วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ว่า ในพื้นที่รับผิดชอบ 32 อำเภอ มีอัตราป่วยในระดับที่ 32 ของประเทศ

นายแพทย์วิชัย ขัตติยวิทยากุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ว่า ในพื้นที่รับผิดชอบ 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา มีอัตราป่วยในระดับที่ 32 ของประเทศ โดยมีผู้เสียชีวิต 3 ราย อัตราตาย 0.12 ต่อแสนประชากร และป่วย 3,274 ราย คิดเป็นอัตรา 126.64 ต่อแสนประชากร

แนวทางสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยซึ่งมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นอย่างเนื่อง นั่นคือ พี่น้อง ประชาชน ต้องร่วมมือปฏิบัติในการกำจัดยุงลายอย่างต่อเนื่อง โดยมี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทในการช่วยเหลือสนับสนุนในทุกพื้นที่

ตัวอย่างที่ผ่านมา เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม เพียงสัปดาห์เดียว พบชาวบ้านในเขต ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย ป่วยเป็นไข้เลือดออกกว่าร้อยราย ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก จึงมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด และอำเภอ ลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคเครือข่าย โดยมีท้องถิ่น และ อาสาสมัครสาธารณสุข เป็นพลังขับเคลื่อน พบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายหลายพื้นที่ ซึ่งมีทั้งในเศษพลาสติก กระถาง กระป๋อง เศษขยะมูลฝอย ยางรถยนต์ ใบไม้ใหญ่ที่ขังน้ำได้ โอ่งน้ำ ฯ จึงได้ร่วมกันจัดการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ให้สิ้นซาก ทำให้ลดจำนวนผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว


การกำจัดแหลางเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยคว่ำโอ่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องขัดภายในโอ่งด้วยเพื่อให้ไข่ยุงหลุดไม่มีโอกาสเพาะตัว เพราะยุงสามารถฟักตัวได้ภายใน 7 วัน และไข่ยุงลายสามารถอยู่ในภาชนะที่ไม่มีน้ำได้นานถึง 3 ปี หากมีน้ำจะพัฒนาเป็นตัวแก่และมีเชื้อยุงลายเหมือนเดิม ดังนั้น บ้านไหนพบผู้ป่วยยุงลายต้องฉีดพ่นยาฆ่ายุง ทุก 3 - 7 วัน และไข่ยุงที่ติดตามโอ่งน้ำ หรือกะโหลก กะลา หากไม่ขัดไข่ออก หรือทำลาย โอ่งน้ำที่คว่ำไว้ 1-3 ปี ไข่ยุงลายยังอยู่ หากถูกน้ำ ก็สามารถฟักเป็นตัวได้ เพราะไข่ยุงลาย สามารถอยู่ติดตามกะโหลก กะลา หรือโอ่งน้ำที่คว่ำได้นานถึง 3 ปี ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด หากเป็นกะโหลก กะลา ก็ทิ้งเลย/ทำลายไปเลย หากเป็นโอ่ง กระถาง ต้องขัดภายในให้ไข่หลุดหมดไป อย่าให้มีโอกาสฟักตัว

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 นครราชสีมา โครงการ “ เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม ”

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 นครราชสีมา ร่วมกับ เดอะมอลล์นครราชสีมา และมูลนิธิ เมเจอร์แคร์ จัดโครงการ " เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม ” นำน้องๆโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 นครราชสีมา กว่า 300 คน เข้าชมภาพยนตร์แอนนิเมชั่นรอบพิเศษ เรื่อง "epic” บุกอาณาจักต้นไม้ โดยมีคุณปราโมทย์ แสนกล้า รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต 1 นครราชสีมา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และ คุณกิตติศักดิ์ พันธ์เกษม ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการดีพาร์ท 2 ร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 หสิงหาคม 2556 ณ โรงภาพยนตร์ EGV ชั้น 3 เดอะมอลล์นครราชสีมา  

มทส. - บชร. 2 ร่วมมือพัฒนาฐานเรียนรู้ด้านการเกษตรและการบริการวิชาการ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และ กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร. 2) ค่ายสุรนารี ร่วมมือพัฒนาฐานเรียนรู้ด้านการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตร ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ศูนย์สาธิตและส่งเสริมงานศิลปาชีพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้สามารถให้บริการวิชาการทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มทส. และ พลตรีมารุต ลิ้มเจริญ ผู้บัญชาการ บชร. 2 ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ณ ห้องสารนิเทศ อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

 ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กล่าวว่า "มทส. ได้ประกาศตัวเป็นมหาวิทยาลัยคู่เคียงสังคม และดำเนินนโยบายจากหิ้งลงสู่ห้าง โดยนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไปสู่การปรับแปลง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้งานได้จริง รวมทั้งให้บริการทางวิชาการแก่ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งนี้ มทส. และ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ศูนย์สาธิตและส่งเสริมงานศิลปาชีพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีความร่วมมือกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดโครงการความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่าง มทส. กับศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สนองตอบต่อแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยกรอบแนวทางความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการและสาธารณประโยชน์ของทั้งสอง ฝ่าย สนับสนุนการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม การให้ความรู้วิชาการด้านการเกษตรและเทคโนโลยีด้านการเกษตรพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตรของศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติและเป็นต้นแบบอาชีพทางเลือก สำหรับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป รวมถึงกำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งถือเป็นบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กรอบแนวทางความร่วมมือนี้ ในระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่เดือนตุลาคมศกนี้เป็นต้นไป”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อารักษ์ ธีรอำพน รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มทส. กล่าวด้วยว่า "โครงการความร่วมมือถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่าง มทส. กับ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ศูนย์สาธิตและส่งเสริมงานศิลปาชีพ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ ให้เป็นสถานที่เรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร ในรูปแบบการให้บริการฝึกอบรมและฐานเรียนรู้ 8 ฐาน ได้แก่ 1) ฐานเรียนรู้ปศุสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ปีก 2) ฐานเรียนรู้ดิน น้ำ และปุ๋ย เพื่อการปรับปรุงคุณภาพดิน คุณภาพน้ำ การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพ 3) ฐานเรียนรู้การประมง การเลี้ยงปลานิลในกระชัง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเบื้องต้น 4) ฐานเรียนรู้พืชสมุนไพร ความรู้เรื่องการปลูกและการนำไปใช้ประโยชน์ การจำหน่ายพันธุ์พืชสมุนไพรเพื่อเป็นรายได้เสริม 5) ฐานเรียนรู้การขยายพันธุ์พืช การจัดการเพื่อให้ได้ต้นกล้าหรือต้นพันธุ์ที่ดี เทคโนโลยีการขยายพันธุ์พืชที่ทันสมัย 6) ฐานเรียนรู้นาข้าว ดำเนินกิจกรรม "หว่านวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” การปลูกข้าวแบบประณีต และการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ 7) ฐานเรียนรู้การเลี้ยงกบด้วยชีวภาพ ในรูปแบบของการผลิตเชิงเศรษฐกิจ และ 8) ฐานเรียนรู้การปลูกพืชไร้ดิน โดยผลผลิตใช้เป็นวัตถุดิบภายในศูนย์ฯ รวมทั้งจำหน่ายให้กับกำลังพลและบุคคลทั่วไป
               
ทั้งนี้ จะมีการวางแผน การติดตาม วิเคราะห์ และประเมินผลการดำเนินการร่วมกัน โดย มทส. รับผิดชอบดำเนินการออกแบบปรับปรุงการใช้พื้นที่ ทรัพยากร การจัดทำฐานข้อมูลเผยแพร่ความรู้ การให้คำปรึกษาโดยคณาจารย์จากสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และนักวิชาการเกษตรจากฟาร์ม มทส. เพื่อพัฒนาในแต่ละฐานเรียนรู้ ส่วนศูนย์การเรียนรู้ฯ ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานหรือตามความเหมาะ สม เช่น อาคารสถานที่ โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โรงเรือนปลูกพืช เป็นต้น รวมทั้งปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาในแต่ละฐานเรียนรู้ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป และกำลังพลของกองทัพภาคที่ 2 ประมาณ 10,000 คน ต่อปี” 

รองฯ ผวจ.นม. นำข้าราชการ ประชาชน เข้าวัดทำบุญตามโครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด” วันพระนี้ ที่วัด อิสาน อำเมืองนครราชสีมา

สำหรับวันนี้ (14 ส.ค. 56) ซึ่งเป็นวันพระ ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตร โครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด จังหวัดนครราชสีมา”และปล่อยปลา ที่วัดอิสาน อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยมีนายสุชาติ นพวรรณ รอง-ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน หลังจากทำบุญตักบาตรถวายภัตราหารแล้ว พระครูศรีปริยัติกิจ เจ้าอาวาสวัดอิสาน ได้นำคณะข้าราชการและประชาชน นักศึกษา ไปปล่อยปลาในสระน้ำภายในบริเวณวัด เข้ากราบพระประธานในอุโบสถ ซึ่งมีอายุกว่า 316 ปี ซึ่งกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว พร้อมทั้งร่วมปลูกต้นไม้บริเวณหน้าพระอุโบสถด้วย

ในการทำบุญในวันพระวันนี้ (14 สค. 56) พระครูศรีปริยัติกิจ เจ้าอาวาสวัดอิสาน ได้ให้ธรรมะแก่คณะข้าราชการประชาชน และนักศึกษา ยึดถือไปปฏิบัติ จดจำได้ง่ายๆ ดังนี้

                                     "บริหารตน         ให้สดชื่น
                                       บริหารคนอื่น    ให้เบิกบาน
                                       บริหารงาน       ให้มีค่า
                                       บริหารเวลา      ให้มีคุณ (ประโยชน์)
                                       บริหารทุน         ให้มีกำไร
                                       บริหารใจ          ให้มีอิสระ (ไม่ตกเป็นทาสของกิเลส) ”

สำหรับ วัดอิสาน เป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่ ถนนกุดั่น ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2220 โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระยายมราช หรือ สังข์ เป็นผู้สร้าง และมีช่างชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ช่วยออกแบบผังเมือง เมื่อสร้างผังเมืองเสร็จ จึงโปรดเกล้าให้ประชาชน และคฤหบดีและขุนนาง สร้างวัด 6 วัด คือ วัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลาง) วัดบูรพ์ วัดอิสาน วัดพายัพ วัดบึง และวัดสระแก้ว เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจประชาชน เพื่อเชิดชูพระพุทธศาสนา ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูป ปูชนียวัตถุที่ชาวนครราชสีมาได้ร่วมกันสร้าง นับว่าเป็นของล้ำค่า โดยเฉพาะ พระศรีรัตนปาติการส แปลว่า "พระแก้วมงคลผู้ให้ความปรารถนาสำเร็จยิ่งกว่าปรารถนา” อายุกว่า 316 ปี ยังคงสภาพที่สมบูรณ์ คงเอกลักษณ์ศิลปะสมัยเชียงแสน สร้างในสมัยอยุธยาไว้ได้อย่างครบถ้วน

พระพุทธรูปตั้งอยู่เป็นพระประธานในอุโบสถ กว้าง 11.28 เมตร ยาว 22.60 เมตร สูง 14 เมตร มีเสา 12 ต้น เป็นเสาแปดเหลี่ยม มีหัวบนหัวเสา หรือเรียกว่า เสามรรค 8 ฐานแอ่นโค้งทรงสำเภา หน้าบันและหลังคาได้ซ่อมใหม่ มีลวดลายแกะสลัก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ฐานเสมาคู่ และเสาหัวเม็ดที่กำแพง


สำหรับโครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด จังหวัดนครราชสีมา จัดในทุกวันพระ ติดต่อกันมาทุกวันพระ โดยครั้งแรก พาไปที่วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เมื่อวันพระที่ 23 ตุลาคม 2555










โคราช จัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ 21 ส.ค. นี้ ชื่องาน “ชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 81 พรรษา”

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า เดือนสิงหาคมนี้ เป็นเดือนมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงกำหนดให้มีการจัดกิจกรรม "ชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกายฯ” กำหนด 21 สิงหาคม ที่จะถึงนี้

วันที่ 13 ส.ค. 56   ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาวัน เวลา ที่เหมาะสม ที่ห้องมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และกล่าวว่า เรื่องของกีฬา เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา จึงดำริว่าในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนมหามงคล จึงเห็นควรจัดกิจกรรมด้านกีฬา สนับสนุนวันแม่ พร้อมเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 โดยใช้ชือกิจกรรมว่า "ชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 81 พรรษา”

กำหนดจัดในวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2556 ที่ ลานนวมินทร์ บุ่งตาหลัว ซึ่งเป็นสวนน้ำที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ มาทรงเปิดด้วยพระองค์เอง สวนน้ำแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกเต็มว่า "สวนน้ำบุ่งตาหลัว เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ค่ายสุรนารี” โดยกิจกรรมมีทั้ง เดิน วิ่ง และแอโรบิค โดยตั้งเป้าหมายว่า จะเชิญชวน แม่-ลูก ร่วมกิจกรรม จำนวน 981 คู่ (ความหมายตัวเลขคือ รัชกาลที่ 9 และ 81 พรรษา บรมราชินีนาถ) และประชาชนทั่วไปอีกนับหมื่นคน

โอกาสนี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชวนชาวโคราชทุกคนร่วมกิจกรรม "ชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 81 พรรษา” ในวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2556 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ที่ สวนน้ำบุ่งตาหลัว เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา แต่งกายชุดออกกำลังกาย โทนฟ้าหรือส้ม ระยะทาง 3 กิโลเมตร และเชิญชวนลงนามถวาย พระพร ช่วงพิธีเปิดงานด้วย

อนึ่ง กิจกรรมจะมีการคัดเลือกให้รางวัล แม่-ลูกที่อายุมากที่สุด แม่สาว-ลูกสวย, แม่สาว-ลูกหล่อ และแม่ลูกมาก

มันนี่ เอ็กซ์โป โคราช ครั้งที่ 7 คนแน่นแห่กู้ และลงทุนกว่า 1.1 หมื่นล้าน เตรียมจัดส่งท้ายปีอีก 2 ครั้ง ที่อุดรธานี และเชียงใหม่

มันนี่ เอ็กซ์โป โคราช ครั้งที่ 7 คนแน่นแห่กู้และลงทุนกว่า 1.1 หมื่นล้าน เตรียมจัดส่งท้ายปีอีก 2 ครั้งที่อุดรธานีและเชียงใหม่ งานมหกรรมการเงิน โคราชครั้งที่ 7 MONEY EXPO Korat 2013

ชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงชมงานแน่นขนัด แห่กู้เงินและลงทุนล้นหลามกว่า 11,000 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานกว่า 200,000 คน สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% ยังครองอันดับหนึ่งยอดเงินกว่า 7.5 พันล้านบาท สินเชื่อ SMEs ยอดขอกู้กว่า 2 พันล้านบาท และลงทุนในกองทุนรวมกว่า 400 ล้านบาท


นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการวารสาร "การเงินธนาคาร” ประธานจัดงาน งานมหกรรมการเงิน โคราช ครั้งที่ 7 Money Expo Korat 2013 ภายใต้แนวคิด สีสันแห่งเงินตรา :Money Carnival ระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม 2556 ณ เอ็มซีซีฮออล์ เดอะมอลล์ นครราชสีมา เปิดเผยว่า เป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอีกครั้ง โดยมีประชาชนชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงขอใช้บริการทางการเงินและการลงทุน ยอดรวมกว่า 11,000 ล้านบาท และมีประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานอย่างล้นหลามกว่า 200,000 คน มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา มีผู้สมัครใช้บริการทางการเงินและการลงทุนของสถาบันการเงินในงานทั้ง ธนาคาร, บริษัทการเงิน, บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทผู้ค้าทองคำ/โกลด์ฟิวเจอร์ส และบริษัทประกันชีวิต/ประกันภัยรวม 22,289 ราย


งานมหกรรมการเงินโคราช ครั้งที่ 7 ในปีนี้ มีผู้เข้าชมงานกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยมางานมาก่อน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นจำนวนมาก โดยเป็นประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาและจากจังหวัดใกล้เคียง นอกจากการสมัครใช้บริการทางการเงินและการลงทุนที่ตรงกับความต้องการแล้ว ยังได้ปรึกษากับที่ปรึกษาทางการเงินที่ให้บริการในงานเพื่อวางแผนการเงิน การลงทุน วางแผนธุรกิจ ในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย

บริการทางการเงินที่ผู้เข้าชมงานสมัครใช้บริการมากที่สุด คือ สินเชื่อบ้าน โดยมีผู้สมัครใช้บริการกว่า 3,000 ราย รวมวงเงินสินเชื่อกว่า 7,500 ล้านบาท อันดับรองมาคือ สินเชื่อเอสเอ็มอี วงเงินสินเชื่อกว่า 2,000 ล้านบาท ด้านบริการการออมการลงทุนก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมากเช่น กัน โดยมียอดลงทุนในกองทุนรวมกว่า 430 ล้านบาท สินชื่อบุคคล มียอดเงินรวมกว่า 230 ล้านบาท และยอดการเปิดบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูงในงานอีกกว่า 157 ล้านบาท การลงทุนในบริการทางการเงินประเภทอื่น เช่น การซื้อบริการประกันชีวิต บริการประกันภัย จากบริษัทประกันชีวิตและประกันภัยที่ร่วมออกงานโดยตรง มีทุนประกันรวมกว่า 238 ล้านบาท สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มอเตอร์ไซด์และรถแลกเงินมีสินเชื่อรวมกว่า 104 ล้านบาท สินเชื่อบัตรเครดิต มีผู้สมัครกว่า 7,000 ราย และมีผู้สมัครเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ และโกลด์ฟิวเตอร์อีกกว่า 1,500 ราย

จากการสำรวจความคิดเห็นของธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมออกงาน ต่างก็มีความพึงพอใจ นอกจากได้เป้าวงเงินที่ตั้งไว้แล้ว ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้างความจดจำในแบรนด์ของธนาคารและสถาบันการเงิน กับลูกค้ารายใหม่ๆในภาคอีสานอีกด้วย

สำหรับ การจัดงานมหกรรมการเงินภูมิภาค ของวารสาร "การเงินธนาคาร” ในปี 2556 นี้ ยังเหลือการจัดงานอีก 2 ครั้ง คือ งานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 1 Money Expo Udon Thani 2013 ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2556 ที่ห้องอุดรธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดอุดรธานี และ งานมหกรรมการเงินเชียงใหม่ ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องเชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จ.เชียงใหม่

สำนักงานหนังสือเดินทางฯ นครราชสีมา ปิดการให้บริการในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 1 วัน

ประกาศ

ด้วยสำนักงานหนังสือเดินทางดังต่อไปนี้

- เชียงราย - พิษณุโลก - อุบลราชธานี - นครราชสีมา - พัทยา - ยะลา

มีความจำเป็นต้องปิดการให้บริการในวันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2556 เป็นเวลา 1 วันทำการ

เพื่อตรวจสอบสภาพและทำการตรวจเช็คระบบ/บำรุงรักษาระบบการให้บริการรับคำร้องหนังสือเดินทาง

จึงขอประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกันและต้องขออภัยในความ ไม่สะดวกมา ณ ที่นี้




กรมการกงสุล
9 สิงหาคม 2556 

กาชาดจังหวัดบึงกาฬจัดโครงการ “ กาชาดบึงกาฬ ห่วงใย ให้กำลังใจ ผู้ติดเชื้อ HIV ”

วันที่ 18-08-2556  ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นางประภาศิริ สัจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยที่ติดเชื่อ HIV พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและสิ่งของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ป่วย ตามโครงการ "กาชาดบึงกาฬ ห่วงใย ให้กำลังใจ ผู้ติดเชื้อ HIV” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยมีนายธวัชชัย รักขนาม ปลัดจังหวัดบึงกาฬกล่าวรายงานถึงการจัดโครงการในครั้งนี้ และมีผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับมอบสิ่งของจำนวน 50 ราย ทุกต่างรู้สึกดีใจที่ยังมีคนที่คอยห่วงใยและดูแลอย่างไม่รังเกียจและให้ กำลังใจเป็นอย่างดี


เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 12 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมาและเป็นวาระสำคัญที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 81 พรรษา ปวงชนชาวไทยตระหนักดี ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ทรงมีความรักใคร่ ห่วงใย พสกนิกรชาวไทยดั่งมารดามีต่อบุตร ทรงมีความปารถนาที่จะเห็นคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี มีความสุข มีความรักใคร่ เมตตา เอื้ออาทรต่อกัน เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและปารถนา จะดำเนินตามเบื้องพระยุคลบาท ด้วยมีความสำนึกในหน้าที่ในการรับใช้สนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน จึงได้จัดโครงการ "กาชาดบึงกาฬ ห่วงใย ให้กำลังใจ ผู้ติดเชื้อ HIV” ขึ้น เพื่อให้กำลังใจผู้ติดเชื้อ HIV และเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้ป่วย อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น อีกด้วย ซึ่งผู้ป่วยทุกคนต่างรู้สึกดีใจและทราบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

จังหวัดเชื่อมโยงต่องานส่งเสริมการเกษตร”บึงกาฬ จัดอบรม หลักสูตร”ประชาคมอาเซียนและความ

วันที่ 13 สิงหาคม 2556  เวลา 09.30 น. ณ ห้องบึงกาฬบุรี ชั้น 5 โรงพยาบาลบึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬ มีการอบรม หลักสูตร”ประชาคมอาเซียนและความเชื่อมโยงต่องานส่งเสริมการเกษตร” ให้แก่บุคลากรของสำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับเกียรติจาก นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน ในพิธีเปิด      

นายทรงพันธ์ จันทร์สว่าง เกษตรจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดอบรม หลักสูตร”ประชาคมอาเซียนและความเชื่อมโยงต่องานส่งเสริมการเกษตร” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเป็นประชาคมอาเซียน และความเชื่อมโยงระหว่างประชาคมอาเซียนต่องานส่งเสริมการเกษตรแก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตลอดจนเพื่อปรับบทบาทและกระบวนทัศน์การทำงานขององค์กรภายใต้ประชาคมอาเซียน รวมถึงเพื่อส่งเสริมการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของงานส่งเสริมการเกษตรอย่างทั่วถึง หลักสูตรในการอบรม มีเนื้อหาที่ประกอบด้วย 1ความเป็นมาและพัฒนาการของอาเซียนและประชาคมอาเซียน 2 ประชาคมอาเซียนกับภาคเกษตร 3 ยุทธศาสตร์ประเทศไทยกับการเตรียมความพร้อมภาคเกษตรก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และ 4 บทบาทกรมส่งเสริมการเกษตรกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

เกษตรจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า บุคคลเป้าที่เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย เกษตรอำเภอทุกอำเภอ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรที่รับผิดชอบตำบลหรือเกษตรตำบล พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 76 คน 

จังหวัดบึงกาฬจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหา มหาราชินี ประจำปี 2556

วันที่ 12 ส.ค. 56  เวลา 18.30 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชน พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีฟ้า ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ 12 สิงหา มหาราชินี ประจำปี 2556 พิธีเริ่มจากผู้แทนส่วนราชการต่างๆ นำพานพุ่มดอกไม้ ถวายสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬประธานในพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่มดอกไม้ จุดเทียนชัยถวายพระพรและนำไปจุดต่อให้กับผู้ร่วมพิธี การกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ กล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล จบแล้วผู้ร่วมพิธีร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา เป็นอันเสร็จพิธี 

ผู้ว่าฯบึงกาฬ นำประชาชน 1,500 คนปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี

ผู้ว่าฯ บึงกาฬ นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ตำรวจ ทหาร นักเรียนและนักศึกษา 1,500 คนนำต้นกล้าไม้ 5,000 กล้า เช่น พะยูง ยางนา ตะเคียนทอง ปลูกในพื้นที่วัดป่าเบญจมาตรวิปัสสนาสามัคคีและที่ดินสาธารณประโยชน์หนองดินดำกว่า 37 ไร่ เพื่อปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตามโครงการประชาอาสา ปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ส.ค.56 นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปเป็นประธานปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ที่วัดป่าเบญจมาตรวิปัสสนาสามัคคีและที่ดินสาธารณประโยชน์หนองดินดำหมู่ที่ 6 บ้านหนองดินดำ ตำบลโนนสว่าง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยนายสา แสงสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวรายงานว่า ในนามตัวแทนคณะทำงานการจัดงานพิธีปลูกป่าตามโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2556 ได้นำข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำรวจ ทหาร พนักงานองค์การส่วนท้องถิ่น พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา จำนวน 1,500 คน นำต้นกล้าไม้ชนิดต่างๆ จำนวน 5,000 กล้า ประกอบด้วย ไม้พะยูง พะยอม ยางนา ตะเคียนทอง มะขามป้อม สะเดาซาอุมะสัง อินทนิล มะฮอกกานี และอื่น ๆมาปลูกในพื้นที่ 37 ไร่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้ และเสด็จทรงงานด้านการอนุรักษ์มาโดยตลอด และหลังจากวันนี้แล้วทุกหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ จะได้ไปขยายผลปลูกป่าตามแผนปฏิบัติการปี พ.ศ. 2556 ที่ได้กำหนดไว้ต่อไป

พิธีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

วันที่ 12 ส.ค. 2556 นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยข้าราชการ ศาล อัยการ ตำรวจ ทหาร พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า และประชาชน ร่วมกันประกอบพิธีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 ที่หอประชุมโรงเรียนบึงกาฬ โดยร่วมลงนามถวายพระพร และกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนี้ยังกล่าวคำสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพรชัยมงคล โดยการจัดพิธีในครั้งนี้มีข้าราชการเข้าร่วมแสดงความจงรักภักดีจำนวนมาก

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติว่า ข้าราชการ ประชาชนชาวบึงกาฬ ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระวิริยะอุตสาหะ ปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพพิเศษ ที่สามารถยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในชนบทให้ดีขึ้น หลังจากนั้นได้มอบโล่ให้กับแม่ดีเด่น จำนวน 7 คนและมอบทุนการศึกษาของกาชาดจังหวัด ให้กับนักเรียนที่เรียนดีจำนวน 50 ทุน

พสกนิกรจังหวัดบึงกาฬจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

วันที่ 12 สิงหาคม 2556  เวลา 06.30 น. ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษาซึ่งมีประชาชนมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดบึงกาฬจึงได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย และเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ในภาคเช้า จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ ตั้งแต่เวลา 6.30 น. ณ บริเวณ หน้าสำนักงานเทศบาลบึงกาฬ และต่อด้วยพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ หอประชุมโรงเรียนบึงกาฬ ส่วนภาคค่ำเป็น พิธีถวายเครื่องสักการะ ร่วมกันจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และ ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ในเวลา 18.00 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนบึงกาฬ

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 ส.ค. 2556 เวลา 09.39 น.  นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติและนำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดขอนแก่น ลงนามถวายพระพรเพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ฯที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการนี้นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้นำพสกนิกรชาวขอนแก่นลงนามถวายพระพร และถวายเครื่องราชสักการะ จากนั้นก็นำกล่าวคำถวายราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและถวายภัตราหารแดพระภิกษุสงฆ์ ๑๐รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองท่านด้วยซึ่งในช่วงเย็นจะมีพิธีวางพานพุมดอกไม้สดและจุดเทียนชัยถวายพระพรด้วยเริ่มเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมทำบุญตักบาตรวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 ส.ค. 2556  เวลา 07.00 น.  ที่บริเวณสวนสาธารณะ 200 ปี ริมบึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจพ่อค้า ประชาชน นิสิต นักศึกษา และกลุ่มพลังมวลชนชาวจังหวัดขอนแก่น ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์จำนวน 181 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 81 พรรษามหาราชินีอีกทั้งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกอนันต์ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข

พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรที่ชัยภูมิ

ชาวชัยภูมิ ต่างร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พร้อมเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ”ดังกึกก้องทั่วทั้งสนาม

โดยในช่วงเย็นวันนี้ 12 สิงหาคม 2556 ชาวชัยภูมินับหมื่น ได้พร้อมกันใจกันรวมพลังแสดงความจงรักภักดี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยเดินเทิดพระเกียรติ อัญเชิญเครื่องราชสักการะ ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ท่ามกลางสายฝนที่เป็นใจ ก่อนจะมารวมกันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อประกอบพิธีถวายพานพุ่มดอกมะลิ เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และการเฉลิมฉลองอย่างสมพระเกียรติ

โดยมีนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิเป็นประธาน ในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จากนั้นนำพลังประชาชนจุดเทียนชัยถวายพระพร กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยทมงคล และร่วมกันขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องไปทั่วสนาม สลับกับการจุดพลุ และดอกไม้ไฟ ยิ่งใหญ่อย่างสมพระเกียรติ




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

โคราชปลูกต้นไม้ 12,981 ต้น เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556

วันที่ 12 ส.ค. 56  เวลา 11.00 น. ที่กองบิน 1 นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ปลูกต้นไม้คืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน 12 สิงหามหาราชินี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 รณรงค์ส่งเสริมให้ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้น้อมเกล้าถวายในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ร่วมกันฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และเป็นการรณรงค์ให้ทุกคนตระหนัก และเห็นถึงความสำคัญของการช่วยกันปลูกต้นไม้ลดภาวะโลกร้อน โดยกิจกรรมภายในงานมีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน และผู้เข้าร่วมงานได้ช่วยกันปลูกต้นไม้จำนวน 12,981 ต้น ซึ่งจำนวนต้นกล้าไม้ที่ปลูกนั้น สื่อความหมายได้ว่า เลข 12 หมายถึงวันเสด็จพระราชสมภพ เลข 9 หมายถึงในรัชกาลที่ 9 หรือความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง และเลข 81 หมายถึงทรงมีพระชนมพรรษา 81 พรรษา โดยพันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูกป่าในครั้งนี้ ประกอบด้วย ต้นยางนา ต้นสักทอง ต้นสาธร ต้นอินทนิล และต้นราชพฤกษ์

จังหวัดนครราชสีมาประกอบพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

วันที่ 12 ส.ค. 56 เวลา 07.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน นิสิต นักศึกษา ชาวจังหวัดนครราชสีมา กว่า 1,000 คน ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 99 รูป เนื่องในวันแม่แห่งชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยประชาชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งในครั้งนี้ต่างตั้งจิตอธิฐานขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพลานามัยที่แข็งแรงและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

พสกนิกรชาวมหาสารคาม ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

พสกนิกรชาวจังหวัดมหาสารคามทุกหมู่เหล่า ร่วมถวายพานพุ่มเงิน พุ่มทอง และจุดเทียนชัยถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

(12-08-56) ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม พสกนิกรชาวจังหวัดมหาสารคามทุกหมู่เหล่า ร่วมถวายพานพุ่มเงิน พุ่มทอง หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชนทุกหมู่เหล่า ในจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มเงิน พุ่มทอง จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวคำถวายราชสดุดี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จากนั้นร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระราชภารกิจที่ทรงปฏิบัติ เสียสละความสุขส่วนพระองค์ ทรงตรากตรำพระวรกาย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทรงส่งเสริมอาชีพ และด้านการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร ทรงห่วงใยในงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ มีการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม และปลูกป่าขึ้นใหม่ ด้วยพระปรีชาสามารถ กอปรทั้งทรงมีเมตตาธรรมและพระจริยธรรมที่ล้ำเลิศ จนเป็นที่เลื่องลือตลอดถึงนานาอารยประเทศ พระมหากรุณาธิคุณนี้จารึกอยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งมวล




ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

ผู้ว่าฯมหาสารคามนำข้าราชการและประชาชนทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 82รูปวันแม่แห่งชาติ

ผู้ว่าฯ มหาสารคามนำข้าราชการและประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 82 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

12-08-56 ที่บริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำเหล่าพสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ คหบดี พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา ออกมาร่วมกันทำบุญตักบาตร ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เนื่องในโอกาส วันพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีพระสงฆ์ออกบิณฑบาต 82 รูป มีเหล่าพสกนิกรออกมาร่วมทำบุญตักบาตรในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมหาสารคามจัดกิจกรรมตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาค

จังหวัดมหาสารคามจัดกิจกรรมตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาคเพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 12-08-56 ที่สถานสงเคราะห์คนชรา จังหวัดมหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สู่ภูมิภาค 76 จังหวัด เพื่อน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นางพูลทรัพย์  สิงห์ศักดา นายกเล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคามกล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 15 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จึงถือโอกาสนี้ร่วมกับจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงานและผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และกิจกรรมอื่นๆ ตามความเหมาะสม ในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ โดยได้รับความร่วมมือจากเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคามและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม   การจัดกิจกรรมของจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันพระราชทานตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานแก่ผู้สูงอายุ การให้บริการในด้านต่างๆได้แก่ การตรวจสุขภาพเบื้องต้น



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ยโสธรดำนาในวันแม่

จังหวัดยโสธรปลูกข้าวอินทรีย์คุณภาพสูง ในวันแม่ ตามโครงการ ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ

ที่บริเวณแปลงนา ตรงข้าม หจก.เพชรวิศวกรรม อ.เมือง จ.ยโสธร  นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ขึ้นรถไถ่ ไถ่นา ปลูกข้าวดำนาด้วยตนเอง ตามโครงการ ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ  นางเพชรรวง  พวงแก้ว ประธานหอการค้าจังหวัดยโสธรในนามผู้จัดกิจกรรมกล่าวว่า  เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของจังหวัดยโสธร ที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล  ต้องการให้ยโสธรเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ วิถีอีสานโดยแท้จริง  ซึ่งการดำนาปลูกข้าวในวันนี้  คือวันแม่ 12 สิงหาคม 2556  แล้วก็จะไปเก็บเกี่ยวในวันพ่อ คือวันที่ 5  ธันวาคม 2556  การดำนาในวันนี้มีข้าราชการ/ผู้นำชุมชน/ เกษตรกร/ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ยโสธรกล่าวถวายพระพรในวันแม่

วันที่ 12 สิงหาคม 2556  เวลา 09.00 น.ที่หอประชุมวิถีอีสาน นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรนำ เหล่าพสกนิกรทุกหมู่เหล่า กล่าวถวายราชดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมลงนามถวายพระพร ถวายพานพุ่มดอกมะลิ ต่อหน้า พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาส วันพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา  12  สิงหาคม 2556  เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ยโสธรทำบุญตักบาตรในวันแม่

เช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2556  เวลา 07.00น.  นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำเหล่าพสกนิกร ทุกหมู่เหล่า ข้าราชการ/ ทหาร/ตำรวจ /คหบดี/ พ่อค้า/ประชาชน/ นักเรียน /นักศึกษา ออกมาร่วมกันทำบุญตักบาตร ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร เนื่องในโอกาส วันพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา  12  สิงหาคม 2556  เพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  โดยมีพระสงฆ์ออกบิณฑบาต 82 รูป  มีเหล่าพสกนิกรออกมาร่วมทำบุญตักบาตรในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ธ.ก.ส.สาขาศรีสะเกษร่วมกับ อบต.โพนค้อปล่อยปลาและปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ส.ค.56 ที่บริเวณสระน้ำสาธารณะบ้านโนนขี้เหล็ก ตำบลโพนค้อ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายเสมา บุญมี ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดโครงการปล่อยปลาปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ มี ข้าราชการ พนักงาน ธกส.สาขาศรีสะเกษ ผู้นำชุมชน นักเรียน และประชาชนชาวตำบลโพนค้อ ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลานิล และปลาตะเพียน จำนวน 10,081 ตัว ลงในสระน้ำสาธารณะบ้านโนนขี้เหล็ก และปลูกต้นไม้ ล้อมรอบที่สระน้ำสาธารณะประโยชน์จำนวน 1,081 ต้น ประกอบด้วยต้นพยุง ต้นขี้เหล็ก ต้นยางนา ต้นประดู่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556

จังหวัดศรีสะเกษจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

จังหวัดศรีสะเกษจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

ในเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2555  เวลา 07.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลหลักเมืองศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนางศิรดา กีรติเรขา นายกเหล่าชาติจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 นำข้าราชการตำรวจ ทหาร พ่อค้าและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 81 รูป

หลังจากนั้น เวลา 0900 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมืองศรีสะเกษ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานพิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณองค์กรสตรีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การจัดงานวันเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556


ส่วนในช่วงค่ำ เวลา 16.30 น. นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ก็ได้นำพลังมวลชนทุกหมู่เหล่าถวายเครื่องราชสักระพานพุ่มทอง-พุ่มเงิน และในเวลา 19.39 น.ได้ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรชัย ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรมงคล ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา พร้อมกับชาวไทยทั้งประเทศ

สระแก้วจัดงานเฉลิมพระพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสระแก้ว  เวลา 07.00 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วนายภัครธรณ์ เทียนไชย เป็นประธาน ในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์จำนวน 82 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเมื่อ 08.10 น. ที่หอประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ได้จัดให้มีพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรเพื่อสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมทั้งจัดให้มีพิธีเทศน์มหาชาติเวสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556 และพิธีมอบทุนการศึกษาโดยเหล่ากาชาดสระแก้วจำนวน 195 ทุน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 537,000 บาท  การมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา (12 ส.ค.56) เพื่อให้ความอนุเคราะห์ สนับสนุนเยาวชนผู้ยากไร้ในจังหวัดสระแก้ว ให้มีโอกาสทางการศึกษา มีอนาคตที่ดีสามารถประกอบอาชีพมีรายได้ช่วยเหลือครอบครัวและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สำหรับเงินทุนนี้มาจากหลายส่วน ส่วนแรกได้มาจากเงินรายได้จากการจัดงานสืบสานวัฒนธรรมเบื้องบูรพาและงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว ประจำปี 2556 จำนวน 476,000 บาท ส่วนที่ 2 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 61 จังหวัดสระแก้ว 50,000 บาท ส่วนที่ 3 จาก อาจารย์แม่วารี เทียนทอง กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสระแก้ว สมทบ อีก 50,000 บาท

ในเวลาต่อมา นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เยี่ยมผู้ป่วยประกันสังคม และมอบสิ่งของให้กับผู้ป่วย พร้อมเยี่ยมชมผู้ที่มาบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วได้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 และในเวลา 17.30 น.ได้จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพร โดยพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดอำนาจเจริญจัดพิธีลงนามถวายพระพร ถวายเครื่องราชสักการะสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556

วันนี้ ( 12 ส.ค. 55 ) เวลา 09.09 น.  ที่หอประชุมพญานาครินทร์  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  นาย วีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีลงนามถวายพระพร และถวายเครื่องราชสักการะ สมเด็จพระนางเจ้าฯ สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนจากทุกภาคส่วนมาร่วมลงนามและร่วมพิธีถวายพระพรเป็นจำนวนมาก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับแม่ดีเด่นประเภทต่าง ๆ  ประกอบด้วย นางวิมลศรี พลศรี อายุ 71 ปี ประเภท แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร นางคูณ แพงคูณ อายุ 69  ปี ประเภท แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร  นางประยูร สาสาย อายุ 71 ปี ประเภท แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม  นางทับทิม วงค์อนันต์ อายุ 66 ปี ประเภท แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร  สำหรับนางชนานาถ เงินหมื่น อายุ 63 ปี ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ดีเด่นจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2556 ประเภท แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม   ได้เดินทางเข้าเฝ้ารับประทานพระฉายาลักษณ์พระราชทาน เกียรติบัตร และเข็มกลัดแม่ดีเด่นแห่งชาติจากองค์ประธาน ณ อาคารใหม่สวนอัมพร กรุงเทพมหานคร




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว/ภาพ

จังหวัดอำนาจเจริญจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร จำนวน 82 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “12 สิงหามหาราชินี”

วันที่ 12 ส.ค. 56   เวลา 07.00 น.  ที่สวนสาธารณะมิ่งมงคล (หอนาฬิกา)  อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุ สามเณร จำนวน 82 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าฯ สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา "12 สิงหามหาราชินี” โดยมีนางนิภาภร ชื่นวาริน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ร่วมกันทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งพสกนิกรจังหวัดอำนาจเจริญล้วนซาบซึ้ง และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว/ภาพ

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

รองอธิบดี อปท. เปิดงานมหกรรมอาเซียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง จังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 สิงหาคม 2556 นายชาญนะ เอี่ยมแสง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดงานมหกรรมอาเซียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงเรียนเทศบาลวัดสระทอง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยการดำเนินงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวว่า โครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาตลอดชีวิต (โครงการพัฒนาการเรียนรู้สู่อาเซียน) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เพื่อให้โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ร่วมโครงการจำนวน ๑๐๙ โรงเรียน สามารถดำเนินการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสามรถจัดการศึกษาให้รองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมเอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดงานมหกรรมอาเซียน ได้จัดนิทรรศการในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน ๕ ภาค ดังนี้ ภาคใต้ จัดในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ,ภาคกลาง จัดในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ เทศบาลเมืองราชบุรี, ภาคเหนือ จัดในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ เทศบาลนครเชียงใหม่ ,ภาคตะวันออก จัดในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ เทศบาลนครระยอง และครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ ๕ ในระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นเจ้าภาพ โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๓๓ โรงเรียน

นายชาญนะ เอี่ยมแสง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า การจัดการศึกษาให้โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาตลอดชีวิต ทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน เกิดจากความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงติ ๑๐ ประเทศ วัตถุประสงค์เริ่มแรกก่อตั้งเพื่อความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนาธรรม และในปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ประเทศสมาชิกทั้ง ๑๐ ประเทศ จะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียน ภายใต้ความร่วมมือ ๓ เสาหลัก คือ ประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน, ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนาธรรมอาเซียน ภายใต้คำขวัญ "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม”

การจัดงานมหกรรมอาเซียนทั้ง ๕ ภาค มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการรวม ๑๐๙ โรงเรียน มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการจัดการศึกษา กิจกรรมที่สร้างความตระหนักรู้ กิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการตื่นตัวเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ของผู้ที่เข้าร่วมงาน รวมทั้งสามารถนำเอาความรู้ที่ได้จากการจัดงานครั้งนี้ ไปขยายผลยังโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ต่อไป




คมกฤช พวงศรีเคน/ข่าว/ภาพ
อนงค์นาถ ธุระพันธ์/พิมพ์
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว

อีสานดรัมไลน์ออกบูธขายสินค้าที่ระลึกงานDCI World Championships 2013

อีสานดรัมไลน์ออกบูธจำหน่ายสินค้าที่ระลึกในงาน DCI World Championships 2013 ที่ลูคัสออยล์ สเตเดียม หวังสร้างแฟนคลับและเปิดตัววงดรัมไลน์จากประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ที่งาน DCI World Championships 2013 ซึ่งจัดให้มีการแข่งขันDrum Corps และDrumline Battle ในลูคัส ออยล์สเตเดียม เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม เปิดโอกาสให้แต่ละวงที่เดินทางมาทำการแข่งขันนำสินค้า ของที่ระลึก มาจัดแสดงและจำหน่าย ซึ่งวงอีสานดรัมไลน์โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคามก็ได้มาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกในงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยนำตุ๊กตาช้างไทย. เสื้อทีเชิ้ต โปโล แจคเก๊ต ที่มีโลโ้ก้อีสานดรัมไลน์ พร้อมด้วยผ้าขาวม้า ราคาตั้งแต่ 10-39 ดอลาร์ มาวางจำหน่าย สร้างความแปลกตาและมีผู้ให้ความสนใจมาชมและเลือกซื้อสินค้าทีระลึกนี้พอสมควร ทั้งนี้จากการได้ไปอกอากศรายการโทรทัศน์ช่อง8ของสหรัฐอเมริกาและจากการแสดงในสนามลูคัสออยล์สเตเดียมเมื่อคืนที่ผ่านมา (8-8-56) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีคนรู้จากวงอีสานดรัมไลน์จากจังหวัดมหาสารคามในนามประเทศไทยมากขึ้นและการได้มาเปิดการแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ระลึกนี้ก็เป็นการสร้างแฟนคลับและเปิดตัววงอีสานดรัมไลน์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย



ชนกพร โพธิสาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม
รายงานจากเมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา สหรัฐอเมริกา

อีสานดรัมไลน์ผงาด คว้าแชมป์ดรัมแบทเทิลโลกที่สหรัฐอเมริกา

วงอีสานดรัมไลน์ โรงเรียนผดุงนารีจังหวัดมหาสารคาม ตัวแทนจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คว้าแชมป์โลกเป็นผลสำเร็จ

ในการแข่งขันรายการ Street Drumline Battle ในงาน DCI World Championships. 2013 ที่จัดขึ้นที่เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เม่ือวันเสาร์ที่10สิงหาคมที่ผ่านมาเวลา 11.00-15.00 น. ตามเวลาท้องถ่ิน ที่บริเณถนนจอเจีย ในเมืองอินเดียนาโพลิส. สหรัฐอเมริกา วงอีสานดรัมไลน์ (E-Sarn Drumline) โรงเรียนผดุงนารีจังหวัดมหสารคาม ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย ลงทำการแข่งขันรายการStreet Drumline Battle ในงาน DCI World Championships. 2013 การแข่งขันรายการDrumline Battle ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีวงดรัมไลน์จากประเทศต่างๆทั่วโลก และในสหรัฐอเมริกา รวม 16 ทีมลงทำการแข่งขัน โดยแข่งแบบแพ้คัดออก ใช้เวลารอบละไม่เกิน 2 นาทีแข่งแบบประจันหน้าโดย อีสานดรัมไลน์ (E-Sarn Drumline) พบกับ วงแมนดาริน วงบลูเดวิลส์ ซึ่งเป็นวงดรัมแบทเทิลที่แข็งแกร่งจากสหรัฐอเมริกา วงโกล ที่โชว์ลูกเล่นด้วยการแสดงกายกรรมแบบเส้าหลินของจีน โดยที่วงอีสานดรัมไลน์ก็โชว์ดรัมไลน์แบทเทิลที่เหนือกว่าด้วยลีลา และท่วงทำนองการตีกลองยาวแบบอีสานผสมผสานกับกลองแบบสากลอย่างสแนร์ เบสดรัม กลองเทนเนอร์ จนมาถึงรอบชิงชนะเลิศ พบกับวงเซ็นเตอร์กรุ๊ป และเป็นอีสานดรัมไลน์ที่เอาชนะไปได้อย่างสวยงาม ท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้คนที่มาชม คว้าแชมป์ Drumline Battle ระดับโลก ในงาน DCI World Championships. 2013 ที่จัดขึ้นที่เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สำเร็จ 


ภายหลังจบการแข่งขันวงอีสานดรัมไลน์ (E-Sarn Drumline) ยังได้มาแสดงให้ผู้ชมในสนามลูคัสออยล์สเตเดียมได้ชมก่อนการแข่งขันชิงชนะเลิศรายการ Drum Corps International world championships และในวันที่ 12 สิงหาคม มีกำหนดแสดงที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวัน เฉลิมพระชนมพรรษา ก่อนเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่15 สิงหาคมนี้



ชนกพร โพธิสาร สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม
รายงานจากเมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา สหรัฐอเมริกา

อำเภอเมืงบึงกาฬจัดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

วันที่ 10 สิงหาคม 2556 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายชัยวัฒน์ สารสมบัติ นายอำเภอเมืองบึงกาฬเป็นประธานในงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำปี 2556 ซึ่งงานในวันนี้มีพิธีมอบรางวัล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีผลงานดีเด่นประจำปี 2556 โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมากเพื่อแสดงออกถึงพลังแห่งผู้นำท้องถี่นในอำเภอเมือง บึงกาฬ


ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกําหนดให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน” เพื่อน้อมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวรัชการที่ 5 ที่ทรงให้มีการทดลองจัดระเบียบการปกครองตําบลและหมู่บ้าน โดยให้ราษฎรได้พิจารณาเลือกผู้ใหญ่บ้านจากราษฎรด้วยกันเองขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสถาบันกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไป กระทรวงมหาดไทยได้กําหนดให้มีการพิจารณาคัดเลือกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ารับรางวัล ประจําปี 2556 โดยกําหนดไว้เป็น 2 ชั้น คือชั้นยอดเยี่ยม (ชั้นที่1) และชั้น 2 คือผู้มีผลงานดีเด่น ซึ่งอำเภอเมืองบึงกาฬได้ประกาศผลการ พิจารณาคัดเลือกรางวัล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีผลงานดีเด่น ประจําปี 2556 แล้ว ดังนี้ 1.นายชยพล โพธิ์สว่าง กำนันตำบลไคสี ได้รับรางวัลชั้น 2 ของกำนัน 2.นายเทิดศักดิ์ กงระหัด ผู้ใหญ่บ้านอาฮง หมู่ที่ 3 ตำบลไคสี ได้รับรางวัลชั้น 2 ของผู้ใหญ่บ้าน 3.นายจำรูญ หนูกล้วย แพทย์ประจำตำบลไคสี ได้รับรางวัลชั้น 2 ของแพทย์ประจำตำบล 4.นายนิเทศ พลภักดี สารวัตรกำนันตำบลไคสี ได้รับรางวัลชั้น 2 สารวัตรกำนัน 5.นายนัตร เกตุพิมล สารวัตรตำบลไคสี ได้รับรางวัลชั้น 2 ของสารวัตรกำนัน 6.นายรจน์ ทีหอคำ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอาฮง หมู่ที่ 3 ตำบลไคสี ได้รับรางวัลชัน 2 ของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผู้ได้รับรางวัลต่างมีความภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลจากการทุ่มเททำ งานอย่างเต็มที่

จัดเลี้ยงผู้ต้องขังหญิง ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน

จังหวัดบึงกาฬจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่ผู้ต้องขังหญิงเรือนจำจังหวัด บึงกาฬ ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาค 76 จังหวัด เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ศกนี้

วันที่ 9-8-56 เวลา 10.30 น. นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการและประชาชน นำอาหารพระราชทานไปจัดเลี้ยงแก่ผู้ต้องขังหญิงเรือนจำจังหวัดบึงกาฬ ตามโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาค 76 จังหวัด ที่เรือนจำจังหวัดบึงกาฬ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมายุ 81 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2556 ซึ่งก่อนการจัดเลี้ยง ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมกล่าวอาศิรวาท เทิดพระเกียรติ และนำร้องเพลงสดุดีมหาราชา

นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาค 76 จังหวัดว่า เนื่องในโอกาสที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 15 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จึงร่วมกับจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงานและผู้ ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน และกิจกรรมอื่นๆตามความเหมาะสม ในช่วงเดือนสิงหาคม 2556 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดบึงกาฬ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารกลางวันพระราชทาน แก่ผู้ต้องขังหญิงรวม 146 คน     

นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์แก่พสกนิกรทุก หมู่เหล่า เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาชีวิตและผ่านพ้นวิกฤติอันเลวร้าย ขอให้ผู้ต้องขังสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประพฤติตนเป็นคนดี ของครอบครัว ชุมชน และสังคม หลังพ้นโทษไปแล้ว หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเหล่ากาชาดจังหวัด มอบสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อใช้ในระหว่างถูกคุมขังด้วย 

นักเรียนร่วมใจบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ

เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้ออกหน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิต ในเขตพื้นที่อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเก็บสำรองเลือดเข้าคลังเลือดในโรงพยาบาลบึงกาฬ ไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยยามมีเหตุฉุกเฉิน โดยมีข้าราชการ นักเรียนโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ร่วมใจกันบริจาคโลหิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้กว่า 100 คน ได้โลหิตเข้าคลังเลือดกว่า 40,000 ซีซี


วันที่ 09-08-56 เวลา 08.30 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นำทีมแพทย์ออกรับบริจาคโลหิต ณ อาคารโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีคณะครูและนักเรียนต่างร่วมใจกันออกมาบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมากนายกเหล่า กาชาดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย สมาชิกเหล่ากาชาดและแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลบึงกาฬ ออกรับบริจาคโลหิต เป็นครั้งที่ 3 ประจำเดือน สิงหาคม 2556 มีอาจารย์และนักเรียน มาบริจาคโลหิตจำนวน 100 คน ได้โลหิต กว่า 40,000 ซีซี ซึ่งการบริจาคโลหิตถือเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นการช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่เสียงต่อการเสียชีวิตดังนั้นเลือดทุก หยดที่ได้รับบริจาคถือเป็นการต่อชีวิตอีกหลายชีวิตดังนั้นจึงถือว่าเป็นการ สร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556 วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 ที่จะถึงนี้ด้วย

เกษตรจัดดำนาวันแม่เกี่ยวข้าววันพ่อ

วันที่ 08-08-56 เวลา 16.00 น. ณ แปลงนาสาธิตบ้านท่าไคร้ (ภายในพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ) หมู่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางไปเป็นประธานในงานรณรงค์ ให้ความรู้การลดต้นทุนการผลิตข้าว และนำหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร ร่วมกันดำนาในแปลงนาสาธิต โดยการดำนาในครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬกล่าวว่า "ดำนาวันแม่เกี่ยวข้าววันพ่อ” ซึ่งมีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากถึงแม้จะมีฝนตกลงมาอย่าง แรงตลอดทั้งวัน

นายทรงพันธ์ จันสว่าง เกษตรจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า การรณรงค์ให้ความรู้เรื่อง ลดต้นทุนการผลิตข้าวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าข้าวของ ประเทศไทย ซึ่งต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นอันเกิดจากสาเหตุการใช้ปัจจัยการผลิต ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกชนิด ใช้ผิดเวลา ในอัตราที่ไม่เหมาะสม หรือใช้ปัจจัยการผลิตฟุ่มเฟือย อันเป็นเหตุให้เกิดโรคและแมลงระบาด ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬได้กำหนดจัดงานรณรงค์ ให้ความรู้การลดต้นทุนการผลิตข้าว เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรในจังหวัดได้เห็นถึงความสำคัญในการลดต้นทุน ในการผลิตข้าวเพื่อส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกิจกรรมหลักในวันนี้จะเป็นการสาธิตการดำนา การจัดนิทรรศการวิชาการด้านการลดต้นทุนการผลิตข้าวจากส่วนราชการที่เกี่ยว ข้อง การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในนาข้าว เป็นต้น

จังหวัดนครราชสีมา จัดเทศน์มหาชาติ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

วันนี้ (11 ส.ค. 56) เวลา 10.00 น. ที่วัดหลักร้อย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนพระองค์ถวายผ้าไตรพระราชทานแด่พระครูประทีปธรรมวัต เจ้าคณะตำบลในเมืองนครราชสีมา ในโครงการเทศน์มหาชาติมหาเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและร่วมกันบำเพ็ญบุญถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
 

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม 2556 ทางกระทรวงวัฒนธรรม ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระราชานุญาต จัดโครงการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติฯ โดยขอพระราชทานผ้าไตร จำนวน 9 ไตร เพื่ออัญเชิญไปถวายแด่พระสงฆ์ในพิธีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 76 ไตร เพื่อให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัด ไปดำเนินการในส่วนภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556 ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมและเป็นที่ปลื้มปิติโสมนัส ยินดีเป็นล้นพ้นของปวงพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้แสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการพร้อมกันบำเพ็ญคุณงามความดี ถวายเป็นพระราชกุศล

น้ำป่าไหลผ่านถนนยางตลาด-เขื่อนลำปาว ไหล่ทาง คลองส่งน้ำถูกน้ำกัดเซาะเสียหาย

เช้าวันที่ 11 สิงหาคม 2556 เกิดน้ำป่าไหลหลากถนนสายยางตลาด-เขื่อนลำปาว ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ทำให้น้ำพัดพาดินกัดเซาะไหล่ทางคอสะพาน คลองชลประทานพังเสียหาย นอกจากนี้บริเวณบ้านคำแมด มีไร่นา พืชสวน มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง ในเบื้องต้นนายอำเภอยางตลาดสั่งหน่วยงานเร่งสำรวจพื้นที่

เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2556 ได้เกิดฝนตกหนักในหลายอำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ เกือบ 1 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากผ่านถนนสายยางตลาด-เขื่อนลำปาว ทางหลวงหมายเลข 2416 กม.11 ช่วงตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ซึ่งน้ำป่าได้พัดพาเอาดินกัดเซาะไหล่ทาง คอสะพาน คลองชลประทาน พังเสียหาย และพัดเอาดินโคลนทับถมบนผิวถนน ทำให้รถยนต์ที่สัญจรไปมาไม่ได้รับความสะดวกและอาจเกิดอันตรายได้

ส่วนที่บ้านคำแมด ตำบลบัวนาน น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมขังไร่นา พืชสวนของราษฎรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งความแรงของน้ำป่าได้พัดกัดเซาะคลองชลประทานพังเสียหายหลายจุดเลยทีเดียว เบื้องต้นนายฐานวัฒน์ ธนโชคชัยอนันต์ นายอำเภอยางตลาด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบัวบาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าไปสำรวจความเสียหาย เพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ทราบว่าถนนสายปากทางเขื่อน-เขื่อนลำปาว ตอนนี้อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง ปรากฏว่าช่วงบนมีการตัดถนนบุกรุกเข้าไปทำไร่มัน สวนยาง ทำให้ทางน้ำเปลี่ยนทาง ถนนกลายเป็นคลองและป่าบริเวณนี้ถูกทำลายจนไม่เหลือพืชคลุมดิน เมื่อเกิดฝนตกมาก จะพัดพาตะกอนดินไหลลงมากับน้ำมาทางบ้านตูม และบ้านคำแมด ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด ลงสู่คลองชลประทาน ทำให้คลองชำรุดพังเสียหายเป็นประจำ ในเรื่องนี้โครงการชลประทานลำปาว ได้รับผลกระทบ ตอนนี้กำลังเจรจากับกรมทางหลวง เทศบาลบัวบาน ร่วมกันหาทางแก้ไข
 



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

โรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถและมอบเกียรติบัตรแก่แม่ดีเด่น

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2556 ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ นางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 โดยได้เปิดกรวยถวายราชสักการะ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นำกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบเกียรติบัตรแก่แม่ดีเด่นของโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นการประกาศถึงคุณงามความดีของคุณแม่ เด็กนักเรียนได้ร่วมกันร้องเพลงวันแม่

นายชาตรี ถาวรรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 ของโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันอันเป็นที่รักของพี่ น้องปวงชนชาวไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2556 ยกย่องเชิดชูเกียรติแม่ตัวอย่างของโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ และเพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความรัก ความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ผู้ให้กำเนิดด้วย โดยเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้นำพวงมาลัยดอกมะลิกราบไหว้คุณแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556


 

ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำเงินพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมอบเป็นทุนต่อเนื่องให้กับเด็กอดีตนักมวยที่ชกมวยหาเลี้ยงตายายที่อำเภอน้ำพอง

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดขอนแก่นเดินทางไปเยี่ยมครอบครัว ด.ช.ประเสริฐ อันดร และ ด.ช. ชัยพร ดวงมาลา ที่บ้านหลุมหิน ตำบลหนองกุง อำเภอน้ำพอง 2 พี่น้องมารดาเดียวกัน เด็กยอดกตัญญูที่ต้องการชกมวยตั้งแต่อายุ 9 -11 ขวบเพื่อหาเลี้ยงตายายที่ป่วยทำงานหนักไม่ได้และมีการนำเสนอข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์จนทราบถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระองค์ท่านทรงรับอุปการะเลี้ยงดูเด็กทั้งสอง และได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์มอบหมายให้จังหวัดขอนแก่นนำมามอบให้กับเด็กทั้งสองทุกเดือน จนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวได้ โดยมีการพระราชทานช่วยเหลือมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553 ซึ่งพระมาหากรุณาธิคุณของพระองค์ในครั้งนี้ได้สร้างความปลาบปลื้มใจให้ชาวขอนแก่นอย่างหาที่สุดมิได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้นำเงินพระราชทานเพื่อช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวเด็กทั้งสองไปมอบให้ด้วยเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือนๆละ 5 พันบาทรวม 3 เดือนเป็นเงิน 15,000 บาท ทางผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นก็ฝากให้นายอำเภอน้ำพองเข้ามาช่วยดูแลด้วยและแนะนำการดำรงชีวิตในประจำวันรวมทั้งการส่งเสริมอาชีพด้วยเนื่องจากเด็กทั้งสองเริ่มโตแล้วและอยู่กับตายายที่ชราแล้วยังมีน้องเพิ่มมาอีก 2 คนด้วยส่วนแม่ของเด็กไม่ค่อยได้กลับมาดูแลลูกต้องทำงาน จึงต้องเป็นภาระที่สำคัญของเด็กทั้งสองอีก โดยให้หาแนวทางมาช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเด็กและชุมชนรอบข้างจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโอกาสที่เป็นช่วงวันแม่แห่งชาติ ด.ช.ชัยพร ดวงมาลา เด็กกตัญญูที่ได้รับโอกาสดีๆจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีก็ได้กล่าวถวายพระพรพระองค์ท่านของให้พระองค์ท่านมีพลานามัยที่แข็งแรงอยู่คู่คนไทยไปนานๆและขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ด้วย

จังหวัดขอนแก่นร่วม กับ อบจ.ขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงเรียนสาธิต จัดการแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์ภาคอีสานเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ

งานนี้จัดที่สระว่ายน้ำภายในสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นโดยมีนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดการแข่งขันก่อนการแข่งขันผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้เปิดกรวยถวายพระพระชัยมงคลวันแม่แห่งชาติ และนำนักกีฬาผู้ปกครองรวมทั้งกองเชียร์ร่วมร้องเพลงถวายพระพรด้วยในการนี้ได้มีการมอบเสื้อนักกีฬายอดเยี่ยมให้กับเยาวชนในภาคอีสานที่สามารถเป็นตัวแทนทีมชาติไทยชุดปัจจุบันด้วยหลายคน สำหรับการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำชิงแชมป์ภาคตะวันนออกเฉียงเหนือครั้งนี้จังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพมีทีมนักกีฬาส่งเข้าแข่งขัน 58 ทีมนักกีฬา 466 คนทำการแข่งขัน 2 วัน 10และ 11 สิงหาคม มีตั้งรุ่นเด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าแข่งขัน วัตถุประสงค์การจัดงานนอกจากเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติแล้วยังเป็นการส่งเสริมให้กีฬาว่ายน้ำเป็นที่แพร่หลาย ปลุกฝังเด็กเยาวชนหันมาเล่นกีฬาเพื่อห่างไกลจากยาเสพติดซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นด้วย

ชัยภูมิ มอบตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจ

จังหวัดชัยภูมิ จัดพิธีมอบตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลหนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ หวังเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร แปรรูปผลผลิตโดยเฉพาะการทำพริกแห้ง ได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองโพนงาม ต.หนองโพนงาม อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ เมื่อ 10 สิงหาคม 2556 สำนักงานพลังงานจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้สนับสนุนให้เกษตรกรมีเครื่องมือในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยสนับสนุนงบประมาณสร้างตู้อบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยกรมพลังงาน สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำพิธีมอบให้แก่ สมาชิกกลุ่มเกษตรกร โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 สส.ชัยภูมิ เป็นประธานในพิธี เป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกร ด้านการทำการเกษตรแบบประหยัดพลังงาน ช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่นการใช้แผงโซล่าเซล สูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร การใช้บ่อหมักแก๊สหุงต้ม การใช้เตาประหยัดพลังงาน และการใช้โรงอบแห้งพลังแสงอาทิตย์ด้วย เกษตรกรสามาถนำผลผลิตที่ปลูก มาแปรรูปแห้ง ซึ่งสามารถอบแห้งพืชได้ทุกชนิด ทั้งพริกแห้ง กล้วยอบแห้ง กล้วยตาก สมุนไพรต่างๆ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น

ในโอกาสนี้นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 สส.ชัยภูมิ ยังมอบรถบัส จำนวน 2 คัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากท่านเลขาธิการรัฐสภา ให้แก่วัดชัยภูมิพิทักษ์ ผาเกิ้ง เพื่อใช้ในการรับ ส่งพระภิกษุ สามเณร และมอบให้กับโรงเรียนเกษตรมบูรณ์วิทยาคม เพื่อให้ใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนต่อไป

นอกจากนี้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ ยังร่วมกับเครือข่ายผู้ปลูกพริกจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานในโครงการห่วงโซ่การผลิตพริกปลอดภัยจังหวัดชัยภูมิ มาเปิดตัวพริกชัยภูมิ ต่อสื่อมวลชน ซึ่งพริกชัยภูมิ มีความโดดเด่น "เผ็ด แซบ นัว” ต้องพริกชัยภูมิ โดยนำผลผลิต มาแสดง และสาธิต การเพิ่มผลผลิตในการปลูกพริก การใช้สารชีวภาพกำจัดแมลง และกำจัดโรคโคลนเน่า โรคใบหงิก แทนการใช้สารเคมี อีกด้วย




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีถวายสักการะ และกล่าวถวายพระพร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามกุฎราชกุมาร เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามกุฎราชกุมาร ซึ่งหน่วยงานต่างๆในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2556 โดยจัดขึ้นในบริเวณโรงเรียนบ้านเขว้าวิทยายน อ.บ้านเขว้า มีเกษตรกรและผู้สนใจร่วมงานอย่างคึกคัก

ภายในงานมีกิจกรรมให้ความรู้ และรับบริการด้านเกษตร การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมงและนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็นกิจกรรมอาชีพเสริมสำหรับแม่ และนิทรรศการเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพแม่ลูก นิทรรศการด้านสาธารณสุข ซึ่งเน้นให้มีความตระหนักในความรับผิดชอบในเรื่องของการผลผลิตอาหารปลอดภัยต่อสุขภาพ การประกวดผลผลิตทางการเกษตร และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการงานบริการวิชาการเกษตรทุกสาขา ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน เปิดให้บริการ ณ จุดๆเดียว ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรตื่นตัว และยอมรับในนวัตกรรมใหม่ๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมของสภาพของพื้นที่และคนในชุมชน




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล/ข่าว

ข่าวกีฬา - ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เสมอ โปงลางคะนอง กาฬสินธุ์ เอฟซี 3 ประตูต่อ 3

จิมมี โซล่า ซัด จุดโทษ ช่วยให้ ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด รอดจากความปราชัย เสมอ โปงลางคะนอง กาฬสินธุ์ เอฟซี ไป อย่างสุดมันส์ 3 ประตูต่อ 3

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 ส.ค.56 ที่สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ศึกการแข่งขันฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 ประจำปี 2013โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเลกที่ 2 คู่ที่ 194 เป็นการพบกันระหว่าง ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน เปิดสนามศรีนครลำดวน ต้อนรับการเยือนของ โปงลางคะนอง กาฬสินธุ์ เอฟซี ซึ่งเกมส์การแข่งขันในครั้งนี้ มีแฟนบอลเจ้าบ้าน และแฟนบอลทีมเยือน ตลอดจนกลุ่มแฟนคลับกรูปีพลัดถิ่น เข้าร่วมชมการเกมส์แข่งขันอย่างคึกคัก โดยสามารถเก็บค่าบัตรเข้าชมเกมส์การแข่งขันและของที่ระลึกได้ รวม 71,930 บาท และมีผู้เข้าชมเกมส์การแข่งขัน 1,268 คน
 
เริ่มเกมส์ครึ่งเวลาแรก ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมส์บุกเข้าใส่กัน และมีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง แต่เป็นฝ่ายกองเชียร์เจ้าถิ่นที่ได้เฮก่อน ในนาทีที่ 19 จาก ผู้เล่นหมายเลข 27 Jimmy Shola ( จิมมี่ โซล่า ) ที่ได้ลูกในกรอบเขตโทษ และพลิกตัวยิงบอล เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ กาฬสินธุ์ เอฟซี ไปก่อน 1 ประตูต่อ 0
 
กาฬสินธุ์ เปิดเกมส์บุกเพื่อหวังประตูตีเสมอโดยอาศัยจังหวะลูกยิงไกลเพื่อทำประตู แต่ยังไม่เฉียบคมพอ จนกระทั่งในนาทีที่ 26 ความพยายามของกาฬสินธุ์ก็สำเร็จ เมื่อ ผู้เล่นหมายเลข 9 Aboubakai Abdourahman (อับบูบาไก อับดูราห์แมน) กองหน้าผิวสี ของกาฬสินธุ์ ได้จังหวะหลุดเข้าไปทำประตู และ ซัดลูก ผ่านมือนายทวารของศรีสะเกษเข้าไปตุงตาข่าย กาฬสินธุ์ เอฟซี ตีเสมอ ลำดวนเพลิง ได้สำเร็จ 1 ประตูต่อ 1
 
ต่อมา ศรีสะเกษ มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาทีที่ 30 จากลูกชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษ และเป็นผู้เล่นหมายเลข 19 ณัฐพล เพิ่มทรัพย์ ที่ทำประตู ให้ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ กาฬสินธุ์ เอฟซี อีกครั้ง 2 ประตูต่อ 1
 
จากนั้น ในนาทีที่ 36 กาฬสินธุ์ มาได้ประตูตีเสมออีกครั้ง จากจังหวะการทำฟาล์วในกรอบเขตโทษของนายทวารศรีสะเกษ และเป็นผู้เล่นหมายเลข 10 ของกาฬสินธุ์ พัทรชัย สถิตวาส รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ทำให้กาฬสินธุ์ เอฟซี ตามมาตีเสมอ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด 2 ประตูต่อ 2
 
 ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีม ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เสมอ กาฬสินธุ์ เอฟซี 2 ไป ประตูต่อ 2
 
 เริ่มเกมส์การแข่งขันในครึ่งเวลาหลัง ทั้ง 2 ทีม ต่างเปิดเกมส์บุกเข้าใส่กัน เพื่อหวังคว้าชัยชนะ และเป็นกาฬสินธุ์ ที่มาได้ประตูขึ้นนำ ศรีสะเกษ เป็นครั้งแรกของเกมส์การแข่งขันในวันนี้ ในนาทีที่ 72 จากจังหวะโต้กลับเร็ว ของกาฬสินธุ์ และเป็นเล่นหมายเลข 9 Aboubakai Abdourahman (อับบูบาไก อับดูราห์แมน) ที่เป็นผู้ทำประตูขึ้นนำ ทำให้ กาฬสินธุ์ เอฟซี ขึ้นนำ ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ไป 3 ประตูต่อ 2
 
ในช่วงทดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังเกิดเหตุชุมมุนขึ้น เมื่อ กองหลังของกาฬสินธุ์ ทำฟาล์ว Jimmy Shola ( จิมมี่ โซล่า ) ผู้เล่นของศรีสะเกษ ในกรอบเขตโทษ และผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ ทำให้ ผู้เล่นของกาฬสินธุ์ ตลอดจนผู้ฝึกสอน ไม่พอใจในคำตัดสิน และเดินออกจากสนาม ทำให้เกมส์ต้องหยุดชะงักลงประมาณ 3 นาที ก่อนที่ผู้เล่นของกาฬสินธุ์ จะยอมลงสนาม เพื่อทำการแข่งขันอีกครั้ง และเป็นผู้เล่นหมายเลข 27 Jimmy Shola ( จิมมี่ โซล่า ) ผู้เล่นของศรีสะเกษ ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษ ทำให้ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ทำประตูตีเสมอ กาฬสินธุ์ เอฟซี 3 ประตูต่อ 3
 
หลังจากนั้น เมื่อ ผู้ตัดสิน เป่าหมดเวลาการแข่งขัน ผู้เล่นของศรีสะเกษ ได้วิ่งเข้าไปประท้วงผู้ตัดสิน ถึงสาเหตุที่เป่าหมดเวลาการแข่งขันเร็วเกินไป เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีการหยุดชะงักของเกมส์การแข่งขัน แต่สุดท้าย ก็ไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น แต่อย่างใด
 
จบเกมส์การแข่งขัน ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เสมอ โปงลางคะนอง กาฬสินธุ์ เอฟซี ไป อย่างสุดมันส์ 3 ประตูต่อ 3 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน




จิรภัทร หมายสุข  / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ