วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดขอนแก่นออกหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามนโยบายรัฐบาล

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาด องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนออกพื้นที่ให้บริการประชาชนตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่หรือ "หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นห่วงเป็นใยประชาชนจึงมอบหมายให้ทุกจังหวัดจัดหน่วยเคลื่อนที่ออกไปบริการกับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้นำหน่วยบริการมาที่สนามโรงเรียนบ้านก้านเหลือง ตำบลก้านเหลือง อำเภอแวงน้อย เป็นการนำหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ออกให้บริการประชาชนถึง หมู่บ้าน ตำบล เพื่อเป็นการช่วยเหลือ บรรเทา และแบ่งเบาภาระของประชาชนในการไปติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงานของรัฐ อันเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดเวลา นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ออกให้บริการยังจะได้รับทราบปัญหา ความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชน เพื่อนำมาหาแนวทางช่วยเหลือแก้ไข การออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่เป็นการบูรณาการของทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น ออกให้บริการประชาชน ไปให้คำปรึกษาปัญหาต่าง ๆ การให้ความรู้ในการส่งเสริมอาชีพ แนะแนวอาชีพให้คำปรึกษากฎหมายแรงงานการรับสมัครลงทะเบียนไปทำงานต่างประเทศ การมอบสิ่งของยังชีพที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้กับผู้ด้อยโอกาส การ ตลอดจนการบริการ ตัดผมเสริมสวย การซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ การนำหน่วยแพทย์หน่วยทันตกรรมไปรักษาชาวบ้าน หน่วยปศุสัตว์ไปรักษาสัตว์ เกษตรนำต้นไม้ไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่ป่า งานนี้มีประชาชนในพื้นที่อำเภอแวงน้อยและอำเภอใกล้เคียงมารับบริการกว่า 1,000 คน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำชาวขอนแก่นเวียนเทียนรอบองค์พระประธานพุทธมณฑลอีสาน

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยนางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนำพุทธศาสนิกชนชาวพุทธร่วมพิธีถวายตนเป็นพุทธมามกะพร้อมด้วยฟังธรรมมะจากพระเทพกิตติรังษี เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น จากนั้นก็นำเวียนเทียนรอบองค์พระประธานพุทธมณฑลอีสาน ซึ่งงานนี้มีชาวพุทธร่วมงานจำนวนมาก

ชัยภูมิคุมเข้ม 90 วันอันตราย ร่วมต้านภัย ไม่ตายด้วยไข้เลือดออก

ผู้ว่าฯ เร่งรัดให้ทุกหน่วยงาน รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ตามมาตรการ 90 วันอันตราย ร่วมต้านภัย ไม่ตายด้วยไข้เลือดออก หลังสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย มีความรุนแรงขึ้น

สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในส่วนของจังหวัดชัยภูมิ ห้วงวันที่ 14 -20 กรกฎาคม 2556 มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 62 ราย พบมากในอำเภอเมือง 15 ราย หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ อำเภอละ 9 ราย ภูเขียว 7 ราย เทพสถิต 5 ราย ภักดีชุมพล 4 ราย นอกนั้นอำเภอละ 1-3 ราย ยอดสะสมมาตั้งแต่ต้นปี 2556 ถึงปัจจุบัน ในจังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วยแล้ว 857 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 75.85 ต่อแสนประชากร สูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี แต่ยังต่ำกว่าระดับประเทศ ,ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบในทุกกลุ่มอายุ มีหมู่บ้านที่เกิดโรคแล้ว 16 อำเภอ 103 ตำบล 443 หมู่บ้าน ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ตามเพื่อ ให้การดำเนินการป้องกันโรค เป็นไปอย่างเข้มข้น นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาระดมสมอง เพื่อกำหนดกิจกรรม ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เป็นการบูรณาการ การทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกันทั้งจังหวัด เป้าหมายในพื้นที่เกิดโรค 4 สัปดาห์ย้อนหลัง ซึ่งจากการเฝ้าระวังพบว่าในห้วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีพื้นที่เกิดโรค 159 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นพื้นที่เกิดโรคใหม่ 91 หมู่บ้าน เกิดโรคต่อเนื่อง 47 หมู่บ้าน และเป็นพื้นที่สงบ แล้วเกิดใหม่อีก 21 หมู่บ้าน




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

จังหวัดชัยภูมิเร่งเปิดทางระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังในตัวเมือง

จังหวัดชัยภูมิตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันน้ำท่วม หลังกรมอุตุนิยมประกาศเตือนภาวะน้ำท่วม จากฝนตกหนัก ในระยะ 1-2 วันนี้ พร้อมเร่งเปิดทางระบายน้ำออกจากตัวเมือง

อิทธิพลของ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในพื้นที่ชัยภูมิ มีฝนหรือฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในตัวเมือง นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงไปสำรวจทางน้ำ ในลำห้วยเสว (อ่านว่า เ-ส-ว) ซึ่งอยู่ระหว่าก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองชัยภูมิ ระยะที่ 1 งบประมาณ 150 ล้านบาท บางจุดผู้รับเหมา นำดินมาวางกีดขวางทางน้ำ ต้องรับนำรถแบ๊คโฮล์ มาขุดเพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า พื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีสภาพเป็นแอ่งกระทะ ถ้ามีฝนตกหนัก 70 มิลิลเมตรขึ้นไป จะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง ไหลลงสู่แม่น้ำชี ขณะนี้รัฐบาลให้งบประมาณเพื่อก่อสร้างทางระบายน้ำ ตามลำห้วยเสว ซึ่งยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง เมื่อคืนที่ผ่านมา ฝนตกหนักถึง 142 ม.ม. ทำให้การระบายน้ำล่าช้า แต่ก็สามารถระบายน้ำออกไปหมดก่อนรุ่งสางวันนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ได้ตั้งกองอำนวยการเฉพาะกิจป้องกันน้ำท่วม ตรงนี้เน้นการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การรายงาน และการเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัย โดยภาพรวมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิขณะนี้ยังประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง และภาวะน้ำท่วมขัง ส่วนตามเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ มีน้ำประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ยังสามารถรับน้ำได้อีกมาก




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล / ข่าว

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของยังชีพพระราชทานช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 24 ก.ค. 56  เวลา 13.30 น. ที่วัดหงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายพร อุดมพงษ์ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยน้ำ ท่วมในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 1,500 ชุด จากนั้นคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ได้เดินทางไปที่หอประชุมอำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อมอบสิ่งของยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่อีกจำนวน 500 ชุด หลังจากที่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาได้มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา 1 เทศบาล 3 ตำบล ได้แก่ เทศบาลนครนครราชสีมา ตำบลหัวทะเล ตำบลหนองบัวศาลา และตำบลหนองไผ่ล้อม และที่อำเภอบัวใหญ่ เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองบัวใหญ่ ได้แก่ หมู่บ้านสันติรัตน์ หมู่บ้านโนนสำราญ และหมู่บ้านหนองขาม ส่งผลให้ราษฎรจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ดังกล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดโครงการสร้างเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

วันที่ 24 ก.ค. 56  เวลา 10.00 น.   ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีมอบแว่นสายตา พันธุ์ปลา กล้าไม้ และถุงยังชีพให้กับผู้สูงอายุและผู้นำชุมชนในพื้นที่ ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พร้อมมอบนโยบายให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตามโครงการสร้างเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ของจังหวัดนครราชสีมา ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านตะบอง ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา สำหรับกิจกรรมภายในงานโครงการสร้างเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในครั้งนี้ ได้มีการออกให้บริการการทำหมันสัตว์ การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษาและแนะนำด้านต่างๆจากหน่วยงานราชการ การสอนทักษะอาชีพจากงานหัตถกรรม และเกษตรกรรม เป็นต้น โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ร่วมงานกว่า1,000 คน ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก ความรู้รัก สามัคคี และสมานฉันท์ของคนในพื้นที่ ให้ส่วนราชการได้รับทราบปัญหาความต้องการที่แท้จริง เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐกับประชาชน 

ขบวนต้นเทียน จากวัดใหม่สระประทุม คว้ารางวัลชนะเลิศ 9 ปี ซ้อน พร้อมถ้วยพระราชทานและเงินรางวัล ในงานแห่เทียนพรรษาโคราช

ช่วงค่ำวันที่ 23 ก.ค. 56 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดขบวนต้นเทียนพรรษาและขบวนแห่เทียน พรรษาของจังหวัดนครราชสีมา ในงานเสริมบุญ สร้างบารมี แห่เทียนโคราช ประจำปี 2556 ซึ่งปีนี้มีขบวนต้นเทียนเข้าร่วมประกวดทั้งหมดมากถึง 56 ขบวน และ มีขบวนแห่เทียนพรรษา เข้าร่วมประกวดจำนวน กว่า 11 ขบวน สำหรับผลการประกวดขบวนต้นเทียนพรรษา จ.นครราชสีมา ประจำปี 2556 ปรากฏว่า ขบวนต้นเทียนพรรษาวัดใหม่สระประทุม อ.โชคชัย คว้ารางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภท ก. (ขบวนต้นเทียนขนาดใหญ่) เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลเงินสด 130,000 แสนบาท โดยขบวนเทียนของวัดใหม่สระประทุม เป็นขบวนเทียนเรื่องราวพุทธประวัติ ส่วนที่รางวัลอันดับที่ 2 ได้แก่ ต้นเทียนของวัดโบสถ์คงคาล้อม อ.โชคชัย และ รางวัลอันดับที่ 3 ได้แก่ วัดนอก อ.โชคชัย ได้รับใบประกาศและเงินรางวัล ส่วนผลการประกวดประเภท ข. (ขบวนต้นเทียนขนาดกลาง) ขบวนต้นเทียนจากวัดบูรพาพิมล อ.พิมาย คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินสด 100,000 บาท ส่วนรางวัลอันดับที่ 2 ได้แก่ วัดใหม่ประตูชัย อ.พิมาย และรางวัลอันดับที่ 3 เทศบาลตำบลแหลมทอง อ.หนองบุญมาก ได้รับใบประกาศพร้อมเงินรางวัล ส่วนผลการประกวดขบวนแห่เทียนพรรษา วัดโบสถ์ อ.โชคชัย คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 

สหกรณ์ฯ ตร.มหาสารคาม นำสิ่งดีสู่สังคม มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสมาชิก

สหกรณ์ออมทรัพย์ ตำรวจมหาสารคาม จำกัด จัดสรรผลกำไรในการดำเนินกิจกรรม มอบเป็นทุนการศึกษาแก่บุตรหลานสมาชิก รวม 223 ทุน เป็นเงิน 424,400 บาท

พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษา ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ตำรวจมหาสารคาม จำกัด ได้จัดสรรผลกำไรในการดำเนินกิจกรรม มอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ตำรวจมหาสารคาม จำกัดเพื่อเป็นการแบ่งภาระให้แก่ผู้ปกครอง โดยทุนดังกล่าวมีจำนวน 223 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 424,4000 บาท

ทั้งนี้ ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรทุนการศึกษาดังกล่าว จำนวน 27 ทุน ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา 7 ทุน ๆ ละ 1,500 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 7 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 9 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท และระดับอุดมศึกษา จำนวน 4 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม บำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด

เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมค่ายบำบัดและพื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติด โดยใช้เวลา 10 วัน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ พร้อมฝึกทักษะด้านอาชีพ ให้ผู้ต้องขังสามารถวางแผนการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษไปแล้ว
 
ระหว่างวันที่ 11-26 กรกฎาคม 2556 นายสุชาติ แก้วอ้น ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม นำผู้ต้องขัง ชาย-หญิง ที่ต้องโทษในคดียาเสพติด และเป็นผู้ต้องขังที่มีประวัติการเสพยาเหลือโทษจำคุกต่อไปไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน จำนวน 100 คน มาเข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามโครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดในเรือนจำจังหวัด มหาสารคาม โดยมีวิทยากรกระบวนการจังหวัดมหาสารคาม มาให้ความรู้ ตั้งแต่กระบวนการบำบัด ฝึกทักษะชีวิต การสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนทัศนคติ การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การฝึกอาชีพระยะสั้น โดยหวังให้ผู้เข้ารับการบำบัดสามารถวางแผนการดำเนินชีวิตของตนเองได้ภายหลัง การพ้นโทษแล้ว
 
ด้านนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวกับผู้ต้องขังที่มาเข้ารับการบำบัดในครั้งนี้ ว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล โดยยึดแนวทางผู้เสพคือผู้ป่วย ต้องได้รับการบำบัด รักษา ผู้ค้าต้องได้รับการลงโทษโดยเด็ดขาด ดังนั้น ขอให้ผู้ที่เข้ารับการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพครั้งนี้ ตั้งใจเรียนรู้จากวิทยากร นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ภายหลังพ้นโทษแล้ว พร้อมกลับตัวเป็นพลเมืองดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

นายกรัฐมนตรีเปิดการสัมมนามอบนโยบายแก่ กธจ. จากทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (กธจ.) จากทั่วประเทศในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสไร้ทุจริต

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมาที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดสัมมนาเพื่อมอบนโยบายของรัฐบาลให้แก่คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายดังกล่าว ให้แก่ ก.ธ.จ. ชุดที่ 2 ที่เพิ่งได้รับการสรรหาเข้ามาทำหน้าที่ โดย ก..จ. ชุดแรกดำรงตำแหน่งครบวาระ 3 ปี แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของ ก.ธ.จ. มีความชัดเจน และเพื่อพัฒนาให้ ก.ธ.จ. เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้แก่หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดปฏิบัติงานโดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

จากที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ทุกภาคส่วนได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ทั้งในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีความตื่นตัวและคาดหวังในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น หรือมีการออกกฎระเบียบ และสร้างกลไกขึ้นมา เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในภาคส่วนต่างๆ แต่ในสภาพความเป็นจริง การบริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชนยังมีปัญหาในเรื่องการขาดธรรมาภิบาล และความโปร่งใส ก.ธ.จ. ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนภาคประชาสังคม ภาคสมาชิกสภาท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน จึงถือเป็นตัวแทนภาคประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ดังนั้น ความสำเร็จในการทำงานของ ก.ธ.จ. จะสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคประชาชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการสอดส่อง และเสนอแนะหน่วยงานภาครัฐให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความโปร่งใส มีความคุ้มค่า และสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดจะเป็นกลไกสำคัญในการทำให้เกิดความสำเร็จของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งความสำเร็จนี้จะก่อให้เกิดการสร้างระบบธรรมาภิบาลขึ้นในหน่วยงานภาครัฐ อันจะส่งผลถึงการสอนองตอบต่อความต้องการและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีกทางหนึ่ง




สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์

ขนส่งจังหวัดมุกดาหารจัดโครงการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการสวมใส่หมวกกันน็อก ๑๐๐% ประจำปี ๒๕๕๖

นายโอภาส พิเศษสกุลวงศ์ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดมุกดาหารจัดโครงการขับขี่ปลอดภัย ด้วยการสวมใส่หมวกกันน็อก ๑๐๐%จังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ มีกิจกรรมอบรมให้ความรู้เด็กนักเรียนเกี่ยวกับการขับขี่รถที่ถูกต้อง สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน ใบอนุญาตขับขี่สำคัญหรือไม่ และให้ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ การขับขี่ปลอดภัยไม่ถูกจับ รุ่นละ ๑๐๐ คน รวม ๑๐ รุ่น รุ่นที่ ๑ เริ่มอบรมตั้งแต่วันที ๒๔ –๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร





สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดพิธีถวายเทียนจำนำพรรษาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีและพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖

นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีถวายเทียนจำพรรษาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ โดมีพระเดชพระคุณ พระรัตโนภาสวิมล เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร กล่าวสัมโมทนียกถา ณ วัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การถวายเทียนจำนำพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเทียนพรรษา ซึ่งทรงพระราชอุทิศเพื่อจุดบูชาพระรัตนตรัยและพุทธเจดีย์สถาน ตามพระอารามหลวง ซึ่งวัดศรีบุญเรือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เป็นวัดหนึ่งที่ได้รับพระราชทานเทียนพรรษา โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีได้พระราชทานเทียนจำนำพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ "หนึ่งใจ...ให้ธรรมะ”ของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์  อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

บั้งไฟน้อยงานบุญหลวงผีตาโขนระเบิดเจ็บหนึ่ง

ร.ต.อ.บุญเลิศ รัตนเมือง ร้อยเวนสอบสวน สภ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้รับแจ้งมีเหตุบั้งไฟน้อยระเบิด ที่งานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน บ้านหนามแท่ง ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หลังได้รับแจ้งได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุทันที ที่เกิดเหตุภายในหมู่บ้านได้จัดให้มีงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน ประจำหมู่บ้านหนามแท่ง พบว่าผู้ได้รับเจ็บมีชาวบ้านนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อภายหลังนางสาวอุษา อาชมไชย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 546/12 ตำบลเมืองคง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายยังไม่ทราบอาการ สอบสวนทราบว่าบ้านหนามแท่ง ได้จัดงานประเพณีบุญหลวงผีตาโขน ขึ้นประจำทุกปี โดยในปีนี้ได้จัดงานให้มีการแข่งบั้งไฟน้อย ได้จุดบั้งไฟโดยถือไว้ในมือ ขณะที่จุดผู้ถือบั้งไฟทนความร้อนไม่ไหว ได้โยนบั้งไฟน้อยทิ้ง ทำให้บั้งไฟที่กำลังลุกไหม้ ได้วิ่งพุ่งเข้าใส่ชาวบ้านที่มามุงดู จนทำให้บั้งไฟน้อยระเบิด ทำให้นางสาวอุษาฯ ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ผู้กองปูเค็มจัดตั้ง “กองพันนิรนามเลย”

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รายงานว่า ที่ถนนคู่ขนาน หน้าศาลากลาง จ.เลย ตรงข้าม ร.พ.เลย เขตเทศบาลเมืองเลย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย กลุ่มคนหน้ากากขาว จังหวัดเลย จำนวน 300 คน จัดชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณ โดยมี พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ และ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม เดินทางมาร่วมเวทีต่อต้านระบอบทักษิณ พร้อมจัดตั้ง "กองพันนิรนาม” กองพันแรก จังหวัดแรกของประเทศไทย พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ผู้หนึ่งที่มีความมุ่งมั่นต่อต้านระบอบทักษิณ กล่าวว่า ในวันนี้ จังหวัดเลย จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าแรกกับการเมืองไทย โดยเป็นจังหวัดแรก ที่จัดตั้ง "กองพันนิรนาม” กองพันแรกของประเทศไทย ด้านผู้กองปู กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อจัดตั้งกองทัพนิรนาม ที่เป็นกองกำลังของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการปกครองบ้านเมืองภายใต้ระบอบทักษิณ ซึ่งจังหวัดเลย เป็นกองทัพแรกที่เข้ามาจัดตั้ง เพื่อมาสลายสีต่างๆ ที่มีแนวความคิดแตกแยกกัน โดยเฉพาะสีแดง ซึ่งเป็นคนไทยเหมือนกัน ถ้าไม่มีสีแดงคอยหนุนระบอบทักษิณจะล่มสลายไปทันที ดังนั้นจะสลายสีแดง เพื่อมาหลอมรวมกับทักษิณ เพื่อโค่นระบอบทักษิณอย่างยั่งยืน เพื่อให้สังคมรับรู้ว่า มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ต้องการระบอบทักษิณ ไม่ยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจ ที่เต็มไปด้วยการทุจริต คอรัปชั่นมากมาย ทำลายประเทศชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยจะเดินทางไปจัดตั้งกองทัพนิรนามตามจังหวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม หลังกล่าว... ต่อผู้มาชุมนุม ได้ทำพิธีจัดตั้งกองพันนิรนาม โดย ร.อ.ทรงกลด ฯ ได้มอบธงกองทัพนิรนามให้กับ พ.จ.อ.วันชัย สุนทร ทหารนอกราชการ ในฐานะตัวแทนของจังหวัดเลย และได้นำประชาชนเดินขบวนสวนสนามผ่านหน้าศาลากลางจังหวัด ก่อนยุติการชุมนุม ในเวลา 18.30 น.

รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นผู้แทนพระองค์ถวายเทียนเข้าพรรษาพระราชทานที่วัดโนนกุดหล่ม

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2556 เวลา 11.00 น. ที่วัดโนนกุดหล่ม บ้านโนนสังข์ ตำบลโพนเขวา อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ได้นำพุทธศาสนิกชนบ้านโนนสังข์และใกล้เคียง ในเขตตำบลโพนเขวา ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร โดยมีพระครูจารุธรรมภิมล เจ้าอาวาสวัดโนนกุดหล่ม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระภิกษุสามเณรออกรับบิณฑบาต เพื่อให้พุทธศาสนิกชนบ้านโนนสังข์และใกล้เคียง ในเขตตำบลโพนเขวา ไดร่วมทำบุญอุทิสกุศลให้บรรพบุรุษเนื่องในโอกาสเทศกาลเข้าพรรษาประจำปี 2556 หลังจากนั้นนายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้นำพุทธศาสนิกชนบ้านโนนสังข์และใกล้เคียง เป็นผู้แทนถวายเทียนพรรษาพระราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยมีพระครูจารุธรรมภิมล เจ้าอาวาสวัดโนนกุดหล่ม ประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระภิกษุสามเณร รับถวายเทียนพรรษาพระราชทาน 

จังหวัดศรีสะเกษ จัดเวทีระดมความคิด พลังสตรีสร้างประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 56 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นางลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนา พลังสตรีสร้างประชาธิปไตย ซึ่งชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย , ชมรมเสียงสตรีจังหวัดศรีสะเกษ , เครือข่ายองค์กรสตรี และ องค์การสื่อสารวิทยุชุมชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเผยแพร่ยุทธศาสตร์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมร่วมรับฟังความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

นางลดาวัลย์ กล่าวว่า นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข และอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะหัวใจที่สำคัญ คือต้องเน้นการส่งเสริมความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ดังนั้นอยากเรียกร้องให้สตรีให้ความสำคัญการส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย เพราะปัจจุบันในประเทศของเรา ซึ่งมีผู้หญิงอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทย แต่พบว่าผู้หญิงบางส่วนยังต้องประสบกับปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การตกเป็นเหยื่อ ของการกระทำความรุนแรง การถูกเลือกปฏิบัติ และการขาดโอกาสในการเข้าไปมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหาร ซึ่งบางส่วนเกิดจากการที่สังคม ยังขาดการยอมรับในศักยภาพบทบาทของผู้หญิง ตลอดจนผู้หญิงเองยังไม่กล้าที่จะเข้ามามีบทบาทในสังคมมากนัก จึงทำให้กระบวนการ พัฒนาต่าง ๆ ในประเทศเราจึงขาดมุมมองในมิติของผู้หญิง

ผู้ช่วยรัฐมนตรี สธ. นำขบวนปั่นจักรยานรณรงค์ไข้เลือดออกตลาดอรัญประเทศ

เมื่อ23 กรกฎาคม 2556 นายแพทย์วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์ธวัชชัย กมลธรรม ผู้ตรวจราชการสาธารณสุข เครือข่ายบริการที่ 6 และคณะผู้บริหารจากจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ ได้ปั่นจักรยานนำขบวนรณรงค์ป้องกันไข้เลือดออกภายในตลาดอรัญประเทศ ไปยังบ้านนายสมยศ โชติสวัสดิ์ ประธานชุมชนบ้านวัดหลวง ซึ่งเป็นตัวอย่างปลอดลูกน้ำยุงลาย โดยมีนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอรัญญประเทศ และชาวบ้านในชุมชนให้การต้อนรับ

นาย แพทย์วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับทุกจังหวัดเข้มข้นการควบคุมการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกโดยใช้ มาตรการ 3-3-1 คือ หลังโรงพยาบาลพบผู้ป่วยให้รายงานโรคให้หน่วยควบคุมโรคของพื้นที่ภายใน 3 ชั่วโมง และให้หน่วยควบคุมโรคกำชับให้อสม.ลงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายที่ บ้าน ชุมชนผู้ป่วยภายใน 3 ชั่วโมง และส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วหรือเอสอาร์อาร์ที ลงพื้นที่ควบคุมโรคภายใน 1 วัน เพื่อจำกัดวงแพร่ระบาดได้รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถควบคุมโรคได้ดีขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือพื้นที่พิเศษคือที่โรงเรียน โรงพยาบาล ผลสำรวจล่าสุดพบมีโรงเรียนร้อยละ 45 และโรงพยาบาลร้อยละ 29 ยังมีลูกน้ำยุงลาย ได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ลดจำนวนยุงลาย ซึ่งเป็นตัวการแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง หากทุกภาคส่วน ทั้งที่บ้าน โรงเรียน วัด ที่ทำงาน ร่วมมือกัน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มั่นใจว่าจะลดจำนวนการป่วยของประชาชนได้อย่างแน่นอน

นาย แพทย์สมยศ ศรีจารนัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดสระแก้ว ว่า ช่วงเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง พบจำนวนผู้ป่วยในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 22 ก.ค. 56 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 326 ราย อัตราป่วย 59.75 ต่อแสนประชากร ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ยังไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิต พบผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ที่อำเภอโคกสูง รองลงมาได้แก่ อำเภออรัญประเทศ วัฒนานคร วังสมบูรณ์ และอำเภอตาพระยา กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือกลุ่มอายุ 15-24 ปี ทั้งนี้ อยากจะขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดโรคไข้เลือดออก ด้วยมาตรการ 5ป 1ข ได้แก่ ปิดฝาภาชนะกักเก็บน้ำทุกชนิด เปลี่ยนน้ำทุกๆ 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะกักเก็บน้ำ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปฏิบัติเป็นประจำให้เป็นนิสัย และ 1ข คือ ขัดภาชนะที่อาจมีคราบไข่ยุงเกาะอยู่ ยุงลายเป็นยุงที่ออกหากินเวลากลางวัน ดังนั้นผู้ที่นอนในช่วงช่วงกลางวันต้องนอนในมุ้ง หรือนอนในห้องที่มีมุ้งลวดไม่ว่าจะอยู่บนตึกสูงหลายชั้นหรือที่บ้าน เพื่อป้องกันยุงลายกัด สำหรับการพ่นสารเคมีนั้น จะใช้เมื่อมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก เพื่อฆ่าทำลายกำจัดยุงลายตัวโตเต็มวัยที่มีเชื้อไข้เลือดออก โดยพ่นในรัศมี 100 เมตรรอบๆบ้านผู้ป่วยและชุมชน ป้องกันไม่ให้ไปกัดคนอื่นและไม่ให้ไปวางไข่แพร่พันธุ์ต่อ ในส่วนการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้น มีการจัด Dengue Conner รวมผู้ป่วยไข้เลือดออกไว้บริเวณเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการดูแลผู้ป่วย แยกผู้ป่วยตามความรุนแรง โดยใช้ธงสีเป็นสัญลักษณ์ เหลือง แดง เขียว ธงเหลือง หมายถึงผู้ป่วยระยะแรก ธงแดง หมายถึง ผู้ป่วยระยะที่ 2 หรือปลายระยะที่ 1 ธงเขียว หมายถึง ผู้ป่วยระยะพักฟื้น และทายากันยุงให้ผู้ป่วย เพื่อป้องกันยุงมากัดผู้ป่วยแล้วแพร่เชื้อไปยังคนอื่น

เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ ยื่นหนังสือขอให้แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ

เกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ขอให้แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ

ที่จังหวัดอำนาจเจริญ  วันที่ 24 ก.ค. 56 เวลา 10.00 น. เครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ  นำโดยนายชัชชัย  สินไชย  ประธานคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ ได้นำเกษตรกรชาวสวนยาง กว่า 200 คน เดินทางมาชุมนุมร้องเรียนและยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ และยังมีแนวโน้มที่จะต่ำลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัญหาและสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ โดยมีนายอภิชาติ  งามกมล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นผู้รับหนังสือจากนายชัชชัย  สินไชย  ประธานคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยาง โดยขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำภายใน 15 วัน ถ้ายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จเครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ จะนำเกษตรกรชาวสวนยาง เดินทางมาชุมนุมร้องเรียนที่ศาลากลางอีกครั้ง

นายชัชชัย  สินไชย กล่าว่าคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (คชยท.) ได้มีมติในการประชุม คณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2556 ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางระดับเขต ภาคใต้ 3 เขต ครั้งที่ 4/2556 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556  ณ  ห้องประชุมท่าวัง 1  โรงแรมวังใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี   ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นมาตรการเร่งด่วน ดังนี้ กำหนดราคายางพาราขั้นต่ำ  ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 ราคา 101 บาท/กิโลกรัม  ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ราคา 92 บาท/กิโลกรัม  ราคาน้ำยางสด ราคา 81 บาท/กิโลกรัม และราคายางก้อนถ้วย 100 เปอร์เซ็นต์ ราคา 83 บาท/กิโลกรัม และขอให้รัฐบาลบริหารจัดการยางพาราในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางในสต๊อค จำนวน 2 แสนตันที่มีอยู่โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ราคายางเกิดการขยับตัวสูงขึ้น

นายอภิชาติ  งามกมล  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้กล่าวกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอำนาจเจริญ ว่า ทางจังหวัดจะเร่งดำเนินการส่งหนังสือให้ถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร็วที่สุด เพื่อให้รัฐบาลสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศที่ได้รับความเดือดร้อนได้ทันตามความประสงค์ ส่วนจะได้ทันตามเวลาหรือไม่นั้นไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากรัฐบาลเป็น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการเอง




จรูญ  พิตะพันธ์  ข่าว / ภาพ
สุรพล  บุตรวงศ์ / บก.ข่าว

ปลูกเสริมป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ

มณฑลทหารบกที่ 24 ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี อำเภอหนองวัวซอ จัดพิธีปลูกเสริมป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2556 ณ เขตป่าสงวนแห่งชาติหมากหญ้า ตำบลอูบมุง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

เช้าวันที่ ( 24 ก.ค. 56 ) ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติหมากหญ้า นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีปลูกป่า โครงการปลูกเสริมป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2556 โดยมีพันเอกโสภณ จันทร์เปรม รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 นายโชคชัย วัฒนกูล นายอำเภอหนองวัวซอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชน เยาวชน และนักเรียนในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอร่วมพิธี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้นำพสกนิกรร่วมถวายราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แจกกล้าไม้แก่หน่วยงาน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่ง ผู้นำชุมชน และนักเรียนในพื้นที่

พันโท วุฒิชัย สุคนธวัฒน์ รองหัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 24 กล่าวว่า กองทัพบก ได้จัดทำโครงการ"ปลูกเสริมป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติฯ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 เป็นการสนองพระราชเสาวนีย์ ในการดูแลพื้นที่ป่าต้นน้ำ ลุ่มน้ำ โดยการควบคุมดุลภาพของระบบนิเวศ สร้างความชุ่มชื้นให้แก่แผ่นดิน ควบคุมปริมาณการไหลของน้ำในแหล่งธรรมชาติ ลดความแปรปรวนของอากาศ และสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อน ตลอดจนป้องกันอุทกภัยและป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมทั้งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของมนุษย์

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า นับว่าเป็นโอกาสอันดีของเราทุกคน ที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีถวายเป็นพระราชกุศล สนองพระราชดำริด้วยความปลื้มปีติ รวมถึง การปลูกจิตสำนึกให้ทุกคน/ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร เพื่อประโยชน์นานัปการที่จะส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมของโลก โดยเฉพาะการบรรเทาความรุนแรงของปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต /ที่ก่อให้เกิด วิกฤตการณ์ต่างๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์ รวมถึงพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ เป็นอย่างมาก ดังนั้นการปลูกเสริมป่าต้นน้ำ ในวันนี้ จึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าวเราควรภาคภูมิใจที่ ได้มีส่วนร่วในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำขอให้ทุกคนได้ช่วยกันดูแลรักษาต้นไม้เหล่านี้ให้เจริญงอกงาม ให้ได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตข้างหน้าอย่างแท้จริง เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของประเทศชาติ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน ให้มี ความสุขตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

โดยไม่คิดมูล พร้อมมอบอุปกรณ์กีฬาแก่ โรงเรียนบ้านอูบมุง โรงเรียนบ้านห้วยไร่และโรงเรียนบ้านดงผักหอม ในโอกาสดังกล่าวด้วย




ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ
ทีมข่าว ส.ปชส.อด.

กลุ่มสมาชิก เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี ยืนหนังสือผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ

วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณหน้าศาสนากลางจังหวัดอุบลราชธานี ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยสมาชิกเกษตรกรประมาณ 300 คน เดินทาง เพื่อยืนหนังสื่อเอกสารผ่านถึงรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผ่านนายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขราคายางพาราตกต่ำจากภาวการณ์ตลาดราคายางตกต่ำ โดยได้ยื่นข้อเสนอราคายางให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน คือ ยางแผ่นรมควันชั้น3ราคา101บาท/กก ยางแผ่นดิบคุณภาพ3ราคา/92บาท/กิโลกรัม น้ำยางสดราคา 81บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 100%ราคา 83 บาท/ กิโลกรัม โดยผู้ชุมนุมได้ให้เวลาดำเนินการ 15 วันนับที่ยื่นหนังสือเอกสาร

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่ายืนยัน กับตัวแทนและสมาชิกเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี โดยจะเร่งการดำเนินการส่งเอกสารเพื่อได้นำเสนอปัญหาเหล่านี้ต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยเร่ง ด่วน ให้รัฐบาลทราบจึงสร้างความพอใจให้กับกลุ่มสมัชชาเกษตรกรสวนยางจังหวัด อุบลราชธานี เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น. ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน.




 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย / ข่าว

ทองปัก ทวีสุข / ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย สาขาเขื่องใน

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย สาขาเขื่องใน สาขาลำดับที่ 1139 เพื่อให้บริการทางการเงิน แก่พ่อค้า ประชาชน และ ข้าราชการ ในอำเภอเขื่องใน และอำเภอใกล้เคียง

วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิด ที่ทำการ ธนาคารกรุงไทย สาขาเขื่องใน ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 1139 โดย มีนายสุทธิ หัตถกิจโกศล ผู้จัดการสำนักงานเขต สำนักงานเขตอุบลราชธานี 1 กล่าวรายถึงวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ เพื่อ เป็นการให้บริการ และ ให้คำปรึกษา ในด้านการเงิน แก่พ่อค้า ประชาชน และ ข้าราชการ ในพื้นที่อำเภอเขื่องใน และ อำเภอใกล้เคียง สำหรับ ธนาคารกรุงไทย สาขาเขื่องใน ตั้งอยู่ ถนนแจ้งสนิท ตรงข้ามกับ ตลาดสดอำเภอเขื่องใน เปิดให้บริการ ในวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ถึง 16.30 น. มีนายสมบัติ ปรีดาสันติ์ เป็นผู้จัดการอาวุโส สาขาเขื่องใน


สำหรับ ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศ ประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 มีนโยบายหลัก คือ การเพิ่มศักยภาพเพื่อให้บริการตามความต้องการของลูกค้า ทั้งภาครัฐ และเอกชน โดนดำเนินการปรับปรุงระบบงาน การพัฒนาพนักงานให้มีคุณภาพ การปรับปรุงสำนักงานสาขา การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย ยังมีนโยบาลจะขยายเครือข่าย และ ช่องทางการให้บริการลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายด้วย





จักรกฤษณ์ มาลาสาย / ข่าว
ทองปัก ทวีสุข / ภาพ

ผลการประกวดต้นเทียนพรรษา งานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2556

ในการจัดงานครั้งนี้ จังหวัดได้กำหนดให้มีการประกวดการจัดทำต้นเทียนประเภทแกะสลัก ติดพิมพ์ เทียนโบราณ และต้นเทียนประเภทศิลปินรุ่นใหม่สืบสานตำนานเทียนอุบลราชธานี ในวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2556 ซึ่งคณะกรรมการตัดสินได้ตรวจสอบ และปรากฏผลการตัดสินการประกวดต้นเทียนพรรษา ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2556
ผลการประกวดต้นเทียนพรรษา
 
1. ประเภทแกะสลัก ขนาดใหญ่
ชนะเลิศ                     ได้แก่ วัดพระธาตุหนองบัว
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่  อำเภอบุณฑริก
รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  อำเภอเดชดุดม
รางวัลชมเชย            ได้แก่  วัดผาสุการาม
รางวัลชมเชย            ได้แก่  วัดปานน้ำ (อบต.กุดลาด)

2. ประเภทแกะสลัก ขนาดกลาง
ชนะเลิศ                     ได้แก่   อำเภอนาจะหลวย
รองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่   วัดทุ่งศรีเมือง
รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่   วัดเลียบ
รางวัลชมเชย             ได้แก่   วัดกลาง (อำเภอเมืองอุบลราชธานี)
รางวัลชมเชย             ได้แก่   วัดสุทัศนาราม
รางวัลชมเชย             ได้แก่    วัดปทุมมาลัย

3. ประเภทติดพิมพ์ ขนาดใหญ่
ชนะเลิศ                      ได้แก่ วัดมหาวนาราม
รองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่  วัดบูรพาราม
รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่  วัดศรีประดู่
รางวัลชมเชย             ได้แก่  วัดแจ้ง
รางวัลชมเชย             ได้แก่  อำเภอตระการพืชผล

4. ประเภทติดพิมพ์ ขนาดกลาง
ชนะเลิศ                      ได้แก่  วัดพลแพน
รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่  มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี
รองชนะเลิศอันดับ 2   ได้แก่  ศูนย์การเรียนรู้เทียนพรรษาศรีประดู่
รางวัลชมเชย              ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

5. ประเภทศิลปินรุ่นใหม่สืบสานตำนานเทียนอุบลราชธานี
ชนะเลิศ                        ได้แก่   อำเภอเขมราฐ
รองชนะเลิศอันดับ 1    ได้แก่   วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
รองชนะเลิศอันดับ 2    ได้แก่   อำเภอน้ำยืน
รางวัลชมเชย               ได้แก่   อำเภอเขื่องใน
รางวัลชมเชย               ได้แก่   วัดกลาง (อำเภอเมืองอุบลราชธานี)

6. ประเภทต้นเทียนโบราณ
ชนะเลิศ                       ได้แก่   อำเภอเมืองเดชอุดม 1
รองชนะเลิศอันดับ 1   ได้แก่   อำเภอเมืองเดชอุดม 2
รองชนะเลิศอันดับ 2   ได้แก่   อำเภอเมืองเดชอุดม 3
รางวัลชมเชย              ได้แก่   วัดสารพัฒนึก

รางวัลชมเชย              ได้แก่   อำเภอสว่างวีระวงศ์



สาวงามจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้าตำแหน่งสาวงามเทียนพรรษาประจำปี 2556

วันที่ 23 ก.ค. 56 เวลาประมาณ 20.30 น. ที่ห้องทับทิมสยาม โรงแรมสุนีย์แกรนด์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานการประกวดสาวงามเทียนพรรษา ประจำปี 2556 โดยจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชน ได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นกิจกรรมหนึ่งของงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้จัดติดต่อกันมาทุกปี เพื่อส่งเสริมให้สวมใส่เสื่อผ้าไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะผ้ากาบบัวอันเป็นเอกลักษณ์ผ้าของชาวจังหวัดอุบลราชธานี จากการคัดเลือกสาวงามรอบสุดท้ายของการตัดสินสาวงามเทียนพรรษา จำนวน 40 สาวงาม น.ส.ธนพร โพธาติ๊บ นักศึกษาปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้าตำแหน่งสาวงามเทียนพรรษาประจำปี 2556 ไปครอง โดย นางมันฑะนา สุทธิวรชัย นายกเหล่ากาชาดอุบลราชธานี เป็นผู้สวมมงกุฎ มอบถ้วยรางวัลสายสะพาย และเงินสด 1 แสนบาท น.ส.เบญญาภา เบญญา นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รองชนะเลิศอันดับ 1 และ น.ส.แพรวโพยม ลักษิตานนท์ นักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รองชนะเลิศอันดับ 2 และน.ส.วรารัตน์ ปทุมพงษ์ ได้ครองตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน รับถ้วยรางวัลสายสะพาย และเงินสด 1 หมื่นบาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีถวายเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม (พระอารามหลวง) ประจำปี 2556

วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ได้เป็นประธานประกอบพิธีอัญเชิญเทียนพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายวัดพระ วัดศรีอุบลรัตนาราม โดยมีข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม เทียนพรรษาพระราชทาน ประดิษฐานบนรถบุษบกที่ตกแต่งอย่างสวยงาม เคลื่อนนำขบวนต้นเทียนพรรษาของหน่วยงาน องค์กร คุ้มวัดต่าง ๆ ของจังหวัดอุบลราชธานี ให้นักท่องเทียวและประชาชนได้ชม จากบริเวณด้านหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามพิธีเปิดงานเทศกาลเทียนพรรษา ประจำปี 2556 จากนั้นเคลื่อนไปตามเส้นทางถนนชยางกูร ถึงบริเวณบริเวณสี่แยกกองบิน 21 ก่อนจะอัญเชิญเทียนพรรษาพระราชทานไปประกอบพิธีที่ พระอารามหลวง ถวายเจ้าอาวาสวัดศรีอุบลรัตนารามเพื่อให้พระภิกษุ และประชาชน ได้สักการะบูชาในช่วงเข้าพรรษานี้




จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

23 ก.ค. 56

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดนครราชสีมาปล่อยขบวนเทียนพรรษาแห่ไปรอบเมืองเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาอย่างยิ่งใหญ่ ในปีนี้มีขบวนเทียนเข้าร่วมประกวดกว่า 30 ขบวน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ ( 23 ก.ค. 56 ) เวลา 10.30 น.  ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายพงษ์เลิศ สุภัทรวณิชย์ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนแห่เทียนพรรษาประจำปี 2556 เพื่อแห่ไปรอบตัวเมืองนครราชสีมา ให้ประชาชนได้ชมความงามของต้นเทียน โดยในปีนี้มีต้นเทียนและขบวนเทียนเข้าร่วมประกวด กว่า 30 ขบวน ภายใต้ชื่องาน เสริมบุญ สร้างบารมี แห่เทียนโคราชประจำปี 2556 ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเข้าชมและร่วมบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย ด้านนายพงษ์เลิศ สุภัทรวณิชย์ รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาในปีนี้ ใช้ชื่องานว่า เสริมบุญ สร้างบารมี แห่เทียนโคราช ประจำปี 2556 โดยกิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมการประกวดภายถ่ายเทียนพรรษา กิจกรรม7 ขั้นบันไดบุญ ที่จะนำทางบรรลุธรรมชี้นำความสว่าง ประกอบด้วย การสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ปิดทององค์พระพุทธรูป ไหว้บูชาองค์พระหล่อรูปเหมือนจริง ถวายสังฆทาน ไถ่ชีวิตโค-กรบือ เติมน้ำมันตะเกียง และ เทเทียนพระประจำวันเกิด กิจกรรมท่องเที่ยวป่าหิมพานต์ มีชีวิตจำลองเหมือนจริง การแสดงโขนสด Korat Thai Contemporary Music ผสมผสานกับการเล่นดนตรีโดยใช้เครื่อง iPad บรรเลงโดยเยาวชนคนโคราชกว่า 100 ชีวิต การแสดงธรรมะบรรยากาศโดยพระวิทยากรชื่อดังจากรายการธรรมะเดลิเวอรี่ การประกวดรถขบวนเทียนประเภท ก, ข และ ค เพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมานำพุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุเนื่องในอาสาฬหบูชา

ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำพุทธศาสนิกชนชาวนครราชสีมา นุ่งขาวห่มขาว กล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ และประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ภายในงานเทศกาลแห่เทียนของจังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2556 เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบสักการบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา นอกจากนี้ ยังได้มีการตั้งจิตให้สงบและระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย ทั้งพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ และเหตุการณ์ที่สำคัญ 3 ประการ ที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล คือ เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์สาวกในพระพุทธศาสนาขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัย ครบ 3 ประการ 

เทศบาลเมืองอำนาจเจริญจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖

เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ร่วมกับพุทธศาสนิกชนจาก ๓๑ ชุมชน รวม ๑๔ คุ้มวัด ร่วมกันจัดงานประเพณีแห่เทียรพรรษา สืบทอดประเพณีสำคัญทางศาสนาท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย

วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖  เวลา ๑๕.๓๐ น. ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ภายในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ  ได้มีการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา โดยเทบาลเมืองอำนาจเจริญ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ และประชาชนในเขต ๑๓ ชุมชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่ออนุรักษ์และสืบสานเทศกาลประเพณีเข้าพรรษาให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่นและเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ปลูกฝังจิตสำนึกให้พุทธศาสนิกชน ได้มีโอกาสร่วมกันเข้าวัดทำบุญเพื่อสร้างกุศลความดีให้กับตนเองและครอบครัว โดยมี นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายไพศาล จันวารา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ คณะผู้บริหารของเทศบาล ตลอดจนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ในงานมีการจัดขบวนแห่เทียนพรรษาที่ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงาม มีนางฟ้าประจำต้นเทียน และริ้วขบวนแสดงศิลปวัฒนธรรม การฟ้อนรำ และการแสดงจำลองนิทานชาดกประวัติพระพุทธเจ้า นำขบวน จาก ๑๔ คุ้มวัด เข้าร่วมกิจกรรม  โดยมีผู้สูงอายุ นักเรียนเยาวชนแต่งกายด้วยชุดขาว เดินถือข้าวตอก ดอกไม้ ตลอดจนเครื่องอัฐบริขารต่างๆ ร่วมในขบวนก่อนจะนำไปถวายแด่พระสงฆ์ประจำวัดของแต่ละชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงอยู่จำพรรษาตลอด ๓ เดือน นอกจากนี้ในงานยังจัดประกวดขบวนแห่ด้วย ซึ่งผลการประกวดขบวนแห่ต้นเทียนของเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศ ได้แก่คุ้มวัดสำราญนิเวศ ได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล ๕ พันบาท รองชนะเลิศอันดับ ๑ คุ้มวัดเทพมงคล รองชนะเลิศอันดับ ๒ คุ้มวัดอำนาจเจริญ ได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล ๔ พันบาท และ ๓ พันบาท ตามลำดับ  ซึ่งในการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาประจำปีนี้ของเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ได้รับความร่วมมือจากภาคข้าราชการพ่อค้า และภาคประชาชนทุกฝ่าย ถึงแม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมาตลอดเวลาแต่ก็สร้างสุขความสนุกสนานให้กับชาวอำนาจเจริญเป็นอย่างมาก





สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

เหล่าพุทธศาสนิกชนอำนาจเจริญร่วมกันทำบุญตักบาตรเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖

เหล่าพุทธศาสนิกชนจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมใจกันเข้าวัดทำบุญตักบาตรและถวายธูปเทียนแด่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในเทศกาลประเพณีเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖

เวลา ๐๗.๐๐ น. (วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖)  ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษาและมีวันหยุดราชการหลายวัน ปรากฏว่าที่วัดสำราญนิเวศ (พระอารามหลวง) ในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ มีบรรดาพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จำนวนมาก ต่างพาคนในครอบครัว เข้าวัดฟังธรรมและร่วมกันทำกิจกรรมทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร ดอกไม้ ธูปเทียน แด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร เพื่อเป็นการทำบุญและรักษาศีลอย่างเคร่งครัด เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา โดยมี นายสัจจะ ฤทธิกุล ประเสิรฐ ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ  นายไพศาล จันทวารา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกันเป็นประธานและกล่าวนำจะร่วมกันประพฤติตนเป็นพุทธมากะ ตั้งใจบำเพ็ญ รักษาศีล และทำความดีตลอดช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

ทางด้าน นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ  กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาในปีนี้ ทางเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ร่วมกับพุทธศาสนิกชนในจังหวัดอำนาจเจริญ จัดทำโครงการทำบุญ ๑๔ วัด ๑๔ วันขึ้น โดยการร่วมกันทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ในทุกวันพุธ ทุกสัปดาห์ หมุนเวียนไปตามวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าวัดฟังธรรม ทำบุญ รักษาศีล ห่างไกลอบายมุขต่าง เพื่อชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ในช่วงเข้าพรรษา  และยังเป็นการสร้างกิจกรรมก่อเกิดความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ในหมู่บ้านและชุมชนอีกด้วย





สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

เครือข่ายภาคประชาชนอำนาจเจริญกว่า ๑ พันคนร่วมกับข้าราชการจัดชุมนุมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อตนเอง และครอบครัว

วันนี้ (๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่บริเวณลานหน้าพระมงคลมิ่งเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  มีการชุมนุมของบรรดาเครือข่ายภาคประชาชนและข้าราชการ รวมทั้งสื่อมวลชนจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ตนจะงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา เพื่อทำความดีถวายในหลวงและเนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ พระชันษา สมเด็จฯ พระสังฆราช  โดยมีนายสัจจะ ฤทธิกุลประเสริฐ ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ และองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ประชาคมองค์กรงดเหล้าจังหวัดอำนาจเจริญ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ เทศบาลเมืองอำนาจเจริญ สำนักงานสาธารณสุข เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายสวัสดิการชุมชน และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  จำนวนกว่า ๑ พันคน เข้าร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้

นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ถึง โทษ พิษภัย อันตราย และผลกระทบจากการบริโภคเหล้า หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องในวันงดดื่มสุราแห่งชาติ โดยเน้นส่งเสริมให้ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ งด ละ เลิก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง และการบังคับใช้กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ทางด้าน นางรัตนา สาระคุณ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวรายงานในนามของผู้เข้าร่วมรณรงค์ว่า จากผลการสำรวจปี ๒๕๔๔ พบว่าคนไทยอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป ดื่มเหล้ามากถึง ๑๗ ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในขั้นติดเหล้าถึง ๔ ล้านคน และปริมาณการดื่มโดยเฉลี่ยลดลงเพียงเล็กน้อย จึงต้องเร่งสร้างความร่วมมือให้มากขึ้น เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมและครอบครัวทุกวันนี้ พบว่าส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  จึงจำเป็นต้องรณรงค์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนต่อไป

ในโอกาสนี้ นายสัจจะ ฤทธิกุลประเสริฐ ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ ประธานได้นำผู้ร่วมชุมนุมกล่าว”ปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อตนเอง และครอบครัว”ต่อหน้าพระมงคลมิ่งเมือง ซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอำนาจเจริญว่า จะลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และส่งเสริมให้ประชาชนร่วมรณรงค์ด้วย รวมทั้งจะสอดส่องดูแล ให้ร้านค้าในชุมชน ร้านสะดวกซื้อ ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด  จากนั้นทั้งเครือข่ายภาคประชาชนและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการลงนามในข้อตกลง ( MOU) ว่าจะร่วมบูรณาการทำงานรณรงค์ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดอำนาจเจริญ ให้เกิดผลที่ดีและยั่งยืนต่อไป





สุรพล บุตรวงศ์ /ข่าว

ผวจ.อุบลราชธานี นำขบวนแห่เครื่องยศอดีตเจ้าเมือง ในงานแห่เทียนเข้าพรรษา

อุบลราชธานี : นำลูกหลานอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี พร้อมด้วยนายอำเภอทุกอำเภอ นำเครื่องยศอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี ที่ได้รับพระราชทานประจำตระกูล เข้าร่วมขบวนแห่ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง

เช้าวันนี้ (๒๓ ก.ค.๕๖) ที่บริเวณหน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม (พระอารามหลวง) ได้จัดพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี ปี ๒๕๕๖ ย้อนตำนาน ๑๒๒ ปี สืบฮีตวิถีชาวอุบล ยลพุทธศิลป์ ถิ่นไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นประธานเปิดงาน ภายหลังพิธีเปิด มีการเคลื่อนขบวนอัญเชิญเทียนพรรษาพระราบทาน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้จังหวัดอุบลราชธานี อยย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานให้จังหวัดอุบลราชธานี ในปี ๒๕๕๖ จากนั้นจะเป็นขบวนแห่เครื่องยศอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี นำโดยนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำขบวนลูกหลานอดีตเจ้สาเมืองอุบลราชธานีและนายอำเภอทุกอำเภอ นำเครื่องยศของอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี ที่ได้รับพระราชทานประจำตระกูล แห่นำขบวนต้นเทียนพรรษา

สำหรับเครื่องยศของอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี ที่ได้รับพระราชทานประจำตระกูล ประกอบด้วย พระมาลา เครื่ององค์ หางนกยูง สังข์ กังสดาล ฆ้อง หอก ดาบ และสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ โดยขบวนอันเชิญเครื่องยศนี้ จะอยู่ด้านหลังขบวนอันเชิญเทียนพระราชทานพระราชทานและขบวนอัญเชิญผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน นับเป็นโอกาสอันดีของนักท่องเที่ยวที่ได้ชมเครื่องยศของอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี ที่ได้รับพระราชทานและเป็นสมบัติล้ำค่าของเมืองอุบลราชธานี อีกอ่างหนึ่งด้วย และการแห่เครื่องยศดังกล่าว ถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่องในงาประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี ๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๒๓ ก.ค.๕๖

ศิลปินอุบลราชธานี ร่วมสร้างสีสันในขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา

อุบลราชธานี : นพดล ดวงพร พร้อมด้วย ป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม รวมทั้งนายทินกร อัตตไพบูลย์ นำขบวนรำฟ้อนและวงดนตรีพื้นเมือง ร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยวในงานประเพณีแห่เทียนเข้า พรรษาอุบลราชธานี

เช้าวันนี้ (๒๓ ก.ค.๕๖) ที่บริเวณหน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม (พระอารามหลวง) ได้จัดพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี ปี ๒๕๕๖ ย้อนตำนาน ๑๒๒ ปี สืบฮีตวิถีชาวอุบล ยลพุทธศิลป์ ถิ่นไทย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เป็นประธานเปิดงาน ภายหลังพิธีเปิด มีการเคลื่อนขบวนอัญเชิญเทียนพรรษาและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน,ขบวนแห่เครื่อง ยศอดีตเจ้าเมืองอุบลราชธานี นำโดยนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และจากนั้นเป็นขบวนเทียนพรรษาและขบวนฟ้อนรำ และในปีนี้ศิลปินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุบลราชธานี ต่างเข้ามามีส่วนร่วมในขบวนแห่ เพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยว นำโดยนายณรงค์ พงษ์ภาพ หรือ นพดล ดวงพร อดีตหัวหน้าวงดนตรีเพชรพิณทอง ที่มีชื่อเสียงของภาคอีสานและนักแสดงภาพยนตร์ที่เป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์ เรื่อง ครูบ้านนอก ที่แสดงคู่กับพระเอก ปิยะ ตระกูลราษฎร์ และภาพยนตร์เรื่อง ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ และภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง พร้อมด้วยนาย ฉลาด ส่งเสริม หรือ ป.ฉลาดน้อย หมอลำชื่อดัง และเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ปี ๒๕๔๘ พร้อมด้วยยนายทินกร อัตตไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งวงโปงลาง สังข์เงิน มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และศิลปินสาขาหมอลำ ของจังหวัดอุบลราชธานี ต่างร่วมขับร้องและนำการแสดงดนตรีพื้นบ้านในขบวนแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างสีสันความสนุกสนานในงานประเพณีแห่เทียน เข้าพรรษาและเป็นที่สนใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก


โดยขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาในปี ๒๕๕ต นี้ ได้ขยายระยะทางการแสดงให้เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยมีจุดแสดง ๕ จุด ตามถนนอุปราชและถนนชยางกูร ได้จุดแรกที่บริเวณหน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม, จุดที่ ๒ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าอุบลพลาซ่า,จุดที่ ๓ บริเวณสี่แยกกิโลศูนย์อุบลราชธานี,จุดที่ ๔ ที่สี่แยกถนนชยางกูรบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่และจุดที่ ๕ บริเวณสี่แยกกองบิน ๒๑ ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดที่นั่งชมให้แก่นักท่องเที่ยว จำนวน ๗,๐๐๐ ที่นั่ง




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี ๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๒๓ ก.ค.๕๖

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาที่อุบลราชธานี

วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 ทีบริเวณหน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการเปิดงานประเพณีแห่เยนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2556 โดยจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จัดงานประเพณีดังกล่าว มานานถึง 112 ปี ซึ่งเป็นงานที่ถือปฏิบัติตามประเพณีทุกปี ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งกิจกรรมจังหวัดได้จัดที่นั่งให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้นั่งชมให้ความสนใจเพื่อรอชมขบวนเทียน ประเภทแกะสลัก ติดพิมพ์ และขบวนรำประกอบต้นเทียนที่ที่สวยงามจากอำเภอ คุ้มวัดต่าง ๆ มากกว่า 70 ขบวน ตลอด 2 ข้างถนน ชยางกูรที่มีความยาว กว่า 2 กิโลเมตร โดยเฉพาะ ทั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ ต้นเทียนพรรษาของวัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม ซึ่งได้ใช้เทียนหอม ที่มีน้ำหนักกว่า 6 ตัน ในการจัดทำต้นเทียนพรรษาแกะสลักขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง โดยด้านหน้ามีรูปกินรี จำนวน 9 ตัว และพญานาค 6 เศียร ส่วนด้านหลัง มีการปั้นต้นรูปเหมือน สมเด็จโตฯ และรูปเหมือนหลวงปู่เคน เจ้าอาวาสวัดเมืองเดช ที่ได้มรณภาพไปแล้ว ซึ่งหลวงปู่เคนฯ เป็นพระผู้ที่ได้อนุรักษ์งานเทียนพรรษา ด้วยการจัดทำต้นเทียนพรรษาเข้าประกวดและได้รับรางวัลแทบทุกปี

เทียนหอมของวัดเมืองเดช ส่งเข้าร่วมงานเป็นปีแรก เพื่อให้งานเทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ในปีนี้มีความแปลกใหม่ ทั้งรูปแบบและสีสันของเทียนที่มีอย่างหลากหลายแต่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของเทียนพรรษาเอาไว้

สำหรับงบประมาณในการทำเทียนพรรษาต้นนี้ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาทเศษ รถเทียนพรรษามีความยาวของขบวนเทียน 14 เมตร ต้นเทียนเส้นผาศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร สูง 5.5 เมตร ใช้เทียนหอมซึ่งทำเป็นรูปดอกไม้ ใบไม้ กลีบดอกไม้ รวมทั้ง ลายเกล็ดพญานาค มากกกว่า 1 ล้านชิ้นมาประดับตกแต่งขบวนเทียนแทนดอกไม้สด

ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก

เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยว ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังหลังช้าง ซึ่งถือว่าเป็นแห่งเดียวในโลก ที่นำพระสงฆ์นั่ง รับบิณฑบาต บนหลังช้าง และ ประชาชนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมพื้นเมืองอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม

เช้าวันที่ 22 ก.ค.56 เวลา 07.00 น. ที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์บนหลังช้าง จำนวนหลายสิบเชือก โดยมีนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ข้าราชการ และ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีและตักบาตรบนหลังช้างอย่างคึกคัก

เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในโอกาสฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก จังหวัดสุรินทร์ จึงได้จัดงาน "มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง ” ประจำปี 2556 ขึ้น สำหรับจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง เป็นงานประจำปีที่มีความสำคัญอีกงานหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ให้คงอยู่สืบไป และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ในการเผยแพร่งานให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

ทั้งนี้ การตักบาตรบนหลังช้างของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถือว่าเป็นแห่งเดียวในโลก โดยพระสงฆ์และสามเณรได้ขึ้นนั่งบนหลังช้าง เพื่อให้ญาติโยมทั้งได้ทำบุญใส่บาตร ข้าวสาร อาหารแห้งกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะญาติโยมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างตื่นตาตื่นใจกับการได้ทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์-สามเณร บนหลังช้าง และได้บริจาคเงินทำบุญกับช้างซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่ และ สัตว์สิริมงคล ที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านานด้วย โดยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้าง ซึ่งมีหนึ่งเดียวในโลก โดยพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมโฮล หรือแต่งกายชุดผ้าไหมพื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์





กำชัย วันสุข ส.ปชส.สุรินทร์ ข่าว/อนุชา  หาญนึก ภาพ

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบเทียนพรรษาให้กับนายอำเภอ ทั้ง 25 อำเภอ เพื่อทำไปถวายวัดของแต่ละอำเภอ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 ที่ ศาลาจัตุรมุข มลทลพิธีทุ่งศรีเมืองจังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีมอบต้นเทียนพรรษา ในงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ปี 2556 112 ปี สืบฮีตวิถีชาวอุบล ยลพุทธศิลป์ถิ่นไทยดี เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณี ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ไทย จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อที่จะได้นำต้นเทียน มอบให้กับนายอำเภอ ทั้ง 25 อำเภอ เพื่อให้นายอำเภอได้เชิญชวนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมและนำต้นเทียนไปถวายวัดเจ้าคณะตำบล ทุกตำบล ซึ่งเป็นต้นเทียนที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา โดยการบริจาคคนละ 1 บาท เพื่อได้นำเงินไปจัดพิธีหล่อหลอมต้นเทียน เป็นการหล่อหลอมรวมจิตใจ ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี ให้มีความสมัครสมาน สามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี นำหัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ นำเทียนพรรษา ไปถวายเจ้าอาวาสวัดมณีวนารามและวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เพื่อให้ประชาชนได้สักการะกราบไว้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว 

ผวจ.อด.นำพุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตรและปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุดรธานีร่วมทำบุญตักบาตรโครงการผู้ว่าฯพาทำบุญ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2556 และปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์ ปฐมกฤษ์ของจังหวัดอุดรธานี ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ ( 22 ก.ค.56 ) ที่วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนางช่อผกา จิตตเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายโชคชัย วัฒนกูล นายอำเภอหนองวัวซอ ภริยา นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษพฎรจังหวัดอุดรธานี นายณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุดรธานี ร่วมทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์ โดยมีพระครูสุนทรธรรมานุศาสน์ เจ้าอาวาสวัดบุญญานุสรณ์ พระเถรานุเถระ ร่วมบิณฑบาตร ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญจำนวนมาก

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำพุทธศาสนิกชนถวายภัตตาหารเช้าและถวายเครื่องไทยธรรม เนื่องในวันเข้าพรรษา และเป็นประธานพิธีปลูกต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์

นายณัฐสิทธิ์ วงค์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ด้วยมูลนิธิอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดทำโครงการ รวมใจภักดิ์ปลูกมเหสักข์-สักสยามินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยได้รับความเมตตาจากมหาเถรสมาคม ให้การสนับสนุนโครงการฯ มีมติให้วัดทั่วประเทศเป็นศุนย์กลางการดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการสนับ สนุนพื้นที่ และดำเนินการปลูกดูแลรักษา อนุรักษ์พันธุกรรมต้นมเหสักข์-สักสยามินทร์ เพื่อเป็นสิริมงคล และแสดงความจงรักภักดี

จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับคณะสงฆ์ จังหวัดอุดรธานี จึงได้ดำเนินการจัดตั้งกองผ้าป่าโครงการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ และได้กำหนดเอาวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันปฐมฤกษ์ในการปลูกต้นมเหสักข์ สักสยามมินทร์ ของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับความเมมตาจากพระครูสุนทรธรรมานุศาสน์ เจ้าอาวาสวัดบุญญานุสรณ์ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัซวอ เมตตาให้ใช้สถานที่บริเวณวัดในการจัดพิธีปลูกต้นมเหสักข์ สักสยามมินทร์ อนึ่งจังหวัดอุดรธานีได้จัดทำโครงการผู้ว่าฯพาทำบุญ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2556 โดยกำหนดการดำเนินงานตามโครงการในช่วงเข้าพรรษา ในทุกวันแรม 15 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำ ในช่วงวันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา ซึ่งได้กำหนดให้วัดบุญยานุสรณ์แห่งนี้เป็นสถานที่เริ่มดำเนินโครงการครั้ง แรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ในโอกาสงานฉลองพระชันษา 100 ปี และเพื่อร่วมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานี ครบ 121 ปี เพื่อให้พุทธศาสนิกในพื้นที่ได้ร่วมกิจกรรมทำบุญเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ระลึกถึงวันสำคัญและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางพุทธศาสนา




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ถวายเทียนพรรษาทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนพรรณวดี

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ จัดเทียนพรรษาพระราชทาน แด่วัดศรีนคราราม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ ( 22 ก.ค. 56 )ที่ศาลาการเปรียญวัดศรีนคราราม นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานพิธีถวายเทียนจำนำพรรษาพระราชทาน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี โดยมีพระโสภณพุทธิธาดา รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสวัดศรีนคราราม อำเภอกุมภวาปี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายนิคม สิริสิงห์สังชัย นายอำเภอกุมภวาปี ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี

นายณัฐสิทธิ์ วงศ์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธสาสนาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ด้วยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเล็งเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาของชาติที่คนไยส่วนใหญ่ศรัทธานับถือ และยึดธรรมะเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จึงทรงมีพระดำริจัดโครงการ หนึ่งใจให้ธรรมมะขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนโดยทั่วไปได้มีโอกาสเรียนรู้หลักธรรม คำสอน ของพระพุทธสาสนา ทั้งสามารถนำหลักธรรมคำสอนมาปฏิบัติในการดำเนินชีวสิตประจำวันได้อย่างถูก ต้อง และเนื่องในวันอังคารที่ 23 กรฎาคม 2556 เป็นวันเข้าพรรษา ประจำปี 2556 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาให้มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ จัดเทียนพรรษาพระราชทานแด่วัดศรีนคราราม อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานีเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาตลอดกาลพรรษานี้

อนึ่งเพื่อเป็นการร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา อำเภอกุมภวาปี ร่วมกับ ชุมชนคุ้มวัดในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดทำผ้าป่า และบริวารเทียนพรรษา ทอดถวายเพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสวันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2556 นี้ด้วย




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว

มหาสารคามรุกตลาดกรุงเทพฯ จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า Mahasarakham Festival:2013


กลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP จังหวัดมหาสารคาม เตรียมเปิดตัวสินค้าสู่ตลาดกรุงเทพฯ ที่ JJ.Mall จตุจักร ในงาน Mahasarakham Festival:2013 หวังขยายช่องทางการตลาด สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการ

นางสาวจิรานุช คันธสุวรรณ พาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า "Mahasarakham Festival:2013” ในระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-5 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณ ชั้น 1 ห้าง JJ.Mall จตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยในงานดังกล่าวจะมีกลุ่มผู้ผลิต และกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ของจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 60 ราย รวม 80 คูหา นำผลผลิตและสินค้าไปจัดแสดงและจำหน่าย ซึ่งถือเป็นการสร้างประสบการณ์ด้านการค้าในรูปแบบใหม่ และขยายช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสินค้า OTOP ของจังหวัดให้เกิดความยั่งยืน

พาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การนำกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ไปจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ตลาดกรุงเทพมหานคร ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ทางการค้า เป็นการรุกและเปิดตัวสินค้าให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เชื่อว่าจะสามารถขยายช่องทางการตลาดและมียอดจำหน่าย ยอดสั่งซื้อสินค้า เพิ่มมากขึ้นด้วย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รายงานพิเศษ...จังหวัดมหาสารคาม : สะดือแห่งอีสานกับการพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน

จังหวัดมหาสารคามมีทำเลที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของภูมิภาค จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสะดือแห่งอีสาน โดยเป็นศูนย์กลางของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนและบริการ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา พร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 ติดตามได้จากรายงาน.........

จากศักยภาพของจังหวัดมหาสารคาม ที่มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางของภูมิภาค หรือที่เรียกกันว่า เป็นสะดือแห่งอีสาน เป็นศูนย์กลางของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุนและการบริการ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา ที่มีสถาบันการศึกษาทุกระดับ สามารถผลิตบัณฑิตสาขาที่สำคัญ โดยเฉพาะสาขาทางการแพทย์และสาธารณสุข อีกทั้งยังมีพืชเศรษฐกิจ คือ ข้าว อ้อย มันสำปะหลังและยางพารา ที่มีผลผลิตเป็นอันดับต้น ๆ ส่งออกไปจำหน่าย ในอนาคต หากสามารถพัฒนาระบบเครือข่ายคมนาคม และขนส่ง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง ที่จะสามารถเชื่อมโยงตลาดการค้าระหว่างประเทศจีน ลาว และไทย ได้แล้ว ยิ่งจะทำให้จังหวัดมหาสารคาม มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าระดับภูมิภาคได้เป็นอย่างดี

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ของจังหวัดมหาสารคาม นั้น เรื่องของเศรษฐกิจ เป็น 1 ใน 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ที่จังหวัดมหาสารคาม มีศักยภาพอย่างเพียงพอ โดยได้ดำเนินการปรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่ดูข้อมูลจากจุดแข็งด้านการเกษตรอาหารและเกษตรแปรรูป พร้อมกำหนดโซนนิ่ง โดยเน้นข้าวหอมมะลิ เป็นหลัก เพื่อสร้างมาตรฐานด้านเกษตรอินทรีย์ เพิ่มมูลค่า ส่งจำหน่ายต่างประเทศ ด้านการศึกษา จังหวัดมหาสารคาม เตรียมที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์บริการทางการศึกษาในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ สามารถที่จะดำเนินการได้และมีผลทันที

ด้าน นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต 3 ก็ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมโครงการสร้างทางรถไฟ ตาม พ.ร.บ.ไทยแลนด์ 2020 ของรัฐบาล ที่เชื่อมระหว่างอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น- อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม –จังหวัดมุกดาหาร จะเป็นการเสริมศักยภาพ ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ ซึ่งจะสามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ มันสำปะหลัง และอ้อย ของจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดใกล้เคียง ออกไปจำหน่ายยังภูมิภาคอื่นได้โดยสะดวก

อย่างไรก็ตาม แม้จังหวัดมหาสารคาม จะมีจุดแข็งและมีโอกาสในการพัฒนาเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่การพัฒนาศักยภาพของประชากรก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยที่ทางจังหวัดเองก็ได้มีการปรับแผนเพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นดังกล่าว ด้วยการให้ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ และภาษาของกลุ่มประเทศอาเซียน การพัฒนาศักยภาพแรงงาน ทั้งแรงงานทั่วไปและแรงงานสตรี เพื่อให้พร้อมที่จะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนได้อย่างสมบูรณ์




ชนกพร โพธิสาร / รายงาน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำชาวขอนแก่นร่วมถวายเทียนพรรษา ตักบาตรพระสงฆ์และห่มผ้าพระธาตุ

วันนี้ (22 ก.ค. 56) เวลา07.00 น. นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยนางนิภาสุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น ได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พ่อค้าประชาชนชาวขอนแก่นร่วมเจริญพระพุทธมนต์ถวายเทียนพรรษาซึ่งทูลกระหม่อม หญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประทานแก่วัดธาตุพระอารามหลวง พร้อมนำพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรเช้าที่หน้าองค์พระธาตุพร้อมร่วมในพิธีห่ม ผ้าพระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลของชาวขอนแก่นและผู้ที่มาสักการะบูชา

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนคราชสีมา จัดสัมมนาสมาชิก พลังสตรี สร้างประชาธิปไตย เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง

วันนี้ (21 ก.ค. 56) ที่โรงแรมวีวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครราชสีมา จัดการสัมมนา พลังสตรี สร้างประชาธิปไตย โดยมี นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรี แห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งการจัดการสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และเผยแพร่ยุทธศาสตร์กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมร่วมรับฟังความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการ ซึ่งในการสัมมนาได้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้นำสตรีและสมาชิกสตรี ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาร่วมงานกว่า 3,000 คน สำหรับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้น โดยมุ่งเน้นให้สตรีมีการคัดเลือกกรรมการขึ้นมา เพื่อการบริหารจัดการกันเองอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ทั้งในระดับตำบล และระดับจังหวัด มุ่งหวังที่จะยกระดับและเสริมสร้างศักยภาพสตรีในทุกมิติ เพื่อสร้างสังคมเสมอภาค สร้างสรรค์และสันติสุข ปัจจุบันมีสตรีในจังหวัดนครราชสีมา เข้าเป็นสมาชิก กว่า 200,000 คน ด้าน นางลัดดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรี แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายความมั่นคงของชีวิตและสังคม เป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีต้องการเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข และอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะหัวใจที่สำคัญ คือต้องเน้นการส่งเสริมความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในสังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ดังนั้นอยากเรียกร้องให้สตรีให้ความสำคัญการส่งเสริมให้เกิดความเสมอ ภาคระหว่างหญิงและชาย เพราะปัจจุบันในประเทศของเรา ซึ่งมีผู้หญิงอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทย แต่พบว่าผู้หญิงบางส่วนยังต้องประสบกับปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การตกเป็นเหยื่อ ของการกระทำความรุนแรง การถูกเลือกปฏิบัติ และการขาดโอกาสในการเข้าไปมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการบริหาร ซึ่งบางส่วนเกิดจากการที่สังคม ยังขาดการยอมรับในศักยภาพบทบาทของผู้หญิง ตลอดจนผู้หญิงเองยังไม่กล้าที่จะเข้ามามีบทบาทในสังคมมากนัก จึงทำให้กระบวนการ พัฒนาต่าง ๆ ในประเทศเราจึงขาดมุมมองในมิติของผู้หญิง 

เนวินนำชาวบุรีรัมย์ถวายเทียนจำพรรษาวัดในจ.บุรีรัมย์กว่า ๑,๐๐๐ วัด

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนในจ.บุรีรัมย์รร่วมกันถวายเทียนจำนำพรรษาวัดทั้ง จ.บุรีรัมย์กว่า ๑,๐๐๐ วัด เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี ๒๕๕๖ วันนี้ (๒๑ ก.ค. ๕๖) ที่ วัดกลางพระอารามหลวงจังหวัดบุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยนายชัย ชิดชอบ ได้นำแกนนำพรรคภูมิใจไทย พร้อมทั้งข้าราชการในจ.บุรีรัมย์ โดยการนำของนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำพุทธศาสนิกชนในจ.บุรีรัมย์ ร่วมกันถวายเทียนจำนำพรรษาแด่พระสงฆ์จากวัดต่างๆทั้งจังหวัดบุรีรัมย์รวม ๑,๐๖๗ วัด ในช่วงของเทศกาลเข้าพรรษา โดยมีพระราชปริยัตกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สำหรับการนำเทียนจำนำพรรษาถวายพระสงฆ์ เป็นการสืบทอดประเพณีของชาวพุทธที่นิยมถวายเทียนพรรษาเพื่อให้พระสงฆ์ได้นำ ไปใช้บูชาพระในช่วงของการจำพรรษาซึ่งพระสงฆ์จะอยู่จำพรรษา ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอดระยะเวลา ๓ เดือน มูลเหตุที่ต้องมีการหล่อเทียนหรือถวายเทียนจำนำพรรษานั้นก็เนื่องมาจากในฤดู ฝน หรือที่เรียกกันว่า "ฤดูการเข้าพรรษา" คือช่วงแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึงวัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ นั้น กำหนดให้พระภิกษุต้องเข้าอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งตลอดระยะเวลา ๓ เดือน พระภิกษุสงฆ์ที่ต้อง อยู่จำพรรษาในพระอารามระหว่างนั้นมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าค่ำ มีความจำเป็นต้องใช้เทียนไว้สำหรับ จุดบูชาให้ตลอดพรรษา พุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันถวายเทียน สำหรับให้พระภิกษุสงฆ์ได้จุดบูชาตลอด ๓ เดือนของกำหนดเวลาเข้าพรรษา จึงเรียกเทียนที่หล่อหรือนำถวาย ว่า "เทียนพรรษา" หรือ "เทียนจำนำพรรษา" ส่วนความเชื่อของการถวายเทียนพรรษาชาวพุทธเชื่อว่าเป็นกุศลอย่างหนึ่งของการ ให้ทานด้วยแสงสว่าง ซึ่งจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา สว่างไสว





สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงานมหกรรมกีฬา กศน.ร้อยเอ็ด เกมส์ต้านยาเสพติด ปี 56

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 กรกฎาคม 2556  เวลา 09.30 น. นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงาน มหกรรมกีฬา กศน.ร้อยเอ็ดเกมส์ต้านยาเสพติด ประจำปี 2556 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยต้อนรับของ การนายศักดิ์ชัย กาญจนะวรรณ รอง ผวจ.ร้อยเอ็ด นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ร้อยเอ็ดส.ส. เขต 8 และนางสาวประดินันท์ สดีวงศ์ ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยคณะนักกีฬา กศน.ร้อยเอ็ดนับหมื่น คน

นางสาวประดินันท์ สดีวงศ์ ผู้อำนวยการ กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่าดำเนินงานของ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือน บุคลากรทางการศึกษา ครู กศน. พนักงาน และนักศึกษา กศน.จากสถานศึกษาจำนวน 20 อำเภอ รวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 คน กีฬาที่แข่งขันได้แก่กรีฑา 8 ประเภท,กีฬาฟุตบอล วอลเล่ย์บอล ตะกร้อ เปตอง แชร์บอล 8 ประเภท โดยจัดการแข่งขันในระดับโซนและศูนย์อำเภอล่วงหน้า พร้อมทั้งมีการประกวดขบวนพาเหรดและกองเชียร์ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษา กศน. ครู กศน. และผู้บริหารได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์, ก่อให้เกิดความสามัคคี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง, เสริมสร้างและพัฒนาทัศนคติแก่ นักศึกษา กศน. ครู กศน. และผู้บริหารโดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นสื่อ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นการรณรงค์ให้ นักศึกษา กศน. ครู กศน. ผู้บริหาร เกิดความรักในการเล่นกีฬา และออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อต้านยาเสพติด,และตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับ มีโฮกาสออกกำลังกายและเล่นกีฬา เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและพลานามัยที่ดี

นอกจากนี้มีกิจกรรม การแสดงโดยนักศึกษา ครู กศน. ฟ้อนโหวต ,พิธีมอบโล่เกียรติบัตรผู้นำด้านการส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันกีฬา กศน.ร้อยเอ็ดเกมส์ต้านยาเสพติดและมอบเกียรติบัตรผู้สนับสนุนกิจกรรมลูกเสือของสำนักงาน กศน.จังหวัดร้อยเอ็ด การจุดพลุเปิดงานมหกรรมกีฬา กศน.ร้อยเอ็ด เกมส์ ต้นยาเสพติด ประจำปี 2556 อย่างเป็นทางการ




คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว กมลพร คำนึง บก.ข่าว