วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

น้ำจาก 4 ทิศ ไหลบ่าเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจตัวเมืองชัยภูมิแล้ว

ตัวเมืองชัยภูมิก็เอาไม่อยู่น้ำท่วมถนนหลายสายช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ขณะที่ริมฝั่งแม่น้ำชีพื้นที่น้ำท่วมเดิมยังคงทรงตัว และมีแนวโน้มสูงขึ้น ขยายวงท่วมพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง จังหวัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว เพื่อรวบรวมสิ่งของไปช่วยเหลือ ล่าสุด นำถุงยังชีพไปช่วย อำเภอจัตุรัส 3 ตำบลแล้ว

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา 29 ก.ย. 56 เกิดฝนตกหนักทั่วทั้งจังหวัดชัยภูมิ ในตัวเมืองวัดได้ 50 มม. ประกอบกับน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปะทาว อ่างเก็บน้ำช่อระกา ลำห้วยยางบ่า ได้ไหลผ่านตัวเมือง อย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำจำนวนมาก สะสมขึ้นมาท่วมขังถนนสายสำคัญหลายสาย บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ไปหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ สูง 60 ซม. บริเวณหน้าวัดชัยประสิทธิ์ หน้าสถานดับเพลิงเทศบาล หน้ามูลนิธิสว่างคุณธรรม ชัยภูมิ บริเวณศาลเจ้าพ่อพญาแล หนองปลาเฒ่า สี่แยกโรงเลื่อยทางไปตาดโตน นอกจากนี้ยังท่วมถนนในชุมชนหนองบ่อ โนนสมอ กุดแคนหัวถนน ชุมชนเมืองเก่า ท่วมสูง 20- 50 ซม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ โรงเรียนเทศบาล ประกาศหยุดเรียน 3 แห่ง คือ เทศบาล 1 เทศบาล 3 เทศบาล 4 และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดชัยภูมวนาราม ระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 1 ตุลาคม 2556 เนื่องจากน้ำท่วมถนนสูง การสัญจรไปมาระหว่างโรงเรียน ไม่สะดวก ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เทศบาลเมืองชัยภูมิได้ระดมเครื่องสูบน้ำ15 เครื่อง และเครื่องผักดันน้ำ 10 เครื่อง สูบน้ำและผลักน้ำออกจากตัวเมือง ลงสู่แม่น้ำชี แต่ก็ไม่สามารถระบายออกได้หมดภายในวันเดียว ยังคงมีน้ำท่วมขังถนนสายสำคัญ และตามชุมชนหลายจุด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้นเทศบาลเมืองชัยภูมิ ได้นำกระสอบทราย แจกจ่ายให้ชาวบ้านขนไปปิดกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านเรือน เป็นการเฉพาะหน้า ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมรอบนอก น้ำในลำน้ำชี ยังคงเอ่อท่วมพื้นที่ที่เคยท่วมเดิม และมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะตำบลส้มป่อย ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวบาน อ.จัตุรัส

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้นายพินิจ บุญวรรณ นายอำเภอจัตุรัส นายมนตรี ชาลีเครือ นายก อบจ.ชัยภูมิ และ สส.ปาริชาติ ชาลีเครือ นำถุงยังชีพ 1,800 ชุด ไปมอบให้ราษฎรผู้ประสบภัย 11 หมู่บ้าน ในตำบลส้มป่อย ได้แก่ บ้านบุตามีหมู่ 7 ส้มป่อยหมู่ 1,12,13,14 โนนเชือกหมู่ 3 บ้านซาดหมู่ 6 ห้วยน้อยหมู่ 8 กุดตูม ม.5 โนนม่วง ม.2 ห้วยท่าขี้เหล็ก ม.6

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิ ณ ขณะนี้ มีสถานการณ์เฉพาะริมสองฝั่งแม่น้ำชี ตั้งแต่อำเภอจัตุรัส บ้านเขว้า เมืองชัยภูมิ เนินสง่า คาดว่าอีก 1-2 วัน น้ำมวลนี้จะไหลเข้าพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ เข้าพื้นที่จังหวัดขอนแก่นต่อไป แต่ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ จากอิทธิพลของพายุลูกใหม่ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อม ตั้งศูนย์ช่วยเหลือไว้ทุกอำเภอ เพื่อรอรับธารน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประสานความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในการเข้าป้องกันน้ำท่วม ในพื้นที่ล่อแหลมได้อย่างทันท่วงที สำหรับจังหวัดได้ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยไว้ที่ศาลาประชาคม พร้อมตั้งโรงประกอบอาหาร สำหรับแจกจ่ายผู้ประสบภัย ในส่วนที่กำกำลังความช่วยเหลือในพื้นที่ ประชาชนทั่วไปสามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนความสูญเสีย ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมเพิ่มอีก 1 ราย เป็นเด็กนักเรียนไปลงเล่นน้ำ บริเวณลำห้วยช่องสามหมอ อ.อำเภอแก้งคร้อ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้ รวมเป็น 3 รายแล้ว

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว














จังหวัดชัยภูมิ จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า จังหวัดชัยภูมิ ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร รวมพื้นที่ประสบภัยแล้ว 15 อำเภอ จุดที่สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้วได้แก่พื้นที่ในทางตอนบน อำเภอหนองบัวแดง เกษตรสมบูรณ์ ส่วนพื้นที่ ตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส ยังมีน้ำท่วมอยู่ 4 หมู่บ้าน ซึ่งได้จัดอาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ไปให้ความช่วยเหลือ พร้อมจัดเรือท้องแบนไปอำนวยความสะดวกในการสัญจรแล้ว รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของอำเภอบ้านเขว้า และตำบลหนองนาแซง อำเภอเมือง นอกจากนี้มวลน้ำจำนวนมากกำลังจะเคลื่อนไปยังอำเภอคอนสวรรค์ ซึ่งจะต้องหามาตรการในการป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลรักษาชีวิตและทรัพย์สินให้ได้อย่างทันท่วงที

ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดชัยภูมิได้ตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดชัยภูมิ ขึ้น ที่ศาลาประชาคมจังหวัดชัยภูมิ (บริเวณด้านข้างศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ) โดยร่วมกับ เหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ มูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ตั้งโรงครัวประกอบอาหาร รวมทั้งเป็นศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยด้วย โดยติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-813323-5 สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ รวมแล้ว 3 ราย โดยล่าสุดเป็นเด็กนักเรียนที่ไปเล่นน้ำในลำน้ำช่องสามหมอ อำเภอแก้งคร้อ แล้วถูกกระแสน้ำพัดหายไป



เพชรรินทร์ เขียวเขว้า
ส.ปชส.ชัยภูมิ...ข่าว







นายพรศักดิ์  เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ และ
นางเครือวัลย์  เจียรณัย นายกเหล่ากาชาด
ประกอบอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย





จังหวัดสุรินทร์ แจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยง อันเกิดจากสภาวะอากาศแปรปรวน (29 ก.ย. 56)

นายพิภพ  ดำทองสุข  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากกรมตุนิยมวิทยา

ว่าด้วยจังหวัดสุรินทร์ ติดตามตรวจสอบสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์คาดการณ์ อากาศประจำวันที่  29  กันยายน  2556  พายุไต้ฝุ่น “หวู่ติ๊บ” (WUTIP) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 550 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองเว้ (HUE) ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่  1  ตุลาคม  2556 ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง อนึ่ง ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ลพบุร สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย


จังหวัดสุรินทร์ จึงขอแจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยของ

จังหวัด ทราบเกี่ยวกับภัยอันเกิดจากสภาวะอากาศแปรปรวน ซึ่งเป็นลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโซกแรง และอาจมีลูกเห็บตกจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเกษตรกร บ้านเรือน โรงเรือนและพืชผลทางการเกษตร ให้เตรียมการป้องกันระมัดระวัง อันตรายจากภัยธรรมชาติ ในระยะ 2-3  วันนี้ (29 กันยายน – 1 ตุลาคม 2556)  รวมถึงงดใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง




เกณฑ์ของพายุ

1.   พายุใต้ฝุ่น  มีความเร็วลม 118 กม./ชม. ขึ้นไป จะก่อให้เกิดลมพัดอย่างรุนแรง มีฝนตกหนักมาก มีคลื่นซัดชายฝั่ง ทำให้บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ เกิดความเสียหายในวงกว้าง ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม

2.   พายุโซนร้อน  มีความเร็ว  63-117 กม./ชม. ก่อให้เกิดฝนตกหนัก ลมพัดรุนแรง บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างเสียหาย ส่วนใหญ่เกิดบริเวณประเทศเวียดนาม และ ลาว

3.   พายุดีเพรสชั่น  มีความเร็วลมน้อยกว่า 63 กม./ชม. เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน นาน 4-5 วัน เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรงจะเสียหาย ส่วนใหญ่เกิดในประเทศไทย


หมายเหตุ :   “ใต้ฝุ่น” จะเริ่มก่อตัวกลางหมาสมุทรแปซิฟิก แล้วเคลื่อนตัวสู่ฝั่งอ่อนแรงกลายเป็น “โซนร้อน” และอ่อนแรง เป็น “ดีเพรสชั่น” ตามลำดับ




(ผู้อำนวยการ สถานีอุตุนิยมวิทยา สุรินทร์ นายอำพร  ศรีประจันทร์ โทรศัพท์ 086-8730721)
กรรณิกา  สำราญจริง/ส.ปชส.สุรินทร์/ข่าว

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

โรงพยาบาลธีระวัฒน์ เตรียมต่อยอดโครงการผ่าตัดตาต้อกระจกฟรี โดยเชิญ รพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น เข้าร่วมโครงการรักษาโรคต้อหิน และโรคตาอื่นๆ

เช้าวันที่ 27 ก.ย. 2556   ที่โรงพยาบาลธีรวัฒน์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีประชาชนที่เข้ารับบริการผ่าตัดตาต้อกระจก ตามโครงการ ชาวกาฬสินธุ์ผ่าตัดตาต้อกระจก ฟรี เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้ามาติดตามอาการภายหลังผ่าตัดแล้ว กว่า 500 คน

นายแพทย์ธีระวัฒน์ ร่วมไทรทอง ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธีรวัฒน์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว โรงพยาบาล ศุพมิตร และ โรงพยาบาลธีรวัฒน์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการผ่าตัดตาต้อกระจกฟรีอย่างต่อเนื่อง ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ารับบริการแล้วหลายหมื่นคน บางคนพบปัญหา ไม่ใช่เป็นตาต้อกระจก แต่เป็นต้อหินหรือโรคตาอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ต้องกลับบ้านไป เนื่องจากโครงการนี้รักษาตาต้อกระจกอย่างเดียว จากปัญหาดังกล่าวโรงพยาบาลธีรวัฒน์จึงได้ประสานไปยังสำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ หรือ สสส. เพื่อขยายการให้บริการแบบคลอบคลุมยิ่งขึ้น โดยได้เชิญโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่นเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย โดยมีแผนจะดำเนินการปีงบประมาณ 2557 นี้ สำหรับผู้ป่วยที่เข้ามาตรวจ คัดกรองโรคตาต้อกระจก หากพบว่าเป็นโรคตาอื่นๆจะได้ส่งต่อให้ แพทย์โรงพยาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น รักษาทันที ทั้งนี้ เพื่อผู้ป่วยจะได้ไม่เสียเวลาในการเดินทางและเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

สำหรับ ผู้ป่วยที่ได้ผ่าตัดตาต้อกระจกแล้ว เข้ามาติดตามอาการภายหลังผ่าตัดในวันนี้ กว่า 500 คน จากการสุ่มสอบถามพบว่า ทุกคนมีความพึงพอใจ และอยากให้โครงการนี้มีต่อเนื่องไปตลอด



วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

น้ำชีทะลักท่วมตัวเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้วหนักสุดในรอบ 3 ปี

สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิ ได้ขยายวงกว้าง ชาวบ้านเดือดหนัก น้ำท่วมมากสุดใน รอบ 3 ปี ล่าสุดน้ำจากลำน้ำชีได้เอ่อท่วมเขตเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อ.เมืองชัยภูมิ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ท่วมถนนในชุมชนสูงกว่า 60 ซ.ม. ต้องใช้เรือแทนรถ

วันนี้ 28 ก.ย.56 นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์และวางกำลังเข้าไปป้องกันแก้ไข และช่วยเหลือ พร้อมกับลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และสั่งใช้รถแบคโฮล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เปิดทางน้ำบริเวณข้างวัดบ้านค่ายหมื่นแผ้ว เพื่อระบายน้ำจากชุมชนในเขตเทศบาล ให้ไหลลงพื้นที่ต่ำได้สะดวกขึ้น เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณในลำน้ำชี มีระดับสูงขึ้น รวมกับน้ำป่า และนำจากลำน้ำสาขาต่างๆ น้ำมวลนี้ ได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของอำเภอหนองบัวระเหว จัตุรัส บ้านเขว้า และล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืด ที่ผ่านมา ได้ไหลบ่าเข้าท่วมในเขตเทศบาลตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้ว อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำชี ท่วมถนนสายต่างๆสูงกว่า 60 ซ.ม. ทำให้ชาวบ้านใน 4 ชุมชน 100 กว่า ครอบครัว ได้รับความเดือดร้อน ต้องขนสิ่งของหนีน้ำไปอยู่ในที่สูง บางครอบครัว รถยนต์ยังจอดในบ้าน ขับออกไม่ทัน ถนนทุกสายเป็นอัมพาต ต้องใช้เรือท้องแบน ในการสัญจรไปมา นอกจากนี้ทางเทศบาลตำบลบ้านค่ายได้จัดกระสอบทราย มาบริการให้ชาวบ้านนำไปกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าในบ้าน บางบ้านไม่สามารถกั้นได้ทัน น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน

นอกจากนี้น้ำในลำน้ำชี ยังไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนราษฎร ในเขตบ้านปึกคงคา ต.หนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ ถนนระหว่างหมู่บ้านท่วมสูงกว่า 50 ซ.ม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ชาวบ้านต้องรีบเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรก่อนจะถูกน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ยังมีราษฎรบางครอบครับ กำลังเร่งขนย้ายสิ่งของ รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ขึ้นไปไว้ในที่สูง ยังไม่กล้าอพยพเพราะกลัวทรัพย์สินเสียหาย ขณะเดียวกันทาง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาแซง ได้สร้างศูนย์ช่วยเหลือ บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อเป็นจุดพักพิง และอพยพราษฎร หากปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ตำบลส้มป่อย ต.หนองบัวบาน อ.จัตุรัส เมื่อหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ ระดับน้ำท่วมยังทรงตัว และมีทีท่าว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก น้ำมวลนี้ยังไหลลงบึงละลาน จนรับน้ำไม่ไหว เอ่อเข้าท่วมบ้านท่าศาลา ต.ละหาน อ.จตุรัส ทางเข้าหมู่บ้านสูงเกือบ 1 เมตร การจราจรถูกปิดใช้เรือท้องแบนเท่านั้น ชาวบ้านต้องอพยพสิ่งขึ้นมาไว้เต็นท์ข้างทาง นอกจากนี้ถนนสายโนนจาน-บ้านเขว้า ช่วงบ้านท่าศาลา ยังถูกน้ำท่วมขังประมาณ 20 ซ.ม. โชคดีที่การจราจรยังใช้การได้

นางอภิญญา สิทธิโกษี ผู้ใหญ่บ้านท่าศาลา หมู่ 6 เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 ครอบครัว อยากได้ห้องน้ำฉุกเฉิน เพราะน้ำท่วมกันทุกบ้าน พร้อมกับเรือท้องแบน มีน้ำมันเชื่อเพลิงมาให้ด้วยก็จะดี ชาวบ้านจะได้ใช้เป็นพาหนะ สัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ ตอนนี้ทางรถยนต์ถูกตัดขาดแล้ว

ส่วนสถานกรณ์ ที่ตำบลส้มป่อย มีรายงานว่า น้ำจากลำห้วยส้มป่อย มีระดับสูงขึ้น ทำให้ไหลมาเพิ่มมวลน้ำเดิมที่ ยังทรงตัวอยู่ ทำให้มีระดับน้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายหน่วยงานกำลังเร่งลงไปให้ความช่วยเหลือ วันพรุ่งนี้ 29 ก.ย. 56 ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายอำเภอ และ สส. มีหนดจะนำถุงยังชีพไปมอบให่ชาวบ้านที่ประสบภัยแล้ว




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล / ข่าว 

ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ มอบส่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย

วันที่ 28 กันยายน 2556 เมื่อเวลา 10.00 น. นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ สำนักงานบรรเทาสาธารณ์ภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ออกช่วยเหลือและมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ให้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม จังหวัดบุรีรัมย์มีพื้นที่ ที่ประสบอุทกภัยจากน้ำท่วมอยู่ทั้งหมด 12 อำเภอ 64 ตำบล 618 หมู่บ้าน 37,454 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 79,419 ไร่

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.บุรีรัมย์หลายพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะบ้านสวายสอ หมู่ 8 และบ้านสวรรค์น้อย หมู่ 6 ต.ชุมแสง อ.กระสัง ที่ถูกน้ำชีเอ่อล้นตลิ่งหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน ทุ่งนา รวมถึงพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ก็ถูกน้ำท่วมล้อมรอบสูง 2-3 เมตร จนต้องใช้เรือในการสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านเพียงอย่างเดียวมาเป็นเวลานาน 1 สัปดาห์ และเพิ่งได้รับการช่วยเหลือจากรัฐนั้น
ล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อวัว ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ทั้ง 2 หมู่บ้านกว่า 1,000 ตัวเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์แล้ว เนื่องจากไม่มีพื้นที่ได้เกี่ยวหญ้ามาให้วัว ควายกิน ส่วนฟางที่กักตุนไว้ก็ใกล้หมด จึงร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำฟางอัดฟ่อน หรือหญ้าแห้งมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้สัตว์เลี้ยงดังกล่าวด้วย

นอกจากน้ำท่วมพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์แล้ว ยังเอ่อท่วมคอก จนเจ้าของต้องย้ายวัว ควาย ไปไว้ในพื้นที่สูงเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ถูกน้ำท่วมเพราะอาจเจ็บป่วยได้ เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำที่ท่วมบ้าน ไร่นา และถนนยังทรงตัว และยังต้องใช้เรือในการสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ป่วยไข้เลือดออกที่มหาสารคามลดลงจากเดือนก่อน แต่ยังเฝ้าระวัง

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่จังหวัดมหาสารคาม จนถึงวันที่ 25 กันยายน สะสม 2307 ราย โดยเดือนกันยายนพบ 181 ราย ลดลงจากเดือนก่อน แต่ยังต้องเฝ้าระวัง พร้อมขอความร่วมมือทุกหมู่บ้าน/ชุมชน ร่วมกันป้องกันกำจัดยุงลาย

นายแพทย์สุริยา รัตนปริญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่จังหวัดมหาสารคาม ตั้งเดือนมกราคม-25 กันยายน 2556 มีผู้ป่วยสะสม 2,307 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 240.79 ต่อแสนประชากร และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยพบผู้ป่วยเป็นหญิงมากกว่าชาย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดเป็นกลุ่มนักเรียน อายุ 10-14 ปี มีจำนวน 1,168.65 ราย

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยเดือนกันยายน 2556 มีจำนวน 181 ราย ซึ่งลดลงจากเดือนสิงหาคม ที่พบจำนวน 547 ราย มีแนวโน้มลดลง ส่วนอำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุด คืออำเภอกันทรวิชัย รองลงมา คือ อำเภอเมือง อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอวาปีปทุม

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันกำจัดยุงลาย และลดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก จังหวัดมหาสารคาม ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะโรคไข้เลือดออก โดยระดมทรัพยากรในพื้นที่ร่วมกันดําเนินการ เร่งกําจัดยุงตัวเต็มวัยในหมู่บ้านที่พบผู้ป่วย ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันกำจัดลูกน้ำ ไข่ยุงลายเพื่อลดประชากรยุง ลดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯ มหาสารคาม ส่งมอบเงินสมทบกองทุนแม่ เป็นกองทุนป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ส่งมอบเงินสมทบกองทุนแม่ของแผ่นให้แก่ประธานหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดมหาสารคาม รวม 28 กองทุน 280,000 บาท เพื่อนำไปเป็นกองทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

ในการประชุมคณะกรมการจังหวัดมหาสารคาม ประจำเดือนกันยายน 2556 ก่อนวาระการประชุม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในการส่งมอบเงินสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินสมทบหมู่บ้าน/ชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ปี 2555 ทั่วประเทศ กองทุนละ 10,000 บาท สำหรับจังหวัดมหาสารคาม มีหมู่บ้าน และชุมชนที่ได้รับเงินสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 28 กองทุน ใน13 อำเภอและ 1 เทศบาล รวมเป็นเงิน 280,000 บาท โดยมีประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินมารับมอบเงินสมทบทุนดังกล่าว เพื่อนำไปเป็นกองทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่

นอกจากนี้ ก่อนวาระการประชุมดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ยังได้เป็นประธานในการมอบรางวัลโครงการสำนักงานน่าอยู่ น่าทำงาน ด้วยหลักการ 5 ส. ปี 2556 โดยมีสำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม และสำนักงานคลังจังหวัดมหาสารคาม ได้รับรางวัลระดับดีเยี่ยม การมอบเกียรติบัตรและรางวัล ในโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี 2556 พิธีมอบเงินสมทบให้แก่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวมหาสารคาม และชุมชนบ้านท่าตูม เพื่อสนับสนุนทีมเรือเจ้าแม่คำเครือ ในฐานะเรือตัวแทนจังหวัดร่วมแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน ที่จังหวัดพิจิตร มอบใบประกาศเกียติคุณแก่เยาวชนที่ชนะในการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ มอบเกียรติบัตรร้านเกมสีขาว และมอบเกียรติให้แก่อำเภอที่มีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายตามเกณฑ์มาตรฐานอำเภออนามัยเจริญพันธุ์ .



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (นายสมบัติ คุรุพันธ์) ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการก่อสร้างสนามกีฬาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ

ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมสนับสนุนและพัฒนาสนามกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ให้ได้มาตรฐานเป็นศูนย์การพัฒนากีฬาจังหวัดให้มาตรฐานสูงขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียนและเยาวชนในระดับภาคอิสานและในระดับนานาชาติ

วันนี้ (๒๘ กันยายน ๒๕๕๖) ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมเปิดเผยว่า จะสนับสนุนให้สนามกีฬาของจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านการกีฬาของจังหวัดอำนาจเจริญให้ได้มาตรฐาน สามารถใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาเยาวชน หรือนักเรียนในระดับภาคอีสาน และยกระดับมาตรฐานให้สามารถใช้เป็นสนามแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติต่อไป

สำหรับสนามกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ ก่อสร้างขึ้นโดยใช้งบประมาณของการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นงบประมาณผูกพัน มีระยะดำเนินการระหว่างปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ ในวงเงิน ๒๔๐ ล้านบาท ขณะนี้ได้มีการก่อสร้างอัฒจันทน์ สนามฟุตบอล ลู่วิ่งยางสังเคราะห์ อาคารสำนักงาน สถานคบเพลิง ระบบสาธารณูปโภค เสร็จเรียบร้อยและสามารถใช้งานได้แล้ว ขณะนี้กำลังติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างสนาม  ซึ่งในปีงบประมาณต่อไป จะมีการสร้างสระว่ายน้ำ  โรงยิมอเนกประสงค์ อาคารที่พักนักกีฬา สนามเทนนิส ๖ คอร์ด และระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ  ซึ่งจะมีความสมบูรณ์และได้มาตรฐาน

ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สนามกีฬาแห่งนี้ถือเป็นสถานที่ส่วนรวมของชาวจังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอเชิญชวนให้ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ใช้สนามกีฬาแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนาด้านกีฬาของจังหวัด และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพแข็งแรง และพักผ่อนหย่อนใจในการออกกำลังกายของครอบครัว เป็นภูมิต้านยาเสพติดและสร้างความอบอุ่นในครอบครัวได้เป็นอย่างดีด้วย



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ( ดร.สมบัติ คุรุพันธ์) เปิดโครงการอบรมศึกษาดูงาน ผู้นำอาสาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพิทักษ์นักท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี ๒๕๕๖

ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอความร่วมมือชาวไทยทุกคนทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดี ในการดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศ และเตรียมการเข้าสู่ประชาชคมอาเซียนในอีก ๒ ปี ข้างหน้า

เวลา ๑๐.๐๐ น. วันนี้(๒๘ กันยายน ๒๕๕๖) ที่ห้องประชุมโรงแรมเลิศวิจิตร อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดโครงการอบรมศึกษาดูงาน ผู้นำอาสาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพิทักษ์นักท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญ  ซึ่งทางสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖  โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวให้การต้อนรับและกล่าวรายงานด้านแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและมีชื่อเสียงของจังหวัดอำนาจเจริญ ทั้งด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่น ด้านแหล่งเผยแพร่พุทธศาสนา และสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมากขึ้นทุกปี

ด้านนายปะณะชัย คำสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดโครงการครั้งนี้ เพื่อสร้างเยาวชนและประชาชนในจังหวัดอำนาจเจริญ ให้รู้จักรักและหวงแหนทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน ศึกษาและทำความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อนำเสนอแก่นักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการสร้างงานให้ประชาชนและท้องถิ่น และเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของประเทศไทย  โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้นำชุมชนในหมู่บ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวในทุก ๗ อำเภอ จำนวน ๑๓๐ คน  เนื้อหาการอบรมจะมีทั้งการให้ความรู้วิชาการ และการศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยวในและนอกจังหวัด

ดร.สมบัติ คุรุพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือชาวไทยทุกคนทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดี ในการดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งการรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันดีงาม และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไม่ให้เสื่อมโทรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ อยากเดินทางมาเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศกระจายสู่ประชาชนในทุกท้องถิ่น และยังเป็นการเตรียมพร้อมด้านสถานที่ท่องเที่ยวรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก ๒ ปี ข้างหน้าด้วย



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นประธานมอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ๓๒ เครื่องแก่โรงเรียนที่ขาดแคลนใน ๔ จังหวัดภาคอิสาน

ที่ห้องประชุมโรงแรมชิตสกนธ์ รีสอร์อท อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  นายสมพร สีหาวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มคลัสเตอร์สภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ๒ ตอนล่าง ๑ จาก ๔ จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดศรีสะเกษ นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ เพื่อพบปะหารือและรับทราบผลความก้าวหน้าการดำเนินงานของสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเขตความรับผิดชอบ ๔ จังหวัด โดยมีนายสุพันธ์ มงคลสุธี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธาน การประชุมและผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายธวัชชัย เฮงประเสริฐ ประธานสภาอุสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน ๒  และประธานสภาอุสาหกรรมจังหวัดจาก ๔ จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม และศรีสะเกษ และอุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ และองค์กรภาคเอกชน

และในโอกาสเดียวกันนี้ นายสุพันธ์ มงคลสุธี รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน ๓๒ เครื่องให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในพื้นที่ ๔ จังหวัด จำนวน ๓๒ โรงเรียน ตามโครงการห้องสมุดไอทีเพื่อพัฒนาการศึกษาไทย ปีที่ ๕ โดยบริษัท ซินเน็ต (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน เป็นเจ้าของโครงการเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กไทย ได้มีการพัฒนาด้านการศึกษาและนำระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ให้ก้าวทันนานาประเทศ และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศไทยต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

รอง ผวจ.อด.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีและภริยา สักการะลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองอุดรธานี ก่อนเดินทาง ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราขการหนองบัวลำภู ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เผยถ้ามีโอกาสจะกลับมารับใช้พี่น้องชาวอุดรธานี เทปอ่าน เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ ( 28 ก.ย.56 ) นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดธานี พร้อมด้วย นางปรานต์ทิพย์ ธิติศักดิ์ ภริยา เดินทางไปสักการระลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดอุดรธานี อาทิ พระอนุสาวรีย์รัชการที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี พระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลักเมือง ท้าวเวสุวัณ พระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลเจ้าปู่-ย่า หลวงพ่อนาค และศาลเทพารักษ์

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นชาวจังหวัดอุดรธานีโดยกำเนิด ภูมิลำเนาเดิม 67-68 ตลาดเมืองเก่า ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่อยู่ถาวร 94/502 หมู่ที่ 4 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร จบการศึกษารัฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Master Of Developmental Administration Western Michigan University U.S.A. เป็นนายอำเภอรุ่นที่ 38 (พ.ศ.2538 ) นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 41 (พ.ศ.2544) บรรจุรับราชการเมื่อ 18 กันยายน 2528 ปี พ.ศ. 2541 ดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอซำสูง (จพง.ปกครอง 7) จ.ขอนแก่น พ.ศ. 2542 นายอำเภอปากพลี (จพง.ปกครอง 8 ) จ.นครนายก พ.ศ. 2543 นายอำเภอเกาะสมุย(จพง.ปกครอง 8) จ.สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2545 นายอำเภอดอนสัก(จพง.ปกครอง 8) จ.สุราษฎร์ธานี พ.ศ.2546 นายอำเภอบางปลาม้า(จพง.ปกครอง 8) จ.สุพรรณบุรี พ.ศ.2549 นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี(จพง. ปกครอง 9) จ.กาญจนบุรี พ.ศ. 2551 หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตุลาคม พ.ศ.2552 ดำรงแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า มีหลายอย่างที่อยากฝากถึงพี่ชาวอุดรธานี ว่าอุดรธานีกำลังเจริญรุ่งเรือง โดยเฉพาะ เรื่องเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และหลายสิ่งหลายอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงไปในจังหวัดอุดรธานีนี้ ก็อยากจะให้พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น และเตรียมการต้อนรับการเข้าสู่การเป็น 3 เสาหลักของ AEC ในปี 58 ที่จะมาถึงนี้ เราต้องพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญสิ่งในการพร้องที่จะรองรับการเข้าสู่การเป็น AEC นี้ คือความรัก ความสมัครสมานสามัคคีของคนอุดรธานีทั่วไป ซึ่งมีพื้นฐานที่ความใจดีอยู่แล้ว ชาวอุดระษนีเป็นคนมีน้ำจิตน้ำใจ พร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยว และยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ คราวนี้เรามาเตรียมตัวตัวเราเองให้พร้อมที่จะกว้าสู่ AECด้วยความเป็นสากล รับวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ ใน AEC จากหลายๆประเทศ และรับภาษา เตรียมตัวพร้อมที่จะสื่อสารและดิวกับเข้าในเรื่องธุรกิจและเรื่องหลายๆเรื่อง ที่เกี่ยวกับ AEC

พร้อมฝากบอกชาวอุดรธานีว่า ผมมีความรัก เพราะนี้เป็นบ้านเกิดผม และรักในบ้านเมืองของอุดรธานีมาก ถ้ามีโอกาสสักวันหนึ่ง ถ้าผู้บังคับบัญชาพิจารณา กรุณา คงได้มีโอกาสมารับใช้พี่น้องชาวอุดรธานีอีก ซึ่งน่าจะมีโอกาสเช่นนั้น ตอนนี้อยากให้สามัคคีกัน คนอุดรธานีนั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนใจดีทุกคน และเพื่อเห็นกับบ้านเมืองเรามาช่วยกัน ร่วมมือกัน สามัคคีกัน พัฒนาบ้านเมืองไปเถอะครับ



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณอยุธยา / ข่าว

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ยโสธรสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด นาข้าวเสียหายกว่า 92,051 ไร่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2556 ณ ห้องแตงโมหวาน ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการแต่ละอำเภอ เพื่อรายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมยโสธร เนื่องจากจังหวัดยโสธรได้ประสบภัยธรรมชาติ (อุทกภัย) ช่วงวันที่ 19 - 26 กันยายน 2556 ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบทำให้พื้นที่นา ครบทั้งหมด 9 อำเภอ คือ อำเภอเมืองยโสธร,15 ตำบล 120 หมู่บ้าน ,อ.คำเขื่อนแก้ว 9 ตำบล 47 หมู่บ้าน,อ.มหาชนะชัย 5 ตำบล 27 หมู่บ้าน,อ.ค้อวัง 4 ตำบล 45 หมู่บ้าน,อ.เลิงนกทา 10 ตำบล 74 หมู่บ้าน,อ.ไทยเจริญ 3 ตำบล 22 หมู่บ้าน,อ.กุดชุม 9 ตำบล 66 หมู่บ้าน,อ.ทรายมูล 5 ตำบล 19 หมู่บ้าน และป่าติ้ว 5 ตำบล 46 หมู่บ้าน พื้นที่เสียหายที่สำรวจ คาดว่าจะ พื้นที่การเกษตรเสียหาย 92,051 ไร่ ,ถนนเสียหายทั้งหมด 249 สาย, สะพาน 3 แห่ง, ฝาย 7 แห่ง และท่อระบายน้ำ 11 แห่ง

ส่วนน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของหมู่บ้าน จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1,7,9 และหมู่ที่ 10 ตำบลโพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 321 ครัวเรือน และหมู่ที่ 5,6 ตำบลเหล่าไฮ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 20 ครัวเรือน

จังหวัดยโสธรได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ฉบับที่ 8 ลว.26 ก.ย.56 เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้บริเวณด้านตะวันตกของฟิลิปินส์ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในระยะ 3-4 วันนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จังหวัดยโสธรจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ระมัดระวังอันตรายดันเกิดจากภัยธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 26-30 กันยายน 2556



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 27 ก.ย. 56

จังหวัดร้อยเอ็ด แจ้งเตือนประชาชนให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้

นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  เปิดเผยว่า  กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาตอนล่าง  ฉบับที่ 3 (48/2556)  เรื่อง  สภาวะฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน  แผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย  ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น  ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 26 – 27 ก.ย. 2556 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป  และมีฝนตกหนักบางแห่ง  ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร  ร้อยเอ็ด  ยโสธร  อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี  หลังจากนั้นในช่วงวันที่  28 -29 ก.ย.  2556  ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครราชสีมา  บุรีรัมย์  สุรินทร์  ศรีสะเกษ  อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี

จังหวัดร้อยเอ็ดจึงแจ้งให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากฝนตกหนักในระยะนี้  ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำล้นตลิ่ง  น้ำป่าไหลหลากและดินโคนถล่ม  โดยผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น  เสียงตามสาย  หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและเครือข่าววิทยุสมัครเล่น  สถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น  ผู้นำท้องถิ่น  อาสาสมัครในพื้นที่  อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่, ระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว  หากเจ็บป่วย  ให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน  สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืชและสัตว์  หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด  ให้แจ้งกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที่, หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น  ให้แจ้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอำเภอ  หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้น ๆ หรือกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด  ณ  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด  ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด  โทร. 043-512955, 043-513632 และ 043-515118




วิมล  เร่งศึก/ข่าว
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
27 ก.ย. 56

จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เบื้องต้นได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายไปแล้วกว่า 100 คน

วันนี้ (27 ก.ย.56) เวลา 13.30 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดป้ายศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ

ศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่  ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ ที่ประสบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ตลอดทั้งความรุนแรงในครอบครัว ตามนโยบายของรัฐบาลนำโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมาก ณ ทำเนียบรัฐบาล

นายอาณัติ ทัศนกิจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการฝึกอบรมขยายผลแก่ผู้ปฏิบัติงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมในระดับพื้นที่แล้ว จำนวน 3 รุ่น จำนวน 548 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ในทุกระดับจากกระทรวงสาธารณสุข สถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 27 และมีคณะกรรมการประสานและพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดรอยเอ็ด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประธาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ถึงปัจจุบัน มีการดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว 109 ราย จำแนกเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง 13 ราย การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 9 ราย และประเด็นปัญหาอื่นๆ เช่น เร่ร่อนขอทาน ขาดผู้ดูแลประสงค์เข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ การทอดทิ้งเด็ก ผู้พิการหรือผู้ป่วยเอดส์ต้องการที่พักอาศัย โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนตลอดทั้งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครประชาบดี ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยดี




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมพล คำนึง/บก.ข่าว
27 ก.ย. 56

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ ผู้ปฏิบัติงานแทนพระองค์ในการ ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพ 5000 ชุด มอบแด่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (27 ก.ย. 56 ) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลอากาศเอก อนุพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองประธานมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สกาชาดไทย ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ แด่ พระภิกษุสงฆ์ ผู้สูงอายุ คนพิการ และราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วย อำเภอเมืองศรีสะเกษ 2000 ชุด อำเภออุทุมพรพิสัย 1000 ชุด อำเภอปรางค์กู่ 1000 ชุด และอำเภอวังหิน 1000 ชุด รวม 5000 ชุด โดยมีนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวรายงานถึงสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ได้เคลื่อนไหวตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามผ่านประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทย และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศ ทำให้มีในตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สกากาชาดไทย สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทรงพระกรุณาโปรดให้ผู้ปฎิบัติงานแทนพระองค์ ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการสนับสนุนจังหวัดศรีสะเกษ ในการช่วยเหลือและเตรียมการ ช่วยเหลือด้านการยังชีพแด่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

ประธานที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๓ ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น.  ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ ได้เดินทางมาประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธร ในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  พลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุมพร้อมสรุปผลการดำเนินงาน          

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญครั้งนี้ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกับตำรวจภูธรในจังหวัดอำนาจเจริญ อย่างไรก็ตามได้มอบนโยบายการทำงานโดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูง ซึ่งยังมีความรุนแรงอยู่ทุกพื้นที่ และผู้ที่ทำผิดกฎหมายก็มีวิธีการที่หลบหลีกการตรวจตราจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกรูปแบบ  ดังนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้ตำรวจนำเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและทันสมัย หรือ สื่อออนไลน์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่น การสื่อสาร  สั่งการ หรือ รายงานข่าวความเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดกฎหมาย ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ เช่น การสื่อสารผ่านไลน์ (Line) เป็นต้น

ทางด้านนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  และพลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวสรุปการดำเนินงานในระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ทางฝ่ายปกครองของจังหวัดอำนาจเจริญ และตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ทำงานแบบบูรณาการกันมาโดยตลอด ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท  และในการลงมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓  ครั้งนี้ นับเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งทางฝ่ายปกครองจังหวัดอำนาจเจริญและตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะยึดถือนโยบายตามที่ได้รับมอบเป็นแนวทางในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

ประธานที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๓ ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้(๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ ได้เดินทางมาประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธร ในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  พลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุมพร้อมสรุปผลการดำเนินงาน          

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญครั้งนี้ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกับตำรวจภูธรในจังหวัดอำนาจเจริญ อย่างไรก็ตามได้มอบนโยบายการทำงานโดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูง ซึ่งยังมีความรุนแรงอยู่ทุกพื้นที่ และผู้ที่ทำผิดกฎหมายก็มีวิธีการที่หลบหลีกการตรวจตราจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกรูปแบบ  ดังนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้ตำรวจนำเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและทันสมัย หรือ สื่อออนไลน์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่น การสื่อสาร  สั่งการ หรือ รายงานข่าวความเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดกฎหมาย ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ เช่น การสื่อสารผ่านไลน์ (Line) เป็นต้น

ทางด้านนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  และพลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวสรุปการดำเนินงานในระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ทางฝ่ายปกครองของจังหวัดอำนาจเจริญ และตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ทำงานแบบบูรณาการกันมาโดยตลอด ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท  และในการลงมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓  ครั้งนี้ นับเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งทางฝ่ายปกครองจังหวัดอำนาจเจริญและตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะยึดถือนโยบายตามที่ได้รับมอบเป็นแนวทางในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 27 กันยายน 56 เวลา 13.30 น. ที่ บริเวณหน้าโรงเรียนไร่ใต้ประชาคม ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูล จังหวัดอุบล หลังจาก ตำบลไร่ใต้ ได้รับผลกระทบน้ำลันตะหลิ่ง จากลำโดมใหญ่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เริ่มเข้าท่วมที่แรกคือ บ้านแก่งโพธิ์ หมู่ 1 และขึ้นมามากในวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2556 และขึ้นเรื่อยมาจนเกือบครบทุกหมู่บ้าน คือจำนวนทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ทางด้าน ตำบลไร่ใต้ ได้ตั้งศูนย์อำนวยการองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งเป็นศูนย์หลัก ตั้ง ณ หมู่ 14 บริเวณข้างโรงเรียนไร่ใต้ประชาคม เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการและประสานงานการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยทางด้านต่าง ๆ โดยได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ไร่ใต้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อปพร. และได้รับการสนับสนุนกำลังคนจากกรมทหารราบที่ ๖ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์อำเภอวารินชำราบ ทหารจากกองบิน 21 กำลังตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรนาโพธิ์ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลไร่ใต้ ซึ่งล่าสุดได้มีการรายงานความเสียหาย ในส่วนราชการที่ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ ได้แก่ อบต.ไร่ใต้ จำนวน 1 แห่ง , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลไร่ใต้ จำนวน ๑ แห่ง , โรงเรียนมัธยม ๑ แห่ง โรงเรียนประถม 5 แห่ง และวัด จำนวน 6 แห่ง จำนวนหมู่บ้านที่ประสบอุทกภัย จำนวน 14 หมู่ แบ่งเป็น 1,127 ครัวเรือน เป็นราษฎรจำนวนกว่า 5,500 คน




จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ผู้บัญชาการทหารบก พิธีเปิดโครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อาคารเทิดพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 27 กันยายน 2556 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ อาคารเทิดพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความร่วมมือ ระหว่าง กองทัพบก กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยกองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 มอบให้ มณฑลทหารบกที่ 22 เป็นหน่วยดำเนินการปรับปรุงตกแต่งภายในอาคารเทิดพระเกียรติ ของศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแหล่งเรียนรู้พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน รวมทั้งเป็นศูนย์ต้นแบบด้านการจัดทำนิทรรศการเชิงอนุรักษ์ และประหยัดพลังงาน

อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยภายในอาคารได้แบ่งเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 10 ห้อง นำเสนอเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ พระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ระดับน้ำมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้น้ำไหลท่วมบ้านพักอาศัยประชาชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 14 ชุมชน เจ้าหน้าที่ทหาร ระดมกำลังพลสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวให้กับประชาชนที่เดือดร้อน

(26 ก.ย. 56) จากที่ระดับน้ำแม่น้ำมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำบริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชน 14 ชุมชน ต้องอพยพหนีน้ำมาอาศัยที่จุดอพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยเทศบาลเมืองวารินชำราบ ที่บริเวณหลังสำนักงานที่ดิน อำเภอเมืองวารินชำราบ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประสบภัย 536 ครัวเรือน โดยมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น คือ มณฑลทหารบกที่ 22 และเทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้ให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังสร้างบ้านพักอาศัยชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัย พร้อมนำน้ำมาแจกจ่ายให้ประชาชนได้อุปโภค นอกจากนั้น ได้มีทีมพยาบาลจากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มาตั้งจุดบริการตรวจรักษาโรคให้ผู้ประสบภัยฟรี และมีหน่วยงานจาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำรถมาผลิตน้ำดื่มสะอาด เพื่อแจกจ่ายอีกด้วย สำหรับระดับน้ำที่สะพานเสรีประชาธิปไตย เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (26 ก.ย.56) อยู่ที่ระดับ 8 เมตร 37 เซนติเมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 15 เซนติเมตร และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน พันตำรวจเอกสุนทร ประดิษฐ์แท่น ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 7 ครัวเรือน ซึ่งถูกน้ำท่วมเมื่อคืนนี้ ประชาชนต้องมากางเต้นท์พักอาศัยที่บริเวณริมถนนชุมชนปากมูล ฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี



จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ผู้บัญชาการมณฑลทหารลกที่ 22 มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 2,3 และ 4 เพื่อส่งเสริมการศึกษาและเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้กับทหารผ่านศึกที่พิการจากการปกป้องประเทศชาติ

พลตรีวีระภัทรพล บุญเชี่ยว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตอุบลราชธานี เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ 2,3 และ 4 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยในปีนี้มีบุตรหลานทหารผ่านศึกที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประโยควิชาชีพ ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารับทุนประเภทต่อเนื่องเข้าศึกษาต่อในชั้นมธัยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 19 ทุนๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน95,000 บาท และทุนบริจาคเฉพาะปีการศึกษา จากของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 3 ทุนๆละ 4,000 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท และทุนจากธนาคารทหารไทยในระดับประโยควิชาชีพ จำนวน 1 ทุน เงิน 5,000 บาท ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการศึกษาของบุตรหลานทหารผ่านศึก และเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้กับทหารผ่านศึกในการดูแลบุตรหลาน

โอกาสนี้ พลวีระภัทรพล บุญเชี่ยว ได้กล่าวให้โอวาทว่า การมอบทุนการศึกษาเป็นการแสดงความห่วงใยในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานของทหารผ่านศึกที่พิการจากการปกป้องประเทศชาติ โดยมีการสอบคัดเลือกชิงทุนการศึกษา ซึ่งผู้เข้าสอบชิงทุนการศึกษาจะต้องมีผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ดีและมีความประพฤติเรียบร้อย พร้อมกันนี้ได้ฝากถึงบุตรหลานทหารผ่านศึกที่ได้รับทุนว่า ให้มีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูง เมื่อจบการศึกษาจะได้มีการประกอบอาชีพที่ดี ซึ่งจะแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือครอบครัวต่อไปได้



จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ที่ประชุมจังหวัดสุรินทร์มอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณหลายรายการ

วันนี้ ( 27 ก.ย. 2556 ) ที่โรงแรมทองธารินทร์จังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการประชุมหัวหน่าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยในที่ประชุมได้มอบโล่ และใบประกาศเกียรติคุณจำนวนหลายรายการประกอบด้วย การมอบเงินรางวัลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคลี่คลายคดีเสมียนตราอําเภอรัตนบุรีถูกชิงทรัพย์ และถูกฆาตกรรม ตามที่เกิดเหตุการณ์ที่เสมียนตราอําเภอรัตนบุรี (นางอัจฉรียา หอมขจร) ถูกชิงทรัพย์ และถูกฆาตกรรม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 ในการติดตามตัวนางอัจฉรียาฯ ผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย มีเจ้าหน้าที่ที่ เกียวข้องร่วมปฏิบัติ หน้าที่จนสามารถคลีคลายคดีได้นั้น อธิบดีกรมการปกครอง (นายชวน ศิรินันท์พร) มีความประสงค์ จะมอบเงินรางวัล จํานวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ผ่านทางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่คลี่คลายคดีดังกล่าว

การมอบรางวัลผลการประกวด "สถานศึกษาร่วมใจสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ ถนน” ประจําปี 2556 ในระดับจังหวัดและระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์

การมอบป้ายรับรองร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์

การมอบโล่ และประกาศเกียรติ คุณให้ แก่ สตรี ไทยดี เด่นจังหวัดสุรินทร์ ประจําปี 2556 โดยพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จังหวัดสุรินทร์

การมอบโล่ และประกาศเกียรติคุณการประเมินผลโรงเรียน-ชุมชนปลอดลูกน้ำยุงลาย ประจําปีงบประมาณ 2556 โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์

การมอบรางวัลการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี 2556 ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) และระดับอุดมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวส.)

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการ ที่ย้ายไปดํารงตําแหน่งที่อื่นได้กล่าวอำลา คือ นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 

นางชไมพร ตุ้มพงษ์ ผู้อํานวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อํานวยการระดับสูง ผู้อํานวยการสํานักความร่วมมือ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายฑิฆัมพร ดวงพัตรา โทรศัพท์จังหวัดสุรินทร์ ย้ายไปดํารงตําแหน่ง โทรศัพท์จังหวัดอุบลราชธานี 

นายสุพรชัย ฟ้ารี ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและบํารุงพันธ์สัตว์สุรินทร์ ย้ายไปรักษาการในตําแหน่งนักวิชาการสัตวบาลชํานาญการพิเศษ ส่วนศึกษาและพัฒนาการปศุสัตว์ สํานักงานปศุสัตว์ เขต 3 จังหวัดนครราชสีมา 

นายคมสัน บุญเอี่ยม ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ ย้ายไปดํารงตําแหน่ง ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุบลราชธานี



ประนนท์ ไม้หอม
ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน

ผวจ.ขอนแก่นมอบนโยบายสังคมสร้างสุขสังคมสวัสดิการ

งานและมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุข สู่สังคมสวัสดิการ”

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุข สุ่สังคมสวัสดิการ” จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีนายสาย เตรียมไธสง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการการดำเนินงานในหน่วยงานสังกัด พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดตั้งตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคมในพื้นที่ 26 อำเภอ อำเภอละ 1 ตำบล เป็นกิจกรรมตามโครงการตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคม ซึ่งเกิดขึ้นจากการดำริและริเริ่มของผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ที่มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่อำเภอในเขตจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ได้รับการพัฒนาศักยภาพเกิดเป็นชุมชนน่าอยู่ ประชาชนได้รับสวัสดิการสังคมตรงตามความต้องการและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ประชาชนในชุมชนมีความสุข เกิดเป็นสังคมแห่งความพอเพียง และมุ่งสู่สังคมสัวสดิการหรือสัวสดิการถ้วนหน้า หน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในจังหวัดขอนแก่น ทั้ง 13 หน่วยงาน จึงได้ร่วมกันวางแผน กำหนดพื้นที่ กำหนดแนวทางและกิจกรรมโดยการใช้กรอบการจัดสวัสดิการสังคม 7 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย เด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส สตรี และประชาชนทั่วไป ขับเคลื่อนเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิเช่น กรมการปกครอง กระทรวงสาธารณสุข กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น ซึ่งในปี 2556 มีเป้าหมายพื้นที่ต้นแบบงานสวัสดิการสังคมในท้องถิ่น 26 อำเภอ ๆ ละ 1 ตำบล โดยที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมซักซ้อมความเข้าใจของหน่วยงานที่ปฏิบัติรวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง การบูรณาการโครงการกิจกรรมที่พัฒนา ฟื้นฟู ให้เป็นต้นแบบการจัดสวัสดิการในพื้นที่ มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ ทั้งระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น การจัดเวทีประชาคมในพื้นที่โดยการนำแผนปฏิบัติการโครงการ/กิจกรรมที่ได้จัดทำเข้าสู่กระบวนการวิพากษ์แผน เพื่อให้ตอบสนองกับสภาพปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง การอบรมเสริมสร้างประสิทธิภาพเครือข่ายในการจัดระบบสวัสดิการสังคมในพื้นที่ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่ม กองทุนต่าง ๆ ของกระทรวงฯ การถอดบทเรียนการสร้างตำบลต้นแบบงานสัวสดิการสังคมเพื่อทราบปัญหา อุปสรรค ความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มกระบวนการ และนำมาพัฒนากระบวนการทำงาน ตลอดจนโครงการกิจกรรมในปีต่อไปรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน การจัดเวทีอภิปรายในหัวข้อเรื่องการสร้างสังคมสวัสดิการ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนในการจัดสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทนจากตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคมทั้ง 26 แห่ง ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานและผลิตภัณฑ์จากชุมชน คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับการจัดตั้ง จำนวน 128 แห่ง และผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์จำนวน 84 แห่ง รวมผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คนส่งเสริมสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสามารถจัดสวัสดิการสังคมให้ประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ตำบลสวัสดิการตามนโยบายของจังหวัดขอนแก่นและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนั้นประธานกล่าวเปิดงาน และมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุขสู่สังคมสวัสดิการ” และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานและผลิตภันฑ์จากชุมชน ที่นำมาแสดงตามบูธต่างๆ โดยมีเยาวชน ผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

นับถอยหลังมอดินแดงเกมส์กีฬามหาวิทยาลัยครั้งที่ 41

นับถอยหลังการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์”

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นต้อนรับ ผู้ร่วมงานเลี้ยงขอบคุณ ผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์” และกล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์” มอบเงินสนับสนุน จากผู้แทน องค์กรต่างๆ พร้อมถ่ายรูปร่วมกับผู้สนับสนุนเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 เวลา 15.30 น. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวต้อนรับในงาน “นับถอยหลัง..สู่มอดินแดงเกมส์” และกล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 “มอดินแดงเกมส์” มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 14-25 มกราคม 2557 มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม จำนวน 123 สถาบัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยดังกล่าว นับเป็นมหกรรมการแข่งขันกีฬายิ่งใหญ่ที่ชาวขอนแก่นทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเฝ้ารอคอย เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเยาวชน เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในอนาคตแล้ว ยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองขอนแก่นได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้น ณ วันนี้จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมเต็มที่ ในการร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยจังหวัดขอนแก่นได้ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมต้อนรับทัพนักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้ประสานงาน และสื่อมวลชนทุกแขนงรวมกว่า 15,000 คน ที่จะเดินทางมาเยือนจังหวัดขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางจราจร ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขัน “มอดินแดงส์” ครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยดีนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนงบประมาณจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงของเชิญชวนทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณในการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 “มอดินแดงเกมส์” เพื่อเป็นการรวมพลังอันเข้มแข็งของชาวขอนแก่น อย่างสมภาคภูมิต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำพิจารณาระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ 5-10 ลบ.ม./วัน

จังหวัดขอนแก่นประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำพิจารณาปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จาก 3 ล้าน ลบ.ม/วัน ให้อยู่ระหว่าง 5-10 ลบ.ม./วัน

วันนี้ ( 27 กันยายน 2556)เวลา 09.30 น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น นายทรงพล จำปาพันธ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ แจ้งว่าสภาพน้ำเขื่อน ณ ปัจจุบัน ระดับน้ำปัจจุบัน( 27 กันยายน 2556เวลา 08.00 น อยู่ที่ 178.78 ม.รทก. มีปริมานน้ำ ในอ่างเก็บน้ำ 1,395 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56.74 เป็นปริมาณน้ำใช้งาน 798 .87 ล้าน ลบ.มร้อยละ 43.14 . ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 32.63 ลบม. สามารถรับน้ำเข้าอีก 1,051.76 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 3ลบ.ม./วัน เพื่อพิจารณาสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน พบว่ามีหลายปัจจัยนำมาวิเคราะห์พิจารณา ควรปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำจาก 3 ล้าน ลบ.ม/วัน ให้อยู่ระหว่าง 5-10 ลบ.ม./วัน ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ สูงกว่าเส้นควบคุม 0.69 ม. เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการ์ณน้ำในปัจจุบัน เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้น้ำและพื้นที่ด้านท้ายน้ำ ประกอบกับช่วงนี้มีมรสุมพัดปกคลุมประเทศไทยในช่วง 3-5 วัน ขณะนี้มีฝนตกในพื้นที่จังหวัดเลย หนองบัวลำภูและชัยภูมิ พื้นที่เหนือน้ำก่อนไหลลงชี มาขอนแก่น ส่วนน้ำเชิญ น้ำพอง สาขาน้ำชีตอนนี้ปริมาณน้ำเต็มเขื่อนแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เริ่มสูงขึ้นเช่นกัน ต้องเฝ้าระวังป้องกันกับเหตุน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่งได้กำชับให้มิสเตอร์เตือนภัยทั้ง 26 อำเภอ เฝ้าระวังตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอชุมแพ ภูผาม่าน สีชมพู หนองเรือ แวงน้อย ชนบท มัญจาคีรี เมือง



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

น้ำป่าจากเขาพังเหย ห้วยเชียงทา ไหลทะลักพัดฝายอาจารย์จื่อขาดท่วมพื้นที่การเกษตรกว่าแสนไร่

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงนี้ ได้สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง กินพื้นที่ ประสบภัย 11 อำเภอ 61 ตำบล 580 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 48,228 ครัวเรือน ครัวเรือน 142,901 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ แยกเป็น พืชไร่ 83,566 ไร่ นาข้าว 103,404 ไร่ พืชสวน 3,168 ไร่ และบ่อปลา 1,752 บ่อ โดยเฉพาะที่อำเภอหนองบัวระเหว เกิดน้ำป่าไหลบ่าจากเขาพังเหย รวมกับลำห้วยเชียงทา ได้ไหลบ่า กัดเซาะคันดิน ฝายอาจารย์จื่อ ขาดเป็นช่องกว้างกว่า 30 เมตร น้ำจำนวนมาก ได้ไหลทะลัก ลงท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนราษฎร กว่า 1 แสนไร่ ในเขตพื้นที่ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอจัตุรัส และอำเภอเมืองชัยภูมิ

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ ตรวจสอบฝายอาจารย์จื่อ พร้อมสั่งให้ เทศบาลตำบลหนองบัวระเหว ทำการซ่อมแซมให้สามารถสัญจรผ่าน ไปมาได้ เป็นการชั่วคราว ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ทราบว่าขณะนี้กรมโยธาธิการ ได้อนุมัติงบประมาณ ปี 2557 จำนวน 280 ล้านบาท มาก่อสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อให้มั่นคงแข็งแรง และสามารถระบายน้ำได้ทัน ในช่วงน้ำหลาก พร้อมสร้างคลองส่งน้ำลอดแม่น้ำชี ส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร อำเภอบ้านเขว้า อีกด้วย



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ

จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอเทพสถิต และอำเภอคอนสาร นายนิพนธ์ สาธิตสมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยกับ นางธัญญรัตน์ โรจนหัสดิน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ ว่า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศต่ำปกคลุมตอนกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกกระจาย ก่อให้เกิดความเสียหายด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และสิ่งสาธารณะประโยชน์ รวมถึงราษฎรได้รับความเดือดร้อน และภัยพิบัติดังกล่าวยังไม่ยุติ จังหวัดชัยภูมิจึงได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันเกิดภัย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกาศให้ภัยพิบัติใดเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และการกำหนดเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขนาดเล็ก หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะหน้า ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเกิดเหตุอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ ๕ อำเภอ ประกอบด้วย

๑. อำเภอหนองบัวระเหว ในพื้นที่หมู่ ๒,๓,๖,๘ และหมู่ ๙ ตำบลหนองบัวระเหว หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๖,๙,๑๐,๑๑,๑๒,๑๓,๑๔  ตำบลห้วยแย้ หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๕,๖, ตำบลโคกสะอาด หมู่ที่ ๒,๔,๕,๖,๗,๙,๑๒,๑๔ ตำบลวังตะเฆ่ และหมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘ ตำบลโสกปลาดุก ๒. อำเภอบำเหน็จณรงค์ หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลโคกเริงรมย์ หมู่ที่ ๑-๒๓ ตำบลบ้านเพชร หมู่ที่ ๑-๑๗ ตำบลบ้านชวน หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลบ้านตาล หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลหัวทะเล หมู่ที่ ๑-๘ ตำบลเกาะมะนาว หมู่ที่ ๑-๑๑ ตำบลโคกเพชรพัฒนา ๓. อำเภอเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ ๒-๑๓ ตำบลบ้านยาง หมู่ที่ ๑,๒,๔,๕,๘,๙,๙,๑๐,๑๑ ตำบลบ้านหัน หมู่ที่ ๑-๕,๗-๑๔ ตำบลบ้านเป้า หมู่ที่ ๑,๒,๓,๗,๙,๑๐,๑๑ ตำบลกุดเลาะ หมู่ที่ ๔ ตำบลโนนกอก หมู่ที่ ๒,๓๔,๔,๕,๖,๘,๑๐ ตำบลสระโพนทอง หมู่ที่ ๑,๒,๑๐ ตำบลหนองข่า หมู่ที่ ๑,๓,๔,๕,๖,๑๔ ตำบลหนองโพนงาม หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๖ ตำบลบ้านบัว และหมู่ที่ ๒,๖,๗ ตำบลโนนทอง ๔. อำเภอเทพสถิต หมู่ที่ ๑,๑๙ ตำบลวะตะแบก หมู่ที่ ๓,๕,๖,๑๐,๑๔ ตำบลห้วยยายจิ๋ว หมู่ที่ ๖,๘,๑๒,๑๓,๑๗ ตำบลนายางกลัก และหมู่ที่ ๑,๑๓,๑๕ ตำบลโป่งนก ๕. อำเภอคอนสาร หมู่ที่ ๑-๘ ตำบลคอนสาร หมู่ที่ ๑,๓,๔,๗ ตำบลทุ่งพระ หมู่ที่ ๒,๕,๖,๗,๘,๙ ตำบลโนนคูณ หมู่ที่ ๒,๔,๙,๑๒,๑๔,๑๖ ตำบลห้วยยาง หมู่ที่ ๕,๖ ตำบลทุ่งลุยลาย หมู่ที่ ๑,๒,๕,๖,๗,๙ ตำบลดงบัง หมู่ที่ ๓,๕,๙,๑๐,๑๑ ตำบลทุ่งนาเลา และหมู่ที่ ๑-๙ ตำบลดงกลาง ก่อนหน้านี้ จังหวัดชัยภูมิได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มราบต่ำ ริมน้ำ บริเวณที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณที่แม่น้ำชีไหลผ่านขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เตรียมขนย้ายข้าวของสัมภาระขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากฝนตกหนักในระหว่างวันที่ ๒๕ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องด้วย


จรุงจิต ฝางชัยภูมิ /ข่าว /ส.ปชส.ชัยภูมิ

จังหวัดชัยภูมิ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว ๑๑ อำเภอ

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ว่า จังหวัดชัยภูมิได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร ประกอบกับในขณะนี้น้ำที่ ท่วมขังได้ไหลตามคลองสาขาลงแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำชี แม่น้ำพรม แม่น้ำเชิญ เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่สองฝั่งริมแม่น้ำ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ติดริมแม่น้ำ รวมพื้นที่ประสบภัย ๑๑ อำเภอ ๖๑ ตำบล ๕๘๐ หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ๔๘,๒๒๘ ครัวเรือน ๑๔๒,๙๐๑ คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ แยกเป็น พืชไร่ ๘๓,๒๖๖ ไร่ นาข้าว ๑๐๓,๔๐๔ ไร่ พืชสวน ๓,๑๖๘ ไร่ และบ่อปลา ๑,๗๕๒ บ่อ

ด้านการให้ความช่วยเหลือได้สั่งการให้อำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมให้เตรียมประสานหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กำลังทหารจาก นพค.๕๕ เกษตรสมบูรณ์ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ นครราชสีมา กองบังคับการกองร้อย อส.จังหวัดชัยภูมิ มูลนิธิต่าง ๆ ในพื้นที่ให้จัดเตรียมกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย สำหรับการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองชัยภูมิ โครงการชลประทานชัยภูมิ และ เทศบาล เมืองชัยภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน ๑๕ เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ ๑๐ เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำออกไปยังคลองสาขาได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์.



เพชรรินทร์ เขียวเขว้า ส.ปชส.ชัยภูมิ
ข่าว 27 ก.ย. 56

พระพรหมบัณฑิต บรรยายธรรม “ผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม”

พระพรหมบัณฑิต บรรยายธรรมในโครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม สร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับผู้นำและพุทธศาสนิกชนรู้รักสามัคคี เทิดทูนสถาบันสำคัญของชาติ

(27-9-56) ในการจัดกิจกรรมตามโครงการ ผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2556 ซึ่งจังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามได้จัดขึ้น ตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของสังคมไทย และการสร้างทัศนคติเชิงบวกในการรู้รักสามัคคี การเทิดทูนสถาบันสำคัญของชาติ รวมทั้งการยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต มีข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชน รวม 150 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้นิมนต์พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมมฺจิตโต) อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมาเป็นองค์ปาฐกถาธรรม

ด้านนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากสภาพปัจจุบันที่คุณธรรม จริยธรรม ถูกละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่เสื่อมถอยและมีความเบี่ยงเบนวัฒนธรรม ซึ่งมีพฤติกรรมไปในทางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมในโครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม นี้ จะสร้างทัศนคติในเชิงบวก ผู้คนรู้รักสามัคคี ทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข

โครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม นอกจากจะได้รับฟังการบรรยายธรรมจากพระพรหมบัณฑิต แล้ว ยังมีการจัดค่ายปฏิบัติธรรม ที่ศูนย์พัฒนาจิตใจเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา มหาราชา วัดป่าหนองคู ตำบลหนองกุง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือประชาชน สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือประชาชน สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อควบคุมกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากพื้นที่ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก นายแพทย์สุริยา

รัตนปริญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เพื่อเป็นกระตุ้นและหาแนวร่วมในการสนับสนุนการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกซึ่งตรงกับวันเสียชีวิตของหลุยส์ ปาสเตอร์ ที่เป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ใช้สำหรับฉีดให้กับผู้ที่ถูกสุนัขบ้ากัดได้เป็นครั้งแรก โดยจะเน้นการให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขอย่างร้อยละ 70 ของสุนัขทั้งหมด ส่วนในคนจะเน้นการให้วัคซีนป้องกันโรคพิสุนัขบ้าที่มีคุณภาดแก่ผู้ที่ถูกสุนัขหรือแมวกัดทุกคน

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากขอความร่วมมือประชาชน ได้ตระหนักถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า โดยเริ่มจากตนเองควรมีการเลี้ยงสุนัข แมว อย่างถูกวิธี และไม่ก่อความเดือดร้อนแก่สังคม ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกภาคส่วน ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินงานอย่างแข็งขัน จริงจัง ต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังร่วมมือในการป้องกันควบคุมกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ให้หมดไปจากพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม.



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

จังหวัดมุกดาหารประกาศผลการคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๖

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาได้ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งจังหวัดมุกดาหารพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษากำหนด จำนวน ๒ คน

จังหวัดมุกดาหารได้พิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติของจังหวัดตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว จำนวน ๒ คน คือ นายแวดล้อม คนหาญ อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๘ หมู่ ๓ ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายเฉลิม น้อยทรง อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๔ หมู่ ๒ ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารประกาศเตือนภัย ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาย และดินถล่ม

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยฉบับที่ ๘ วันที ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลางและภาคระวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ – วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ส่งผลให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักในระยะนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัยอันเกิดจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ในระยะ ๔ – ๕ วัน (๒๘ ก.ย. – ๒ ต.ค. ๕๖) เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบเส้นทาง เขื่อน ฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พื้นที่เขตอุตสาหกรรม รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรงพิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แก้ไขโดยด่วน รวมทั้งให้ใช้ประโยชน์จาก " มิสเตอร์เตือนภัย” ที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย หากเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นทันที่ ที่ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย โทร.๐๒-๒๔๑๗๔๕๐-๖(แฟกซ์อัตโนมัติ) สอบถาม โทร.๐๒-๒๔๑๗๔๕๗-๖๑ ให้แจ้งผู้บริหารเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดภัย ตำรวจที่สายด่วน ๑๙๑, บาดเจ็บฉุกเฉินสายด่วน ๑๖๖๙ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โทร.๐๔๒-๖๓๓๑๐๑, ๐๔๒-๖๑๕๓๘๓, ๐๔๒-๖๑๒๒๔๓ หรือที่สายด่วนสาธารณภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดประชุมสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๖ ก.ย.๕๖) ที่ห้องประชุมโรงแรมมุกดาหารแกรนด์ โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งสื่อเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญนอกจากจะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม สื่อยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน ต่อวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงของสังคมซึ่งยังขาดประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต

นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสื่อประเภทต่างๆ ได้ในทุกพื้นที่อันส่งผลต่อพฤติกรรม ทัศนคติ ค่านิยม ของประชาชนในสังคม เพื่อให้การดำเนินงานด้านการพัฒนาสื่อในระดับภูมิภาคเกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการขยายพื้นที่สื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นเวทีหนึ่งที่ให้ความรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ร่วมรับทราบแนวทางการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในพื้นที่ สามารถรู้เท่าทันการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพสังคม โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดมุกดาหาร สื่อมวลชนทุกแขนง นักจัดรายการวิทยุชุมชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยเชื่อว่าการจัดสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชน ให้ได้รู้จักในการพิจารณาเลือกบริโภคสื่อที่เหมาะสม สามารถรู้เท่าทันสื่ออย่างชาญฉลาดได้ในระดับหนึ่ง




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

โรงพยาบาลมุกดาหารจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็น

วันนี้ (๒๖ ก.ย.๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลาเรารักมุกดาหาร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเปิดโอกาสแก่ผู้พิการทางการเห็น ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนผู้พิการจากแต่ละตำบลเข้าร่วมรับการอบรมตามโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดเครือข่ายกลุ่มย่อยในระดับตำบลและระดับอำเภอ

นายแพทย์ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพาบาลมุกดาหารกล่าวว่า ผู้พิการทางการเห็นเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว เป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการฟื้นฟูคนพิการตาบอดให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงพยาบาลมุกดาหารร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๑๐ อุบลราชธานี กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมผู้พิการทางการเห็นเขตอำเภอเมือง อำเภอคำชะอี จำนวน ๑๔๐ คน เป็นผู้พิการที่ผ่านการอบรม O&M มาแล้ว ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการเห็นได้เข้าถึงบริการ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในระดับเครือข่ายในแต่ละตำบล พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการทางการเห็นมีสังคมกว้างมากขึ้น



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

จังหวัดมุกดาหาร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เตรียมจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษาประจำปี ๒๕๕๖

ที่ห้องประชุมโรงแรมมุกดาหารแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานเทศบาลเมืองมุกดาหารร่วมกับส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร

นายถาวร คูณคำตา ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารโดยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาล ได้กำหนดจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณท่าน้ำเขื่อริมโขงตลาดอินโดจีน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่ออนุรักษ์ส่งเสริม ฟื้นฟู ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาทักษะการพายเรือ ส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร

ปลัดเทศบาลปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การแข่งเรือของจังหวัดมุกดาหาร เป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณโดยจัดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ในวันขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยมีการแข่งขันประเภทเรือเร็วและประเภทสวยงาม ในแต่ละปีจะมีเรือสมัครเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก ชาวจังหวัดมุกดาหารและประชาชนใกล้เคียงให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันเรือมิตรภาพ ไทยลาว โดยมีเรือจากแขวงสะหวันนะเขตร่วมแข่งขันเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีก็ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางไปร่วมงานประเพณี โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนจากแขวงสะหวันนะเขตเดินทางมาร่วมงานได้ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารเดินทางไปร่วมงานประเพณีในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ขอเชิญชวนประชาชนทั้งสองฝั่ง ตลอดจนประชาชนทั่วไปเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารเที่ยวชมงาน บุญส่วงเฮือในวันออกพรรษา ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยทั่วกัน




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

สถานการณ์น้ำจังหวัดยโสธร

สถานการณ์น้ำจังหวัดยโสธรตามที่ได้มีพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและด้านตะวันออก ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ของจังหวัดยโสธร ทำให้มีน้ำเอ่อท่วมที่ราบลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำชี ลำเซบาย และลำน้ำยังซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เป็นวงกว้าง และมีสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย จำนวน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร, อำเภอป่าติ้ว, อำเภอไทยเจริญ, อำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอทรายมูล รวม ๒๓ ตำบล ๑๓๓ หมู่บ้าน การให้ความช่วยเหลือ อำเภอป่าติ้ว ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ถุงยังชีพ จำนวน ๑๙๔ ชุด จากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร สำนักงานสาธารณสุขอำเภอป่าติ้ว และโรงพยาบาลอำเภอป่าติ้ว มอบยาชุดรักษาพยาบาลจำนวน ๑๕0 ชุด สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้ม กรณีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรหลายพันไร่ในที่ราบลุ่มและที่ลุ่มริมน้ำ แม่น้ำชี ลำยังและลำเซบาย ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองยโสธร อำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้วและอำเภอคำเขื่องแก้ว ระดับน้ำยังทรงตัวและขยายเพิ่มบางพื้นที่ จังหวัด อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกหนังในพื้นที่ ปริมาณน้ำที่เอ่อท่วมที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ลำน้ำดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำจะลดกลับสู้ภาวะปกติภายใน ๕-๗ วัน หรือหากปริมาณน้ำลดลงช้าจนเกิดความเสียหายแก่นาข้าวและพื้นที่การเกษตรอื่นๆ ซึ่งจังหวัดจะได้ประกาศเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป สำหรับพื้นที่อำเภออื่นๆ ได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากอำเภอประเมินสถานการณ์แล้ว ประชาชนได้รับความเดือนร้อนหรือพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย อำเภอก็จะได้รายงานเหตุด่วนสาธารณภัยเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป



วรรณทอง ภูโสภา. ส ปชส.ยโสธร...รายงาน

ยโสธรเชิญประชาชนทำบุญปฏิบัติธรรมและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี

นายไพชยนต์ ชนะกาญจน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ขอเชิญประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ที่วัดใกล้บ้าน และในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 ขอเชิญร่วมทำบุญ ปฏิบัติธรรม และลงนามถวายพระพร ที่วัดที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย วัดบ้านบ่อ (ป่าแก), วัดดอนพระเจ้า, วัดชัยมงคล (บ้านสำราญ) , วัดบ้านหนองนางตุ้ม, สำนักปฏิบัติธรรมธุดงศสถานบ้านสำราญ ต.สำราญ อ.เมืองยโสธร

และร่วมลงนามถวายพระพร ที่วัดเข้าร่วมโครงการดังกล่าวและที่วิทยาลัยเทคนิคยโสธร , วิทยาลัยชุมชนยโสธร, วิทยาลัยอาชีวศึกษา,โรงเรียนเลิงนกทา, อบจ.ยโสธร,สาธารณสุขอำเภอเมืองยโสธร, เทศบาลเมืองยโสธร และเทศบาลตำบลสำราญ



ส.ปชส.ยโสธร/ไพชยนต์ 26 ก.ย. 56

ร้อยเอ็ดชูข้าวหอมมะลิและยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ ( Product Champion)

วันนี้ (26 ก.ย.56) เวลา 14.00 น.นายพศิน โกมลวิชญ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด ภายใต้โครงการแปลงแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย สู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด การพิจารณาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factor) ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ

จังหวัดร้อยเอ็ดได้ คัดเลือกข้าวหอมมะลิ และยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) โดยมีคณะทำงานโครงการการแปลงแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย สู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่ พ.ศ.2555 จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วยคณะทำงานเรื่องข้าวหอมมะ และคณะทำงานเรื่องยางพารา เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor) และจัดทำ Key Indicator หรือ ตัวชี้วัด และผังสถิติทางการ เพื่อสนับสนุนปัจจัยแห่งความสำเร็จ เรื่อง ข้าวหอมมะลิ และยางพารา ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ จึงได้มีการพิจารณาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factor) ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ และพิจารณาตัวชี้วัด (KPI) และชุดข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ ผังสถิติทางการระดับจังหวัด สถิตทางการมีอยู่ (Stock) สถิติ ทางการที่ต้องการจัดทำเพิ่มเติม และกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ และการจัดทำร่างแผนพัฒนาสถิติระดับพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ.2557 – 2560



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
26 ก.ย. 56

ร้อยเอ็ด ออกให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. แ ละจังหวัดเคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขบำรุงสุขให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 15 ประจำปี 2556

จังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่  พอ.สว. ร้อยเอ็ดออกให้บริการประชาชน  ณ บ้านเมืองทอง  ต.เมืองทอง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 26 ก.ย.2556  นายสมเกียรติ  รัตนเมธาธร ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เป็นประธานเปิดงานจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อออกให้บริการบำบัดทุกข์บำรุงสุขบำรุงสุขให้แก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดารด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค  ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้พระราชทานพระอนุญาตให้จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นจังหวัด แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทร์ บรมราชชนนี (ลำดับที่ 53) ได้ออก ให้บริการ ครั้งที่ 15  ประจำปี 2556  ที่ โรงเรียนบ้านเมืองทองวีระประชานุสรณ์  หมู่ 3  บ้านเมืองทอง ต.เมืองทอง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ นำข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องออกบริการประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วย การมอบจักยานแก่นักเรียน จำนวน 5 คัน ถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ จำนวน 30 ถุง  มอบชุดนักเรียนแก่เด็กนักเรียน การตรวจรักษาโรคทั่วไป การบริการด้านทันตกรรม   การบริการด้านจักษุแพทย์   การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การจัดทำทะเบียนราษฎร์   การทำบัตรประจำตัวประชาชน การจำหน่ายสินค้าราคาโรงงานจากส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  เครื่องอุปโภค-บริโภค ราคาถูก จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด การให้คำแนะนำด้านอาชีพ โดยส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และบริการอื่นๆ ซึ่งมีประชาชน – เยาวชน เข้ารับบริการจำนวนมาก



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ ภาพ

กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสำพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
043-527117 ,086-2200865

เศรษฐกิจเลยบูมต่อเนื่อง บสย.หนุนผู้ประกอบการรายย่อย รับค้ำประกันเงินกู้สู้ตลาดอาเซียน

นายมโนฑ  ศรีพรมทอง  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บสย.สาขาอุดรธานี   เปิดเผยว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สำนักงานสาขาอุดรธานี  เปิดแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดเลย, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดเลย     โดยมีนายวสันต์  แก้วศิริบัณฑิต  ประธานหอการค้าจังหวัดเลย,  นายสะอาด  พรหมภักดี  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และนายไชยรัช  ตรียานุกูลมงคล,  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย    ร่วมแถลงข่าว

นายมโนฑ  ศรีพรมทอง  กล่าวว่า  บสย.เล็งเห็นว่าจังหวัดเลยมีเศรษฐกิจกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากผลการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.ที่เพิ่มขึ้นมากทุกปี ในปี 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปี 2554  เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการขยายตัวด้านสินเชื่อการค้า การลงทุนมากขึ้น  ซึ่งในส่วนนี้ บสย.ได้เข้าไปช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ให้ได้รับสินเชื่อตามความต้องการ  ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันในจังหวัดเลยนั้น บสย.ได้ให้การค้ำประกันสินเชื่อรวมทุกโครงการ 582 ราย วงเงินอนุมัติค้ำประกัน 1,636 ล้านบาท  และพร้อมจะช่วยเหลือให้สมาชิกและผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการรายใหม่ของจังหวัดเลยให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้นต่อไป

นายวสันต์  แก้วศิริบัณฑิต  ประธานหอการค้าจังหวัดเลย  กล่าวว่า  ถือเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่จะได้เพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนประกอบธุรกิจที่มีได้มี บสย.เข้ามาช่วยส่งเสริมค้ำประกันการกู้เงิน  ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการของจังหวัดเลยมีโอกาสขยายธุรกิจ  เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น    ขณะนี้จังหวัดเลยมีการขยายตัวด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง  ที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดเลย  ได้ร่วมมือกับ สปป.ลาว  ด้านการค้า  การลงทุน  ซึ่งการลงทุนของผู้ประกอบการของจังหวัดเลย จะคล่องตัวมากขึ้น  ส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วย