วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร รวบแก๊งค์ตัดกุญแจลักทรัพย์ในบ้านและร้านค้า


เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2557 พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รองผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมแก๊งค์ตัดกุญแจลักเข้าทรัพย์ในบ้านและร้านค้า 1 คน สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้ง ว่า พบรถยนต์ตู้ต้องสงสัยก่อเหตุ ลักทรัพย์ ในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จอดอยู่บริเวณบ้านเตาถ่าน หมู่ 7 ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร จึงได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปตรวจสอบ พบรถยนต์ตู้ นิสสัน เออแวน สีบอร์นทะเบียน 13-2799 กรุงเทพมหานคร พบรถตู้คันดังกล่าว จอดอยู่ข้างบ้าน  และพบนายปรีชา ถนัดทาง อยู่บริเวณใกล้เคียงรถ เมื่อนายปรีชา เห็น เจ้าหน้าที่ ได้พยายามจะวิ่งหลบหนีไปหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไป และจับกุมตัวนาย ปรีชา ถนัดทาง ได้ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย  จึงได้เชิญตัวมาสอบสวน ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร และได้ตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง จึงได้จับกุมเพื่อดำเนินคดี ในข้อหา เสพยาบ้า

จากการสอบสวน นาย ปรีชา ถนัดทาง อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 21  หมู่ 7 บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ปรากฏว่า รถยนต์ตู้นิสสัน รุ่นเออแวน ทะเบียน 13-2799 กทม. เป็นคันเดียวกับที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะ ในการก่อเหตุ ลักทรัพย์ ร้านยิ่งเจริญ ถนน มุกดาหาร – ดอนตาล เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556

นาย ปรีชา ถนัดทาง รับว่า  ก่อนจะลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ทุกครั้ง กลุ่มคนร้ายจะมาวางแผนกันที่บ้านของตน  แต่ตนไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุลักทรัพย์ด้วย แต่อย่างใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจะได้นำของกลางที่เป็นหมวกและเส้นผมตกหล่นในที่เกิดเหตุ  มาเพื่อตรวจดีเอ็เอกับนาย ปรีชา ถนัดทาง อีกครั้ง ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านค้าได้จับรูปภาพ หน้าตา คล้ายนาย ปรีชา ฯ ขณะสวมหมวกได้  และแก๊งตัดกุญแจเข้าขโมยทรัพย์สินภายในบ้านก่อเหตุในพื้นที่จังหวัด มุกดาหารรวมทั้งหมด 15 แห่ง  และยังมีเพื่อนร่วมแก๊งที่ไหวตัวหลบหนีไปได้ ทราบชื่อ 1. นายสำนาญ ถนัดทาง 2.นายสมพร ถนัดทาง 3.นายนม ไม่ทราบนามสกุล 4.นายอุ้ด ไม่ทราบนามสกุล 5. ไม่ทราบชื่อ – สกุล  ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองมุกดาหาร  จะได้ออกหมายจับบุคคลที่หลบหนีไปดังกล่าว  หากผู้ใดสงสัยเกี่ยวกับแก๊งตัดกุญแจและเข้าลักทรัพย์ในบ้านและร้านค้า  ให้มาดูตัวและรูปถ่ายที่ สภ.เมืองมุกดาหาร ต่อไป




พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร
เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

ประชาชนทั่วทุกสารทิศร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงปู่จาม อย่างเนื่องแน่น


เมื่อวันที่ ( ๕ ม.ค. ๕๗ ) ณ เมรุปราสาทพญานกหัสดีลิงค์ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พิธีพระราชทานเพลิงศพพระคุณเจ้าหลวงปู่จาม มหาปุญโญ  และประธานฝ่ายสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ประชาชนทั่วไป ศิษยานุศิษย์ ร่วมตั้งจิตอฐิษฐานส่งดวงวิญญาณหลวงปู่ เป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัยอย่างเนืองแน่น

พระคุณเจ้าหลวงปู่จาม มหาปุญโญ อายุ ๑๐๒ ปี ๘ เดือน ๗๓ พรรษา เป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ในศิษย์พระอาจารย์เสาร์ กนตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งมีศิษยานุศิษย์ผู้เคารพนับถือ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๖ ด้วยโรคชราด้วยอาการสงบ ซึ่งหลวงปู่จามถือเป็นต้นแบบแห่งปฏิปทาของพระธุดงคกรรมฐาน อันนำพาการดำเนินพุทธประเพณีดำเนินชีวิตด้วยสติมั่น

                                                                         


                                                                  สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารมีหมอกลงจัดกระทบการจราจร

วันที่ 6 มกราคม 2557 สภาพอากาศช่วงเช้า ทั่วพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร  มีหมอกลงจัด  โดยเฉพาะบริเวณถนนในตัวเมืองมุกดาหาร ที่มีหมอกลงจัด ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ไม่ถึง 20 เมตร ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเปิดไฟหน้ารถและชลอกความเร็ว บางคันเกรงไม่ปลอดภัย ได้จอดรถข้างทางชั่วคราว

ส่วนถนนสาย รอบเมือง เจ้าหน้าที่จราจรได้ออกไปให้ความสะดวกกับเกษตรกร ที่จะเดินทางไปไร่สวน  ขอให้เปิดไฟหน้ารถด้วย เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ทั่วทุกภาคอากาศจะอุ่นขึ้นเล็กน้อย ยกเว้นภาคอีสาน ที่อุณหภูมิยังคงหนาวเย็น และทุกภาคอีสาน จะมีหมอกหรือหมอกลงจัดช่วงเช้าในระยะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดแหล่งน้ำ ภูเขา ทุ่ง และที่โล่ง จะเกิดหมอกหนา ทัศนวิสัยการมองเห็นลดต่ำลง          



พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร
เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกประสบการณ์/ข่าว

จังหวัดมหาสารคามเชิญร่วมบริจาคเงินทูลเกล้าฯ ถวาย และสั่งซื้อนิตยสาร TO BE NUMBER ONE


จังหวัดมหาสารคาม เชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนถวายฯและสั่งซื้อนิตยสาร TO BE NUMBER ONE จากพระหัตถ์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในโอกาสเสด็จฯเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่จังหวัดมหาสารคาม

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีกำหนดการเสด็จจังหวัดมหาสารคาม เพื่อทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น TO BE NUMBER ONE และทรงติดตามการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ในวันอังคารที่ 21 มกราคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในการนี้ จังหวัดมหาสารคาม จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินทูลเกล้า ฯ ถวายเข้าโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทูลกระหม่อมหญิงอุบล รัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี TO BE NUMBER ONE โดยบริจาคเงินสมทบทุนถวายฯ จำนวน 30,000 บาท ได้รับพระราชทานเข็มทอง บริจาคเงินสมทบทุนถวายฯ จำนวน 5,000 บาท ได้รับพระราชทาน เข็ม TO BE NUMBER ONE บริจาคเงินสมทบทุนถวายฯ 2,000 บาท จะได้รับพระราชทานนิตยสาร TO BE NUMBER ONE จำนวน ๑ ฉบับ และผู้สมัครเป็นสมาชิกนิตยสาร TO BE NUMBER ONE รายปี ถาวร จำนวน 300 บาท/ปี จะได้รับนิตยสาร จำนวน 4 เล่ม/ปี

ทั้งนี้ ผู้ที่ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนถวายฯ จะได้เข้ารับพระราชทานนิตยสารจากพระหัตถ์ ด้วยตนเอง ผู้มีจิตศรัทธาสามารถแสดงความจำนง ร่วมบริจาคได้ที่ สำนักงานเสมียนตราจังหวัด ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม โทรสารหมายเลข 043 777360 หรือที่ กลุ่มงานการแพทย์ฉุกเฉินและสารเสพติด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม โทรสารหมายเลข 043 777191 ภายในวันที่ 10 มกราคม 2557



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ขอเชิญเฝ้ารับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา ทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น TO BE NUMBER ONE จังหวัดมหาสารคาม 21 มกราคม นี้


ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มีกำหนดการติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดมหาสารคาม เปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น พร้อมจะทรงแสดงคอนเสิร์ต TO BE NUMBER ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์และอาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในวันอังคารที่ 21 มกราคม 2557

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม เตรียมพร้อมรับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ซึ่งพระองค์ประทานวโรกาสเสด็จเยี่ยมเพื่อทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมหาสารคาม พร้อมทั้งจะทรงเปิดศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และเป็นองค์ประธานในการแสดงคอนเสิร์ต TO BE NUMBER ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์และอาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในวันอังคารที่ 21 มกราคม 2557

เพื่อให้การรับเสด็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นระเบียบ สวยงาม และสมพระเกียรติ จังหวัดมหาสารคาม จึงขอเชิญพสกนิกรชาวจังหวัดมหาสารคามทุกหมู่เหล่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมกัน ทำความสะอาด บ้านเรือน ที่ทำงาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา ที่สาธารณะสองข้างทาง พร้อมประดับธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ประจำพระองค์ ซุ้มรับเสด็จตามเส้นทางที่คาดว่าจะเสด็จผ่าน และร่วมเฝ้ารับเสด็จโดยพร้อมเพรียงกัน



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ชุมชนโพธิ์ศรี 2 ได้รับงบพัฒนาเมืองปรับปรุงลานกีฬาชุมชน แก้ไขปัญหายาเสพติด


ชาวชุมชนโพธิ์ศรี 2 เทศบาลเมืองมหาสารคาม ได้รับงบประมาณจากโครงการพัฒนาเมือง นำมาปรับปรุงลานกีฬาชุนชน เพื่อใช้เป็นศูนย์รวมของชาวชุมชน จัดกิจกรรมสันทนาการ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย เพื่อให้คนในชุมชน ห่างไกลจากยาเสพติด

จากความเห็นของประชาชนในชุมชนโพธิ์ศรี 2 เทศบาลเมืองมหาสารคาม ที่อยากได้พื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อสร้างกิจกรรมในการผ่อนคลาย เป็นศูนย์รวมของคนในชุมชน ให้คนในชุมชนทุกเพศ ทุกวัย ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข จึงเป็นที่มาของการเขียนโครงการปรับปรุงลานกีฬาชุมชน แก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนโพธิ์ศรี 2 เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการพัฒนาเมือง ของรัฐบาล และโครงการปรับปรุงลานกีฬาชุมชนแห่งนี้ ได้รับการอนุมัติ ในวงเงินงบประมาณ 1,170,035.42 บาท

นายวีระศักดิ์ พิมพ์จินดา ประธานชุมชนโพธิ์ศรี 2 เทศบาลเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า แต่เดิมลานกีฬาแห่งนี้ สร้างขึ้นมาจากการสนับสนุนงบประมาณของเทศบาลเมืองมหาสารคาม เนื่องจากชุมชนโพธิ์ศรี เป็นพื้นที่เสี่ยงและแหล่งมั่วสุมในการแพร่ระบาดยาเสพติด จึงควรจัดให้มีสถานที่ในการออกกำลังกาย ให้กับเยาวชน และกลุ่มแม่บ้าน จะได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันลานกีฬาแห่งนี้จะมีประชาชน กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเยาวชน มาออกกำลังกายทุกเย็น พร้อมทั้งยังได้ปรับพื้นที่ให้เป็นศูนย์ประชุม และการจัดกิจกรรมสันทนาการของชาวชุมชน

โครงการปรับปรุงลานกีฬา ของชุมชนโพธิ์ศรี 2 เทศบาลเมืองมหาสารคาม ที่ได้รับงบประมาณจากโครงการพัฒนาเมืองของรัฐบาล จึงเป็นเสมือนการจุดประกายของการใช้พื้นที่อย่างสร้างสรรค์ เป็นที่สาธารณประโยชน์ของชุมชน สร้างการมีส่วนร่วม พัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งยังเป็นการจัดระเบียบพื้นที่ชุมชนเมือง คนในชุมชนมีสุขภาพดีด้วยการออกกำลังกาย ห่างไกลยาเสพติด พร้อมขยายโอกาสให้ชุมชนใกล้เคียงได้มาใช้ประโยชน์ร่วมกันด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

กกต.บุรีรัมย์ จัดโครงการรณรงค์เลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ รับเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ. เน้นการเลือกตั้งโปร่งใส บริสุทธิ์

กกต.บุรีรัมย์ รณรงค์เลือกตั้งสมานฉันท์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ. เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่ผู้สมัคร และผู้สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ลดความแตกแยก ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกิจกรรมโครงการการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 ที่หอประชุมวิชชาอัตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ โดยมี พันตำรวจเอก วิรัตน์ ถาดทอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในพิธีเปิด หลังจากได้มีพระราชกฏษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2556 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา และให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ และได้มีการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตัวแทนผู้สมัครฯ ผู้แทนพรรคการเมือง รวมทั้งผู้สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้มีสิทธิ สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 300 คน

ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรวมทั้งสิ้น 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคชาติพัฒนา หมายเลข 1 , พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 6 , พรรคพลังประชาธิปไตย หมายเลข 8 , พรรคชาติไทยพัฒนา หมายเลข 14 , พรรคประชาธิปไตยใหม่ หมายเลข 24 และพรรคเพื่อไทย หมายเลข 15 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งสิ้นรวม 37 คน ใน 9 เขตเลือกตั้ง

ซึ่งการจัดโครงการการเลือกตั้งสมานฉันท์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้สนับสนุนผู้สมัคร รวมถึงประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้ตระหนักถึงหลักการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตย ลดความแตกแยก การร้องเรียน และการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อีกทั้งเพื่อให้การเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ สุจริต และเที่ยงธรรม นำไปสู่การบริหารประเทศได้อย่างมั่นคงและเจริญก้าวหน้าต่อไป

เหล่ากาชาด ขอนแก่นสรุปรายได้จากการออกร้านธารากาชาด งานเทศกาลไหมนานาชาติฯ มีรายได้ทั้งสิ้น 5.9 ล้านบาทเศษ

  นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่สรุปรายได้จากการออกร้านธารากาชาด ประจำปี 2556จากงานเทศกาลไหมนานาชาติ มีรายได้ทั้งสิ้น 5,900,100 บาท ต่ำกว่า ปี 2555 316,660 บาท

นางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่าตามที่จังหวัดขอนแก่นได้จัดงานเทศกาลไหมนานาชาติประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา และเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นได้ออกร้านธารากาชาด ในงานเทศกาลไหมนานชาติตลอดทั้ง 12 คืนเพื่อหารายได้ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่างๆและได้รับความเดือดร้อน ผลปรากฏว่า เหล่ากาชาติจังหวัดขอนแก่นมีรายได้จากการออกร้านธารากาชาดประจำปี 2556 จำนวนทั้งสิ้น 5,900,100 บาท โดยมีรายได้ต่ำกว่า ปี 2555 จำนวน 316,660 บาท โดยในปี 2555 เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นมีรายได้จำนวนทั้งสิ้น 6,210,760 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงที่จังหวัดขอนแก่นจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติฯที่ผ่านมาไม่ดีนักประชาชนเข้ามาเที่ยวงานไม่สะดวก ทำให้ยอดธารากาชาดจำหน่ายลดลงจากปี 2555

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นยังได้เปิดเผยด้วยว่า ยังมีของรางวัลเหลือบางส่วน เช่นจักรยานสองล้อ 5 คัน พัดลมตั้งโต๊ะ 7เครื่อง หม้อหุงข้าว 2 ใบ เตารีดไฟฟ้า 2 เครื่อง ผ้าห่มโตโต้ 5 ผืน และรางวัลเล็กๆน้อยๆอีก 29 ชิ้น ซึ่งทางเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นได้เก็บไว้ใช้ในกิจการของเหล่ากาชาดขอนแก่นต่อไป เช่น การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ,วันเด็ก,มอบให้ผู้ยากไร้ต่อไป เหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่นขอขอบคุณส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ,อำเภอ ,อบจ. อบต. เทศบาล บริษัท ห้างร้าน ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาที่สนับสนุนของรางวัลให้ร้าธารากาชาด และขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่มาอุดหนุนและร่วมสนุก และร่วมเสี่ยงโชคกับร้านธารากาชาดในงานเทศกาลไหมนานาชาติประจำปี 2556 ที่ผ่านมา



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว /ศุภัชญา นศ.ฝึกงาน /พิมพ์ 

สวนสัตว์ขอนแก่นเปิดให้เด็กเข้าชมในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 เปิดสวนน้ำให้เด็กเข้าชมครั้งแรก


นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการอุทยานสัตว์ป่าอีสานตอนบน ขอนแก่น-อุดรธานี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีใหม่ 2557 มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าเที่ยวชมในสวนสัตว์ขอนแก่น ซึ่งทางสวนสัตว์เก็บเงินค่าบัตรผ่านประตูจากนักท่องเที่ยวที่เป็นผู้ใหญ่ในราคา 70 บาท และเด็ก 20 บาท ตลอดจนนักท่องเที่ยวในภาคอีสานตอนบน และนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว ให้ความสนใจเข้าเที่ยวชมสัตว์ภายในสวนสัตว์เขาสวนกวาง หรือสวนสัตว์ขอนแก่นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจเที่ยวชมจิงโจ้เผือก สิงโตเผือก และสัตว์ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะทุ่งแสนกวาง ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงไปให้อาหารกวาง และถ่ายรูปกับกวางที่มีกว่า 500 ตัว สำหรับสวนสัตว์เขาสวนกวาง เป็นสวนสัตว์ที่เปิดใหม่ ให้บริการเมื่อกลางปี 2556 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และประเทศใกล้เคียงอย่าง สปป.ลาว เข้ามาเที่ยวชมจำนวนมาก เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 นี้ ทางสวนสัตว์เตรียมพร้อมต้อนรับเด็กเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 จัดกิจกรรมสบายดีมาดากัสการ์ และทดลองเปิดสวนน้ำให้เด็กๆ เข้าเที่ยวชมเป็นครั้งแรก



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นเดินหน้ายืมหมีแพนด้าจากจีนมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เขาสวนกวาง


นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จังหวัดประชุมคณะทำงาน โครงการยืมหมีแพนด้าจากจีนมาจัดแสดงได้มีการประชุมหารือกันหลายครั้งแล้ว ล่าสุดได้ข้อสรุปหลักเกณฑ์การขอยืมแพนด้าแล้ว ประกอบด้วยความเหมาะสมของการยืมแพนด้ามาจัดแสดงที่จังหวัดขอนแก่น ความพร้อมของเส้นทางคมนาคมระบบขนส่ง แหล่งอาหารที่มีปริมาณเพียงพอสามารถเลี้ยงแพนด้าได้ตลอดปี มีสถาบันทางวิชาการแพทย์สนับสนุน

รวมทั้งเรื่องงบประมาณในการก่อสร้างส่วนจัดแสดงแพนด้าที่ต้องใช้งบประมาณถึง 80 - 100 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งจะขอรับการสนับสนุนจากแหล่งทุนหรือองค์กรต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนโครงการวิจัยแพนด้าปีละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงการทำประกันชีวิตให้กับแพนด้า กรณีเสียชีวิตจะต้องชดใช้เป็นเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อแพนด้า 1 ตัว นายสมศักดิ์กล่าวว่า ประเด็นต่างๆ ข้างต้นคณะกรรมการฯ ได้พิจารณา และจัดทำเป็นเอกสารเสนอให้ทางรัฐบาลพิจารณาแล้ว ซึ่งทุกเงื่อนไขหลักเกณฑ์ทางจังหวัดมีความพร้อมและได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ที่ยินดีสนับสนุนจังหวัดนำแพนด้ามาเลี้ยงและจัดแสดงในสวนสัตว์ขอนแก่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ขยายตัวมากขึ้น ตามแผนงานโครงการเราต้องการให้สามารถจัดแสดงแพนด้าที่สวนสัตว์เขาสวนกวางขอนแก่นให้ได้ภายในปี 2558 ถือเป็นอีกจุดดึงดูดที่สำคัญที่จะยกระดับการท่องเที่ยวของขอนแก่นและกลุ่มจังหวัดในภาคอีสาน จะมีนักท่องเที่ยวทั้งในระดับพื้นที่และต่างประเทศเข้ามาใช้จ่ายและท่องเที่ยวในจังหวัดในอัตราที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น



 ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น 

อำเภอมัญจาคีรีขอนแก่นจัดงานเทศกาลกล้วยไม้ป่าบานและของดีเมืองมัญจาคีรี ระหว่างวันที่ 17 - 20 มกราคม 2557


อำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่นกำหนดจัดงานเทศการกล้วยไม้ป่าบานและของดีเมืองมัญจาคีรี ระหว่าง 17-20 มกราคม 2557 มีการประกวดกล้วยไม้ป่าช้างกระ การประกวดผลผลิตสินค้าด้านการเกษตร การประกวดแข่งขันสาวไหม

นายเฉลิมชัย ชละธาร นายอำเภอมัญจาคีรีจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 17 - 20 มกราคม 2557 นี้ ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอมัญจาคีรี ชาวอำเภอมัญจาคีรีทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันจัดให้มีงานเทศกาลกล้วยไม้บาน และ ของดีเมืองมัยจาคีรี ประจำปี 2557 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตร สินค้าจาก กลุ่มอาชีพต่างๆตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ( นตผ. ) เพื่อแสดงนิทรรศการการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมต่างๆของอำเภอมัญจาคีรีและโดยเฉพาะการแสดงกล้วยไม้ป่าทีขึ้นเองตามธรรมชาติที่มีเป็นจำนวนมากและออกดอกบานสวยงามในช่วงนี้ให้เป็นที่รู้จักของนักนิยมกล้วยไม้และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ

นายอำเภอมัยจาคีรีเปิดเผยเพิ่มเติมว่าในการจัดงานจัดให้มีการประกวดกล้วยไม้ป่าช้างกระ,การประกวดผลผลิตสินค้าทางการเกษตร,การประกวดแข่งขันสาวไหม การแสดงและการจัดจำหน่ายสินค้าตามโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ การประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ,การประกวดไก่ชน,การแข่งขันกีฬาพื้นเมือง,การประกวดวาดภาพ,การประกวดเวทีไทยลูกทุ่ง,การประกวดขับร้องสรภัญญะเทิดพระเกียรติ,การประกวดธิดากล้วยไม้ป่าบานมัญจาฯ จึงขอเชิญชวนทุกท่านไปเที่ยวงานเทศกาลกล้วยไม้บานและของดีเมืองมัญจาคีรี ระหว่าง 17 - 20 มกราคม 2557 นี้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมัญจาคีรี



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว/ศุภัชญา น.ศ ฝึกงาน/พิมพ์

จังหวัดขอนแก่นเชิญชวนเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 และเชิญผู้ใหญ่ใจดีร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กๆ

 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า เสาร์ที่ 11 มกราคม 2557 ฯพณฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติว่า "กตัญญู รู้หน้าที่ เป็นเด็กดี มีวินัย สร้างไทยให้มั่นคง” ซึ่งจังหวัดขอนแก่นร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะมีการบูรณาการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างหลากหลาย การแสดงความสามารถของเยาวชน การจัดนิทรรศการความรู้ การเล่นเกมส์ ตอบปัญหาชิงรางวัล การแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ การจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 จังหวัดขอนแก่น จะมีการถ่ายทอดเสียงการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 ออกอากาศทางNBT ขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปค่ายศรีพัชรินทร์ มทบ.23 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ขอนแก่น เกาะติดบรรยากาศวันเด็กถ่ายทอด บรรยากาศวันเด็กทั่วประเทศ นอกจากนี้จัดกิจกรรมวันเด็กที่ค่ายศรีพัชรินทร์ มทบ 23 อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เซ็นทรัลพลาซ่าและสวนสัตว์ขอนแก่น พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น จวนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ชมอนุสรณ์สถานจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์และทางองค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย สำนักงานอคส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ท่าพระกิจกรรมดื่มนมวัวแดง ป้อนนมลูกโค และอื่นๆ อีกมากมาย ขอเชิญร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของ เพื่อนำไปมอบเป็นของรางวัล ในงานวันเด็กแห่งชาติ รพ.ขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่นกำหนดจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2557 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ บริเวณด้านหลังอาคารสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( อาจ อาสภมหาเถร ) เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาเด็กเยาวชน ด้านทักษะต่าง ๆ สร้างความสนุกสนาน รื่นเริง และลดภาวะเครียดจากการเจ็บป่วย จึงขอเชิญผู้มีจิตกุศลทุกท่าน บริจาคเงินหรือสิ่งของ เช่น ขนม ตุ๊กตา ของเล่นเด็ก เพื่อนำไปมอบเป็นของรางวัล ของที่ระลึก สำหรับเด็กที่มาร่วมงานดังกล่าว โดยบริจาคได้ที่หอผู้ป่วยเด็กโต ชั้น 1 อาคาร 8 โทร. 043 - 336789 ต่อ 1411และขอเชิญผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ความสุขให้แก่เด็กๆและเยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ จัดงานที่บ้านชีวาศิลป์มอดินแดง 11 ม.ค. 57 หรือใครอยากจะร่วมมอบของขวัญของรางวัล ขนม นม เนย ไม่สะดวกมามอบเองติดต่อ 081-9644157 หรือจะฝากไว้ที่ร้านจงชัยเครื่องเขียนตรงข้ามราชมงคลฯก็ได้ครับ



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

รพ.กาฬสินธุ์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2557 วันที่ 11 มกราคมนี้

 นายบรรพจน์ สุวรรณชาติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ด้วยวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ สำหรับในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2557 ดังนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เด็กอยากทำ อยากรู้ และสามารถตัดสินใจได้ว่า สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด กล้าแสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยทีมงานสหวิชาชีพ จึงได้กำหนดจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ณ ตึกอำนวยการเก่า ชั้น 1 โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป สำหรับภายในงานมีกิจกรรมเล่นเกมส์ แจกของขวัญให้กับเด็กนักเรียน เด็กที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และมีกิจกรรมการประกวดหนูน้อยสุขภาพดี, หนูน้อยฟันดี, หนูน้อยคนดีมีส่วนร่วม โดยการประกวดหนูน้อยสุขภาพดีรับสมัครและลงทะเบียนในวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2557 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น. จึงขอเชิญชวนเด็กนักเรียน เด็กป่วย เด็กพิเศษ เข้าร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2557 ได้ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

คนร้ายโยนยาบ้า 364 เม็ดเข้าเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์

คนร้ายโยนยาบ้า 364 เม็ด  ห่อด้วยถุงพลาสติกก่อนใช้กาวทานำไปกลิ้งกับดิน หิน หวังตบตาเจ้าหน้าที่เมื่อโยนเข้าไปแล้วจะได้กลมกลืนกับพื้นดิน

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2557 ร.ต.ต.บุญมี กรุงแสนเมือง รอง สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่ามีวัตถุต้องสงสัยถูกโยนเข้ามาในเรือนจำขอให้ไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งพร้อมด้วย ด.ต.จิระศักดิ์ ทรัพย์พงษ์ ชุด ปส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เข้าไปตรวจสอบพบวัตถุเป็นก้อนมีเศษดิน หิน ทราย ติดอยู่ จึงได้แกะออกข้างในเป็นถุงพลาสติกพันด้วยเทปสีดำบรรจุยาบ้าสีส้ม จำนวน 360 เม็ด สีเขียว 4 เม็ด รวมทั้งสิ้น 364 เม็ด ซึ่งก้อนบรรจุยาบ้า พบเมื่อเวลา 03.57 น. วันที่ 6 มกราคม 2557 ที่บริเวณแดนฝึกอาชีพ โดย นายเชวงชัยศิถฎ์ วิฤทธิ์ชัย เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ชำนาญงาน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เวรยามดูแลความปลอดภัย จึงรีบแจ้งผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบดังกล่าว

ร.ต.ต.บุญมี กรุงแสนเมือง เปิดเผยว่า จากการสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ทราบว่าจะมีรถยนต์ขับวนไปวนมาหลายรอบเหมือนมาดูลาดเลาก่อน พร้อมชี้จุดในการโยนเพื่อป้องกันไม่ให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพขณะโยน และหมายเลขทะเบียนรถได้ คราวนี้การโยนก็เปลี่ยนวิธีการด้วยการบรรจุใส่ยาบ้าในถุงพลาสติกพันด้วยเทปสีดำ ห่อด้วยถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่งก่อนทากาว นำไปก้อนดังกล่าวไปกลิ้งกับพื้นดิน หิน ทราย เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่หากไม่สังเกตอย่างชัดเจนเพราะคล้ายกับพื้นดิน จากนี้ไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้วางแผนแนวทางการสืบสวน เพื่อหากลุ่มขบวนการโยนยาบ้าเข้าเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่เกิดขึ้นแบบรายวันให้ได้



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว
 ชนะชัย ภูแสงศรี / ภาพ

พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงและเปิดตัวผู้สมัครจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้ง 6 เขต

พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงและเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวเชิญชวนชาวกาฬสินธุ์ร่วมเดินรณรงค์ชูธงเลือกตั้ง รักษาประชาธิปไตย ในวันที่ 13 มกราคม 2557 ไปตามถนนสายต่างๆ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 มกราคม 2557 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทยได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียง พร้อมเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 6 เขตของพรรค สู้ศึกเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีผู้สมัครของพรรคแบบแบ่งเขต ได้แก่ เขต 1 นางบุญรื่น ศรีธเรศ เขต 2 นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ เขต 3 นางภัทราวดี ไชยศิวมงคล เขต 4 นายพีระเพชร ศิริกุล เขต 5 นายนิพนธ์ ศรีธเรศ และเขต 6 นายประเสริฐ บุญเรือง ภายใต้สโลแกนหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ "2 กุมภา เข้าคูหา รักษาประชาธิปไตย โปรดเลือกคนทั้งพรรค เบอร์ 15” นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นเวทีปราศรัย โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนกลุ่ม นปช.กว่า 4,000 คน  ร่วมรับฟังการปราศรัย ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่มาตำรวจ ฝ่ายปกครอง มาดูแลความปลอดภัย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ปราศรัยกับชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 จะเป็นการแสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคที่เชื่อว่าเก่าแก่กว่า 60 ปี ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ตนเองก็อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิเพื่อรักษาประชาธิปไตย และในวันที่ 13 มกราคม 2557 กลุ่ม กปปส. ประกาศจะชัตดาวน์กรุงเทพฯ ดังนั้น ตนเองจึงอยากเชิญชวนคนกาฬสินธุ์ได้ออกมาแสดงพลังอย่างแท้จริง ด้วยการเดินรณรงค์ชูธงการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 รักษาประชาธิปไตย ไปตามถนนในสายต่างๆ ในเมืองกาฬสินธุ์



ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว / ภาพ

ม.ราชภัฏสุรินทร์ จัดงานเทศกาลการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ครั้งที่ 9

มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ กำหนดจัดงานเทศกาลการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 15 - 25 มกราคม นี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ กำหนดจัดงานเทศกาลการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ ครั้งที่ 9 The Surin International Folklore Festval : 9 SIFF ในระหว่างวันที่ 15 - 25 มกราคม 2557 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟู และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านทั้งของไทยให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านให้กับศิลปินพื้นบ้านนานาชาติจำนวนมากกว่า 300 คน ทั่วโลก ได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

โดยมีประเทศต่าง ๆ ส่งตัวแทนมาร่วมแสดงในงานนี้ รวม 19 ประเทศ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา อิตาลี ตุรกี อิสราเอล อัลจีเรีย ลิธัวเนีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา เมียนม่าร์ บังคลาเทศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม คือ การจัดการสัมมนาวิชาการนานาชาติ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ( ชมฟรี ) การแสดงแบบชุดแต่งกายนานาชาติ และการชุมนุมเพื่อสันติภาพโลก ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ 044-515227


กิติวรรณ มณีล้ำ / ข่าว

จ.สุรินทร์ กำหนดจัดงานวันยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปี 2557

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นวันรัฐพิธี และให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็นวันยุทธหัตถี โดยให้มีการวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสักการะ ให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยให้มีการวางพวงมาลาถวายราชสักการะ จังหวัดสุรินทร์ จึงได้กำหนดจัดงานวันยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557 ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2557 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมจังหวัดสุรินทร์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด ถวายราชสดุดี        

สำหรับประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. 2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลกมีพระเชษฐภคินี คือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ ( องค์ขาว ) และเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133 สิริรวมการครองราชสมบัติ 15 ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา ในส่วนราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งของชาติไทย พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก ด้วยการกระทำยุทธหัตถีกับกองทัพพม่า และต่อมาได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทยอย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ



กิติวรรณ มณีล้ำ / ข่าว

เทศบาลเมืองสุรินทร์ เชิญร่วมงานฉลองพระพุทธสุรินทรภักดี ร่วมทำบุญเสริมมงคลชีวิต

เทศบาลเมืองสุรินทร์ เชิญร่วมงานฉลองพระพุทธสุรินทรภักดี ในวันพุธที่ 15 มกราคม 2557 โดยนิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ประกอบพิธีทางศาสนาร่วมทำบุญเสริมมงคลชีวิต

นายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า เทศบาลเมืองสุรินทร์ กำหนดจัด งานฉลองพระพุทธสุรินทรภักดี ในวันพุธที่ 15 มกราคม 2557 เวลา 10.00 น. โดยจะมีการประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งในการจัดงานได้นิมนต์เกจิอาจารย์และพระเถรานุเถระชื่อดังในจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพิธีทางศาสนา ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ในภาคค่ำตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป จะมีพิธีสวดสะเดาะเคราะห์เสริมมงคลชีวิต และ การแสดงมหรสพสมโภช

สำหรับพระพุทธสุรินทรภักดี จัดสร้างเมื่อปี พุทธศักราช 2541 โดยนายวรรธนินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ นายกเทศมนตรี คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองสุรินทร์ และชาวสุรินทร์ทุกหมู่เหล่า ได้จัดสร้างเนื่องในวาระการจัดงาน ฉลองสืบศรัทธาพระยาสุรินทรฯ ครั้งแรก เพื่อเป็นที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชน และเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษ พระยาสุรินทร์ฯ เจ้าเมืองสุรินทร์ผู้สร้างเมืองสุรินทร์ โดยมีพิธีเททองหล่อ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2541 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวางและจัดทำพิธีพุทธาภิเษก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2541 ณ วัดศาลาลอย พระอารามหลวงจังหวัดสุรินทร์ และอันเชิญมาประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทสบาลเมืองสุรินทร์ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2542




กิติวรรณ มณีล้ำ / ข่าว

ผลการออกรางวัลกาชาดสมนาคุณ งานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557

อุบลราชธานี : รางวัลสมนาคุณกาชาด งานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557

          รางวัลที่ 1 หมายเลข 071741 รถเก๋งโตโยตา อัลติส
          รางวัลที่ 2 หมายเลข 103795 รถปิกอัพอีซูซุ
          รางวัลที่ 3 หมายเลข 101856 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีเอ และรางวัลเลขท้าย 648 พัดลม 200 รางวัล

ค่ำวันที่ ( 5 ม.ค. 2557 ) ที่เวลากลางงานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการออกรางวัลสลากกาชาดสมนาคุณ งานปีใหม่และงานกาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 ซึ่งทำการออกรางวัลเมื่อเวลา 21.00 น. โดยมีผลการออกรางวัลกาชาดสมนาคุณ ดังนี้

         รางวัลที่ 1 เลขที่ออก 071741 รถยนต์เก๋ง โตโยตา อัลติส 1.6 อี จำนวน 1 รางวัล
         รางวัลที่ 2 เลขที่ออก 103795 รถยนต์กระบะ 4 ประตู อีซูซุดีแมก วีจีเอส 2.5 พี จำนวน 1 รางวัล
          รางวัลที่ 3 เลขที่ออก 101856 รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซีบีเอ 150 อาร์ จำนวน 1 รางวัลที่เลขท้าย 3 ตัว เลขที่ออก 648 พัดลมตั้งพื้น 16 นิ้ว จำนวน 200 รางวัล

ผู้ถูกรางวัลให้นำบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสลากสมนาคุณกาชาด มาติดต่อขอรับรางวัลได้ที่ ที่ทำการปกครอง จังหวัดอุบลราชธานี (กลุ่มงานการเงินและบัญชี) ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2557 ในวันเวลา ราชการหากพ้นกำหนดนี้ ถือว่าสละสิทธิ์



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี 081 924 8609 /ข่าว

ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ มอบโชคกับเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2557 ณ บริเวณเวทีกลางงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในการจับฉลากรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. คัน รางวัลที่ 2 คือรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มูลค่า 432,000 บาท 1 รางวัล 1 คัน ได้แก่ นายสาด กาญจนะชาติ ธกส.อำเภอกันทรลักษ์สาขาถนนพระวิหาร และรางวัลที่ 1 คือ รถยนต์โตโยต้า ไฮลักวีโก้ มูลค่า 570,000 -บาท 1 รางวัล 1 คัน ได้แก่ นายไกสร เรืองคำ ธกส.อำเภอขุนหาญ

นายศิริพงศ์ อินนุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธกส. จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส เป็นธนาคารฯ ของรัฐ ซึ้งนอกจากให้บริการสินเชื่อแก่เกษตรกร เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพแล้ว ยังรับฝากเงินบุคคลทั่วไป องค์กรภาครัฐ - เอกชน ซึ้ง ธกส มีเงินฝากอยู่หลากหลหายประเภท ตอบสนองความต้องการความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่ประสงค์จะฝากเงินไว้กับธนาคารฯ ของรัฐ ได้เป็นอย่างดี ขณะเดี่ยวกัน มีเงินฝากของ ธกส ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ที่เปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก 50- บาท และหากสะสมไปเรื่อยๆ ครบ 2000- บาทขึ้นไป ก่อนวันกำหนดการจับฉลาก 3 เดือน ซึ่งกำหนดการจับฉลาก จะกำหนดในเดือนกรกฎาคม และเดือนมกราคมของทุกปี ทุกท่านจะมีสิทธ์ลุ้นรางวัลใหญ่ จาก ธกส เป็นสิ่งของรางวัลมูลค่า 7 ล้าน 2 แสนบาท โดย ธกส จะพิมพ์รายซื่อของลูกค้าเงินฝาก แบบประเภทออมทรัพย์ทวีโชค หรือเงินฝากที่มีสมุดเงินเงินฝากเล่มสีแดง ซึ่งเงินฝากคงหรือมากกว่า 2,000 บาท และหากมีเงินฝากมากกว่า 2,000 ขึ้นไป ครบ 4,000 บาท ก็จะมีสิทธ์ 2 ซื่อ หรือหากมีมากกว่านี้ ในทุกๆ เงินฝาก 2,000 ธกส ก็จะพิมพ์รายชื่อออกมาทั้งหมด ดังนั้นใครฝากมากก็มีโอกาสลุ้นรางวัลมากเช่นกัน

ในการจับฉลากเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคในวันที่ 5 มกราคม 2557 ธกส จังหวัดศรีสะเกษ จัดเป็นรางวัลที่ 1 คือ รถยนต์โตโยต้า ไฮลักวีโก้ มูลค่า 570,000 -บาท 1 รางวัล 1 คัน รางวัลที่ 2 คือรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ มูลค่า 432,000 บาท 1 รางวัล 1 คัน รางวัลที่ 3 คือ รถจักรยานยนต์ 35 คัน 35 รางวัล นอกนั้นก็มีสร้อยคอทองคำ, รถจักรยาน, ตู้เย็น, ทีวีสี เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งของรางวัลทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 7 ล้าน 2แสนบาท โดยจะมอบให้ฟรีๆ สำหรับผู้ที่มีเงินฝากและโชคดี โดยขณะนี้ ในจังหวัดศรีสะเกษ มีเงินฝากประเภทนี้อย่ 2,692,746.09 บาท

อำเภอเชียงขวัญครองแชมป์การประกวดร้องเพลง “ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น...สามัคคี”


อำเภอเชียงขวัญครองแชมป์การประกวดร้องเพลง "ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น...สามัคคี” งานประเพณีปีใหม่และกาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2557 รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ

คืนวันที่ 4 มกราคม 2557 เวลาประมาณ 0.00 น. ( 0.00 น. ) นายสุรพงษ์ สายโอภาศ นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด ประธานนายอำเภอจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดร้องเพลง "ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น...สามัคคี” งานประเพณีปีใหม่และกาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2557 ณ เวทีการประกวดร้องเพลง"ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น...สามัคคี” บริเวณศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพี่น้องประชาชนชาวอำเภอต่างๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมชมและเชียร์ให้กำลังใจกับนักร้องที่อำเภอของตนส่งเข้าประกวด เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้กำหนดจัดประกวดร้องเพลง "ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น...สามัคคี” งานประเพณีปีใหม่และกาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคี การมีส่วนร่วมและแสดงออกของผู้นำฝ่ายปกครองท้องที่ ประกอบด้วยตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยผู้บริการและสมาชิกสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากทุกอำเภอ โดยจัดประกวดรอบแรงในวันที่ 28,29 ธันวาคม 2556 และวันที่ 1,2 มกราคม 2557 จำนวน 4 วัน ๆ ละ 5 อำเภอ คัดเลือกเหลือวันละ 2 อำเภอ รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 4 มกราคม 2557 ประกวดผู้ผ่านเข้ารอบจาก 8 อำเภอ รางวัลการประกวด รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล เงินสด 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 8,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล เงินสด 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล เงินสด 2,000 บาท พร้อมประกาศเกียรติคุณ และรางวัลพิเศษ รางวัลชนะเลิศ ผู้นำท้องที่ จำนวน 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ รางวัลชนะเลิศ ผู้นำท้องถิ่น จำนวน 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ และรางวัลชนะเลิศ หางเครื่อง จำนวน 1 รางวัล เงินสด 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณ ผลการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ปรากฏว่า อำเภอเชียงขวัญ ผู้เข้าประกวดและรับรางวัล คือ นางสายเดือน สังฆะมณี แพทย์ประจำตำบลหมูมัน ตำบลหมูมัน และนายนิกร แฝงโพนทอง สมาชิก อบต.หมูมัน อบต.หมูมัน เป็นผู้เข้าประกวดและได้รับรางวัล รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ อำเภอโพนทราย ผู้เข้าประกวดและรับรางวัล คือ นายวิชัย พานันท์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ตำบลโพนทราย และนายไพโรจน์ แก้วเป้า สมาชิก อบต.โพนทราย อบตงโพนทราย รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด ผู้เข้าประกวดและรับรางวัล คือ นางยุพิน นามไพร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ตำบลแคนใหญ่ และนายหนูจันทร์ กุรัง สมาชิก อบต.สะอาดสมบูรณ์ อบต.สะอาดสมบูรณ์ รางวัลพิเศษ รางวัลชนะเลิศ ผู้นำท้องที่ ได้แก่ นายพรมมา แดนประเทือง รองนายกเทศมนตรีตำบลชัยวารี เทศบาลตำบลชัยวารี และรางวัลชนะเลศ ผู้นำท้องถิ่น ได้แก่ นายหนูจันทร์ กุรัง สมาชิก อบต.สะอาดสมบูรณ์ อบต.สะอาดสมบูรณ์ และรางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ ผู้เข้าประกวด จากอำเภอโพนทอง และจากอำเภอสุวรรณภูมิ, หนองพอก,โพธิ์ชัย และอำเภออาจสามารถ และรางวัลกองเชียร์ ชนะเลิศ ได้แก่ กองเชียร์จากอำเภอเชียงขวัญ และรางวัลขวัญใจประชาชน ได้แก่ อำเภออาจสามารถ            

                                     


วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว

เกษตรจังหวัดมหาสารคาม จัดประกวดผลผลิตการเกษตรในงานบุญเบิกฟ้าฯ 2557

 
จังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมประกวดและแข่งขัน ในงานบุญเบิกฟ้าและกาชาดปี 2557 ทั้งการประกวดพืชเศรษฐกิจ ประกวดจัดสวนหย่อมสมุนไพร แข่งขันกินกล้วย กินแตงโม และปอกมะพร้าว

ว่าที่ ร.ต.จักรภัทร ผ่องโอภาส เกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดงานบุญเบิกฟ้าและกาชาดปี 2557 ระหว่างวันที่ 25 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ 2557 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม โดยในส่วนของสำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม นอกจากจะมีการออกร้านนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตรและผลงานด้านการส่งเสริมการเกษตรแล้ว ยังได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม จัดประกวดพืชเศรษฐกิจและผลิตผลการเกษตร ได้แก่ การประกวดข้าวหอมมะลิ 105 ทั้งประเภทบุคคลและประเภทกลุ่ม ประกวดข้าวเหนียว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง กล้วยน้ำว้า มะพร้าวน้ำหอม มะละกอ แตงโม และประกวดจัดสวนหย่อมพืชสมุนไพร นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ด้วยการแข่งขันกินผลไม้ เช่น แตงโม กล้วยและการปอกมะพร้าว

เกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเกษตรกรที่สนใจส่งผลผลิตการเกษตรเข้าประกวด สามารถนำผลผลิตมาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการประกวดได้ในวันที่ 23 - 24 มกราคม 2557 โดยกำหนดจัดประกวดในวันที่ 25 มกราคม เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ส่วนการแข่งขันกินผลไม้ แข่งขันในวันที่ 26 มกราคม เวลา 11.00 น. และการแข่งขันปอกมะพร้าว แข่งขันในวันที่ 25 มกราคม เริ่มเวลา 11.00 น. เกษตรกรหรือผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม ในวัน เวลา ราชการ โทรศัพท์หมายเลข 043- 777- 043



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมหาสารคามเชิญเลือกซื้อสลากกาชาดสมนาคุณงานบุญเบิกฟ้าปี 2557 หารายได้มอบเหล่ากาชาด


จังหวัดมหาสารคามจำหน่ายสลากกาชาดสมนาคุณ ในงานบุญเบิกฟ้าและกาชาดประจำปี 255 ฉบับละ 50บาท รางวัลใหญ่รถยนต์โตโยต้า วีออส หารายได้มอบเหล่ากาชาดนำไปช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อนและกิจกรรมสาธารณกุศล

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จังหวัดมหาสารคามร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดจัดงานประเพณีบุญเบิกฟ้าและกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 25 มกราคม-3 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคาม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีเบิกฟ้า บวงสรวงพระแม่โพสพ ด้วยหว่านปุ๋ยลงดิน บำรุงดินก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก ของชาวจังหวัดมหาสารคาม พร้อมทั้งจัดหารายได้จากการจัดงานมอบให้เหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบสาธารณภัยต่างๆ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ และกิจกรรมสาธารณกุศล โดย ในงานนี้คณะกรรมการจัดงานยังได้จัดให้มีการจำหน่ายสลากกาชาดสมนาคุณ ให้ผู้สนใจในราคาฉบับละ 50 บาท โดยหางสลากกาชาดยังสามารถใช้เป็นบัตรผ่านประตูเข้าไปเที่ยวชมงานบุญเบิกฟ้าและ งานกาชาดจังหวัดมหาสารคามได้ด้วย

สำหรับสลากกาชาดสมนาคุณ กำหนดออกเลขรางวัลในคืนสุดท้ายของงาน คือ วัน ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ณ เวทีกลางภายในบริเวณงาน โดยรางวัลที่ 1 เป็นรถยนต์โตโยต้า วีออส 1.5 J A/T จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ALL NEW FINO จำนวน 3 รางวัล รางวัลที่ 3 โทรศัพท์ IPHONE 5s จำนวน 4 รางวัล รางวัลที่ 4 เครื่องแท็บแล็ตซัมซุง GALAXY TAB NOTE 10.1 (2014 Edition) จำนวน 2 รางวัล รางวัลที่ 5 โทรทัศน์สี LED จอภาพ 32 นิ้ว จำนวน 12 รางวัล รางวัลที่ 6 เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ ความจุ 8.0 kg. จำนวน 15 รางวัล รางวัลที่ 7 ตู้เย็น 1 ประตู ขนาด 5.5 Q จำนวน 15 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัวหมุน 1 ครั้ง เป็นทองคำมูลค่า รางวัลละ 1,000 บาท มี 60 รางวัล

ผู้สนใจติดต่อขอซื้อสลากกาชาดสมนาคุณ ได้ที่ที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม ( กลุ่มงานการเงินและบัญชี ) ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 4 โทรศัพท์หมายเลข 043 - 777360 หรือที่ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง เทศบาล อบต. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม และหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

มุกดาหารชุกเฉพาะกิจ นรข. ตรวจยึดไม้พะยูง 160 ท่อนในป่าละเมาะริมฝั่งโขงเตรียมส่งลาว

มุกดาหารชุกเฉพาะกิจ นรข. ตรวจยึดไม้พะยูง 160 ท่อน คิดมูลค่า 2 ล้านบาท ในป่าละเมาะริมฝั่งโขงบ้านป่งขาม ตำบลโป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่และในวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.หว้านใหญ่ได้ตรวจยึดไม้พะยูงจำนวน 100 ท่อนที่ซุกซ่อนภายในบ้าน ตำบลบางทรายน้อย พร้อมกับผู้ห้องหา 1 ราย

เช้ามืดวันนี้ ( 4 ม.ค. 57 ) นาวาเอก สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับการประสาน จากชุดการข่าวกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ว่า จะมีการกลุ่มลักลอบขนไม้พะยูง ผิดกฎหมาย มาซ่อนไว้ที่ริมฝั่งโขง บ้านโป่งขาม ตำบลโป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อ เตรียมส่งออกนอกประเทศ จึงสั่งการให้ นาวาตรี กรภัทร ศรีพิพัฒน์ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว นรข. เขตนครพนม ประสาน นาวาโท ปรเมศวร์ ไศลบาท ผู้บังคับหมู่เรือที่ 3 มุกดาหาร พ.อ.ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.มุกดาหาร พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร นาย สถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจ สัตว์ป่าไซเตส มุกดาหาร ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำกำลังไปตามสอบในพื้นที่ดังกล่าว     

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังออกไปตรวจสอบที่ป่าละเมาะริมฝั่งโขง บ้านป่งขาม ตำบลโป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ พบไม้พะยูงวางกองไว้เป็นจุด ๆ ในป่าละเมาะริมฝั่งแม่น้ำโขง นับได้จำนวน 160 ท่อน / เหลี่ยม คิดมูลค่า 2 ล้านบาท ตรวจสอบไม่พบรอยดวงตราของทางราชการแต่อย่างไรและได้ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงไม่มีใครมาแสดงตนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไม้พะยูงทั้งหมดเป็นของกลาง ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ. หว้านใหญ่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตร.หว้านใหญ่ ตรวจยึดไม้พะยูง 100 ท่อน ซุกซ่อนภายในบ้าน

ตำรวจภูธร สภ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ตรวจยึดไม้พะยูงซุกซ่อนภายในบ้าน 100 ท่อนพร้อมผู้ต้องหา 1 คน บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

วันที่ 4 มกราคม 2557 พลตำรวจตรี วิทวัส บูรณสมภพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พันตำรวจเอก ธีระ ตุ่นทอง ผู้กำกับการ สภ.หว้านใหญ่ ได้รับรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 11 บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ได้นำไม้พะยูงมาซุกซ่อนไว้จึงสั่งการให้ พันตำรวจโท สุขี บุญเต็ม สารวัตรปราบปราม สภ.หว้านใหญ่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ดังกล่าว พบนาย อร่าม ทวีโคตร อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 52 หมู่ 11 บ้านบางทรายน้อย ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น นายอร่าม ฯ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้น พบกองไม้พะยูงกองอยู่ใต้ถุนบ้านและบนชั้นสองของบ้าน จำนวน 100 ท่อน/เหลี่ยม

ตรวจสอบไม่พบรอยดวงตราของทางราชการแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไม้พะยูงทั้งหมด และแจ้งข้อกล่าวหา มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 70 ฐาน ร่วมกัน ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้นซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิดต่อบทบัญญัตินี้ ส่งพนักงานสอบสวน สภ. หว้านใหญ่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ร้อยเอ็ด รวมทั้งสิ้น 25 คน จาก 9 พรรคการเมือง

นายสุวิทย์ ญาตินิยม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศให้มีการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2556 – 1 มกราคม 2557 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดรับรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต ทั้ง 8 เขต ณ หอประชุมโรงเรียนขัติยะวงษา ต.เหนือเมือง อ.เมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีผู้สมัครทั้งสิ้น 25 คน จาก 9 พรรคการเมือง ดังนี้

เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย นายชาติ ดีจันทร์ หมายเลข 5 พรรคพลังสหกรณ์ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ หมายเลข 14 พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย นายจำลอง การะดี หมายเลข 50 พรรคเงินเดือนประชาชน

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายวีระวัฒน์ โพธิ์เปี้ยศรี หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย นายฉลาด ขามช่วง หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย

เขตเลือกตั้งที่ 3 นางสาววาสินีพร พลเยี่ยม หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย นายเอกภาพ พลซื่อ หมายเลข 14 พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิรมิต สุจารีย์ หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสถาพร รอเสนา หมายเลข 1 พรรคชาติพัฒนา นางรัชนี พลซื่อ หมายเลข 14 พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายกณิศ พรมนิกร หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย นายนิสิต สินธุไพร หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย

เขตเลือกตั้งที่ 6 นายบุญร่วม สร้อยศรี หมายเลข 1 พรรคชาติพัฒนา นายธีรยุทธ ระโยธี หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย นายกิตติ สมทรัพย์ หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย นายชยุฒกรนิพนธ์ ชยุฒปิติรัชโภคิน หมายเลข 39 พรรคเพื่อประชาชนไทย

เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.ส.อ.พชร พายุหะร่ำรวย หมายเลข 14 พรรคพรรคชาติไทยพัฒนา นายศักดา คงเพชร หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย

เขตเลือกตั้งที่ 8 นายเชิดชัย มูลมณี หมายเลข 6 พรรคภูมิใจไทย นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ หมายเลข 15 พรรคเพื่อไทย นายประสิทธิ์ สุตะนันท์ หมายเลข 40 พรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต นายทรงศักดิ์ เลิศลำหวาน หมายเลข 51 พรรคมหาชน


ประเสริฐ อินทา/ข่าว

บุรีรัมย์รถพ่วง 22 ล้อบรรทุกอาหารสัตว์พลิกคว่ำใกล้ปั้มน้ำมันแก๊สพวยพุ่งชาวบ้านแตกตื่นหวั่นระเบิด

บุรีรัมย์รถพ่วง 22 ล้อบรรทุกอาหารสัตว์พลิกคว่ำใกล้ปั้มน้ำมันแก๊สพวยพุ่งชาวบ้านแตกตื่นหวั่นระเบิด บุรีรัมย์เกิดเหตุรถพ่วง 22 ล้อติดแก๊ส เอ็นจีวี บรรทุกอาหารสัตว์เต็มคัน หลับรถรถวิ่งสวนเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางใกล้กับปั้มน้ำมัน เกิดแก๊สรั่วไหลพวยพุ่งออกจากถังสร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านใกล้เคียง อบต.เทศบาล ระดมรถน้ำฉีดหล่อเลี้ยงหลายชั่วโมง ป้องกันไม่ให้ไฟลุกไหม้และเกิดระเบิด ( 4 ม.ค. 57 ) เกิดเหตุรถพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 82 – 0072 บุรีรัมย์ ซึ่งบรรทุกอาหารสัตว์มาเต็มคัน ออกจากอ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ มุ่งหน้าจะนำอาหารสัตว์ไปส่งที่ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ แต่พอวิ่งมาถึงบริเวณถนนสายกระสัง – พลับพลาชัย บ.โชก ม.15 ต.สูงเนิน อ.กระสัง รถได้เสียหลักพุ่งข้ามเลนพลิกคว่ำตกคลองข้างทางในสภาพหงายท้อง จากนั้นได้มีแก๊สรั่วไหลพวยพุ่งออกจากถัง เนื่องจากรถคันดังกล่าวติดตั้งถังแก๊ส เอ็นจีวี. จึงสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เพราะเกรงจะเกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่ชีวิตและสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งเทศบาล ต.กระสัง เทศบาลต.อุดมธรรม และ อบต.สูงเนิน ได้ระดมรถบรรทุกน้ำมาฉีดหล่อเลี้ยงแก๊สที่รั่วไหลอยู่ตลอดเวลานานหลายชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้และเกิดการระเบิด เพราะเนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับปั้มน้ำมันขนาดเล็กเพียงประมาณ 30 เมตรเท่านั้น ซึ่งหากเกิดระเบิดขึ้นจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ส่วนคนขับรถพ่วงคันดังกล่าวทราบชื่อภายหลัง คือ นายประสิทธิ์ นิจไธสง อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอกจากแรงกระแทก ซึ่งได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ทำการตรวจรักษาแล้ว ทั้งนี้นายประสิทธิ์ คนขับ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าก่อนเกิดเหตุได้หักหลบรถบรรทุกฟางที่วิ่งสวน จึงได้เสียหลักพลิกคว่ำจนเกิดเหตุแก๊สรั่วไหลดังกล่าว


สุรชัย พิรักษา สวท. บุรีรัมย์ 

บุรีรัมย์เตรียมกำลังชุดควบคุมฝูงชน 3 กองร้อยหนุนรักษาความสงบที่ กทม.วันที่ 13 ม.ค.

บุรีรัมย์เตรียมกำลังชุดควบคุมฝูงชน 3 กองร้อยหนุนรักษาความสงบที่ กทม.วันที่ 13 ม.ค. ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชน 3 กองร้อยเดินทางไปสนับสนุนรักษาความสงบเรียบร้อย หลังกลุ่มพลังมหาประชาชน หรือ กปปส. จะรวมตัวชัดดาวน์กรุงเทพในวันที่ 13 ม.ค. พร้อมกำชับให้ตำรวจทุกนาย ไม่ใช้ความรุนแรงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้นไม่ให้เกิดความสูญเสีย ( 4 ม.ค. 57 )  พล.ต.ต. ชัยเดช ปานรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า ขณะนี้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ส่งการให้เจ้าหน้าตำรวจชุดควบคุมฝูงชนทุกนายจาก 3 กองร้อย จากที่มีอยู่ 4 กองร้อย หรือกว่า 600 นาย ได้เตรียมสิ่งของสัมภาระทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฎิบัติหน้าที่ พร้อมที่จะออกเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ได้ทุกเวลาหากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ให้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อไปดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยทั้งด้านชีวิตทรัพย์สินของประชาชน หลังกลุ่มพลังมวลมหาประชาชน หรือ กปปส. ประกาศประจะปิดหรือชัดดาวน์กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 13 มกราคม ที่จะถึงนี้ โดยตำรวจทุกนายที่เดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ ได้กำชับให้ปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ใช้ความรุนแรง ทำหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะผู้ที่มาชุมนุมส่วนมากเป็นประชาชนที่ปราศจากอาวุธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนตำรวจภูธรจังหวัด ได้ส่งเข้าไปปฎิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยที่กรุงเทพมหานครอยู่ขณะนี้จำนวน 1 กองร้อย โดยจะมีการผลัดเปลี่ยนให้กับมาพักภายใน 1 สัปดาห์ หรือ 10 วัน ตามความเหมาะสม ส่วนกำลัง 3 กองร้อยที่จะส่งเข้าไปปฎิบัติหน้าที่เสริมนั้น จะส่งเข้าไปเมื่อผู้บังคับบัญชาสั่งการน่าจะก่อนวันที่ 13 มกราคม ซึ่งเป็นวันนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม


สุรชัย พิรักษา สวท. บุรีรัมย์ 

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

สุรินทร์ อุบัติเหตุทางถนนวันที่ 5 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 เกิดอุบัติเหตุรวม 35 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 35 คน เสียชีวิต 6 คน

นายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ในวันที่ 5 (วันที่ 1 มกราคม 2557) ช่วงสัญจรปลอดภัยเทศกาลปีใหม่ 2557 มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น  8 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต  2 คน  มีผู้บาดเจ็บ  10  คน  พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 25 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ  25  หลับใน ร้อยละ  25  ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 12.50 และมอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 12.50 ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  ได้แก่  มอเตอร์ไซด์  ร้อยละ 75 ปิคอัพ ร้อยละ 12.5 และรถเก๋ง ร้อยละ 12.5 ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.5 ถนน อบต. ร้อยละ 37.5 และถนนกรมทางหลวงชนบท ร้อยละ  25      

สำหรับข้อมูลสะสมรวม 5 วัน (27 ธันวาคม 2556 – 1 มกราคม 2557) เกิดอุบัติเหตุทางถนน  35  ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 6 คน เป็นเพศชาย  5  คน  เพศหญิง  1  คน มีผู้บาดเจ็บ 37 คน เป็นเพศชาย 26 คน เพศหญิง 11 คน            อำเภอที่มีผู้เสียชีวิต รวม 5  อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าตูม 2 คน อำเภอเมืองสุรินทร์ 1 คน อำเภอรัตนบุรี 1 คน  อำเภอลำดวน 1 คน และอำเภอสนม 1 คน ส่วน อำเภอที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ รวม 8 อำเภอ  ได้แก่ ชุมพลบุรี จอมพระ ศีขรภูมิ สำโรงทาบ พนมดงรัก  เขวาสินรินทร์  โนนนารายณ์  และศรีณรงค์

ผลการเรียกตรวจยานพาหนะชนิดต่าง ๆ ตามมาตรการหลัก 10  มาตรการ  จำนวน 108,009 คัน อำเภอเมืองสุรินทร์มีการเรียกตรวจสูงสุด  27,329 คัน   รองลงมาอำเภอสังขะ  20,352 คัน  และเรียกตรวจต่ำสุด คือ อำเภอโนนนารายณ์  999 คัน

พบผู้กระทำผิดข้อหาหลัก 10  ข้อหา จำนวน 34,463 ราย  ได้แก่  ไม่มีใบขับขี่  9,180 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย  9,390 ราย  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5,726 ราย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย  4,339  ราย ความเร็วเกินกำหนด 1,779 ราย แซงในที่คับขัน  1,390 ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  988  ราย ขับรถย้อนศร 965 ราย  ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ  518   ราย  และเมาสุรา 188  ราย

ช่วงอายุผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด คือ 15-19 ปี จำนวน 8,185 คน คิดเป็นร้อยละ 24.21  รองลงมา คือ อายุ 20-24 ปี จำนวน 8,091  คน  คิดเป็นร้อยละ 24.00 อาชีพผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด คือ เกษตรกร จำนวน 10,140 คน  คิดเป็นร้อยละ 29.25  รองลงมา คือ นักเรียน/นักศึกษา  จำนวน 8,464  คน คิดเป็นร้อยละ 24.42   รับจ้าง  จำนวน 8,183 คน  คิดเป็นร้อยละ 23.60 ค้าขาย จำนวน 7,244 คน คิดเป็นร้อยละ 21.00 อื่น ๆ จำนวน 534 ราย  คิดเป็นร้อยละ 1.54  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 99 คน คิดเป็นร้อยละ 0.30 แยกเป็นดำเนินคดี ไม่มีใบขับขี่ 35 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 6 ราย  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 29 ราย   ขับรถย้อนศร 2 ราย มอเตอร์ไซต์ไม่ปลอดภัย 5 ราย และแซงในที่คับขัน  22 ราย



สมทรง เผือกผล ส.ปชส.สุรินทร์

วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชาวชัยภูมินับพัน ฝ่าอากาศหนาววเย็นร่วมพิธีสวดมนต์สิริมงคลปีใหม่ ๒๕๕๗ จำนวนมาก

วันนี้ (๓๑ ธันวาคม  ๒๕๕๖) ชาวชัยภูมินับพัน ฝ่าอากาศหนาวเย็นไปร่วมพิธีสวดมนต์สิริมงคลปีใหม่ ณ บริเวณพิธีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ หน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ (หลังเก่า) ซึ่งจังหวัดชัยภูมิ ได้จัดให้มีพิธีสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลปีใหม่๒๕๕๗ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ พร้อมทั้งเพื่อร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่และคามเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ครอบครัว และสังคม  โดยเริ่มตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น.มีการเทศมหาชาติ เวสสันดรชาดกประยุกต์ ๓ ธรรมาสถ์ การบรรยายธรรม  พิธีสะเดาะเคราะห์ปักเป่าสรรพภยันอันตรายตามกำลังวันประจำวันเกิด

ยิ่งดึกประชาชนชาชัยภูมิยิ่งมาร่มงานมากขึ้นเรื่อยๆ   เวลาประมาณ ๒๒.๓๐ น. โดยนายพรศักดิ์  เจียรณัย  ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ มาถึงบริเวณพิธี  และเริ่มพิธีเปิดงานขึ้นในเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ น. โดยผู้ว่าฯเป็นประธานในพิธี และร่วมพิธีสวดมนต์ต่อเนื่องจนถึงเวลา ๐๑.๐๐ น.ของวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ 

มหาสารคาม ตายแล้ว 2 - ผวจ.กําชับ จุดตรวจสายรองใช้มาตรการสกัดคนเมาแล้วขับในคืนวันส่งท้ายปี

(31-12-56) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงการรณรงค์ 7 วัน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556-2 มกราคม 2557 โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุม โดยได้สรุปสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของ จ.มหาสารคาม วันที่ 30 ธ.ค. 56 เกิดอุบัติเหตุ 10 ครั้ง เสียชีวิต 2 คน เป็นชาย 1 คน เป็นหญิง 1 คน โดยมีสาเหตุมาจากรถชนคนเดินบนถนน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน เป็นชาย 6 คน เป็นหญิง 2 คน อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ อ.โกสุมพิสัย และ อ.นาดูน ส่วนยอดสะสมการเกิดอุบัติเหตุระหว่างวันที่ 27-30 ธ.ค. 56 เกิดอุบัติเหตุ 43 ครั้ง เสียชีวิต 2 คน เป็นชาย 1 คน เป็นหญิง 1 คน บาดเจ็บ 43 คน เป็นชาย 35 คน เป็นหญิง 8 คน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้กำชับไปยังจุดตรวจโดยเฉพาะในถนนสายรอง ขอให้ใช้มาตรการสกัดคนเมาแล้วขับในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พร้อมเรียกตรวจตามมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในเทศกาลปีใหม่ให้มากที่สุด


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

โคราชสรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 รวม 4 วัน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 คน บาดเจ็บ 80 คน

วันนี้ (31 ธ.ค.56) เวลา 10.00 น. นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมปรับยุทธศาสตร์ประจำวันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ณ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2557 (ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี) ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ชั้น 1 เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การด้านการบังคับใช้กฎหมาย ด้านวิศวกรรมจราจร การแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมประเมินสถานการณ์ เพื่อปรับยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานประจำวัน เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน

นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้รายงานการเกิดอุบัติเหตุประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2556 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 14 ครั้ง เป็นอุบัติเหตุย่อย 13 ครั้ง อุบัติเหตุใหญ่ 1 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 19 คน เสียชีวิต 1คน รวม 4 วัน (27-30 ธ.ค.56) มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น รวม 65 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 13 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 2 คน มีผู้บาดเจ็บ รวม 80 คน เป็นชาย 59 คน หญิง 21 คน ด้านการปฏิบัติการเรียกตรวจ ตามมาตรการเพื่อดำเนินคดี ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย จักรยานไม่ปลอดภัย เมาสุรา ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ความเร็วเกินกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ขับรถย้อนศร แซงในที่คับขัน ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ รวมผู้กระทำผิด จำนวน 24,783 คัน สำหรับอุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นมีพฤติกรรมเสี่ยง เมาสุรา ขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด มีสิ่งกีดขวาง ชนิดยานพาหนะที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ เกิดขึ้นบนถนนสายตรง รองลงมาเป็นเส้นทางหลวง ทางอบต.ในหมู่บ้าน ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่ระหว่างเวลา 12.00 – 16.00 นาฬิกา

นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานการประชุม รับทราบรายงานอุบัติเหตุจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 พร้อมกำชับให้อำเภอ ตำรวจ และสาธารณสุข ร่วมกันตรวจสอบร้านค้าในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และแก้ไขเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ให้ทุกอำเภอประชุมคณะกรรมการศูนย์ระดับอำเภอเพื่อเตรียมความพร้อมอำนวยการจราจรในช่วงขากลับ โดยประสานงานกับตำรวจภูธร ตำรวจทางหลวง และหมวดการทางในพื้นที่ ตลอดจนอาสาสมัคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งเตรียมกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการระบายการจราจรขาล่อง จุดตรวจ/จุดบริการประชาชนขาขึ้น ควรปรับเปลี่ยนมาตั้งในเส้นทางขาล่อง ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ให้อำเภอเน้นย้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน เข้มงวดการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดประจำชุมชนหมู่บ้าน โดยเฉพาะเส้นทางออกจากชุมชนสู่ถนนหลัก เพื่อกวดขันดูแลเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ให้ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมขับขี่ด้วยความคึกคะนอง ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาไม่ขับ



สุวาพร เสภาศีราภรณ์/เรียบเรียง
31 ธ.ค. 56 Com2 

วันที่ 4 ของ 7 วันอันตรายจังหวัดกาฬสินธุ์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3 ครั้ง บาดเจ็บ 3 คน

วันที่ 4 ของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดกาฬสินธุ์ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น3 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 3 คน สั่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจถนนสายรองเข้มเมาแล้วขับ คืนวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเดชา พลกล้า หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมสรุปผลการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2557 โดยวันที่ 4 ของการรณรงค์ (30 ธันวาคม 2556) มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 3 คน เป็นชาย อำเภอที่อุบัติเหตุเกิดสูงสุด ได้แก่ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ และพฤติกรรมเสี่ยงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือเมาสุราขับรถ ตัดหน้ากระชั้นชิด สรุปสถิติรวม 4 วัน  ระหว่างวันที่ 27-30 ธันวาคม 2556 จังหวัดกาฬสินธุ์มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 14 ครั้ง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 16 คน

นายเดชา พลกล้า หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 4 วันของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 12.00-16.00 น. เกิดบนถนนในหมู่บ้าน/ชุมชน รถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถปิกอัพ สำหรับการตั้งจุดตรวจได้ดำเนินการ 128 จุดตรวจ มีการเรียกตรวจยานพาหนะตามมาตรการ 3ม 2ข 1ร ในวันที่ 30 ธันวาคม 2556 จำนวน 8,343 คัน สำหรับในคืนวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ส่วนใหญ่ประชาชนจะเฉลิมฉลองในบ้านพักของตนเอง จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจในถนนสายรอง ถนนในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้เฝ้าระวังเข้มงวด กวดขันอย่างเต็มที่ เพราะอาจมีบางคนที่เมาแล้วขับ เพื่อไปฉลองต่อในต่างพื้นที่ก็เป็นได้



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

มหาสารคาม ตายแล้ว 2 - ผวจ.กําชับ จุดตรวจสายรองใช้มาตรการสกัดคนเมาแล้วขับในคืนวันส่งท้ายปี

อุบัติเหตุทางถนนในเทศกาลปีใหม่ รณรงค์7 วันอันตราย มหาสารคาม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย บาดเจ็บอีก 43 ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กำชับจุดตรวจสายรองใช้มาตรการสกัดคนเมาแล้วขับในคืนวันส่งท้ายปี

(31-12-56) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการประชุมเพื่อสรุปสถานการณ์ของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงการรณรงค์ 7 วัน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556-2 มกราคม 2557 โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุม โดยได้สรุปสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุของ จ.มหาสารคาม วันที่ 30 ธ.ค. 56 เกิดอุบัติเหตุ 10 ครั้ง เสียชีวิต 2 คน เป็นชาย 1 คน เป็นหญิง 1 คน โดยมีสาเหตุมาจากรถชนคนเดินบนถนน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน เป็นชาย 6 คน เป็นหญิง 2 คน อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ อ.โกสุมพิสัย และ อ.นาดูน ส่วนยอดสะสมการเกิดอุบัติเหตุระหว่างวันที่ 27-30 ธ.ค. 56 เกิดอุบัติเหตุ 43 ครั้ง เสียชีวิต 2 คน เป็นชาย 1 คน เป็นหญิง 1 คน บาดเจ็บ 43 คน เป็นชาย 35 คน เป็นหญิง 8 คน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้กำชับไปยังจุดตรวจโดยเฉพาะในถนนสายรอง ขอให้ใช้มาตรการสกัดคนเมาแล้วขับในคืนวันส่งท้ายปีเก่า พร้อมเรียกตรวจตามมาตรการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ลดอุบัติเหตุ ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในเทศกาลปีใหม่ให้มากที่สุด


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดมุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ ผ่านไป ๓ วัน มีผู้สมัคร ๔ คน

นายศิริพงษ์ มุขศรี ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามพระราชกฤษฏีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๖ ซึ่งได้กำหนดกรอบระยะเวลาการเลือกตั้ง โดยกำหนดรับสมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ พื้นที่จังหวัดมุกดาหารมีผู้สนใจสมัครรับเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๘–๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ มีผู้สมัครจาก ๒ เขตเลือกตั้ง จำนวน ๔ คน  

เขตเลือกตั้งที่ ๑ จำนวน ๒ คน ได้แก่ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมัครในนามพรรคเพื่อไทยเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากพรรคเพื่อไทยจังหวัดมุกดาหาร และ นายสมยศ มุสิกะภัทร สมัครในนามพรรคชาติพัฒนา

เขตเลือกตั้งที่ ๒ จำนวน ๒ คน ได้แก่ นายบุญฐิน ประทุมลี สมัครในนามพรรคเพื่อไทย เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจากพรรคเพื่อไทยจังหวัดมุกดาหาร และ  นายวิทยา บุตรดีวงศ์ สมัครในนามพรรคชาติไทยพัฒนา เคยเป็นอดีต ส.ส.จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจังหวัดมุกดาหาร ไปจนถึงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ สถานที่รับสมัคร ณ หอประชุมอำเภอเมืองมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗



สุภาวดีอัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารสรุปผลการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ ผ่านไป ๔ วัน

เช้าวันนี้ ( ๓๑ ธ.ค.๕๖) นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๗ จังหวัดมุกดาหารได้สรุปสถิติการเกิดอุบัติเหตุวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ เกิดอุบัติเหตุ ๙ ครั้ง เสียชีวิต ๓ คน บาดเจ็บ ๗ คน เพิ่มขึ้นจากวันเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดสรุปสะสม ๔ วันอันตราย (๒๗ ธ.ค.-๓๐ ธ.ค.๕๖) จังหวัดมุกดาหารเกิดอุบัติเหตุ ๒๓ ครั้งเสียชีวิต ๔ ราย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สดคือ เมาแล้วขับ รองมาคือขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกกันน็อค และตัดหน้ากระชั้นชิด โดยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้กฏหมายดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนตาม ๑๐ มาตรการหลักแล้ว ๔ วัน จำนวน ๑๒,๘๕๒ ราย มากที่สุดคือ ไม่มีใบขับขี่ รองลงมาคือใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ จังหวัดมุกดาหารมีการสั่งการ กำชับ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มขึ้นและรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง กำชับให้อำเภอ องค์กรปกครองท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชน ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยและการสูญเสีย โดยเฉพาะในคืนวันที่ ๓๑ ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ความเสี่ยงด้านการเกิดอุบัติเหตุอาจเพิ่มขึ้น โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เน้นและกำชับในเรื่องของการบังคับใช้กฏหมายตามมาตรการโดยเคร่งครัด



 สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

บรรยากาศการรับสมัคร ส.ส วันที่ 4 ที่ยโสธรคึกคัก

บรรยากาศการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งวันที่ 4 ที่ยโสธร คึกคัก มีอดีด ส.ส ลงสมัครเลือกตั้ง

ที่หอประชุมอำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร การรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันที่ 4 บรรยากาศคึกคัก เมื่อกองเชียร์ ของอดีด ส.ส ยโสธร มาให้กำลังใจแก่ผู้สมัคร โดยนายรณฤทธิชัย  คานเขต นายพิกิฏ ศรีชนะ อดีต ส.ส.ยโสธร กอดคอกันลงรับสมัครในนาม พรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย ผู้สมัครหน้าใหม่ อดีด สจ.นายปรุฬห์วิวัฒน์  คำภ์ทวี  โดยผู้สมัครทั้ง 3 ได้ชูนายบรรหาร  ศิลปะอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งที่ยาวนาน....วรรณทอง  ภูโสภา// ส  ปชส/ยโสธร/ ข่าว

สถิติการเกิดอุบัติเหตจังหวัดยโสธร ช่วงเทศกาลปีใหม่ 57 วันที่ 4

(วันที่ 31 ธันวาคม 2556) ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายธีรยุทธ์  จันทร์ดิษฐวงษ์          หัวหน้าสนักงานป้องกันและบรรเทาภัยจังหวัดยโสธร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดยโสธร  โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม  สถิติการเกิดอุบัติเหตุจังหวัดยโสธร ตั้งแต่ 27-30 ธันวาคม 2556 มีอุบัติเหตุ 1 ครั้ง บาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดที่ อ.กุดชุม สาเหตุขับรถเร็วเกินกำหนด จังหวัดยโสธรมีจุดตรวจทั้งหมดรวม 9 อำเภอ  177 จุด แบ่งเป็นจุดตรวจ ระดับอำเภอ 18 จุด ระดับตำบล 159 จุดและได้มีการเข้มงวดในเรื่องการปฏิบัติตาม มาตรการ 3ม 2ข 1ร อย่างจริงจัง

สัญจรปลอดภัยร้อยเอ็ดรับเทศกาลปีใหม่ 57 ตาย 4 บาดเจ็บ 56 มีแนวโน้มอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น

เวลา 10.00 น. วันนี้ ( 31 ธ.ค. 56 ) นาย พลากร บุญประคอง  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนายพิทยา  กุดหอม หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะเปิดแถลงข่าวสรุปผลการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 รวมสี่วันของการรณรงค์ (30 ธ.ค.25 )  ณ ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ปรากฏว่า เกิดอุบัติเหตุ 60 ครั้ง บาดเจ็บ  56 ราย  เสียชีวิต 4 ราย  เป็นเพศชายทั้งหมด ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ ยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ สูงสุด ร้อยละ 92.50  พฤติกรรมเสียงที่พบ คือเมาสุราสูงสุดร้อยละ 42.50  ถนนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นถนนกรมทางหลวงร้อยละ 41.46   จุดเกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง ร้อยละ 58.33 ส่วนใหญ่อายุระหว่าง 15-24 ปี ร้อยละ 46.67

ศรีสะเกษ-แม่ทัพเขมรฉลองปีใหม่กับ 4 ผวจ.ไทยชื่นมื่น เตรียมเปิดเส้นทางเดินรถ ไปยังนครวัด นครธม จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2556 ที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ นายสนิท ขาวสอาด นายวิศิษฐ คูรัตนเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปที่บ้านพักส่วนตัวของ พลเอก เจีย มอญ ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ของประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ประมาณ 1 กม.เพื่อร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นการกระชับสัมพันธไมตรี สร้างความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างจังหวัดอุดรมีชัย – ศรีสะเกษ และเพื่ออวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปี 2014 โดยมี ผวจ.อุบลราชธานี ผวจ.สุรินทร์ ผวจ.บุรีรัมย์ ร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ฝ่ายกัมพูชาประกอบด้วย พลเอกเจีย มอญ พร้อมด้วย นายซอ ทาวี ผวจ.อุดรมีชัย นำคณะ ผวจ. รอง ผวจ.และคณะนายทหารระดับสูงของประเทศกัมพูชา ให้การต้อนรับ ซึ่ง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้กับ พล.อ.เจีย มอญ พร้อมทั้งร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นชื่นมื่น

นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การมาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสวัสดีปีใหม่กับ พลเอก เจีย มอญ ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ติดกับแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ประกอบด้วย จังหวัดศรีสะเกษ อุบลฯ สุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ และร่วมกันพัฒนาทุกด้านต่อไป ส่วนการเปิดเส้นทางการเดินรถระหว่างจังหวัดศรีสะเกษไปยังจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชานั้น เป็นการเตรียมการในเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดรับกันทั้งสองประเทศ และจากการศึกษาระเบียบของกรมการขนส่งทางบกแล้ว สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องพูดคุยกันระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติกับฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนการย้ายตลาดช่องสะงำไปอยู่ที่บริเวณเมืองใหม่ช่องสะงำนั้น ได้มีการเดินหน้าไปเรื่อย ๆ หลังปีใหม่ก็จะชัดเจนขึ้น และสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ต่อไป

มูลนิธิหลวงปู่สรวงมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ราษฎรที่ยากจนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอำเภอภูสิงห์

ที่ศาลากลางบ้านดอนกลาง  ตำบลโคกตาล  อำเภอภูสิงห์  จังหวัดศรีสะเกษ  นายนพ  พลาดิสัย  นายอำเภอภูสิงห์ และหลวงปู่พุฒิ  วายาโม  เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา  ประธานมูลนิธิหลวงปู่สรวง   ได้เป็นประธานมอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ราษฎรที่ยากจนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอำเภอภูสิงห์  โดยมีราษฎรจาก 12 หมู่บ้านของตำบลโคก  อำเภอภูสิงห์  เดินทางไปรับมอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน  300 ผืน  ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยลมหนาว   ซึ่งขณะนี้หมู่บ้านของอำเภอภูสิงห์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  จะอากาศเย็นมาก  มีอุณหภูมิในช่วงเช้าประมาณ 13 -15  องค์ศาเซ็นเซียล



บุญทัน  ธุศรีวรรณ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

เหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ออกแผนการรับบริจาคโลหิต ประจำเดือนมกราคม 2557

สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ ออกแผนการรับบริจาคโลหิตประจำเดือน มกราคม 2557

นางศิรดา กีรติเรขา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในเดือน มกราคม 2557 สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ มีแผนนำสมาชิกเหล่ากาชาดออกรับบริจาคโลหิต ดังนี้

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม 2557 ณ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ

วันอังคารที่ 14 มกราคม 2557 ณ อำเภอห้วยทับทัน

วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม 2557 ณ อำเภอน้ำเกลี้ยง

วันอังคารที่ 21 มกราคม 2557 ณ อำเภอศิลาลาด

วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2557 ณ อำเภอพยุห์

วันอังคารที่ 28 มกราคม 2557 ณ อำเภอขุนหาญ

จึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่มีจิตศรัทธา ในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ หรืออำเภอใกล้เคียง ที่สำนักงานเหล่ากาชาดมีแผนออกรับบริจาคโลหิต สามารถบริจาคโลหิตได้ตามวัน และสถานที่ดังกล่าว



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
31 ธันวาคม 2556 

จังหวัดศรีสะเกษ กำหนดให้วันพฤหัสบดี เป็นวันกีฬาและให้ใส่เสื้อกีฬา “ศรีสะเกษเกมส์” และซื้อสินค้าที่ระลึกเป็นของขวัญปีใหม่ 2557

ศรีสะเกษ เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30 "ศรีสะเกษเกมส์” กำหนดให้วันพฤหัสบดีเป็นวันกีฬา ใส่เสื้อกีฬา "ศรีสะเกษเกมส์” และขอเชิญชวนซื้อสินค้าที่ระลึกเป็นของขวัญปีใหม่ 2557

นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30 "ศรีสะเกษเกมส์” ระหว่างวันที่ 13-23 มีนาคม 2557 จังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีเป็นวันกีฬา และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใส่เสื้อกีฬา ซึ่งขณะนี้จังหวัดศรีสะเกษ ได้ผลิตเสื้อออกมา 3 แบบ คือเสื้อฮาวาย ราคาตัวละ 350 บาท เสื้อยืดโปโลทำงาน ราคาตัวละ 350 บาท และเสื้อยืดโปโลกีฬา ราคาตัวละ 320 บาท นอกจากนั้นยังมีสินค้าที่ระลึกอีกหลายรายการ เช่น หมวก เน็คไท ชุดถ้วยกาแฟ แก้วมัค ชุดแก้วน้ำใส พวงกุญแจ ผ้าขนหนู ผ้าพันคอผู้หญิง

นายสนิท ขาวสะอาด ยังกล่าวต่ออีกว่า ในช่วงงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2557 นี้ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำสินค้าที่ระลึกงานกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 30 มาเปิดบู๊ทบริการจำหน่ายให้กับผู้สนใจเลือกซื้อไปใช้เอง หรือเป็นของขวัญปีใหม่ 2557

จึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องชาวศรีสะเกษ และจังหวัดอื่น ๆ มาเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก ในบู๊ทของศูนย์การกีฬาแห่งชาติจังหวัดศรีสะเกษ ภายในงานเทศกาลปีใหม่สี่เผ่าไทยศรีสะเกษ หรือหากหมดช่วงเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว สามารถ ซื้อได้ที่ศูนย์การกีฬาแห่งชาติจังหวัดศรีสะเกษ โทร/โทรสาร 045-633327



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
31 ธันวาคม 2556

กทบ. อนุมัติงบโครงการพัฒนาเมืองให้เทศบาลเมืองกันทรลักษ์ 4 ล้านบาท

จากที่รัฐบาลกำหนดให้มีการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองในพื้นที่ชุมชนเมือง เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นพลเมืองในการคิด ทำ และแก้ไขปัญหาของชุมชนภายใต้ประชาธิปไตย ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดเมืองน่าอยู่ เมืองปลอดภัย เมืองแห่งสุขภาพ และเมืองที่มีพื้นที่สร้างสรรค์ โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เมืองพัทยาและกรุงเทพมหานคร ด้วยการเปิดโอกาสให้หมู่บ้าน/ชุมชน กลุ่มหมู่บ้าน/ชุมชน จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานรับผิดชองหลักในส่วนกลาง และมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการระดับจังหวัด และสนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาเมืองในระดับจังหวัด

นายวันชัย จันทร์พร ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า คณะทำงานโครงการพัฒนาเมืองจังหวัดศรีสะเกษได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบโครงการที่เสนอจากชุมชนเมืองและรายงานกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้ว จำนวน 5 โครงการ และได้รับอนุมัติเงินแล้วจำนวน 2 โครงการ ได้แก่โครงการจากเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ 1) โครงการชุมชนมุ่งสุขภาพดี วิถีพอเพียง 2,000,000 บาท 2) โครงการบ้าน 3 วัย แหล่งรวมใจพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 2,000,000 บาท ส่วนอีก 3 โครงการ ๆ ละ 2,000,000 บาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ 1) โครงการศูนย์พัฒนาอาชีพชุมชน สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น 2) โครงการมิ่งเมืองต้นแบบชุมชนสีขาว และ 3) โครงการพัฒนาหนองตะมะ "ลานสร้างสรรค์ชุมชน”



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
31 ธ.ค. 56

บรรยากาศการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตจังหวัดอุดรธานีวันที่ 4

บรรยากาศการรับสมัครผู้สมัครรรับเลือกตั้งวันนี้ของจังหวัดอุดรธานี เริ่มคึกคักอีกครั้งเมื่อมีผู้สมัครจากเบอร์ 5 พรรคพลังสหกรณ์ มายื่นใบสมัครครบทั้ง 9 เขต และยังมีผู้สมัครจาก เบอร์ 32 พรรคคนขอปลอดหนี้มายื่นเพิ่ม อีก 2 คน ส่งผลให้ยอดสะสม 4 วันมีผู้มายื่นในสมัครแล้ว 30 คน

ที่หอประชุมทองใหญ่วันนี้ ( 31 ธ.ค.56 ) คึกคักอีกครั้งเมื่อมีผู้สมัครรับเลือกจากเบอร์ 5 พรรคพลังสหกรณ์ มายื่นในสมัครครบทั้ง 9 เขต ในขณะที่ เบอร์ 32 พรรคคนขอปลดหนี้ก็มายื่นในสมัครเพิ่มในเขต 3 และเขต 7 สรุปการรับสมัครมีผู้สมัครรับเลือกตั้งสะสม 4 วันมีผู้มาสมัครแล้ว 30 คน จาก 8 พรรคการเมือง ประกอบด้วย

เบอร์ 1 พรรคชาติพัฒนา เขต 8 นายนิติกร ศรีทะหา เบอร์ 8 พรรคพลังสหกรณ์ เขต 1นส.รัตนาวรรณ สุขศาลา ,เขต 2 นายเติมศักดิ์ จันดี , เขต 3 นายทองคูณ ยางชัน ,เขต 4 นางรุ้งลาวัลย์ คำมุงคุณ ,เขต 5 นางมะลิจันทร์ ทิศาใต้ ,เขต 6 นายสมาน ไชยราช ,เขต 7 นายเกษมสัน จันทรเสนา ,เขต 8 นายจักร์พงค์ ทอนวงค์ยา ,เขต 9 นายกัมปนาท มูลโต เบอร์ 8 พรรคพลังประชาธิปไตย เขต 2 ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหะสุริยะ , เขต 8 นางจารุณี พิมพ์เพ่ง เบอร์ 14 พรรคชาติไทยพัฒนา เขต 1 นายประสาท กันทำ,เขต 4 วิเชียร์ บุญเกิด ,เขต 7 นายกิตติศักดิ์ ศิริคลังเจริญรุ่ง เบอร์ 15 พรรคเพื่อไทย เขต 1 นายศราวุธ เพชรพนมพร ,เขต 2 พันตำรวจโทสุรทิน พิมานเมฆินทร์ , เขต 3 นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ,เขต 4 นายขจิตร ชัยนิคม ,เขต 5 นายทองดี มนิสสาร ,เขต 6 นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ,เขต 7 นายจักรพรดิ์ ไชยสาส์น ,เขต 8 นายเกรียงศักดิ์ ฝายสีงาม ,เขต 9 นางเทียบจุฑา ขาวขำ เบอร์ 24 พรรคประชาธิปไตยใหม่ เขต 1 นางนิตยา สุวัณณกีฏะ ,เขต 2 นายประเสริฐ ราชาเดช เบอร์ 31 พรรคเสียงประชาชน เขต 1นายเสกสรร ผดุงราษฎร์ และ เขต 2 นายธีระศักดิ์ เจริญวัฒน์กุล เบอร์ 32 พรรคคนขอปลดหนี้ เขต 3 นส.มะลิวัตร์ อินทราชา และเขต 7 นส.เจริญรัตน์ มือมิฬ



ทีมข่าวส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

อุดรธานีจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นดีชีวิตดี

พุทธศาสนิกชนชาวอุดรธานี ร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี พร้อมพิธีเจริญพุทธมนต์อธิฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์

เมื่อเวลา 20.19 น.วันนี้ (31 ธ.ค.56)ที่ บริเวณพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พระราชวราลังการ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี และกิจกรรมพิธีเจริญพุทธมนต์อธิฐานจิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลขึ้นปีใหม่ 2557 เพื่อเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตต้อนรับปีใหม่ ภายใต้โครงการ "สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี” โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ 2557 แก่ประชาชน พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมสวดมนต์

จากนั้นพระราชวราลังการ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานีที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์พระอารามหลวง ได้แสดงสัมโมทะนียคาถา และกล่าวอวยพรพุทธศาสนิกชน คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ โดยในปีนี้พระราชวราลังการได้ ฝากให้พุทธศาสนิกชน คำสอนมาเตือนสติพุทธศาสนิกชนให้น้อมนำปฏิบัติ จง 4 ดี 5 ซึ่งประกอบด้วย "จงทำดีมีศีลธรรมถือคำสัตย์ จงประหยัดจ่ายทรัพย์นับถ้วนถี่ จงเชื่อฟังผู้ใหญ่แต่โดยดี จงมากมีกตัญญูรู้คุณคน อยู่ด้วยกันด้วยไมตรี ยินดีในสิทธิ์ของตน ไม่สับสนประเวณี เปล่งวจีมีคำสัตย์ เคร่งครัดในความไม่ประมาท”

สำหรับการประกอบพิธีสวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นดี ชีวิตดี พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ นำพุทธศาสนิกชนตั้งจิตอธิฐาน กระทั่งเวลา 24.00น. พระสงฆ์จตุรวรรคร่วมสวดคาถาดับเทียนมหามงคล ซึ่งงานจะสิ้นสุดลงในเวลา 02.00 น. วันที่ 1 ม.ค.57



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว

อุดรธานี สรุป 7 วันอันตรายวันที่ 4

จังหวัดอุดรธานีสรุปยอดอุบัติเหตุในพื้นที่ วันที่ 30 ธันวาคม 2556 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 20 ครั้ง บาดเจ็บ 17 คน มีผู้เสียชีวิต 4 คน

วันนี้ ( 31 ธ.ค.56 ) ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดอุดรธานี สรุปผลการปฏิบัติงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนปีใหม่ 2556 ในวันที่ 30 ธันวาคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์กว้าสู่ปีใหม่อย่างปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 20 ครั้ง บาดเจ็บ 17 คน เสียชีวิต 4 คน ประกอบด้วย นายวีระศักดิ์ ชาวนา ราษฎรตำบลโนนสูง อำเภอเมืองอุดรธานี ผู้ขับขี่รถเก๋ง อายุ 50 ปี ,นายคำ เรียงคำพัด อายุ 78 ปี ราษฎรตำบลหมากแข้ง คนเดินถนน, นายสมพงษ์ พิมสี อายุ 18 ปี ราษฎรตำบลหนองไผ่ และนายเกียรติศักดิ์ ม้อนสา อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยายนต์ ราษฎรตำบลจำปี อำเภอศรีธาตุ โดยในวันดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นใน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 11 ครั้งผู้บาดเจ็บ 8 คน เสียชีวิต 3 คน อำเภอกุดจับ เกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้งมีผู้บาดเจ็บ 2 คน อำเภอกุมภวาปี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 1 ครั้งผู้บาดเจ็บ 1 คน อำเภอไชยวานมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 1 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 1 คน

อำเภอศรีธาตุมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ครั้ง เสียชีวิต 1 คน อำเภอวังสามหมอและอำเภอเพ็ญมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 1 ครั้งผู้บาดเจ็บ 1 คน และอำเภอนายูง มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 2 ครั้งบาดเจ็บ 3 สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการเมาสุรา ขับรถเร็วเกิดกำหนด ยานพาหนะที่เป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือรถเก๋ง และถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงคือถนนในหมู่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล ทางหลวงแผ่นดิน

และเมื่อรวมสถิติสะสม 4 วัน จังหวัดอุดรธานีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 49 ครั้ง บาดเจ็บ 46 คน เสียชีวิต 5 คน โดยอำเภอที่มีอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บสูงสุดสะสม 4 วัน คืออำเภอเมืองอุดรธานี มีอุบัติเกิดขึ้น 25 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 22 คน เสียชีวิต 3 คน



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

จังหวัดอุบลราชธานี ตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด พนักงานขับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุปีใหม่ 2557

อุบลราชธานี : คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของพนักงานขับรถโดยสาร,รถตู้,รถแท็กซี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ขณะที่ยังมีผู้โดยสารใช้บริการรถโดยสารอย่างหนาแน่น

เมื่อเวลา 11.00น.วันนี้ (30 ธ.ค.56) คณะทำงานจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานาธารณสุขจังหวัด,ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัด,ที่ทำการปกครองจังหวัด,ขนส่งจังหวัด,ตำรวจภูธร,ตำรวจทางหลวง,ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและเจ้าหน้าที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทางลมหายใจและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ของพนักงานขับรถโดยสาร,รถตู้,รถแท็กซี่ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ซึ่งในช่วงนี้ยังคงมีผู้โดยสารใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งรถโดยสารประจำทาง,รถตู้และรถแท็กซี่ เป็นจำนวนมาก

ซึ่งการตรวจตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ทางลมหายใจและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ของพนักงานขับรถโดยสาร,รถตู้,รถแท็กซี่ ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติประจำตามปกติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตามสั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีการประชุมติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุเป็นประจำทุกวันเวลา 10.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อสั่งการแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงาน

ผลจากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และตรวจปัสสาวะ ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ยังไม่พบมีผู้กระทำความผิดและคณะทำงานฯ จะทำการตรวจอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ 2557 ซึ่งจะมีผู้ใช้บริการรถโดยสารเป็นจำนวนมาก



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 31 ธ.ค.57

30 ธ.ค. 546 อุบลราชธานี เกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย

30 ธ.ค. 2556 อุบลราชธานี เกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย อุบลราชธานี : เกิดอุบัติที่ อ.ตาลสุม รถยนต์กับรถจักรยานยนต์ เสียชีวิต 1 ราย ส่วนที่ อ.น้ำยืน บาดเจ็บ 2 รายและ อ.ตระการพืชผล บาดเจ็บ 1 ราย รวมอุบัติเหตุในช่วงรณรงค์ลดอุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่ มีอุบัติเหตุเกิดรวม 5 ครั้งเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 6 ราย ขณะที่ทุกหน่วยปฏิบัติเน้นการระวังป้องกันอย่างเข้มข้นตามจุดตรวจหลัก,รองและจุดบริการอีกทั้งการตรวจแอลกอฮอล์,ตรวจปัสสาวะ พนักงานขับรถโดยสาร,รถตู้,แท็กซี่และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เช้าวันนี้ (31 ธ.ค.56) นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 จังหวัดอุบลราชธานี ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุบลาชธานี ซึ่งที่ประชุมได้รายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนทีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2556 เกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย ในพื้นที่อำเภอตาลสุม ถนนสมเด็จ บ้านตาลสุม อ.ตาลสุมโดยคู่กรณีเป็นรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดเวลาประมาณ 14.00 น. มีผู้เสียชีวิต 1 คนในที่เกิดเหตุ ชื่อนายธีรพล ผิวคำ อายุ 20 ส่วนที่อำเภอน้ำยืน เหตุเกิดเวลา 15.00 น. ที่บ้านศรีอุดร ต.ยาง อ.น้ำยืน ถนนสายน้ำยืน- เดชอุดม มีผู้บาดเจ็บ2 คน คือเด็กหญิงมณฑิรา พาราฑิรา อายุ 13 ปีและเด็กหญิงธนาพร แสนคำ อายุ 14 ปีและที่อำเภอตระการพืชผล เหตุเกิดเวลา 17.30 น. ที่บ้านคูณสวรรค์ ต.นาสะไมย์ อ.ตระการพืชผล ถนนสายตระการพืชผล – พนา นายพงศธร สอนสูง อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บ

จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดอุบลราชธานี ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติตามจุดตรวจหลัก,จุดตรวจรองและจุดบริการประชาชน เพื่อเตรียมการระวังป้องกันและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง โดยเฉพาะในวันนี้จะมีการจัดงานรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม เสริมพลังมงคลชีวิต พิชิตเอาฤกษ์ชัย ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่วขึ้นไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งตำรวจทางหลวง,ตำรวจภูธร,แขวงการทางอุบลราชธานี อีกทั้งรวมทั้งกำชับให้มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจปัสสาวะของพนักงานขับรถโดยสาร,รถแท็กซี่,รถตู้โดยสาร,การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานีบริการน้ำมันหรือตามข้างทางอย่างเข้มงวด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเข้มงวดและรายงานผลการดำเนินการต่อที่ประชุมฯ ทุกวันเวลา 09.00 น. และในการประชุมฯ ดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี ระบบ เอฟ.เอ็ม. คลื่น 98.50 เมกกะเฮิร์ต เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติในการระวังป้องกันอุบติเหตุและอุบัติภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ของจังหวัดอุบลราชธานี



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 31 ธ.ค.57

อุบัติเหตุจังหวัดนครพนมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย

ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557  จังหวัดนครพนมมีผู้เสียชีวิตแล้ว  8  ราย  บาดเจ็บ 10 ราย

นายคุมพล  บรรเทาทุกข์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557  จังหวัดนครพนม  ได้ตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557  ซึ่งวันที่ 4 (30 ธ.ค.56) ของการเดินทาง  จังหวัดนครพนมมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 9 ครั้ง  บาดเจ็บ 10 ราย  เสียชีวิต 1 ราย  เป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ  มียอดผู้เสียชีวิตรวม  8 คน  สาเหตุมาจากเมาสุรา  มอเตอร์ไซค์ล้มเอง  ไม่สวมหมวกนิรภัย
              
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  กล่าวเพิ่มเติมว่า  นครพนมเป็นจังหวัดขนาดกลางมีรถเข้ามาจำนวนมาก  การขับขี่รถจึงเป็นได้ด้วยความระมัดระวังที่ยากและพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุมักล้มเอง  สาเหตุจากดื่มสุรา  ไม่สวมหมวกนิรภัยซึ่งเป็นปัญหาลำดับแรก   ต่อจากนี้จะใช้มาตรการอย่างเข้มข้น  โดยกำชับท้องถิ่นตามจุดตรวจต่างๆ ให้เรียกตรวจบ่อยขึ้น  หลังจากปีใหม่แล้วจะต้องรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้กับคนที่ขับขี่มากขึ้น   โดยวางแผนตั้งจุดตรวจ  จุดสกัดกั้นใหม่บนเส้นทางสายหลักที่เป็นจุดเกิดอุบัติเหตุ  เพื่อให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทุกภาคส่วนและสามารถลดอุบัติเหตุลงให้ได้ในเทศกาลต่อไป

สุรินทร์ อุบัติเหตุทางถนนวันที่ 4 ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 เกิดอุบัติเหตุ 8 ครั้ง เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย

นายนิรันดร์ บุญสิงห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ในวันที่  4 (วันที่ 30 ธ.ค. 2556) ช่วงสัญจรปลอดภัยเทศกาลปีใหม่ 2557 มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 8 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตรวม 3 คน  เป็นเพศชาย 2 คน เพศหญิง 1 คน  มีผู้บาดเจ็บรวม  8  คน  เป็นเพศชาย  5  คน  เพศหญิง  3  คน  พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ  50  ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ  25  ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ  12.50  และมอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย ร้อยละ  12.50   ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  ได้แก่  มอเตอร์ไซด์ ร้อยละ 62.50 ปิคอัพ ร้อยละ 12.50  รถบรรทุก 6 ล้อขึ้นร้อยละ 12.50 และรถทางการเกษตร ร้อยละ 12.50 ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด  ได้แก่  ถนนกรมทางหลวง  ร้อยละ 28.57   ถนนกรมทางหลวงชนบท ร้อยละ  28.57  ถนน อบต. ร้อยละ 28.57 และถนนในเมือง ร้อยละ 14.29

สำหรับ ข้อมูลสะสมรวม 4 วัน  (27 – 30 ธ.ค 56) เกิดอุบัติเหตุทางถนน 27  ครั้ง  มีผู้เสียชีวิต 4  คน  เป็นเพศชาย   3  คน  เพศหญิง  1  คน มีผู้บาดเจ็บ 27  คน  เป็นเพศชาย  21  คน  เพศหญิง 6  คน อำเภอที่มีผู้เสียชีวิต รวม  4  อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุรินทร์ อำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี และอำเภอลำดวน อำเภอละ 1  คน  ส่วน อำเภอที่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุ  รวม 10 อำเภอ  ได้แก่  อำเภอชุมพลบุรี จอมพระ กาบเชิง ศีขรภูมิ สำโรงทาบ บัวเชด พนมดงรัก  เขวาสินรินทร์  โนนนารายณ์  และ อำเภอศรีณรงค์

ผลการเรียกตรวจยานพาหนะชนิดต่าง ๆ ตามมาตรการหลัก 85,934 คัน อำเภอเมืองสุรินทร์ เรียกตรวจสูงสุด 23,475 คัน   รองลงมา คือ อำเภอสังขะ  15,852 คัน และเรียกตรวจต่ำสุด คือ อำเภอโนนนารายณ์  643 คัน พบผู้กระทำผิดตามมาตรการหลัก 10  มาตรการ จำนวน 27,508 ราย  ได้แก่ ไม่มีใบขับขี่  7,493 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย  7,406 ราย  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 4,611 ราย มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย  3,295 ราย ความเร็วเกินกำหนด 1,385 ราย แซงในที่คับขัน  1,121  ราย ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  697 ราย ขับรถย้อนศร 696 ราย  ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ  386  ราย  และเมาสุรา 148  ราย

ทั้งนี้ ช่วงอายุผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด คือ 20-24 ปี จำนวน 6,914 คน คิดเป็นร้อยละ 25.13 รองลงมา คือ อายุ 15-19 ปี จำนวน 6,451  คน  คิดเป็นร้อยละ 23.45   อาชีพผู้ถูกดำเนินคดีสูงสุด คือ เกษตรกร จำนวน 7,886 คน  คิดเป็นร้อยละ 28.67   รองลงมา คือ รับจ้าง  จำนวน 6,649  คน คิดเป็นร้อยละ 24.17นักเรียน/นักศึกษา จำนวน 6,505 คน คิดเป็นร้อยละ 23.64 ค้าขาย จำนวน 5,979 คน คิดเป็นร้อยละ 21.74  อื่น ๆ จำนวน 390 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.42 และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 99 คน คิดเป็นร้อยละ 0.36 แยกเป็นดำเนินคดี ไม่มีใบขับขี่ 35 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 6 ราย  ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 29 ราย   ขับรถย้อนศร 2 ราย มอเตอร์ไซต์ไม่ปลอดภัย 5 ราย และแซงในที่คับขัน  22 ราย



สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์