วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ปีใหม่นี้ ศรีสะเกษตั้งเป้าห้ามตายเกิน 3 คน

เมื่อบ่ายวานนี้ (17 ธ.ค. 56) เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมไกรภักดี ชั้น 2 อาคารศาลากลางหลังเก่า นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 กับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางและบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้ตั้งเป้าหมายลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บลงจากช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ร้อยละ 15 หรือลดลงเหลือน้อยที่สุด จากสถิติเมื่อปี 2556 เกิดอุบัติเหตุ 14 ครั้ง ปีนี้ต้องไม่เกิน 12 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ปีนี้ต้องไม่เกิน 3 ราย ผู้บาดเจ็บ 13 ราย ปีนี้ต้องไม่เกิน 11 ราย

นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญ ต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในมาตรการการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และรักษาระเบียบวินัยการจราจรอย่างเคร่งครัด แล้วปัญหาอุบัติเหตุจะค่อย ๆ ลดลง สำหรับมาตรการเน้นหนัก ก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตาม 10 มาตรการ ได้แก่ 1)ไม่สวมหมวกนิรภัย 2) มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย 3) เมาสุรา 4) ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5) ไม่มีใบขับขี่ 6) ความเร็วเกินกำหนด 7) ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร 8) ขับรถย้อนศร 9) แซงในที่คับขัน 10)ใ ช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะขับรถ และนอกจาก 10 มาตรการนี้แล้ว ยังใช้มาตรการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่หรือโดยสารยานพาหนะอีกด้วย



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
18 ธ.ค. 56

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ที่ศรีสะเกษ ตรวจราชการและเยี่ยมราษฎร

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการและเยี่ ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงใ ห้การต้อนรับวันนี้ (18 ธันวาคม 2556) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ และเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จัง หวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้เดินทางโดยขบวนรถไฟจ ากสถานีรถไฟจังหวัดสุรินทร์  ในเวลา 09.30 น. ระยะทาง 100 กิโลเมตร แวะเยี่ยมราษฎรที่มาให้การต้อนรับตามสถานีรถไฟที่อำเภอ ห้วยทับทัน และอำเภออุทุมพรพิสัย และเมื่อเวลา 13.05 น. ได้เดินทางถึงสถานีรถไฟจังหวัดศรีสะเกษ มีนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ  และกลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงรอใ ห้การต้อนรับ พร้อมกับมอบช่อดอกกุหลาบสีแดงให้กับนายกรัฐมนตรี

สำหรับภารกิจในครั้งนี้ ได้เดินทางไปสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ สักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีรับฟังสรุปผลการดำเนินงานของมูลนิธิสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ พบปะคณะกรรมการและสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดศรีสะเกษ และพบปะและเยี่ยมชมกิจกรรมนักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษและนักเรียนชาวกัมพูชาที่ได้รับทุนพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดยโสธร

ศรีสะเกษ ประชุมแจงผลการดำเนินการเก็บข้อมูล จปฐ.

วันนี้ (18 ธ.ค. 56) เวลา 10.50 น ณ ห้องประชุมไกรภักดี ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อาคารหลังเก่า ชั้น 2 นายเสน่ห์ พรหมโครต พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ    เป็นประธานการประชุมคณะบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ./กชช.2ค ระดับจังหวัด จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผลการดำเนินการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน ปี 2556 ในเขตชนบท (อบต.และเทศบาลที่ยกฐานะมาจาก อบต.) ในพื้นที่ 22 อำเภอ 202 ตำบล 2,549 หมู่บ้าน 223,349 ครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ย 52,525 บาท/คน/ปี โดยอำเภอบึงบูรพ์ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนสูงสุด 241,544 บาท อำเภอศรีรัตนะมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่ำสุด 183,485 บาท มีครัวเรือนตกเกณฑ์รายได้เฉลี่ยน้อยกว่า 30,000 บาท/คน/ปี จำนวน 1,715 ครัวเรือน ใน 21 อำเภอ ยกเว้นอำเภอโนนคูณ

ส่วนในปี 2557 จังหวัดศรีสะเกษ มีเป้าหมายในการจัดเก็บข้อมา จปฐ.เขตชนบทและเขตเมือง จำนวน 298,502 ครัวเรือน แยกเป็นเขตเมือง 14 แห่ง จำนวน 35,483 ครัวเรือน เขตชนบท 263,019 ครัวเรือน



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
18 ธ.ค. 56 

มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ ติวเข้มบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ ตามโครงการ "การอบรมเชิงปฏิบัติการ การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์”

วันนี้ (18 ธันวาคม 2556) ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 3305 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา สิรินธร (สธ.) อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดการอบรมฯ ขึ้น โดยมี นายฉัตรชัย ไชยโยธา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ เอกสารการพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ สำนักงานอธิการบดี และบุคลากรผู้เข้าร่วมอบรม ให้การต้อนรับ ซึ่งฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและสนับสนุนแก่บุคลากรทีมาติดต่อทั้งภายใน และภายนอก การประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์ มีความสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนผลักดันการบิหารจัดการ การดำเนินงานและขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่ความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้ เนื่องด้วยการดำเนินการใดๆ ย่อมต้องเกี่ยวข้องอาศัยและพึ่งพาบุคลากรภายในองค์กร ในระดับใกล้เคียง

และจากความสำคัญข้องต้อน ฝ่ายประชาสัมพันธ์จึงได้กำหนดจัดการอบรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่อง การเขียนข่าว การถ่ายภาพและการส่งข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งหวังเพ่อพัฒนาศักยภาพและ เป็นการสร้างเครือข่ายการเขียนข่าวและสามารถเขียนข่าวเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารประชาสัมพันธ์ต่างๆ

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ใช้เวลา 1 วัน โดยมีบุคลากรจากคณะต่างๆภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จำนวนทั้งสิ้น 40 คน เข้าร่วมการอบรม และได้รับเกียรติจาก นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ และนายทองจันทร์ ศรีสุธรรม จากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมอบรม

พช.อด.จัดอบรมวิทยากรเครือข่ายโครงการเผยแพร่ผลการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี จัดอบรมวิทยากรระดับตำบลโครงการเผยแพร่ผลการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยต่อยอดโครงการฯเพื่อเผยแพร่การจัดเวทีประชาเสวนาฯ สู่ประชาชนสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาของชาติ

ที่โรงแรมอุดรโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดอุดธานี นายธนิต แสงพันธ์ พัฒนาการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานการฝึกอบรมวิทยากรระดับตำบลโครงการเผยแพร่ผลการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเผยแพร่ผลการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยสู่ประชาชน เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจผลการจัดเวทีประชาเสวนาฯสู่สาธารณในระดับพื้นที่

นายพงษ์ศักดิ์ เชาวนาศิริ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้รับมอบหมายให้คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือ ปคอป. ไปหาแนวทางจัดประชาเสวนาในการจัดเวที "พูดจาหาทางออกประเทศไทย” โดยมีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้อำนวยความสะดวกและได้เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วทั้งประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอันเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวไปสู่ทางออกประเทศไทยร่วมกัน โดยมีการจัดเวทีพูดจาหาทางออกประเทศไทย 108 เวทีทุกจังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึง 28 กรกฎาคม 2556 มีประชาชนเข้าร่วมเวทีทั่วประเทศ 101,683 คน

กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนพิจารณาจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2557 ในการต่อยอดโครงการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย เพื่อเผยแพร่การจัดเวทีประชาเสวนาฯ สู่ประชาชนสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาของชาติ ซึ่งกรมการพัฒนาชุมได้ดำเนินการ จัดฝึกอบรมวิทยากรระดับจังหวัดโครงการเผยแพร่ผลการจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยจังหวัดละ 5 คน เมื่อวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2556 และมอบหมายให้แตะละจังหวัดจัดฝึกอบรมวิทยากรระดับตำบลตำบลละ 3 คน ซึ่งจังหวัดอุดรธานี จัดให้มีการฝึกอบรม 2 รุ่น รุ่นล่ะ 1 วันระหว่างวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม 2556 ผู้เข้าร่วมการอบรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน (พัฒนากร) 1 คน ผู้นำชุมชน 2 คน ซึ่งรุ่นที่ 1 เป็นการจัดอบรมให้กับวิทยากรระดับตำบล 216 คน จาก 76 ตำบล 9 อำเภอ ในพื้นที่อำเภอวังสามหมอ กุมภวาปี น้ำโสม ประจักษ์ศิลปาคม ศรีธาตุ นายูง หนองวัวซอ หนองหานและอำเภอบ้านผือ และรุ่นที่ 2 จัดอบรมให้กับวิทยากรระดับตำบล 243 คน จาก 77 ตำบล 11 อำเภอ อาทิอำเภอโนนสะอาด จุดจับ เมือง บ้านดุง ไชยวาน หนองแสง ทุ่งฝน เพ็ญ สร้างคอม พิบูลย์รักษ์ และอำเภอกู่แก้ว โดยคณะวิทยากรดำเนินการฝึกอบรม คือวิทยากรระดับจังหวัด ที่ผ่านการฝึกอบฯ จากส่วนกลางมาแล้ว ประกอบด้วย นายพงษ์ศักดิ์ เชาวนาศิริ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน อาจารย์รพีพรรณ จังทรสา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายวรพันธ์ ศรีไตรเมือง ท้องถิ่นอำเภอสร้างคอม นายสำเนียง เดชศร ประธานเครือข่ายผู้นำ อช.จังหวัดอุดรธานี และนางสุนิสา สำแดงชัย ผู้นำ อช.ดีเด่นจังหวัดจากอำเภอกุดจับ งบประมาณดำเนินการ จากกรมการพัฒนาชุมชน เป็นเงิน 342,900 บาท

หลังจากการฝึกอบรมวิทยากรระดับตำบลฯในวันนี้ อำเภอจะดำเนินการประชุมชี้แจงระดับหมู่บ้านเพื่อเผยแพร่การจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยแก่ประชาชน ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน เดือนกุมภาพันธ์ 2557 โดยภายในเดือน ธันวาคม 2556 แต่ละตำบลต้องจัดประชุมชี้แจงระดับหมู่บ้านให้ได้ 1 หมู่บ้าน



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ
เมวิกา ศรีหาวงษ์ –ปรียานุช โพธิชัย นศ.ฝึกงานภาพนิ่ง/พิมพ์/ทาน

คลังจังหวัดอุดรธานีจัดอบรมโครงการหลังบ้านระบบปฏิบัติการ GFMIS

สำนักงานคลังจังหวัดอุดธานีจัดอบรมเจ้าหน้าที่การเงิน 136 แห่งเสริมความรู้เกี่ยวกับกฏหมาย ระเบียบ การเงินการคลัง การบัญชี การพัสดุ เสริมศักยภาพในการเบิกจ่ายเงินในระบบ GFMISให้ถูกต้องรวดเร็วทันเวลา

จังหวัดอุดรธานี อนุมัติโครงการหลังบ้านระบบปฏิบัติการ GFMIS (จีเอฟเอ็มไอเอส)(Back home GFMIS) แก่สำนักงานคลังจังหวัดอุดรธานี เพื่อดำเนินงาน 5 กิจกรรมคือจัดอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในระบบ Web Online ,จัดฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินทุกประเภท ,จัด Clinic Mobile ลงพื้นที่ติดตามให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับกฏหมาย ระเบียบการเงินการคลัง การบัญชี การพัสดุและการตรวจสอบภายในแก่ส่วนราชการ ,ประเมินผลและให้รางวัลหน่วยงานที่จัดทำบัญชีตามเกณฑ์การประเมินผลได้ครบทั้ง 5 เรื่อง

วันนี้เป็นการดำเนินงานตามกิจกรรมที่ 1 เป็นการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในระบบ Web Online ให้แก่เจ้าหน้าที่การเงินของส่วนราชการในจังหวัดอุดรธานี 136 แห่ง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรม 150 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่การเงินมีความรู้เกี่ยวกับกฏหมายระเบียบ การเงินการคลัง การบัญชี การพัสดุ และสามารถเบิกจ่ายเงินในระบบ GFMIS ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันเวลา โดยส่งเสริมให้ส่วนราชการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร สิ่งสำคัญคือช่วยตอบสนองนโยบายรัฐบาลด้านเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ2557 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย อันจะส่งผลไปยังประชาชนให้ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการลงทุนภาครัฐ ซึ่งรูปแบบในการฝึกอบรมในวันนี้เป็นกรบรรยายโดยวิทยากรจากสำนักงานคลังจังหวัดอุดรธานี



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ
เมวิกา ศรีหาวงษ์ นศ.ฝึกงาน / ภาพนิ่ง
ปรียานุช โพธิชัย นศ.ฝึกงาน พิมพ์/ทาน 

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการ ทหาร เฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประจำปีการศึกษา ๒๕๕๕

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ข้าราชการ ทหาร เฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประจำปีการศึกษา ๒๕๕๕

วันที่ (18 ธันวาคม 2556) ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 อุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ผู้บังคับการกองบิน 21 คณะเหล่ากาชาด ประชาชน และข้าราชการเข้าเฝ้า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีประจำปีการศึกษา ๒๕๕๕ รุ่นที่ ๒๒ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี



จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว
ทองปัก ทวีสุข /ภาพ

นายกยิ่งลักษณ์พบปะชาวยโสธรและกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์ พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการแปรรูปและการตลาดของกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์

วันที่ 18 ธันวาคม 2556  เวลา 18.00 น.  :  นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านและกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์ ต. เขื่องคำ อ.เมือง จ.ยโสธร พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการแปรรูปและการตลาดของกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์ "OTOP MART YASOTHON” โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. พีรพันธุ์ พาลุสุข , ผู้ว่าฯราชการจังหวัดยโสธร นาย ประวัติ ถีถะแก้ว , ส.ส.เขต 1 นายปิยวัฒน  พันธ์สายเชื้อ , ส.ส.เขต 3 นาย บุญแก้ว สมวงศ์ พร้อมข้าราชการและประชาชนชาวยโสธรต้อนรับกว่า 3,000 คนให้การต้อนรับพร้อมผูกผ้าขาวม้าให้แก่นายกฯ โดยนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ลงจากรถพบปะกับประชาชนชาวจังหวัดยโสธรที่คอยมอบดอกกุหลาบให้เป็นกำลังใจเป็นจำนวนมากเป็นระยะทาง 500 เมตร ซึ่งมีทีม จ.ส.ต. ศักดิ์สิทธิ์ อุปจันโท ประธาน นปช. , พันโท ฐาปกรณ์ พันธ์เพ็ง ข้าราชการบำนาญทหาร   ที่ปรึกษา นปช. และชาวเสื้อแดงให้การชูป้ายต้อนรับพร้อมกับตะโกนว่า "ยิ่งลักษณ์สู้ๆ" ให้กำลังใจนายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตลอดทาง ระหว่างพบปะกับประชาชนอยู่นั้นเป็นเวลาค่ำและค่อนข้างมืดมาก ได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อมีชายวัยกลางคน 1 คน สวมเสื้อสีดำแหวกฝูงชนเข้ามาเป่านกหวีดใส่นายกรัฐมนตรี ซึ่ง     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หันไปมองพร้อมยิ้มให้ ก่อนจะบอกกับทีมรักษาความปลอดภัยว่า ไม่เป็นไรๆ พร้อมกล่าวว่า "ขอจับมือด้วยหน่อย" ทำให้ชายคนดังกล่าวถึงกับทำหน้างงๆ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้คุมเข้มพร้อมเชิญตัวออกนอกพื้นที่ไปทันที ทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ได้จับมือกับชายคนดังกล่าว  โดยนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแต่อย่างใดและได้เดินพบปะและทักทายชาวยโสธรที่มาให้การต้อนรับกว่า 3,000 คนต่อไปอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกันนี้นายกฯได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OTOP MART YASOTHON ของกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์ ชาวยโสธรอย่างสนใจก่อนจะเดินทางไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดต่อไป



                                                                                                                       นายศราวุธ  แสงทอง
                                                                                                                     ผู้สื่อข่าว  สวท.ยโสธร

จัดหางานยโสธร จัดพบปะระหว่างผู้ประกอบการ กับ กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน 30 กลุ่ม

จังหวัดยโสธร  จัดงานประชุมพบปะระหว่างผู้ประกอบการ กับ กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน  จำนวน 30 กลุ่ม เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพอิสระในครัวเรือน  พร้อมแสดงผลิตภัณฑ์งานที่รับไปทำที่บ้านได้

สำนักงานจัดหางานจังหวัดยโสธร  จัดงานส่งเสริมและพัฒนาการรับงานสู่บ้าน  เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ที่โรงแรมเดอร์กรีน ปาร์ค ยโสธร  มีนายจรรยา   สุคนธ์คันธชาติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร  เป็นประธาน .ในงานมีนายจ้าง  ผู้ประกอบการ  10  แห่ง  และกลุ่มอาชีพอิสระ    รับงานไปทำที่บ้าน  30  กลุ่ม  มาประชุม  พบปะ พร้อมมีการแสดงผลิตภัณฑ์ของนายจ้าง           ที่สามารถรับงานไปทำที่บ้านได้  เช่น งานฝีมือ  ศิลปะประดิษฐ์  งานเย็บเสื้อผ้า  และการสาธิตอาชีพอิสระอีก  30  อาชีพ

เพื่อเปิดโอกาสให้  กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพอิสระ  ได้มาพบปะ  มาเจรจาทำความเข้าใจ    ตกลงการจ้าง  ทำให้มีงานทำ  เพิ่มรายได้กับครอบครัว. ไพชยนต์ / ข่าว  ปชส. ยโสธร    17 ธ.ค 56

อบจ.ยโสธร ใช้วัดอบรมฟื้นฟูผู้ติดยา

ศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด  อบจ. ยโสธร ใช้วัดเป็นที่ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแบบวิถีพุทธ ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร นายนิรันดร์  สมสมาน  รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร  เป็นประธาน  เปิดการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด  ตามแนววิถีพุทธ โดยศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด  องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ร่วมกับ  สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยโสธร ดำเนินการจัดขึ้น โดยการนำผู้ที่ถูกคุมประพฤติด้านยาเสพติด และผู้ติดยาเสพติดที่สมัครใจที่จะบำบัด เข้ารับการบำบัด  ใช้วัดเป็นสถานที่บำบัดฟื้นฟู นำหลักทางพระพุทธศาสนา  ทางสังคม  ทางสาธารณสุข  เป็นแนวทางในการบำบัด มีผู้ปกครอง นำบุตรหลาน เข้ารับการบำบัดในครั้งนี้กว่า 40 คน ใช้ระยะเวลา 60 วัน สถานที่บำบัดประกอบด้วย วัดอัมพวัน ,  วัดเนรมิตวนาราม  ต.ในเมือง อำเภอเมืองยโสธร/ , วัดบ้านค้อใต้  ต.ค้อเหนือ  และวัดป่าศรีสุนทร  ต. ดู่ทุ่ง  อำเภอเมืองยโสธร

คำขวัญ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557

นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557

กตัญญู   รู้หน้าที่
เป็นเด็กดี  มีวินัย
สร้างไทย  ให้มั่นคง





วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จัดหางานยโสธรจัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการรับงานไปทำที่บ้าน

ว่าที่ร้อยโทอนุเทพ  ศรีดาวเรือง   จัดหางานจังหวัดยโสธร ได้เปิดเผยในงาน โครงการส่งเสริมและพัฒนาการรับงานสู่บ้าน เพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน ปี 2557 ที่โรงแรมกรีนปาร์คแกรนด์ จังหวัดยโสธร เมื่อเช้าวันที่ ( 17 ธ.ค. 56 ) ว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อสร้างความเข็มแข็งและสร้างโอกาส ให้กับกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ได้มีอาชีพ มีรายได้ ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกให้นายจ้าง และสถานประกอบการ ได้สามารถคัดเลือกกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ในการส่งผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มดังกล่าว เป็นการประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้กับทั้งสองฝ่าย ในการพบปะ เจรจา ตกลง อันจะนำไปสู่การจ้างงาน ทั้งในระยสั้น หรือระยะยาว และมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 300 บาท อีกทั้งผลประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมงาน จะสามารถนำไปเป็นแนวทางการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อเป็นอาชีพหลั หรืออาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ มีนายจ้างและสถานประกอบการ ร่วมกิจกรรม 10 แห่ง กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 30 กลุ่ม และการสาธิตอาชีพอิสระกว่า 30 อาชีพ พร้อมทั้งการแสดงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน การจำหน่ายสินค้า OTOP ตลอดจนการจัดนิทรรศการจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง และมีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก





วันชนะ บุญปก ดาโรจน์/สวท.ยโสธร

ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉบับที่ 1 ( 67/2556 ) เรื่องสภาพอากาศหนาวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากในช่วงวันที่ 17 - 19 ธันวาคม  2556 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็น กำลังแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุณหภูมิลดลงอีก 1 - 3 องศาเซลเซียส และมีลมแรง ทำให้มีอากาศหนาวทางตอนบนของภาค ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสัตว์เลี้ยง จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ติดตามข่าวพยารณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้



วันชนะ บุญปก  ดาโรจน์/สวท.ยโสธร

นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยี่ยมกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่ยโสธร

นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์

ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  มีกำหนดการเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระบวนการปลูกหอมแดงปลอดภัยและอินทรีย์ ของกลุ่มเกษตรกรตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร และตรวจเยี่ยมกลุ่มเกษตรอินทรีย์แทนรักษ์ ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร ในวันที่ 18 ธันวาคม  2556  โดยจะเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ถึงยโสธรในเวลาประมาณ 13.00 น. และเมื่อเสร็จภารกิจ จะได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดร้อยเอ็ดต่อไป

คณะอนุกรรมการการบริหารกองทุน จัดประชุมเพื่อพิจารณาช่วยเหลือคุ้มครองเด็กจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมครั้งที่ 1 ประจำปี 2557

อุบลราชธานี  :  วันที่ ( 17 ธ.ค. 56 ) ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือครอบครัว ผู้ปกครอง เด็กที่ได้อุปการเลี้ยงดู ที่บิดา มารดา ทอดทิ้ง ติดเชื้อ HIV และการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ปกครอง ฐานะความยากจน จำนวน 3 ราย ทั้งนี้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้ง "กองทุนคุ้มครองเด็ก”มีผลบังคับใช้ปี พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กมีผลบังคับใช้ เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็ก ซึ่งถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการทำงานเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อเสริมสร้าง ศักยภาพของเด็ก ครอบครัว และสังคม เมื่อเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ มีคุณธรรม มีความรู้พื้นฐานที่เข็มแข็ง มีทักษะชีวิตและภูมิคุ้มกันมั่นคงที่ดีของสังคมและประเทศชาติในอนาคต

จังหวัดอุบลราชธานี ประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE (TO BE NUMBER ONE IDOLS) ระดับจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557


อุบลราชธานี  :  วันที่ ( 17 ธ.ค. 56 ) ที่ บริเวณห้องประชุมริมน้ำ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี นายแพทย์ลำพูน ฉวีรักษ์ รองนายสาธรณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานจังหวัดอุบลราชธานี ประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE (TO BE NUMBER ONE IDOLS) ระดับจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้าร่วมโครงการดี TO BE NUMBER ONE ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน และร่วมกิจกรรมการประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE หรือ ดี TO BE NUMBER ONE IDOLS ปีที่ 5 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพตนเอง โดยใช้กิจกรรมเป็นสื่อ มีการเรียนรู้อย่างมีความสุข ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

และในปี 2556 จังหวัดอุบลราชธานี ได้ส่งตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมประกวดทั้งระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือปละระดับประเทศ จนประสบความสำเร็จเป็น TO BE NUMBER ONE IDOLS ระดับประเทศรุ่นที่ 3 ซึ่งจะต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกับองค์กรประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ในการเสด็จฯ ตลอดทั้งปี 2556 คือนายกิตติคุณ คำเพราะ (โฟกัส) นักศึกษาคณะมนุษย์ศาสตร์ เอกวิชาดนตรีสากล ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องและเยาวชนทั่วไป สำหรับวันนี้เป็นกิจกรรมประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE ระดับจังหวัด ( TO BE NUMBER ONE IDOLS รุ่นที่ 5 จังหวัดอุบลราชธานี ) เพื่อคัดเลือกตัวแทนเยาวชนจากทุกอำเภอ ให้เหลือ 4 คู่เข้าร่วมกิจกรรมประกวดระดับภาคตะวันออกเฉยงเหนือ ในวันที่ 28 มกราคม 25557 ณ จังหวัดอุดรธานี


รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่ นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

 อุบลราชธานี :   วันที่ 17 ธันวาคม ณ ห้องประชุมราชธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่ นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับนักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญของชาติในอนาคต และขอให้นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษา นำทุนการศึกษาไปใช้จ่ายอย่างประหยัด และใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา ปีการศึกษา 2556 จำนวน 73 ทุน ได้แก่ ประเภท ทุนการศึกษารายปี จำนวน 47 ทุน เป็นเงิน 106,000 บาท ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 20 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 20 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท ระดับอุดมศึกษา จำนวน 2 ทุน ๆ ละ 8,000 บาททุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง จำนวน 35 ทุน เป็นเงิน 65,000 บาท ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท ระดับอุดมศึกษา จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 8,000 บาท ทุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา จำนวน 5 ทุน เป็นเงิน 12,000 บาท ประกอบด้วยพระปริยติธรรม ( แผนกธรรมบาลี ) จำนวน 1 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท พระปริยติธรรม ( แผนกสามัญระดับมัธยมต้น ) จำนวน 1 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท พระปริยติธรรม ( แผนกสามัญระดับมัธยมปลาย ) จำนวน 1 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท.

อำเภอกู่แก้วจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย

 
อำเภอกู่แก้วร่วมกับกลุ่มพลังมวลชนจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ร่วมประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เดินรณรงค์และร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะหาทางออกให้กับประเทศไทยผ่านเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทยอำเภอกู่แก้ว

เช้าวันที่ ( 17 ธ.ค. 56 ) กลุ่มพลังมวลชนชาวอำเภอกู่แก้ว จาก 37 หมู่บ้าน ใน4 ตำบลในพื้นที่อำเภอกู่แก้ว อาทิ ตำบลบ้านจีต ตำบลคอนสาย ตำบลค้อใหญ่ และตำบลโนนทองอินทร์ รวมกว่า 1,500 คน ร่วมเดินรณรงค์สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพื่อแสดงเจตจำนงค์ในการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ และเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนชาวอำเภอกู่แก้วทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้ครบ 100 เปอร์เซ็น โดยเริ่มเดินรณรงค์จากโรงเรียนอนุบาลกู่แก้ว ตำบลบ้านจีต มายังสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกู่แก้ว เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อมาแสดงพลังและร่วมประกาศเจตจำนงค์ในการหาทางออกให้กับประเทศไทยในเวทีเสวนาหาทางออกประเทศไทย ซึ่งอำเภอกู่แก้วร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันของสังคมต่อการยุติความรุนแรงและการหาทางออกให้กับประเทศ

ทั้งนี้เมื่อเดินทางมาถึงสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกู่แก้ว ตัวแทนกลุ่มพลังมวลชน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนกลุ่มพัฒนาบทบาทสตรีและผู้นำสตรีอำเภอกู่แก้ว ผู้แทนชมรมผู้สูงอายุ ผู้แทนอาสาสมัครสาธารณสุข ได้ขึ้นเวทียื่นหนังสือ ต่อนายธวัชชัย แปรงศรี นายอำเภอกู่แก้ว เพื่อแสดงเจตจำนงค์ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

จากนั้นตัวแทนกลุ่มพลังมวลชนได้แสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะร่วมกันในเวทีเสวนาหาทางออกประเทศไทยอำเภอกู่แก้ว

พันตำรวจเอกพันธุ์ทิพ จิระสวัสดิ์พงศ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรกู่แก้ว กล่าวในนามตัวแทนหัวหน้าส่วนราชการว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตย คือการที่อธิปไตยอยู่กับประชาชนการร่วมแสดงพลังในวันนี้เป็นการออกมาแสดงเจตจำนงค์ในการสนับสนุนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เป็นการแสดงออกซึ่งการมีส่วนร่วมในการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกันและแนวทางการสร้างความสามัคคี มีความเห็นอกเห็นใจกัน ลดความคัดแย้งในสังคม สร้างความสามัคคีของคนในชาติ แนวทางของการสร้างความสามัคคี เพื่อเป็นทางออกใหกับประเทศไทย คือวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ทุกคนตั้งไปเลือกตั้ง

นายกมลศักดิ์ เหลืองคำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกู่แก้ว กล่าวว่า อำนาจอธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง จึงขอให้ประชาชนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นางสุวรรณี บัวศรี เลขานุการชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอกู่แก้ว กล่าวว่า ประชาชนอยู่ไหนกำนันผู้ใหญ่บ้านอยู่นั่น ถ้ารัฐบาลไหนมาจากการเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านก็ทำตามทุกรัฐบาล กำนันผู้ใหญ่บ้านจะอยู่ข้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จึงอยากให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

นางวาณี พันธ์พรหม ประธานกลุ่มพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอกู่แก้ว สนับสนุนการเลือกตั้ง พร้อมเชิญชาวอำเภอกู่แก้วมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์

นางมะลิวรรรณ แหล่มี ประธานอาสาสมัครสาธรณสุขอำเภอกู่แก้ว กล่าวว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านอำเภอกู่แก้ว ขอสนับสนุนการเลือกตั้งและขอให้ประชาชนทุกภาคส่วนออกมาเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

นายพิทักษ์ จันทร์อ่อน รองประธานชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านจีต อำเภอกู่แก้ว กล่าวว่า ในการเดินรณรงค์ครั้งนี้เป็นการออกมาแสดงเจตนารมณ์ของชาวกู่แก้วในการขับไล่กบฏ สนับสนุนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย 1 เสียง 1 สิทธิ์ พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนมาใช้สิทธืเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยพร้อมเพรียงกัน

นายธวัชชัย แปรงศรี นายอำเภอกู่แก้ว กล่าวว่า การที่ประชาชนชาวอำเภอกู่แก้วเดินทางมาแสดงพลังประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัรติย์ทรงเป็นพระประมุขในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 และรวมแสดงความคิดเห็นในเวทีเสวนาหาทางออกประเทศไทยในวันนี้ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงค์สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งอำเภอจะได้รวบรวมข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่พี่น้องประชาชนที่นำมายื่นต่อตนเอง รวบรวมนำเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปยังกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล พร้อมกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ 
เจนจิรา สีหาภูธร นศ.ฝึกงาน ภาพนิ่ง/พิมพ์/ทาน

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสกลนคร กำหนดจัดกิจกรรมอบรมความรู้ผู้ถูกคุมประพฤติ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2557 ในวันที่ 25 ธ.ค. 2556 ณ วัดป่าสันติธรรม(วัดนาเวง)

ด้วยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสกลนคร กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม กำหนดจัดกิจกรรมอบรมความรู้ ผู้ถูกคุมความประพฤติ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ในวันพุธที่ 25 ธันวาคม 2556 ณ วัดป่าสันติธรรม ( วัดนาเวง ) ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ ได้มีความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตร่างกาย และทรัพย์สินอีกทั้งเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้โดยปกติสุข

   จึงขอเชิญผู้ถูกคุมความประพฤติ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดสกลนคร ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ 25 ธันวาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 07.30 -  08.30 น. ณ วัดป่าสันติธรรม ( วัดนาเวง ) ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร

ประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2557

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. 56 ที่ห้องประชุมไกรภักดี ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ( หลังเก่า )  อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ  นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  มอบหมายให้ นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธานในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีไหม่ ประจำปี 2557  เพื่อเป็นการเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางท้องถนน ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่  ตั้งแต่วันที่  27 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่  2 มกราคม 2557  เพื่อวางแผนบูรณาการตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ด้านวิศวกรรมจราจร  ยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์ ยุทธศาสตร์ด้านการบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน  ยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย และยุทธศาสตร์ด้านการติดตามประเมินผล  อีกทั้ง จังหวัดศรีสะเกษ  ยังได้กำหนดมาตรการเน้นหนัก ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับ ผู้ที่ทำผิดกฎจราจร อย่างจริงจัง โดยมีนายเวโรจน์  สายทองแท้ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตัวแทนจากภาคประชาชน เข้าร่วมประชุมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นายสนิท กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดเป้าหมาย  ในการลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุ โดยมีกำหนดเป้าหมาย ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ไม่เกิน 12 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 11 ราย และมีผู้เสียชีวิตไม่เกิน 3 ราย   ซึ่งในเบื้องต้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ รณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง กฎหมาย เพื่อนำไปสู่การป้องกันอุบัติเหตุ อย่างยั่งยืน เพราะเมื่อหากประชาชน เข้าใจด้านกฎหมายอย่างจริงจัง จะทำให้ประชาชน เกิดความระมัดระวังมากขึ้น แต่ทั้งนี้ หากมีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ทางเจ้าหน้าที่ ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด




ศรีสะเกษ รับมอบผ้าห่มกันหนาวและเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ราษฎรผู้ยากไร้ 1,000 ชุด

มูลนิธิป่อเต๊กเซียงตึ๊ง กรุงเทพมหานคร สมาคมจีนต่างๆ หนังสือพิมพ์จีนรายวัน ร่วมกับ มูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ มูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน มอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว และเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอพายุห์ จังหวัดศรีสะเกษ

วันที่ ( 17 ธันวาคม 2556 ) ที่หอประชุมอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต๊กเซี่ยงตึ๊ง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมามอบผ้าห่มกันหนาว และเครื่องอุปโภค-บริโภค โดยมีนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายเลิศบุษย์ กองทอง นายอำเภออุทุมพรพิสัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และราษฎรที่เข้ามารับสิ่งของให้การต้อนรับ ซึ่งมูลนิธิ ป่อเต๊กเซียงตึ๊ง สมาคมจีนต่างๆ หนังสือพิมพ์จีนรายวัน ร่วมกับ มูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ มูลนิธิสว่างจิตต์ ศรีสะเกษธรรมสถาน มอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว และเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอพายุห์ จังหวัดศรีสะเกษ
และมูลนิธิป่อเต๊กเซียงตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารกุศล มีวัตถุประสงค์ในกรบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ประสบปัญหาต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมูลนิธิฯ มีโครงการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ต่อสังคม และให้การช่วยเลหือสงเคราะห์แก่ผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิฯ/สมาคมจีนประจำจังหวัด ช่วยประสานงานหน่วยงานภาครัฐ เพื่อการดำเนินงานโครงการต่างๆ

ในปี 2556 นี้ มูลนิธิป่อเต๊กเซี่ยงตึ๊ง ได้กำหนดแจกผ้าห่มกันหนาวพร้อมเครื่องอุปโภค-บริโภคให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือและภาคอีสาน รวม 41 จังหวัด จำนวน 40,050 ชุด ( สี่หมื่นห้าสิบ ) รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

สำหรับการสงเคราะห์มอบผ้าห่มกันหนาวและเครื่องอุปโภค-บริโภคในครั้งนี้ ประกอบด้วย ผ้าห่มสำลี เสื้อแจ๊คเก็ต น้ำมันพืช 1 ลิตร เกลือ น้ำตาล ข้าวสาร ปลากกระป๋อง และมาม่า โดยมีราษฎรผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย และอำเภอพายุห์ อำเภอละ 500 คน เข้ารับมอบ
                                      

จังหวัดศรีสะเกษจัดงานเชิดชูเกียรติ นักกีฬาดีเด่น และผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ( เกาะกลางน้ำ ) นายประทีป  กีรติเรขา  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธานเปิดงานเชิดชูเกียรติ นักกีฬาดีเด่น และผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่นประจำปี 2556  เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ   มีการมอบรางวัลให้แก่นักกีฬา และผู้ฝึกสอนของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 "มหาสารคามเกม” และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 "นครพิงค์เกมส์” ในรอบปี 2556   โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมระลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในฐานะที่เคยเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย โดยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ ณ กรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ และทรงได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. เพื่อให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเห็นความสำคัญและคุณค่าของการกีฬา การออกกำลังกาย และมีส่วนร่วมในกิจกรรมกีฬามากยิ่งขึ้น  เพื่อชักจูงให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกีฬาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเล่นกีฬา และให้การสนับสนุนการกีฬา     และเพื่อเชิดชูเกียรติ นักกีฬาดีเด่น และผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่นจังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้สร้างซื่อเสียง ให้แก่จังหวัด ในรอบปี 2556





บุญทัน  ธุศรีวรรณ  ข่าว/ภาพ

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศการปีใหม่ 2557 เน้นมาตรการหลัก 4 ด้านและเพิ่มการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกชนิด

 วันที่ ( 17 ธ.ค. 56 )  เวลา 14.00 น. นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่มีประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนในการเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และพาครอบครัวสังสรรค์ รื่นเริง และท่องเที่ยว ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ จากข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ระหว่างปี 2554 – 2556 พบว่าช่วงการรณรงค์เทศกาลปีใหม่ 7 วัน มีอุบัติเหตุเฉลี่ยวันละ 465 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 50 คน สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดมีสถิตการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 จำนวน 58 ครั้ง ผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ราย ผู้บาดเจ็ด จำนวน 61 ราย

รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวด้วยว่า การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ใช้ชื่อในการรณรงค์ว่า "ปีใหม่สัญจรปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” ช่วงเวลาดำเนินการรณรงค์ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 – 2 มกราคม 2557 รวม 7 วัน โดยเน้น 4 มาตรการ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมาสอย่างเคร่งครัดตามมาตรการ 10 มาตรการ การควบคุมการดื่มเครื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่หรือโดยสารยานพาหนะ การควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพิ่มการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกชนิด โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เน้นบทบาทการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังต่อเนื่อง
                                         


วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ตรวจติดตามแผนงาน/โครงการฯที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันที่ ( 17 ธ.ค. 56 )  เวลา 09.30 น. นางวนิดา สักการโกศล ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจติดตามแผนงาน/โครงการของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณจาการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้ติดตามผลความก้าวหน้าแผนงาน/โครงการจำนวน3 แผนงาน/โครงการ ได้แก่ ความก้าวหน้าและการใช้ประโยชน์การปรับปรุงและพัฒนาบึงพลาญชัย และความก้าวหน้าโครงการพัฒนาโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งนอกเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้และนอกเขตลุ่มน้ำซี, และโครงการผ้าบุญร้อยเอ็ด โดยมีนายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้การต้อนรับ และนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสรุปผลการดำเนินโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 12 และคณะได้เดินทางไปตรวจและติดตามโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ โครงการปรับปรุงและพัฒนาบึงพลาญชัย อำเภอเมืองร้อยเอ็ด โครงการพัฒนาโครงข่ายบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้วนอกเขตพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ และนอกเขตลุ่มน้ำชี ณ ห้วยแอ่ง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด


                                 

วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว

ข่าวฟุตบอลชิงฯแชมป์เปี้ยนส์ลีก ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด 0-0 เชียงใหม่ เอฟซี

ฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 นัดชิงชนะเลิศ นัดแรก ระหว่างเจ้าบ้าน ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ทีมแชมป์ของกลุ่ม เอ กับทีมเชียงใหม่ เอฟซี ทีมแชมป์ของกลุ่ม บี ที่สนามกีฬากลาง จ.ร้อยเอ็ด

ในนัดนี้แฟนบอลเข้ามาเต็มจนล้นความจุของสนาม เก็บค่าผ่านประตูไปได้ 171,100 บาท และขายของที่ระลึกได้ 45,000 บาท

ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด เจ้าบ้าน ทำผลงานดีในบ้าน ไม่แพ้เกมในบ้านมานานกว่า 1 ปี และเป็นทีมที่ทำผลงานในรอบ ชปล.ได้อย่างน่าทึ่ง จาก 10 นัด เอาชนะ 8 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด มีประตูได้ถึง 16 ประตู เสียเพียง 3 ประตู ทำให้มีประตูได้เสียสูงถึง 13 ประตู มากที่สุดในรอบนี้ และมีคะแนนมากที่สุดเช่นกันที่ 25 คะแนน ขณะที่เชียงใหม่ ทีมเยือน มีผลงาน 10 นัด ด้วยการชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัดและแพ้ 2 นัด ทำประตูได้ 16 ประตูและเสียถึง 9 ประตู มีคะแนน 20 คะแนน

เกมเริ่มจากที่ทั้งสองทีมผลัดกันรุก ผลัดกันรับ โดยเชียงใหม่ เน้นตั้งรับแน่น และคอยตัดเกมในแดนกลางสนามไม่ให้เจ้าบ้านได้เปิดเกมรุกเข้ามาง่าย ๆ ทำให้เกมส่วนใหญ่เป็นการเล่นในบริเวณกลางสนาม เจ้าบ้านเองก็ไม่ให้ จอมทัพของเชียงใหม่ แองเจโล่ มาชูก้า จ่ายบอลให้เพื่อนได้

ร้อยเอ็ด น่าได้ประตูขึ้นนำก่อน ใน น.22 เมื่อเปิดเกมรุกขึ้นมาจากด้านขวา ก่อนเปิดเข้ามาหน้าประตูและกองหลังเชียงใหม่สกัดบอลพลาด บอลเลยมาถึงปรัชญา สิทธิยิงโล่ง ๆ หน้าประตู แต่บอลลอยชนคาน

จากการที่ร้อยเอ็ดขาด ดิเอโก้ อัลเวส และเอริวัลโด้ ทำให้เกมรุกที่เคยทะลุทะลวงแนวรับทีมเยือนได้ ไม่มีในเกมนี้ ทำให้เกมรุกต้อยความคมไป

น.38 อาทิตย์ บุญพา ได้โหม่ง ที่เสาไกล แต่เข้ามือกฤษฎา โนนชัย ผู้รักษาประตุเชียงใหม่

น.39 รณชัย พงพุทธา ยิงไกล เข้ามือโกล์

จบครึ่งแรก เสมอกัน 0 - 0

เกมครึ่งหลังออกรสชาด มากขึ้น น.46 ธีรพงศ์ ดีหามแห ยิงจากนอกกรอบ บอลหลุดออกนอกกรอบแบบมีลุ้น เชียงใหม่เองเริ่มต่อเกมกันติดมากขึ้น แต่ก็ยังเน้นตั้งรับเป็นหลัก ร้อยเอ็ดมีโอกาสจาก แพททริค แคนยูก้า ยิงในกรอบ 6 หลาแต่กฤษฎา โนนชัย ปัดได้

น.68 ปรัชญา ส่องไกลด้วยเท้าขวา บอลลอยเข้ากรอบ แต่กฤษฎา ยังลอยตัวปัดลูกยิงไว้ได้ น.78 คานยูก้า เอาบอลลงได้ ก่อนวอลเล่ย์เต็มเท้าแต่พรเทพ จันทร์ไข่ ยอมตายพุ่งตัวมาบล๊อคลุกยิงไว้ได้ น.83 ฉัตรชัย นาควิจิตร วอลเล่ย์บอลโค้ง บอลลอยเฉียดคานบนนิดเดยว

เกมมาถึงนาทีสุดท้าย ร้อยเอ็ดน่าเก็บชัยชนะได้ เมื่อธีรพงศ์ ยิงฟรีคิกลอยผ่านกฤษฎา กำลังจะเสียบมุมบนอยู่แล้ว แต่กฤษฎา กระโดดเฮือกสุดท้าย ลอยตัวปัดบอลข้ามคานไปได้หวุดหวิด จบเกมเสมอกันไป 0 - 0 นัดที่ 2 จะแข่งขันในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2556 ที่จังหวัดเชียงใหม่ 

อบจ. ร้อยเอ็ด เปิดโครงการห้องสมุดมีชีวิต เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

วันที่ 16 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00 น. นายทัศนัย  ไวนิยมพงศ์  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดโครงการห้องสมุดมีชีวิตเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ณ  ห้องสมุดมีชีวิตเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา   องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด    โดยมีนางสิรีนาถ  เกิดเหมาะ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด  ร่วมเปิดงาน

นายทัศนัย  ไวนิยมพงศ์  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวว่า  ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งรวบรวมและค้นคว้าข้อมูลที่มี ความสำคัญ สามารถตอบสนองการศึกษาหาความรู้ ของประชาชนให้มีความรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในโลก  ห้องสมุดมีชีวิตจึงมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการเรียนรู้ให้ กับประชาชน จนอาจกล่าวได้ว่า  การสร้างนิสัยรักการอ่าน การศึกษาค้นคว้า และการไผ่เรียนรู้นั้น เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ งในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งเป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในอนาคต  อีกทั้งพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ที่ทรงให้ไว้ในงานสัปดาหนังสือแห่งชาติครั้งที่ 33 สัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 3 วันที่ 25 มีนาคม 2458 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิ ตติ์ ความว่า  การริเริ่มให้มีวันหนังสือเด็กแห่งชาติ นับเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ให้กับเด็กอย่างแท้จริง การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ เด็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันส่งเสริมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างฐานการเรียนรู้ให้กับเด็กอย่างเข้มแข็งอันเป็นส่วนช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดี การศึกษาเจริญก้าวหน้าสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

นายสวาท  ไชยราช  ผู้อำนวยการกองการศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด  เปิดเผยว่า  ห้องสมุดมีชีวิตเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน เพราะเป็นสถานที่ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านเอกสาร หนังสือ วารสารอย่างหลากหลาย ที่ตรงกับความต้องการของผู้อ่านทุกระดับทุกวัย มีความพร้อมด้านไฮเทคโนโลยีที่ จะเป็นแหล่งค้นคว้าความรู้กับวิทยาการสมัยใหม่ มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศที่ทันสมัยครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของผู้ มาใช้บริการ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว มีบริการและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยจัดแบ่งบริเวณแยกเป็นโซนประชาสัมพันธ์ โซนห้องสมุด ITC โซนดูหนัง 3 มิติ ซึ่งทุกโซนเป็นแหล่งบริการความรู้  ตลอดจนเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ การค้นข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ และเป็นโอกาสอันดีที่เด็กและประชาชนในท้อง
ถิ่นจะสามารถหาความรู้ ตามความสนใจและศักยภาพที่มีอยู่




 คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

ทม.ร้อยเอ็ดจัดพิธีลงนาม MOU โครงการส่งเสริมศักยภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมี อปท.ส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมลงนาม 11 แห่ง


เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เป็นเจ้าภาพการลงนามข้อตกลงร่วม ( MOU ) โครงการส่งเสริมศักยภาพศูนย์พั ฒนาเด็กเล็ก ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้ านการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยมี อปท.ส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมลงนาม 11  แห่ง   ณ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 ธันวาคม 2556 นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้ อตกลงความร่วมมือฯ และกล่าว ว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวค่อนข้างน้อย โดยระบบการศึกษาของไทยจะให้ ความสำคัญกับระดับมหาวิทยาลัยมากกว่า ขณะที่พื้นฐานสำคัญที่สุดของการศึกษานั้นอยู่ที่"เด็กเล็ก"แต่กลับละเลย ไป โดยเฉพาะ "ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก" ส่วนใหญ่จะดูแลเด็กที่ทางบ้านมี ฐานะยากจน ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ แต่ขาดทักษะในการพัฒนากระบวนการคิด เพราะผู้ปฏิบัติงานหรือครูพี่ เลี้ยงส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังให้เน้นดูแลในเรื่อง ของกายภาพเป็นหลัก และยังขาดแคลนหนังสือสำหรับเด็กเล็กอยู่มาก เช่น หนังสือภาพ ส่วนหนังสือการ์ตูนนั้นเหมาะกับเด็กชั้นประถมมากกว่า แต่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด"

ด้าน ดร.นุชากร มาศฉมาดล รองนายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ดกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เนื่องจากสมองของเด็กในวัยแรกเกิดถึงวัย 7 ปี จะพัฒนาและเรียนรู้ได้มากกว่าสมองของผู้ใหญ่เป็นพันๆ เท่า หากส่งเสริมหลังจากวัยนี้แล้วถือว่าสายเสียแล้ว ดังนั้น บุคลากรครูควรจัดการเรียนรู้ให้ เหมาะสมกับวัยของเด็ก ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น เรียนรู้อย่างมีความสุข จัดเชิงปฏิบัติการ "การเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมอง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจในการดู แลและพัฒนาเด็กปฐมวัย ผ่านการจัดกิจกรรมที่ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว, ด้านภาษา, ด้านการคิด, ด้านศิลปะและการสร้างสรรค์, ด้านอารมณ์และจิตใจ เข้าไปถ่ายทอดให้กับคุณครูอนุบาล และผู้ปฏิบัติงานในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

หากทุกฝ่ายให้การร่วมมือกันแม้การพัฒนาเด็กเล็กต้องอยู่ที่ ครอบครัวเป็นหลัก แต่การ "สร้างคน" จะต้องทำร่วมกันทั้งที่บ้าน โรงเรียน และชุมชน ถึงจะได้คนที่มีคุณภาพสู่สังคม

หลังจากนั้นได้  ลงนามข้อตกลงระหว่างเทศบาลเมืองร้อยเอ็ดและ นายก อปท. อีก 11 แห่ง



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/
กมลพร  คำนึง บก.ข่าว

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบทุนการศึกษาตลอดชีวิต ที่จังหวัดยโสธร

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาตลอดชีวิต ให้แก่บุตร ที่บิดามารดาเสียชีวิต จากเหตุการณ์อุทกภัยปี 2556 ที่จังหวัดยโสธร นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์   วีรานุวัตติ์  กรรมการบริหารและประธานฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวเด็กกำพร้า ที่ อ.ไทยเจริญ และ อ.กุดชุม จังหวัดยโสธร ซึ่งบิดามารดาของครอบครัวทั้งสอง ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา  โดยในช่วงเช้าเข้าเยี่ยมครอบครัวของ ด.ช.จักริน-ด.ช. เจวมินต์ ดาวเรือง ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 2 ต.ไทยเจริญ อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร  มารดาของทั้งสองคนชื่อ น.ส.ขันทอง จันทร์ดี ได้เสียชีวิตจมน้ำในช่วงอุทกภัย พร้อมกับบุตรอีกหนึ่งคน คือ ด.ญ.จิรวรรณ  ดาวเรือง ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียถึง 2 คน  จากนั้นท่านผู้หญิงวิลาวัณย์   วีรานุวัตติ์  พร้อมคณะได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนายเจริญชัย – ด.ช. จักรกฤษ  ไพศาลสกล ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 10  ต.กำแมด อ.กุดชุม จ.ยโสธร บิดาของทั้งสองคนชื่อ นายเสน่ส์  ไพศาลสกล ได้เสียชีวิตจมน้ำในช่วงอุทกภัย เช่นเดียวกัน  เนื่องจากทั้งสองครอบครัวมีฐานะยากจนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้สนับสนุนให้บุตรทั้งสองครอบครัว ได้ศึกษาไปตลอดชีวิต จนกว่าจะมีความต้องการหยุดเรียน พร้อมนี้ได้มอบผ้าห่มกันหนาว และทุนช่วยเหลือครอบครัว ให้ครอบครัวของนายเสน่ส์ ( ผู้เสียชีวิต ) จำนวน 71,500 บาท และครอบครัวของ น.ส ขันทอง ( ผู้เสียชีวิต ) จำนวน 79,000 บาท

ฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหารจัดประชุมคณะกรรมการ

วันที่ ( ๑๗ ธ.ค.๕๖ )  เวลา ๑๐.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายแสงทอง อนันตภักดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ โดยมีสื่อมวลชนในพื้นที่ทุกแขนงเป็นกรรมการร่วมขับเคลื่อน

ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่าจังหวัดมุกดาหารกำหนดการจัดงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ รวม ๙ วัน ๙ คืน ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งในการจัดงานในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี มีการจัดกิจกรรม นิทรรศการ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชนเผ่าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้า OTOP ภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากสื่อมวลชนในพื้นที่ร่วมขับเคลื่อนพร้อมประชาสัมพันธ์การจัดงานให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างไกล จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสบรรยากาศย้อนรำลึกวิถีชีวิตชนเผ่า หนึ่งปีมีครั้งเดียว ในงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่  ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
                                               


                                                                                   สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารประกาศเตือนภัย “คลื่นกระแสลมตะวันตก”

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้แจ้งประกาศเตือนสภาวะอากาศช่วงฤดูหนาวว่า กรมอุตุวิทยาประกาศเตือนภัยฉบับที่ ๒๐ ลงวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ คลื่นกระแสลมตะวันตกได้เคลื่อนผ่านภาคเหนือเข้าปกคลุมประเทศลาว และภาคตะวันนออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทยแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิลดลง ๔-๗ องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้ไว้ด้วย บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนาม และลาว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในคืนนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ ๑๖ - ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ มีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลง ๘ - ๑๐ องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพจากอากาศที่เย็นลงมากไว้ด้วย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากสภาวะอากาศหนาว และอันตรายจากพฤติกรรมเสี่ยงอันตราย จังหวัดมุกดาหารจึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ และพฤติกรรมเสี่ยง หากพบเห็นเหตุการณ์ฉุกเฉินขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน เช่น สาธารณภัยในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารที่สายด่วนหมายเลข ๑๙๙ , เจ็บป่วยฉุกเฉินที่สายด่วนหมายเลข ๑๖๖๙ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โทรศัพท์ ๐-๔๒๖๓-๓๑๐๑ ,๐-๔๒๖๑-๒๒๔๓ หรือที่ สายด่วนหมายเลข ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
                             


                                                                     สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร
                                                     เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำส่วนราชการร่วมกิจกรรมโครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตามวิถีพุทธ”


วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ( ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ ) เวลา ๐๗.๓๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญ ตามโครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตามวิถีพุทธ” ณ วัดมุจลินทร์ หมู่ 3 บ้านหนองหล่ม ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร

ซึ่งโครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด” นี้ เป็นโครงการที่ จังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นทุกวันพระ โดยหมุนเวียนไปตามวัดต่างๆ ทั้ง ๗ อำเภอในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชน ได้มีโอกาสเข้าวัด ทำบุญตักบาตร รับศีล ฟังธรรม ในวันธรรมสวนะ เพื่อนำหลักธรรมคำสอนของศาสนา ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธอันดีงามให้คงอยู่สืบไป

สำหรับครั้งต่อไป จัดขึ้น ณ วัดแจ้ง บ้านแข้ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร ในวันพุธ ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๗ ( ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒ ) จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวอำเภอคำชะอีร่วมทำบุญโดยทั่วกัน



สุภาวดี อัมไพพันธ์/ ส.ปชส.มุกดาหาร
ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร มีความประสงค์จะสอบราคาจ้างปรับปรุงซ่อมแซมสำนักงานศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร

 นายฉลอง เผ่าแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์กีฬาแห่งประเทศไทย  จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า  ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร มีความประสงค์จะสอบราคาจ้างปรับปรุงซ่อมแซมสำนักงานศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร โดยมีราคากลาง ๙๐๐,๐๐๐.-บาท (-เก้าแสนบาทถ้วน-) งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗

ซึ่งกำหนดรับฟังคำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการเสนอราคาพร้อมกัน ในวันที่ ๑๒  ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๓๐ น.- ๑๑.๓๐ น. ณ สำนักงานศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร อัฒจันทร์มีหลังคา สนามกีฬาจังหวัดมุกดาหาร ผู้ไม่มารับฟังคำชี้แจงจะไม่มีสิทธิ์ยื่นอุธรณ์ใดๆทั้งสิ้น หากมีข้อสงสัยใด ให้ติดต่อสอบถามที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ ๐-๔๒๑๖-๓๘๒๗

สำหรับกำหนดขายแบบ และยื่นซองสอบราคา ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๕.๐๐ น. ณ ศูนย์กีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร สนามกีฬาจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และกำหนดพิจารณาเอกสารเสนอราคาในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมสมาคมกีฬาจังหวัดมุกดาหาร สนามกีฬาจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคา ( ในราคาชุดละ ๓,๕๐๐-บาท ) ได้ที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร สนามกีฬาจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ โทรศัพท์ ๐-๔๒๑๖-๓๘๒๗ ในเวลาราชการ




                สุภาวดี อัมไพพันธ์/ ส.ปชส.มุกดาหาร
ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์เละติดตามบุคคลสูญหาย

นางสาวจริญญา วันทาวงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ เปิดเผยว่า ด้วยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี กรณี นางสาวลิ้นจี่ ธนะสงข์ ว่านางอุไรวรรณ ไทยคณา ( มารดา ) อยู่บ้านเลขที่ ๒๓ หมู่ ๒ ตำบลเตาปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ติดตามหา นางสาวนิภารัตน์ น่วมนารี ( บุตร ) อายุ ๒๒ ปี ได้ออกจากบ้านประมาณ ๕ ปี และได้โทรศัพท์คุยกับแม่ว่าได้ไปทำงานในโรงงาน ที่ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และนำเงินมาให้แม่ด้วยตัวเอง เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ลูกสาวไม่ติดต่อกลับมาและเมื่อได้โทรศัพท์ติดต่อกลับไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เกรงว่าอาจได้รับอันตราย และถูกล่อลวงไปในทางที่เสียหายหรือตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร จึงขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ตามหา นางสาวนิภารัตน์ น่วมนารี จากข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง เมื่อพบเบาะแสหรือข้อมูล ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๖๑-๑๔๔๒, ๐-๔๒๖๑-๑๕๘๓, หรือ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ๑๓๐๐ สาวด่วน ๒๔ ชั่วโมง หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๓๒๓๓-๗๖๒๐



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร
ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

ประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ เน้นมาตรการควบคุมการใช้ความเร็วในการขับขี่ การควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่รถ การรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย และควบคุมรถกระบะบรรทุกผู้โดยสารเกินขนาด

ในวันนี้ ( ๑๗ ธ.ค. ๕๖ )  เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ห้องประชุมมังกรทอง โรงแรมเดอะวัน อ.เมืองบึงกาฬ นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ จังหวัดบึงกาฬ โดยมีคณะกรรมการประจำศูนย์ฯ ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงและนำเสนอกิจกรรมการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ จังหวัดบึงกาฬ เน้นมาตรการป้องกันหลัก ๔ ด้าน ประกอบด้วย ๑) มาตรการควบคุมการใช้ความเร็วในการขับขี่ ๒) การควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่รถ ๓) การรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย และ ๔) การควบคุมรถกระบะบรรทุกผู้โดยสารเกินขนาด กิจกรรมดำเนินการ เช่น ตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยแน่นอน ตรวจสภาพรถโดยสารและผู้ขับขี่ รณรงค์การสวมหมวกนิรภัยแก่นักเรียน กวดขันรถขนส่งก๊าซในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ ๓ม ๒ข ๑ร ได้แก่ มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย เมาไม่ขับ มีใบอนุญาตขับขี่ คาดเข็มขัดนิรภัย และไม่ใช้ความเร็วเกินกำหนด จัดตั้งจุดตรวจจุดบริการบนถนนสายหลัก สายรอง ใน ๘ อำเภอ จำนวน ๒๑ จุด และบริเวณจุดเสี่ยงในทุกตำบล โดยนำประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้กำหนดหัวข้อหลักในการรณรงค์ว่า ปีใหม่สัญจรปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” ซึ่งวิธีการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ที่จะเกิดผลสูงสุดคือ การนำประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมป้องกันไม่ให้ลูกหลานที่ดื่มแอลกอฮอล์ออกมาขับขี่รถบนถนน และผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่นต้องเข้มงวด เข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และที่สำคัญคือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเวลา ในปีใหม่ ๒๕๕๗ นี้คาดว่าอุบัติเหตุจะลดลงกว่าปีที่ผ่านมา หรือหากไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลยก็จะดียิ่ง

สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา จังหวัดบึงกาฬมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น จำนวน ๑๕ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ ๑๕ ราย เสียชีวิต ๑ ราย



ข่าว/ส.ปชส.บึงกาฬ

จังหวัดนครราชสีมา จัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2556 พร้อม มอบรางวัล ให้กับ 24 คนกีฬาผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับวงการกีฬาจังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ ( 16 ธ.ค. 56 ) เวลา 19.30 น. พิธีเชิดชูเกียรตินักกีฬา ผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ หนึ่งในกิจกรรมวันกีฬาแห่งชาติประจำปี 2556 จังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นที่อาคารชาติชายฮอล์ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ซึ่งดอกเตอร์วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเป็นประธานในพิธี โดยมีร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมาและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นำคณะให้การต้อนรับ ในพิธีได้มีการมอบรางวัลให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ให้วงการกีฬาจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 24 รางวัล ใน 11 สาขา ประกอบด้วย นักกีฬาสมัครเล่นดีเด่นชาย เจ้าก็อต จตุภูมิ ชินวงษ์ นักยกน้ำหนักเจ้าของรางวัลเหรียญเงินยูธโอลิมปิกเกมส์ และอันดับสี่ โอลิมปิกลอนดอนเกมส์ คว้าไปครองเป็นปีที่ 2 ,สมัครเล่นดีเด่นหญิงเป็นของน้องหวาน จุฑามาศ รักสัตย์ นักมวยสากลสมัครเล่นดีกรีทีมชาติไทยชุดใหญ่ ,เยาวชนสมัครเล่นดีเด่นชายเป็นของ ณัฐวุฒิ สืบสวน นักยกน้ำหนัก ,เยาวชนสมัครเล่นดีเด่นหญิงเป็นของ พลอยประกาย ภูศรี นักกีฬาหมากล้อม ,นักกีฬาพิการดีเด่นชาย ฉัตรชัย เสนาจันทร์ นักกีฬายิงปืนคว้าไปครอง ,นักกีฬาพิการดีเด่นหญิง เป็นของ กาญจนา หมายรอกลาง นักแบดมินตัน ,สาขากีฬาทีมดีเด่นและชนิดกีฬาทีมดีเด่น กีฬาทีมดีเด่นเป็นของวอลเลย์บอลทีมชาย ส่วนกีฬาประเภทรายการดีเด่น ไม่มีการพิจารณาเนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ,สาขาผู้ฝึกสอนดีเด่น ผู้ฝึกสอนกีฬาสมัครเล่นดีเด่นเป็นของนายสมบูรณ์ สุคนธพงษ์ วอลเลย์บอลในร่มทีมชาย ,ผู้ฝึกสอนต่างประเทศดีเด่น ไม่มีการพิจารณาเนื่องจากไม่มีผู้ฝึกสอนตามหลักเกณฑ์ ,ผู้ฝึกสอนนักกีฬาอาชีพดีเก่นเป็น โค้ชเต้ นาวาอากาศตรีเผด็จศึก วรรณโชติ วอลเลย์บอลในร่มทีมชาย ,ผู้ฝึกสอนนักกีฬาคนพิการดีเด่น เป็น นายอุเทน ช่างทองมะดัน จากแบดมินตัน ,สาขาสโมสรกีฬาจังหวัดดีเด่นมี 3 รางวัล สโมสรดีเด่นเป็นของสโมสรวอลเลย์บอล ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจากการคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีกส์ 2013 และรองชนะเลิศ 2 รางวัลเป็นของ สโมสรยกน้ำหนัก และสโมสรมวยสากลสมัครเล่น ,สาขาสโมสรกีฬาจังหวัดพัฒนาดีเด่น เป็นของสโมสรกีฬาเรือพาย ,สาขาบุคลากรดีเด่น เป็นของนายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ,นายอนุวัฒน์ คณาจันทร์ เลขาธิการสมาคมกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ,นายอักษร แสนใหม่ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ,ดอกเตอร์สุนทรี ศิริอังกูร ประธานสโมสรกีฬาคนพิการจังหวัดนครราชสีมา ,ดอกเตอร์ชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ,นายจิรศักดิ์ กีรติวรการ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเทศบาลนครนครราชสีมา ,นายอุทัย เพ็ชรอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาปัญญานุกูล ,นานศักดิ์เดช กองสูงเนิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 4 เพาะชำ ,นายธวัชชัย โชคยืนยง บริษัทโชคยืนยงอุตสาหกรรมจำกัด และสุดท้ายผู้สื่อข่าวสายกีฬา ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการมอบรางวัลนี้หลังไม่มีผู้ผ่านการพิจารณาในปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ตกเป็นนายพิทยา ภู่กัน ขณะเดียวกันในงานยังมีการแสดงดนตรี และโชว์ต่างๆที่มอบความบันเทิงให้ตลอดงาน รวมทั้งการมอบเงินสนับสนุนให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัลมาได้จากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและคนพิการแห่งชาติ ก่อนจะร่วมถ่ายภาพในช่วงท้ายเป็นที่ระลึก.

ณเดชน์ ดาราดังทำบุญวันเกิดที่ขอนแก่นมอบทุนการศึกษา ที่มณฑลทหารบกที่ 23

ณเดชน์” ดาราดัง ทำบุญวันเกิดที่บ้านเกิด จัดโต๊ะจีนเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส ค่ายศรีพัชรินทร มณฑลทหารบกที่ 23

วันที่ ( 17 ธ.ค. ) ที่ห้องประชุมสโมสรนายทหาร ค่ายศรีพัชรินทร มณฑลทหารบกที่ 23 จังหวัดขอนแก่น "ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซูเปอร์สตาร์ชื่อดัง จัดงานทำบุญวันเกิดเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมมอบทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส ตามโครงการ "เพื่อน้อง ชาวขอนแก่น” โดยมีหลวงพ่อเมือง พลวฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่ณเดชน์ให้ความเคารพ มาร่วมในกิจกรรมดังกล่าว พร้อมเด็กด้อยโอกาสกว่า 150 คน และแฟนคลับที่ติดตามมาร่วมกิจกรรมแน่นขนัด ทั้งนี้ เด็กๆ ที่มาร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันในวันเกิดณเดชน์เป็นเด็กพิการทางสายตา หูหนวก พิการทางร่างกาย จากโรงเรียนที่เปิดการเรียนการสอนเฉพาะจำนวน 6 แห่งใน จ.ขอนแก่น มีเด็กเข้าร่วมโรงเรียนละ 25 คน เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ใกล้ชิด ร่วมสนุกในกิจกรรมต่างๆ และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน วันที่ 17 ธันวาคมเป็นวันคล้ายวันเกิด ทุกปีที่ผ่านมาจะจัดงานทำบุญวันเกิดที่กรุงเทพฯ แต่วันเกิดปีนี้เป็นโอกาสเหมาะสม จึงมาทำบุญที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น พร้อมกับแฟนคลับ ที่ได้มีโอกาสร่วมทำบุญ เลี้ยงอาหารกลางวันให้เด็กด้อยโอกาสด้วย

ข่าวพยากรณ์อากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวรักษาสุขภาพจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้ ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว ยอดดอย อากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็นถึงหนาว กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ ยอดภู อุณหภูมิต่ำสุด 8 - 12 องศาเซลเซียส ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า กับมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 3 - 5 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัด จันทบุรี และตราดภาคใต้ฝั่งตะวันออก และ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีเมฆเป็นส่วนมาก และมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และโอกาสมีฝนตก ร้อยละ 20

เริ่มแล้วงงานมหัศจรรย์พรรณไม้นานาชาติ 2013 ที่ขอนแก่น

เริ่มแล้วงาน"มหัศจรรย์พรรณไม้นานาชาติ 2013” โชว์ไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณ ที่สวนสุขภาพบึงทุ่งสร้าง เริ่ม 17 ธ.ค. 56 ถึง 2 ม.ค. 57

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครขอนแก่น เปิดเผยว่า งาน "มหัศจรรย์พรรณไม้นานาชาติ 2013” ว่าจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 17 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2557 ที่สวนสุขภาพบึงทุ่งสร้าง เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียว และการสร้างความสุข โดยให้ประชาชนได้สัมผัสความงาม ความมหัศจรรย์ของศิลปะการจัดสวนดอกไม้

โดยเทศบาลนครขอนแก่นได้ปรับปรุงพื้นที่ประมาณ 65 ไร่ในสวนสุขภาพบึงทุ่งสร้างออกเป็น 8 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 ซุ้มทางเข้างานตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด มีชื่อกำกับเป็นภาษาไทย โซนที่ 2 หอแคนหลวง จะเป็นหอสูง 13 เมตร ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถขึ้นไปชมบรรยากาศภายในงานได้แบบ 360 องศา โซนที่ 3 ทุ่งดอกไม้ จะมีดอกไม้กว่า 40,000 ดอก ตกแต่งให้เป็นรูปดอกไม้ขนาดใหญ่ หากมองลงมาจากหอแคนหลวง จะเห็นความสวยงามของทุ่งดอกไม้ได้อย่างชัดเจน โซนที่ 4 สวนร้อนชื้น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นพื้นที่จัดแสดงสวนแนวตั้งของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลฯ และการจัดแสดงต้นไม้จากชมรมคนใจเดียวกัน เช่น ต้นบอนไซ ต้นชวนชม และดอกกล้วยไม้ ส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่ให้สวนสัตว์ขอนแก่นนำสัตว์หลายชนิดมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างใกล้ชิดด้วย โซนที่ 5 ไม้เมืองหนาว ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของงาน โดยจะตกแต่งด้วยดอกทิวลิป และดอกลิลลี ซึ่งช่วงนี้ดอกไม้ทั้งสองชนิดจะเบ่งบานเต็มที่ โซนที่ 6 สวนแมลงยักษ์จัดแสดงภาพถ่ายจากการประกวด พร้อมจัดเป็นพื้นที่โชว์แมลงยักษ์ เช่น ผีเสื้อ เต่าทอง ตัวต่อ โซนที่ 7 อาหารและของที่ระลึก ให้ผู้เข้าชมงานเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก และโซนที่ 8 จำหน่ายพันธุ์ไม้กว่า 20 ร้าน



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ขนส่งกาฬสินธุ์ เตรียมความพร้อมรถโดยสารประจำทาง คนขับ รับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557

สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกตรวจสภาพรถโดยสารประจำทาง อุปกรณ์ป้องกันภัยในรถยนต์ พนักงานขับรถ และสภาพบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารให้มีความพร้อมเพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 และจัดกิจกรรมตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 ธันวาคม 2556

นายเกษม ชาวอ่างทอง นักวิชาการขนส่ง ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ออกตรวจสภาพรถยนต์โดยสารประจำทางที่จอดพักส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจอุปกรณ์ป้องกันภัยในรถยนต์ อาทิ ถังดับเพลิง ค้อนทุกระจกรถยนต์ ทางหนีไฟ เข็ดขัดนิรภัยบนที่นั่งผู้โดยสาร เพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ซึ่งจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก นายเกษม ชาวอ่างทอง กล่าวว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำหนดแผนการดำเนินการในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 โดยจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หรือ ศูนย์ 1584 เปิดบริการ 24 ชั่วโมง และในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ 2557 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2557 จัดผู้ตรวจการและเจ้าหน้าที่ประจำ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาฬสินธุ์ และจุดจอดรถโดยสาร อำเภอกุฉินารายณ์ เพื่อบริการประชาชนไม่มีให้ผู้โดยสารตกค้าง ตรวจความพร้อมรถโดยสาร พนักงานขับรถทุกคน ให้มีความพร้อมด้านร่างกาย และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ นอกจากนี้ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2556 สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสถานตรวจสภาพรถเอกชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 9 แห่ง และศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ จำนวน 8 แห่ง ได้จัดกิจกรรม "ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” ให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถและปรับแต่งเบื้องต้น ให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้รถมีความพร้อมก่อนนำไปใช้งาน ทั้งรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงและก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งรถที่ติดตั้งก๊าซ LPG หรือ NGV สามารถนำรถยนต์เข้าไปตรวจสภาพได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ในวัน เวลาราชการ ส่วนระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ถึง 2 มกราคม 2557 ช่วง 7 วันอันตราย มีสถานศึกษาสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษา จำนวน 5 แห่ง ก็จะเปิดตรวจเช็คสภาพรถบริการแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน



ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว / ภาพ

จังหวัดกาฬสินธุ์ประชุมเตรียมความพร้อม ต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดลงพื้นที่ วันที่ 20 ธันวาคม 2556 นี้

เช้าวันที่ 17 ธันวาคม 2556 ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอเพื่อเตรียมต้อนรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดมาเยือนจังหวัดกาฬสินธุ์ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 เวลา 09.45 นาที ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเปิดนิทรรศการผลงาน "กาฬสินธุ์ เมืองแห่งความสุข” ซึ่งเป็นการนำเสนอผลงานที่ประสบผลสำเร็จจากโครงการ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ของจังหวัดกาฬสินธุ์ เช่น หมวดคนดี นำเสนอโดย อำเภอ กมลาไสย อำเภอนามน หมวดสุขภาพดี นำเสนอโดย อำเภอคำม่วง อำเภอห้วยผึ้ง หมวดรายได้ดี นำเสนอโดย อำเภอร่องคำ อำเภอยางตลาด นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการที่ชาวกาฬสินธุ์ภาคภูมิใจ อาทิ โครงการในพระราชดำริ เช่น ลำพะยังภูมิพัฒน์, หนองเลิงเปือย, วิสาหกิจชุมชนเด่น, สินค้าโอท็อปกาฬสินธุ์, เครือข่ายอาหารปลอดภัยฮักแพงแบ่งปันภาคประชาชน เป็นต้น

ซึ่งการเดินทางมาของนายกรัฐมนตรี ในครั้งนี้คาดว่า จะมีพลังมวลชนเดินทางมาต้อนรับจำนวนมาก จึงได้จัดที่จอดรถยนต์ไว้ 2 จุด  คือ  ในบริเวณสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และ บริเวณหน้าอาคารเทศบาลหลังเก่า, สำรับการแต่งกาย ข้าราชการแต่งเครื่องแบบปกติสีกากี, องค์กรต่างๆ เครื่องแบบตามสังกัด



วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว
 ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ภาพ

เขื่อนลำปาวน้ำมีไม่เพียงพอจึงจำกัดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเพียง 180,000 ไร่ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายและขาดทุน

วันที่ 16 ธันวาคม 2556 ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2556/2557 โดยมี นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธาน

นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในพื้นที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาวในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยางตลาด กมลาไสย และฆ้องชัย ขอให้ลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังและเลี้ยงสัตว์น้ำ ปี 2556/2557 ลง หรือเปลี่ยนไปทำกิจกรรมการเกษตรอื่นที่ใช้น้ำน้อยกว่า เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง หรือเห็ดฟางทดแทน เพราะปริมาณน้ำเขื่อนลำปาวมีจำกัดเพียง 1,013 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51.17 ของปริมาณน้ำเก็บกัก ซึ่งมีไม่เพียงพอในการทำการเกษตรอย่างเต็มที่ หากเกษตรกรปลูกข้าวนาปรังและเลี้ยงสัตว์น้ำเต็มพื้นที่ อาจได้รับความเสียหายจากการขาดน้ำช่วงหน้าแล้งและขาดทุนได้

นายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2556 มีปริมาณน้ำเพียง 1,013 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51.17 ของปริมาณน้ำเก็บกัก และปริมาณน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งเพียง 338.57 ล้านลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ปลูกพืชฤดูแล้ง 180,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 58.64 ของพื้นที่ในเขตชลประทานลำปาวทั้งหมดที่ 306,963 ไร่ โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวกำหนดส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตร ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2556 และจะหยุดส่งน้ำในวันที่18 เมษายน 2557

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า เกษตรกรผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตรจากเขื่อนลำปาวโดยเฉพาะผู้อยู่ท้ายน้ำ อาจได้รับน้ำไม่เพียงพอในการทำนาปรังปีนี้ ข้าวอาจขาดน้ำในช่วงให้ผลผลิตและได้รับความเสียหาย เกษตรกรจะประสบปัญหาการขาดทุนได้ ดังนี้ เกษตรกรควรเปลี่ยนไปปลูกพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อยกว่าข้าวนาปรัง เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง หรือเห็ดฟางแทน หรือหากพืชที่มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ เช่น อ้อยโรงงาน เกษตรกรก็อาจเปลี่ยนไปปลูกอ้อยโรงงานแทนได้ เพื่อหลีกเหลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น

ด้านนายปกรณ์ อุ่นประเสริฐ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับเกษตรชาวประมงที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว ก็ขอให้เกษตรกรลดพื้นที่การเลี้ยงสัตว์น้ำ กุ้ง ปลา ลงด้วย เพราะถ้าหากน้ำมีกำจัดและไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ได้รับความเสียหายและประสบขาดทุนเช่นกัน



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชุดเคลื่อนที่เร็ว นรข. สนธิกำลังกองสุรศักดิ์มนตรีตรวจยึดเรือขนไม้พะยูงส่งออกต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2556 นาวาเอก  สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา  ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับรายงานจากสายว่าจะมีการลักลอบขนไม้พะยูงผิดกฎหมายส่งออกนอกประเทศ ที่บริเวณ บ้านดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร  จึงสั่งการให้ นาวาตรี กรภัทร ศรีพิพัฒน์ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว นรข. เขตนครพนม ประสาน นาวาโท ปรเมศวร์ ไศลบาท ผู้บังคับหมู่เรือที่ 3 มุกดาหาร พ.อ.ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.มุกดาหาร พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร นาย สถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจ สัตว์ป่าไซเตส มุกดาหาร นายกำธร เจริญสุข หัวหน้าด่าสะพานมิตรภาพ 2  กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ทหารพรานนำกำลังไปตามที่สายรายงาน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังออกไปดักซุ่มที่บริเวณ ริมน้ำบ้านดอนตาล  ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ได้ใช้กล้องส่อง พบเรือกีบเพลายาว จำนวน 2 ลำ และมีชายนั่งอยู่บนเรือลำละ 2 คน แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ใกล้กับจุดเจ้าหน้าที่ ซุ่มอยู่ จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 5 -6 คน ช่วยกันลำเลียงไม้พะยูงออกมาจากป่าละเมาะอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ลงเรือเพลายาว ที่จอดรออยู่ริมฝั่ง เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มจึงออกมาแสดงตัว กลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ จึงตกใจและได้ทิ้งเรือเพลายาว ไม้พะยูง และวิ่งหนีไปขึ้นเรืออีกลำ แล้วขับเรือหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศ สปป.ลาว  เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไม้พะยูง จำนวน 27 ท่อน/ เหลี่ยม พร้อมเรือเพลายาวและเครื่องยนต์ 1 เครื่อง คิดมูลค่า 5 แสนบาท  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา  มาตรา 11 ฐานร่วมกันทำไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต  มาตรา 48 ฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดไม่ได้รับอนุญาต  มาตรา 70 ฐาน ร่วมกัน ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทบัญญัตินี้ นำสินค้าออกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร และไม่ผ่านช่องทางตามกฎหมายที่กำหนด  เจ้าหน้าที่จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ. ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มห/ข่าว

เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ประมูลขายเศษอาหารเหลือจากการบริโภคของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗

นายทำนุ ประกิจสุวรรณ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ประมูลขายเศษอาหารเหลือจากการบริโภคของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ รวมระยะเวลา ๙ เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน ๒๕๕๗ เฉลี่ยน้ำหนักเศษอาหารเดือนละประมาณ ๓,๗๑๐ กิโลกรัม ราคาเริ่มต้นขั้นต่ำ ๑,๘๕๐บาท (หนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ต่อเดือน

ทั้งนี้ ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดและขอรับเอกสารได้ที่งานพัสดุ ฝ่ายบริหารทั่งไปเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่ ๑๖-๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ หรือสอบถามทางหมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๖๖-๐๕๔๔ ในวันและเวลาราชการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร
ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

เหล่ากาชาดมหาสารคาม เชิญชวนร่วมบริจาคของรางวัลในงานวันรวมน้ำใจให้กาชาด 15 ม.ค. 57

จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงาน "บุญเบิกฟ้าและงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557” โดยมีการ ออกร้านมัจฉากาชาด ซึ่งได้กำหนดจัดงานเพื่อขอรับบริจาคทรัพย์ สิ่งของ ในงานวันรวมน้ำใจให้กาชาด 15มกราคม 2557

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานที่ปรึกษาเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงาน "บุญเบิกฟ้าและงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557” ระหว่างวันที่ 25 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2557 รวม 10 วัน 10 คืน ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ในการจัดงานดังกล่าว เหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด ประจำปี 2557 เพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม พร้อมช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ราษฎรที่ประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด ของเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ยังขาดแคลนทุนทรัพย์และสิ่งของที่จะจัดเป็นรางวัลให้แก่ผู้มาร่วมงานเป็น จำนวนมาก จึงได้กำหนดจัดงาน " วันรวมน้ำใจให้กาชาด ประจำปี 2557” ขึ้น ในวันที่ 15 มกราคม 2557 ณ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม เพื่อขอรับบริจาคทรัพย์และสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งท่านสามารถนำมาบริจาคได้โดยตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หรือนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้ หากไม่สะดวกที่จะมาร่วมบริจาคในวันดังกล่าว สามารถประสานได้โดยตรงที่ นายนันทวิทย์ นาคแสง ผู้ช่วยเลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์หมายเลข 043 777115 , 043 777430,หรือที่ นายฉลอง พึ่งโคกสูง หัวหน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์หมายเลข 043 713691 หรือ 089 4190900 หรือที่ นางรจนา คงวรเวชกุล เหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์หมายเลข 043 777360 เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับสิ่งของบริจาคต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว 

ปีใหม่ 57 มหาสารคาม ตั้งจุดตรวจหลัก 26 จุด เข้มเมาไม่ขับ

หลายหน่วยงานในจังหวัดมหาสารคาม เตรียมอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ตั้งจุดตรวจหลัก 26 จุด รณรงค์เมาไม่ขับ เข้มงวด 10มาตรการ รับมือช่วง 7 วันอันตราย 27 ธ.ค.56- 2 ม.ค. 57

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี มักมีประชาชนที่ทำงานในจังหวัดต่างๆ ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก เพื่อร่วมฉลองกับครอบครัว ดังนั้น ในการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ จังหวัดมหาสารคามได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบในเส้นทาง ให้มีความพร้อมทั้งสภาพถนน สัญญาณไฟจราจร ป้ายแนะนำเส้นทาง เครื่องหมายเตือนต่างๆ จุดตรวจ จุดพักรถ จุดบริการ และด่านตรวจร่วม โดยกำหนดชื่อในการรณรงค์ครั้งนี้ว่า "ปีใหม่สัญจรปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 -2 มกราคม 2557

นอกจากนี้ จังหวัดมหาสารคามยังได้ใช้มาตรการป้องกันและลดอุบัติทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยตั้งจุดตรวจหลัก 26 จุด บูรณาการร่วมกับจุดบริการ และจุดตรวจรองของท้องถิ่น พร้อมเข้มงวดใน 10 มาตรการหลัก คือ การไม่สวมหมวกนิรภัย มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย เมาสุรา ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร แซงในที่คับขัน และใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ โดยหวังให้เกิดอุบัติลดลงกว่าปีที่ผ่านมา



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร ณ โรงเรียนบ้านนาตาวงษ์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ (15 ธ.ค. 56) เวลา 14.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานความช่วยเหลือในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครอบครัวนางสาวสมจิต จีนชัยภูมิ ราษฎรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และครอบครัวนางสาวสมศรี พยัฆพล ราษฎรอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ขอพระราชทานความช่วยเหลือ ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือทุนประกอบอาชีพ ทุนสนับสนุนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและสิ่งของพระราชทาน ต่อจากนั้น องคมนตรี ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมอบถุงพระราชทาน จำนวน 500 ถุง แก่ราษฎรในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ณ โรงเรียนบ้านนาตาวงษ์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ในการนี้ หน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มาให้การรักษาพยาบาลและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานผู้ตรวจราชการแผ่นดินได้มาร่วมให้บริการด้านกฎหมายและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลด้วย 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

วันนี้ 16 ธ.ค. 56 เวลา 10.30 น. ที่ โรงเรียนพิมายวิทยา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานความช่วยเหลือในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครอบครัวนางนวล ปรุนา และครอบครัวนางสาวเพ็ญ โกนพิมาย ราษฎรอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา ขอพระราชทานความช่วยเหลือได้รับพระราชทาน ได้รับพระราชทานความช่วยเหลือทุนสนับสนุนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ทุนสนับสนุนการดำรงชีวิต ทุนประกอบอาชีพ และสิ่งของพระราชทาน ต่อจากนั้น องคมนตรี ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมมอบถุงพระราชทาน จำนวน 500 ถุง แก่ราษฎรในพื้นที่อำเภอพิมายจังหวัดนครราชสีมา ณ โรงเรียนพิมายวิทยา อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ในการนี้ หน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มาให้การรักษาพยาบาลและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มาร่วมให้บริการด้านกฎหมายและให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ด้วย

ในตอนเช้า พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี ได้เดินทางไปยังโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบริเวณบ้านโนนหญ้านาง โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำหนองขามป้อมและคลองอีสานเขียวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาเพื่อรับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมการดำเนินการโครงการฯ โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบริเวณบ้านโนนหญ้านาง โครงการขุดลอกอ่างเก็บน่ำหนองขามป้อมและคลองอีสานเขียวอันเนื่องมาจาดพระราชดำริ เกิดขึ้นจากราษฎรตำบลหนองระเวียง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้มีหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือนร้อน ขาดแคลนน้ำ สำหรับทำการเกษตร และอุปโภค บริโภค ในพื้นที่ตำบลหนองระเวียง โดยกรมชลประทาน ร่วมกับ สำนักงานคขณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือ โดยการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อสูบน้ำจากอ่างเก็บน้าลำฉมวก ซึ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดกลาง ส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรตามแนวท่อ พร้อมทั้งนำน้ำไปเก็บกักไว้ในแหล่งน้ำ จำนวน 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำหนองขามป้อมและคลองอีสานเขียวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยราษฎรจะดำเนินการขุดคูคลอง เพื่อนำน้ำจากแหล่งเก็บกักน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร พร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้นำ เพื่อบริหารและจัดการน้ำอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 

ชัยภูมิเสริมประสิทธิภาพแรงงานรับการเปิดประชาคมอาเซี่ยน

สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชัยภูมิ เร่งพัฒนาประสิทธิภาพพนักงาน ลูกจ้าง ในสถานประกอบการทุกแห่ง สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ที่จะเข้ามาลงทุน หลังเปิดประชาคมอาเซี่ยน ปี2558
 
เมื่อเวลา 10.00น. วันนี้ 16 ธ.ค.2556 นางนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างวินัยการทำงาน และเสริมความรู้ด้านแรงงานสัมพันธ์ แก่พนักงาน ลูกจ้าง ในภาคอุตสาหกรรม และในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก กว่า 100 คน ในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในจังหวัดชัยภูมิ จัดขึ้น ที่โรงแรมสยามรีเวิอร์รีสอร์ท เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านแรงงาน ก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน ปลายปี 2558 จำเป็นต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้เทียบเท่า หรือมากกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซี่ยน เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ให้นักลงทุน ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตโยไม่ย้ายหนีไปประเทศอื่น
 
โดยเลือก ที่จะพัฒนาขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ ให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับงาน สร้างแรงงานให้มีวินัยในการทำงาน เคารพกฎระบียบ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะทำให้ประเทศไทยเราสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
 


สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว 

โรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ ดัดแปลงถังเก็บน้ำฝนเป็นห้องน้ำแคปซูล

นางนงนาถ แฝงสีคำ ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้าสายชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่โรงเรียนเตาไหราษฎร์บำรุง ได้มีการยุบรวมกับโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ เพื่อพัฒนาด้านการศึกษาซึ่งนายชาตรี ถาวรรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ ได้มีนโยบายให้เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนกว่า 200 คน มาเรียนที่โรงเรียนเตาไหราษฎร์บำรุง ปัญหาแรกที่พบก็คือการขาดแคลนห้องน้ำสำหรับนักเรียนและครูผู้สอน จากการสำรวจพื้นที่พบว่ามีถังเก็บน้ำฝนจำนวน 9 ถัง ที่ไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด จึงได้เกิดแนวคิดที่จะพัฒนาวัสดุ สิ่งของ ที่มีอยู่แล้วมาบูรณาการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้งบประมาณน้อยที่สุด จึงได้ให้ช่างมาทำการสำรวจถังเก็บน้ำฝน เพื่อดัดแปลงเป็นห้องน้ำสำหรับนักเรียนชาย-หญิง และสำหรับครู อาจารย์ ถังเก็บน้ำยังคงรูปแบบเดิม ดัดแปลงเจาะทำประตูห้องน้ำ นำอิฐบล็อกระบายอากาศมาต่อเติม ด้านบนติดแผ่นกระเบื้องใสให้แสงส่องสว่างได้ ปูกระเบื้องให้สวยงาม ส่วนด้านนอกทาสีให้สวยงาม ซึ่งทุกคนจะเรียกว่า "ห้องน้ำแคปซูล” หรือ "ห้องน้ำหลอด”

นางนงนาถ แฝงสีคำ กล่าวอีกว่า การปรับปรุงถังเก็บน้ำเป็นห้องน้ำ ของโรงเรียนอนุบาลกาฬสินธุ์ เป็นการประหยัดงบประมาณของโรงเรียนอีกทางหนึ่ง และถือได้ว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างเดิม แทนการทุบทิ้งแล้วก่อสร้างใหม่ อีกทั้งยังให้บริการคนทุกกลุ่มได้ด้วย โดยห้องน้ำแคบซูล แบ่งเป็นห้องน้ำนักเรียนหญิง 4 ซึ่งจะทาสีออกแนวหวาน ๆ ส่วนนักเรียนชาย 4 ห้อง สีออกแนวเข้ม ๆ ซึ่งเด็ก ๆ ส่วนใหญ่ก็ชอบมาก จะเรียกห้องน้ำแคบซูล หรือห้องน้ำหลอดบ้าง บอกคุณครูอยากได้สีทูโทน สีสดใส



ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว

อัคคีภัยป้องกันได้ แค่ใส่ใจไม่ประมาท

ตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบกำหนดให้ปี 2557 เป็นปีแห่งการรณรงค์ ด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอัคคีภัยใต้หัวข้อ "อัคคีภัยป้องกันได้ แค่ใส่ใจไม่ประมาท” พร้อมกับเห็นชอบการกำหนดกิจกรรมในการรณรงค์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัย โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม และการปฏิบัติอย่างปลอดภัยเมื่อต้องเผชิญกับอัคคีภัย ร่วมถึงความสำคัญของการติดตั้งอุปกรณ์ และระบบเตือนภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในอาคารสำนักงาน อาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า โรงมหรสพ สถานบันเทิง และอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยง

ในส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กำชับส่วนราชการ สถานศึกษาให้ระมัดระวังเป็นพิเศษตรวจสอบระบบไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลาในสถานประกอบการ สถานบันเทิง ก็ขอให้ทางท้องถิ่นเทศบาล อบต. ได้กำชับให้ปฏิบัติให้ถูกระเบียบ และให้ถือว่าปัญหาอัคคีภัยเป็นความเสี่ยงสูงสุด ในส่วนของพี่น้องประชาชนก็ให้หมั่นดูแลสายไฟฟ้าในบ้าน ปลั๊กไฟและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หากมีการชำรุดหรือเก่าหมดสภาพก็ให้เปลี่ยนใหม่ การก่อไฟผิงหนาว หรือหุงหาอาหาร เมื่อเสร็จการใช้งานแล้วก็ให้ดับให้สนิท และที่สำคัญขอความร่วมมือไม่ให้เผาป่า เผาอ้อย และตอชังข้าว อาจทำให้เกิดอัคคีภัยในวงกว้างและก่อเกิดความเสียหาย เพราะขณะนี้เป็นฤดูแล้งลมแรง เชื้อไฟติดเร็ว



สุรพล คุณภักดี / ข่าว 

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์เตือนประชาชนดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวขับรถด้วยความระมัดระวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เตือนประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงฝนตก อุณหภูมิลดลง และขับขี่รถยนต์ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากหลายพื้นที่มีหมอกหนาเกิดขึ้น

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามประกาศของศูนย์อุตุนิยมวิทยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น วันที่ 13 ธันวาคม 2556 แจ้งเตือนลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 16-19 ธันวาคม 2556 จะมีบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองกระจายกับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 8-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-6 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 15-30 กม./ชม. ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยหนาวขึ้น ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนภิรมย์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยการและประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ บูรณาการ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเผชิญภัยต่าง ๆ และขอให้พี่น้องประชาชระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และสภาวะอากาศที่แปรปรวนที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ และขอให้ทุกคนเดินทางระมัดระวังเนื่องจากในหลายพื้นที่มีหมอกหนาเกิดขึ้น รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะคนชรา คนพิการ เด็ก และสตรีมีครรภ์ซึ่งอาจเจ็บป่วยจากภาวะหนาวเย็นได้



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

ขนส่งกาฬสินธุ์ออกหน่วยบริการประชาชนตามโครงการ “จังหวัดกาฬสินธุ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

นายเกษม ชาวอ่างทอง นักวิชาการขนส่ง ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการแทน ขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่าสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จะจัดหน่วยออกร่วมให้บริการประชาชนร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามโครงการ"จังหวัดกาฬสินธุ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” โดยมีกำหนดออกให้บริการในวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2556 ณ  วัดหนองผือพัฒนาราม บ้านหนองผือ หมู่ที่ 1,7,9, ตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งสำนักงานขนส่งจังหวัดกาฬสินธุ์ จะเปิดรับต่อภาษีรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์ โดยแนบหลักฐานคือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือภาพถ่ายฯ หลักฐานประกันภัย และใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (เฉพาะรถยนต์ที่ใช้งานมาแล้วตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป และรถจักยานยนต์ที่ใช้งานมาแล้วตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป) นอกจากนี้  ยังเปิดให้บริการแนะนำการดำเนินการทางทะเบียนรถยนต์อีกด้วย จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง ไปใช้บริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว



ละออ อุ่นสา นศ.ฝึกงาน / ข่าว