วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ราชภัฏร้อยเอ็ด เปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนนักศึกษาสู่อาเซียน(ค่ายอาเซียน)

มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จัดงานเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนนักศึกษาสู่อาเซียน(ค่ายอาเซียน) เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งในระดับจังหวัดระดับประเทศและระดับนานาชาติ และสร้างประสบการณ์ทางภาษา และวัฒนธรรม  เตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2557  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎรัอยเอ็ด อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อข่วงเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุสิต อุบลเลิศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงานเปิดโลกทัศน์และแลกเปลี่ยนนักศึกษาสู่อาเซียน (ค่ายอาเซียน) (ASEAN Camp "ASEAN Camp”Opening vision and Student Exchange to ASEAN”) กล่าวว่า  เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษา คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา บุคลากร หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมประชุมเพื่อพบปะแลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนกับทีมAEC จังหวัด  เป็นโครงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน เป็นโครงการจัดตั้งสถาบันภาษาและการศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จัดขึ้น ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ทั้งในระดับจังหวัดระดับประเทศและระดับนานาชาติ และสร้างประสบการณ์ทางภาษา และวัฒนธรรม ตลอดจนความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิกอาเซียน และสาธารณรัฐประชาชนจีน เตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.30-16.30 น. ณ หอประชุม 60 พรรษาและอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550   มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด           กิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วยการแสดงศิลปะป้องกันตัวประจำชาติของอาเซียน, ปฐมนิเทศรวมกิจกรรมค่ายอาเซียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา, นิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางภาษาและวัฒนธรรม, ซุ้มอาหารประจำชาติ   นิทรรศการเกี่ยวกับการออกร้านเกี่ยวกับการศึกษาด้านภาษาต่างประเทศ และประชาสัมพันธ์หลักสูตรภาษาต่างประเทศ,ถนนคนเดินและสินค้าโอทอป, การแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษ, การแข่งขันวาดภาพและศิลป กิจกรรมค่ายอาเซียนสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, ประชุมทีมรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศน์สัมพันธ์/ต่างประเทศ และประชุมทีมAECจังหวัด และเครือข่ายครูผู้สอนชาวต่างประเทศ เป็นต้น

ภาคกลางคืน ระหว่างเวลา 17.30-21.00น. จัดเลี้ยงต้อนรับผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและดนตรี โดยนักศึกษาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด และชมการแสดงจากนักศึกษาที่ร่วมค่ายอาเซียน



คมกฤช  พวงศรีเคน ข่าส/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

คณะนักวิจัย มมส. ค้นพบการผลิตข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557  รศ.ดร.ศิริธร ศิริอมรพรรณ หัวหน้าหน่วยวิจัยการพัฒนากระบวนการแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ได้เปิดเผยว่าจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข เผยว่าปัจจุบันประเทศไทย พบผู้ป่วยเบาหวานราว 4.7 ล้านคนเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 52,800 คน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารจำพวกแป้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวขัดขาว เมื่อบริโภคเข้าไปจะมีการย่อยแป้งเป็นน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้ค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index(GI), อ่านว่า ไก-ซี-มิค อิน-เด็ก จี-ไอ) สูง ซึ่งค่าดัชนีน้ำตาลมี 3 ระดับ   คือ ระดับต่ำ คือ น้อยกว่า หรือเท่ากับ 55 ,ระดับกลาง คือ 56 ถึง 69 และ ระดับสูง คือ 70 ขึ้นไป   โดยธรรมชาติข้าวเจ้ามีดัชนีน้ำตาลเท่ากับ 87 ข้าวเหนียวมีค่าเท่ากับ 98 เมื่อร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานไม่หมด น้ำตาลก็จะตกค้างอยู่ในกระแสเลือดสูงเกินกว่าระดับปกติ ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคเบาหวาน โรคความโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด

 รศ.ดร.ศิริธร ศิริอมรพรรณ  ยังได้กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมกับหน่วยวิจัยการพัฒนากระบวนการแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ทำการวิจัยแปรรูปเพื่อให้ข้าวเจ้ามีระดับดัชนีน้ำตาลในเกณฑ์ต่ำประมาณ 51-53 ต่อมา  จนสำเร็จ ต่อมา บริษัท ร้อยเอ็ดผลิตภัณฑ์เกษตรกรและอาหาร จำกัด  ขอรับผลวิจัยดังกล่าวมาต่อยอดเพื่อผลิตในระดับอุตสาหกรรมจำหน่าย ให้แก่ผู้ป่วย โรคเบาหวานและผู้รักสุขภาพ ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัทฯ  ข้าวที่ผ่านการผลิตด้วยกระบวนการที่ถูกต้องมาตรฐาน จะมีลักษณะเด่นคือ อุดมไปด้วยสารอาหาร และวิตามิน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดได้ดี ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยบริษัทได้นำข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ดและระดับประเทศมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต และผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย ได้คุณภาพ   มีความหอม นุ่ม รสชาดอร่อย หุงขึ้นหม้อ รศ.ดร.ศิริธร  กล่าวในที่สุด

ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อได้ ที่  บริษัท ร้อยเอ็ดผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร จำกัด  อ.จตุรพัตรพิมาน
 จังหวัดร้อยเอ็ด โทร 080-7588868, 087-2182777   WWW.101agrifood.com   วิจัยและพัฒนาโดยหน่วยวิจัยการพัฒนากระบวนการแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และได้รับการคุ้มครองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

จังหวัดร้อยเอ็ด มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ประสบภัยหนาวเทศบาลตำบลหนองไผ่

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ประสบภัยหนาวเทศบาลตำบลหนองไผ่ เพื่อบรรเทาภัยหนาวปี 2557 ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 นายประดิษฐ์  ศรีประสิทธ์  นายอำเภอธวัชบุรี เป็นประธานการมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับราษฎรผู้ประสบภัยหนาวพื้นที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ เพื่อบรรเทาภัยหนาวปี 2557 ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ณ หอประชุมเทศบาลตำบลหนองไผ่ อำเภอธวัชบุรี โดยมีนายขวัญชัย  พวงสร้อย ปลัดเทศบาลตำบลหนองไผ่พร้อมราษฎร ตำบลหนองไผ่ ให้การต้อนรับ

นายประดิษฐ์  ศรีประสิทธ์  นายอำเภอธวัชบุรี  กล่าวว่า ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ดได้มีอากาศหนาวเย็นและยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทำให้ราษฎรอำเภอธวัชบรีและอีกหลายอำเภอในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเดือดร้อน ทางอำเภอธวัชบุรีจึงประสานขอรับงบประมาณจากศูนย์พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หน่วยที่ 46 อ.ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อมอบให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่ เทศบาลตำบลหนองไผ่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จากภาวะภัยหนาวดังกล่าว จำนวน 400 ผืน

นายอำเภอธวัชบุรี ยังได้กล่าวอีกว่า ขอให้ราษฎรโดยเฉพาะผู้สูงอายุ  ควรต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพและสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายอยู่เสมอ เพื่อป้องกันโรคที่มากับอากาศหนาวเย็นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด เปิดมหกรรมโลกการเรียนรู้สู่ประตูอาเซียน

วันนี้เวลา 10.00 น. (6 กุมภาพันธ์ 2557) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานเปิดงาน โครงการจัดนิ ทรรศการแสดงผลงานครู นักเรียน นักศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดการเรียนการสอน กิจกรรม 108 อาชีพ และOPEN HOUSE "มหกรรมเปิดโลกการเรียนรู้ อาชีวศึกษาสู่อาเซียน” ณ หอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาร้ อยเอ็ด ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ร้อยเอ็ด โดยการดำเนินงานของ นายอดิพล ไผ่แสวง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึ กษาร้อยเอ็ด และคณะ กิจกรรมที่จัดขึ้น  พร้อมการรับสมัครนักเรียน นักศึกษา(One Stop Service),นิทรรศการทางการศึ กษาของนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษา ร้ อยเอ็ด, การประกวดโครงงานและผลงานสิ่ งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่,การเรี ยนรู้อาชีพระยะสั้น มหกรรม 108 อาชีพ,นิทรรศการการจั ดหางานและการรับสมัครงาน,ชม ชิม ช็อป ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน สินค้า OTOP และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

นายอดิพล ไผ่แสวง ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึ กษาร้อยเอ็ด กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมเปิดโลกการเรียนรู้ อาชีวศึกษาสู่อาเซียน ในครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับความรู้ ประสบการณ์ตรงจากการจัดนิ ทรรศการ และสรุปผลการจัดการเรี ยนการสอนของแต่ละแผนกวิชา โดยผลงานที่จัดแสดงเป็นผลที่เกิ ดจากความก้าวหน้าการจัดการเรี ยนการสอนในปีการศึกษา 2556 ของครูผู้สอน และนักเรียน นักศึกษา ที่ได้เรียนรู้ ในทุกหลักสูตร,มีการบูรณาการสร้ างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้ผู้ เข้าร่วมงาน มีความรู้ ความเข้าใจ กระแสความเปลี่ยนแปลงในโลก โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา อาชีวศึกษา ได้มีความพร้อมเพื่อเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 อย่างมีศักยภาพในตนเองทุกๆด้าน, เปิดให้บริการแนะแนวการศึกษาต่ อสายอาชีพ เพื่อสนองตอบ นโยบายการเปิดรับสมัครนักเรียน นักศึกษา ประจำปี 2557 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชี วศึกษา ซึ่งนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่สนใจ สามารถสมัครและทดสอบความรู้ โดยการสัมภาษณ์ เข้าศึกษาต่อวิทยาลัยอาชีวศึ กษาร้อยเอ็ดได้ในการจัดงานครั้ งนี้,และมีการจัดฝึกอบรม 108 อาชีพ ที่เป็นกิจกรรมช่วยให้เกิ ดความรู้ พัฒนาสู่อาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้อบรมอีกด้ วย

ทั้งนี้ เป็นการชี้วัดถึงประสิทธิ ภาพในการจัดการเรียนการสอน การทำงานอย่างเป็นระบบ ในทิศทางที่ดีงาม นักเรียน นักศึกษา ได้รับความรู้ ประสบการณ์ มีความรับผิดชอบ และเกิดความรัก สามัคคี ในสถานศึกษาที่ตนเองเรียนอยู่  มีนักศึกษาและประชาชน เข้าร่วมงาน กว่า 2000 คน



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พิธีพระราชทานเพลิงศพ อส.ทหารพราน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (6 ก.พ. 57 ) พลตรีนคร สุขประเสริฐ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วัชระ ไวยลาภ ณ ฌาปนสถานวัดศรีสุวรรณนาราม บ้านโคกสี ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด ท่ามกลางข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ร่วมไว้อาลัยเนืองแน่น

อาสาสมัครทหารพราน วัชระ ไวยลาภ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครู ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 14.30 น. ในตำแหน่ง พลปืนเล็ก สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4402 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ชีวิตครอบครัวสถานภาพโสด มีพี่น้อง 3 คน รวมอายุได้ 24 ปี 3 เดือน 26 วัน ภูมิลำเนาเกิดที่บ้านโคกสี ต.ชุมพร อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด

นอกจากนั้น กองทัพบก ยังได้มอบธงชาติไทย และเหรียญบางระจัน เพื่อเป็นเกียรติและระลึกถึงอาสาสมัครทหารพราน วัชระ ไวยลาภ ที่ได้เสียสละชีวิตพลีชีพเพื่อชาติ ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันรักษาแผ่นดินไทย และรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ ไว้ด้วยความกล้าหาญ สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นที่ปรากฏแด่ชนรุ่นหลัง พร้อมปูนบำเหน็จ และเงินประกันชีวิตให้แก่ญาติ วงเงินรวม 2 ล้านบาท
                                                             


กมลพร คำนึง / ข่าว
บุญมี เพ็งรัตน์ / ภาพ
นพวรรณ์ แก้วมูล /พิมพ์

กระทรวงยุติธรรมจัดโครงการดรีมอีสาน – อนาคตภาคอีสานกับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม ครั้งที่ 1

กระทรวงยุติธรรมจัดโครงการดรีมอีสาน – อนาคตภาคอีสานกับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม ครั้งที่ 1 เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้ผู้นําท้องถิ่น ผู้นําชุมชนและเยาวชนในภาคอีสานได้สะท้อนสภาพปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การสื่อสารประเด็นสู่สาธารณะ

06-02-57 ที่โรงแรมตักสิลา อําเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม กระทรวงยุติธรรมโดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกระทรวงยุติธรรมร่วมกับมูลนิธิฟรีดิช เนามัน สถาบันพระปกเกล้าและสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ ดรีมอีสาน อนาคตภาคอีสานกับการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมครั้งที่ 1 เพื่อเปิดพื้นที่สาธารณะให้ผู้นําท้องถิ่น ผู้นําชุมชนและเยาวชนในภาคอีสานได้สะท้อนสภาพปัญหาการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การสื่อสารประเด็นสู่สาธารณะ การรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อศึกษาการจัดทํานโยบายการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมในอนาคต นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเครือข่ายเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งในแง่ของวัฒนธรรม สังคม

ซึ่งจากการดำเนินงานของกระทรวงยุติธรรม โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นมา พบว่า ปัญหาเกี่ยวกับหนี้สินนอกระบบทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความ เหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ เกิดจากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ และความไม่เท่าเทียมในสังคม ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น กระทรวงยุติธรรม โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯ ได้ตระหนักถึงการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมให้ถูกต้อง จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่ 5-10 กุมภาพันธ์ 2557 โดยเริ่มที่จังหวัดมหาสารคาม และจะมีการจัดกิจกรรมและเปิดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อทำข้อเสนอแนะจากผู้นําชุมชนร่วมกับนักศึกษาในพื้นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม รวมจำนวนทั้งสิ้น ๓ ครั้ง ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยโสธร จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดสกลนคร



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

หน.สำนักงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครับ ติดตามการดำเนินงานศูนย์ 3 วัย ฯ จังหวัดมหาสารคาม

หัวหน้าสำนักงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ติดตามการดำเนินงานศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นศูนย์ 3 วัย ลำดับที่ 6 ของประเทศ

(6-2-57)  นายวัลลภ พลอยทับทิม หัวหน้าสำนักงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว พร้อมคณะ เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว หนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยมีนายเมธี สุพรรณฝ่าย ปลัดจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอโกสุมพิสัย ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว หนองบอนฯ และนักเรียนร่วมให้การต้อนรับ พร้อมนำชมผลการดำเนินงาน ซึ่งได้จัดแบ่งเป็นฐานกิจกรรม ประกอบด้วย ฐานผู้สูงวัยสานสายใยรัก ฐานกิจกรรมการพัฒนาอาชีพความรู้สมัยใหม่ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ฐานคิดสร้างสรรค์แต่เยาว์วัย ฐานเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และฐานเรียนรู้ร่วมกันแต่ในครรภ์ ของกลุ่ม อสม.นมแม่

ศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัวหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่บ้านเหล่ายาว ตำบลหนองบอน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ปรับปรุงจากอาคารหลังเดิมขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองบอน เพื่อให้บริการแก่คน 3 วัย คือวัยเด็ก วัยกลางคน และผู้สูงอายุ ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จแทนพระองค์ ไปทรงเปิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 นับเป็นศูนย์ 3 วัย ลำดับที่ 6 ของประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 928 คน



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปลุกจิตสำนึกแก่เยาวชน นักเรียน นิสิตและประชาชนทั่วไปในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ สร้างแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยา ด้วยการจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ภายใต้คำขวัญ"พื้นที่ชุ่มน้ำและการเกษตร คู่หูสู่ความเจริญ”

(6-2-57)  ที่บริเวณสถานีปฏิบัติการบ้านเกิ้ง สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี โดยถือเป็นวันลงนามอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ณ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน ซึ่งประเทศไทยและนานาประเทศได้ร่วมจัดงานนี้เพื่อปลูกจิตสำนึกและเสริมสร้าง ให้ประชาชนและเยาวชน มีแนวคิดในการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ ที่ปัจจุบันกำลังได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบเกษตรกรรมเป็นแบบอุตสาหกรรม ทำให้พื้นที่ป่าริมแม่น้ำลดลง สารพิษตกค้างในแหล่งน้ำและนาข้าว และอีกหลายปัญหาที่กระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

รองศาสตราจารย์ ดร.โรจน์ชัย ศัตรวาหา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก เป็นประจำทุกปี โดยมีปีนี้ เป็นปีที่ 4 มีคำขวัญว่า "Wetlands & Agriculture : Partners for Growth” หรือ "พื้นที่ชุ่มน้ำและการเกษตร คู่หูสู่ความเจริญ” ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้ จึงมีกิจกรรมใหม่เพิ่มเติมที่เน้นเกี่ยวกับการเกษตรในพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น การแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ การจัดซุ้มแสดงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การประกวดจัดสวนผักสวนครัว กิจกรรมวิชาการและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชุ่มน้ำ เยี่ยมชมฐานเรียนรู้เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในศูนย์ศึกษาพรรณไม้ป่าบุ่งป่าทาม ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รวมถึงห้องสมุดเคลื่อนที่จากสำนักวิทยบริการ โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์การบริหารส่วนตำบล เกิ้ง มูลนิธิรักษ์อีสาน สำนักวิทยบริการ กองอาคารสถานที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดมหาสารคาม โรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง และประชาชนในชุมชนรอบสถานีปฏิบัติการบ้านเกิ้ง



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม จัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ไหว้พระอาเซียนสู่สากล

จังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมจัดนิทรรศการไหว้พระอาเซียนสู่สากล พุทธพิธีเปิดโลกอาเซียนสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ อาเซียนสัมพันธ์ สวดมนต์นานาชาติ เวียนเทียนนานาชาติ โดยใช้สถานที่หลักคือที่พุทธมณฑลอีสาน พระบรมธาตุนาดูน และวัดมหาชัย พระอารามหลวง

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม กำหนดจัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ในช่วงวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2557 โดยจัดให้มีกิจกรรมสำคัญ ๆ ได้แก่ นิทรรศการไหว้พระอาเซียนสู่สากล พุทธพิธีเปิดโลกอาเซียน ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน ศรีลังกา เนปาล การสาธยายพระไตรปิฎกนานาชาติ อาเซียนสัมพันธ์ สวดมนต์นานาชาติ เวียนเทียนนานาชาติ ประกวดสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ ประกวดบรรยายธรรม สำหรับสถานที่หลักที่จังหวัดมหาสารคาม ใช้ในการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 กำหนดที่บริเวณพุทธมณฑลอีสาน พระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม โดยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเป็นพิธีเปิดงานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน พร้อมด้วยคณะสงฆ์จากชาติอาเซียนร่วมพิธีเปิด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ กิจกรรมไหว้พระอาเซียนสู่สากล ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม จัดขึ้น และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา จะเป็นกิจกรรมเวียนเทียนนานาชาติ เริ่มเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมหาสารคาม จัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดมหาชัยพระอารามหลวง โดยวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นพิธีเปิดงาน ในเวลา 13.30 น. ส่วนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 07.00 น. เป็นพิธีทำบุญตักบาตรและเวลา 19.00 น. ประกอบพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ

ทั้งนี้ในการจัดสัปดาห์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ยังได้เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกันแต่งชุดขาวปฏิบัติธรรม เพื่อร่วมกิจกรรมในระหว่างวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2557



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬจัดกิจกรรมโอเพ่นเฮ้า “อาชีวะสร้างคน คนสร้างชาติ พัฒนาสู่อาเซียน”

วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ จัดกิจกรรมโอเพ่นเฮ้า 57 "อาชีวะสร้างคน คนสร้างชาติ พัฒนาสู่อาเซียน” โดยมีนักเรียนจากสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาหลายแห่งเข้าร่วมกิจกรรม งานแนะแนวอาชีพ แข่งขันทักษะวิชาชีพ การประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ฝึกอาชีพจากหลากหลายสาขาวิชา มีนักเรียนเข้าร่วมงานกว่า 1000 คน

วันที่ (05-02-57)  ณ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมโอเพ่นเฮ้า 57 "อาชีวะสร้างคน คนสร้างชาติ พัฒนาสู่อาเซียน” หรือโครงการเปิดโลกอาชีพ ณ บริเวณวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ในการจัดงานครั้งนี้ได้มีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทัศการผลงานทางวิชาการ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ และการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์คนรุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนนักศึกษา ทั้งภายนอกและภายในวิทยาลัย ที่มาร่วมงานกว่า1 ,000 คนได้ค้นพบความสามารถของตนเอง มีโอกาสได้แสดงออกในทางที่ถูกต้อง และพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จทางการศึกษา ทั้งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกเรียนต่อในสายอาชีพหลากหลายสาขาวิชา ที่วิทยาลัยเทคนิคเปิดการเรียนการสอนได้อย่างถูกต้องตรงกับความต้องการ เพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพ เพราะในปัจจุบันได้มีนักศึกษา ที่อยู่ในวัยแรงงานที่จบการศึกษาไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงานในขณะนี้ พร้อมกันนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในช่วงเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยนในปี 2558 ดังกล่าวด้วย นายเมธีสิน สมอุ่มจารย์ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ระบุว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้จัดแสดงผลงาน ที่เกิดจากการเรียนรู้ในรูปนิทรรศการทางวิชาการ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ การประกวดผลงานและสิ่งประดิษฐ์ แสดงออกด้านศิลปะการฝึกอาชีพให้นักเรียนนักศึกษา ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์นำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพในอนาคตได้ต่อไป

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 10 ลงพื้นที่บึงกาฬ

วันนี้ (06-02-57) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 พร้อมคณะ เดินทางมาตรวจราชการพร้อมประชุมกับคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องในเรื่องการติดตามการดำเนินงานแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และการบริหารงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ ตรวจติดตามโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ในโครงการปรับปรุงถนนลาดยางสาย 3006 แยก ทล 212 บ้านนาขาม - อำเภอโซ่พิสัย และโครงการยกระดับยางพาราจังหวัดบึงกาฬ การพัฒนาโครงการต้นการแปรรูปผลผลิตเบื้องต้นเป็นยางเครป

นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการนำเสนอเรื่องใหญ่ๆอยู่ 2 ส่วน คือ 1 เรื่องการดำเนินการตามมติคระธรรมมาภิบาลจังหวัด และ 2 การติดตามผลความคืบหน้าในการดำเนินการเกี่ยวกับงบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัดทั้งในส่วนผลสัมฤทธิ์ในปีที่ผ่านมาและในปีปัจจุบัน ในที่ประชุมมีเรื่องนำเสนอหลายเรื่องมีประเด็นสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมสอดส่องแผนงานและโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดบึงกาฬทั้งหมดโดยมอบหมายให้คณะกรรมการคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญที่มีผลกระทบกับประชาชนจะได้เข้าไปสอดส่อง เช่นโครงการพัฒนาศักยภาพยางพาราโดยใช้งบประมาณ 10 ล้านบาทและโครงการเกี่ยวกับการสร้างและซ่อมแซมถนนหนทางและได้พิจารณาในเรื่องร้องเรียนของประชาชนในเรื่องต่างๆที่ได้ร้องเรียนเข้ามาเพื่อที่จะได้เข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียน ซึ่งประชาชนสามารถร้องเรียนเรื่องที่หน่วยงานต่างดำเนินงานโดยไม่ถูกต้องชอบธรรมได้ที่คณะกรรมการธรรมมาภิบาลจังหวัดบึงกาฬ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญ พวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ จ่าสิบเอกทศพร โชติกลาง ที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญ พวงมาลาหลวงวางหน้าหีบศพ จ่าสิบเอกทศพร โชติกลาง ที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ 5 ม.ค. 57  เวลา18.30 น. ที่วัดสุทธจินดา วรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้อัญเชิญพวงมาลาหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาพระราชทาน พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เพื่อไว้อาลัยในโอกาสบำเพ็ญกุศลแด่ศพ จ่าสิบเอกทศพร โชติกลาง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 23 ปฏิบัติหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ บริเวณบ้านปลักใหญ่ ม.9 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่ผ่านมา สำหรับศพ จ่าสิบเอกทศพร โชติกลาง จะตั้งสวดอภิธรรมศพที่วัดสุทธจินดา วรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ไปจนถึงวันที่ 7 ก.พ. 2557 ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 8 ก.พ. 2557 เวลา 15.00 น.

จังหวัดนครราชสีมา ประชุมคณะทำงานจัดสร้างวัตถุมงคล

วันนี้ เวลา 09.30 น. นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานจัดสร้างวัตถุมงคล ณ ห้องมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เรื่องที่ประชุมพิจารณา รูปแบบการจัดสร้างวัตถุมงคล และพิจารณาแหล่งเงินทุน สถานที่จัดสร้าง (ผู้ผลิต) จำนวนที่จะผลิต/ราคาจัดจำหน่าย แนวทางการจำหน่าย/สถานที่รับจอง/แบบรับจอง/สถานที่จำหน่าย พร้อมพิธีบวงสรวงขออนุญาตจัดสร้าง และพิธีกรรมปลุกเสก


อาฒยา /รายงาน/สมศักดิ์ ฉายาวรรณ/ภาพ

ภาค 4 แถลงความคืบหน้าคดียิงขวัญชัย ไพพนา


พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวถึงความคืบหน้าคดียิงนายขวัญชัย ไพรพนา ว่า ในทางคดีชุดสืบสวนสอบสวนยังคงลงพื้นที่หาข่าว และแกะรอยคนร้ายอย่างเต็มที่ ส่งผลให้คดีมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะกับการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมที่ได้สอบปากคำไปแล้วรวมกว่า 10 ปาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านของนายขวัญชัย และโดยรอบของสถานที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตำรวจสามารถบันทึกไว้ได้ 2 จุดส่งผลต่อรูปคดีและแนวทางการสืบสวนอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้าย ได้ประสานขอทีมสืบสวนสอบสวนชั้นนำของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รวมทั้งหมด 5 ชุด ประกอบด้วย บก.ภ.จว.อุดรธานี, สภ.เมืองอุดธานี, บก.สส.ภ.4 รวมไปถึงชุดเฉพาะกิจประสานการทำงานระหว่างทีมสืบสวนกับพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งขึ้นอีกเพื่อให้การทำงานรัดกุมและละเอียดเพิ่มขึ้น ต้องลงพื้นที่หาข่าวไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้งที่ จ.หนองคาย, หนองบัวลำภู, นครพนม, สกลนคร และขอนแก่น ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีหลังก่อเหตุ พล.ต.ต.สุรพลกล่าวต่อว่า ขณะนี้อาการของนายขวัญชัยปลอดภัยแล้ว สามารถสื่อสารและขยับตัวได้ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.สส.ภ.จว.อุดรธานี มาดูแลความปลอดภัยทั้งที่โรงพยาบาล และบ้านพัก ทั้งได้จัดชุดคุ้มกันให้คนในครอบครัวนายขวัญชัย เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุอาจจะหวนคืนมาก่อเหตุอีกครั้ง คนร้ายที่ก่อเหตุยิงนายขวัญชัยนั้นได้ติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของนายขวัญชัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าคนในมีส่วนรู้เห็นหรือเกลือเป็นหนอน เพราะนายขวัญชัยมักจะเดินทางตลอด แต่คนร้ายกลับเลือกลงมือขณะนายขวัญชัยกำลังพักอยู่ที่บ้าน อาจจะมีคนแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวของนายขวัญชัยให้มือปืนรู้ ประเด็นการลอบสังหารนั้นให้น้ำหนักไว้ที่ปมขัดแย้งส่วนตัวและปมขัดแย้งในฐานะแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน ซึ่งได้ส่งปลอกกระสุนไปเทียบกับการใช้อาวุธปืนตามพื้นที่ต่างๆ ทั้งในเขต กทม.และพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เพื่อสืบหาที่มาของปืนและกลุ่มคนร้าย มั่นใจว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าทางคดีและสามารถออกหมายจับผู้ลงมือก่อเหตุ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ตชด.ภาค 2 บุกค้นเรือนจำขอนแก่นได้ยาเสพติด โทรศัพท์ อาวุธเพรียบ

เช้าวันนี้   ร.ต.อ.วรพันธ์ จันทริมา รอง สว.ธกส.ฝอ.บก.ตชด.ภาค ๒ นำข้าราชการการตำรวจ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ จำนวน ๓๐ นาย เข้าตรวจค้นจู่โจมภายในเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่น โดยร่วมกับนายวุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผู้บัญชาการเรือนจำขอนแก่นและเจ้าหน้าที่เรือนจำร่วมกันตรวจค้น ผลการตรวจค้นครั้งนี้ได้ของกลางสิ่งเสพติด  ยาเม็ดสีส้มคล้ายยาบ้า 160 เม็ด ผงบดสีขาวคล้ายไอซ์ 8.9 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และ สิ่งผิดกฏหมาย คล้ายอาวุธมีดหลายรายการ การตรวจค้นครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเรือนจำสีขาวยั่งยืนตามนโยบายของนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่น ที่ปี 2557นี้ปัญหายาเสพติดจะเป็นวาระของจังหวัดขอนแก่น ในการแก้ไข ปัญหาอย่างยั่งยืน  จากการที่จังหวัดขอนแก่นมีการตรวจค้นเรือนจำมาอย่างต่อเนื่องทุกเดือนแต่ปัญหายาเสพติดและการสั่งซื้อยาบ้าในเรือนจำก็มีไม่หยุด แต่ผู้ต้องหาก็หาแนวทางใหม่ในการส่งยาเสพติดเข้าเรือนจำมีการจับกุมกันได้ เป็นประจำเพราะมีการทำกันเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ มีการรู้ความเคลื่อนไหวทั้งภายในภายนอกทำให้การตรวจค้นหลายๆครั้งไม่พบยาเสพติดและอุปกรณ์สื่อสาร แต่ครั้งนี้เป็นการจู่โจมไม่แจ้งล่วงหน้าทำให้ได้สิงผิดกฏหมายหลายรายการ

อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานวันสตรีสากล

อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานวันสตรีสากลสืบสานวัฒนธรรมประเพณีบุญคูนลานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ปี 2557

นายแพน พรไตรศักดิ์ นายอำเภอสมเด็จ เปิดเผยว่า อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยภาคีเครือข่ายองค์กรต่างๆ ประกอบด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอ คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอสมเด็จ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ชมรมอาสาพัฒนาชุมชนอำเภอสมเด็จ ที่ทำการปกครองอำเภอและสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสมเด็จ รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชน ได้ร่วมกันจัดงาน วันสตรีสากลสืบสานวัฒนธรรมประเพณีบุญคูนลาน ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสมเด็จ เพื่อสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านและระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและคนยากจนในอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป เริ่มด้วยการเดินรณรงค์ของกลุ่มสตรีอำเภอสมเด็จในการแสดงพลังขับเคลื่อนประเทศไทย พิธีเปิดโครงการ การมอบปัจจัยแก่ผู้ด้อยโอกาสและครัวเรือนยากจน จำนวน 188 ราย  จากนั้น เป็นพิธีสู่ขวัญข้าว และในช่วงเย็นมีกิจกรรมรำวงย้อนยุคเพื่อหาเงินทุนสนับสนุนภาคีเครือข่ายแก้จนแบบบูรณาการอำเภอสมเด็จ ในวันที่ 8 มกราคม 2557 เป็นงานบุญคูนลาน ซึ่งมีกิจกรรมการทอดผ้าป่าข้าวเปลือก โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมวันสตรีสากลสืบสานวัฒนธรรมประเพณีบุญคูนลานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในห้วงวันเวลา และสถานที่ดังกล่าว



นันทพร กาสาวิด / ข่าว

วัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) จ.สุรินทร์



วัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 32210

พระพิมลพัฒนาทร   (หลวงพ่อพวน วรมงฺคโล)  เจ้าคณะตำบลคอโค   และเจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์ ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์เป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์ พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่วัด และรับมอบวัตถุมงคลจากหลวงพ่อเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ

หลวงพ่อพวน  เกิดเมื่อวันที่  15  เมษายน  2471  ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 11 ค่ำ เดือน 5  ปีมะโรง อายุ 86 พรรษา บวชเป็นสามเณรที่วัดคอโค (วัดสง่างาม) อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครบอายุบรรพชา ได้หลวงปู่อวง เป็นพระอุปัชญา และศึกษาปฏิบัติธรรมกับ หลวงปู่มา และมีหน้าที่สอนหนังสือการปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ ท่านชอบธรรมชาติ จึงชอบธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง  ๆ

ในสมัยก่อน ประมาณ ปี 2517 พื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นป่าทึบและยังเป็นดินแดนสีแดง หรือเรียกว่ากลุ่มคอมมิวนิสต์เข้ามาหลบอยู่ในป่า ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าเข้าในป่าลึก โดยเฉพาะตามแนวชายแดน  ได้มาธุดงค์ในป่าแถวบริเวณนี้ ชอบความสงบตามธรรมชาติและมีถ้ำอยู่ จึงได้มาพำนักปฏิบัติธรรมในถ้ำใกล้ ๆ บริเวณวัดช้างหมอบแห่งนี้ ในช่วงนั้น ไป ๆ  มา ระหว่างวัดคอโคและสถานที่แห่งนี้ และมีความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ควรจะมีการสร้างวัดขึ้น



ค้นพบรอยพระพุทธบาท

จนถึง ปี พ.ศ. 2527 ได้กลับมาอย่างถาวร  โดยจะสร้างเป็นวัดในการปฏิบัติธรรม และพบรอยพระพุทธบาทอยู่เหนือถ้ำ เนื่องจากมีแสงสว่างขึ้นมาในช่วงกลางคืน เป็นแสงหลายสี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว เขียว แดง เหลือง ลำแสงสว่างอยู่เหนือยอดไม้  1 – 2  เมตร จนชาวเขมรต่ำ เห็นและคิดว่าที่วัดมีไฟฟ้าใช้ ได้พากันขึ้นมาขอไฟฟ้าใช้บ้าง แต่เมื่อมาถึง ก็เห็นเป็นวัดเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าแต่อย่างใด

ต่อมาบริเวณรอยพระพุทธบาท  ที่มีลำแสงให้เห็นยามค่ำคืน จนถึงประมาณตี 1 นั้น มีต้นตะเคียนใกล้ ๆ ได้โค่นลงมาทับก้อนหินแตก ทำให้เห็นรอยพระพุทธบาทชัดเจนขึ้น และรอยหินได้แยกออกประมาณ 1 เมตร ทำให้เป็นรอยพระพุทธบาทหันพระบาทไปทางทิศตะวันออก มีขนาดกว้าง  33 นิ้ว ยาว 56 นิ้ว

วัดมงคลรัตน์ ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์เป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์  พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่วัด และรับมอบวัตถุมงคลจากหลวงพ่อเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ  เริ่มสร้างโบสถ์ ปี 2527  โดยมีสามี ภรรยา คู่หนึ่ง ได้รับโชคลาภจากการขอพรรอยพระพุทธบาท ที่ราษฎรจะมาขอกันเป็นประจำ เช่น ขอบุตร ขอตำแหน่ง ขอความร่ำรวย สามี ภรรยาคู่นี้ก็มาขอเช่นเดียวกัน และหอบเงินมาขอสร้างโบสถ์ให้วัดช้างหมอบ ปัจจุบันได้รับการตั้งชื่อเป็นทางการว่าวัดมงคลคชาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ส่วนการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร นั้น สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสารีริกธาตุของพระอริยะสงฆ์และพระธาตุที่เสด็จมาและเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาสักการะ โดยก่อนที่จะสร้างนั้น ได้มีการบวงสรวงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาได้มีหญิงสาวอายุ 17 ปี มาพร้อมชายวัยกลางคน ประมาณ 50 ปี เศษ มาขอออกแบบพระปรางค์พร้อมแกะลายยอดพระปรางค์ให้ด้วย  ทำงานตลอดไม่พูดจากับใคร ไม่ทราบว่ามาจากไหนโดยใช้เวลาเพียง 15 วัน ได้นำแบบทั้งหมดมาให้และบอกว่า ต่อไปจะมีคนมาสร้างให้ หลังจากนั้นก็จากไป ไม่ได้เจอกันอีกเลย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ได้นำพุทธศาสนิกชนทั่วทุกหมู่เหล่า  ร่วมกันอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ  พร้อมด้วยพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกฉบับภาษาลาว  นั่งช้าง เวียนประทักษิณรอบพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชรเนื่องจากในปีนี้เป็นปีพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นการเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 85 พรรษา และสมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 99 ปี จังหวัดสุรินทร์ จึงได้ขอประทานพระบรมสารีริกธาตุ จากพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระองค์ทรงเมตตาประทาน พระบรมสารีริกธาตุ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร วัดมงคลวราภรณ์ บ้านช้างหมอบ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นที่สักการะ บูชา เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนา เป็นสิริมงคล และเป็นกำลังใจแก่คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนตามแนชายแดนไทย – กัมพูชา

สำหรับครั้งนี้  นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส กล่าวว่าจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี ในวันที่ 14 ก.พ. 2557 ณ วัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ ) หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ต. แนงมุด จ. สุรินทร์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา และเพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์อีกแห่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดผ้าป่าสามัคคีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน  ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้โดยทั่วกัน โดยประสานรายละเอียดและส่งปัจจัยได้ที่  สำนักงานจังหวัดสุรินทร์  กลุ่มงานอำนวยการ โทร 044-512039 (นายสันทัด แสนทอง หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ โทร 086-7215312 ) ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานการเงินและบัญชี โทร 044-511891 (นางสาวรัชนีภรณ์ สุยะ เสมียนตราจังหวัดสุรินทร์ โทร081-7534853 ) หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 และขอความกรุณาแฟกซ์ใบโอนให้ทราบด้วย

หมายเหตุ :  หลวงพ่อพวน เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของอีสานใต้  เป็นพระเมตตาธรรมสูง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ใครที่เดือดร้อนมาจะช่วยโดยให้ยึดหลักธรรมะ ให้เก่งงาน เก่งอาชีพ ใช้อย่างประหยัดคุ้มค่า

วัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม)


(ตอนที่ 1 )

ท่องเที่ยวนมัสการหลวงพ่อพวน วัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) เกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้

พระพิมลพัฒนาทร   (หลวงพ่อพวน วรมงฺคโล)  เจ้าคณะตำบลคอโคและเจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์  ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ และเจ้าอาวาสวัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์เป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์ พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่วัดและรับมอบวัตถุมงคลจากหลวงพ่อเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ

หลวงพ่อพวน  เกิดเมื่อวันที่  15  เมษายน  พ.ศ. 2471  ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 11 ค่ำ เดือน 5  ปีมะโรง อายุ 87 พรรษา บวชเป็นสามเณรที่วัดคอโค (วัดสง่างาม) อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครบอายุบรรพชา ได้หลวงปู่อวง  วัดสง่างาม(วัดคอโค) อำเภอเมืองสุรินทร์  เป็นพระอุปัชฌาย์ และศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ อวงและหลวงปู่มา นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สอนหนังสือการปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์มาโดยตลอด หลวงพ่อพวนท่านชอบธรรมชาติ จึงชอบธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง  ๆ เป็นประจำ

ในสมัยก่อน  ประมาณ ปี พ.ศ. 2517 พื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นป่าทึบและยังเป็นดินแดนสีแดง หรือเรียกว่ากลุ่มคอมมิวนิสต์เข้ามาหลบอยู่ในป่า ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าเข้าในป่าลึก โดยเฉพาะตามแนวชายแดน  ท่านได้มาธุดงค์เข้าในในป่าบริเวณนี้ซึ่งอยู่บนเนินเขาพนมดงรัก ติดชายแดนไทย กัมพูชา ชอบความสงบตามธรรมชาติ ได้พำนักและมาปฏิบัติธรรมในถ้ำใกล้ ๆ บริเวณวัดช้างหมอบแห่งนี้ ในช่วงนั้น ได้เดินทาง  ไป ๆ  มา ระหว่างวัดคอโคและวัดแห่งนี้ มีความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หากชาวบ้านมาถางป่าทำไร่ก็น่าเสียดาย

ทุกวันนี้ หลวงพ่อพวน วรมังคโล เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของอีสานใต้ เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ใครที่เดือดร้อนมาขอให้ช่วยโดยหลวงพ่อจะสอนให้ยึดหลักธรรมะ ให้เก่งการทำงาน เก่งการประกอบอาชีพอย่างสุจริต ใช้อย่างประหยัดคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงแม้จะมีอายุมากถึง 87 พรรษาแล้วก็ตาม สังขารเริ่มเจ็บป่วยตามวัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่หลวงพ่อพวนก็ยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจเป็นประจำทุกวัน ญาติโยม ยังเลื่อมใส ในข้อวัตรปฏิบัติ ที่เคร่งครัดของหลวงพ่อ ได้เดินทางมากราบไหว้ ขอพร และขอบารมีคุ้มครองจากหลวงพ่อ และเป็นที่เชื่อกันว่า หากใครได้รับพร และน้ำมนต์จากหลวงพ่อ จะเป็นผู้โชคดี ได้สิ่งที่ปรารถนาดั่งใจ และหากญาติโยมท่านใดที่มีความประสงค์จะบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณี ศรีไตรยอดเพชร เพื่อเก็บบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็สามารถติดต่อได้ที่วัดช้างหมอบ(วัดมงคลคชาราม ) หมู่14 บ้านช้างหมอบ ต.แมงมุด     อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 32210 หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 ได้ตลอดเวลา



(ตอนที่  2 )

ค้นพบรอยพระพุทธบาท

ท่านเจ้าคุณ พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน) แห่งวัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์  เกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า การเดินทางในช่วงแรกที่เดินทางเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 จนถึง ปี พ.ศ. 2527 จะเดินทางไปมาระหว่างวัดมงคลรัตน์กับวัดช้างหมอบ จนคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้ว จึงได้พำนักโดยจะสร้างเป็นวัดในการปฏิบัติธรรม และจากการปฏิบัติธรรมพบว่ามีรอยพระพุทธบาทอยู่เหนือถ้ำ เนื่องจากมีแสงสว่างขึ้นมาในช่วงกลางคืน เป็นแสงหลายสี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว เขียว แดง เหลือง ลำแสงสว่างอยู่เหนือยอดไม้  1 – 2  เมตร จนชาวเขมรต่ำ (ฝั่งกัมพูชาจะอยู่ใต้ลงไปของเขาพนมดงรัก ชาวสุรินทร์จึงเรียกว่าชาวเขมรต่ำ) ได้ เห็นแสงสว่างและคิดว่าที่วัดช้างหมอบมีไฟฟ้าใช้ จึงได้พากันขึ้นมาขอไฟฟ้าใช้บ้าง แต่เมื่อมาถึง ก็เห็นเป็นวัดเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าแต่อย่างใด

ต่อมาบริเวณรอยพระพุทธบาท  ที่มีลำแสงให้เห็นยามค่ำคืนเป็นประจำ  โดยเฉพาะวันพระลำแสงจะสุกสว่างยาวนานจนถึงประมาณตี 1 นั้น มีต้นตะเคียนใหญ่อยู่ใกล้ ๆ ได้โค่นลงมาทับก้อนหินแตก ทำให้เห็นรอยพระพุทธบาทชัดเจนขึ้น และรอยหินได้แยกออกประมาณ 1 เมตรเศษ ทำให้เห็นเป็นรอยพระพุทธบาทหันพระบาทไปทางทิศตะวันออก มีขนาดกว้าง  33 นิ้ว ยาว 56 นิ้ว จากการนั่งสมาธิได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาให้เห็นด้วยกายเนื้อทิพย์จีจรสีแดงเข้ม แล้วบอกหลวงพ่อพวนว่า รอยนั้นเป็นรอยพระพุทธบาทของพระปัจเจกพุทธเจ้า ด้านหน้าของรอยพระพุทธบาท มีช้างหินหันหน้ามาทางรอยพระพุทธบาท เหมือนคอยเฝ้ารอยพระพุทธบาทและมีถ้ำใต้รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นถ้ำที่หลวงพ่อพวนนั่งสมาธิเป็นประจำ

สำหรับความศักดิ์สิทธิ์นั้น  พระในวัดทราบดีแต่ก็มีบางรูปไม่เชื่อมาหลบหลู่ ปีนขึ้นไปนั่ง ก็มีอันเป็นไป แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เดือดร้อนจะมาขอโชคลาภเป็นประจำ บางคนก็มาขอลูก ขอตำแหน่ง ขอให้หายจากการเจ็บป่วย บางคนได้โชคลาภก็มาทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก สำหรับการสร้างวัดช้างหมอบหรือวัดมงคลคชาราม เริ่มสร้างโบสถ์ ปี พ.ศ. 2527  โดยมีสามี ภรรยา คู่หนึ่ง มีหนี้สินกว่า 2 ล้านบาทไม่รู้จะหันหน้าไม่พึ่งใครก็มาขอโชคลาภจากรอยพระพุทธบาท เช่นเดียวกัน ปรากฏว่ากลับไปร่ำรวยและหอบเงินมาขอสร้างโบสถ์ให้วัดช้างหมอบ ปัจจุบันได้รับการตั้งชื่อเป็นทางการว่าวัดมงคลคชาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์





(ตอนที่ 3 )

การก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร

ท่านเจ้าคุณ พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน) แห่งวัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์  เกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของจังหวัดสุรินทร์  กล่าวถึงการที่ได้ธุดงค์มาพำนักที่บนเนินเขาพนมดงรักแห่งนี้  ได้บำเพ็ญเพียรวิปัสสนากรรมฐาน นั่งสมาธินิมิตเห็นพระปรางค์รูปทรงตามที่ได้จัดสร้าง เป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะว่า สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีธรรมสภากว้างขวาง ใหญ่โตและเป็นสวรรค์ชั้นที่เทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกสามารถขึ้นไปฟังพระธรรมจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสด็จมาโปรดพระพุทธมารดาตลอดไตรมาส ให้เทพดาในโลกธาตุที่ประชุมฟังธรรมอยู่ในที่นั้น ได้บรรลุมรรคผลสุดที่จะประมาณ ในอวสานกาลเป็นที่จบคัมภีร์มหาปัฎฐาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ 7 พระมหามายาเทวี พระพุทธมารดาได้บรรลุพระโสดาปัตติผล สมพระประสงค์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้ทรงตั้งพระทัยเสด็จขึ้นมาสนองคุณพระพุทธมารดา

จากนิมิตรดังกล่าวหลวงพ่อพวนไม่รู้ว่าจะจัดสร้างได้อย่างไร  คิดว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นดินแดนธรรมในอนาคต เทพ พรหมคงมากำหนดให้เห็นเป็นนิมิต  จึงได้ทำพิธีบวงสรวงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ให้มีคนมาช่วยให้การสร้างพระปรางค์ประสบผลสำเร็จเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสารีริกธาตุของพระอริยสงฆ์และพระธาตุที่เสด็จมาและเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาสักการะได้ตลอดไป

ต่อมาได้มีหญิงสาวผิวขาวร่างสันทัด อายุ 17 ปี มาพร้อมชายวัยกลางคน ประมาณ 50 ปี เศษ มาขอออกแบบพระปรางค์พร้อมแกะลายยอดพระปรางค์ให้ด้วย  โดยอาตมาบอกเขาตามนิมิตที่เห็น เขาทำงานกันทั้งวันไม่พูดจากับใคร  อาตมาก็ไม่กล้าเข้าไปซักถามจึงไม่ทราบว่ามาจากไหนโดยใช้เวลาเพียง 15 วัน ได้นำแบบทั้งหมดมาให้และบอกว่า ต่อไปจะมีคนมาสร้างให้ หลังจากนั้นเขาทั้ง 2 คนก็ออกจากวัดไป ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้

พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร  เริ่มสร้าง เมื่อวันที่ 9  มีนาคม 2552 โดยจัดสร้างเป็นองค์ปรางค์ 3 ยอดอยู่ตรงกลาง และมีปรางค์บริวารโดยรอบทั้ง 8 ทิศ ตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ย ๆ ซึ่งได้ปรับปรุงพื้นที่โดยการถมดินเป็นฐานมีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 100 เมตร  สูงจากพื้นดินปกติ  5 เมตร มีความวิจิตรสวยงาม ตั้งอยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา การดำเนินการได้จัดสร้างไปแล้วประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์  สำหรับวัสดุ ที่เป็นทั้งหินศิลาแลง และปูนที่วางแบบเป็นรูปแบบสมัยประยุกต์ ทั้งลวดลาย ที่เป็นแบบลายไทย และลายผสม ไทยและอาณาจักรขอม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ได้นำพุทธศาสนิกชนทั่วทุกหมู่เหล่า ร่วมกันอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกฉบับภาษาลาว นั่งช้าง เวียนประทักษิณรอบพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชรเนื่องจากในปีนั้นเป็นปีพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นการเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 85 พรรษา และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 99 ปี จังหวัดสุรินทร์ จึงได้ขอประทานพระบรมสารีริกธาตุ จากพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระองค์ทรงเมตตาประทาน พระบรมสารีริกธาตุ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร วัดช้างหมอบหรือวัดมงคลคชาราม ที่ บ้านช้างหมอบ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นที่สักการะ บูชา เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นกำลังใจแก่คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

สำหรับในครั้งนี้  นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส ได้กล่าวว่าจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์  กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี  ในวันที่ 14 ก.พ. 2557 ซึ่งเป็นวันแห่งความรักและวันมาฆบูชา ณ วัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ ) หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ต. แนงมุด จ. สุรินทร์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและเพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดผ้าป่าสามัคคีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน  ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โดยประสานรายละเอียดและส่งปัจจัยได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานอำนวยการ โทร 044-512039  (นายสันทัด แสนทอง หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ โทร 086-7215312 ) ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานการเงินและบัญชี โทร 044-511891 (นางสาวรัชนีภรณ์ สุยะ เสมียนตราจังหวัดสุรินทร์ โทร081-7534853 ) หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 และขอความกรุณาแฟกซ์ใบโอนให้ทราบด้วย

จ.สุรินทร์เตือน ระวังเด็กป่วยอุจจาระร่วงหน้าหนาว แนะหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หากไข้สูงไม่ลด ถ่ายเป็นมูกเลือด ควรรีบพบแพทย์

นางสาวกัญญรัตน์  เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า  โรคอุจจาระร่วง เป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นในฤดูหนาว ที่สำคัญมักจะเกิดขึ้นกับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งติดต่อได้โดยการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หากมีอาการถ่ายเหลวบ่อยครั้งควรดื่มสารละลายเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำและเกลือแร่ หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก อาเจียนบ่อย หรือถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด ห้ามกินยาหยุดถ่าย ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

ในหน้าหนาว  อาหารบางอย่าง เช่น แกงกะทิอาจบูดเสียง่ายแต่ไม่มีกลิ่น เนื่องจากอากาศที่เย็น ทำให้กลิ่นและรสของอาหารไม่เปลี่ยนแปลงมากนักทำให้คิดว่าสามารถรับประทานได้โดยไม่นำมาอุ่นซ้ำ จึงทำให้เป็นโรคอุจจาระร่วง ซึ่งเป็นภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้งติดต่อกัน หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้งใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นมูกปนเลือด  เนื่องจากรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่ไม่สะอาด ไม่ล้างมือก่อนเตรียมหรือปรุงอาหาร หากถ่ายอุจจาระมากจนขาดน้ำ อาจทำให้ช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ทั้งนี้  หากเด็กป่วยเป็นอุจจาระร่วง ควรให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่นโจ๊ก ข้าวต้ม และให้ดื่มสารละลายเกลือแร่ เด็กที่ดื่มนมแม่ ให้ดื่มนมมากขึ้น เด็กที่ดื่มนมผสม ให้ผสมนมตามปกติ สลับกับดื่มน้ำตาลเกลือแร่ สำหรับประชาชนทั่วไปควรปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทาน อาหารที่ปรุงไว้นานเกิน 4 ชั่วโมงควรเก็บในตู้เย็น และต้องนำมาอุ่นซ้ำ ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ ก่อนรับประทานอาหารหรือปรุงอาหาร โดยเฉพาะหลังจากเข้าห้องน้ำ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะสะอาด ปลอดภัย และทำให้เด็กมีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคต่างๆ



สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา / ข้อมูล
สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ.สุรินทร์ เตือน วัยใสป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เนื่องในวันวาเลนไทน์

นางสาวกัญญรัตน์  เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า วันที่ 14  กุมภาพันธ์หลายคนทราบดีว่า เป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับวันนี้มาก  หลายคู่แสดงออกถึงความรักด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ป้องกันทำให้เกิดปัญหาเช่นการตั้งครรภ์ในวัยเรียน  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองในไปจนถึงติดเชื้อเอดส์  กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์โดยใช้คำขวัญ“รักจริงต้องใส่ใจรักปลอดภัยต้องป้องกัน”

ปัจจุบัน  สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อิทธิพลจากสื่อต่างๆ ส่งผลให้เยาวชนแสดงความรักต่อกันอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกัน ทำให้เกิดปัญหา เช่นการตั้งครรภ์ในวัยเรียน  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปจนถึงติดเชื้อเอดส์  ซึ่งข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ในปี 2549-2554 ประชาชนมีแนวโน้มป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะโรคหนองใน ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ เอช ไอ วี มากกว่าคนปกติ 3-9 เท่า นอกจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์แล้ว จากสถิติในปี 2554 พบว่าวัยรุ่นหญิงไทย อายุ 10-19 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยชั่วโมงละ15 คน ส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าใจผิดในการร่วมเพศ คิดว่า เพียงครั้งเดียวจะไม่ท้อง และไม่ใช้ถุงยางอนามัย

สำหรับวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ที่กำลังจะมาถึง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์ โดยใช้ คำขวัญ“รักจริงต้องใส่ใจ  รักปลอดภัยต้องป้องกัน”  เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ ตลอดจนการตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่พร้อม



สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา / ข้อมูล
สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

จ.สุรินทร์ เตือนเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กแนะตรวจอาการเด็กทุกเช้า หากเด็กมีไข้ ตุ่มใสขึ้นในปาก ให้สงสัยว่าป่วย

นางสาวกัญญรัตน์  เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า ได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก ให้เฝ้าระวังโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กและเด็กในชั้นอนุบาล แนะครูตรวจอาการเด็กทุกเช้า ดูแลความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเล่นต่างๆ ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร ห้องน้ำ ห้องส้วม หากเด็กมีไข้ มีตุ่มใสขึ้นที่มือ เท้า หรือปาก  ควรรีบพาไปพบแพทย์ และแยกเด็กอื่นไม่ให้คลุกคลีใกล้ชิดกับเด็กป่วย และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ทันที

สำหรับ โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่มักเกิดในเด็กเล็กทั่วไป เด็กที่ติดเชื้อโรคมือเท้าปาก จะมีไข้ 1-2 วัน จากนั้นจะมีตุ่มหรือแผลในปากคล้ายแผลร้อนใน อาจมีหลายแผล ส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณคอหอยหรือใกล้ต่อมทอนซิล หากอาการรุนแรงจะลามมาที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กเจ็บในปากและคอ ไม่ยอมดูดนม กินอาหารไม่ได้ ส่วนใหญ่ เด็กที่ป่วยอาการจะค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ  และหายได้เองภายใน 7 วัน มีจำนวนน้อยที่มีอาการรุนแรง คือมีไข้สูง อาจมีอาการชัก แขนขาอ่อนแรง จึงขอความร่วมมือไปยังโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กให้ตรวจอาการเด็กทุกเช้า ทำความสะอาดของเล่นเด็กทุกวัน หากพบเด็กมีไข้ มีตุ่มใสขึ้นในปาก ขอให้สงสัยว่าเป็นโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะ ในการป้องกันโรค ผู้ปกครองเด็กเล็กให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนการเตรียมอาหารให้เด็ก และหลังขับถ่าย ไม่พาเด็กเล็กไปในที่แออัด สำหรับโรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็ก ให้ดูแลทำความสะอาดห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร รวมทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม อาคารสถานที่ เครื่องเล่น หรืออุปกรณ์การเรียนการสอนต่าง ๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือน้ำยาซักฟอกเป็นประจำ  กำจัดอุจจาระให้ถูกต้องและยึดหลักการ กินร้อน ใช้ช้อนกลางและล้างมือบ่อยๆ หากพบผู้ป่วยในห้องเรียนเดียวกันมากกว่า 2 คน อาจพิจารณาปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษาชั่วคราว เป็นเวลา 5 วัน เพื่อทำความสะอาดลดโอกาสการแพร่กระจายของโรค



สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา / ข้อมูล
สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

ททท. เติมสีสันเดือนแห่งความรัก “รักเธอเท่าช้าง”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  หรือ ททท. ชวนคู่รักที่วางแผนจะจดทะเบียนสมรสหรือคู่บ่าวสาว ที่อยากย้อนวันวานเติมความหวานให้ชีวิตคู่ เข้าร่วมกิจกรรมงาน  “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2557 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

การแต่งงานสำหรับชาวกวยเป็นพิธีมงคลสมรสของคนเลี้ยงช้าง อันมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ  อาทิเช่น การแต่งกายของคู่บ่าว – สาว ที่เจ้าบ่าวจะสวมเสื้อแขนยาว ไหมพาดบ่า ด้ายมงคล 3 สี นุ่งโสร่งผ้าไหม ส่วนเจ้าสาวจะสวมเสื้อแขนกระบอกสีอ่อน สไบสีแดง ศรีษะสวม จะลอม (มงกุฎที่ทำจากใบตาล) นุ่งผ้าซิ่นไหมลายชาวกวย ด้านพิธีมงคลสมรสหรือ “พิธีซัตเต” อันยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่เจ้าบ่าวจะนั่งช้างพร้อมขบวนขันหมากอันเอิกเกริกมายังบ้านเจ้าสาวเพื่อประกอบพิธีมงคลจากพราหมณ์ ตลอดจนถึง “พิธีถอดคางไก่เสี่ยงทาย” ชีวิตคู่ในอนาคตอันศักดิ์สิทธิ์ โดยปัจจุบันหลังจากเสร็จพิธีซัตเตแล้ว คู่สมรสจะนั่งช้างเพื่อไป  จดทะเบียนสมรสบนหลังช้างกับนายทะเบียนอำเภอ ก่อนจะถ่ายรูปหมู่ร่วมกันของคู่บ่าวสาวที่มาร่วมงานเป็นภาพประวัติศาสตร์  ที่ไม่ควรพลาด พิเศษสุด สำหรับคู่รักที่สนใจเข้าร่วมงานฯ ในปีนี้ ททท. สำนักงานสุรินทร์ ขอร่วมฉลองมงคลสมรสด้วยการมอบของขวัญสุดพิเศษสำหรับคู่รัก ด้วยการจัดชุดแต่งงานชาวกวยสำหรับ บ่าว - สาว พร้อมของที่ระลึกจากใจ ททท. เพียงแจ้งความประสงค์เข้าร่วมไปยัง ททท. สำนักงานสุรินทร์ ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ททท. สำนักงานสุรินทร์ โทร. 0 44 51 4447 - 8 โทรสาร. 0 4451 8530  e-mail : tatsurin@tat.or.th http://www.tourismthailand.org/surin   www.facebook.com/TATSurinOffice หรือ   โทร. 1672



ททท. / ข้อมูล

ททท. ขอเชิญร่วมเสริมศรัทธามาฆบูชา เพียรภาวนาเดือนเพ็ญสุขใจ เที่ยวอีสานใต้สุขจัง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ผู้สืบสานศรัทธาแห่งศาสนาพุทธ และนักเดินทางท่องเที่ยวผู้มีธรรมะในหัวใจ ร่วมเดินทางท่องเที่ยวศึกษาพร้อมปฏิบัติธรรมไปกับกิจกรรม “เพ็ญภาวนา ปฏิบัติบูชา : มาฆบูชาที่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ” ในระหว่างวันที่ 13 – 16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดป่าโนนกุดหล่ม บ้านโนนสังข์ ตำโพนเขวา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ มีวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ “วันมาฆบูชา” ที่ชาวไทยพุทธถือว่า มีความสำคัญด้วยเป็นวันที่ในครั้งอดีตกาล มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นสี่ประการกล่าวคือ เป็นวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางเหล่าพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป ที่ต่างเดินทางมาโดยมิได้นัดหมาย และพระภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าทรงอุปสมบทโดยตรงหรือที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" ด้วยความเป็นสิริมงคลแห่งวันและเดือนนี้ ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้สนใจใฝ่ธรรมะเที่ยวไป ปฏิบัติธรรมสะสมบุญบารมีในลักษณะบุญจาริก ตามเส้นทางกรุงเทพ – บุรีรัมย์ – สุรินทร์ – ศรีสะเกษ – กรุงเทพฯ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เช่นนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช และนายไพโรจน์ สิงบัน พร้อมชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ  เช่น ปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์   ปราสาทบ้านพลวง ปราสาทศีขรภูมิ วัดบูรพารามอารามหลวง หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นร่วมปฏิบัติเพ็ญภาวนาคืนมาฆบูชากับพระอาจารย์ราวี จารุธัมโม ณ วัดป่าโนนกุดหล่ม จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมเดินทางด้วยตนเอง  ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส  อินทปัญโญ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ชั้น 3 หรือ ชำระเงินร่วมสมทบทำบุญท่านละ 2,950 บาท ผ่านทางธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี “เที่ยวทั่วไทย หัวใจถึงธรรม”เลขที่บัญชี 402-892401-0 จากนั้น Fax pay-in Slip มาที่ 02 936 2900 พร้อมทั้งเขียนชื่อ – นามสกุล เพศ อายุ โทรศัพท์ อีเมล (ถ้ามี) หรือสแกนส่งไฟล์มาที่ say_joe@hotmail.com และได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557



ททท. / ข้อมูล

จ.สุรินทร์เตือนเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนก ห้ามนำไก่ เป็ด นก ป่วย ตาย มาชำแหละประกอบอาหาร

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า แม้ว่าประเทศไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา แต่ยังมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค เนื่องจากประเทศใกล้เคียงยังมีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดนก และประชาชนมีการเดินทางข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง จึงขอเตือนประชาชนห้ามนำเป็ด ไก่ รวมทั้งนกที่กำลังป่วยหรือตายแล้ว มาประกอบอาหาร หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ และมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกหรืออยู่ในพื้นที่สัตว์ปีกป่วยตาย ให้รีบพบแพทย์หรือโทรปรึกษาสายด่วน 1422 ตลอด  24 ชั่วโมง

สำหรับสถานการณ์โรคไข้หวัดนก  โดยเฉพาะสายพันธุ์เอช 7 เอ็น 9 (H7 N9) ล่าสุดองค์การอนามัยโลกได้รายงานเมื่อ 14 มกราคม 2557 พบผู้ป่วยไข้หวัดนก ตั้งแต่กลางปี 2556 จนถึงปัจจุบันรวมจำนวน 169 ราย เสียชีวิต 48 ราย ผู้ป่วยที่รายงานทั้งหมดอยู่ในประเทศจีน อาการของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อและป่วยจากไข้หวัดนก ได้แก่ ซูบผอม ซึม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ขนร่วง ปริมาณไข่ลดลง หน้าบวม หงอนและเหนียงบวม มีสีคล้ำ ท้องเสีย หากพบสัตว์มีอาการดังกล่าว ให้สงสัยอาจติดเชื้อไข้หวัดนก ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ หรือผู้นำชุมชน เพื่อควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว

และขอเตือนประชาชนห้ามนำสัตว์ปีกที่ตายแล้ว หรือกำลังป่วยมาชำแหละเพื่อจำหน่าย หรือรับประทานเนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง   หากจำเป็นต้องสัมผัสสัตว์ปีก ให้สวมถุงมือหรือถุงพลาสติก และล้างมือฟอกสบู่ทุกครั้ง หากมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และเคยสัมผัสสัตว์ปีกหรือผู้ป่วยปอดบวม ไอ จาม  ให้ปิดปากปิดจมูก สวมหน้ากากป้องกันโรคเพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจาย และรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโรคหรือแจ้งประวัติการเดินทาง หรือโทรปรึกษาที่หมายเลข 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค ตลอด 24 ชั่วโมง



สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา / ข้อมูล
สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

พระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรอำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์ ณ สำนักเทศบาลตำบลท่าตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในวันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์  2557 เวลา 10.30 น.

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  วันที่  6 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานความช่วยเหลือในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครอบครัวนางพวงทอง จารัตน์ ราษฎรตำบลสำโรง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์  ซึ่งได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือได้รับพระราชทานความช่วยเหลือทุนสนับสนุนการศึกษา และทุนประกอบอาชีพ

ต่อจากนั้น  องคมนตรี ผู้แทนสำนักราชเลขาธิการ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ  ได้ร่วมมอบถุงพระราชทาน จำนวน 500 ถุง แก่ราษฎรในพื้นที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ณ สำนักเทศบาลตำบลท่าตูม อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในการนี้ หน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดีได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาให้การรักษาพยาบาลและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มาร่วมให้บริการด้านกฎหมาย  และให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ด้วย

ในตอนบ่าย  นายพลากร สุวรรณรัฐ  องคมนตรี  ได้เดินทางไปยังโครงการขุดลอกห้วยตาอุ่นพร้อมอาคารประกอบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อรับฟังบรรยายสรุป และเยี่ยมชมการดำเนินการโครงการ

โครงการขุดลอกห้วยตาอุ่นพร้อมอาคารประกอบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ ตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับโครงการขุดลอกห้วยตาอุ่นพร้อมอาคารประกอบไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 14 เมษายน  2554  ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ได้ขอพระราชทานโครงการ เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคริโภคและทำการเกษตร เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้สามารถเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นจากความจุเก็บกักเดิมเป็น 1,000,000 ลูกบาศก์เมตร และสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่อยู่บริเวณใกล้เคียง 2,000 ไร่ ทำให้ราษฎรตำบลพรมเทพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 600 ครัวเรือน รวมทั้งราษฎรในชุมชนบริเวณใกล้เคียง มีน้ำสำหรับอุปโภคอย่างเพียงพอ

ส่วน อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 เพื่อกักเก็บน้ำจากลำห้วยเสนง อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงมีความสูงจากท้องน้ำ 20 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจะมีปริมาณน้ำสูงที่สุดในเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ของทุกปี ทำให้สามารถแจกจ่ายน้ำให้แก่เกษตรกรได้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์ นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักประทับแรมของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเป็นที่ประทับรับรองพระบรมวงศานุวงศ์ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในเขตจังหวัดอีสานใต้ด้วย



กองข่าว สำนักราชเลขาธิการ /ข่าว

อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายอารยันต์  ท่าใหญ่  นายอำเภอศรีณรงค์  จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า อำเภอศรีณรงค์  ร่วมกับ  อบต.ศรีสุข กำหนดจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันแห่วงความรัก  ประจำปี 2557 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ห้อยทับทัน  ตำบลศรีสุข  อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวห้วยทับทัน  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของอำเภอศรีณรงค์ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป  โดยมีเป้าหมายคู่สมรสร่วมโครงการ 29 คู่ โดยในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขบวนแห่ขันหมากตามศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวศรีณรงค์ พิธีบายศรีสู่ขวัญ การจดทะเบียนสมรส การล่องเรือในลำห้วยทับทัน สายน้ำแห่งชีวิต ชมเสน่ห์แห่งสายน้ำอันงดงาม  และงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสกับแขกผู้มีเกียรติ ณ กุดหวาย แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ธรรมชาติอันงดงาม

คู่สมรสที่สนใจ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ว่าการอำเภอศรีณรงค์  044-509056 หรือ อบต.ศรีสุข  089-949322-9 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 นี้



สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ /ข่าว

วิทยาลัยการอาชีพศีขรภูมิ จัดกิจกรรม “อาชีวะ ปริทรรศน์ สัปดาห์ Open House 2014”

นายวิชัย  ปรินายวนิชย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า วิทยาลัยการอาชีศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกิจกรรมโครงการ “อาชีวะ ปริทรรศน์ สัปดาห์ Open House 2014” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ที่วิทยาลัยการอาชีพศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อจัดแสดงผลงานการดำเนินของสถานศึกษา ผลงานการจัดการเรียนการสอนของแผนกวิชาต่าง ๆ ที่วิทยาลัยเปิดสอน

สำหรับในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรม 108 อาชีพ กิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อ กิจกรรมนันทนาการ นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ นิทรรศการชมรมวิชาชีพดีเด่น การออกร้านค้าของนักเรียนนักศึกษาตามโครงการหารายได้ระหว่างเรียน การแสดงบนเวที การจัดหาตำแหน่งงานว่างจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์ และกิจกรรมอื่น อีกมากมาย ซึ่งสอดคล้องกันนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดอัตราส่วนการเพิ่มปริมาณผู้เรียนระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแรงงานสายอาชีพเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ขอเชิญประชาขนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้โดยทั่วกัน



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ /ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เชิญชมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและนมัสการหลวงพ่อพวน วัดช้างหมอบ(วัดมงคลคชาราม) เกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้

พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน วรมงฺคโล) เจ้าคณะตำบลคอโคและเจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์ ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ และเจ้าอาวาสวัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์เป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์ พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่วัดและรับมอบวัตถุมงคลจากหลวงพ่อเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ หลวงพ่อพวน เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2471 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 11 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง อายุ 87 พรรษา บวชเป็นสามเณรที่วัดคอโค (วัดสง่างาม) อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครบอายุบรรพชา ได้หลวงปู่อวง วัดสง่างาม(วัดคอโค) อำเภอเมืองสุรินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ อวงและหลวงปู่มา

นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่สอนหนังสือการปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์มาโดยตลอด หลวงพ่อพวนท่านชอบธรรมชาติ จึงชอบธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นประจำ ในสมัยก่อน ประมาณ ปี พ.ศ. 2517 พื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นป่าทึบและยังเป็นดินแดนสีแดง หรือเรียกว่ากลุ่มคอมมิวนิสต์เข้ามาหลบอยู่ในป่า ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าเข้าในป่าลึก โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ท่านได้มาธุดงค์เข้าในในป่าบริเวณนี้ซึ่งอยู่บนเนินเขาพนมดงรัก ติดชายแดนไทย กัมพูชา ชอบความสงบตามธรรมชาติ ได้พำนักและมาปฏิบัติธรรมในถ้ำใกล้ ๆ บริเวณวัดช้างหมอบแห่งนี้ ในช่วงนั้น ได้เดินทาง ไป ๆ มา ระหว่างวัดคอโคและวัดแห่งนี้ มีความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หากชาวบ้านมาถางป่าทำไร่ก็น่าเสียดาย ทุกวันนี้ หลวงพ่อพวน วรมังคโล เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของอีสานใต้ เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ใครที่เดือดร้อนมาขอให้ช่วยโดยหลวงพ่อจะสอนให้ยึดหลักธรรมะ ให้เก่งการทำงาน เก่งการประกอบอาชีพอย่างสุจริต ใช้อย่างประหยัดคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงแม้จะมีอายุมากถึง 87 พรรษาแล้วก็ตาม สังขารเริ่มเจ็บป่วยตามวัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่หลวงพ่อพวนก็ยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจเป็นประจำทุกวัน ญาติโยม ยังเลื่อมใส ในข้อวัตรปฏิบัติ ที่เคร่งครัดของหลวงพ่อ ได้เดินทางมากราบไหว้ ขอพร และขอบารมีคุ้มครองจากหลวงพ่อ และเป็นที่เชื่อกันว่า หากใครได้รับพร และน้ำมนต์จากหลวงพ่อ จะเป็นผู้โชคดี ได้สิ่งที่ปรารถนาดั่งใจ และหากญาติโยมท่านใดที่มีความประสงค์จะบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณี ศรีไตรยอดเพชร เพื่อเก็บบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็สามารถติดต่อได้ที่วัดช้างหมอบ(วัดมงคลคชาราม ) หมู่ 14 บ้านช้างหมอบ ต.แมงมุด อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 32210 หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 ได้ตลอดเวลา




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ /ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ แจ้งเตือนอัคคีภัย ไฟป่า และหมอกควัน ช่วงภัยหนาว

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในห้วงระหว่างเดือนธันวาคม ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี สภาพอากาศของประเทศไทย จะเกิดความแห้งแล้งและมีลมกระโชกแรง ประกอบกับความผันผวนของสภาพอากาศโลกอันเป็นผลเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน และบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีอากาศหนาวเย็น รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศป่าไม้ ซึ่งมีสาเหตุจากการประกอบอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ การทำการเกษตรกรรมใกล้พื้นที่ป่า และการเผาในที่โล่งในพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรม จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย ไฟป่า และหมอกควันได้ง่าย ซึ่งการเกิดภัยพิบัติในแต่ละครั้งสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ทั้งของประชาชนและทางราชการ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุรินทร์ จึงประกาศแจ้งเตือนอัคคีภัย ไฟป่า และหมอกควัน ให้ส่วนราชการ เอกชน และประชาชน ตระหนักถึงความปลอดภัยโดยการป้องกันและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยในบ้านเรือนและชุมชน ไฟป่า และหมอกควัน โดยการช่วยกันดูแลป้องกันไม่ให้มีการเผาตอซังข้าว เศษใบไหม้ การเผาทำลายป่า เพื่อให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองปลอดภัยน่าอยู่

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบัน ระดับการเกิดอัคคีภัย ไฟป่าและหมอกควัน ในประเทศไทยมีความรุนแรงมาก จนเกิดผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศอย่างรุนแรง ทั้งพืช ดิน น้ำ สัตว์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมไปถึงเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ของประเทศไทย นอกจากนี้ อัคคีภัย ไฟป่าและหมอกควัน ยังก่อให้เกิดวิกฤตมลพิษหมอกควันจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อนามัย และชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้าง และในปัจจุบันเนื่องจากปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อน ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศผันผวน ทำให้การคาดการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์ภัยพิบัติในระยะยาวทำได้ยากมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเฝ้าติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องต่อไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ /ข่าว

โรงเรียนแตลศิริวิทยา จ.สุรินทร์ ได้รับจัดตั้งศูนย์ต้นแบบการเรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยระดับประเทศเพื่อการเรียนรู้ให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน

โรงเรียนแตลศิริวิทยา  อ.ศรีขภูมิ จ.สุรินทร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ (ระดับมัธยมศึกษา) จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการประกวดธนาคารขยะรีไซเคิล และ ได้รับการคัดเลือกจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้และดูงานการจัดการขยะมูลฝอย ให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์  2557 ที่โรงเรียนแตลศิริวิทยา อ.ศรีขภูมิ จ.สุรินทร์ นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมคณะผู้บริหารทางการศึกษา และ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ Zero Waste ของโรงเรียนแตลศิริวิทยา เพื่อเยี่ยมชมขบวนการจัดการขยะ จนประสพความสำเร็จในแนวคิดที่ต้องการผลักดัน ในการยึดหลัก 3R ประกอบด้วย การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อลดของเสียที่จะเกิดขึ้น บริโภคให้น้อยที่สุดหรือเกิดการใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด จนได้รับการคัดเลือกจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้และดูงานการจัดการขยะมูลฝอย ให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน

โรงเรียนแตลศิริวิทยา ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการประกวดธนาคารขยะรีไซเคิล ซึ่งมีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยภายในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถขยายผลผลไปยังชุมชนโดยรอบอีกด้วย และ ในปี 2556 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดตั้งให้โรงเรียนแตลศิริวิทยา เป็นศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยในโรงเรียนและชุมชน (Zero Waste) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน และพัฒนาองค์ความรู้ บทเรียน ด้านการจัดการขยะมูลฝอย ทั้ง ธนาคารขยะ ที่ใช้การบริหารจัดการและการคัดแยกขยะแต่ละประเภทภายในชุมชนจนประสบความสำเร็จ , การปลูกฝังบุคลากรในการแก้ไขปัญหาตามวิธี 3R , การนำขยะไปสร้างเป็นพลังงาน อาทิ แก๊สหุงต้มจากมูลสัตว์ , การนำขยะไปใช้ประโยชน์ในทางชีวภาพ เช่น ทำปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ , การลดมลภาวะจากขยะ , การผ่านการบำบัดด้วยระบบธรรมชาติ และ การใช้วิถีพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่ง กระบวนการเหล่านี้ ทางโรงเรียนแตลศิริวิทยา จึงได้รับการตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้และดูงานการจัดการขยะมูลฝอย ให้แก่หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชุมชน

และในปี 2556 โรงเรียนแตลศิริวิทยา ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประเภทเครื่องแต่งกายจากวัสดุเหลือใช้ ชุด Working Women ซึ่งได้นำมาแสดงเดินแบบแฟชั่นโชว์ให้ชมกัน ซึ่งชุดทั้งหมดผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ นำมาประดิษฐ์เป็นชุดและเครื่องประดับสวมใส่อย่างสวยงาม



กำชัย วันสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ตรวจติดตามการดำเนินการก่อนเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (5 ก.พ. 57) ที่ห้องประชุมสุรินทร์ภักดี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 พร้อมด้วย นายโอภาส กลั่นบุศย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้เดินทางมาตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2557 รอบที่ 1 โดยกำหนดตรวจติดตามนโยบายการดำเนินการก่อนเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 และการตรวจติดตามนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน ด้านพืชโดยมีนายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

สำหรับการตรวจราชการในครั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์มีความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์มีดินแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีความพร้อมในด้านการให้บริการสาธารณสุข ทำให้ประชาชนในประเทศกัมพูชาเดินทางเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลกาบเชิงและโรงพยาบาลสุรินทร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางโรงพยาบาลมีบุคลากรที่มีความสามารถในการรักษา และมีการประชาสัมพันธ์โดยจัดทำป้าย แผ่นพับ แผ่นปลิว เป็นภาษาไทยและกัมพูชา แนะนำให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ส่วนทางด้านแรงงานนั้น หน่วยงานทางการศึกษามีความพร้อมด้านบุคลากรในการให้ความรู้อย่างเต็มที่ มีการส่งเสริมความรู้ด้านภาษาให้กับเยาวชนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะแรงงานฝีมือได้มีการสอนด้านวิชาชีพที่ตลาดต้องการ ทำให้นักเรียน นักศึกษาสามารถเข้าทำงานได้ทันทีที่จบการศึกษา ในด้านการท่องเที่ยว ปรากฏว่าในช่วงงานมหัศจรรย์งานช้างที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาเข้ามาชมการแสดงของช้างเป็นจำนวนมากและคาดว่าในปีต่อ ๆ ไป เมื่อเส้นทางคมนาคมสะดวกขึ้น มีการสร้างที่พัก รีสอร์ท โฮมสเตย์มากเพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยวจะทำให้จังหวัดสุรินทร์มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงยิ่งขึ้น

จากนั้น ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 14 และคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามการดำเนินงานก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ และติดตามการดำเนินงานโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก ที่ร้านขนมบ้านสาลี หมู่ที่ 1 ตำบลแกใหญ่ อำเภอเมืองสุรินทร์ และการปลูกผักอินทรีย์ ที่บ้านกระเบื้อง หมู่ที่ 3 ตำบลนาหนองไผ่ อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จในการตรวจราชการในครั้งนี้



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ขอเชิญร่วมโครงการ “สภากาแฟ” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

นายณัฐพงษ์  สงวนจิตร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้กำหนดดำเนินโครงการ “สภากาแฟ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการปฏิบัติงาน เพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ ต่อภารกิจของรัฐ และประโยชน์สุขของประชาชน โดยจัดให้มีการพบปะระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ในรูปแบบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการในทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน สำหรับครั้งต่อไป กำหนดจัดในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ระหว่างเวลา 07.00 – 09.00 น. ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ ถนนคชสาร อำเภอเมืองสุรินทร์ โดยมีหน่วยงานในสังกัด กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ ขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมงานสภากาแฟโดยพร้อมเพรียงกัน



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา
ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์เตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เร่งผลักดันการส่งเสริมและพัฒนา ให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ของจังหวัดสุรินทร์ ขึ้นสู่ระดับ 5 ดาวให้มากที่สุด

นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ จังหวัดสุรินทร์ชุดใหม่ เพื่อการดำเนินงาน ส่งเสริม และสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ รวม 5 ด้าน คือ ด้านพัฒนาการตลาด ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม, ด้านผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย ด้านผลิตภัณฑ์ของใช้และของที่ระลึก , และด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร โดยจังหวัดสุรินทร์ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ OTOP ของจังหวัด ผ่านการจัดทำยุทธศาสตร์ 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ การพัฒนา OTOP ระดับประเทศ , ยุทธศาสตร์ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครชัยบุรินทร์) , ยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ , การจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนา OTOP จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งแผนการขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ยุทธศาสตร์นี้ ทางจังหวัดได้ให้คณะอนุกรรมการฯ ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่และภารกิจ อาทิ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การบริหารจัดการกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่าย การส่งเสริมช่องทางการตลาด เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของจังหวัดสุรินทร์ มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC



กำชัย วันสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการที่ 5 เตรียมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสวัสดิการสังคมเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ที่จังหวัดสุรินทร์

นายมาโนช  แม้นอินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา  เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา กำหนดจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านสวัสดิการสังคมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ 2557 ณ โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  เพื่อแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและการเตรียมการด้านสังคมและวัฒนธรรมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 รวบรวมและประเมินผลการขับเคลื่อนงานในเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่  และนำเสนอผลงานความก้าวหน้าในภาพรวมของประเทศ   โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ร่วมกิจกรรมประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายแดน   ในงานจะมีการนำเสนอผลวิจัยพื้นที่ตัวอย่างตำบลอาโพน  อำเภอบัวเชด  จังหวัดสุรินทร์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานด้านสวัสดิการสังคมเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน  โดยวิทยากรจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ สาธรณสุขจังหวัดสุรินทร์ และแรงงานจังหวัดสุรินทร์



สมทรง  เผือกผล
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร ที่วัดช้างหมอบ

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน วรมงคโล) เจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์  ในฐานะประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดสุรินทร์  ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชน  กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี ฯ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดมงคลคชาราม หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาสักการะ จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้โดยทั่วกัน โดยประสานรายละเอียดและส่งปัจจัยได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานอำนวยการ โทร 044-512039 (นายสันทัด แสนทอง หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ โทร 086-7215312 ) ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานการเงินและบัญชี โทร 044-511891 (นางสาวรัชนีภรณ์ สุยะ เสมียนตราจังหวัดสุรินทร์ โทร.081-7534853 ) หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 และขอความกรุณาแฟกซ์ใบโอนให้ทราบด้วย



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ เตรียมจัดอบรมมารยาทไทยงามอย่างไทยในความเป็นสากล

นายอุทัย  พลพวก วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดโครงการอบรมมารยาทไทย “งามอย่างไทยในความเป็นสากล" จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 80 คน ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ห้องกันเกรา โรงแรมทองธารินทร์ อำเมืองสุรินทร์ เพื่อให้บุคลากรที่ผ่านการอบรมมารยาทไทย ได้ถ่ายทอดมารยาทไทยให้แก่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป สามารถปฏิบัติมารยาทไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีส่วนร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป โดยจะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของมารยาท บุคลิกภาพอย่างไทย แบบแผนมารยาทไทยในสังคมไทย การพัฒนาบุคลิกภาพงามอย่างไทยในความเป็นสากล มารยาทสังคมสากล มารยาทสำคัญในองค์กร และมารยาทไทยในการเป็นพิธีกร เป็นต้น



มทรง  เผือกผล
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / ข่าว

ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วัดบ้านประเดิด  ตั้งอยู่ที่บ้านปลาเดิด ตำบลโดด อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ  จังหวัดศรีสะเกษ ก่อตั้งมานานกว่า 50 ปี ปัจจุบันมีพระครูประสิทธิคุณวัฒน์ เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะตำบลโดด วัดบ้านประเดิด เป็นวัดที่ยากจนยังขาดปัจจัยอีกหลายอย่าง และชาวบ้านละแวกนี้มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพทำนา คนหนุ่มคนสาวต่างเข้ากรุงเทพฯขายแรงงานเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว  มีเพียงคนแก่อยู่เฝ้าบ้านเลี้ยงลูกหลาน

พระครูประสิทธิคุณวัฒน์  เจ้าอาวาสวัดบ้านปลาเดิด และเจ้าคณะตำบลโดด กล่าวว่า ได้สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2550 และได้หล่อพระประธานที่ศาลา มีหน้าตั้งกว้าง 5 เมตร 59 เซนติเมตร สูง 7 เมตร 99 เซนติเมตร ในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุ 7 ครบรอบ 84 พรรษา ขณะนี้ทางวัดยังขาดปัจจัยอยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งงบประมาณในการก่อสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมาณการไว้ประมาณ 15 ล้านบาท

ดังนั้นจึงเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน  ร่วมสมทบทุนก่อสร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ โดยร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาอุทุมพรพิสัย บัญชีเลขที่ 332-0-01552-4 ชื่อบัญชี วัดบ้านปลาเดิด หรือติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 088-0779547



ธนินทัศน์  ภูแก้ว / ข่าว
สมทรง  เผือกผล  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / เรียบเรียง

จังหวัดสุรินทร์ เตรียมการรับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

นายสอาด วีระเจริญ  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE พระราชทานวโรกาสเสด็จเปิดศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE และเยี่ยมชม การดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดสุรินทร์ ณ โรงเรียนประสาทวิทยาคาร อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีวัตถุประสงค์ของการเสด็จฯ เพื่อพระราชทานขวัญกำลังใจแก่เยาวชนสมาชิก TO BE NUMBER ONE และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ TO BE NUMBER ONE และเพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดสุรินทร์

ดังนั้นเพื่อให้การเตรียมการรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยบรรลุตามจังหวัดสุรินทร์และผู้รับผิดชอบงานโครงการ TO BE NUMBER ONE กำหนดร่วมตรวจเยี่ยมดูความพร้อมของสถานศึกษา และร่วมประชุมสรุปการเตรียมการรับเสด็จ พร้อมทีมงานส่วนงานล่วงหน้าจากสำนักพระราชวัง ครั้งที่ 2 ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 ที่โรงเรียนประสาทวิทยาคาร อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตามกำหนดการดังนี้ เวลา 10.30 น. ดูสถานที่จัดกิจกรรมที่โรงเรียนประสาทวิทยาคาร ส่วนเวลา 11.30 น. ประชุมเตรียมการรับเสด็จฯ ที่ห้องประชุมโรงเรียนประสาทวิทยาคาร



กัญญรัตน์ เกียรติสุภา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / เรียบเรียง

จังหวัดสุรินทร์ เตรียมประชุมสมัชชาสตรี เน้นกลุ่มสตรีร่วมดูแลเยาวชนในพื้นที่

นายถาวร กุลโชติ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัดการประชุมสมัชชาสตรีจังหวัดสุรินทร์  ประจำปี 2557 ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านสตรี ปัญหาอุปสรรคและรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านสตรี อันจะนำไปสู่การกำหนดและผลักดันในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางการส่งเสริมสถานภาพสตรี และการแก้ไขปัญหาของสตรี รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มองค์กรสตรีและทุกภาคส่วนของสังคม ในการระดมความคิดเห็นและประมวลข้อเสนอสมัชชาสตรีระดับจังหวัด เพื่อเสนอเป็นข้อเสนอสมัชชาสตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับการจัดการประชุมสมัชชาสตรีจังหวัดสุรินทร์  ประจำปี 2557 จังหวัดสุรินทร์ได้เชิญผู้นำสตรีจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยจะมีการระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขและลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเพื่อพัฒนาสตรีและครอบครัว และการเสริมพลังครอบครัว เพื่อสร้างสมดุลประชากรอย่างมีคุณภาพ เป็นต้น



สมทรง  เผือกผล
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / เรียบเรียง

ศูนย์หน่วยพัฒนาสังคม หน่วยที่ 67 จังหวัดสุรินทร์ จัดอบรมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ บทบาทชุมชนกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

นายณรงค์เกียรติ สิทธิเวช ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 67 จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ศูนย์หน่วยพัฒนาสังคม หน่วยที่ 67 จังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดอบรมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ บทบาทชุมชนกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม แกรนด์ A โรงแรมเพชรเกษมแกรนด์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สำหรับวาระในการสัมมนาที่สำคัญคือ การให้ความรู้ทั่วไปเรื่องประชาคมอาเซียน และเศรษฐกิจชุมชนกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผลกระทบของชุมชนกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการเตรียมความพร้อมของชุมชนต่อการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ขอเชิญผู้เข้าร่วมสัมมนา เข้ารับการสัมมนาในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน



กรรณิกา สำราญจริง ส.ปชส.สุรินทร์ รายงาน