วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

จังหวัดนครราชสีมา กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5ธันวาคม 2556

ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการกำหนดการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 ผ่านระบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท โดยมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในที่ประชุม ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ได้มีกำหนดการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ดังนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 เวลา 06.15 น. ในภาคเช้าได้มีพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล (ข้าวสารอาหารแห้ง) ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เวลา 08.15 ณ พิธีถวายพระพรชัยมงคล พิธีลงนามถวายพระพร และพิธีเฉลิมฉลองวันชาติไทย และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินณ หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ในภาคค่ำเวลา 17.00น. พิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพุ่มเงินพุ่มทอง พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด สำหรับการแต่งกายในพิธีทำบุญตักบาตร ควรจะเป็นชุดที่สุภาพเรียบร้อยหรือชุดผ้าไทยโทนสีเหลือง พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เครื่องแต่งกายของข้าราชการเครื่องแบบเต็มยศ เอกชน มูลนิธิ ชุดเครื่องแบบในสังกัด ผ้าไทย นักเรียน นักศึกษา เครื่องแบบของสถาบัน สำหรับพ่อค้า ประชาชน ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์เครื่องแบบเต็มยศ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ข้าราชการพลเรือน ชุดผ้าไทยหรือชุดที่สุภาพ และประชาชนทั่วไปเป็นชุดที่สุภาพ โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 โดยพร้อมเพียง 

PEA ร่วมกับ คณะแพทย์นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 27 และมูลนิธิแสง-ไซกี เหตระกูลม, นสพ. เดลินิวส์ จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ จ.บุรีรัมย์

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ร่วมกับคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชาอาณาจักร รุ่นที่ 27, มูลนิธิแสง – ไซกี เหตระกูล, นสพ. เดลินิวส์, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์และจังหวัดบุรีรัมย์ จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาประชาชนที่อยู่ห่างไกล

วันที่ 22 พ.ย.56 (เวลา 08.25 น.) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวต้อนรับนายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 มูลนิธิแสง-ไซกี เหตระกูล และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จัดขึ้น ณ โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยกิจกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง และคืนความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ชนบทห่างไกล

สำหรับโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการจัดแพทย์ชำนาญเฉพาะทางมาให้บริการตรวจรักษาฟรีแก่ประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ภายในงานมีตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจรักษาโดยคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 ตรวจทางเดินอาหาร โดยวิธีการส่องกล้องและอัตตร้าซาวด์ รักษาโดยแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ตรวจกระดูกและข้อ โดยแพทย์จาก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลเลิดสิน รักษาฟัน ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน โดยทันตแพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขมหาสารคามและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

อาชีวศึกษาบุรีรัมย์ จัดมหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ มีงานทำ สู่อาเซียน

อาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานมหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ "เรียนอาชีวะบุรีรัมย์ดี มีงานทำ นำพาสู่อาเซียน” เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘

วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดงาน มหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ และการแข่งขันทักษะวิชาพื้นฐานและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ประจำปี ๒๕๕๖ โดย อาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เรียนอาชีวะบุรีรัมย์ดี มีงานทำ นำพาสู่อาเซียน” เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันแนะแนวประชาสัมพันธ์การศึกษาต่อในสายอาชีพ เพื่อรองรับตลาดแรงงานในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ตามนโยบายด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่สากลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดกิจกรรมทางวิชาการและวิชาชีพ และการแข่งขันทักษะประเภทวิชาพื้นฐานและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อคัดเลือกตัวแทนอาชีวศึกษาจังหวัดเข้าร่วมแข่งขันในระดับภาคต่อไป



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดบึงกาฬ จัดงานวันยางพาราและงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๖ อย่างยิ่งใหญ่

(วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และ บริษัทในเครือหนังสือพิมพ์มติชน กำหนดจัดงานวันยางพาราและงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ (ชั่วคราว) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่กิจกรรมการปลูกยางพาราของจังหวัดบึงกาฬซึ่งปลูกมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เป็นที่แพร่หลายของผู้สนใจโดยทั่วไป นอกจากนี้เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่ได้นำงานกาชาดมาจัดรวมกับงานวันยางพารา เพื่อจะได้หารายได้สนับสนุนกิจการของกาชาดจังหวัดบึงกาฬต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยต่อว่า กิจกรรมสำคัญๆ ของงาน ประกอบด้วย ในวันเปิดงาน ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน และ จะมีขบวนแห่ชาวเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราจากทุกอำเภอในจังหวัดที่สวยงามให้ประธานและผู้ร่วมงานชม การจัดกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับยางพาราซึ่งจะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนายางพาราในประเทศไทยมาออกร้านจัดนิทรรศการจำนวนมาก กิจกรรมการแข่งขันกรีดยางพารา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปที่สำคัญๆ ของจังหวัดอีกด้วย ที่สำคัญในทุกคืนนอกจากผู้ร่วมงานจะได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมกาชาดบึงกาฬ ซึ่งมีของรางวัลมากมายมาแจกแก่ผู้ร่วมงานแล้ว ปีนี้คณะกรรมการจัดงานยังได้จัดให้มีการแสดงคอนเสิรต์จากนักร้องชื่อดังของประเทศอาทิ ในคืนวันที่ ๑๒ ธันวาคม เป็นการแสดงของ คณะเสียงอิสานนกน้อย อุไรพร วันที่ ๑๓ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเปิดงานเป็นการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่ง อาภาพร นครสวรรค์ และ ยิ่งยง ยอดบัวงาม วันที่ ๑๔ ธันวาคม เป็นการแสดงของ ปุ๊ย ตีสิบ จากรายการดันดารา ช่อง ๓ และวงดนตรีหมอลำ น้องใหม่ เมืองชุมแพ และคืนวันที่ ๑๕ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน เป็นการแสดงของลูกทุ่ง ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยในที่สุดว่า ในการจัดงานวันยางพาราและงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬประจำปี ๒๕๕๖ นี้ จังหวัดบึงกาฬยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารและคณะจากแขวงบอริคำไซ แขวงเชียงขวาง แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ผู้บริหารจากเมืองแหงะอานห์ เมืองฮาติงห์ และ เมืองกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (รวมจำนวนประมาณ ๑๐๐ คน) ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงาน รวมทั้งทัศนศึกษากิจการยางพาราการท่องเที่ยว การดำเนินงานสินค้าโอทอปของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมงานและเป็นเจ้าภาพร่วมกันในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ในงานวันยางพารา และงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕- ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ (ชั่วคราว) โดยพร้อมเพียงกัน



ข่าว/ส.ปชส.บึงกาฬ

จังหวัดมุกดาหารออกบริการหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)

วันนี้ (๒๒ พ.ย.๕๖) ที่บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ ๗ ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) โดยมี นายกำพล ศิริรัตตนนท์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย พร้อมส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ เพื่อให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกลถิ่นทุรกันดาร ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค บริการด้านทันตกรรม รวมถึงรับทราบข่าวสารของทางราชการ และการให้บริการของหน่วยราชการต่างๆ ซึ่งบ้านคำเชียงสา หมู่ที่ ๗ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหาร ๖๐ กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอนิคมคำสร้อย ๔๐ กิโลเมตร จำนวน ๑๖๒ หลักคาเรือน อาชีพหลักคือการทำนา

ในขณะเดียวกัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้พบปะกับพี่น้องประชาชนที่มารับบริการ และมอบถุงยังชีพ ยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่มารับบริการ โดยในวันนี้มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมาก



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงท่าทีของรัฐบาลต่อร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงท่าทีของรัฐบาลต่อร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารขอประชาสัมพันธ์ คำกล่าวของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ และองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น ชี้แจงและทำความเข้าใจกับบุคคลกรให้หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ให้ทราบอย่างทั่วถึงและสามารถดาวน์โหลดคำกล่าวได้ที่ www.thaigov.go.th
คำกล่าวของ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา 12.00 น. กราบเรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาร่วม 10 ปีได้สร้างความบอบช้ำให้กับประเทศอย่างมาก และเมื่อดิฉันได้รับเลือกตั้งเข้ามา ดิฉันเชื่อว่าคนไทยทุกคนเห็นตรงกันว่าหากความขัดแย้งดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปจะเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดังนั้น นับแต่ที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ ดิฉันได้ประกาศที่จะใช้นโยบายอย่างชัดแจ้งว่าจะร่วมกันสร้างความปรองดองของคนในชาติโดย ยึดหลักนิติธรรม และต้องการให้กลไกอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยได้แก่นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นไปโดยสมดุล ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ซึ่งเจตจำนงของรัฐบาลนั้นต้องการที่จะเห็นความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ดิฉันก็ได้เสนอแนวทางในการสร้างเวทีปฏิรูปการเมืองร่วมกับทุกฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างและความเห็นที่หลากหลาย อันเป็นกลไกหนึ่งในหลาย ๆ กลไกที่หวังว่าจะร่วมสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ได้ ในขณะเดียวกัน ภายใต้กลไกที่สมดุลของอำนาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยนั้น จะทำให้เห็นได้ในหลายๆเวลาว่าเมื่อฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างกฎหมายต่างๆหรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในซีกของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มิได้ก้าวก่ายกลไกการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเลย จนกระทั่งดิฉันเองกลับถูกกล่าวหาว่าละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วดิฉันต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ สำหรับการที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันนั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วในหลายประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองถึงขั้นรุนแรง มีการเสียชีวิตและการสูญเสียทรัพย์สินนั้น ก็มีการนิรโทษกรรมมาก่อนและเป็นบทเรียนที่ประเทศไทยต้องศึกษาและหลักของการนิรโทษกรรมนั้น ก็เป็นทางออกทางหนึ่งที่ควรพิจารณา เพราะหากทุกฝ่ายเรียนรู้ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกันแล้ว ดิฉันเชื่อว่าความขัดแย้งย่อมลดลง ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชน จำนวนนับร้อยที่ต้องสูญเสียชีวิตและอีกหลายพันคนที่ได้รับบาดเจ็บจากความรุนแรงที่มาจากความขัดแย้งที่มีต้นตอจากความคิดล้มล้างรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การนิรโทษกรรมไม่ได้หมายความว่า ให้เราจะลืมบทเรียนอันเจ็บปวด เราทุกคนต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจเพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้อีก ขณะเดียวกัน ต้องร่วมมือกันให้ประเทศเดินหน้าได้ เราจะมาติดหล่มจนประเทศชาติต้องอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งต่อไปไม่ได้ และหากจะให้บ้านเมืองสงบ การให้อภัยนั้นต้องปราศจากอคติ ไม่ใช้อารมณ์ และเปิดใจกว้างให้ทุกฝ่ายของความขัดแย้ง มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งดิฉันเข้าใจดีว่าทำใจได้ยาก แต่เราต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าความเจ็บปวดส่วนตน มาถึงวันนี้ มีปัญหาว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเสร็จแล้วนั้น ได้มีการนำเสนอสู่การพิจารณาของวุฒิสภาซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกลไกปกติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างหนัก จนเกิดข้อขัดแย้งของคนในชาติหลายกลุ่ม หลายสถาบัน แม้กระทั่งระหว่างพรรคการเมืองและภายในพรรคการเมืองด้วยกัน ตลอดจนประชาชนในหลายหมู่เหล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ยังเห็นได้ว่ามีคนไทยหลายกลุ่มที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย ทั้งยังมีทีท่าที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดิฉันไม่อยากเห็นการนำพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้เกิดข้อถกเถียงและมีการให้ข้อมูลที่สับสนและถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง การบิดเบือนนั้น ทำให้มีเกิดความเข้าใจผิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน เพราะหากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องลงนามรับรอง ซึ่งดิฉันไม่เคยลงนามใดๆ ที่สำคัญมีความพยายามที่จะบิดเบือนว่ากฎหมายจะกลบเกลื่อนการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ยกโทษให้ผู้ได้รับผลพวงทางการเมือง การรัฐประหารที่ไม่อยู่ในหลักนิติธรรม รวมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ดิฉันขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และจะไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกของประชาชนโดยเด็ดขาด เพราะรัฐบาลของดิฉันเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน และย่อมต้องฟังเสียงทั้งที่สนับสนุนและเสียงคัดค้าน เป้าหมายของรัฐบาลชุดนี้คือการสร้างความปรองดองและทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้วิถีทางประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยใช้เหตุและผล ไม่ใช่การใช้อารมณ์ ภายใต้บรรยากาศของความขัดแย้งที่ปะทุอยู่นี้ รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายน่าที่จะหยุดคิด หยุดการกระทำที่จะสร้างความแตกแยกต่อไป ทั้งนี้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากถือตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา ดิฉันจึงใคร่ขอเสนอให้วุฒิสภาโดยวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนจากการแต่งตั้งและการเลือกตั้ง ทั้งจากกลุ่มเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลได้กรุณาใช้ดุลยพินิจอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าวุฒิสภานั้นไม่มีใครก้าวก่ายได้ ได้โปรดใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยอาศัยพื้นฐานความปรองดอง ความเมตตาธรรมกับผู้ที่เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บปวดมาเป็นเวลานานให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ซึ่งการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และไม่ว่าวุฒิสภาจะตัดสินใจอย่างไร จะไม่เห็นด้วยและยับยั้งกฎหมาย หรือมีการแก้ไขก็ตาม ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนนผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนั้นไปแล้ว จะยอมรับการตัดสินใจนั้นด้วยเหตุด้วยผลเพื่อความปรองดองของคนในชาติเช่นกัน ทั้งนี้กระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันเป็นเป้าหมายหลักที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคน สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณทุกฝ่ายได้ทำงานอย่างหนักในฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อสนับสนุนแนวทางปรองดอง ถือว่าทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว เพื่อประเทศชาติ และขอให้ใช้เวลาต่อจากนี้เป็นเวลาของคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมกันคิดและร่วมกันตัดสินใจในการพิจารณาแนวทางเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยไม่มีอคติและไม่ใช้อารมณ์ ด้วยใจที่เปิดรับและเห็นอกเห็นใจอันเป็นพื้นฐานของความปรองดองที่ประชาชนคนไทยต้องการ

                                                                                     ขอบคุณค่ะ

ธนาคารกรุงไทยสาขามุกดาหารร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารรับบริจาคโลหิต

นางสาวประภาพร ลิ้มตระกูล ผู้จัดการสาขาอาวุโส บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหาร เปิดเผยว่า บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหารร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารและโรงพยาบาลมุกดาหาร กำหนดรับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยกำหนดรับบริจาคโลหิต ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ชั้นล่างอาคารธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหาร ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เชิญชวน ข้าราชการ นักเรียน/นักศึกษาและประชาชน ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคโลหิต ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตได้ในวันเวลาดังกล่าว



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ เปิดรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือน (ชาย) เข้ารับราชการ

นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่า หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนจากทุกเหล่าทัพและบุคคลพลเรือน (ชาย) เข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ (พลอาสาสมัคร) เป็นจำนวนมาก ประกาศรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ผู้สนใจสมัครด้วยตนเอง ณ โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ วังทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ – ๙ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการและไม่เสียค่าสมัครใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยขอความร่วมมือให้จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์ ให้ข้าราชการและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ กองกลาง สป. ที่ www.gad.moi.go.th หัวข้อ "ข่าวประชาสัมพันธ์ "หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๓๕๖-๐๘๙๓ , ๐๒-๔๕๖-๙๔๕๒



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญา)

สำนักงาน ก.พ. เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญา) จำนวน ๔ ทุน ทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ จำนวน ๕๖ ทุน ทุนไทยพัฒน์ จำนวน ๒๐ ทุน ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน ๕๙ ทุน ทุนรัฐบาลไปศึกษาในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (GUCAS) จำนวน ๓ ทุน ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://scholar.ocsc.go.th

ทั้งนี้ ผู้สนใจโปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในประกาศรับสมัครสอบได้ที่ศูนย์ข่าวสำนักงาน ก.พ. ๔๗/๑๑๑ หมู่ ๔ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทางอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ http://www.ocsc.go.th, http://scholar.ocsc.go.th และเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ http://stscholar.nstda.or.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กรมยุทธศึกษาทหารบก เปิดรับสมัครสอบทหารกองหนุนเป็นทหารประทวน (สัสดี) ประจำปี ๒๕๕๗

กองทัพบก โดยกรมยุทธศึกษาทหารบก เปิดเผยว่า กองทัพบกมีความประสงค์เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกทหารกองหนุนเป็นนายทหารประทวน (สัสดี) ประจำปี ๒๕๕๗ โดยบรรจุรับราชการและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายสิบ เพื่อบรรจุลงในตำแหน่งเสมียนหน่วยสัสดีอำเภอ เสมียนสำนักงานสัสดีจังหวัดและเสมียนฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกหรือจังหวัดทหารบก เมื่อสามารถสอบคัดเลือกได้จะได้รับการฝึกและอบรมวิชาเกี่ยวกับนายทหารประทวนสายงานสัสดีชั้นต้น ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๑๔ สัปดาห์ และเมืองสำเร็จแล้วจะต้องไปปฏิบัติตามตำแหน่งที่ตนได้เลือกไว้แล้ว

ทั้งนี้ ประเภทบุคคลที่จะรับสมัครจะต้องเป็น เพศชาย ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ ๓ โดยได้ขึ้นทะเบียนและนำปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ผู้ที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการจนครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) สายสามัญ สายอาชีพหรือเทียบเท่า ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มจำหน่ายใบสมัครที่ กรมยุทธศึกษาทหารบก ตั้งแต่วันที่ ๑๕ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ (หยุดทำการวันที่ ๑๖ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) และดำเนินการรับสมัคร ณ กรมยุทธการศึกษาทหารบก ตั้งแต่วันที่ ๒๓ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กรมยุทธศึกษาทหารบก ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่สนใจจะสมัครสอบ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทัพภาค มณฑลทหารบก จังหวัดทหารบกทุกแห่ง และที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ๔๑ ถนนเทิดดำริ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ หมายเลขโทรศัพท์(ทศท.) ๐๒-๒๔๑-๔๐๖๘-๙, ๐๒-๒๔๑-๔๐๓๖, ๐๒-๒๔๑-๔๐๔๖, ๐๒-๒๔๑-๑๖๖๐ ต่อ ๑๒๓๔ และโทรศัพท์ทหาร ๕๓-๒๓๖๔๔, ๕๓-๒๓๖๔๖, ๕๓-๒๓๖๘๔, โทรศัพท์ภายในกองทัพบก ๙๕๔๓๐, ๙๕๔๓๓, ๙๕๔๔๖,๙๕๔๔๗ ต่อ ๑๒๓๔ หรือที่กองอำนวยการรับสมัคร ๐๒-๒๔๑-๔๐๓๗, ๐๒-๒๗๗-๖๑๙๖ และโทรศัพท์ทหาร๙๖๑๙๖,๘๙๑๐๖,๘๙๑๐๐,และ๘๙๑๐๙ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57ครั้งที่ 1

วันนี้ 22 พฤศจิกายน 2556 นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ติดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 ครั้งที่ 1 ที่ หจก.สมบูรณ์พูนผล 204 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อให้การรับจำนำข้าวจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นไปด้วยความ โปร่งใส ยุติธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เพื่อให้การรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และหากมีปัญหาการปฏิบัติขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดขอให้ปรึกษาหรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข สิ่งสำคัญคือจะต้องปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ทั้งนี้โดยยึดถือนโยบายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลเป็นหลัก

สำหรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีการผลิต 2556/57 คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักเกณฑ์และกำหนดราคารับจำนำเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำเมื่อปีการผลิต 2555/56 ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท โดยเกษตรกรแต่ละรายจำนำข้าวนาปีได้ไม่เกินรายละ 350,000 บาท นอกจากนี้ยังกำหนดให้รับจำนำเฉพาะข้าวเปลือกคุณภาพดี โดยจะไม่รับจำนำข้าวเปลือกที่มีอายุน้อยกว่า 110 วัน ที่มีคุณภาพต่ำ จำนวน 18 พันธุ์ ทั้งนี้ ระยะเวลารับจำนำในช่วงนาปี ครั้งที่ 1 อยู่ระหว่าง 1 ตุลาคม 2556-28 กุมภาพันธ์ 2557



พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกงาน/ส.ปขส.มห/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกงาน/ส.ปขส.มห/ภาพ 

การประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๑ พ.ย. ๕๖) ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ จากกระทรวงมหาดไทยโดยนายจารุพงค์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ วังไกลกังวล วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยการเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารรักษาพระองค์เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในโอกาสนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมในเขตพระราชฐานและมีพื้นที่จำกัด ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนรับชมพระราชพิธีดังกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร ยกเว้นกรุงเทพมหานคร จัดวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ และวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ จัดงานสโมสรสันนิบาต พร้อมกัน โดยในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ รัฐบาลได้มอบหมายทุกส่วนราชการ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อาทิ จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา ๑๙.๒๙ น. เป็นต้นกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยจัดให้มีกิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ภาคเช้าตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ น. ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน ถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ธันวาคม ๒๕๕๖

สำหรับภาคค่ำ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดมุกดาหารร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ ตามวันเวลา และสถานที่ดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน อนึ่งขอความร่วมมือ ส่วนราชการ เอกชน ประชาชน ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวายเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร.” ไฟ้ฟ้าตามอาคาร บ้านเรือน และสถานที่ราชการ หรือสถานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตลอดจนการร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เพื่อถวายเป็นราชสักการะด้วย



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖ หลังพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติ "๕ ธันวามหาราช” ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตลอดทั้งวัน โดยในส่วนของช่วงค่ำซึ่งกำหนดจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร ในเวลา ๑๙.๑๙ น. ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร ภายหลังจากพิธีดังกล่าว จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปลูกฝังอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในกลุ่มผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นจังหวัดมุกดาหารยังได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงาน อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น การจัดนิทรรศการตามรอยพระยุคลบาท การจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และการยกย่องส่งเสริมข้าราชการที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต พร้อมทั้งเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพนักงานของรัฐ ทุกคนแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ด้วยการร่วมลงชื่อถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ทางเว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. ที่ www.ocsc.go.th ในระหว่างวันที่ ๔ พฤศจิกายน – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ และเว๊บไซด์จังหวัดมุกดาหารที่ www.mukdahan.go.th โดยสำนักงาน ก.พ.จะรวบรวมรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้า ฯ ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน กำหนดจัดพร้อมกันทั่วประเทศตามกำหนดการ ณ ทำเนียบรัฐบาลโดยให้ติดตามการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สำหรับจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดขึ้น ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

จังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดงานการชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ อย่างยิ่งใหญ่ ๙ วัน ๙ คืน

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดงานการชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ รวม ๙ วัน ๙ คืน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเป็นการหารายได้ให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศล การช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส ทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้ ในการจัดงานดังกล่าวในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรม นิทรรศการ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชนเผ่าจังหวัดมุกดาหาร จากส่วนราชการต่างๆ นับเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวทั่วไป จะได้ย้อนลำลึกวิถีชีวิตชนเผ่าของจังหวัดมุกดาหาร หนึ่งปีมีครั้งเดียว พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้า OTOP ล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมของบรรพบุรุษ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญมีการออกร้านนาวากาชาด การประกวดธิดากาชาด การเดินแบบผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง รวมถึงมหรสพบันเทิงครบครัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวทั่วไปร่วมสัมผัสบรรยากาศย้อนลำลึกวิถีชีวิตชนเผ่าของจังหวัดมุกดาหาร และรวมพลังร่วมทำกุศลต่อบุญกับร้านนาวากาชาด หนึ่งปีมีครั้งเดียว ในงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กาชาดยโสธรเป็นเจ้าภาพจัดประชุมภาค 7

จังหวัดยโสธรเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 7  นางโสภิดา  ถีถะแก้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 29  พฤศจิกายน 2556  ที่จะถึงนี้  เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร ได้รับเกียรติ ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 7  ซึ่งประกอบด้วย เหล่ากาชาดนครพนม / มุกดาหาร/ ร้อยเอ็ด/ อุบลราชธานี/ อำนาจเจริญ/ และจังหวัดยโสธร  การจัดประชุม เพื่อนำเสนอผลงานในรอบปีที่ผ่าน ปรึกษาหารือ นำปัญหามาแก้ไข กำหนดทิศทางในการทำงานในปีต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด สถานที่จัดงาน คือ ที่ห้องมณีนพเก้า โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ตั้งแต่เวลา 07.00 - 13.00 น.  โดยนายแผน  วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย  เป็นประธานในพิธีเปิด

รองนายกรัฐมนตรีตรวจติดตามโครงการของรัฐบาล และมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500ชุด ให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาวที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (22 พ.ย. 56) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และคณะมีกำหนดการจะประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการเพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการต่างๆ ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคัล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557,การดำเนินการ Zoning พื้นที่การเกษตร และปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะการดำเนินงานแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี (นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา) และคณะจะเดินทางไป อำเภอธวัชบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ติตามผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์แบบครบวงจรโดยเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกร อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และจะมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ประสบภัยหนาว ตรวจเยี่ยมประชาชนที่มาต้อนรับ และโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ปี พ.ศ.2556 พร้อมทั้งลงพื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์แบบครบวงจร และถนนบริเวณรอบศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งเป็นโครงกรรต่อยอดจากโครงการปี พ.ศ.2556 เพื่อให้เกิดความยั่งยืน.



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 22 พ.ย.56

รองนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าการมีจัดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 สะดวกขึ้น

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสที่เดินทางไปตรวจติดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ที่จังหวัดร้อยเอ็ดว่า ขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วและได้มีการว่างระบบต่างๆ ที่จะช่วยคุ้มครองดูแลรักษาประโยชน์ของเกษตรกรให้เป็นไปอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา และมีการป้องกันการทุจริตที่จะทำให้รัฐบาลเสียหาย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดมีแนวทางการดำเนินการอยู่แล้ว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การตั้งจุดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่จะอำนวยความสะดวกและรองรับเกษตรกรที่นำข้าวไปรับจำนำได้



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
22 พ.ย.56 

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 13 ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี : เพื่อหารือเตรียมการติดตามและสอดส่องผลการดำเนินงานในโครงการตามยุทธศาสตร์จังหวัดปี งบประมาณ 2556 จำนวน 7 โครงการและโครงการฯ ปี 2557 จำนวน 11 โครงการ พร้อมเตรียมการจัดสัมมนาเครือข่ายธรรมาภิบาลจังหวัด เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เช้าวันนี้ (22 พ.ย.56) นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 13 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ห้องประชุมเจ้าคำผง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อหารือถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้มีการติดตามและสอดส่องผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินโครงการตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 7 โครงการ ได้แก่โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพืชเศรษฐกิจ,โครงการศูนย์อาเซียนศึกษาเพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,โครงการฟื้นฟูพัฒนาป่าพื้นบ้านแหล่งอาหารชุมชนตามแนวพระราชดำริ, โครงการฝายชะลอความชุ่มชื้น,โครงการก่อสร้างถนน คสล./ถนนลูกรังและโครงการสนับสนุนโครงการพระราชดำริ รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 157,290,000.-บาท. ส่วนในปีงบประมาณ 2557 จะติดตามสอดส่องและติดตามผลการดำเนินโครงการ จำนวน 11 โครงการ ได้แก่โครงการอาชีพเกษตรกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง,โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพืชเศรษฐกิจ,โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก,โครงการซ่อมสร้างทางลาดยางสายบ้านโนนรัง – บ้านนาผาย ต.โนนรัง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี, โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ,โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม, โครงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน,โครงการค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ,โครงการเชื่อมความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นกับประเทศเพื่อนบ้าน,โครงการเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มและโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 212,418,200.-บาท นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงการจัดสัมมนาเครือข่ายธรรมาภิบาลจังหวัด เพื่อเสริมทักษะการทำงานให้กับเครือข่ายที่ผ่านการประชุมสัมมนาในปี 2556 ไปแล้ว จำนวน 95 คน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในการสอดส่องและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างมีมีประสิทธิภาพ



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 22 พ.ย.56

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เนื่องจากพบว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล แม่น้ำสาขาต่างๆ รวมทั้ง ในแม่น้ำโขงต่ำกว่าแม่น้ำมูล 2 เมตร

อุบลราชธานี : วันนี้ ( 21 พ.ย.56) ที่ห้องประชุมจินดารัตน์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ประชุมหารือคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ประกอบด้วย ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ชลประทานที่ 7 ชลประทานอุบลราชธานี นายอำเภอโขงเจียม นายอำเภอพิบูลมังสาหาร และนายอำเภอสิรินธร ปิดประตูระบายน้ำ เขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ของเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ตามมติคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล เนื่องจากพบว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล แม่น้ำสาขาต่างๆ รวมทั้ง ในแม่น้ำโขงต่ำกว่าแม่น้ำมูล 2 เมตร ประกอบกับเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ในปีนี้เก็บกักน้ำได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ของเขื่อน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล จึงต้องปิดประตูเขื่อนดังกล่าวเพื่อกักเก็บน้ำไว้ นอกจากนี้การปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงขึ้น มีปริมาณน้ำใช้เพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค ไปจนเดือนพฤษภาคม2557 การปิดประตูระบายน้ำ ที่เขื่อนปากมูลในครั้งนี้ จะรักษาระดับน้ำไว้ที่ 108 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีปริมาณ น้ำกักเก็บ ประมาณ 220 ล้านลูกบาศก์เมตร

จังหวัดนครพนมจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหมื่น ครั้งที่ 60 ระหว่างวันที่ 22-27 พฤศจิกายน ประจำปี 2556

นายอดิศักดิ์   เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม   ประธานเปิดงานสมโภชเจ้าพ่อหมื่น  ครั้งที่ 60  ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 22-27 พฤศจิกายน 2556  ณ บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหมื่น  ที่มีมายาวนานถึง 60 ปี  ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ชาวนครพนมเชื้อสายจีนและเวียดนาม  เคารพนับถือศรัทธา  ซึ่งวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันมีคุณค่าต่อสังคม   กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยว  ส่งเสริมความสามัคคี  และความร่วมมือร่วมใจของชาวจังหวัดนครพนม  7 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  โดยมีกิจกรรม ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  กล่าวว่า ปัจจุบันนี้บ้านเมืองของเราต้องการความสามัคคีเป็นอย่างมาก สิ่งที่จะช่วยหล่อหลอมให้เรามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็คือ ความเชื่อ  ความศรัทธา และวัฒนธรรมอันดีที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาและขอให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน  ขอเชิญชวนชาวจังหวัดนครพนมมาสักการะเจ้าพ่อหมื่น  เพื่อแสดงความเคารพและเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง   และชมการแสดงงิ้ว  ในวันที่ 22-27 พฤศจิกายน 2556

จังหวัดนครพนมมอบใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราปี 2556/2557

นายยุทธจักร  เรืองวรบูรณ์  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดนครพนม   ประธานพิธีมอบใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราปี 2556/2557  ภายใต้โครงการการแก้ไข้ปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ ปี 2557  ณ หอประชุมมัจฉาวารี  โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษธิ์  อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม  ซึ่งมอบแก่เกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาเดื่อ ตำบลศรีสงคราม ตำบลหาดแพง ตำบลบ้านข่า ตำบลบ้านเอื้อง ตำบลโพนสว่าง  ตำบลท่าบ่อสงคราม  โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกร เป็นผู้รับมอบ  จำนวนกว่า 1,000 ราย   ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่เปิดกรีด  โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอศรีสงความ  สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม เป็นหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกยางพารา  การดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรทุกพื้นที่  ทั้งพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่นอกเหนือ  เพื่อพิจารนาให้ความช่วยเหลือเป็นค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงิน  อัตราไร่ละ 2,520 บาท ตามที่เปิดกรีดจริงและต้องเป็นเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือทำกินในพื้นที่นั้นๆ จะสนับสนุนรายละไม่เกิน  25 ไร่  โดยอำเภอศรีสงคราม ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และมีเกษตรกรขึ้นทะเบียน ทั้งหมด 5,324 ครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา  69,946.48 ไร่ พื้นทีเปิดกรีด  53,281.83 ไร่  คิดเป็นเงิน  134,066,091.60  บาท

ทั้งนี้  วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน  2556  จะมอบใบรับรองเอกสารสิทธิ์  ตำบลนาคำ ณ ศาลาวัดลำดวนบ้านเหล่า   และตำบลสามผง ณ หอประชุมโรงเรียนชุมชนสามผง ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มมส. จัดงานวันสถาปนาคณะแพทยศาสตร์ ครบรอบ 10 ปี

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดพิธีทำบุญตักบาตร แถลงผลการดำเนินงาน และการบรรยายพิเศษ เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครบรอบ 10 ปี

(21-11-56) ที่บริเวณอาคารศูนย์บริการทางการแพทย์และศูนย์วิจัยเฉลิมพระเกียรติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสาคาม ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์เรือน สมณะ (ราชบัณฑิต) พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์และนิสิต ร่วมกันทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครบรอบ 10 ปี พร้อมแถลงผลการดำเนินงานต่อสื่อมวลชน และบรรยายพิเศษ "เหลียวหลังแลหน้า 10 ปี คณะแพทยศาสตร์” โดยมี นายอดุล จันทนปุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม รองศาสตราจารย์ ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ร่วมแถลงผลการดำเนินงาน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ปัจจุบันมีคณาจารย์และบุคลากรรวม 210 คน เปิดการการเรียนการสอน 5 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต หลักสูตร 6 ปี ,หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต , หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาเวชกิจฉุกเฉิน, หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ (วท.ม )และหลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต วิทยาศาสตร์สุขภาพ (ปร.ด) มีนิสิตรวมจำนวน 621 คน และบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้ว จำนวน 447 คน

เปิดให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วย โดยรับผู้ป่วยนอกและยังไม่มีผู้ป่วยใน ปัจจุบันได้มีการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล ขนาด 200 เตียง ขนาด 12 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 17,000 ตารางเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ตลอดจนบุคลากรทางการ แพทย์ ให้มีความพร้อมสำหรับเปิดให้บริการในอนาคต



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดประชุมคณะกรรมการจัดระเบียบโรงฆ่าสัตว์ การฆ่าสัตว์และการจำหน่ายเนื้อสัตว์

วันนี้ (๒๑ พ.ย. ๕๖) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดระเบียบโรงฆ่าสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เพื่อวางแผนพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ การกำกับดูแลโรงฆ่าสัตว์และการฆ่าสัตว์ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการพัฒนาโรงฆ่าสัตว์

นายชูยศ เชาว์สิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณะสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการตามนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับประชาชนผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และกรมปศุสัตว์ได้ขอความร่วมมือจากจังหวัดมุกดาหาร ให้ติดตามเร่งรัดพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ การกำกับการดูแลการฆ่าสัตว์และพัฒนาสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์(เขียงเนื้อสัตว์) ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนมีเนื้อสัตว์บริโภคที่สะอาดและปลอดภัย ถูกสุขอนามัยสำหรับการบริโภค ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานผลดำเนินการอาหารปลอดภัย (เนื้อสัตว์) การดำเนินการพัฒนาการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ของจังหวัดมุกดาหาร โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด เพื่อสุขภาพของประชาชนให้มีเนื้อสัตว์บริโภคที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย สำหรับการบริโภค

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด โดยทำความเข้าใจชี้แจงให้ผู้ประกอบการได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ การจำหน่ายเนื้อสัตว์รวมถึงสถานที่จำหน่ายให้มีคุณภาพ ในขณะนี้จังหวัดมุกดาหารให้สำรวจความพร้อมที่จะสร้างโรงฆ่าสัตว์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการ "โครงการต้นแบบเพื่อเพิ่มศักยภาพเมืองท่องเที่ยวผลิตเนื้อสัตว์ปลอดภัย จังหวัดมุกดาหาร ปีงบประมาณ ๒๕๕๘ – ๒๕๖๑ ”



สุภาวดี อัมไพพันธ์/เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ส.ปชส.มห./ข่าว 
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ส.ปชส.มห./ภาพ

ประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารการเปิดประชุมชี้แจงให้ความรู้งานประกันสังคม ประจำปี 2556

วันนี้ (21 พ.ย. 56) เวลา 09.30 น.ณ ห้องแม่โขง โรงแรมริเวอร์ซิตี้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายกิฤตพัฒน์ ครุฑกุล แรงงานจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประกันสังคม ชี้แจงทบทวนแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ความรู้ถึงสิทธิประโยชน์อันพึงได้รับจากกองทุนประกันสังคม โดยมีผู้ประกันตน และนายจ้าง สถานประกอบการ เข้าร่วมประชุมจำนวน 100 คน

นายทวีวัฒน์ ประสงค์ธรรม รักษาการประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกันสังคมมีหน้าที่รับผิดชอบในการให้ความคุ้มครองแกลูกจ้าง และผู้ประกันตน เพื่อสร้างหลักประกันตนในการดำรงชีวิต มีหลักสำคัญที่มุ่งให้ลูกจ้างผู้ประกันตนเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่ขาดรายได้ หรือมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ว่างงาน ชราภาพ และมีบุตรต้องอุปการะเลี้ยงดู เป็นมาตรการซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต โดยมีนายจ้างและลูกจ้างมีส่วนร่วมกันจ่ายเงินสบทบเข้ากองทุน และรัฐบาลช่วยสนับสนุนสมทบส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นทุนในการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้ลูกจ้างที่เข้าร่วมโครงการต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร/เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ส.ปชส.มห/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ไอลดา สุทธิประภา/นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ส.ปชส.มห/ภาพ

กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยจัดการอบรมโครงการ “เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี” ที่จังหวัดมุกดาหาร

วันนี้ 21 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ฝึกกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จัดอบรมโครงการ"เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี” รุ่นที่ 1 โดยมีนายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการ "เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี” เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ปลูกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญของความสามัคคี อันจะเป็นพลังในการสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า และเพื่อให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น

พลตรี กิตติเทพ เจียรสุมัย ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกิจกรรมพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมกิจกรรมพลเรือนทหารจัดทำโครงการ "เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี” เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนครพนม มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 300 คน อายุระหว่าง 15-18 ปี จากสถาบันศึกษาในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 11 สถาบัน ประกอบด้วย โรงเรียนมุกดาหาร โรงเรียนผึ่งแดดวิทยาคาร โรงเรียนนวมินทราชูทิศ อีสานโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล โรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ โรงเรียนดอนตาลวิทยา โรงเรียนดงหลวงวิทยา โรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร โรงเรียนหว้านใหญ่วิทยา โรงเรียนหนองสูงสามัคคีวิทยา และโรงเรียนคำชะอีพิทยาคม ครูฝึกประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 โดยรูปแบบกิจกรรมประกอบด้วย การฝึกอบรมให้ความรู้ ปลูกจิตให้มีความรัก สามัคคี การฝึกระเบียบวินัย การแสดงภาวะผู้นำ และการทำกิจกรรมร่วมกันในหมู่คณะโดยเยาวชนที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะสามารถเป็นผู้นำเยาวชนในพื้นที่ นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผลไปสู่สังคม เพื่อจะส่งผลดีให้กับประเทศชาติต่อไป




พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกงาน/ส.ปชส.มห/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกงาน/ ส.ปชส.มห/ภาพ

ปกครองอำเภอเมืองสนธิกำลังทหารไล่สกัดรถขนไม้พะยูงเตรียมส่งข้ามโขง

วันนี้ (21 พ.ย. 56 ) นายจิรพงษ์ แก้วมณี นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้รับรายงานจากสายว่า จะมีกลุ่มผู้ลักลอบขนไม้พะยูง มาลงที่ท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จ.มุกดาหาร จึงประสาน พ.อ.ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.มุกดาหาร ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พันตำรวจเอก พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ตชด.234 ทหารพราน 2105 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผนึกกำลังเข้าดักซุ่มบริเวณบ้านบางทรายใหญ่

จนกระทั่งพบรถบรรทุกกระบะ อีซูซุ ดีแมค หมายทะเบียน บ จ – 2735 มุกดาหาร สีบรอนซ์เงิน วิ่งมาด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงออกมาให้สัญญาณหยุด แต่กลับเร่งเครื่องยนต์เพื่อจะหลบหนี จึงได้ขับรถไล่ติดตาม แต่รถคันดังกล่าวได้เร่งความเร็วจนคนขับรถเจียนตัว จึงได้จอดรถ และเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นรถยนต์พบไม้พะยูง 108 ท่อน /เหลี่ยม ปริมาตร 1.56 ลูกบาศก์เมตร คิดมูลค่า 5 แสนบาท และ คาดว่าไม้พะยูงดังกล่าวน่าจะนำมาจากภูสีฐาน และนำมาส่งให้แก่นายทุนเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ พร้อมไม้พะยูง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามหาเจ้าของรถยนต์มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มห/ข่าว

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ประชาสัมพันธ์ “เตือนคนหางานไทยระวังถูกหลอกไปทำงานญี่ปุ่นโดยใช้ FREE VISA

นางสาวจรัสศรี อิฎฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้เป็นระยะเวลา ๑๕ วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า(FREE VISA) ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ทำให้มีคนไทยบางส่วนถือโอกาสเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นและลักลอบทำงาน โดยคนกลุ่มนี้บางส่วนถูกหลอกลวง ต้องจ่ายค่านายหน้าสำหรับการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นและลักลอบทำงาน จำนวนถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท

ทั้งนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร มีความห่วงใยประชาชนคนหางาน และแรงงานไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางการญี่ปุ่นมีบทลงโทษสำหรับคนต่างชาติที่อาศัยและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและผู้ที่ทำกิจกรรมผิดประเภทของวีซ่าอย่างเข้มงวด กล่าวคือ โทษปรับสำหรับคนต่างชาติที่อาศัยและเข้าเมือง โดยผิดกฎหมายเป็นเงินสูงสุดไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ เยน และสำหรับผู้ที่ทำกิจกรรมผิดประเภทของวีซ่าที่ได้รับอนุญาตเป็นเงินไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ เยน ทั้งนี้ หากไม่มีเงินชำระค่าปรับจะต้องถูกกักขังและใช้แรงงาน

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอแจ้งเตือนประชาชน/คนหางานที่สนใจจะเดินทางไปทำงานในญี่ปุ่นอย่าได้หลงเชื่อสาย/นายหน้าเถื่อนที่ชักชวนให้ไปทำงานในญี่ปุ่นโดยใช้วีซ่าท่องเที่ยว(FREE VISA) เพราะนอกจากจะสูญเสียเงินจำนวนมากให้กับสาย/นายหน้าเถื่อนและไม่มีงานในญี่ปุ่นให้ทำแล้ว ยังต้องเสี่ยงอยู่อาศัยในญี่ปุ่นอย่างหลบๆซ่อนๆ และจะได้รับการลงโทษเมื่อถูกทางการญี่ปุ่นจับได้ หากท่านจะเดินทางเข้าไปทำงานในญี่ปุ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายท่านจะต้องได้รับวีซ่าสำหรับการทำงานหรือฝึกงานโดยเฉพาะ และต้องได้รับอนุญาตจากกรมจัดหางานให้เดินทางเข้าไปทำงานในญี่ปุ่นได้เท่านั้น หากพบเห็นบุคคลใดที่มีพฤติกรรมหลอกลวงคนหางาน ขอให้ร้องทุกข์แจ้งเบาะแสหรือหรือสอบถามข้อเท็จจริงได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลาง(ชั้น ๑) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร.๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘ ในวันเวลาราชการ



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ประชาสัมพันธ์ การรับสมัครคัดเลือกและจัดส่งคนไทยไปฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น โดยผ่านองค์กร IM ปี ๒๕๕๖

นางสาวจรัสศรี อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานจะดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกคนไทยไปฝึกงานเทคนิคประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านองค์กร IM ปี ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๖ สมัครด้วยตนเอง ณ ฝ่ายจัดส่งไปทำงานประเทศญี่ปุ่น (IM) สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ อาคารสำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ ๓ ชั้น ๑๐ ภายในกระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด ในวันเวลาราชการ ระหว่างวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ถึง ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใดๆ ทั้งสิ้น กำหนดการสอบข้อเขียน ทดสอบสมรรถภาพร่างกายและสอบสัมภาษณ์ ให้ดูวัน เวลา สถานที่ที่สอบข้อเขียน ทดสอบสมรรถภาพร่างกายและสอบสัมภาษณ์ในวันที่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ อาคารสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ ๓ ชั้นล่าง ภายในบริเวณกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และสำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด และทางเว็บไซต์ (http;//lib.doe.go.th/index.asp หรือ www.overseas.doe.go.th)

ทั้งนี้ หากคนหางานมีข้อสงสัยประการใดสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ยโสธรจัดงานวันรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

จังหวัดยโสธร จัดงานวันรำลึกถึงผู้สูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน  ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 28 ตำบลย่อ อำเภอคำเขื่อนแก้ว  จังหวัดยโสธร นายวัชเรนทร์  สืบสิทธิ์  ปลัดจังหวัด เป็นประธานเปิดจัดกิจกรรมวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน  โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธรดำเนินการจัดขึ้น นายธีรยุทธ์   จันทร์ดิษฐวงษ์  หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก ประกาศให้สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน  เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม และให้ความสำคัญต่อปัญหาอุบัติทางถนน  เข้าใจถึงผลกระทบ รับรู้ถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น  และตระหนักถึงสิ่งที่ต้องทำเพื่อป้องกันมิให้อุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น  จากข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน พบว่าสถิติผู้เสียชีวิตในปี 2555 สูงถึง 9,719 คน หรือเฉลี่ยวันละ 27 คน  คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 15 คน ต่อประชากรแสนคน  ดังนั้นสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร  จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นในครั้งนี้ กิจกรรมประกอบไปด้วย การจัดนิทรรศกาล /การบรรยายให้ความรู้ด้านความปลอดภัย/ การจัดแสดงการป้องกันการช่วยเหลือจากภัยต่างๆ



วรรณทอง   ภูโสภา
ส.ปชส.ยโสธร/ภาพ/ข่าว

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยโสธร รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างชั่วคราว

สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยโสธร ประสงค์รับสมัครสอบแข่งขัน เพื่อแต่งตั้งเป็นลูกจ้างชั่วคราว เพื่อปฏิบัติงานสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยโสธร จำนวน 1 อัตรา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการเงินและบัญชี

ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันขอใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดยโสธร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 ในวัน เวลา ราชการ

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 045-714072



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช 21 พฤศจิกายน 2556

ยโสธรประกวดวาดภาพและเรียงความ หัวข้อ “จังหวัดของฉันในปี 2020”

จังหวัดยโสธร จัดประกวดจากภาพและประกวดเรียงความ หัวข้อ "จังหวัดของฉันในปี 2020” ชิงทุนการศึกษาระดับจังหวัด และระดับประเทศ

นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายจะดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ด้วยงบประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท และมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ ทั่วทุกภูมิภาค ภายใช้ชื่องาน "สร้างอนาคตไทย 2020” เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับกลุ่มนักเรียน,นักศึกษา รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดการประกวดวาดภาพและประวกเรียงความ ในหัวข้อ "จังหวัดของฉันในปี 2020” โดยการประกวดวาดภาพ ประกวดในระดับประถมศึกษา ขนาดภาพ 19 x 26.5 ซม. ใช้สีเทียน,สีชอล์ก,สีน้ำ หรือสีอื่น ๆ เป็นผลงานที่จัดทำขึ้นมาใหม่,ไม่ลอกเลียนแบบใคร

การประกวดเรียงความ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา ความยาวของเนื้อหา 1-2 หน้ากระดาษ A4 ขนาดอักษร 16 Angsana New เป็นผลงานที่จัดทำขึ้นใหม่ ไม่ลอกเลียนแบบใคร ผลต้องมีอาจารย์ประจำชั้น/อาจารย์ที่ปรึกษารับรอง รางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัดทุกระดับ

รางวัลที่ 1 (มี 1รางวัล ) ทุนการศึกษา 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลที่ 2 (มี 1 รางวัล) ทุนการศึกษา 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลที่ 3 (มี 1 รางวัล) ทุนการศึกษา 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

และรางวัลชมเชย เป็นเกียรติบัตร (ขึ้นอยู่กับผลงาน)

รางวัลที่ 1 (มี 1 รางวัล) ทุนการศึกษา 50,000 บาท และตั๋วเครื่องบิน 2 ที่นั่ง พร้อมที่พัก,ค่าใช้จ่าย ไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น

รางวัลที่ 2 (มี 3 รางวัล) ทุนการศึกษา 30,000 บาท พร้อม Iphon 5, เกียรติบัตรและโล่เชิดชูเกียรติ

รางวัลที่ 3 (มี 5 รางวัล) ทุนการศึกษา 20,000 บาท Ipad เกียรติบัตร และโล่เชิดชูเกียรติ


ติดต่อส่งผลงานที่โรงเรียน/สถานศึกษาของตนเอง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2556



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช 21 พฤศจิกายน 2556

เหล่ากาชาดกาฬสินธุ์ ออกเยี่ยมราษฎรตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จำนวน 3 ครอบครัวที่พิการ ยากจน

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน ที่พิการ จำนวน 3 ครอบครัว พร้อมมอบเงิน ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค ตามโครงการเยี่ยมยามถามไถ่จากใจกาชาด

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นางมนต์ภัสสร ณ กาฬสินธุ์ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวราษฎรที่พิการ ยากจน ในพื้นที่ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 3 ครอบครัว ตามโครงการเยี่ยมยามถามไถ่จากใจกาชาด ของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค พัดลม เงินสดครอบครัวละ 1,000.- บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือ พร้อมสอบถามถึงความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิต และให้กำลังใจในการดำรงชีวิต

นางมนต์ภัสสร ณ กาฬสินธุ์ เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การออกเยี่ยมเยียนราษฎรที่ยากจนตามโครงการกาชาดเยี่ยมยามถามไถ่ ของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินการร่วมกับโครงการจังหวัดกาฬสินธุ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน เพื่อให้กำลังใจกับผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากได้ สร้างรอยยิ้มให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ในสังคม สำหรับครั้งนี้ได้ออกเยี่ยมนางสาคร การนิตย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 9 ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ป่วยพิการ สมองได้รับกระทบกระเทือน เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุ , นายสุด นันทะจักร อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ พิการตาพร่ามัว มองไม่เห็นชัดเจน อาศัยอยู่กับลูกสาว และนางสาวเพ็ญศรี เจริญธรรม อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ พิการขาขาดทั้งสองข้าง เนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน มีบาดแผลที่ขาจึงต้องตัดขา

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนของเทศบาลตำบลม่วงนา ได้สำรวจข้อมูล และความต้องการของผู้พิการทั้ง 3 ราย   เพื่อจะได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นรถเข็น สิ่งของที่ช่วยในการดำรงชีวิตต่อไป



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

พมจ.กาฬสินธุ์ จ่ายเงินกู้ยืมแก่คนพิการ 139 ราย เป็นเงิน 4,140,000 บาท

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ จ่ายเงินกู้จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้กับผู้พิการในจังหวัดกาฬสินธุ์ 139 ราย เป็นเงิน 4,140,000.-บาท

ที่บริเวณห้องโถง ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำหนดจัดทำสัญญากู้ยืม/สัญญาค้ำประกันเงินกู้ยืมจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2556 ให้กับผู้พิการและผู้ดูแลคนพิการที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ยืม จำนวน 139 ราย เป็นเงิน 4,140,000.-บาท (สี่ล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) โดยเงินกู้ดังกล่าวนี้ผู้พิการจะได้นำเงินดังกล่าวไปลงทุนประกอบอาชีพตามความถนัด เพื่อสร้างรายได้ หรือนำไปต่อยอดความรู้หรือภูมิปัญญาเดินของตนเอง ให้ก่อเกิดผลกำไรต่อตนเองและสร้างเงินทุนหมุนเวียนในการดำรงชีวิต ให้มีความมั่นคงในชีวิต สามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว

นายสุชาติ ต่ายทรัพย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาตรา 23 เพื่อเป็นทุนสำหรับการใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ การส่งเสริมและการดำเนินการด้านการสงเคราะห์ช่วยเหลือคนพิการ การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ การศึกษา และการประกอบอาชีพของคนพิการ ตลอดจนส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานใน 2 ลักษณะ คือ การบริการให้คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ กู้ยืมเป็นทุนประกอบอาชีพอิสระ รายละไม่เกิน 40,000.-บาท ผ่อนชำระคืนภายใน 5 ปี  โดยไม่มีดอกเบี้ย และการสนับสนุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ขอให้ลดพื้นที่ทำนาปรังเกรงน้ำเขื่อนลำปาวไม่เพียงพอ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง โดยปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทนเพราะปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีเพียง 53% เท่านั้น

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เผยว่า ในปีที่แล้วเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่รับน้ำจาก เขื่อนลำปาวไม่ได้ทำนาปรัง เพราะประสบภัยแล้ง แต่ในปีนี้เป็นห่วงว่าเกษตรกรจะมีการทำนาปรังจำนวนมาก จึงห่วงว่าปริมาณน้ำในการทำนาปรังจะไม่เพียงพอ เพราะขณะนี้ปริมาณน้ำมีเพียง ร้อยละ 53 ของความจุทั้งหมด หรือมีประมาณพันกว่าล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่น้ำเขื่อนลำปาวต้องจ่ายไปหลายทาง คือ เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาสำหรับอุปโภคบริโภคหลายแห่ง การส่งให้กลุ่มผู้ทำประมง ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และยังมีผู้ทำนาปรังอีก ซึ่งเกรงว่าปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอ จึงขอให้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนพันธุ์พืชที่ปลูกในฤดูแล้งชนิดที่ใช้น้ำน้อย เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง แตงกวา หรืออื่นๆ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวอีกว่า การบริหารจัดการน้ำในปีนี้ ได้กำหนดเปลี่ยนเป็นระยะตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อป้องกันการปล่อยน้ำทิ้งลงน้ำธรรมชาติ โดยไม่ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

แขวงการทางกาฬสินธุ์เลื่อนซ่อมสะพานข้ามลำน้ำพานในช่วงปีใหม่ 2557

นายพูลศักดิ์ สาระคร ผู้อำนวยการแขวงการทางกาฬสินธุ์ ได้แจ้งว่า เนื่องจาก แขวงการทางกาฬสินธุ์ โดย ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 (ขอนแก่น) ได้ทำการซ่อมสะพาน ในทางหลวงหมายเลข 12 สาย อำเภอยางตลาด – กาฬสินธุ์ สะพานคู่ ที่ กม.626+128 (สะพานข้ามลำน้ำพาน) ทิศทางมาจากอำเภอยางตลาด สะพานด้านซ้ายทางที่ชำรุด โดยการซ่อมรอยต่อที่ชำรุดระหว่างช่วงสะพาน เสร็จเรียบร้อย และสามารถสัญจรไปมาได้เป็นปกติแล้วทั้ง 2 ช่องทาง ส่วนสะพานด้านขวาทาง ที่พื้นสะพานแตกร้าว เป็นแนวยาวตามทางรถวิ่งและรอยต่อระหว่างช่วงสะพานก็ชำรุด นั้น
         
ซึ่งจะต้องทำการสกัดพื้นคอนกรีตเดิมที่ชำรุดออกก่อน พร้อมซ่อมปรับระดับรอยต่อให้ตรง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะไม่สามารถเปิดใช้ได้ทัน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 เนื่องจากว่า งานซ่อมคอนกรีตพื้นที่กว้างและอายุในการรับนำหนักได้เต็มที่ ของคอนกรีตที่เทใหม่ จะต้องใช้ช่วงระยะเวลาหรือ จะทำให้ปริมาณการจราจรที่หนาแน่นติดขัดเพิ่มมากขึ้นและกลายเป็นจุดเสี่ยงอันตรายสูงในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะในระหว่างการซ่อมจะเปิดใช้ช่องจราจรได้เพียงช่องทางเดียว แขวงการทางกาฬสินธุ์และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 (ขอนแก่น) ได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้ผู้ใช้ทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ได้อย่างเต็มที่ จึงขอเลื่อนแผนการซ่อมสะพานด้านขวา ออกไปก่อน โดยกำหนดจะเริ่มซ่อมภายหลังจาก สิ้นสุดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ซึ่งปัจจุบันในเบื้องต้น ได้ทำการซ่อมแซมพื้นสะพานด้วยการอุดรอยแตกร้าวด้วยยางแอสฟัลต์ไว้ก่อน จึงขอให้ผู้ใช้ทางได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเช่นเดิม ด้วยการชะลอความเร็วและปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่ได้ติดตั้งกำกับไว้โดยเคร่งคัด



ละออ อุ่นสา นศ.ฝึกงาน / ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์เตือนให้ระวังสุขภาพจากอากาศหนาว

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แจ้งว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศ 7 วันข้างหน้า (วันที่ 18 - 24 พฤศจิกายน 2556) ตามประกาศของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 เรื่อง แจ้งเตือนลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 19-24 พฤศจิกายน 2556 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรง จากประเทศจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ซึ่งจะทำให้ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในช่วงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2556 อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 พฤศจิกายน 2556 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.

เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไข้ปัญหา อากาศเย็นลง และสภาวะอากาศแปรปรวนสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ให้ระมัดระวังภัยอันเกิดจากสภาวะอากาศแปรปรวน ซึ่งจะสร้างความเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บ้านเรือน โรงเรือนและพืชผลทางการเกษตร ให้เตรียมการป้องกันระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ ในระยะ 1-7 วันนี้ ( 19-25 พฤศจิกายน 2556 ) ให้ประชาชนรับทราบ และเตรียมความพร้อมในการป้องกันอากาศที่เย็นลงในฤดูหนาว โดยการดูแลสุขภาพ อนามัย ให้แข็งแรง สวมใส่เสื้อผ้าที่หนา และอบอุ่น ห่มผ้าหนาๆ ขณะนอนในเวลากลางคืน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ และระมัดระวังการก่อกองไฟ อาจจะทำให้ไหม้ที่อยู่อาศัยได้ในบางพื้นที่



ละออ อุ่นสา นศ.ฝึกงาน / ข่าว

ประชุมวีดีทัศน์ทางไกลผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวาคม

การประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556

วันที่ 21 พ.ย. 56  ณ ห้องดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 จากกระทรวงมหาดไทยโดยนายจารุพงค์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เรื่องในหลวงเสด็จออกมหาสมาคม ณ วังไกลกังวล วันที่ 5 ธ.ค. 56 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยการเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารรักษาพระองค์เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในโอกาสนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมในเขตพระราชฐาน และมีพื้นที่จำกัด ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนรับชมพระราชพิธีดังกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้วันที่ 5 ธันวาคม 2556 ทำบุญตักบาตร เว้นกทม.จัด 4 ธันวาคม 2556 ในวันที่ 7 ธันวาคมการจัดงานสโมสรสันนิบาตด้วย พร้อมกันนั้น ในวันที่ 5 ธันวาคม รัฐบาลยังได้มอบหมายทุกส่วนราชการ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อาทิ จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา 19.29 น. เป็นต้นกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 โดยจัดให้มีกิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 ดังนี้ ภาคเช้า เวลา 06.30 น. ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง 08.30 น. พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน ถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ภาคค่ำ เวลา 18.00 น. ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่นขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนชาวขอนแก่น ร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ ตามวันเวลา และสถานที่ดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน อนึ่งขอความร่วมมือ ส่วนราชการ เอกชน ประชาชน ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวายเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร.” ไฟ้ฟ้าตามอาคาร บ้านเรือน และสถานที่ราชการ หรือสถานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ตลอดจนการร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เพื่อถวายเป็นราชสักการะ



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

จังหวัดขอนแก่น จับมือ ไอบีเอ็ม ทุ่มงบกว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ดันเป็นเมืองแห่งอัจฉริยะ เนรมิตเมืองหลักของอีสานสู่เมืองศูนย์กลางที่สมบูรณ์แบบ ติด1 ใน100 เมือง ของโลก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พ.ย.2556 ที่ห้องประชุมเอราวัณ โรงแรมพูลแมนขอนแกน ราชา ออคิด นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต เป็นประธานในการประชุมร่วมหัวหน้าส่วนราชการว่าด้วยผังเมืองรวม ด้านการจราจรและระบบขนส่งมวลชนร่วมกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและไอบีเอ็ม เพื่อกำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกันว่าด้วยการผลักดันให้จังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งใน 100 เมืองหลักของโลกของการเป็นเมืองอัจฉริยะ หลักได้รับการคัดเลือกจาก ไอ บี เอ็ม ให้จังหวัดขอนแกน เป็น จังหวัดเดียวของประเทศไทย และเป็น 1 ใน 100 เมืองหลักของโลกที่จะเข้าร่วมโครงการเมืองอัจฉริยะ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า แผนการพัฒนาจังหวัดของการมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางในทุกๆด้านเพื่อให้เกิดความหลากหลายและสนองต่อต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่และผู้ที่จะมาขอรับบริการจากภาคส่วนต่างๆซึ่งที่ผ่านมาการทำงานร่วมกันเป็นทีมของทุกภาคส่วนในระดับจังหวัดได้มีการผลักดันและทำงานกันแบบคู่ขนานจนมีการยกระดับของขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางในระดับภูมิภาคภาคอีสานไปแล้วและเตรียมที่จะยกระดับให้เป็นเมืองแห่งความเป็นศุนย์กลางของกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกันการกำหนดทิศทางการดำเนินงานดังกล่าวยังคงต้องมองไปข้างหน้าซึ่งการหารือร่วมในแบบทวิภาคีร่วมระหว่าง เทศบาลนครขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะทำงานตามโครงการ ไอบีเอ็ม สมาร์ทเตอร์ ซิตี้ส์ ชาเลนจ์ จนนำไปสู่การเสนอแผนยุทธศาสตร์ในระดับจังหวัดและได้บรรจุให้ขอนแกน เป็นหนึ่งใน 100 เมืองจากทั่วโลกในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วยงบประมาณการลงทุน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อที่จะพัฒนาให้ขอนแก่นเป็นเมืองที่มีการบริหารจัดการของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมภาคต่างๆ การคมนาคมขนส่ง และเป็นพื้นที่เชื่อมต่อทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตก

" แผนการดำเนินงาน 10 ปีจากนี้ไปจะเริ่มจากการบริหารจัดการภาครัฐ ที่คณะทำงานร่วมจังหวัดและคณะทำงานตามโครงการที่ได้มีการแต่งตั้งขึ้นจะมาทำการส่งเสริมการประสานงานร่วมกันและบูรณาการในทุกองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำโครงการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบจราจร และการเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายจราจร สำหรับในด้านของการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายด้านการขนส่ง โครงการดังกล่าวนี้จะดำเนินการปรับปรุงระบบวิดีโอวงจรปิด ด้วยการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบอัจฉริยะ รวมไปถึงการใช้ระบบการจัดการไฟจราจรอัตโนมัติ การใช้ระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจร การนำระบบ GPS มาใช้เพื่อระบุตำแหน่งรถโดยสาร ขณะที่ในด้านการคมนาคมขนส่งแบบครบวงจร คณะทำงานมีการหารือในการใช้ระบบการจัดการค่าโดยสารแบบบัตรเดียวสำหรับทุกระบบ โดยครอบคลุมบริการขนส่งสาธารณะที่หลากหลายรูปแบบสร้างระบบเพื่อรายงานสภาพการจราจรให้แก่ผู้สัญจรบนท้องถนน”

ผวจ.ขอนแกน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการไปแล้วในหลายเมือง ทั้งที่ ประเทศเกาหลีใต้ที่เมืองเชจู ประเทศญี่ปุ่นที่เมืองเกียวโต ประเทศออสเตเรียที่เมืองโตโคส และ แคนนาดาที่เมืองดิวเวสต์ ซึ่งการนำโครงการดังกล่าวมาใช้ที่ขอนแก่นจะถือเป็นการยกระดับเมืองให้สู่ความเป็นมหานครชั้นนำของอาเซียน ภายใต้แนวทางการจัดตั้งศูนย์ ข้อมูลอัจฉริยะ ARC ( Analytics Research Center ) ใน 3 ระยะ และจะสำเร็จตามโครงการดังกล่าวใน 10 ปี เริ่มทำงานตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป แบ่งเป็น 2 ปีแรกจะเน้นการสร้างทักษะและศักยภาพในการใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูล รวมไปถึงการจัดเตรียมบุคลากร โดยใช้ข้อมูลต่างๆและทรัพยากร สำหรับในระยะที่ 2 เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่ 2 ถึงปีที่ 5 จะเป็นช่วงของการพัฒนาไปสู่ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล โดยจะระบุในแผนยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคการศึกษาทั้งในประเทศและระดับประเทศ ระยะที่ 3 จะเริ่มตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป ที่จะมีการนำวิวัฒนาการหรือศูนย์ที่สามารถสร้างนวัตรกรรมทางการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทุกหน่วยงานสามารถนำไปใช้งานได้ ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประกอบการดำเนินธุรกิจของภาคการลงทุน การใช้ในชีวิตประจำวันของชาวขอนแก่นและผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ ดังนั้นทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่จะส่งผลให้ขอนแกนเป็นเมืองแห่งอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในทุกๆ ด้าน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นนำชาวอำเภอซำสูงลงแขกเกี่ยวข้าวที่แปลงนาผลผลิตข้าวแปลงที่ใส่ปุ๋ยสั่งตัดบำรุงดินช่วยให้ลดต้นทุนการผลิตและได้ผลดีขึ้น

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประะานงานลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาของนายอุดม ขุนจร ชาวบ้านโนน ตำบลบ้านโนน อำเภอซำสูง  ซึ่งแปลงนาดังกล่าวเข้าร่วมโครงการลดรายจ่ายลดต้นทุนการผลิตข้าวนาปีโดยเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดสำหรับข้าวจังหวัดขอนแก่นภายใตโครงการอำเภอเกษตรพัฒนา ปี 2556 ซึ่งจัดทำใน 2 จุดที่บ้านโนน ตำบลบ้านโนนและที่บ้านคูคำ ตำบล คูคำ อำเภอซำสูง มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 50 ราย การดำเนินการเป็นการบูรณาการของหลายหน่วยงานทั้งมูลนิธิพลังเวศและชุมชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรื มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น สถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่นรวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดกับข้าว เพื่อให้เกษตรกรสามารถคำนวณปริมาณปุ๋ยเคมี ที่จะใช้ในแต่ละแปลงได้อย่างถูกต้อง ให้พอดีกับความต้องการของข้าวโดยมีขั้นตอนการเก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ การคำนวณหาปริมาณแม่ปุ๋ยที่จะใช้และการผสมแม่ปุ๋ยก่อนนำไปหว่านในแปลงข้าวซึ่งแต่ละขั้นตอนเกษตรกรสามารถทำเองได้และจะเป็นอาชีพให้กับเกษตรกรรวมกลุ่มกันเพื่อสั่งซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมใช้เอง จะทำให้ลดรายจ่ายในการทำนาลงได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนในการประกอบอาชีพทำนาของเกษตรกร ซึ่งจากการใช้ปุ๋ยสั่งตัดที่นำมาทดลองในแปลงนาของเกษตรกรในอำเภอซำสูงนอกจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิตข้าวแล้วผลผลิตข้าวยังได้รวงข้าวใหญ่ดกและหนักทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

ส.ปชส.ชัยภูมิสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน รับมือภาวะวิกฤติยุคข้อมูลข่าวสาร

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ ดึงเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนง ร่วมเป็นเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจประชาชน ในภาวะวิฤติ ที่โรงแรมสยามรีเวอร์รีสอร์ท วันนี้ 21 พ.ย.56 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ จัดเวทีสัมมนาการประชาสัมพันธ์ และขยายเครือข่าย การรณรงค์ป้องกันสาธารณภัยและภาวะวิกฤติ มีเครือข่ายสื่อมวลชน ในจังหวัดชัยภูมิ ทั้งสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ ร่วมงาน กว่า 50 คน ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะหน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐ ได้มอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ จัดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤต ในครั้งนี้ขึ้น เนื่องจาก ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๕๔ สร้างความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการศึกษา สำรวจสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติของประเทศไทยพบว่ามีแนวโน้มของการเกิดภัยและความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

หวังสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างเข้มแข็งให้กับเครือข่าย สามารถนำ ข้อมูล ข่าวสาร เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยงานภาครัฐ ไปเผยแพร่ผ่านสื่อไปยังประชาชน ได้รับรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ ประชาชนสามารถนำข่าวสาร ไปปรับใช้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากร ที่มีประสบการณ์ ในการแก้ไขปัญหาภาวะวิกฤติเรื่องน้ำท่วม จากสำนักงานชลประทานจังหวัด เทศบาลเมืองชัยภูมิ และวิทยากรกิตติมศักดิ์ นายธีระพงษ์ โสดาศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ มาบรรยายเกี่ยวกับประสบการณ์การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์ ในภาวะวิกฤติด้วย



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ชัยภูมิขานรับวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์

จังหวัดชัยภูมิ สร้างวิทยากรเครือข่ายด้านสหกรณ์ เป็นแม่ไก่ ออกไปเผยแพร่ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกในหมู่บ้าน หวังสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์ สามารถยืนหยัดคู่ชุมชน เป็นแหล่งทุนที่มั่นคงแก่สมาชิกได้อย่างยั่งยืน

ที่โรงแรมชัยภูมิปาร์ค วันนี้ 21 พ.ย. 56 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ โดยนายสามารถ  ศรีวิริยาภรณ์ สหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ จัดเวทีถ่ายทอดความรู้ด้านการสหกรณ์ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้นำองค์กรระดับอำเภอ จำนวนได้ 130 คน เป็นการสร้างเครือข่ายวิทยากร ถ่ายทอดหลักความรู้การสหกรณ์ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหลักๆแล้ว กิจการของสหกรณ์ จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก ไม่ใช่ปล่อยให้กรรมการ หรือผู้จัดการ ดำเนินไปโดยพลการขัดต่อหลักของสหกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมามีตัวอย่างเกิดขึ้นมากมาย เช่นการนำเงินสหกรณ์ไปลงทุนซื้อล๊อตเตอร์รี่ เป็นข่าวโด่งดังทั่วประเทศ สหกรณ์เสียโอกาส สูญเงินจำนวนมหาศาล

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับและขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านสหกรณ์ระดับจังหวัด ได้ฝากให้วิทยากรเครือข่าย ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ตั้งใจศึกษา เรียนรู้ ให้เข้าใจแจ่มชัด และเร่งลงไปบอกกล่าวให้ประชาชนเข้าใจ เกิดความรักและศรัทธาต่อระบบสหกรณ์ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากสหกรณ์ ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสหกรณ์เป็นระบบการเงินชุมชน ที่ดีอยู่แล้ว รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ยกขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ให้ทุกจังหวัด ส่งเสริมให้เป็นรูปธรรม ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทำงานย่างเป็นระบบ และมีความต่อเนื่อง



สุระพงค์  สวัสดิ์ผล/ข่าว

สุรินทร์ออกหน่วยให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม

วันที่ 20 พ.ย. 56  นายถาวร กุลโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำส่วนราชการออกให้บริการประชาชน ตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม และโครงการบ้านธารน้ำใจ สร้างสุขสร้างรอยยิ้ม ประจำเดือนพฤศจิกายน ที่โรงเรียนบ้านสนวนนางแก้ว หมู่ที่ 6 ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้บริการประชาชนแบบเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งเพื่อพบปะเยี่ยมเยือนรับทราบปัญหาต่างๆ จากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้มอบบ้านธารน้ำใจ ให้กับนางสาวกองศรี ขันทอง อายุ 82 ปี บ้านเลขที่ 32 บ้านแดง หมู่ที่ 7 ตำบลบึง อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นราษฎรยากไร้ อาศัยอยู่คนเดียวไม่มีบ้านแข็งแรง ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากประชาคมหมู่บ้านให้ได้รับการช่วยเหลือสร้างบ้านให้จำนวน 1 หลัง โดยใช้งบประมาณในการสร้างจำนวน 110,000 บาท จากนั้นได้มอบรถจักรยาน จำนวน 2 คัน ให้กับนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ถุงยังชีพให้กับราษฎรผู้ยากไร้รวมถึงคนชรา มอบพันธุ์ปลาให้แก่ชุมชน และมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนเรียนดีแต่ครอบครัวยากจน จำนวน 4 ทุนๆ ละ 1,000 บาท พร้อมทั้งได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ส่วนราชการต่างๆ ที่ออกให้บริการแก่ประชาชน ทั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวตำบลบึงและตำบลใกล้เคียงมารับบริการอันอย่างคึกคักเป็นจำนวนมาก

หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการประชาชนวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2556

พันเอกธวัชชัย  ดะนุดิษฐ์  ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 สำนักงานพัฒนาภาค 2  หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  กองบัญชาการกองทัพไทย  เปิดเผยว่า  หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 สำนักงานพัฒนาภาค 2  หน่วยบัญชาการพัฒนา  อ.นาแก  จ.นครพนม  ร่วมกับ คณะแพทย์ทหารจากกองการแพทย์  สำนักงานสนับสนุน  หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย  จัดชุดแพทย์ทหารเคลื่อนที่  ออกบริการประชาชน  ในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน  2556  เวลา 08.00-16.00 น.  ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดงขวาง อ.เมืองนครพนม และวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน  2556  เวลา 08.00-16.00 น. ณ วัดศรีชมชื่น  บ้านขามเฒ่า  ตำบลขามเฒ่า  อ.เมืองนครพนม  โดยบริการประชาชน   ประกอบด้วย การตรวจและรักษาโรคทั่วไป   การตรวจรักษาโรคฟัน  การแจกจ่ายแว่นสายตาให้ประชาชน  โดยคณะแพทย์ทหารจากกองการแพทย์ สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย  การทำหมันสุนัขและแมว  การจ่ายยากำจัดเห็บหมัด และยาถ่ายพยาธิ  (สุนัข  แมว  โค  กระบือ) การผสมเทียมโค  กระบือ  ตลอดจนการบริการตัดผมชาย-หญิง  การสาธิตทำเตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้  และการจัดนิทรรศการกิจกรรมของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22

จึงขอเชิญประชาชนในพื้นที่ตำบลดงขวาง  ตำบลขามเฒ่า และพื้นที่ใกล้เคียงไปรับบริการดังกล่าว  โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-4257-1191

จังหวัดนครพนมจัดงานวันคนพิการสากล 3 ธันวาคม 2556

นางสาวอรสา  เนียมศรี  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า องค์การสหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 3 ธันวาคมของทุกปี  เป็นวันคนพิการสากล จังหวัดนครพนมจึงได้ดำเนินการจัดงานวันคนพิการสากลอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนพิการ  ครอบครัวคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ  หน่วยงานภาครัฐ  เอกชน  และเครือข่ายคนพิการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการบนฐานของความรู้  อันนำไปสู่การสร้างสังคมบูรณาการ  ให้โอกาสคนพิการได้แสดงศักยภาพ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในสังคมอย่างเสมอภาคกับคนทั่วไป  โดยมีการมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ   ยกย่องบุคคลและองค์กรในระดับจังหวัด  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคคลและองค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านคนพิการ

 ทั้งนี้  การเสนอชื่อองค์กรหรือหน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านคนพิการ  และหน่วยงานทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ  หรือคนพิการเสนอชื่อตนเองโดยมีองค์กรคนพิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการหรือผู้ที่น่าเชื่อถือในชุมชนเป็นผู้รับรอง   คุณสมบัติของคนพิการที่จะเสนอชื่อ  ต้องเป็นคนพิการที่ได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว   อายุ 18 ปี บริบูรณ์  เป็นคนพิการประเภทใดประเภทหนึ่ง ใน 7 ประเภท ดังนี้  พิการทางการมองเห็น  ทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย  ทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย  ทางจิตใจหรือพฤติกรรม  ทางสติปัญญา  ทางการเรียนรู้ และพิการออทิสติก   ดาวน์โหลดข้อมูลหลักเกณฑ์และแบบเสนอชื่อบุคคลและองค์กรที่ให้การสนับสนุนด้านคนพิการ  www.nakhonphanom.m-society.go.th  สอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0-1441-1046

กระทรวงมหาดไทย รับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือนชาย เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

นายคุมพล  บรรเทาทุกข์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  ด้วยกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  รับสมัครทหารกองหนุนจากทุกเหล่าทัพและบุคคลพลเรือนชาย เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ(พลอาสาสมัคร) เป็นจำนวนมาก  ผู้สนใจสมัครด้วยตนเอง ณ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ วังทวีวัฒนา เขตกรุงเทพฯ  ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม  ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2557 ไม่เว้นวันหยุดราชการและไม่เสียค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.gad.moi.go.th หัวข้อ "ข่าวประชาสัมพันธ์”  หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2356-0893  หรือ 0-2456-9452

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ จังหวัดนครพนม 76 โครงการ

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  หรือ กปร. ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ จังหวัดนครพนม 76 โครงการ  เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายสุวัฒน์  เทพอารักษ์  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  กล่าวว่า  การประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริในลักษณะพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ  จังหวัดนครพนม เพื่อค้นหาปัญหา  หาแนวทางแก้ปัญหา  ตรวจแบบความสำเร็จของพื้นที่  ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์ความรู้  กระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการน้ำ  โดยมีข้าราชการ   ผู้ใช้น้ำ  เข้าร่วมประชุม 150 คน  โดยการประชุมแบ่งเป็นการมอบนโยบายเรื่อง "การขับเคลื่อนและการใช้ประโยชน์ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดนครพนม” โดยนายสมชาย  วิทย์ดำรง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  การเสวนาเรื่อง "การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”  โดย มล.จิรพันธุ์  ทวีวงศ์  รองเลขาธิการ กปร. ผู้แทนกรมชลประทาน  ผู้แทนจังหวัดนครพนม  และผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ  และแบ่งกลุ่มค้นปัญหา  จัดทำข้อเสนอในการแก้ปัญหาและขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ   ซึ่งจากการแบ่งกลุ่มค้นปัญหาได้พบว่ามีปัญหาการใช้น้ำ  ของผู้ใช้น้ำในช่วงแรกของการเริ่มโครงการฯ  ผู้ใช้น้ำยังไม่เข้าใจในการใช้น้ำ  มีการแย่งน้ำ  โดยผู้อยู่ท้ายโครงการไม่มีโอกาสได้ใช้น้ำ  ฉะนั้นจึงต้องบริหารจัดการต่อไป เพื่อให้มีการใช้น้ำได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

ทั้งนี้  เลขาธิการ กปร.  ได้มีโครงการอบรมการทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับผู้สนใจจังหวัดนครพนม 100 คน  เพื่อนำความรู้มาใช้ในการทำการเกษตรอย่างมีศักยภาพ  เป็นการสร้างอาชีพ  สร้างรายได้  โดยอบรมให้ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดสกลนคร

การรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาล ฯ ประจำปี ๒๕๕๗

สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาล ฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญาตรี) ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ทางอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://scholar.ocsc.go.th โดยมีทุน ๔ ประเภท ดังนี้

๑. ทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ จำนวน ๕๖ ทุน

๒. ทุนไทยพัฒน์ จำนวน ๒๐ ทุน

๓. ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน ๕๙ ทุน

๔. ทุนรัฐบาลไปศึกษาในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (GUCAS) จำนวน ๓ ทุน

ผู้สนใจโปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในประกาศรับสมัครสอบได้ที่ศูนย์ข่าวสำนักงาน ก.พ. ๔๗/๑๑๑ หมู่ ๔ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทางอินเตอร์เน็ตในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ http://www.ocsc.go.th,http://scholar.go.th และทางเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี http://stscholar.nstda.or.th 

ผู้ว่าฯ นครพนม เปิดโครงการจังหวัดนครพนมเคลื่อนที่ โรงเรียนบ้านกุรุคุ ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ผู้ว่าฯ นครพนม เปิดโครงการจังหวัดนครพนมเคลื่อนที่ โรงเรียนบ้านกุรุคุ ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

วันนี้ (21พ.ย.56) เวลา 09.00 น. นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครพนม ร่วมพิธีเปิดโครงการจังหวัดนครพนมเคลื่อนที่ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านกุรุคุ ตำบลกุรุคุ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ประชาชนชาวตำบลกุรุคุและตำบลใกล้เคียงต่างเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

จังหวัดนครพนมเคลื่อนที่ โรงเรียนบ้านกุรุคุครั้งนี้ มีส่วนราชการประจำจังหวัดมาให้บริการกับประชาชนผู้มาร่วมงาน อาทิ บริการจัดทำใบขับขี่ของสำนักงานขนส่งจังหวัด บริการทำบัตรประชาชนของอำเภอเมืองนครพนม บริการตัดผมฟรีของวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการนครพนม การแจกพันธุ์ปลาของสำนักงานประมงจังหวัดนครพนม การแจกสารเร่งซุปเปอร์ พด. 3 ซึ่งเป็นสารที่ทำลายการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้ดินมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชและรากพืชแข็งแรง การจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดโดยสำนักงานการค้าภายในจังหวัดนครพนม พิธีเปิดงานประกอบด้วยการบรรเลงกลองยาวโดยสภาวัฒนธรรมตำบลกุรุคุ การมอบถุงยังชีพของจังหวัดทหารบกนครพนม จำนวน 50 ถุง การมอบเสื้อกันหนาว จำนวน 200 ตัวโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม การมอบเงินกองทุนหมู่บ้านโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม จำนวน 40 ทุน ๆ ละ 500 บาท

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวตอนท้ายว่าโครงการจังหวัดเคลื่อนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการกับประชาชนที่อยู่ในอำเภอห่างไกล โดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปติดต่อราชการที่จังหวัด แต่สามารถมาใช้บริการกับโครงการจังหวัดนครพนมเคลื่อนที่ได้ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี พ.ศ. 2556

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กำหนดจัดงานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2556 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 – 10 ธันวาคม 2556 ภายใต้แนวคิดหลัก "ตามรอยพระยุคลบาทเกษตรศาสตร์กำแพงแสน” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการด้านการเกษตร พืช สัตว์ ตลอดจนเทคโนโลยีด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้องสู่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป

เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ของการจัดงานี่ต้องการเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรให้เกษตรกร นักเรียน นิสิต และประชาชนทั่วไป ทราบข่าวสารและร่วมงานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2556 สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 034-351540 หรือ http://www.ku.ac.th/