วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) รับสมัครหัวหน้างาน

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า บริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ ปอเรชั่น จำกัด มีหน้าที่สรรหาพนักงานให้กับห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) มีความประสงค์รับสมัครและสัมภาษณ์งานในตำแหน่งหัวหน้าแผนก (ทุกแผนก) ระหว่างวันที่ ๓ – ๔ มิถุนายน ๒๕๕๗  โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติสามารถบริหารลูกน้องภายในทีมได้และมีประสบการณ์ในสายงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒ – ๕ ปี

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครงานล่วงหน้าได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัด ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร ๐-๔๒๖๑-๓๐๓๗-๘



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

จังหวัดมหาสารคามจัดประกวดตราสัญลักษณ์ 150 ปี มหาสารคาม

จังหวัดมหาสารคาม เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 150 ปี มหาสารคาม ซึ่งจะเริ่ม ในปี พ.ศ. 2558 โดยจัดประกวดตราสัญลักษณ์เพื่อใช้เป็นตราประจำของการจัดงาน 150 ปี มหาสารคาม

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน มีความเป็นปึกแผ่น ซึ่งในวาระครบรอบ 150 ปี แห่งการก่อตั้งในปี พ.ศ. 2558 นั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงการก่อตั้งเมืองมหาสารคาม จึงได้มีแนวคิดร่วมกันกับคณะกรรมการเตรียมการจัดงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะการออกแบบตราสัญลักษณ์แห่งการครบรอบ 150 ปี ตลอดจนกิจกรรมทางศาสนา ประเพณีและวัฒนธรรม กิจกรรมบันเทิง การรำลึกถึงอดีตเมืองมหาสารคาม ซึ่งในการออกแบบตราสัญลักษณ์นั้น จังหวัดมหาสารคาม ได้จัดประกวดเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม 150 ปี มหาสารคาม พร้อมนำตราสัญลักษณ์ที่ได้จากการประกวดใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดงานของจังหวัดมหาสารคาม

ผู้ที่จะส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องไม่เป็นบุคคลในคณะกรรมการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดงาน เนื้อหาจะต้องแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของจังหวัด ภายใต้คำขวัญ "พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร” โดยสามารถส่งผลงานได้มี่จำกัดจำนวนชิ้นงาน ไม่จำกัดเทคนิคการออกแบบ พร้อมพิมพ์ผลงานเป็นภาพสี่สี สีเดียว และลายเส้นสีดำ บนพื้นกระดาษสีขาว ขนาด A3 ติดผลงานลงบนบอร์ด พร้อมไฟล์ภาพในรูปแบบดิจิตอล บันทึกลงในแผ่นซีดี ความละเอียด 300 pixel ขึ้นไป พร้อมคำอธิบาย แนวคิด ความหมาย รูปทรง สี และแรงบันดาลใจในการออกแบบ ชิงเงินรางวัล 30,000 บาท และ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

ผู้สนใจ สามารถเขียนใบสมัครลงในแบบฟอร์ม โดยดาวน์โหลดได้ที่ www.m-culture.go.th/mahasarakham กำหนดส่งผลงานภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม กรณีส่งทางไปรษณีย์ ผลงานจะต้องส่งถึงคณะกรรมการภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 เท่านั้น โดยผู้เข้ารอบ 2 คนสุดท้ายจะต้องมานำเสนอผลงานด้วยตนเอง ต่อหน้าคณะกรรมการ ในวันที่ 16 มิถุนายน 2557 และประกาศผลวันที่ 18 มิถุนายน 2557 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม โทร 043 777561 ในวัน เวลา ราชการ



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สพป.มหาสารคาม เขต 1 อบรมครูสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา

สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 จัดโครงการอบรมครูสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ประจำปี 2557 หวังให้เกิดความตระหนักในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และให้สถานศึกษาทุกแห่งเป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข

ในการประชุมโครงการอบรมครูสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ปี 2557 ณ ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2557 โดยมี นายสุรัตน์ ดวงทาชม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรม มีผู้เข้ารับการอบรมเป็นครูจากโรงเรียนในสังกัดอำเภอเมืองมหาสารคาม แกดำ บรบือ และอำเภอกันทรวิชัย

นายสากล อุ่นอุดม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 1 กล่าวว่า การอบรมครูสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ครั้งนี้เพื่อให้มีวิทยากรครูในการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา เพื่อให้นักเรียนก่อนวัยเสี่ยงได้เกิดความรู้ โทษ พิษภัยปัญหายาเสพติด และเพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งได้มีครูแกนนำอย่างทั่วถึง เป็นสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 56,230 บาท และใช้วิทยากร ครู ก. ของกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดมหาสารคาม



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รถทัวร์ป.1 สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร พลิกคว่ำ บนถนนสายมหาสารคาม –บรบือ เจ็บ 11 ราย

เกิดเหตุรถยนต์ตัดหน้ารถทัวร์ ป.1 สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร เสียหลักชนเกาะกลางถนนก่อน พลิกคว่ำ บริเวณถนนสายมหาสารคาม- บรบือ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย โชคดีไม่เสียชีวิต

เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้ (15 พ.ค. 57) ศูนย์วิทยุ 191 มหาชัย สภ.เมืองมหาสารคาม รับแจ้งเหตุรถทัวร์พลิกคว่ำที่บบ้านโนนม่วง ม.15 ถนนสายมหาสารคาม - บรบือ ต.แวงน่าง อ.เมืองมหาสารคาม มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยจีเสียงเกาะ กู้ชีพ อบต.แก่งเลิงจาน กู้ภัยเทพนิมิตร และกู้ชีพโรพยาบาลมหาสารคาม

ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ ป.1 สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร หมายเลขข้างรถ 927-32 หมายเลขทะเบียน 10-0725 มุกดาหาร ของบริษัทมุกดาหารทัวร์ พลิกคว่ำตะแคงอยู่ข้างถนนหน้าบ้านเลขที่ 1 หมู่ 15 และพบผู้บาดเจ็บจำนวน 11 คน ได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอก ฟกช้ำ ตามร่างกาย บางคนมีอาการปวดศีรษะและหลัง จากแรงกระแทก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัยลำเลียงตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม นอกจากนั้นยังพบผู้โดยสารอีกบางส่วนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ประสงค์รักษาจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะนำส่งยังสถานีขนส่งมหาสารคาม เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา

พ.ต.ท.พศินดิรก ด่านแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสอบสวนนายไพบูลย์ วงษ์ขันธ์ อายุ 52 ปี คนขับรถทราบว่ารถคันดังกล่าว ออกจาก บขส.หมอชิตตั้งแต่เวลา 23.30 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา มุ่งหน้าปลายทางที่ จ.มุกดาหาร ซึ่งขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารรวม 30 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถยนต์คันหน้า ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขับตัดหน้ากะทันหัน ตันจึงหักเลี้ยวขวา รถเกิดเสียหลักชนเกาะกลางถนน ข้ามฝั่งพลิกคว่ำไปถนนฝั่งตรงข้าม ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

ด้าน นางปณิสา สุริยหงส์ เจ้าของบ้านพัก กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเก็บชุดนักเรียนเพื่อนำไปรีดให้บุตรสาวอยู่ที่บริเวณรั้วหน้าบ้าน ขณะนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายรถชนกันที่หน้าบ้าน จากนั้นได้เห็นรถไถลมากว่า 10 เมตร ก่อนที่จะมาจอดติดกับรั้วหน้าบ้านที่อยู่ห่างจากตนไม่ถึง 3 เมตร หลังตั้งสติได้จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมาตรวจสอบและรับตัวผู้บาดเจ็บดังกล่าว

                 สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย ด.ญ.เสริมศิริ โกดโท อายุ 12 ปี , นางวงษ์เดือน มูลสาร อายุ 48 ปี, นายศุรศักดิ์ อารีทิพย์ อายุ 50 ปี , น.ส.พัชราภรณ์ จันเอน อายุ 19 ปี, นางภัทรวดี ชีรัมย์ อายุ 50 ปี , น.ส.สมจิตร มาตเอี่ยม อายุ 48 ปี , นางณัฎญาดา ปีตาวงศ์ อายุ 67 ปี , ร.ต.ท.อรรถพันธ์ เห็มสมัคร อายุ 45 ปี , นายอิทธิพล สารคะณา อายุ 22 ปี , น.ส.ดวงเดือน ปิ่นทอง อายุ 36 ปี, นายเจริญ อุตรีสาณ อายุ 69 ปี ซึ่งผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม จำนวน 10 ราย มีแผลถลอกตามร่างกายแพทย์อนุญาตกลับรักษาตัวที่บ้านพักได้ ยกเว้นนายเจริญ ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะถูกกระแทก แพทย์รอดูอาการ พักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมชาย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มทร.อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ อบรมพัฒนาบุคลากร นักศึกษารองรับประชาคมอาเซียน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ จัดอบรมภาษาเวียดนามให้กับบุคลากรและนักศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นายบรรจง จงรัก ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ในปี 2558 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะมีการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนโดยสมบูรณ์ ซึ่งประชาคมอาเซียนก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาคธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงทางการเมือง สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมบนพื้นฐานความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ และประเทศเวียดนามเป็นประเทศหนึ่งของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียนและเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจทำให้ประเทศเวียดนามเป็นแหล่งทุนที่น่าสนใจมากอีกประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งคนเวียดนามนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ จัดตั้งเป็นศูนย์เวียดนามศึกษาภายในทั้ง 5 วิทยาเขต ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จึงได้จัดฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมแก่บุคลากรและนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลักสูตรภาษาเวียดนาม แบ่งการอบรมออกเป็น 2 ส่วน คือ การฝึกอบรมในประเทศ ระหว่างวันที่ 14-23 พฤษภาคม 2557 มี อาจารย์กัญญาวีร์ ทิพย์ลม อาจารย์ประจำหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ เป็นวิทยากรให้ความรู้ภาษาเวียดนามเพื่อการสื่อสารเบื้องต้น ทำให้บุคลากรมีทักษะในการใช้ภาษาเวียดนามเพื่อการสื่อสารเบื้องต้น และมีความพร้อมในการใช้ภาษาเวียดนามเพื่อการสื่อสารในประชาคมอาเซียน ในปี 2558 และระหว่างวันที่ 19-23 พฤษภาคม 2557 เดินทางไปอบรมต่างประเทศ ณ มหาวิทยาลัยเว้ ประเทศเวียดนาม ผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ทั้ง 5 แห่ง รวมทั้งสิ้น 50 คน


ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

จัดหางานจังหวัดขอนแก่น จัดงาน “มหกรรมนัดพบตลาดงาน สร้างฐานอาชีพ ขอนแก่น 57”

นายวิสูตร จ้อนเมือง จัดหางานจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดขอนแก่นได้กำหนดจัดงาน "มหกรรมนัดพบตลาดงาน สร้างฐานอาชีพ ขอนแก่น 57” ระหว่างวันที่ 23-24 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาส การมีงานทำและเปิดโลกทัศน์ทางอาชีพ ให้ผู้ประสงค์จะหางานทำ ผู้ว่างงาน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ไปสมัครงานตำแหน่งที่ว่างและตนเองมีความรู้ความสามารถและมีคุณสมบัติ

นาย วิสูตร จ้อนเมือง เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้ก็ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการลดปัญหาการว่างงาน การขาดแคลนแรงงานโดยจัดให้มีกิจกรรมการรับสมัครงานในประเทศด้วยระบบ IT จากสถานประกอบการกว่า 70 แห่ง รับสมัครไปทำงานต่างประเทศ การแสดงอาชีพกว่า 100 ชีพ ประกอบด้วยการสาธิตและทดลองปฏิบัติอาชีพ อิสระ ธุรกิจแฟรนไซส์ การรับงานไปทำที่บ้าน การแสดงอาชีพเสมือนจริง การประกวดโครงงานอาชีพของนักเรียนการแสดงนิทรรศการโลกอาชีพ การทดสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสมัครงาน คลินิกแรงงาน




พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
15 พฤษภาคม 2557)

จัดหางานจังหวัดขอนแก่นเตือนผู้ใช้แรงงานที่เข้าไปทำงาน ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ห้ามนำสารและยาต้องห้ามนำเข้าประเทศ

นายวิสูตร จ้อนเมือง จัดหางานจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดขอนแก่นได้รับแจ้งจากกรมการจัดหางานว่ามีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นำ  ยา Tramazac Tramadol ยาราพาเซตามอล ยา Chlorphen-Y Tablets และ ยา Chlorpheniramine Tablets (แก้อาการแพ้อากาศ ลดน้ำมูก) เข้าประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยไม่มีใบรับรองจากแพทย์หรือใบสั่งแพทย์ ซึ่งทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถือว่าเป็นยาอันตรายและต้องห้ามนำเข้าประเทศ จึงทำให้ต้องถูกจับกุมในข้อหามียาต้องห้ามไว้ในครอบครอง และถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี เสียค่าปรับจำนวน 20,000 ดีแรห์ม(หรือประมาณ 180,000 บาท) รวมทั้งต้องถูกเนรเทศออกจากประเทศเมื่อพ้นโทษจำคุก

สำนักงานจัดหางานจังหวัดขอนแก่นจึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชน คนหางานที่จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ให้นำสาร/ยารักษาโรคต้องห้ามเข้าประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพราะหากถูกจับกุมจะต้องเสียทั้งเงิน เวลา และโอกาสในการทำงานแต่หากมีความจำเป็นจะต้องนำยารักษาโรคติดตัวเพื่อรักษาตัวต่อในขณะทำงานในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์ผู้รักษาเป็นภาษาอังกฤษไปด้วย ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยขอให้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดขอนแก่น เลขที่ 490 หมู่ที่ 6 ถนนมะลิวรรณ ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ 0-4333-3199,0-4333-3201 ต่อ 13 , 21 ,22 หรือฝ่ายส่งเสริมการตลาดแรงงานในต่างประเทศ โทร 0-2246-6708-9 ในวันและเวลาราชการ



ชนิตร์นันท์/นักศึกษาฝึกงาน/พิมพ์
สมพงษ์/ข่าว
15 พฤษภาคม 2557

ขอนแก่นเตรียมนำสินค้าผ้าไหมมัดหมี่ สินค้าโอท๊อปและของดีของเด่นขอนแก่นไปแสดงและจำหน่ายที่หาดใหญ่

จังหวัดขอนแก่นเตรียมนำสินค้าผ้าไหมมัดหมี่ สินค้าโอท๊อปและของดีของเด่น ขอนแก่นไปแสดงและจำหน่ายในงานมหกรรมผ้าไหมมัดหมี่และของดีของเด่น จังหวัดขอนแก่น ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายสาโรจน์ สุวัตถิกุล พาณิชย์ จังหวัดขอนแก่น นางเกศินี สวัสดี วัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่น และนางเพ็ญสุภา ศิริสวัสดิ์ พัฒนาการ จังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่าระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2557 นี้จังหวัดขอนแก่นกำหนดเดินทางไปจัดงานมหกรรมผ้าไหมมัดหมี่และของดีของเด่นจังหวัดขอนแก่น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองศิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ของผู้ประกอบการจังหวัดขอนแก่น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าผ้าไหมและสินค้า OTOP ที่เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพและเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นให้เป็นที่รู้จักเผยแพร่และเพื่อสร้างโอกาสในการเป็นคู่ค้ากับผู้ประกอบการในต่างภูมิภาคของประเทศให้แก่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและสินค้า OTOP ของจังหวัดขอนแก่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในงานจะมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นผ้าไหมเอกลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น ข้าวสาร หอมมะลิ , ไก่ย่าง เขาสวนกวาง , ผ้าฝ้ายและสินค้า OTOP คุณภาพ4-5 ดาว สินค้ายาสมุนไพร อาหาร เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับของจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย ไปร่วมออกจำหน่ายสินค้าและนอกจากนี้จะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานให้ประชาชนในจังหวัดสงขลา จังหวัดใกล้เคียงและประชาชน นักท่องเที่ยว จากมาเลเซีย อินโดนีเซียได้ชมและเลือกซื้อตลอด 5 วัน ระหว่าง 21-25 พฤษภาคม 2557 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่



สมพงษ์/ข่าว
จันทิรา/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
(15 พฤษภาคม 2557)

ชัยภูมิเตรียมรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ 15 พ.ค. 57 พลเรือเอกไตรภพ พิชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานราชองครักษ์ประจำกรมราชองครักษ์ เดินทางมาร่วมประชุม ร่วมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมโรงเรียนเพชรวิทยาคาร ต.บ้านเพชร อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อม การรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว. และพระราชทานของที่ระลึก แก่คณะกรรมการ อนุกรรมการและอาสาสมัคร พอ.สว.ประจำจังหวัดชัยภูมิ โดยมีนายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก ภจว.ชัยภูมิ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดร่วมประชุม นอกจากนี้ยังมี ผู้แทนสำนักพระราชวัง ผู้แทน มลฑลทหารบกที่ 21 เดินทางมาประชุมด้วย เพื่อตรวจติดตามความพร้อมด้านสถานที่ ด้านการวางระบบถวายความปลอดภัย และ สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ด้วย


สำหรับกำหนดการ ในวันศูกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2557 เวลา 14.00น. เสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทับเฮลิปคอปเตอร์พระที่นั่ง(กองทัพเรือจัดถวาย) ถึงสนามบินชั่วคราว โรงเรียนเพชรวิทยาคาร หมู่ที่ 7 บ้านเพชรเหนือ ต.บ้านเพชร อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ดังนั้นเพื่อให้การรับเสด็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด จึงได้ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นในครั้งนี้ เพื่อมอบหมายภารกิจและนำไปปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงต่อไป




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ตำรวจชัยภูมิ จับขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ ได้ของกลาง 120 ท่อน

วันนี้ (14 พ.ค. 57) เวลา 12.00 น. พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ แถลงข่าวจับกุมขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ พร้อมผู้ต้องหา 3 คน ของกลาง ไม้พะยูง 120 ท่อน มูลค่า กว่า 30 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ อีกเพียบ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทพสถิต สืบทราบว่ามีขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติ เข้ามาว่าจ้างให้ลักลอบตัดไม้พะยูงในพื้นที่ และสะสมไม้ ไว้จำนวนมหาศาล เตรียมส่งให้ลูกค้า จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า ชย.1 ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง บริเวณกระท่อมที่เกิดเหตุ หมู่ 14 ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต พบผู้ต้องหา 3 คน ชื่อนายบุญยืน พันขุนทด นายยอดธง แสนชื่นสกุล และนาย สมศักดิ์ จากเกาะ ทั้ง 3 คน เป็น ชาวตำบลบ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ นอกจากนี้ในบริเวณกระท่อมยังพบไม้พะยูง 120 ท่อน ,ไม้ประดู่ 5 ท่อน และไม้พลวง 4 ท่อน กระจายอยู่บริเวณกระท่อมและในสระน้ำ และพบปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์อีก อีกจำนวน 4 กระบอก รถไถแทคเตอร์ 1 คัน จึงจับกุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ขบวนการที่จับได้ในครั้งนี้ เป็นขบวนการใหญ่ มีเครือข่ายทั่วภาคอีสาน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อบ้าน ถ้านำออกไป ต่างประเทศได้ มีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท และจะเร่งสืบสวนขยายผล หาตัวผู้ร่วมขบวนการ นายทุน เพื่อถอนรากถอนโคน นำมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

การประชุมคณะกรรมการบริหารเครือข่าย ทสม. สัญจรที่จังหวัดชัยภูมิ

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชี้ปัญหาขยะมีอยู่ในทุกพื้นที่ทั้งในเมืองและชนบท เร่งขับเคลื่อน ทสม. นำเสนอปัญหา ความต้องการ และแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะ เพื่อส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2557) นายจตุรพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารเครือข่าย ทสม.สัญจร ครั้งที่ 5/2557 ณ ห้องดาวเรือง โรงแรมสยามริเว่อร์  อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยมี นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชารจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมต้อนรับ และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และเครือข่ายจากทั่วประเทศ เข้าร่วมการสัมมนาจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ภายใต้ยุทธศาสตร์เครือข่าย ทสม. (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐) โอกาสนี้ได้จัดให้มีการจัดทำแผนพัฒนาและส่งเสริมกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ระดับจังหวัด การศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โครงการกังหันลม บริษัท เค เอสส์ ทรี จำกัด อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท บางจากโซล่า เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ณ ตำบลบ้านเพชร อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ และศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการเหมืองแร่โปรแตช บริษัท เหมืองแร่โปรแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) ณ ตำบลบ้านตาล อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ภายหลังพิธีเปิดการสัมมนาว่า ปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในปัจจุบัน คือปัญหาขยะ เพราะมีอยู่ในทุกพื้นที่ทั้งในเมือง และในชนบท และมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวนมาก จำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยความร่วมมือทุกภาคส่วน และ ทสม. ในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะที่ทำลายสิ่งแวดล้อม



จรุงจิต ฝางชัยภูมิ/ข่าว
ส.ปชส.ชัยภูมิ

จังหวัดนครราชสีมา จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

วันนี้ (15 พ.ค. 57) ที่โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกร ได้แก่ คลินิกดิน บริการตรวจวิเคราะห์ดิน การให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาเรื่องดิน แจกปุ๋ยน้ำฟรี คลินิกพืช ให้คำแนะนำเรื่องการปลูกพืช การใช้ปุ๋ย การดูแลพืช การตรวจวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาโรคแมลงศัตรูพืช คลินิกปศุสัตว์ บริการฉีดวัคซินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทำหมันสัตว์เลี้ยง ให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงสัตว์ ตรวจวินิจฉัยโรคปศุสัตว์ คลินิกประมง ให้บริการคำแนะนำเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การตรวจคุณภาพน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลินิกให้บริการแนะนำการจัดทำบัญชีครัวเรือน บัญชีฟาร์ม กฎหมายเกษตร การจัดตั้งสหกรณ์ นิทรรศการด้านสาธารณสุขจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข นิทรรศการบ้านเกษตรสมบูรณ์ ผลิตอาหารเพิ่มพูนสุขภาพแม่-ลูกตามโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว การจำหน่ายสินค้า OTOP/ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัว

จังหวัดนครราชสีมาจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ ตามโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

วันนี้ (15 พ.ค. 57) ที่โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ ตามโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชน ทั้ง 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ได้รับบริการในด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานราชการ และเป็นการเพิ่มองค์ความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่นำไปใช้ในการดำรงชีวิต เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภายในงานได้มีหน่วยงานราชการ มาตั้งบูทให้คำปรึกษาในด้านการเกษตร การบริการทำหมันให้กับสุนัข การตรวจวัดสายตา และการสอนอาชีพให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งมี ประชาชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว เข้ามารับบริการจำนวนมากในโอกาสเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบนโยบายของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ การแก้ปัญหายาเสพติดของจังหวัด การแก้ปัญหาความยาจน การรักษาศิลปวัฒนธรรม ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ และการรักษาความสงบในพื้นที่ชุมชนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา โดยนางราตรี บัวประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ยังได้นำถุงยังชีพ จำนวน 100 ชุด มามอบให้กับผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ อีกทั้งยังได้มอบพันธุ์ปลา กล้าไม้ ให้กับผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวอีกด้วย

ธกส.บุรีรัมย์ ระดมเงินฝากรอบสอง โครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา

ผู้ว่าฯ ส่วนราชการ พร้อมด้วยนักธุรกิจ และประชาชนชาวบุรีรัมย์ ร่วมใจนำเงินไปฝากกับ ธกส.เพื่อช่วยเหลือชาวนา รอบที่สอง คาดมียอดฝากทะลุ 60 ล้านบาท

(15 พ.ค. 57) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนักธุรกิจ พ่อค้า คหบดี และประชาชนในจังหวัด ร่วมกันนำเงินฝากสมทบกับ ธกส.บุรีรัมย์ ในโครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา รอบที่สอง เพื่อให้ธนาคารมีเงินในกองทุนสำหรับนำไปช่วยเหลือชาวนาที่นำข้าวเข้าโครงการรับจำนำและยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าว ขณะที่มีภาคเอกชนหลายแห่ง นำเงินฝากเข้าโครงการฯ รวมกว่า 1 ล้านบาท โดยไม่หวังผลตอบแทน เช่นเดียวกับ

นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การนำเงินเข้าสมทบกองทุนในโครงการรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา กับ ธกส.ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่สอง ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ซึ่งในช่วงแรกสามารถระดมเงินฝากเข้าโครงการฯ มียอดเงินสะสมรวมกว่า 53 ล้านบาท ที่ทุกฝ่ายความร่วมมือกันทั้งพ่อค้า คหบดี นักธุรกิจ และประชาชนในจังหวัด ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนาและต้องการให้ ธกส.มีกองทุนไว้สำหรับช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล คาดว่าในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ จะมียอดเงินสมทบเข้าโครงการฯ ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท

ด้านนายกัณห์ รัตนสกุลชาติ ผอ.ธกส.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การเปิดระดมเงินสมทบเข้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่เริ่มคิ๊กออฟโครงการในวันที่ 6 มี.ค. 57 มีประชาชนให้ความสนใจนำเงินเข้าสมทบในกองทุนสำหรับช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมียอดเงินสะสมเข้ากองทุนแล้วกว่า 53 ล้านบาท โดยประชาชนสามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนได้ 3 ช่องทาง คือ 1. ที่ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 0200-3-3477-582 ธกส. สาขาบางเขน 2. สมทบเข้ากองทุนชนิดคืนต้น ไม่มีผลตอบแทน ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และ 3. สมทบเข้ากองทุน ชนิดคืนต้น และมีผลตอบแทน ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป อัตราตอบแทน ร้อยละ 0.63 ต่อปี

อย่างไรก็ตามได้มีชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ทยอยเดินทางมารับเงินจำนำข้าวกับทาง ธกส. ได้ร่วมฝากเงินสมทบเข้ากองทุนรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา รายละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท เพื่อนำไปสมทบในกองทุนไว้สำหรับช่วยเหลือเพื่อนชาวนาด้วยกันที่ยังได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ให้ได้รับความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กิจกรรมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ 13 พ.ค. 57 นางนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวชัยภูมิ ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา ที่วัดไพรีพินาศ อ.เมืองชัยภูมิ โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐาน บนมณฑป เพื่อให้ประชาชนสักการะ กราบไหว้ และประกอบพิธีเวียนเทียนในตอนเย็น หลังจากนั้นได้ ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ มีประชาชน ไปร่วมพิธีอย่างคึกคัก วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน

สำหรับปีนี้ วันวิสาขบูชา 2557 ตรงกับวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม ในปีนี้นับเป็นอภิลักขิตกาลพิเศษ คือเป็นปีที่ครบ 2,600 พุทธศตวรรษ หรือ 2,600 ปี แห่งการอุบัติขึ้นของพระพุทธศาสนา

วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า "วิสาขปุรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (คือเดือน 6) ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการ ในวันวิสาขบูชา ดังนี้ 1. เป็นวันประสูติ นับเป็นวันที่รูปกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนผืนโลก ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ตรงกับวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี พระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" 2. เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มต้นอัสสัตถพฤกษ์ หรือต้นพระศรีมหาโพธิ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พระมหาบุรุษได้ทรงบรรลุสัพพัญญุตญาณ 3. เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนพุทธศักราช 1 ปี ณ ป่าสาลวัน เมืองกุสินารา

กิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติใน วันวิสาขบูชา ได้แก่ ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ญาติที่ล่วงลับ และเจ้ากรรมนายเวร, จัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัด และปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา, ปล่อยนกปล่อยปลา เพื่อสร้างบุญสร้างกุศล, ร่วมเวียนเทียนรอบอุโบสถที่วัดในตอนค่ำ เพื่อรำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์, ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา, จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชาตามโรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อให้ความรู้ และเป็นการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา, ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์





สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

สุวัจน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มั่นใจ กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 43 ที่โคราช เป็นการยกมาตรฐานในด้านของที่พักนักกีฬา ตั้งงบ 300 ล้านบาท จัดงานอย่างยิ่งใหญ่

วันนี้ (12 พ.ค. 57) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ ที่จะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 9-19 ธ.ค. 57 และการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 หรือโคราชเกมส์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มค 2558 โดยนายสุวัจน์ฯ กล่าวว่า การจัดการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ในครั้งนี้ จะมีการ ชิงชัยกันทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา 630 เหรียญทอง ซึ่งจะเป็นการยกมาตรฐานในด้านของที่พักนักกีฬา ซึ่งจัดให้นักกีฬาพักในหมู่บ้านนักกีฬา เช่นเดียวกับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ที่ผ่านมา คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าประสบการณ์ที่เคยจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24, ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2013, วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย และการมีสโมสรฟุตบอล สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟ.ซี ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนรักกีฬา ได้ชมได้เชียร์กันทุกสัปดาห์ จะทำให้การแข่งขันเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา การจัดการแข่งขัน และสปิริตของนักกีฬาชาวโคราชทุกคน ที่เป็นเมืองกีฬาผู้คนรักในกีฬา ยินดีที่จะต้อนรับนักกีฬา และเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมแข่งขัน เพื่อสร้างความประทับใจ

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า ด้านความพร้อมและการมีส่วนร่วม เจ้าภาพยืนยันว่า ที่พัก โรงแรม สนามแข่งขัน การมีส่วนร่วมของประชาชนชาวนครราชสีมาจะแสดงพลังเมืองกีฬาออกมา พร้อมกันนั้นองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานราชการ ยังมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยเทศบาลเมืองเมืองนครราชสีมา ได้มีการวางแผนเพื่อการปรับปรุงและแต่งภูมิทัศน์ภายในเมือง และรอบๆ เมือง โดยกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ จะเป็นการรวมพลังของชาวโคราชอีกครั้ง และจะเป็นการกระตุ้นบรรยากาศที่คึกคักในการเชียร์กีฬากลับมาอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จในวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย และฟุตซอลชิงแชมป์โลก ซึ่งกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาได้วางงบประมาณเบื้องต้นเอาไว้ประมาณ 200-300 ล้านบาท นายสุวัจน์ กล่าว

โคราชประกอบพิธีเททองหล่อวัตถุมงคล รุ่นชัยชนะ หารายได้สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 57 เวลา 14.09 น. ที่มณฑลพิธีวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณฯ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีเททองหล่อพระยอดธง รุ่นชัยชนะ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าภาพจัดสร้างขึ้น เพื่อหารายได้สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 9-19 ธค 2557 และการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 หรือโคราชเกมส์ ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มค 2558 สำหรับพิธีเททองหล่อพระยอดธง รุ่นชัยชนะ ได้มีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมในพิธีจำนวนมาก สำหรับพระยอดธง รุ่นชัยชนะ ถูกจัดสร้างขึ้น 4 รูปแบบ ได้แก่ พระยอดธง ชุดทองคำ(เลขมงคล) ประกอบด้วย เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองทิพย์ รวม 3 องค์ (บรรจุในกล่องพลาสติกใส ภายในบุกำมะหยี่สีแสด) จัดสร้างจำนวน 41 ชุด ชุด ละ 79,999 บาท พระยอดธง ชุดทองคำทั่วไป ประกอบด้วย เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองทิพย์ รวม 3 องค์ (บรรจุในกล่องพลาสติกใส ภายในบุกำมะหยี่สีแสด) จัดสร้างจำนวน 558 ชุด ชุด ละ 59,999 บาท พระยอดธงเนื้อเงิน (บรรจุในกล่องพลาสติกใส ภายในบุกำมะหยี่สีแสด) จัดสร้างจำนวน 2,999 องค์ องค์ ละ 1,999 บาท และพระยอดธงเนื้อทองทิพย์ (บรรจุในกล่องพลาสติกใส ภายในบุกำมะหยี่สีแสด) จัดสร้างจำนวน 29,999 องค์ องค์ ละ 299 บาท สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดนครราชสีมา ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา หรือโทรศัพท์ 044-244-252 และ 044-242-102

โคราชเปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) เพื่อให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนให้รู้วิธีการใช้ การดูแลรักษาเครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพ

วันนี้ (12 พ.ค. 57) ที่วัดบ้านโนนเหลื่อม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายประนอม โพธิ์คำ อดีต สส.นครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน(Fix it Center) เพื่อให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนให้รู้วิธีการใช้ การดูแลรักษา และพัฒนาทักษะช่างชุมชน ให้สามารถซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์การประกอบอาชีพเครื่องใช้ในครัวเรือน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับชุมชนในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างมูลค่าและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนตลอดจนการฝึกอาชีพ ซึ่งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน จัดขึ้นโดยวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแล้วทั้งสิ้น 5 ศูนย์ ประกอบด้วยศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน อบต.หนองบัวลาย ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน อบต.โนนไทย ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน อบต.หนองบัวศาลา ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน อบต.ด่านจาก และศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน อบต.อุดมทรัพย์

พุทธศาสนิกชนจังหวัดบึงกาฬร่วมกันทำบุญตักบาตรเดินสมาธิฟังเทศน์ฟังธรรมวันวิสา

วันนี้ 13 พฤษภาคม 2557 เวลา 07.30 น. นายธวัชชัย รักขนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้นำ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พุทธศาสนิกชน ชาวจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันทำบุญตักบาตร และจัดกิจกรรมเดินสมาธิ ฟังเทศน์ฟังธรรม เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ณ วัดป่าบ้านพันลำ หมู่ที่ 2 ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และในตอนเย็นก็จะมีกิจกรรมเวียนเทียนและปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืน ณ วัดป่าบ้านพันลำแห่งนี้
 
วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่ วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเจ้าสู่ปรินิพพานวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลก จึงให้ความสำคัญกับวันวิสาขบูชานี้ และในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก และได้กำหนดวันวิสาขบูชานี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา โดยการที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวล มนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน

หน่วยงานนำร่อง 20 แห่งของจังหวัดมหาสารคาม MOU “มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่”

(12-5-57) จังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ได้จัดทำโครงการ "มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. มีหน่วยงานนำร่อง 20 แห่ง ประกอบด้วย วัด ส่วนราชการ สถานศึกษา เทศบาล อำเภอนำร่อง คืออำเภอแกดำ และตำบลนำร่อง อำเภอละ 1 ตำบล จำนวน 12 ตำบล ใน 12 อำเภอ ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินงานตามโครงการ "มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” กับนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานการลงนาม

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินงานตามโครงการ "มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการทำให้ชาวมหาสารคามได้รับอากาศบริสุทธิ์ แล้ว ยังก่อให้เกิดแผนยุทธศาสตร์จังหวัดที่ชัดเจนที่มุ่งสู่การเป็นจังหวัดปลอดบุหรี่ มีการบูรณาการในการทำงานในลักษณะภาคีเครือข่าย โดยเป็นการรวมพลังทุกหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันขับเคลื่อน ชุมชน ให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชนให้ห่างไกล ลด และเลิกบุหรี่



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารเปิด “งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา” วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดมุกดาหาร

วันนี้ (๑๒ พ.ค. ๒๕๕๗) เวลา ๑๘.๔๙ น. ณ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์  ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิด "งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา” วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี ๒๕๕๗ จังหวัดมุกดาหารพร้อมนำพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีถวายดอกไม้ธูปเทียนและเชิญชวนลด ละ เลิก อบายมุข เนื่องในวันดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคล และเชิญชวนพุทธศาสนิกชน นักเรียน นักศึกษาได้บำเพ็ญกุศลเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ที่องค์การสหประชาชาติยอมรับและกำหนดให้เป็นวันสำคัญของโลก เนื่องจาก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้า ทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อมวลมนุษย์  ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาพร้อมทั้งพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และสั่งสอนทุกคนโดยไม่คิดค่าตอบแทน

รองผู้ว่าราชการ จังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า  สำหรับปี ๒๕๕๗ จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับวัดป่าวิเวกวัฒนาราม พร้อมกับพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์องค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกวัฒนารามได้พร้อมใจจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา๙วันสำคัญของโลกขึ้นระหว่างวันที่ ๗ – ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

กรมการขนส่งทางบก บังคับใช้กฎกระทรวงคาดเข็มขัดนิรภัยบนรถโดยสารทุกที่นั่ง

นายแสงทอง อนันตภักดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้เสนอกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงกำหนดความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยที่ผู้โดยสารต้องปฏิบัติในระหว่างการโดยสาร พ.ศ. 2557 กำหนดให้ผู้โดยสารรถสาธารณะจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสาร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม เป็นต้นไป หากตรวจพบว่าผู้โดยสารฝ่าฝืนจะมีความผิด ในส่วนของผู้ประกอบการที่ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ต้องระวางโทษปรับ 50,000 บาทต่อครั้ง ในส่วนของผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการโดยสารบนรถสาธารณะปรับ 5,000 บาท

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลให้ผู้โดยสารจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ รวมทั้งให้ผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถกำกับดูแลให้ผู้โดยสารปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงขอความร่วมมือให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่อยู่ระหว่างการโดยสารบนรถสาธารณะ

วิสาขบูชา Vesak Day วันสำคัญสากลของโลก

วันวิสาขบูชา องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก โดยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 54 ได้พิจารณาระเบียบวาระที่ 174 International recognition of the Day of Visak  ระบุว่า พระพุทธศาสนาเป็น ศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาหนึ่งของโลก ที่ได้หล่อหลอมจิตวิญญาณของมนุษยชาติมานาน ควรที่จะยกย่องกันทั่วโลก จึงประกาศให้วันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนพฤษภาคม เป็นวันสำคัญสากลนานาชาติ (International Day)

สหประชาชาติตั้งวันวิสาขบูชา Vesak Day เป็นวันสำคัญสากลของโลก โดยการเสนอของประเทศศรีลังกา และมีมติเป็นเอกฉันท์ในที่ประชุมสมัชชาครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความ เมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยไม่คิดค่าตอบแทน ในการพิจารณาประธานสมัชชาฯ ครั้งนั้นได้เชิญผู้แทนจากประเทศศรีลังกาขึ้นกล่าวนำเสนอร่างข้อมติ และเชิญผู้แทนไทย พม่า สิงคโปร์ บังคลาเทศ ภูฐาน เนปาล ปากีสถาน อินเดีย สเปนขึ้นกล่าวถ้อยแถลง สรุปความได้ว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ เสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ให้มวลมนุษย์มีเมตตาธรรมและขันติธรรมต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของสหประชาชาติ จึงขอให้ที่ประชุมรับรองข้อมตินี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการรับรองความสำคัญของพุทธศาสนาในองค์การสหประชาชาติอีกด้วย

วันวิสาขบูชาหรือ Vesak Day เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันวิสาขชบูชาคำว่า "วิสาขะ”นั้น เป็นภาษาบาลีแปลว่า เดือน 6 ส่วนในภาษาสันสกฤตเรียกว่า            " ไวศาขะ”  พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเรียกเป็นภาษาบาลีว่า วิสาขะ  วิสาขบูชาคือการบูชาในเดือน 6 ศรีลังกาเรียกว่า วีสัค หรือ เวสัค (Vesak) จนกลายเป็นชื่อภาษาอังกฤษติดปากว่า Vesak หรือ Vesak Day อีกทั้งองค์การสหประชาติประกาศยอมรับวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยใช้คำแทนวันวิสาขบูชาว่า Vesak ตามชาวศรีลังกา

ดวิสาขประทีปเพื่อทำการเวียนเทียนในวันวิสาขบูชา Vesak Day

ในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ แถบเอเชียอาคเนย์จะจัดฉลองในวันวิสาขบูชาหรือวันเพ็ญกลางเดือน 6 คือ เดือนวิสาขะ แต่ในประเทศอื่นที่เป็นนิกายมหายาน เช่น ญี่ปุ่น จะไม่ฉลองวันวิสาขบูชาในเดือน 6  เพราะวันวิสาขบูชาของนิกายมหายานตรงกับวันเพ็ญกลางเดือน 8 ประเทศญี่ปุ่นกำหนดวันวิสาขบูชาตรงกับวันที่ 8 เมษายนของทุกปีปฏิทินสุริยคติ บางนิกายในบางประเทศไม่ได้กำหนดวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้าในวันเดียวกัน ประเทศที่นับถือมหายานถือว่าพระพุทธเจ้าประสูติวันหนึ่ง ตรัสรู้วันหนึ่ง และปรินิพพานอีกวันหนึ่ง เช่นประสูติวันที่ 8 เมษายน ตรัสรู้วันที่ 8 ธันวาคม และปรินิพพานวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เราจึงเห็นได้ว่าในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนามหายาน จะถือเอาวันสำคัญที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าแตกต่างกันออกไป




สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/รายงาน

ประวัติวันวิสาขบูชา Visakha Puja (Vesak Day)

เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เกิดขึ้นตรงกันทั้ง 3 คราว ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6

วันวิสาขบูชา Visakha Puja (Vesak Day) เป็นวันที่พระองค์ทรงตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง การบังเกิดขึ้นของพระองค์นี้เป็นการยากมาก พระองค์ประกอบด้วยพระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ อีกทั้งในคืนสุดท้ายก่อนตรัสรู้ธรรม พระองค์ตั้งใจว่า แม้เลือดเนื้อในตัวเราจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่หนัง เอ็น กระดูกก็ตามที หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ เราจะไม่ลุกจากบรรลังก์นี้เป็นอันขาด นี่คือน้ำพระทัยอันเด็ดเดี่ยวของพระองค์

เมื่อครั้งที่เกิดเป็นสุเมธดาบส ได้สละทรัพย์สมบัติทั้งหมดแก่มหาชนทั้งแผ่นดิน ในพระชาติที่พระองค์ได้รับพยากรณ์ครั้งแรก เมื่อครั้งที่เกิดเป็นสุเมธดาบส พระองค์เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีใหญ่ เมื่อพ่อแม่เสียชีวิต ก็คิดว่าสมบัติทั้งหลายเมื่อเวลาตายไปพ่อแม่ไม่เห็นเอาไปได้เลย เดี๋ยวไม่นานเราก็จากโลกนี้ไป ว่าอย่างนั้นแล้วก็เลยยกสมบัติเหล่านี้บริจาคให้กับมหาชนหมดเลยทั้งแผ่นดิน จากนั้นจึงออกบวช เป็นสุเมธดาบส  สุเมธดาบสทอดกายให้พระทีปังกรพุทธเจ้าเสด็จผ่าน

จนกระทั่งมาพบกับพระทีปังกรพุทธเจ้ายอมทอดกายเป็นสะพานให้พระองค์เดินผ่าน เสร็จเรียบร้อยมุ่งหวังพระสัมมาสัมโพธิญาณปราถนาเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใน อนาคต ใจของพระองค์มีขนาดที่ว่า ถ้ามองไปข้างหน้าสุดขอบจักรวาลเป็นทะเลน้ำทองแดงที่เดือด ถ้าสุดขอบจักรวาลนั้นคือการบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณก็พร้อมจะแวกว่ายฝ่าทะเล นี้ไปจนสุดกำลัง ขณะที่พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังเสด็จผ่านไป สุเมธดาบสโพธิสัตว์ก็ได้กระทำความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ นั่นก็คือการตั้งความปรารถนาในการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต

ในสมัยของพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2 ) พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะฟื้นฟูประเพณีวันวิสาขบูชาให้เป็นแบบแผน พระองค์ทรงดำริให้วันวิสาขบูชาเป็นพระราชพิธีจัดต่อเนื่องกัน 3 วัน จริงๆ การฉลองมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในยุคนั้นตั้งแต่พระมหากษัตริย์ถึงพระบรมวงศ์ศานุวงค์ จนถึงชาวเมือง ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ต่างช่วยกันทำความสะอาดทั้งเมืองให้สะอาดและประดับด้วยดอกไม้เครื่องหอม ต่างๆ พอตกเย็นก็จะไปเวียนประทีปกัน กลางคืนประชากรทั้งสุโขทัยจะอยู่ที่วัด เพราะพระราชาทำตัวเป็นแบบอย่าง ฟังเทศน์ ฟังธรรม พอกลางวันก็พากันไปถวายสังฆทานให้กับพระภิกษุ สามเณรที่วัด ปล่อยนกปล่อยปลา ฯลฯ

เข้าวัดทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาในวันวิสาขบูชา Visakha Puja (Vesak Day) หรือวันสำคัญพระพุทธศาสนา

สมัยอยุธยาก็มีอยู่แต่น้อยลงเพราะอิทธิพลของพรามณ์เข้ามาเยอะ พอถึงยุครัตนโกสินทร์สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ( รัชกาลที่ 2 ) พระองค์ก็เลยฟื้นฟูขึ้นมา ปัจจุบันบอกว่าเราเหลือ 1 วัน จริงๆ วันหยุดราชการมี 1 วัน แต่เราจะคง 3 วันไว้ได้นั้นก็อยู่ที่เรา ธรรมเนียมประเพณีที่เคยมีแล้วไม่มีอยู่ในยุคปัจจุบัน คือ ในสมัยสุโขทัยประชากรร้อยละ 99 จะอยู่ที่วัดในวันวิสาขบูชาหรือวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ  คนทั้งเมืองอยู่ที่วัดหมด ปัจจุบันนี้คือส่วนที่ขาดหายไป องค์การสห ประชาชาติจึงได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสากลของโลก เพราะว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ เมตตาสั่งสอนมวลมนุษย์ ไม่ว่าจะศาสนาใด โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาพุทธ ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้พิสูจน์หาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ก็ยังมีพระปัญญาธิคุณสั่งสอนมวลมนุษย์โดยไม่หวังผลตอบแทนด้วย



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/รายงาน

มุกดาหาร จับขบวนการลักลอบขนไม้ชิงชันยัดรถตู้ 23 เหลี่ยม มูลค่า 8 แสนบาท

ร.อ.ณัฐวุฒิ  มาฆะเซ็น  ผบ.ร้อยชุดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับรายงาน ว่าจะมีขบวนการลักลอบขนไม้ชิงชัน โดยใช้รถตู้ ติดตราของทางราชการ เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ โดยใช้เส้นทาง มุกดาหาร – กุฉินารายณ์ จึงได้นำกำลัง ไปดักตามเส้นทางดังกล่าว จนกระทั่ง มีรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน ฮย- 6664  กรุงเทพมหานคร  ติดป้ายของทางราชการไว้ที่ประตูรถทั้งสองข้าง  ขับมาจากอำเภอคำชะอี ตามที่สายแจ้ง  เจ้าหน้าที่กองกำลังจึงได้แสดงตัวส่งสัญญาณให้รถหยุด แต่รถคันดังกล่าวได้เร่งเครื่องเพื่อหลบหนี  เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม จนกระทั่งถึงหลักกิโลเมตรที่ 10-11 บ้านสมสะอาด ตำบลกุดแข้  อำเภอเมืองมุกดาหาร  โดยคนขับรถได้จอดรถตู้ทิ้งไว้ข้างทาง  ส่วนคนขับได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถตู้พบไม้ชิงชัน จำนวน 23 เหลี่ยม  คิดมูลค่า 8 แสนบาท  ตรวจสอบที่หน้าตัดไม้ไม่พบรอยดวงตราของทางราชการแต่อย่างไร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถตู้พร้อมไม้ชิงชันของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามหาเจ้าของรถตู้และนายทุน เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร /ข่าว/ภาพ

มุกดาหารป่าไม้ ตำรวจ จับรถตู้ขนไม้พะยูงพร้อมผู้ต้องหา 1 คน

นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน พร้อมด้วยพ.ต.ท.โอภาส วงศ์คำหาญ รองผู้กำกับ สภ. หนองสูง และเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้สกัดจับรถตู้ โตโยต้าสีขาวหมายเลขทะเบียน ฮง 6896 กรุงเทพมหานคร ขณะวิ่งมาจากทางอำเภอกุฉินารายย์ ผ่านบ้านงิ้ว ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองมุกดาหาร และมีท่าทางพิรุธบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งจากการตรวจสอบ พบภายในรถตู้ ซึ่งมีการดัดแปลงภายในสำหรับใช้ในการขนไม้พะยูง พบมีไม้พะยูงขนาดต่าง ๆ ทั้งท่อน / เหลี่ยม อัดแน่นอยู่ภายในรถ ไม่ต่ำกว่า 50 ท่อน /เหลี่ยม มูลค่าไม่ต่ำกว่าล้านบาท คาดว่าไม้พะยูงทั้งหมดถูกนำมาจากเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูสีฐาน

จากการสอบถามเสงี่ยม ทดจันทร์  อายุ 49 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 9  ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นคนขับรถตู้ คันดังกล่าว ให้การเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ว่าได้รับการว่าจ้างให้เป็นคนขับรถขนไม้พะยูงครั้งนี้เป็นเงิน 2,000 บาท โดยให้นำไม้พะยูงมาจากบ้านงิ้ว ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง ไปส่งให้กับนายทุนที่จุดนัดหมาย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร เมื่อไปถึงที่นัดหมาย จะมีคนมาขับรถตู้ไปอีกทอดหนึ่งโดยไม่ทราบว่าเป็นใครก่อนมาถูกจับกุมเสียก่อน จากนั้นได้ตรวจยึดไม้พะยูงและรถของกลางที่ใช้กระทำผิด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. หนองสูง ดำเนินคดีตามกฎมาย ต่อไป




พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ปชส.มุกดาหาร/ข่าว/ภาพ

ตำรวจมุกดาหารเจ๋งจับแก๊งขนยาบ้า 2 คนของกลางกว่าหมื่นเม็ด ยาไอซ์ 965 กรัม

พ.ต.ต.วิทวัส บูรณสมภพ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับรายงานว่า จะมีขบวการลักลอบขนยาบ้า –ยาไอซ์ เข้าไปในส่วนชั้นใน กรุงเทพฯ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ. อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร จัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย ขณะที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดร่วมกับ พ.ต.อ. สังคม ตัดโส  ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ที่ ตู้ยาม 82 พรรษา  ได้ทำการตรวจค้น รถโดยสาร ระหว่าง มุกดาหาร –นครพนม หมายเลขทะเบียน 10-1016 พบชายชาวลาว 2 คน นั่งโดยสารมากับรถดังกล่าว ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นกระเป๋าเป้สะพายสีดำของทั้งสองพบสิ่งของเป็นห่อ ๆ พันด้วยผ้าเทปกาวใสจำนวนหลายห่ออยู่ข้างในกระเป๋า เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวทั้ง 2 คนลงจากรถประจำทาง  แล้วทำการแกะสิ่งของที่อยู่ในกระเป๋าเป็นยาบ้าและยาไอซ์  จำนวน 15,740 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 965 กรัม  ทราบชื่อผู้ต้องหา ท้าวสุลิยา แก้วไกสอน อายุ 30 ปี บ้านบึงสาร แขวงคำม่วน สปป.ลาว และท้าว สะปิงทอง พมมะจัน  อายุ 25 ปี บ้านโคก แขวงคำม่วน สปป.ลาว หากยาบ้าและยาไอซ์ล๊อตนี้หลุดเข้าไปในส่วนชั้นใน หรือ กรุงเทพมหานครได้จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

จากการสอบสวน ผู้ต้องหา นายสุลิยา ว่าตนเองได้รับกระเป๋าทั้ง 2 ใบจากนาย สอน ชาวลาว  ราษฎรบ้านสีวิไล เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ให้ตนเองมาส่งที่จังหวัดมุกดาหาร และได้เขียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือให้กับตนเอง เมื่อมาถึงมุกดาหารให้โทรหาตามหมายเลขโทรศัพท์ที่จดให้และได้ยื่นเงินจำนวน 2 พันบาทให้กับตนเองเพื่อเป็นค่ารถโดยสาร แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และยาไอซ์ ) มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย  จากนั้นจึงได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ . เมืองมุกดาหาร  เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว/ภาพ

บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร ประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารสำนักงานบ้านพักเด็กและครอบครัว

นางสาวจริญญา  วันทาวงศ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหาร โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร มีความประสงค์จะจ้างเหมาก่อสร้างอาคารสำนักงานบ้านพักและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบจำนวน ๑ แห่ง ณ ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ มห.๓๔๔ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร วงเงิน ๑๖,๕๐๐,๐๐๐.- บาท (สิบหกล้านห้าแสนบาทถ้วน)  ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดยื่นเอกสารการประกวดราคาจ้างด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ และข้อเสนอด้านเทคนิค ในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๒.๐๐ น. ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เลขที่ ๔๔ ถนนผ่องใส ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอซื้อแบบและเอกสารประกวดราคาจ้างในราคาชุดละ ๑๐,๐๐๐.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ระหว่างวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึง วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร เลขที่ ๔๔ ถนนผ่องใส ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.banpakdekmuk.net  หรือสอบถามทางหมายเลขโทรศัพท์ โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๒๗๑๖ ในวันเวลาราชการ






สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

เหล่ากาชาดมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยเนื่องจากพายุฤดูร้อน

วันนี้ (12 พ.ค. 57) เวลา 10.30 น. นางปิยนันท์ ขำทวีพรหม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำสิ่งของไปมอบให้กับผู้ประสบวาตภัย เนื่องจากพายุฤดูร้อน ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลดงลาน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายสุรพงษ์ สายโอภาศ นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด นำผู้ได้รับความเดือนร้อน จำนวน 117 ครัวเรือน เข้ารับมอบ

นายสุรพงษ์ สายโอภาศ นายอำเภอเมืองร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ด้วยเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดหลังคาบ้านเรือน และสิ่งก่อสร้างของราษฏรในพื้นที่ตำบลดงลาน และตำบลสะอาดสมบูรณ์ รวม 168 ครัวเรือน สร้างความเดือดร้อนแก่ราษฏรในพื้นที่ต้องเสียทรัพย์สินและขวัญกำลังใจ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ราษฏรในพื้นที่ที่ประสบเหตุ อำเภอเมืองร้อยเอ็ดได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วบางส่วน วันนี้เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดยนางปิยนันท์ ขำทวีพรหม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ดและกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้นำสิ่งของจำนวนหนึ่งมามอบให้กับผู้ประสบภัย เพิ่มเติม รวม 117 ครัวเรือน สร้างความอบอุ่นและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฏรที่ประสบกับความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/ข่าว
12 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดนำผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 มอบอุปกรณ์กีฬานักเรียนบกพร่องทางการได้ยินและสติปัญญา

วันนี้ (12 พ.ค. 57) เวลา 10.00 น. นางปิยนันท์ ขำทวีพรหม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ไปมอบอุปกรณ์กีฬาแก่นักเรียนบกพร่องทางการได้ยินและสติปัญญาโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายเรืองเวช ผาสุก ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด นำนักเรียน ครู ให้การต้อนรับและรับมอบอุปกรณ์การกีฬาจากผู้เข้าประกวดฯ

นายเรืองเวช ผาสุก ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ข้าราชการครู 22 คน พนักงานราชการ 17 คน ครูอัตราจ้าง 4 คน รวม 43 คน นักเรียนทั้งชายและหญิง รวม 234 คน เปิดรับนักเรียนผู้บกพร่อง 2 ประเภท คือ ประเภทบกพร่องทางการให้ยิน และบกพร่องทางสติปัญญา นักเรียนทุกคนพักในเรือนนอน และอยู่ประจำทั้งชายและหญิง




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
12 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดนำผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 เยี่ยมผู้ป่วยเอดส์และปลูกป่า

วันนี้ (12 พ.ค. 57) นางปิยนันท์ ขำทวีพรหม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อย ได้นำผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 เยี่ยมผู้ป่วยเอสด์และปลูกป่า ณ วัดป่าโคกร้าง ตำบลสวนจิก อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด

นายสมชาย จิรวรรณาภรณ์ นายอำเภอศรีสมเด็จ เปิดเผยว่า วัดป่าศรีมงคล (วัดโคกร้าง) ตำบลสวนจิก อำเภอศรีสมเด็จ ปัจจุบันมีพระครูกิตยานุรักษ์ หรือหลวงปู่อุทัย กิตติโก เป็นเจ้าอาวาสวัด เปิดรักษาผู้ป่วยเอดส์เมื่อปี 2553 ปัจจุบันมีผู้ป่วย 47 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจากต่างจังหวัด การรักษาของผู้ป่วยจะรักษาทั้งด้านจิตวิทยาและจิตบำบัด,แพทย์แผนปัจจุบัน ภายใต้การดูแลรักษาของโรงพยาบาลศรีสมเด็จและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีสมเด็จ (รส.พต.ศรีสมเด็จ) ค่าใช้จ่ายหรับการดูแลผู้ป่วยได้จากการรับบริจาคและสนับสนุนโดยองค์การบริหารส่วนตำบลสวนจิก ตกเดือนละประมาณ 1 แสนบาท นายอำเภอศรีสมเด็จ เปิดเผยด้วยว่า อำเภอศรีสมเด็จ ส่งเสริมสนับสนุนการให้วัดป่าโคกร้าง ปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าประชาอาสา 80 พรรษา 800 ล้านกล้า เป็นป่าไม้มะค่า, ต้นยางนา, ไม้พยุง ได้ 2 ล้านต้น คิดมูลค่า 4,000 ล้านบาท และปลูกศักดิ์สยามมินทร์มากที่สุดของจังหวัดร้อยเอ็ดกว่าพันต้น

น.ส.สุวิน สิทธิบุตระ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยด้วยว่า วัดป่าโคกร้าง ยังเป็นสถานที่เพาะชำกล้าไม้ให้ชุมชนไปปลูก เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน จากเดิม 200 ไร่ เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน 3 แห่ง กว่าพันไร่ ประกอบด้วย ป่าโคกร้าง 200 ไร่ ป่าดอนดู่ 500 ไร่ และป่าดงยาง 480 ไร่ ประชาชนในพื้นที่และผู้ติดเชื้อ HIV ใช้เป็นซุปเปอร์มาเก็ตและใช้เป็นสถานที่บำบัดรักษาด้านจิตใจของผู้ป่วยเอดส์ และเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้วัดป่าโคกร้างได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว



มล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บ.ข่าว
12 พ.ค. 57

พมจ.ศรีสะเกษ ประชุมพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ

จังหวัดศรีสะเกษ โดย คณะอนุกรรมการระดับจังหวัด  ประชุมพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ  มีเด็กและเยาวชนเสนอชื่อเข้าร่วมเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 7 คน

วันนี้(12  พ.ย. 57)  ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ(หลังเก่า) นายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ   เป็นประธานประชุมพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น  สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ โดยมีนายทวีศักดิ์  สิงห์ดง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด ให้การต้อนรับ  ซึ่งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น เนื่องในโอกาสวันเด็ก และวันเยาวชนแห่งชาติอย่างต่อเนื่องตลอดมาเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ เพื่อร่วมมือกับรัฐบาลในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ และวันเยาวชนแห่งชาติ และคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น ซึ่งเป็นผุ้พร้อมด้วยคุณภาพและคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น สังคม และประเทศชาติ และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เดก็และเยาวชน ได้กระทำความดี และบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น และยกย่องเชิดชุเกียรติเด็กและเยาวชนดีเด่นที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชนทั่วไป โดยจัดพิมพ์หนังสือเกียรติประวัติไว้ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่อนุชนรุ่นต่อไป

และจังหวัดศรีสะเกษ มีเด็กและเยาวชนที่เสนอชื่อเข้าร่วมเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 7  คน ประกอบด้วย นายศุภชัย  สมพงษ์,   นายทรงกต  รังสี,  นายบุรินทร์  จันทวี, นายนัฐชนน  จันทร์ถา, นายกิตติ  ชาสังข์,  นายสถาพร  เรื่องรุ่ง  และนางสาวณัฐธิดา  ดวนสูง  โดยจะพิจารณาคัดเลือกในนามเยาวชนดีเด่น ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 2 คน  และเยาวชนดีเด่น สำนักงานประธานกรรกมาประสานงานส่วนภูมิภาค ภาค 5  จำนวน 1 คน

สำหรับการประชุมพิจารณาในครั้งนี้  เป็นการประชุมพิจารณาเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการพิจารณา    โดยได้กำหนดให้ เด็กและเยาวชนที่เสนอชื่อเข้าร่วมเพื่อรับการพิจารณาคัดเลือก ทั้ง 7  คน  มาแสดงวิสัยทัศน์ต่อหน้าคณะอนุกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัด ในวันที่  24  พฤษภาคม  2557 ต่อไป



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

ศรีสะเกษ จะออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรม (หน่วยแพทย์เคลื่อนที่)

พันเอกพิชิต วันทา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 เปิดเผยว่า เนื้องในวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 มูลนิธิแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่(หมอริน) ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี และส่วนราชการในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จะออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรม ครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ณ โรงเรียนภูสิงห์ประชาเสริมวิทย์ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้บริการทำฟันปลอม แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยไม่คิดค่าบริการใดๆทั้งสิ้น

สำหรับการบริการครั้งนี้ ผู้ที่มีความต้องการ(เฉพาะบัตรทอง)จะใส่ฟันปลอมนั้น ขอให้ได้ไปเตรียมช่องปากให้พร้อมก่อนวันที่จะให้บริการ โดยไปรับการเตรียมช่องปากจากทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน และแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะเตรียมช่องปากเพื่อไปใส่ฟันปลอมกับมูลนิแพทย์ และทันตกรรมเคลื่อนที่(หมอริน) แล้วทางโรงพยาบาลจะดำเนินการเตรียมช่องปากให้ท่าน และออกใบรับรองให้กับผู้ที่ไปทำ จากนั้นให้ถือใบรับรองมาพร้อมในวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ด้วย

มูลนิธิมีกำหนดจะมาให้บริการฟรี อีก 2 ครั้ง ครั้งที่ 3 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 และครั้งที่ 4 (ออกหน่วยใหญ่) ในวันที่ 28 มิถุนายน 2557 จะเป็นการใส่ฟันปลอมสำหรับผู้แจ้งความประสงค์ไว้แล้ว และการบริการทันตกรรมทุกชนิด



ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ พร้อมเปิดเวทีประชุมกาชาด ภาค 5 ประจำปี 2557

จังหวัดศรีสะเกษ โดยคณะทำงานประชุมปรึกษาหารือ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในกาปฏิบัติตามาภารกิจ   ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 5 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557

วันนี้(12  พ.ย. 57)  ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ชั้น 5   ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ  นายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานประชุมคณะทำงานจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 5  ครั้งที่ 1 ประจำปี  2557  โดยมี องค์/ส่วนราชการ/ หน่วยงาน  14 หน่วยการ เป็นผู้รับผิดชอบในการเตรียมการด้านต่างๆ เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ  เพื่อร่วมกันหาแนวทาง       ในกาปฏิบัติตามาภารกิจ  ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 5 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 ซึ่งสภากาชาดไทย ได้มอบหมายให้จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 5  ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา   บุรีรัมย์   มหาสารคราม   สุรินทร์   และจังหวัดศรีสะเกษ    โดยได้กำหนดจัดขึ้นในระห่างวันที่ 22 – 23 พฤษภาคม  2557  ณ  อาคารทีปังกรรัศมีโชติ  มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ  อำเภอเมือง จังหวัด ศรีสะเกษ

สำหรับการประชุมปรึกษาหารือ  เพื่อร่วมกันหาแนวทางในกาปฏิบัติตามาภารกิจ ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 5 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2557 ในครั้งนี้  ทุกหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายภารกิจในการเตรียมความพร้อมนั้น  มีความพร้อมเกือบ 100%  คาดว่าเมื่อถึงวันเวลาประชุมฯ จังหวัดศรีสะเกษมีความพร้อมเกิน 100%





สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญจัดพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ

เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗  เวลา ๐๘.๐๙ น. นายบุญยืน  คำหงส์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปีพิธีเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ

ศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ "สวนมิ่งเมืองเฉลิมพระเกียรติฉลองศิริราชสมบัติ  ครบ ๕๐ ปี” (ดอกอีเก้ง) ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ มีเนื้อที่ ๓๕ ไร่ ๑๓ ตารางวา เดิมเป็นที่ทำการโรงไฟฟ้าและส่วนหนึ่งเป็น สวนปลูกหญ้าของกรมปสุสัตว์ ต่อมาโรงไฟฟ้าได้ซื้อ ที่ดินบริเวณใกล้กับพระมงคลมิ่งเมืองและอยู่จนถึงปัจจุบัน  ส่วนกรมปสุสัตว์ได้ย้ายไปอยู่ตำบลโนนหนามแท่ง สถานที่ดินบริเวณจึงว่างเปล่าต่อมาทางจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อได้มีการจัดตั้งเป็นจังหวัดเมื่อวันพุธ ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๖ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีระกา ซึ่งมีฐานะเป็นเมือง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญตั้งแต่ปลายปี  พุทธศักราช ๒๕๓๘ เป็นต้นมา และเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๔๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ  จากนั้นทางจังหวัดได้มอบหมายให้เทศบาลเมืองอำนาจเจริญเป็นผู้ดูแลศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ และพัฒนาปรับปรุงบริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือนเป็นศูนย์รวมจิตใจ  รวมศรัทธา เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นศิริมงคลปกป้องคุ้มครอง และปัดเป่าภัยพิบัติ อันตราย ทั้งหลายทั้งปวง  แก่ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ  จึงเป็นที่เคารพ สักการะบูชา ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ และผู้ที่สัญจรผ่านไป-มา



จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก

ที่ห้องประชุมที่ทำการปกครองจังหวัด  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายธรรมศักดิ์  รัตนธัญญา  ปลัดจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2557 โดยจังหวัดอำนาจเจริญได้กำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 11- 17 พฤษภาคม 2557  ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กล่าวคือ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งองค์การสหประชาชาติยังได้ประกาศให้การรับรองว่าเป็นวันสำคัญสากลของโลก และในปีพุทธศักราช 2557 เป็นปีที่มีการจัดงานเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  พุทธศาสนิกชนถือเป็นอภิกลักขิตกาลมหามงคลสมัยที่ควรแก่การประกอบคุณงามความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนถาวรตลอดไป โดยกำหนดจัดงาน  ณ  พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง และวัดทุกวัดในจังหวัดอำนาจเจริญ   วันที่ 13 พฤษภาคม 2557  เวลา 06.00 – 08.00 น.  ณ  พุทธอุทยานพระมงคลมิ่งเมือง  นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุญตักบาตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (พระสงฆ์ 88 รูป) เวลา  08.00 – 09.00 น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป  ณ  ศาลาพุทธอุทยาน  เวลา 09.00 – 10.00 น. เป็นกิจกรรมบวชต้นไม้ และการวิ่งสมาธิวันวิสาขบูชา  และในเวลา 17.30 น. บริเวณลานด้านหน้าองค์พระมงคลมิ่งเมือง จะเป็นกิจกรรมการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ  พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันวิสาขบูชา




จรูญ  พิตะพันธ์ /ข่าว/ภาพ

สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญฝึกอบรมเตรียมความพร้อมคณะทำงานและเกษตรกรในการตรวจประเมินแปลงเพื่อขอรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์

ที่จังหวัดอำนาจเจริญ นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมคณะทำงานและเกษตรกรในการตรวจประเมินแปลงเพื่อเสนอขอรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ตามแผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2557  ณ  ห้องประชุมโรงแรมเลิศวิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญได้จัดขึ้น เพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะในการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล และเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และวิธีตรวจประเมินแปลงเพื่อขอใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้แก่บุคคลเป้าหมายนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมให้ไปสู่ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบุคคลเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วย คณะทำงานส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ และคณะทำงานตรวจแปลง จำนวน 20 คน เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 270 คน รวม 290 คน

โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ขอให้เกษตรกรเอาใจใส่การตรวจประเมินแปลงเพื่อเสนอขอตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมให้ไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการและขอให้ยึดถือและปฏิบัติตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ของโครงการอย่างเคร่งครัดและนำความรู้ประสบการณ์ไปพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาตัวเองไปสู่เกษตรกรมืออาชีพจนสามารถผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ต่อไป



จรูญ  พิตะพันธ์ /ข่าว

อุบลฯ ผวจ.เปิดงานวันวิสาขบูชาวันสากลของโลก จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมภาคีที่เกี่ยวข้อง ร่วมเปิดงานนิทรรศการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสากลของโลก ประจำปี 2557

วันนี้ (12 พ.ค. 57 ) เวลา 08.00 น. ที่ วัดมณีวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเปิดงานนิทรรศการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชาวันสากลของโลก ประจำปี 2557 โดยมีการจัดนิทรรศการของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ จากโรงเรียนหนองขุ่นวิทยา อำเภอม่วงสามสิบ การแสดงปาฐกถา เรื่อง หลักธรรมที่เป็นกลางและมุ่งเน้นในการสอนให้มหาชนมองเห็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ตรงกับความเป็นจริง สำหรับ สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขาบูชา ประจำปี 2557 ของจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11 – 16 พฤษภาคม 2557 โดยจะมีกิจกรรมสำคัญ คือ วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 222 รูป ในช่วงค่ำของวันวิสาขบูชา พิธีเวียนเทียน ทางจังหวัดกำหนด 5 วัน และ วัดใกล้บ้านทั้ง 25 อำเภอ จำนวน 1,697 วัด

รอง ผวจ.อุบลราชธานี มอบบันทึกข้อตกลงพลเมืองว่าด้วยการจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์ให้กับผู้แทนหมู่บ้านและชุมชน 10 หมู่บ้านของตำบลแจระแม

บันทึกข้อตกลงระหว่างเครือข่ายพลเมืองส่งเสริมธรรมาภิบาลตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานีกับเทศบาลเมืองแจระแม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เครือข่ายพลเมืองธรรมาภิบาลและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งองค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในพื้นที่ตำบลแจระแม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในบริหารจัดการที่ดินสาธารณะประโยชน์ในตำบลแจระแม

นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานมอบบันทึกข้อตกลงพลเมืองว่าด้วยการจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์แบบมีส่วนร่วมระหว่างเครือข่ายพลเมืองส่งเสริมธรรมาภิบาลตำบลแจระแม อำเภอเมือง กับเทศบาลตำบลแจระแม ให้กับผู้แทนหมู่บ้านและชุมชน จำนวน 10 หมู่บ้าน ที่วัดบ้านหนองจาน ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจัดทำขึ้นระหว่างเครือข่ายพลเมืองส่งเสริมธรรมาภิบาลตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานีกับเทศบาลเมืองแจระแม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เครือข่ายพลเมืองธรรมาภิบาลและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งองค์กรภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในพื้นที่ตำบลแจระแม ได้เข้ามามีส่วนร่วมในบริหารจัดการที่ดินสาธารณะประโยชน์ในตำบลแจระแม โดยทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมกัน 9 ข้อ ประกอบด้วย

1.เทศบาลเมืองแจระแม ร่วมกับชุมชนส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์ใน 10 หมู่บ้านของตำบลแจระแม

2. เทศบาลเมืองแจระแม สนับสนุนงบประมาณในการสำรวจแนวเขต รังวัดที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตตำบลแจระแมและให้มีการจัดทำป้ายแนวเขตและอาณาเขตที่ชัดเจน

3. เทศบาลเมืองแจระแม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมใด้วยชุมชนจัดทำแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ในรูปคันดิน คู คลองหรือการปลูกป่าชุมชนเพื่อแสดงแนวเขต

4. เทศบาลเมืองแจระแม ร่วมกับประชาชนในพื้นที่จัดทำระเบียบ กฎเกณฑ์และมาตรการของชุมฃชนสำหรับการใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อป้องกันการบุกรุก

5. เทศบาลเมืองแจระแม จัดตั้งศูนย์ประสานงาน สนับสนุนงบประมาณและบุคลากรเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและเป็นหน่วยงานให้ความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินสาธารณประโยชน์

6. เทศบาลเมืองแจระแม ร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับที่ดินสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนและสาธารณชน

7. เทศบาลเมืองแจระแม ร่วมกับชุมชนจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เช่น บุญหลักไม้แก่น ปลุกป่าชุมชน เพื่อกระตุ้นให้คนในชุมชนรู้สึกหวงแหนและปกป้องที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน

8. เทศบาลเมืองแจระแม ส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมจัดสภาพแวดล้อม อนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาบริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

9. เทศบาลเมืองแจระแม ต้องจัดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์หรือการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตตำบลแจระแม และนำผลการรับฟังความคิดเห็นเผยแพร่ต่อสาธารณชน




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว
12 พ.ค. 57

รอง ผวจ.อุบลราชธานี ร่วมงาน บุญหลักไม้แก่น และเปิดการเสวนา ที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน

เพื่อนำหลักไม้แก่น ปักเป็นแนวเขตที่ดินสาธารณของชุมชน ป้องกันการบุกรุกพร้อมเปิดเวทีเสวนาร่วมรับฟังแนวคิดในการรักษาและป้องกันการบุกรุกที่ดินสาธรรณชุมชนจากผู้บริหารท้องที่,ผู้นำท้องถิ่น,ชาวบ้าน,เยาวชนและนักวิชาการจาก ม.อุบลราชธานี

       นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดการทำบุญหลักไม้แก่นและเปิดเวทีเสวนา ที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน ที่วัดบ้านหนองจาน ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งคณะทำงานธรรมาภิบาลบ้านหนองแก บ้านทัพไทและบ้านหนองจาน ร่วมกับเทศบาลเมืองแจระแมและคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา (USAID) ได้ร่วมดำเนินโครงการ การจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์อย่างมีส่วนร่วม ตำบลแจระแม โดยการจัดงาน ทำบุญหลักไม้แก่น โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อนำหลักไม้แก่น ไปปักเป็นแนวเขตในที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน ที่ป่าห้วยบังโกย เพื่อให้เป็นพื้นที่นำร่องในการแสดงถึงพลังของประชาชนในการร่วมอนุรักษ์และจัดการที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชนและเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้และนำเป็นแนวทางในการรักษา อนุรักษ์และป้องกันการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน ทั้งนี้ในพื้นที่ตำบลแจระแม จำนวน 10 หมู่บ้าน มีที่ดินสาธารณประโยชน์จำนวน 117 แปลง มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล) เพียง 53 แปลง ส่วนที่เหลือ 64 แปลง ยังไม่สามารถออกหนังสือ นสล. ได้ เนื่องจากยังมีปัญหาแนวเขตที่ดิน ซึ่วชาวบ้านต่างทราบดีว่าที่ดินสาธารณประโยชน์แต่ละแห่งนั้นตั้งอยู่ที่ใดบ้างแต่ยังไม่มีแนวเจตที่ชัดเจน

          ด้านการจัดเวทีเสวนา ที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชน โดยผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแจระแม, สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแจระแม,ผู้ใหญ่บ้านทุ่งหว้า,ตัวแทนคณะธรรมาภิบาล ตำบลแจระแม,ตัวแทนเยาวชนตำบลแจระแมและคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งต่างแสดงแนวคิดในการป้องกันการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชนโดยการกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมในการดูแลเฝ้าระวังอีกทั้งการดำเนินบทบาทของผู้บริหารท้องที่และท้องถิ่นในการดูแลที่ดินสาธรรณประโยชน์รวมถึงการนำเยาวชนได้มาร่วมเรียนรู้การทำงานเพื่อสานต่อการรักษาและป้องกันการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ของชุมชนต่อไป




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว
12 พ.ค. 57

สุรินทร์ประชุมเตรียมพร้อมการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2557

จังหวัดสุรินทร์ ประชุมการเตรียมการฝึกบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ การฝึกซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2557 ด้านภัยจากการสู้รบ (การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ)

             วันที่ 12 พ.ค.57 ที่ห้องประชุมสุรินทร์ภักดี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานประชุมคณะทำงานจัดการฝึกซ้อมแผนการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2557 โดยที่จังหวัดสุรินทร์ จะเป็นการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านภัยจากการสู้รบ (การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ)
            ด้วยคณะกรรมการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติจะดำเนินการฝึกบริหารวิกฤตการณ์แห่งชาติ ประจำปี 2557 (C-MEX14) เพื่อฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหารภายใต้กรอบการบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ และกำหนดกรอบสถานการณ์ฝึกให้ครอบคลุมภัยการสู้รบภัยมั่นคงรูปแบบใหม่ในพื้นที่ทางบกและทางทะเล โดยกำหนดจะดำเนินการฝึกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ คือการฝึกในที่บังคับ (CPX) ระหว่างวันที่ 9-12 มิ.ย.57 และ การฝึกซ้อมภาคสนาม (FTX) ระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย.57 ซึ่งกำหนดพื้นที่ไว้ที่ กองอำนวยการศูนย์อพยพโรงเรียนบ้านโคกกลาง ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยในวันที่ 20 พ.ค.57 ทางคณะทำงานจะได้ประชุมในพื้นที่เพื่อดูภูมิประเทศในการเตรียมการฝึกซ้อมอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อำเภอพนมดงรักต่อไป




กำชัย วันสุข
ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

ชาวจังหวัดสุรินทร์และนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากร่วมชมขบวนแห่ประเพณีบวชนาคช้างหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ซึ่งเป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าควรอนุรักษ์ และสืบทอดให้คงอยู่สืบไป

วันนี้ (12 พ.ค. 2557) ที่ศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ต.กระโพ จังหวัดสุรินทร์ นายเอกรัตน์ อังคสิทธิ์ ปลัดจังหวัดสุรินทร์เป็นประธานในการเปิดงานประเพณีบวชนาคช้าง ประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลกระโพ และชาวหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ. ท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11- 13 พ.ค. 2557 เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่คู่ชุมชนคนเลี้ยงช้าง ตลอดไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานประเพณีบวชนาค และวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ตลอดจนภูมิปัญญาอันดีงาม ของท้องถิ่นชุมชนกวยเลี้ยงช้าง ให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้หมู่บ้านช้างเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสุรินทร์ และจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวในรูป แบบบ้านโฮมสเตย์ และเพื่ออนุรักษ์ช้าง หาทางช่วยเหลือช้าง ช่วยเหลือคนเลี้ยงช้าง ให้ช้างมีอาหารกินที่เพียงพอ ให้คนเลี้ยงช้างมีงานทำ มีรายได้ที่เหมาะสมไม่ต้องนำช้างออกเร่ร่อนหากินให้เป็นภาระสังคมอีกต่อไป ทั้งนี้ในวันขึ้น 13-14-15 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี ผู้เฒ่า ครูบาอาจารย์เล่าว่า บุตรหลานชายหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับแล้วในเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนไม่มีที่ศึกษาต่อ หรือมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์พออุปสมบทได้แล้ว และยังเป็นโสด บิดามารดาก็จะนำไปฝากเป็นนาคอยู่ที่วัดก่อน เพราะเป็นเวลาว่างงานแล้วยังจะได้เตรียมงานช่วยทางวัดอีกด้วย และอีกอย่างหนึ่ง คือ ประมาณเดือน 6 ฝนเริ่มตกบรรยากาศเริ่มดีพืชพันธุ์ธัญญาหารทางธรรมชาติก็เริ่มงอกงามขึ้นบ้างแล้ว เป็นเวลาที่ทุกคนจะ เริ่มลงมือทำไร่ ทำนาตามประเพณีนิยมท้องถิ่น จึงประกาศให้บุตรหลานผู้สนใจ และมีจิตศรัทธาเข้าบรรพชาอุปสมบทในวันดังกล่าว พร้อมๆ กันครั้งเดียว แล้วทุกคนทุกครัวเรือนในเขตรัศมีวัดร่วมเป็นเจ้าภาพไม่จำเพาะเจาะจงว่าเป็นบุตร หลานของใคร ผู้ใดมีช้าง มีม้าก็ให้นำมาร่วมขบวนแห่ จนกลายเป็นงานประเพณีประจำปีของชาวกวยอาเจียงถึงปัจจุบัน ในการจัดงานประเพณีบวชนาคช้างในปีนี้จัดให้มีกิจกรรมตามประเพณีโบราณอย่างหลากหลายซึ่ง มีนาคที่สนใจเข้าบวชในครั้งนี้จำนวน 25 องค์ ซึ่งวันนี้( 12 พ.ค. 57) จัดให้มีขบวนแห่นาคด้วยช้างจำนวนกว่า 80 เชือกที่สวยงามยิ่งใหญ่เพื่อแห่ไปประกอบพิธีเซ่นศาลปู่ตา บริเวณสิมน้ำ ณ วังทะลุ บริเวณที่ลำน้ำชี และแม่น้ำมูลไหลมาบรรจบกัน โดยได้รับความจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเที่ยวชมกันอย่างคึกคัก



ประนนท์ ไม้หอม
ส.ปชส./สุรินทร์/รายงาน

จังหวัดนครพนมประกอบพิธีตัดผ้าไหมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

จังหวัดนครพนมทอผ้าไหมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ณ ศาลาบำเพ็ญบุญวัดธาตุประสิทธิ์  อำเภอนาหว้า  จังหวัดนครพนม 

          นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  ประธานพิธีทอผ้าไหมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  87 พรรษา  โดยทอผ้าไหมลายลูกแก้วมัดหมี่สีฟ้า–เหลือง  ความยาว 89 เมตร  เพื่อทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  โดยจังหวัดนครพนมนั้นได้ทอผ้าไหมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ  ในโอกาสสำคัญต่างๆ มาแล้ว 8 ครั้ง

ปภ.ติดตามข้อมูลจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวถึงวันที่ 12 พฤษภาคมยังเกิด aftershock อีกหลายครั้ง

นายวีระศักดิ์  วิเชียรแสน  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยติดตามข้อมูลจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว  กรมอุตุนิยมวิทยา ว่า  จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเวลา 18.08 น.ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557  บริเวณ ตำ.ทรายขาว  อ.พาน จ.เชียงราย  ความลึก 7 กิโลเมตร  ขนาด 6.3 ริกเตอร์  วัดจนถึงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 12 พฤษภาคม 2557  เกิดแผ่นดินไหวตามมา ดังนี้ ขนาด 5-5.9 ริกเตอร์ 7 ครั้ง  ขนาด 4-4.9 ริกเตอร์  28 ครั้ง  ขนาด 3-3.9 ริกเตอร์  116 ครั้ง  และขนาดน้อยกว่า 3.0 ริกเตอร์  มากกว่า 545 ครั้ง  รวมเกิด aftershock ขึ้นอีกกว่า 696 ครั้ง   จึงขอให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุแผ่นดินไหว

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดนครพนม แจ้งราคารับซื้อและราคาจำหน่ายสุกร เนื้อสุกรแนะนำ

นายสุนทร  ภักดีศรีโฆษิต  การค้าภายในจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ  ประกาศราคารับซื้อและราคาจำหน่ายสุกร เนื้อสุกรแนะนำ ระหว่างวันที่ 7-12  พฤษภาคม 2557  ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภาคกลางและภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคเหนือ เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในด้านราคาที่สมเหตุสมผลสอดคล้องกับต้นทุน รวมทั้งให้พ่อค้าคนกลางมีการกำหนดราคาที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อผู้บริโภค เขตพื้นที่ กรุงเทพฯ  ภาคกลาง ภาคตะวันตก ราคารับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม  ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 78  บาท  ขายส่งหมูซีก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 92 บาท ขายส่งชิ้นส่วนสะโพก  ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 127 บาท  ขายปลีกเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 143 บาท  ขายปลีกเนื้อแดงตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 154  บาท

           ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ราคารับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม  ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 80 บาท  ขายส่งหมูซีก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 94 บาท  ขายส่งชิ้นส่วนสะโพก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ  129 บาท  ขายปลีกเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 145 บาท ขายปลีกเนื้อแดงตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 157 บาท

           ภาคตะวันออก  ราคารับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ  80 บาท  ขายส่งหมูซีก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 94  บาท   ขายส่งชิ้นส่วนสะโพก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 129 บาท  ขายปลีกเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 145  บาท ขายปลีกเนื้อแดงตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 157  บาท

          ภาคใต้  ราคารับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 78 บาท  ขายส่งหมูซีก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 92  บาท ขายส่งชิ้นส่วนสะโพก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 127  บาท ขายปลีกเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 143 บาท ขายปลีกเนื้อแดงตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 154 บาท

         ภาคเหนือ  ราคารับซื้อสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 79 บาท  ขายส่งหมูซีก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 93  บาท ขายส่งชิ้นส่วนสะโพก ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 128  บาท ขายปลีกเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 144 บาท ขายปลีกเนื้อแดงตัดแต่ง (สะโพกและไหล่) ไม่สูงกว่ากิโลกรัมละ 156  บาท 

         กรณีจำหน่ายสุกรสูงกว่าราคาแนะนำ  มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ  และไม่ติดป้ายแสดงราคาจำหน่ายหรือจำหน่ายไม่ตรงตามราคาที่ป้ายแสดงไว้  มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ๐-๔๒๕๒-๐๙๘๗-๘  โทรสาร ๐-๔๒๕๒-๐๙๘๘

วิทยาลัยบรมราชชนนี นครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม จัดการประชุมวิชาการด้านสุขภาพระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 1

ดร.สุวิทย์  เลาหศิริวงศ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม  เปิดเผยว่า  วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม จัดการประชุมวิชาการด้านสุขภาพระดับชาติ  ครั้งที่ 1 " 1 st Nkhon phanom National and International Conference in Healthcare” เรื่อง Pramoting cross-cultural excellence in research and practice ขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2557 ณ ห้องประชุมพลตำรวจเอกสนอง วัฒนวรางกูร ชั้น 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี  นครพนม  มหาวิทยาลัยนครพนม  โดยจัดให้มีกิจกรรมวิชาการต่างๆ  เช่น การบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับชิตและนานาชาติ  และการนำเสนอผลงานวิจัยในประเด็นที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการดูแลสุขภาพ  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  และเป็นแนวทางในการพัฒนาการให้บริการด้านสุขภาพบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรม

          โดยการจัดประชุมวิชาการฯ  ในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงความสำคัญของการให้บริการสุขภาพของประชาชน  ส่งเสริมการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมกับการดูแลสุขภาพไปสู่การปฏิบัติ  เพื่อเปิดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความท้าทายในการวิจัยอันจะนำไปสู่การนวัตกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้เหมาะสมกับบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม  และเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันทั้งในระดับชาติและนานาชาติในการพัฒนางานวิจัยและระบบการให้บริการสุขภาพบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก

สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก  จังหวัดนครพนมขอเชิญพุทธศาสนิกชนแต่งกายชุดสีขาวปฏิบัติธรรม

          นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ประสูติ  ตรัสรู้ ปรินิพพาน เป็นวันสำคัญสากลของโลก  ซึ่งปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม  2557 ซึ่งวันสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2557 ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร และวัดทุกวัดในจังหวัดนครพนม  จึงขอเชิญส่วนราชการรณรงค์การแต่งกายชุดสีขาวหรือชุดปฏิบัติธรรมสีขาวตลอดงานเทศกาลวันวิสาขบูชาโลก  ประจำปี 2557 โดยลด  ละ  เลิกอบายมุข  ประดับธงทิวตามอาคารบ้านเรือน  ร้านค้า และสถานที่ราชการ