วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เมืองลำดวน ทุ่มงบ 1,300,000 บาท สร้างสรรค์งานมหกรรมวัฒนธรรม สู่ประชาคมอาเซียน จัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่อลังการ 9 วัน 9 คืน

เมืองลำดวน ทุ่มงบ 1,300,000 บาท สร้างสรรค์งานมหกรรมวัฒนธรรม สู่ประชาคมอาเซียน จัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่อลังการ 9 วัน 9 คืน

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.ค.56 ที่อาคารประชาคม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายวิทยา วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ และ นางอุดมลักษณ์ ประชุมรักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สู่ประชาคมอาเซียน ประจำปี 2556 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 กรกฏาคม ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ โดยเป้าหมายในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ตลอดจนเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของชาวศรีสะเกษ ให้ออกสู่สายตาประชาชนโลก และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพี่อเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดศรีสะเกษอีกทางหนึ่ง ด้วย


นายประทีป กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ ได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ ในการจัดงานครั้งนี้จำนวน 1,300,000 เพื่อเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่สวยงามและมีคุณค่าทางวัฒนธรรมท้องถิ่น และจากหลายหลากชนชาติในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานนิทรรศการออกร้าน ของดีสี่ภาค OTOP , นิทรรศการอาเซียน การประกวดศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ,การแสดงศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่นจาก 22 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ , การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศเพื่อนบ้าน , การแสดงศิลปวัฒนธรรมอาเซียน 10 ประเทศ และกิจกรรมการแสดงต่างๆอีกมากมาย ทั้งนี้ งานมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สู่ประชาคมอาเซียน ประจำปี 2556 จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 กรกฏาคม เวลา 15.00 น. โดยภายในพิธีเปิดงานจะมีริ้วขบวนการเดินของประเทศอาเซียนทั้ง 10 ชาติๆละ 40 คน และการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วย ลาว เยอ และเขมร จากนักแสดงกว่า 80 ชีวิต ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สู่ประชาคมอาเซียน ประจำปี 2556 ทั้ง 9 วัน 9 คืน นี้ จังหวัดศรีสะเกษ จะเปิดให้พี่น้องประชาชนชาวศรีสะเกษ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

สำนักงานแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญมอบชุดเครื่องมือเพื่อประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการฝึกตามโครงการพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแกผู้ประสบภัยธรรมชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2556

วันนี้ (18 ก.ค. 56) เวลา 14.00 น.  นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ   เป็นประธาน ในพิธีมอบชุดเครื่องมือเพื่อประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านการฝึก ตามโครงการพัฒนาทักษะฝีมือ (ฝึกอาชีพ) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพแก่ผู้ประสบภัยธรรมชาติจังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2556   ณ  ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด

นางยุวรี  สัตยพานิช  แรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ  กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้จัดทำโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2556 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ และผู้ประสบความเดือดร้อนด้านอาชีพจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจให้มีงานทำชั่วคราว ด้วยการจ้างให้ทำงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ เช่น การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ เพื่อให้แรงงานมีรายได้ในการดำรงชีพเป็นการชั่วคราว  หรือฝึกทักษะและศักยภาพในสาขาอาชีพต่างๆ เป็นการสร้างโอกาสและทางเลือกในการประกอบอาชีพ

สำหรับประจำปีงบประมาณ  2556  จังหวัดอำนาจเจริญได้รับการจัดสรรงบประมาณ  จำนวน  1,000,000  บาท เพื่อดำเนินการโครงการพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ  จำนวน  7  รุ่นๆ  ละ 16 - 17  คน  รวมเป็น 115  คน     ในพื้นที่  6  อำเภอ  ของจังหวัดอำนาจเจริญ หลักสูตร 60 ชั่วโมง หรือ 10 วัน ประกอบด้วย อำเภอชานุมาน  ฝึกหลักสูตรการนวดแผนไทย  อำเภอเสนางคนิคม  ฝึกหลักสูตรการทำโต๊ะเก้าอีชุดสนามไม้เทียม  อำเภอเมือง ฝึกหลักสูตรช่างไฟฟ้า  อำเภอปทุมราชวงศา  ฝึกหลักสูตรการทำขนมอบเบเกอรี่  อำเภอพนา  ฝึกหลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์  อำเภอหัวตะพาน  ฝึกหลักสูตรช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร  โดยได้ดำเนินการระหว่างวันที่  27 พฤษภาคม -  19  มิถุนายน  2556  ทั้งนี้ผู้ได้รับการฝึกผ่านเกณฑ์การประเมินของศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ  จำนวน 115 คน ทุกคนจะได้รับชุดเครื่องมือประกอบอาชีพพื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพส่วนตัว หรืออาชีพอิสระ คนละ 1 ชุด ชุดละไม่เกิน 6,000 บาท




ประกาศิต  สุวะทอง/ข่าว

สำนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญจัดโครงการ “อัยการจังหวัดยุติความรุนแรงดีเด่น” ประจำปี 2556

วันนี้ (18 ส.ค. 55)  เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมโรงเรียนอำนาจเจริญ 2  อำเภอเมือง  จังหวัดอำนาจเจริญ  นายวิโรจน์  ศรีดุษฎี  อัยการจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นประธานเปิดงานโครงการ "อัยการจังหวัดยุติความรุนแรงดีเด่น” โดยการจัดกิจกรรมการประกวดเรียงความและการประกวดร้องเพลงที่มีเนื้อหาของเพลเกี่ยวกับการยุติความรุนแรงและคัดเลือกครอบครัวต้นแบบยุติความรุนแรงดีเด่น

นายวิโรจน์  ศรีดุษฎี อัยการจังหวัดอำนาจเจริญ  เปิดเผยว่า  สำนักงานอัยการสูงสุดมอบหมายให้สำนักงานกิจการและโครงการในพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ร่วมกันรับผิดชอบโครงการ "อัยการจังหวัดยุติความรุนแรงดีเด่น” โดยให้สำนักงานอัยการจังหวัดทุกสำนักงานเป็นผู้ดำเนินการใน 2 กิจกรรม คือ1. การเผยแพร่ความรู้และการจัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว โดยเน้นกิจกรรมที่เกี่ยวกับครอบครัวในเรื่องการสร้างความรัก ความสามัคคีและความอบอุ่นในครอบครัว เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กตลอดจนบุคคลในครอบครัว 2. การคัดเลือก "ครอบครัวต้นแบบยุติความรุนแรงดีเด่น” โดยคัดเลือกครอบครัวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบในด้านการเป็นแบบอย่างให้กับสังคม และส่งผลการคัดเลือกให้สำนักงานกิจการและโครงการในพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ดำเนินการคัดเลือกต่อไป  ในส่วนของจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดกิจกรรมการประกวดเรียงความและการประกวดร้องเพลงที่มีเนื้อหาของเพลเกี่ยวกับการยุติความรุนแรงและคัดเลือกครอบครัวต้นแบบยุติความรุนแรงดีเด่น เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญให้มีความรู้สึกรักและผูกผัน  มีความสามัคคีและความอบอุ่นต่อบุคคลในครอบครัว ตลอดจนสะท้อนสภาพปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และบุคคลในครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญยิ่งในสังคมปัจจุบัน พร้อมทั้งคัดเลือกครอบครัวต้นแบบยุติความรุนแรงดีเด่นจังหวัดอำนาจเจริญ

สำหรับการประกวดเรียงความแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) ทั้งชายและหญิง และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 – ม.6) โดยใช้หัวข้อ "ครอบครัวของข้าพเจ้ากับการยุติความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว”  และการประกวดร้องเพลงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทเช่นกัน คือ ประเภทบุคคลทั่วไป เพศหญิง อายุไม่เกิน 15 ปี และประเภทบุคคลทั่วไป เพศหญิง อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป โดยใช้เนื้อเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยุติความรุนแรง

นายวิโรจน์  ศรีดุษฎี อัยการจังหวัดอำนาจเจริญ  ยังกล่าวอีกว่าในการจัดทำโครงการดังกล่าว จะทำให้เยาวชน ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมีจิตสำนึกและเข้าใจถึงความสำคัญของปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และบุคคลในครอบครัว ตลอดจนมองเห็นสภาพปัญหาของผลการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก อันจะส่งผลให้เกิดความรู้สึกผูกพัน ปกป้องเพื่อความยุติความรุนแรงบุคคลในครอบครัว




จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

ผวจ.อด. มอบบ้านโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน อ.กุมภวาปี

จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เทศบาลตำบลกงพานพันดอน จัดทำโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน เนื่องในวโรกาส 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 มอบให้กับนายกิตติกร แก้วดวงดี ราษฎรบ้านผือ ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

ที่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 6 บ้านผือ ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีมอบบ้านโครงการซ่อมแซมบ้านประชาชน สร้างกุศลถวายพ่อของแผ่นดิน ซึ่งกองทัพบก และกองทัพภาคที่2 โดยกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 เป็นหน่วยดำเนินการ ด้วยการประสานความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วม โดยการน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริมาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเพื่อดูแล ทุกข์สุขพสกนิกรขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้อยู่หัว รวมทั้งเพื่อเสริมสร่งความเข้าใจ และสร้างความรู้รักสามัคคี ให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกหมู่เหล่า โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจ ตลอดจนร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุงแห่ปวงชนชาวไทย มาตลอดระยะเวลาอันยาวนานมากกว่า 60 ปี โดยมีพลตรีศักดา เปรุนาวิน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 และผู้อำนวยารรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมงาน

สำหรับบ้านที่จัดให้มีพิธีมอบในวันนี้เป็นบ้านเลขที่ 245 หมู่ 6 บ้านผือ บ้านของนาย กิตติกร แก้วดวงดี ผู้ซึ่งมีความเสียสละและให้ความร่วมมือต่อหมู่บ้านด้วยดีมาตลอด และยังเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนให้บุตรรับได้รับใช้ชาติ ด้วยการเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ โดยการซ่อมแซมบ้านหลังดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี 70,000 บาท กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีสนับสนุนปูนซีเมนต์ 40 ถุง กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 13 สนับสนุนกำลังพลชุดช่างและยุทโธปกรณ์ในการดำเนินการตามแผน เทศบาลตำบลกงพานพันดอน ผู้ใหญ่บ้านผือ พร้อมราษฎรสนับสนุนอาหารเครื่องดื่มให้กับชุดช่างตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2556 แล้วเสร็จในวันที่ 8 กรกฎาคม 2556

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นชุมชนรวมพลังช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกัน เพราะชุมชนจะเข้มแข็งได้ก็ต่อเมื่อชุมชนนั้นมีความสามัคคี เอื้ออาทรและแบ่งปันกัน ซึ่งสิ่งที่สามารถแบ่งปันกันได้คือปัจจัย 4 ประกอบด้วย อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของประชาชนคือการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอ เพียง พอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน มีเหตุผล




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

พระราชทานเพลิงศพ ฮวด แซ่ลี้ อดีตประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงหมูจังหวัดอุดรธานี

นายฮวด แซ่ลี้ อดีตประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงหมูจังหวัดอุดรธานี เสียชีวิตอย่างสงบ ศพตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาสามพระอาจารย์ วัดโพธิสมภรณ์พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กำหนดประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2556 เวลา 16.00 น.

เมื่อเวลา 19.00 น. วานนี้ ( 19 ก.ค.56) ที่ศาลาสามพระอาจารย์ วัดโพธิสมภรณ์ นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพ นายฮวด แซ่ลี้ พ่อนางศิริลักษณ์ พลละเอียด ภริยานายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี โดยมีนางช่อผกา จิตตเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายชยพล ธิติศักดิ์ นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พลตรีสิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 นาวาอากาศเอกศรสิต กีรติพล ผู้บังคับการกองบิน 23 นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรานี นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานีเขต 9 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นายอำเภอ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ร่วมฟังสวดพระอภิธรรม

นายฮวด แซ่ลี้เป็นบุตรนายอั้ง และนางเกียว แซ่ลี้ มีพี่น้อง 4 คน สมรสกับนางบัวคำ แซ่ลี้ มีบุตร ธิดา 9 คน ประกอบด้วย นายวิไลลักษณ์ ถิ่นกมุทธ ,นางนิภาพรร แซ่ลี้ ,นายวีระยศ ชฎาวงษ์ ,นางสาวณัฐรดา ชฎาวงษ์ นายวีระศักดิ์ แซ่ลี้ นางศิริลักษณ์ พลละเอียด ร.ต.ท.วีระชัย ถิ่นกมุทธ นายวีระพล แซ่ลี้ และนายนันทเทพ แซ่ลี้ นายฮวด แซ่ลี้ เมื่อสมรสมีครอบครัวแล้วได้ประกอบอาชีพโรงสีข้าวซุนฮวด เป็นแห่งแรกในตัวเมืองหนองบัวลำภู รับสีข้าวให้กับประชาชนในชุมชนใกล้เคียง

นอกจากนี้ยังรับซื้อยาง พืชไร่ เลี้ยงหมูมีฟาร์มหมูเป็นของตัวเองจนได้รับการคัดเลือกเป็นประธานสหกรณ์ผู้ เลี้ยงหมูจังหวัดอุดรธานี ด้วยความวิริยะอุตสาหะของท่านสามารถสร้างฐานะครอบครัวเลี้ยงดูลูกให้ได้รับ การศึกษาทุกคน เมื่อปี 2522หลังภรรยาเสียชีวิตภาระเลี้ยงดูบุตรธิดาจึงตกเป็นของท่านคนเดียว และด้วยความอดทน ขยัน พากเพียรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกๆจนสามารถทำให้ลูกทั้ง9 คนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่ดีทุกคน นายฮวดเป็นคนสูบบุหรี่จัดมาตั้งแต่หนุ่มๆและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย เป็นโรคหอบหืด ถุงลมโปร่งพอง เริ่มเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลตั้งแต่ปี 2542 โดยในช่วงแรกมารับยากลับไปดูแลที่บ้าน จนถึง ปี พ.ศ.2552 เริ่มเข้ารับการรักษาครั้งละ 7-10 วัน เมื่ออากาศดีขึ้นก็กลับไปรักษาที่บ้าน โดยต้องมีถังออกซิเจนมีการให้ยาขยายหลอดลมและเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2556 เป็นการเข้ารับการรักษาที่ห้องไอซียู โดยมีอาการหายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จนกระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2556 มีอาการเลือดออกในทางเดินอาหารแพทย์ผู้ให้การรักษาแนะนำส่งต่อไปรักษาที่โรง พยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น และเมื่อส่งไปรักษาอาการที่ตรวจพบ แผลทะลุที่ลำหส้ใหญ่ต่อลำไส้เล็ก แพทย์ทำการผ่าตัดลำไส้ใหญ่อออกครึ่งหนึ่งและรักษษอาการมาตลอดจนกระทั่งอาการ ทรุดหนักเมื่อวันที่ 16 กรกรฎาคม 2556 และเสียชีวิตโดยอาการสงบเมื่อเวลา 08.32 น.ในวันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2556 สิริอายุ 86 ปี 1 เดือน 26 วัน

สำหรับการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพนายฮวด แซ่ลี้ บุตร-ธิดา และญาติ กำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาสามพระอาจารย์ วัดโพธิสมภรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2556 โดยจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรมเวลา 19.00 น.ทุกวันและพระราชทานเพลิงศพในวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม 2556 เวลา 16.00 น. พระราชทานเพลิงศพ ในการนี้ บุตร-ธิดา และญาติ ขอกราบเรียนเชิญมายังผู้ที่สนิทสนมคุ้นเคย หรือเคยรู้จัก ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนายฮวด แซ่ลี้เป็นครั้งสุดท้ายในวันเวลาดังกล่าว




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันนออกครั้งที่ 1/2556

สันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออก จัดประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2556 ที่จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2556

เช้าวันนี้ ( 19 ก.ค.56 ) ที่โรงแรมนภาลัย อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานเปิดการประชุมสันนิบาตเทศบาลภาคตะวัน ออก ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2556 โดยมี นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา ปลัดเทศบาล ปลัดเมืองพัทยา และบุคลากรของเทศบาลในภาคตะวันออกร่วมประชุม

นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง ประธานสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออก กล่าวว่า สันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออก ประกอบด้วยเทศบาลต่างๆในพื้นที่ภาคตะวันออก 9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสมุทนปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ระยอง ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ปัจจุบันมีจำนวนเทศบาล 220 แห่ง และ 1 เมือง พัทยา ซึ่งได้จัดให้มีการประชุมและอบรมทางวิชาการทุกๆ 4 เดือน

สำหรับการจัดประชุมครั้งนี้ สันนิบาตเทศบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาที่เทศบาลกำลังประสบใน สภาวการณ์ปัจจุบัน จึงได้ดำเนินการจัดให้มีการประชุมเพื่ออบรมให้ความรู้ทางวิชาการและแลก เปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ อาทิ แนวทางในการพัฒนารายได้ของเทศบาล กฏหมายและการจัดการสิ่งแวดล้อมของหน่วยราชการระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี รองศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารให้สมาชิกเทศบาลใน ภาคตะวันออกได้ทราบและขอความเห็นชอบเกี่ยวกับการบริหารงาน กิจการของสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกในโอกาสดังกล่าวด้วย




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

งดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง

สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง เริ่มต้นชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา เทเหล้า เผาบุหรี่

ที่หอประชุมวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง เริ่มต้นชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมนำผู้หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทน คณะครู และนักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมร่วมลงนามและกล่าวปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง เริ่มต้นชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว และรณรงค์เทเหล้าเผาบุหรี่

นายภาคภูมิ ปุผมาศ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้มูลนิธิวิถีสุข สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เป็นองค์กรประสานการณรงค์งดเหล้ามาตั้งแต่ ปี 2556 ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ได้ร่วมกันรณรงค์ประชาสัมพันธ์ถึงผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีผลก่อให้เกิดปัญหารุนแรงจากการกระทำต่อเด็กและสตรีในครอบครัว ปัญหาการเบี่ยงเบนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน อุบัติเหตุอาชญากรรม โรคเอดส์ ยาเสพติด สูญเสียรายได้จนอาจนำไปสู่ความยากจน นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลกระทบทางสังคม ก่อให้เกิดความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามของพรุพทธศาสนา

สำหรับการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2556 ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชนใน จังหวัด ซึ่งพบการดื่มของเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปีร้อยละ 23.4 เป็นอันดับ 9 ของประเทศไทยและอายุระหว่าง 20 ปี ขึ้นไปอันดับที่ 18 ของประเทศ จึงได้จัดกิจกรรมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายในหลวง เริ่มต้นชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว เพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่     

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การรณรงค์ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการไปกับกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีทุกหน่วยงานมี บทบาทสำคัญในการกำหนด การส่งเสริมให้ผู้ประสงค์เลิกดื่มประสบความสำเร็จในการเลิกดื่ม เทศกาลเข้าพรรษาของชาวพุทธ นับเป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้ร่วมมือกันทำให้เทศกาลอันสำคัญนี้ ปลอดจากอบายมุขและสิ่งมนเมา แม้บางคนจะไม่สามารถงดได้ทั้งสามเดือนตลอดเทศกาลเข้าพรรษา แต่อย่างน้อยของดให้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเช่นเข้าพรรษา วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และ ขอสนับสนุนและชื่นชมผู้เลิกสุราได้ เพราะนอกจากจะเป็นผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้ที่ยังเลิกไม่ได้การงดหรือลดการดื่มในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

เยี่ยมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เกษตรไร่นาสวนผสม

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เกษตรไร่นาสวนผสมของนายทองเปลว เหลืองอร่าม ครูกศน.อำเภอกู่แก้ว เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดในการทำการเกษตรสาธิตให้กับเกษตรกร

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน เกษตรไร่นาสวนผสม ของนายทองเปลว เหลืองอร่าม ครูกศน.อำเภอกู่แก้ว ซึ่งนำเอาหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมา ปรับประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตรด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วนขุดสระกักเก็บน้ำ, ปลูกข้าว, ทำสวนปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น และปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นอาหารและเป็นรายได้

นายทองเปลวฯ กล่าววว่า ในการทำการเกษตรนั้นตนใช้หลักผสมผสานโดยอาศัยธรรมชาติ คือให้สัตว์อยู่กับธรรมชาติมากที่สุด โดยการอาศัยธรรมชาติ บรรยากาศ สภาพแวดล้อม อาหาร น้ำ อากาศให้สัตว์เมื่ออยู่กับธรรมชาติสัตว์จะแข็งแรงมีภูมิคุมกัน ทั้งนี้ก่อนเริ่มเลี้ยงสัตว์ต้องเตรียมสภาพแวดล้อมก่อน โดยการทำพื้นที่ให้มีสีเขียวมากที่สุดรอบรั้วกินได้ รอบกายคืออาหาร จะเลี้ยงสัตว์ปีหน้า ขุดบ่อปลูกหญ้าปีนี้ การเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับสิ่งที่จะดำเนินการในอนาคต เช่น ปลูกไม้ผลต่างๆ ปลูกผักกระเฉด ผักตบชวา ผักบุ้ง ในแหล่งน้ำ เลี้ยงปลา หอยเชอรี่เป็นอาหารเป็ด ไก่ บริหารจัดการน้ำในการอุปโภคบริโภค ที่สำคัญต้องรู้จักแบ่งเวลา ซึ่งอาจารย์แบ่งเวลา ในการดูแลพื้นที่การเกษตรไว้ดังนี้วันจันทร์-ศุกร์ 04.00-06.30 ด๔แลพื้นที่เกษตร 06.30-07.30 น.ตัวเองและครอบครัว 07.30-16.30 ราชการ 16.30-22.00 ดูแลแหล่งเรียนรู้ ครอบครัว 22.00-04.00น.พักผ่อน ส่วนเสาร์-อาทิตย์ 04.00-22.00น. ดูแลแหล่งเรียนรู้ ครอบครัว ตลาดชุมชน ติดตามเครือข่ายขยายผลแสวงหาความรู้พัฒนาตนเอง




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

โครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน อำเภอกู่แก้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี แนะวิธีแก้จน ประชาชนทุกคนต้องทำสวนครัวเลี้ยงสัตว์ จัดทำบัญชีครัวเรือน และมีประกันตน โดยเฉพาะประชาชนที่มีอาชีพอิสระให้ทำประกับตนตามมาตร 40 เพื่อมีหลักประกันใช้กับชีวิต โดยทำได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 20 อำเภอ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (18 ก.ค.56 ) ที่เทศบาลตำบลคอนสาย อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดโครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนอำเภอกู่ แก้ว พร้อมนำหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลงนามถวายพระพร จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้พบปะประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม มอบทุนการศึกษากองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชอุปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 4 ทุนๆละ 500 บาท มอบจักรยานแก่นักเรียนเรียนดีแต่ยากจน 15 คัน มอบรถเข็นคนพิการ 4 คัน มอบสิ่งของสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีและสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี ให้การสนับสนุนนำมามอบให้กับประชาชนรวม 300 ชุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ปัญหาความยากจนเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ อยากเห็นเกษตรกรมีสุขภาพดี การใช้สารเคมีในการเกษตรจะส่งผลให้ประชาชนมีโรคตามมาเพราะสารเคมีตกค้างใน ร่างกาย อาทิโรคมะเร็ง โรคความดันและโรคเบาหวาน จึงอยากให้ประชาชนหันมาทำเกษตรอินทรีย์แทนการใช้สารเคมี พร้อมแนะหลักในการแก้จนให้กับเกษตรกร ว่าอดีตเกษตรกรส่วนใหญ่จะทำสวนครัวเลี้ยงสัตว์ทุกครัวเรือนจึงทำให้มีพออยู่ พอกิน และมีรายได้จากการทำสวนครัวเลี้ยงสัตว์ ซึ่งผู้ว่าได้นำหลักดังกล่าวมาปรับปรุงประยุกค์ใช้ในการทำการเกษตรเพื่อขยาย ผลโครงการ 1 ไร่ 1 แสน ด้วยการเนรมิตรที่ 16 ไร่ ทำสระ 6 ไร่ พร้อมคันคูรอบสระ เลี้ยงปลา 30,000 ตัว ทำนา 3 ไร่ ปลูกมะนาวขอบบ่อซีเมนต์ เลี้ยงเป็ดไข่ 100 ตัว ปลูกผักกลางมุ้ง เลี้ยงกบ เพื่อเสริมรายได้และจะขยายผลเพื่อเป็นจุดสาธิตให้กับประชาชนที่สนใจ ในขณะที่อยากให้ประชาชนทุกครัวเรือนร่วมจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้รู้ราย รับ บริหารรายได้ ใช้เงินให้เป็นประโยชน์ ลด ละ เลิกสิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งจังหวัดได้จัดนำบัญชีครัวเรือนออกแจกจ่ายให้กับประชาชนทั้ง 20 อำเภอ และหากมีใครที่ต้องการสามารถขอรับได้ที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งเกษตรกร หรือประชาชนที่มีอาชีพอิสระสามารถสร้างหลักประกันให้กับชีวิตได้ด้วยการทำ การประกันตามมาตร 40 ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง โดยจ่ายค่าเบี้ยประกันเพียงวันละ 3 บาท หรือ เดือนละ 100 บาท หรือ ปีละ1200 บาท ซึ่งการแก้จนที่ผู้ว่าฝากจำง่ายๆคือ "ทำสวนครัวเลี้ยงสัตว์ จัดทำบัญชีครัวเรือน มีประกันตน”

นายธวัชชัย แปรงศรี นายอำเภอกู่แก้ว กล่าวว่า อำเภอกู่แก้วดเมเป็นเขตการปกครองอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2550 แบ่งเขตการปกครองเป็น 4 ตำบล 37 หมู่บ้าน 2 เทศบาลตำบล 2 องค์การบริหารส่วนตำบล มีประชากร 21,857 คน

สำหรับปัญหาความต้องการของประชาชนชาวตำบลคอนสาย ประกอบด้วย โครงการขุดลอกหนองน้ำวัดป่าปฐพีบรรพจ บ้านคำแคน หมู่ที่ 10 ตำบลคอนสาย ขุดลอกฝายหลวงบ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 2 ตำบลคอนสาย โครงการก่อสร้างฝายน้ำล้น บ้านคอนสาย หมู่ที่ 4 โครงการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรบ้านคอนสายหมู่ที่ 8,9 ตำบลคอนสาย โครงการซ่อมแซมถนนลาดยางสายทุ่งรื่น-หนองช้างคาว โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายบ้านหนองช้างคาว หมู่ที่ 7 บ้านคำแคน หมู่ที่ 10 เชื่อมเขตตำบลเวียงคำ




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษาถวายวัด 25 อำเภอที่ศาลหลักเมือง โดยประกอบพิธีอย่างถูกต้องและศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 27 ต้น

วันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 08.39 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายวันขัย สุทธิวรชัย ประกอบพิธีหล่อเทียนพรรษาถวายวัด 25 อำเภอที่ศาลหลักเมือง โดยประกอบพิธีอย่างถูกต้องและศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 27 ต้น นำถวายเจ้าคณะจังหวัดทั้งธรรมยุติและมหานิกาย

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการสัมมนา “เวทีสาธารณะ กสม.พบประชาชนในภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เพื่อเป็นเวทีให้ประชาชนในภูมิภาคได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่

วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.30 น.ที่ห้องทับทิมสยาม โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นประธานเปิดการสัมมนา "เวทีสาธารณะ กสม.พบประชาชนในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยมีนายวันชัย สิทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับคณะกรรมการและเครือข่ายสิทธิมนุษยชนในภาคอีสาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2556 โดยมรเครือข่ายองค์และกรต่างๆเข้าร่วมสัมมนากว่า 1,000 คน เพื่อเป็นเวทีให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำความเข้าใจกับประชาชน ถึงบทบาทในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามอำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งเป็นเวทีให้ประชาชนในภูมิภาคได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ และหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน และเป็นการประสานความร่วมมือในการทำงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิ มนุษยชนกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ สำหรับกิจกรรมในระเวลา 3 วันนี้ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ การจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและอำนาจหน้าที่ขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้อง การเปิดตลาดคลินิก "สิทธิมนุษยชน” เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ประชาชน การฉายหนังสั้นและวีดีทัศน์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน การแสดงของเครือข่ายศิลปินสื่อพื้นบ้านภาคอีสาน(หมอลำ) และการจัดแข่งขันตอบปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและอำนาจหน้าที่ขององค์กรตามรัฐ ธรรมนูญ รวมทั้ง การจัดเวทีสัมมนาและการแบ่งกลุ่มย่อยตามประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นระหว่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและแกนนำเครือข่ายทุกภาค ส่วน รวมทั้งประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาคของภาคตะวันออกเฉียง เหนือ นอกจากนี้ วันสุดท้ายของการจัดเวทีเสวนา จะมีการอภิปรายเรื่อง บทบาท อำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนขององค์กร ตามรัฐธรรมนูญ อีกด้วย



 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ธนาคารออมสินเขตอุบลราชธานี เขต 1 และ 2 ร่วมกับศาลาจังหวัดอุบลราชธานีจัดโครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ย 100 ปี ธนาคารออมสิน ร้อยใจรับใช้ประชาชน”

วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.00 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมรีเจ้นท์พาเลซ จังหวัดอุบลราชธานี โดยธนาคารออมสินร่วมกับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการให้บริการสินเชื่อแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปเป็นทุนจัดหาที่อยู่อาศัย และประกอบอาชีพต่าง ๆ ตามความประสงค์ ตลอดจนใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภค อันจะทำให้การดำรงชีพ ของตนเองและบุคคลในครอบครัว มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ปัจจุบันปะชาชนประสบปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และค่าครองชีพสูงขึ้น เป็นเหตุให้รายได้ของลูกหนี้ธนาคารออมสินลดลง ส่งผลให้เกิดการค้างชำระหนี้สะสมเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการผ่อนชำระหนี้กับทางธนาคารไม่เป็นไปตามกำหนด ซึ่งจำเป็นจะต้องดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย

ทั้งนี้ธนาคารออมสินได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าในการดำเนินคดีต่อศาลนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ต้องเสียเวลาในการมาศาลและทำให้ลูกหนี้เสียประวัติทางการเงิน ซึ่งล้วนแต่จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับลูกหนี้มากขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะจัดให้มีการเจรจาประนอมหนี้ โดยมีศาลยุติธรรมเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยกับลูกหนี้ ดังนั้นธนาคารออมสินเขตอุบลราชธานี 1 และธนาคารออมสินเขตอุบลราชธานี 2 จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากศาลจังหวัดอุบลราชธานีร่วมจัดทำโครงการ "ร่วมในไกล่เกลี่ย 100 ปี ธนาคารออมสิน ร้อยจับใช้ประชาชน” ขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้โดยใช้หลักสมานฉันท์ พร้อมทั้งหามาตรการผ่อนปรนให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระก่อนที่จะ นำคดีขึ้นสู่ศาล ซึ่งขณะนี้มีลูกหนี้ที่ค้างชำระจำนวน 957 ราย เป็นมูลหนี้ทั้งสิ้น จำนวน 115.56 ล้านบาท


ในการจัดทำโครงการในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคลากรของศาลจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างดียิ่ง และลูกค้าของธนาคารออมสินก็ให้ความร่วมมือเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดีทำให้ การจัดทำโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จังหวัดสุรินทร์ทอดถวายเทียนจำนำพรรษาพระราชทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

วันที่ 19 ก.ค. 2556 เวลา 14.00 น. ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ ร่วมเดินขบวนอัญเชิญเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ไปยังวัดกลางสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ โดยนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานอัญเชิญเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน

ด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระเมตตาพระราชทานแก่ วัดกลางสุรินทร์ และวัดรามวราวาส ตำบลราม อำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ดำเนินการเตรียมถวาย ในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ผู้แทนพระองค์ ประธานในพิธี ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จากนั้น กล่าวบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศิล พระสงฆ์ให้ศิล พิธีกรกล่าวอาราธนาพระปริตร ประธานในพิธีกล่าวถวายเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน และถวายเทียนพรรษาจำนำพระราชทาน พระสงฆ์กล่าวสัมโมทนียคาถา ประธานในพิธีถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี




ส.ปชส.สุรินทร์ กำชัย วันสุข / ข่าว
อนุชา  หาญนึก / ภาพ

โครงการทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เคลื่อนที่ จังหวัดสุรินทร์

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการเคลื่อนที่ออกให้บริการสังคมประจำปี 2556 ที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อบริการ ดูแล ทุกข์สุขของประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 18 ก.ค.56 ที่โรงแรมเพชรเกษม อำเภอเมืองสุรินทร์ โครงการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดโครงการเคลื่อนที่ ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ มีนายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการ โดยนายประสิทธิ์ มีช้าง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้กล่าวรายการ และวัตถุประสงค์ของโครงการฯ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีบทบาทในการที่จะพิทักษ์ คุ้มครองสิทธิ ดูแลประชาชนในทุกช่วงวัย ส่งเสริมสวัสดิการสังคม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมีนโยบายที่จะออกจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อที่จะเป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภารกิจงานของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการนำบริการด้านสวัสดิการสังคมต่างๆ เครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือผุ้ประสบปัญหาทางสังคม ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนเอง

ในงานยังเป็นการนำนโยบายต่างๆด้านสังคมของรัฐบาลมาเผยแพร่และทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้ทราบและเข้าถึง อันจะเป็นการตอบสนองแก่หน่วยงานและประชาชนอย่างง่ายดาย ทั้งนี้ ในงานยังมีการจัดให้มีกิจกรรมและบริการต่างๆ ได้แก่ การจัดขบวนรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ การแสดงเต้นระบำของผู้สูงอายุและการแสดงจินตลีลาของนักเรียน การกล่าวปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา นอกจากนี้ จะมีการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อย อาทิ กิจกรรมสมัชชาครอบครัวจังหวัดสุรินทร์และพัฒนาศักยภาพศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน กิจกรรมเยาวชนไทยหัวใจสีขาว การอบรมอาสาสมัครพัฒนาสังคมฯ ช่วยเหลือคนพิการ การประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิด้านอาชีพของคนพิการ เป็นต้น และทั้งหมดยังได้รับมอบกล้าไม้ และร่วมกล่าวปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา อีกด้วย

ตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พร้อมใจกันร่วมบริจาคโลหิต ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

ตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ร่วมใจบริจาคโลหิตเพื่อสำรองและทดแทนคลังเลือดกับสภากาชาด ในกิจกรรม "บริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์”

วันที่ 18 ก.ค. 2556 ที่อาคารตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ และประชาชนทั่วไป กว่า 200 คน ร่วมบริจาคโลหิตให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ในกิจกรรม "บริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์” โดยตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์ และธนาคารเลือดโรงพยาบาลสุรินทร์ โดยมีทางคุณชวศิริ อินทนูจิตร ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เยี่ยมและให้กำลังใจผู้เข้ารับการบริจาคโลหิต และมอบเข็มและเหรียญกาชาด แก่ผู้ที่บริจาคโลหิตครบจำนวน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับข้าราชการตำรวจในการรู้จักการบริจาค การเสียสละ และการมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และเพื่อนำไปช่วยเหลือและให้บริการแก่ผู้เจ็บป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนที่ปัจจุบัน สภากาชาดไทยขาดแคลนเลือด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เช่นที่ผ่านมาอย่างเทศกาลสงกรานต์ จนต้องมีการนำเลือดออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับอุบัติเหตุกรณีต่างๆ และสำรองไว้ในธนาคารเลือดไว้ใช้ในภารกิจต่อไป 

แถลงข่าวพร้อมจัดงาน “มหกรรมแห่เทียนพรรษา และตักบาตรบนหลังช้าง” แห่งเดียวในโลก ประจำปี 2556

ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อำเภอเมืองสุรินทร์ นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย นายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสรินทร์ นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และคณะ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานจัดงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษา และตักบาตรบนหลังช้าง” ประจำปี 2556 ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดจัดงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษา และตักบาตรบนหลังช้าง” ประจำปี 2556 ซึ่งเป็นที่เดียวของโลกที่จะนำขบวนช้างกว่า 86 เชือก ร่วมขบวนแห่พระบรมสารีริกธาตุและเทียนพรรษา อีกทั้งยังนำพระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต

ทั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และในโอกาสฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เพื่อส่งเสริมพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของพุทธศาสนิกชน สำหรับการจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากจังหวัดสุรินทร์เป็นดินแดนที่มีความรุ่งเรืองทางอารยธรรมมาช้านาน โดยมีชาวสุรินทร์ที่มีเชื้อสายเขมร ลาว กวย และจีนอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขภายใต้พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ประกอบกับช้างมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น การแห่เทียนพรรษา การบวชนาค โกนจุก เป็นต้น โดยในปีนี้จังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและงานตักบาตรบนหลังช้างอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง

ในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากวัดกลางสุรินทร์ไปประดิษฐานบนมณฑปบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ พิธีเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและร่วมฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยการจัดขบวนแห่เทียนพรรษาด้วยขบวนช้างที่ประดับด้วยแสงไฟสวยงาม 86 เชือก โดยมีผู้ร่วมขบวนจาก 12 คุ้มวัด กว่า 1,500 คน แห่จากบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางสิ้นสุด ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นอกจากนั้นยังมีการประกวดขบวนแห่ ประกวดเทียนพรรษา ประกวดโต๊ะหมู่บูชา การตอบปัญหาธรรมะ รวมทั้งนิทรรศการทางศาสนา และพิธีตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก ทั้งนี้จังหวัดสุรินทร์ จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกคนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ในงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง วันที่ 21-22 กรกฎาคม 2556 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง

จังหวัดสุรินทร์ซ้อมแผนภาคสนามเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

วันที่ ( 16 ก.ค. 2556 ) ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นายพีรศักดิ์ ผลพฤกษา รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์เป็นประธานเปิดการซ้อมแผนภาคสนามเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อเตรียมพร้อมในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคไข้หวัดนกซึ่งอาจจะมีการแพร่ระบาดเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน และจุดผ่านแดนถาวร ไทย – กัมพูชา บริเวณช่องจอม อ. กาบเชิง จ. สุรินทร์ ทั้งนี้จากสถานการณ์ไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก มีสัญญาณความเสี่ยงของการกลายพันธุ์ที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก ประเทศไทยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ป้องกัน แก้ไข และเตรียมพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนกและการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมีการเตรียมความพร้อมมีการซ้อมแผนเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงความพร้อมตามแผน กระทรวงสาธารณสุข จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการซ้อมแผนฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบขั้นตอนการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน และเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคระบาดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นในครั้งนี้ โดยสมมุติเหตุการณ์เกิดขึ้น และนำไปสู่การปฏิบัติจริงตามแผนทุกอย่าง เช่น มีการค้นพบผู้ป่วยชาวกัมพูชาที่เดินทางมารับจ้างทำงานในพื้นที่ จากนั้นมีการตรวจเข้มบุคคลเข้าออกบริเวณด่านหาผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าจะเป็นโรคไข้หวัดนก หรือไข้หวัดใหญ่ การตั้งด่านตรวจการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกจากประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มความเข้มในการพ่นยาฆ่าเชื้อในยานพาหนะทุกคันที่ข้ามแดน เมื่อพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าน่าจะเป็นไข้หวัดนกส่งตัวเข้าไปตรวจ ณ โรงพยาบาลกาบเชิง หากพบว่าเป็นไข้หวัดนก มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ พร้อมแจ้งทีมปศุสัตว์ลงพื้นที่สำรวจ และทำลายซากสัตว์ และเก็บตัวอย่างสัตว์ปีกส่งตรวจ โดยในการซ้อมแผนในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งบุคลากรจากสำนักงานควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา ร่วมในการซ้อมแผนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ภายหลังการฝึกซ้อมแผนดังกล่าวแล้ว จะมีการประเมินผลการปฏิบัติการซ้อมแผนทุกด้านทั้งภาพรวมแผนและการตอบสนอง เพื่อสรุปและถอดบทเรียนเป็นแนวทางการปฏิบัติของหน่วยต่างๆ ต่อไป



ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

สุรินทร์ปรับมาตราการเข้มป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

วันที่ 16 ก.ค. 56 ที่ห้องประชุมจอมสุรินทร์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการส่งเสริมการฟื้นฟูการปลูกป่า และป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ โดยใช้โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของศูนย์ฯ หลังจากได้ยกเลิกคำสั่งเดิม เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า การดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัด ที่ผ่านมา ยังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันจึงทำให้ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

เพื่อให้การดำเนินการของศูนย์ฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการปรับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ทั้งนี้โครงสร้างที่กำหนดขึ้นเพื่อให้เป็นเอื้อต่อการอำนวยการ บูรณาการ และการกำหนดแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ ตลอดจนมาตรการส่งเสริมการขับเคลื่อนในภาคปฏิบัติอีกด้วย โดยในที่ประชุมมีมติให้ทางด้านปลัดจังหวัดสุรินทร์ซึ่งอยู่ในคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ เป็นหัวหน้าชุดในการกำหนดมาตรการ แผนปฏิบัติงาน และแนวทางป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ เพื่อบูรณาการหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ

สำหรับข้อมูลการรายงานผลปฏิบัติการการปราบปรามการบุกรุกและทำลายทรัพยากรป่าไม้ ของจังหวัดสุรินทร์ ล่าสุด คือ ในช่วงเดือนตุลาคม 2555 จนถึง เดือนมิถุนายน 2556 มีการจับดำเนินคดี จำนวน 85 คดี ผู้ต้องหา จำนวน 67 คน ซึ่งคดีเกี่ยวกับไม้พยุงก็ยังคงเป็นคดีที่มีสถิติสูงที่สุด เพราะยังคงมีการลักลอบตัดไม้และขนไม้ผิดกฎหมาย ประเภทนี้อยู่บ่อยครั้ง อันเนื่องมาจากราคาที่สูงและดึงดูดใจ โดยเฉพาะชาวบ้านที่มีรายได้น้อย ตกเป็นเครื่องมือของนายทุนในการลักลอบเข้ามาตัดไม้สงวนในพื้นที่ป่า ตลอดแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามต้องปรับเปลี่ยนแผนในเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น






ส.ปชส.สุรินทร์ กำชัย  วันสุข ภาพ/ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีโรคระบาดตามแนวชายแดน

วันที่ 15 ก.ค. 2556 : ที่โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ จัดให้มีการซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีโรคระบาดตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อเตรียมพร้อมในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และโรคไข้หวัดนก ทั้งนี้จากสถานการณ์ไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก มีสัญญาณความเสี่ยงของการกลายพันธุ์ที่จะก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก ประเทศไทยได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ป้องกัน แก้ไข และเตรียมพร้อมรับปัญหาโรคไข้หวัดนกและการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยมีการเตรียมความพร้อมมีการซ้อมแผนเพื่อตรวจสอบและปรับปรุงความพร้อมตามแผน กระทรวงสาธารณสุข จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการซ้อมแผนฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบขั้นตอนการปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน และเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดซ้อมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน กรณีโรคระบาดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นในครั้งนี้ จากนั้นวันพรุ่งนี้ ( 16 ก.ค. 2556 ) จะทำการฝึกซ้อมปฏิบัติการภาคสนาม ที่บริเวณ ด่านพรมแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 16.30 น. ทั้งนี้ ภายหลังการฝึกซ้อมแผนดังกล่าวแล้ว จะมีการประเมินผลการปฏิบัติการซ้อมแผนทุกด้านทั้งภาพรวมแผนและการตอบสนอง เพื่อสรุปและถอดบทเรียนเป็นแนวทางการปฏิบัติของหน่วยต่างๆ ต่อไป



ประนนท์ ไม้หอม / ข่าว / ส.ปชส.สุรนิทร์ / รายงาน

จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงานฉลองพระราชาคณะชั้นธรรม และครบรอบอายุครบ 80 ปีพระธรรมโมลีเจ้าอาวาสวัดศาลาลอยพระอารามหลวง

จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงานฉลองพระราชาคณะชั้นธรรม และครบรอบอายุครบ 80 ปีพระธรรมโมลีเจ้าอาวาสวัดศาลาลอยพระอารามหลวง

จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดงานฉลองพระราชาคณะชั้นธรรม ปริญญาดุษฏีบัณฑิต และครบรอบอายุครบ 80 ปี 59 พรรษา พระธรรมโมลีเจ้าอาวาสวัดศาลาลอยพระอารามหลวง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 21 – 25 ก.ค. 2556 ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวง อ. เมือง จ. สุรินทร์ ซึ่งกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย วันที่ 21 ก.ค. 2556 ประกอบพิธีเททองหล่อองค์พระมหากัสสปะเถราจารย์ พระอุบาลีเถราจารย์ พระอานนท์เถราจารย์ และรูปเหมือนพระธรรมโมลี และพิธีพุทธาภิเษก โดยมีพระมหาเถราจารย์ ที่ทุกคนให้ความนับถือ อย่างเช่น หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง จ. บุรีรัมย์ หลวงปู่จรัส วัดประชารังสรรค์ จ. ศรีสะเกษ หลวงปู่พวน วัดมงคลรัตน์ จ.สุรินทร์ หลวงปู่เกลี้ยง วัดศรีธาตุ จ. ศรีสะเกษ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด จ. บุรีรัมย์ หลวงปู่หงส์ วัดสุสานทุ่งมน จ.สุรินทร์ หลวงปู่คีย์ วัดศรีลำยอง จ.สุรินทร์ หลวงปู่คำปุ วัดกุดชมพู จ. อุบลราชธานี และหลวงปู่เพ็ง วัดโพธิ์ศรีละลาย จ. ศรีสะเกษ วันที่ 22 – 23 ก.ค. 2556 กิจกรรมรักษาศิลปฏิบัติธรรม ทำบุญตักบาตร เวียนเทียนเนื่องในโอกาสเทศกาลอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา วันที่ 24 ก.ค. 2556 ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน และพิธีสมโภชพระอารามหลวงครบรอบ 24 ปี และวันที่ 25 ก.ค. 2556 พิธีฉลองพระราชาคณะชั้นธรรม ปริญญาดุษฏีบัณฑิตและบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคลครบรอบ 80 ปี 59 พรรษา ฉลองพระราชาคณะชั้นธรรม ปริญญาดุษฏีบัณฑิต แด่พระธรรมโมลีเจ้าอาวาสวัดศาลาลอยพระอารามหลวง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ จึงขอเชิญชวนพุทธสากนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้โดยทั่วกัน



ประนนท์ ไม้หอม / ข่าว / สปชส.สุรินทร์ / รายงาน

สุรินทร์ออกบริการตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้มแก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล

ประชาชนชาวตำบลระเวียง อ. โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เป็นจำนวนมากรับบริการจากโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ที่นำส่วนราชการออกให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกล

 วันที่ 17 ก.ค. 2556 นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำส่วนราชการทั้งระดับจังหวัด และอำเภอ ออกให้บริการแก่ประชาชนตามโครงการ สุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ให้กับประชาชนในพื้นที่ของตำบลระเวียง อ. โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อยู่ห่างไกลไม่ต้องเดินทางเข้าไปรับบริการในตัวอำเภอ หรือจังหวัดเป็นการลดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง โดยได้มอบบ้านธารน้ำใจของโครงการฯ ให้กับนายไหล สีหาวัฒน์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 บ้านค้อ ม. 1 ต. ระเวียง อ. โนนนารายณ์ จ. สุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยที่แข็งแรง และเป็นผู้ที่ได้รับการประชาคมจากชาวบ้านให้ได้รับบ้านธารน้ำใจในครั้งนี้ ซึ่งอาศัยอยู่กับภาริยา คือนางบัวลอย สีหาวัฒน์ พร้อมลูกสาวอีก 2 คน คนโตกำลังศึกษาอยู่ ม. 6 ส่วนคนเล็กเรียนอยู่ ม. 2 ทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันขัดสนมากเนื่องจากนายไหลมีอาชีพรับจ้างทั่วไปมีรายได้น้อยไม่พอกับค่าใช้จ่าย จากนั้นคณะของรองผู้ว่าราชการจึงหวัดสุรินทร์ เดินทางที่จุดให้บริการประชาชนตามโครงการฯ ณ บริเวณ ร.ร. บ้านซาต ม. 10 ต. ระเวียง อ. โนนนารายณ์ และพบปะกับประชาชน และมอบทุนการศึกษา มอบรถจักรยานให้แก่นักเรียนทีเรียนดีแต่ยังขาดแคลนจำนวน 12 คัน มอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ยากไร้และคนชรา มอบโฉลดที่ดินแก่เกษตรกร และมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมส่วนราชการค่างๆที่ออกให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งในการออกหน่วยให้บริการแก่ประชาชนตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้มของจังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวตำบลระเวียง และตำบลใกล้เคียงมารับบริการกันเป็นจำนวนมาก



ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์ /ร่ายงาน

จังหวัดอุบลราชธานีจัดโครงการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างความตระหนักในการเฝ้าระวังปัญหาทางสังคมต่อปัญหา เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ

วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 น.ที่โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ท อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นางสาว เสวาลักษณ์ จิระไกรโกศล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งจัดขึ้นโดยบ้านพักพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อฝึกอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ กับผู้ปฏิบัติงานศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานในภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ทำงานช่วยเหลือสังคม ต้องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทีมงาน บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม โดยเฉพาะปัญหา การตั้งครรภ์ไม่พร้อมคุณแม่วัยใส ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาแรงงานเด็ก และการใช้ความรุแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

 
 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมคณะทำงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เพื่อเทิดพระเกียรติระดับประเทศ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ กำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2556

วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตร จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานประชุมคณะทำงานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระ ราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2556 ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่จังหวัด ฉะเชิงเทรา จังหวัดตรัง จังหวัด พิจิตร โดยจังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดโครงการดังกล่าว ที่โรงเรียนเทศบาลขามใหญ่บ้านไหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิเช่น โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว การจัดแสดงนิทรรศการโภชนาการอหหารและนมแม่ นิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง การบริการกับเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาด้านการผลิตทางเกษตรของเกษตรกร การออกหน่วยบริการคลินิกประมง และการสนับสนุนมอบพันธ์สัตว์น้ำ ปศุสัตว์ และพืช เป็นต้น
 
ทั้งนี้วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 10.00 น. นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวพิธีเปิดงานโครงการคลินิคเกษตร เคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เพื่อเทิดพระเกียรติระดับประเทศ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ในครั้งนี้
 
 
 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

จังหวัดอุบลราชธานี ประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัด และคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัดครั้งที่ 2/2556

วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 ณ ห้อง ประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 4 (POC) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธินันท์ บุญมี เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัด และคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัดครั้งที่ 2/2556 การประชุมครั้งนี้ เพื่อการอนุมัติการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระยะที่ 3 โดยจังหวัดอุบลราชธานี มีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 2,805 กองทุนคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัดได้ดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาการเพิ่มทุนระยะที่ 3 จำนวน 5 ครั้ง มีกองทุนที่ผ่านการพิจารณาเพิ่มทุนในระดับจังหวัด จำนวน 1,562 กองทุน ยังไม่ยื่นขอรับการเพิ่มทุน จำนวน 1,243 กองทุน และกองทุนที่ได้รับการโอนเงินเพิ่มทุนแล้วจำนวน 986 กองทุน และ คงเหลือ 576 กองทุน อยู่ระหว่างทบทวนแก้ไขเอกสารประกอบการเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันที่ประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัด ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับจังหวัด คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นชาย 1 คน เป็นหญิง 1 คน จากผู้แทนกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีอยู่ในจังหวัด ซึ่งที่ประชุมมีมติคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในระดับจังหวัด จำนวน 2 ราย คือ นายสฤษดิ์ โนนใหญ่ จากอำเภอเขมราฐ และนางอรุณลาวัลย์ วิบูลย์ชนม์ จากอำเภอวารินชำราบ โดยคณะทำงานสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะได้เสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป

จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการประชุมวีดีทัศน์ การดำเนินงานโครงการพัฒนาเมือง

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุม POC ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการประชุมวีดีทัศน์ ณ ห้องปะชุม 1 กระทรวงมหาดไทย ที่มีแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาเมืองและขอให้จังหวัดเปิดรับโครงการจากผู้เสนอโครงการพื้นที่ชุมชนเมือง ซักซ้อมแนวทางดำเนินงานโครงการพัฒนาเมืองและให้จังหวัดจัดประชุมคณะทำงานโครงการพัฒนาเมืองเพื่อพิจารณาโครงการที่เสนอจากชุมชนเมืองโดยเร่งด่วน

การพิจารณาโครงการพัฒนาเมืองที่ได้รับจากจังหวัดของคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการในระดับส่วนกลางพบว่าจังหวัดยังไม่ความเข้าใจไม่ตรงกันเกี่ยวกับความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารที่จะต้องใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งในการนี้ปลัดประทรวงมหาดไทยกำหนดให้จัดการประชุมวีดีทัศน์ทางไกลเพื่อซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาเมืองแก่ผู้ที่มีภารกิจเกี่ยวข้อง การขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประเภทโครงการที่นำเสนอและงบประมาณที่จะได้รับ ผู้ที่สนใจจะนำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับชุมชนเมืองของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เช่น สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงปลอดภัย การเรียนรู้สร้างสรรค์ สามารถนำเสนอโครงการมาเพื่อขอรับงบสนับสนุนที่เหมาะสมกับโครงการ ตั้งแต่ 500,000 – 2,000,000 บาท

คุณสมบัติผู้เสนอโครงการ เป็นชุมชนในเขตพื้นที่เขตเทศบานคร/เทศบาลเมือง/เมืองพัทยา (กรณีจังหวัดชลบุรี) และกรุงเทพมหานคร 50 เขต ผู้เสนอโครงการ ต้องเป็นหมู่บ้าน ชุมชน หมู่บ้านจัดสรร อาคารชุด หรือกลุ่มหมู่บ้าน กลุ่มชุมชน กลุ่มหมู่บ้านจัดสรรหรือกลุ่มอาคารชุดที่รวมตัวกันตั้งแต่ 100 หลังคาเรือขึ้นไป หรือเสนอโดยกลุ่มปะชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองตามที่คณะกรมการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองกำหนด จำนวน 50 หลังคาเรือนขึ้นไป ไม่เป็นคนวิกลจริต หรือมีจิตฟั่นเฟือน ไม่เป็นผู้ต้องคุมขังโดยหมายศาลหือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้เสนอโครงการต้องเป็นประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป

เกณฑ์การพิจารณา คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ จะพิจารณาโดยยึดหลักเกณฑ์ ดังนี้ ประโยชน์ที่ได้รับ ความคุ้มค่า ความเป็นไปได้ ความพร้อมและความยั่งยืนและความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของประชาชน ผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามส่งโครงการได้ที่ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 2 หมายเลขโทรศัพท์ 045-344589

จังหวัดอุบลราชธานี จัดพิธีอัญเชิญไส้เทียนพรรษาพระราชทานและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีศาลาจัตุรมุข ทุ่งศรีเมือง พร้อมเปิดกิจกรรม ถนนสายธรรม สร้างนครแห่งธรรมอุบลราชธานี

วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อัญเชิญไส้เทียนพรรษาพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้ นางสาวสมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี อัญเชิญผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ประดิษฐานหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ มณฑลพิธีศาลาจัตุรมุข สวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้พสกนิกรชาวอุบลราชธานี ได้ร่วมทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้า พรรษาจังหวัดอุบลราชธานี
 
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เปิดกิจกรรมถนนสายธรรม สร้างนครแห่งธรรมอุบลราชธานี ซึ่งเป็นการนำเสนอความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาของเมืองอุบล ในรูปแบบกิจกรรมและนิทรรศการที่คนรุ่นใหม่เข้าใจง่าย ในระหว่างวันที่ 17 – 23 กรกฎาคม 2556 พร้อมกันนี้ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ร่วมเวียนเทียน รอบพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 109 พระองค์ ซึ่งได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุ มาประดิษฐานยังศาลาจัตุรมุขเพื่อให้พุทธศาสนิกชนจังหวัดอุบลราชธานีและนัก ท่องเที่ยว ในประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีโอกาสสักการะบูชา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

งานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี 2556 ที่จังหวัดอุบลราชธานีเริ่มขึ้นแล้ว

วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลประเพณี แห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี 2556 112 ปี สืบฮีตวิถีชาวอุบลฯ ยลพุทธศิลป์ถิ่นไทยดี ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-31 กรกฎาคม 2556 ที่บริเวณสนาม ทุ่งศรีเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณี ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะพิธีสมโภชเทียนพรรษาพระราชทาน ในปีที่ผ่านมาไปตามอำเภอทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ชื่นชมพระบารมี และพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ชาวจังหวัด อุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน – วันที่ 17 กรกฎาคม 2556
 
การจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประกอบด้วยกิจกรรม อาทิ ถนนสายธรรม ถนนสายเทียน เยือนชุมชน ชมวิถีวัฒนธรรมในการตกแต่งต้นเทียน การแสดงมหาดุริยางค์ การประกวดสาวงามเทียนพรรษา การแสดงม่านน้ำ งานพาแลงตลาดยามเย็นย้อนยุค พิธีมหาเวียนเทียน วันอาสาฬหบูชา ชมต้นเทียนที่สวยงาม โดยเฉพาะปีนี้ มีต้นเทียนหอมจากอำเภอเดชอุดม และการแสดงประกอบแสง เสียง ขบวนแห่เทียนภาคกลางคืน โดยจะมีพิธีเปิดงานประเพณี แห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีประจำปี 2556 อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2556
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานีจัดโครงการชุมชน ประชาธิปไตย สร้างเครือข่ายดีเจประชาธิปไตยชุมชนในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานฯ

ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด อุดรธานี ตำบลสามพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เช้าวันที่ 16 ก.ค. 56 นายนิรันด์ ยั่งยืน กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานเปิดโครงการชุมชน ประชาธิปไตย กิจกรรมเสริมสร้างดีเจประชาธิปไตยชุมชน ประจำปี 2556 นายอำนาย เขียวประชุม หัวหน้างานพรรคการเมือง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันสังคมไทย ได้รับข้อมูลข่าวสารจากหลายช่องทาง สื่อที่สามารถเข้าถึงและเป็นช่องทางให้ข้อมูลข่าวสารในชีวิตประจำวันได้ อย่างรวดเร็วในทุกระดับพื้นที่ คือสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งมีความใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด และสามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ผู้ดำเนินรายการ พิธีกร หรือดีเจที่ทำหน้าที่พูดคุย หรือสื่อสารกับประชาชน นับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะผู้สาสาร ถ้าผู้ส่งสารมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนั้นได้ดี ย่อมจะทำให้ประชาชนผู้รับสาร มีโอกาสรับสารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี จัดทำโครงการชุมชนประชาธิปไตย กิจกรรมการเสริมสร้างดีเจประชาธิปไตยชุมชน ประจำปี 2556 ขึ้นเพื่อเสริมสร้างแนวความคิด อุดมการณ์ วิถีชีวิตประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้แก่ดีเจ ซึ่งจัดรายกายทั้งทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อให้ดีเจที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปสอดแทรกในขณะจัด รายการ ตลอดจนจัดกิจกรรม กระตุ้นให้ประชาชนและกลุ่มเยาวชน เห็นความสำคัญของการเมือง การปกครองที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตตนเอง สร้างเครือข่ายดีเจประชาธิปไตยชุมชน ในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยมีดีเจที่ผ่านการคัดเลือกจากชมรมนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นจังหวัด อุดรธานีและเจ้าหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดอุดรธานีเข้ารับ การอบรมรวม 22 คน ทั้งนี้คาดว่าหลังการอบรมแล้ว ดีเจที่เป็นกลุ่มแนวร่วมในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการเลือก ตั้งประจำจังหวัดอุดรธานีจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินรายการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

ประชุมนำเสนอผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชบทบต่อสาธารณชน

จังหวัดอุดรธานีนำเสนอผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.คนอุดรธานีมีรายได้เฉลี่ย 55,228 บาทต่อคนต่อปี ในขณะที่ข้อมูล กชช.2 ค ปี 2556มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1,2 ,3 จำนวน 29 หมู่บ้าน 556 หมู่บ้านและ 1,133 หมู่บ้าน ปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน 5 อันดับแรกคือ ระดับการศึกษา ,การเรียนรู้โดยชุมชน ,การเข้าถึงแหล่งทุน, กีฬา และการได้รับการศึกษา

วันนี้ (16 ก.ค.56 ) ที่โรงแรมอุดรโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี จัดให้มีการประชุมนำเสนอผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทต่อสาธารณชนระดับจังหวัด โดยมีภาคีเครือข่ายในพื้นที่ซึ่งเป็นคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูเพื่อการพัฒนาชนบทจังหวัดอุดรธานีเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน รับผิดชอบในการบริหารการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานหรือ จปฐ. ทุกครัวเรือนเป็นประจำทุกปี และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน หรือ กชช.2 ค ทุกหมู่บ้านในเขตชนบทเป็นประจำทุก 2 ปี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนแก้ไขปัญหาของชุมชนในทุกระดับอย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน ดังนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้นำข้อมูล จปฐ.และข้อมูล กชช.2 ค ไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจังและกว้างขวาง

จังหวัดอุดรธานี จึงกำหนดจัดประชุมนำเสนอผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทต่อสาธารณชนระดับจังหวัดขึ้นในวันนี้ สำหรับผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ปี 2556 จากการจัดเก็บข้อมูล 209,757 ครัวเรือน ประชากร 813,490 คน แยกเป็นชาย 400,249 คน หญิง 413,243 คน ประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาภาคบังคับ ป.4-ป.6 ประกอบอาชีพทำนา นับถือศาสนาพุทธ ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคนต่อปี 1,642 ครัวเรือน ประชาชนมีรายได้เฉลี่ย 55,228 บาท ตัวชี้วัดที่บรรลุเป้าหมาย 5 อันดับแรกคือ ตัวชี้วัดที่ 7 คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันๆละ 30 นาที ผ่านเกณฑ์ 766,120 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ 102 คน ,ตัวชี้วัดที่ 28 คนสูงอายุได้รับการดูแลจากคนในครัวเรือน หมู่บ้าน/ชุมชนหรือภาครัฐ ผ่านเกณฑ์ 100,540 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ 27 คน ,ตัวชี้วัดที่ 2 เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคครบตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ผ่านเกณฑ์ 127,504 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ 87 คน ,ตัวชี้วัดที่ 20 คนอายุ 15-60 ปีเต็ม อ่านเขียนภาษาไทยได้และคิดเลขอย่างง่าย ผ่านเกณฑ์ 400,268 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ 610 คน ,ตัวชี้วัดที่ 16 เด็กอายุ 3-5 ปี เต็ม ได้รับบริการเลี้ยงดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียนผ่านเกณฑ์ 20,200 คน ไม่ผ่านเกณฑ์ 47 คน

ผลการจัดเก็บข้อมูล กชช.2 ค.ปี 2556 ในเขตชนบท จัดเก็บข้อมูล 1,718 หมู่บ้าน จาก 153 ตำบล 20 อำเภอ มีหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 จำนวน 29 หมู่บ้าน หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 2 จำนวน 556 หมู่บ้าน หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 3 จำนวน 1,133 หมู่บ้าน ปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไข 5 อันดับแรก ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 20 ระดับการศึกษาของประชาชน ตัวชี้วัดที่ 21 การเรียนรู้โดยชุมชน ,ตัวชี้วัดที่ 25 การเข้าถึงแหล่งทุนของชุมชน ,ตัวชีวัดที่ 17 การกีฬา และตัวชี้วัดที่ 18 การได้รับการศึกษา



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

กองบิน 23 จัดหน่วยมิตรประชา ออกให้บริการประชาชน

กองบิน 23 อุดรธานี นำหน่วยมิตรประชาออกให้บริการตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้น และกิจกรรมสร้างความบันเทิงแก่ประชาชน ในพื้นที่บ้านเซ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

ที่โรงเรียนบ้านเซประชาอุทิศ ตำบลหนองขอนกว้าง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นาวาอากาศเอกศรสิต กีรติพล ผู้บังคับการกองบิน 23 นำหน่วยมิตรประชากองบิน 23 ออกให้บริการช่วยเหลือประชาชน พร้อมนำอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน มอบให้โรงเรียนบ้านเซประชาอุทิศ จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาสุขภาพเบื้องต้นแก่เยาวชน และประชาชนตรวจ โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลขอลกองบิน 23 ร่วมออกหน่วยให้บริการประชาชน

พร้อมกันนี้ยังได้จัดการแสดงดนตรี เพื่อสร้างความบันเทิงและสนุกสนานให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมใน ครั้งนี้ด้วย




เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.

ประชาคมรับฟังความคิดเห็นผังแม่บท โครงการพัฒนาพื้นที่หนองแด

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นผังแม่บท โครงการพัฒนาพื้นที่หนองแดเพื่อรองรับศูนย์วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและสนามกีฬากลางจังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 2

ที่โรงแรมพาราไดซ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นผังแม่บท โครงการพัฒนาพื้นที่หนองแดเพื่อรองรับศูนย์วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและสนามกีฬากลางจังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 2

รศ.ดร.สิทธิชัย ตันธนะสฤษดิ์ ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการศึกษาโครงเรพัฒนาพื้นที่หนองแดเพื่อรองรับศูนย์วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอบบน และ สนามกีฬากลางจังหวัดอุดรธานี และจากการศึกษาสามารถกำหนดกิจกรรมในศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมและสาสนา ศุนย์กลางการจัดประชุมและกิจกรรมการแสดงสินค้า การประกวดต่างๆหรือ Event ศูนย์กลางการขายสินค้า ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ โรงละครบริการที่พักสำหรับการประชุมและการกีฬา สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน ลานกีฬาประเภทต่างๆและสวนสาธารณะ สามารถเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในระดับนานาชาติและระดับนานาชาติในอนาคต ทั้งนี้ทางโครงการได้จัดทำร่างผังแม่บทโครงการเพื่อให้คณะกรรมการอำนวยการ และประชาชนพิจารณา และร่วมกำหนดผังแม่บทโครงการ เพื่อทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะได้นำไปออกแบบรายละเอียดต่อไป นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การประชุมประชาคมฯในครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะกำหนดแนวทางในการดำเนินโครงการศูนย์วัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและสนามกีฬากลางจังหวัด เพื่อเป็นอัตลักษณ์ เป็นจุดศูนย์รวมใจของชาวอุดรธานี จึงใคร่ขอให้ทุกคนที่ร่วมประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมวางผังแม่บทอย่างเต็มที่ เพื่อจังหวัดอุดรธานีและเพื่อลูกหลานของเราสืบต่อไป



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

ตรวจเยี่ยมศูนย์อาเซียนศึกษาโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี

คณะเจ้าหน้าที่สารนิเทศและประชาสัมพันธ์ของสิงคโปร์ ดูงานศูนย์อาเซียนศึกษาของโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนภายใต้โครงการยุวฑูตความดี

เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ ( 17 ก.ค. 56 ) ที่โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี นางสมฤดี พู่พรอเนก หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดอุดรธานี นำ ดร.มิเชล คู ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาเนื้อหา กระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศสิงคโปร์ เข้ารับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมศูนย์อาเซียนศึกษาของโรงเรียนอนุบาล อุดรธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนของโครงการยุวฑูตความดีของกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายประคอง พันธุ์พรหม ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน คณะอาจารย์ นักเรียนโรงเรียนอนุบาลอุดรธานีให้การต้อนรับ

การเดินทางมาเยือนจังหวัดอุดรธานีของคณะเจ้าหน้าที่สารนิเทศสิงคโปร์ครั้ง นี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยนภายใต้กรอบความร่วมมือข้าราชการ ไทย-สิงคโปร์ หรือ Civil Service Exchange Program (CSEP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศในการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และความรู้ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อนำมาพัฒนาระบบราชการของทั้งสองประเทศให้มีความกว้าหน้าต่อไป ศูนย์อาเซียนศึกษาของโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ตั้งอยู่ที่ 101 ถนนศณีสุข อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์อาฌวียนศึกษาโรงเรียน หรือ Sister School เป็นแหล่งเรียนรู้กี่ยวกับประชาคมอาเซียนสำหรับนักเรียน ครู ประชาชน จัดหาและพัฒนาสื่อ หนังสื่อเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ ให้บริการแก่สถานศึกษาเครือข่าย 9 โรงเรียนและโรงเรียนต่างๆที่มาศึกษาดูงานศูนย์อาเซียนศึกษา 600 โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาการดรียนรู้อาเซียนศึกษา และประสานสัมพันธืกับประเทศสมาชิกอาเซียน




ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ
ทีมข่าว ส.ปชส.อด.

สวท.อำนาจเจริญจัดฝึกอบรมอบรมหลักสูตรภาษาเพื่อนบ้านเพื่อการสื่อสารเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดอำนาจเจริญ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ จัดฝึกอบรมหลักสูตรภาษาเพื่อนบ้านเพื่อการสื่อสารเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ภาษาลาว โดยมีข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง จากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ เข้ารับการฝึกอบรมอย่างพร้อมเพรียง โดยมีวิทยากรจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  มาให้การฝึกสอนการเขียน-อ่าน และพูด ภาษาลาว  ทำให้เจ้าหน้าที่ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอำนาจเจริญ  และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ มีความรู้ความเข้าใจในภาษาลาวเพิ่มมากขึ้น สามารถพูด ฟัง และเขียนภาษาลาวได้อย่างคล่องแคล่ว และสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน  และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายหลังการจัดตั้งประชาคมอาเซียน



จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญประชุมเชิงปฏิบัติการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก

ที่ห้องประชุมชัยพฤกษ์  ชั้น 4  โรงพยาบาลอำนาจเจริญ  นายวิเชียร  อุดมศักดิ์  นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยเทศบาลเมืองอำนาจเจริญร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ และโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ได้จัดขึ้น เพื่อทบทวนแกนนำของชุมชนให้มีความรู้ ความเข้าใจตรงกันในเรื่องการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ที่กำลังทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้  ก่อนลงเตรียมชุมชน และการดำเนินการรณรงค์ในชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักและความร่วมมือของประชาชนในทุกชุมชน ในการระดมทุกภาคส่วนให้ช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย พ่นสารเคมีทำลายยุงตัวโตเต็มวัย เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกกำลังทวีความรุนแรง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าตลอดปีนี้ จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นนับแสนราย และเสียชีวิตมากกว่า 100 ราย ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา เกือบ 3 เท่า นับว่าสูงเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ เพิ่มมากขึ้น เทศบาลเมืองอำนาจเจริญจึงได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ และโรงพยาบาลอำนาจเจริญ   จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกโดยมีสมาชิกเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ  สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่ง  คณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ  อสม.  กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน และผู้อำนวยการสถานศึกษา เข้าร่วมประชุม กว่า 500 คน

โอกาสนี้ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ เมืองอำนาจเจริญ ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วยสารเคมี และเครื่องพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย ให้แก่ 31 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ และ 5 หมู่บ้านในเขตตำบลบุ่ง  อำเภอเมืองอำนาจเจริญ




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญประชุมคณะคณะทำงานโครงการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2556

15 ก.ค. 2556 เวลา 09.00 น. :  ที่ ห้องประชุมคณาพันธ์  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ นายวิรัตน์  พุ่มจันทร์  นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ รักษาราชการแทนสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อจัดทำแผนการดำเนินงานของสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ ให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมในการจัดงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556

นายวิรัตน์  พุ่มจันทร์  นักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตามที่ คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ ได้กำหนดให้มีการจัดสมัชชาสุขภาพระดับพื้นที่ รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการสมัชชาสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพ  เพื่อให้กระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้จัดประชุมคณะทำงานบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ (คทบ.) และคณะทำงานด้านวิชาการ/ด้านพัฒนาศักยภาพ/ด้านสื่อสาธารณะ เพื่อปรึกษา หารือ การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย การจัดทำแผนงาน ตลอดจนการเตรียมการจัดงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556

สำหรับประเด็นการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมของจังหวัดอำนาจเจริญ พอสรุปได้ดังนี้ 1. มีความเป็นอัตลักษณ์ เหมาะสมกับจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อพัฒนาสู่เมืองแห่ง "ธรรมะเกษตร”  2. มีระบบข้อมูล สถานการณ์ ความรู้ สนับสนุน  3. เกิดความร่วมมือทั้ง 3 ภาคส่วน คือ ภาคประชาสังคม ภาคการเมือง/ราชการ และภาควิชาการ  4. มีรูปธรรม เรื่องราวดีๆ ต้องการขยายผล  5. หากไม่ดำเนินการจะส่งผลกระทบความรุนแรง เป็นปัญหาเร่งด่วน และ 6. เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญ เตรียมความพร้อมเกษตรกรเพื่อตรวจประเมินแปลงและขอใบรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์

ที่จังหวัดอำนาจเจริญ นายอภิชาติ  งามกมล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมเกษตรกร เพื่อตรวจประเมินแปลงนาและขอใบรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ และการตลาดข้าวหอมมะลิไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปีงบประมาณ 2556 ณ  ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง ชั้น 4  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ

นายอภิชาติ  งามกมล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ จัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพข้าวหอมมะลิคุณภาพดี โดยได้ดำเนินกิจกรรมการตรวจประเมินแปลงนา เพื่อขอรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ภายในจังหวัด เพื่อให้การรับรองกระบวนการผลิตข้าวอินทรีย์ ตั้งแต่การเตรียมการแปลงปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ เป็นที่น่าเชื่อถือของตลาดผู้บริโภคข้าวอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยได้กำหนดการดำเนินโครงการฯ ในกิจกรรมตรวจประเมินแปลงเพื่อขอรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ในห้วงเดือนมิถุนายน – พฤศจิกายน 2556  เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญจึงได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมเกษตรกร เพื่อตรวจประเมินแปลงและขอใบรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ภายในจังหวัด เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์และเงื่อนไข กระบวนการขั้นตอน ตลอดจนถึงการผ่านการตรวจประเมินแปลงและได้รับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ จากมูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ หรือ (มกท.) ในการฝึกอบรมครังนี้ มีกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์เข้ารับการอบรม จำนวน 12 กลุ่ม รวม 87 คน และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตข้าวหอมมะลิภายในจังหวัด อีก 7 กลุ่ม รวม 100 คน

นอกจากนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ ยังได้จัดกิจกรรมพัฒนาช่องทางการตลาดข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ โดยการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการองค์ความรู้เรื่องการผลิตและการตลาดให้ควบคู่กัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาต่อยอดและสร้างรายได้ให้ตนเองต่อไป




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

รมช.มหาดไทย (นายประชา ประสพดี) พบปะเยี่ยมเยียนและมอบนโยบายการทำงานผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอำนาจเจริญ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา ประสพดี มอบนโยบายการปฏิบัติราชการผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เน้นสร้างความสามัคคีปรองดอง และให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดและอำเภอ ดำเนินงานด้านปราบปรามยาเสพติด และการทุจริตคอรัปชั่นตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

เวลา ๑๓.๓๐ น. วันนี้(๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖) นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ได้เดินทางไปประชุมพบปะเยี่ยมเยียนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวนกว่า ๘๐๐ คน ที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ โดยมี นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ  นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับและกล่าวรายงานสภาพทั่วไปของจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นจังหวัดเล็ก ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย รวมทั้งปาล์ม โดยทางจังหวัดได้มีการปรับยุทธศาสตร์การปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ประชาชน และพึ่งพาตนเอง เช่นการรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อลดต้นทุน และเน้นการผลิตสินค้าทางเกษตรให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวปราศรัยกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เข้าร่วมประชุมว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีนโยบายที่ต้องการยกระดับของผู้นำท้องถิ่นให้มีบทบาท และศักยภาพ รวมทั้งให้ได้รับสวัสดิการที่เท่าเทียมกับข้าราชการทั่วไป เช่น เรื่องการเบิกค่ารักษาพยาบาล ของผู้ดำรงตำแหน่งทางปกครองท้องถิ่น และคู่สมรส บิดา มารดา  อย่างไรก็ดีผู้นำท้องถิ่นถือว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัด และอำเภอ ในการดำเนินการป้องกันยาเสพติด และการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในทุกระดับ สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง สนับสนุนการทำงานของกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ

โอกาสเดียวกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา ประสพดี ได้กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดอำนาจเจริญ เรื่อง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒ ล้าน ล้านบาท และ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท ตามนโยบายรัฐบาลซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน และการสร้างระบบเส้นทางคมนาคมขนส่งขั้นพื้นฐานของประเทศ รองรับการเข้าสู่ความเจริญประชาคมเศรษฐกิจของโลกในอนาคต

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา ประสพดี ได้กล่าวถึงเรื่องค่าตอบแทนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และขอเพิ่มวงเงินสนับสนุนให้กับ อปท.เป็น ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ว่า ส่วนตัวก็เห็นด้วยแต่ทั้งนี้ ต้องดูสภาพสถานะทางการเงิน การคลัง ว่าสามารถดำเนินการในขณะนี้ได้หรือไม่ และทางรับบาลเองจะต้องมีการหารือกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นจริงในปัจจุบันต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ / ข่าว
ประกาศิต สุวะทอง / ภาพ

รมช.มหาดไทย ม.ท.๒ (นายประชา ประสพดี) เยี่ยมชมโครงการอบรมบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่จังหวัดอำนาจเจริญ

เวลา ๑๑.๓๐ น. วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ : นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  พร้อมคณะเดินทางไปที่วัดก้าวหน้าสามัคคี  หมู่ ๖ ตำบลโนนโพธิ์  อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  เพื่อเยี่ยมชมการฝึกอบรมโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้ติด/ผู้เสพยาเสพติด ตามโครงการสร้างคนดีศรีอำนาจเจริญ ประจำปี 2556 ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองอำนาจเจริญได้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ ๗ โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ ให้การต้อนรับนำเยี่ยมชมและพบปะปราศรัยกับผู้เข้ารับการอบรม 

นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  กล่าวรายงานว่า จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติด/ผู้เสพยาเสพติด  ทั้งระบบสมัครใจและระบบบังคับ ทั้งเยาวชนที่อยู่ในระบบสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาการจัดโครงการสร้างคนดีศรีอำนาจเจริญ นี้เพื่อนำผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัด ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้กลยุทธ์ ๗ แผน ๔ ปรับ ๓  หลัก ๖ เร่ง และเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดให้มีสุขภาพแข็งแรง และฝึกอาชีพให้ตามความเหมาะสม ตลอดจนการปลุกจิตสำนึกให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ลด ละ เลิกยาเสพติดโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังเป็นการควบคุมและลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดของจังหวัดอำนาจเจริญ จากระดับการแพร่ระบาดขั้นรุนแรง มาเป็นระดับเบาบาง และควบคุมได้ โดยมีผู้เข้าค่ายรับการบำบัดรักษา จำนวน ๑๐๐ คน ใช้เวลาในการบำบัด รวม ๙ วัน ๘ คืน ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยใช้วิทยากรที่มีความรู้ความสามารถและจิตอาสาเข้ามาร่วมกันอบรม 

ทางด้าน นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ได้กล่าวชื่นชมให้กำลังใจกับผู้เข้ารับการฝึกอบรมบำบัดการติดยาเสพติดว่า ขอให้ทุกคนมุ่งมั่น ตั้งใจอบรม ฝึกฝน เอาชนะยาเสพติดให้ได้ ซึ่งรับบาลให้ความสำคัญมากกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด  หากทุกคนมีจิตใจเข้มแข็งการเลิกยาเสพติดก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ทุกคนเมื่อไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว และสังคมได้ตามปกติ ไม่ถือว่ามีมณฑิลติดตัว

ในโอกาสนี้ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา ประสพดี , นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ และนางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมคณะ ได้นำผลไม้ไปฝากให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับประทานกันด้วย พร้อมกับมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับคณะวิทยากรที่มีจิตอาสาเข้ามาร่วมทำงานในครั้งนี้ด้วยความเสียสละและทุ่มเทเป็นอย่างดี รวมทั้งพระสงฆ์ที่ใช้หลักธรรม คำสอนทางพุทธศาสนามาสอนเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิตให้ปลอดยาเสพติดให้กับผู้เข้าอบรม           




สุรพล บุตรวงศ์ / ข่าว

ข่าวกีฬาศรีสะเกษ- สิงห์บั้งไฟโก้ ถูกเผาเกรียม คาถิ่น ลำดวนเพลิง

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 ก.ค.56 ศึกการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคตะวันออกฉัยงเหนือ คู่ที่ 116 เป็นการพบกันระหว่าง ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เปิดสนามศรีนครลำดวน ต้อนรับการมาเยือนของ สิงห์บั้งไฟโก้ ยโสธร ยูไนเต็ด โดยเกมส์การแข่งขันในครั้งนี้ มีแฟนบอลเจ้าถิ่น และแฟนบอลทีมเยือน เดินทางมาร่วมชมเกมส์การแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 1,607 คน สามารถเก็บบัตรผ่านประตูค่าเข้าชมเกมส์การแข่งขันและของที่ระลึกได้รวม 78,950 บาท

เริ่มเกมส์การแข่งขันในครึ่งเวลาแรก ศรีสะเกษ เป็นฝ่ายเขี่ยบอลก่อน และเปิดฉากทำเกมส์บุกใส่ยโสธร โดยมีโอกาสครอบครองบอลและจังหวะทำประตูได้หลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำประตูได้สำเร็จ ขณะที่ทางด้านยโสธร อาศัย จังหวะลูกโต้กลับไว และลูกยิงจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านมือนายทวารของ ศรีสะเกษ ไปได้ หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีม ไม่สามารถทำประตูได้ เสมอกันที่ 0 ประตูต่อ 0

เริ่มเกมส์ในครึ่งเวลาหลัง เป็นศรีสะเกษ ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน ในนาทีที่ 47 จากผู้เล่นหมายเลข 38 ปรีชา เขื่อนคำ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ขึ้นนำ ยโสธร ยูไนเต็ด 1 ประตูต่อ 0

ต่อในนาทีที่ 50 ศรีสะเกษ มาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะลูกโยนบอลยาว ปรีชา เขื่อนคำ ผู้เล่นศรีสะเกษ โหม่งบอลย้อนกลับมาหน้าประตู และเป็นผู้เล่นหมายเลข 9 จิรวัฒน์ ดาวขาว ดีดบอลเข้าประตูไป ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ ยโสธร ยูไนเต็ด 2 ประตูต่อ 0

ศรีสะเกษ มาได้ประตูที่ 3 ในนาทีที่ 59 จากจังหวะลูกโยนยาว ก่อนที่ ปรีชา เขื่อนคำ จะโหม่งบอลไปติดเซฟนายทวารของยโสธร และเป็น ผู้เล่นหมายเลข 9 จิรวัฒน์ ดาวขาว คนเดิม ที่เข้ามายิงบอลเข้าประตูไป ทำให้ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ ยโสธร ยูไนเต็ด ไป 3 ประตูต่อ 0

ในนาทีที่ 67 ศรีสะเกษ มาได้ประตูที่ 4 จากจังหวะที่ Jimmy Shola ชนกับนายทวารยโสธร หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนส่งบอลให้ ผู้เล่นหมายเลข 33 กิตติราช เสนาะ ยิงลูกปั่นไซค์อ้อมตัวกองหลัง ยโสธร เข้าประตุไปอย่างสวยงาม ศรีสะเกษ ยูไนเต้ด ขึ้นนำ ยโสธร ยูไนเต็ด 4 ประตูต่อ 0

ยโสธร มาทำประตูตีไข่แตกได้สำเร็จในนาทีที่ 82 จากผู้เล่นหมายเลข 13 ทศพล เทียมสิงห์ ที่ยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลย้อยผ่านมือผู้นายทวารศรีสะเกษ มุดเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ให้ยโสธร ยูไนเต็ด ตามหลัง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด อยู่ 1 ประตูต่อ 4

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ศรีสะเกษ มาได้ประตูย้ำชัยชนะ จากจังหวะที่ ปรีชา เขื่อนคำ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงประตู แต่ไม่ผ่านนายทวารยโสธร ไปได้ ก่อนที่ผู้เล่นหมายเลข 9 จิรวัฒน์ ดาวขาว จะเข้ามาโฉบบอล และยิงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม และเป็นการทำแฮตทริกของจิรวัฒน์ ดาวขาว ในการแข่งขันครั้งนี้

หมดเวลาการแข่งขัน ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ถล่ม ยโสธร ยูไนเต็ด ไป 5 ประตูต่อ 1 คว้า 3 แต้มในบ้านได้สำเร็จ

จังหวัดศรีสะเกษ เปิดศึกตบลูกยางคัดเลือกตัวแทนระดับจังหวัด ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อ เฟ้นหานักตบเยาวชนเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันในระดับประเทศ

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.ค.56 ที่อาคารศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา โรงเรียนสตรีสิริเกศ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดศึกการแข่งขันวอลเลย์บอล "วิทยุการบินฯ มินิวอลเลย์บอล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รอบคัดเลือกระดับจังหวัด ประจำปี 2556 ซึ่งศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ, สมาคมกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้จัดขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริม และสนับสุนนการกีฬาตามนโยบายของรัฐบาลและบริษัทฯ เป็นการกระจายโอกาสให้ยุวชนที่ด้อยโอกาสในการได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน ด้านกีฬาให้ได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาวอลเลย์บอล และเป็นการเสริมสร้างสุขภาพพลานามัย คุณธรรม จริยธรรม ความมีระเบียบวินัย ความมีน้ำใจนักกีฬา การรู้จักหน้าที่ มีความซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบและรู้จักทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพื่อเป็นการส่งเสริม และสนับสนุนให้ยุวชนได้มีโอกาสเข้าร่วม และได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันในระดับประเทศ โดยมีนายวุฒิชัย ชัยกิต ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ นำ เยาวชนนักกีฬาในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมการแข่งขัน

สำหรับการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันรอบแรก "รอบคัดเลือกระดับจังหวัด” โดยมีทีมนักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งสิ้น 28 ทีม แบ่งออกเป็นทีมหญิง 15 ทีม ทีมชาย 13 ทีม ทำการแข่งขันในระหว่างวันที่ 15 – 19 กรกฏาคม 2556 ณ อาคารศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ โรงเรียนสตรีสิริเกศ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ส่วนการจัดการแข่งขัน รอบแรก แบ่งออกเป็น 4 สาย จัดการแข่งขันแบบพบกันหมด รอบสอง แพ้คัดออก และรางวัลทีมชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 4,000 บาท พร้อมโล่ เหรียญรางวัล เกียรติบัตร และอุปกรณ์กีฬา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1. รับทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมโล่ เหรียญรางวัล เกียรติบัตร และอุปกรณ์ รองชนะเลิศอันดับ 2. รับทุนรางวัล 2,000 บาท พร้อมโล่ เหรียญรางวัล เกียรติบัตร และอุปกรณ์ และรองชนะเลิศอันดับ 3. รับทุนการศึกษา 1,000 บาท พร้อมโล่ เหรียญรางวัล เกียรติบัตร และอุปกรณ์กีฬา และเตรียมตัวเข้าสู่รอบสอง "รอบคับเลือกระดับภูมิภาค” ต่อไป

จังหวัดศรีสะเกษ จัดเวทีเสวนาระดมความคิด แก้ปัญหารุกที่ป่าตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 56 ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่อง มาจากพระราชดำริ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายประลอง ดำรงไทย ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาแก้ไขปัญหาป่าชุมชนอำเภอภูสิงห์ ภายใต้หัวข้อ อดีตที่ผ่านมา ปัญหาที่พบในปัจจุบัน วันเวลาที่จะไปข้างหน้า ซึ่งศูนย์ประสานงานป่าไม้ศรีสะเกษ ประสานความร่วมมือกับ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ และกลุ่มเครือผู้ร่วมอนุรักษ์ป่าไม้ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาการรุกพื้นที่ป่าไม้ ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนาย ชวน ธีรวุฒิอุดม หัวหน้าศูนย์ประสานงานป่าไม้ศรีสะเกษ พร้อมด้วย ประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอภูสิงห์ ร่วมเวทีเสวนาเพื่อระดมความคิดเห็นและหาทางออกของปัญหาดังกล่าว

นายประลอง กล่าวว่า ปัญหาเรื่่องการบุกรกุที่ป่าชุมชนและป่าสาธารณะรัฐบาล ได้ให้ความสนใจอย่างมาก โดยได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปักหลักดินแดนระหว่างพื้นที่ป่าให้ชัดเจน แต่ในหลักความเป็นจริงนั้น พื้นที่ป่าอย่างไรก็คือพื้นที่ป่า ซึ่งชาวบ้านจะมาอ้างว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของชาวบ้าน นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมีหลักฐานที่สามารถระบุชัดเจนแล้วว่า เป็นพื้นที่ป่าชุมชน หรือพื้นที่ป่าสงวน สำหรับในส่วนจุดใด ที่ไม่ถูกต้องหรือมีผลกระทบกับชาวบ้าน ก็ต้องเป็นส่วนที่แก้ไขกันต่อไป

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้ทำ แผนที่มาตรฐาน ซึ่งจะสามารถกำหนดขอบเขตของพื้นที่ป่าได้อย่างชัดเจน และเป็นแผนที่ ซึ่งสามารถใช่ร่วมกันได้ทั่วประเทศ ซึ่งหากมีผู้ใดที่ฝ่าฝืน หรือบุกรุกพื้นที่ป่า เจ้าหน้าของรัฐ ก็จะสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที





จิรภัทร หมายสุข /ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จัดพิธีมอบเทียนพรรษาพระราชทาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปี 2556 เพื่อนำไปถวายเทียนพรรษาแก่วัดต่างๆในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโปรดฯ ให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีมอบเทียนพรรษาพระราชทาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปี 2556 เพื่อนำไปถวายเทียนพรรษาแก่วัดต่างๆในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.ค. 56 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานมอบเทียนพรรษาพระราชทานในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยมีนายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนวัดต่างๆให้การต้อนรับ นายวิรอด กล่าวว่า สืบเนื่องจากมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ และคนไทยส่วนใหญ่ยึดธรรมะเป็นหลักนากรดำเนินชีวิต โดยทรงให้จัดตั้งโครงการ "หนึ่งใจ...ให้ธรรมะ” ขึ้น ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เรียนรู้หลักธรรม คำสอนของพระพุทธศาสนาสามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง และในปีนี้ ทรงโปรดฯ ให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีมอบเทียนพรรษาพระราชทาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประจำปี 2556 เพื่อนำไปถวายเทียนพรรษาแก่วัดต่างๆในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ทั้งนี้ สำหรับพิธีมอบเทียนพรรษาพระราชทานฯในครั้งนี้ จังหวัดศรีสะเกษได้รับพระราชทานเทียนพรรษา จำนวนทั้งสิ้น 36 วัด และได้คัดเลือกวัดที่จะถวายเทียนพรรษาพระราชทานฯ ประกอบด้วย พระอารามหลวง 3 แห่ง ได้แก่ วัดหลวงสุมังคราราม, วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม และวัดมหาพุทธรราม วัดเจ้าคณะผู้ปกครองทั้งสองนิกาย 33 วัด