วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ขอนแก่นมีสาวงามส่งเข้าประกวดนางงามไหมปี 56 แล้ว 10 รายรับสมัครถึง 25 พย 56 นี้

ในวันนี้ (20 พ.ย. 2556) เวลา 15.00 น. ณ ห้องเสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นนายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานประชุม คณะกรรมการจัดการประ กวดนางงามไหมขอนแก่นตามที่จังหวัดขอนแก่นได้มีการจัดประกวดนางงามไหมขอนแก่น ในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น ประจำปี ๒๕๕๖ กำหนดการประกวดรอบปฐมนิเทศ (ภาคกลางวัน) ในวันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาขอนแก่น และรอบตัดสิน (ภาคกลางคืน) และงานพาแลง ในวันเสาร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่เวทีกลางงานเทศกาลไหม สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น กิจกรรม PR /MISS Popular vote ทางเว็ปไซด์ขอนแก่นลิงค์ ระหว่างวันที่ 3- 7 ธันวาคม 2556 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 180,000 บาท ชนะเลิศ 70,000 40,000 30,000 ตามลำดับขวัญใจประชาชน 20,000 บาท ขวัญใจสื่อมวลชน 10,000 บาท ชุดสวยงาม 2 รางวัล 10,000 บาท คุณสมบัติของผู้สมัครเข้าประกวด จะต้องเป็นเพศหญิง มีสัญชาติไทย อายุระหว่าง ๑๗ - ๒๕ ปีบริบูรณ์ (แต่ไม่ถึง ๒๖ ปีในวันประกวด) โดยกรณีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า ๑๖๐ เซนติเมตร วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า และต้องมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดขอนแก่นติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันประกวด กรณีผู้สมัครเป็นผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น แต่มีความประสงค์จะสมัครเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้เกิดในจังหวัดขอนแก่น มีบิดาหรือมารดามีภูมิลำเนาและมีชื่อในทะเบียนในจังหวัดขอนแก่นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันประกวด (โดยนำหลักฐาน สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา หรือ มารดา มาแสดงในวันสมัครด้วย) เป็นนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันของจังหวัดขอนแก่นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่ในจังหวัดขอนแก่น (โดยมีหนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือเป็นผู้ปฏิบัติงานหรือบุคลากรในสังกัดสถาบันการศึกษาที่กำลังศึกษาหรือ จากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่ แล้วแต่กรณีมาแสดงด้วย) ผู้สนใจสมัครเข้าประกวด ต้องยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานประกอบการสมัครด้วยตนเอง ณ ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ชั้น ๔ ตั้งแต่บัดนี้ถึง วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐- ๑๖.๐๐ น ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซด์ของจังหวัดขอนแก่น (http:/www.khonkaenpoc.com) หรือ เว็บไซด์ของที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น (www.khonkaenonestop.org) หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดขอนแก่น หรือโทรศัพท์หมายเลข ๐-๔๓๒๓-๖๕๐๗ และ ๐-๔๒๒๓-๖๑๔๘



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นออกอากาศรายการผู้ว่าพบประชาชนเน้นประชาสัมพันธ์งานไหมนานาชาติ มีบูธขายผลิตภัณฑ์ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 70 บูธ

วันนี้ (20 พ.ย. 56 ) ที่ สวท.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นออกอากาศสดรายการผู้ว่าพบประชาชน เวลา 06.00-07.00 น เรื่อง การจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ปี 2556 ในงานมีการจำหน่ายสินค้าผ้าไหม 6 ชาติ สมาชิก GMS ณ โดมติดแอร์ในบริเวณศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ประเทศกัมพูชา จากพนมเปญและเสียมเรียบจำนวน 4 ราย4 บูธ ส.ปปลาว จากนครเวียงจันทน์จำนวน 5 ราย 5 บูธ ประเทศจีนจากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงและเมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี จำนวน 6 ราย 9 บูธ ประเทศเวียดนามจำนวน 10 รายประเทศพม่า จากเมืองมัณฑะเลย์และกรุงย่างกุ้ง จำนวน 3 รายซึ่งจะมีล่ามประจำบูธจำหน่ายสินค้าแต่ละประเภท แฃะไหมจากจังหวัดขอนแก่น จำนวน 10 บูธ ต่างจังหวัด 50 บูธ มาเที่ยวงานยังได้ชมนิทรรศการหม่อนไหม ของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ(ขอนแก่น) เน้นให้คนที่มาเที่ยวงานไหมตักธารากาชาดบัตร 20 บาท ปีนี้ได้รับบริจาคเป็นเงิน 1,999,599 บาท รถจักรยานยนต์ 24 คัน จักยาน 210 คัน พัดลม 356 เครื่อง ตู้เย็น 31 เครื่อง หม้อหุงข้าวไฟฟ้า 87 ใบ เตารีดและอื่นๆ มากมาย งานระหว่างวันที่ 29 พย.2556- 10 ธันวารม 2556 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

จังหวัดขอนแก่นร่วมบันทึกเทปถวายพระพรวันพ่อแห่งชาติ

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยนางนิภา  สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นนำหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดขอนแก่นร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2556 ซึ่งทำการบันทึกเทปโทรทัศน์ที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น ถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองขอนแก่น

กรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับเหยื่ออาชญากรรม

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 19 พ.ย. 2556 ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (ศปก.ภ.4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับเหยื่ออาชญากรรม ตาม พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 รวม 2 รายๆละ 100,000 บาท ประกอบด้วยครอบครัวของนายพิพัฒน์ กลางประพันธ์ อายุ 48 ปี พนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานภูผาเทิบ ซึ่งเสียชีวิตจากการยิงปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมาและครอบครัวของ น.ส.มณฑกานต์ สุระพล อายุ 17 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากกระสุนปืนเหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัวผู้สูญเสียที่มารอรับการช่วยเหลือดังกล่าว พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือและเยียวยาให้กับเหยื่ออาชญากรรม ตาม พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนสำหรับผู้ที่เสียหายสามารถขอรับการช่วยเหลือดังกล่าวจาก กรมฯได้ ประกอบด้วยกรณีที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมถูกยิง ถูกแทง ถูกฆ่า ถูกทำร้ายร่างกาย หรือถูกข่มขืนซึ่งผู้เสียหายไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยจะต้องยื่นคำขอภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่รู้ถึงการกระทำความผิด ซึ่งจากการตรวจสอบการให้ความช่วยเหลือในปีงบประมาณ2556 พบว่ามีผู้เสียหายยื่นขอรับการช่วยเหลือมากกว่า 10,000 ราย และ กรมฯมีการจ่ายเงินไปแล้วรวมกว่า 275,000,000 บาท

ชาวนาชัยภูมิ เร่งตากข้าวก่อนนำไปจำนำกับรัฐบาล

ชาวนาในจังหวัดชัยภูมิ เร่งตากข้าว ก่อนนำไปเข้าโครงการรับจำนำกับรัฐบาล ใช้พื้นว่างทุกที่เท่าที่หาได้เป็นลานตาก โดยเฉพาะตามท้องถนน ขณะที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) อนุมัติให้โรงสี เปิดจุดรับจำนำข้าวนาปี ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เพิ่มอีก 3 แห่ง เริ่มรับจำนำ 21 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป

ที่บริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้าน บ้านซาด ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังมีนาข้าวบางส่วนรอดจากน้ำท่วม หลังข้าวแก่ชาวนาได้เร่งเก็บเกี่ยว และนำมาผึ่งแดด ไล่ความชื้น ทำให้ท้องถนนทางเข้าหมู่บ้าน และภายในหมู่บ้าน เต็มไปด้วยข้าว บางที่รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ทั้งนี้ทุกคนได้ผลัดกันนำข้าวมาตาก เพื่อรีบให้ทันกับโครงการรับจำนำของรัฐบาล

ขณะที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) อนุมัติให้โรงสีนอกพื้นที่ คือ หจก.รวมทรัพย์ถาวร สาขา 1 จ.สุพรรณบุรี เปิดจุดรับจำนำในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิแล้ว 3 แห่ง เกษตรกรสามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.00น. – 18.00น. โดยจุดรับจำนำทั้ง 3 แห่งดังกล่าวประกอบด้วย 1. ท่าข้าว บจก.วานนท์ธัญญกิจ ต.บ้านเล่า อ.เมืองชัยภูมิ 2. ท่าข้าวเกษการเกษตร ต.โอโล อ.ภูเขียว และท่าข้าวรำไพพืชผล ต.สระโพนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ ก่อนหน้านี้ ได้เปิดจุดรับจำนำไปแล้ว 1 แห่ง คือ หจก.รุ่งเรืองพืชผล ต.ละหาน อ.จัตุรัส ซึ่งเป็น โรงสีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายยกระดับรายได้ของเกษตรกรชาวนา ผ่านโครงการรับจำนำข้าว กาดำเนินการทุกขั้นตอน จึงมุ่งเน้นประโยชน์แก่เกษตรกรสูงสุด หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับจำข้าวของรัฐบาล ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4483-0702, 0-4481-6928 หรือ 08-9280-2498 ทุกวันในเวลาราชการ กรณีเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วน 1569



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล //ข่าว

อคส.อนุมัติเปิดจุดรับจำนำข้าว เพิ่มอีก 3 จุด เกษตรกรมาใช้บริการได้ 21 พฤศจิกายนนี้

องค์การคลังสินค้า (อคส.) อนุมัติให้โรงสี เปิดจุดรับจำนำข้าวนาปี ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เพิ่มอีก 3 แห่ง เริ่มรับจำนำ 21 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป

นางสาวปณิดา เอกผดุงพงศ์ การค้าภายในจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการ ติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัด แจ้งกับประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิถึงความเคลื่อนไหว ของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีกาลผลิต 2556/57 ว่า ขณะนี้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) อนุมัติให้โรงสีนอกพื้นที่ คือ หจก.รวมทรัพย์ถาวร สาขา 1 จ.สุพรรณบุรี เปิดจุดรับจำนำในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิแล้ว 3 แห่ง เกษตรกรสามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.00น. – 18.00น.


โดยจุดรับจำนำทั้ง 3 แห่งดังกล่าวประกอบด้วย

1. ท่าข้าว บจก.วานนท์ธัญญกิจ ต.บ้านเล่า อ.เมืองชัยภูมิ

2. ท่าข้าวเกษการเกษตร ต.โอโล อ.ภูเขียว และท่าข้าวรำไพพืชผล ต.สระโพนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์

ก่อนหน้านี้ ได้เปิดจุดรับจำนำไปแล้ว 1 แห่ง คือ หจก.รุ่งเรืองพืชผล ต.ละหาน อ.จัตุรัส ซึ่งเป็น โรงสีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายยกระดับรายได้ของเกษตรกรชาวนา ผ่านโครงการรับจำนำข้าว กาดำเนินการทุกขั้นตอน จึงมุ่งเน้นประโยชน์แก่เกษตรกรสูงสุด หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับจำข้าวของรัฐบาล ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4483-0702, 0-4481-6928 หรือ 08-9280-2498 ทุกวันในเวลาราชการ กรณีเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ทางสายด่วน 1569




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล //ข่าว

อบจ.โคราช เฟ้นหาผู้ประกอบการกว่า 75 ราย ยกขบวนสินค้าโอทอปและของดีเมืองโคราช สู่ กทม ในงาน ของดีเมืองโคราช @กทม. ครั้งที่ 2 ตั้งเป้า 5 วัน ทะลุ 7 ล้าน

วันนี้ (20 พ.ย. 56) ที่ห้องประชุมร้านอาหาร De Park ถนนสืบศิริ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และนายนัฎฐชัยฐ์ ธนกกนนทณ์ ส.อบจ.อ.เมืองนครราชสีมา เขต 6 ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงาน ของดีเมืองโคราช@กทม ครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่27 พย – 1 ธค 2556 ณ ศูนย์การค้า เจ เจ มอลล์ กรุงเทพมหานคร สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโอทอปมีช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของโคราช และเป็นการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในพื้นที่ ทั้งข้าว มันสำปะหลัง และผักปลอดสารพิษ หากแปรรูปเพื่อการส่งออกได้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น และเมื่อประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดที่กรุงเทพฯ แล้วจะต่อยอดขยายไปสู่ตลาดอาเซียน และตลาดระดับสากล เพื่อตอกย้ำการเป็นครัวโลกของโคราชและประเทศไทย

ด้านร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับงานของดีเมืองโคราช@กทม. ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงานตั้งเป้าจะกวาดรายได้ทะลุ 7 ล้านบาท อย่างแน่นอน ซึ่งจะมีการนำผู้ประกอบการออกร้านค้าไม่น้อยกว่า 75 ราย โดยผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปออกบูทในงานนี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและเป็นไฮไลด์ ที่ได้รับความนิยมในจังหวัดนครราชสีมา เป็นสินค้าโอทอป ระดับ 4 –5ดาว ไม่ว่าจะเป็น เป็ดย่างพิมาย ไก่สายพันธุ์โคราช ข้าวเม่าอ่อนปักธงชัย ผัดหมี่โคราชใส่ปลาย่าง หมอนสุขภาพไม้ไผ่ องุ่นไร้เมล็ด พุทรานมสด แหนมเห็ด เห็ดสามรส หมูยอผสมโปรตีนไหม กาแฟพันธุ์อราบิก้า ขนมคุกกี้ที่ใช้ส่วนผสมจากใยมันสำปะหลัง ผ้าไหมหางกระจก ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมบาติก เป็นต้น

กรมปศุสัตว์ออกหน่วยสัตวแพทย์พระราชทาน จ.บึงกาฬ

กรมปศุสัตว์ ร่วมกันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดโครงการสัตวแพทย์พระราชทาน ในพระราชดำริ สมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ ออกให้บริการแก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายสัตวแพทย์ธนิตย์ อเนกวิทย์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดในวันพุธที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ หอประชุมเทศบาลตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

นายสัตวแพทย์ธนิตย์ อเนกวิทย์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า การดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ เป็นงานสนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการบริการประชาชนชาวไทย ให้มีความอยู่ดีกินดี โดยถ้วนหน้าและเสมอภาคกัน เป็นการแบ่งเบาพระราชกรณียกิจอีกทางหนึ่ง สร้างคุณประโยชน์ให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ อยู่ห่างไกลและขาดโอกาส โครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ นี้ เป็นความร่วมมือแบบบูรณาการของสัตวแพทย์ไทยและบุคลากรทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของวิชาชีพสัตวแพทย์ และวิชาชีพอื่น ๆ ต่างผนึกกำลังในการใช้เทคโนโลยี และวิทยาการอันทันสมัยของแขนงต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชน ให้ได้ผลสำเร็จตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า ๆ พระบรมราชินีนาถ นับเป็นความโชคดีของเกษตรกรจังหวัดบึงกาฬ ที่จะได้รับบริการจากบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีน้ำใจดีงาม ที่จะมาช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยของสัตว์ และบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกร

ด้านนายณรงค์ สุทธิสังข์ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง ทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมดูแล ความเป็นอยู่ของราษฎร จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามถวายงานตามรับสั่ง เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชน ทรงแนะนำการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ประชาชนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง

กรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันดำเนินงานในโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ขึ้นมาตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๐ จนถึงปัจจุบัน รวม ๒๖ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒๗ มีเป้าหมายในการออหน่วยให้บริการในเขตพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ

โดยคาดหวังว่าจะมีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มารับบริการประมาณ ๑,๐๐๐ ราย จำนวน โค – กระบือ ๔๐๐ ตัว และสุนัข –แมว ๑,๒๖๐ ตัว โดยมีคณาจารย์ นิสิต นักศึกษา สัตวแพทย์และนักวิชาการเข้าร่วมโครงการทั้งจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น ๑๕๔ คน กำหนดระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ ๒๐- ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ รวมเวลา ๓ วัน กิจกรรมพระราชทานครั้งนี้ ประกอบด้วย การตรวจรักษาพยาบาลสัตว์ทั้งด้านอายุรกรรม สูติกรรม ศัลยกรรม บริการทำหมัน/ฉีดยาคุมกำเนิด การกำจัดพยาธิภายในทางเดินอาหารและภายนอก การเสวนาปัญหาด้านปศุสัตว์ การให้ความรู้ แนะนำการเลี้ยง และการดูแลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น ปศุสัตวจังหวัดบึงกาฬกล่าว




ข่าว/ส.ปชส.บึงกาฬ

จังหวัดมุกดาหารจัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินแก้ไขปัญหาจากกระแสไฟฟ้าดับ จังหวัดมุกดาหารประจำปี พ.ศ. 2556

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เผยว่า จากกรณีเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (Black out) ในภาคใต้ 14 จังหวัด เมื่อช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ทำให้ทุกระบบต้องเป็นอัมพาต ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว บริการ ร้านอาหาร และโรงงานอุตสาหกรรม สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก

กระแสไฟฟ้า ถือว่าเป็นปัจจัยหลักสำคัญในการดำรงชีพของคน เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับย่อมทำให้เกิดความเสียหาย ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ 7 อำเภอ 30 องค์การบริหารส่วนตำบล 23 เทศบาลตำบล 1เทศบาลเมือง รวม 526 หมู่บ้าน 34 ชุมชน

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสียหายจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับให้เกิดน้อยที่สุด และสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว จังหวัดมุกดาหารจัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าว หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินและปัญหาจากกระแสไฟฟ้าดับ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สามารถแจ้งเตือนภัยไปยังศูนย์อำนวยการรพิเศษจังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ 042-633101 วิทยุสื่อสารความถี่ 150.150 ตามเรียกขาน ปภ.มุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

(FAO) สำรวจข้อมูลศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียตริฯ มุกดาหาร เพื่อจัดระบบมรดกทางการเกษตรของโลก

เจ้าหน้าที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) นำโดย นายเกษม ประสุตแสงจันทร์ และ Dr.ParvizKoohatkan ลงสำรวจข้อมูลทั่วไปในพื้นที่ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร เพื่อจัดระบบมรดกทางการเกษตรของโลก ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งอนุรักษ์และจัดระบบมรดกทางการเกษตรของโลก ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านภู ตำบลบ้านเป้า อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหารทั้งนี้จะลงสำรวจเก็บข้อมูลกลุ่มผลิตผ้าไหมดั้งเดิมบ้านหนองสูง ศูนย์เรียนรู้บ้านภู และแปรงเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเป้าด้วย

ซึ่งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของเกษตรท้องถิ่น  โดยการปกป้องความหลากหลายทางการเกษตร ภูมิทัศน์ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมท้องถิ่น การประชุมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากชาวบ้านหนองสูง กลุ่มผลิตผ้าไหมดั้งเดิมบ้านหนองสูง สมาชิกศูนย์เรียนรู้บ้านภู และสื่อมวลชนในจังหวัดมุกดาหาร



พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ไอลดา สุทธิประภา/ส.ปชส.มห/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/เนตรนภาไยสาร/ส.ปชส.มห/ขภาพ

เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดงาน วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ประจำปี ๒๕๕๗

นางสุธิดา บุญประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดงาน วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันอังคารที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร วัตถุประสงค์หลัก คือการขอรับการสนับสนุน การบริจาคเงินและสิ่งของจากส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรการกุศลผู้มีจิตกุศลทั่วไป เพื่อเป็นสิ่งของรางวัลสนับสนุนออกร้านนาวาการชาด ในงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ ในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย สงเคราะห์ผู้ขาดแคลนไร้ที่พึ่ง ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงงานสาธารณกุศลอื่นๆ

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารขอเชิญชวนประชาชนทั่วไป ผู้จิตกุศลร่วมบริจาคทรัพย์สิ่งของเพื่อสนับสนุนกิจการของเหล่ากาชาดได้ในวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๐.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ ๐๔๒-๖๑๑๑๐๙




สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

เทคโนโลยียโสธรลงแขกเกี่ยวข้าว

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดยโสธร นำนักเรียน นักศึกษา สืบสานอนุรักษ์ประเพณี ลงแขกเกี่ยวข้าว ที่แปลงนาสาธิตข้าวหอมมะลิ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดยโสธร นายวัชเรนทร์ สืบสิทธิ์ ปลัดจังหวัด เป็นประธานลงแขกเกี่ยวข้าว นายสัญญา ไชยประเสริฐ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร กล่าวว่า วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดยโสธร เป็นสถานศึกษาที่จัดให้มีการเรียนการสอนด้านการเกษตร โดยมีแปลงนาสาธิตจำนวน 37 ไร่ ซึ่งได้ปลูกข้าวหอมมะลิ พันธุ์ที่ดีที่สุดของจังหวัดยโสธร พอถึงฤดูการเก็บเกี่ยว วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี ได้จัดให้มีกิจกกรมลงแขกเกี่ยวข้าว เพื่อสืบสานประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าวให้คงอยู่ และเพื่อให้คณะครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ได้ฝึกภาคปฏิบัติ ตลอดจนเป็นการสร้างความรักความสามัคคีภายในองค์กร และคนชุมชน การจัดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว ในครั้งนี้ปรากฏว่า มี คณะครู อาจารย์ /นักเรียน นักศึกษา/ ผู้นำชุมชน/ และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 300 คน



วรรณทอง ภูโสภา
ส ปชส.ยโสธร/ข่าว

ยโสธรตักบาตรโบราณถวายเป็นพระราชกุศล

จังหวัดยโสธรตักบาตรแบบโบราณ ที่ถนนคนเดินเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณานายก ที่บริเวณ ถนนคนเดินเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า อ.เมือง จ.ยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการ /ประชาสัมพันธ์จังหวัดพร้อมสื่อมวลชน/ ผู้นำชุมชน /ประชาชนทั่วไป ออกมาตักบาตรแบบโบราณ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณานายก โดยมีพระสงฆ์ สามเณรจำนวน 15 รูป ออกมาบิณฑบาต การตักบาตรโบราณเป็นการตักบาตรแบบดังเดิม ด้วยการปูเสื่อนั่งคุกเข่ากับพื้น แล้วยกสิ่งของที่เตรียมมาขึ้นเหนือหัว แล้ววางลงในบาตรพระสงฆ์ การตักบาตรแบบนี้เป็นประเพณีดังเดิมที่ยึดถือปฏิบัติกันมา ซึ่งเป็นประเพณีดังเดิมของชุมชนเมืองเก่าบ้านสิงห์ท่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฒโน) สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 ประชาชนชาวจังหวัดยโสธร มีความโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สิ้นพระชนม์ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ได้บำเพ็ญสรรพกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่บวรพระพุทธศาสนา และการปกครองคณะสงฆ์ในสังฆมณฑล ตลอดจน พุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดมา ประชาชนชาวจังหวัดยโสธร จึงได้ออกมา จัดกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลในครั้งนี้



วรรณทอง ภูโสภา
ส ปชส.ยโสธร/ภาพ/ข่าว

ยโสธรจัดงานงิ้ว

มูลนิธิรวมสามัคคีจังหวัดยโสธร จัดงานงิ้วสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร ในวันที่ 19-24 พฤศจิกายน 2556 ที่ ศาลามูลนิธิรวมสามัคคียโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน เปิด งานสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยโสธร (งานงิ้ว ) ประจำปี 2556 พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้มาร่วมงาน ด้วยมูลนิธิรวมสามัคคียโสธร ได้กำหนดจัดงานขึ้น ซึ่งเป็นประเพณีที่คนไทยเชื้อสายจีน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เป็นการอัญเชิญเจ้า-สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลงมาบวงสรวง สักการบูชา กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 19 - 24 พฤศจิกายน 2556 ณ ศาลามูลนิธิรวมสามัคคียโสธร ถ.นครปทุม อ.เมืองยโสธร กิจกรรมในงานประกอบด้วย การแสดงสิงโตดอกเหมย / การแสดงอุปรากรจีนชื่อดัง/ และยังมีการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก ขอเชิญชวนทุกท่านได้เข้าร่วมงาน งิ้ว ของจังหวัดยโสธร ซึ่งจะทำให้ท่านได้บุญกุศลอันอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้



วรรณทอง ภูโสภา
ส ปชส.ยโสธร/ภาพ/ข่าว

การจัดซื้อที่ดินที่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร มีความประสงค์จะจัดซื้อที่ดินที่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน เพื่อนำมาดำเนินการจัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์โดยวิธีการปฏิรูปที่ดิน

ผู้มีสิทธิยื่นคำเสนอขายที่ดินต้องมีคุณสมบัติ เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งมีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ได้แก่ โฉนดที่ดิน โฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง ตราจองที่ตราว่าได้ทำประโยชน์แล้ว, น.ส.3, น.ส.3ก และ น.ส.3ข อยู่ในเขตท้องที่ ทุกอำเภอในเขต จังหวัดยโสธร

กำหนดยื่นคำเสนอขายที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 ถึง 28 ธันวาคม 2556 ในเวลาราชการ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดยโสธร ถนนแจ้งสนิท ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร โทร.045-761043



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 20 พฤศจิกายน 2556

ข้อความประชาสัมพันธ์ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556

ขอเชิญร่วมประดับธงชาติไทยคู่กับธง ภปร. พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมตั้งเครื่องสักการะบูชา ตามหน่วยงาน อาคาร และบ้านเรือน เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556

ขอเชิญจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล เพื่อแสดงความจงรักภักดี และถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556

ขอเชิญร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 เวลา 19.19 น. ส่วนกลางกรุงเทพฯ ที่บริเวณท้องสนามหลวง ส่วนภูมิภาคตามสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนดพร้อมกันทั่วประเทศ โดยดูเวลาจากส่วนกลางกรุงเทพฯ เป็นหลัก

ขอเชิญร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ในวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2556 เวลา 16.30 น. ณ บริเวณท้องสนามหลวง และสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนดพร้อมกันทั่วประเทศ

ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพรออนไลน์ http://www.ocse.go.th/ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 20 พฤศจิกายน 2556

ขอเชิญประชาชนรับการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้สมัครเป็น ป.ป.จ.ยโสธร

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร ขอเชิญประชาชนและทุกภาคส่วนเข้าร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้สมัครเป็นกรรมการ ป.ป.จ.ยโสธร

ตามที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร ได้เปิดรับสมัครกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดยโสธร โดยมีผู้สมัครทั้งสิ้น จำนวน 24 ราย ดังนี้

          1. นายบพิตร โสมณวัฒน์                 2. นายดิเรก ศรีวะโสภา
          3. นายชาญวิทย์ แสงงาม                 4. พล.ต.ต.พรชัย ตรีสุผล
          5. นายวุฒิชัย คุรุพันธ์                      6. นายสังขตะ มรรคญาณ
          7. นายณัฐนันท์ พงษ์ภูริพัฒน์           8. นายชวดล เพ็ญชรี
          9. นายชัยฤกษ์ ช่วงกรุด                 10. นายนิพัทธ์เดช ไชยช่วย
        11. นายยุทธชัย ครองสิน                 12. นายมนต์ศักดิ์ สร้อยสิงห์
        13. นายสัมฤทธิ์ กัลปดี                    14. นายประดิษฐ รักเสรี
        15. นายจำรูญ ผายพิมพ์                  16. นายทองเรือง อินทร์ทอง
        17. พลตรี สมมาตร สังขะรมย์          18. นางริยา เด็ดขาด
        19. นายศิลป์ ชื่นนิรันดร์                  20. นายสาคร เหล็กกล้า
        21. นายทองหมุน น้อยนนท์            22. นายวิจิตร สายเชื้อ
        23. นายไพชยนต์ ชนะกาญจน์         24. นายเรียง จันทร์แจ้ง

ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร จะจัดให้ผู้สมัครกรรมการ ป.ป.จ. แสดงวิสัยทัศน์ เพื่อให้ประชาชนและทุกภาคส่วนเข้าร่วมฟังการแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ณ ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร (ห้งประชุมสีเงิน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับฟัง



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 20 พฤศจิกายน 2556

ร้อยเอ็ด ขับเคลื่อนกิจกรรมศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวธงธานี

เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ 20 พฤศจิกายน 2556 นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนกิจกรรมศูนย์ 3 วัย สายใยรักแห่งครอบครัวธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด  ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

นางสุจิตรา  พินดวง ผู้จัดการศูนย์ 3 วัย สานสายใยแห่งรักครอบครัวธงธานี กล่าวว่า ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวธงธานี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 สังกัดกรมพัฒนาสังสมและสวัสดิการ เพื่อเปิดให้บริการแก่บุคคล 3 วัย ได้แก่ วัยเด็ก  วัยทำงาน และผู้สูงอายุ เพื่อให้บุคคลทั้ง 3 วัย ได้มีกิจกรรมสร้างความอบอุ่นขึ้นในครอบครัว ตามแนวคิดที่ว่า เตรียมพร้อมก่อนครองคู่ เรียนรู้ร่วมกันแต่ในครรภ์ คิดสร้างสรค์แต่เยาววัย ครอบครัวเสริมกายใจ ผู้สูงวัยสานสายใยรัก เปิดให้บริการสมาชิกศูนย์สามวัย ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน มีสมาชิกทั้งสิ้น 737 คน อายุ 0 - 18 ปี จำนวน 162 คน อายุ 19 - 59 ปี จำนวน 416 คน  อายุ 60 ปี ขึ้นไป จำนวน 159 คน มีผู้มาใช้บริการทั้งสิ้นประมาณ 1,400 คน ทั้งบุคคลในพื้นที่และต่างจังหวัด เช่น สุรินทร์มหาสารคามแและนครรราชสีมา

นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การดำเนิการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร และดำเนินกิจกรรมศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในภารกิจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนครอบครัว ทั้ง 3 วัย ในพื้นที่เป้าหมายให้มีกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ พัฒนาและสนับสนุนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เข้มแข็ง ยั่งยืน ตามปณิธานของพระเจ้าวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และในปี 2556 นี้ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับการประสานแจ้งจากกองประสานสายใยรักแห่งครอบครัว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อย่างไม่เป็นทางการว่า เป็นจังหวัดที่อยู่ในแผนสำรองที่ พระเจ้าวรวงษ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ จะเดินทางมาพิธีเปิด ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวธงธานี อย่างเป็นทางการอีกด้วย



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานรับฟังสวดพระอภิธรรมศพนางจันทร์ นาเมืองรักษ์

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 เวลา 19.00 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานรับฟังสวดพระอภิธรรมศพ นางจันทร์ นาเมืองรักษ์ โดยมีนายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พลตำรวจตรีณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด,หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และแขกผู้มีเกียรติ ตลอดจนญาติ มิตร ลูกหลาน เข้าในพิธี เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ เป็นจำนวนมาก

นางจันทร์ นาเมืองรักษ์ หรือ คุณยายจันทร์ นาเมืองรักษ์ เป็นมารดา ของนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดร้อยเอ็ด  ได้ถึงแก่กรรม ด้วยอายุ 92 ปี ตั้งศพบำเพ็ญกุศล ระหว่างวันที่ 17 – 22 พฤศจิกายน 2556 ณ บ้านเลขที่ 82 หมู่ ถนนเสลภูมิ -โพนทอง ตำบลขวัญเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมทุกวัน เวลา 19.00 น. และจะพระราชทางเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา 16.00 น. ณ ฌาปนสถานวัดสามัคคีนาเมือง บ้านนาเมือง ตำบลนาเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

จึงขอกราบเรียนเชิญท่านที่เคารพนับถือของลูกหลานคุณยายจันทร์ นาเมืองรักษ์ ไปร่วมเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ครั้งนี้ด้วย ตามกำหนดดังกล่าวข้างต้น




 วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
19 พ.ย.56

ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเข้ม มาตรการ 5 ด้าน ตามนโยบายของรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ย.56 ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายพิเชษฐ์ ไพบูลย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และ คณะ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามการดำเนินงาน ตลอดจนรับฟังปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของจังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับ นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาในวันนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานของทางจังหวัดศรีสะเกษ ใน 5 ด้าน ประกอบด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และการจัดระเบียบสังคม , การดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี , การทูลเกล้าถวายฏีกา , การรักษาคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ , การป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยต่างๆ และ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในเรื่องของโครงการออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งหลังจากรับทราบการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ต่างๆ แล้ว จะได้นำเรื่องเสนอไปยัง ส่วนกลาง เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงาน เป็นลำดับต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมคณะกรรมการเตรียมความพร้อมจัดงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานีประจำปี 2557 รับตะวันก่อนใครในสยาม

อุบลราชธานี  : วันนี้ (19 ธ.ค.56) ที่ห้องประชุมวรราช ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานีประจำปี 2557 รับตะวันก่อนใครในสยาม โดยจังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดจัดงานกาชาดและปีใหม่ ประจำปี 2557 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2557 รวม 10 วัน 10 คืน ที่ บริเวณศาลากลาง(หลังเก่า) จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งการจัดงานดังกล่าว นอกจากเป็นกิจกรรมที่เฉลิมฉลอง ปีใหม่ในการส่งความสุขให้แก่ประชาชนช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว ยังเป็นการหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดเพื่อให้ความช่วยเหลือ แก่ผู้ประสบภัยต่าง ๆ สำหรับกิจกรรมภายในงานปีนี้ ประกอบด้วย การประกวดนิทรรศการของส่วนราชการต่าง ๆ การออกร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกวดผลิตภัณฑ์ชุมชน การประกวดทางการเกษตร การแสดงบนเวที การประกวดสาวงามเมืองอุบล การประกวดธิดาท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี โดย ผู้เข้าประกวดจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกหลานของหน่วยงานในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจาก ทุกแห่งกว่า 200 หน่วยงาน และพิเศษปีนี้จะมีการประกวดร้องเพลง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทีมงานหางเครื่อง ส่วนที่ขาดไม่ได้คือการออกร้านกาชาดที่ให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสร่วมทำบุญกับเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี และหากโชคดีจะได้รับโชครางวัลใหญ่ ทั้งนี้เพื่อหาทุนสบทบให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้คณะกรรมการจัดงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานีประจำปี 2557 รับตะวันก่อนใครในสยาม ได้กำหนดรับบริจาควันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ในวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยเริ่มรับบริจาค ตั้งแต่เวลา 08.30-12.00 น ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมบริจาคสิ่งของ วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด ในวันเวลาดังกล่าว



จ.ส.ต.พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ 19 พ.ย.56

ประชุมทิศทางการบริหารงานของสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับการพัฒนาจังหวัดพัฒนาจังหวัดในพื้นที่สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประจำปี 2556

นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมจัดประชุมทิศทางการบริหารงานของสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประจำปี 2556เพื่อให้ทราบแนวทางการบริหารการปฏิบัติราชการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การแก้ไข เปลี่ยนแปลง กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องและเตรียมความพร้อมในพื้นที่ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยจัดประชุมระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2556 ณ โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม บรรยายพิเศษเรื่อง "การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการพัฒนาจังหวัดในเขตพื้นที่สู่ประชาคมอาเซียน” ต่อด้วยการบรรยาย "ปัญหาและผลกระทบจากการประกาศใช้บัญชีเงินเดือนข้าราชการพนักงานท้องถิ่น เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ ระเบียบ และหนังสือสั่งการ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กับทิศทางในอนาคตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นอย่างไร” โดยนายชนินทร์ ราชมณี ผู้อำนวยการส่วนประสานถ่ายโอน สำนักงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครอง และเสวนาเรื่อง "แนวคิดและทิศทางการบริหารงานของสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ประกอบด้วย ดร.จีราวุฒิ เข็มพรมมา นายกสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายทรงศักดิ์ โอษะคลัง ผู้แทนคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล นายสายสิทธิ์ ไท้ทอง ผู้ก่อการรวบรวมเพื่อนๆ ในการจัดตั้งสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พันจ่าโท ธงชาติ ลิ้มทองสุด ที่ปรึกษาสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายชัยพิชิต เย็นกลาง ที่ปรึกษาสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 การบรรยายเรื่อง "แนวโน้มการบริหารงานบุคคล สิทธิ อำนาจหน้าที่ การสั่งการ และปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลต่อความก้าวหน้าของข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไร” โดยนายเชื้อ ฮั่นจินดา ประธานสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสรุปกรอบแนวคิดและทิศทางการบริหารงานของสมาคมปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย ดร.จีราวุฒิ เข็มพรมมา

ประกาศผลการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล "มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ 2556"


ตามที่เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ได้จัดทำสลากกาชาดการกุศลจำหน่ายเนื่องในงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2556 เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจการเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ และกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศลจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,000 เล่ม ๆ ละ 100 ฉบับ รวม 200,000 ฉบับ โดยกำหนดออกรางวัล ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 เวลา 21.00 น. ณ บริเวณเวทีกลาง งานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ สนามกีฬาศรีณรงค์ ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ผลการออกรางวัลปรากฏดังนี้

รางวัลที่ 1 มี 1 รางวัล หมายเลข 168392

รางวัลที่ 2 มี 1 รางวัล หมายเลข 090096

รางวัลที่ 3 มี 7 รางวัล หมายเลข 182645 140668 066190 048812 068633 136309 147597

รางวัลที่ 4 มี 10 รางวัล หมายเลข 053290 164606 095707 027422 089653 085185 011989 080698 031897 115800

รางวัลที่ 5 มี 10 รางวัล หมายเลข 161562 066256 031108 053866 142179 005420 171389 111529 064588 061314

รางวัลที่ 6 มี 20 รางวัล หมายเลข 069133 085151 134778 008391 129696 195104 114323 088313 163601 003651 183595 098277 073133 166200 045896 032017 161085 002192 197229 108954

รางวัลเลขท้าย 4 ตัว 1 ครั้ง มี 20 รางวัล หมายเลข 7132

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว 1 ครั้ง มี 200 รางวัล หมายเลข 984


ให้ผู้ที่ได้รับรางวัล นำสลากที่ได้รับรางวัลและบัตรประจำตัวประชาชน ไปติดต่อรับรางวัลได้ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ในวันและเวลาราชการ ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ออกรางวัล เป็นต้นไป หากพ้นกำหนดถือว่าสละสิทธิ์ และผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ด้านหลังสลากการกุศล ทุกประการ

กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือและวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยเรือรักษาความเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

พลเรือตรี อารักษ์ แก้วเอี่ยม ผู้บัญชาการกองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือและวันคล้ายวันสถาปนาหน่วยเรือรักษาความเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงหรือนรข. ที่ห้องศรีประดู่ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อำเภอเมือง จ.นครพนม โดยมีพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป สวดบำเพ็ญกุศล โดยมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธี

ทั้งนี้ หน่วยเรือ นรข. ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ โดยแรกเริ่มมีฐานะเป็นหน่วยงานต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ สนับสนุนงานการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ อยู่ในความควบคุมบังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง" คำย่อว่า "นรข." เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม๒๕๔๗ โดยมีภารกิจและบทบาทในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และตลอดแนวชายฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่รับผิดชอบเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย และการกระทำอื่น ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ด้วยหลักมนุษยธรรม รวมทั้งการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน

กีฬาสีโรงเรียนเมืองนครพนม

นายเชิดชัย สินพูน ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองนครพนม เปิดเผยว่า คณะครู นักเรียนโรงเรียนเมืองนครพนม คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน จัดการแข่งขันกีฬาสีภายใน ประจำปี 2556 ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09.00-16.30 น. โดยมีการแข่งขันกีฬา ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล กรีฑา เปตอง เซปักตระกร้อ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกายเป็นการเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ จึงขอเชิญผู้ปกครอง ประชาชนร่วมชมและเชียร์นักกีฬาในวันดังกล่าว

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ปชส.มหาสารคามเตรียมจัดสัมมนาตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมือง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม เตรียมจัดโครงการสัมมนาตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมืองจังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้ประชาชนในชุมชนเมืองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง และเป็นเวทีในการรับฟังความคิดเห็น ข้อปัญหา และสะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองของจังหวัดมหาสารคาม

นายพิชัย คชพิมพ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะหน่วยงานดำเนินการด้านการประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมือง ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดซึ่งมีอยู่ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไป เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ ประชาชนในชุมชนเมืองได้มีความเข้าใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนตามโครงการที่ได้ขอเสนอมา ซึ่งการประชาสัมพันธ์ดังกล่าว นอกจากจะได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ ติดตามทำข่าว ผู้ที่รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องแล้ว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม มีโครงการที่จะจัดให้มีการสัมมนาตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมืองจังหวัดมหาสารคาม เพื่อให้ประชาชนในชุมชนเมืองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง และเป็นเวทีในการรับฟังความคิดเห็น ข้อปัญหา และสะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองของจังหวัดมหาสารคาม

สำหรับโครงการสัมมนาตามแผนประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาเมืองจังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2556-กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 1 ครั้ง โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้แทนทั้ง 30 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม รวมทั้งสื่อมวลชนในพื้นที่ ที่จะร่วมเป็นเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือโครงการที่ชุมชนได้เสนอต่อคณะกรรมการไปแล้ว



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯ มหาสารคาม ร่วมเกี่ยวข้าวกับชาวนาสืบสานประเพณีดั้งเดิม ตั้งเป้าปลูกข้าวอินทรีย์สู่ AEC

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวกับเกษตรกรกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์มหาสารคาม ที่แปลงนาข้าวเกษตรอินทรีย์บ้านลาด ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม พร้อมส่งเสริมข้าวอินทรีย์สู่ AEC

(19-11-56) ที่บริเวณแปลงนาเครือข่ายข้าวอินทรีย์ของกลุ่มวิสาหกิจปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพลาดนาแซง บ้านลาด หมู่ที่ 1 ตำบลลาดพัฒนา อำเภอเมืองมหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายอำเภอเมืองมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเกี่ยวข้าวพร้อมกับเกษตรกรกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์มหาสารคาม เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีการลงแขกเกี่ยวข้าว ที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนชาวอีสานมาช้านาน พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโดยไม่ใช้สารเคมี ด้วยการหว่านปุ๋ยพืชสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์สู่อาเซียน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2558 ที่ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จังหวัดมหาสารคาม ได้มีการปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดเพื่อรองรับ ด้วยการตั้งเป้าการผลิตข้าวอินทรีย์ทั้งจังหวัดประมาณ 5,000 ไร่ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวอินทรีย์ในหลายพื้นที่ โดยมีนักวิชาการทั้งจากสถาบันการศึกษา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาถ่ายทอดความรู้

ด้าน นายณตวรรษ อินทะวงษ์ ประธานเครือข่ายข้าวอินทรีย์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม มีสมาชิกเครือข่ายเกษตรอินทรีย์รวมแล้วกว่า 500 ราย แต่จะมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็งและมีผลผลิตจากข้าวอินทรีย์เพียง 16 ราย เนื้อที่ 157 ไร่ ซึ่งปีนี้จะได้ผลผลิตข้าวอินทรีย์ประมาณ 20 ตัน โดยเชื่อว่าในอนาคตหากจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการส่งเสริมและพัฒนาผลผลิต ตลอดจนหาตลาดให้มากขึ้น เชื่อว่าเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม จะสามารถผลิตข้าวอินทรีย์ได้อย่างมีคุณภาพ แข่งขันกับประเทศสมาชิกในกลุ่มอาเซียนได้ ที่สำคัญสุขภาพร่างกายก็จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้างด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาวิทยาลัยมหาสารคามเตรียมจัดงานดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งที่ 40

ในการแถลงข่าวการจัดงานดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 40 ภายใต้ชื่อ อมฤตคีตา ตักสิลานคร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันวสาอัยยิกาเจ้าและสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2556 ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และลานอัฐศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตําบลขามเรียง อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

รศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคามกล่าวว่าคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานจัดดนตรีไทยอุดมศึกษา ได้ให้เกียรติมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ดนตรีไทยอุดมศึกษาครั้งที่ 40 ประจําปี 2556 นี้ โดยใช้ชื่องานว่า อมฤตคีตา ตักสิลานคร เฉลิมพระเกียรติ 150 ปีสมเด็จพระพันวสาอัยยิกาเจ้าและสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ แล้วยังเป็นการเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านดนตรีไทยและเป็นการทํานุบํารุงและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติด้านดนตรีไทย ซึ่ง ณ ขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาตอบรับเข้าร่วมงานแล้วจํานวนกว่า 63 สถาบัน

ด้าน ผศ.ปราโมทย์ ด่านประดิษฐ์ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามกล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ประกอบด้วยการบรรเลงดนตรีไทย การขับร้องและการแสดงประกอบการบรรเลงดนตรีไทย การสัมมนาทางวิชาการเรื่องวิถีดนตรีไทยสู่ประชาคมอาเซียนและจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระพันวสาอัยยิกาเจ้าและสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

นอกจากนั้นยังมีการแสดงดนตรีของกลุ่มภาคและการแสดงดนตรีของแต่ละสถาบันแบ่งเป็นภาคอีสาน เหนือ กลางและใต้โดยจะร่วมบรรเลงเพลงประกอบการแสดงจากนักดนตรีจํานวนกว่า 300 คนซึ่งหาชมได้ยาก นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีเป็นเวทีย่อยตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน ซึ่งคณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์การันตีว่าการชมและฟังการบรรเลงดนตรีไทยจะไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

อาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างแนวร่วมเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพรองรับตลาดอาเซียน ที่มหาสารคาม

อาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดประชุมครูแนะแนว ผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อสร้างเครือข่ายและกำหนดทิศทางแนะแนวการศึกษาต่อสายอาชีพ เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาต่อสายสามัญ เป็น 51 ต่อ 49 ในปีการศึกษา 2558 รองรับตลาดอาเซียน ที่จังหวัดมหาสารคาม

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดการประชุมครูแนะแนว ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จำนวน 2,374 คน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา สร้างเครือข่ายครูแนะแนว และกำหนดทิศทางการแนะแนวศึกษาต่อสายวิชาชีพให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญ เป็น 51 ต่อ 49 ในปีการศึกษา 2558 เพื่อรองรับตลาดกลุ่มประชาคมอาเซียน โดยมี ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 เป็นประธานเปิดงาน พร้อมรับฟังการบรรยาย ยุทธศาสตร์การรับนักเรียน-นักศึกษาของอาชีวศึกษา ประจำปีการศึกษา 2557 จากนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และการเสวนาแนวทางสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน/ภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานทางวิชาการ ผลงานด้านเทคนิคช่างของผู้เรียนสายอาชีวศึกษาจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ครูและผู้บริหารสถานศึกษาได้รับชมผลงาน อาทิ การประดิษฐ์รถพ่นปุ๋ยยางพาราจากอาชีวศึกษาบึงกาฬ หัตถกรรมจากอาชีวศึกษาหนองคาย การอาหาร การแกะสลักผลไม้จากอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เครื่องแกะเมล็ดข้าวโพดจากอาชีวศึกษานครราชสีมา แขนกลจากอาชีวศึกษาอำนาจเจริญ และภาษาอาเซียนจากอาชีวศึกษายโสธร



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

คณะรัฐมนตรีกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ

นายคุมพล   บรรเทาทุกข์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  โดยคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่  15 ตุลาคม  2556 มีมติกำหนดให้วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม  เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  การท่องเที่ยว  และให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมต่างๆ  ในช่วงเทศกาลปีใหม่  และขอให้รัฐวิสาหกิจ  สถาบันการเงินและภาคเอกชนพิจารณาความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงานต่อไป  โดยหน่วยงานที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชนหรือมีข้อราชการสำคัญในวันดังกล่าว   หากยกเลิกหรือเลื่อนไปจะส่งผลให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการให้บริการประชาชนให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร  โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการและประชาชน  จึงขอประกาศให้ทราบทั่วกัน

สถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม รับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา ๒๕๕๗

นายธนิตศักดิ์  อุ่นตา  วัฒนธรรมจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า สถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม  เปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี  ปีการศึกษา ๒๕๕๗  ในระหว่างวันที่ ๑๒-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ สำนักงานอธิการบดีสถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์  วิทยาลัยช่างศิลป ลาดกระบัง และวิทยาลัยนาฏศิลปทุกแห่ง  เปิดรับสมัคร หลักสูตรศิลปบัณทิต ๔ ปี คณะศิลปวิจิตร คณะศิลปนาฏดุริยางค์  และหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณทิต ๕ ปี คณะศิลปศึกษา  สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครหลักสูตรศิลปบัณทิต ๔ ปี และหลักสูตรศึกษาศาตรบัณทิต ๕ ปี  ต้องสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประกาศนียบัตรนาฏศิลป์ชั้นกลาง ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า  ไม่เป็นคนวิกลจริต  ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล  ไม่เป็นโรคติดต่อ  กรณีสมัครคณะศิลปศึกษาต้องสอบผ่าน PAT 5  ความถนัดทางวิชาชีพครูของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ หรือ ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๑ หรือ๒ โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๔๕

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๒๔๘๒-๒๑๗๖ ต่อ ๓๑๖ หรือดาวโหลดใบสมัครได้ที่ www.bpi.ac.th

สหกรณ์จังหวัดนครพนมรับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป

นายจาตุรันต์  สมิทธิ์ภินันท์  สหกรณ์จังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม  รับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ 1 อัตรา  วุฒิการศึกษา  มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) , ประกาศนีบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปวท.หรืออนุปริญญา 2 ปี  หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  หรือเทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาที่เหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ  รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน  2556  เวลา 09.00-15.00 น.  เว้นวันหยุดราชการ ณ ฝ่ายบริหารทั่วไป  สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0-4251-1228

ลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงสาธิตนาโยน โครงการ 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน อ.ปลาปาก จ.นครพนม

นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  พร้อมด้วยนายสมชอบ  นิติพจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม  สมาชิกสภาจังหวัดนครพนม  หัวหน้าส่วนราชการและ ประชาชน  ลงแขกเกี่ยวข้าวแปลงสาธิตนาโยน  ที่ clinic center บ้านปลาปาก  อ.ปลาปาก      จ.นครพนม  ซึ่งแปลงสาธิตนาโยนจำนวน  5  ไร่  จากโครงการ 1 ไร่  ได้เงิน 1 แสน เป็นการทำนาด้วยการโยนกล้าที่เพาะไว้  15  วัน  เป็นการคิดค้นวิธีการทำนาใหม่ๆขึ้นมา  เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีศักยภาพ  ประหยัดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้  โครงการ 1 ไร่  ได้เงิน 1  แสน จังหวัดนครพนมได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ในการทำการเกษตรกรรมหลายอย่าง  และมีศูนย์เรียนรู้อำเภอละ 1 แห่ง  เพื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมมอบนโยบายการบริหารงาน อ.นาแก และ อ.วังยาง

นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เดินทางไปมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ  อ.นาแกและ อ.วังยาง  โดยเน้นย้ำให้ร่วมมือกันทำงานเป็นทีม  ซึ่งจังหวัดนครพนมมีแผนพัฒนายุทธศาสตร์จังหวัดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษการค้าชายแดนและจีนตอนใต้  ในปี 2558 กำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน  ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมและพัฒนาให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  โดยเป็นเจ้าภาพที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว เตรียมความพร้อมการค้าระหว่างประเทศ   ซึ่งจากข้อมูลด้านการค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดสะพานมิตรภาพที่ 3 นครพนม-คำม่วน  โดยให้อำเภอนาแก  และอ.วังยาง  ได้มีพัฒนาอาชีพที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น  สำหรับการดูแลความสงบสุขในหมู่บ้านด้านความมั่นคงทั้งยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย  ให้กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  ประชาชนในหมู่บ้านช่วยกันสอดส่องดูแล  มีการเฝ้าระวังสังเกตการณ์บุคคลที่เข้าออกหมู่บ้าน  หากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายให้แจ้งกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  หรือเจ้าหน้าที่ต่อไป

ชมรมเสียงสตรีจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดศรีสะเกษชุมนุมให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี

วันนี้ ( 19 พ.ย. 2556 ) นางสิริกาญจน์ สายแก้วรัศมี ประธานชมรมเสียงสตรีจังหวัดสุรินทร์ และสมาชิกชมรมเสียงสตรีจังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ กว่า 150 คน ร่วมชุมนุมที่บริเวณเวทีไผทสราญห้างอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เพื่อแสดงจุดยืนว่ากลุ่มเสียงสตรีสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษให้การสนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้บริหารประเทศต่อไป พร้อมทั้งเพื่อเป็นการรวมกลุ่มแสดงพลังสตรีให้กำลังใจแก่นายกรัฐมนตรีได้ต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ และนำพาประเทศไทยสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป ก่อนที่จะแยกย้ายกันเพื่อเดินทางไปให้กำลังใจแก่นายกรัฐมนตรีร่วมกับกลุ่มชมรมเสียงสตรีจังหวัดอื่นๆ ที่กรุงเทพมหานครต่อไป



ประนนท์ ไม้หอม/ข่าว
ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน

อำเภอกุมภวาปีจัดลงแขกเกี่ยวข้าวโครงการข้าวเต็มนา ผู้ว่าพาเกี่ยว ปี 56

อำเภอกุมภวาปี ร่วมกับเทศบาลตำบลเวียงคำ ร่วมสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นลงแขกเกี่ยวข้าว โครงการข้าวเต็มนา ผู้ว่าพาเกี่ยวประจำปี 2556 ตามดำริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ที่ต้องการรณรงค์ขอแรงงานเกษตรกรร่วมลงแขกเกี่ยวข้าวเสริมความรักสร้างความสามัคคีของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่

วันนี้ ( 19 พ.ย. 56 )ที่แปลงนานายบุญโฮม ปุริณะ สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติระดับตำบล บ้านท่าหนองเทา หมู่ที่ 2 ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีลงแขกเกี่ยวข้าวโครงการข้าวเต็มนา ผู้ว่าพาเกี่ยวประจำปี 2556 โดยมีนายนิคม สิริสิงห์สังชัย นายอำเภอกุมภวาปี นายประภพ กุมภรัตนทิพย์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงคำ หัวหน้าส่วราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอกุมภวาปี ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

นายนิคม สิริสิงห์สังชัย นายอำเภอกุมภวาปี กล่าวว่า การลงแขกเกี่ยวข้าวเป็นวัฒนธรรมการผลิตทางการเกษตรที่ชาวนาในจังหวัดอุดรธานีได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันดีงามที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชาวนา ทั้งในด้านการใช้แรงงาน ขวัญกำลังใจและความสามัคคี แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการทำนาได้ปรับเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตจากการอาศัยแรงงานคน สัตว์ และความร่วมแรงร่วมใจกันขอชาวนา มาเป็นการผลิตโดยการพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ ทำให้พฤติกรรมการผลิตของชาวนาเปลี่ยนแปลงไป มีการจ้างงานแทนการลงแขก หรือการขอแรงแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดค่านิยมใหม่ในสังคมชาวนา คือการจ้างแรงงานด้วยเงิน หรือปัจจัยอื่นแทนการขอเรงงาน

อำเภอกุมภวาปี เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ถือครองในการทำนาและมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก ปีการผลิต 2556/57 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปี 10,583 ครัวเรือน พื้นที่158,019 ไร่ ต้นทุนในการผลิตข้าว 3,800 บาท /ไร่ ซึ่งในต้นทุนการผลิตมีค่าใช้จ่ายที่เป็นการจ้างแรงงานคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,000 บาท/ไร่ เมื่อหักต้นทุนการผลิตในปีนี้ พบว่าชาวนามีรายได้จากการผลิตข้าวในระดับที่ต่ำ ซึ่งแนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงแก้ไขให้ชาวนามีรายได้สูงเพิ่มขึ้นนั้น จะต้องลดต้นทุนการผลิต ดังนั้นอำเภอกุมภวาปีจึงจัดทำโครงการข้าวเต็มนาผู้ว่าพาเกี่ยวปี 2556 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณี ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมทางการเกษตรที่ดีแก่ชุมชน เสริมสร้างกำลังใจและความสามัคคีในกิจกรรมการปลูกข้าว และสร้างแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของชุมชนในการพัฒนา การผลิตข้าวของชุมชนให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โครงการข้าวเต็มนาผู้ว่าพาเกี่ยวข้องอำเภอกุมภวาปี ได้รับความอนุเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณ จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานีและเทศบาลตำบลเวียงคำ ภายงานจัดให้มี การหว่านสาธิตการฝังกลบตอซัง การแข่งขันเกี่ยวข้าว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานเกษตรอำเภอกุมภวาปี เทศบาลตำบลเวียงคำ สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุดรธานี ศูนย์เมล็ดพันธ์ข้าวอุดรธานี



ทีมข่าวส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

สดุดีวีกรรมวีรชนค่ายเสนีย์รณยุทธ

กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธอุดรธานี ประกอบพิธีวางพวงมาลาอนุสรณ์สถานวีรชนค่ายเสนีย์รณยุทธ เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 60 ปี รำลึกคุณงามความดีของนักรบผู้กล้าหาญที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อพลีชีพเพื่อชาติ

วันนี้ (19 พ.ย. 56) ที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี พล.ต.ต.ดร ปิ่นเฉลียว รองผบก.ตชด.ภาค 2 ประธานพิธีวางพวงมาลาอนุสรณ์สถานีวีรชนค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี โดยมีนายสุทธินันท์ บุญมี รองผวจ.อุดรธานี และพ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญโสภา ผกก.ตชด.24 ให้การต้อนรับ จากนั้นคณะชมรมแม่บ้าน ข้าราชการตำรวจค่ายเสนีย์รณยุทธ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันสถาปนาค่ายเสนีย์รณยุทธ ครบรอบ 60 ปี เป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของนักรบผู้กล้าหาญของค่ายแห่งนี้ ที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อพลีชีพเพื่อชาติ

พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญโสภา ผกก.ตชด.24 กล่าวสดุดีวีรกรรมวีรชน ค่ายเสนีย์รณยุทธ วันที่ 19 พฤศจิกายนเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง เป็นวันคล้ายวันสถาปนาที่ได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2496 วันนี้ครบรอบ 60 ปี บรรดาข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนในค่ายแห่งนี้ทุกนาย ตลอดทั้งครอบครัว กระทำพิธีรำลึกถึงการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของวีรชนนักรบผู้กล้าหาญ พลีชีพเพื่อชาติ หลายนายบาดเจ็บพิการ ทุพพลภาพ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งเอกราชอธิปไตยของแผ่นดินไทยให้คงอยู่สืบไป ปี พ.ศ.2528 ปีแห่งการยุติการต่อสู้ในรูปแบบสงครามการก่อการร้ายของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กับกองทัพแห่งชาติ จากการต่อสู้ในครั้งนั้น พ.ต.อ.ขจร สัยวัตร์ ผกก.ตชด.เขต 4(ยศและตำแหน่งขณะนั้น)ได้ดำริว่าจะต้องก่อสร้างอนุสรณ์สถานีวีรชนขึ้นไว้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันห้าวหาญ เด็ดเดี่ยว นักรบกล้าของค่ายเสนีย์รณยุทธแห่งนี้ การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2528 ซึ่งการเสียสละของเหล่าวีรชนตำรวจตระเวนชายแดนเมื่อครั้งในอดีต ได้นำความสุขสงบมาสู่เราในปัจจุบัน สมควรที่อนุชนรุ่นหลังพึงจดจำ และสำนึกในคุณงามความดีแห่งการเสียสละของนักรบผู้กล้าทั้งหลายเหล่านั้น การจัดพิธีวางพวงมาลาเพื่อเคารพสักการะคุณงามความดี และเสริมส่งดวงวิญญาณของวีรชนทุกดวง จงสถิตสู่สรวงสวรรค์ ดังปรารถนาชั่วนิจนิรันดร์



เครือข่าย ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทอใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงษ์ พระราชทานพวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ ตำรวจผู้พลีชีพจากการรักษาความสงบในภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  และพระบรมวงศานุวงษ์ทุกพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โปรดกระหม่อม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ อัญเชิญพวงมาลาหลวงพระราชทาน วางหน้าหีบศพ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556  ขณะปฏิบัติหน้าที่รักษาคุ้มครองความปลอดภัยให้ครูในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

เวลา 19.45 น.วันที่ (18 พฤศจิกายน 2556) นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นผู้แทนพระองค์ในการอัญเชิญพวงมาลาหลวงพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาหลวงของพระบรมวงศานุวงษ์ทุกพระองค์วางหน้าหีบศพ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ ซึ่งญาติได้นำศพกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่ภูมิลำเนา ณ บ้านบ้านโพนทอง เลขที่ 41 หมู่ 4 ตำบลโพนทอง อำเภอเสนางคนิคม  จังหวัดอำนาจเจริญ  นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและสร้างความปลาบปลื้ม ให้กับครอบครัวของ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ ตำรวจผู้เสียชีวิตเป็นล้นพ้น โดยมี พลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการตำรวจ ญาติมิตร เพื่อนบ้าน และประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ไปร่วมเป็นเกียรติและร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก  ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งแก่ บิดา-มารดาของ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ด้วย

สำหรับ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ เป็นบุตรของ นายสมคิด และนางสุขใจ วรจารุ เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2531 อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ตำบลโพนทอง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ มีพี่สาว 2 คน โดยสิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ เป็นคนสุดท้อง จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเสนางคนิคม แล้วสอบแข่งขันเข้าศึกษาหลักสูตรนักเรียนตำรวจที่ค่ายรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย จบแล้วได้บรรจุเป็นข้าราชการตำรวจที่ศูนย์ปฏิบัติการชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2556  ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ปราบปราม ประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และมาเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนตำรวจอีก 2 นาย จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 เวลาประมาณ 15.30 น. จากเหตุลอบวางระเบิดบนถนน ขณะทำหน้าที่พลขับกลับจากปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองรักษาความปลอดภัยให้ครูในอำเภอระแงะกลับบ้านหลังโรงเรียนเลิก  ยังความเศร้าโศกเสียใจ ให้กับบิดา-มารดา พี่น้อง และญาติมิตรเป็นอย่างยิ่ง    

โดยพิธีบำเพ็ญกุศลศพ สิบตำรวจตรี วรวุฒิ วรจารุ จะตั้งบำเพ็ญกุศล ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556  และกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2556 เวลา 15.00 น. ณ วัดบ้านโพนเมือง ตำบลโพนเมือง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ



สุรพล บุตรวงศ์/ข่าว

โรงเรียนสังกัด สพป.ลย.1 อบรมคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน มุ่งหวังให้เป็นคนดี ห่างไกลยาเสพติด

นักเรียนโรงเรียนบ้านหนองผำ โรงเรียนบ้านวังแคน และโรงเรียนบ้านนาน้ำมัน อำเภอเมืองเลย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 จำนวน 81 คน เข้ารับการอบรมตามโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน ณ วัดป่ามหาราช บ้านไร่ทาม ตำบล นาอาน อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย โดย ดร.สุเทพ บุญเติม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 เป็นประธานเปิด นายสุปชัย วิริยะศรีสุวัฒนา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองผำ กล่าวว่า การอบรมดังกล่าว จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อหล่อหลอมขัดเกลาจิตใจให้กับนักเรียน ให้เป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ หลักปฏิบัติตนตามหลักพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รวมทั้งเพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดีของสังคม ห่างไกลยาเสพติด นอกจากนี้ยังจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ด้วย ทั้งนี้เด็ก ๆ ที่เข้าค่ายอบรมต้องได้ร่วมกิจกรรมในการทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น กิจกรรมค่ายคุณธรรมจริยธรรม กิจกรรมจิตสาธารณะ ทำความสะอาดบริเวณวัด กิจกรรมการทบทวนความจำ นำความรู้ไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน จากคณะวิทยากร พระอาจารย์สุดใจ สุทธจิตโต เจ้าอาวาสวัดป่ามหาราช และคณะ พร้อมทั้งคณะครูจากโรงเรียนที่นักเรียนเข้ารับการอบรมร่วมเป็นคณะวิทยากรผู้ช่วย ดร.สุเทพ บุญเติม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 กล่าวในโอกาสเดียวกันนี้ว่า การจัดค่ายอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็ก ๆ นักเรียน ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการฝึกอบรมจิตของนักเรียนให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตนตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 ได้มีนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษา เน้นเรื่องของคุณธรรมนำสู่คุณภาพ โดยได้ร่วมกับสถานศึกษาในสังกัดขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมในโรงเรียนขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ เด็กนักเรียน เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และห่างไกลจากสิ่งเสพติดทุกชนิด สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร อายุ 60 ปี สมัครทำประกันสังคม มาตรา 40 ได้แล้ว

นายทวีวัฒน์ ประสงค์ธรรม รักษาราชการแทน ประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้ขยายความคุ้มครองประกันสังคม มาตรา 40เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนที่มีอายุเกิน 60ปี ขึ้นไป สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม มีหลักประกันมั่นคงในชีวิต ด้วยการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 เพื่อรับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนที่มีอายุตั้งแต่15 ปีขึ้นไป ประสงค์จะมีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต ในรูปแบบเงินบำเหน็จชราภาพ หรือเงินบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ได้แล้วที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ หมายเลข 042-612287 หรือ 042-630272-3



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร ขยายความคุ้มครองประกันสังคม มาตรา ๔๐

นายทวีวัฒน์ ประสงค์ธรรม นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ขยายความคุ้มครองประกันสังคมมาตรา ๔๐ เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระและประชาชนทั่วไปที่ไม่มีหลักประกันชีวิต หรือสิทธิจากสวัสดิการใดๆ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ เพื่อรับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ โดยสมัครตามทางเลือกที่ ๒ หรือทางเลือกที่ ๓ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะสมัครทางเลือกที่ ๒ และทางเลือกที่ ๓ พร้อมกันก็ได้ คุณสมบัติผู้สมัคร อายุ ๑๕ – ๖๕ สมัครทางเลือกที่ ๒ และทางเลือกที่ ๓ อายุเกิน ๖๕ ปีขึ้นไป สมัครได้เฉพาะทางเลือกที่ ๓ เท่านั้น การจ่ายเงินสมทบ จ่ายเดือนละ ๑ ครั้ง สามารถจ่ายล่วงหน้าได้ไม่เกิน ๑๒ เดือน (ไม่สามารถจ่ายย้อนหลังได้) สามารถออมเพิ่มเป็นเงินชราภาพ เดือนละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท สถานที่จ่ายเงินสมทบ สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ไปรษณีย์ธนาณัติ ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย หน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัด สถานที่รับสมัคร สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร หน่วยบริการเคลื่อนที่ของสำนักงานประกันสังคมจังหวัด เอกสารประกอบการสมัคร ใช้สำเนาบัตรประชาชน จำนวน ๑ แผ่น

ทั้งนี้ แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระและประชาชนทั่วไป สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร โทร.๐๔๒-๖๓๐๒๗๒-๓



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์และติดตามบุคคลสูญหาย

นางสาวจริญญา วันทาวงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร กรณี นายบุญเสริม สันติวรกุล (บิดา) อายุ ๔๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๖๑/๑ หมู่ ๖ ตำบลห้วยสำเภา อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอความช่วยเหลือติดตามบุตรชายชื่อ เด็กชายกิตติศักดิ์ สันติวรกุล (น้องหนึ่ง) อายุ ๑๓ อำเภอหลังสวน ความว่า เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลาประมาณ ๐๗.๐๐ น. บุตรชายได้ออกไปเล่นเกมส์ที่ร้านเกมส์ในตลาดอวยชัย ๓ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร และหายตัวไปเกรงว่าอาจได้รับอันตรายและถูกล่อลวงไปในทางเสียหายหรือตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์ตามหา เด็กชายกิตติศักดิ์ สันติวรกุล(น้องหนึ่ง)จากข้อมูลสำคัญเมื่อพบเบาะแสหรือข้อมูล ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์ ๐๔๒-๖๑๑-๔๔๒ , ๐๔๒-๖๑๑-๕๘๓ หรือ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ๑๓๐๐ สายด่วน ๒๔ ชั่วโมง หรือนายบุญเสริม(บิดา) หรือนางพัชราพร สันติวรกุล หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๐๘๑๓๕๗๙ , ๐๘๙-๙๐๙๗๓๙๗



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลก่อนเข้ารับหน้าที่ พร้อมแต่งตั้งทีมบริหาร

วันนี้ (๑๙ พ.ย. ๕๖) เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ห้องประชุมเทศบาลเมืองมุกดาหาร นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลก่อนเข้ารับหน้าที่ในการบริการกิจการเทศบาล ในวันประชุมสภาเทศบาลเมืองมุกดาหาร สมัยสามัญ สมัยที่ ๔ ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๖ เนื่องจากได้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๖ และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับรองผลการเลือกตั้งเมื่อ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ โดยคณะผู้บริหารประกอบด้วย นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร รองนายกเทศมนตรี ๓ ท่าน ได้แก่ นายเฉลียว ดีวงศ์ นายไตรรงค์ ถวิลไพร และนายเมธี แสนวิเศษ และทีมที่ปรึกษา ได้แก่ นายไพรัตน์ สกลพันธ์ และนายมาโนช บินไซกาเซ็ม โดยนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารได้ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นลำดับแรก

ภายหลังการแถลงนโยบาย นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารกล่าวว่า ในการอาสามาทำหน้าที่ในครั้งนี้มีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาเทศบาลเมืองมุกดาหาร ให้เป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนมีความสุข มีความเจริญในทุกด้าน โดยจะใช้นโยบายพัฒนาคนและพัฒนาเมืองควบคู่กันไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้ขอความร่วมมือจากทีมสมาชิกสภาเทศบาล ในการขับเคลื่อนสนับสนุน นโยบายที่ตั้งไว้ให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารโดยรวม



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหไร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดพิธีเปิดยุทธการ “พยัคฆ์คำราม ๕๗ ป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง

วันนี้ (๑๙ พ.ย. ๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น.  ณ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ ๙ อุบลราชธานี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช จัดพิธีเปิดยุทธการ "พยัคฆ์คำราม ๕๗” เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยมี นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดยุทธการ "พยัคฆ์คำราม ๕๗ " พร้อมด้วยนายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและหัวหน้าส่วนราชการร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การจัดพิธีเปิดยุทธการ "พยัคฆ์คำราม ๕๗” ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาขบวนการการลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

จังหวัดนครราชสีมาเตรียมจัดงานโคราชคาราวานบิ๊กไบร์ 2013 หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่

วันนี้ (19 พ.ย. 56) ที่สวนอาหารเดอะพาร์ค อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายสุหฤทธิ์ ชาญวนังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน โคราชคาราวานบิ๊กไบร์ 2013 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2556 นี้ เริ่มต้นที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ไปสิ้นสุดที่โรงแรมโกลด์ เมาเท่น อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับงานโคราชคาราวานบิ๊กไบร์ 2013 จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงเพื่อเป็นการณรงค์ด้านการขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมวินัย และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานเพิ่มโอกาส และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

โดยกิจกรรมภายในงานจะมีขบวนคาราวานบิ๊กไบร์ เริ่มต้นที่ลานอนุสาวรียท้าวสุรนารี เคลื่อนขบวนไปวัดบ้านไร่อำเภอด่านขุนทด ก่อนจะเดินทางต่อไปท่องเที่ยวที่อำเภอวังน้ำเขียวและปิดท้ายที่งานคาบอยไนท์ ที่โรงแรมโกลด์ เมาเท่า อำเภอวังน้ำเขียว ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่งดงามพร้อมเพลิดเพลินกับโชว์พิเศษจาก เขียว คาราบาว และขุนสมาน ผู้ที่สนใจร่วมงานสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 089-4436886

จังหวัดนครราชสีมาจัดการสัมมนาผู้ประกอบการร้านจำหน่ายก๊าซโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน

วันนี้ (19 พ.ย. 56) ที่โรงแรมปัญจดารา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการสัมมนาผู้ประกอบการร้านจำหน่ายก๊าซโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน จัดขึ้นโดยสำนักงานพลังงานจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายก๊าซได้เข้าใจขั้นตอนต่างๆในการขายก๊าซหุงต้มในราคาเดิมให้ผู้มีสิทธิ์ และพบกับตัวแทนผู้ค้ามาตรา7 (ผู้จำหน่ายก๊าซรายใหญ่) โดยตรง พร้อมทั้งมีการทำสัญญารับเงินสำรองจ่ายจากผู้ค้ามาตรา7ที่รับผิดชอบร้านจำหน่ายก๊าซแต่ละร้าน โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยผู้ประกอบการโรงบรรจุและร้านจำหน่ายก๊าซในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 100 ราย

นายธรรสรณ์ ตันกายา พลังงานจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลมีการปรับราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน จาก ราคา 18.13 บาท ต่อ กิโลกรัม เป็น 24.82 บาท ต่อ กิโลกรัม โดยปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาท ต่อกิโลกรัม ตั้งแต่ 1 กันยายน 2556 เป็นต้นมา จนถึงราคาเป้าหมาย และมีโครงการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ครัวเรือนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย ต่อเดือน ครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้และร้านค้าหาบเร่แผงลอยขายอาหาร ยังคงใช้สิทธิ์ซื้อก๊าซในราคาเดิม แต่ที่ผ่านมาร้านจำหน่ายก๊าซและผู้ที่ได้รับสิทธิ์ซื้อก๊าซในราคาเดิมยังไม่มีความเข้าใจในโครงการ ประกอบกับมีการร้องเรียนของร้านจำหน่ายก๊าซยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากผู้ค้ามาตรา7เป็นจำนวนมาก จึงได้มีการจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันมีร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้ม เข้าร่วมโครงการจำนวน 730 ร้านค้า จาก 1,023 ร้านค้า

นายธรรสรณ์ กล่าวอีกว่า การตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย ต่อเดือน จะได้ส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้มในราคาเดิม คือ 18.13 บาท ไม่เกิน 18 กิโลกรัม ต่อ 3 เดือน สามารถตรวจสอบสิทธิได้ จากใบแจ้งหนี้การไฟฟ้า เดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม 2556 หรือตรวจสอบสิทธิจากรายชื่อผู้ได้รับสิทธิที่สำนักงานเทศบาลหรือ องค์การบริหารส่วนตำบล ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป และกลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และกลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้จากประกาศรายชื่อที่สำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป ส่วนร้านจำหน่ายก๊าซ ที่สามารถซื้อก๊าซและใช้สิทธิได้ ให้ตรวจสอบรายชื่อร้านจำหน่ายก๊าซ ที่สามารถไปใช้สิทธิได้ที่สำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริการส่วนตำบล หรือดูได้จากร้านจำหน่ายก๊าซที่มีป้ายระบุข้อความ "ร้านนี้ อยู่ในโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปรับราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคครัวเรือน” ส่วนการลงทะเบียนเพิ่มเติม ได้แก่ กลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และกลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติม ได้ที่สำนักงานเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล และร้านจำหน่ายก๊าซที่ไม่มีชื่อประกาศ หากต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมาเตรียมจัดงาน นครราชสีมา ถวายแด่มหาราชาของแผ่นดิน 86 พรรษา

วันนี้ (19 พ.ย. 56) ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดงาน นครราชสีมา ถวายแด่มหาราชาของแผ่นดิน 86 พรรษา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2556 ณ บริเวณสวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ สำหรับกิจกรรมภายในงานจะมีการลงนามถวายพระพรและประกอบพิธีถวายชัยมงคล ถวายราชสักการะ พร้อมมีการฉายวีดีทัศน์การเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชีนาถที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทางรถไฟ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา เมื่อ ปี พศ.2498 นอกจากนี้ยังมีการแสดงบนเวที การนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงเฉลิมพระเกียรติ มาบรรเลง ให้ประชาชนที่ร่วมงานได้รับฟังอีกด้วย

ชัยภูมิสร้างความเข้าใจสื่อมวลชนก่อนเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนทุกฝ่ายเกี่ยวกับการสร้างอ่างเก็บน้ำ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ จัดสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ ก่อนเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน ทุกฝ่ายตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ

การจัดสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ จัดขึ้น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ มีสื่อมวลชนทุกแขนงกว่า 50 คน เข้าร่วมสัมมนา มีนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นชลประทานจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด และ นายธีระพงษ์ ภัทรพันธุ์ชัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาพบปะ พูดคุย และสร้างความเข้าใจแก่สื่อมวลชน ในขวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ตามแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ซึ่งในส่วนของจังหวัดชัยภูมิ ได้กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ

ทั้งนี้จังหวัดชัยภูมิ ได้รับความเห็นชอบ จาก กอบ. ให้สร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ต้นน้ำ จำนวน 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำยางนาดี ตั้งอยู่บริเวณบ้านยางนาดี ต.ชีบน อ.บ้านเขว้า ความจุ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่น้ำท่วม ประมาณ 18,000 ไร่ ราคาก่อสร้าง ค่าชดเชย และค่าทดแทนทรัพย์สิน 1,550 ล้านบาท และอ่างเก็บน้ำชีบน ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองแวง อ.หนองบัวแดง ขนาดความจุ 325 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมระบบส่งน้ำ พื้นที่รับประโยชน์ 22,475 ไร่ ราคาก่อสร้าง ค่าชดเชย และค่าทดแทนทรัพย์สิน 4,400 ล้านบาท

ซึ่งการจัดเวทีในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ เป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ทั้งผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ และกลุ่มประชาชนที่สนใจ ที่ได้ลงทะเบียนทางอินเตอร์เน็ตกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งเป็นผู้จัดเวที เมื่อได้ข้อสรุปจากเวทีแล้ว จะสรุปและรายงาน ส่งให้ กบอ. ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นับว่าเวทีมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อระบบการพัฒนาเรื่องทรัพยากรน้ำของจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ต้นน้ำ โดยเฉพาะต้นน้ำชี แต่ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กักเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง และชะลอปัญหาน้ำท่วม ตามสองฝั่งลำน้ำชี ทำให้ประชาชนเจอทั้งภัยแล้งและภัยน้ำท่วม รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยน้ำท่วม ภัยแล้ง ปีละ กว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งในเวที ประชาชนที่เข้าร่วมสามารถเสนอความคิดทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หรือต้องการให้แก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง โครงการนี้โดยอิสระ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาวชัยภูมิ และคนไทยทั้งประเทศ



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ตำรวจขอนแก่นจับกุม 2 โจรพี่น้องตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านข้าราชการ

ตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น จับกุม 2 พี่น้องได้วิชาโจรจากเรือนจำ ทั้งชักชวนหลานชายวัย 14 ปี เข้าร่วมแก๊งลักทรัพย์ตามบ้านพักข้าราชการ และเศรษฐี เผยได้ของกลางจำนวนมาก

พ.ต.อ.จรูญ นวมทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งลักทรัพย์ ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายประเสริฐ คุ้มศาสตรา อายุ 32 ปี นายบุญกว้าง บุญฉิม อายุ 38 ปี และ ด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ทั้งหมดเป็นญาติกัน ชาว อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง อุปกรณ์การงัดแงะจำนวนหนึ่ง ชุดโฮมเธียเตอร์ โทรทัศน์ขนาด 72 นิ้ว 1 ชุด โทรทัศน์จอแบน 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน กธ 6920 ขอนแก่น รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีดำแดง ทะเบียน คจฉ 732 ขอนแก่น และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง นายประเสริฐ คุ้มศาสตรา ให้การรับสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษคดีจำหน่ายยาบ้า 60 เม็ด จากเรือนจำจังหวัดขอนแก่นได้ 2 เดือน โดยศาลตัดสินจำคุก 5 ปี 6 เดือน ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ มีเพื่อนนักโทษช่วยสอนวิธีการงัดแงะบ้านให้ พอพ้นโทษจึงชักชวนนายบุญกว้าง ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ ที่เพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าคนตายออกมาจากคุกในเวลาไล่เลี่ยกัน ตั้งแก๊งตระเวนลักทรัพย์โดยจะเลือกเฉพาะบ้านของข้าราชการ และบ้านเศรษฐีหลังใหญ่ที่ปิดเงียบ และไม่มีคนอยู่ เมื่อเข้าไปก่อเหตุและได้ทรัพย์สินมาแล้วจะนำไปขายตามร้านรับซื้อของเก่า แล้วนำเงินมาแบ่งกันไปใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ ส่วนหลานชายจะนำเงินไปเล่นเกมตามร้านอินเทอร์เน็ต จนกระทั่งถูกจับกุมได้ในที่สุด



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

ชาวนาขอนแก่นผวาโดนโขมยข้าวเปลือกนอนเฝ้าข้าวในนาฝากเตือนชาวนาระมัดระวังด้วย

ชาวนาจังหวัดขอนแก่นผวาโจรขโมยข้าวเปลือกต้องนำเต็นท์มากางนอนเฝ้าในนาข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาอำเภอเมืองขอนแก่นสุดช้ำ หลังเกิดเหตุขโมยแอบเข้ามาขโมยข้าวเปลือกที่ชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี กองไว้บริเวณนาข้าว รอนำข้าวเก็บไว้ในยุ้งฉาง ล่าสุดเมื่อ ที่ผ่านมาได้มีคนเข้ามาขโมยข้าวเปลือกในนาข้าว ที่บ้านหนองตูม ตำบลหนองตูม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่นผู้เสียหายถึงขั้นต้องนำเต็นท์ พร้อมหมอน ผ้าห่ม มากางงนอนในนาข้าว เฝ้าข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวไว้ไม่ให้ถูกขโมยไปอีก

ชาวนาผู้เสียหายถูกขโมยข้าวเปลือก กล่าวว่า เมื่อช่วงหัวค่ำ ขณะที่ตนกำลังนอนเฝ้านาพร้อมกับแฟน ได้สังเกตเห็นวัยรุ่น กำลังขนข้าวที่ตนได้มัดรวมไว้ แต่ตนกลัวเลยไม่กล้าออกไป พอช่วงเช้าออกไปตรวจสอบพบว่าข้าวที่มัดเกี่ยวไว้ได้หายไปเป็นจำนวนมากจนทำให้ต้องมานอนเฝ้านาข้าวทุกคืน จึงอยากให้ทางตำรวจกวดขันตรวจตราและเร่งติดตามจับกุมคนร้ายไปดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ด้านพลตำรวจตรีชอบ คิสาลัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นขอความร่วมมือชาวนาทุกท่านช่วงนี้ให้เฝ้านาข้าวของตนเองไว้เพราะในพื้นที่ขอนแก่นมีการขโมยข้าวเกิดขึ้นแล้วมีผู้เสียหายหลายราย ขอให้อยู่บ้านอย่าออกไปไหนไกล



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

23 พฤศจิกายน 2556 สวนสัตว์ขอนแก่น ดีเดย์ เปิดกิจกรรม”สบายดีมาดากัสการ์”

หลังจากที่สวนสัตว์ขอนแก่น สังกัดองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เปิดให้บริการเก็บค่าบัตรผ่านประตูเข้าชมสวนจัดแสดงสัตว์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา และในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ที่จะถึงนี้ โดยจะเปิดให้ชมส่วนจัดแสดงใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อให้ชาวจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียงได้ชมสัตว์ป่าจากประเทศภายใต้กิจกรรม"สบายดีมาดากัสการ์”

นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม"สบายดีมาดากัสการ์” คำว่าสบายดีคือคำทักทาย การสวัสดีสัตว์ป่าในเอเชียอยู่ในภาคอีสานโดยเฉพาะ สวนสัตว์ขอนแก่นกับสัตว์ป่าหายากที่นำมาจากเกามาดากัสการ์ ซึ่งการทักทายจะใช้คำว่าสบายดี หรือสวัสดีนั่นเอง ไฮไลท์ของงานก็คือ นำเอาดารามาแสดงมินิคอนเสิร์ต คือ น้องทับทิม อัญรินทร์ ธีรานันท์พัฒน์ นางเอกช่อง 7 เรื่อง สามโทน ที่บริเวณสวนน้ำสวนสัตว์ขอนแก่น หรือ WATER PARK และร่วมเปิดกิจกรรม"สบายดีมาดากัสการ์”

จุดเด่นของกิจกรรม"สบายดีมาดากัสการ์” การนำสัตว์ป่าจากเกาะมาดากัสการ์ หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยมาดากัสการ์ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 10 ของโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย มาดากัสการ์จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่พิเศษ มีการประมาณว่า กว่า 70 % ของสัตว์พื้นเมืองที่นี่ไม่สามารถหาพบได้ที่อื่นใดในโลก นอกจากเกาะมาดากัสการ์ หากไดกล่าวถึงสัตว์แปลกๆบนเกาะมาดากัสการ์ให้หมด อาจจะต้องใช้เวลาเล่าความนาน จึงขอยกตัวอย่างสัตว์ที่แปลกๆ และมีชื่อเสียงเท่านั้น สัตว์ชนิดแรกเมื่อกล่าวถึงเกาะมาดากัสการ์ หลายคนก็จะพากันนึกถึง เจ้าตัวลีเมอร์ (Lemur) ลีเมอร์เป็นไพรเมท หรือสัตว์ประเภทลิงชื่อลีเมอร์ ตั้งตามเทพปกรณัมโรมัน แปลว่าผีหรือดวงวิญญาณ เชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของตัวลีเมอร์ ที่โดยมาเป็นสัตว์หากินกลางคืน หากใครได้พบเห็นตอนกลางคืนอาจตกใจ เพราะพวกมันมีดวงตากลมโตที่สะท้อนแสง และมักร้องเรียกฝูงด้วยเสียงโหยหวน และสวนสัตว์ขอนแก่นได้นำเข้าสัตว์จากเกาะมาดากัสการ์มาจัดแสดง ก็คือลีเมอร์หางปล้อง หรือลีเมอร์หางแหวน และลีเมอร์ใหญ่แผงคอขาวดำ The black-and-white Ruffed Lemur (Varecia variegata) นอกจากจะนำลีเมอร์มาจัดแสดงแล้ว ยังนำเจ้าลิงกระรอก จากทวีปอเมริกาใต้ นกฟลามิงโก้ ซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ทวีปยุโรปจรดเอเชียทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ทวีปแอฟริกา และอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับนกฟลามิงโก้ จะมีคอและขาที่ยาว ขนสีชมพู ขนปีกสีดำ ม่านตาสีเหลืองอ่อน และปากสีชมพู นอกจากนี้แล้วยังมี หมีขอ นกกาบบัว และสุนัขจิ้งจอก

ในโอกาสนี้อยากจะขอเชิญชวนท่านนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียงมาชมความน่ารักของลีเมอร์ และขอเชิญร่วมงานกิจกรรม"สบายดีมาดากัสการ์” ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สวนสัตว์ขอนแก่น โทร. 08-6455-6341, 08-6459-4192



ศุภัชญา นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์/19 พ.ย.56