วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดมุกดาหารจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย และวันนัดพบแรงงาน ประจำปี ๒๕๕๗

วันนี้ (๑ พ.ค. ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายสกลสฤษฏ์  บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ วันคุ้มครองผู้บริโภคไทย และวันนัดพบแรงงาน ประจำปี ๒๕๕๗ ณ โรงยิมเนเซี่ยม สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่มีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้า       

นางมธุรส  เปรมฤทธิ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวช่วยให้เกิดความสามัคคีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การเดินรณรงค์ของลูกจ้างจากสถานประกอบกิจการ การแข่งขันกีฬาฟุตซอล เซปักตะกร้อ และวอลเลย์บอลของลูกจ้าง รวมถึงมีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ประกอบด้วย กินวิบาก วิ่งกระสอบ และวิ่งซุปเปอร์แมน ในขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวในตอนท้ายว่า จังหวัดจะร่วมกันทำงานเพื่อพิทักษ์รักษาสิทธิของผู้บริโภคในทุกๆ ด้านเพื่อให้ได้รับสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพ พร้อมก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ต้นพะยูง หาย ผู้ว่าฯมหาสารคาม แจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิด

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม มอบหมายนิติกร เข้าแจ้งความ หลังจากที่ต้นพะยูง ซึ่งปลูกอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคามหลังเก่า ที่ขณะนี้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นอุทยานการการเรียนรู้ ได้หายไป

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้มอบหมายให้ นายพรรษพงศ์ วัชรสุนทร นิติกรที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม หลังจากที่ทราบว่าต้นพะยูงซึ่งปลูกอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมหาสารคามหลังเก่า ที่ขณะนี้ได้ปรับเปลี่ยนเป็นอุทยานการการเรียนรู้ ได้หายไป โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557

จากการสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยบริเวณอุทยานการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม ทราบว่า ขณะเข้าเวรยามเมื่อวันเสาร์ที่ 26 เมษายน เวลาประมาณบ่าย 3 โมง ได้มีคนร้าย 3 คนนำรถเครนขนาดใหญ่มาดันต้นไม้ให้ล้มลง ก่อนจะยกต้นพะยูงขึ้นรถเครนและขับออกไป โดยพนักงานรักษาความปลอดภัย คิดว่าเป็นหน่วยงานราชการมาเปลี่ยนต้นไม้เนื่องจากต้นพะยูง 2 ต้น ดังกล่าวได้ตายมานานแล้ว และต่อมาเมื่อวันที่อาทิตย์ที่ 27 เมษายน ก็ได้มีการนำต้นแคป่า มาปลูกแทนเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำอีกครั้งหนึ่งเพื่อสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ถึงเส้นทางที่คนร้ายนำต้นพะยูงไปว่าใช้เส้นทางใดบ้าง คาดว่าได้เบาะแสในเร็ววันนี้ สำหรับต้นพะยูงที่ถูกมือดีขโมย ไป แต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 1 เมตร สูงกว่า 3 เมตร และถือเป็นสมบัติของชาวตำบลดงใหญ่ อำเภอวาปีปทุม เพราะชาวบ้านได้ทำประชาพิจารณ์ร่วมกันว่าเห็นชอบให้นำต้นพะยูงดังกล่าว มาปลูกที่หน้าศาลากลางหลังเก่า เพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อความมั่นคง ซึ่งการหายไปของต้นพะยูง ได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับชาวบ้านตำบลดงใหญ่เป็นอย่างมาก และจะไม่ยอมให้เรื่องเงียบหายไปเด็ดขาด



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม อบรมการพัฒนาตลาดข้าวหอมมะลิ รองรับ AEC

จังหวัดมหาสารคาม พร้อมที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดข้าวหอมมะลิ ด้วยการบริหารจัดการที่ยั่งยืน แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รักษาสภาพแวดล้อม สร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558

ในการอบรม"การพัฒนาตลาดข้าวหอมมะลิ” ตามโครงการพัฒนาผู้ประกอบการตลาดข้าวหอมมะลิจังหวัดมหาสารคาม ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ร่วมกันดำเนินการ นำเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการค้าข้าว โรงสี ท่าข้าว และผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 คน มาเข้ารับการอบรม เพื่อให้เป็นไปตาม นโยบาย การบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ หรือ โซนนิ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ประกาศเขตเหมาะสมภายใต้หลักวิชาการกำหนดพื้นที่สำหรับการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ 20 ชนิด และ ข้าว เป็นสินค้าเกษตรที่เกษตรกรสามารถปลูกได้ จังหวัดมหาสารคาม จึงได้สนองนโยบายดังกล่าว ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรมของจังหวัด สำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมในการเพาะปลูกสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว อ้อย ยางพารา พร้อมจัดการอบรมเพื่อพัฒนาผลผลิตการเกษตรสินค้าข้าว ให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รักษาสภาพแวดล้อม สร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี พ.ศ. 2558

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการสินค้าข้าวของจังหวัดอย่างยั่งยืน กล่าวว่า ในการที่จะพัฒนาตลาดข้าวหอมมะลิของจังหวัดมหาสารคามให้ประสบความสำเร็จ นอกจากจะมีปัจจัยในเรื่องของพื้นที่ที่เหมาะสมแล้ว ด้านคุณภาพต้องสามารถแข่งขันได้ โดยไม่เน้นปริมาณ อีกทั้งยังต้องมีการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในปลูกข้าวหอมมะลิของจังหวัดมหาสารคาม พบว่ามีประมาณ 1ล้าน 7 แสนไร่ และจังหวัดมหาสารคามได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ว่า ภายใน 5 ปี จังหวัดมหาสารคามจะเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ได้



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจําปี 2557

สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมหาสารคามร่วมกับบริษัทขอนแก่นแหอวน จํากัด สาขามหาสารคามจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ จังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2557

01-05-57 ที่สนามหน้าบริษัท ขอนแก่นแหอวนจํากัด สาขามหาสารคาม สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมหาสารคามร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม หอการค้าจังหวัดมหาสารคามจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจําปี 2557โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธาน เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชู ให้ความสําคัญผู้ใช้แรงงานจังหวัดมหาสารคามและผู้ใช้แรงงานได้มีโอกาสผ่อนคลายความเครียดหลังจากการทํางานที่เหน็ดเหนื่อย รวมทั้งให้เกิดความร่วมมือ ความรัก ความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างและภาครัฐ โดยมีสถานประกอบกิจการภายในจังหวัดมหาสารคาม 24 แห่งเข้าร่วมกิจกรรม

นายสมภพ มาลีแก้ว สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่าในวันที่1 พฤษภาคมของทุกปีถือเป็นวันแรงงานแห่งชาติและได้กําหนดเป็นวันหยุดตามประเพณีของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งวันแรงงานแห่งชาตินี้ทุกประเทศทั่วโลกถือโอกาสเป็นวันฉลองให้ผู้ใช้แรงงานผู้ซึ่งมีบทบาทความสําคัญสละกําลังกายและสติปัญญาทําประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประเทศชาติ อันนําไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญยิ่งขึ้น



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์เชิญชวนแต่งกายชุดปฏิบัติธรรมสีขาวเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เปิดเผยว่า วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 เป็นวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญต่อองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง คือ เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ปัจจุบันองค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้การรับรองว่าเป็นวันสากลโลก จึงสมควรที่พุทธบริษัทชาวไทยจะได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชาโลก โดยในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำหนดจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ในระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557 กิจกรรมที่กำหนดจัดขึ้นได้แก่ กิจกรรมทำบุญตักบาตร กิจกรรมปฏิบัติธรรม กิกจรรมแสดงพระธรรมเทศนา กิจกรรมเวียนเทียน กิจกรรมนิทรรศการวันวิสาขบูชา และกิจกรรมรณรงค์แต่งกายชุดสีขาว

จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ลด ละ เลิกอบายมุข ประดับธงทิวตามอาคาร บ้านเรือน ร้านค้า และสถานที่ราชการ และร่วมกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา และขอเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทั่วไปแต่งกายชุดสีขาวหรือชุดปฏิบัติธรรมสีขาวโดยพร้อมเพรียงกันในระหว่างวันที่ 11 – 17 พฤษภาคม 2557



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศจัดประกวดวีดีโอคลิปความรักชาติ ความเป็นชาติไทย

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดประกวดวีดีโอคลิป "ความรักชาติ ความเป็นไทย” ความยาว 3-5 นาที เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักในความรักชาติ ความสามัคคี ความภูมิใจในความเป็นไทย เปิดรับผลงานตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2557

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย ว่าจะจัดประกวดวิดีโอคลิป "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย” ความยาว 3-5 นาที โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทย ด้วยการระลึกถึงบรรพชนนักรบ ผู้กล้าหาญ ผู้ซึ่งสละชีพเพื่อชาติ เผยแพร่ประวัติวีรกรรมความกล้าหาญ ให้คนไทยได้ตระหนักในความรักชาติ ความสามัคคี ความภูมิใจในความเป็นไทย และเป็นการประชาสัมพันธ์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ การประกวดแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับนักเรียน และระดับอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไป ส่งเข้าประกวดได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบทีม โดยเนื้อหาวิดีโอคลิปฯ ที่ส่งเข้าประกวดจะต้องนำเสนอเรื่องราวที่สื่อความหมายตามวัตถุประสงค์ในเชิงความคิดสร้างสรรค์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติ เคารพในความกล้าหาญของบรรพบุรุษ ตระหนักถึงความสามัคคี ความรักชาติ ความภูมิใจในความเป็นไทย รวมทั้งให้มีคำอธิบาย หรือพากย์ภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่าง (Subtitle) อีก 1 ชุด

สำหรับรางวัลชนะเลิศ เงินสด 20,000.-บาท พร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศเงินสด 10,000.-บาท และรางวัลชมเชย 5,000.-บาท ซึ่งเปิดรับผลงานตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2557 ผู้สนใจ สามารถดูรายละเอียดการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ http:/dsi.rtarf.mi.th




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์เชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต

นางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่า เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้กำหนดออกหน่วยรับบริจาคโลหิตจากผู้มีความประสงค์บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ในเดือนพฤษภาคม 2557 ดังนี้ วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอร่องคำ วันที่จันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่ หอประชุมอำเภอยางตลาด วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่ หอประชุมวิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอกมลาไสย และวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2557 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอห้วยเม็ก ในระหว่างเวลา 09.00 – 12.00 น. เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคโลหิต ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

จังหวัดขอนแก่นเอาจริงหวังลดอุบัติเหตุทางถนนมอบตำรวจขอนแก่น จับรถที่ใช้ความเร็วสูงในทางหลวง

วันนี้ (24 พ.ค. 57) นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เป็นประธานพิธีเปิดโครงการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนโดยการควบคุมความเร็วบนถนนมิตรภาพ มีเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุจำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ให้ใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนดตามกรอบแนวคิดโดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 ด้าน 1 ยุทธศาสตร์ในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆให้สาธารณะชนทราบ โดยติดตั้งป้ายเขตตรวจจับความเร็ว มีแจกเอกสารแผ่นพับในเขตจังหวัดขอนแก่น ยุทธศาสตร์ที่ 2   ในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปฏิบัติการตั้งจุดตรวจจับความเร็ว โดยครอบคลุมทุกช่วงเวลาและสถานที่ตั้ง จุดตั้งกล้องจับความเร็วจะปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2557 เป็นต้นไปโดยใช้กำลังพลจาก 7 สถานีตำรวจและกำลังตำรวจทางหลวงขอนแก่น บูรณาการทำงานร่วมกันใครขับรถบนถนนมิตรภาพ ในเขตจังหวัดขอนแก่น   จากนี้ไปจังหวัดขอนแก่นจะมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจจับความเร็วเพราะสถิติการเกิดอุบัติเหตุมาจาการขับรถเร็ว  ซึ่งจะเป็นการบังคับผู้ใช้รถใช้ถนนในเขตถนนมิตรภาพให้รักษาวินัยการจราจรมากยิ่งขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุ และจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยกำหนดความเร็วดังนี้ ความเร็วในเขตเทศบาล

รถบรรทุก รถโดยสาร ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถพ่วง รถยนต์สามล้อความเร็วไม่เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถยนต์อื่นทั่วไป (เก่ง กระบะ) รถตู้ รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 80

ส่วนความเร็วนอกเขตเทศบาล กำหนดดังนี้
รถบรรทุก รถโดยสาร ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถพ่วง รถยนต์สามล้อไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถยนต์อื่นทั่วไป รถเก๋ง กระบะ รถตู้ รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่าการขับรถเร็วทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยเงื่อนไข คนขับเบรคไม่ทัน ความรุนแรงของการชนเพิ่มขึ้นตามระดับความเร็ว ซึ่งสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากการขับรถเกินอัตรากำหนดถึงกว่าร้อยละ27 ของการอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด

หลายหน่วยงานในจังหวัดขอนแก่นทั้งภาครัฐเอกชนและผู้ใช้แรงงานร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1พฤษภาคม 2557

กลุ่มผู้ใช้แรงงานจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดขอนแก่นจำนวนหลายพันคนร่วมกันปฏิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ที่ทุกหน่วยงานร่วมกันจัดขึ้น

วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ สำหรับที่จังหวัดขอนแก่นหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นายจ้าง และผู้ใช้แรงงานได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ขึ้นในวันนี้(1 พฤษภาคม 2557) ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ที่โรงยิมอเนกประสงค์ 2 ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น กิจกรรมในการจัดงาน เริ่มตั้งแต่ เวลา 07:00 น. เป็นการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดของผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นายจ้าง และผู้ใช้แรงงาน จากบริเวณตรงข้ามห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ไปยังบริเวณจัดงานที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นมีพิธีเปิดงานที่ภายในโรงยิม อเนกประสงค์ 2 โดยมี นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน เสร็จแล้วจะเป็นการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ เช่นกีฬาฟุตบอล 5 คน , บอลเล่ย์บอลชาย, หญิง, ตระกร้อชาย, เปตองชาย/หญิง กีฬามหาสนุก ในโอกาสนี้กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่มาร่วมงานจำนนหลายร้อยคนได้รวมกันปฏิญาณตนว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด จะร่วมกันเทิดทูลสถานบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันสำคัญของชาติและร่วมกันสร้างความสมานสามัคคีขึ้นในชาติ

นอกจากนี้ก็มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวันแรงงานแห่งชาติ, การจำหน่ายสินค้าราคาถูก การนวดแผนโบราณ การประกวดขบวนพาเหรด, การแสดงของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดขอนแก่น โดยมีกลุ่มผู้ใช้แรงงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทห้างร้านจำนวนหลายร้อยคนมาร่วมงาน



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว
ชนิตร์นันท์/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
วันที่ 23 เม.ย. 2557

โคราชเปิดงานวันวิสาขบูชา พุทธบารมี 2557 ยิ่งใหญ่ ชมนิทรรศการ ระบบ 3 D ตอน มิติแห่งภูมิ ชีวิตหลังความตาย

วันนี้ (1 พ.ค. 57) เวลา 10.00 น. ที่ห้องเอ็ม ซีซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา พระราชวิมลโมลี รักษาการเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญยุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พลโทชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 และร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกัน อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 9 พระองค์ จาก 4 ประเทศ ประดิษฐานที่แท่น พร้อมเปิดงาน วันวิสาขบูชา พุทธบารมี ประจำปี 2557 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พค ถึง 1 มิย 2557 ณ ห้องเอ็มซีซีฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเผยแพร่พระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พุทธศาสนิกชนร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ และเพื่อร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไป สำหรับกิจกรรมภายในงานวันวิสาขบูชา พุทธบารมี ประจำปี 2557 ประกอบด้วย การปิดทองพระพุทธบาท 4 รอย การปิดทองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์ 9 วัด ร่วมสร้างพระพุทธรูปด้วยการถวายแผ่นโพธิ์ทอง การตักบาตรหนังสือธรรมะ การนั่งสมาธิเจริญสติ เดินจงกรม ชมนิทรรศการ ระบบ 3D สังสารวัฏ วงจรแห่งทุกข์ ตอน มิติแห่งภูมิ ชีวิตหลังความตาย และร่วมพิธีตักบาตรข้าวมธุปายาส เป็นต้น

สำนักโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชนบ้านนาคำแคน ตำบล นาแสง อำเภอศรีวิไล จ.บึงกาฬ

วันนี้ (01 พ.ค. 57) เวลา 09.00 น. ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ พร้อมคณะได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ประชาชนและเกษตรกรสมาชิกกุล่มเศรษฐกิจพอเพียง บ้านนาคำแคน หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและชาวบ้านนาคำแคนให้การต้อนรับและมีนายนพดล จอมเพชร นายอำเภอศรีวิไล กล่าวรายงาน สภาพของพื้นที่อำเภอศรีวิไลและผลการดำเนินงานต่างๆในอำเภอ และกลุ่มเกษตรกร

ในโอกาสนี้ ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ ได้อัญเชิญเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน พร้อมเสื้อสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงมอบให้กับตัวแทนสมาชิกกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนาคำแคน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและนำไปเพาะปลูกขยายพันธุ์ด้านอาชีพกสิกรรม จากนั้นได้บรรยายพิเศษความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินมาตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อให้ประชาชนนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต พร้อมกล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทำโครงการพัฒนา เพื่อให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ และเข้าใจหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถเป็นภูมิคุ้มกันความยากจน นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน

สำหรับกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนาคำแคน มีการดำเนินกิจกรรมด้านเกษตรพอเพียงที่เข้มแข็ง สามารถเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนทั่วไปได้ จึงได้รับการคัดเลือกเข้าโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของสำนักโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกิจกรรมที่ดำเนินมาได้แก่ การผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โรงสีข้าวชุมชน การแปรรูปข้าว การผลิตผักปลอดสารพิษ และการเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์

ในโอกาสนี้ ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ พร้อมคณะได้เยี่ยมและทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับและเข้ารับการอบรม พร้อมทั้งเยี่ยมชมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรของชาวบ้านนาคำแคนที่นำมาจัดแสดงในงาน ซึ่งเป็นอีกการรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านอีกแขนงหนึ่งในด้านการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคต่างๆเพราะชาวบ้านแถวนี้อยู่ใกล้กับภูเขาหลายลูกเช่นภูสิง ภูทองซึ่งเป็นแหล่งสมุนไพรอย่างดี

กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดน จ.บึงกาฬ จัดฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพให้แก่สมาชิกรักษาดินแดน

วันนี้ (30 เม.ย. 2557) เวลา 13.30 น. นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด การฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพสมาชิกกองรักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬ ในการหาข่าวการฝึกยุทธวิธีทางตำรวจ/ทหาร และฝึกทบทวนการยิงปืน ประจำปี 2557 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

นายสุรสันต์ เพชรสุวรรณรังษี ปลัดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดบึงกาฬมีแนวเขตติดชายแดนยาวกว่า 120 กิโลเมตร ตามแนวลำน้ำโขง เกิดปัญหาต่างๆมากมาย เช่นการค้ายาเสพติด ไม้พะยุง เป็นต้น ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทุกชั้น ทุกหน่วยงาน ต้องเตรียมการทั้งความรู้ ทักษะ ร่างกายให้พร้อมที่จะปฏิบัติ ภาระกิจได้ตลอดเวลา กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้อนุมัติให้กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬ ดำเนินการบรรจุสั่งใช้กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 82 อัตรา ซึ่งกำลังพลจำนวนดังกล่าวยังไม่เคยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรจัดตั้งสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกอาสารักษาดินแดน ทำให้กำลังพลขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมาย ระเบียบข้อบังคับ ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับกำลังพลที่ได้รับการบรรจุสั่งใช้ก่อนหน้านี้ ขาดการฝึกอบรมทบทวนอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ขาดความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่บางประการ

ทั้งนี้ได้มีการจัดฝึกอบรมในระหว่างวันที่ 28 เม.ย. – 2 พ.ค. 2557 รวมระยะเวลา 4 คืน 5 วัน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบไปด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ทั้ง 10 กองร้อย รวมจำนวน 100 คน ซึ่งคาดว่าสมาชิกอาสารักษาดินแดนจะสามารถนำความรู้กลับไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และชำนาญ

ฝนตกลงมาชาวนาเริ่มลงนาไถ่นาหว่านกล้า

ฝนที่ตกลงมาทำให้ชาวนาที่จังหวัดบึงกาฬ เริ่มลงนาไถ่นาหว่านกล้าเตรียมไว้เมื่อถึงฤดูทำนามีฝนตกลงมาต้นกล้าก็พร้อมที่จะปักดำโดยไม่รอเวลาเข้าสู่หน้าฝนเต็มตัวแต่ก็ต้องเสี่ยงกับฝนทิ้งช่วงทำให้ต้นกล้าขาดน้ำแห้งตายดีกว่ารอให้ถึงฤดูฝนทำให้การทำนาล่าช้าได้

ที่จังหวัดบึงกาฬระยะนี้เริ่มเข้าสู่ต้นฤดูฝนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงจากแทบทุกวันสืบเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ฝนที่ตกลงมาทำให้เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนาเริ่มลงนาไถ่นาหว่านกล้าไว้รอเมื่อถึงฤดูฝนที่เป็นฤดูทำนาต้นกล้าก็จะเติบโตพร้อมที่จะปักดำโดยไม่เสียเวลา แต่ปัจจุบันปัญหาภาวะโลกร้อนทำให้ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาลบางปีแห้งแล้งบางปีก็น้ำท่วมหลายคนที่เคยทำนาดำก็เปลี่ยนมาทำนาหว่านที่ต้องการน้ำน้อยกว่าและมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวสั้นกว่านาดำ นอกจากนี้การที่เกษตรกรหันมาทำนาหว่านข้าวแทนการทำนาดำยังเป็นการลดต้นทุนการปลูกข้าวการทำนาดำต้องว่าจ้างชาวบ้านในราคาวันละ 300-350 บาท จากที่เคยจ้างในราคาคนละ 200 -220 บาทต่อวันตามนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาล พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันอีกด้วย

ลักลอบตัดไม้พะยูงริมถนนล้มพาดสายไฟฟ้าไฟดับชาวบ้านเดือดร้อน

ไม้พะยูงในเขตทางหลวงสาย 212 ระหว่างบึงกาฬ- บุ่งคล้า เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ยังคงถูกแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติเหิมเกริมลักลอบตัดไปขาย เมื่อคืนแก๊งค้าไม้อาศัยช่วงฝนตกลักลอบตัดไม้พะยูงบนถนนสาย 212 สายบึงกาฬ-นครพนม หลักกิโลเมตรที่ 28 ต้นไม้พะยูงล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูงทำให้ไฟฟ้าหลายหมู่บ้านในตำบลชัยพร อ.เมืองและในอำเภอบุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ไฟฟ้าดับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและแขวงการทางบึงกาฬต้องเร่งตัดไม้ออกจากสายไฟและเคลียเส้นทางเพื่อให้ผู้ใช้รถผ่านไปมาด้วยความปลอดภัย

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 30 เม.ย.57 นายอักษร อุดมกัน ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีไฟฟ้าดับในหลายหมู่บ้านในตำบลชัยพร จึงให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าดับเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่ามีต้นไม้พะยูงขนาดใหญ่ล้มพาดสายไฟฟ้าส่งผลให้ไฟฟ้าในหลายหมู่บ้านของตำบลชัยพรและในพื้นที่อำเภอบุ่งคล้า จ.บึงกาฬ เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจึงประสานนายชาตรี นิลผาย ผู้อำนวยการแขวงการบึงกาฬ ตำรวจทางหลวง ทหารพรานและเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาปิดกั้นเส้นทางเพื่อตัดไม้ที่ล้มออกจากเส้นทางเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับผู้ใช้รถสัญจรไปมาได้ นอกจากนี้ไม้พะยูงยังเป็นไม้เศรษฐกิจมีราคาสูงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลในการตัดและเก็บรักษา หลังตัดไม้ที่ล้มทับสายไฟฟ้าออกเจ้าหน้าที่ก็ทำการซ่อมแซมสายไฟฟ้าที่ที่เสียหานกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมจึงทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้ชาวบ้านได้ใช้ไฟได้ตามปกติ นับว่าแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติแก๊งนี้เหิมเกริมมากเมื่อคืนวานแก๊งค้าไม้ข้ามชาติแก๊งนี้ก็ทำการลักลอบตัดไม้พะยูงมีการใช้เลื่อยหั่นรอบต้นทิ้งเอาไว้แล้วจำนวน 4 ต้น โดยแต่ละต้นมีเชือกสะลิงยาว 30 เมตร ขึงตรึงเอาไว้เพื่อบังคับทิศทางไม่ให้ต้นพะยูงหักล้มทับถนน เกรงกลัวมีคนมาพบ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้จะไม่ปลอดภัยกับผู้ที่ขับขี่รถวิ่งผ่านไปมา จึงได้ทำการโค่นต้นไม้พะยูงทิ้ง 4 ต้นลงทำการตรวจยึดไปเก็บรักษาเอาไว้ก่อนที่ไม้เหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของพ่อค้าคิดเป็นปริมาตร 1.223 ลูกบาศก์เมตร และแจ้งความร้องทุกกับ ร.ต.ท.สุนทร นาโม ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ สืบสวนสอบสวน หาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

จังหวัดบึงกาฬจัดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคและอบรมให้ความรู้กฎหมายแรงงาน

วันนี้ 30-04-57 นายสุระสันต์ เพชรสุวรรณรังสี ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคและอบรมเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงานให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป ณ หอประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬนำโดยนายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬและสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบึงกาฬนำโดย ว่าที่ร้อยตรีเผด็จ ศิลารังสีสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบึงกาฬ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน แรงงานสัมพันธ์ สวัสดิการแรงงาน และมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของจังหวัดบึงกาฬ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกภาคส่วน ให้สามารถรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และในวันเดียวกันได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองผู้บริโภคไทยโดยมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้และรับปรึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย ซึ่งวันคุ้มครองผู้บริโภคเกิดขึ้นจาก คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จัดตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2522 สมัยนายกรัฐมนตรี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็น จึงมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี นายสมภพ โหตระกิตย์ เป็นประธานกรรมการปฏิบัติงาน โดยได้มีการพิจารณายกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ต่อมารัฐสภามีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้เป็นกฎหมายได้ ต่อมารัฐบาลได้นำร่างขึ้นบังคมทูล และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตราเป็นพระราชบัญญัติ ทรงลงพระปรมาภิไธยในวันที่ 30 เมษายน 2522 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษเล่มที่ 96 ตอนที่ 72 วันที่ 4 พฤษภาคม 2522 มีผลการใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2522 เป็นต้นมา นับตั้งแต่นั้น ประเทศไทยได้ถือเอาวันที่ 30 เมษายนของทุกปี เป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย

สาเหตุที่ต้องประกาศใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค เนื่องจากผู้ประกอบการได้นำวิชาทางการตลาดและการโฆษณามาส่งเสริมการขายสินค้าและบริการ ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่รู้ไม่เท่าทันตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบและได้รับความเดือนร้อน หากจะเรียกร้องค่าเสียหายต้องผ่านกระบวนการพิจารณากฎหมาย ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้เวลานาน และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี บางครั้งไม่อาจระงับยับยั้งการกระทำที่เกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคได้ทันท่วงที

จังหวัดบึงกาฬจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ มีผู้ร่วมงานคึกคัก

วันนี้ (30-04- 57) เวลา 07.00 น. ที่เทศบาลหน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2557 โดยมี องค์กรภาคเอกชน ชมรม เจ้าของสถานประกอบกิจการ นายจ้าง ลูกจ้าง กลุ่มผู้ใช้แรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ แรงงานเกษตร ประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันแรงงาแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ นายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันทำให้วงการแรงงานปราศจากข้อขัดแย้งมีความสงบสุข และ จังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติขึ้นก่อน 1วันโดยกิจกรรมที่ได้จัดขึ้นในวันนี้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การทำบุญตักบาตรในตอนเช้า การเดินรณรงค์ "แรงงานรวมพลังสามัคคี สร้างเศรษฐกิจบึงกาฬ ปลอดภัยในการทำงานร่วมต้านภัยยาเสพติด และการค้ามนุษย์ ร่วมลดใช้พลังงาน” ขององค์กรภาคเอกชน ชมรม เจ้าของสถานประกอบกิจการ นายจ้าง ลูกจ้าง กลุ่มผู้ใช้แรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ แรงงานเกษตร ประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ จากหน้าเทศบาลเมืองบึงกาฬผ่านตลาด ศาลเจ้าแม่สองนางไปสิ้นสุดที่โรงเรียนบึงกาฬ มีการแข่งขัน กีฬาพื้นบ้าน การประกวดธิดาแรงงาน การแข่งขันกีฬาฟุตซอล แชร์บอล ของผู้ใช้แรงงาน ณ สนาม โรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษย์อำนวยศิลป์ ซึ่งบรรยากาศของงานเป็นไปด้วยความสนุกสนานและคึกครื้นตลอดงาน

ผู้ใช้แรงงานบึงกาฬร่วมทำบุญตักบาตร

วันนี้ 30-04-57 นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นำผู้ใช้แรงงานจังหวัดบึงกาฬร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ณ หน้าเทศบาลตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

เนื่องจากวันแรงงานตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เพื่อเป็นศิริมงคลกับประชาชนผู้ใช้แรงงานจังหวัดบึงกาฬจึงได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรขึ้นก่อน 1 วัน เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานในจังหวัดบึงกาฬได้ทำบุญร่วมกันและพบปะพูดคุยกันซึ่งในวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดแต่ละคนก็จะได้พักผ่อนและจะได้ไปทำกิจกรรมต่างที่แต่ละคนต้องการ ซึ่งบรรยากาศการทำบุญในช่วงเช้ามีผู้ใช้แรงงานจากส่วนต่างๆมาร่วมทำบุญกันเป็นจำนวนมากและในวันนี้ก็จะมีกิจกรรมของผู้ใช้แรงงานตลอดทั้งวัน

แก๊งลักลอบตัดไม้พะยูงข้างทางยังเหิม ล่าสุดตัดทิ้งไว้ 4 ต้นก่อนหลบหนี

เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายช่วยกันตัดและขนไม้พะยูงออกจากเขตทางหลวงสาย 212 ระหว่างบึงกาฬ- นครพนมเขตอำเภอเมืองบึงกาฬ หลังถูกแก๊งค้าไม้พะยูงข้ามชาติเหิมเกริมลักลอบตัดทิ้งไว้ และใช้เชือกสะลิงดึงกันล้มทับถนนกว่า 4 ต้น ก่อนหลบหนีได้ เจ้าหน้าที่ต้องตัดโค่นทำการตรวจยึดก่อนจะล้มทับรถที่สัญจรผ่านไปมาได้รับความเสียหาย

เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (29 เม.ย.57) นายชาตรี นิลผาย ผู้อำนวยการแขวงการบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ได้สืบทราบว่ามีแก๊งค้าไม้พะยูงได้พยายามเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงที่บริเวณริมถนนหลวงหมายเลข 212 ช่วงกิโลเมตรที่ 23-24 บ้านชัยพร หมู่ที่ 1 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จึงสั่งการให้ นายบุญเสริม พวงเพชร หัวหน้าหมวดการทางบึงกาฬ สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ พลพุทธา ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.ท.สุชาติ บุปปาจันโท ผบ.ร้อย ตชด.244 ร.ต.ท.สันติชัย ริมพิพัฒน์ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ปทส. ร.ต.ต.สุริยา อุ่นเมือง หน.ตู้ยามทางหลวงบึงกาฬ นายทรัพย์สิน จงดี หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.4 (เซกา)และนายสุรัตน์ วิเศษลา หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.6 บึงกาฬ นำกำลังออกจับกุม พบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน ใช้เลื่อยมือกำลังตัดโค่นต้นพะยูงอยู่ข้างถนนดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ทั้งหมดได้พากันวิ่งหลบหนีเข้าป่าด้วยความชำนาญเมื่อตรวจดูรอบต้นพะยูงพบว่ามีการใช้เลื่อยหั่นรอบต้นทิ้งเอาไว้แล้วจำนวน 4 ต้น โดยแต่ละต้นมีเชือกสะลิงยาว 30 เมตร ขึงตรึงเอาไว้เพื่อบังคับทิศทางไม่ให้ต้นพะยูงหักล้มทับถนน เกรงกลัวมีคนมาพบ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เห็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้จะไม่ปลอดภัยกับผู้ที่ขับขี่รถวิ่งผ่านไปมา จึงได้ทำการโค่นต้นไม้พะยูงทิ้ง 4 ต้นลงทำการตรวจยึดไปเก็บรักษาเอาไว้ก่อนที่ไม้เหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของพ่อค้าคิดเป็นปริมาตร 1.223 ลูกบาศก์เมตร และแจ้งความร้องทุกกับ ร.ต.ท.สุนทร นาโม ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ สืบสวนสอบสวน หาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

ชาวนาปลังเร่งเกี่ยวข้าวหนีพายุฝน

ที่บึงกาฬมีฝนตกลงมาติดต่อกันสองวันกระทบชาวนาปลังในหลายหมู่บ้านในอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ต่างเร่งเกี่ยวข้าวนาปลังหนีฝนส่วนข้าวที่มีความชื่นชาวนานำมาตากตามถนนไล่ความชื้นก่อนนำขายโรงสี

ช่วงระยะเวลาเวลานี้ข้าวนาปลังที่ชาวนาปลูกไว้หลายพื้นที่ในหมู่บ้านต่างๆ ได้แก่บ้านดงหมากยาง บ้านซะง้อ บ้านหอคำและบ้านพันลำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ข้าวนาปลังที่ปลูกไว้เริ่มเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งนาชาวนาหลายคนเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวบ้างแล้วเนื่องจากในช่วงเวลานี้มีฝนตกลงมาจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนนำพาฝนตกลงมาบ่อยๆ ทำให้ต้นข้าวที่มีเมล็ดโตเต็มที่เมื่อถูกน้ำฝนจะมีความชื้นเมื่อนำไปขายจะถูกกดราคา ชาวนาบางคนเมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จก็ต้องนำข้าวไปตากให้แห้งเสียก่อนๆ ที่จะนำไปขายหรือเก็บไว้ในยุ้งฉางและรอให้ข้าวมีความชื้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงสีกำหนดเพื่อจะนำข้าวออกขายจะได้ราคาดี นอกจากนี้การที่รัฐบาลไม่รับจำนำข้าวทำให้ราคาข้าวเปลือกยังตกต่ำการเก็บข้าวไว้ในเล้าข้าวจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการรอเวลาที่ข้าวเปลือกมีราคาสูงกว่านี้จึงจะนำออกขาย

ตชด 244 มอบบ้านแก่ผู้ยากไร้ถวายพ่อของแผ่นดิน

วันนี้ (28 เม.ย. 57 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 11 บ้านโนนดู่ ตำบลโนนสว่าง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พ.ต.อ.เดชา คำเกิด รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ประธานในพิธีมอบบ้านให้กับครอบครัวยากจน ตามโครงการ " โชคดีที่มีพ่อหลวง ทรงห่วงใย ทรงช่วยเหลือ "ของกองร้อย ตชด.244 พร้อมนำถุงยังชีพพระราชทานมามอบให้ ชึ่งกองร้อย ตชด.244 ได้สร้างขึ้นตามโครงการจำนวน 1 หลัง ให้แก่ครอบครัวนายเกิ่ง มาตะรักษ์ อายุ 83 ปี ที่มีสมาชิกในครอบครัว 5 คน มีฐานะยากจน และได้ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการให้จัดสร้างบ้านหลังใหม่ให้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 บึงกาฬ เทศบาลตำบลโนนสว่าง และผู้ใจบุญร่วมบริจาคสร้างบ้านในครั้งนี้ กว่า 90,000 บาท โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.244 บึงกาฬ เป็นผู้ซ่อมแซม

โครงการฯ ดังกล่าว ทางหน่วย ตชด.244 บึงกาฬ ได้จัดทำงบประมาณซ่อมแซม และปรับปรุงบ้านเรือนของราษฎรที่มีฐานะยากจน และเป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านว่าเป็นผู้ที่ประพฤติตนเป็นคนดีในสังคม และเป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน ทั้งนี้ ก็เพื่อสร้างความรักความสามัคคีระหว่างภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้ได้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข และดำรงอยู่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสืบไป พร้อมนำความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มให้แก่ครอบครัวของนายเกิ่ง มาตะรักษ์ เป็นอย่างล้นพ้น

จ.บึงกาฬ ทหารพรานจับสองหนุ่มลาวขนยาบ้า

ทหารพรานจากกองร้อยที่ 2105 จังหวัดบึงกาฬ สนธิกำลังจับกุม 2 หนุ่มลาวรับจ้างขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขง เพื่อส่งยาบ้าให้แก๊งค้ายาเสพติดในเมืองไทย พร้อมของกลางยาบ้า 23 ถุง จำนวน 4,553 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สารภาพว่าทำมาแล้ว 3 ครั้งได้ครั้งละ 10,000 บาท

เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 01.30 น. ร.อ.วรยุทธ คำสี ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2105 อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ สืบทราบจากนักโทษในเรือนจำจังหวัดบึงกาฬว่าที่บริเวณสะพานห้วยทราย บนถนนสาย 212 บึงกาฬ-นครพนม บริเวณบ้านสมพร ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ในคืนวันหยุดเสาร์อาทิตย์มักจะมีพ่อค้ายาเสพติดชาวลาวนำยาบ้ามาส่งให้พ่อค้ายาเสพติดคนไทยบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ จึงสนธิกำลังกับ ตชด.244 ตำรวจน้ำ ตำรวจในพื้นที่ วางแผนดักซุ่มจับกุมจนกระทั่งเวลาดังกล่าว พบชายสองคนทราบซื่อคือ ท้าวก้าน แก้วบัวบาน และท้าวแมด สมบูน ทั้งสองเป็นชาวบ้านสมสนุก เมืองปากกระดิ่ง แขวงบริคำไซ สปป.ลาว เดินมาที่บริเวณสะพานพร้อมกัน โดยท้าวก้านถือถุงตาข่ายสีเขียว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น ท้าวก้านจึงโยนถุงทิ้งข้างทางก่อนวิ่งหนี แต่โดนไล่จับได้ทัน สารภาพถุงที่โยนทิ้งเป็นยา เจ้าหน้าที่จึงตรวจค้นบริเวณดังกล่าว พบยาบ้าในถุงตาข่ายสีเขียว 1 มัด ภายในบรรจุยาบ้าในถุงสีฟ้าจำนวน 23 ถุง จำนวน 4,553 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้งสองมาแถลงข่าวที่กองร้อยทหารพรานที่ 2105 ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บุ่งคล้า ดำเนินคดีต่อไป

เกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่จ.บึงกาฬ ติดสปริงเกอร์บนหลังโรงเรือนไก่ เพื่อฉีดน้ำบนหลังคาคลายร้อนให้ไก่ไข่

เกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่จังหวัดบึงกาฬ ติดสปริงเกอร์บนหลังโรงเรือนไก่ เพื่อฉีดน้ำบนหลังคาคลายร้อนให้ไก่ไข่ รวมทั้งเปิดพัดลมภายในโรงเรือนไก่ เพื่อระบายความร้อน รวมทั้งต้องเปิดเพลงให้ไก่ฟัง เพื่อให้ไก่ผ่อนคลายอารมณ์

นายปัญญา สายเลียม อายุ45ปี ชาวบ้านซาง ตำบลซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เกิดความคิดใหม่ๆเพื่อคลายร้อนให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้จำนวน 300ตัว ที่เจอสภาวะอากาศร้อนจัด จนไก่เกิดความเครียดกินอาหารน้อย ไข่น้อยลง ทำให้ขาดรายได้ จึงเกิดความคิดที่จะคลายร้อนให้ไก่ โดยต่อสายน้ำติดสปริงเกอร์บนหลังคาโรงเลี้ยงไก่เพื่อลดความร้อน และยังเปิดพัดลมภายในโรงเลี้ยง เพื่อระบายอากาศให้ถ่ายเท นอกจากนี้ นายปัญญา ยังเปิดเพลงให้ไก่ฟังเมื่อไก่ฟังเพลงจะมีอารมณ์ดี การทำเช่นนี้ส่งผลให้ไก่จำนวน 300 ตัว กลับมาไข่ตามปกติ จำนวนไข่ที่ได้ประมาณร้อยละ 93 ซึ่งไก่ 300 ตัวแต่ละวันจะให้ไข่ 270 ฟองขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องเฝ้าระวังในเรื่องการทำความสะอาดและป้องกันโรคให้ไก่เพื่อป้องกันโรคในหน้าร้อนอีกด้วย

บรรยากาศสอบครูผู้ช่วยบึงกาฬยังเข้ม

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ยังเข้มในการสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วยในวันนี้ (27 เม.ย. 57) และยังกวดขันเข้มในการคัดเลือกกรรมการและเจ้าหน้าที่ครูผู้สัมภาษณ์โดยในเช้าวันนี้ มีการจับฉลากเจ้าหน้าที่แต่ละคนจับฉลากกลุ่ม จากนั้นจึงจับฉลากประจำห้องสัมภาษณ์และยังมีกรรมการกลางควบคุมดูแลอีกขั้น เพื่อให้การสอบครูผู้ช่วยเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอัมพร พินะสา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ยังเข้มในการสอบบรรจุครูผู้ช่วยมีผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้า ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยบรรจุครูผู้ช่วยในครั้งนี้ จำนวนกว่า 4,707 คน สอบผ่านข้อเขียน จำนวน 1,707 คน เข้าสอบสัมภาษณ์ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2557 ตั้งแต่ เวลา 7.30 น. เจ้าหน้าพร้อมที่สถานที่สอบสัมภาษณ์ สถานที่สอบ 8 โรงเรียน จำนวน 81 ห้องสอบ จากนั้นกรรมการกลางก็จะให้เจ้าหน้าที่จับฉลากกลุ่มๆ ละ 8 คน เพื่อห้องสอบ 1 ห้อง หลังจับฉลากกลกลุ่มแล้วเสร็จก็จะทำการจับฉลากประจำห้องสอบ เมื่อได้ครบก็จะเริ่มทำการสอบสัมภาษณ์โดยมีเนื้อหาและเกณฑ์การให้คะแนน 1, ประวัติส่วนตัวและการศึกษา 2, การประกอบคุณงามความดี 3, บุคลกภาพ ท่วงทีวาจา 4, การมีปฎิภาณไหวพริบ 5, เจตคติและอุดมการณ์ เมือสอบภาค ก,ข,ค ครบก็จะประกาศผลต่อไป ทุกขั้นตอนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬจะกระทำด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ

สอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วยบึงกาฬเข้ม ป้องกันทุจริต

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ยังเข้มในการเตรียมความพร้อมในการสอบสัมภาษณ์ครูผู้ช่วยในวันพรุ่งนี้และยังกวดขันเข้มในการคัดเลือกกรรมการและเจ้าหน้าที่ครูผู้สัมภาษณ์โดยในวันนี้ ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ มีการจับฉลากเจ้าหน้าที่แต่ละคนจะได้ประจำสถานที่สอบที่ไหน และพรุ่งนี้เช้าจะจับฉลากกลุ่มและประจำห้องสัมภาษณ์ โดยมีกรรมการกลางควบคุมดูแลอีกขั้น เพื่อให้การสอบครูผู้ช่วยเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม

นายอัมพร พินะสา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การสอบบรรจุครูผู้ช่วยมีผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวนกว่า 4,707 คน สอบผ่านข้อเขียนจำนวน 1,707 คน ในวันอาทิตย์ที่ 27 เม.ย.นี้ จะมีการสอบสัมภาษณ์ที่หอประชุมโรงเรียนบึงกาฬอนุบาลวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ สำนักงานเขตได้มีการประชุมคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ เพื่อทำความเข้าใจในขั้นตอนการทำงาน โดยแบ่งขั้นตอนในการทำงานเป็น 3 ขั้นตอน ให้เจ้าหน้าที่จับฉลากประจำสถานที่ จากนั้นในวันพรุ่งนี้จะทำการจับฉลากกลุ่มละ 8 คนต่อ 1 ห้องสอบ เมื่อได้กลุ่มแล้วสุดท้ายก็จะเป็นการจับฉลากประจำห้องสอบ

นายอัมพร กล่าวต่อไปว่า การสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยในครั้งนี้ ต้องระดมเจ้าหน้าที่ครูในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดบึงกาฬถึง 648 คน มาช่วยกันทำงานเพื่อให้ได้บุคลากรครูที่มีความรู้สามารถมาทำงาน และเพื่อให้ดำเนินการสอบครั้งนี้ เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนการสอบข้อเขียนที่ผ่านมา ถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะไม่พบว่าที่สนามสอบจังหวัดบึงกาฬตรวจพบการทุจริตแต่อย่างไร

จ.บึงกาฬ ฝนตกช่วยคลายความร้อนและส่งผลดีต่อเกษตรกรปลูกผัก

เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่จังหวัดบึงกาฬมีพายุลมแรง ทำให้ฝนตกลงมาช่วยคลายความร้อน แถมยังช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อเกษตรกรที่ปลูกพืชผักสวนครัวที่ขาดน้ำให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง อากาศร้อนระอุมายาวนานทำให้หลายวันมานี้อุณหภูมิที่จังหวัดบึงกาฬ สูงขึ้นที่ระดับ 38-40 องศา โดยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา มีลมแรงและฝนตกโปรยปรายลงมายันรุ่งเช้า จึงเป็นความโชคดีของเกษตรกรที่ตกลงมา หลังจากเจออากาศร้อนมานาน ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันที่ใช้สูบน้ำขึ้นมารดสวนผักอีกด้วย

วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

กอรมน.มุกดาหาร จัดตั้งทหารกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ

พันเอก ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า  ทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ อยู่ในองค์กรการจัดของฝ่ายทหาร  ในยามปกติทหารกองหนุนและทหารกองเกินที่มีอยู่จำนวนมากทั่วทุกภาคของประเทศจะเป็นพลังเสริมความมั่นคงในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม  ในยามสงครามจะเป็นกำลังสำรองหลักที่สำคัญยิ่งของกองทัพ ในอันที่จะเสริม ทดแทน หรือจัดตั้งหน่วยใหม่เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ จึงเป็นผู้มีระเบียบ วินัย กล้าหาญ อดทน มากกว่าประชาชนทั่วไป

พันเอกยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร กล่าวอีกต่อไปว่า ปัจจุบันภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตินับวันจะทวีความรุ่นแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง กอ.รมน. เห็นว่า ทหารกองกองหนุน  และทหารกองเกิน เป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพสูงในการที่จะเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยคุกคามด้านต่าง ๆ ตลอดจนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยส่วนมากจะเป็นทหารกองหนุนและทหารกองเกิน จัดจากอำเภอต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย อำเภอเมืองมุกดาหาร, ดอนตาล, นิคมคำสร้อย, หนองสูง, คำชะอี, และอำเภอดงหลวง อำเภอละ 11 นาย  อำเภอหว้านใหญ่ 34 นาย  รวม  100  นาย วัตถุประสงค์ เพื่อจัดตั้งทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ กนช. แก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และ เพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยคุกคามด้านความมั่นคงพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขยายเครือข่ายมวลชนจัดตั้งเป็นกลุ่มมวลชนของ กอ.รมน.



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๗

วันนี้ (๓๐ เม.ย. ๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๕๗ พร้อมนายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร  นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจังหวัดมุกดาหาร นายอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรเอกชน เข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ได้จัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่นช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร

สำหรับการประชุมในวันนี้ นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งในที่ประชุมทราบหลายเรื่อง อาทิการจัดพิธีถวายสดุดีเนื่องในวันฉัตรมงคล วันจันทร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และการจัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก ประจำปี ๒๕๕๗ และขอเชิญชวน ส่วนราชการร่วมกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน

ทังนี้ ก่อนการประชุมมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติบัตร การปฏิบัติงานลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุของประชาชนเป็นศูนย์ ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ จำนวน ๒ รางวัล อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดงหลวง




สุภาวดี  อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดโครงการมอบกรรมสิทธิ์ไถ่ชีวิตโค – กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดมุกดาหาร

นายชูยศ  เชาว์ศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค – กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงพระเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมกันจัดทำโครงการไถ่ชีวิตโค - กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จังหวัดมุกดาหาร และกำหนดการจัดงานพิธี ในช่วงระหว่างเดือน เมษายน ถึง ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร  โดยร่วมบริจาคโค – กระบือ หรือเงิน เพื่อจะได้นำไปจัดซื้อ ไถ่ชีวิต โค – กระบือ ซึ่งมีเป้าหมาย จำนวน ๖๐ ตัว ในราคา โคตัวละ ๒๕,๐๐๐ บาท และ กระบือ ตัวละ ๒๗,๐๐๐ บาท โดย โค – กระบือที่ได้จากการไถ่ชีวิต จำนวน ๖๐ ตัว จะได้นำไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ยืมเลี้ยงเพื่อการผลิต ตามระเบียบโครงการธนาคารโค – กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

ทั้งนี้  ผู้มีจิตศรัทธา สามารถโอนเงินผ่านบัญชีกระแสรายวัน ชื่อ "โครงการไถ่ชีวิตโค – กระบือ ธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จังหวัดมุกดาหาร” เลขที่บัญชี ๔๒๐-๖-๐๓๑๘๓-๕ ธนาคารกรุงไทยสาขามุกดาหาร แล้วแฟ็กซ์รายละเอียดการโอนให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐-๔๒๖๔-๐๐๙๗ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐-๔๒๖๔-๐๐๙๖ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร (นายชูยศ  เชาว์ศิริกุล) โทร.๐๘-๕๖๖๐-๙๘๓๘ สัตวแพทย์ชำนาญงาน (นายนิวัฒน์  นิ่มพิศุทธิ์) โทร. ๐๘-๑๙๖๕-๗๕๐๕ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

สรุปสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ภาพรวมของประเทศและภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร ปี ๒๕๕๗

นายแพทจิณณพิภัทร  ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาในระบบปกติ วันที่ ๑ มกราคา – ๒๕ เมษายน ๒๕๕๗ สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่รวมทั้งสิ้น ๓๐,๐๒๔ ราย คิดเป็นอัตราป่วย๔๖.๖๒ ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้ป่วยมาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ ๘๑.๑๖ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ ภาคกลาง ๖๗.๘๓ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐.๗๗ และภาคใต้ ๑๓.๒๔ อัตราป่วยสูงสุด ๕ อันดับแรก พบในกลุ่มอายุ ๐ – ๔ ปี ๑๖๗.๕๐ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ อายุ ๕ – ๑๔ ปี ๑๐๙.๘๙ อายุ ๒๕ – ๓๔ ๓๓.๗๙ อายุ ๓๕-๔๔ ปี ๒๙.๒๙ และอายุ ๕๕-๖๔ ปี ๒๖.๖๐

ทั้งนี้ สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่ ๑ มกราคม – ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน ๑๔ ราย คิดเป็นอัตราป่วย ๑๑.๗๖ ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด ๔๕ – ๕๓ (อายุต่ำสุด ๒ ปี อายุสูงสุด ๗๖ ปี) ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และยังไม่พบการระบาดรุนแรงในจังหวัด

คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) งาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ” (IP Innovation and Technology Expo – IPITEx. ๒๐๑๔)

สุกัญญา  ธีระกูรณ์เลิศ  ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า  เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานพัฒนาคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันจัดงาน "มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ” (IP Innovation and Technology Expo – IPITEx. ๒๐๑๔) ในวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการเผยแพร่ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมและสร้างคุณค่างานวิจัยกองประเมินผลและจัดการความรู้การวิจัย วช. เลขที่ ๑๙๖ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทร. ๐-๒๕๗๙-๒๒๘๘ , ๐-๒๖๑-๒๔๔๕ ต่อ ๕๑๖ , ๕๓๐ , ๕๓๙  และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://rrm.nrct.go.th   ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึง ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร แจ้งผลการดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

นายทวีวัฒน์  ประสงค์ธรรม รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารเปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจำนวน ๒ ศพ มีรายชื่ออยู่ในระบบประกันสังคมทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว ประกอบด้วย นายมาลอย  พมมะจัน แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้นำเงินค่าทำศพจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท ไปจ่ายให้แก่ ท้าวสมบูน  พมมะจัน (บิดา) ราษฎรบ้านดงหมากไฟ เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนายพายัพ  พลวงค์ อยู่บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ ๔ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร  ลูกจ้างของบริษัทเอช-วัน พาร์ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้จ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับบิดามารดาของผู้ประกันตน เป็นเงินค่าทำศพจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย จำนวน ๑๖,๔๑๖ บาท  และเงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน ๒๔,๒๖๗.๖๒ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘๐,๖๘๓.๖๒ บาท



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

เรือนจำกลางนครพนม คัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นระดับภาค เพื่อร่วมการแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ครั้งที่ 11

เรือนจำกลางนครพนม  คัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นระดับภาค  ประจำปี 2557 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ครั้งที่ 11  ระดับประเทศ

นายทวีรัตน์  นาคเนียม  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม  เปิดเผยว่า  กีฬาแดนสามัคคีเกมส์  กรมราชทัณฑ์ได้ทำ MOU กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาในเรือนจำเพื่อให้มีการสันทนาการและเฟ้นหาช้างเผือกในเรือนจำ  เพื่อเป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย  โดยเรือนจำกลางนครพนมได้รับมอบหมายให้เป็นสนามคัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่น  ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งเขต3 และ 4 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2557  ณ สนามกีฬาแดน 1 ชาย  เรือนจำกลางนครพนม  เพื่อคัดเลือกนักกีฬาทั้งชายและหญิง  เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันแดนสามัคคีเกมส์  ครั้งที่  11  โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นประเภทมวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นชาย  แบ่งเป็น 9 รุ่น  ได้แก่  รุ่นน้ำหนัก  49 , 51  , 52 , 54 , 56, 57, 60 ,64 ,69 กิโลกรัม  มวยสากลสมัครเล่นหญิง  7 รุ่น  ได้แก่ รุ่นน้ำหนัก  48 , 52 , 54 , 57, 63 , 64 , 69 กิโลกรัม  ส่วนประเภทมวยไทยสมัครเล่นหญิง  แบ่งเป็น 3 รุ่นได้แก่  รุ่นน้ำหนัก 48 , 51 , 54 กิโลกรัม  โดยมีการคัดเลือกผู้ต้องขังอายุ 18-33 ปี สุขภาพแข็งแรง  มีคดีเดียวหรือหลายคดีแต่ต้องเด็ดขาดทุกคดี

ทั้งนี้  การแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์  มีการแข่งขันกีฬา 6 ประเภท  ได้แก่  มวยสากลสมัครเล่น  มวยไทยสมัครเล่น  ตระกร้อทีมเดี่ยว  ฟุตซอล  เปตอง และสุดยอดฝีมือตีหรือ shooting  โดยการแข่งขันแดนสามัคคีเกมส์  ครั้งที่ 11  ระดับประเทศ  จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย  ระหว่างวันที่  26-31 พฤษภาคม 2557

นรข.จับกุมผู้ลักลอบนำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  จับกุมผู้ลักลอบนำรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 100 S ทะเบียน กบร 487 นครพนม  สีเทา  และโทรศัพท์เคลื่อนที่ซัมซุง  จำนวน 1 เครื่อง  ออกนอกราชการอาณาจักร  โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร  ข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

พลเรือตรีอารักษ์  แก้วเอี่ยม  ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  เปิดเผยว่า  เวลา 12.00 น.วันที่ 29 เมษายน 2557  เรือเอกประเสริฐ  พุทรา  หัวหน้าสถานีเรือนครพนม  ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า จะมีการลักลอบน้ำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร  โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร  บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำโขง บ้านบัว ต.ดงขวาง  อ.เมือง  จ.นครพนม  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกทำการลาดตระเวนพื้นที่ที่ได้รับรายงาน  จนกระทั่งเวลา 06.00 น. วันที่ 30 เมษายน 2557 ชุดลาดตระเวนทางบกได้ตรวจพบบุคคลชาย  2 คน  นำรถจักรยานยนต์ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและมีเรือกีบเพลายาว  1 ลำ  จอดอยู่  เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนจะเข้าควบคุม  เรือกีบเพลายาวได้แล่นหลบหนีไปฝั่งประเทศลาว   เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและทำการควบคุมบุคคลทั้งสองพร้อมรถจักรยานยนต์   ไปที่สถานีเรือนครพนมเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด  พบคู่มือทะเบียนรถจักรยานยนต์เป็นของนายโสดา  ผิวพรรณ   โดยนายลี  มูลตั้ง อายุ 70 ปี  ชาบ้านดงขวาง  อ.เมือง  จ.นครพนม ชักชวนนายบุญเรือง  วศินวัฒนา  อายุ 57 ปี  ชาวบ้านบัว  ต.ดงขวาง  อ.เมือง จ.นครพนม ให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยยกรถลงเรือที่ริมแม่น้ำโขง  ซึ่งนายลี ได้รับจ้างให้นำรถจักรยานยนต์จากตลาดบ้านหนาด  นำมาไว้ที่บ้าน  ด้วยเงินจำนวน 500 บาท  ในเช้าวันที่ 30 เมษายน  ได้นำรถไปส่งบริเวณริมแม่น้ำโขง  เพื่อส่งให้ท้าวศรีไฮ  บ้านปากเป่ง  ประเทศลาว  ซึ่งได้ขับเรือหนีเจ้าหน้าที่ไป  สถานีเรือนครพนมจึงได้ดำเนินการนำผู้ต้องหาและของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรบ้านกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อำเภอกุดชุมยโสธรออกอำเภอยิ้ม

วันนี้ (๓๐ เม.ย. ๕๗ ) เวลา ๐๙.๐๐ น.  นายสมศักดิ์ บุญทำนุก นายอำเภอกุดชุม เดินทางไปเป็นประธาน โครงการอำเภอยิ้ม ที่บ้านคำเลา ม.๑๑ ต.โพนงาม อ.กุดชุม ในการนี้มีหน่วยงานราชการหลายฝ่ายที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น จนท.ฝ่ายปกครอง, เกษตร, ปศุสัตว์ สาธารณสุข พัฒนาชุมชน,พละศึกษา,รพ.กุดชุม,ประมง,สนง.ส่วนท้องถิ่นและส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลโพนงามและรพ.สต บ้านแดง รพ.สต.โพนงาม ออกร่วมกิจกรรมโครงการ อบต.สัญจรด้วย ในการนี้มีการมอบถุงยั่งชีพ-ผ้าห่ม- พันธ์ปลา ถอนฟัน ตัดผม ตรวจสุขภาพ แจกพันธ์ไม้ วาดภาพชิงรางวัลของเด็กๆและอีกมากมายเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีงานให้กับพี่น้องประชาชนและหน่วยงานราชการ




พลากร แก้วขวัญข้า
อปม.กุดชุม รายงาน

ยโสธรจัดกิจกรรมในวันคุ้มครองผู้บริโภค

ยโสธรจัดสัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคที่ห้องประชุมมรกต โรงแรม เจ.พี เอ็มเมอรัลด์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิด สัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดยโสธร นายแพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า วันที่ 30 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย รัฐบาล กำหนดให้แต่ละภาคส่วน มีการดำเนินงานประสานงาน ส่งเสริม เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารการคุ้มครองผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรจึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค /เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคและการปกป้องสิทธิ / กิจกรรมประกอบด้วย การสัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภค / การแสดงนิทรรศการ หน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่ความปลอดภัยด้านอาหาร เขต 10 / ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี /พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดสปอตวิทยุการงดใช้เครื่องสำอางที่อันตรายและผิดกฎหมาย จำนวน10 รางวัล

ยโสธรจัด “วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 9”

นายจักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รักษาราชการแทน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดยโสธร โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร และเทศบาลเมืองยโสธร ได้จัดงาน "วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 9” ภายใต้แนวคิด "มะเร็งท่อน้ำดีหมู่เฮา บ่ เอาแล้ว” วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุม OTOP สวนสาธารณะพญาแถน อำเภอเมืองยโสธร

เวลา 08.00 – 12.00 น. ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยการอัลตร้าซาวด์

เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป คอนเสิร์ต มหกรรมกำจัดพยาธิใบไม้ตับฯ โดยมีศิลปิน ประกอบด้วย ครูสลา คุณวุฒิ ดอกรักดวงมาลา ดันดาราตี 10 พิธีกร คือ ปุ๊ยตี 10



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

กองบัญชาการกองทัพไทยจัดประกวดวิดีโอคลิป ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประกวดวิดีโอคลิป หัวข้อ "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ แบ่งเป็น ระดับนักเรียน และมัธยมศึกษา,ประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ 20,000 บาท สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่ http://ndsi.rtarf.mi.th



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

ขอเชิญร่วมบริจาคไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558

ด้วยกรมปศุสัตว์ ได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ดำเนินการจัดโครงการมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2556 – วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ซึ่งโครงการประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ

1. กิจกรรมการไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 6,000 ตัว โดยมีเป้าหมายดำเนินการ 77 จังหวัด ๆ ละ 60 ตัว รวม 4,620 ตัว และส่วนกลาง จำนวน 1,380 ตัว กำหนดให้จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จังหวัดละ 1 ครั้ง ช่วงระหว่างเดือนเมษายน – 5 พฤษภาคม 2558

2. กิจกรรมการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือตามสัญญายืมเพื่อการผลิตกรณีพิเศษ จำนวน 7,200 ราย โดยผู้ที่จะได้รับมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือต้องมีความประพฤติดี และส่งมอบลูกโค-กระบือตัวที่ 1 ที่มีอายุครบตามระเบียบของโครงการฯ คืนให้ ธนาคารโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ

เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์จังหวัดยโสธร จึงขอเชิญร่วมบริจาค เพื่อไถ่ชีวิต โคราคาตัวละ 25,000 บาท และกระบือราคาตัวละ 27,000 บาท หรือร่วมบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา โดยโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "ไถ่ชีวิตโค-กระบือ   เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 60 พรรษา "ธนาคารกรุงไทยสาขาศาลากลางจังหวัดยโสธร บัญชีเลขที่ 982-291513-6 และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขายโสธร บัญชีเลขที่ 020-0-34806-34-8 เริ่มรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแจ้งชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธรทราบ เพื่อออกใบรับเงินและมอบใบอนุโมทนาบัตรให้ต่อไป ติดต่อแจ้งความจำนงบริจาค ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง หรือขอทราบรายละเอียดได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร โทรศัพท์ 045-712527



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

ร้อยเอ็ดติวเข้มผู้ประกอบการร้านอาหารดัง ขานรับ “ครัวร้อยเอ็ดสู่ครัวโลก”

วันนี้ (30 เม.ย. 57) นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายวิบูลย์ทัด  สุทันธนกิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมกุ๊ก ผู้ช่วยกุ๊ก และผู้ประกอบการร้านอาหาร ภัตตาคารในจังหวัดร้อยเอ็ด 40 คน ณ ห้องครัววิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ทั้งนี้ จัดโดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดโครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่ผู้ประกอบการด้านอาหารไทย ให้มีทักษะฝีมือได้ผลงานมีคุณภาพและมีมาตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เป้าหมายฝึกอบรม 6 รุ่น ๆ ละ 20 คน รวม 120 คน ซึ่งเป็นสถานประกอบการภัตตาคารดังของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีกุ๊ก, ผู้ช่วยกุ๊ก หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการประกอบการ เช่น โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น, โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี้, โรงแรมสาเกตนคร, ครัวอาหารดีจริง ฯลฯ ใช้หลักสูตร 30 ชั่วโมง ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะร่วมรับประทานอาหารพิสูจน์ฝีมือการทำอาหารของกุ๊กดังกล่าวด้วย

คาดว่าโครงการดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศได้บริโภคอาหารไทยชื่อดังมีมาตรฐานรับรอง และส่งผลเพิ่มอาชีพและรายได้ ทำให้เศรษฐกิจจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตต่อไป



กมลพร  คำนึง/ข่าว
บุญมี  เพ็งรัตน์/ภาพ
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์/ทาน
30 เม.ย. 57

ร้อยเอ็ดเตรียมสำรวจสถิติจัดเก็บข้อมูลยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดชูข้าวหอมมะลิและยางพารา เป็น Product Champion เพิ่มมูลค่า

วันนี้ (30 เม.ย. 57) นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายวิบูลย์ทัด  สุทันธนกิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะ ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อซักซ้อมความเข้าใจโครงการพัฒนาข้อมูลสถิติและสารสนเทศระดับพื้นที่ 76 จังหวัด/18 กลุ่มจังหวัด เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักสถิติแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ โดยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ทั้งนี้ จังหวัดร้อยเอ็ด มีมติเห็นชอบเลือกข้าวหอมมะลิและยางพาราเป็น Product Champion ของจังหวัด เพื่อนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบผลิตภัณฑ์ ตามแนวคิดแบบห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของไทยและของโลก นอกจากนั้น ยังมีเป้าหมายการจัดเก็บข้อมูล การเลี้ยงโคขุน จังหวัดร้อยเอ็ดมีการเลี้ยงโคขุนมาก เป็นอันดับ 5 ของประเทศ, การจัดเก็บข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และวัฒนธรรม, การสร้างรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูป่าไม้ต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีเป้าหมายจัดเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 เพื่อนำไปวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป



กมลพร  คำนึง/ข่าว
คมกฤช  พวงศรีเคน/ภาพ
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์/ทาน
30 เม.ย. 57

รมต.ทส.ตรวจเยี่ยมภูฝอยลม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รับทราบปัญหาความต้องการของหน่วยงานในสังกัด เตรียมเรียกประชุมแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการของหน่วยขึ้นตรง ในขณะที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี เร่งผลักดันภูฝอยลมให้เป็นอุทานแห่งชาติแห่งแรกของอุดรธานี เพื่อปกป้องพื้นป่าและบริหารจัดการเรื่องการท่องเที่ยว

ที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม อำเภอหนอแสง จังหวัดอุดรธานี นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายสมชัย มาเสถียร รองอธิบดีกรมป่าไม้ และคณะลงพื้นประชุมรับทราบปัญหาความต้องการหน่วยงานในสังกัดสำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี โดยมีนายสว่าง เฟื่องกระแส ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม พร้อมคณะให้การต้อนรับและบรรยายสรุปปัญหาความต้องการ ซึ่งภายหลังประชุมแล้วรัฐมนตรีและคณะได้ปลูกต้นพะยูง และเยี่ยมชมสวนรวมพรรณป่า 60 พรรษามหาราชินีและโรงเพาะขยายพันธ์กล้วยไม้

โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ภูฝอยลม เป็นยอดภูเขาสูงที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์อยู่ในป่าเขตสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโคอำเภอหนองแสงจังหวัดอุดรธานี สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 600เมตร เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีและมีความชุ่มชื่นสูงมากและด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้เกิดไลเคนเส้นฝอยสีเขียวปนเทาเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้เจริญงอกงามกะจายอยู่เต็มภูเขาจนได้รับการขนานนามว่า ภูฝอยลม

ภายในบริเวณภูฝอยลมประกอบด้วยค่ายเยาวชนพิทักษ์ไพร เพื่อทำการฝึกอบรมเยาวชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สวนรวมพรรณไม้ป่า60พรรษามหาราชินี ซึ่งจัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2535 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนพรรษาครบ60พรรษาและเพื่อเป็นแหล่งรวมพรรณไม้ป่าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอุดรธานี โครงการพิพิธภัณฑ์ล้านปีภูฝอยลม ซึ่งมีเส้นทางเดินทางชมธรรมชาติ มีอาคารพิพิธภัณฑ์รูปปั้นไดโนเสาร์ชนิดต่างๆจระเข้และเต่าโบราณ หุ่นจำลองแสดงวิวัฒนาการจากลิงจนกลายเป็นมนุษย์ นาฬิกาแดด

นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม กล่าวว่า ปี 2556 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมโครงการฯ 214,070 คน ในปี 2557 ระหว่างเดือน มกราคม-เมษายนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมแล้ว กว่า 155,219 คน ในขณะที่มีบุคลากรเพียง 12 คน (ข้าราชการ 1 คน ลูกจ้างประจำ 4 คน พนักงานราชการ 6 คนและจ้างเหมาบริการ 1 คน) ทำหน้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยว พิทักษ์ดูแลป้องกันและปราบปรามผู้บุกรุกพื้นป่า และมีงบประมาณในการบริหารจัดการในพื้นที่ปีละ 195,000 บาทซึ่งไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ตั้งเร่งแก้ไข ซึ่งแนวทางหนึ่งในการดำเนินการคือ ต้องผลักดันให้ โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อให้มีอัตรากำลังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รายได้มาบริหารจัดการโครงการฯได้ ซึ่งหากผ่านการเห็นชอบให้เป็นอุทานแห่งชาติจะถือเป็นอุทยานแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี ได้ทำเรื่องเสนอกรมอุทยานและกรมป่าไม้ เพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี เป็นปัญหาคล้ายๆกับอีกหลายหน่วยที่มีประชาชนขึ้นมาเที่ยวชม ทั้งปัญหาบุคลากร งบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งแนวทางหนึ่งคือต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยในเดือนพฤษภาคม 2557 นี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียกประชุมผู้บริหารฯเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

คณะเจ้าหน้าที่เกษตร และเกษตรกรจังหวัดพระวิหาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา ศึกษาดูงานด้านการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี

ที่ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี นายอุดร ชมาฤกษ์ เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวให้การต้อนรับคณะกิสกรรมจังหวัดพะรวิหาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา จำนวน 37 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ และเกษตรกร เดินทางมาศึกษาดูงาน ด้านการเกษตรพลังงาน การผลิตผลไม้ เทคนิคการวางแผนการขยายพันธุ์ไม้ผล การผลิตไม้ผล การเลี้ยงปลา ศึกษาดูงานการเรียนรู้การพัฒนาที่ดิน ศึกษาดูงานการผลิตพืชผักระบบไฮโดโปนิกส์ และศึกษาดูงานด้านปศุสัตว์ ทีจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 29 เมษายน 2557 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้สนับสนุนวิทยากรด้านการเกษตร การประมงและปศุสัตว์ เดินทางไปฝึกทักษะ พัฒนาความรู้และความสามารถด้านการเกษตรให้กับข้าราชการ ของสำนักงานกสิกรรมจังหวัดพระวิหาร ที่จังหวัดพระวิหาร ระหว่างวันที่ 22-245 เมษายน 2557 ที่ผ่านมาอีกด้วย

เหล่ากาชาดกาฬสินธุ์มอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยเขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ 72 ครัวเรือน

เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับราษฎรในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน จำนวน 72 ครัวเรือนที่บ้านถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายเมื่อคืนวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองกุง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้นำถุงยังชีพของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังได้รับความเสียหาย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ทำให้พัดหลังคาบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย พัดต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน โดยอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน จำนวน 72 หลังคาเรือน ได้แก่ ตำบลไผ่, บึงวิชัย, หนองกุง, กลางหมื่น, ลำปาว และตำบลโพนทอง

นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังรับรายงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หลังเกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากนางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยการนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค มอบให้กับครอบครัวผู้ประสบวาตภัยจำนวน 72 ครัวเรือน เพื่อเป็นการเยียวยาและขวัญกำลังใจแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในครั้งนี้เบื้องต้น พร้อมนี้ได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีราษฎรประสบเหตุอย่างเร่งด่วนต่อไป




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว และเทศบาลตำบลหัวนาคำ ศูนย์ดีเด่นระดับ จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2557

จังหวัดกาฬสินธุ์ ประชุมประชาคม อปพร.ระดับจังหวัดประจำปี 2557 เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานป้องกัน เฝ้าระวังเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉิน โดยศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว อ.กุฉินารายณ์ และ เทศบาลตำบลหัวนาคำ อ.ยางตลาด คว้ารางวัลศูนย์ อปพร.ดีเด่นระจังหวัด ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมประชาคม อปพร.ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.ให้มีความพร้อมในการป้องกันเฝ้าระวังและปฏิบัติงานในภาวะเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉินขึ้น โดยมีสมาชิกศูนย์ อปพร.ระดับอำเภอ/จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน อปพร.จาก 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 150 คน เข้าร่วมประชุม

นายเดชา พลกล้า หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจำนวน 21,071 คน มีหน้าที่เป็นกองกำลังหลักฝ่ายพลเรือนประจำท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวัง และปฏิบัติงานในภาวะเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉินขึ้น การระดมสรรพกำลังร่วมปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและการสร้างความเข้มแข็งของสมาชิก อปพร. จะส่งผลต่อศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ดังนั้น การจัดประชุม อปพร.ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ ในครั้งนี้เป็นการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับทราบข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับงานกิจการ อปพร.ในพื้นที่ ร่วมกันพัฒนาและกำหนดแนวทางบริหารจัดการ สร้างเสริมสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกด้วยกัน

โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับศูนย์ อปพร.ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ได้แก่ ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ และศูนย์ อปพร.เทศบาลตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด สมาชิก อปพร.ดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่ นายทองแท่น โพสมร ศูนย์ อปพร.อบต.สามขา อำเภอกุฉินารายณ์, นายบุญสุข ศรีประไหม อปพร.อบต.กุดค้าว อำเภอกุฉินารายณ์ และนายวินัย ไผ่โสภา ศูนย์ อปพร.อบต.นิคมห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

อำเภอพลจังหวัดขอนแก่นประกาศเจตนารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด อย่างยั่งยืน

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอพล นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านกลุ่มพลังสตรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอพลร่วมกันปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งประกาศสงครามในการต่อต้านยาเสพติดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นโดยให้ทุกหมู่บ้านทุกมีกฏหมู่บ้าน ชุมชนตั้งอาสาสมัครเป็นเวรยามหมู่บ้านและช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้เหมือนกับตาสับปะรดอยู่ที่ไหนก็เห็นพฤติกรรมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด เราจะได้นำลูกหลานของเราที่หลงผิดกลับมาจากวงจรการค้าการเสพยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นดำเนินโครงการ จังหวัดขอนแก่นไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยยึดนโยบาย กลยุทธ์ และแนวทางของรัฐบาล เป็นแนวทางในการดำเนินการเน้น 3 ด้าน การป้องกัน ปราบปราม และการบำบัดรักษา ดำเนินการในทุกกลุ่มเสี่ยง

จังหวัดขอนแก่น จัดงานสัมมนาวิชาการ นานาชาติ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับภาครัฐภาคเอกชน และ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น  จัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ "เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8    ณ โรงแรมพูลแมน ราชาออคิดจังหวัดขอนแก่น    โดยมี   นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบโล่เกียรติบัตรให้กับผู้ที่ทำงานทุ่มเทกับการดูแลบุคคลออทิสติก รวมทั้งองค์กรหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน การจัดงานดังกล่าว เพื่อให้มวลชนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับออทิสติกทั่วโลก จัดมาตรการ การสร้างเสริมเจตคติ การพัฒนาระบบคัดกรอง การวินิจฉัย และการจัดระบบการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกในทุกๆ ด้าน   การสัมมนาครั้งนี้ภายใต้หัวเรื่อง "ตระหนัก เข้าใจ ให้ความช่วยเหลือแบบองค์รวมในบุคคลที่มีภาวะออทิสซึม” ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ในการให้ความช่วยเหลือ พัฒนาการจัดการศึกษาและการให้โอกาสแก่บุคคลออทิสติก ให้เกิดแก่สมาชิกในชุมชนและสังคม ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ๆ ในการให้ความช่วยเหลือพัฒนาและการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกให้กับผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร นักสหวิชาชีพ และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาบุคคลออทิสติกในจังหวัดขอนแก่นในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชายขอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ลาว กัมพูชา รวมทั้งผลักดันและกระตุ้นให้เกิดการจัดการเรียนรวมที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติกในโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่อยู่ในชุมชนใกล้บ้าน

จังหวัดขอนแก่นแสดงความยินดีกับเยาวชนขอนแก่นคว้าหลายรางวัลการประกวด ฝีมือแรงงานแห่งชาติ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้กับเยาวชนจังหวัดขอนแก่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน ฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 25 ที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี   ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดขอนแก่นที่ศาลากลางจังหวัด เป็นการร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รางวัล  ซึ่งเยาวชนจากจังหวัดขอนแก่นคว้ารางวัลมา 6 คน ได้ 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง  และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ดังนี้

1. เหรียญเงิน สาขาเครื่องกล(เครื่องกัด)ได้แก่ นายนรากร คำแหวน จากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น

2.  รางวัลเหรียญเงิน สาขาแต่งผม ได้แก่ นายธวัชชัย พลลา จากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองขอนแก่น

3. รางวัลเหรียญทองแดง สาขาเครื่องจักกล CNC (เครื่องกลึง) ได้แก่ นายทรงภพ คำมูล  จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

4. รางวัลเหรียญทองแดง สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ นาย อดุลพล ราชทา จากวิทยาลัยอาชีวศึษาขอนแก่น

5. รางวัลชมเชย สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี ได้แก่ นางสาวพรพิมล เครือเนตร  จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น

6. รางวัลชมเชย สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ได้แก่ นายสุริยะ เช้าเครือ จากวิทยาลัยการอาชีพกระนวน


ผู้ที่ได้เหรียญทองและเหรียญเงินจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันระดับอาเซี่ยนที่กรุงฮานอย ประเทศเวียตนามในช่วงเดือน ตุลาคม 2557 ที่จะถึงนี้

อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จัดงานพิธีบวงสรวงครบรอบ 100 ปีอำเภอพล 30 เมษายน 2557

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีบวงสรวงงานทำบุญครบ 100 ปี อำเภอพล  ในวันที่ 30 เมษายน 2557 และพิธีพุทธาภิเศกเหรียญที่ระลึก 100 ปีอำเภอพลจัดที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอ  สำหรับอำเภอพล เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กปรากฏชื่อตามประวัติศาสตร์อยู่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อปีพ.ศ. 2321 พระองค์ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาจักรีและพระยาสุรสีห์ พร้อมแม่ทัพนายกอง ยกทัพไปปราบเจ้าบุญสาร ผู้ครองเวียงจันทน์ และขณะเดินทัพมาที่ตำบลเมืองพลพบเป็นสถานที่ทำเลที่ตั้งดีจึงมีการตั้งค่าย ทำประตู ทำคูเมือง หอรบและรวบรวมผู้คนมาฝึกการรบก่อนเดินทางไปรบประสบชัยชนะที่เมืองเวียงจันทน์และอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมาไว้ที่กรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ทางกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งตำบลเมืองพลขึ้นเป็นอำเภอพล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2457 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยมีขุนมัชการธนานุรักษ์ ( แสง กาสะฐิติ ) เป็นนายอำเภอคนแรก ปัจจุบันเมืองพลเป็นเมืองหน้าด่านบนถนนมิตรภาพก่อนเข้าตัวเมืองขอนแก่นเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดขอนแก่นยกฐานะเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมืองเมืองพล มีคำขวัญของอำเภอว่า  เมืองพลโนนแท่นพระ สักการะพระเจ้าใหญ่ อ่างน้ำละเลิงหวาย ค้าขายกว้างไกล น้ำใจนักรบ ทำนบภูดิน เที่ยวถิ่นทุ่งพังพืด

ขอเชิญโหวตให้ น้องแก้ม ( น.ส.ฐิติพร เผ่าวงศา ) การประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL ชาวขอนแก่น

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่โครงการ TO BE NUMBER ONEในทูลกระหม่อนหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพเยาวชน ให้เป็นที่ยอมรับและมีคุณค่าต่อสังคมภายใต้กิจกรรม เยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE(TO BE NUMBER ONE IDOL) ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งจังหวัดขอนแก่น ได้คัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมประกวดระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๑๐คน ผลการประกวดเยาวชนจังหวัดขอนแก่น ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การประกวดระดับประเทศ จำนวน ๑ คน คือ นางสาวฐิติพร เผ่าวงศา     

จังหวัดขอนแก่นจึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดขอนแก่นและประชาชนทั่วไปร่วมโหวตและให้กำลังใจ TO BE NUMBER ONEIDOLKHON KAEN โดยการโทรไปที่เบอร์ ๑๙๐๐-๑๙๐๐-๙๔ กด ๐๒๔ (ครั้งละ ๖ บาท) ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ก่อนเวลา ๑๙.๐๐ น. และรับชมการถ่ายทอดสดการประกวดออกอากาศทาง NBT ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๑.๓๐ เป็นต้นไป.



สมพงษ์/ข่าว
ชนิตร์นันท์/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
(30 เมษายน 2557)

ศพส. จังหวัดขอนแก่นสุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารพบฉี่สีม่วง 1,078 จาก 10,933 คน

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด(ศพส.) จังหวัดขอนแก่น สุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ากองประจำการปี 57 พบฉี่สีม่วง(ผู้เสพยาเสพติด) 1,078 คน จากผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 10,933 คน เตรียมนำเข้าบำบัดรักษา

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ด้วยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น (ศพส.จ.ขก.) ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอ (ศพส.อ) ทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดขอนแก่น ดำเนินการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2557 ในสถานที่ตรวจเลือกทหาร ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 1-11 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เพื่อค้นหาผู้เสพยาเสพติดและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูในรูปแบบที่เหมาะสมหรือระบบสมัครใจบำบัดซึ่งผลการดำเนินการ ตามมาตรการดังกล่าวสามารถค้นพบผู้เสพยาเสพติด(ฉี่สีม่วง) จำนวนมากถึง 1,0 78 คนจากจำนวน ผู้เข้ารับการสุ่มตรวจทั้งหมด 10,933 คน คิดเป็นร้อย 9.86

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อำเภอที่ตรวจพบผู้เสพยาเสพติดมากที่สุด คือ อำเภอกระนวน จำนวน 113 คนจากผู้เข้ารับการตรวจปัสสาวะทั้งหมด 432 คน คิดเป็นร้อยละ 26.16 รองลงมาคือ อำเภอ มัญจาคีรี ตรวจพบผู้เสพยาเสพติดจำนวน 38 คนจากผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 147 คน คิดเป็นร้อยละ 25.85 อำเภอที่ตรวจไม่พบผู้เสพยาเสพติดเลยคือ อำเภอหนองนาคำ จากจำนวนผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 128 คน ซึ่งศูนย์อำนวยการการพลังแผ่นดิน อำเภอทุกแห่งจะได้นำผู้เสพยาเสพติดที่ค้นพบจากการสุ่มตรวจปัสสาวะดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู ในระบบสมัครใจ โดยรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป และภายหลังผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูแล้ว จังหวัดจะได้มีการติดตาม ดูแล ช่วยเหลืออย่างครบวงจรโดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดได้มีอาชีพ มีรายได้ สำหรับดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข และไม่หวนกลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว
พนิดา/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
วันที่ 30 เม.ย. 2557

ผู้ว่าโคราช ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพแก่ผู้ยากไร้ ตามโครงการ ผู้ว่าป๊ะชาวบ้านต๋อนเย็น

วันที่ 29 เม.ย. 57 เวลา 18.00 น. ที่บ้านละลม ม.1 ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ ผู้ว่าป๊ะชาวบ้านต๋อนเย็น ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องได้พบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนและรับทราบข้อเสนอแนะจากประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กร และเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทั้งได้รับข้อมูลเพื่อการวางแผนแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อีกทั้งเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างภาคราชการ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม และเพื่อให้ประชาชนได้ทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล นโยบายของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะนโยบายในการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อจะได้พัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชนให้สอดรับกับนโยบายต่างๆและนำไปปฏิบัติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไป สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาในพื้นที่ ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรชุมชนและประชาชน การเปิดสอนอาชีพอิสระให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้นำไปเป็นแนวทางในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนที่ยากไร้และด้อยโอกาส พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพ ให้กับประชาชนที่ยากไร้ อีกด้วย

พม.โคราชจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนงาน อพม.ปี 2557

วันนี้ (30 เม.ย. 57) ที่โรงแรมสบาย โฮเตล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อน อพม ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงาน อพม. ทุกระดับ และพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ผู้ปฏิบัติงาน อพม. รวมทั้งเพื่อให้ อพม มีความรู้ความเข้าใจ ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในพื้นที่ เสริมสร้างความเข็มแข็งของชุมชน พัฒนาศักยภาพแกนนำ อพม ให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสังคมในระดับท้องถิ่น ต่อไป โดย อพม. ทั้ง 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมาร่วมประชุมกว่า 200 คน

ด้านนางมาสสุรีย์ ศรีพรหมมา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มี อพม. จำนวน 4,131 คน ซึ่ง อพม.ถือว่าเป็นกลไกพื้นฐานในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมตามภารกิจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระดับพื้นที่ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนงาน อพม.ปี 2557 ครั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงาน อพม. ทุกระดับ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพเครือข่าย อพม.และผู้ปฏิบัติงาน อพม.

ในปี 2557 นี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ได้กำหนดการดำเนินงานของ อพม. ให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ ได้แก่ การเร่งรัดจัดทำระบบฐานข้อมูล อพม.ให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน การจัดกลุ่มเครือข่ายคุณภาพเป็นระดับ A , B และ C เพื่อประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพ อพม.ในอนาคต มีการส่งเสริม อพม.ให้มีบทบาทหน้าที่ในการเป็นนักพัฒนาสังคมระดับพื้นที่มากขึ้น ปรับปรุงแก้ไขระเบียบให้เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานทุกระดับมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มโอกาสและช่องทางการเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ อพม. อาทิ การจัดเชิดชูเกียรติแก่ อพม. ที่ปฏิบัติงาน อพม.อย่างจริงจังต่อเนื่อง และเคยได้รับคัดเลือกเป็น อพม.ดีเด่นระดับประเทศมาแล้ว ให้ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ มีการมอบโล่เชิดชูเกียรติให้ อพม. และยังมีการเปิดโอกาสให้จังหวัดพิจารณาเสนอรายชื่อ อพม. ผู้ทำคุณงามความดีต่อประเทศชาติ และเกิดประโยชน์ตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีการปรับปรุงระบบการส่งเสริมงาน อพม. ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ อพม. ทุกระดับ มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพและการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมเพิ่มมากขึ้น และมีเป้าหมายให้ อพม. มีกลไกการดำเนินงานในทุกระดับที่ชัดเจน รวมทั้งสามารถยกระดับความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อสามารถจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และองค์กรสวัสดิการชุมชน เพื่อเป็นช่องทางการเข้าถึงทรัพยากรและสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาวต่อไป

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซ้อมแผนป้องกันอัคคีภัยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการปฏิบัติงาน ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมให้บุลากรทุกคนสามารถช่วยเหลือตนเองได้หากเกิดเหตุการณ์จริง

(30-04-57 ที่ที่ห้องประชุม 901 อาคารบริหารธุรกิจสิรินธร คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รศ.ดร.ปพฤกษ์บารมี อุตสาหะวาณิชกิจ คณบดีคณะการบัญชีและการจัดการ เปิดการอบรมและฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตทุกระดับเข้าร่วมอบรมและฝึกซ้อมแผน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004 และให้บุคลากรของคณะทุกระดับมีความพร้อม มีความคล่องตัวและเข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดอัคคีภัย เป็นการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากร และให้บุคลากรทุกคนทุกระดับมีความเข้าใจและสามารถช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นได้ หากเกิดเหตุการณ์จริง โดยมีวิทยากรจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในด้านการป้องกันภัย การรายงานเหตุการณ์ การระงับเหตุ การค้นหา ช่วยเหลือ เคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุ การปฐมพยาบาล และการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

สถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดมหาสารคามพบมีนักค้ารายใหญ่ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ระบุ จังหวัดมหาสารคามยังถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังกรุงเทพมหานครบนถนนสายหลัก ขณะเดียวกันนักค้ารายใหญ่ยังใช้วิธีติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนำยาเสพติดไปวางไว้ตามจุดนัดหมาย โดยมีที่พักยาที่สำคัญคือ อำเภอเมือง กันทรวิชัย บรบือ และโกสุมพิสัย

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากการรายงานสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ของตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พบว่า จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ตอนในของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาจำนวนมาก ไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติด ไม่มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในลักษณะเครือข่าย แต่เป็นพื้นที่ลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดอื่นไปสู่กรุงเทพมหานคร บนถนนสายหลัก โดยจะมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในรถยนต์ ที่ปะปนมากับสินค้า อาหาร พร้อมมีรถนำทาง ซึ่งหากมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกสัด จะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสายรองเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

นอกจากนี้ในการซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่ มักเป็นนักค้ารายใหญ่ที่ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนายำเสพติดไปวางไว้ในจุดที่นัดหมาย เช่น ใกล้หลักกิโลเมตร แล้วคนสั่งซื้อจะไปรับยาตามจุดนัดหมาย ที่เป็นเส้นทางสายหลัก หรือสายรอง และพักไว้กับผู้ค้าจำนวนประมาณ 200-4,000 เม็ด โดยมีพื้นที่พักยาที่สำคัญคือ อำเภอเมืองมหาสารคาม กันทรวิชัย บรบือและอำเภอโกสุมพิสัย ขณะที่สถิติการจับกุมในห้วงเดือนเมษายน 2557 มีการจับกุม 210 คดี ผู้ต้องหา 211 คน โดยพื้นที่ที่พบการกระทำผิดมากที่สุด คือ อำเภอเมืองมหาสารคาม โกสุมพิสัย และอำเภอกันทรวิชัย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม ยังพบผู้ป่วยไข้เลือดออก อัตราป่าย 6.34 ต่อแสนประชากร

ในรอบเดือนมกราคม-เมษายน 2557 จังหวัดมหาสารคาม พบผู้ป่วยไข้เลือดออกรวม 61 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 6.34 ต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 0-4 ปี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 เมษายน 2557 มีรายงานว่าพบผู้ป่วยสะสมจำนวน 61 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 6.34 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดในช่วง 0-4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5-9 ปี และ 15-.24 ปี พบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือนักเรียน

นอกจากนี้ยังพบมีป่วยไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม จำนวน 44 ราย ซึ่งมากกว่าในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีจำนวน 17 ราย โดยมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทั่วไป 43 ราย โรงพยาบาลชุมชน 16 ราย และสถานีอนามัย 2 ราย ส่วนอำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด คืออำเภอเมืองมหาสารคาม มีอัตราป่วยเท่ากับ 15.75 รองลงมาคืออำเภอแกดำ และอำเภอกันทรวิชัย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว