วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สุรินทร์ร่วมกันทำกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงแหล่งสิ่งแวดล้อมสาธารณะ ให้เหมาะแก่การเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

วันที่ 5 มิ.ย. 56 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองยาว เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการจัดกิจกรรมกำจัดวัชพืช และทำความสะอาดคลองสาธารณะ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยความร่วมมือจาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ แขวงการทางสุรินทร์ สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานคุมประพฤติ เรือนจำกลางสุรินทร์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรม 150 คน ทำความสะอาดสวนสาธารณะและคลองสาธารณะ โดยการดำเนินการครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้พื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนทั่วไป ให้เกิดความสะอาดสวยงามและสดชื่น

ทั้งนี้ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อให้ทุกคนมองเห็นและตระหนักต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต ของมนุษย์ ให้คงอยู่อย่างมีคุณภาพและลดการทำลายสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลให้เกิดทั้งภัย ธรรมชาติ มลพิษสิ่งแวดล้อมต่างๆเป็นต้น ภาคส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมจึงบูรณาการความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการร่วมกันทำกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟู ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขึ้น


 

กำชัย วันสุข ส.ปชส.สุรินทร์ ภาพ/ข่าว

จังหวัดอุบลราชธานีจัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2556 โดยมีกิจกรรมจัดเวทีเสวนาให้ความรู้ “เยาวชนไทย รู้เท่าทันภัยการค้ามนุษย์”

วันนี้ ( 5 มิ.ย. 56) ที่บริเวณหอประชุมโดมใหญ่ วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ จังหวัดอุบลราชธานีประจำปี 2556 เนื่องด้วยวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยขอความร่วมมือทุกจังหวัด จัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้ประชาชนทั่วไป ภาคเครือข่าย ได้ร่วมกันตระหนักถึงภัยจากขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อให้คนในสังคมตั้งแต่เด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงภัยจากขบวนการค้ามนุษย์ ในรูปแบบต่าง เช่น การบังคับค้าประเวณี การนำเด็กมาบังคับขอทาน การหลอกไปทำงานในเรือประมง หรือถูกบังคับให้ผลิตสื่อลามกอนาจาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทฺธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้จังหวัดอุบลราชธานี และทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันรณรงค์สร้างความใจแก่ประชาชน ให้มีความรู้ มีทักษะ สามารถเอาตัวรอดจากคนหรือกลุ่มคนที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จากการค้ามนุษย์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดบอร์ดนิทรรศการจาดหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน การบนเวทีมีการแสดงดนตรีสลับกับการแสดงที่สะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ และจัดเวทีเสวนาให้ความรู้ "เยาวชนไทย รู้เท่าทันภัยการค้ามนุษย์” โดยมีกลุ่มเป็นนักเรียน นักศึกษากลุ่มเสียงสตรีฯ เข้าร่วมกิจกรรมในงาน ประมาณ 500 คน
 


จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

จังหวัดอุบลราชธานีจัดสัมมนาโครงการลดใช้พลังงานภาครัฐ ตามตัวชี้วัดของหน่วยงานราชการ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2556 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมกิจตรงวิลล์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการลดใช้พลังงานภาครัฐ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อชี้แจงความเป็นมา เกณฑ์พิจารณาตัวชี้วัด การเก็บข้อมูล การรายงาน การสังเกตความผิดปกติของข้อมูล รวมถึงแนวทาง เทคนิค และกลยุทธ์ในการปรับปรุงการใช้พลังงานในหน่วยงาน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกหน่วยงานในจังหวัดอุบลราชธานีจะมีการดำเนินงานครบถ้วนตามตัวชี้วัด และสามารถลดปริมาณการใช้พลังงานของหน่วยงานทั้งในด้านไฟฟ้าและน้ำมันลงได้

สำหรับในจังหวัดอุบลราชธานี มีหน่วยงานราชการที่ต้องรายงานตัวชี้วัดรวมทั้งสิ้น 217 หน่วยงาน แบ่งเป็น หน่วยงานราชการบริหารส่วนภูมิภาค 144 หน่วยงาน และหน่วยงานบริหารราชการส่วนกลาง 73 หน่วยงาน โดยหน่วยงานราชการบริหารงานส่วนภูมิภาคนั้น แบ่งเป็นหน่วยงานระดับจังหวัด 33 หน่วยงาน และหน่วยงานระดับอำเภอ 111 หน่วยงาน นอกจากนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอีก 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในที่ประชุมว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการลดการใช้พลังงานภาครัฐโดยให้หน่วยงานราชการลดการ ใช้พลังงานให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 10 เป็นผู้นำภาคเอกชนและภาคประชาชนในการประหยัดพลังงาน ประกอบกับสำนักงาน กพร. ปรับปรุงกรอบตามผลประเมินตามคำรับรองปฏิบัติราชการ โดยมีสำนักงานพลังงานจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการเก็บตัวชี้วัดในเรื่องดัง กล่าว จึงได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานราชการในจังหวัดอุบลราชธานี ได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวชี้วัด ที่สามารถที่จะลดการใช้พลังงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้หลอดประหยัดไฟเบอร์ 5 และการส่งเสริมลดการใช้พลังงานในช่วงพักกลางวันอย่างจริงจัง ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของข้าราชการ และพนักงานของรัฐให้สามารถปฏิบัติจนเป็นนิสัย และเป็นตัวอย่างของประชาชนในการปฏิบัติตามต่อไป


จักรกฤษณ์ มาลาสาย /ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ทันตกรรมพระราชทาน

หน่วยทันตกรรมพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ออกให้บริการประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงเรียนบ้านนามั่ง บ้างมงคล ตำบลบ้านยวด อำเภอสร้างคอม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว 84 พรรษาและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ 80 พรรษา

ที่โรงอาหาร โรงเรียนบ้านนามั่ง ตำบลบ้านยวด อำเภอสร้างคอม นายคนึง มีพรหม นายอำเภอสร้างคอม พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนามั่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยวด ให้การต้อนรับ นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ที่ปรึกษาโครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่หน่วยทันตกรรมพระราชทานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราช กุมารี ซึ่งวันนี้เป็นการออกหน่วยทันตกรรมพระราชทานโดยคณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ออกให้บริการด้านทันตกรรม อาทิ ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และคัดกรองผู้ป่วยโรคทันตกรรมเพื่อเข้าการรักษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยในการออกหน่วยทันตกรรมพระราชทานครั้งนี้มีเป้ามหายในการให้บริการแก่ ประชาชน นักเรียน ในพื้นที่ 400 คน

นายคนึง มีพรหม กล่าวว่า เนื่องด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มีพระประสงค์จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในชนบทที่ห่างไกลให้มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น จึงโปรดเกล้าฯให้จัดทำโครงการต่างๆขึ้นและนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้โรงเรียนบ้านนามั่ง ตำบลบ้านยวดและโรงเรียนบ้านดอนบาก ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอมเป็นโรงเรียนในพระราชดำริ และได้เสด็จเยี่ยมโรงเรียนบ้านนามั่ง ครั้งที่ 1 เมื่อ ปี พ.ศ.2535 และครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2550 ในขณะอำเภอสร้างคอม ร่วมกับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 สำนักงานเกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ ประมงอำเภอ และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสร้างคอมได้ร่วมกันบูรณาการการทำงานให้การสนับ สนุนโรงเรียนในพระราชดำริทั้ง 2 แห่ง

นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ที่ปรึกษาโครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กล่าวว่า โครงการทันตกรรมพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นความร่วมมือของหลายๆมหาวิทยาลัย ในการพระราชทานหน่วยแพทย์พระราชทานออกมาให้บริการรปะชาชน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ซึ่งสมเด็จพระเทพได้สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จระเจ้าอยู่หัว ดำเนินโครงการต่อ และในวันนี้คณะคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ออกมาให้บริการที่โรงเรียนบ้านนามั่ง ตำบลบ้านยวด อำเภอสร้างคอม และตนได้รับมอบหมายจากเลขาธิการพระราชวังและกรมวัง ผู้ใหญ่ ให้ออกมาเยี่ยมหมอและประชาชนในพื้นที่ 

มูลนิธิช่วยเด็กยากจน มอบชุดนักเรียน ทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนของมูลนิธิช่วยเด็กยากจน ร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ดโดยมูลนิธิช่วยเด็กยากจน ประเทศญี่ปุ่นและ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด ร มอบชุดนักเรียน ทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนของมูลนิธิช่วยเด็กยากจน ณ หอประชุมโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
 
วันนี้ ( 4 มิถุนายน 2556) เวลา 10.00 น.นายศักดิ์ชัย กาญจนะวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประธาน มอบชุดนักเรียน ทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนของมูลนิธิช่วยเด็กยากจน ณ หอประชุมโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย MR.Sadao ARAI ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยเด็กยากจน และคณะ มูลนิธิช่วยเด็กยากจน เป็นองค์กรการกุศลของผู้มีอุปการคุณชาวญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาเทนรีเคียว ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความอนุเคราะห์ชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียนยากจนใน จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา และตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นมา มูลนิธิฯได้เพิ่มกิจกรรมการมอบทุนการศึกษาเป็นค่าเล่าเรียนแก่นักเรียนอีก ส่วนหนึ่ง รวมระยะเวลา 6 ปี ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550-2555 เป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้น 4,093 ทุน คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 9,413,900 บาท (เก้าล้านสี่แสนหนึ่งหมื่นสามพันเก้าร้อยบาทถ้วน) และในปีการศึกษา 2556 นี้ มูลนิธิได้ช่วยเหลือเด็กยากจนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่กำลังศึกษาในระดับประถมศึกษาในพื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิเป็นชุดนักเรียน จำนวน 1,881 ชุด เป็นเงิน 379,570 บาท (สามแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) และกำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นค่าเล่าเรียน จำนวน 733 ทุน ๆ ละ 2,300 บาท (สองพันสามร้อยบาท) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,685,900 บาท (หนึ่งล้านหกแสนแปดหมื่นห้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน)
 
ในการคัดเลือกโรงเรียนที่ได้รับชุดนักเรียนมูลนิธิช่วย เด็กยากจนเป็นผู้กำหนดพื้นที่ สำหรับการพิจารณานักเรียนเพื่อเข้ารับทุนการศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่มูลนิธิ ช่วยเด็กยากจนกำหนดไว้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ดได้ประสานความร่วม มือ กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1,2,3 และสำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ในการคัดเลือกและนำเด็กนักเรียนเข้ารับทุน จำนวน 733 ทุน ซึ่ง การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ นับว่าเป็นมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย เป็นอย่างยิ่ง
 

 
 คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
 กมลพร คำนึง บก.ข่าว

 ส.ปชส.ร้อยเอ็ด 043-527117

จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับมูลนิธิบุญโกศล วัดวิมลนิวาส จัดแถลงข่าวการจัดงาน “รวมพลังศรัทธาไทย...ใต้ร่มเย็น” ในวันที่ 14 มิถุนายน นี้

เมื่อเวลา 10.00 น. (5 มิ.ย. 56) พระครูวิมลบุญโกศล เจ้าอาวาสวัดวิมลนิวาส พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด จัดแถลงข่าว การจัดงาน "รวมพลังศรัทธาไทย...ใต้ร่มเย็น” ณ วัดวิมลนิวาส ว่า ได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประธานพระบรมสารีริกธาตุ 45 สัณฐาน เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดต่างๆ จำนวน 45 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้จัดสร้างพระพุทธนิรสรรพภัย ขนาดหน้าตัก 39 นิ้ว จำนวน 4 องค์ และพระไพรีพินาศ ขนาดหน้าตัก 39 นิ้ว จำนวน 4 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส เพื่อเป็นที่สักการบูชาและความเป็นศิริมงคล เป็นขวัญและกำลังใจของพระภิกษุสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างนี้ มีการฉลองสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ในระหว่างวันที่ 1 – 9 มิถุนายน นี้ หลังจากนั้น จะอัญเชิญไปประดิษฐานชั่วคราว ณ ภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้สักการบูชา จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดแรกที่ได้รับเกียรติ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ , มาประดิษฐานชั่วคราว ที่ วัดวิมลนิวาส จังหวัดร้อยเอ็ดระหว่างวันที่ 11 – 14 มิถุนายน นี้ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับมูลนิธิบุญโกศล ได้จัดให้มีการประกวดขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ โดยมีหน่วยงานต่างๆในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ส่งเข้าร่วมประกวดจำนวน 9 หน่วยงาน รวม 9 ขบวน อาทิ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ธนาคารกสิกรไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นต้น ในวันที่ 14 มิถุนายน 2556 เวลา 07.30 น. เริ่มต้นขบวนแห่หน้าบึงพลาญชัย ไป สิ้นสุดที่วัดวิมลนิวาส โดยมีโล่รางวัลจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก จำนวน 9 โล่ และเงินขวัญถุงจากมูลนิธิรักษ์แผ่นดินไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จำนวน 40,000 บาท สำหรับมอบให้ผู้เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ รางวัล ได้แก่
 
 รางวัลที่ 1 โล่รางวัลและเงินขวัญถุง จำนวน 10,000 บาท , รางวัลที่ 2 โล่รางวัลและเงินขวัญถุง จำนวน 7,000 บาท , รางวัลที่ 3 โล่รางวัลและเงินขวัญถุง จำนวน 5,000 บาท และรางวัลชมเชย โล่รางวัลและเงินขวัญถุง จำนวน 3,000 บาท
 
ขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชนชาวร้อยเอ็ดและจังหวัด ใกล้เคียง ร่วมรับชมขบวนแห่และร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ทั้ง 9 ขบวน ได้ ตามวันและเวลา ดังกล่าว
 

 
 
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว
บุญมี เพ็งรัตน์ ภาพ

กมลพร คำนึง บก.ข่าว

ยโสธรแจกบัตรเอที่เอ็มให้เกษตรกร

เกษตรกรจังหวัดยโสธรกว่า 1,200 คน แห่รับบัตรสินเชื่อเอทีเอ็ม รูดอุปกรณ์การเกษตรผ่านบัตร มูลค่า 50 ล้านบาท ที่สำนักงาน สหกรณ์การเกษตรเพื่อลูกค้า ธกส.จังหวัดยโสธร นายนิรันดร์ สมสมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มอบบัตรเอทีเอ็มสินเชื่อเกษตรให้กับเกษตรกรอำเภอเมืองยโสธร อำเภออำเภอคำเขื่อนแก้ว จำนวน 1,200 ราย นายไพศาล แสนคุ้ม ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยโสธร กล่าวว่า การมอบบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรสินเชื่อเกษตร ให้กับเกษตรกรในครั้งนี้ เป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้เกษตรกรได้ใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรสินเชื่อเกษตร รูดซื้อสินค้าการเกษตร เช่นปุ๋ย/ พันธุ์พืช/ ยาปราบศัตรูพืช/ ข้าวสาร/และน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องใช้เงินสดซื้อ เป็นการเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นบางอย่างออกไป และเพิ่มความปลอดภัยแก่ชีวิตทรัพย์สินของเกษตรกรมากขึ้น จังหวัดยโสธร มีลูกค้า ธกส.ได้รับอนุมัติบัตรสินเชื่อเกษตรกรจำนวน 4 หมื่นบัตร วงเงินใช้จ่าย ผ่านบัตรกว่า 50 ล้านบาท และวันนี้ สำนักงาน สหกรณ์การเกษตรเพื่อลูกค้า ธกส.จังหวัดยโสธร ได้นำปุ๋ยคุณภาพดีราคายุติธรรม จำนวนกว่า 400,000 ตัน ให้เกษตรกรได้ทดลองใช้บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรสินเชื่อเกษตร รูดซื้อปุ๋ยแทนเงินสดนำกลับบ้านไปด้วย 

มหาสารคาม สัมมนาเสริมสร้างพัฒนากลไกการเฝ้าระวังเด็กและเยาวชน

จังหวัดมหาสารคาม จัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างและพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ ในการเฝ้าระวังเด็กและเยาวชน โดยบูรณาการจากกลุ่มสหวิชาชีพ
ที่ ห้องประชุมวิบูลย์-ยุพิน เลาหะพงศ์ชนะ ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการเสริมสร้างและพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ในการเฝ้าระวังเด็กและเยาวชน จังหวัดมหาสารคามโดยบูรณาการจากกลุ่มสหวิชาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือถูกเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยมุ่งเน้นการพิทักษ์ปกป้องคุ้มครองเด็ก และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านเด็ก และเยาวชนให้สามารถพัฒนากลไกการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กและเยาวชน จังหวัดมหาสารคาม อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งหาแนวทางส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัด มหาสารคาม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วย นายวิศิษฐ์ เดชเสน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม รองศาสตราจารย์สมชาย วงศ์เกษม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม คณะผู้บริหาร คณาจารย์ กลุ่มสภาเด็กและเยาวชนใน 13 อำเภอของจังหวัดมหาสารคาม คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมหาสารคาม คณะอนุกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมหาสารคามทั้ง 6 ฝ่าย โรงพยาบาลอำเภอที่ร่วมโครงการศูนย์พึ่งได้ (OSCC) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในจังหวัดมหาสารคาม 



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว / ภาพ

ม.ราชภัฏมหาสารคาม เตรียมพัฒนามัคคุเทศก์รองรับประชาคมอาเซียน

คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จัดงานแถลงข่าวการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยว ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ที่ห้องประชุมเธียร์เตอร์ อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองศิริราชสมบัติครองราชย์ครบ 60 ปี อาคาร 34 คณะวิทยาการจัดการ อาจารย์วุฒิพล ฉัตรจรัสกูล คณบดีคณะวิทยาการจัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ร่วมกับ พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม ได้จัดงานแถลงข่าว "โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม" โดยเตรียมจัดฝึกอบรมอาชีพมัคคุเทศก์ให้กับนักศึกษาวิชาเอกการท่องเที่ยว ชั้นปีที่ 4 ผู้ประกอบการและนักธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ จำนวน 200 คน ในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 2556 เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรการท่องเที่ยว ด้านการบริการ การอำนวยความสะดวก และการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

นางสาวปราณปริยา พลเยี่ยม ท่องเที่ยวและการกีฬาจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในปี 2554 จังหวัดมหาสารคาม มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ประมาณ 377,000 คน ในจำนวนนี้มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจำนวนกว่า 10,000 คน และมีรายได้ที่เกิดจากธุรกิจการท่องเที่ยวกว่า 400 ล้านบาท

ด้านอาจารย์วุฒิพล ฉัตรจรัสกูล คณบดีคณะวิทยาการจัดการ กล่าวว่า การจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ต้องการให้บุคลากรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว และเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการให้บริการกับนักท่องเที่ยวของประเทศ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม


 

ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว / ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำหัวหน้าส่วนราชการออกให้ความรู้แก่นักเรียนในด้านต่างๆ ตามโครงการพบผู้ว่าหน้าเสาธงของจังหวัดนครราชสีมา

วันนี้ (5 มิ.ย. 56) เวลา07.30นที่โรงเรียนอุบลรัตนราช กัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยหันหน้าส่วนราชการ คณะครู อาจารย์ และนักเรียน โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย นครราชสีมา กว่า 1,500 คน ร่วมกันประกอบกิจกรรมหน้าเสาธง ด้วยการ เคารพธงชาติ สวดมนตร์ และร่วมกันร้องเพลงมาร์ชของโรงเรียน ตามโครงการพบผู้ว่าหน้าเสาธง โดยภายหลังจากประกอบกิจกรรมหน้าเสาธงร่วมกับคณะครู อาจารย์ และนักเรียนแล้ว ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้โอวาทแก่นักเรียนในการปฏิบัติตนเป็นคนดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา มาให้ความรู้ด้านกฏหมายการจราจร อัยการจังหวัด มาให้ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิเด็กและเยาวชน สาธารณสุขจังหวัดมาให้ความรู้ด้านเพศศึกษาและโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ปลอดภัย และเจ้าหน้าที่จากขนส่งจังหวัดมาให้ความรู้ด้านการขับขี่รถอย่างปลอดภัย พร้อมมอบของรางวัลให้กับนักเรียนที่ร่วมตอบปัญหาจากความรู้ที่ได้รับจากส่วน ราชการอีกด้วย สำหรับโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดพบนักเรียนหน้าเสาธง จัดขึ้นเพื่อพบปะและมอบแนวคิด โดยเฉพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งนโยบายด้านต่าง ๆ แก่นักเรียน ให้มีส่วนร่วมรับรู้ หวังส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ ในด้านการศึกษา การดำเนินชีวิต และสร้างสรรค์สังคมที่ดี รวมทั้งเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้นักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ให้มีกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน และรณรงค์ไม่ยุ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งอบายมุข โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจะออกเยี่ยมสถานศึกษาในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา และพบนักเรียน นักศึกษา ณ บริเวณหน้าเสาธงหลังเคารพธงชาติ เพื่อพูดคุยและให้ข้อคิดกับนักเรียน ให้ครบทุกโรงเรียนและสถานศึกษา 

นศ. มทส.คว้า 2 รางวัลใหญ่ ชนะเลิศและขวัญใจมหาชน (popular vote) ภาพยนตร์สั้นงานวิสาขบูชาพุทธบารมี ประจำปี 2556 ที่ ห้างเดอะมอลล์ นครราชสีมา

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงาน "วิสาขบูชา พุทธบารมี” (Visakha Short Film Contest 2013) ประจำปี 2556 จัดให้มีการประกวดภาพยนตร์สั้น หรือ หนังสั้น เป็นปีแรกนั้น

การประกวดภาพยนตร์สั้น เนื่องในงานวิสาขบูชาพุทธบารมี ประจำปี 2556 (Visakha Short Film Contest 2013) ในหัวข้อ "เมล็ดพันธุ์แห่งคุณธรรม ” ตอน "กล้าบุญ-กลัวบาป” ซึ่งจัดที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ผลปรากฎว่านักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากเรื่อง "ทางออก exit” นักศึกษาทีมชนะเลิศ คือ ทีม มทส.1 ประกอบด้วย นายเมธี สมานทอง นายรัชทพณ พงษ์ศรีเพ็ชร และนางสาวศศิวิมล จันทศร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มวิชานิเทศศาสตร์ นายปรีชา ลิ้มอิ่ว ผู้จัดการห้างเดอะมอลล์นครราชสีมา มอบใบประกาศนียบัตรแก่ทีมที่ชนะเลิศ ซึ่งทีมที่ชนะเลิศได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมี พร้อมทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรด้วย

ส่วน ทีม มทส.2 ได้รับรางวัล popular vote ทีม 2 ประกอบด้วย นางสาวรวินันทน์ อินทรสอน, นางสาวอชิรญา ลีวัชรกุล, นายชนินทร์ จินดามัย, นายนนท์ มิลินทานุช และนาย

นพดล  จันทกนก ได้รับรางวัล popular vote รับโล่เกียรติยศ Visakha Short Film Contest 2013 พร้อมทุนการศึกษา 20,000 บาท และเกียรติบัตรงานวิสาขบูชาพุทธบารมี ประจำปี 2556 จากหัวข้อ "เมล็ดพันธุ์แห่งคุณธรรม ตอน "กล้าบุญ-กลัวบาป"  จัดโดยห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร โดยมีกำหนดเข้ารับถ้วยพระราชทานในวันที่ 26 มิถุนายน 2556 นี้
นอกจากนี้ ทีม นศ. นิเทศศาสตร์ มทส. ได้แก่ นางสาวรวินันทน์ อินทรสอน นางสาว     อชิรญา ลีวัชรกุล และนายชนินทร์ จินดามัย ยังได้รับรางวัล popular vote ได้รับโล่เกียรติยศ Visakha Short Film Contest 2013 ทุนการศึกษา 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ส่วนคณะกรรมการตัดสินและจัดการประกวดภาพยนตร์สั้น เนื่องในงาน "วิสาขบูชา พุทธบารมี” ประจำปี 2556 (Visakha Short Film Contest 2013) ล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์ นายบัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ และธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ภาพยนตร์สั้นทั้ง 2 เรื่องที่ชนะเลิศ มีกำหนดเข้ารับถ้วยพระราชทาน ในวันที่ 26 มิถุนายน 2556 นี้เช่นกัน

เกษตรกรของจังหวัดนครราชสีมา ได้รับการแต่งตั้งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน และได้คัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2556

ประชาสัมพัน์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ปีนี้จังหวัดนครราชสีมา มีเกษตรกร 2 ราย ได้เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา


เกษตรกร 2 ราย ได้เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณ คือ

1. นายโชคดี ปรโลกานนท์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง อายุ ๕๕ ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 บ้านคลองทุเรียน หมู่ที่ 6 ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรที่ทำวนเกษตร เกษตรกรรมยั่งยืนที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการฟื้นฟูป่าและการจัดการพัฒนาที่ดินทำกินที่มีความ หลากหลายของกิจกรรม การปลูกพืชแบบผสมผสาน หลากหลายระดับ การปลูกไม้ป่าพื้นถิ่น การปลูกพืชเพื่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ การขุดบ่อเลี้ยงปลาและพืชน้ำ การจัดการพลังงานเพื่อใช้ในสวน นายโชคดี (ลุงโชค) นำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ตั้งอยู่บนหลักการ มีอยู่มีกิน มีใช้ ไม่เจ็บไม่ป่วย ครอบครัวอบอุ่น มีความสุขสงบ สมถะ อุทิศตนเพื่อสังคม โดยใช้สวนลุงโชคเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องวนเกษตรเพื่อการพึ่งตนเองและสิ่งแวด ล้อมท้องถิ่น โดยการถ่ายทอดผ่านกิจกรรมการอบรมเกษตรกร ค่ายเด็กและเยาวชน การศึกษาดูงานของเกษตรกร และบุคคลผู้สนใจต่างๆ ทั่วประเทศ



2. นายสมศักดิ์ ป้องปัญจมิตร ได้รับการคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำไร่ ประจำปี ๒๕๕๖ อายุ ๔๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 บ้านสมบัติเจริญ หมู่ที่ 6 ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์เริ่มต้นประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกมันสำปะหลังโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งผลผลิตที่ได้ไม่ดีนัก ต่อมา ได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ที่เห็นว่าพื้นที่ของสมศักดิ์สามารถขุดบ่อน้ำจากใต้ดินได้ จึงให้ทดลองใช้ระบบน้ำ แบบสปริงเกอร์ และแบบน้ำหยด ในแปลงมันสำปะหลังพันธุ์ห้วยบง 60 ซึ่งได้ผลผลิตมากถึง 9-10 ตัน/ไร่ จากเดิม 4-5 ตัน/ไร่ จึงถือว่าเป็นต้นแบบเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ระบบน้ำหยด หลังจากประสบผลสำเร็จในการปลูกมันสำปะหลังในระบบน้ำหยดและมีความมั่นคงใน อาชีพแล้ว ได้เปิดไร่เป็นแหล่งเรียนรู้ โดยเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่ภาครัฐ เอกชน เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และอุทิศกำลังกายและกำลังทรัพย์เพื่อประโยชน์ส่วนรวมด้วยดี เสมอมา มีแนวคิด วิธีปฏิบัติก้าวหน้า พัฒนาอาชีพเกษตรกรรม พัฒนาชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ดี จึงเป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๖ ที่จังหวัดนครราชสีมาภาคภูมิใจ

อำเภอเมืองนครราชสีมา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดนักศึกษาช่าง พบฉี่สีม่วง 6 คน เตรียมส่งตัวเข้าค่ายบำบัดเลิกยุ่งเกี่ยวยาเสพติด

วันนี้ (5 มิ.ย. 56) เวลา10.00 น. ที่วิทยาลัยสารพัด ช่างนครราชสีมานายณัชวันก์ เตชะเสน ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนครราชสีมา ร่วมกับนายปราโมทย์ ขุนเพ็ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขอำเภอ และเจ้าหน้าที่จาก อบต.หมื่นไว ลงพื้นที่ออกสุ่มตรวจปัสสวะเพื่อหาสารเสพติดนักศึกษา ระดับชั้น ปวช.ปีที่ 1 ของวิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา จำนวน 500 คน
 

นายณัชวันก์ เตชะเสน ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนครราชสีมา กล่าวว่า การออกสุ่มตรวจปัสสาวะดังกล่าวเป็นการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพ ติดในสถานศึกษา ตามนโยบายของจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องปรามปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่อาจจะเกิดขึ้นกับกลุ่ม เยาวชนในเขตพื้นที่ ทางอำเภอเมืองนครราชสีมาจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เข้า ตรวจหาสารเสพติดจากนักศึกษากลุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดที่ วิทยาลัยดังกล่าว โดยมีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะนักศึกษาทั้งชายและหญิง จำนวน 500 คน ผลการตรวจปัสสาวะพบนักศึกษาชาย มีสีม่วง จำนวน 6 คน ซึ่งต้องส่งผลพิสูจน์ไปตรวจซ้ำในห้องแล็บที่โรงพยาบาลเพื่อยืนยันให้แน่ชัด อีกครั้ง และหากนักศึกษาคนไหนที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วงจะส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัด เป็นเวลา 8คืน 9วัน ที่กองพันทหารราบที่ 1ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 เพื่อลดการเสพและเลิกยาเสพติดให้ได้ในที่สุด และไม่ย้อนกลับมาหายาเสพติดอีก

ชัยภูมิเร่งงานตามนโยบายรัฐบาล

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 ลงพื้นที่ชัยภูมิ ติดตามผลการดำเนินงานตานโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในช่วงที่ผ่านมา ฝากทุกหน่วยเร่งสร้างเข้าใจกับประชาชนทุกภาคส่วน
 
เมื่อเวลา 09.30น. วันนี้ 5 มิถุนายน 2556 นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 เดินทางมาติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML), การดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยรับฟังรายงาน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ มีนายบรรยงค์ วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ที่ประสบผลสำเร็จ
 
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ ลงให้ชาวบ้านโดยตรง ผ่านช่องทางของโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML), การดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกิจกรรมอื่นๆ เป้าหมายสูงสุด คือต้องการให้ประชาชนระดับรากหญ้า เกิดการศึกษา เรียนรู้ เกิดกระบวนการคิด เพื่อพัฒนาศักยภาพในกลุ่มของตนเอง ให้มีความเข้มแข็ง กล้าคิด กล้าทำ และกล้ารับผิดชอบ ในทุกๆ ขั้นตอน และทุกเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล และระดับหมู่บ้าน เกิดขบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือสามารถแก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คนได้มากขึ้น ระยะนี้ถือเป็นรอยต่อระหว่างการดำเนินการขั้นเริ่มต้น กับช่วงของการพัฒนา อาจจะเกิดปัญหาบ้าง ทั้งเรื่องของคน เครื่องมือ งบประมาณ การประสานงานกับหน่วยราชการในพื้นที่ เป็นต้น ขอให้ทุกฝ่ายค่อยๆคิด และแก้ปัญหา หน่วยงานที่เป็นพี่เลี้ยง ทั้งนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการต่างๆ มีหน้าที่ต้องดูแล คอยให้คำแนะนำ
 
อย่างไรก็ตาม ฝากถึงคณะกรรมการทุกระดับ เพิ่มความถี่ในการพูด เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในหมู่คณะกรรมการด้วยกันเอง ในหมู่สมาชิก และประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ในการพัฒนา ถ้าไม่ทั่วถึง อาจจะต้องจัดทำโครงการประชาสัมพันธ์ ควบคู่กันไปก็จะเป็นการดี ผู้คนทั่วไปจะได้เกิดการรับรู้ และเข้าใจในแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น
 

 

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

มท.1 วางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลขอนแก่น 2สาขาวัดศิริธรรมิกาวาส

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานวางศิลาฤกษ์อาคารโรงพยาบาลขอนแก่น 2 สาขาวัดศิริธรรมิกาวาส บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมืองขอนแก่นซึ่งเป็นความตั้งใจของ ดร.พระครูสิริสารธรรม เจ้าอาวาสวัดศิรฺธรรมิกาวาส เจ้าคณะตำบลโคกสี ที่อยากจะลดความแออัดในการรักษาของโรงพยาบาลขอนแก่นจึงต้องการสร้างโรง พยาบาลขอนแก่นแห่งที่ 2 โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการเลยเป็นงบจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมทอด ผ้าป่าบริจาคในวงเงินก่อสร้าง ประมาณ 30 ล้านบาท เป็นอาคาร คสล.2 ชั้นมีพื้นที่ใช้สอย 2,097 ตารางเมตรซึ่งก็มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำผ้าป่าสมทบการก่อสร้างรวมทั้งสมทบค่า อุปกรณ์การแพทย์ห้องประชุมสัมมนา ส่วนผู้ที่สนใจร่วมบริจาคก็บริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ สร้างโรงพยาบาลขอนแก่น สาขาวัดศิริธรรมิกาวาส ธนาคารกรุงเทพ สาขาหน้าเมือง เลขที่บัญชี 521-414812-3หรือธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหน้าเมืองเลขที่บัญชี 964-2-11854-8      

โรงพยาบาลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เช้าวันนี้ ( 5 มิ.ย. 56 ) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก กฤษฎา ทับเทศ ผู้อำนวยการกองแผนที่และที่ดิน กรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ , ,นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 6 พร้อมด้วยประชาชนชาวอำเภอนาคูกว่า 1,000 คน ได้ร่วมกันเปิดป้ายโรงพยาบาลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายพิสิฐ เอื้องวงศ์กูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวรายงานว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับงบประมาณจากกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาลประจำอำเภอ นาคู ด้วยงบประมาณ ปี 2554 จำนวน 10,890,000 บาท โดยได้รับความอนุเคราะห์พื้นที่การก่อสร้างโรงพยาบาลจากกองทัพอากาศ จำนวน 24 ไร่ และ ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลนาคู มีบุคลากร ประกอบด้วย แพทย์ จำนวน 2 คน เภสัชกร จำนวน 1 คน พยาบาลจำนวน 8 คน และเจ้าหน้าที่อื่นๆรวม 21 คน เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนชาวอำเภอนาคู จำนวน 31,253 คน 7,045 หลังคาเรือน และในโอกาสนี้ ชาวอำเภอนาคูได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรมทำบุญทอดผ้าป่ากองทุนพัฒนาโรงพยาบาลนา คู ด้วยเงินจำนวน 940,000 บาท เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพิ่มเติม และยังเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการก่อตั้งโรงพยาบาลอำเภอนาคูใน ครั้งนี้
 


วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ เปิดฝึกอบรมวิชาชีพให้กับผู้ว่างงาน

นางชไมพร ตุ้มพงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ กล่าวว่า วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพประชาชนให้สอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมฝึกอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนที่ไม่มี งานทำ ผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ที่กำลังอยู่ในข่ายเลิกจ้าง ผู้ที่สำเร็จการศึกษาที่ยังไม่มีงานทำ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพของประชาชนให้มีความรู้ ทักษะวิชาชีพเพิ่มขึ้นเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน


ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพประชาชน ประจำปี 2556 จำนวน 10 หลักสูตร รุ่นที่ 1 เปิดรับสมัครจำนวน 8 หลักสูตร อาทิ ขนมปังแป้งข้าวก้องงอกและเบเกอรี่เพื่อการค้า, การเพ้นท็เล็บและต่อเล็บ,การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์และงานกราฟิก และเริ่มฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 8 มิ.ย. – 7 ก.ค. 56 (เฉพาะเสาร์ – อาทิตย์) ส่วนรุ่นที่ 2 เปิดรับสมัครจำนวน 2 หลักสูตร ประกอบด้วย การนวดแผนไทย, การเย็บกระเป๋าด้นมือหลากหลายรูปแบบ เริ่มฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย. – 7 ก.ค. 56 (เรียนทุกวัน) ผู้สนใจ สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2556 หรือสอบถามเพิ่มเติมรายละเอียด ได้ที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ โทรศัพท์หมายเลข 081-9996325 หรือ 087-4578122

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว. ในพื้นที่จังหวัดภาคอีสานตอนใต้

วันนี้ (4 มิ.ย. 56) เวลา 12.55 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง จากสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราวอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ เสด็จทรงไปปฏิบัติพระกรณียกิจในกิจกรรมของมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่โรงเรียนร่มเกล้าปราจีนบุรี หมู่ที่ 1 ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เฝ้าส่งเสด็จ


ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ทอดพระเนตรการทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ในพื้นที่ จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ นครราชสีมาและจังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 3 – 10 มิถุนายน 2556 โดยจะประทับแรม ณ เรือนรับรองอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง โครงการชลประทานสุรินทร์ สำหรับในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จะเสด็จทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่โรงเรียนห้วยจริงวิทยา อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2556

ป.ป.ช.สุรินทร์ ประกาศผลคัดเลือกตัวแทนกรรมการสรรหา ป.ป.จ. พร้อมเปิดให้คัดค้าน

นายมงคล สาริสุต ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตามที่ได้ประกาศให้มีการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กร เป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุรินทร์ (ป.ป.จ.) เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด พ.ศ.2555 ข้อ 24 ซึ่งได้ประกาศผลการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กร เป็นกรรมการสรรหาของแต่ละภาคส่วนมาแล้ว


ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียผู้ใด ประสงค์จะโต้แย้งหรือคัดค้านการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กร เป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุรินทร์ สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองตามแบบ ป.ป.จ.18 ต่อผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์ ภายใน 7 วัน นับต้งแต่วันที่ 4 -10 มิถุนายน 2556 ในเวลาราชการ เพื่อให้การดำเนินสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด สุรินทร์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป

เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ เตือนภัยแมลงวันผลไม้ในมะม่วง

นายนพรัตน์ พงศ์กิตติโชติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ เผยว่า จากข้อมูลจากศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งเตือนภัยแมลงวันผลไม้ในมะม่วง ในบางพื้นที่มีมะม่วงอยู่ระหว่างผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว แมลงศัตรูที่สำคัญ คือ แมลงวันผลไม้ ซึ่งทำความเสียหายโดยเพศเมียใช้อวัยวะวางไข่แทงเข้าไป ในผลมะม่วง ตัวหนอนที่ฟักจากไข่จะอาศัยและชอนไชอยู่ภายใน ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่น ตัวหนอนจะเข้าดักแด้ในดินแล้วออกเป็นตัวเต็มวัย แมลงวันผลไม้ชอบวางไข่ใน ผลมะม่วงที่ใกล้สุกและมีเปลือกบาง ผลมะม่วงที่ถูกทำลายนี้มักจะมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ ศัตรูธรรมชาติ ได้แก่ ตัวห้ำ ตัวเบียน ตัวห้ำ เช่น มดคันไฟ ตัวเบียน เช่น แตนเบียนหนอน-ดักแด้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด ดังนี้

1. ทำความสะอาดบริเวณสวน โดยรวบรวมทำลายมะม่วงที่เน่าเสียจากการถูกแมลงวันผลไม้เข้าทำลาย ไปเผานอกแปลงปลูก เพื่อลดการเพิ่มจำนวนประชากรของแมลงวันผลไม้

2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติของแมลงวันผลไม้ เช่น การใช้สารเคมีที่ถูกวิธีตรงกับชนิดศัตรูพืชพ่นเฉพาะจุดที่มีศัตรูพืช ไม่ทำลายตัวห้าตัวเบียน

3. กำจัดแมลงวันผลไม้เพศผู้ด้วยเมทธิล ยูจินอล ผสม มาลาไทออนิ 83 % อีซี 2:1 ต่อน้ำ 20 ลิตร ชุบสำลี วางไว้ในขวดพลาสติกหรือกระบอกน้า แขวนไว้โดยรอบแปลงมะม่วง


4. การใช้เหยื่อโปรตีน โดยการนาเอายีสต์โปรตีนออโตไลเสท (Protein autolysate) ผสมกับสารฆ่าแมลงมาเป็นเหยื่อล่อแมลงวันผลไม้ โดยใช้ยีสต์โปรตีนออโตไลเสท 800 ซีซี ผสมสารฆ่าแมลง malathion 83 เปอร์เซ็นต์จานวน 280 ซีซีผสมน้ำ20 ลิตริพ่นเป็นจุดๆเท่านั้น วิธีการนี้ให้ผลที่ดีมาก นอกจากจะประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายในการใช้สารฆ่าแมลงและแรงงานแล้ว ยังเป็นพิษต่อสภาพแวดล้อม แมลงผสมเกสร รวมทั้งตัวห้ำตัวเบียนน้อยลง ที่สำคัญคือสารนี้สามารถดึงดูดได้ทั้งแมลงวันผลไม้ตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ได้อย่างดี

สภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ รับสมัครผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้านจนถึงวันที่ 7 มิถุนายนนี้

นายทองคำ ปิ่นแก้ว หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า อาศัยอำนาจตามความในข้อ 1 ของระเบียบสภาเกษตรกรแห่งชาติว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข การเลือกตั้งสภาเกษตรกรจังหวัดแทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2555 จึงประกาศรับสมัครผู้แทนเกษตรกร ระดับหมู่บ้าน ทั้งนี้เกษตรกรผู้ใดมีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรระดับ หมู่บ้าน ต้องมีรายชื่อตามประกาศรายชื่อเกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง


โดยยื่นใบสมัครด้วยตนเองพร้อมหลักฐานและเอกสารซึ่งรับรองความถูกต้อง ตามรายละเอียดดังนี้ วัน เวลา รับสมัครผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 เวลา 08.30 น. - 16.30 น. สถานที่รับสมัครผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ส่วนหลักฐานการรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรระดับหมู่บ้าน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายหรือรูปภาพหน้าตรงไม่สวมหมวกไม่สวมแว่นตา ขนาด 2X3 นิ้ว จำนวน 3 รูป ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือนจนถึงวันรับสมัคร พร้อมหลักฐานอื่น ๆ เช่น เอกสารใบเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล สูติบัตร และใบรับรองการเกิด เป็นต้น

การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดแม้จะมีฝนตกมาบ้างแล้ว

นายคมสัน บุญเอี่ยม ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ เปิดเผยว่า ประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ มีสาขาอยู่ใน 11 อำเภอ เช่นที่อ่างเก็บอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว ที่อำเภอรัตนบุรี ซึ่งผลิตน้ำประปาให้บริการในพื้นที่อำเภอสนมด้วย ที่อำเภอสังขะ ซึ่งรับผิดชอบ อำเภอบัวเชดและอำเภอกาบเชิง ปัจจุบันมีระดับน้ำในเกณฑ์ต่ำมาก แม้จะมีฝนตกมาบ้างแล้วก็ตาม จึงได้มีการวางแผนการประหยัดน้ำดิบให้ใช้ได้นานขึ้น เพื่อให้สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างเพียงพอและจะต้องเร่งขุดลอกหนองน้ำที่ ตื้นเขิน เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ต่อไป


ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า การผลิตน้ำประปาบริการประชาชนในเขตตัวเมืองสุรินทร์ว่า ปัจจุบันใช้น้ำจากห้วยเสนงในการผลิตประปา วันละ 30,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปริมาณน้ำในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงขอให้ประชาชนจะต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัด และสำรองน้ำไว้ใช้ให้ได้นานที่สุด

จ.สุรินทร์ ขอให้ทุกพื้นที่ร่วมโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี

นายนิรันดร์ สุรัสวดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ด้วยปี พุทธศักราช 2555 อันเป็นปีมหามงคลที่องค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา รัฐบาลจึงได้จัดทำ "โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมี พระราชปณิธานมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติโครงการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินีฯ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2555 (ปี พ.ศ.2556 – 2560)


โดยวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นกรอบแนวทางในการฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำซึ่งปัจจุบัน มีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์และเกิดความสมดุลของระบบนิเวศและ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม เอกชน ชุมชนและประชาชน ทุกหมู่เหล่าร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูและเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุรินทร์ จึงขอเชิญชวนให้ทุกพื้นที่ อปท.ทุกแห่ง จัดโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี โดยจัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนในพื้นที่ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติตามโครงการดังกล่าวต่อไป

การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสุรินทร์ แจ้งย้ายที่ตั้งใหม่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์

นางอัจรินทร์ เมืองจันทร์ ท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ด้วย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสุรินทร์ ได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหม่ จากที่ตั้งเดิมสนามแสดงช้าง ถนนคชสาร ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เป็นที่ตั้งใหม่ อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนครชัยบุรินทร์ สนามกีฬาศรีณรงณ์ ถนนคชสาร ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000 โทรศัพท์ 044-520-979 โทรสาร 044-515-823 E-mail:surin@moth.go.th 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.วารินชำราบ และเจ้าหน้าที่สืบสวน ภ.จว.อุบลราชธานี สนธิกำลังบุกเข้าจับกุม 3 ผู้ต้องหาขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูง ได้จากที่พัก พบของกลางไม้พะยูงจำนวน 30 ท่อน คิดเป็นมูลค่ากว่าล้านบาท

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.56 ที่ สภ.วารินชำราบ นำโดย พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ ผกก.สภ.วารินชำราบ พ.ต.ท.ธนชัย แก้วเสนา รอง ผกก.สืบสวนสอบสวน สภ.วารินชำราบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.วารินชำราบ

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายทองมี สุโกพันธ์ อายุ 77 ปี อยู่ที่ 92 ม.2 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายอุทัย คำอำ อายุ 37 ปี อยู่ที่ 28 ม.4 ต.หนองกินเพลน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี และนางคำหมูน สดชื่น อายุ 36 ปี อยุ่ที่ 70 ม.2 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาในคดีมีไม้พะยูงไว้ในครอบครอง พร้อมของการ ไม้พะจำนวน 30 ท่อน ขวานด้ามยาว จำนวน 3 เล่ม สายไฟฟ้า ที่ใช้ต่อเชื่อมต่อจากกระท่อมที่พักมายังจุดเลื่อยไม้ของกลาง ยาวประมาณ 200 เมตร

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ ศรีบุตตะ ผกก.สภ.วารินชำราบ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.56 เวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนส่งไม้พะยูง จะนำไม้มาพักไว้ในเขตพื้นที่ อ.วารินชำราบ เป็นการชั่วคราว จากนั้นเจ้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ติดตามสืบหาข่าวจนทราบว่าที่บริเวณเตาเผาอิฐ บ้านขัวไม้แก่น ม.2 ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีนายทองมี สุโกพันธ์ เป็นเจ้าของ ซึ่งมีไม้พยุงซุกซ่อนอยู่จำนวนหลายท่อน จึงได้แจ้งต่อผู้บังคับบัญชาทราบ และได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงจุดดังกล่าว พบนายอุทัย คำอำ และนางคำหนุน สดชื่น เป็นผู้ดูแลและพักอาศัยอยู่ในกระท่อมที่พักบริเวณเตาเผาอิฐดังกล่าวและจาก การสอบสวน นายอุทัย และ นางคำหนุน ผู้ต้องหาทั้ง2ราย ให้การว่า เตาเผาอิฐดังกล่าว เป็นของนายทองมี สุโกพันธ์ จากการตรวจสอบพบไม้พยุง 30 ท่อน คิดเป็นมูลค่าประมาณล้านกว่าบาท ลักษณะไม้ของกลางเป็นไม้สดเพิ่งมีการตัดมาจกโคนต้นใหม่ๆ ซุกซ่อนอยู่บริเวณด้านหลังเตาเผาอิฐ ห่างจากกระท่อมที่พักประมาร 100 เมตร และพบมีการต่อสายไฟฟ้าจากกระท่อมดังกล่าว ออกมายังจุดเลื่อยไม้ของกลาง ยาวประมาณ 200 เมตร ซึ่งทั้ง 3 คนได้ให้การว่าไม้พะยูงของกลางดังกล่าวนั้นไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด ทราบเพียงแต่เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน มีชายสองคนเข้ามาขอใช้ไฟฟ้ากับ นางคำหนุน ซึ่งนางคำหนุนก็อนุญาตให้ใช้ไฟฟ้าได้ และก็ไม่ได้สนใจว่าเป็นผู้ใดมาทำไม้ของกลางดังกล่าว 

แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 3 รายว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนไม้พะยูง เนื่องจากพบของกลางอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย เจ้าหน้าจึงได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ว่า ร่วมกันทำไม้และมีไว้ในความครอบครองซึ่งไม้ท่อนหวงห้าม(ไม้พะยูง 30 ท่อน) อันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองวารินชำราบ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


 

จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว/ภาพ 

หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงานวันเกษตรกรและวันอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อเช้าวันนี้ ( 4 มิ.ย. 56 ) ที่หอประชุมไพรพะยอมมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ประธานเปิดงานวันเกษตรกรและวันอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) จังหวัด อุบลราชธานี กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญกับกาพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้เป็นเครือข่ายในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติงานส่งเสริม การเกษตรของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรใน พื้นที่ ทั้งในด้านการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของหมู่บ้าน การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน การประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน จังหวัดอุบลราชธานี การจัดงานวันเกษตรกรและวันอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ดังกล่าว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกร อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.) และสถาบันเกษตตรกร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ประสบความ สำเร็จของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.) เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตรได้นำไปปรับใช้และขยายผลเพื่อ ส่งเสริมการตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มีประชาชน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกลุ่มส่งเสริมอาชีพ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ข้าร่วมงาน ประมาณ 2 พันคน โดยมีกิจกรรมการเสวนาการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน นิทรรศการผลงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านดีเด่น นิทรรศการผลงานส่งเสริมการเกษตรดีเด่น นิทรรศการหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นิทรรศการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรนิทรรศการภาคเอกชน การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรและวิสาหกิจชุมชน พร้อมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านดีเด่น เกษตรกรดีเด่น สถาบันเกษตรกรดีเด่น.


 
จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ 

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง และชมรมธนาคาร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัด เสวนายามเช้า อุบลฮักแพง

เพื่อให้หน่วยงานราชการ,รัฐวิสาหกิจ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมแจ้งภารกิจและการดำเนินงานของหน่วยงานให้ เป็นที่รับทราบ และนำไปสู่การทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน

เช้าวันนี้ (๔ มิ.ย. ๕๖) นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุม เสวนายามเช้า อุบลฮักแพง ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่อุบลราชธานี ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและชมรมธนาคาร ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมีหน่วยงานราชการ,ตำรวจ,ทหารและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ร่วมงาน ซึ่งการจัดงาน ดังกล่าว เพื่อให้ส่วนราชการได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรึกษา หารือข้อราชการและการทำงาน รวมทั้งเพื่อให้หน่วยงานที่เข้าร่วมได้แจ้งภารกิจและการดำเนินงานของหน่วย งานให้เป็นที่รับทราบ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติและการทำงานแบบบูรณาการก่อเกิดความ สมานฉันท์ระหว่างหน่วยงาน

พร้อมนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวถึงภารกิจที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลและภารกิจที่จะดำเนินการในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ และในการจัดเสวนายามเช้า อุบลฮักแพง ครั้งต่อไป ซึ่งจะจัดในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ อุบลราชธานี โดยมีหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ อุบลราชธานี, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี,สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัด อุบลราชธานี,สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานีและสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๔ มิ.ย.๕๖ 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงขึ้น ในภูมิภาคประจำปี 2556 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด

วันนี้ ( 3 มิ.ย. 56) ที่โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ระดับภูมิภาค รุ่นที่ 11 ประจำปี 2556 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 20 จังหวัด โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติถึงบทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งทุกระดับให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำนักงานคณะกรมการการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งให้สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและ การเลือกตั้งระดับสูงขึ้น โดยใช้ชื่อย่อหลักสูตรว่า พตส. ที่ใช้เวลาอบรมรวมทั้งสิ้น 8 เดือน ซึ่งถือเป็นหลักสูตรที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและประสบความ สำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง จึงนำมาสู่การจัดทำหลักสูตรระยะสั้นตามโครงการฝึกอบรมในหลักสูตรการพัฒนาการ เมืองและการเลือกตั้งระดับภูมิภาค ประจำปี 2556 ที่จัดทำขึ้นโดยใช้ระยะเวลาการศึกษาอบรม 5 วัน ระหว่างวันที่ 3-7 มิถุนายน 2556 ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้คัดเลือกเนื้อหาความรู้หัวข้อวิชาสำคัญ ประกอบ ความรู้เกี่ยวกับการเมือง การปกครอง พรรคการเมือง และการเลือกตั้ง การเสริมสร้างจิตสำนึกในระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ ในแต่ละหัวข้อวิชามีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงและนักการเมืองระดับชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการเมืองการปกครองพรรคการเมืองและ การเลือกตั้ง บรรยายแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับผู้เข้ารับการศึกษาอบรมประกอบด้วย นักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชน คาดว่าผู้เข้ารับการศึกษาอบรมจะมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับ เรื่องระบบการเมือง การปกครอง ระบบพรรคการเมืองและการเลือกตั้งของไทย และสามารถเสริมสร้างทัศนคติบวกต่อการมีส่วนร่วม ทางการ เมือง ตลอดจนสามารถที่จะพัฒนาบุคลิกภาพและทักษะของการเป็นผู้นำทางการเมืองยุคใหม่ รวมทั้งจะช่วยในการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาการเมืองและการ เลือกต่อไป.
 


จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

พช.อด.เตรียมขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านมั่นยืน

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ประชุมพัฒนาการอำเภอ 20 อำเภอในพื้นที่เตรียมความพร้อมบุคลากรในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านมั่น ยืน สร้างศูนย์เรียนรู้หนึ่งอำเภอหนึ่งหมู่บ้านมั่นยืน

ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี วันนี้ (4 มิ.ย.56) นายประจักษ์ จอมทรักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมพัฒนาการอำเภอในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีทั้ง 20 อำเภอ เพื่อหารือการดำเนินโครงการหมู่บ้านมั่นยืน โดยมีการวางรูปแบบการจัดกิจกรรมออกเป็น 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมต้นน้ำ กิจกรรมกลางน้ำ และกิจกรรมปลายน้ำ

โดยกิจกรรมต้นน้ำเป็นการพัฒนาสมรรถนะองค์กรในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้าน มั่นยืนทั้งด้านทักษะ ความรู้ ความเข้าใจและการสื่อสารทั่วทั้งองค์กร การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม โดยการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่เจ้าหน้าที่ พัฒนชุมชน ผู้นำชุมชน หลักสูตรโรงเรียนหมู่บ้านมั่นยืน กิจกรรมกลางน้ำ ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนและผู้นำชุมชนที่ผ่านหลักสูตรโรงเรียนหมู่บ้านมั่น ยืน เป็นแกนนำในการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านมั่นยืน อำเภอละ 1 หมู่บ้าน จัดเวทีประชาคมหาอัตลักษณ์ แนวทางการพัฒนาหมู่บ้าน ทบทวนแผนปฏิบัติการ บูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน และจัดองค์ความรู้หมู่บ้านมั่นยืน จัดตั้งทีมนิเทศ ติดตาม ประเมินผล ประกวด ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ หมู่บ้านมั่นยืนดีเด่นระดับจังหวัด และกิจกรรมปลายน้ำ จัดตั้งศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านมั่นยืน เพื่อพัฒนาหมู่บ้านมั่นยืนให้เป็นศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านประจำอำเภอ และแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯ แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ดำเนินกิจกรรมของศูนย์ ตามปฏิทินการปฏิบัติงาน และจัดการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดเวทีประชาคมหมาบ้าน ทบทวนองค์ความรู้ จัดทำฐาน จัดระบบข้อมูล องค์ความรู้อย่างเป็นระบบ ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่เยาวชน จัดตั้งทีมนิเทศ ติดตาม ประเมินผล ประกวดและประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านมั่นยืน ในพื้นที่ทั้ง 20 อำเภอ



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

จังหวัดอุดรธานีจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย “พูดจาหาทางออกประเทศไทย”

จังหวัดอุดรธานี จัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย” เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน ในการแก้ไขปัญหาของชาติ ร่วมสร้างสรรค์ประชาธิปไตยแสวงหาความเป็นธรรม ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ในวันที่ 29 มิถุนายน และวันที่ 30 มิถุนายน 2556
 
นายธนิต แสงพันธุ์ พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับมอบหมายให้จังหวัดจัดเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย” โดยคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ อิสระ ตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) ให้ความเห็นชอบ ดำเนินการจัดเวทีประชาเสวนาฯ ทุกกลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 1 – 3 เวที โดยใช้เขตเลือกตั้งเป็นตัวกำหนดจำนวนเวที จังหวัดที่มี 1 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 1 ครั้ง จำนวนผู้ร่วมเวที จำนวน 300 คน จังหวัดที่มี 2-4 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 1 ครั้ง 400-1,000 คน (จำนวน 200 คนต่อเขตเลือกตั้ง) จังหวัดที่มี 6-10 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 2 ครั้ง และจังหวัดที่มี 11-15 เขตเลือกตั้ง จัดเวที 3 ครั้ง สำหรับจังหวัดอุดรธานี มีเขตเลือกตั้ง 9 เขต ดำเนินการจัดเวที 2 ครั้ง โดยเวทีแรกจะจัดในวันที่ 29 มิถุนายน 2559 กำหนดกลุ่มเป้าหมายจำนวน 983 คน เวทีที่ 2 จัดในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 กลุ่มเป้าหมายจำนวน 817 คน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วิทยากรกระบวนการประกอบด้วย ผศ.ดร.กฤษฎา ณหนองคาย ผศ.ดร.กิตติยาภรณ์ โชคสวัสดิ์ภิญโญ อาจารย์ณัฎฐานุช เมฆรา อาจารย์พงศธร แสงสี อาจารย์ระพีพรรณ จันทรสา อาจารย์มัทนียา กายแก้ว อาจารย์สอนประจันทร์ เสียงเย็น อาจารย์ณัฎฐนันธ์ สุวรรณวงษ์ และนายสำเนียง เดชศร ประธานเครือข่ายผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนจังหวัด
 
พัฒนาการจังหวัดอุดรธานี กล่าวต่อไปว่า กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย”ผู้สมัครเข้าร่วม ภาคเกษตร ภาคแรงงาน ข้าราชการ /เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคอุตสาหกรรม (เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ) แพทย์ พยาบาล นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ ผู้นำทางความคิด ผู้นำชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนชุมชน) องค์กรภาคประชาชน ภาคการเมือง (สส. ส.อบจ. สท. ส.อบต.) พระภิกษุ ผู้นำศาสนา นักบวช สื่อมวลชน และอื่น ๆ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมเวทีประชาเสวนาหาทางออกประเทศไทย "พูดจาหาทางออกประเทศไทย” ไปลงชื่อได้ที่พัฒนาชุมชนอำเภอทุกอำเภอ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
 



พัฒนเดช ยศกรกุล ข่าว / ส.ปชส.อุดรธานี

ขอเชิญชวนมูลนิธิ สมาคมหรือองค์กรเอกชนยื่นคำขอรับรองรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์

นายธำรง  ธวัชวะชุม  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อำนาจเจริญ  เปิดเผยว่า  ด้วยคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ  ได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อให้มูลนิธิ หรือสมาคมที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคม หรือองค์กรภาคเอกชนที่มีผลงานด้านการจัดสวัสดิการสังคม  เกี่ยวกับการป้องกัน  การแก้ไขปัญหา  การพัฒนา  และการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม  เพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้   ให้สามารถยื่นขอคำรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ได้  

สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ  จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรภาคเอกชนที่มีความประสงค์จะยื่นคำขอรับรองเพื่อเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ.2556 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2540  ให้ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



สุรพล  บตรวงศ์

ขอเชิญเยาวชนสมัครคัดเลือกเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนอาเซียน ประจำปี 2556

นางพวงคำ  ทองทั่ว  วัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ  เปิดเผยว่า  ด้วยคณะกรรมการมรดกแห่งชาติ สาธารณรัฐสิงคโปร์ จะเป็นเจ้าภาพจัดโครงการค่ายเยาวชนอาเซียน ประจำปี 2556 (ASEAN Youth Caamp 2013) ในหัวข้อ "เฉลิมฉลอง : เยาวชนอาเซียนร่วมเป็นหนึ่ง” (In Celebration : ASEAN Youths Unite) ระหว่างวันที่26 สิงหาคม 2556 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนที่มีความสามารถทางด้านวัฒนธรรมในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ นาฏศิลป์ ดนตรีพื้นบ้าน ศิลปะภาพถ่าย และจิตรกรรม มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานทางด้านวัฒนธรรมร่วมกันและสร้างเครือ ข่ายสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุซาลาม  กัมพูชา  อินโดนิเซีย  ลาว  มาเลเซีย  เมียนมาร์  ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  ไทย เวียดนาม  และประเทศคู่เจรจาของอาเซียน 3 ประเทศเทศได้แก่  จีน เกาหลี ละญี่ปุ่น

ในการนี้  สำนัก งานวัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ จึงประชาสัมพันธ์ประกาศการคัดเลือกเยาวชนไทยเข้าร่วม โครงการค่ายเยาวชนอาเซียน ประจำปี 2556 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์  เพื่อคัดเลือกผู้แทนเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการดังกล่าว  ทั้งนี้  ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์  www.m-culture.go.th


สุรพล  บตรวงศ์

ศรีสะเกษ ติวเข้ม เยาวชน สร้างเกาะป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกอุดมการณ์ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายพินิจ วงษ์โสภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.56 ที่โรง เรียนกันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายพยม ธารีชาญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรเสริมสร้างอุดมการณ์ประชาธิปไตย ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของกองอำนวยการรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปี 2556 โดยการจัดฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชน มีอุดมการณ์รักชาติ ยึดมั่นในความจงรักภักดี และเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีพันเอกพิศิษฐ์ ศรีสังข์ รองผู้อำนวยการส่วนแผนและกิจการมวลชน สำนักงานกิจการมวลชนและสารสนเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำนักเรียน ในระดับชั้นมัธยมตอนปลาย จากโรงเรียนกันทรารมย์ จำนวน 200 คน เข้าร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้

นายพยม กล่าวว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติที่จะต้องเติบโตไปในภายภาคหน้าและต้องเป็นผู้ที่พัฒนา ชาติไทยต่อไป การปลูกฝังความรู้ในด้านต่างๆจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ในการแต่งเติมอนาคตและความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้กับเยาวชน เพื่อเอาไปใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตในวันข้างหน้า การจัดฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนไทย สามารถเผชิญกับปัญหาและภัยคุกคามต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติดที่มีการแพร่ระบาดไปทุกพื้นที่ของประเทศไทย และสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างมาก พร้อมด้วยการสอดแทรก ความรู้ความเข้าใจ ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อไม่ให้หลงผิด และถูกชักนำไปเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง หรือผู้ที่กระทำไม่เหมาะสมต่อสังคมไทยอีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน พันเอกพิศิษฐ์ กล่าวว่า การฝึกอบรมหลักสูตรเสริมสร้างอุดมการณ์ประชาธิปไตย ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของกองอำนวยการรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร ประจำปี 2556 นั้น มีกำหนดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน คือ ตั้งแต่วันที่ 4 -6 มิ.ย.56 โดยกิจกรรมในการฝึกอบรมประกอบด้วย การบรรยายจากวิทยากร ในหัวข้อเรื่อง วิกฤติบ้านเมืองกับภัยคุกคามแบบใหม่ ,ประวัติศาสตร์ชาติไทย และ ยุทธศาสตร์พระราชทานและแนวทางแก้ไขปัญหาของชาติ รวมไปถึงการจะมีการจัดครูฝึกเพื่อฝึกฝนในด้านระเบียบวินัย เพื่อให้เยาวชนที่เข้าฝึกอบรมสามารถนำใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันต่อ ไป




จิรภัทร หมายสุข / ข่าว 
บุญทัน ธุศรีวรรณ / ภาพ 
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ 

ข่าวกีฬาศรีสะเกษ - กุนซือลำดวนเพลิง มั่นใจ คว้าชัย เหนือ ยักษ์แสด ประเดิมเลกสอง

ปิดฉากในเลกแรกอย่างสวยหรู สำหรับลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด หลังบุกไปคว้า 3 แต้มในถิ่นของ ยักษ์แสด อุดรธานี เอฟซี 2 ประตู ต่อ 0 ในศึกการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ดิวิชั่น2 โซนภาคตะวันออกเฉียง ทำให้จบเลกแรก ลำดวนเพลิง ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด อยู่ใน อันดับที่ 11 ของตาราง แข่ง 15 นัด ชนะ 5 นัด เสมอ 3 นัด แพ้ 7 นัด มี 18 คะแนน ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ของทางสโมสร
 
 นายสมชาย มากมูล กุนซือลำดวนเพลิง เปิดเผยถึงกลยุทธ์ เพื่อลุยศึกการแข่งขันฟุตบอล เอไอเอส ดิวิชั่น2 โซนภาคตะวันออกเฉียง ในเลกสอง ว่า ในนัดต่อไป ศรีสะเกษ มีคิวเปิดบ้านต้อนรับการเยือนของ ยักษ์แสด อุดรธานี เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2556 เวลา 18.00 น. ที่สนามศรีนครลำดวน สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตศรีสะเกษ ซึ่งในขณะนี้ตนได้ทำเรื่องเสนอตัวผู้เล่นที่จะนำมาเสริมทัพให้ทางฝ่ายบริหาร สโมสร ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ดึง กิมบ้า บราวน์ อาลี ผู้เล่นตำแหน่ง กองกลาง จากสโมสร พิษณุโลก เอฟซี , คิม ดอง มิน ผู้เล่นชาวเกาหลี จากสโมสรสมุทร สาคร เอฟซี และได้ยืมตัวนักเตะมากประสบการณ์ จากสโมสรปตท.ระยอง สาธร จุนเสริม มาเป็นกองหน้า เพื่อถล่มประตูทีมคู่แข่ง แต่ทั้งนี้ ต้องรอผลการตัดสินใจจากบอร์ดผู้บริหารสโมสร ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด อีกครั้ง เนื่องจาก อาจมีการดึงตัวผู้เล่น จาก ทีมพี่ กรูอันตราย ศรีสะเกษ เอฟซี ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี สั่งระงับการแข่งขันอยู่ในขณะนี้ มาเสริมทัพเพิ่มเติม ซึ่งทางบอร์ดผู้บริหารสโมสร ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด จะให้คำตอบกับตน ภายในสัปดาห์นี้
 

กุนซือลำดวนเพลิง กล่าวต่อไปว่า สำหรับการออกสตาร์ทในเลก 2 นั้น แม้จะเจอศึกหนัก อย่าง ทีมอุดรธานี เอฟซี ทีมสุรินทร์ เอฟซี และทีมหนองคาย เอฟซี แต่ตนก็มั่นใจในศักยภาพ ของนักเตะศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ซึ่งมีทีมเวิร์คในการทำเกมส์ที่เป็นอย่างดี อีกทั้งก่อนจบเลกแรก ยังสามารถบุกไปคว้าชัย ในถิ่นของอุดรธานี เอฟซี ได้ถึง 2 ประตูต่อ 2 ทำให้นักเตะของศรีสะเกษ ยูไนเต็ด มีขวัญกำลังใจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการประเดิมเลกสอง ในนัดแรก ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด จะต้องเปิดบ้าน ต้อนรับการมาเยือน ของ อุดรธานี เอฟซี ถึงแม้ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ต้องประสบกับปัญหาในเรื่องตัวผู้เล่น อย่างปราการหลัง ศุภเทพ สุรเกษ ที่ติดโทษแบน และ สุรศักดิ์ ทองเกาะ กองหน้า ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ตนเชื่อมั่นใจว่า จะสามารถคว้าชัยชนะ เหนือ อุดรธานี เอฟซี ได้ เพื่อเป็นการประเดิมผลงาน เลก 2 และเป็นของขวัญให้กับแฟนบอลลำดวนเพลิง

วัดวิมลนิวาสจังหวัดร้อยเอ็ด..กำหนดแถลงข่าวการประกวดขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ในวัน ที่ 5 มิ.ย.นี้

กมลพร คำนึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิรักษ์แผ่นดินไทย ในพระสังฆราชูปถัมป์ ได้จัดทำครงการรวมพลังศรัทธาไทย...ใต้ร่มเย็น โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประธานพระบรมสารีริกธาตุ 45 สัณฐาน เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดต่างๆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ,มาประดิษฐานชั่วคราว ที่ วัดวิมลนิวาส จังหวัดร้อยเอ็ดระหว่างวันที่ 11 – 14 มิถุนายน นี้ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับมูลนิธิบุญโกศล ได้จัดให้มีการประกวดขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ในวันที่ 14 มิถุนายน 2556 เวลา 07.30 น. เริ่มต้นขบวนแห่หน้าบึงพลาญชัย ไป สิ้นสุดที่วัดวิมลนิวาส โดยมีโล่รางวัลจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก จำนวน 9 โล่ และเงินขวัญถุงจากมูลนิธิรักษ์แผ่นดินไทย ในพระสังฆราชูปถัมภ์ จำนวน 40,000 บาท สำหรับมอบให้ผู้เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ด้วย
จึงขอเชิญสื่อมวลชนทุกแขนงและประชาชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าวการจัดงาน ดังกล่าว ที่ วัดวิมลนิวาส อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ 5 มิถุนายน 2556 เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว 
กมลพร คำนึง บก.ข่าว 

4 มิ.ย. 56

หน่วยตำรวจสันติบาลมุกดาหาร ปลุกกระแสเชิงรุก สร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

วันนี้ (๔ มิ.ย. ๕๖) ณ ห้องประชุมโรงเรียนนวมินทราชูทิศอีสาน มุกดาหาร พ.ต.อ อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการ สถานีตำรวจอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดมุกดาหาร กองบัญชาการตำรวจสันติบาล จัดขึ้น เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้กับประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีความเคารพรัก เทิดทูน มีความจงรักภักดีและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ นักเรียน นักศึกษาในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การดำเนินการสร้างจิตสำนึกสถาบันพระมหากษัตริย์

พ.ต.อ อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการ สถานีตำรวจอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้กล่าวว่าการอบรมครั้งนี้เป็นการเตรียมเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อจะทำหน้าที่เป็นสื่อบุคคลในการเผยแพร่ความรู้ให้กับคนใกล้ชิด ทั้งในสถาบันการศึกษา ครอบครัว ชุมชน ในการรณรงค์สร้างจิตสำนึก เพื่อสร้างค่านิยมให้เกิดความจงรักภักดี การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติให้ ยั่งยืนตลอดไป  

สำหรับหน่วยตำรวจสันติบาลจังหวัดมุกดาหารได้รับมอบหมายให้ดำเนินการฝึกอบรม หลักสูตรการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รุ่นที่ 1/2556ให้กับนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชูทิศอีสานมุกดาหาร จำนวน 100คน โดยมีเป้าหมายทั้งหมดรวม 6รุ่น 6 โรงเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอหนองสูงและอำเภอคำชะอี
 

 
พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

โรงพยาบาลมุกดาหารบริการคลินิกนอนกรน

นายแพทย์ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมุกดาหารมีความห่วงใยต่อประชาชนที่นอนกรน ซึ่งการนอนกรนก่อปัญหาให้ทั้งผู้มีอาการ และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนนอนกรน การนอนกรนเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายๆ โรค เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมอง โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อม หลับในง่าย ปวดศีรษะตอนเช้าทำให้คนข้างเคียงนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท เมื่อตื่นนอนมารู้สึกเพลีย หงุดหงิด ง่วงนอนบ่อยเหมือนคนอดนอน การนอนกรนนั้นส่งผลทั้งสุขภาพและสุขภาพใจก่อความรำคาญหลับไม่เป็นสุข

ดังนั้น โรงพยาบาลมุกดาหาร ได้มีการเปิดให้บริการคลินิกนอนกรนทุกวันพุธ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. โทร ๐๔๒-๖๑๑๓๗๙ ต่อ ๒๒๗ ซึ่งการนอนกรนสามารถรักษาได้ โรงพยาบาลมุกดาหารจึงเปิดโอกาสให้ผู้มีปัญหานอนกรน ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพ และวางแผนการรักษา ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหู คอ จมูก จะทำการวิเคราะห์ผล และแนะนำวิธีการรักษา ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาผู้ที่เข้ามารับการรักษามีความพึงพอใจและมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าการนอนกรนรักษาได้ โรงพยาบาลมุกดาหาร ยินดีให้บริการ ถ้าผู้มีปัญหานอนกรนมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญวันนี้ รักษาได้ทันท่วงทีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณ และคนที่คุณรัก


 

 พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดบึงกาฬเพิ่มความรู้ ทักษะ และศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน

วันนี้ ( 4 มิถุนายน 2556 ) ณ ศิริอัมพรโฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งดำเนินงานโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีผู้เข้าร่วม อบรมประกอบด้วย เครือข่ายที่ทำงานด้านเด็ก จากหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน จำนวน 100 โดยเป็นการให้ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวทราบบทบาทหน้าที่ วิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและส่งเสริมความประพฤติเด็กในทางสร้างสรรค์ให้เด็กได้ รับประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและเป็นการฝึกปฏิบัติในกระบวนการ สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง


สำหรับสถานการณ์เด็กและเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬพบว่าประเด็นที่ควรเฝ้าระวัง เป็นการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของเด็ก จากสถิติการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเด็กอายุ 10 – 19 ปี สูงถึงร้อยละ 18.61 ปัญหาเยาวชนในครอบครัวยากจนไม่มีทุนการศึกษา และปัญหาเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม การเสพยาเสพติด อบายมุข มีเด็กและเยาวชนอายุ 19 – 25 ปี เสพยาเสพติดร้ายแรงประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า )มากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นกัญชา และสารระเหย นอกจากนี้ยังพบเด็กติดเกมส์ปัญหาต่างๆเหล่านี้มาจากสิ่งเร้าและสิ่งยั่วยุ ประกอบกับปัจจัยสภาพครอบครัว สภาพสังคมและสื่อต่างๆรวมถึงลักษณะการใช้ชีวิตของเด็กจึงเป็นการเพิ่มปัจจัย เสี่ยงในขณะที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้ด้อยประสบการณ์ ขาดทักษะชีวิต จึงเป็นเรื่องท้าทายและต้องอาศัยเครือข่ายการทำงานประสานความร่วมมือและ บูรณาการการทำงานร่วมกันในการป้องกัน แก้ไข พิทักษ์และคุ้มครองสิทธิให้แก่เด็กและเยาวชน จึงจำเป็นจะต้องให้ความรู้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆเพื่อให้สามารถทำ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับเด็กต่อไป

จังหวัดบึงกาฬเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันภัยจากการค้ามนุษย์

วันนี้ (4 มิถุนายน 2556) ณ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ โดยผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยข้าราชการตำรวจจากทุกสถานี ทีมสหวิชาชีพรวมทั้งหน่วยงานซึ่งลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติ ร่วมกันเพื่อการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก และความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2556 รวม 170 คน โดยได้รับเกียรติจาก พลตำรวจเอก ชัชวาล สุขสมจิตร ที่ปรึกษา (สบ 10) (ด้านการสืบสวน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องนโยบายและแผนระดับชาติในการป้องกันและปราบปรามการ ค้ามนุษย์และ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและนางวาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก บรรยายเรือง การคัดแยกเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และบทบาททีมสห วิชาชีพในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการดำเนินคดีผู้กระทำผิด รวมถึงการฝึกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการ ดำเนินคดีผู้กระทำผิด


นางพัชรี จิตบุณยโชติ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ รักษาการ พมจ.บึงกาฬ ได้กล่าวถึงการอบรมในวันนี้ว่า พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ประกาศใช้ วันที่ 5 มิถุนายน 2551 ดังนั้นคณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ปลายทางและทางผ่านของการค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ บังคับใช้แรงงาน หรือในธุรกิจทางเพศหรือค้าประเวณีและสถานการณ์การค้ามนุษย์มีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้นทุกปีแม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับคดีอาญาประเภทอื่นแต่มีความรุนแรง เนื่องจากเป็นคดีอาญาที่มีความซับซ้อน เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้กระทำความผิดทำงานเป็นเครือข่าย มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล ผู้เสียหายไม่ให้ความร่วมมือทำให้การดำเนินคดีมีความยุ่งยาก จังหวัดบึงกาฬมีความเสี่ยงต่อสถานการณ์การค้ามนุษย์ เพราะพื้นที่ 4 อำเภอ คือปากคาด เมืองบึงกาฬ บุ่งคล้าและบึงโขงหลงติดแม่น้ำโขงยาวกว่า 120 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว อาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายและอพยพของหญิงและเด็กชาวลาวเข้ามาในประเทศไทย เพื่อการเข้ามาหางานทำหรือถูกนายหน้าหลอกลวง การฝึกอบรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2556 และวิธีปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการคัดแยกเพื่อช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์และวิธีดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที ถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยำในการทำงาน

บุรีรัมย์จัดตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู เพื่อความร่วมมือทางการค้ากับกัมพูชา และรองรับเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

จังหวัดบุรีรัมย์จัดงานตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชา และเตรียมความพร้อมรองรับเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

เมื่อวัน ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่บริเวณชายแดนช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นายทำนอง  ศรีเมือง  ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดงาน "ตลาดนัดการค้าชายแดนช่องสายตะกู” โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ราชอาณาจักรกัมพูชา และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๕ การค้าชายแดน มีมูลค่าสูงถึง ๙๑๐,๕๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๖ ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะทำให้ตลาดอาเซียนมีขนาด ใหญ่ขึ้น ซึ่งหากพัฒนาระบบการเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนได้สมบูรณ์ มูลค่าการค้าชายแดนจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๕ ถึงร้อยละ ๓๐ โดย จังหวัดบุรีรัมย์ได้เตรียมความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับให้ช่องสายตะกู เป็นช่องผ่านแดนถาวร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสองประเทศ สามารถเดินทางเข้า-ออก และติดต่อค้าขายได้อย่างถูกต้อง สะดวก และรวดเร็วขึ้น




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดบุรีรัมย์จัดพิธีเททองหล่อพระหัตถ์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบพิธีเททองหล่อพระหัตถ์พระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง ๘๔ เมตร และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
(๓ มิถุนายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๗.๓๐ น. ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ (หลังเดิม) อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดให้ นายอภินันท์  จันทรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้แทนพระองค์ ประกอบพิธีเททองหล่อพระหัตถ์พระโพธิสัตว์กวนอิม และลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา โดย มูลนิธิ มิราเคิลออฟไลฟ์ฯ ร่วมกับสมาคมวัฒนธรรมวิถีพุทธไทยจีน ๒๐๐๘ จัดสร้างพระอวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดความสูง ๘๔ เมตร และได้อัญเชิญเจ้าแม่กวนอิมองค์ต้นแบบ ขนาดความสูง ๒.๑๐ เมตร ไปให้ประชาชนทั้ง ๗๗ จังหวัดได้สักการะ และเปิดให้ประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธา ปิดทองพระหัตถ์ทั้งสองข้าง โดยส่วนของพระหัตถ์ทั้งสองข้าง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะนำไปประกอบองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และประดาษฐานที่บ้านหินสี ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์   

ระดมกวดขันแก๊งเด็กแว้นกวนเมือง ยึด 38 คัน

ตำรวจงานจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ออกระดมกวดขันแก๊งเด็กแว้นกวนเมือง ตั้งด่านตรวจสกัดรถ จยย.ซิ่ง และท่อไอเสียดัง เผยผลตั้งด่านตรวจแค่ 1 ชั่วโมง ยึดรถของกลางได้จำนวน 38 คัน โดย พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เปลี่ยนขำ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.ฐิติพงศ์ อนุพงศ์พิพัฒน์ สว.จร.สภ.เมืองมหาสารคาม และงานจราจร สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ดัดแปลงอุปกรณ์ และท่อไอเสียส่งเสียงดัง จำนวน 38 คัน ตามนโนบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้กวดขันบรรดารถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง และท่อไอเสียเสียงดังที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยผลการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเมื่อคืนที่ผ่านมา ในช่วงเวลา 20.30-21.30 น. เพียง 1 ชั่วโมง สามารถยึดรถแต่งซิ่ง และท่อไอเสียเสียงดังได้ทั้งหมด 38 คัน ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเยาวชนทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาทำประวัติก่อนเรียกให้ผู้ปกครองมารับตัวกลับไป พ.ต.อ.ชัยญัติ สายถิ่น รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่าที่ผ่านมา สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีกลุ่มวัยรุ่นตั้งแก๊งแข่งรถจักรยานยนต์ส่งเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อไม่ให้แก๊งวัยรุ่นเหล่านี้ออกมาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้อีก


ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว      

รองผู้ว่าฯสารคาม ขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือชาวมหาสารคามร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อม จัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธี ตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะ พร้อมเคารพกฎหมาย ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่

นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำกับดูแลด้านการจัดการรักษาสภาพแวดล้อมของ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมนับวันจะเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ที่ทำลายสภาพแวดล้อมให้เสียหาย โดยเฉพาะการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ป่าเสื่อมโทรม ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร นอกจากนี้จากการขยายชุมชนให้มีความเจริญ ก็ได้ส่งผลต่อภาวะวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดการน้ำเสีย ขยะมูลฝอย ดังนั้น เนื่องในวันที่ 5 มิถุนายน นี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก จึงขอความร่วมมือจากประชาชนจังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมกันรณรงค์รักษาสภาพแวดล้อม ด้วยการหามาตรการ แนวทาง ในการจัดการน้ำเสียอย่างถูกวิธี สร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะให้ถูกที่ เคารพกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมในชุมชน หมู่บ้าน ที่เราอาศัยมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ จังหวัดมหาสารคาม ได้ร่วมกับหน่วยงาน องค์กร 14 แห่ง ลงนามความร่วมมือ (MOU) เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและจัดการมลพิษขยะมูลฝอย ด้วยการร่วมกันกำหนดแนวทางและวางมาตรการลดปริมาณขยะมูลฝอยร่วมกัน เพื่อให้พื้นที่กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และเครือข่าย สามารถรองรับขยะได้นานมากขึ้น ก่อนจะกลายเป็นปัญหาขยะล้นเมืองในอนาคต




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

บรรยากาศรับน้องประชุมเชียร์ ม.มหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก

บรรยากาศการประชุมเชียร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นไปอย่างคึกคัก รุ่นพี่ได้สอนรุ่นน้องร้องเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกิจกรรมสันทนาการและกิจกรรมอบรมระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบัน และอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน

โดยกิจกรรมประชุมเชียร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เพื่อเป็นการรับน้องใหม่ ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-8 มิถุนายน 2556 ซึ่งรุ่นพี่ได้สอนรุ่นน้องร้องเพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมนำเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการ อบรมระเบียบวินัย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบัน และอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน ตลอดจนการแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จักซึ่งกันและกัน กิจกรรมประชุมเชียร์ในปีนี้ ได้แบ่งโซนบริหารจัดการออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหนองบึงภูเลยธานี , กลุ่มนครมุกสกล, กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์, กลุ่มนครชัยบุรินทร์ และกลุ่มศรีโสธรเจริญราชธานี โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นการบูรณาการ ความเป็นอีสาน เฟรชชี่ และ มมส. เข้าด้วยกัน สร้างความสมัครสมานสามัคคี และความสัมพันธ์ภายในรุ่นของนิสิตใหม่

รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า ได้ย้ำรุ่นพี่ เรื่องการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากความรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ และปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งตามโซนต่างๆ ที่ได้แบ่งนั้น ก็มีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการประชุมเชียร์ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามเตรียมจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก รณรงค์สวมเสื้อสีขาว

คณะกรรมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 เตรียมจัดนิทรรศการและกิจกรรมการประกวดต่าง ๆ ภายใต้คำขวัญ ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน พร้อมรณรงค์สวมเสื้อสีขาว เพื่อแสดงออกถึงการร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด

(4-6-56) ในการประชุมคณะกรรมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 ของฝ่ายจัดกิจกรรมและนิทรรศการ ซึ่งมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุมและประธานคณะกรรมการ ได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดมหาสารคาม โดยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอเมืองมหาสารคาม ได้ร่วมกันจัดขึ้นเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน 2556 ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามและอุทยานการเรียนรู้จังหวัด มหาสารคาม ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.

สำหรับกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 จังหวัดมหาสารคาม จะเริ่มด้วยการเดินขบวนรณรงค์ของนักเรียน นักศึกษา กลุ่มพลังมวลชน เพื่อกระตุ้นและสร้างความตระหนักในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายในงานจะมีพิธีมอบธงสัญลักษณ์ต่อต้านยาเสพติดแก่หมู่บ้าน ชุมชน การกล่าวปฏิญาณตน การจัดนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นิทรรศการทู บี นัมเบอร์วัน การแสดงบนเวที การประกวดแดนเซอร์ รุ่นอายุ 10-15 ปี และ 15-22 ปี ประกวดละครสั้นระดับมัธยมและชุมชน การประกวดพูด ระดับประถมศึกษา และการแข่งขันฟุตซอล

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ปี 2556 กำหนดขึ้นภายใต้คำขวัญ ยาเสพติดจะพินาศ คนไทยทั้งชาติต้องร่วมมือกัน พร้อมนี้ยังจะได้รณรงค์ให้ประชาชนสวมเสื้อสีขาว เพื่อแสดงออกถึงการร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาจังหวัดระยะ 5 ปี เพื่อก้าวสู่เมืองแห่งการกีฬาภาคอีสาน

จังหวัดมหาสารคามจัดประชุมคณะทำงานจัด ทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาจังหวัดระยะ 5 ปี (2555 -2559) เพื่อก้าวสู่เมืองแห่งการกีฬาควบคู่กับเมืองตักสิลาภาคอีสาน

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนยุทธศาสตร์กีฬาจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยในการประชุมคณะทำงานจัดทำยุทธศาสตร์กีฬาจังหวัดมหาสารคามระยะ 5 ปี (ปี 2555 -2559) ว่าตามที่คณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภาเดินทางมาศึกษาดูงานด้านการพัฒนาและ ส่งเสริมกีฬาของจังหวัดมหาสารคาม ตลอดจนเข้าร่วมประชุมปรึกษา หารือ กับคณะผู้บริหารของจังหวัดและสมาคมกีฬาจังหวัด และคณะกรรมาธิการมีมติเห็นชอบที่จะส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับจังหวัด มหาสารคาม ให้เป็นนครแห่งการกีฬาควบคู่ไปกับนครแห่งการศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นจังหวัดนำร่องในการพัฒนากีฬาแห่งชาติลงสู่แผนพัฒนากีฬาจังหวัดให้ สำเร็จผลเป็นรูปธรรม และมีผลต่อการนำกีฬามาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาศักยภาพของ ประเทศอย่างจริงจัง โดยให้จังหวัดมหาสารคาม นำเสนอร่างแผนในการพัฒนากีฬาของจังหวัดต่อคณะกรรมาธิการได้รับทราบอย่างเป็น ทางการ เพื่อให้การสนับสนุนแผนงานและงบประมาณต่อไปนั้น


รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยต่อไปว่า จังหวัดจึงได้จัดตั้งคณะทำงานร่างยุทธศาสตร์การกีฬาจังหวัดมหาสารคามระยะ 5 ปี (2555-2559) เพื่อจัดทำแผนและนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการกีฬาวุฒิสภาที่จะเดินทางมาติดตามใน วันที่ 10 มิถุนายน 2556 ซึ่งผลจากการประชุมคณะทำงานได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ว่า "จังหวัดมหาสารคามจะเป็นจังหวัดศูนย์กลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มุ่งส่ง เสริมสนับสนุนความเป็นเลิศทางด้านการกีฬาและการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต เพื่อพัฒนาคนในสังคมอย่างมีคุณภาพ พร้อมสู่ระดับนานาชาติ” และกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ 1.พัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาขั้นพื้นฐาน , 2.พัฒนาการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อมวลชน , 3.พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ , 4.พัฒนาการกีฬาเพื่อการอาชีพ , 5.แผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา และ 6.แผนพัฒนาการบริหารการกีฬาและการออกกำลังกาย โดยได้มอบหมายให้คณะทำงานไปจัดทำโครงการ และงบประมาณให้สอดคล้องและรองรับประเด็นยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ประเด็นก่อนนำเสนอคณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภาพิจารณาต่อไป


สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว ศิรินทรา แก้วบุญเรือง/พิมพ์