ในบ้านเพื่อเติมความสุขให้ กับครอบครัวของนายอำพล สายสิทธิ์ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นคนดีในสังคมต่อไป      

รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำคณะตรวจเยี่ยมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขที่เข้าประกวดระดับจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2556

นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำคณะกรรมการระดับจังหวัดออกตรวจเยี่ยม หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขที่ผ่านการคัดเลือกจากระดับอำเภอ เข้าประกวดระดับจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2556ซึ่งผ่านเข้ารอบ 4 หมู่บ้านจาก4 อำเภอได้แก่บ้านหนองฮี ตำบลดอนหัน อำเภอเมืองขอนแก่น บ้านโนนสำราญ ตำบลกุดขอนแก่น อำเภอภูเวียง บ้านดอนข่า ตำบลชนบท อำเภอชนบท และบ้านหญ้าคา ตำบลละหานนาอำเภอแวงน้อย ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากโดยส่งเสริมการดำเนิน งานตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงาน พัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง "อยู่เย็น เป็นสุข”ในทุกอำเภอและในแต่ละปีก็มีการประกวดเป็นหมู่อยู่เย็น เป็นสุข ตามโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ สำหรับหมู่บ้านทั้ง 4 แห่งมีพื้นฐานการพัฒนาชุมชนที่ดี ค่อนข้างชัดเจน มีกิจกรรมการพัฒนาหลากหลาย อาทิ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ธนาคารข้าว กลุ่มอาชีพ กิจกรรมปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ และที่สำคัญคือชาวบ้านมีการรักษาวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามอย่างเหนียวแน่น มีความสามัคคีในชุมชน ซึ่งเป็นที่หนักใจของคณะกรรมการสำหรับผลการแข่งขันการประกวดหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุขจะประกาศในเดือนหน้าและหมู่บ้านที่ชนะเลิศก็จะเข้าประกวดใน ระดับภาคในนามตัวแทนจังหวัดขอนแก่นต่อไป

รพ.มหาราชนครราชสีมา ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาค สมทบทุนสร้างอาคารหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เปิดให้บริการมากกว่า 100 ปี ถึงแม้ว่ามีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องมาตลอด แต่เนื่องจากปริมาณผู้ป่วยที่เข้ารับบริการมีจำนวนมากและมีแนวโน้มมากขึ้น ทุกๆ ปี
 

คณะศิษยานุศิษย์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เจ้าอาวาสวัดแพร่ธรรมาราม (ปัจจุบันพำนักอยู่     ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม บ้านบุเจ้าคุณ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา) ได้เล็งเห็นความจำเป็นและประโยชน์ในการก่อสร้างอาคาร 4 ชั้น และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

จึงขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพบริจาค สมทบทุนสร้างอาคารหลวงพ่อกัณหา   สุขกาโม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
 
                 - ธนาคารกรุงไทย สาขาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เลขที่บัญชี 981-4-44307-7
                 - ธนาคารไทยพาณชย์ สาขาถนนมุขมนตรี นครราชสีมา เลขที่บัญชี 580-5-34431-6
                 - ธนาคารกรุงเทพ สาขาโชคชัย นครราชสีมา เลขที่บัญชี 428-0-98309-1
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธุรการกลุ่มงานอายุรกรรม ชั้น 8 ตึก 8 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โทรศัพท์และแฟกซ์ 044-293-044 http://www.mnrh.go.th

จังหวัดนครราชสีมาจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 คนโคราชหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด

วันนี้ (26 มิ.ย. 56) เวลา10.00 น. ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 คนโคราชหัวใจสีขาว ร่วมต้านยาเสพติด โดย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียนและนักศึกษา ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา กว่า 1,000 คน ร่วมกล่าวปฏิญาณตนประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมอ่านคำปราศรัย ของนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด และมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นตามยุทธศาตร์พลังแผ่น ดินเอาชนะยาเสพติด รวมทั้งร่วมลงนามMOU กับหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดนครราชสีมาในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพ ติด เพื่อให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดสีขาว


ทั้งนี้การจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 ของจังหวัดนครราชสีมา เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ชุมชน ประชาสังคม เยาวชน หน่วยงานภาคี รับรู้และเห็นถึงความสำคัญของวันต่อต้านยาเสพติด ในการร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อแสดงให้เห็นพลังความสามัคคีของคนในชาติ ที่ร่วมเป็นพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในทุกภาคส่วนของสังคม เกิดความตระหนักถึงภัยของยาเสพติด และเข้าร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อการเอาชนะยาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน