วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดอำนาจเจริญจัดอบรมขยายผลผู้ปฏิบัติงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

วันนี้ เวลา 09.30 น. นายอภิชาติ งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานโครงการอบรมขยายผลผู้ปฏิบัติงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ซึ่งจัดขึ้นที่ ห้องหอประชุม พญานาครินทร์ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ

ทั้งนี้จากความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ มีโอกาสได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาสำคัญใน 4 เรื่องได้แก่ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก การกระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ซึ่งปัญหาดังกล่าวนับวันจะทวีความรุนแรง และมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งได้ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาของประเทศโดยรวม นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการป้องกัน และแก้ปัญหาสังคม ตลอดจนความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนารูปแบบการให้บริการระบบ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาเจริญ จึงจัดอบรมขยายผลผู้ปฎิบัติงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ขึ้น โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจาก หน่วยงานในสังกัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ทำการปกครองอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สถานีตำรวจภูธร จำนวน 250 คน

โดยเนื้อหาในการอบรมมุ่งเน้นเรื่อง การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาสังคม อย่างเต็มองค์รวมและดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ให้ประชาชนที่ประสบปัญหา ได้รับความคุ้มครองอย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยในการขอรับความช่วยเหลือ ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เชื่อมโยงกับการดำเนินงาน ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวางระบบ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เพื่อให้การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมโดยพัฒนาช่องทางการับเรื่องราวและส่งต่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือได้โดยสะดวก 3 ช่องทาง คือ แจ้งด้วยตนเองโดยตรงที่ส่วนราชการ และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศซึ่งมีมากกว่า 20,000 หน่วย แจ้งแบบฮอตไลน์ 1300 ศูนย์ประชาบดี แจ้งทางเว็บไซน์ www.osccthailand.go.th  และนอกจากนี้ยังได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในการรับเรื่อง การให้บริการ และกาติดตามผล เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด



สุรพล  บุตรวงศ์/ข่าว
บก.ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญเตือนประชาชนป้องกันและควบคุมการระบาดโรคไข้เลือดออก

นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในภาพรวมของประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ พบผู้ป่วยแล้วจำนวน ๔๓,๖๐๙ ราย อัตราป่วย ๖๘.๐๖ ต่อแสนประชากร เสียชีวิต ๕๐ ราย  สำหรับจังหวัดอำนาจเจริญ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ พบผู้ป่วยจำนวน ๒๓๖ ราย อัตราป่วย ๖๓.๔๐ ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต ๒ ราย โดยพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก กระจายในทุกพื้นที่อำเภอและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ ๕ ป ๑ ข  คือ ๑. ปิดภาชนะที่ใช้เก็บน้ำให้มิดชิดป้องกันยุงลายไปวางไข่ ๒. เปลี่ยนน้ำในแจกัน ถังเก็บน้ำ ทุก ๗ วัน เพื่อตัดวงจรลูกน้ำที่จะกลายเป็นยุง  ๓. ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่าง ภาชนะเก็บน้ำ เช่นปลาหางนกยูง  ๔. ปรับปรุงสภาพแวดล้อม กำจัดขยะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย  ๕. ปฏิบัติเป็นประจำจนเป็นนิสัยและลงมือทำทันที และ ๑ ข คือ ขัดล้างไข่ยุงลายที่อาจติดอยู่กับภาชนะต่างๆ ที่ใส่น้ำ เช่น อ่างปลา แจกันดอกไม้ อ่างน้ำ และอย่าให้ยุงลายกัด นอนในมุ้ง หลีกเลี่ยงมุมมืด อับลม  ในช่วงนี้หากพบว่าคนในครอบครัวมีไข้สูง มากกว่า ๑ วัน ให้รีบนำไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาโดยเร็ว เพื่อให้การรักษาได้ทันท่วงที




สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญจัดอบรมผู้นำกลุ่มพลังมวลชนและเยาวชนปลูกจิตสำนึกสร้างความสามัคคีและปรองดอง

เวลา ๐๙.๓๐ น. วันนี้ (๘ ก.ค. ๕๖)  ที่ห้องประชุมโรงแรมฝ้ายขิด อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  นายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ประจำปี ๒๕๕๖ จัดโดยสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าอบรม ประกอบด้วย ผู้นำหมู่บ้าน ชุมชน ผู้นำกลุ่มต่างๆ และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ  จำนวน ๑๐๐ คน
นายวีรศักดิ์ สะท้านพล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอำนาจเจริญ รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้จัดทำโครงการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความ ปรองดอง ขึ้นเป็นที่ ๒ เพื่อขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ โดยการอบรมความรู้หลักการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย เน้นให้ตระหนักประโยชน์สุขส่วนรวมมากกว่าส่วนตน โดยน้อมนำหลักการทรงงาน และแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ แก่พื้นที่ของตนเอง รวมทั้งการธำรงปกป้องรักษาสถาบันภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันนำไปสู่ความรักสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่
ทางด้านนายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการแสดงออกทางการเมืองมากขึ้น แต่อยากให้อยู่ในกรอบของการถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ประนีประนอมกัน โดยถือเสียงส่วนใหญ่และเคารพเสียงส่วนน้อย คือทุกคนมีความคิดแตกต่างกันได้ทางการเมืองแต่อย่าแตกแยกความสามัคคีในควาเป็นคนไทยด้วยกัน ดังนั้น การส่งเสริมให้เยาวชนและผู้นำกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ได้มีหลักคิดของการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็จะเป็นการสร้างความรัก สมัครสมาน สามัคคี หรือความปรองดอง สมานฉันท์เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน


สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

โครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและระบบดูแลเอดส์

กระทรวงสาธารณสุข และโครงการเอดส์โลก พัฒนาศักยภาพบุคลากร และเสริมระบบบริการให้เข้มแข็ง ลดช่องว่างในการทำงานด้านการป้องกันเอชไอวี และการดูแลรักษาแก่ประชาชน กลุ่มชายรักชายและโสเภณีแฝง

ที่โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายแพทย์สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาโครงการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและระบบการ ดูแลสุขภาพ เพื่อการเข้าถึงการป้องกันและดูแลรักษาเอชไอวีในกลุ่มประชากรที่ได้รับผล กระทบสูงชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย และพนักงานบริการหญิงอิสระ ต่อเนื่องปีที่ 2 ซึ่งสำนักงานโรคเอดส์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จัดขึ้นเพื่อติดตามความกว้าหน้าในการดำเนินการป้องกันและดูแลรักษาเอชไอวี ในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ภูเก็ต ชลบุรี และกรุงเทพ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยผู้รับผิดชอบด้านงานป้องกันและดูแลโรค เอดส์ในพื้นที่ 5 จังหวัดเป้าหมายในสังกัด โรงพยาบาลจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ เพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจเอชไอวีในกลุ่มประชาชนที่มีแนวโน้มการติดเชื้อสูง โดยเน้นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และพนักงานบริการหญิงอิสระ และเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านการดูแลรักษาสำหรับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และพนักงานหญิงอิสระที่มีเชื้อเอชไอวี พัฒนาระบบการใช้ข้อมูลยุทธศาสตร์ให้เข้มแข็ง ด้วยการติดตามการทำงาน การเฝ้าระวังโรค และการประเมินผลโครงการ ทั้งนี้ภายหลังการประชุมทีมผู้ติดตามความกว้าหน้าโครงการจะลงพื้นที่เพื่อ เก็บรวบรวมข้อมูลจริง ในชุมชน เพื่อนำไปวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ 

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการตามแนวพระราชดำริ

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสมาคมการพิมพ์ไทย จัดสัมมนาผู้ประกบการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานสินค้า รองรับ AEC

ที่ห้องทุ่งศรีเมือง 1 โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชันเซ็นเตอร์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาโครงการพัฒนาผู้ประกอบการตามแนวพระราชดำริ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจัดสรรงบประมาณผ่านสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม หรือ สสว.และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นเพื่อสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์และ บรรจุภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานสินค้าของผู้ประกอบการไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ เพื่อรองรับการเปิดเสรีของ Asian Economy Community หรือ AEC ในปี พ.ศ.2558 และปลุกตจิตสำนึกให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ โดยได้จัดให้มีการอบรมสัมมนาให้ความรู้จากบรรดาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแขนง ต่างๆและการจัดนิทรรศการ การออกแบบและบรรจุภัณฑ์

พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สมาคมการพิมพ์ไทย เป็นผู้ดำเนินการจัดอบรม ซึ่งมีการจัดอบรมไปแล้วในหลายจังหวัดอาทิ พะเยา แพร่ สุราษฎร์ธานี สำหรับการจัดอบรมที่จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้น 2 วัน ระหว่างวันที่ 8-9 กรกฎาคม 2556 โดยในวันแรกเป็นการจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการทั่วไปที่มีความสนใจที่จะพัฒนา ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ของตนเอง และวันที่ 2 เป็นการจัดอบรมหลักสูตรทางการออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยทีมคณาจารย์ภาควิชามีเดีย อาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และหลักสูตรการสร้างอัตลักษณ์มีผลต่อภาพลักษณ์สินค้าอย่างไร การตลาดมีความสำคัญอย่างไรต่อผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และความเข้าใจ เปิดมุมมองใหม่ๆที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการ ให้สามารถนำไปพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของตนเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ผู้ประกอบการ สินค้าชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต




ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

หน่วยงานภาคการศึกษาของจังหวัดสุรินทร์ จับมือภาคเอกชน ยกระดับมาตรฐานด้านภาษารองรับประชาคมอาเซียน

สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานเขต 3 จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และ ภาคเอกชน จัดโปรแกรมการฝึกอบรมการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษแก่บุคคลากรและเยาวชน 6 อำเภอตามแนวชายแดน รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ที่โรงแรมทองเพกา อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 3 ร่วมกับ ภาคเอกชน อย่าง นายพัฒนฌาน วิเชียรรัตน์ วิทยากรที่มีประสบการณ์ในการใช้ภาษาอังกฤษ ได้มีการจัดอบรมพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษแก่เยาวชนและบุคคลากรทางการศึกษา เพื่อการพัฒนารองรับประชาคมอาเซียน จำนวน 234 คน ในเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปราสาท สังขะ กาบเชิง บัวเชด พนมดงรัก และศรีณรงค์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามากที่สุดและเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้เพิ่มทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษในการดำรงชีวิตและสามารถสร้างศักยภาพการเรียนรู้รองรับประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้  หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพความสามารถในการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษเพื่อการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากร และเสริมสร้างความพร้อมในการพัฒนาบุคลากรสายสายสนับสนุนสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งในหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และเข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไปที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันโดยเน้นที่กิจกรรมการฟังและการพูด อย่างไรก็ตาม ยังคงมีกิจกรรมการอ่านและการเขียนในห้องเรียนควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการเรียนภาษาอังกฤษ

หลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษโครงการนี้จะว่าด้วยบทสนทนาทั่วไปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น หัวข้อในการสนทนาเกี่ยวกับการทักทาย การแนะนำตัวเอง การสั่งอาหาร การแนะนำอาหารเรื่องสุขภาพ การใช้บริการที่โรงแรม การท่องเที่ยว การจองสินค้า การให้บริการ บทสนทนาในองค์กร การสนทนาทางโทรศัพท์ การโต้ตอบทาง E-mail คำถามที่จะต้องเจอที่สนามบิน ด่าน Check in หรือ ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนทนาเกี่ยวกับการจัดประชุมสัมมนารวมทั้งเรียนรู้ถึงการสร้าง และการพูดนำเสนอหน้าห้องด้วย PowerPoint

ซึ่งบทสนทนาเหล่านี้เป็นบทสนทนาทั่วไปที่จะต้องพบเจอในชีวิตประจำวัน ผู้เรียนควรเข้าใจและเรียนรู้ถึงประโยคสนทนาพื้นฐาน เพื่อเสริมทักษะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงการใช้รูปประโยค ไวยกรณ์ และคำศัพท์ใหม่ๆ

การฝึกให้ครูได้เรียนรู้ภาษาที่ใช้เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะไม่เน้นการเขียน แต่จะเน้นให้ครูสามารถใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ การฝึกภาษาอังกฤษของครูจะเป็นการฝึกการพัฒนาอย่างเข้มข้น ซึ่งครูที่ผ่านการอบรมทุกคนจะต้องไม่ใช้ภาษาอังกฤษแค่งูๆปลาๆเท่านั้น แต่ทุกคนจะต้องออกเสียงและสำเนียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง เพราะครูจะต้องนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่นักเรียน หากใช้ภาษาอังกฤษไม่ถูกต้องก็จะทำให้เรียนรู้แบบผิดๆ ตั้งแต่เด็ก

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความคิดที่จะได้มีการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมและความมั่นใจ ในการที่จะส่งผ่านความคิดที่จะบูรณาการองค์ความรู้ในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ก็จะช่วยพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ในการพูดติดต่อสื่อสารกับประเทศเพื่อนบ้านและหากมีความจำเป็นต้องออกจากระบบการศึกษาก็จะสามารถพัฒนาอาชีพให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทำงานที่มีคุณภาพรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 นี้

อบจ.สุรินทร์ประกาศใช้แผนพัฒนา 3 ปี พ.ศ. 2557-2559

นายกิตติภัทร์  รุ่งธนเกียรติ  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หรือ อบจ.สุรินทร์  เปิดเผยว่า  คณะกรรมการพัฒนา อบจ.สุรินทร์  มีมติเห็นชอบในการนำร่างแผนพัฒนาสามปี พ.ศ. 2557-2559 ของ อบจ.สุรินทร์  เสนอต่อนายก อบจ.สุรินทร์  เพื่อพิจารณาอนุมัติและประกาศใช้   โดยได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 ข้อ 17

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานของ  อบจ.สุรินทร์  เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน  โดยการใช้แผนพัฒนาสามปีเป็นกรอบในการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม   อาศัยอำนาจตามความในข้อ 17 (4) แห่งระเบียบดังกล่าว นายก อบจ.สุรินทร์  จึงประกาศใช้เป็นแผนพัฒนาสามปี พ.ศ. 2557-2559 ของ อบจ.สุรินทร์  ต่อไป

สนใจตรวจสอบรายละเอียดทางเว็บไซด์ของ อบจ. สุรินทร์ ที่ www.surinpao.org ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

อบจ.สุรินทร์ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา พ.ศ. 2557-2561

นายกิตติภัทร์  รุ่งธนเกียรติ  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หรือ อบจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า  คณะกรรมการพัฒนา อบจ.สุรินทร์  มีมติเห็นชอบในการนำร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา พ.ศ. 2557-2561  ของอบจ.สุรินทร์  เสนอต่อนายก อบจ.สุรินทร์  เพื่อพิจารณาอนุมัติและประกาศใช้   โดยได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 ข้อ 16

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานของ อบจ.สุรินทร์  เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน  โดยการใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นกรอบในการจัดทำแผนพัฒนาสามปี  และการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม  อาศัยอำนาจตามความในข้อ 16 (4) แห่งระเบียบดังกล่าว  นายก อบจ.สุรินทร์  จึงประกาศใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา พ.ศ. 2557-2561 ของ อบจ.สุรินทร์  ต่อไป

สนใจตรวจสอบรายละเอียดทางเว็บไซด์ของ อบจ. สุรินทร์ ที่ www.surinpao.org ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

สำนักงาน ป.ป.ช.สุรินทร์ เชิญประชาชนตรวจสอบประวัติผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กรรมการ ป.ป.จ.สุรินทร์

นายมงคล  สาริสุต ผู้อำนวยการสำนักงาน  ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้ดำเนินการรับสมัครกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน  -2 กรกฎาคม 2556 โดยมีผู้สมัครกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุรินทร์ จำนวนทั้งสิ้น 55 คน ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผู้สมัคร สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุรินทร์ จึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและพฤติการณ์ของผู้สมัครได้ที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุรินทร์  อาคารนครชัยบุรินทร์ ชั้น  2  ถนนคชสาร  ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โทรศัพท์  0 4451  4891 โทรสาร  0 4451 4890  ภายในวันที่ 17 กรกฎาคม  2556




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ขอเชิญร่วมโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

นางสาวกัญญรัตน์  เกียรติสุภา  ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า  80 พรรษา มหาราชินี  เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ที่ทรงให้ความสำคัญกับกรมป่าไม้มาโดยตลอด  โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ทั่วประเทศเฉลิมพระเกียรติน้อมเกล้า ฯ ถวาย จำนวน 800 ล้านกล้า ตั้งแต่ปี 2555-2560

กรมป่าไม้และจังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน  นักคึกษา พ่อค้า ประชาชนทุกคน  ร่วมโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี โดยพร้อมเพรียงกัน




สมทรง เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ. สุรินทร์เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา “อาชีวะเมืองช้างเกมส์” วันที่ 24-30 กรกฎาคม 2556 มีนักกีฬา 3,500 จาก 20 จังหวัดเข้าร่วมการแข่งขัน

นายอรัญ  สิงห์คำ  ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพท่าตูม  ในฐานะประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า อาชีวศึกษาจังหวัดสุรินทร์  ได้รับมอบหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ครั้งที่ 8 “อาชีวะเมืองช้างเกมส์” ระหว่างวันที่ 24-30 กรกฎาคม 2556  ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ และสนามของส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์  โดยกำหนดจัดการแข่งขันรวม 9 ชนิดกีฬา ได้แก่  ฟุตบอลชาย   ฟุตซอล  บาสเกตบอลชาย-หญิง  วอลเลย์บอลชาย-หญิง  เซปักตะกร้อชาย-หญิง  มวยไทยสมัครเล่น   มวยสากลสมัครเล่น  กรีฑา และหมากล้อม  โดยมีนักกีฬา ครูผู้ฝึกสอน  และผู้ควบคุมทีม จำนวน  3,500  คน จากสถานศึกษาจำนวน 116  แห่ง จาก 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมการแข้งขัน




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

สถานศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 5 แห่ง ชนะเลิศการประกวด สถานศึกษาร่วมใจสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี 2556 ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายจรรโลง หลักคำ ขนส่งจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำบันทึกความตกลงว่าด้วยการจัดประกวด สถานศึกษาร่วมใจสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน  ประจำปี 2556 เพื่อคัดเลือกสถานศึกษาที่มีผลงานเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศ  และคณะกรรมการคัดเลือกสถานศึกษาในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ดำเนินการคัดเลือกสถานศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ปรากฏว่าจังหวัดสุรินทร์มีสถานศึกษาที่ชนะเลิศ รวม 5 แห่ง ดังนี้

        โรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท
        โรงเรียนสุรพินท์พิทยา
        โรงเรียนบ้านท่าศิลา
        โรงเรียนบัวเชดวิทยา
        โรงเรียนบ้านรุน




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

เกษตรจังหวัดสุรินทร์แนะวิธีป้องกันการระบาดของหนอนกระทู้ เน้นเกษตรกรต้องศึกษาวิธีกำจัดแมลงให้ถูกวิธี

นายวันชัย ทิพย์อักษร เกษตรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จากการที่มีการระบาดของหนอนกระทู้กล้าในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ คาดว่าจะมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรขาดความเข้าใจในการใช้สารเคมีจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้อง และไม่มีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ ทำให้เกิดศัตรูใหม่และมีพิษภัยต่อสิ่งมีชีวิต เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ พร้อมได้ติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชอย่างถูกต้องเป็นระบบ ตั้งแต่การออกสำรวจที่นา ติดตามและประเมินสถานการณ์ การเลือกวิธีวิธีควบคุมโดยผสมผสาน การเฝ้าระวังและการวางแผนจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของหนอนกระทู้กล้าระบาดในนาข้าวที่หว่าน และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดหนอนกระทู้คอรวงในระยะข้าวออกรวง

ซึ่งในขณะนี้ได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้การป้องกันกำจัดศัตรูพืช ตัดวงจรชีวิตของผีเสื้อหนอนกระทู้กล้าและกระทู้คอรวง ให้กับสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน จำนวน 51 ศูนย์ มีอาสาสมัครเกษตรกรในพื้นที่ 17 อำเภอ กว่า 5,000 คน จะลงกำจัดหนอนกระทู้กล้าที่ระบาดในพื้นที่ 9 อำเภอ 20,764 ไร่ ซึ่งจะได้ใช้เครื่องพ่นแรงดันสูง จำนวน 60 เครื่อง และอุปกรณ์ชุดไฟแบคไลท์ ใช้งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท พร้อมกันนี้ได้แนะนำเกษตรกรไม่ต้องตื่นตระหนก และให้ออกสำรวจพื้นที่นาตนเอง หากพบเห็นว่ามีหนอนกระทู้กล้าในนาข้าว ให้รีบแจ้ง เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลหรือเกษตรอำเภอในทุกพื้นที่รับผิดชอบโดยด่วน เพื่อจะได้ทำการช่วยเหลือทันที และขอให้เกษตรกรทำตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันการระบาดหนองกระทู้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เชิญชวนข้าราชการแต่งกายชุดผ้าไทยเป็นแบบอย่างเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม

นายณัฐพงษ์  สงวนจิตร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสุรินทร์ ได้กำหนดการแต่งกายมาปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์ของข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการเสริมสร้างวัฒนธรรมที่ดีงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ นั้น จังหวัดสุรินทร์ พิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบุคลากร ในการสวมเสื้อปฏิบัติราชการประจำสัปดาห์ จึงเห็นควรกำหนดการแต่งกายมาปฏิบัติราชการ ดังนี้

1. วันจันทร์ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ หรือเครื่องแบบตามสังกัด

2. วันอังคาร เสื้อผ้าไหม ผ้าไทย หรือเสื้อจังหวัดสุรินทร์

3. วันพุธ เสื้อสโมสรฟุตบอลสุรินทร์ ซิตี้ เสื้อกีฬา หรือเสื้อจังหวัดสุรินทร์

4. วันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เสื้อพื้นเมืองชุดสุภาพ หรือเสื้อจังหวัดสุรินทร์

5. ผู้เข้าร่วมประชุมประจำเดือนของหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ให้แต่งเครื่องแบบปฏิบัติราชการ สีกากีคอพับ หรือเครื่องแบบตามสังกัด

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สำหรับอำเภอทุกอำเภอขอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่






กัญญรัตน์   เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ ขอเชิญแสดงความคิดเห็นกรณีการพัฒนาที่ราชพัสดุ แปลงที่อำเภอสังขะ

นายวิเชียร  จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ด้วยกรมธนารักษ์ โดยจังหวัดสุรินทร์ มีโครงการจะพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สร.991 (บางส่วน) ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา โดยเทศบาลตำบลสังขะ ได้ขอพัฒนาปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง และเพื่อให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นด้วยตนเองผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ระบบสารสนเทศหรือ ทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วัน นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาประกาศ ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่สุรินทร์ ถนนเทศบาล 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ 32000 หรือ โทรศัพท์ 044-511448 โทรสาร 044-518362 และที่อีเมลล์ rtsur@treasury.go.th

ทั้งนี้ จึงประกาศให้ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นโดยทั่วไปรับทราบ และดำเนินการแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยมีกำหนด 15 วัน นับแต่วันประกาศ




อนุชา หาญนึก ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ รณรงค์เด็กสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเป็นสาเหตุเสียชีวิตมากที่สุด

นายวิเชียร  จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า การเกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จังหวัดสุรินทร์จึงกำหนดแผนเร่งด่วน ในการดำเนินโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้สวมหมวกนิรภัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย และขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด โดยเฉพาะเยาวชนในสถานศึกษาขอให้กำชับเป็นพิเศษด้วย เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เสียชีวิตมากที่สุด

นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกท่าน โดยเฉพาะวิทยุหลักและวิทยุชมชนช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานประกาศเป็นเขตสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนต่อไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ออกหน่วยสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม พร้อมมอบบ้านธารน้ำใจ

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับคณะส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ออกหน่วยให้บริการประชาชนตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม เพื่อนำการบริการของส่วนราชการต่างๆ ออกไปให้บริการประชาชนแบบเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล เป็นการพบปะเยี่ยมเยือนรับทราบปัญหาต่างๆ จากประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกำหนดออกให้บริการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ที่โรงเรียนบ้านชาต หมู่ 10 ตำบลระเวียง อำเภอโนนนารายณ์ สำหรับการให้บริการดังกล่าว จะมีการส่วนราชการต่างๆ ทั้งระดับอำเภอและจังหวัดร่วมให้บริการ โดยจะมีการมอบรถจักรยานให้นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน มอบเครื่องอุปโภค – บริโภคและถุงยังชีพให้คนยากจน มอบทุนการศึกษา มอบพันธุ์ปลาให้กับผู้นำชุมชน รวมทั้งมอบบ้านธารน้ำใจ จากเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ และบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กับราษฎรยากไร้ในพื้นที่ด้วย




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ จัดทำป้ายถวายพระพรและขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมประดับธงตราสัญลักษณ์งานฉลอง 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชันษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 100 ปี 3 ตุลาคม 2556 โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งแนวทางในการจัดงานนั้น จะจัดงานตลอดทั้งปี 2556 นั้น จังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ จัดทำป้ายถวายพระพร โดยมีข้อความว่า “ ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 100 ปี 3 ตุลาคม 2556 ขอประทานถวายพระพรให้ทรงเจริญพระชันษายิ่งยืนนาน เกล้ากระหม่อม ..........” ติดไว้ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ จังหวัดสุรินทร์ จึงแจ้งขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน พร้อมใจกันประดับธงตราสัญลักษณ์งานฉลอง 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก 3 ตุลาคม 2556 ตามอาคารของหน่วยงานและบ้านเรือนในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 โดยสามารถดาวน์โหลดภาพตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่เวปไซต์ www.opm.go.th




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รองผู้ว่าฯ มหาสารคาม กำชับโรงสี คงราคารับจำนำ 15,000 บาท/ตัน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท/ราย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กำชับโรงสีที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2555/56 ทุกแห่ง ปฏิบัติตามมติ กขช. วันที่ 1 กค.56 และ มติ ครม. 2 กค. 56 โดยให้คงราคารับจำนำ 15,000 บาท/ตัน ตามเดิม และการรับจำนำของเกษตรกรในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท/ราย จนถึงวันที่ 15 กันยายน นี้

นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ปฏิบัติราชการแทนในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับ จังหวัด กล่าวว่า จากการที่จังหวัดมหาสารคาม ได้แจ้งมติคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุมนัดพิเศษ วันที่ 19 มิถุนายน 2556 ที่เห็นชอบตามที่คณะกรรมการน.โยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 100 % จากเดิม 15,000บาท/ตัน เป็น 12,000 บาท/คัน และข้าวแปลือกชนิดอื่น ๆ ปรับลด 20% จากราคาที่กำหนดไว้เดิม โดยมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน-15 กันยายน 2556 นั้น ในคราวประชุม กขช. เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ได้มีการพิจารณาทบทวนการปรับราคารับจำนำ ตามข้อเรียกร้องของเกษตรกร และมีมติให้คงราคารับจำจำข้าวเปลือกเจ้า 100% ความชื้นไม่เกิน 15% ในราคาตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกชนิดอื่น ๆ กลับมาอยู่ที่ราคาเดิม โดยจะรับจำนำไม่เกินปริมาณที่ได้ระบุไว้ในหนังสือรับรองเกษตรกรรที่ออก โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน – 15 กันยายน 2556 ยกเว้นภาคใต้ สิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556

ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจุดรับจำนำทุกแห่งของจังหวัดมหาสารคาม ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 กับรัฐบาล ได้ดำเนินการตามมติ กขช.และมติ ครม. ในการปรับราคาดังกล่าว ทั้งนี้ปริมาณการรับจำนำจะต้องไม่เกินปริมาณผลผลิตที่ระบุไว้ในหนังสือ รับรองเกษตรกรที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ออกให้ และวงเงินรับจำนำไม่เกิน รายละ 500,000 บาท





ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ปฏิบัติการฝนหลวงพื้นที่มหาสารคาม ช่วง 24-30 มิย.มีฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำลงในอ่างเก็บน้ำ พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติการมีฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง

นายปิยะพัทธ์ โมวพรหมานุช นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รายงานผลการปฏิบัติการฝนหลวงของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำลงในอ่างเก็บน้ำ ต่างๆ ของพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2556 ว่า ได้ขึ้นบินปฏิบัติการในช่วงวันดังกล่าวจำนวน 3 วัน 5 เที่ยวบิน รวม 6.55 ชั่วโมง ผลการปฏิบัติการฝนหลวงมีฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง ในพื้นที่การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 3 วัน

ทั้งนี้ ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม จะได้มีการติดตามและประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียง เหนือ จังหวัดขอนแก่น อย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงต่อไป




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ชาวมหาสารคามกว่า 1500 คน ร่วมเสวนา พูดจาหาทางออกประเทศไทย

ชาวจังหวัดมหาสารคาม 1531 คน จาก 13 อำเภอ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีประชาเสวนา พูดจาหาทางออกประเทศไทย เพื่อหาแนวทางที่สร้างสรรค์ในการลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในการ อยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม
 
(7-7-56) ในการจัดเวทีประชาเสวนาพูดจาหาทางออกประเทศไทย ที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม จัดขึ้นที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ซึ่งเป็น 1 ใน 108 เวที ทั่วประเทศ โดยมีผู้แทนที่มาจากภาคการเกษตร แรงงาน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคอุตสาหกรรม การบริการ การค้า แพทย์ พยาบาล นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำชุมชน องค์กรภาคประชาชน องค์กรการเมือง พระภิกษุ องค์กรสตรี และสื่อมวลชน รวม 1,531 คน จาก 13 อำเภอ ของจังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมรับฟังและระดมความคิดเห็น
 
การจัดเวทีประชาเสวนาพูดจาหาทางออกประเทศไทย จังหวัดมหาสารคาม ครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอวิดิทัศน์ ความสำคัญและความเป็นมาของโครงการ มีการเสวนาเรื่อง สาเหตุความขัดแย้งในสังคมไทย โดยมีวิทยากรที่เป็นภาคประชาชน นักวิชาการ องค์กรการเมือง และภาคเอกชน จากจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และมหาสารคาม ร่วมเสวนา

ขณะเดียวกันในภาคบ่าย ยังได้มีการแบ่งกลุ่ม ระดมสมอง จำนวน 10 กลุ่ม โดยหยิบยกประเด็นปัญหาที่ทาง คอป.สรุปมาหารือร่วมกัน คือ 1.ความเข้าใจประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน 2.ความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรม 3.ตุลาการภิวัฒน์ การแทรกแซงองค์กรอิสระ 4.การรัฐประหาร และบทบาทของทหารในการจัดการความขัดแย้ง 5.ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม 6.การขยายตัวของสื่อการเมืองและสื่อบุคคล 7.การกล่าวอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อประโยชน์ทางการเมือง 8.สังคมขาดองค์ความรู้ในการจัดการความขัดแย้งและสันติวิธี 9.ความขัดแย้งแบบเดิมพันสูง
 
เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่สร้างสรรค์ในการลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจในการ อยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม และ คอป.ก็จะได้นำความคิดเห็นดังกล่าว ไปประมวลรวมกับอีก 107 เวที เสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
 
 
 


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ยโสธรเปิดค่ายปรมาณูเพื่อยเยาวชน

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เสริมความรู้เรื่องนิวเคลียร์ให้กับเยาวชนจังหวัดยโสธร ที่โรงเรียนยโสธรพิทยาคม อ.เมือง จ.ยโสธร นายนิรันดร์ สมสมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดค่าย " เยาวชนนิวเคลียร์สัมพันธ์ รักอะตอม ” นางสิริวรรณ เรืองรอง ผอ.กองสื่อสารเผยแพร่และความร่วมมือระหว่างประเทศสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ เพื่อให้เยาวชน โดยเฉพาะนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งกำลังเรียนศึกษาเกี่ยวกับวิชาฟิสิกส์นิวเคลียร์ ได้รับความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และรังสี และรู้สึกมั่นใจถึงความปลอดภัยในการนำพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็เป็นหน้าที่หลักของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ในการออกมาให้ความรู้ในด้านต่างๆของพลังงานนิวเคลียร์รูปแบบจิกรรมค่าย " เยาวชนนิวเคลียร์สัมพันธ์ รักอะตอม ” ในวันนี้ประกอบด้วย การบรรยาย/การสาธิตและสันทนาการซึ่งจะทำให้น้องๆเยาวชนสนุกสนานเพลิดเพลินไป กับกิจกรรมต่างๆ 

ยโสธรเสวนาหาทางออกประเทศไทย

จังหวัดยโสธรจัดเวทีประชาพูดจาเสวนาหาทางออกประเทศไทย เช้านี้ (6 ก.ค 56 ) ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคยโสธร กลุ่มพลังมวลชน/ ผู้นำท้องถิ่น/ ข้าราชการ/ ทหาร /ตำรวจ / นักเรียนนิสิตนักศึกษา/ พระภิกษุสงฆ์ เปิดเวทีพูดจาเสวนาหาทางออกประเทศไทย โดยมีนายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการเข้าร่วมสังเกตการณ์ ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติ อนุมัติโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย ตามข้อเสนอของ คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคปอ.) เห็นชอบให้ดำเนินการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาของประเทศไทย ณ วันนี้ โดยได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบไปดำเนินการ สำหรับวันนี้เวทีประชาพูดจาเสวนาหาทางออกประเทศไทย ของจังหวัดยโสธร มีตัวแทนจากภาคเกษตรกร/ ภาคแรงงาน /ข้าราชการ /เจ้าหน้าที่ของรัฐ/ ภาคอุตสาหกรรม แพทย์/ พยาบาล/ นักวิชาการ /ผู้นำท้องถิ่น/ องค์กรภาคประชาชน /พระภิกษุ /นักบวช /ผู้นำศาสนา/ สื่อมวลชน จำนวนกว่า 600 คน เข้าร่วมเสวนา การเสวนามีการแบ่งกลุ่มย่อย แยกเสวนาแต่ละประเด็นปัญหา ที่คิดว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดการสร้างความขัดแย้ง อธิ ประเด็นรัฐประหาร /ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ/ ประเด็นการทุจริตคอรัปชั่น เป็นต้น จากนั้นก็จะนำข้อสรุปแต่ละประเด็นต่างๆนำเสนอต่อ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคปอ.) เพื่อให้นำเสนอรัฐบาลต่อไป

จังหวัดอำนาจเจริญออกหน่วยโครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการประชาชนที่อำเภอพนา

จังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดกิจกรรมโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข  สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน

เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา  ๐๙.๓๐ น.   ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลจานลาน หมู่ ๕ ตำบลจานลาน อำเภอหัวพนา นายอภิชาติ งามกมล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นประธานเปิดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดขึ้นเพื่อให้หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน จำนวนกว่า ๓๐ หน่วยงาน ได้มีโอกาสใกล้ชิดสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่และรับทราบปัญหาของประชาชน และนำบริการต่างๆ ไปสู่ประชาชนในพื้นที่โดยตรง โดยมี นางนิภาภรณ์  ชื่นวาริน  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ  พร้อมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ  ภาคเอกชน นำกิจกรรมต่างๆ ออกไปให้บริการ มีประชาชนไปร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก  สำหรับสภาพปัญหาความต้องการประชาชนตำบลจานลาน คือ ปัญหาถนนหนทางและสะพานสัญจรชำรุด รวมทั้งปัญหาน้ำกร่อย(น้ำกระด้าง) ที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนและประชาชนมีความต้องการให้ทางราชการช่วย เหลือ    ซึ่งทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและจะนำไปพิจารณาให้การช่วย เหลือตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป    

ส่วนกิจกรรม   มีการบริการหลากหลายรูปแบบ ทั้งการออกหน่วยบริการ การจัดนิทรรศการให้ความรู้  ปรึกษาแนะนำด้านการประกอบอาชีพ คลินิกพืช คลินิกสัตว์ การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP  รวมทั้งการให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย  การบริการตรวจร่างกาย  รักษาโรคของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บริการนวดแผนไทย  และบริการตัดผมเสริมสวยฟรี เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ  มอบชุดยาพระราชทานแก่ชุมชน  ถุงยังชีพ   เครื่องนุ่งห่มกันหนาว  แก่ผู้สูงอายุ /ผู้ด้อยโอกาส จำนวน ๕๐ ราย มอบเงินสงเคราะห์ ๒๐ รายๆละ ๑,๐๐๐ บาท และมอบพันธ์ปลาจำนวน ๑ แสนตัว ให้ผู้นำหมู่บ้านปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะเลี้ยงเป็นอาหารโปรตีนในชุมชน หมู่บ้านต่อไป 




สุรพล บุตรวงศ์/ข่าว

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญขอให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือ (ที่ยังตกค้างในบางอำเภอ) เข้ารับการคัดกรองคุณสมบัติตามวันที่กำหนด

ประกาศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ
ด้วยคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ประกาศให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่มีความเดือดร้อนยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ บัดนี้คณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ได้ดำเนินการคัดกรองผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖  ครบตามจำนวนผู้ที่ยื่นคำร้องไปแล้วหลายอำเภอ
แต่จากการตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้ที่ยื่นคำร้องแล้ว ปรากฏว่า ยังมีผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยที่ยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือบางส่วนที่ยังตก ค้างไม่ได้เข้ารับการคัดกรอง ดังนั้น คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยจังหวัดอำนาจ เจริญ จึงขอแจ้งให้ผู้ที่ยื่นคำร้อง (ยังตกค้าง) ในพื้นที่ อำเภอหัวตะพาน , อำเภอพนา , อำเภอลืออำนาจ , อำเภอเมือง  และอำเภอปทุมราชวงศา ไปเข้ารับการคัดกรองกับคณะทำงาน ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖  และผู้ตกค้างของอำเภอชานุมาน เข้ารับการคัดกรองในวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖  และผู้ตกค้างของอำเภอเสนางคนิคม เข้ารับการคัดกรอง ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖  ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอประกาศแจ้งให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในพื้นที่ดังกล่าว เข้ารับการคัดกรองจากคณะทำงาน ตามวันที่กำหนด ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ 


สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

อุดรฯ จัดพิธีเจริญจิตตภาวนาร่วมฟังพระธรรมเทศนาถวายพระพรถวายพระราชกุศลในหลวงราชินี

จังหวัดอุดรธานีกำหนดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาร่วมฟังพระธรรม เทศนาถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ครั้งที่ 4

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ ( 5 ก.ค.56 ) ที่ศาลาบุณสิงห์ วัดโพธิสมภรณ์พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาร่วมฟังพระธรรมเทศนาถวายพระพร ชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง เจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยมีพระอาจารย์ด็อกเตอร์พระมหาบาง เขมานันโท เจ้าคณะอำเภอหนองหาน (มหานิกาย)เป็นประธานฝายสงฆ์ พระสงฆ์ 9 รูปเจริญจิตภาวนา และนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักเรียน นักศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ร่วมประกอบพิธี

นายณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ 27/2555 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กำหนดการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนา ร่วมฟังพระธรรมเทศนาถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ประจำปีพุทธศักราช 2556 โดยให้จัดพิธีฯในทุกๆวันที่ 5 ของทุกเดือนตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน –4 ธันวาคม 2556 จังหวัดอุดรธานีจึงกำหนดจัดพิธีฯดังกล่าวขึ้น ณ ลานพุทธโพธิ์ทอง หน้าพลับพลาพิธีทุ่งศรีเมืองอุดรธานี แต่เนื่องจากในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงฤดูฝนไม่สะดวกจัดในสถานที่ดังลก่าวจึงย้ายมาจัดที่ศาลาบุญสงห์ วัดมัชฌิมาวาสแทน เพื่อให้ปวงชนชาวจังหวัดอุดรธานีทุกหมู่เหล่าได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นพระราชกุศล ซึ่งจังหวัดอุดรธานีได้กำหนดให้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตภาวนาร่วม ฟังพระธรรมเทศนา ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถในทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน –พฤศจิกายน 2556 และวันที่ 4 ธันวาคม 2556 เวลา 16.00 น.รวม 9 ครั้ง ซึ่งผู้มาร่วมพิธีฯจะได้กระทำความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว อันจะทำให้เป็นผู้ที่มีความสามารถพึ่งตนเองและเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ รวมทั้งสามารถนำการบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้เกิด ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติโดยร่วมสืบไป

สำหรับการประกอบพิธีในครั้งที่ 5 ครั้งต่อไปกำหนดจัดวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2556 ที่ศาลาบุญสิงห์ วัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง ในการนี้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี จึงขอเชิญชวนชาวอุดรธานีทุกหมู่เหล่าร่วมน้อมจิตน้อมกาย ร่วมใจมาแสดงพลัง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาร่วมฟังพระธรรมเทศนาถวายพระพรชัย มงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง เจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยพร้อมเพรียงกัน




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

ผู้ว่าดำนา

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ปริ๊งไอเดีย งานหลวงวันธรรมดางานนาวันหยุด ปรับพื้นที่ 16 ไร่ที่บ้านนากว้าง อำเภอเมือง ทำไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ ขยายผลโครงการ 1 ไร่ได้ 1แสน สร้างศูนย์เรียนรู้แก่เกษตรกรและประชาชนที่สนใจ 


แดดร่มลมตกของวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนในพื้นที่ตำบลนากว้างและตำบลหมู่ม่น อำเภอเมืองอุดรธานี ร่วมลงแขกดำนาในที่นา ของผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี โดยมีนางช่อผกา จิตตเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายจีระศักดิ์ คำรณฤทธิ์ศร ปลัดจังหวัดอุดรธานี พันเอกอำนวย จุลโนนยาง เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 นายมาลัยวรณ์ ตั้งอรุณสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานีและภริยา ตลอดจนนายอำเภอ ปลัดอำเภออีกหลายอำเภอร่วมลงแขกดำนาในครั้งนี้
นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การทำการเกษตรเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคี และความสุขของพี่น้องเกษตรกร อาชีพเกษตรถือเป็นอาชีพที่น่าชื่นชอมและน่ายกย่อง และด้วยเจตจำนงที่ต้องการให้กำลังใจเกษตรกรและชาวนา จึงได้คิดคำขวัญขึ้นมาว่า งานหลวงวันธรรมดางานนาวันหยุด และเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับชาวนาในการทำนาทำไร่ จึงได้ปรับพื้นที่ 16 ไร่ที่บ้านากว้างทำไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยการผสมผสานความรู้ด้านกสิกรรม ประมง ปศุสัตว์ ในการสร้างสมดุลธรรมชาติให้กลับคืนมาด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรปลอดสารพิษ โดยนำองค์ความรู้จากหน่วยงานราชการมาขยายผล โดยเฉพาะโครงการ 1 ไร่ได้ 1 แสน เพื่อเป็นศูนย์สาธิตและศูนย์เรียนรู้แก่เกษตรกรชาวนาและประชาชนที่สนใจ โดยมีหลักในการคิดคือการเติมสรรพสิ่งอะตอมมิคนาโน ให้น้ำเมื่อน้ำมีความสมดุลจะสร้างสาหร่ายและแพลงก์ตอนเป็นอาหารปลาและกบ เป็ด ขี้เป็ด ขี้กบและขี้ปลาเป็นอาหารพืชน้ำ กุ้ง หอย ขี้กุ้ง หอย เป็นปุ๋ยน้ำ และน้ำปุ๋ยที่เกิดขึ้นนำมาเป็นปุ๋ยน้ำใส่นาข้าว
สำหรับพื้นที่ 16 ไร่ ขุดดินเป็นคูสูงรอบที่ เพื่อป้องกันสารเคมีเข้านา บนคันคูดินรอบที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ปลูกหญ้าแฝกป้องกันดินทลาย แบ่งที่เป็นนาข้าว 3 ไร่ ขุดคลองรอบนาข้าวเลี้ยงกบ ปลากินพืช และปลากินเนื้อ อาทิ ปลาดุก ปลานิล ขุดสระเพื่อเป็นแห่งน้ำและเลี้ยงปลาน้ำลึก 3 ไร่ ปลูกส้มโอ มะม่วงนอกฤดู 141 ต้น โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ปุ๋ยหมัก มูลสัตว์ งดใช้ปุ๋ยเคมี พร้อมเลี้ยงเป็ดเป็นการสร้างปุ๋ยและสร้างรายได้รายวัน ด้วยการเก็บไข่ขาย ทำโรงเพาะเห็ด และสร้างบ้านพักอาศัย




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ต้อนรับฝูงบิน231กลับฝึกอินโดนีเซีย

กองบิน 23 อุดรธานี จัดพิธีต้อนรับฝูงบิน 231 เครื่องบินอัลฟ่าเจ็ต หลังเสร็จสิ้นภารกิจฝึกร่วมผสมทางอากาศ "ELANG THAINESIA” ครั้งที่ 16 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ได้สร้างชื่อเสียงให้กับกองบิน 23 และกองทัพอากาศไทย

เย็นวานนี้(6 ก.ค.56) ที่ลานจอดเครื่องบิน ฝูงบิน 231 กองบิน 23 กองพลบินที่ 2 อุดรธานี น.อ.ศรสิต กีรติพล ผบ.กองบิน 23 เป็นประธานต้อนรับนักบินอัลฟ่าเจ็ต ฝูงบิน 231 กองบิน 23 จำนวน 4 ลำ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางกลับจากการเข้าร่วมการฝึกร่วมผสมทางอากาศ "ELANG THAINESIA” ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน ถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีเพื่อนข้าราชการและครอบครัวให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

น.อ.ศรสิต กีรติพล ผบ.กองบิน 23 กล่าวว่า สำหรับการฝึกครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มพูนประสบการณ์ใน การปฏิบัติการทางอากาศผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในการวางแผนและสนับสนุนการปฏิบัติการทางอากาศผสม และเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศ อินโดนีเซีย ซึ่งผลการปฏิบัติภารกิจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัย มีการแสดงออกถึงความมุ่งมั่น ความรัก ความสามัคคี ได้รับความชื่นชมจากผู้บัญชาการกองทัพ และสร้างชื่อเสียงให้กับกองบิน 23 และกองทัพอากาศไทย ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจและการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่สนับสนุนการบินทุกส่วน

ซึ่งการฝึกร่วมผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศอินโดนีเซีย ฝึกร่วมกันเป็นครั้งแรกในต้นปี 2524 ใช้ชื่อรหัสการฝึกว่า "ELANG THAINESIA” คำว่า ELANG เป็นภาษาอินโดนีเซียแปลว่า นกอินทรีย์ ส่วนคำว่า THAINESIA เป็นคำร่วมกันระหว่าง THAI และ INDONESIA กองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศอินโดนีเซียเห็นชอบร่วมกันที่จะจัดให้มีการฝึก ทุกๆปี โดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ต่อมาในปี 2527 กองทัพอากาศอินโดนีเซียประสบปัญหาด้านงบประมาณ จึงเสนอให้ทำการฝึก 2 ปีต่อครั้ง




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด. 

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หมอไทยฝีมือเยี่ยมผ่าตัดโรคต้อกระจกมาตรฐานอนามัยโลกและเกินเป้าหมายกำหนด

หมอไทยฝีมือเยี่ยมผ่าตัด ต้อกระจกได้ระดับมาตรฐานอนามัยโลก และปริมาณเกินเป้าที่กำหนด อนาคตวางเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสาธารณสุขของอาเซียน
 
นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและส่งเสริมการพัฒนาด้านสาธารณสุข ในคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎรให้สัมภาษณ์ในโอกาสเดินทางมาร่วมโครงการ "ดวงตาสดใส ปลอดภัยจากโรคต้อกระจก ด้วยพระบารมีในหลวง” ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 เปิดเผยว่า จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นตัวอย่างของการรณรงค์ลดจำนวนคนตาบอดจากโรคต้อกระจก โดยนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ได้ระดมบุคลากรด้านสาธารณสุข, ฝ่ายปกครองและส่วนท้องถิ่น ทำงานเชิงรุกจัดระบบค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยโรคต้อกระจกในทุกพื้นที่ของ จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2556 เป็นต้นมา พบมีผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อโรคต้อกระจกมากกว่า 2 แสนคน คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการผ่าตัดประมาณ 5,000 คน ซึ่งภาพรวมในระดับประเทศจากผลการประเมิน
เบื้องต้นพบว่าผลการผ่าตัดต้อกระจกในประเทศไทย ทั้งในโรงพยาบาลและการผ่าตัดเคลื่อนที่ (นอกสถานที่ปกติ) มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก ในปี 2555 ตั้งเป้าผ่าตัด 100,000 ตา ผ่าได้จริง 140,000 ตา ในปี 2556 ตั้งเป้าผ่าตัด 100,000 ตา คาดว่าจะผ่าได้จริงไม่น้อยกว่า 140,000 ตา ในจำนวนต้อกระจกที่ได้รับการผ่าตัด มีสายตามัวในเกณฑ์ที่ถือว่าตาบอด (Blinding cataract) ประมาณ 20%
 
ซึ่งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า มีจำนวนการผ่าตัดมากกว่าเป้าหมายมาก ซึ่งเป็นผลดีที่ทำให้สามารถลดคิวรอผ่าตัดต้อกระจกจาก 6 เดือน – 1 ปี เหลือไม่เกิน 3 เดือน สนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล แต่ก็มีปัญหาด้านงบประมาณโครงการบริหารจัดการโรคเฉพาะ (โรคต้อกระจก) ของ สปสช.ติดลบต้องนำเงินจากโครงการอื่นมาใช้และยังต้องใช้เงินงบประมาณใน โครงการนี้ล่วงหน้าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีจำนวนเงินค้างจ่าย จนมีผลกระทบถึงหน่วยให้บริการในโครงการแล้ว สมควรที่สำนักงบประมาณจะต้องพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นกรณีพิเศษ และเร่งด่วน

ส่วนปัญหาการเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เมื่อประเทศไทยรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนนั้น นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ได้มีการพูดคุยตกลงกันแล้วทางการแพทย์ในการให้ความร่วมมือในการศึกษา ควบคุม ป้องกัน และรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะซึ่งการเคลื่อนย้ายบุคลากรคงไม่น่าจะมีปัญหา และทางประเทศไทยได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และ สาธารณสุขในอาเซียน




สุรพล คุณภักดี/ข่าว

พุทธศาสนิกชนชาวกาฬสินธุ์ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ชาวศรีสังกา

พุทธศาสนิกชน ประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ชาวศรีลังกา จำนวน 50 รูป บริเวณถนนกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ที่มาปฏิบัติธรรมในจังหวัดกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 06.30 น. วันนี้ (5 กรกฎาคม 2556) บริเวณถนนกาฬสินธุ์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ชาวศรีลังกา จำนวน 50 รูป ตามโครงการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 260 ปี แห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และพำนักอยู่ ณ วัดป่ามัชฌิมาวาส (วัดบ้านดงเมือง) หมู่ที่ 10 ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเวลา 1 วัน 1 คืน ก่อนที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่จังหวัดอื่นต่อไป

ด้วยในปี พ.ศ. 2556 เป็นปีที่ครบรอบ 260 ปี แห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณูปการของพระอุบาลีมหาเถระจากกรุงศรีอยุธยา ผู้สถาปนานิกายสยามวงศ์อันเป็นหนึ่งในพระพุทธศาสนาเถวราทนิกายของประเทศ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีสังกาในปัจจุบัน และรัฐบาลไทยได้ให้ความร่วมมือในการจัดโครงการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 260 ปี แห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา โดยได้มีการจัดบรรพชาอุปสมบทชาวศรีสังกา จำนวน 260 รูป ที่ประเทศไทย เพื่อเฉลิมฉลองงานดังกล่าว ซึ่งพระสงฆ์ชาวศรีลังกาจำนวน 50 รูป ได้เดินทางมาปฏิบัติธรรมและพำนักที่วัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ และได้ออกจาริกบิณฑบาตกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ในเขตเทศบาล เมืองกาฬสินธุ์




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายให้กับประชาชน

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2556 ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนในเขตเทศบาล เมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งกองนิติกร เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายในชีวิตประจำวัน และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยมีตัวแทนจากคณะกรรมการชุมชนและตัวแทนคณะกรรมการจาก 36 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์เข้ารับการอบรม

นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินชีวิตของคนเราต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต โดยกฎหมายนั้นถือว่าเป็นเครื่องมือควบคุมพฤติการณ์ในสังคมที่พัฒนามาจาก ศีลธรรม ขนบธรรมเนียม ศาสนา และกฎเกณฑ์ข้อบังคับ เพื่อให้เกิดความสงบ เรียบร้อยในสังคม และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกับ สำนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดทำโครงการเปิดศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 เปิดบริการในวันและเวลาราชการ แต่ก็พบว่าประชาชนบางส่วนไม่สามารถมาติดต่อขอความช่วยเหลือได้ในวัน เวลาราชการ หรือไม่สะดวก อีกทั้งประชาชนบางสวนก็ขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย

ดังนั้น เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จึงได้จัดโครงการเผยแพร่ความรู้ทางด้านกฎหมายแก่ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ขึ้น โดยมุ่งหวังว่าจะช่วยให้ประชาชนที่เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านกฎหมายที่จำ เป็นในชีวิตประจำวัน อันจะส่งผลให้ชุมชนและสังคมเกิดความเรียบร้อย ประชาชนมีภูมิคุ้มกันเบื้องต้นในการใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งมีวิทยากรจากศาลจังหวัดกาฬสินธุ์มาให้ความรู้เรื่อง การไกล่เกลี่ยคดีในชั้นศาล, สำนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน, การดำเนินคดีกับคณะกรรมการบริหารกองทุนเงินล้าน และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เรื่องการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีจราจร
 



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

ตำรวจมั่นใจพยานหลักฐานชั้นสอบสวน สามารถส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องทุจจิตจำนำข้าวได้

ตำรวจชัยภูมิ ระดมนายตำรวจมือดี เร่งสอบสวน ปิดสำนวน ส่งอัยการ ฟ้องผู้เกี่ยวข้องกับการทุจจริตโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง มั่นใจหลักฐานพยานที่ได้มา เตรียมแจ้ง 3 ข้อหา ทั้งเจ้าของโรงสี และผู้เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ. ไอศูรย์ สีหนาถ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึง ความคืบหน้า เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ปี 2555/2556 รอบ 2 (นาปรัง) ของโรงสี นพภร อ.บ้านเขว้า ว่า ขณะนี้ ได้มอบหมายให้นายตำรวจมือดี เข้ามารับผิดชอบ ทำคดีที่มีผู้แจ้งความเอาไว้ ที่ สภ.บ้านเขว้า แล้ว จำนวน 3 คดี คือ คดียักยอกข้าวเปลือก อคส.เป็นผู้เสียหาย โรงสีนพภร เป็นผู้ถูกกล่าวหา คดีปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดรับจำนำเป็นผู้เสียหาย และคดีสวมสิทธิ์ ฉ้อโกงทรัพย์ ตอนนี้สืบสวนพบมีมีผู้เกี่ยวข้อง 10 รายชื่อ แต่จากการขยายผลน่าจะมีมากกว่านี้

มั่นใจในผลการสืบสวน เอกสารหลักฐานทั้งในกล้องวงจรปิด ภาพถ่าย และพยานบุคคล สามารถดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องได้แน่นอน ในขณะนี้ผู้ต้องหา มอบตัวแล้ว 1 คดี คือ คดีปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม ส่วนคดีอื่นยังไม่มอบ ยอมรับว่าทุกอย่างต้องดำเนินไปด้วยความรอบคอบรัดกุม เมื่อได้พยานหลักฐานครบถ้วน จึงแจ้งให้โรงสี นพภร มามอบตัว



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

กีฬาแห่งชาติและคนพิการแห่งชาติที่โคราช ได้ภาพสัญลักษณ์ทั้งหมดแล้ว จากการคัดเลือกผลงานผู้เข้าประกวดมากกว่าครึ่งร้อย แต่ยังต้องรอการปรับแก้ตามมติที่ประชุมเพื่อความเหมาะสม ก่อนประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อเริ่มประชาสัมพันธ์

ที่ห้องประชุมศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด นครราชสีมา ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมการประกวดภาพสัญลักษณ์ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 โคราชเกมส์ ท่ามกลางคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะและการออกแบบจาก สถานศึกษาหลายแห่ง และผู้เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อทำการพิจารณาผลงานที่มีผู้ส่งเข้าประกวดจากทั่วประเทศ ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น โดยหลังการใช้เวลาพิจารณาและคัดเลือกร่วม 4 ชั่วโมง ผลการคัดเลือกในเบื้องต้นปรากฏว่า ในรายการกีฬาแห่งชาติ สัญลักษณ์การแข่งขันหรือออฟฟิเชียลโลโก้ ที่มีผู้ส่งประกวดจำนวน 14 ชิ้น คณะกรรมการเลือกผลงานของนายธัญกมล แพเกาะ ที่มีรูปย่าโมเด่นสง่า และมีแบ็คกราวด์เป็นปราสาทหินพิมาย ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ที่ประชุมเสนอให้มีการปรับแก้ตัวเลขจำนวนครั้งที่ 43 ให้เป็นเลขไทยแทนเลขอารบิค ,ปรับเปลี่ยนลายปราสาทหินพิมายให้มีความชัดเจนในการสื่อความหมาย และปรับฟอนท์ตัวหนังสือชื่อการแข่งขันให้มีความเป็นไทยมากยิ่งขึ้น ส่วนแมสคอตหรือสัตว์นำโชค มีผู้ส่งประกวด 8 ชิ้น น้องสาธร ผลงานของนายนิพิฐพล อุดดง ที่ใช้แมวสีสวาทในการออกแบบ ด้วยการถือคบเพลิงมีเหรียญรางวัลห้อยคอ ในอาการร่าเริงดีใจ ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยที่ประชุมเสนอให้ปรับแก้ให้สวมเสื้อผ้าในโทนแสดฟ้า และเพิ่มรายละเอียดเช่น สัญยลักษณ์การแข่งขันเข้าไปในเสื้อและเหรียญรางวัล และสุดท้ายคำขวัญ หรือสโลแกน มีผู้ส่งเข้าประกวด 9ชิ้น คณะกรรมการเลือกผลงานของนายศุภชัย วงษ์บุตร ที่ใช้คำว่า กีฬาดี มีสามัคคี มีมิตรไมตรี มีพลัง และใช้ภาษาอังกฤษว่า เกรทออฟเดอะสปิริตเกมส์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ แต่ให้ปรับแก้เป็น กีฬา สามัคคี มิตรไมตรี มีพลัง พร้อมให้ดำเนินการตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอีกครั้ง ว่าภาษาไทยกับอังกฤษเหมาะสมกันหรือไม่ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศเป็นผลงานของนายธัญกมล แพเกาะ ที่ใช้คำว่า มิตรภาพสู่ความสำเร็จ เฟรนด์ชิพรีเลย์ชั่นซัคเซส ขณะที่ในรายการกีฬาคนพิการแห่งชาติ สัญลักษณ์การแข่งขันหรือออฟฟิเชียลโลโก้ ที่มีผู้ส่งประกวดจำนวน 20 ชิ้น คณะกรรมการเลือกผลงานของนายพิษณุ พัฒนสุทธิชลกุล ชนะเลิศ ซึ่งมีย่าโมเป็นจุดเด่น พร้อมทั้งริ้วเส้นด้านล่างที่เป็นลายผ้าไหม และมีลายเส้นพริ้วไหวเป็นเลขสามสิบสามที่หมายถึงจำนวนครั้งของการแข่งขัน และมีลักษณะเป็นนักกีฬาอยู่บนวีลแชร์ โดยที่ประชุมได้เสนอให้ปรับแก้ฟอนท์ให้มีความเป็นไทยมากขึ้น ปรับสีให้เข้ากับสีจังหวัดและสีของการแข่งขัน รวมทั้งนำภาพริ้วสีที่ประกอบเป็นนักกีฬาบนวีลแชร์ มาใส่เพิ่มเติมลงในเลขสามสิบสามให้กลมกลืนกัน ด้านแมสคอตมีผู้ส่งเข้าประกวด 4 ชิ้น ผลงานชนะเลิศชื่อ เจ้าคารม เป็นของนายนิพิฐพล อุดดง ที่นำนกเขาคารม นกเขาที่มีถิ่นกำเนิดจากนครราชสีมา มาใช้ออกแบบ ในท่าทางดีใจ มีเหรียญรางวัลห้อยที่คอ แต่ยังต้องปรับแก้ให้สามารถถือคบเพลิงไว้ในมือได้ เพื่อให้สื่อถึงเกมการแข่งขันมากขึ้น และปรับลักษณะท่าทางให้เหมาสะมต่อการนำไปใช้งานจริงมากกว่านี้ และสุดท้ายคำขวัญประจำการแข่งขัน มีผู้ส่งประกวด 4 ชิ้น ชนะเลิศเป็นของ นายธัญกมล แพเกาะ ใช้คำว่า แรงกาย แรงใจ แรงศรัทธา และภาษาอังกฤษว่า เวย์ทูเดอะเฟธฟูล ซึ่งคณะกรรมการกำชับให้ดำเนินการตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญทางภาษาอีกครั้งว่า ทั้งสองภาษาเหมาะสมกันหรือไม่ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศไม่มีผู้ได้รับเลือก เนื่องจากยังไม่ผ่านเกณฑ์ของคระกรรมการ โดยหลังจากนี้จะได้มีการเชิญเจ้าของผลงานที่ได้รับเลือกมารับทราบผลการ ตัดสิน และแนวทางการปรับแก้ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม พร้อมนำเรื่องรายงานต่อที่ประชุมคระกรรมการกีฬาจังหวัด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนจะประกาศผลการตัดสิน และรูปแบบของภาพสัญลักษณ์ทั้งหมดที่สมบูรณ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจึงจะสามารถนำเสนอเพื่อประชาสัมพันธ์ได้

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ รับรางวัล เกียรติยศ “ระฆังทอง” สาขาผู้บริหาร และนักพัฒนา ระดับประเทศดีเด่น ประจำปี 2556

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ในปี 2556 นี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับรางวัลดีเด่น ถึง 2 รางวัล โดยรับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1 รางวัล และ รับประทานรางวัลจากนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี อีก 1 รางวัล

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้ารับพระราชทานรางวัล "เสาเสมาธรรมจักร” จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ พลับพลามณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๖ ด้วยผลงานในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และนำหลักการสอนของพระพุทธศาสนามาจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันยาเสพติดและการ ดำรงชีวิตของเยาวชนในสถานศึกษา นอกสถานศึกษา รวมทั้งการสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ให้ยึดหลักพระพุทธศาสนา และดำรงตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำหลักทศพิธราชธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มายึดถือเป็นคุณธรรมประจำตนในการบริหารงานราชการและดูแลความเป็นอยู่ของ ประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา อาทิ การจัดทำโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ไปทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น

ส่วนรางวัล "ระฆังทอง” ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้ารับประทานรางวัลจาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถ.วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีนางราตรี บัวประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ไปร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย

การจัดพิธีประทานรางวัลเกียรติยศ ระฆังทอง (บุคคลแห่งปี) ปีนี้ (ปี 2556 ) นับเป็นครั้งที่ 6 โดย สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกและติดตามดูผลงานย้อนหลังหลายปี ตั้งแต่ครั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ จังหวัดอีก หลายจังหวัด ซึ่งมีผลงานเป็นที่เด่นชัดมาตลอดและมากยิ่งขึ้น เมื่อมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อาทิ การใช้สื่อวิทยุกระจายเสียงในการบริหารงานและสร้างความรู้ความเข้าใจและความ ใกล้ชิดกับประชาชน ด้วยการจัดทำราย ครั้งละ 55 นาที (เกือบ 1 ชั่วโมง) ไม่เคยขาดในรายการ "ผู้ว่าฯ วินัย พบชาวโคราช” ทุกสัปดาห์ โดยมีสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ 2 และเครือข่ายวิทยุชุมชน,หอกระจายข่าวร่วมถ่ายทอดทุกครั้ง ด้วย นอกจากนั้นยังชี้แจงการทำงานและการบริหารราชการผ่านสื่อทุกชนิด ไม่ว่าสื่อหนังสือพิมพ์ สื่ออินเทอร์เน็ต สื่อโปสเตอร์ แผ่นปลิว หรือคัทเอาท์ และซีดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สื่อมวลชนได้เข้าพบและสัมภาษณ์ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นสื่อส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค ตลอดจนการให้ความร่วมมือในการจัดทำรายการต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ทุกช่องแม้แต่สื่อโทรทัศน์ดาวเทียมที่เดินทางมาถ่ายทำใน พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง จนข่าวสาร และสารคดีเกี่ยวกับจังหวัดนครราชสีมาได้รับการแพร่หลายอย่างต่อเนื่องตลอด เวลา รวมทั้งยังใช้หลักการประชาสัมพันธ์ในการใช้สื่อเพื่อปฏิบัติงานและการบริหาร งานกับอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา อาทิ การแบ่งกลุ่มอำเภอตามยุทธศาสตร์พื้นที่ ออกเป็น 6 กลุ่มอำเภอ มีการจัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มอำเภอ”ในการบูรณาการการทำงาน มีการประสานงานในการร่วมกันเสนอแนะ แก้ไขแบบประชาชนมีส่วนร่วมในทุกประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้ให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ยังมีการบริหารงานกับหัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัด ด้วยระบบ Social Network (โซเชียล เน็ตเวิร์ด) อาทิ e-mail และ line เป็นต้น อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีการประกวด web site ของส่วนราชการต่างๆจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้หน่วยงานราชการในจังหวัดนครราชสีมา มีการพัฒนา web site อีกด้วย
 
จากผลงานที่หลากหลาย และมีความมุ่งมั่นสม่ำเสมอ สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) จึงได้เสนอชื่อให้เป็นบุคคลแห่งปีนี้ (ปี 2556 ) เข้ารับรางวัล "ระฆังทอง” โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชองค์ประธาน เสด็จฯ มาประทานเกียรติบัตร และ ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ (องคมนตรี) เป็นผู้มอบรางวัล "ระฆังทอง” แก่ผู้เข้ารับรางวัล เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถ.วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร
 
รางวัล "ระฆังทอง” เป็นรางวัลที่ มอบให้แก่ บุคคลที่ทำประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม และสมควรควรได้รับการยกย่อง ชมเชย สนับสนุน ให้เป็นบุคคลตัวอย่างแก่สังคม และเสริมสร้างขวัญกำลังใจ เพื่อที่จรรโลงให้สังคมน่าอยู่ มากด้วยผู้มีคุณต่อสังคม บุคคลที่ประกอบคุณงามความดี และมีผลงานดี ควรได้รับมอบรางวัล "ระฆังทอง” เป็นเกียรติ และกำลังใจ สำหรับตัวเอง ครอบครัว และผู้ที่เกี่ยวข้อง ปี 2556 สืบไป
 

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ได้กล่าวว่า รางวัลที่ได้รับเป็นความภูมิใจ และ เป็นเกียรติยศของตนและครอบครัวเป็นอย่างยิ่งและชาวจังหวัดนครราชสีมาด้วย เพราะผลงานที่ทำให้ได้รับรางวัลเกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจในการทำงานของทุกคน ไม่ว่าจะเพื่อนข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชา ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ช่วยให้การทำงานประสบผลสำเร็จ และโดยเฉพาะสื่อมวลชนทุกสาขา ที่ทำให้ข่าวสารข้อมูล การแก้ปัญหา การทำงานราชการ สู่ประชาชนอย่างรวดเร็วถูกต้อง และแพร่หลาย และ ว่ารางวัลที่ได้รับทั้ง 2 รางวัลนี้ นอกจากจะเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของตนและครอบครัวแล้ว ขอให้ชาวจังหวัดนครราชสีมาได้ภูมิใจด้วย เพราะเป็นรางวัลที่ได้จากความร่วมมือของทุกคน ทั้งข้าราชการ เอกชน และประชาชน พร้อมขอบคุณทุกๆคนที่ให้ร่วมมือในการทำงาน ซึ่งรางวัลที่ได้รับนี้ ก็จะเป็นกำลังใจให้ตนมีความมุ่งมั่นทำงานเพื่อการเป็นข้าราชการที่ดี เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้บริหารที่ยึดหลักพระพุทธศาสนา และดำรงตนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอน้อมนำหลักทศพิธราชธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มายึดถือเป็นคุณธรรมประจำตนในการบริหารงานราชการและดูแลความเป็นอยู่ของ ประชาชน ตลอดไป

ไข้เลือดออกที่มหาสารคามระบาดหนัก ผู้ป่วยเกือบ 1000 ราย ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 1

การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 969 ราย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นเด็กชาย อายุ 12 ปี ทีม SRRT ลงพื้นที่สอบสวนโรค สร้างความตระหนักให้เกิดการเฝ้าระวังร่วมกัน

นายแพทย์สุริยา รัตนปริญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม นำผู้เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ซึ่งจังหวัดมหาสารคามมีแนวโน้มการระบาดค่อนข้างรุนแรง จนต้องประกาศเป็นภัยพิบัติ โดยข้อมูล ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2556 มีผู้ป่วยสะสม แล้ว 969 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 101.14 ต่อแสนประชากร และในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นเด็กที่มีภาวะอ้วน อาศัยอยู่ที่บ้านลาด หมู่ 2 ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม โดยเริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2556 ส่งตัวเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคามเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม อาการไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 03.20 น.

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว หรือ SRRT ลงพื้นที่หาข้อมูล พร้อมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักให้เกิดแก่ประชาชนในชุมชน โรงเรียน โดยเฉพาะทีม อสม.ในพื้นที่ ให้ลงไปให้ความรู้แก่ประชาชน เน้นการกำจัดลูกน้ำ ยุงลาย รวมทั้งยุงตัวแก่ ด้วยแนวทาง 5 ป 1 ข คือ คือ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับ ปฏิบัติ และขัดไข่ยุงลาย

ด้านนายแพทย์สถาพร ณ ราชสีมา กุมารแพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม กล่าวว่า การสังเกตอาการหากมีไข้สูง ให้รับประทานยาลดไข้ประเภทพาราเซตามอน ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หากมีอาการรุนแรง ไข้สูง ไข้ไม่ลด ให้รีบน้ำผู้ป่วยมาพบแพทย์ทันที ทั้งนี้หากมีโรคประจำตัวหรือโรคอ้วนต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ ผู้ป่วยอาจช็อคและเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้ประกาศเป็นภัยพิบัติไข้เลือดออก นั้นมีจำนวน 5 อำเภอที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงได้แก่ กันทรวิชัย เมือง วาปีปทุม พยัคฆภูมิพิสัยและโกสุมพิสัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน สถานศึกษาต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือด ออก




ส.แชส.มหาสารคาม/ข่าว

ส่วนราชการมหาสารคามร่วม Big Cleaning Day

ส่วนราชการ 28หน่วยงาน ภายในศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกิจกรรมเปิดตัว Big Cleaning Day ที่ทำงานน่าอยู่ตามหลักการ 5ส.

หัวหน้าส่วนราชการ ภายในศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม รวม28หน่วยงาน นำบุคลากรร่วมกันทำความสะอาด สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในสำนักงานของตนเองให้น่าอยู่ น่ามอง ตามโครงการ Big Cleaning Day ที่ทำงานน่าอยู่ตามหลักการ 5ส. หวังสร้างความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนผู้มารับบริการเกิดความประทับใจ โดยมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการตังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมมอบอุปกรณ์ทำความสะอาด และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจบุคลากร

ทั้งนี้กิจกรรม Big Cleaning Day. ตามหลักการ5 ส ของส่วนราชการในจังหวัดมหาสารคาม ยังได้ขยายครอบคลุมถึงส่วนราชการอื่นในแต่ละอำเภอ ซึ่งก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่ออกตรวจประเมิน มอบรางวัลเป็นขวัญกำลังใจแก่หน่วยงานด้วย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

นรข.มุกดาหารสกัดแก๊งขนหมูเถื่อนไปประเทศเพื่อนบ้าน

พลเรือตรี รังสรรค์ โตอรุณ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม พร้อมด้วย พ.อ.ยุทธนา ม่วงพลูสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร (กอ.รมน.) ได้รับรายงาน จากสายว่า จะมีกลุ่มนายทุนลักลอบนำสุกรส่งออกไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร ที่บริเวณบ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร สั่งการให้ นาวาตรีกรภัทร ศรีพิพัฒน์ หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พันตำรวจเอก พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา พร้อมาเจ้าหน้าที่ นรข.มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.มุกดาหาร ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหารนำกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบบริเวณดังกล่าว กระทั่งพบเรือหางยางแล่นจากฝั่งลาวมุ่งหน้ามาริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านทรายทอง ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างนั้นมีกลุ่มคนประมาณ 15คน บรรทุกสุกรไปยังเรือลำดังกล่าว พร้อมกับยกขึ้นเรือ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ เมื่อกลุ่มคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ได้วิ่งหลบหนี ผลตรวจสอบเบื้องต้น พบสุกรขังอยู่ในกรงเหล็ก 2กรง อยู่บนเรือหางยาว เตรียมส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ยึดสุกร และเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์ จากนั้นนำของกลางส่งศุลกากรมุกดาหารเพื่อบันทึกตรวจยึดสุกรนำส่งด่านกักกัน สัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ตำรวจ สภ.ดอนตาล จังหวัดมุกดาหารตรวจยึดยาบ้าเกือบ 37,747 เม็ดจากแก๊งค้ายาบ้าข้ามชาติ

ณ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พ.ต.อ.สรุศักดิ์ นาถวิลย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ บรรละศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนตาล พ.อ.อ.ภณกช หรรษา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้แถลงข่าวการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ในข้อหานำเข้ายาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเพื่อจำหน่ายและความผิดเช่น มีอาวุธปืน เครื่องวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 37,747 เม็ด ระเบิดสังหาร จำนวน 1 ลูก ปืนลูกซองสั้นจำนวน 1กระบอก และกระสุนปืน 5นัดและผู้ต้องหา 2คน คือท้าวคำพา ไม่มีนามสกุล อายุ 50 ปี ราษฎรชาวลาวและนายอำนาจ สาสาย อายุ 26 ปี อยู่หมู่ที่ 7 ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรอำเภอดอนตาลจับกุมท้าวคำพา และขยายผลจับกุม นายอำนาจ สาสายเพิ่มได้ 1คน ส่วนที่เหลือ 2คนซึ่งเป็นชาวลาวหลบหนีไปได้ สอบสวนเบื้องต้นทั้ง 2คนให้การสารภาพว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างขนเท่านั้น โดยท้าวคำพา ได้ 20,000 บาท/เที่ยว นายอำนาจ ได้ 5,000 บาท/เที่ยว และทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยขนยาบ้าจะนำไปส่งที่อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ โดยจะมีผู้มารับอีกทอดหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากแถลงข่าว ได้ควบคุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล สอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ตำรวจ ศปทส. เข้าตรวจสอบสัตว์ในมุกดาสวนเสือฟาร์มที่มุกดาหาร

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (ปป4) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติงานและป้องกันปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พ.ต.อ. มนตรี ยิ้มแย้ม หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 2 (ศปทส.ตร) พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ ด้วงพูลอนันต์ สารวัตชุดปฎิบัติการ (ศปทส.ตร.) นำกำลังเข้าตรวจสอบอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีกำแพงล้อมรอบ ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร สถานที่ดังกล่าวมีพื้นที่อยู่ราว 15ไร่ มีลูกจ้างชาวลาว รับจ้างดูแล ส่วนภายในมีอาคาร และกรงสัตว์อยู่จำนวนมากและอาคารที่อยู่ระหว่างปลูกสร้างอีก 2 หลัง โดยเจ้าหน้าที่สำรวจพบว่าภายในมีสัตว์ป่าจำนวนมาก ประกอบด้วย เสือโคร่ง 28 ตัว เสือดาว 7 ตัว เสือดำ 1 ตัว จระเข้ 70ตัว และสิงโตอีก 3 ตัว โดยเสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ และสิงโต ถูกแยกขังไว้ในกรง ส่วนจระเข้ ปล่อยอยู่ในบ่อน้ำที่อยู่ท้ายไร่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายสมดิษฐ์ ธรรมเวช บ้านเลขที่ 2 ซอย 2 ถนนนาเกลือ ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดปัตตานีเป็นเจ้าของ และแจ้งว่ามีเอกสารหลักฐานการครอบครอง ขนย้ายถูกต้อง โดยสัตว์เหล่านี้อยู่ระหว่างขอจัดตั้งเป็นสวนสัตว์ และขณะนี้นายสมดิษฐ์ เดินทางกลับปัตตานีไปแล้ว ได้มอบหมายให้ลูกจ้างเป็นผู้ดูแล

พันตำรวจโทณัฐวัฒน์ ด้วงพลูอนันต์ สารวัตรชุดปฏิบัติการ เปิดเผยว่าเสือทั้งหมด และสิงโตอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งจำนวน และการครอบครองว่าถูกต้อง ครบ หรือเกินตามจำนวนที่แจ้งไว้หรือไม่ขณะนี้อยู่ระหว่างขอตรวจสอบเอกสาร ส่วนจระเข้ทั้ง 70 ตัว นายประพันธ์ ลีมายะคุณ ประมงจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมาร่วมตรวจสอบ ระบุว่าเอกสารถูกต้องและจระเข้ครบตามจำนวน แต่หลักฐานอื่นๆอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม




 ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ยโสธรปลูกยางพารา 75,000 ไร่ ได้ผลผลิตมูลค่าปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท

ยโสธรเปิดสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ครอบคลุมพื้นที่ดูแล 2 จังหวัด ยโสธรและอำนาจเจริญ ปัจจุบันมูลค่าการผลิตยางปีละ ประมาณ 1,000 ล้านบาท

(4 ก.ค. 56) นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พร้อมด้วย นายนิรันดร์ สมสมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิด สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดยโสธร อย่างเป็นทางการ ตั้งอยู่เลขที่ 257 หมู่ที่ 13 ถ.วารีราชเดช ต.ห้วยแก้ง อ.กุดชุม จ.ยโสธร ยโสธร – กุดชุม (คืออยู่ริมถนนสายยโสธร – กุดชุม ระยะทาง 30 กม.) ในพื้นที่ 4 ไร่ มีนายธัญญะ สมสุข เป็นผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดยโสธร มีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง คือ การสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร , การพัฒนาระบบตลาดยางพาราและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

จังหวัดยโสธร เริ่มมีการส่งเสริมการปลูกยางพารามาตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยาง 75,000 ไร่ มีกลุ่มชาวสวนยาง 44 กลุ่ม มีสมาชิก 2,293 คน สมารถกรีดยางได้แล้ว จำนวน 43,000 ไร่ ได้ผลผลิตยางปีละประมาณ 12,000 ตัน มูลค่าปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท เฉลี่ยมีรายได้ครอบครัวละประมาณ 200,000 บาท/ปี

สำหรับประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 18 ล้านไร่ ทำรายได้ปีละ 4 แสนล้านบาท และประเทศจีนเป็นประเทศที่ต้องการใช้ยางพารามากที่สุดในโลก ประมาณ 70% และประมาณ 40% เป็นยางพาราส่งไปจากประเทศไทย

หากเกษตรกรต้องการปลูกยางพาราหรือขอคำปรึกษา,คำแนะนำ ติดต่อได้ที่ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดยโสธร โทร.045-979805




ส.ปชส.ยโสธร/ไพชยนต์ 5 ก.ค. 56

ร้อยเอ็ดเผยผลการเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2) พบตัวชี้วัดที่มีปัญหามากที่สุด คือ ด้านกีฬา

นาย สมพร อรุณรัตน์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน หรือ กชช.2 ค ปี 2556 เสร็จสิ้นแล้ว โดยพบว่า มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 จำนวน 40 หมู่บ้าน หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2จำนวน 773 หมู่บ้าน และหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 จำนวน 1,492 หมู่บ้าน ตัวชี้วัดที่มีปัญหามาก 5 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการกีฬา พบว่า มีการแข่งขันกีฬาภายในหมู่บ้านหรือระหว่างหมู่บ้าน น้อยกว่า 3 ครั้งต่อปีหรือไม่มีแข่งขันกีฬาเลย 1,233 หมู่บ้าน ด้านคุณภาพน้ำ พบว่ามีหมู่บ้านที่มีแหล่งน้ำผิวดินที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม จำนวน 1,019 หมู่บ้าน ด้านระดับการศึกษาของประชาชน พบว่า คนที่พลาดโอกาสจากการศึกษาภาคบังคับหรือในระบบโรงเรียน ได้รับบริการหลักสูตรของการศึกษานอกโรงเรียนน้อยกว่าร้อยละ 50 จำนวน 756 หมู่บ้าน ด้านการเข้าถึงแหล่งทุน พบว่า ครัวเรือนที่เป็นสมาชิกกลุ่มต่างๆ และได้รับเงินทุนหรือเงินกู้ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหรือการศึกษา น้อยกว่าร้อยละ 50 ของครัวเรือนที่เป็นสมาชิก จำนวน 883 หมู่บ้าน ด้านการเรียนรู้โดยชุมชน พบว่า ครัวเรือนที่มีการเรียนรู้จากศูนย์เรียนรู้ชุมชน หรือปราชญ์ชาวบ้าน น้อยกว่าร้อยละ 50 ของบครัวเรือนทั้งหมดหรือไม่มีเลย 854 หมู่บ้าน




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมพล คำนึง/บก.ข่าว
5 ก.ค.56

ร้อยเอ็ดเผยผลการเก็บข้อมูล จปฐ. พบเด็กจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ได้เรียนต่อและไม่ได้ฝึกอบรมด้านอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 20

นาย สมพร อรุณรันต์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลขั้นพื้นฐาน หรือ จปฐ.ประจำปี 2556 ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พบว่ามีตัวชี้วัดที่ตกเกณฑ์มากที่สุด 5 อัน ได้แก่ เด็กจบการศึกษาภาคบังคับที่ไม่ได้เรียนและไม่ได้ฝึกอบรมด้านอาชีพ จำนวน 50 คน คิดเป็นร้อยละ 20.29 มีคนในครัวเรือนสูบบุรี จำนวน 45,551 คน คิดเป็นร้อยละ 5.52 มีคนในครัวเรือนดื่มสุราเฉลี่ยเกินเดือนละ 1 ครั้ง จำนวน 26,577 คน คิดเป็นร้อยละ 3.22 เด็กแรกเกิดไม่ได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จำนวน 154 คน คิดเป็นร้อยละ 2.62 เด็กจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไม่ได้เรียนต่อชั้น ม.4 หรือเทียบเท่า จำนวน 236 คน คิดเป็นร้อยละ 2.07 คนในจังหวัดร้อยเอ็ด มีรายได้เฉลี่ยคนละ 59,633 บาทต่อปี มีรายจ่ายเฉลี่ยคนละ 34,521 บาทต่อปี และพบว่ามีครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ เรื่องรายได้เฉลี่ยหรือครัวเรือนยากจน คนละ 30,000 บาทต่อปี จำนวน 1,292 ครัวเรือน




 วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 5 ก.ค. 56

สมัชชาเกษตรกรรายย่อย ภาคอีสานยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดขอให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร

วันนี้ (5 ก.ค. 56) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด สมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน นำโดยนายธีรภัทร เอี่ยมไกรสร ผู้ทรงคุณวุฒิสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และ นายอัตรนันต์ แย้มอันตชัย ผู้แทนเกษตรกรภาคกลาง ได้นำสมาชิกสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน กว่า 100 คน เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับหนังสือดังกล่าว

นายธีรภัทร เอี่ยมไกรสร กล่าวว่า นับจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ให้จำหน่ายหนี้สูญให้แก่สมาชิกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในกรณีที่เสียชีวิตและพิการ จนถึงปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาตามที่กล่าวมายังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตนและคณะจึงเข้ายื่นหนังสือขอให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของเกษตรกร ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งรัดดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานร่วม ระหว่างผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนสมัชชาเกษตรกรรายย่อย เพื่อทำการยกร่องแนวทางการแก้ไขปัญหา ซึ่งสมัชชาเกษตรกรรายย่อยพร้อมสมาชิกจะรอฟังคำตอบอยู่ในพื้นที่ จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2556 หากยังไม่รับคำตอบใดๆ สมัชชาเกษตรรายย่อยพร้อมสมาชิก จะไปทวงถามกับรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล

นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการช่วยเหลือสมัชชารายย่อยภาคอีสานไปบ้าง แล้วบางส่วน และจะเร่งส่งหนังสือถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีกระทรวงการคลังโดยเร็วที่สุด จากนั้น กลุ่มผู้เข้ายื่นหนังสือฯ ได้เดินทางกลับ โดยสงบ




วิมล เร่งศึก/ข่าว
คมกฤช พวงศรีเคน/ภาพ

กมลพร คำนึง/บก.ข่าว 5 ก.ค. 56

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต13 ลงพื้นที่ศรีสะเกษ ไขปัญหา 2 กองทุน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.ค.56 นายเตือนใจ สินธุวนิก ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต13 พร้อมด้วย นายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงมหาดไทย เขต 13 และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจติดตามโครงการนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 2 โครงการ ประกอบด้วย 1 .โครงการกองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน SML ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยมี นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปถึงการดำเนินงานโครงการในขณะนี้ ด้าน นายเตือนใจ กล่าวว่า จากการประชุมในวันนี้ได้ข้อสรุปว่า จะต้องมีการสร้างฐานข้อมูลที่เป็นแบบเดียวกัน เพราะในขณะนี้ปัญหาที่มีลักษณะคล้ายกันหลายจังหวัด คือ การนำเสนอข้อมูลงานก่อนการโอนงบประมาณมาให้ ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรและพิจารณาให้เหมาะสม โดยจะต้องมีการตั้งสร้างข้อมูลพื้นที่ฐานในแต่ละพื้นที่ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ซึงจะได้นำเรื่องนี้ เสนอไปทาง ส่วนกลาง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมต่อไป


ด้านนายสนิท กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการพัฒนาบทบาทสตรีว่า จังหวัดศรีสะเกษ มีความมุ่งหวังให้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เข้ามาทำงานร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการทำงานในลักษณะ ร่วมรับ ร่วมคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานเป็นระบบ ซึ่งในการพัฒนาความรู้ความสามารถ ต้องใช้งบประมาณในการจัดโครงการเพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพสตรีในพื้นที่จังหวัด ศรีสะเกษ รวมไปถึงเรื่องระยะเวลาในการดำเนินงาน ควรจะมีระยะเวลาที่มากขึ้นกว่านี้ จาก 2 ปี เป็นประมาณ 3 -4 ปี ซึ่งจะทำให้โครงการมีความต่อเนื่อง และคุ้มค่างบประมาณในการดำเนินงาน

สนง.วัฒนธรมมสระแก้วจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้งานศาสนพิธี เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ชุมชนสามารถร่วมปฏิบัติพิธีได้อย่างถูกต้องตามหลักศาสนพิธี

( 3 ก.ค. 54 ) ณ วิหารหลวงพ่อใหญ่ วัดหนองกะพ้อ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนาธรรมจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมก ารเรียนรู้งานศาสนพิธี จังหวัดสระแก้ว ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้ควา มเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับงานพ ระ ราชพิธี พระราชกุศล รัฐพิธีและ ศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนา และประเพณีวัฒนธรรมไทย ทุกชุมชนสามารถร่วมปฏิบัติพิธี อันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้อย่างถูกต้องตามหลักศาสนพิธี  และสืบทอดการเป็นศาสนพิธีกรที่ถูกต้อง และเป็นไปแนวทางเดียวกัน ในการอบรมครั้งนี้ ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมายที่เข้า รับการอบรมมาจากผู้แทนหน่วยงานภ าครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไวยาวัจกร ครู นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่ว ไปในจังหวัดสระแก้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน ๕๔ คน โดยมีนายสมชัย เกื้อกูล อดีตหัวหน้าฝ่ายพิธี กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เป็นวิทยากรในการให้ความรู้ในครั้งนี้

นายสมเกียรติ พันธรรม วัฒนาธรรมจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า พระพุทธศาสนามีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนไทย ในฐานะเป็นสถาบันที่สำคัญ คือ สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอัน หนึ่ง อันเดียวกันของชนในชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว  มี ภารกิจในการทำนุบำรุง ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ และรับสนองงานของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยการปฏิบัติศาสนพิธีในงานต่าง ๆ เพื่อให้มีการสืบทอดและพัฒนาอย่ างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อธำรงไว้ซึ่งสถาบันที่สำคัญทั้ง ๓ สถาบันดังกล่าว ตลอดจนเพื่อรักษาเอกลักษณ์ทางวั ฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น การปฏิบัติงานในนามของกระทรวงวั ฒนธรรม ด้วยศาสนพิธีเป็นวัฒนธรรมของชาติที่มีความสำคัญต่อสังคมชาวพุทธ  เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกั บความ รู้สึกนึกคิด ระเบียบ แบบแผน สังคม จารีต ประเพณี พิธีกรรม และวิธีการปฏิบัติต่างๆ ซึ่งสืบทอดมายาวนาน ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้า ใจในการปฏิบัติที่ถูกต้องตามโบร าณ ประเพณี และวัฒนธรรมประเพณี



ดุลยศักดิ์/ข่าว

คณะกรรมการมูลนิธิไทยคม มอบตู้หนังสือหนอนน้อยนักอ่านและอุปกรณ์การเรียนในโครงการ “อ่านสนุก สุขใจ ได้ปัญญา”โรงเรียนบ้านเหล่าคำ อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ 5 กรกฏาคม 2556 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายพานทองแท้ ชินวัตร คณะกรรมการมูลนิธิไทยคม พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานีเขต 1 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมมอบตู้หนังสือหนอนน้อยนักอ่านและอุปกรณ์การเรียนในโครงการ "อ่านสนุก สุขใจ ได้ปัญญา”โรงเรียนบ้านเหล่าคำ อำเภอเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมสนับสนุน อุปกรณ์ทางการศึกษาให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการศึกษาและส่งเสริม ให้เด็กนักเรียนได้มีกิจกรรม โอกาสศึกษาที่หลากหลายจากเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้มี คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและชุมชน ร่วมรับมอบหนังสือ และอุปกณ์ดังกล่าวจากในครั้งนี้อีกด้วย


จากนั้น นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีนายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านที่กำลังดำนาที่บ้านเป้า ตำบลเหล่าเสือโก้ก จังหวัดอุบลราชธานี และได้ช่วยดำนากับชาวบ้าน และสร้างความสนุกสนานให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

จังหวัดสุรินทร์เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา 81 พรรษามหาราชินี ประจำปี 2556

นายยุทธนา  วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา 81 พรรษามหาราชินี ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 9 –11 สิงหาคม 2556 ณ บริเวณศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้  ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556 สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ  นิทรรศการเกษตรอินทรีย์ องค์ความรู้ภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้านและการจำหน่ายผลผลิตการเกษตร  การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์  OTOP  นิทรรศการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนและผ้าไหม  สาธิตการผลิตไหมครบวงจร  การประกวดสาวไหมด้วยมือ การประกวดผ้าไหม  การแสดงพื้นบ้าน  การแสดงดนตรี  การแข่งขันวิ่งซุปเปอร์มินิมาราธอน  การประกวดการแต่งกายพื้นเมืองประยุกต์  การประกวดดนตรีเยาวชนต่อต้านยาเสพติด  การชกมวย  การประกวดครอบครัวแรลลี่  การประกวดบทความ  การจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด  และการออกร้านของส่วนราชการ เป็นต้น

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญผู้สนใจร่วมงานเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหา 81 พรรษามหาราชินี ประจำปี 2556 วันที่ 9 –11 สิงหาคม นี้ ที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ จังหวัดสุรินทร์ โดยพร้อมเพรียงกัน




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว