วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ยโสธรจัดงานวัน อส.

จังหวัดยโสธรจัดงานวัน อส.  ที่ห้องประชุมวิถีอีสาน หน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร นายประวัติ   ถีถะแก้ว

ผู้ว่าราชการจังหวัด/ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน  ประจำปี 2557 รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497 เป็นวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน  ดังนั้น 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จึงได้จัดกิจกรรมขึ้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของเหล่าสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้อุทิศตนอาสาปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและอดทน สร้างความสำนึกในความรับผิดชอบต่อภารกิจหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์  ตั้งใจ มีวินัย รวมทั้งเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน กิจกรรมวันนี้ประกอบไปด้วย ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ อส. ที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ และมอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี สำหรับผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน/ มอบเงินช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่/ และมอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน

จังหวัดมุกดาหาร จัดพิธีสวนสนามวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน จังหวัดมุกดาหาร

วันนี้ (๑๐ ก.พ.๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมกดาหาร ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีสวนสนามวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน จังหวัดมุกดาหาร ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวดมุกดาหาร ซึ่งกองอาสารักษาดินแดนได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ เพื่อเป็นหน่วยบังคับบัญชาและให้การศึกษาอบรมแก่ประชาชนพลเมืองในการป้องกันตนเองและประเทศชาติ

ในโอกาสเดียวกัน  ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร ได้อ่านสารของผู้บัญชาการกอง
อาสารักษาดินแดน รับฟังการกล่าวคำปฏิญาณของกำลังพล มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรข้าราชการลูกจ้างในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในสังกัด

นายกองโทพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ หัวฝ่ายอำนวยการกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า ทุกวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนและจัดพิธีสวนสนามในวันดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปี กองอาสารักษาดินแดนมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ อาทิ การบรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติและการกระทำของข้าศึก ทำหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบภายในท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมากองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร ได้ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงมหาดไทย นโยบายจังหวัด ในการเทิดทูนสถาบัน การรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พยุงในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร
                                             

                          สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
                         พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

อธิบดีกรมหม่อนไหมเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของจังหวัดมุกดาหาร

กลุ่มเกษตรกรอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้ให้การต้อนรับอธิบดีกรมหม่อนไหมพร้อมคณะที่เดินทางลงพื้นที่มาตรวจราชการและเยี่ยมกลุ่มเกษตรกร

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่อาคารศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดมุกดาหาร นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่มาตรวจราชการที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการปีงบประมาณ 2556/2557พร้อมมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ โดยมีนายโสภณ ยอดพรหม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดมุกดาหาร นำคณะเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ  และได้สรุปผลการปฏิบัติราชการของศูนย์ฯ รวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้คณะได้รับทราบเพื่อที่จะได้นำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและบริหารงานต่อไป

จากนั้นนายโสภณ ยอดพรหม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดมุกดาหารได้นำคณะอธิบดีกรมหม่อนไหม ลงพื้นที่ดูงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าดั้งเดิมบ้านหนองสูง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง และดูงานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบผสมผสาน ที่บ้านบะ อำเภอนิคมคำสร้อย ของนายทองคำ สายโรจน์

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้กล่าวถึงการเดินทางมาตรวจเยี่ยม ว่า เป็นการมาพบปะกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมและผู้ประกอบการ ทุกภาคส่วนทั้งระบบ เพื่อมารับทราบปัญหาและความต้องการของกลุ่มเกษตรกร ซึ่งทางกรมหม่อนไหมจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมให้ครบขบวนการตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมจนกระทั้งได้เป็นผ้าไหมเป็นผืนซึ่งจะได้พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป



                                                                                                                            พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ข่าว                                   สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

มหาสารคาม จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา อส. ครบรอบปีที่ 60

จังหวัดมหาสารคาม จัดงานวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบปีที่ 60 เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่สมาชิก อส.ที่ล่วงลับ สร้างขวัญกำลังใจและยกย่องเชิดชูเกียรติสมาชิก อส.ที่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นส่วนรวม

(10-2-57) ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม นายกองเอกนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ประจำปี 2557 ซึ่งครบรอบปีที่ 60 ในปีนี้ โดยมีผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิก อส.จากทั้ง 13 อำเภอ 14 กองร้อย จำนวน 101 นาย เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนกุศลให้แก่สมาชิก อส. ที่ได้สละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ พิธีอัญเชิญเครื่องหมายรักษาดินแดนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมอบให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ การอ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน การมอบเกียรติบัตรให้แก่นายหมู่ใหญ่มานิตย์ ใหม่คามิ ในฐานะ อส.ดีเด่น พร้อมการกล่าวปฏิญาณตนของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และมอบทุน อส.และทุนแม่บ้านมหาดไทยให้แก่บุตรสมาชิก อส.และบุตรข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 

นายกองเอกนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สมาชิก อส. นับเป็นกำลังหลักในการทำหน้าที่สนับสนุนทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการรักษาความมั่นคงภายใน และความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นภายในบ้านเมือง จึงขอให้ อส. ทุกนาย ภาคภูมิใจในหน้าที่ ที่ปฏิบัติ ซึ่งนอกจากจะเป็นการตอบสนองต่อภารกิจของรัฐบาล และหน่วยราชการแล้ว ยังเป็นการทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ .
 
 

ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผญบ.หมู่ 14 บ้านขี้เหล็กใต้ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม โชคดีถูกรางวัลที่1 สลากกาชาดสมนาคุณ


ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ร่วมมอบรถเก๋งให้แก่นายเรืองยศ ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านขี้เหล็กใต้ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นผู้โชคดี ถูกรางวัลที่ 1 สลากกาชาดสมนาคุณ ในการจัดงานบุญเบิกฟ้าและงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557

(10-2-57) ที่ด้านหน้าหอประชุมจังหวัดมหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยนางพูลทรัพย์ สิงห์ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ได้เป็นประธานและเป็นสักขีพยาน ในการมอบรางวัล รถยนต์โตโยต้า วีออส 1.5 J A/T จำนวน 1 รางวัล ให้แก่นายเรืองยศ ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านขี้เหล็กใต้ ตำบลสำโรงอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 สลากกาชาดสมนาคุณ หมายเลข 02683

นาย เรืองยศ ประดิษฐ์ ผู้โชคดีในครั้งนี้ กล่าวว่า ตนได้สนับสนุนสลากกาชาดสมนาคุณ ในการจัดงานบุญเบิกฟ้าและงานกาชาดจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557 จำนวน 1 ฉบับ โดยนำมาแจกจ่ายให้กับลูกบ้านร่วมกันสนับสนุนด้วย แต่สลากที่ถูกรางวัลหมายเลข 02683 ซึ่งเป็นฉบับที่ตนซื้อ เมื่อออกรางวัลตรงกับหมายเลขที่เลือก ก็รู้สึกดีใจมาก

ทั้งนี้ ผู้ที่ซื้อสลากกชาดสมนาคุณ ของจังหวัดมหาสารคาม ท่านสามารถตรวจสอบรางวัลได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง ศาลากลางจังหวัด ส่วนราชการ โดยสามารถติดต่อขอรับรางวัลได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม โทร 043 777360 พร้อมนำสลากที่ถูกรางวัล บัตรประชาชน มารับด้วยตนเอง ภายในวันที่ 30 เมษายน 2557 นับแต่วันที่ออกรางวัล หากไม่มาติดต่อภายในวันระยะเวลาที่กำหนดถือว่าสละสิทธิ์ และจังหวัดจะมอบสิ่งของให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคามเพื่อการกุศลต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม จัดกิจกรรมไหว้พระอาเซียนสู่สากล เนื่องในเทศกาลวันมาฆบูชา

จังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมไหว้พระอาเซียนสู่สากล งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ช่วงเทศกาลวันมาฆบูชา ในงานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ประจำปี 2557

(10-02-57) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับกองทุนพัฒนาและอนุรักษ์พระบรมธาตุนาดูน อำเภอนาดูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมไหว้พระอาเซียนสู่สากล และนิทรรศการด้านศาสนาอาเซียน โดยมี ดร.ปรีชา กันธิยะ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นำจุดเทียนธูป และถวายสักการะพระครูปริยัติกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม และพระวิทยากรจากประเทศเวียตนาม ลาว กัมพูชา ซึ่งเดินทางมาเข้าร่วมกิจกรรม โยมีนายอดุลย์ จันทนปุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ให้การต้อนรับ ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจวัตรของพระสงฆ์ในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจเหมือนหรือแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้งด้านคำสอนหรือวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความรักความสามัคคี ของพุทธศาสนิกชนและพระพุทธศาสนาในกลุ่มประชาคมอาเซียน อันจะก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขทั้งในกลุ่มอาเซียนและประชาคมโลก รวมถึงได้พัฒนาศักยภาพด้านพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนคนไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน และพัฒนาภาพลักษณ์ไทยด้านพระพุทธศาสนาสู่สากล

จากนั้นคณะสงฆ์จากกลุ่มประเทศอาเซียน พร้อมปลัดกระทรวงวัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน ได้เดินเวียนเทียนรอบองค์พระบรมธาตุนาดูน เพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันมาฆบูชา
                                                       


                                                 ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

จ.บึงกาฬ จัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองรักษารักษาดินแดน ครบรอบ 60 ปี

วันนี้ (10 ก.พ. 57) เวลา 09.00 น. นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานพิธี วันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557 ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ โดยในพิธีประกอบด้วยพิธีทางศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 11 นาย การกล่าวการชุมนุมผู้บังคับบัญชา และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อแสดงถึงความพร้อม ความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี การกล่าวคำปฏิญานตนของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่สมาชิก อส. โอกาสนี้ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬได้อ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ที่มีให้แก่สมาชิกเนื่องในวันวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2557

สำหรับภารกิจหน้าที่ของเหล่าสมาชิก อส. คือ ภารกิจตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ.2497 เช่น บรรเทาสาธารณภัย อันเกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของข้าศึก ภารกิจสนับสนุนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดและทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นกำลังสนับสนุนฝ่ายทหารในการป้องกันประเทศ ซึ่งภารกิจในปัจจุบันหรือตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูง มีภารกิจทั้งเชิงรุก การประสานงานกิจกรรม โดยได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนการจัดงานวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนครั้งนี้ ได้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกจำนวน 20 ทุน และสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมกันมอบทุนการศึกษาอีก 3 ทุน ให้แก่บุตรของเหล่าสมาชิก อส. ที่มีความประพฤติดี เรียนดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่บุตรหลานของสมาชิก อส. ในครั้งนี้ด้วย

ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จจากโครงการพัฒนาเมืองของรัฐบาลซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระการให้บริการด้านสาธารณะแก่ประชาชนจากโรงพยาบาลของรัฐได้เป็นอย่างดี ด้าน นายมงคล ประยูรหงส์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ แห่งนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่างประชาชนในพื้นที่และเทศบาลเมืองปักในการขอเสนองบประมาณตามโครงการพัฒนาเมืองของรัฐบาลเพื่อ นำงบประมาณไปก่อสร้างศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ ซึ่งศูนย์แห่งนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระผู้ป่วยที่เข้าไปใช้บริการในโรงพยาบาลของรัฐได้เป็นอย่างนี้ ปัจจุบันโรงพยาบาลปักธงชัยมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา กว่า 600 คน ต่อวัน แต่พอมีการจัดตั้งศูนย์บริการใกล้บ้านใกล้ใจ ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า100คนต่อ วัน สำหรับการให้บริการทางเทศบาลได้มีการสนับสนุนเรื่องของแพทย์ที่เข้ามาตรวจรักษารวมทั้งเวชภัณฑ์ยา ต่างๆ ซึ่งทางเทศบาลมีงบประมาณเพียงพอในการสนับสนุน

 สำหรับโครงการศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากตามโรงการพัฒนาเมืองของรัฐบาล เป็นที่พอใจของประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ทำให้ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ซึ่งการได้รับบริการทางสาธารณสุขถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ ซึ่งทางเทศบาลเมืองปักได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสาธารณสุขจึงจัดทำโครงการศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้านใกล้ใจขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

กลุ่มเกษตรกรทอผ้าไหม อ.ปักธงชัย โคราช ต่อยอดความคิด นำกาวไหม ของเหลือจากการผลิตผ้าไหมซึ่งมีโปรตีนสูง แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สินค้าโอทอประดับ 5

รังไหมนอกจากจะถูกนำมาผลิตเป็นผ้าไหมที่ขึ้นชื่อของ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มานานนับ 100 ปี แล้ว รังไหมเมื่อนำมาผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความเป็นเลิศ ด้านมอยส์เจอไรเซอร์ ของรังไหมก็มีไม่แพ้กัน จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรกลุ่มทอผ้าไหม อย่างเช่น กลุ่มหัตถศิลป์ชุมชนโนนตูม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่นำเอาโปรตีนคุณภาพสูงจากส่วนของใยไหมและรังไหมที่ หรือที่กลุ่มผูทอผ้าไหมเรียกกว่า กาวไหม ที่เหลือจากการผลิตเส้นไหมมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากโปรตีนไหม ซึ่งได้การรับรองมาตรฐาน มผช. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน) และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทางจุลชีวิทยาจากกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กระทรวงสาธารณสุข กระทั่งได้รับรางวัลเป็นสินค้าโอท็อประดับ 5 ดาว

นาง วิจิตรา กาญจนวัฒนา ประธานกลุ่มหัตถศิลป์ชุมชนโนนตูม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า กาวไหมจากรังไหมที่ทางกลุ่มหัตถศิลป์ชุมชนโนนตูม นำมาสกัดเป็นส่วนผสมในรูปของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งจากการศึกษา ทำให้รู้ว่ากาวไหมที่ได้จากรังไหมมีโปรตีนบริสุทธิ์จากธรรมชาติมากถึง 18 ชนิด มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มสารอาหารให้เซลล์ที่สร้าง Collagen และ Elastin ซึ่งเป็นสารใยโปรตีนที่ช่วยบำรุงผิว ทำให้ริ้วรอยต่างๆลดลงและโปรตีนจากกาวไหมยังช่วยต้านแบคทีเรียและต้านไวรัสลดอาการอักเสบของเซลล์ ลดปริมาณเชื้อโรคที่ผิวหนัง ส่งผลให้แผลหายเร็ว ลดอาการอักเสบจากสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ จึงเกิดไอเดียนำกาวไหมมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย อาทิ ชุดบำรุงผิวหน้า ประกอบด้วย สบู่โปรตีนไหมน้ำแร่ผสมขมิ้น สบู่โปรตีนไหมผสมเปลือกมังคุด สบู่โปรตีนไหมผสมสารสกัดมัลเบอรี่ ครีมบำรุงผิวโปรตีนไหม และรังไหม สครับผิว ขจัดสิวเสี้ยน ส่วนชุดบำรุงผิวกาย ประกอบด้วย โลชั่นบำรุงผิวโปรตีนไหม ผสมสารสกัดจากมัลเบอรี่ รากหม่อน โลชั่นบำรุงผิวโปรตีนไหม โลชั่นบำรุงผิวโปรตีนไหม ผสมมะหาด นอกจากจะนำกาวไหม ที่ได้จากรังไหมมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้ว กาวไหมยังสามารถแปรูปนำมาผสมในอาหารได้อีก อาทิ กาแฟ และไอศกรีม ซึ่งกาวไหมมีโปรตีนสูง ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้ง กาวไหมยังสามารถนำมาเป็นส่วนผสมกับสมุนไพรใช้ในการนวดเพื่อคลายกล้ามเนื้อและคลายเครียดได้อีกด้วย

 ธรรมชาติของรังไหม มีโปรตีนบริสุทธิ์ธรรมชาติที่เราอาจมองไม่เห็น แต่งานวิจัยของต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นและจีน ต่างยอมรับว่า รังไหมเป็นสุดยอดโปรตีนธรรมชาติ สามารถนำมาสกัดเป็นผงไหมในผลิตภัณฑ์เวชสำอางหรือส่วนผสมในเครื่องดื่ม ซึ่งผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์จากรังไหม สามารถติดต่อไปที่ กลุ่มหัตถศิลป์ชุมชนโนนตูม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 397 ม.10 ถ.ศรีพลรัตน์ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา หมายเลขโทรศัพท์ 081-9672039

วันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ที่ชัยภูมิ

วันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ที่ชัยภูมิ กองบังคับการกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับกองร้อยอาสารักษาดินแดนทุกกองร้อย จัดกิจกรรม เพื่อระลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญของเหล่าสมาชิก เนื่องในวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ 60 ปี

ที่บริเวณศาลาประชาคมจังหวัดชัยภูมิ วันนี้ 10 ก.พ. 57 นายนิพนธ์ สาธิตสมิธพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 60 ของการก่อตั้ง ในส่วนของจังหวัดชัยภูมิ ได้จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรม และความกล้าหาญของเหล่าสมาชิก ที่ได้เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน จากนั้นได้อ่านสารผู้บัญชาการกองร้อยอาสารักษาดินแดน มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี และมอบเกียรติบัตรผู้ได้รับเข็ม มอบทุนการศึกษา ของมูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบทุนการศึกษาสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และมอบเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ แก่บุตรของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ผู้การชัยภูมิ สั่งระดมกวาดล้างยางเสพติดปราบปรามหนัก

ตำรวจชัยภูมิ ระดมกวาดล้ายาเสพติด อย่างหนัก ล่าสุด สามารถจับผู้ต้องหา ของกลางยาบ้า อาวุธปืน และอุปกรณ์อื่นๆอีกหลายรายการ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ 10 ก.พ. 57 พล.ต.ตพินิต มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ แถลงผลการระดมกวาดล้างยาเสพติด ล่าสุดด่านต่างๆ สามารถสกัดจับขบวนการค้ายาบ้า ขณะลำเลียงส่งลูกค้า ได้หลายราย รายแรก จับได้บริเวณด่านตรวจ สภ.ช่องสามหมอ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหา 3 คน ยาบ้า 800 เม็ด ซุกซ่อนในรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน ผท 3491ขอนแก่น พร้อมอาวุธปืนอีกเพียบ หลังเจอด่านตรวจค้น มีพิรุจน์ รายต่อมา จับได้ในท้องที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ผู้ต้องหา 2 คน ยาบ้า 70 เม็ด ยาไอ๊ซ์ประมาณ 1 กรัม และในท้องที่ สภ.หนองบัวแดง ผู้ต้องหา 3 คน ยาบ้า 180 เม็ด ขณะนั่งมั่วสุมใต้ถุนบ้าน

พล.ต.ตพินิต มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด ถือเป็นรายสำคัญ ซึ่งนำไปสู่การขายายผล เชื่อมโยงถึงเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ตำรวจทั้งจังหวัดได้ระดมกวาดล้างอย่างหนัก เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด พร้อมกำชับทุกโรงพัก ปราบปรามอย่างจริงจัง รวมถึงการตรวจยึดทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่ชอบ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

สำนักงานหนังสือเดินทางขอนแก่นเพิ่มการให้บริการหนังสือเดินทางเป็นวันละ 240 คิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.พ.) ที่สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวขอนแก่น มีประชาชนที่ลงชื่อแล้วได้คิวมาติดต่อทำหนังสือเดินทาง ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ทางกรมการกงสุล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เปิดให้บริการ ทำให้สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวขอนแก่นต้องเพิ่มคิวจากเดิมวันละ 200 คิว เป็นวันละ 240 คิว อย่างไรก็ตาม พบว่ามีประชาชนที่ไม่ได้คิวมานั่งรอเป็นคิวสำรองจำนวนมาก เพราะบางรายต้องเดินทางไปต่างประเทศในปลายเดือนนี้แต่ยังไม่สามารถยื่นเรื่องทำพาสปอร์ตได้ นางพรทิพย์ กวีกิจปัตติพร รักษาการหัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานหนังสือเดินทางภาคอีสานเปิดบริการประชาชนแล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วย สำนักงานชั่วคราวจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และนครราชสีมา สำหรับขอนแก่นได้เปิดให้บริการวันละ 240 คิว และจะต้องทำเอกสารให้ผู้ที่มาติดต่อให้เสร็จก่อนเวลา 15.30 น. เพื่อรวบรวมเอกสารส่งให้ทางกรมการกงสุล ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพราะกรมการกงสุลจะหยุดให้บริการในเวลา 17.00 น. เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เพราะยังมีการชุมนุมอยู่ใกล้กัน



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

จังหวัดสุรินทร์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทอดผ้าป่าก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชรวันมาฆบูชา

พระปรางค์ หรือ ปรางค์ เป็นสิ่งก่อสร้างประเภทหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย เป็นหลักประธานในวัดเช่นเดียวกับพระเจดีย์ แต่เดิมถือว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบลักษณะเฉพาะของขอม โดยมีคติความเชื่อในศาสนาฮินดู ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ เขาพระสุเมรุ

ท่านเจ้าคุณ พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน) แห่งวัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงการที่ได้ธุดงค์มาพำนักที่บนเนินเขาพนมดงรักแห่งนี้  ได้บำเพ็ญเพียรวิปัสสนากรรมฐาน นั่งสมาธินิมิตเห็นพระปรางค์รูปทรงตามที่ได้จัดสร้าง เป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะว่า สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีธรรมสภากว้างขวาง ใหญ่โตและเป็นสวรรค์ชั้นที่เทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกาสามารถขึ้นไปฟังพระธรรมจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสด็จมาโปรดพระพุทธมารดาตลอดไตรมาส ให้เทพดาในโลกธาตุที่ประชุมฟังธรรมอยู่ในที่นั้น ได้บรรลุมรรคผลสุดที่จะประมาณ ในอวสานกาลเป็นที่จบคัมภีร์มหาปัฎฐาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ 7 พระมหามายาเทวี พระพุทธมารดาได้บรรลุพระโสดาปัตติผล สมพระประสงค์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้ทรงตั้งพระทัยเสด็จขึ้นมาสนองคุณพระพุทธมารดา

จากนิมิตรดังกล่าวหลวงพ่อพวนไม่รู้ว่าจะจัดสร้างได้อย่างไร คิดว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นดินแดนธรรมในอนาคต เทพ พรหมคงมากำหนดให้เห็นเป็นนิมิต จึงได้ทำพิธีบวงสรวงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ให้มีคนมาช่วยให้การสร้างพระปรางค์ประสบผลสำเร็จเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสารีริกธาตุของพระอริยสงฆ์และพระธาตุที่เสด็จมาและเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาสักการะได้ตลอดไป

ต่อมาได้มีหญิงสาวผิวขาวร่างสันทัด อายุ 17 ปี มาพร้อมชายวัยกลางคน ประมาณ 50 ปี เศษ มาขอออกแบบพระปรางค์พร้อมแกะลายยอดพระปรางค์ให้ด้วย  โดยอาตมาบอกเขาตามนิมิตที่เห็น เขาทำงานกันทั้งวันไม่พูดจากับใคร  อาตมาก็ไม่กล้าเข้าไปซักถามจึงไม่ทราบว่ามาจากไหนโดยใช้เวลาเพียง 15 วัน ได้นำแบบทั้งหมดมาให้และบอกว่า ต่อไปจะมีคนมาสร้างให้ หลังจากนั้นเขาทั้ง 2 คนก็ออกจากวัดไป ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้

พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร  เริ่มสร้าง เมื่อวันที่ 9  มีนาคม 2552 โดยจัดสร้างเป็นองค์ปรางค์ 3 ยอดอยู่ตรงกลาง และมีปรางค์บริวารโดยรอบทั้ง 8 ทิศ ตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ย ๆ  ซึ่งได้ปรับปรุงพื้นที่โดยการถมดินเป็นฐานมีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 100 เมตร  สูงจากพื้นดินปกติ  5 เมตร มีความวิจิตรสวยงาม ตั้งอยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา การดำเนินการได้จัดสร้างไปแล้วประมาณ  60 เปอร์เซ็นต์  สำหรับวัสดุ ที่เป็นทั้งหินศิลาแลง และปูนที่วางแบบเป็นรูปแบบสมัยประยุกต์ ทั้งลวดลาย ที่เป็นแบบลายไทย และลายผสม ไทยและอาณาจักรขอม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำพุทธศาสนิกชนทั่วทุกหมู่เหล่า ร่วมกันอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกฉบับภาษาลาว นั่งช้าง เวียนประทักษิณรอบพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชรเนื่องจากในปีนั้นเป็นปีพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นการเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 85 พรรษา และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 99 ปี จังหวัดสุรินทร์ จึงได้ขอประทานพระบรมสารีริกธาตุ จากพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระองค์ทรงเมตตาประทาน พระบรมสารีริกธาตุ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร วัดช้างหมอบหรือวัดมงคลคชาราม ที่ บ้านช้างหมอบ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นที่สักการะ บูชา เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นกำลังใจแก่คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

สำหรับในครั้งนี้  นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส ได้กล่าวว่าจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี ในวันที่ 14 ก.พ. 2557 ซึ่งเป็นวันแห่งความรักและวันมาฆบูชา  ณ วัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ ) หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ต. แนงมุด จ. สุรินทร์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและเพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดผ้าป่าสามัคคีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โดยประสานรายละเอียดและส่งปัจจัยได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานอำนวยการ โทร 044-512039  (นายสันทัด แสนทอง หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ โทร 086-7215312 ) ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานการเงินและบัญชี โทร 044-511891 (นางสาวรัชนีภรณ์ สุยะ เสมียนตราจังหวัดสุรินทร์ โทร081-7534853 ) หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 และขอความกรุณาแฟกซ์ใบโอนให้ทราบด้วย 

จังหวัดสุรินทร์ เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชาประจำปี 2557

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า เนื่องในวันมาฆบูชา หรือวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ คือการประกาศหลักธรรม คำสั่งสอนของพระองค์ ต่อหน้าพระอรหันต์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 แต่หากวันเพ็ญเดือน 3 ถ้าปีใดมีเดือน 8 สองหน เลื่อนเป็นเดือน 4 ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ดังนั้น เพื่อเป็นการร่วมเผยแพร่กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันดังกล่าว ทางจังหวัดจึงได้ร่วมกับวัดต่าง ๆ จัดกิจกรรมในทุกวัด ทั้งการประกอบพิธีทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารและกิจกรรมการรักษาอุโบสถศีล ปฏิบัติธรรม ส่วนในช่วงค่ำตั้งแต่ เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป มีการจัดกิจกรรมแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ตลอดจนพิธีเวียนเทียนตามวัดต่าง ๆ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเข้าวัดปฏิบัติธรรม ณ วัดใกล้บ้าน เนื่องในวันมาฆบูชาด้วยความพร้อมเพรียงกัน

อบจ.สุรินทร์รับสมัครคู่สมรสร่วมกิจกรรม “จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ประจำปี 2557

นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ด้วย อบจ.สุรินทร์ กำหนดจัดงาน "จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ประจำปี 2557 ครั้งที่ 8 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการแต่งงานของชนพื้นเมืองสุรินทร์กลุ่มชาติพันธุ์ กวย "พิธีซัตเต” โดยมีเป้าหมายเป็นคู่สมรสไม่น้อยกว่า 30 คู่ ทั้งนี้คู่สมรสหรือคู่รักคู่ใดสนใจร่วมกิจกรรม สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 044 – 511975 หรือ ที่ว่าการอำเภอท่าตูม โทร. 044 – 591141 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โทร. 044 – 514447 ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557

จ.สุรินทร์ จัดงานวันนัดพบแรงงานย่อย มีตำแหน่งงานว่างรองรับผู้ว่างงานจำนวนมาก 12 ก.พ. นี้

นายเทพบัญชา เกตุวิเศษกูล จัดหางานจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานวันนัดพบแรงงานย่อยครั้งที่ 1 ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 ณ บริเวณด้านหน้าห้างบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสุรินทร์ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้คนหางานได้มีงานทำ ภายในงานมีกิจกรรม การรับสมัครงานมีตำแน่งงานว่างภาครัฐและบริษัทเอกชน ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดจำนวนมาก โดยมีสถานประกอบการมารับสมัครเองโดยตรง มีตำแหน่งงานว่างสำหรับผู้พิการ รวมทั้งกิจกรรมการทดสอบความถนัดทางอาชีพ และลงทะเบียนผู้ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศด้วย จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจไปร่วมงานและเตรียมหลักฐานไปสมัครงานได้หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดสุรินทร์ โทรศัพท์ 044-516017-8 ต่อ 12

ททท. ขอเชิญร่วมเสริมศรัทธามาฆบูชา เพียรภาวนาเดือนเพ็ญสุขใจ เที่ยวอีสานใต้สุขจัง

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ผู้สืบสานศรัทธาแห่งศาสนาพุทธ และนักเดินทางท่องเที่ยวผู้มีธรรมะในหัวใจ ร่วมเดินทางท่องเที่ยวศึกษาพร้อมปฏิบัติธรรมไปกับกิจกรรม "เพ็ญภาวนา ปฏิบัติบูชา : มาฆบูชาที่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ” ในระหว่างวันที่ 13 – 16 กุมภาพันธ์ 2557 ณ วัดป่าโนนกุดหล่ม บ้านโนนสังข์ ตำโพนเขวา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ มีวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ "วันมาฆบูชา” ที่ชาวไทยพุทธถือว่า มีความสำคัญด้วยเป็นวันที่ในครั้งอดีตกาล มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นสี่ประการกล่าวคือ เป็นวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางเหล่าพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 1,250 รูป ที่ต่างเดินทางมาโดยมิได้นัดหมาย และพระภิกษุเหล่านั้นล้วนเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าทรงอุปสมบทโดยตรงหรือที่เรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" ด้วยความเป็นสิริมงคลแห่งวันและเดือนนี้

ททท. จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวผู้สนใจใฝ่ธรรมะเที่ยวไป ปฏิบัติธรรมสะสมบุญบารมีในลักษณะบุญจาริก ตามเส้นทางกรุงเทพ – บุรีรัมย์ – สุรินทร์ – ศรีสะเกษ – กรุงเทพฯ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เช่นนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช และนายไพโรจน์ สิงบัน พร้อมชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทบ้านพลวง ปราสาทศีขรภูมิ วัดบูรพารามอารามหลวง หมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นร่วมปฏิบัติเพ็ญภาวนาคืนมาฆบูชากับพระอาจารย์ราวี จารุธัมโม ณ วัดป่าโนนกุดหล่ม จังหวัดศรีสะเกษ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมเดินทางด้วยตนเอง ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ชั้น 3  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

จ.สุรินทร์จดทะเบียนสมรสในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า อำเภอศรีณรงค์ ร่วมกับ อบต.ศรีสุข กำหนดจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันแห่วงความรัก ประจำปี 2557 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ห้อยทับทัน ตำบลศรีสุข อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวห้วยทับทัน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ของอำเภอศรีณรงค์ ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายคู่สมรสร่วมโครงการ 29 คู่

โดยในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ขบวนแห่ขันหมากตามศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวศรีณรงค์ พิธีบายศรีสู่ขวัญ การจดทะเบียนสมรส การล่องเรือในลำห้วยทับทัน สายน้ำแห่งชีวิต ชมเสน่ห์แห่งสายน้ำอันงดงาม และงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสกับแขกผู้มีเกียรติ ณ กุดหวาย แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติอันงดงาม คู่สมรสที่สนใจ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ที่ว่าการอำเภอศรีณรงค์ 044-509056 หรือ อบต.ศรีสุข 089-949322-9 ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 นี้

วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการอบรมมารยาทไทย “งามอย่างไทย ในความเป็นสากล”

นายอุทัย พลพวก วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการอบรมมารยาทไทย "งามอย่างไทย ในความเป็นสากล” เพื่อให้บุคลากรที่ผ่านการอบรมมารยาทไทย ได้ถ่ายทอดมารยาทไทยให้แก่ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติมารยาทไทยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และมีส่วนร่วม สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 09.00 น. ณ ห้องกันเกรา โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์

จ.สุรินทร์ เตือนวัยใสป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร เนื่องในวันวาเลนไทน์

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา ว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์หลายคนทราบดีว่าเป็นวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ให้ความสำคัญกับวันนี้มาก หลายคู่แสดงออกถึงความรักด้วยการมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ป้องกันทำให้เกิดปัญหาเช่นการตั้งครรภ์ในวัยเรียน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองในไปจนถึงติดเชื้อเอดส์ กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์โดยใช้คำขวัญ"รักจริงต้องใส่ใจรักปลอดภัยต้องป้องกัน” ปัจจุบัน สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อิทธิพลจากสื่อต่างๆ ส่งผลให้เยาวชนแสดงความรักต่อกันอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกัน ทำให้เกิดปัญหา เช่นการตั้งครรภ์ในวัยเรียน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปจนถึงติดเชื้อเอดส์ ซึ่งข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ในปี 2549-2554 ประชาชนมีแนวโน้มป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะโรคหนองใน ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ เอช ไอ วี มากกว่าคนปกติ 3-9 เท่า

นอกจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์แล้ว จากสถิติในปี 2554 พบว่าวัยรุ่นหญิงไทย อายุ 10-19 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยชั่วโมงละ15 คน ส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าใจผิดในการร่วมเพศ คิดว่า เพียงครั้งเดียวจะไม่ท้อง และไม่ใช้ถุงยางอนามัย สำหรับวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ ที่กำลังจะมาถึง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์ โดยใช้ คำขวัญ"รักจริงต้องใส่ใจ รักปลอดภัยต้องป้องกัน” เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ ตลอดจนการตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่พร้อม

แก๊งค์ทุบกระจกรถยนต์ขโมยพระเครื่องอาละวาดหนักต่อเนื่อง ล่าสุดกลางคืนที่ผ่านมา รถยนต์ปลัดอำเภอ

แก๊งค์ทุบกระจกรถยนต์ขโมยพระเครื่องอาละวาดหนัก ล่าสุดกลางคืนที่ผ่านมา รถยนต์ปลัดอำเภอเมืองสุรินทร์ ถูกทุบกระจกขโมยพระเครื่อง พระเกจิอาจารย์ หาย 3 องค์ ในรอบ 3 เดือน ไม่น้อยกว่า 20 คัน ตำรวจยังมืดแปดด้านยังไม่สามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้

วันนี้ 9 ก.พ.57 ที่ชุมชนวัดปทุมเมฆ ถนนอนันต์วิถี ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นายปภพ ขอไชย ปลัดอำเภอเมืองสุรินทร์ ได้เดินทางกลับจากไปพบญาติผู้ใหญ่ หมู่บ้านในเมืองสุรินทร์ ขณะกำลังจะเปิดประตู เข้าบ้าน ก็พบว่า กระจกรถยนต์ ด้านขวา รถยี่ห้อHonda รุ่น Crv ทะเบียน กค 2463 สุรินทร์ ถูกทุบกระจกแตกละเอียด แล้วงัดเอากระจกมองหลัง เพิ่อเอาพระเครื่องเหรียญหลวงพ่อรอด หลวงพ่อรวย และเหรียญหลวงพ่ออ่วง สังคมที่แขวนอยู่กับกระจกมองหลังไป ส่วนทรัพย์สินอื่นๆยังอยู่ครบ จากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง มาลงบันทึกประวันไว้เป็นหลักฐาน นายปภพ ขอไชย ปลัดอำเภอเมืองสุรินทร์ ยังบอกว่า ในหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้มีรถยนต์ปิกอัพถูกทุบกระจก คนร้ายขโมยเอาพระเครื่องไปหลายองค์ด้วยกัน จนกระทั่งเจ้าของรถไปเปลี่ยนกระจกข้าง มาแล้ว แต่ตำรวจยังจับคนร้ายยังไม่ได้ นายปภพ จึงแจ้งบอกชาวบ้านว่า ให้จอดรถในสถานที่ปลอดภัย ไม่แขวนพระเครื่องมีชื่อเสียง ให้เห็นเด่นชัด เป็นเหตุให้คนร้ายลักขโมยและทำลายทรัพย์เสียหายได้ ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ แก๊งค์ทุบกระจกรถยนต์ขโมยพระเครื่อง ลงมือทุบกระจกรถมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 13 คัน

สำหรับเหตุการณ์ทุบกระจกรถยนต์ขโมย พระเครื่อง ที่แขวนในรถ เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยเฉพาะรถยนต์ ที่จอดไว้นอกบ้าน ในบริเวณวัด ห่างไกลผู้คนสัญจรเหตุมักจะเกิดในช่วงยามวิกาล เวลา ตั้ง แต่ 00.00 น.ถึง 04.30 น.


อุทัย  มานาดี / รายงาน

เทศบาลเมืองสุรินทร์ ไอเดียดี แบ่งกำจัดขยะ 4 ประเภท ทั้งแจกทั้งนำโชค เริ่มเดือนมีนาคม นี้

สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ไอเดียดี แบ่งขยะออกเป็น 4 ประเทศ ขยะเศษอาหาร,ขยะรีไซค์เคิล,ขยะทั่วไปและขยะอันตราย หลังเทศบาล ได้ให้ความรู้ ทั้ง 32 ชุมชน พร้อมแจกถังขยะทุกบ้านเพื่อคัดแยก แล้วนำไปขายและทำน้ำหนักชีวภาพ พร้อมทั้งนำมาแลกเงินและแลกแต้ม เริ่มเดือน มีนาคมนี้

นายอัครพนธ์ เกตุสังข์พันธ์ ปลัดเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้เปิดเผยกับทีมข่าว สวท.สุรินทร์ ว่า ปัจจุบันขยะเมืองสุรินทร์ มีวันละ59 ตัน มีภาระมากในด้านค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลเมืองสุรินทร์ เสียค่าใช้จ่ายที่นำขณะเหล่านี้ไปกำจัดที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้เสียงบประมาณ ถึงปีละ 19 ล้านบาท ดังนั้นทางคณะผู้บริหารสำนักงานเทศบาลได้คิดวิธีการคัดแยกขยะ ซึ่งทางเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ในการออกไปให้ความรู้ ในเรื่องการคัดแยกขยะแก่ 32 ชุมชน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้แบ่งประเภทขยะ ออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ขยะจากเศษอาหาร,ขยะขยะรีไซค์เคิล ,ขยะทั่วไป และขยะอันตราย โดยใน4 ประเภท ทางเทศบาลฯจะได้แยกขยะเศษอาหารไปทำปุ๋ยหมัก-น้ำหมักชีวภาพและแก๊สชีวภาพ ส่วนขยะรีไซค์เคิลจะให้พี่น้องประชาชนคัดเลือกนำไปทำขายยังร้านขายของเก่า หรือจะนำมาฝากขายที่ธนาคารขยะเทศบาลเมืองสุรินทร์ ในทุกวันจันทร์ เวลา 8 โมงเช้าถึงเที่ยงวัน ในส่วนขยะทั่วไป ท่านจะได้ลุ้นโชคมีกล่องลุ้นรับโชค โดยให้พี่น้องที่บริโภค ขนม บะหมี่ ซองเปล่าเขียนชื่อที่อยู่ ส่งไปชิงโชคได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ ซึ่งสิ้นปีจะได้ทำการแจกและมอบโชคมีรางวัลมากมาย ส่วนขยะอันตรายนั้นเราจะทำเป็นขยะแลกแต้ม อาจจะสะสมแต้ม อาทิ หลอดไฟฟ้าเสียแล้ว นำมาแลกแต้มได้ 4-5 หรือ10 แต้ม เมื่อถึงสิ้นปีอีกมากมาย รางวัล เป็นรถจักยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ หม้อหุงข้าว วิทยุ กระทะไฟฟ้า และอื่นๆ

นายอัครพนธ์ เกตุสังข์พันธ์ ปลัดเทศบาลเมืองสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนการดำเนินงานนั้น คาดว่าเดือนมีนาคม ที่จะถึงนี้เราจะไปเคาะประตูบ้านเพื่อแจกถังเก็บขยะรีไซค์เคิล สีเขียว ขนาดบรรจุ 15 ก.ก. พร้อมกับคู่มือในการคัดแยกขยะ,คู่มือการทำน้ำหมักชีวภาพ และคู่มือเรื่องราคาขยะรีไซค์เคิลเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้คัดแยกขยะอย่างถูกวิธี พร้อมเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะ อีกด้วย



อุทัย  มานาดี / รายงาน

มารู้จักหลวงพ่อพวน วัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) จังหวัดสุรินทร์

(ตอนที่ 1 ) ท่องเที่ยวนมัสการหลวงพ่อพวน วัดช้างหมอบ(วัดมงคลคชาราม) เกจิชื่อดังแห่งอีสานใต้

พระพิมลพัฒนาทร   (หลวงพ่อพวน วรมงฺคโล)  เจ้าคณะตำบลคอโคและเจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์ ตำบลคอโค อำเภอเมืองสุรินทร์ และเจ้าอาวาสวัดช้างหมอบ (วัดมงคลคชาราม) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์เป็นพระสงฆ์ผู้มีพรหมวิหารธรรม เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อชาวจังหวัดสุรินทร์ พุทธศาสนิกชนทั่วไปนิยมไปกราบนมัสการ เพื่อความเป็นมงคลแก่ชีวิต โดยไปไถ่ชีวิตโคกระบือที่วัดและรับมอบวัตถุมงคลจากหลวงพ่อเนื่องในเทศกาลต่าง ๆ เป็นประจำ

หลวงพ่อพวน เกิดเมื่อวันที่  15  เมษายน  พ.ศ. 2471  ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 11 ค่ำ เดือน 5  ปีมะโรง อายุ 87 ปี  พรรษา  66   บวชเป็นสามเณรที่วัดคอโค (วัดสง่างาม) อำเภอเมือง ฯ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อครบอายุบรรพชา ได้หลวงปู่อวง  วัดสง่างาม(วัดคอโค) อำเภอเมืองสุรินทร์  เป็นพระอุปัชฌาย์ และศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ อวงและหลวงปู่มา นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สอนหนังสือการปฏิบัติธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์มาโดยตลอด หลวงพ่อพวนท่านชอบธรรมชาติ จึงชอบธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง  ๆ เป็นประจำ

ในสมัยก่อน ประมาณ ปี พ.ศ. 2517 พื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นป่าทึบและยังเป็นดินแดนสีแดง หรือเรียกว่ากลุ่มคอมมิวนิสต์เข้ามาหลบอยู่ในป่า ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยกล้าเข้าในป่าลึก โดยเฉพาะตามแนวชายแดน  ท่านได้มาธุดงค์เข้าในในป่าบริเวณนี้ซึ่งอยู่บนเนินเขาพนมดงรัก ติดชายแดนไทย กัมพูชา ชอบความสงบตามธรรมชาติ ได้พำนักและมาปฏิบัติธรรมในถ้ำใกล้ ๆ บริเวณวัดช้างหมอบแห่งนี้ ในช่วงนั้น ได้เดินทาง  ไป ๆ  มา ระหว่างวัดคอโคและวัดแห่งนี้ มีความรู้สึกว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หากชาวบ้านมาถางป่าทำไร่ก็น่าเสียดาย

ทุกวันนี้ หลวงพ่อพวน วรมังคโล เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของอีสานใต้ เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ใครที่เดือดร้อนมาขอให้ช่วยโดยหลวงพ่อจะสอนให้ยึดหลักธรรมะ ให้เก่งการทำงาน เก่งการประกอบอาชีพอย่างสุจริต ใช้อย่างประหยัดคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงแม้จะมีอายุมากถึง 87 พรรษาแล้วก็ตาม สังขารเริ่มเจ็บป่วยตามวัยและรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่หลวงพ่อพวนก็ยังสามารถปฏิบัติศาสนกิจเป็นประจำทุกวัน ญาติโยม ยังเลื่อมใส ในข้อวัตรปฏิบัติ ที่เคร่งครัดของหลวงพ่อ ได้เดินทางมากราบไหว้ ขอพร และขอบารมีคุ้มครองจากหลวงพ่อ และเป็นที่เชื่อกันว่า หากใครได้รับพร และน้ำมนต์จากหลวงพ่อ จะเป็นผู้โชคดี ได้สิ่งที่ปรารถนาดั่งใจ และหากญาติโยมท่านใดที่มีความประสงค์จะบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณี ศรีไตรยอดเพชร เพื่อเก็บบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็สามารถติดต่อได้ที่วัดช้างหมอบ(วัดมงคลคชาราม ) หมู่14 บ้านช้างหมอบ ต.แมงมุด     อ.กาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ 32210  หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 ได้ตลอดเวลา

(ตอนที่ 2 ) ค้นพบรอยพระพุทธบาท

ท่านเจ้าคุณ พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน) แห่งวัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การเดินทางในช่วงแรกที่เดินทางเข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 จนถึง ปี พ.ศ. 2527 จะเดินทางไปมาระหว่างวัดมงคลรัตน์กับวัดช้างหมอบ จนคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้ว จึงได้พำนักโดยจะสร้างเป็นวัดในการปฏิบัติธรรม และจากการปฏิบัติธรรมพบว่ามีรอยพระพุทธบาทอยู่เหนือถ้ำ เนื่องจากมีแสงสว่างขึ้นมาในช่วงกลางคืน เป็นแสงหลายสี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว เขียว แดง เหลือง ลำแสงสว่างอยู่เหนือยอดไม้  1 – 2  เมตร จนชาวเขมรต่ำ (ฝั่งกัมพูชาจะอยู่ใต้ลงไปของเขาพนมดงรัก ชาวสุรินทร์จึงเรียกว่าชาวเขมรต่ำ) ได้ เห็นแสงสว่างและคิดว่าที่วัดช้างหมอบมีไฟฟ้าใช้ จึงได้พากันขึ้นมาขอไฟฟ้าใช้บ้าง แต่เมื่อมาถึง ก็เห็นเป็นวัดเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าแต่อย่างใด

ต่อมาบริเวณรอยพระพุทธบาท ที่มีลำแสงให้เห็นยามค่ำคืนเป็นประจำ โดยเฉพาะวันพระลำแสงจะสุกสว่างยาวนานจนถึงประมาณตี 1 นั้น มีต้นตะเคียนใหญ่อยู่ใกล้ ๆ ได้โค่นลงมาทับก้อนหินแตก ทำให้เห็นรอยพระพุทธบาทชัดเจนขึ้น และรอยหินได้แยกออกประมาณ 1 เมตรเศษ ทำให้เห็นเป็นรอยพระพุทธบาทหันพระบาทไปทางทิศตะวันออก มีขนาดกว้าง  33 นิ้ว ยาว 56 นิ้ว จากการนั่งสมาธิได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จมาให้เห็นด้วยกายเนื้อทิพย์จีวรสีแดงเข้ม แล้วบอกหลวงพ่อพวนว่า รอยนั้นเป็นรอยพระพุทธบาทของพระปัจเจกพุทธเจ้า ด้านหน้าของรอยพระพุทธบาท มีช้างหินหันหน้ามาทางรอยพระพุทธบาท เหมือนคอยเฝ้ารอยพระพุทธบาทและมีถ้ำใต้รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นถ้ำที่หลวงพ่อพวนนั่งสมาธิเป็นประจำ

สำหรับความศักดิ์สิทธิ์นั้น พระในวัดทราบดีแต่ก็มีบางรูปไม่เชื่อมาหลบหลู่ ปีนขึ้นไปนั่ง ก็มีอันเป็นไป แต่ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เดือดร้อนจะมาขอโชคลาภเป็นประจำ บางคนก็มาขอลูก ขอตำแหน่ง ขอให้หายจากการเจ็บป่วย บางคนได้โชคลาภก็มาทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก สำหรับการสร้างวัดช้างหมอบหรือวัดมงคลคชาราม เริ่มสร้างโบสถ์ ปี พ.ศ. 2527  โดยมีสามี ภรรยา คู่หนึ่ง มีหนี้สินกว่า 2 ล้านบาทไม่รู้จะหันหน้าไม่พึ่งใครก็มาขอโชคลาภจากรอยพระพุทธบาท เช่นเดียวกัน ปรากฏว่ากลับไปร่ำรวยและหอบเงินมาขอสร้างโบสถ์ให้วัดช้างหมอบ ปัจจุบันได้รับการตั้งชื่อเป็นทางการว่าวัดมงคลคชาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

(ตอนที่ 3 ) การก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร

พระปรางค์ หรือ ปรางค์ เป็นสิ่งก่อสร้างประเภทหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมไทย เป็นหลักประธานในวัดเช่นเดียวกับพระเจดีย์ แต่เดิมถือว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบลักษณะเฉพาะของขอม โดยมีคติความเชื่อในศาสนาฮินดู ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ เขาพระสุเมรุ

ท่านเจ้าคุณ พระพิมลพัฒนาทร (หลวงพ่อพวน) แห่งวัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เกจิอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของจังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงการที่ได้ธุดงค์มาพำนักที่บนเนินเขาพนมดงรักแห่งนี้  ได้บำเพ็ญเพียรวิปัสสนากรรมฐาน นั่งสมาธินิมิตเห็นพระปรางค์รูปทรงตามที่ได้จัดสร้าง เป็นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะว่า สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีธรรมสภากว้างขวาง ใหญ่โตและเป็นสวรรค์ชั้นที่เทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกาสามารถขึ้นไปฟังพระธรรมจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เสด็จมาโปรดพระพุทธมารดาตลอดไตรมาส ให้เทพดาในโลกธาตุที่ประชุมฟังธรรมอยู่ในที่นั้น ได้บรรลุมรรคผลสุดที่จะประมาณ ในอวสานกาลเป็นที่จบคัมภีร์มหาปัฎฐาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่ 7 พระมหามายาเทวี พระพุทธมารดาได้บรรลุพระโสดาปัตติผล สมพระประสงค์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ได้ทรงตั้งพระทัยเสด็จขึ้นมาสนองคุณพระพุทธมารดา

จากนิมิตรดังกล่าวหลวงพ่อพวนไม่รู้ว่าจะจัดสร้างได้อย่างไร คิดว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นดินแดนธรรมในอนาคต เทพ พรหมคงมากำหนดให้เห็นเป็นนิมิต จึงได้ทำพิธีบวงสรวงขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ให้มีคนมาช่วยให้การสร้างพระปรางค์ประสบผลสำเร็จเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสารีริกธาตุของพระอริยสงฆ์และพระธาตุที่เสด็จมาและเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพบูชาสักการะได้ตลอดไป

ต่อมาได้มีหญิงสาวผิวขาวร่างสันทัด อายุ 17 ปี มาพร้อมชายวัยกลางคน ประมาณ 50 ปี เศษ มาขอออกแบบพระปรางค์พร้อมแกะลายยอดพระปรางค์ให้ด้วย  โดยอาตมาบอกเขาตามนิมิตที่เห็น เขาทำงานกันทั้งวันไม่พูดจากับใคร  อาตมาก็ไม่กล้าเข้าไปซักถามจึงไม่ทราบว่ามาจากไหนโดยใช้เวลาเพียง 15 วัน ได้นำแบบทั้งหมดมาให้และบอกว่า ต่อไปจะมีคนมาสร้างให้ หลังจากนั้นเขาทั้ง 2 คนก็ออกจากวัดไป ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้

พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร  เริ่มสร้าง เมื่อวันที่ 9  มีนาคม 2552 โดยจัดสร้างเป็นองค์ปรางค์ 3 ยอดอยู่ตรงกลาง และมีปรางค์บริวารโดยรอบทั้ง 8 ทิศ ตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ย ๆ  ซึ่งได้ปรับปรุงพื้นที่โดยการถมดินเป็นฐานมีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 100 เมตร  สูงจากพื้นดินปกติ  5 เมตร มีความวิจิตรสวยงาม ตั้งอยู่ริมชายแดนไทย-กัมพูชา การดำเนินการได้จัดสร้างไปแล้วประมาณ  60 เปอร์เซ็นต์  สำหรับวัสดุ ที่เป็นทั้งหินศิลาแลง และปูนที่วางแบบเป็นรูปแบบสมัยประยุกต์ ทั้งลวดลาย ที่เป็นแบบลายไทย และลายผสม ไทยและอาณาจักรขอม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้นำพุทธศาสนิกชนทั่วทุกหมู่เหล่า ร่วมกันอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมด้วยพระพุทธรูปและพระไตรปิฎกฉบับภาษาลาว นั่งช้าง เวียนประทักษิณรอบพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชรเนื่องจากในปีนั้นเป็นปีพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นการเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 85 พรรษา และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 99 ปี จังหวัดสุรินทร์ จึงได้ขอประทานพระบรมสารีริกธาตุ จากพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งพระองค์ทรงเมตตาประทาน พระบรมสารีริกธาตุ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร วัดช้างหมอบหรือวัดมงคลคชาราม ที่ บ้านช้างหมอบ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นที่สักการะ บูชา เป็นที่ตั้งมั่นแห่งพระพุทธศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นกำลังใจแก่คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

สำหรับในครั้งนี้  นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะประธานฝ่ายฆราวาส ได้กล่าวว่าจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ กำหนดจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี ในวันที่ 14 ก.พ. 2557 ซึ่งเป็นวันแห่งความรักและวันมาฆบูชา  ณ วัดมงคลคชาราม (วัดช้างหมอบ ) หมู่ที่ 14 บ้านช้างหมอบ ต. แนงมุด จ. สุรินทร์ เพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะ และเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและเพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์อีกแห่งหนึ่ง จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสุรินทร์ร่วมเป็นเจ้าภาพในการทอดผ้าป่าสามัคคีดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ โดยประสานรายละเอียดและส่งปัจจัยได้ที่ สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานอำนวยการ โทร 044-512039  (นายสันทัด แสนทอง หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการ โทร 086-7215312 ) ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ กลุ่มงานการเงินและบัญชี โทร 044-511891 (นางสาวรัชนีภรณ์ สุยะ เสมียนตราจังหวัดสุรินทร์ โทร081-7534853 ) หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุรินทร์ ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี ก่อสร้างพระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร เลขที่ บัญชี 310-0-69691-3 และขอความกรุณาแฟกซ์ใบโอนให้ทราบด้วย



กัญญรัตน์  เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ รวบรวม / เรียบเรียง โทร 092 2468 343







กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบุรีรัมย์ทำขนมทองม้วนขายเป็นรายได้เสริมหลังทำนาทั้งสร้างความสามัคคีในชุมชน

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบุรีรัมย์ทำขนมทองม้วนขายเป็นรายได้เสริมหลังทำนาทั้งสร้างความสามัคคีในชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยาง จ.บุรีรัมย์ พลิกฟื้นภูมิปัญญาและนำวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น ทำขนมทองม้วน ส่งขายตามร้านและหน่วยงาน สร้างรายได้เสริมช่วงว่างเว้นจากการทำนา มีรายได้เข้ากลุ่มเดือนละ 7 – 80,000 บาท ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามัคคีในชุมชน ( 9 ก.พ.57) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยาง หมู่ 2 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันพลิกฟื้นภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยการนำวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่นและต้นทุนต่ำมาประยุกต์ ทำเป็นขนมทองม้วนสูตรโบราณ อาทิ ขนมทองม้วนใบหม่อน ขนมทองม้วนใบมะรุม ขนมทองม้วนดอกอัญชัน ขนมทองม้วนพริกไทยดำ ขนมทองม้วนอบเทียน และขนมทองม้วนสอดไส้ฝอยทอง รวมถึงกล้วยเบรกแตก ส่งขายตามร้านค้า รวมถึงส่วนราชการ และตามหน่วยงานต่างๆ ที่มีการจัดประชุมสัมมนา สามารถสร้างรายได้เข้ากลุ่มเฉลี่ยเดือนละ 70,000 – 80,000 บาท ซึ่งการรวมกลุ่มของแม่บ้านเกษตรกรบ้านยางทำขนมทองม้วน และกล้วยเบรกแตกขาย นอกจากเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังว่างเว้นจากการทำนาแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง และความรักความสามัคคีให้กับชาวบ้านในชุมชนอีกด้วย นางศรีทอง รัตนะ ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยาง กล่าวว่า ปัจจุบันมีแม่บ้านเกษตรกรในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุ 50 ปีขึ้นไป เข้ามาเป็นสมาชิกกลุ่มแล้วกว่า 50 คน เฉลี่ยมีรายได้คนละ 5 – 6,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถึงแม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนัก แต่ก็สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และไม่ต้องละทิ้งครอบครัวไปหาทำงานรับจ้างยังต่างถิ่นได้ในอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ทางกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรฯ ยังได้มีการพัฒนาผลิตและบรรจุภัณฑ์ ให้ตรงตามความต้องการของตลาดและกลุ่มผู้บริโภค จนได้รับรางวัลดีเด่น จากกรมส่งเสริมธุรกิจสหกรณ์อีกด้วย 


สุรชัย พิรักษา สวท. บุรีรัมย์

ศพ ตร.กล้าเสียชีวิตจากเหตุโจรใต้กราดยิงรถขณะลาดตระเวนถูกส่งกลับบ้านเกิดที่บุรีรัมย์ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว

ศพ ตร.กล้าเสียชีวิตจากเหตุโจรใต้กราดยิงรถขณะลาดตระเวนถูกส่งกลับบ้านเกิดที่บุรีรัมย์ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ศพ "ด.ต.นิพนธ์” ตำรวจกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงรถขณะลาดตระเวนถนนสายบุรี – ปะนาเระ จ.ปัตตานี ถูกส่งกลับบ้านเกิดที่จ.บุรีรัมย์ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแล้ว โดยมีกองเกียรติยศ พร้อมส่วนราชการรอรับศพอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว เมื่อเวลา 14.00 น. (9 ก.พ.57) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยเดช ปานรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งครอบครัว และญาติพี่น้องได้มาตั้งแถวรอรับศพ ด.ต.นิพนธ์ เนื่องโคตะ อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่สังกัดชุดปฏิบัติการ มวลชนเฉพาะกิจ ตำรวจตระเวนชายแดน ( ชป.มว.ฉก.ตชด.) 4201 ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตำรวจกล้า 1 ใน 2 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบใช้อาวุธสงครามกราดยิงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ขณะออกลาดตระเวนบริเวณถนนสายบุรี – ปะนาเระ หมู่ 3 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยหีบศพของ ด.ต.นิพนธ์ เนื่องโคตะ ถูกคลุมด้วยธงชาติไทย ลำเลียงมาโดยเครื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งทันทีที่ศพมาถึงท่าอากาศยาน กองเกียรติยศได้ทำพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัยของนายอนันต์ เนื่องโคตะ พาชาย และญาติที่มารอรับศพ จากนั้นกองเกียรติยศได้เคลื่อนศพของ ด.ต.นิพนธ์ ขึ้นรถที่จอดรอรับ ก่อนเคลื่อนขบวนไปยัง ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ด.ต.นิพนธ์ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ส่วนศพของ ด.ต.พงษ์ศักดิ์ ศรีศิรินทร์ อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่สังกัดชุดปฏิบัติการ มวลชนเฉพาะกิจ ตำรวจตระเวนชายแดน 4201 ตำรวจกล้าอีกนายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน ก็ได้นางเพ็ญศรี สำราญสุข ป้า และ ด.ญ.พรมเลขา ศรีศิรินทร์ ลูกสาว มารอรับศพที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำขึ้นเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งกลับบ้านเกิดที่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีเช่นกัน 


สุรชัย พิรักษา สวท. บุรีรัมย์

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ร่วมหนุนกิจกรรมชุมชนเข้มแข็ง

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  โดยสำนักบริการวิชาการชุมชน  นำคณะผู้บริหาร  คณาจารย์ 
บุคลากรและนักศึกษา  ร่วมกิจกรรม "บุญกุ้มข้าวใหญ่”  ณ  วัดบ้านโนนมะเขือ  ต.กาบิน  อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี  ซึ่งได้รับเกียรติจาก  ผศ.ดร.สมพร   ดวนใหญ่  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น,นายวิโรฒ  มีแก้ว  อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและกรรมการบริหารสำนักบริการวิชาการชุมชน,ผศ.สนธยา  เกาะสมบัติ  ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการชุมชน,นายบุญเหล็ง  สายแววเครือข่ายภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมด้วยนักศึกษากว่า  40 คนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

พระครูสุภกิจมงคล  เจ้าอาวาสวัดโนนมะเขือ  กล่าวว่า  การจัดงานบุญคูนลานหรือ "บุญกุ้มข้าวใหญ่” เป็นประเพณีของชุมชนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนยี่ (ประมาณมกราคม-กุมภาพันธ์) เพื่อเป็นอนุรักษ์ประเพณีของชุมชนและการระลึกถึงบุญคุณของข้าวที่หล่อเลี้ยงชาวนามาเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จชาวบ้านก็จัดงานบุญฉลองรวมศรัทธากันที่วัดหรือศาลากลางบ้านโดยจะนำข้าวเปลือกมากองรวมกัน  จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญและนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมมนต์และฉันภัตตาหาร  ซึ่งจะนำข้าวเปลือกนั้นถวายแด่พระสงฆ์ต่อไป  ชาวบ้านจึงเรียกว่า "บุญกุ้มข้าวใหญ่” ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นพิเศษกว่าทุกปีร่วมกับงานพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถและทอดผ้าป่าขยะด้วย  โดยมีชาวบ้านทั้งในและนอกหมู่บ้านมาร่วมงานกว่า  1,000 คน

ด้าน ผศ.ดร.สมพร  ดวนใหญ่กล่าวว่า  ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีได้ประสานการทำงานร่วมกับบ้านโนนมะเขือมาในระยะหนึ่งแล้ว  ซึ่งได้ทราบว่ามีกระบวนการพัฒนาชุมชนอย่างเข้มแข็งมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งมีกิจกรรมขับเคลื่อนในชุมชนที่สำคัญ เช่น  การจัดการหมู่บ้านปลอดเหล้าอย่างถาวร,การมีจัดตั้งกองทุนกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์  โดยจัดสวัสดิการให้กับคนในหมู่บ้านได้ทุกๆคน,การมีกองทุนขยะเพื่อสวัสดิการชุมชน  เป็นต้น  ซึ่งมีพระครูสุภกิจมงคลเป็นผู้นำทางด้านจิตใจในการพัฒนาชุมชน  ตลอดจนผู้นำชุมชนที่ทุ่มเทเสียสละต่อชุมชนมาอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องเช่นกัน  ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยเองพร้อมที่จะนำนักศึกษา  คณาจารย์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาร่วมกับชุมชนอย่างเต็มที่  ซึ่งกิจกรรมแรกจะมีการออกค่ายอาสาฯในระหว่างวันที่  1-2  มีนาคมที่จะถึงนี้  โดยจะมีคณาจารย์และนักศึกษาจากคณะต่างๆในมหาวิทยาลัยเข้าร่วมกิจกกรมในครั้งนี้ด้วย


กรกช  ภูมี / รายงาน 



ขุนหาญ จัดงานเทศกาลดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

วันที่ (7 กุมภาพันธ์ 57) ที่บริเวณลานหน้าภูฝ้าย บ้านภูฝ้าย หมู่ที่ 1 ตำบลภูฝ้าย อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "เทศกาลดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีปราสาทภูฝ้าย ครั้งที่ 2" โดยมีนายฉลอง เทอดวี-ระพงศ์ นายอำเภอขุนหาญ นายพูลสุข ติงสะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูฝ้าย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร ประธานสภาและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลภูฝ้าย ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมพิธี

นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ นายอำเภอขุนหาญ ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน "เทศกาลดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีปราสาทภูฝ้าย" กล่าวรายงานต่อประธานในพิธีว่า อำเภอขุนหาญได้ดำเนินการจัดงาน "เทศกาลดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ของดีปราสาทภูฝ้าย" ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกจัดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ในชุมชน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมชุมชน โดยในปีนี้กำหนดจัดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557
ภายหลังจากที่นายอำเภอขุนหาญกล่าวรายงานแล้ว นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานในพิธีได้ลั่นฆ้องเพื่อทำพิธีเปิดงาน จากนั้นเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น รำอัปสรานารีศรีภูฝ้าย เป็นต้น

"ภูฝ้าย หรือภูเขาฝ้าย" เป็นที่ตั้งปราสาทขอมโบราณอายุมากกว่า 1,000 ปี มีลักษณะเป็นปราสาทอิฐสามหลัง เรียงกันในแนวทิศเหนือ - ใต้ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว องค์ปราสาทถูกลักลอบขุดหาโบราณวัตถุ กรมศิลปากรขึ้นไปสำรวจพบทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ตกอยู่บนพื้นดิน จึงได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดสุพรรณรัตน์ บ้านพราน ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ทั้งนี้ ปราสาทภูฝ้ายเป็นโบราณสถานที่สำคัญอย่างยิ่งแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ

                                                         

ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ



จังหวัดศรีสะเกษ เปิดงานเทศกาลหอมแดงอำเภอยางชุมน้อย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ นายวิศิษฐ คูรัตนเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานเทศกาลหอมแดงอำเภอยางชุมน้อย โดยมีนายสุรชาติ แก้วศิลา นายอำเภอยางชุมน้อยและนายนวลใจ บุษบงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลยางชุมน้อย นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคส่วนราชการและเอกชน จัดนิทรรศการหอมแดง จำนวน 15 คูหา มีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วยการประกวดผลผลิตทางการเกษตร การประกวดซุ้มหอมแดง การประกวดธิดาหอมแดง การออกร้านของส่วนราชการและเอกชน การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิตหอมแดงและสร้างการตลาดหอมแดงของอำเภอยางชุมน้อยให้เป็นที่รู้จักของพ่อค้าคนกลาง และเพื่อเป็นการส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงของอำเภอยางชุมน้อย

                                                               
ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ

อำเภอสุวรรณภูมิจัดงาน “มาเป็นทองแผ่นเดียวกันที่สุวรรณภูมิ” จดทะเบียนสมรสกรณีพิเศษ ในวันแห่งความรักมาฆบูชาและวาเลนไทน์

นายปณิธาน สุนารัตน์ นายอำเภอสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า อำเภอสุวรรณภูมิ กำหนดจัดงาน "มาเป็นทองแผ่นเดียวกันที่สุวรรณภูมิ” ขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความมันคงของสถาบันครอบครัวและประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จของอำเภอสุวรรณภูมิ รวมทั้งให้ความสำคัญกับทะเบียนครอบครัว ด้วยการจัดจดทะเบียนสมรสเป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์ ที่ตรงกับวันมาฆบูชา 14 กุมภาพันธ์ 2557 กิจกรรมภายในงานจะมีการจดทะเบียนคู่สมรส จำนวน 19 คู่ การตรวจสุขภาพของคู่สมรสและผู้ร่วมงาน การส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ การออมทรัพย์ การลงทุน การนำหลักธรรมะ ใช้ในชีวิตคู่สมรส ผ่านห้องแสดงนิทรรศการของส่วนราชการต่างๆ ของอำเภอสุวรรณภูมิ

นายอำเภอสุวรรณภูมิ เปิดเผยด้วยว่า อำเภอสุวรรณภูมิ ได้เปิดรับสมัครผู้ประสงค์ที่จะจดทะเบียนสมรสในงาน "มาเป็นทองแผ่นเดียวกันที่สุวรรณภูมิ” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สำนักทะเบียนอำเภอสุวรรณ และขอเชิญประชาชนทั่วไปร่วมงานดังกล่าว

                                 

วิมล เร่งศึก/ข่าว

จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินดินแดน

 นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดโดยกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ในวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 08.45 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเชิดชูเกียรติและระลึกถึงคุณงามความดี การเสียสละเลือดเนื้อ ชีวิต เพื่อปกป้องและประชาชนของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดร้อยเอ็ด

กิจกรรมประกอบด้วย การชุมนุมของผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดร้อยเอ็ด การมอบทุนการศึกษามูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์และทุนการศึกษาของสมาคมแม่บ้านมหาดไทย การมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่สมาชิกอาสารักษาดินแดนจังหวัดร้อยเอ็ด การอ่านสารของผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน การมอบเครื่องหมาย "รักษาดินแดนยิ่งชีพ” แก่อาสารักษาดินแดนจังหวัดร้อยเอ็ด

                                   

  วิมล เร่งศึก/ข่าว

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

นครพนม EXPO OTOP Festival สานสัมพันธ์ สี่แผ่นดินและตลาดการค้าชายแดน ปี 2557

นครพนม EXPO OTOP Festival สานสัมพันธ์ สี่แผ่นดินและตลาดการค้าชายแดน ปี 2557  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและขยายตลาดสินค้า  ระหว่างวันที่ 7-15 กุมภาพันธ์  2557  ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.57 นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  ประธานเปิดงานกล่าวว่า  จังหวัดนครพนม  จัดงาน "นครพนม EXPO OTOP Festival สานสัมพันธ์ สี่แผ่นดินและตลาดการค้าชายแดน ปี 2557”  เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว  เชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน  ขยายตลาดสินค้า OTOP และสินค้าชายแดนอาเซียน  พร้อมทั้งสนับสนุนและพัฒนาผู้ผลิต  ผู้ประกอบการ OTOP SMEs ได้เรียนรู้ทักษะด้านบริหารจัดการและการตลาด  การเจรจา  การเจรจาจับคู่ธุรกิจ  โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย การแสดงจำหน่ายสินค้า OTOP   ตลาดนัดการค้าชายแดน   ของดีนครพนม เช่นข้าวหอมมะลิ  เนื้อโคขุน  ไก่งวง  แตงโมไร้เมล็ด  เป็นต้น  การเจรจาจับคู่ธุรกิจ  การแสดงและจำหน่ายสินค้า SMEs การจัดนิทรรศการของส่วนราชการต่างๆ  การแสดงศิลปวัฒนธรรม  และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง OTOP  

จังหวัดสุรินทร์ขอเชิญร่วมโครงการ “สภากาแฟ” เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้กำหนดดำเนินโครงการ "สภากาแฟ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการปฏิบัติงาน เพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์ ต่อภารกิจของรัฐ และประโยชน์สุขของประชาชน โดยจัดให้มีการพบปะระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ในรูปแบบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการในทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน สำหรับครั้งต่อไป กำหนดจัดในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 ระหว่างเวลา 07.00 – 09.00 น. ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ ถนนคชสาร อำเภอเมืองสุรินทร์ โดยมีหน่วยงานในสังกัด กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ ขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมงานสภากาแฟโดยพร้อมเพรียงกัน

ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันมีแผนกู้เงินเพื่อนำมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนา

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ในการจัดหาแหล่งเงินกู้ 1 แสน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังมีแผนหาเงินในหลายช่องทาง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเกรงว่าจะถูกคัดค้านจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย และเชื่อว่ากระทรวงพาณิชย์จะเร่งระบายข้าว เพื่อนำเงินมาจ่ายคืนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

ส่วนการปิดกระทรวงการคลัง ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ต้องไปปฏิบัติงานในสถานที่อื่น และไม่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มที่ ทำให้การทำงานบางส่วนมีความล่า ช้า โดยเฉพาะการชำระและคืนภาษีของประชาชน ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามปกติ โดยการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ

ธปท.เชื่อการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐอเมริกา ไม่กระทบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดช่วงยกเว้นการบังคับใช้ในวันนี้ (7 ก.พ.2557) เชื่อว่าการเจรจาอาจจะยืดเยื้อออกไปอีก เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาสามารถบริหารจัดการรายจ่ายบางส่วนได้ โดยยังไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หรือความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รวมทั้งดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มดีขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้นตัวแล้ว

ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2557 ลงเหลือร้อยละ 3 จากเดิมคาดการณ์ไว้ร้อยละ 4 เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกยังขยายตัวต่ำ ประกอบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ชะลอตัว สัญญาณการผิดนัดชำระหนี้มีโอกาสสูงขึ้น แต่ยังไม่มีปัจจัยที่น่ากังวล เพราะหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังอยู่ในระดับต่ำ ภาคครัวเรือนมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และธนาคารพาณิชย์ พิจารณาการปล่อยกู้อย่างรอบคอบ รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจเอสเอ็มอี สามารถขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป

กระทรวงศึกษาธิการมีมติยกเลิกสัญญาและปรับบริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด วันละกว่า 9 แสนบาท

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำหนังสือยกเลิกสัญญาบริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด โดยให้มีผลเป็นทางการวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมเรียกร้องค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของมูลค่าแท็บเล็ตที่ยังไม่รับมอบ ซึ่งคำนวณออกมาแล้วเป็นเงินวันละ 980,454.52 บาท โดยค่าปรับนี้จะเรียกร้องตั้งแต่วันครบกำหนดการส่งสินค้า คือ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2556 จนถึงวันที่ สพฐ. บอกเลิกสัญญา คือ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันจะจัดส่งหนังสือเรียนให้กับโรงเรียนต่างๆ ได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2557 แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง กปปส. จะทำลายเครื่องพิมพ์

สสจ.สุรินทร์ ขอให้ระวังโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดีเนื่องจากอาหารน้ำจืดปรุงดิบเน้นต้องสะอาดและสุก

นายสอาด วีระเจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี เป็นสาเหตุทำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสียชีวิตมากที่สุดโดยสถิติสาธารณสุข เมื่อ พ.ศ 2553 พบว่าผู้อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุการตายจากเนื้องอกร้ายที่ตับและท่อน้ำดีในตับทั้งประเทศ 1หมื่น 4 พันราย เป็นคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,513ราย ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจ สังคม กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากผู้ป่วยมักอยู่ในวัยทำงานอายุระหว่าง 45-55 ปี ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญถือเป็นวาระเร่งด่วน โดยจัดทำยุทธศาสตร์ กำจัดพยาธิใบไม้ตับ ลดมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อปกป้องประชาชนลดการป่วยการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี ตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยให้เหลือร้อย 5

สำหรับโรคพยาธิใบไม้ตับมีสาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารประเภทน้ำจืดปรุงดิบ หรือสุกๆ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อน เช่น ปลาร้า ก้อยปลา ปลาหมกไฟ ฯลฯ เมื่อคน แมว หรือสุนัข ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคถ่ายอุจจาระปนเปื้อนแหล่งน้ำ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดยมีหอยและปลาน้ำจืด เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาซิว ปลาสร้อย และปลาตะเพียน เป็นตัวช่วยให้พยาธินี้เจริญเติบโต

จังหวัดสุรินทร์ จึงได้มอบให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และ อสม. ในพื้นที่ แนะนำประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม งดกินปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ ปลาน้ำจืดมีเกล็ดขาวดิบๆ สุกๆ กินอาหารที่สะอาดและปรุงสุกด้วยความร้อน และถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะก็จะลดการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดีได้

จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมืองประจำปี 2557

จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ 2557 เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา งานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ วันนี้(8 กุมภาพันธ์ 2557) นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธาน เปิดงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง ประจำปี 2557 พร้อมกับ นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ นายศักดิ์ชัย ตั้งตระกูลวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 8-14 กุมภาพันธ์ 2557 ณ พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง เพื่อส่งเสริมกิจกรรมพระศาสนา ส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ สำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วย ขบวนแห่เครื่องสักการะพระมงคลมิ่งเมือง ทำบุญวันเพ็ญเดือน 3 การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมเวียนเทียน การแข่งขันกีฬา เช่น ฟุตซอล เปตอง ตะกร้อ จำหน่ายสินค้าราคาถูก กำหนดจัดงาน 7 วัน 7 ขณะเดียวกันยังมีการถวายภัตตาหารเพลและตั้งกองผ้าป่ามหากุศลตั้งแต่วันเริ่มงาน โดยส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัดหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับพระมงคลมิ่งเมือง เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่หน้า ตักกว้าง 11 เมตร สูง 20 เมตร ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เรียกว่า ...พระเจ้าใหญ่มงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่พุทธอุทยานในตัวเมืองอำนาจเจริญ มีพื้นที่ประมาณ 36ไร่ ในบริเวณร่มรื่นด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด เริ่มสร้างเมื่อปี2505 แล้วเสร็จเมื่อปี 2508 ก่อสร้างด้วยปูนเสริมเหล็ก ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองทั้งองค์ พุทธลักษณะสวยงามมาก ศิลปะแบบอินเดียตอนเหนือ(ปาละ)เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญประจำจังหวัดอำนาจเจริญ และยังเป็นตราสัญลักษณ์หรือ โลโก้ประจำจังหวัดอำนาจเจริญด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปเที่ยวงานนมัสการพระมงคลมิ่งเมือง (พระใหญ่) ประจำปีนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน 


สิทธิเดช นนทพรหม ข่าว

สื่อมวลชนอุบล เตรียมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล อุบลแชมป์เปี้ยนลีก ฤดูกาล 2014 รุ่น อาวุโส ดิวิชั่น 2

ขณะนี้ทีมฟุตบอลสื่อมวลชนอุบลราชธานี  นำโดยนายชลธิษ  จันทร์สิงห์  นายกสมาคมสื่อมวลชนอุบลราชธานี  นายดุสิต  สิงห์คิรี  ผู้อำนวยการสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี  และ พ.อ.อ.สุพรต  อาสนาทิพย์ หรือ ดีเจ.แหมบ  นักจัดรายการวิทยุชื่อดัง  นำสื่อมวลชนในจังหวัดอุบลราชธานี ทำการฝึกซ้อมฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมทีมเข้าร่วมแข่งขัน ฟุตบอล ในรายการ อุบลแชมป์เปี้ยนลีก 2014  หรือ ฟุตบอล UCL 2014 ในรุ่นอาวุโส 40 ปีขึ้นไป ประเภท ดิวิชั่น 2  ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี  ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 5 หมื่นบาท

สำหรับผู้เล่นทีมสื่อมวลชนอุบลราชธานี  ส่วนใหญ่เป็นสื่อมวลชนในท้องถิ่นที่มีความชื่นชอบในการเล่นกีฬาฟุตบอล  เน้นการเล่นเพื่อสุขภาพ และสร้างมิตรภาพที่ดี  ในตอนนี้ ผู้ฝึกสอน กำลังทดสอบฝีเท้านักเตะ เพื่อวางตำแหน่งของผู้เล่นในทีม ซึ่งใช้สนามฟุตบอลกีฬากลางทุ่งบูรพา เป็นหลักในการฝึกซ้อม

ส่วนผู้ที่ให้การสนับสนุนทีมในฤดูกาลนี้  เป็นผู้บริหารภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ในจังหวัดอุบลราชธานี  ที่มีความต้องการพัฒนากีฬาฟุตบอลในท้องถิ่น ซึ่งจะมีการจัดแถลงข่าวเปิดผู้บริหารทีม  ตัวผู้เล่น  และผู้ให้การสนับสนุน ในการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลอุบลแชมป์เปี้ยนลีก 2014  ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม นี้



กรกช   ภูมี / สวท.อุบลฯรายงาน 

จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์สตรี AAT จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ และแรงงานข้ามแดนระดับชุมชนชายแดนไทย – ลาว

จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์สตรี AAT จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาความร่วมมือด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ และแรงงานข้ามแดนระดับชุมชนชายแดนไทย – ลาว จังหวัดอุบลราชธานี และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ครั้งที่ 3 (7 ก.พ.57) ที่ห้องประชุมโดมน้อย เขื่อนสิริธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาความร่วมมือ ด้านการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ และแรงงานข้ามแดนของชุมชนชายแดนไทย – ลาว ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ครั้งที่ 3 โดยมีนางมะไลทอง วอละสิด รองประธานสหพันกำมะบานแขวงจำปาสัก สปป.ลาว พร้อมด้วยคณะร่วมประชุม การประชุมดังกล่าวได้นำเสนอข้อสรุปการประชุมความร่วมมือชุมชนชายแดนไทย – ลาว จากนายอำเภอโขงเจียม นายอำเภอสิรินธร และผู้แทนจาก เมืองชนะสมบูรณ์ และเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว โดย มูลนิธิพิทักษ์สตรี AAT ผู้ประสานงานป้องกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานข้ามแดนของชุมชนชายแดนไทย-ลาว สรุปสถานการณ์ตลอดจนนโยบายการดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายได้หารือแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นการดำเนินงานต่อต้านค้ามนุษย์ภัยใต้ความร่วมมือของชุมชนชายแดนไทย – ลาว เพื่อให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ ในบริบทระหว่างอำเภอต่ออำเภอ จังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทย กับแขวงจำปาสัก สปป.ลาว เพื่อนำเสนอร่างแผนกิจกรรมเฝ้าระวังป้องกันการค้ามนุษย์ ไทย-ลาว ประจำปี 2557-2558 นำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในการทำงานป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ในระดับชุมชนพื้นที่ชายแดนทั้ง 2 ประเทศ

๘ ก.พ ๕๗ เวลา ๐๖.๓๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ เป็นประธานเปิดงานจักรยานแรลลี่ ๒ ล้อ ๒ น่อง ท่อง ๒ แผ่นดิน มุกดาหาร- สะหวันนะเขต ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ๒ ประเทศ

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗  เวลา ๐๖.๓๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงานจักรยานแรลลี่ ๒ ล้อ ๒ น่อง ท่อง ๒ แผ่นดิน มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ๒ ประเทศ โดยใช้เส้นทางจากสวนสุขภาพ จ.มุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพ ๒ เข้าเมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว นมัสการพระธาตุอิงฮัง



สุภาวดี อัมไพัพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร ข่าว

พุทธศาสนิกชน หลั่งไหล นมัสการพระบรมธาตุนาดูน สืบสานนครจำปาศรี ไหว้พระอาเซียน

งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ประจำปี 2557 เริ่มเปิดงานแล้ว ในวันนี้ โดยมีพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมนมัสการ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ย้อนรอยความเป็นมาของนครจำปาศรี และร่วมสักการบูชา ไหว้พระอาเซียนในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ด้วย

(8-2-57) ที่บริเวณพระบรมธาตุนาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม หรือ ที่รู้จักกันดี ว่า เป็นพุทธมณฑลอีสาน ได้จัดงานประเพณีนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ซึ่งได้เริ่มพิธีเปิดในวันนี้ และกำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2557 โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธาน ทั้งนี้ พระบรมธาตุนาดูน นับเป็นสถานที่ที่ค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงว่า บริเวณแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรื่องของนครจำปาศรี เมืองโบราณในอดีต อีกทั้งยังมีการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่า มีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13–15 สมัยทวาราวดี จึงได้สร้างพระธาตุตามแบบสถูปที่ได้ค้นพบ และทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ของทุกปี

การจัดงานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ประจำปี 2557 นอกจากจะจัดให้มีขบวนแห่ประเพณี 12 เดือน ในพิธีเปิดงานแล้ว ยังมีการทำบุญตักบาตร การปฏิบัติธรรมวิปัสสนา การออกร้านนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าราคาถูก การแสดงแสง สี เสียง ประวัติความเป็นมานครจำปาศรี และการจัดกิจกรรมในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันมาฆบูชา ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมไหว้พระอาเซียน และการเวียนเทียนนานาชาติ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว