วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

นรข.นครพนม จัดงานวันรำลึกวันอาภากร

หน่วยงานราชการ  รัฐวิสาหกิจ  ประชาชน  สื่อมวลชน  ร่วมวางพวงมาลารำลึกวันอาภากร ที่อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  จังหวัดนครพนม

พลเรือตรีอารักษ์  แก้วเอี่ยม  ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  พร้อมด้วยนายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  หัวหน้าส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  ประชาชน  สื่อมวลชน  ร่วมวางพวงมาลารำลึกกรมหลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 91  จากนั้นอ่านคำประกาศเกียรติคุณของผู้บัญชาการกองทัพเรือ

โอกาสนี้พลเรือตรีอารักษ์  แก้วเอี่ยม  กล่าวว่า  กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  ถือเป็นองค์พระบิดาทหารเรือที่มีคุณต่อประเทศชาติและคนไทย  ซึ่งทหารเรือที่เป็นทหารเรือได้ในวันนี้เพราะพระองค์ท่านได้วางรากฐานไว้ให้มีความเจริญก้าวหน้า  จึงขอให้ประชาชนคิดถึงคุณประโยชน์   ทหารเรือจะรักษาทรัพย์สมบัติและประเทศชาติไว้ให้อยู่คู่ประชาชนคนไทยให้ยาวนาน  และจะยึดมั่นในสิ่งที่พระองค์ได้วางรากฐานไว้เพื่อประชาชนต่อไป

รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย ห่างไกลยาเสพติด “อบจ.นครพนมสานฝันเทิดไท้องค์ราชัน” ในโครงการ TO BE NUMBER ONE ในรอบรองชนะเลิศ

การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ห่างไกลยาเสพติด รอบรองชนะเลิศได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว รายชื่อผู้ประกวดร้องเพลงที่ผ่านรอบรองชนะเลิศและมีสิทธิ์เข้าประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย ห่างไกลยาเสพติด ในรอบชนะเลิศ มีดังนี้

ประเภทรุ่นเล็ก (อายุ 15-19 ปี) จำนวน 4 คน ประกอบด้วย
1. น.ส.ปนิดา พูดดี
2. น.ส.ณัฐฐาพร บุตรไชย
3. น.ส.สุนิตา สมมะวัง
4. น.ส.มลิวัลย์ ถินมานัด

ประเภทรุ่นใหญ่ (อายุ 20-40 ปี) จำนวน 4 คน ประกอบด้วย
1. นายอนุสรณ์ พนมศักดิ์
2. นายธีรวุฒิ คำแสน
3. นายทศพรชัย ไตรยราช
4. น.ส.รัชนก มูลเพ็ญ

ผู้ผ่านรอบรองชนะเลิศ ทั้ง 8 คน ให้ไปรายงานตัวเพื่อเข้าประกวดร้องเพลงตามโครงการฯ รอบชิงชนะเลิศ ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2557 เวลา 08.30 น. ณ เวทีชั่วคราวบริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม หากท่านใดไม่ไปตามกำหนดเวลา คณะกรรมการฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ที่จะเข้าประกวดในรอบดังกล่าว สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม http://www.nkppao.com

ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ มีผลการตรวจสอบเป็นดังนี้ คุณภาพน้ำลำปาวบริเวณใต้เขื่อนลำปาว ตำบลลำคลอง อำเภอเมือง บริเวณสะพานข้ามลำน้ำพาน ตำบลหลุบ อำเภอเมืองพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ บริเวณบ้านดอนสนวน ตำบลหลุบ อำเภอเมืองและบริเวณตำบลกมลาไสยพบว่าปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจนสูง บริเวณตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำพบปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน บริเวณตำบลกุดจิก อำเภอท่าคันโทและบริเวณตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโทพบว่าปริมาณความสกปรกของน้ำในรูปสารอินทรีย์มีค่าค่อนข้างสูง

ส่วนคุณภาพน้ำลำปาวน้อย จากการตรวจสอบ 1 พื้นที่บริเวณบ้านสุขสวัสดิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่พบปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจนสูง และคุณภาพน้ำลำน้ำยัง บริเวณบ้านกุดโง้ง ตำบลกุดค้าว อำเภอกุฉินารายณ์พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ประกอบการ โรงงาน โรงเรียน สถาบันการศึกษา ฯลฯ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่ระบายน้ำเสียที่มีค่าเกินมาตรฐานออกนอกพื้นที่ตนเอง พร้อมทั้งต้องทำการบันทึกและรายงานการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียต่อเทศบาล และ อบต.เป็นประจำทุกเดือนด้วย



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

อำเภอ ซำสูงจังหวัดขอนแก่นประกาศเจตนารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่หอประชุมอำเภอซำสูงนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านกลุ่มพลังสตรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอ ซำสูง ร่วมกันปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งประกาศสงครามในการต่อต้านยาเสพติดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นโดยให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชนมีกฏหมู่บ้าน ชุมชน ตั้งอาสาสมัครเป็นเวรยามหมู่บ้านและช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้เหมือนกับตาสับปะรดอยู่ที่ไหนก็เห็นพฤติกรรมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด เราจะได้นำลูกหลานของเราที่หลงผิดกลับมาจากวงจรการค้าการเสพยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน สำหรับ อำเภอซำสูง มี 5 ตำบล 35 หมู่บ้านมีการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติดในปี 2556 มีการดำเนินคดียาเสพติด 120 คดี ปี2557ตั้งแต่เดือนมกราคมมานี้ดำเนินคดีไปแล้ว 80 รายนำผู้เสพไปบำบัด 88 คน มีการทำประชาคมหมู่ รีเอกซเรย์คนในพื้นที่ ออกกฏหมู่บ้านในการเฝ้าระวังยาเสพติด มีการตรวจสอบร้านอินเตอร์เน็ต 19 ร้านร้านคาราโอเกะ 4 ร้านมีร้านอินเตอร์เน็ตฝ่า 1 ร้านทำการสั่งพักใบอนุญาต 60 วัน และขณะนี้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกหมู่บ้านร่วมโครงการงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ตอนนี้ทั้ง 35 หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการที่ผ่านมามีอยู่ 21 งานผ่านการรับรองว่าเป็นงานศพปลอดเหล้าปลอดการพนัน โดยในงานนี้มีการมอบป้ายหมู่บ้านปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืนและหมู่บ้านงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ให้กับทั้ง 35 หมู่บ้านด้วย

จังหวัดขอนแก่นร่วมกับธนาคารออมสินจัดโครงการค่ายพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน กลุ่มเสี่ยงเพื่อคืนคนดีสู่สังคม

ที่ห้องฝึกอบรม สวนสัตว์ขอนแก่น นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการค่ายพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ จำนวน 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย จากสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในปัจจุบัน ส่งผลให้เด็กและเยาวชนกระทำผิดมากขึ้น ดังนั้น จังหวัดขอนแก่นโดยสำนักงานคุมประพฤติขอนแก่นร่วมกับทางธนาคารออมสิน  ร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนที่เคยพลาดพลั้ง กระทำผิด ให้รู้จักบทบาทหน้าที่ของตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นต่อสังคม และต่อชาติบ้านเมือง รวมทั้งเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต การจัดกิจกรรมเป็นรูปแบบการเข้าค่ายลูกเสือ ซึ่งเป็นภารกิจที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงก่อตั้ง และนำมาใช้ในโครงการนี้ การฝึกแบบลูกเสือเพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จักพึ่งพาตนเอง ซื้อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ มีการพัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้เด็ก และเยาวชนมีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น  จะส่งผลให้เด็กและเยาวชนกระทำความผิดซ้ำลดลง  นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้มีการพูดคุยกับเด็กๆเยาวชนเพื่อให้ทุกคนเข้าใจสภาพปัญหาของยาเสพติดที่ระบาดสร้างปัญหาให้กับสังคมในปัจจุบันซึ่งทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันแก้ไขเพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลงพร้อมทั้งชี้แจงปัญหาในเรือนจำให้กับเยาวชนทุกคนฟังด้วยเพื่อให้เห็นสภาพความเป็นอยู่จริงเป็นการสร้างจิตวิทยาให้กับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงเกิดความคิดที่เปลี่ยนไปเพราะหากยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็จะมีสภาพที่ไม่ต่างจากคนติดคุกและหากมีการจับกุมก็จะมีโอกาสเข้าไปในคุกอย่างถาวรได้   การเข้าค่ายของเยาวชนครั้งนี้มีกำหนด 5 วัน 4 คืน หลังจากผ่านการเข้าค่ายแล้วเยาวชนก็จะนำความรู้ครั้งนี้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้  เป็นการคืนคนดีกลับสู่สังคม อีกแนวทางหนึ่ง

ชุมนุมเรียกร้องแก้ปัญหาเลี้ยงไก่เนื้อหลังถูกฟาร์มใหญ่เบี้ยวไม่จ่ายเงินมานานกว่า 1 ปี

ผู้เลี้ยงไก่เนื้อในระบบฟาร์มชัยภูมิกว่า 100 ราย ชุมนุมเรียกร้องให้ภาครัฐ เร่งช่วยเหลือเยียวยา หลังถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ค้างการจ่ายเงิน มานานนับปี ต้องหันไม่พึ่งเงินกู้นอกระบบ จนแบกรับภาระดอกเบี้ยต่อไปไม่ไหว

เมื่อเวลา 10.00น. วันนี้ 19 พ.ค. 57 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ กว่า 100 ราย นำโดยนายชวน โม่งประณีต ตัวแทนกลุ่มผู้ร้องเรียนเครือข่ายผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญาจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางมาชุมนุมกัน บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกโนนไฮ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ เพื่อให้ทางธนาคาร เร่งรัดการการแก้ไขปัญหาเกษตรกร ภายหลังถูกบริษัทในเครือสหฟาร์ม ผิดนัดไม่สามารถชำระหนี้ได้ มาตั้งแต่ปี 2555 ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อกับบริษัทสหฟาร์มและบริษัทโกลเด้นไลน์บิสฺซิเนสจำกัด ได้รับความเดือดร้อน อ้างว่าประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน จนมีการยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งธนาคารกรุงไทย มีส่วนในการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เสนอต่อศาล และศาลนัดไต่สวนในวันที่ 26 พ.ค.57 นี้ เกษตรกรเกรงว่า ในส่วนของตนเองจะไม่ได้รับการจัดทำแผนบรรจุไว้ จึงรวมกันมายื่นหนังสือ โดยมีนายจีรศักดิ์ สุบรรณประเสริฐ ผวจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาหฤทัย มารับหนังสือ และจะส่งต่อไปยังสำนักงานใหญ่ต่อไป นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ช่วยเร่งรัดอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวชัยภูมิ โดยมีนายนิพนธ์ สาธิตสมิธพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ลงมารับหนังสือ

นายชวน โม่งประณีต ตัวแทนกลุ่มผู้ร้องเรียนเครือข่ายผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญาจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ชัยภูมิเป็น 1 ใน 18 จังหวัด ที่ประสบปัญหา เกษตรกร 94 ราย ยอดหนี้ 104 ล้านบาท หลังไม่ได้รับเงิน ได้รับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง เพราะใช้หลักทรัพย์กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพื่อสร้างฟาร์มใหม่ ซื้ออุปกรณ์การเลี้ยงใหม่ จ่ายค่าแรงงาน เมื่อบริษัทค้างจ่าย เกษตรกรจึงขาดทุนหมุนเวียนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้สิน ผิดนัด ถูกปรับดอกเบี้ย ถูกฟ้องร้อง ถูกยึดทรัพย์ รื้อโรงเรือน หรือขายฟาร์ม บางรายเปลี่ยนไปเลี้ยงให้บริษัทรายใหม่ ขณะที่ รายย่อยจำนวนมากไม่สามารถประกอบอาชีพได้

ข้อเรียกร้องวันนี้ ได้ขอให้ธนาคารกรุงไทย ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเป็นกรณีพิเศษ ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านการเงิน และผู้ดูแลการฟื้นฟูกิจการกลุ่มบริษัทสหฟาร์ม เกรงว่าพอแผนประกาศออกมา จะมีเฉพาะในส่วนของสถาบันการเงิน ไม่มีส่วนของเกษตรกร ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงต้องรวมตัวกันเรียกร้องในวันนี้ ข้อแรก ให้เร่งรัดแก้ปัญหาโดย กำหนดมาตรการในการซื้อหนี้บริษัทสหฟาร์ม และบริษัทโกลเด้นไลน์บิสฺซิเนสจำกัด ที่ค้างจ่ายเกษตรทั้งหมด 18 จังหวัด 497 ราย ยอดหนี้ 332ล้าน 434,419.68 บาท และดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการ 2. ให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือ อย่างเป็นรูปธรรม โดยชะลอการบังคับชำระหนี้ ยกเลิกการคิดดอกเบี้ยปรับ หรือดอกเบี้ยในอัตราผิดนัด พักชำรำหนี้ สนับสนุนวงเงินสินเชื่อใหม่ ดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งหักลบกลบหนี้ 3.ให้กำหนดแนวทางการจัดทำแผนฟื้นฟูกลุ่มบริษัทสหฟาร์ม โดยระบุถึงการเร่งชำระหนี้เต็มจำนวนแก่เกษตรกร และส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อ ควบคู่กับกระบวนการฟื้นฟูกิจการ



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

แม่ทัพภาคที่ 2 เรียกผู้ว่าฯ 20 จังหวัดภาคอีสาน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในโคราชเข้าชี้แจงการประกาศกฏอัยการศึก

วันนี้ (20 พ.ค. 57) เวลา 14.00 น. พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ประมาณ 150 คน เข้าประชุมที่ห้องประชุม อาคารวิบูลย์ศักดิ์ ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เพื่อชี้แจงเรื่องการประกาศกฎอัยการศึก โดยมีวาระการประชุม 3 เรื่อง ประกอบไปด้วย 1.ชี้แจงการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่, 2.การปรึกษาแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 3.การมอบแนวทางการปฏิบัติในช่วงประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งที่ประชุมได้มีการวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ., แม่ทัพภาคที่ 1, 2, 3 และ 4 รวมทั้งกองกำลังสุรนารี และกองกำลังสุรศักดิ์มนตรีด้วย โดยระหว่างการประชุมชี้แจงไม่ได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์แต่อย่างใด

ปปช.โคราช แถลงผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน

วันนี้ (20 พฤษภาคม ๒๕๕7 ) ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา นายพิเชฐ พุ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการแถลง
ผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในรอบ 6 เดือน ปีงบประมาณ 2557 (ตุลาคม 2556 – มีนาคม 2557) โดย นายพิเชฐ พุ่มพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมาในรอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินงานโดยแยกตามภารกิจหลัก ประกอบด้วย ภารกิจด้านปราบปรามการทุจริต เรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2557 จำนวนทั้งสิ้น 161 เรื่องโดยแยกเป็นเรื่องร้องเรียนใหม่ที่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง 157 เรื่อง (ยกมาจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 จำนวน 55 เรื่อง รับใหม่จำนวน 18 เรื่อง และโอนมาจากสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 84 เรื่อง) แบ่งเป็น - เรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 84 จำนวน 132 เรื่อง - เรื่องที่พนักงานสอบสวน ส่งเรื่องให้ตามมาตรา 89 จำนวน 7 เรื่อง - เรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 จำนวน 15 เรื่อง - เรื่องกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 66 จำนวน 1 เรื่อง - เรื่องกล่าวผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ จำนวน 2 เรื่อง และเป็นเรื่องที่ไต่สวนข้อเท็จจริงโดยอนุกรรมการ ซึ่งเป็นเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 84 จำนวน 4 เรื่อง เรื่องร้องเรียนใหม่ที่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง จำนวน 157 เรื่อง ได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้วเสร็จในรอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จำนวน 18 เรื่อง (โดยเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏพฤติการณ์แห่งการกระทำชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ จึงไม่รับเรื่องไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวน 10 เรื่อง และเป็นเรื่องมีมูลความผิด รับเรื่องไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวน 8 เรื่อง) เรื่องที่ไต่สวนข้อเท็จจริงโดยอนุกรรมการ จำนวน 4 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 1 เรื่อง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2557 คงเหลือเรื่องร้องเรียนอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 142 เรื่อง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จัดการประชุมสภากาแฟสัญจร ครั้งที่ 5 ประจำปี 2557

วันนี้ (20 พ.ค. 57) เวลา 07.30 น. ที่ ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 3 จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมสภากาแฟสัญจร ครั้งที่ 5 ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นโดย กระทรวงยุติธรรม มีหัวหน้าส่วนระดับจังหวัดเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานของแต่ละกระทรวงในระดับจังหวัด สำหรับในการประชุมสภากาแฟสัญจรในครั้งนี้ นอกจากจะมีการหารือข้อราชการและการดำเนินงานในด้านต่างๆแล้วได้มีการจัดเลี้ยงอีกด้วย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ฝากไปถึงหน่วยงานราชการร่วมประชาสัมพันธ์ในการเป็นเจ้าภาพที่ดีในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ ที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ รวมทั้งร่วมกันสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคม สำหรับการประชุมสภากาแฟสัญจรครั้งต่อไป ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นโดย กระทรวงแรงงานและกระทรวงพาณิชย์

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย บรรยายพิเศษในหัวข้อ คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน ที่โคราช

วันนี้ (19 พ.ค. 57 ) ที่ ห้องประชุมโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อเรื่อง คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน โดยมี นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะครู อาจารย์ และนักเรียนโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย เข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษเป็นจำนวนมาก สำหรับการบรรยายพิเศษของ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้แก่ข้าราชการ และนักเรียนในพื้นที่รับผิดชอบในเรื่องการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในสังคม โดยสาระสำคัญของการบรรยายพิเศษ ได้แก่ การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม อันเป็นหลักสำคัญพื้นฐานของสังคมไทย การดำรงตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ความกตัญญู ความรู้รักสามัคคี การยึดมั่นเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางรวมใจของคนไทยทั้งชาติ และทรงตรากตรำพระวรกายดูแลห่วงใยทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามาโดยตลอด การเจริญตามรอยเบื้องพระยุคลบาทที่ทรงทุ่มเทเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน ตลอดจนการศึกษาเล่าเรียน

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ติวเข้มข้าราชการฝ่ายปกครอง เพื่อเตรียมความพร้อม สู่ ประชาคมอาเซียน

วันนี้ (19 พ.ค. 57) ที่โรงแรมรายาแกรนด์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษ ในโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมของฝ่ายปกครอง สู่ ประชาคมอาเซียน จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของประชาคมอาเซียนต่อภารกิจของกรมการปกครองให้กับบุคคลากรฝ่ายปกครองในพื้นที่จังหวัด ให้สามารถปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบอันอาจจะเกิดขึ้น ตลอดจนสามารถต่อยอดสร้างความตระหนักรู้สู่ภาคประชาชนได้และเพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจด้านประชาคมอาเซียนให้กับบุคคลากรฝ่ายปกครองในพื้นที่จังหวัด อันจะเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรฝ่ายปกครองในภาพรวม โดยมีข้าราชการลูกจ้างที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอ เข้าร่วมอบรม จำนวน 110 คน

ด้านหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเข้าสู่ประชาอาเซียนในปี 2558 ทุกจังหวัดจะต้องเร่งรัดในการทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ผ่านมาหลายจังหวัดมีการดำเนินการไปไกลเกินกว่าดัชนีตัวชี้วัดที่กำหนด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี ทั้งนี้ในพื้นที่ 32 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น จะต้องมีบริบทเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้กับข้าราชการในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ความเข้าใจในเรื่องของภาษา รวมทั้งความรอบรู้ในเรื่องของการเป็นฑูตในจังหวัดเพื่อต้อนรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางมายังประเทศไทย หม่อมหลวงปนัดดากล่าว

กลุ่มผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญา โคราช ยื่นหนังสือถึง ผวจ หลังไม่ได้รับเงินจาก บมจ.สหฟาร์ม กว่า 20 เดือน

วันนี้ (19 พ.ค. 57) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา กลุ่มผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญา(คปกพ.)กว่า 20 คน นำโดยนายวาสนา นาคดิลก เครือข่ายผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อในระบบพันธสัญญา และนายอุบล อยู่หว้า เครือข่ายเกษตรกรในระบบพันธสัญญา เดินทางเข้ายื่นหนังผ่าน นายวินัย วิทยานุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังกลุ่มเกษตรผู้เลี้ยงไก่เนื้อ ได้รับความเดือดร้อนจากการเลี้ยงไก่เนื้อระบบพันธสัญญา เนื่องจากบริษัทสหฟาร์ม จำกัด และบริษัทโกลเด้นท์ ไลท์ บิสซิเนส จำกัด ไม่ชำระหนี้ โดยบริษัทอ้างว่าประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน จนมีการยื่นคำร้องศาลล้มละลายกลางเพื่อเข้าสู่ระบบกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

นายวาสนา นาคดิลก เครือข่ายผู้ประกอบการฟาร์มไก่เนื้อระบบพันธสัญญา(คปกพ.) เปิดเผย ว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่กว่า 497รายใน 18 จังหวัดได้รับความเดือดร้อนจาก บจก.สหฟาร์ม ขาดสภาพคล่องจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 20 เดือนแล้วที่ยังไม่ได้รับเงินหลังจากส่งมอบไก่เข้าโรงเชือด โดยปกติจะได้รับเงิน 21 วันหลังส่งมอบไก่ดังกล่าว ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินที่จะชำระหนี้จากธนาคารที่ได้ทำการกู้ยืมมาเพื่อประกอบกิจการเลี้ยงไก่เนื้อในระบบพันธสัญญา ดังนั้นกลุ่มเกษตรกรจึงต้องการให้ทางจังหวัดเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือดังนี้ 1.ชะลอการบังคับใช้หนี้ตามกฎหมาย เพื่อให้เกษตรกรผู้เป็นลูกหนี้ เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ 2.ยกเลิกการคิดเบี้ยปรับ หรือดอกเบี้ยในอัตราผิดนัด และปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นปกติ นับตั้งแต่วันที่เกษตรกรผิดนัดไม่สามารถชำระหนี้ได้ อันเป็นผลมาจากการที่กลุ่ม บมจ.สหฟาร์มไม่ชำระหนี้ 3.พักชำระหนี้ให้เกษตรกรมีกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือจนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และฟื้นฟูจนมีความสามารถในการชำระหนี้ 4.สนับสนุนให้วงเงินสินเชื่อใหม่ เพื่อให้เกษตรกรมีทุนหมุนเวียน และสามารถกลับเข้าสู่วงจรธุรกิจได้ตามปกติ 5.สนับสนุนดอกเบี้ยอัตราต่ำเป็นพิเศษ เพื่อลดภาระของเกษ๖รกรในระหว่างรอผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุนรอบใหม่

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่า

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม เปิดโครงการ "เพิ่มผืนป่า อาสารวมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” สร้างความตระหนักให้นักเรียน นักศึกษา รักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ และร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มผืนป่า

นายดุสิต สะดวก ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม นำคณะครู อาจารย์ บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณพื้นที่ด้านหลังวิทยาลัยฯ ตามโครงการ "เพิ่มผืนป่า อาสารวมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับบุคลากรและนักเรียน นักศึกษา ตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้เพิ่มผืนป่า และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้ยูคาลิปตัส จากบริษัทฟินิคซ์พัลซ์ แอนเพเพอร์จำกัด มหาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 32,000 ต้น

ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม กล่าวว่า ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน เป็นปัจจัย 4 สามารถนำมาสร้างบ้านเรือน เป็นอาหาร ใช้ถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่ม และใช้เป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เราทุกคนจึงควรอนุรักษ์และร่วมมือกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ โดยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มผืนป่า รักษาสภาพแวดล้อมและสมดุลทางธรรมชาติ



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

รวบผู้ต้องหาค้ายาบ้า พร้อมของกลาง 1400 เม็ด

ตำรวจภูธร มหาสารคาม รวบผู้ต้องหาค้ายาบ้า หลังมีพฤติกรรมเสพและจำหน่ายยาบ้าในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นประจำ โดยสามารถจับกุมได้ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 1400 เม็ด

              พ.ต.อ.พรเทพ กลิ่มอุดม ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันจับกุมนายไพรัช หรือ บิว เหลี่ยมกลาง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 บ้านเจริญสุข ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม หลังสืบทราบว่า นายไพรัช หรือ บิว มีพฤติการณ์เสพและจำหน่ายยาบ้า ในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นประจำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า ซึ่งซุกซ่อนภายในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขายาวด้านหน้าขวา รวมจำนวน 400 เม็ด เหตุเกิดบริเวณหน้าปากซอย 2 ถนนมนตรีบำรุง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ขณะที่ผู้ต้องหากำลังยืนรอเพื่อจำหน่ายยาบ้าให้กับลูกค้าบริเวณที่เกิดเหตุ

               ภายหลังการจับกุม นายไพรัช หรือ บิว สารภาพยังมียาบ้าส่วนที่เหลืออยู่ภายในบ้านพัก เลขที่ 9 ซอย 2 ถนนมนตรีบำรุง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจยึด พบยาบ้าอีกจำนวน 1000 เม็ด ที่ผู้ต้องหาซุกซ่อนไว้ในถุงพลาสติกลายการ์ตูน รวมยาบ้าที่ได้จากการจับกุมครั้งนี้ รวม 1400 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ไอโมบาย สีดำ 1 เครื่อง

              เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคามเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯมหาสารคาม วอนอย่าตื่นตระหนกหลังประกาศกฎอัยการศึก

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หลังประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกพ.ศ. 2547 ยันไม่มีผลกระทบในการดำรงชีวิต และจังหวัดมหาสารคามเป็นเมืองแห่งความสงบ

            ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ควบคุมพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป เพื่อขอให้ทุกฝ่ายหยุดการเคลื่อนไหว หลังมีเหตุการณ์ความไม่สงบและการชุมนุมเกิดขึ้น และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น

            นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การประกาศ  พ.ร.บ.กฎอัยการศึกพ.ศ. 2547 เป็นการประกาศเพื่อรักษาความสงบ โดยใช้กำลังทหารได้เต็มรูปแบบ โดยจะไม่มีผลกระทบใด ๆ กับการดำรงชีวิตตามปกติของประชาชน หรือการบริการและปฏิบัติราชการ เพียงแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องตามประกาศต่าง ฯ ของ กอ.รส. จะต้องออกมาต้องปฏิบัติตามเท่านั้น ซึ่งก็คงอยู่ในขอบเขตที่กำหนดใน พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2547 ประชาชน ไม่ต้องตระหนกตกใจ เพราะจังหวัดมหาสารคามบ้านเราสงบเรียบร้อยดี



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

กอ.รส. ฉบับที่ 5/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ฉบับที่ 5/2557
เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
................................................................................

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราช บัญญัติกฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 03.00 น. ไปแล้วนั้น เพื่อให้การดำเนินงานของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้แต่งตั้งบุคคลเป็นที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้
1. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
2. ผู้บัญชาการทหารเรือ
3. ผู้บัญชาการทหารอากาศ
4. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

กอ.รส.เรื่องขอความร่วมมือระงับการถ่ายทอดออกอากาศสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชน

คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ที่ 6/2557
เรื่อง ขอความร่วมมือระงับการถ่ายทอดออกอากาศสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชน
................................................................................
เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชน เป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฏอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงขอความร่วมมือให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชน ระงับการถ่ายทอดออกอากาศ ดังนี้

1.สถานีโทรทัศน์ความเทียมเอ็มวี 5
2.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น
3.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี
4.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท
5.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี
6.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล
7.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย
8.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี
9.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์
10.สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี
11.สถานีวิทยุชุมชน ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามกฏหมายที่กำหนด

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สั่ง ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

กอ.รส.ประกาศห้ามการเสนอข่าว แจกจ่าย จำหน่ายสิ่งพิมพ์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

คำสั่งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ฉบับที่ 3/2557
เรื่อง ห้ามการเสนอข่าว แจกจ่าย จำหน่ายสิ่งพิมพ์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 03.00 น. ไปแล้วนั้น
เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2557 ดังนั้น จึงห้ามการเสนอข่าว แจกจ่าย จำหน่ายสิ่งพิมพ์ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ดังนี้
1.ห้ามนำเสนอข่าวสาร ทั้งในรูปแบบของเอกสาร ภาพ สื่อสิ่งพิมพ์ การออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิล สถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุชุมชน ตลอดจนการเสนอข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ ที่มีเจตนาบิดเบือน ปลุกระดมให้สร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย แตกแยก หรือมีข้อความอันอาจทำให้ประชาชน เกิดความหวาดกลัว การเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่
2.ห้ามแจกจ่าย จำหน่ายสิ่งพิมพ์ ที่มีการนำเสนอข้อมูล/ข่าวสาร อันอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยตามข้อ 1

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
สั่ง ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย

กองทัพบกประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ฉบับที่ 1/2557

ประกาศกองทัพบก
ฉบับที่ 1/2557
เรื่อง การประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก
ตามสถานการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมทางการ เมืองหลายกลุ่ม ได้ทำการชุมนุมประท้วงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล ตลอดจนพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ และมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ด้วยการใช้อาวุธสงครามต่อประชาชน และสถานที่สำคัญอย่างกว้างขวาง เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บและเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดเหตุการณ์จลาจล และความไม่สงบเรียบร้อยอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ อันกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยรวมนั้น
เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 2 และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 03.00 น. เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการกองทัพบก

มหาสารคามเดินหน้าจัดรูปที่ดิน เน้นความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชนในการพัฒนาพื้นที่

จังหวัดมหาสารคามชี้แจงประชาชนพื้นที่เป้าหมายโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ กว่า 170 ไร่ ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และเต็มประสิทธิภาพ เน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ในการพัฒนาพื้นที่

(20-5-57) ประชาชนพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 76 ราย ในพื้นที่ 172 ไร่ ของจังหวัดมหาสารคาม ต่างให้ความสนใจในการเข้ามาร่วมประชุมเพื่อรับฟังคำชี้แจง แนวทางในโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม ที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับเทศบาลเมืองมหาสารคาม จัดขึ้น โดยมีนายอดุล จันทนปุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในการพัฒนาพื้นที่ มุ่งเน้นการจัดรูปที่ดินให้เป็นระเบียบ สวยงาม พร้อมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ตาบอด สิ่งสาธารณูปโภค และอื่น ๆ ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนเองได้อย่างเต็มที่และเต็มประสิทธิภาพ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ในการพัฒนาพื้นที่

นายชิตชัย อินทรพาณิชย์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ในพื้นที่เป้าหมาย 172 ไร่ ของจังหวัดมหาสารคาม มีเป้าหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2558 ต่อเนื่อง ปี 2559-2560 ทั้งนี้โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญ

การจัดประชุมชี้แจงโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความเข้าใจในหลักการ แนวคิด เรื่องการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ของเจ้าของที่ดินเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคามให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ประธานกรรมการหอการค้าไทยพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีสาน ส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่

ประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสานและจังหวัดมหาสารคาม ระบุการส่งเสริมด้านเกษตร นอกจากการจัดโซนนิ่งแล้ว จะต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ ใช้คนน้อยแต่ได้งานที่มีคุณภาพ นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมเยียนหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม และร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอีสานและจังหวัดมหาสารคาม ว่า การส่งเสริมด้านเกษตร นอกจากการจัดโซนนิ่งแล้ว จะต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ คือ ใช้คนน้อยแต่ได้งานที่มีคุณภาพ เช่น การปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวในที่นาดอน หันมาปลูกมัน สำหรับการส่งเสริมด้านธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก หรือโครงการเอสเอ็มอี จะต้องอาศัยธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้มีประสบการณ์ให้การสนับสนุน ซึ่งหอการค้าจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอี ให้ขับเคลื่อนไปได้ โดยอาศัย 3 หลักในการดำเนินการ คือ ทำให้ภาคเอกชน มีความเข้มแข็ง มีความสามารถ มีประสิทธิภาพ สู้คู่แข่งได้ เชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนด้วยกัน และเชื่อมโยงระหว่างเอกชนกับส่วนราชการ ในการขับเคลื่อนธุรกิจและพัฒนาจังหวัดให้พัฒนาในทุกๆด้าน และการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ ทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขโดยที่ไม่มีความขัดแย้งกัน ด้าน นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จุดเด่นของจังหวัดมหาสารคาม คือ ได้ชื่อว่าเป็นตักสิลานคร เมืองแห่งการศึกษา ในด้านการเกษตร ได้มีการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดำ เช่น ข้าวพันธุ์ไรซ์เบอรี่ ข้าวมะลิดำ และข้าวพันธุ์ลืมผัว นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ การส่งเสริมการพัฒนาข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ ในส่วนของเส้นทางคมนาคม ระหว่างมหาสารคามกับขอนแก่น ซึ่งเป็นเส้นทางการค้า มีความสะดวกในการเดินทาง และจะมีการขยายเป็นถนน 4 เลนในอนาคตอันใกล้นี้



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รายงานพิเศษ.. มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่ สร้างมาตรการทางสังคมที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนสู่จังหวัดปลอดบุหรี่

จากความตระหนักของปัญหาบุหรี่ ตลอดจนการร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดพื้นที่นำร่องในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน จังหวัดมหาสารคาม จึงได้บูรณาการกับภาคีเครือข่ายรวม 20 หน่วยงาน MOU "มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” สร้างมาตรการทางสังคมที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนสู่จังหวัดปลอดบุหรี่…ติดตามได้จากรายงาน

ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินงานตามโครงการ "มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในการลงนาม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 นั้น มีเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง ฝ่ายธรรมยุติ ฝ่ายมหานิกาย พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้งฝ่ายประถมและมัธยม ลงนามร่วมกับ อำเภอนำร่อง คืออำเภอแกดำ และตำบลนำร่อง อำเภอละ 1 ตำบล จำนวน 12 อำเภอ รวม 12 ตำบล รวมทั้งสิ้น 20 หน่วยงาน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. เพื่อเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน

นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า บุหรี่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพ ซึ่งที่จังหวัดมหาสารคาม จากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2554 พบว่ากลุ่มเยาวชน อายุ 15-18 ปี สูบบุหรี่กว่าร้อยละ 9 แม้จะยังไม่ใช่จำนวนมาก แต่ต้องป้องกันไว้ดีกว่าแก้ไขภายหลัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม จึงได้แสวงหาแนวทางความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาจากบุหรี่

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นับว่าเป็นหน่วยงานในพื้นที่ที่มีส่วนสำคัญ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนได้มากที่สุด จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนในการสร้างมาตรการและกลไกทางสังคม ให้ทุกคนได้ตระหนักต่อปัญหาจากการสูบบุหรี่

โครงการ”มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่” จึงเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ พัฒนาศักยภาพของการทำงานในการขับเคลื่อนจังหวัดมหาสารคามปลอดบุหรี่ อันจะส่งผลให้ชาวมหาสารคาม ตลอดจนประชาชนทั่วไปมีสุขภาพที่ดีในที่สุด




ชนกพร โพธิสาร
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม/รายงาน

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ข้าวเหนียวเขาวงจังหวัดกาฬสินธุ์หนึ่งในพันธุ์ข้าวที่ราคาสูงในตลาดจังหวัดวางแผนเพิ่มผลผลิตในฤดูนาปีนี้

ข้าวเหนียวเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ หนึ่งในกลุ่มสินค้าข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมการข้าว เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก จังหวัดขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการผลิตเพิ่มขึ้นในฤดูปลูกข้าวนาปี 2557/2558

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เผยว่า จากการวิเคราะห์ความต้องการสินค้าข้าวของตลาดภายในจังหวัดและภายนอกจังหวัด โดยคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการข้าว สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พาณิชย์จังหวัด หอการค้า เป็นต้น ได้ร่วมกันวิเคราะห์ปริมาณความต้องการสินค้าข้าวของตลาด ทั้งตลาดภายในและภายนอกจังหวัดเป็นตลาดเป้าหมาย รวมทั้งระบุพันธุ์ข้าว คุณภาพและมาตรฐานที่ตลาดต้องการ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนการผลิต พบว่า ข้าวเหนียวเขาวงพันธุ์ กข 6 ของอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นสินค้าข้าวที่มีความต้องการของตลาดทั้งภายในจังหวัดและภายนอกสูงมาก ปริมาณการผลิตที่ผ่านมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จนถึงบางครั้งมีพ่อค้าขี้โกงนำเอาข้าวเขาวงไปผสมกับข้าวเหนียวที่อื่นไปขายในนามข้าวเหนียวเขาวง และพ่อค้าบางรายได้มีการวางตกเงินเขียวกับเจ้าของข้าวล่วงหน้าด้วยซ้ำ จึงทำให้ข้าวเหนียว เขาวงกาฬสินธุ์มีราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปด้วยนั้น จังหวัดจึงมอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องวางแผนเพิ่มปริมาณผลผลิตในฤดูการผลิตข้าวนาปี 2557/2558

สำหรับกลุ่มสินค้าข้าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากกรมการข้าวในประเทศไทยในปัจจุบัน จำนวน 7 กลุ่ม ประกอบด้วย ข้าวหอมสุรินทร์ ส่งเสริมปลูกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ส่งเสริมการปลูกในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคามและยโสธร ข้าวฮางหอมทองสกลทวาปี ส่งเสริมการปลูกในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ข้าวเจ๊กเชยเสาไห้ ส่งเสริมการปลูกที่จังหวัดสระบุรี ข้าวเหลืองประทิวชุมพร ส่งเสริมการปลูกที่จังหวัดชุมพร ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ส่งเสริมการปลูกที่จังหวัดพัทลุง และข้าวเหนียวเขาวงพันธุ์ กข 6 ที่ส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และเยี่ยมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนศรีกระนวน วิทยาคม

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ให้กับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม ตามโครงการ ประชาร่วมใจภักดิ์ รักพ่อ สานต่อ วิถีพอเพียง ของอำเภอกระนวน   เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้วิถีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ในงานมีการมอบ แม่พันธุ์ไก่ เมล็ดพันธุ์ผัก เครื่องมือทางการเกษตร ต้นกล้าพืชผักต่าง ๆ รวมทั้งปัจจัยทางการเกษตรอื่น ๆ   และยังเป็นการขับเคลื่อนขยายผลปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างแนวคิดให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เป็นโครงการนำร่องคุณธรรมตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ประจำปี 2557 ของจังหวัดขอนแก่นที่ทางภาครัฐสนับสนุนให้เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่มีรายได้ต่ำเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินโครงการลดรายจ่ายครัวเรือนเกษตรกร ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน  ให้กับครัวเรือนและสามารถ ขยายมาเป็นต้นแบบสู่โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียงได้ และ นักเรียนมีอาหารปลอดภัยไว้บริโภค  สำหรับอำเภอกระนวนนำร่องโครงการดังกล่าวให้กับ 2 โรงเรียนคือศรีกระนวนวิทยาคมและยางคำวิทยาคม ซึ่งประสบผลสำเร็จด้วยดี และปี 2557  จะขยาย พื้นที่โรงเรียนนำร่องให้ครบทั้ง 26 อำเภอ

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นลงแขกเกี่ยวข้าวนาปรังที่ภาครัฐสนับสนุน โครงการลดต้นทุนในการทำนา

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นำข้าราชการ เกษตรกรลง แขกเกี่ยวข้าวในพื้นที่แปลงนาข้าวของเกษตรกรบ้านคู ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง  เพื่อดูผลผลิตข้าวที่ทางจังหวัดขอนแก่นได้ส่งนักวิชาการมาให้คำแนะนำและพัฒนาส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยสั่งตัดที่พัฒนาโดยเกษตรกรเองเพื่อใช้ในแปลงนาของแต่ละแห่งเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกร ซึ่งปีที่แล้วทำให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตข้าวได้และผลผลิตข้าวก็สูงขึ้นปีนี้นำมาพัฒนาใช้กับข้าวนาปรังเป็นปีแรก ในพื้นที่ ตำบลคูคำและตำบลบ้านโนน มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน 31 รายทดลองใช้ปุ๋ยสั่งตัด 165 ไร่  เกษตรกรหลายคนที่เก็บเกี่ยวแล้วปรากฎว่าได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่เนื่องจากราคาข้าวปัจจุบันราคาไม่ดี แต่เมื่อเกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงกว่าครึ่งหนึ่งทำให้มีกำไรอยู่

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ชัยภูมิ ออกหน่วยบริการประชาชน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 16 พ.ค. 57 นางธัญญรัตน์ โรจนหัสดิน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ ได้รับมอบหมาย จากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นหัวหน้าชุดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ประจำจังหวัดชัยภูมิ นำแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. ออกปฎิบัติงาน ตรวจ รักษาโรค ให้กับประชาชนพื้นที่ห่างไกล ที่บ้านโสกคร้อพัฒนา ต.หนองฉิม อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ร่วมออกฎิบัติงานทุกคน ล้วนเป็นอาสาสมัคร ไม่ได้รับสิ่งตอบแทน ตั้งจุดบริการตรวจ รักษา ป้องกัน ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน ตรวจและถอนฟัน พร้อมให้คำแนะนำปัญหาช่องปาก และบริการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย มีประชาชนเดินทางมารับบริการอย่างคึกคัก

หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เป็นหน่วยแพทย์ที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ ปฏิบัติงานโดยอาสาสมัคร พอ.สว. ประกอบด้วยแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และสมาชิกสมทบอื่นๆซึ้งล้วนเป็นอาสาสมัครที่ไม่ได้รับสิ่งตอบแทน ออกไปให้การรักษาประชาชน ในพื้นที่ทุรกันดาร ออกปฏิบัติงานครั้งแรกเมื่อ ๘ มีนาคม ๒๕๑๒ บ้านดอยสามหมื่น กิ่งอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่เสด็จฯเยี่ยมราษฎร ตามพื้นที่ชนบทห่างไกลมา ทรงพบว่าราษฎรเหล่านั้น เมื่อเจ็บป่วยไม่มีโอกาสได้รับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๑ ล้านบาท เป็นทุนแรกเริ่ม จดทะเบียนตั้งเป็น "มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)” โดยพระองค์ทรงเป็นองค์นายิกากิตติมศักดิ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้จังหวัดเป็นจังหวัดหน่วยแพทย์อาสา หน่วยที่ 46 เมื่อปี พ.ศ. 2520 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 37 ปี และในปัจจุบันองค์ประธานกิตติมศักดิ์คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักณ์ อัครราชกุมารี



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

โคราชฉลองดับเบิ้ลแชมป์วอลเล่ย์บอลลีกของประเทศ ฤดูกาล 2013-2014

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 57 เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมวีวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ประธานสโมสรวอลเล่ย์บอลนครราชสีมา ร่วมเป็นประธานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของทีมวอลเล่ย์บอลชายและหญิงที่สามารถคว้าแชมป์ลีกวอลเล่ย์บอลของประเทศไทย วีอาร์ เดอะแชมเปี้ยน วอลเล่ย์บอลลีก 2013-2014 ได้เป็นผลสำเร็จ โดยสโมสรวอลเล่ย์บอลนครราชสีมาสร้างประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้า 2 แชมป์ การแข่งขันวอลเล่ย์บอลอาชีพ ไทยแลนด์ ลีก ฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งทีมชายครองแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนทีมหญิงคว้าแชมป์เป็นสมัยแรก ภายในงานได้มีการมอบเงินรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ไทยแลนด์ลีกให้กับทีมชายและทีมหญิงจำนวนทีมละ 1 ล้านบาท พร้อมกันนี้สโมสรนครราชสีมาได้มอบรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมให้กับ วันชัย ทัพวิเศษ และ หัตถยา บำรุงสุข ขณะที่บรรดาห้างร้าน องค์กร ต่างๆภายในจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบเงินสนับสนุนให้สโมสรวอลเล่ย์บอลนครราชสีมาเพื่อร่วมชื่นชมในความสำเร็จในครั้งนี้ด้วย

บุรีรัมย์ – ภาคเอกชนร่วมบริจาคช่วยเหลือพื้นที่แผ่นดินไหว

กลุ่มนักธุรกิจเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ภาคเหนือ หอการค้าบุรีรัมย์เชื่อมหอการค้าเชียงรายส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว

ที่ห้างทวีกิจซุปเปอร์เซ็นต์เตอร์บุรีรัมย์ หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับชมรมปันน้ำใจ และกลุ่มนักธุรกิจจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ทำพิธีเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ภาคเหนือ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง และยังรอความช่วยเหลืออยู่ในขณะนี้

นายนที เจียรพันธุ์ ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่าจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง ทางภาคเหนือซึ่งถือว่าเป็นภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย เพราะมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

หอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือคนในประเทศ ได้จับมือกับชมรมปันน้ำใจ และนักธุรกิจในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อหาแนวทางการส่งน้ำใจผ่านหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ไปยังหอการค้าจังหวัดเชียงราย

โดยได้เปิดตู้รับบริจาคที่ห้างทวีกิตซุปเปอร์เซ็นต์เตอร์บุรีรัมย์ ภายในสองวันนี้จะส่งความเชื่อเหลือไปก่อนเบื้องต้น และยังจะนำตู้บริจาคเปิดรับบริจาคต่อไปเพื่อส่งมอบเงินสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

บุรีรัมย์ – ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป้องกันไม้พยุงหมดป่า

อำเภอละหานทราย ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน เชิญนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขตอุทยานแห่งชาติตาพะยา ด้านจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบตัดไม้พยุง ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายนัฐกฤช สิทธิโอสถ นายอำเภอละหานทราย ร่วมกับ พ.ต.ท.บุญเลื่อน กุมภาว์ ผู้บังคับกองร้อย ตชด.215 อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ และเทศบาลหนองแวง อ.ละหานทราย ได้ร่วมกันเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติตาพะยา ด้านอำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์

นายนัฐกฤช สิทธิโอสถ นายอำเภอละหานทราย บอกว่า แหล่งพื้นที่อุทยานตาพะยาแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 1 แสนไร่ เชื่อมต่ออำเภอลำหานทราย อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ และอำเภอตาพะยา จ.สระแก้ว สามารถมาเที่ยวชมธรรมชาติได้ เพราะเป็นเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา มีทิวทัศน์สวยงาม มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยทางรถยนต์และเดินเท้าได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของตำรวจตระเวนชายแดนคอยดูแลรักษาความปลอดภัย

ขณะที่ พ.ต.ท.บุญเลื่อน กุมภาว์ ผู้บังคับบัญชากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 215 อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ในพื้นที่อุทยานตาพะยาแห่งนี้ มีแหล่งกำเนิดไม้พยุงในหลายจุด ที่ผ่านมามักจะพบปัญหาการลักลอบตัดไม้เป็นประจำ ซึ่งมีทั้งกลุ่มพ่อค้าคนไทยเป็นนายทุนจ้างคนเข้าไปลักลอบตัด แล้วลำเลียงออกจากป่า

นอกจากนี้ยังมีราษฎรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาลักลอบตัดไม้อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าไปตรวจจับแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปทั่วบริเวณได้ เพราะเป็นพื้นที่กว้าง โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนการลำเลียง จากการใช้รถเข็น มาเป็นการแบกใส่หลังทยอยลำเลียงแบบกองทัพมด

การพยายามให้บริเวณนี้เป็นจุดแหล่งท่องเที่ยว จะทำให้พื้นที่นี้มีผู้คนเข้ามาเป็นจำนวนมาก และจะทำให้กลุ่มลักลอบตัดไม้พยุงเกรงถูกจับกุมได้อีกทางหนึ่งด้วย

จังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในรูปแบบบูรณาการให้บริการด้านวิชาการเกษตรทุกสาขา ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน แก่เกษตรกรโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพเกษตรกรไทย ในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม

วันนี้ (16 พ.ค.) นายเฉลิมพล พลวัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงานคลีนิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการ มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คอยให้บริการด้านวิชาการเกษตรทุกสาขา ทั้งด้านคลินิกพืช ปศุสัตว์ ประมง และพัฒนาที่ดิน แก่เกษตรกรที่มาร่วมงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อเป็นการช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพเกษตรกรไทย นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดนิทรรศการด้านการเกษตรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพ พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้กับเกษตรกรดีเด่น สาขาทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอละ 1 ราย ประกวดผลผลิตทางการเกษตร กระเช้าผลิตภัณฑ์การเกษตร เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรอีกด้วย

จ.บึงกาฬ เตรียมรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 16 พ.ค. 57  พลเรือเอกไตรภพ พิชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานราชองครักษ์ประจำกรมราชองครักษ์ เดินทางมาร่วมประชุม ร่วมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมโรงเรียนศรีชมพูวิทยา ต.ศรีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เพื่อเตรียมความพร้อม การรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว. และพระราชทานของที่ระลึก แก่คณะกรรมการ อนุกรรมการและอาสาสมัคร พอ.สว.ประจำจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายเทวัญ สรรค์นิกร และ นายธวัธชัย รักขนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเข้าร่วมประชุม นอกจากนี้ยังมี ผู้แทนสำนักพระราชวัง ผู้แทน มลฑลทหารบกที่ 21 เดินทางมาประชุมด้วย เพื่อตรวจติดตามความพร้อมด้านสถานที่ ด้านการวางระบบถวายความปลอดภัย และ สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ด้วย

สำหรับกำหนดการ ในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2557 เวลา 14.00น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทับเฮลิปคอปเตอร์พระที่นั่ง(กองทัพเรือจัดถวาย) ถึงสนามบินชั่วคราว โรงเรียนศรีชมพูวิทยา ต.ศรีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ดังนั้นเพื่อให้การรับเสด็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และมีความปลอดภัยอย่างสูงสุด จึงได้ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นในครั้งนี้ เพื่อมอบหมายภารกิจและนำไปปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วงต่อไป

รมว.มหาดไทย ตรวจราชการและมอบนโยบายที่จังหวัดบึงกาฬ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการที่จังหวัดบึงกาฬ

(15 พ.ค.2557) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจราชการและมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ โดยมีนายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจราชการและมอบนโยบายในครั้งนี้ เป็นการมอบนโยบายการปฏิบัติราชการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรโซนนิ่งและการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี 2557 สำหรับจังหวัดบึงกาฬ จากการรายงานของผู้ว่าราชการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องการดำเนินงานของจังหวัดบึงกาฬนั้น มีการดำเนินงานที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การจัดพื้นที่เกษตรโซนนิ่ง และการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2557 โดยผู้ที่เข้ารับฟังนโยบายกว่า 1,000 คน

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน อย่างจะขอร้องให้พี่น้องประชาชนร่วมมือร่วมใจกันให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อบ้านเมืองจะได้มีความสงบโดยเร็ว

จังหวัดบึงกาฬ ประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2557 ) เวลา 10.00 น.  ณ ห้องประชุม ร.ร.ตชด.บ้านนาแวง ม.8 ต.นาสวรรค์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุมส่วนราชการและหน่วยร่วมสนองงานโครงการพระราชดำริฯ เพื่อเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จะเสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ทรงเยี่ยมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ในห้วงวันที่ 5 – 6 มิ.ย. 57

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การประชุมเตรียมความพร้อมในวันนี้ เป็นการปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ กำหนดกิจกรรมร่วมกันที่จะเตรียมให้พระองค์ทอดพระเนตร ตลอดทั้งให้การจัดทำข้อมูล คำกราบบังคมทูลบรรยายสรุป ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ทรงเยี่ยมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริฯ ที่ ร.ร.ตชด.บ้านนาแวง ม.8 ต.นาสวรรค์ และ ร.ร.ตชด.บ้านหนองตะไก้ ม.7 ต.โป่งเปือย อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

ในห้วงวันที่ 5 – 6 มิ.ย. 57 สำหรับ โครงการตามพระราชดำริฯ ที่จะถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร มีจำนวน 8 โครงการ ประกอบด้วยโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน,โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน,โครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร,โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา,โครงการฝึกอาชีพ,โครงการส่งเสริมสหกรณ์,โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และโครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์

และในช่วงท้ายของการประชุม นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ พร้อมหน่วยงานราชการหน่วยร่วมสนองงานโครงการพระราชดำริฯ ร่วมตรวจจุดรับเสด็จตามแผนผังของ ร.ร.ตชด.ทั้ง 2 แห่ง

บึงกาฬจัดประชุมสภากาแฟ

ตำรวจบึงกาฬจัดแสดงการฝึกซ้อมชิงตัวประกันในงานประชุมสภากาแฟจังหวัดบึงกาฬ ณ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมในทุกสถานการของตำรวจในจังหวัดน้องใหม่ที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดน

วันนี้ 14-05-57 นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุมสภากาแฟประจำเดือนพฤษภาคม 2557 โดยมี พลตำรวจตรี ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมในครั้งนี้กล่าวต้อนรับ ซึ่งการประชุมสภากาแฟเป็นการจัดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทุกหน่วยงานในจังหวัดบึงกาฬได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องงานประเด็นเต่างๆในบรรยากาสที่เป็นกันเอง ไม่มีพิธีการ โดยการประชุมในวันนี้เจ้าภาพหลักคือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บรรยายสรุปภารกิจของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬพร้อมทั้งเป็นการเปิดตัวสำนักงานใหม่และได้จัดแสดงการชิงตัวประกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าตำรวจบึงกาฬมีความพร้อมที่จะปฏิบัติภาระกิจในทุกสถานการณ์เพราะได้ฝึกซ้อมยุทธวิธีต่างๆเป็นอยู่ประจำเนื่องจากจังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดแนวชายแดนซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆได้ง่าย จึงต้องพร้อมทุกสถานการณ์ โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมสภากาแฟในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ซึ่งในวันนี้ได้มีการส่งมอบป้ายสภากาแฟให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสภากาแฟในเดือนถัดไป

สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร กำหนดให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา หักเงินค่าจ้างนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับไปนอกราชอาณาจักร

นางสาวจรัสศรี อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา มี่หน้าที่หักเงินค่าจ้างนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับไปนอกราชอาณาจักร เพื่อประกันค่าใช้จ่ายในการส่งคนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ ลูกจ้างสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ทำงานตำแหน่งงานรับใช้ในบ้าน และกรรมกร จำนวนเงินที่นำส่งคนละ ๑,๐๐๐ บาท นำส่งไม่เกิน ๔ เดือนๆละ๒๕๐ บาท หรือนำส่งน้อยกว่า ๔ เดือนก็ได้ นายจ้างเริ่มหักค่าจ้างตั้งแต่เดือน มีนาคม ๒๕๕๗ และนำส่งภายในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๗ จนครบ ๑,๐๐๐ บาท หากนายจ้างไม่นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ ๒ ต่อเดือน ของเงินที่ไม่ได้นำส่งหรือนำส่งไม่ครบ และหลักฐานการนำส่งเงิน ประกอบด้วย สำเนาหนังสือเดินทาง หรือสำเนาบัตรประจำคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย(ทร.๓๘/๑) สำเนาใบอนุญาตทำงานหรือสำเนาใบเสร็จรับเงิน การขอหรือต่อใบอนุญาตทำงาน และรูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ รูป

ทั้งนี้  จึงแจ้งให้นายจ้าง สถานประกอบการที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติดำเนินการ ตามกฎหมายดังกล่าว โดยนำส่งที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัดมุกดหาร(ชั้น ๑)อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร หรือสอบถามทางหมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๖๑-๓๐๓๗



สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กลุ่มงานความมั่นคง ที่ทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร เปิดการฝึกอบรมค่ายบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร รุ่นที่ 2 ประจำปี 2557

(๑๖ พ.ค. ๒๕๕๗) เวลา ๑๑.๐๐ น. ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหารที่ ๑ ดร.ธวัชชัย ธรรมรักษ์ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมค่ายบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด โรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองฝ่ายปกครองจังหวัดมุกดาหาร รุ่นที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยมีนายวีระ จรูญพิทักษ์พงศ์ ป้องกันจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ ว่าเป็นโครงการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในระบบสมัครใจบำบัดใช้ระยะเวลาบำบัด ๑๕ วัน ในลักษณะการผสมผสาน ด้วยการใช้กระบวนการชุมชนบำบัด และหลักสูตร FastModel อย่างย่อของกระทรวงสาธารณะสุข เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย จิตใจ และการฝึกอบรมอาชีพให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมาเป็นคนดี มีคุณภาพของสังคมและไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก สำหรับโครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติด รุ่นที่ ๒ นี้ จะใช้ระยะเวลา ๑๕ วันในการอบรมซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๖ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และมีผู้เข้ารับการอบรม ๖๐ คน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวว่าหลังจากพิธีเปิดว่า กรมการปกครองเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการเพื่อที่จะรองรับและสนับสนุนเป้าหมาย ด้านการบำบัดฟื้นฟูตามนโยบายของรัฐบาล โดยกำหนดให้ที่ทำการปกครองจังหวัด เป็นหน่วยงานดำเนินการ มีชุดครูฝึก ครูพี่เลี้ยง คณะวิทยากรกระบวนการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เป็นผู้ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ในการเสริมสร้างกำลังกายกำลังใจ ให้แก่ผู้เข้าการอบรมทุกคนซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปหลายอำเภอและประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง และที่ผ่านมา จังหวัดฯ สามารถนำผู้เสพผู้ติดยาเสพติดและเข้ารับการบำบัดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เข้ามามีส่วนร่วมเป็นแกนนำพัฒนาชุมชนต้านยาเสพติดในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ




พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว/ภาพ

ทหารจับรถพร้อมไม้พะยูง 193 ท่อน ผู้ต้องหา 1 คน

ร.อ.ณัฐวุฒิ  มาฆะเซ็น ผบ.ร้อยชุดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อม จ.ส.อ.บุญธรรม วาดเมือง ผู้บังคับหมวดชุดเคลื่อนที่เร็วหมวดที่ 2 (ภูผาซาน)  ออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันการลักลอบขนไม้หวงห้าม ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร พบรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ผฉ - 2475 ขอนแก่น  พร้อมคนขับคือ นายธีระ  อวดครอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ 10  ตำบลโพธิ์สว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด  และรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน วต - 5228 กรุงเทพมหานคร  ไม้พะยูงเหลี่ยมขนาดใหญ่ จำนวน 77 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 6.58 ลูกบาศก์เมตร ไม้พะยูงท่อน จำนวน 116 ท่อน ปริมาตร 2.75 ลูกบาศก์เมตร  คิดมูลค่า 3 ล้านบาท

จากการสอบสวน นายธีระ อวดครอง ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนให้มาขับรถขนไม้พะยูงในราคาเที่ยวละ 5,000 บาท แต่ไม่ยอมเปิดเผยถึงกลุ่มนายทุนที่ว่าจ้างเจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค้อ อำเภอคำชะอี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว/ภาพ

ขอเชิญประชาชนรับบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์

นายสกล คุณอุดม เกษตรจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า... จังหวัดยโสธร จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม นี้ ที่โรงเรียนบ้านเหล่าฝ้าย ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

โดยจัดเป็นซุ้ม คลินิกเกษตรกรต่าง ๆ ประกอบด้วย คลินิกพืช, คลินิกประมง, คลินิกดิน, คลินิกข้าว, คลินิกยางพารา , คลินิกบริการทั่วไป ได้แก่ ด้านสหกรณ์, ชลประทาน , ปฏิรูปที่ดิน , คลินิกปศุสัตว์ , บริการทำหมันสุนัขและแมว และชมนิทรรศการโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวการออกร้านจำหน่ายร้านค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร รับบริการฟรี



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
16 พฤษภาคม 2557

ยโสธรจัดวันนัดพบแรงงาน 27 พ.ค. นี้

สำนักงานจัดหางานจังหวัดยโสธร ได้กำหนดจัดงานวันนัดพบแรงงานย่อย ในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ บริเวณศูนย์อาหาร ห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (สาขายโสธร) จังหวัดยโสธร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนคนหางานทั่วไปได้สมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการโดยตรง เพื่อลดปัญหาการว่างงาน ลดค่าใช้จ่ายในการสมัครงาน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนผู้สนใจ กิจกรรมประกอบด้วย การรับสมัครงาน ซึ่งมีตำแหน่งงานว่างมากกว่า 1,000 อัตรา รวมทั้งรับลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศ รวมทั้งรับเรื่องราวร้องทุกข์ ให้คำแนะนำผู้ประกันตนกรณีว่างงาน แนะแนวอาชีพ และรับลงทะเบียนผู้พิการ นักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์จะทำงานช่วงปิดภาคเรียน

สำหรับผู้ที่สนใจจะสมัครงานในครั้งนี้ ให้เตรียมหลักฐานการสมัครงานไปด้วย อาทิ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน,สำเนาหลักฐานการศึกษา,รูปถ่าย,สำเนาหลักฐานทางทหาร เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 045-722057 ในวันและเวลาราชการ



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
16 พฤษภาคม 2557

ร้อยเอ็ดเตรียมรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.และราษฎร พื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อเวลา 13.30 น. (16 พฤษภาคม 2557) พลเรือเอก ไตรภพ   พิชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานราชองครักษ์ประจำราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์  พร้อมด้วยนายเลอเกียรติ  แก้วสีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  ได้ประชุมคณะกรรมการฯ หน่วยแพทย์ พอ.สว.จังหวัดร้อยเอ็ด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรับเสด็จ  ศาสตราจารย์  ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี  ทรงเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.ร้อยเอ็ด ในวันที่ 28  พฤษภาคม  2557   ที่  ห้องประชุมมะหาดเพชร  โรงเรียนชัยศรีวิทยา  ต.โนนชัยศรี  อ.โพนทอง  จ.ร้อยเอ็ด 

พลเรือเอก ไตรภพ   พิชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานราชองครักษ์ประจำราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์  กล่าวว่าการประชุมในครั้งนี้เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ในทุกระบบ ในการรับเสด็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ การเสด็จในครั้งนี้เพื่อเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว. และราษฎรพิ้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมทั้งพระราชทาน  เข็มเครื่องหมายกรรมการ  อนุกรรมการ โล่และเข็มเครื่องเครื่องหมาย  พอ.สว.  สำหรับอาสาสมัคร พอ.สว. จังหวัดร้อยเอ็ด  ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความเคร่งครัด เพื่อให้การรับเสด็จเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 
043-527117

วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 ที่วัดไพรพฒนา อำเภอภูสงห์ จังหวัดสรีสะเกษ นางอุดมลักษณ์ ประชุมรักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ และนายทิวา รุ้งแก้ว นายกพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปี 2557 โดยมีข้าราชการ สื่อมวลชน และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยการมีเป้าหมายนำเที่ยวในมิติศาสนาจำนวน 3 วัด เช่นวัดมหาพุทธราม วัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งท่องเที่ยวปราสาทหินสมัยพระเจ้าสุริยะวรมัน ศิลปะโบราณแบบเขมรดั้งเดิม และนำเที่ยววัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ เที่ยวชมดินแดนเทวาเดินหลวงปู่สรวง เกจิอารจารย์ชื่อดังดังระดับภาคอีสาน เขตไทย-กัมพูชา โดยมีวัตถุประสงค์เป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ประจำปี 2557 ให้ข้าราชการ สื่อมวลชน และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดศรีสะเกษเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งชีวิตที่งดงาม บนเส้นทางทั่วไทย ต่อไป



ฉัตรชัย  พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

มูลนิธิแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ (หมอริน) ออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรม ที่จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00 น. ที่โรงเรียนภูสิงห์ประชาเสริมวิทย์ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พันเอก พิชิต วันทา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะ กิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี เป็นประธานนำออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรม ครั้งที่ 2 โดยไม่คิดค่าบริการ เพื่อให้บริการทำฟันปลอม แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังได้กำหนดจะออกให้บริการฟรี อีก 2 ครั้ง คือในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 และในวันที่ 28 มิถุนายน 2557

พันเอก พิชิต วันทา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี ร่วมกับมูลนิธิแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่(หมอริน)และอำเภอภูสิงห์ ออกหน่วยให้บริการทางทันตกรรม ที่โรงเรียนภูสิงห์ประชาเสริมวิทย์ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษและจะออกให้บริการอีก 2 ครั้งคือในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 และในวันที่ 28 มิถุนายน 2557 จึงขอเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้าและชาชนร่วมรับบริการในวันเวลาดังกล่าวโดยไม่คิดค่าบริการ




ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษ ประชุมเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรงในครอบครัวเพื่อ ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว

วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 น.  ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายวิศิษฐ คูรัตนเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ "การเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรงในครอบครัว" โดยมีนายไพศาล ประโพธิเทศ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและวิชาการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ นำนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเจ้าหน้าที่ แกนนำชุมชน สภาเด็กและเยาวชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ องค์การบริหารส่วนตำบลอีเซ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ และองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงตาเจ็น อำเภอขุขันธ์ และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ OSCC ประจำโรงพยาบาลโพธิ์ศรีสุวรรณ และโรงพยาบาลขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมประชุมรวมทั้งสิ้นจำนวน 100 คน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ร่วมประชุมได้ดำเนินการตามนโยบายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟู ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น โดยใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ที่มีการกำหนดรูปแบบ วิธีการ และขั้นตอนที่มีลักษณะแตกต่างจากการดำเนินคดีอาญาทั่วไป คือเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้มีโอกาสกลับตัวและยับยั้งการกระทำผิดซ้ำ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว รวมทั้งเป็นการสร้างระบบใหม่ที่กำหนดให้ผู้พบเห็นการกระทำความรุนแรงในครอบครัว ต้องแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการกระทำความรุนแรงในครอบครัว เป็นเรื่องของ "สังคม” มิใช่เรื่อง "ส่วนตัว” อีกต่อไป เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียว



ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

บำบัดทุกข์บำรุงสุขสร้างรอยยิ้มให้ประชาชนชาวอำเภอไชยวาน

วันนี้ ( 16 พ.ค. 57 ) ที่โรงเรียนบ้านคำเลาะ ตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวาน นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประกอบพิธีลงนามถวายพระพร และนำหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานี ประกอบพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้นนายภูมิชัย ราชพิตร ภักดีวิเศษ นายอำเภอไชยวาน กล่าวรายงานความเป็นมาของอำเภอไชยวานและกล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และคณะ นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร จ่าจังหวัดอุดรธานี กล่าวแนะนำหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและผู้แทน เสร็จแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวพบปะประชานที่มาร่วมกิจกรรม มอบทุนการศึกษากองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชอุปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มอบรถเข็นคนพิการ มอบจักรยานแก่นักเรียนเรียนดีแต่ยากจน มอบสิ่งของสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี องค์การบริหารส่วนตำบลคำเลาะ ให้การสนับสนุนนำมามอบให้กับประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีนำหัวหน้าส่วนราชการเยี่ยมชมการออกหน่วยให้บริการประชาชนในพื้นที่ นิทรรศการของหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของดีอำเภอไชยวาน และร่วมประชุมรับทราบปัญหาความต้องการจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอและหน่วยงานในพื้นที่ตำบลคำเลาะ นายภูมิชัย ราชพิตร ภักดีวิเศษ นายอำเภอไชยวาน กล่าวว่า อำเภอไชยวาน เดิมเป็นเขตการปกครองของอำเภอหนองหาน ยกฐานะเป็นกิ่งอำแภอไชยวานเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2520 และยกฐานะเป็นอำเภอไชยวาน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2531 อำเภอไชยวานประกอบด้วย 4 ตำบล 51 หมู่บ้าน 3 เทศบาลตำบล 2 องค์การบริหารส่วนตำบล มีประชากร 38,541 คน 8,841 ครัวเรือน ประชนชาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ อ้อย ไร่มันสำปะหลัง สวนยางพารา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์

นายสุรศักดิ์ ทิพย์โชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคำเลาะ กล่าวว่า สำหรับปัญหาความต้องการของตำบลคำเลาะ เป็นปัญหาปัจจัยขั้นพื้นฐานเรื่องสาธารณูปโภค อาทิ ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ถนนไม่สะดวก จึงเสนอขอให้จังหวัดสนับสนุนและให้การช่วยเหลือ3 โครงการ ประกอบด้วยโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยเอเฮ หมู่ 6 ตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวาน โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยกะโหล่ง หมู่ที่ 3 ตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวาน โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายคำเลาะ-วังชมพู ดงพัฒนา ,สายคำเลาะ-คำบอน –โนนม่วงหวาน ,สายคำเลาะ-คำมี-หนองแวงตาด ,สายวังชมพู-หนองแวงตาด ,สายหนองแวงตาด-เพี่ยปู่ และสายบ้านหนองแวงตาด –บ้านโนนสมบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งหากเรารวยล้นฟ้าแต่สุขภาพไม่ดีก็ทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนใช้สารเคมีในการทำการเกษตร นอกจากจะทำให้เป็นโรคแล้วยังส่งผลให้ดินเสื่อมคุณภาพ ซึ่งในการแก้ไขปัญหาของอำเภอไชยวานนับว่ามาถูกทางและเป็นตัวอย่างที่ดี พร้อมแนะให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบผสมผสานเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน จัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้รู้รายรับ รายจ่าย บริหารเงินให้เป็นประโยชน์ และยกตัวอย่างจุดสาธิตซึ่งผู้ว่าจัดทำขึ้นให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ ที่ "ไร่สวนเงินเวียนมา”บ้านนากว้าง อำเภอเมือง ภายใต้หลักคิด 1 ไร่ได้ 1 แสน ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่อำเภอไชยวานทำการประกันตนตามมาตร 40 มากเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี เพราะเป็นการสร้างหลักประกันตนให้กับตนเอง เจ็บปวดได้รับค่าชดเชยในการเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลวันละ 200 บาท




ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

สำนักงานเลขานุการกองอำนวยการปฎิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร ร่วมประชุม จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นความสัมพันธ์กับกับประเทศเพื่อนบ้าน

สำนักงานเลขานุการกองอำนวยการปฎิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร ร่วมประชุม จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นความสัมพันธ์กับกับประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้ ( 16 พ.ค.57) ที่ห้องประชุมผู้บริหาร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมประชุมกับ พล.ต.คำรณ เครือวิชฌยาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักปฎิบัติการเพื่อความมั่นคง ผู้แทน รองสำนักงานเลขานุการกองอำนวยการปฎิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมกิจการชายแดนทหาร ผู้แทน จากจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และจังหวัดมุกดาหาร ที่มีพื้นที่ติดชายแดน กับ สปป.ลาว และกัมพูชา เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรค ในการดำเนินงานด้านความสัมพันธ์ ของจังหวัด ที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย-ลาว -กัมพูชา และรับข้อเสนอแนะข้อคิดเห็นจาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้นำข้อมูลในการประชุม นำเสนอให้กับหน่วยงานส่วนกลางได้รับทราบปัญหา ในการปฎิบัติงาน ตลอดจนสนับสนุนการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมทั้งการประสานขอความร่วมมือจากฝ่าย สปป.ลาว เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องระหว่างจังหวัดและทั้งสองประเทศตลอดไป



ส.ปชส.อุบล

จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมการแสดงในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาปี 2557

เตรียมพร้อมจัดการแสดง การประดับตกแต่งเมือง ประติมากรรมเทียนนานาชาติ พิธีการรับและสมโภชเทียนหลวงและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน พิธีการทางศาสนา การจัดขบวนแห่เครื่องยศเจ้าเมือง ขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา ขบวนแสดงประจำต้นเทียน เพื่อสืบสานประเพณีและเป็นที่น่าสนใจแก่นักท่องเที่ยว

นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่าในการจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2557 ณ บริเวณสนามทุ่งศรีเมือง ระหว่างการจัดงาน ได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เอ้เมือง เรืองโรจน์ โดยจะมีการประดับตกแต่งเมืองด้วยธง ต้นไม้ บัวพร้อมทั้งภาพสัญลักษณ์การจัดงาน ระหว่างวันที่ 1 – 15 ก.ค.57, ลั่นกลองโฮม ฮ่วมบุญเข้าพรรษา โดยจะมีพิธีเปิดงานเทศกาลประเพณี การประกวดประติมากรรมเทียนนานาชาติ จาก 12 ประเทศ ในวันที่ 1 ก.ค.57, เยือนชุมชน คนทำเทียน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมการทำต้นเทียนพรรษาอันแสดงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนตลอดทั้งให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้ศึกษาเรียนรู้และร่วมสืบทอดช่างเทียนเมืองอุบล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดทำในชุมชนและคุ้มวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-12 ก.ค.57, ถนนสายเทียน ถนนสายธรรม นำเสนอวิถีชีวิต วัฒนธรรมของชาวอุบลราชธานีที่เกี่ยวข้องกับเทียนรวมทั้งนำเสนอถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในเมืองอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 9-12 ก.ค.57 ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองอุบลราชธานี,พิธีรับเทียนหลวงและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน ในวันที่ 10 ก.ค.57 และพิธีสมโภชเทียนหลวงพระราชทานตามอำเภอต่างๆ ทั้ง 25 อำเภอ ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย. – 7 ก.ค.57 และพิธีถวายนเทียนหลวงพระราชทาน วันที่ 12 ก.ค.57 ที่วัดสุปัฏนารามวรวิหาร, งานพาแลง เบิ่งแญงสาวงามเทียนพรรษา โดยงานพาแลง จะเป็นการจัดในบรรยากาศย้อนอดีตของเมืองอุบลราชธานี ในวันที่ 9-12 ก.ค.57 และการประกวดสาวงามเทียนพรรษา วันที่ 10 ก.ค.57

พิธีเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา วันที่ 11 ก.ค.57 ที่วัดพระอารามหลวง 3 วัด ได้แก่วัดศรีอุบลรัตนารามวัดสุปัฎนารามวรวิหารและวัดมหาวนาราม, วิจิตรอลังการงามล้ำเทียนพรรษา จะเป็นการแสดงต้นประเภทแกะสลัก ติดพิมพ์และเทียนโบราณ ก่อนที่จะนำไปร่วมขบวนแห่ ที่บริเวณรอบทุ่งศรีเมือง พร้อมกับชมการแสดงแห่ฟ้อนบูชา ราชธานีแห่เทียน ซึ่งเป็นการแสดงแสง เสียง ประกอบขบวนแห่ในภาคกลางคืน ในคืนวันที่ 11-12 ก.ค.57,พิธีเปิดขบวนแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 ชมขบวนแห่เครื่องยศเจ้าเมือง ขบวนแห่เทียนหลวงและผ้าอาบน้ำฝนพระราชทานพร้อมขบวนต้นเทียนทั้งประเภทแกะสลัก ติดพิมพ์และเทียนโบราณ ที่แสดงเกี่ยวกับพุทธประวัติพร้อมขบวนแห่ จากคุ้มวัดและอำเภอต่างๆ จากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนนชยางกูร ถึงหน้าโรงแรมสุนีย์แกรนด์ ในวันที่ 12 ก.ค.57 และชมการตั้งแสดงต้นเทียนที่ได้รับรางวัลในการประกวด ที่ถนนหน้าเทศบาลนครอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 12 – 15 ก.ค.57 จังวัดอุบลราชธานี จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ร่วมชมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ดังกล่าวในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2557 นี้ โดยทั่วกัน




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว
16 พ.ค. 57

จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ ม.มหิดล จัดโครงการเสริมทักษะผู้นำท้องถิ่นไทย – กัมพูชาสู่ความความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

จาการที่จังหวัดสุรินทร์ประเทศไทยและจังหวัดอุดรมีชัยประเทศกัมพูชาที่มีแนวเขตแดนติดกัน ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ ยังคงแน่นแฟ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีการไปมาหาสู่กันฉันญาติมิตรกันมาแต่เก่าก่อนตั้งแต่บรรพบุรุษ จนถึงลูกหลาน มีการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม การทำบุญทอดผ้าป่า ทอดกฐินระหว่างกันทั้งสองประเทศ มีการจัดการแข่งขันกีฬาเชื่อสัมพันธ์ไมตรีของท้องถิ่นทั้งสองประเทศอยู่เสมอ ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นเครือญาติกันโดยสายเลือด ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารซึ่งมีสำเนียงคล้ายคลึงกัน จนสามารถสื่อสารเข้าใจกันได้ จากความคล้ายคลึงกันของทั้งสองประเทศนี้เองทำให้เห็นการเชื่อมร้อยกันทางวัฒนธรรมสร้างความสัมพันธ์อันดีงามซึ่งกันและกันตลอดมา ดังนั้นเพื่อต่อยอดความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศจังหวัดสุรินทร์โดยองค์การบริหารส่วนตำบลบักได อ. พนมดงรัก ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดโครงการ เสริมทักษะผู้นำท้องถิ่นไทย – กัมพูชา สู่ความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ขึ้นโดยมีกิจกรรมต่างมากมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์และองค์ความรู้ในทุกๆด้านให้กับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนของทั้งสองประเทศโดยเฉพาะทางด้าน สาธารณสุข การศึกษา วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือด้านการเกษตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยงยุทธ บุราสิทธิ์ จากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการส่งเสริมศักยภาพให้กับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในเขตพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีกิจกรรมสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้นำท้องถิ่นของทั้งสองประเทศ โดยการนำคณะผู้นำท้องถิ่นและประชาชนทางฝั่งประเทศไทยเดินทางไปเพื่อศึกษาดูงานทางฝั่งประเทศกัมพูชา และนำคณะผู้นำท้องถิ่นจากประเทศกัมพูชามาศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันยังฝั่งประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านเกษตรกรรม อันจะนำไปสู่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในเขตพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างยั่งยืน รองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่จะถึงนี้



ประนนท์ ไม้หอม
ทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ / รายงาน

ปภ.ติดตามข้อมูลจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวถึงวันที่ 17 พฤษภาคมยังเกิด aftershock อีก 16 ครั้ง

นายวีระศักดิ์  วิเชียรแสน  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยติดตามข้อมูลจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว  กรมอุตุนิยมวิทยา ว่า  จากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเวลา 18.08 น.ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557  บริเวณ ตำ.ทรายขาว  อ.พาน จ.เชียงราย  ความลึก 7 กิโลเมตร  ขนาด 6.3 ริกเตอร์  วัดจนถึงเวลา 10.05 น.ของวันที่ 17 พฤษภาคม 2557  เกิดแผ่นดินไหวตามมา ดังนี้ ขนาด 5-5.9 ริกเตอร์ 8 ครั้ง  ขนาด 4-4.9 ริกเตอร์  31 ครั้ง  ขนาด 3-3.9 ริกเตอร์  137 ครั้ง  และขนาดน้อยกว่า 3.0 ริกเตอร์  มากกว่า 636 ครั้ง  รวมเกิด aftershock ขึ้นมากว่า 835  ครั้ง

เพิ่มขึ้นมากกว่ารอบ 24 ชั่วโมง  อีก 16 ครั้ง  จึงขอให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมหากเกิดแผ่นดินไหวและติดตามรายงานสถานการณ์จากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว

สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดนครพนมแจกกล้าไม้ฟรี

นายภิรมย์  สกูลหรัง   หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดนครพนม  กล่าวว่า  สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดนครพนม  บ้านเพทพนม  ต.บ้านผึ้ง  อ.เมือง  จ.นครพนม  แจกกล้าไม้ฟรี  ได้แก่ กันเกรา  พะยูง  ประดู่  ราชพฤกษ์  มะขามป้อม  แคบ้าน  มะเม่า  อินทนิล  หวาย  ยางนา  หว้า  สำหรับส่วนราชการ  องค์กร  เอกชน  วัดและประชาชน  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  08-1873-1458  หรือทางอีเมล์   pim_nakhon@yahoo.co.th

มหาวิทยาลัยนครพนม ปลุกตำนานมวยคว้าตัว “ซ้ายพญายม” เวนิส บ.ข.ส. แชมป์โลกคนที่ 4 ของไทย สอนมวยเด็กรุ่นใหม่และบุคคลที่สนใจเรียนมวยสากลเพื่อป้องกันตัว ตลอดจนนักมวยอาชีพ

รศ.สุวิทย์  เลาหศิริวงศ์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม  เปิดเผยว่า  มหาวิทยาลัยนครพนม  ได้ให้นายประเวศ  พลเชียงขวาง  หรือเวนิส บ.ข.ส. เจ้าของฉายา ซ้ายพญายม วัย 64 ปี  เพื่อสร้างทีมมวยสากลให้กับนักศึกษาและบุคคลที่สนใจเรียนมวยสากลเพื่อป้องกันตัว  ตลอดจนผู้สนใจเป็นนักมวยอาชีพ

ทั้งนี้ เวนิส บ.ข.ส. เป็นนักชกชาวนครพนม  ผู้สร้างตำนานแชมป์โลกหลายประเภท  ซึ่งเป็นแชมป์โลกคนที่ 4 ของประเทศไทย  โดยเริ่มชกมวยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ  ใช้ชื่อว่า "นิดเดียว พลายทอง” มีสถิตการชก จำนวน 57 ครั้ง  ชนะ 49 ครั้ง (น็อก 36 ครั้ง)  โดยแพ้  8 ครั้ง โดยเวนิสหันมาชกมวยสากลครั้งแรกในรายการมวย "พ็อปท็อป”  เดือนพฤษภาคม 2511  ซึ่งเป็นรายการชิงแชมป์มวลสากลที่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์  โดยชนะน็อก  ชาญ  ชนะศักดิ์  ยก 2 จากนั้น  ชกชนะนักมวยสากลในรุ่นฟลายเวทอีกหลายคน เช่น ชายธง  สิงห์เชื้อเพลิง  วิทยาน้อย  สิงห์ยอดฟ้า  วิทยา  เพลินจิต  เหมือนฝัน ร.ส.พ. จนได้รับถ้วยพระราชทานจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะนักมวยสากลยอดเยี่ยม  ในรายการโดยเสด็จพระราชกุศลเมื่อพ.ศ. 2512  โดยชกชนะศักดิ์  ศักดิ์แหลมทองและครอบแชมป์มวยสากลเวทีลุมพินีรุ่น ฟลายเวท  เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2513 ชนะน็อค รัตนศักดิ์  วายุภักดิ์  ยก 9  และได้ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของสภามวยโลก วันที่ 29 กันยายน 2515  ที่อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก  กับเบตูลิโอ  กอนซาเลซ  แชมป์โลกชาวเวเนซูเอลา  โดยเวนิส  เป็นฝ่าชนะน็อกในยกที่ 10 ท่ามกลางจำนวนผู้ชมถึง 30,000 คน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาทอดพระเนตรการชกด้วยพระองค์เอง   เวนิส เป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกที่เป็นมวยถนัดซ้าย  โดยป้องกันตำแหน่งได้เพียงครั้งเดียว  จากนั้นต้องสละแชมป์เนื่องจากไม่สามารถรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในพิกัดได้

ชาวตำบลดงใหญ่ อ.วาปีปทุม ชุมนุมที่เรียกร้องให้ทางจังหวัดชี้แจงและรับผิดชอบ กรณี ไม้พะยูงหน้าศาลากลางเก่าหาย

ชาวตำบลดงใหญ่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดออกมาชี้แจงและแสดงความรับผิดชอบ กรณี ไม้พะยูง จำนวน 2 ต้นที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจังหวัด ได้หายไปเมื่อวันเสาร์ที่ 26 เม.ย.

57 16-05-57 นายเชาว์ไชยพงศ์ คำพันธ์ นายก อบต.ดงใหญ่ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม นายคงศักดิ์ ปัญญาละ กำนันตำบลดงใหญ่ พร้อมชาวบ้านกว่า 100 คน เดินทางมายื่นหนังสือต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามสอบถามเกี่ยวกับคดีการขโมยต้นพะยูงที่หน้าอุทยานการเรียนรู้มหาสารคาม กลางเมืองมหาสารคาม ไปจำนวน 2 ต้น เพราะเป็นต้นพะยูงที่ทางชาวบ้านดงใหญ่ได้ล้อมมาปลูกไว้ให้เมื่อต้นปลายปี 54 โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 เม.ย 57 นายพรรษพงศ์ วัชรสุนทร นิติกรที่ทำการปกครองจังหวัดมหาสารคาม ได้รับมอบอำนาจจาก นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผวจ.มหาสารคาม เข้าแจ้งความว่า ต้นไม้พะยูงที่ปลูกอยู่บริเวณหน้าอุทยานการเรียนรู้มหาสารคาม จำนวน 2 ต้น ถูกคนร้ายขโมย

ซึ่งนายเมธี สุพรรณฝ่าย ปลัดจังหวัดมหาสารคามได้มารับหนังสือดังกล่าวแทน ผวจ.และได้ให้ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.มหาสารคามได้ ชี้แจงกับผู้มาชุนนุม ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนคดีดังกล่าวแล้ว โดยมีนายประเจน พฤกษา อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.7 ต.โนนราษี อ.บรบือ จ.มหาสารคามนายหน้าผู้ที่รับซื้อต้นไม้ดังกล่าวในราคา 1 แสนบาท และได้นำต้นแคนามาปลูกแทนทั้ง 2 ต้น ซึ่งได้รับการติดต่อให้มาซื้อโดยนายลำพวน พันวาสนา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอยค้อใหญ่ 2/2 ถ.ค้อใหญ่ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม พนักงานขับรถผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ที่ยืมตัวมาจากเทศบาลเมืองมหาสารคาม ขณะนี้ได้ส่งตัวกลับไปแล้ว โดยทั้ง 2 คน ให้เข้ามารับข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบลายนิ้วมือและสรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อฟ้อง ทำให้ทางนายเชาว์ไชยพงศ์ คำพันธ์ นายก อบต.ดงใหญ่ อ.วาปีปทุม และชาวบ้าน ได้รับฟังแล้วเป็นที่พอใจก็ได้เดินทางกลับ




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ป.ป.ช.มหาสารคาม เตรียมแถลงผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน ต่อสื่อมวลชน

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมหาสารคาม เตรียมแถลงผลการดำเนินงานต่อสื่อมวลชน ในรอบ 6 เดือน ประจำปี 2557 โดยเน้น ผลการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก คือ ด้านการปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและด้านการป้องกันการทุจริต ในวันที่ 22 พฤษภาคม นี้

นายประทีป จูฑะศร ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ประชาชนได้รับทราบ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงได้กำหนดให้มีการแถลงข่าวผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ต่อสื่อมวลชน ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ระหว่างเวลา 11.00-12.00 น. ณ ห้องสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม โดยจะมีการแถลงผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือน คือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556-มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้งส่วนกลาง และจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วยผลงาน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและด้านการป้องกันการทุจริต รวมทั้งผลการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทภารกิจของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงานดังกล่าวไปผ่านสื่อมวลชน นำไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามในประเด็นที่สนใจด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดสกลนครขอเชิญร่วมประมูลทะเบียนรถเลขสวยเพื่อการกุศล

จังหวัดสกลนครโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสกลนครร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเพื่อการกุศล ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รถเก๋งตอนเดียว รถเก๋งสองตอน รถนั่งสองตอนท้ายบรรทุก หมวดอักษร กฉ สกลนคร ในวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2557 เวลา 09.00-17.00 น. ณ โรงแรม เอ็มเจเดอะมาเจสติค อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร

การจัดประมูลในครั้งนี้ มีหมายเลขสวยซึ่งเป็นที่นิยมให้เลือกประมูล จำนวน 301 หมายเลข แผ่นป้ายทะเบียนรถจะเป็นลายกราฟฟิครูปแบบใหม่ สัญลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร หมายเลขที่ได้จากการประมูลสามารถจดทะเบียนรถได้ทันทีโดยไม่ต้องจดทะเบียนรถตามลำดับหมายเลขทะเบียน และสามารถนำไปใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้วได้และหมายเลขที่ได้จากการประมูลถือเป็นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ประมูลได้ซึ่งสามารถโอนสิทธิ์การใช้หมายเลขทะเบียนให้แก่ผู้อื่นได้ ทั้งนี้เงินที่ได้จากการประมูลจะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนและส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนซึ่งถือเป็นการสร้างกุศลอีกทางหนึ่ง

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่หน้างาน ณ โรงแรม เอ็ม เจ เดอะ มาเจสติค สกลนคร ในวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โดยยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาหนังสือเดินทาง และใบมอบอำนาจ (กรณีมิได้ดำเนินการด้วยตนเอง) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 0 4271 4905, 0 4271 1514 หรือโทร 1584





รุจณีย์ ผ่านสำแดง
นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ
ส.ปชส.สกลนคร
ข่าว
วันที่ 16 พ.ค. 2557