วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 เตรียมเก็บข้อมูลผลผลิตทางการเกษตร 4 ชนิด วันที่ 1 - 31 สิงหาคมนี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด

นางสาวกัญญรัตน์  เกียรติสุภา  ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ได้รับแจ้งจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 นครราชสีมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 นครราชสีมา เตรียมลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูลปริมาณการผลิตทางการเกษตรของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 ถั่วเหลืองรุ่น 1 ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ภายในพื้นที่เขตรับผิดชอบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยจะออกทำการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2556 ภายในเขตหมู่บ้านตัวอย่างต่างๆ ที่ได้ถูกกำหนดไว้ โดยมีจำนวนตัวอย่างของหมู่บ้านในการสำรวจ ดังนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 จำนวน 143 หมู่บ้าน ถั่วเหลืองรุ่น 1 จำนวน 7 หมู่บ้าน ยางพารา 100 หมู่บ้าน และปาล์มน้ำมัน 14 หมู่บ้าน ซึ่งจะกระจายอยู่ภายในเขตท้องที่ต่างๆ ของทั้ง 4 จังหวัด เพื่อที่จะนำเอาข้อมูลที่ได้สอบถามจากเกษตรกรที่เป็นตัวอย่างในการสำรวจมาทำการหาค่าประมาณทางสถิติ และจะนำเอาข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาทำการวิเคราะห์เพื่อหาค่าปริมาณการผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 ถั่วเหลืองรุ่น 1 ยางพาราและปาล์มน้ำมัน ว่าจะมีปริมาณมากน้อยเพียงใดในปีเพาะปลูก 2556/57 พร้อมเปรียบเทียบกับแต่ละปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จึงส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะสามารถนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างถูกต้องและตรงจุด ซึ่งเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรโดยตรง

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรในแต่ละหมู่บ้านที่ตกเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการสำรวจ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรในการตอบแบบสอบถามและการให้ข้อมูล  ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ตัวเกษตรกรเอง และนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาการเกษตรต่อไป ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสำรวจแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้




สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 5 / ข้อมูล
สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ ขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรมโครงการ "สภากาแฟ" 15 ส.ค. นี้

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสุรินทร์  ได้กำหนดโครงการ “สภากาแฟ“ ประจำปี 2556 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการปฏิบัติงาน โดยจัดให้มีการพบปะระดมความคิดจากทุกภาคส่วนในรูปแบบการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ทุกวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน

สำหรับเดือนสิงหาคม 2556 จากเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2556 เป็นวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องรัตนสยาม โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ โดยมีหน่วยงานในสังกัด ศาลยุติธรรม สังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงยุติธรรมร่วมเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ จึงขอเชิญเข้าร่วมงานในวันและเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน




ศริณภาพร จันทสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ แจ้งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่นิติบุคคลที่ได้รับบริจาคเงินให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการกีฬา สมควรยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม  ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์  ให้แก่ผู้สนับสนุนการกีฬาที่ได้รับบริจาคหรือทรัพย์สินให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกีฬาจังหวัดจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย กรมพลศึกษา หรือกกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์การกีฬา การฝึกซ้อมหรือการแข่งขันการจัดสร้างและพัฒนาสนามกีฬาหรือฝึกกีฬาแห่งชาติ การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาหรือการพัฒนานักกีฬาและบุคลากรด้วยกีฬา เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนด้วยการกีฬามากขึ้น




ศริณภาพร จันทสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ ขอให้เยาวชนสวมหมวกนิรภัยเนื่องจากเป็นสาเหตุเสียชิวิตมากที่สุด

นายวิเชียร  จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ มีการเกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จึงกำหนดแผนเร่งด่วน ในการดำเนินโครงการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ และขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้สวมหมวกนิรภัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย และขับขี่ด้วยความเร็วตามที่กฏหมายกำหนด โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมนี้

นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกท่าน โดยเฉพาะวิทยุหลักและวิทยุชมชนช่วยประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานประกาศเป็นเขตสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนต่อไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ระวังโรคมือเท้าปากระบาด แนะ โรงเรียนเข้มมาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง และล้างมือ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี

นางสาวกัญญรัตน์ เกียรติสุภา ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา (สคร.5 ) ว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน และเป็นช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ จะมีเด็กนักเรียนมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก โรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากการมาอยู่รวมกันได้แก่ โรคมือ เท้า ปาก ซึ่งโรคนี้มักเกิดในเด็กเล็กทั่วไป เด็กที่ติดเชื้อโรคมือเท้าปาก จะมีไข้ 1-2 วัน จากนั้นจะมีตุ่มหรือแผลในปากคล้ายแผลร้อนใน อาจมีหลายแผล ส่วนใหญ่จะพบที่บริเวณคอหอยหรือใกล้ต่อมทอนซิล หากอาการรุนแรงจะลามมาที่ลิ้น กระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กเจ็บในปากและคอ ไม่ยอมดูดนม กินอาหารไม่ได้ ส่วนใหญ่เด็กที่ป่วยอาการจะค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ และหายได้เองภายใน 7 วัน มีจำนวนน้อยที่มีอาการรุนแรง คือมีไข้สูง อาจมีอาการชัก แขนขาอ่อนแรง โรคนี้ไม่มีวัคซีนป้องกันและไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ

ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์  จึงขอความร่วมมือโรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ  ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร  ห้องน้ำ ห้องส้วม อาคารสถานที่ แยกของใช้เป็นรายบุคคล  เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ  ช้อน หาอุปกรณ์ให้นักเรียนได้ล้างมือด้วยน้ำสบู่ก่อนทานอาหารและหลังเข้าส้วมทุกวัน และให้ครูตรวจสุขภาพเด็กนักเรียน โดยเฉพาะการตรวจตุ่มใสที่มือ เท้า ปาก หากพบว่าเด็กมีไข้ หรือพบตุ่มใสขึ้นที่มือ เท้า หรือในปาก ขอให้แยกออกจากเด็กปกติ แจ้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ เพื่อควบคุมป้องกันโรค หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามที่ศูนย์บริการข้อมูลฮ็อตไลน์ กระทรวงสาธารณสุข




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ กำหนดออกหน่วยบริการประชาชนโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม พร้อมมอบบ้านธารน้ำใจที่อำเภอกาบเชิงในเดือนสิงหาคมนี้

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์  ร่วมกับคณะส่วนราชการต่างๆ  ในจังหวัดสุรินทร์ ออกหน่วยให้บริการประชาชนตามโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม เพื่อนำการบริการจากส่วนราชการต่างๆ ออกไปให้บริการประชาชนแบบเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล พร้อมทั้งเป็นการพบปะเยี่ยมเยือนรับทราบปัญหาต่างๆ จากประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกำหนดออกให้บริการในวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ที่บ้านปราสาทเบง หมู่ 6 ตำบลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง

สำหรับการให้บริการดังกล่าว  จะมีส่วนราชการต่างๆ ทั้งระดับอำเภอและจังหวัดร่วมให้บริการ  โดยจะมีการมอบรถจักรยานให้นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน มอบเครื่องอุปโภค – บริโภคและถุงยังชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษา มอบพันธุ์ปลาให้กับผู้นำชุมชน รวมทั้งมอบบ้านธารน้ำใจ จากเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ และบ้านท้องถิ่นไทย เทิดไท้องค์ราชันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้กับราษฎรผู้ยากไร้ที่ได้รับการคัดเลือกในพื้นที่ด้วย




ศริณภาพร จันทสุข ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ. สุรินทร์คัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ผลิตภัณฑ์เข้าประกวดระดับประเทศ และจัดจำหน่ายในงานศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี 10-18 สิงหาคม นี้

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์   เปิดเผยว่า จ.สุรินทร์  ได้จัดประกวดผลิตภัณฑ์ OTOP  ดีเด่น จ.สุรินทร์ ประจำปี  2556 โดยรับสมัครผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ทั้ง 5  ประเภทในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 307 ผลิตภัณฑ์ ที่ลงทะเบียนคัดสรรไว้แล้วในปี 2555  สมัครร่วมประกวดในครั้งนี้ ได้แก่ ประเภทอาหารจํานวน 10 กลุ่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย 20 กลุ่ม ของใช้ของประดับตกแต่ง จํานวน 8 กลุ่ม และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหารอีก 5 กลุ่ม ซึ่งเมื่อผ่านการคัดเลือก แต่ละประเภทแล้ว จะจัดส่งไปประกวดระดับประเทศ โดยผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ที่ชนะการประกวด  จะได้รับการสนับสนุนการผลิต  เพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล  ด้วยพระบารมี” ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 10-18 สิงหาคม 2556 นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด โดยจะมีบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ มาทำการสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อแจกลูกค้า พนักงาน ในวันขึ้นปีใหม่ บริษัทละกว่า 3,000 ชิ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิต  ผู้ประกอบการสินค้า OTOP มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับจังหวัดสุรินทร์คณะทำงานพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่สมัครเข้าประกวดผลิตภัณฑ์  OTOP ดีเด่นจังหวัดสุรินทร์ ได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเข้าประกวดระดับประเทศ รวม 5  ผลิตภัณฑ์  ดังนี้

ประเภทอาหาร  ได้แก่ ข้าวอินทรีย์  สหกรณ์การเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ จำกัด  อำเภอเมืองสุรินทร์

ประเภทผ้า ได้แก่ ผ้าคลุมไหล่  ร้านเอกอนันต์ไหมไทย อำเภอเมืองสุรินทร์

ประเภทเครื่องแต่งกาย  ได้แก่ เครื่องประดับเงิน  ร้านดาเครื่องเงิน อำเภอเขวาสินรินทร์

ประเภทของใช้ของประดับตกแต่ง ได้แก่  ชุดกระเช้าหวาย กลุ่มหัตถกรรมหวายบ้านบุทม  อำเภอเมืองสุรินทร์

และประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่   เชรั่มโปรตีนไหม  จาก หจก. เรือนไหมใบหม่อน อำเภอเมืองสุรินทร์





สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ เน้นนโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  จ.สุรินทร์ได้ดำเนินงานตามนโยบายลดอบายมุข  สร้างสุขให้สังคม  เพื่อดำเนินการกับสถานบริการ ร้านจำหน่ายสุราที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน  รำคาญ   หรือดำเนินกิจการที่ขัดต่อภาพลักษณ์และวัฒนธรรมอันดีของประเทศไทย   และแหล่งอบายมุขอื่นที่เอื้อต่อปัญหายาเสพติด บ่อนการพนัน ตู้ม้า กำจัดสิ่งยั่วยุหรือจุดเสียง สิ่งพิมพ์ หรือเอกสารที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร    โดยได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  จัดลานกิจกรรมด้านดนตรีละศิลปะเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี  ให้เยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด  ส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนา และขอความร่วมมือตำรวจ  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และประชาชน  ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่  เพื่อสร้างความผาสุกให้สังคม  และเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์





สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ จัดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร   ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่า  รัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนให้ขยายวัตถุประสงค์ไปดำเนินงานสนับสนุนโครงการตามแนวพระราชดำริและโครงการตามนโยบายของรัฐบาล  เช่น  การสนับสนุนการปลูกพืชเกษตรที่เหมาะสม  และเป็นการแบบบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ  สมาคม  มูลนิธิ  สหกรณ์การเกษตร  และองค์กรเอกชน โดยยึดพื้นที่และประชาชนเป็นหลัก  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพ  สมดุล  ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้ออกระเบียบ หลักเกณฑ์  และจัดทำคู่มือ  แนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อเป็นกรอบให้ผู้เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน





สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ จัดโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร   ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี  ว่า  รัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนให้ขยายวัตถุประสงค์ไปดำเนินงานสนับสนุนโครงการตามแนวพระราชดำริและโครงการตามนโยบายของรัฐบาล  เช่น  การสนับสนุนการปลูกพืชเกษตรที่เหมาะสม  และเป็นการแบบบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ  สมาคม  มูลนิธิ  สหกรณ์การเกษตร  และองค์กรเอกชน โดยยึดพื้นที่และประชาชนเป็นหลัก  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีคุณภาพ  สมดุล  ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  โดยคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ได้ออกระเบียบ หลักเกณฑ์  และจัดทำคู่มือ  แนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อเป็นกรอบให้ผู้เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน





สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

จ.สุรินทร์ จัดโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา 12 สิงหามหาราชินี

นายนิรันดร์   กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เปิดเผยว่า  ปีพุทธศักราช 2555  อันเป็นปีมหามงคลที่องค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา รัฐบาลจึงได้จัดทำ “โครงการประชาอาสาปลูกป่า  800 ล้านกล้า  80  พรรษามหาราชินี  เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระราชปณิธานมุ่งมั่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้  คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติ  โครงการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าต้นน้ำ  และโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800  ล้านกล้า  80  พรรษามหาราชินี  เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  12  สิงหาคม  2555  ระหว่างปี พ.ศ. 2556-2560  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ   พระบรมราชินีนาถ   และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  มาเป็นกรอบแนวทางในการฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศน์ต้นน้ำ  กลางน้ำ  และปลายน้ำ  เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำ  กลางน้ำ  และปลายน้ำ  ซึ่งปัจจุบันทีสภาพเสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์  และเกิดความสมดุลของระบบนิเวศน์และเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ    ภาคประชาสังคม  เอกชน   ชุมชนและประชาชน   ทุกหมู่เหล่าร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟู  และเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนให้ทุกพื้นที่  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จัดโครงการประชาอาสาปลูกป่า  800  ล้านกล้า  80  พรรษามหาราชินี  โดยจัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนในพื้นที่เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติตามโครงการดังกล่าว ต่อไป




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

เกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ประชุมเชิงปฏิบัติการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมรับมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน

วันนี้ (31 ก.ค. 2556) ที่โรงเรียนบุแกรงวิทยาคม ตำบลบุแกรง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนายอำเภอจอมพระ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมต้อนรับ ว่าที่ร้อยตรี กิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ พร้อมด้วย นายคณิต ธนูธรรมเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และคณะ พร้อมทั้งกล่าวรายงานสภาพจังหวัดสุรินทร์ว่าจังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองเกษตรกรรม มีการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของประเทศ แต่เกษตรกรบางส่วนยังมีฐานะยากจน

จากนั้น ว่าที่ร้อยตรี  กิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่  ได้สักการะพระฉายาลักษณ์  เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียน และเป็นประธานมอบเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน  ที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนหมู่บ้านและประชาชนที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในครั้งนี้ กว่า 200 คน เพื่อนำไปเพาะปลูกไว้บริโภคภายในครัวเรือนของตนเอง เพื่อลดรายจ่ายภายในครอบครัว ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายให้ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนด้านความมั่นคงอาหารครัวเรือน โดยแต่ละครอบครัว จะนำเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน นำไปเพาะปลูกในพื้นที่ ประมาณ 1 งาน ช่วยกันดูแลรักษา และเก็บพืชผักนำไปบริโภคในครัวเรือน โดยไม่ต้องซื้อก็จะทำให้ลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ และสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปเพาะปลูกอีกในโอกาสต่อไป




สำนักข่าว  กรมประชาสัมพันธ์ / ข่าว

จังหวัดสุรินทร์ จัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า เนื่องในวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2555 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดสุรินทร์ได้กําหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ มีกําหนดการสรุปดังนี้ วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2556 เวลา 07.00 น. พิธีทําบุญตักบาตร ที่บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ การแต่งกาย ชุดไทยพระราชทาน ชุดนิยมไทยผ้าไหมสุรินทร์ ชุดสุภาพสากลนิยม ชุดหมู่คณะ ตามสังกัด หรือชุดเสื้อสีฟ้า เวลา 09.00 น. พิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ การรับบริจาคโลหิต ที่หอประชุมจังหวัดสุรินทร์ การแต่งกาย ข้าราชการ แต่งเครื่องแบบปกติขาว ประชาชน แต่งชุดไทย หรือชุดสากล เวลา 17.00 น. พิธีถวายพานพุ่มเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ที่บริเวณสนาม หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ การแต่งกายชุดไทยพระราชทาน ชุดนิยมไทยผ้าไหมสุรินทร์ ชุดสุภาพสากลนิยม หรือชุดหมู่คณะตามสังกัด

นอกจากนี้ จังหวัดได้จัดงาน “เฉลิมพระเกียรต 12 สิงหา 81 พรรษามหาราชินีประจําปี 2556” ระหว่างวันที่ 9 - 11 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้จังหวัดสุรินทร์ โดยได้กําหนดจัด กิจกรรมการต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการเกษตรอินทรีย์องค์ความรู้ภูมิปัญญาปราชญ์ ชาวบ้าน การจําหน่ายผลผลิตการเกษตร นิทรรศการต้านยาเสพติดจัดการแสดง จําหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP นิทรรศการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าไหมสาธิตผลิตไหมแบบครบวงจร การประกวดสาวไหมด้วยมือ การ ประกวดผ้าไหม นิทรรศการเกี่ยวกับโรคติดต่อในปัจจุบัน สาธิตการผลิต การจําหน่ายเครื่องเงิน นิทรรศการแสดงผลงาน จําหน่ายผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศิลปาชีพและศูนย์เรียนรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การแสดงพื้นบ้าน ลิเก การแข่งขันวิ่งซุปเปอร์มินิมาราธอน การแสดงดนตรีการประกวดวงดนตรี และการประกวดการแต่งกายพื้นเมืองประยุกต์ฯลฯ โดย นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ จะเป็นประธานเปิดงานในวันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม 2556 เวลา 14.00 น. ที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้จึงขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมงานดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เหล่ากาชาดกาฬสินธุ์จัดสร้างบ้านพักอาศัยให้เด็กหญิงกตัญญูดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการสังกัดกรมการปกครองที่มีระยะการรับราชการครบ 20 ปีบริบูรณ์ และมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องการทำความดีแก่เด็กหญิงยอดกตัญญูที่ดูแลพ่อพิการ

วันที่ 30 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและนายอำเภอ ประจำเดือนกรกฎาคม 2556 โดยมีนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้มีพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ข้าราชการสังกัดกรมการปกครองที่มีระยะเวลาในการปฏิบัติราชการครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยมีความรู้ ความสามารถ และมีธรรมาภิบาล ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย และในโอกาสเดียวกันนี้ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ได้มอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องการทำความดีแก่ น้องนุ่น หรือเด็กหญิงสุภาพร ญาณสิทธิ์ อายุ 11 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 บ้านโนนศาลา หมู่ที่ 13 ตำบลภูดิน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเหล่าหลวงวิทยาคาร ตำบลภูดิน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเด็กที่มีความกตัญญูดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต เป็นเวลา 3 ปี ในด้านการช่วยเหลือนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และส่วนราชการ ภาคเอกชน หลายภาคส่วนต่าง ๆ ได้ช่วยเหลือไปเบื้องต้นแล้ว และทางเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จะได้สร้างบ้านพักอาศัยให้ตามแบบของวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ ราคาประมาณ 100,000 บาท




สุรพล คุณภักดี/ข่าว

บุรีรัมย์เพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

บุรีรัมย์พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีขีดความสามารถ เตรียมพร้อมในการแข่งขันก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ที่ห้องประชุมเอกสิทธิ์ โรงแรมเอกลดา อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นายเฉลิมพล พลวัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ซึ่งจ.บุรีรัมย์ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์จัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการบูรณาการความร่วมมือเป็นระบบเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยว ให้มีความพร้อมในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ เครือข่ายทางการท่องเที่ยวภาครัฐและภาคเอกชน เจ้าของ ผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว ผู้นำชุมชนและนักศึกษา สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ทั้งสิ้น ๑๕๐ คน

ซึ่งจ.บุรีรัมย์เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมาย โดยเฉพาะจังหวัดมีแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อเป็น ศูนย์กลางอารยธรรมขอม เนื่องจากมีโบราณสถานศิลปะขอมกระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัดกว่า ๖๐ แห่ง โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ซึ่งเป็นมหาเทวาลัยที่รู้จักทั่วโลก โดยในปี ๒๕๕๕ จ.บุรีรัมย์มีสถิตินักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดกว่า ๑ ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวหมุนเวียนในจังหวัดกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท แม้ว่าจะยังน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งจังหวัดเนื่องจากข้อจำกัดในกรเองของแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ห่างไกลกัน และระบบการเชื่อมโยงกันยังไม่สะดวก ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแต่ไม่พักค้างจึงไม่ก่อรายได้ด้านการท่องเที่ยวมากนัก จึงจำเป็นต้องพัฒนาการศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมพร้อมพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมทั้งรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ว่าฯมหาสารคามมอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่นและกิจกรรมการประกวดก่อนการประชุมจังหวัดเดือนกรกฎาคม

ก่อนวาระการประชุมคณะกรรมการจังหวัด ส่วนราชการ นายอำเภอและผู้เกี่ยวข้อง ในจังหวัดมหาสารคาม ประจำเดือนกรกฎาคม 2556 ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้มอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่นแห่งชาติและสตรีไทยดีเด่น ปี 2556 แก่นางเตือนใจ จรัสเสถียร พร้อมมอบรางวัลแหวนทองคำแก่บุคลากรดีเด่นด้านการเกษตร

(30-7-56) ในการประชุมคณะกรรมการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และผู้เกี่ยวข้อง ประจำเดือนกรกฎาคม 2556 ซึ่งมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุม ซึ่งในวาระก่อนการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่นางเตือนใจ จรัสเสถียร แม่ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2556 จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นมารดาของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต 3 นอกจากนี้นางเตือนใจ จรัสเสถียร ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสตรีไทยดีเด่น จังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2556 โดยจะเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2556

สำหรับการพิจารณาคัดเลือกแม่ดีเด่น ประจำปี 2556 ระดับจังหวัดมหาสารคาม ยังได้คัดเลือกและมอบเกียรติบัตรแก่แม่ดีเด่นอีก 5 ท่าน ได้แก่ นางบัวลี ธรรมภูธร จากอำเภอวาปีปทุม นางปิยะมาศ ศรีธิสาร อำเภอยางสีสุราช นางยุพิน ชินศรี อำเภอโกสุมพิสัย นางละม่อม บำรุงบุญ อำเภอแกดำ และนางประคอง โพธินาม อำเภอเมืองมหาสารคาม ส่วนผู้ได้รับเกียรติบัตรสตรีไทยดีเด่น ระดับจังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ นางทองนาค แสนภักดี อำเภอโกสุมพิสัย นางแฉล้ม สุดมาตย์ อำเภอกุดรัง และนางสมนึก สุภักดี อำเภอเชียงยืน

ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ยังได้มอบเกียรติบัตรและแหวนทองคำผลงานเกษตรอำเภอและเกษตรตำบลดีเด่น ปี 2556 อีก 2 รางวัล คือ ผลงานเกษตรอำเภอดีเด่น ได้แก่ นายชูเกียรติ ปะกิระตัง เกษตรอำเภอวาปีปทุม ได้รับรางวัลแหวนทองคำ 1 วง น้ำหนัก 1 บาท และผลงานเกษตรตำบลดีเด่น ได้แก่ นายทวีศักดิ์ โยประทุม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอวาปีปทุม ได้รับรางวัลแหวนทองคำ 1 วง น้ำหนัก 50 สตางค์

และมอบรางวัลการประกวดภาพยนตร์สั้น เสริมสร้างค่านิยมพื้นฐานพอเพียง เสียสละ มีน้ำใจ ประจำปี 2556 โดยเรื่องที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นผลงานของโรงเรียนโกสุมพิทยาสรรพ์ เรื่อง ชีวิต




สมพงษ์ ปัตตานี ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วงโยธวาทิต โรงเรียนผดุงนารีมหาสารคาม เป็นตัวแทนประเทศไทย ร่วมแข่งขันวงโยธวาทิตนานาชาติ ที่สหรัฐอเมริกา

วงโยธวาทิต อีสาน ดรัม ไลน์ โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันการประกวดวงโยธวาทิตนานาชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวให้กำลังใจและให้โอวาทก่อนเดินทางไปร่วมแข่งขัน

นายมีศิลป์ ชินภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม นำคณะผู้บริหาร และทีมวงโยธวาทิต อีสาน ดรัม ไลน์ โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม เข้าขอพรจากนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในโอกาสที่รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันการประกวดวงโยธวาทิตนานาชาติ ในระหว่างวันที่ 8-10 สิงหาคม 2556 รายการ drumline battle ที่เมืองอินเดียนาโพลิส รัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา

พร้อมนี้วงโยธวาทิต อีสาน ดรัม ไลน์ โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม ยังได้แสดงผลงานในชุดที่เตรียมไปร่วมประกวดและแข่งขันการแสดงสด ซึ่งเป็นการใช้เครื่องดนตรีสากลชองวงโยธวาทิต ร่วมกับกลองยาว ฉิ่ง ฉาบของอีสาน พร้อมลีลา ท่วงทำนองที่สนุกสนานและการแต่งกายแบบอีสาน

ทั้งนี้ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556 วงโยธวาทิต อีสาน ดรัม ไลน์ โรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม ยังได้รับเกียรติให้ไปแสดงเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ณ สถานกงสุลไทย ในสหรัฐอเมริกาด้วย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

แม่ดีเด่นจังหวัดมหาสารคาม ฝากให้กำลังใจ “ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย”

แม่ ส.ส.ยุทธพงศ์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2556 จังหวัดมหาสารคาม โดยยึดแนวทางการเลี้ยงลูกด้วยความขยันหมั่นเพียร ให้ความรัก ความเมตตาแก่ลูก พร้อมฝากให้กำลังใจพ่อแม่ในการอบรมสั่งสอนลูก "ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย”

นางเตือนใจ จรัสเสถียร ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรม ราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2556 จังหวัดมหาสารคาม ให้เป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2556 ในประเภทแม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร ส่วนภูมิภาค ขณะเดียวกันก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสตรีไทยดีเด่น เนื่องในวันสตรีไทย ประจำปี 2556 ด้วย  

โดยนางเตือนใจ จรัสเสถียร ได้กล่าวถึงการอบรมเลี้ยงดูลูกว่า เลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ปี 2543 เนื่องจากสามีเสียชีวิต มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน โดยจะให้ความรัก ความเมตตากับลูกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อบรมสั่งสอนลูกให้ได้รับการศึกษาในระดับสูงสุด ตามที่แต่ละคนจะเรียนได้ พร้อมฝากให้กำลังใจพ่อแม่ทุกคนว่า ท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย

สำหรับนางเตือนใจ จรัสเสถียร ปัจจุบันอายุ 63 ปี เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2494 เป็นชาวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นแม่ของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต 3 





ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

บริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนมรายงานการวิเคราะห็ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

วันที่ ๒๖ ก.ค. ๕๖   เวลา ๑๕.๐๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นปะธานร่วมรับฟังการชี้แจงรายละเอียดภาพรวม การสำรวจ ออกแบบรายละเอียดทางวิศวกรรมและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครง การก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้รับการประสานจากการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา บริษัทเอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทโชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทพีบี เอเชีย จำกัด และบริษัทพรี ดีเวลลอปเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาเพื่อสำรวจ ออกแบบ รายละเอียดทางวิศวกรรมฯ นำโดยนายประชา ติยะธะ ผู้จัดการโรงการ พร้อมคณะทีมงาน ได้ชี้แจงภาพรวมของโครงการดังกล่าว และรับฟังข้อคิดเห็น รวมถึงข้อเสนอแนะจากผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อสนิท/ภาพ

การใช้สิทธิโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ของภาคครัวเรือน

นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายปรับราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง โดยจะปรับราคาขึ้นเดือนละ ๐.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป จนสะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ที่ราคา ๒๔.๘๒ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งจากการปรับราคา LPG จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ และภาวะเงินเฟ้อ รัฐบาลจึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานดำเนินโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีก LPG ในภาคครัวเรือน (ก๊าซหุงต้ม) ให้กับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและร้านค้าหาบเร่แผงลอยอาหาร ที่มีพื้นที่ร้านค้าไม่เกิน ๕๐ ตารางเมตร ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานพลังงานจังหวัดมุกดาหาร โทร.๐๔๒-๖๑๑๗๗๙




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

อัยการจังหวัดมุกดาหารจัดโครงการ สำนักงานอัยการจังหวัดยุติความรุนแรง

วันที่ ๒๙ ก.ค. ๕๖  ที่ห้องประชุมศาลาเรารักมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร จัดโครงการ "สำนักงานอัยการจังหวัดยุติความรุนแรง”วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมาย เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายุติความรุนแรง รณรงค์ให้ปะชาชน นักเรียน นักศึกษา มีความตื่นตัวและให้ความสำคัญต่อปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก

นางสาวรัชนีวรรณ เสวกพิบูลย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค ๔ รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงห่วงใยและให้ความสำคัญ กับปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ทรงรับเป็นองค์ทูตสันถวไมตรี ของกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรี แห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเฟม ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อและโครงสร้างเป็น องค์การเพื่อความส่งเสริมความ เสมอภาคระหว่างประเทศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นวีเมน เป้าหมายเพื่อยกสถานภาพของสตรี เพื่อสนองตามแนวพระดำริ สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานคุ้มครอง สิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร (สคช.จังหวัดมุกดาหาร)จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นโดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ภาพ

บสย.เสริมกองทุนให้นักธุรกิจยโสธร

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)เดินสายสร้างความร่วมมือระหว่างพันธมิตร เพื่อขับเคลื่อน เอสเอ็มอี เสริมสภาพคล่อง ธุรกิจที่ จังหวัดยโสธร ที่ห้องประชุมโรงแรมเจพี เอ็มมอรัล อ.เมืองจังหวัดยโสธร   นางปิยธิดา   ตั้งวิไลเสถียร  ผู้จัดการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สำนักงานสาขานครราชสีมา จัดแถลงข่าวการร่วมมือกับ หอการค้ายโสธร  สภาอุตสากรรมจังหวัดยโสธร ในการเสริมสภาพคล่องของนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะเข้าไปช่วยเหลือในการค้ำประกันวงเงินที่กู้กับธนาคาร ของนักธุรกิจ  เพื่อที่ให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้  พร้อมนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ยังได้เปิดรับคำปรึกษา เพื่อขอรับสินเชื่อจากสถาบันการเงินในการเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้นอีกด้วย   การแถลข่าวในวันนี้ปรากฏว่ามีนักธุรกิจจากจังหวัดยโสธร เป็นจำนวนมากให้ความสนใจเข้าร่วม

ยโสธรจัดประกวดโครงงานนักเรียนชิงทุน

ยโสธร จัดประกวดโครงงานนักเรียน ไปแข่งขันระดับภาค เพื่อรับทุนการศึกษา มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์

ที่ห้องประชุมเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายโสธร เขต 1 นายนิรันดร์  สมสมานรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดการแข่งขันประกวดโครงงานนักเรียน เพื่อรับทุนการศึกษา มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์   นายสุริยันต์  มิ่งขวัญ  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษายโสธร เขต 1 เผย ว่าการจัดกิจกรรมประกวดโครงงานของนักเรียน ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการ ทางด้านสติปัญญาของนักเรียน รู้จักการคิดอย่างมีระบบสามารถไขปัญหาได้ ฝึกให้นักเรียนระดมพลังสมอง การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และฝึกการทำงานเป็นทีม ซึ่งนักเรียนจะได้นำเอาพัฒนาการเหล่านี้ ไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน  การประกวดโครงงานในครั้งนี้ มี ๓ ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย สำหรับโรงเรียนที่ชนะการประกวดจะเป็นตัวแทนเข้าแข่งขันเพื่อขอรับทุนการศึกษา มูลนิธิเปรม  ติญสูลานนท์ ต่อไป

ยโสธรนำสื่อมวลชนตรวจสถานบริการความงาม

สคบ.ยโสธร คุมเข้มรุกหนักตรวจสถานบริการความงาม

เวลา 14.30 น.  นายไพชยนต์  ชนะกาญจน์  ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร ประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดยโสธร นำสื่อมวลชนพร้อมคณะทำงาน ออกตรวจสถานบริการความงามนิติพนการแพทย์ ซึ่งเปิดให้บริการลูกค้าในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี  สาขายโสธร  สืบเนืองจากมีผู้บริโภคได้ร้องเรียนไปที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ส่วนกลาง ว่าสถานบริการความงามหลายแห่งทั่วประเทศไม่ได้มาตรฐาน จากออกตรวจในครั้งนี้ ผู้ประกอบการสถานบริการความงามนิติพนการแพทย์ ได้แสดงเอกสารการประกอบ การดำเนินกิจกการ/ ตลอดจน ตารางเวรของ นายแพทย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ /ที่มาประจำที่ศูนย์ และได้ให้รายละเอียด กับคณะสคบ.ยโสธร ผลการตรวจครั้งนี้ไม่พบการกระทำที่เป็นการขัดต่อระเบียบ การเปิดสถานประกอบการกิจการบริการความงานแต่อย่างใด   นายไพชยนต์ ชนะกาญจน์

ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดยโสธร กล่าวว่า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคนายประวัติ  ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร จึงได้สั่งการให้ตนนำคณะทำงานออกตรวจสถานบริการความงามภายในจังหวัด พร้อมให้คำแนะนำการปฏิบัติที่ถูกต้องปลอดภัย สบายใจตั้งคนให้บริการและผู้มารับบริการ

ประกาศ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

รายชื่อสถานีวิทยุที่สิ้นสิทธิการยื่นขอทดลองประกอบกิจการ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ.2555

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 25/2556 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 มีมติประกาศรายชื่อสถานีวิทยุที่สิ้นสิทธิการยื่นขอทดลองประกอบกิจการตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ.2555 ข้อ 7 เนื่องจากมิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่ประกาศฯ กำหนด โดยสถานีวิทยุที่มีรายชื่อตามที่ประกาศจะต้องยุติการออกอากาศโดยทันที มิฉะนั้น สำนักงาน กสทช. มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทังนี้ สถานีวิทยุดังกล่าวสามารถอุทธรณ์ผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบประกาศนี้

สามารถตรวจสอบ รายชื่อสถานีวิทยุที่สิ้นสิทธิการยื่นขอทดลองประกอบกิจการ ได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช. http://www.nbtc.go.th/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักงาน กสทช. (กลุ่มงานการอนุญาตประกอบกิจการ 1) โทร.02-2717600 ต่อ 5110,5112 หรือ 5114




ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 30 ก.ค. 56

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 “ร้อยเอ็ดเกมส์”

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ระหว่างวันที่ 2 – 12 กันยายน 2556

วันนี้ (30 ก.ค. 56) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ในช่องทางการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ระหว่างวันที่ 2 – 12 กันยายน 2556 รวม 42 ชนิดกีฬา โดยใช้สนามกีฬาในจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นสนามหลัก ในการแข่งขึ้น จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาดังกล่าวทุกช่องทาง ได้แก่ สื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออีเลกทรอนิกส์ ซึ่งวันนี้ได้มีการติดสติกเกอร์ประชาสัมพันธ์แบบซีทู โดยติดที่รถยนต์ทุกประเภท ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารการแข่งขันกีฬาดังกล่าว อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
30 ก.ค. 56

จังหวัดร้อยเอ็ดปลูกป่าตามโครงการ “ปลูกป่าให้ลูกหลาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

เช้าวันนี้ (30 ก.ค. 56) เวลา 06.30 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานปลูกป่าตามโครงการ "ปลูกป่าให้ลูกหลาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ณ บริเวณสนามหน้าโรงเรียนบ้านดงยางโคกพิลา ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด โดยสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ร้อยเอ็ดร่วมกับบริษัท อดัมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบ ข้าราชการ พนักงานของรัฐ ข้าราชการครู และนักเรียน รวมถึงประชาชนชุมชนใกล้เคียง ได้มีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระชนมายุ 86 พรรษา และเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2556 และเพื่อให้คนไทยเกิดจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ข้าราชการครู ในสังกัดโรงเรียนบ้านดงยางโคกพิลา และเกษตรกรผู้ปลูกต้นยาสูบในทุกอำเภอในจังหวัดร้อยเอ็ด กว่า 200 คน ร่วมในการปลูกป่าตามโครงการดังกล่าว



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
30 ก.ค. 56

อบรมอาชีพแก่ผู้ผ่านบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ นายอำเภอวังสะพุง เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาชีพผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูที่หอประชุมอำเภอวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2556 โดยมีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 110 คน ตามที่รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติยุทธศาสตร์ "พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด” เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมผนึกกำลังร่วมกันเป็นพลังแผ่นดิน เพื่อเอาชนะยาเสพติดโดยเร็ว และแผนงานที่ 2 แผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด กำหนดให้แต่ละอำเภอนำผู้เสพและผู้ติดเข้ารับการบำบัดรักษาโดยใช้วิทยากรกระบวนการจากหลายหน่วยงาน และให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ขั้นตอนการดำเนินงาน และขั้นตอนการเบิกจ่าย โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2556 งบเงินอุดหนุเฉพาะกิจ เพื่อจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินกิจกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กิจกรรมการบำบัด ฟื้นฟู โดยการนำผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด กลุ่มเสี่ยงเข้ารับการอบรมบำบัด ฟื้นฟู เทศบาลแห่งละ 50 คน และองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งละ 30 คน โดยอำเภอวังสะพุง ได้ดำเนินการอบรมบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดตามเป้าหมายดังกล่าวแล้ว รวม 390 คน ดำเนินการฝึกอบรมอาชีพกรีดยางพารา แก่ผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 จากการสำรวจสอบถามจากผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด ทั้ง 390 คน มีความต้องการรับการอบรมอาชีพกรีดยางพารา เนื่องจากขณะนี้ตลาดแรงงานรับจ้างกรีดยางพาราขาดแคลนอย่างหนัก ต้นยางพาราในพื้นที่จังหวัดเลยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเฉียด 1 ล้านไร่ และเจ้าของสวนยางไม่กล้าจ้างแรงงานต่างด้าวชาวลาวเข้ามากรีด มีความยุ่งยากในการดำเนินเรื่องตามกฏหมาย อีกทั้งเกรงว่าถ้านำเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องจะมีโทษถึงจำคุก ซึ่งขณะนี้นายจ้างให้ค่าตอบแทนในสัดส่วน 50 ต่อ 50 เดิมให้เพียงลูกจ้าง 40 นายจ้าง 60 จึงเห็นว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง รายได้ และไม่ต้องลงทุน สามารถกรีดยางพาราได้ถึง 8 เดือน ใน 1 ปี

รองนายกรัฐมนตรี เปิดนิทรรศการ “ศูนย์ศิลป์สิรินธรสู่เยอรมัน”

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะเดินทางมา เป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการ "ศิลป์สิรินธรสู่เยอมันนี” และมอบรางวัลแก่ผู้เข้าประกวด ศิลปกรรม "เส้นทางสู่อัจฉริยศิลป์เยาวชนไทย” ภาคตะวันอออกเฉียงเหนือครั้งที่ 1 การวาดภาพสดชิงทุนการศึกษา 60,000 บาท สนับสนุนโดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีนายสังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย ทั้ง 3 เขต ให้การต้อนรับ ศิษย์เก่าดีเด่น และแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก โดยเป็นการวาดภาพสด แบ่งประเภทการแข่งขันเป็น 4 ประเภท คือ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภายใต้หัวข้อการประกวดว่า "มหัศจรรย์ประเทศไทย” (Amazing Thailand) สำหรับผู้ที่ได้รางวัลยอดเยี่ยม ดีเด่น สร้างสรรค์ ได้รับประกาศบัตรเชิดชูเกียรติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนภาพที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม จะได้รับคัดเลือกไปแสดงที่ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี ระหว่างวันที่ 9 - 20 สิงหาคม 2556 หลังจากสิ้นสุดการแสดงที่ศูนย์ศิลป์สิรินธรทางศูนย์ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจาก จากท่านทูตนงนุช เพ็ชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเบอร์ลิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เชิญผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร ไปสอนศิลปะให้เยาวชนไทย เยอรมนี และจัดแสดงนิทรรศการศิลปะนี้ในงาน "เทศกาลไทย” เมืองบาดฮอมบูร์ก เมืองโบเดนซี และกรุงเบอร์ลิน จัดโดยสมาคมวัฒนธรรมไทย – เยอรมนี นอกจากเปิดนิทรรศการและมอบรางวัลแก่ผู้เข้าประกวดภาพวาด ยังมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ศิษย์เก่าโรงเรียนศรีสงครามวิทยา ที่ทำคุณประโยชน์ และสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและจังหวัดเลย ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

กาชาดเลยช่วยเหลือลูกกตัญญูดูแลพ่อเป็นอัมพาต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2556 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งนายศราวุธ อินทร์พินิจ ครูระดับ 3 โรงเรียนบ้านน้ำแคม อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ว่ามีเด็กนักเรียนชั้น ป.6 ดูแลพ่อที่เป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และไม่มีเงินรักษาตัว อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 2 บ้านห้วยผุก ตำบลน้ำแคม อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย หลังได้รับแจ้งผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบ ด.ช.ธนะวัฒน์ บริบูรณ์ อายุ 12 ปี กำลังใส่เสื้อผ้าให้พ่อชื่อนายประจวบ บริบูรณ์ อายุ 48 ปี ผู้พิการเป็นอัมพาต ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้และได้มีการนำเสนอข่าวออกไป นางระพีพรรณ ไตรรัตนพงศ์ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเลย (ตัวแทนนางสุดสายใจ อรุณโรจน์ปัญญา นายกกาชาดจังหวัดเลย ที่ติดราชการ) พร้อมด้วยคณะกรรมการกาชาดจังหวัดเลย นายเกรียงไกร หินันท์ชัย ปลัดอาวุโส อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย นายศักดิ์ชัย ปีทถาพงษ์ ปลัด อบต.น้ำแคม นางจิราพร แก้งเงิน นักกายภาพบำบัดโรงพยาบาลท่าลี่ นางสุนิดา สุวรรณไกรษร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ พร้อมพยาบาล และ อสม.อำเภอท่าลี่ เข้าเยี่ยมนายประจวบ บริบูรณ์ อายุ 48 ปี ผู้พิการเป็นอัมพาต บิดาของ ด.ช.ธนะวัฒน์ บริบูรณ์ อายุ 12 ปี หลังจากที่ได้มีการนำเสนอข่าวออกไปนั้น ตนเองพร้อมด้วยคณะเหล่ากาชาดจังหวัดเลย ได้มอบหมายจากนางสุดสายใจ อรุณโรจน์ปัญญา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเลย ที่ติดราชการ ให้เข้าเยี่ยมและประสานไปยังโรงพยาบาลท่าลี่ ให้รีบดำเนินการช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยเฉพาะอาการของนายประจวบ ฯ ที่เป็นอัมพาต ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องและถูกวิธี มีโอกาสที่จะหายได้ พร้อมประสานไปยังโรงพยาบาลท่าลี่ ได้จัดส่งแพทย์นักกายภาพบำบัดและพยาบาลมาดู ส่วน ด.ช.ธนะวัฒน์ ที่มีการเรียนที่ดี แต่ต้องเสียการเรียน เนื่องจากต้องมาดูแลพ่อ อาจทำให้การเรียนแย่ลงไปนั้น ได้ประสานไปยังฝ่ายปกครองอำเภอท่าลี่ หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดหากองทุนให้ ด.ช.ธนะวัฒน์ พร้อมกันนี้ได้มอบของใช้ที่จำเป็น ยารักษาโรค และเงินเป็นเป็นทุนจำนวนหนึ่งและย้ำให้ทางเจ้าหน้าที่พยาบาลหรือ อสม.บ้านน้ำแคม คอยหมั่นมาดูและแนะนำการกายภาพบำบัด สำหรับผู้ที่จะช่วยเหลือหรือบริจาคเป็นทุนการศึกษาและและการรักษาพยาบาลนาย ประจวบ ฯ และ ด.ช.ธนะวัฒน์ฯ สามารถช่วยเหลือฝากผ่านธนาคารออมสิน สาขาท่าลี่ จังหวัดลย เลขบัญชี 020-0796-8257-9 ในนาม ด.ช.ธนะวัฒร์ บริบูรณ์ หรือติดต่อผ่านนางบัวลอง โสมาศรี ส.อบต.บ้านน้ำแคม เบอร์โทร 087-2220735 , 083-3392307 (อาจจะติดต่อได้ลำบาก เพราะที่หมู่บ้านน้ำแคม ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์)

อำเภอวังสะพุงประชุมมาตรการป้องกันแก้ไขเด็กติดเกมส์

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ นายอำเภอวังสะพุง เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจำนวน 50 ร้าน ในเขตพื้นที่อำเภอวังสะพุง จัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย ร่วม สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง ที่หอประชุมอำเภอวังสะพุง ชั้น 2 พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง ผกก.สภ.วังสะพุง ได้ขอพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการว่า ต้องการให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุเวลาปิดเปิดก็ตาม แต่ขอให้คำนึงความเหมาะสมผู้ที่มาใช้บริการ ถ้าเห็นว่าใช้บริการจนร่างกายไม่ตอบสนอง ควรแนะนำให้ยุติการเล่น เพื่อคำนึงถึงสุขภาพของผู้เล่น นายสัมฤทธิ์ สุมาภา ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย กล่าวว่า ปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตและเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการใช้งานกันอย่างกว้างขวาง เห็นได้จากการใช้งานในที่ทำงาน สถานศึกษาและบ้านพัก ผู้ปกครองหลายครัวเรือนหาเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมซื้อการบริการอินเทอร์เน็ตมาติดตั้งใช้งาน เนื่องจากต้องการให้ลูกหลาน ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ศึกษาค้นคว้าบทเรียน แหล่งเรียนรู้โดยทั่วไป แต่พบว่าบางครั้งการใช้ เครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่ขาดการควบคุมดูแลอย่างเหมาะสมกลับเป็นช่องทางให้บุตรหลานเข้าถึงข่าวสาร พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกิดการเลียนแบบ นำความเสื่อมเสีย ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเด็ก โดยเฉพาะปัญหาการติดเกมของเด็กและเยาวชนที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบทั้งตัวเด็กเองกับครอบครัว และสังคม เกิดจากปัจจัยสำคัญคือ การขาดการดูแลอย่างเหมาะสม รวมถึงการขาดความเอาใจใส่จากครอบครัว เพื่อให้เกิดการดูแล เฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบันและต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

จังหวัดสระแก้วเชิญร่วมงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา 12 สิงหาคม 2556

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2556 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ความว่า "คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือคำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี"

มติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ประกาศให้ วันที่ 15 เมษายน ของทุกปี เป็น”วันแม่”  มอบหมายให้สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับจัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรก ประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป  ได้รับความสำเร็จด้วยดี มีการจัดพิธีทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ ต่อมา ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของจังหวัดสระแก้ว กำหนดจัดงานวันแม่แห่งชาติ เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกียรติคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ เพื่อให้ลูกได้สำนึกถึงพระคุณและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่ ปลูกฝังเยาวชนประชาชน ได้มีจิตสำนึกถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว จึงเชิญชวนพสกนิกรชาวจังหวัดสระแก้ว ทุกหมู่เหล่า ร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน

 เวลา 06.45 น. ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสระแก้ว  ร่วมทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 82 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมี นาย ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธาน

เวลา 07.50 น. ที่หอประชุมปางสีดา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าราชาการจังหวัดสระแก้ว นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรและถวายราชสดุดี ถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

เวลา 17.30 น. เชิญร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัย  ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นาย ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธี นำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ร่วมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล จุดพลุ ดอกไม้ไฟ เฉลิมพระเกียรติ  เวลา 19.19 น.

นาง สมพร มโนรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว แจ้งเพิ่มเติมว่า สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ ดอกมะลิ ซึ่งมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย  เนื่องในวันแม่แห่งชาติของทุกปี  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ได้จัดทำดอกมะลิและผลิตภัณฑ์ดอกมะลิเพื่อเผยแพร่และจำหน่าย ซึ่งเงินรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และอีกส่วนหนึ่งสมทบกองทุนดอกมะลิ งานวันแม่แห่งชาติ และกองทุนรวมใจสงเคราะห์ชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ  จังหวัดสระแก้วจึงขอความอนุเคราะห์สนับสนุนการจำหน่ายดอกมะลิ วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2556 ราคาช่อละ 10 บาท และขอเชิญชวนติดดอกมะลิในห้วงเดือนสิงหาคม 2556 สำหรับการจำหน่ายดอกมะลิสามารถติดต่อสอบถามสำนักงานจังหวัดสระแก้ว กลุ่มงานอำนวยการ โทรศัพท์     0 3742 5125 – 7 ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2556 เพื่อจังหวัดจะได้รวบรวมเงินส่งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ต่อไป

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ ประกอบด้วย ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน ,จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ   , การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่ และนำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สำนักงานจังหวัดสระแก้ว โทรศัพท์ 0 3742 5125 – 7 หรือที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว  โทรศัพท์ 0 3742 5125

โครงการอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี

ด้วย จังหวัดสระแก้ว ได้รับแจ้งจาก นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า "โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 2555 เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงให้ความสำคัญกับป่าไม้มาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ เฉลิมพระเกียรติน้อมเกล้าฯ ถวาย จำนวน 800 ล้านกล้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 – พ.ศ. 2559 นั้น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว จึงขอเชิญชวนหน่วยงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนโดยทั่วไป เข้าร่วมบันทึกความทรงจำกิจกรรมดีๆ ที่ท่านได้ปลูกต้นไม้ รวมป็น 1 ใน 800 ล้านกล้า ถวายพระแม่ของแผ่นดิน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยการลงทะเบียนปลูกป่าในเว็บไซต์ "โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี”

ทั้งนี้สามารถติดต่อขอรับกล้าไม้เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ และสถานีเพาะชำกล้าไม้ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและ ดาวน์โหลด ข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ กรมป่าไม้ www.forest.go.th หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2561 4292-3 ต่อ 5546 และที่สายด่วนกรมป่าไม้ 1310 กด 3 ในวันและเวลาราชการ

จังหวัดอุดรธานี จัดประชุมกรมการจังหวัดประจำเดือนกรกฎาคม 2556

จังหวัดอุดรธานี จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา นายอำเภอจังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 7/2556

เช้าวันนี้ ( 30 ก.ค. 56 ) ที่ห้องประชุมทองใหญ่ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา นายอำเภอ จังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 7/2556 โดยมีนายสาโรช แสงอรุณ นายชยพล ธิติศักดิ์ และนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมประชุม

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งที่จังหวัดอุดรธานีในเดือน กรกฎาคม 2556 2 ท่าน อาทิ นางไตรทิพย์ อยู่เย็น คลังจังหวัดอุดรธานี นายเอนก ชมพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3 จังหวัดอุดรธานี จากนั้นได้รับรองรายงานการประชุมครั้งที่6/2556 และประชุมติดตามความกว้าหน้างานและโครงการตามนโยบายสำคัญ อาทิ การติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ประจำปี 2556 รายงานผลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ลำน้ำห้วยหลวง การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม โครงการเฉลิมฉลองอุดรธานีครบ 121 ปี การเตรียมการจัดงานประจำปีทุ่งศรีเมือง การจัดพิธรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดอุดรธานี การแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี รายงานผลการดำเนินงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดธานี การจัดพิธีรับ-มอบ พระราชทรัพย์พระราชทานให้โครงการจัดตั้งหอเมตตาธรรมบำบัดวิฤติ หรือ CICU




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

มอบทุนกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี

จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีมอบทุนการศึกษากองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานีและมอบเงินช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์อุดรธานีประจำปี 2556

ที่ห้องประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานพิธีมอบเงินทุนการศึกษากองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานีให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดี แต่มีฐานะยากจนและเงินช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์อุดรธานี

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วีระ วรรณพงศ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี กล่าวว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จมาสนทนาธรรมกับหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 และได้พระราชทานเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งประชาชนได้ทูลเกล้าถวายแด่พระองค์ท่าน ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อคืนประโยชน์แก่ชาวจังหวัดอุดรธานี อันเป็นจุดเริ่มต้นของกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้พระราชทานเงินซึ่งประชาชนได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในโอกาสต่างๆ ให้แก่กองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี เพื่อดำเนินงานตามวัตถุประสงค์

โดยในปี 2556 คณะกรรมการกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี ได้จัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดีแต่มีฐานะยากจนและเงินช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ ปีการศึกษา 2555 มีนักเรียน นักศึกษา ได้รับทุนพระราชทานทั้งสิ้น 79 ทุนเป็นเงิน 314,000 บาทผู้ยากไร้ได้รับเงินทุนสงเคราะห์ช่วยเหลือ 5 รายเป็นเงิน 50,000 บาท และผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ฯได้รับเงินทุนช่วยเหลือ 7 ราย เป็นเงิน 14,000 บาท

และในปีการศึกษา 2556 ได้มีการคัดเลือกนักเรียน นักศึกษา เข้ารับพระราชทานทุนเพิ่มเติม รวมนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนพระราชทานกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี ประจำปีการศึกษา 2556 รวม 79 ทุน แยกเป็น ทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง 13 ทุน ทุนการศึกษาแบบรายปี 66 ทุน รวมเป็นเงิน 320,000 บาท นอกจากนี้คณะกรรมการกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี ยังได้จัดสรรเงินจากกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี เพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือสงเคราะห์แก่ผู้ยากไร้ 8 ราย รวมเป็นเงิน 50,000 บาทและเป็นเงินทุนช่วยเหลือผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ 8 ราย รวมเป็นเงิน 16,000 บาท

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลต่อความเจริญของประเทศชาติต่อไป การดูแลตนเองให้อยู่ดีกินดีมีสุขภาพที่แข็งแรง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทานจากกองทุนจุฬาภรณ์อุดรธานี ควรตระหนักถึงเกียรติอันสูงยิ่งที่ได้รับเกียรตินี้และขอให้รักษาความดีนี้ไว้ตลอดไป ขอให้ประพฤติตนเป็นตัวอย่างแก่เยาวชนคนอื่นโดยเฉพาะในด้านคุณธรรม จริยธรรม การประพฤติปฏิบัติตัว ขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้ผลการเรียนอยู่ในระดับที่กองทุนกำหนดเป็นอย่างต่ำและสามารถรักษาสถานภาพทุนการศึกษาไว้ได้ตลอดไปจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป ขอให้ใช้จ่ายเงินทุนการศึกษาอย่างเหมาะสมด้วยความเคารพต่อพระองค์ท่านที่ทรงมีเมตตาต่อชาวอุดรธานี ขอให้มีความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านโดยการประพฤติตนเป็นคนดีของครอบครัว ของสถานศึกษา และประเทศชาติ ส่วนผู้ยากไร้และผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ก็ขอให้ดูแลสุขภาพตนเองให้สมบูรณ์แข็งแรงตลอดไป

พร้อมฝากให้คณาจารย์ ผู้ปกครอง ช่วยกันดูแลนักเรียนทุนให้เป็นคนดีของสังคมตลอดไป พร้อมทั้งดูแลรับผิดชอบดูแลให้ครอบครัวขอนักเรียนทุนเป็นครอบครัวตัวอย่าง ในด้านคุณธรรม จริยธรรมของสังคม ขอให้โรงเรียนของนักเรียนทุน เป็นโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่เป็นตัวอย่าง ขอให้โรงเรียนของนักเรียนทุนเป็นโรงเรียนหรือสถานที่ที่เป็นตัวอย่างด้านวิชาการ คุณธรรมและจริยธรรม




ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรี-ภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัด “งานนิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 17” เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

ที่หอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รองศาสตราจารย์ ดร.อุทิศ อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัด "งานนิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 17” การจัดงานครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับหลักสูตรระดับอุดมศึกษาของแต่ละสถาบัน เพื่อขยายโอกาสทางกาศึกษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานบันอุดมศึกษา สังคม และชุมชนตลอดจนการสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับรูปแบบและวิธีการรับสมัครนักศึกษาโดยทัดเทียมกัน ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ ซึ่งในปีนี้ได้มีมหาวิทยาลัยภาครัฐ จำนวน 21 สถาบัน และมหาวิทยาลัยภาคเอกชน จำนวน 26 สถาบัน ที่ให้ความสนใจและแจ้งความประสงค์เข้าร่วมจัดนิทรรศการ จำนวน 47 สถาบัน และ 62 บูธ และการบรรยายพิเศษจากทุกสถาบันตลอดงาน ซึ่งแต่ละบูธและสถาบันจะมีเจ้าหน้าคอยให้คำแนะนำและปรึกษาอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับข้อมูลการศึกษาต่อในสถานบันต่างๆ พร้อมทั้งนำข้อมูล และเอกสารต่างๆ จกให้แก่ผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการในครั้งนี้มากมาย ละได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา คณะครู อาจารย์ และผู้สนใจจำนวนมากเข้าชมงาน

โดยกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2556 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีงานนี้ฟรีตลอดงาน




จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าง
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

จังหวัดลำปางจัดโครงการงาน Lanna Handicraft Festival 2013 พร้อมนำสุดยอดผลิตภัณฑ์จากกลุ่มภาคเหนือตอนบนขยายฐานเศรษฐกิจเปิดตลาดสู่จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 29 ก.ค. 56 ที่ หอประชุมไพรพะยอม ม.ราชภัฎอุบลราชธานี จ. โดยมี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร่วมเปิดงาน Lanna Handicraft Festival 2013 และมีการลงนาม MOU ระหว่างห้างร้านใน จ.อุบลราชธานี ร่วมกับห้างร้านทางภาคเหนือ จำนวน 7 ห้างร้าน โครงการดังกล่าว ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ของดี ของเด่น ประเภทอาหาร เสื้อผ้า และเครื่องประดับของใช้ ของตกแต่งบ้าน และผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก จากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มาให้ผู้สนใจเลือกซื้อสินค้าในราคาพิเศษ จากผู้ประกอบการโดยตรง พร้อมทั้งโครงการนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทางภาคเหนือและภาคอีสานสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อต่อยอดทางธุรกิจสินค้าในอนาคต โครงการ Lanna Handicraft Festival 2013 ครั้งนี้ได้จัดเตรียมนำเสนอในรูปแบบไว้สองรูปแบบ คือ 1.การเปิดงานจำหน่ายสินค้าทั่วไป จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 29 ก.ค.56 – 4 ส.ค.56 โดยจะเริ่มเปิดบูทจำหน่ายสินค้าและบริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุมไพรพะยอม ม.ราชภัฎอุบลราชธานี ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมเกมถาม – ตอบ ลุ้นรางวัลอีกมากมาย 2.กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 29 ก.ค.56 ของวันนี้ เป็นการนำสุดยอดผลิตภัณฑ์จากกลุ่มภาคจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 พบปะกับผู้ประกอบการที่สนใจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกิจกรรมนี้จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ค้าใน จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงได้สั่งจอง ออเดอร์เป็นคู่ขายที่ดีในอนาคตต่อไปคืออย่างน้อยการมาในครั้งนี้ นอกจากจะได้ลูกค้า ณ ปัจจุบันแล้ว ยังมีโอกาสต่อยอดได้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและเราอยากเห็นสิ่งนี้ ซึ่งความคาดหวังในโครงการ Lanna Handicraft Festival 2013 นั้นทางกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ตั้งไว้และพยายามที่จะเสาะแสวงหาคือคู่ค้าใหม่ที่สั่งซื้อสินค้าเพิ่มเติมรวมทั้งการปรับตัวของผู้ผลิตในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จะได้ปรับปรุงคุณภาคและ Design ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ ได้ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนให้กลุ่ม อุตสาหกรรม ได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ และการดำเนินงานร่วมกันโดยนำศักยภาพของกลุ่มออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์มาร่วมกันอันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้อย่างยั่งยืนอย่างแท้จริงและจะเป็นการสร้างและรักษาตลาดที่ยั่งยืน รวมทั้งมีการรวมกลุ่ม เป็นพันธมิตรและพัฒนาเครือข่ายทางธุรกิจอุตสาหกรรมร่วมกัน

ทั้งนี้โครงการ Lanna Handicraft Festival 2013 จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถขยายการค้าลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้ขยายการค้าการลงทุน กับผู้ประกอบการนอกพื้นที่ และสามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของตลาด รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการตลาดในอนาคตอีกด้วย





จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผู้แทนพระองค์ ถวายเทียนพรรษา แด่เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

วันนี้ (29 ก.ค. 56) เวลา 08.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แทนพระองค์ ถวายเทียนพรรษาประทาน แด่ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ที่วัดพระนารายณ์วรวิหาร อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมกันนี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้ถวายปัจจัย ที่พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันทำบุญ เนื่องในสัปดาห์พระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ที่ผ่านมา เป็น จำนวน 100,000 บาท แด่เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา อีกด้วย



29 กรกฎาคม วันภาษาไทยแห่งชาติ 2556

วันนี้กูเกิลมาแปลก ปรากฏดูเดิลโชว์หราเป็นภาษาไทยเขียนคำว่า กูเกิล ตัวเบ้อเริ่มเลยทีเดียวเชียว ซึ่งสำหรับเด็ก ๆ วัยเรียนที่ในโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมหรือจัดบอร์ดทุก ๆ วันสำคัญแล้ว เชื่อว่าคงจะไม่ต้องลากเม้าส์ไปดูเฉลยก็คงรู้กันดีอยู่แล้วล่ะว่า นี่เป็นดูเดิลที่ทำขึ้นเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาตินั่นเอง กระปุกดอทคอมวันนี้ก็เลยขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับวันภาษาไทยแห่งชาติมาฝากกันหน่อย ไปดูกันดีกว่าว่าวันภาษาไทยแห่งชาตินั้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร และมีความสำคัญอย่างไรบ้าง


ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

สืบเนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่น ๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์, วันสื่อสารแห่งชาติ เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ
เหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

สำหรับเหตุผลที่เลือกวันที่ 29 กรกฎาคม เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ นั้นเพราะวันดังกล่าว ตรงกับวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธาน และทรงร่วมอภิปรายในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2505 ทรงเปิดอภิปรายในหัวข้อ "ปัญหาการใช้คำไทย" โดยพระองค์ทรงดำเนินการอภิปรายและทรงสรุปการอภิปราย ที่แสดงถึงพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยรวมถึงความห่วงใยในภาษาไทย ซึ่งเป็นที่ประทับใจกับผู้ร่วมเข้าประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้น มีใจความตอนหนึ่งว่า "เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษาก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะมี ควรจะใช้คำเก่าๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก..."

นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของวงการภาษาไทย ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ซึ่งในโอกาสต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัยและความห่วงใยในภาษาไทยอีกหลายโอกาส อย่างในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 ที่ได้ทรงมีพระบรมราโชวาทตอนหนึ่งว่า"ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ"

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องถึงรากศัพท์ของคำไทย คือ ภาษาบาลีและสันสกฤต ทรงพระวิริยอุตสาหะแปลและเรียบเรียงวรรณกรรมภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะวรรณศิลป์ มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่า เป็นคติในการเสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระราชนิพนธ์แปลบทความเรื่องสั้น ๆ หลายบท และพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เป็นต้น

วัตถุประสงค์ในการจัดวันภาษาไทยแห่งชาติ มีดังต่อไปนี้

            1. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นนักปราชญ์และนักภาษา ไทย รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้ทรงแสดงความห่วงใย และพระราชทานแนวคิดต่างๆ เกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

            2. เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

            3. เพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกของคนไทยทั้งชาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือร่วมใจกันทำนุบำรุงส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และเป็นสมบัติวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป

            4. เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการใช้ภาษาไทย ทั้งในวงวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งเพื่อยกมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาทุกระดับ ให้มีสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น

            5. เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐฯ และเอกชนทั่วประเทศ มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อเผยแพร่ความรู้ภาษาไทยในรูปแบบต่างๆ ไปสู่สาธารณชน ทั้งในฐานะที่เป็นภาษาประจำชาติ และในฐานะที่เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารของทุกคนในชาติ


ประโยชน์ที่คาดว่าได้รับจากการมีวันภาษาไทยแห่งชาติ

            1. วันภาษาไทยแห่งชาติ จะทำให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐฯ และเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย และร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเตือน เผยแพร่ และเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญของ "ภาษาประจำชาติ" ของคนไทยทุกคน และร่วมมือกันอนุรักษ์การใช้ภาษาไทยให้มีความถูกต้องงดงามอยู่เสมอ

           2. บุคคลในวงวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาไทย โดยเฉพาะในวงการศึกษา และวงการสื่อสาร ช่วยกันกวดขันดูแลให้การใช้ภาษาไทยเป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสม มิให้ผันแปรเปลี่ยนแปลง จนเกิดความเสียหายแก่คุณลักษณะของภาษาไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

           3. ผลสืบเนื่องในระยะยาว คาดว่าปวงชนชาวไทยทั่วประเทศจะตื่นตัวและสนใจที่จะร่วมกันฟื้นฟู ทำนุบำรุง ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์และสมบัติวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติให้ดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป
กิจกรรมในวันภาษาไทยแห่งชาติ

กิจกรรมในวันนี้ ก็จะมีทั้งของสถาบันการศึกษา, หน่วยงานภาครัฐฯ และเอกชน ที่จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการ,การอภิปรายทางวิชาการ, การประกวดแต่งคำประพันธ์ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง การขับเสภา การเล่านิทาน เป็นต้น

ภาษาไทยถือเป็นภาษาแห่งชาติ และเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่เราคนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะบางประเทศไม่มีแม้กระทั่งภาษาที่เป็นของตัวเอง ดังนั้นเราควรอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่ และสืบทอดต่อไปให้ลูกหลานได้ศึกษา หากเราคนไทยไม่ช่วยกันรักษาไว้ สักวันหนึ่งอาจจะไม่มีภาษาไทยให้ลูกหลานใช้ก็เป็นได้




ข้อมูล : http://hilight.kapook.com/view/26275

จังหวัดนครราชสีมานำพสกนิกรร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์ สืบพรชะตา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา

ที่วัดสมามิตร ตำบลหนองงูเหลือม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ นพเคราะห์/สืบพระชะตา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เห็นว่าตามโบราณประเพณีเมื่อบุคคลอันเป็นที่เคารพนับถือมีอายุครบปีนักษัตร หรือรอบปีที่เป็นวาระสำคัญๆ ควรที่จะได้มีการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลปราศจาก โรคาพยาธิ มีความเจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดีตามหลักธรรมของพุทธศาสนา จังหวัดนครราชสีมาจึงได้จัดโครงการเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์/สืบพระชะตา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 61 พรรษา 28 กรกฎาคม 2556 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนเพื่อความสุขความเจริญและความรุ่งเรืองแห่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนอันจะนำไปสู่ความสามัคคีปรองดอง ของคนในชาติต่อไป

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) พัฒนาเครื่องต้นแบบระบบกำจัดขยะติดเชื้อโดยใช้เทคโนโลยีพลาสมาอาร์คฝีมือคนไทยเป็นผลสำเร็จ

นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) พัฒนาเครื่องต้นแบบระบบกำจัดขยะติดเชื้อโดยใช้เทคโนโลยีพลาสมาอาร์คฝีมือคน ไทยเป็นผลสำเร็จ มุ่งขยายผลสู่การนำไปใช้จริงในเชิงอุตสาหกรรม เชื่อเทคโนโลยีหากพัฒนาในประเทศจะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่าง ประเทศได้มากกว่า 50 % พร้อมจับมือกับบริษัท High Temperature Technologies Corp (HTTC) จากประเทศแคนนาดา นำเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คมาประยุกต์ใช้ในการกำจัดขยะติดเชื้อในระบบเตาผลิต ก๊าซชีวมวลเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
 

ศ.ดร. ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นประธานในการแถลงผลงานวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบกำจัดขยะติดเชื้อโดยใช้เทคโนโลยีพลาสมาอาร์ค ณ ห้องประชุมสารนิเทศ อาคารบริหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยมี ผศ. ดร.ชาญชัย ทองโสภา ผู้อำนวยการเทคโนธานี ผศ. ดร.วีรชัย อาจหาญ รองผู้อำนวยการเทคโนธานี และคณะนักวิจัยร่วมแถลงความสำเร็จและความคืบหน้าของงานวิจัย ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า เปิดเผยว่า ผลการวิจัยในครั้งนี้แบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน คือ ส่วนแรกเป็นการพัฒนาเครื่องต้นแบบกำเนิดพลาสมาความร้อนสำหรับกำจัดขยะฝีมือ คนไทยเป็นผลสำเร็จ และส่วนที่สองเป็นการนำเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คจากบริษัทชั้นนำคือ High Temperature Technologies Corp (HTTC) จากประเทศแคนนาดา มาประยุกต์ใช้ในการกำจัดขยะติดเชื้อในระบบเตาผลิตก๊าซชีวมวลเป็นแห่งแรกใน ประเทศไทย โดย มทส. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหาการกำจัดขยะในประเทศ ผศ.ดร.ชาญชัย ทองโสภา ผู้อำนวยการเทคโนธานี ในฐานะนักวิจัยผู้พัฒนาเครื่องต้นแบบระบบกำจัดขยะติดเชื้อโดยใช้เทคโนโลยี พลาสมาอาร์คฝีมือคนไทยเป็นผลสำเร็จ ได้อธิบายถึงหลักการทำงานของเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คว่า เป็นการอาศัยหลักการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ความร้อนกับแก๊ส (เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน อากาศ เป็นต้น) เมื่อแก๊สได้รับพลังงานและร้อนขึ้นจึงส่งผลให้โมเลกุลของแก๊สบางส่วนแตกตัว เกิดเป็นพลังงานที่มีความร้อนสูงมาก ซึ่งมากกว่า 1,200 องศาเซลเซียส ด้วยความร้อนและอุณหภูมิที่สูงมากของแก๊สร้อนนี้ จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อกำจัดขยะติดเชื้อ หรือกากของเสียอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากคุณสมบัติการให้ความร้อนของพลาสมา ในหลายประเทศจึงได้มีการวิจัยและพัฒนาใช้ในการเผากำจัดขยะซึ่งสามารถกำจัด ขยะได้หลายรูปแบบเนื่องจากให้ความร้อนสูง และสามารถกำจัดสารพิษตกค้างในขยะได้ พลังงานที่ใช้ในการกำจัดขยะใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าและลมเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันหรือก๊าซเชื้อเพลิงชนิดอื่น ซึ่งการกำจัดขยะนิยมเผาให้ความร้อนขยะในเตาเผาอย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิสูง จนขยะเปลี่ยนสภาพเป็นเถ้า โดยเถ้าที่ได้จะไม่มีสารพิษตกค้างและเป็นที่ยอมรับในสากล สามารถนำไปฝังกลบลงทะเลได้ ในหลายประเทศจึงได้มีการนำพลาสมา เผาขยะที่มีสารพิษตกค้างเช่น ขยะอุตสาหกรรม ขยะที่มีรังสีปนเปื้อน และขยะที่ติดเชื้อชนิดต่างๆ ส่วนประกอบของเครื่องกำเนิดพลาสมา สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ภาคส่วนของแหล่งจ่ายกำลัง ไฟฟ้าสำหรับทำให้เกิดเปลวพลาสมา และส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในการทำให้เกิดอาร์คพลาสมาขึ้นอย่างสมบูรณ์ ด้วยการกระตุ้นสัญญาณไฟฟ้าความถี่สูงแรงดันสูง แสดงในรูปที่ 3 โดยโครงสร้างดังกล่าวสามารถควบคุมอัตราการเกิดพลาสมาโดยการกำหนดกระแสไฟฟ้า เปลวพลาสมาที่ได้อยู่ตรงจุดอาร์คและมีลมเป็นตัวกลางในการเกิดพลาสมาหรืออาจ ใช้ก๊าซชนิดอื่นเป็นตัวกลางก็ได้ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการใช้งานในด้านต่างๆ ทั้งนี้ทีมนักวิจัยของ มทส. ได้พัฒนาเครื่องต้นแบบกำเนิดพลาสมาความร้อนสำหรับกำจัดขยะเป็นผลสำเร็จ โดยอุปกรณ์ต้นแบบดังกล่าวมีขนาด 1 กิโลวัตต์ และกำลังพัฒนาเครื่องต้นแบบขนาด 10 กิโลวัตต์ โดยคาดว่าจะสำเร็จภายในเดือนกันยายน 2556 นี้ ทั้งนี้ทีมงานตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะพัฒนางานวิจัยจนถึงระดับอุตสาหกรรมในขนาด 50 กิโลวัตต์ขึ้นไป ซึ่งหากทำได้จะสามารถลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คจากต่างประเทศ ได้มากกว่า 50 % ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรชัย อาจหาญ รองผู้อำนวยการเทคโนธานี หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทาง ชีวมวล มทส. ได้แถลงถึงงานวิจัยด้านการนำเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คมาประยุกต์ใช้ในการกำจัด ขยะติดเชื้อในระบบเตาผลิตก๊าซชีวมวล ซึ่งถือว่าเป็นการนำสองเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เป็นแห่งแรกของประเทศไทยว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี พลาสมาอาร์คสำหรับการกำจัดขยะติดเชื้อ ขยะอันตราย ตลอดจนขยะมูลฝอย ที่มีความแปรปรวนทั้งด้านคุณสมบัติทางกายภาพ คุณสมบัติด้านเคมีสูง ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจาก 3 ส่วน คือ 1) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2554 1) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี งบประมาณการวิจัยภายใต้สำนักงบประมาณ ปี 2555 และ ปี 2556 3) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ปีงบประมาณ 2556 โดยในขณะนี้ได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำคือ High Temperature Technologies Corp (HTTC) จากประเทศแคนนาดาโดยได้ทำการทดลองระบบดังกล่าวให้กับสื่อมวลชนสังเกตการ อย่างใกล้ชิด สำหรับงานวิจัยนี้มีความพิเศษคือ การนำเทคโนโลยีพลาสมาอาร์คมาประยุกต์ใช้ในงานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับกำจัดขยะ ติดเชื้อ ขยะอันตราย ตลอดจนขยะมูลฝอย ที่มีความแปรปรวนทั้งด้านคุณสมบัติทางกายภาพ คุณสมบัติด้านเคมีสูง โดยกระบวนการพลาสมาอาร์คจะอาศัยหลักการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ความร้อนกับ แก๊ส (ไนโตรเจน, ออกซิเจน, อากาศ เป็นต้น) เพื่อสร้างอุณหภูมิเปลวแก๊สให้มีความร้อนสูงมากในช่วง 2,200-11,000 องศาเซลเซียส จึงสามารถกำจัดขยะติดเชื้อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นแบบฯ สามารถรองรับขยะติดเชื้อ ได้ถึง 200-300 กิโลกรัม/ชั่วโมง โดยมีอุปกรณ์หลัก คือ 1) ชุดพลาสมาอาร์ค ซึ่งประกอบด้วย หัวพลาสมา (Plasma Arc Torch) ซึ่งผลิตจากวัสดุทนอุณหภูมิสูง ชุดขั้วไฟฟ้า (Electrode) ชุดหัวฉีดแก๊ส (Gas injectors) ชุดจุดประกายไฟฟ้า (Sparker) ชุดลดอุณหภูมิของหัวพลาสมา (Water cooling system) ชุดอุปกรณ์จ่ายกระแส (Power Supply) และชุดควบคุมระบบ (Control Panel) 2) เทคโนโลยีเตาเผา ซึ่งพัฒนาขึ้นมา 2 ระบบ คือระบบเตาเผาไหม้โดยตรง (Plasma Incinerator) เพื่อกำจัดขยะติดเชื้อ ควบคู่กับการการผลิตความร้อน และระบบเตาแก๊สซิไฟเออร์ (Plasma Gasifier) เพื่อเปลี่ยนรูปสารอินทรีย์ในขยะติดเชื้อให้กลายเป็นแก๊สเชื้อเพลิงแล้วนำ แก๊สเชื้อเพลิงไปใช้ผลิตไฟฟ้าด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ถือเป็นเทคโนโลยีการกำจัดขยะติดเชื้อควบคู่กับการผลิตพลังงานที่มี ประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ผบ.มทบ.23 ตรวจเยี่ยม-ติดตามผลการดำเนินงานชมรมทหารกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ตรวจเยี่ยมสมาชิกชมรมทหารกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม ตามโครงการติดตามและประเมินผลศูนย์ประสานงานมวลชน ปี 2556 พร้อมย้ำให้การดำเนินงานชมรมทหารกองหนุนต้องปราศจากการเมือง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

(29-7-56) ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม พลตรีไชยพร รัตแพทย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสมาชิกชมรมทหารกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่สมาชิกชมรมฯ ตามโครงการติดตามและประเมินผลศูนย์ประสานงานมวลชน ปี 2556 โดยมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม สัสดีจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกชมรมทหารกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม ร่วมให้การต้อนรับ  

ในการมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ยังได้มอบนโยบายแก่สมาชิกชมรมทางกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม ว่า ขอให้สมาชิกทุกคนดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของชมรมอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่นำสมาชิกไปรวมพลังทางการเมืองอย่างเด็ดขาด และที่สำคัญต้องยึดมั่นและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับชมรมทหารกองหนุนจังหวัดมหาสารคาม จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2555 เพื่อให้เป็นศูนย์ประสานงานของสมาชิกทหารกองหนุน หน่วยงานราชการ เป็นศูนย์กลางในการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในการสนับสนุนความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือสวัสดิการแก่ทหารกองหนุนที่มีปัญหาได้รับความ เดือดร้อน และสงเคราะห์ช่วยเหลือเมื่อมีการเสียชีวิต ปัจจุบันมีสมาชิกจากทั้ง 13 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 3,012 นาย โดยมีพันจ่าเอกอดิศักดิ์ สมบัติคำ เป็นประธานชมรม




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารเปิดงานออนซอนวัฒนธรรมสามแผ่นดินท่ามกลางสายฝนโปรยลงมาชุ่มฉ่ำ

ที่บริเวณสวนสาธารณเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก เทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมผู้แทนจาก ส.ป.ป.ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้แทนจากเมืองกวางตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประธานเปิดงานออนซอนวัฒนธรรมสามแผ่นดิน โดยมีการแสดงประกอบแสง-เสียง ตำนานกลุ่มชนคนสองฝั่งโขง

นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า การจัดงานออนซอนวัฒนธรรมสามแผ่นดินในครั้งนี้ เพื่อจัดแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และเชื่อมกระชับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ด้านการค้าและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยในงานมีการแสดงเสียง-เสียง ตำนานกลุ่มชนคนสองฝั่งโขงอย่างอลังการ การแสดงวิถีชีวิตและนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมชนเผ่าจังหวัดมุกดาหาร จำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาชนเผ่า การประกวดร้องเพลง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลากลายมากมาย




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมชี้แจงหน่วยงาน องค์กร ในจังหวัด เตรียมตัวสมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.จ.มุกดาหาร

วันนี้ (๒๙ ก.ค. ๕๖) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมชี้แจงผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรในจังหวัด เพื่อเตรียมตัวสมัครคัดเลือกเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.จ.มุกดาหาร ตามกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.จ.จาก ๙ องค์กร ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย

นางสาวนุชนาถ ด้วงสงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการสรรหากรรมการ ป.ป.จ.ตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร จึงได้จัดประชุมชี้แจงผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรในจังหวัดมุกดาหาร และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสำหรับจังหวัดมุกดาหาร กำหนดวันขึ้นทะเบียนของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อคัดเลือกกันเองเป็นกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.จ.มุกดาหาร ระหว่างวันที่ ๑-๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ –๑๖.๓๐ น.ณ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร อาคารฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ ถนนวิวิธสุรการ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ ๐๔๒ ๖๒๐๙๐๕ (สถานธนานุบาลจังหวัดมุกดาหาร) ไม่เว้นวันหยุดราชการ




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ดเปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปเข้าฝึกอบรมวิชาชีพ

วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด เปิดรับสมัครประชาชนทั่วไปเข้าฝึกอบรมวิชาชีพ ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม – 1 กันยายน 2556

นายรังสิต วงษ์แก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมอาชีพในสถานศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพประชาชนในจังหวัด ร้อยเอ็ด ตามนโยบายด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2556 สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีพศึกษา โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนไม่มีงานทำ ผู้ถูกเลิกจ้างงาน ผู้กำลังอยู่ในข่ายเลิกจ้าง ผู้สำเร็จการศึกษาที่ยังไม่มีงานทำ ให้มีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพต่างๆ ตามความถนัดและความสนใจ เพื่อนำความรู้ในวิชาชีพไปสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับตนเองไม่เป็นภาระกับครอบครัวและสังคม หลักสูตรที่เปิดฝึกอบรม 2 อาชีพ คือ หลักสูตร เสื้อ AC บาติกเพื่อจำหน่าย และหลักสูตร ฮอร์โมนไข่หอยเชอรี่เพื่อเร่งผลผลิต ระยะเวลาฝึกอบรม 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2556 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด หลักฐานที่ประกอบการสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ใบ รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่วิทยาการอาชีพร้อยเอ็ด ฝ่ายวิชากร โทร.0-4351-1602,0-4315 -9808 หรือ อาจารย์ สิริวิมล 09—0417-5963 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว

29 ก.ค. 56

ผู้ใหญ่บ้านนำลูกบ้านทำพิธีประชุมเพลิงเหล้า-เบียร์ งดดื่มเด็ดขาด เข้าพรรษา 3 เดือน

นายโกเมธ สุทธิรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านกำเนิดเพชร พร้อมด้วยนายอาคม คณะศิริวงศ์ นายก อบต.เมือง นำชาวบ้านทำบุญตักบาตรเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ที่วัดป่าพุทธยาน บ้านกำเนิดเพชร ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเลย จากนั้นได้ทำพิธีกล่าวคำปฏิญาณตนของนักดื่มประจำหมู่บ้านที่เป็นกลุ่มเยาวชน และผู้สมัครใจร่วมกิจกรรมกว่า 60 คน ต่อหน้าพระสงฆ์ว่าจะงดดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน และจะร่วมกันบำเพ็ญกุศลช่วงเข้าพรรษา และได้ร่วมกันนำกล่องเหล้า เบียร์ ขึ้นเผาบนเมรุ พร้อมร่วมกันเทเหล้าและเบียร์ลงพื้นดินในบริเวณหลังเมรุ โดยมีพระภิกษุจำนวน 9 รูป สวดบังสุกุล คล้ายการทำพิธีฌาปนกิจศพ

ชาวสวนยางเลยสองพันคนชุมนุมประท้วงราคาตกต่ำ

ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเลย เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา จังหวัดเลย จาก 14 อำเภอ จำนวนกว่า 2,000 คน นำโดยนายสง่า ขันคำ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดเลย, นายวิเวทย์ วิไชโย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลนาอาน, นายชัยยุทธ พิศสถาน นายกเทศบาลตำบลนาโป่ง และ นายชาติชาย มังคละไชยยา นายกเทศมนตรีตำบลนาด้วง เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องหลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากราคายางพาราตกต่ำ โดยมีการเปิดเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาลที่ผิดพลาด ไม่สนใจปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร มุ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ทำให้สร้างความเสียหายกับระบบการซื้อขายยางพารา จนทำให้ราคาตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมยังได้ร่วมลงชื่อในหนังสือเรียกร้องต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในหนังสือเรียกร้องดังกล่าวระบุว่า ขอให้รัฐบาลกำหนดราคายางแผ่นรมควัน ชั้น 3 ไว้ที่ราคา กิโลกรัมละ 120 บาท , ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ราคากิโลกรัมละ 111 บาท , ราคายางน้ำสด ราคากิโลกรัมละ 100 บาท และราคายางก้อนถ้วย กิโลกรัมละ 102 บาท หากภายใน 15 วัน รัฐบาลไม่ทำตามข้อเรียกร้อง จะพากันเดินทางไปชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลทันที จังหวัดเลยมีพื้นที่ปลูกยางพารา ปัจจุบันจำนวนประมาณ 750,000 ไร่ เกษตรกรจำนวน 60,000 ครัวเรือน มีพื้นที่ที่เปิดกรีดได้แล้ว 300,000 ไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเกษตรกรที่มาจากโครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราในปี 2547- 2549 สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลควรดูแลแก้ปัญหาให้เกษตรกรโดยเร็ว ซึ่งทางเครือข่ายฯ ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาราคาตำต่ำ คือ ให้รัฐบาลออกกฎหมายให้กระทรวงคมนาคม นำยางธรรมชาติไปเป็นส่วนผสมของยางมะตอยในการทำถนนลาดยางในประเทศ และให้รัฐบาลนำเอายางพาราธรรมชาติไปผลิตเป็นท่อน้ำ ใช้ในโครงการชลประทานระบบท่อในประเทศด้วย ต่อมา นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ลงมารับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตนเอง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้รับปากว่า จะดำเนินการส่งเรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรไปยังรัฐบาลอย่างเร่งด่วน และในส่วนการแก้ไขปัญหาภายในจังหวัดเบื้องต้น จะให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเดือดร้อน รวบรวมส่งให้รัฐบาลอีกทางหนึ่งด้วย หลังการรับข้อเรียกร้องจากผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงความพอใจ และได้แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา รอฟังคำตอบต่อไป

อ่างเก็บน้ำ จังหวัดเลย เริ่มวิกฤติ ล้นความจุ 4 แห่ง จาก 12 อ่าง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รายงานว่า จังหวัดเลยในช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จากรายงานปริมาณน้ำประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 ของโครงการชลประทานเลย ระบุว่า อ่างเก็บน้ำทั้ง 12 แห่งของจังหวัดเลย มีปริมาณเกินความจุ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว 4 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยโป่ง อำเภอปากชม , อ่างเก็บน้ำห้วยชม อำเภอปากชม, อ่างเก็บน้ำห้วยไร่ อำเภอปากชม และที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำสวย อำเภอนาด้วงมีปริมาณน้ำเกินความจุที่ร้อยละ 102.58 ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมาน อำเภอเมืองเลย ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดมีปริมาณน้ำอยู่ที่18,765,000 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 70.81 ของความจุอ่าง

นายสรวุฒิ ปาลวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย เปิดเผยว่า จังหวัดเลยมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขา ดังนั้นทางจังหวัดและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ได้แจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งจังหวัดเลยมีทั้งหมด 900หมู่บ้าน มีพื้นที่เสียงภัยน้ำป่า และดินโคลนถล่มในระดับสูง จำนวน 60 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในหุบเขา อยู่ในอำเภอด่านซ้ายมากที่สุด คือ 14 หมู่บ้าน เพื่อเตรียมพร้อมอพยพออกจากบ้านเรือน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน