วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดมุกดาหารออกหน่วยบริการพื้นที่ห่างไกล

วันนี้ (๒๐ ส.ค. ๕๖) ที่บ้านห้วยทราย หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน เปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดมุกดาหาร ออกปฏิบัติการให้บริการประชาชนพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและมีความกันดาร

นายศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหารกล่าวว่า การนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ออกให้บริการในครั้งนี้ เป็นการออกปฏิบัติการให้บริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และมีความกันดาร ให้บริการประชาชนด้านการตรวจรักษาโรคทั่วไป บริการตรวจโรคทางช่องปากและทันตกรรม ตลอดจนบริการให้ความรู้ ในการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ให้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพ โดยมีประชาชน มารับบริการจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.เป็นจำนวนมาก

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกเหนือจากการให้บริการทางการแพทย์แล้ว ยังได้มอบยาตำราหลวง มอบแว่นสายตา และมอบผ้าเช็ดตัวให้กับผู้สูงอายุในพื้นบ้านห้วยทราย หมู่ที่ ๗ ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร อีกด้วย




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรมการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

วันนี้ (๒๐ ส.ค. ๕๖) ที่บริเวณบ้านนายบัวลี เหลากลม บ้านภูล้อม ตำบลบ้านบาก อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร จัดกิจกรรมเปิดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณียากจน เจ็บป่วย พิการ อนาถา จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งในกรณี นายบัวลี เหลากลม เป็นรายแรกที่นำมาเป็น Case management อย่างเป็นระบบ ที่บ้านของผู้ได้รับความเดือดร้อน ถือเป็นภารกิจที่ต้องการให้ผู้ยากลำบากได้รับการช่วยเหลือ พร้อมด้วย นางสุธิดา บุญประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร และหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ

นายสวัสดิ์ ชูสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกรณียากจน เจ็บป่วยพิการ อนาถา จังหวัดมุกดาหารได้ให้นโยบายและแนวทางการช่วยเหลือใน ๔ ปัญหาหลัก ได้แก่ ด้านที่อยู่อาศัย ด้านอาหาร ด้านยารักษาโรค ด้านเครื่องนุ่งห่ม ที่ประสบความเดือดร้อนจริงๆ ทั้งหมด ๙๓ ราย รวมกรณีนายบัวลีฯ ซึ่งนำมาทำกระบวนการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เห็นภาพความเดือดร้อน ความยากลำบากของประชาชน โดยมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือถึงบ้านของผู้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวเดือดร้อนอำเภอดอนตาล ๗ รายๆ ละ ๒,๐๐๐ บาท รวมถึงมอบวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหไร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดโครงการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร จัดโครงการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ วัดศรีมงคลใต้(พระอารามหลวง)อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อเฉลิมฉลองปีพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชราชกรณียกิจเป็นศาสนูปถัมภกในพระพุทธศาสนาและสืบทอดประเพณีอันดีงามของชาติ น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติให้สังคมส่วนร่วมเกิดความสามัคคีปรองดองโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนาและประชาชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า นิสิต นักศึกษา ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมพิธีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๑๒.๐๐ น.เป็นต้นไป ณ วัดศรีมงคลใต้ (พระอารามหลวง) ถนนสำราญชายโขง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมคณะ เข้าพบปะหารือข้อราชการกับผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

วันนี้ (๑๙ ส.ค. ๕๖) เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวดมุกดาหาร พลตรีศักดา เปรุนาวิน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมคณะ เข้าพบปะหารือข้อราชการกับ นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อม นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ในการผลักดันให้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เป็นศูนย์การเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ร้อยเอ็ด เตรียมรับน้องเมย์ แชมป์โลกแบดมินตัน ยิ่งใหญ่ 26 ส.ค.นี้ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด เตรียมรับน้องเมย์ รัชนก  อินทนนท์ แชมป์โลกแบดมินตันคนไทยคนแรกและอายุน้อยที่สุด ชาวร้อยเอ็ด เดินทางกลับจังหวัดร้อยเอ็ด 26 สิงหาคม นี้ อย่างยิ่งใหญ่ แห่รอบเมืองฯ พร้อมเปิดให้ชาวร้อยเอ็ดแสดงความยินดีอย่างใกล้ชิด ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ชูน้องเมย์เป็นฮีโร่เยาวชน สร้างชื่อเสียงให้คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทย และจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลปอภาร เตรียมบายศรีสู่ขวัญรับขวัญและนำแก้บนศาลเจ้าแม่สองนาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในหมู่บ้านที่ชาวบ้านเชื่อและศรัทธา

นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานแสดงความยินดีให้แก่น้องเมย์ รัชนก  อินทนนท์ แชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยว ลูกหลานชาวร้อยเอ็ด เดินทางกลับจังหวัดร้อยเอ็ด บ้านเกิดของแม่คือ นางคำผัน  สุวรรณศาลา เป็นชาวบ้านปอภาร ต.ปอภาร  อ.เมือง  จ.ร้อยเอ็ด โดยน้องเมย์พร้อมด้วยครอบครัว กำหนดเดินทางกลับโดยเที่ยวยินนกแอร์ วันที่ 26 สิงหาคม 2556 เวลา 07.15 น. ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดให้การต้อนรับและมอบเสื้อสัญลักษณ์ "ร้อยเอ็ดเกมส์” ให้น้องเมย์และครอบครัวได้สวมใส่เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมท การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 – 12 กันยายน นี้ ณ สนามกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด จากนั้น เดินทางไปบ้านปอภาร เพื่อเยี่ยมภูมิลำเนา ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลปอภารมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ และขบวนกลองยาว นำน้องเมย์แก้บน ณ ศาลเจ้าแม่สองนางที่พ่อแม่เคยมาบนไว้ก่อนไปแข่งขันที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้น นำน้องเมย์เดินทางมาสักการะพระเจ้าใหญ่ ที่สูงที่สุด 101 ศอก ณ วัดบูรพาภิราม และขึ้นรถขบวนแห่รอบเมือง โดยรถยนต์สโมสรร้อยเอ็ดยูไนเต็ด ไปตามถนนสายต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ระยะทาง 4 กิโลเมตร สักการะศาลหลักเมืองและเข้าสู่พิธีต้อนรับแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และเปิดโอกาสให้ข้าราชการ พ่อค้า นักธุรกิจ และเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมแสดงความยินดีกับน้องเมย์ แชมป์โลกแบดมินตัน ครั้งนี้ด้วย จากนั้น เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้นท์ พร้อมเปิดที่พักให้ฟรี สำหรับภาคบ่าย กำหนดเดินทางไปจังหวัดยโสธร ในฐานะที่บิดา คือ นายวีระชัย  อินทนนท์ เป็นชาวจังหวัดยโสธร เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวจังหวัดยโสธรได้ร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีต่อไป และกำหนดเดินทางกลับกรุงเทพฯ เที่ยวบินนกแอร์ในค่ำวันเดียวกัน

จังหวัดร้อยเอ็ด จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีกับน้องเมย์ แชมป์โลก ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดโดยพร้อมเพรียงกัน และร่วมแต่งกายสวมเสื้อสัญลักษณ์การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 "ร้อยเอ็ดเกมส์” ต้อนรับน้องเมย์ แชมป์โลกในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย



กมลพร  คำนึง/ข่าว/บก.ข่าว

อนงค์นาถ  ธุระพันธ์/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
20 ส.ค. 56

ร้อยเอ็ด เดินหน้าเตรียมรับ น้องเมย์ แชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยวประจำปี 2013

เมื่อ ช่วงบ่ายวันที่ 19 สิงหาคม 2556    นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธาน ประชุมคณะกรรมการจัดงานต้อนรับแชมป์โลกหญิงเดี่ยวประจำปี 2013 ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีคณะกรรมการประกอยด้วย นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสมเกียรติ รัตนเมธาธร ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมต้อนรับน้องเมย์ นางสาวรัชนก อินทนนท์ ในฐานะลูกหลานชาวร้อยเอ็ด กลับบ้าน ในโอกาสที่ชนะเลิศ การแข่งขันแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2013 ประเภทหญิงเดี่ยว

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า นางสาวรัชนก อินทนนท์ ซึ่งเป็นลูกหลานชาวร้อยเอ็ด ชนะการแข่งขันชิงแชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยว ประจำปี 2013 (เวิลด์ แชมเปี้ยนซิพ) ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแสดงความยินดีกับนางสาวรัชนก อินทนนท์ ซึ่งเป็นคนไทย คนแรกที่ได้เป็นแชมป์รายการนี้ และมีอายุน้อยที่สุด จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้กำหนดจัดงานต้อนรับ ในวันที่ 26 สิงหาคม 2556 โดยน้องเมย์ จะเดินทางถึงท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ในเวลา 07.25 น. พร้อมแต่งกายใส่เสื้อร้อยเอ็ดเกมส์  เพื่อร่วมรณรงค์ กีฬาร้อยเอ็ดเกมส์ จากนั้นเดินทางไปที่บ้านปอภาร อ.เมืองร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านมารดาของน้องเมย์ (นางคำผัน อินทนนท์) รับประ ทานอาหารเช้า มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ พิธีแก้บนกับ "เจ้าแม่ย่าสองนาง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านปอภาร ซึ่งทุกครั้งที่ไปแข่งขันจะบนบานศาลกล่าวเจ้าแม่ย่าสองนาง และประสบความสำเร็จทุกครั้ง

เวลา 09.30 น. คณะเดินทางถึงวัดบูรพาภิราม เพื่อสักการะพระพุทธรัตนมงคลมหามุนี และเจ้าพ่อมเหสักข์ฯ 09.45 น. ขึ้นขบวนรถแห่รอบเมือง โดยรถสโมสรฟุตบอลร้อยเอ็ดยูไนเต็ด พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน เพื่อให้ชาวร้อยเอ็ด ได้ร่วมแสดงความยินดี 10.45 น. ขบวนเข้าสู่บึงพลาญชัย สักการะศาลหลักเมือง จากนั้นเดินไปยังเวทีบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด โดยจะมี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ.ร้อยเอ็ด นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด กล่าวต้อนรับ พิธีมอบรางวัลจากส่วนราชการ ภาคเอกชน 12.00 น.งานเลี้ยงรับรอง ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อ.เมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 13.00 น. เดินทางไปจังหวัดยโสธร




คมกฤช  พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
ส.ปชส.ร้อยเอ็ด

คนร้ายบุกเดี่ยวยื่นจดหมายขู่ระเบิด ชิงทรัพย์แบงค์กรุงไทยสาขาโลตัสร้อยเอ็ดกว่าแสนบาทหลบหนี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 20 ส.ค.2556 พ.ต.ท.พิสิษฐ์ คำชัยภูมิ พงส.ผนพ.สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกชิงทรัพย์ ที่ธนาคารกรุงไทยสาขาเทสโก้โลตั สร้อยเอ็ด จึงไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.สิทธิชัย บุญนาค รอง ผบก. พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด

ณ  บริเวณสำนักงานธนาคารด้านทิ ศตะวันออกของห้างฯ พบเจ้าหน้าที่ธนาคาร และลูกค้าที่ภายในอยู่ในอาการตื่นตระหนก โดยมี น.ส.มณีรัตน์ แสนยะมูล อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่อาวุโส นั่งอยู่เค้าเตอร์ที่ 2 บอกว่า ขณะเกิดเหตุธนาคารเพิ่งเปิ ดทำการได้ประมาณ 30 นาที คนมาใช้บริการยังไม่มาก ได้มีชายไทยสูงประมาณ 180 ซม.สวมเสื้อกันหนาวแขนยาวสีขาว เสื้อยืดคอกลมสีชมพู กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบ ใส่แว่นตาดำเดินเข้ามานั่งที่ เก้าอี้ลูกค้าประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นได้ลุกขึ้นมาหาตน และยื่นกระดาษมีข้อความว่า "เอาเงินใส่ถุงพลาสติกให้หมด ผมเอาระเบิดมาด้วยพร้อมกด” และให้ทำตามนี้ขอร้องอย่าเสี่ยง ตนเห็นเหมือนมีอะไรซุกที่แขนเกิ ดเกรงกลัวจึงยื่นเงินให้จำนวน 9หมื่นบาทเศษ หลังคนร้ายได้ถุงเงินก็เดินไปขึ ้นรถสามล้อรับจ้างที่คิวหน้าห้ างฯ ไปส่งขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่ ถนนหน้าบริษัทโตโยต้าร้อยเอ็ด หลบหนีไปทางจ.มหาสารคาม

ขณะที่พล.ต.ต.ณรงค์วิทย์ พ่วงเภตรา ผบก.ได้สั่งกำลังติดตามอย่ างกระชั้นชิดและคาดว่ าจะสามารถจับตัวได้แน่นอนเนื่ องจากคนร้ายที่ก่อเหตุกล้ องวงจรปิดจับภาพใบหน้าไว้ได้อย่ างชัดเจนเนื่องจากไม่ได้สวมใส่ อะไรปิดบังใบหน้า ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ ทราบต่อไป



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว
คำนึง  บก.ข่าว
ส.ปชส.ร้อยเอ็ด 043-527117 , 0862200865

ร้อยเอ็ด จัดงานมหกรรม “ข้อมูลดี มีประโยชน์ ชุมชนเข้มแข็ง” ปี 56

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดจัดงานมหกรรม "ข้อมูลดี มีประโยชน์ ชุมชนเข้มแข็ง”  เพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ณ ห้องประชุมแกรนบอลรูม โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

วันนี้ เวลา 10.00 น.(20 สิงหาคม 2556) นายพศิน  โกมลวิชญ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธาน เปิดงานมหกรรม "ข้อมูลดี มีประโยชน์ ชุมชนเข้มแข็ง” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าใจเข้าถึง และใช้ประโยชน์ข้อมูลของชุมชนเพื่อชุมชน  ชุมชน ตามงบประมาณเหลือจ่ายจากกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ปีงบประมาณ 2556 ค่าจัดเก็บ ค่าบันทึก และประมวลผลข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ปี 2556

นายสมพร  อรุณรัตน์ พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า  การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล จปฐ. และข้อมูล กชช.2 ค  ให้เกิดประโยชน์แก่ภาคีการพัฒนา และเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการจัดเก็บข้อมูลสู่สาธารณะอย่างกว้างขวางมากขึ้น สำหรับการจัดมหกรรม "ข้อมูลดี มีประโยชน์ ชุมชนเข้มแข็ง” ในครั้งนี้ มีกิจกรรมประกอบด้วย การมอบเกียรติบัตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น ผู้บันทึกขัอมูล จปฐ. ดีเด่น ผู้จัดเก็บข้อมูล จปฐ. ดีเด่น และการจัดการความรู้ (KM) ดีเด่น การจัดนิทรรศการของข้อมูล ประกอบด้วย ท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพศาล อำเภอธวัชบุรี นางสาวจิรวรรณ สิทธิศักดิ์ ประธานชมรมผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และนายสะอาด โยธาพล นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนทอง

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัด/อำเภอโดยระบบข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS) ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 186 แห่ง ๆ ละ 2 คน พัฒนาการอำเภอและเจ้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะครู/นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนขัติยะวงษา รวมทั้งสิ้นประมาณ 500 คน ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ ปัญหาอย่างจริงจังพร้อมทั้งมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน และมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวจังหวัดร้อยเอ็ดให้ดีขึ้น




คมกฤช  พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อนงค์นาถ  ธุระพันธ์/พิมพ์
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
20 ส.ค. 56

ร้อยเอ็ดปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่ 21 แห่งแล้ว

ร้อยเอ็ดปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่ 21 แห่ง เนื่องจากผลผลิตในพื้นที่ออกสู่ตลาดหมดแล้ว

คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัด มีมติเห็นชอบให้ปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกของจังหวัดร้อยเอ็ด รวม 21 แห่ง ยังคงเหลือจุดรับจำนำข้าวเปลือกที่เปิดดำเนินการรับจำนำอยู่จำนวนทั้งสิ้น 13 แห่ง

นายพศิน โกมลวิชญ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัด จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 2 โดยมีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 12 ราย และคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการรับจำนำระดับจังหวัดฯ ได้มีมติอนุมัติให้เปิดจุดรับจำนำพื้นที่ของโรงสีจังหวัดจำนวน 21 แห่ง และจุดรับจำนำของโรงสีนอกพื้นที่ 1 แห่งรวมจุดรับจำนำทั้งสิ้น 34 แห่ง เป็นของ อคส.28 แห่ง อ.ต.ก.6 แห่ง นั้น

รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยด้วยว่า คณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการับจำนำระดับจังหวัด ได้มีมติในคราวประชุมครั้งที่ 9/2556 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2556 เห็นชอบให้ปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่ จำนวน 17 แห่ง เนื่องจากผลผลิตในพื้นที่ได้ออกสู่ตลาดหมดแล้ว และที่ผ่านโรงสีได้แจ้งขอปิดจุดรับจำนำไปแล้ว จำนวน 4 แห่ง รวมจุดรับจำนำข้าวเปลือกของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ปิดจุดรับจำนำทั้งสิ้น 21 แห่ง และยังคงเหลือจุดรับจำนำข้าวเปลือกที่เปิดดำเนินการรับจำนำอยู่จำนวนทั้งสิ้น 13 แห่ง ซึ่งได้แก่ หจก.โรงสีข้าวไทยเพิ่มพูนร้อยเอ็ด,บจก.บัวสมหมาย,บจก.โรงสีข้าวร้อยเอ็ดชัยมงคล,หจก.โรงสีชัยวัฒนวรัณพนมไพร อ.พนมไพร, หจก.โรงสีข้าวย่งฮวด อ.เกษตรวิสัย,บจก.เกษตรวิสัยไรซ์อินเตอร์เทรด อ.เกษตรวิสัย,บจก.โรงสีศรีแสงดาว อ.สุวรรณภูมิ,หจก.โรงสีถาวร อ.สุวรณภูมิ,หจก.โรงสีศรีแสงดาวเพิ่มพูน อ.สุวรรณภูมิ,หจก.โรงานอัดปอกิจทวี อ.เสลภูมิ,หจก.โรงสีข้าวเสรีรุ่งเรืองกิจ อ.ทุ่งเขาหลวง,ท่าข้าว ก.หลีเฮล อ.เสลภูมิ และท่าข้าวเชียงขวัญไรซ์ อ.เขียงขวัญ



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
20 ส.ค. 56

ประชาชนชาวศรีสะเกษ ร่วม ปลูกต้นไม้ และปล่อยพันธ์ปลา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล

ประชาชนชาวศรีสะเกษ ร่วม ปลูกต้นไม้ และปล่อยพันธ์ปลา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงมีพระชนมพรรษา 81 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ส.ค.56 ที่บริเวณที่สาธารณะประโยชน์หนองระเวียง ตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายนิวัฒน์ น้อยผาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดโครงการ "แหล่งน้ำสุดสวย ชุมชน สดใส” พร้อมนำพี่น้องประชาชน ในเขตตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกต้นไม้ และปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงมีพระชนมพรรษา 81 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดให้ประชาชนตระหนักถึงความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ นายนิวัฒน์ กล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมาโลกประสบกับปัญหาโลกร้อนอันมีมูลเหตุมาจากการที่ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลายเพราะมนุษย์มุ่งสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรป่าไม้ได้ถูกทำลายและลดลงเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ เมื่อป่าถูกทำลายทำให้ส่งผลกระทบต่อดินและน้ำ นอกจากนั้น ยังเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นๆ ทั้งปัญหาทาง สังคม เศรษฐกิจ คุณธรรม และระบบนิเวศน์ ดังนั้นเป็นการลดปัญหาโลกร้อนและเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์และเพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราช เสาวนีย์เกี่ยวกับเรื่องป่าไม้ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นน้ำ ฉันก็จะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ”

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้มี ประชาชนชาวตำบลหนองไฮ ร่วมกันปลูกต้นไม้ รอบที่สาธารณะประโยชน์จำนวน1,000 ต้น ประกอบด้วย ต้นมันปลา,ต้นขี้เหล็ก, ต้นยางนา, ต้นประดู่, ต้นพิกุล, ต้นกาเลา ต้นดอกจาน และได้ปล่อยพันธ์ปลา จำนวน 10,000 ตัว ได้แก่ ปลานิล ปลาตะเพียน ปลาใน และปลาดุก ซึ่งที่สาธารณะประโยชน์หนองระเวียง ตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่โดยรอบเป็นสวนสาธารณะ มีสนามเด็กเล่น มีสนามกีฬาอเนกประสงค์ให้ประชาชนในตำบลหนองไฮ ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกาย ปัจจุบันหนองระเวียงใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อใช้อุปโภค บริโภค ในกรณีเกิดการขาดแคลนน้ำ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา และเป็นแหล่งน้ำใช้เพื่อการบรรเทาแระงับอัคคีภัยของตำบลหนองไฮ และตำบลใกล้เคียง

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานีจัดการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 20 สิงหาคม 2556 ณ ศาลาประชาวาริน เทศบาลเมืองวารินชำราบ นายสุเมธ อำภรณ์ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานีอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงาน จัดการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร จังหวัดอุบลราชธานี จัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากขยะมูลฝอยสร้างปัญหาให้กับทุกชุมชน โดยเฉพาะชุมชนในเมืองที่ต้องอยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่น จะเห็นได้ว่าเมื่อมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ขยะมูลฝอยก็จะมากตามไปด้วยเป็นเงาตามตัว จากการสำรวจปริมาณขยะของจังหวัดอุบลราชธานีในปี พ.ศ. 2553 พบว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด 742 ตัน/วัน มีขยะรีไซเคิลปริมาณ 369 ตัน/วัน มีสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาลเพียง 2 แห่ง คือ เทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร สามารถรองรับกำจัดขยะมูลฝอยได้เพียง 170 ตัน/วัน ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี ไม่นิ่งนอนใจในปัญหานี้ ก็ได้สนับสนุนและส่งเสริมระบบการจัดการขยะมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล โดยเฉพาะการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกประชาชนและเยาวชน และผลักดันให้ภาครัฐ เอกชน ได้ตระหนักถึงการลด คัดแยกขยะ ตามแนวทางการจัดการขยะเหลือ (Zero Waste) บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง จะเห็นว่าขยะรีไซเคิลปริมาณ 369 ตัน/วัน ถ้านำไปสร้างรายได้โดยการขายโดยประชาชนหรือชุมชนจะได้ราคาประมาณ 1,845,000 บาท/วัน (ราคาเฉลี่ย 5 บาท/กิโลกรัม) และถ้านำมาแปรรูปเป็น Secondary Product เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น กิจกรรมการประกวดฯที่จัดขึ้นในวันนี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 เท่า หรือประมาณ 5,535,000 บาท/วัน

การจัดการประกวดฯในครั้งนี้ เป็นการเปิดเวทีเพื่อให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาวัสดุเหลือใช้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น นำไปจำหน่ายเป็นสินค้า OTOP ต่างๆ ได้ต่อไป

เรือนจำกลางอุบลราชธานีฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ ขั้นความรู้เบื้องต้น (B.T.C.) ให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์

วันที่ 20 สิงหาคม 2556 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวศูนย์การเรียนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรือนจำกลางอุบลราชธานี นายศุภกร วงศ์ปราชญ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ ขั้นความรู้เบื้องต้น ให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ โดยกรมราชทัณฑ์ ร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติและสำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ ขั้นความรู้เบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมผู้ต้องขัน ให้แก่เรือนจำทัณฑ์สถาน ทั่วประเทศ โดยหลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมดังกล่าวจะต้องนำมาทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย (ผู้ต้องขัง) ในกลุ่มต่างๆ เพื่อประเมิน จุดเด่น จุดด้อย รับฟังข้อเสนอแนะ รวมทั้งคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำมาพัฒนาให้หลักสูตรและคู่มือการฝึกอบรมฯ ให้มีความสมบูรณ์ ก่อนดำเนินการจัดพิมพ์และประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป

กรมราชทัณฑ์ จึงได้มอบหมายให้เรือนจำกลางอุบลราชธานี ซึ่งเป็นเรือนจำนำร่องในการทดลองใช้หลักสูตรการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือวิสามัญ ขั้นความรู้เบื้องต้น กับกลุ่มเป้าหมายผู้ต้องขังในเรือนจำฯกำหนดจัดการฝึกอบรมในระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2556 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวศูนย์การเรียนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เรือนจำกลางอุบลราชธานี โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ, สมาคมสโมสรลูกเสือวิสามัญแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์, ลูกเสือจังหวัดอุบลราชธานีและจากกรมราชทัณฑ์ โดยมีผู้ต้องขังชายสมัครใจเข้ารับการฝึกอบรมฯ จำนวน 80 คน

โครงการน้ำพระทัยพระราชทานสู่ภูมิภาค 76 จังหวัด

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สู่ภูมิภาค 76 จังหวัด เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

วันที่ 20 ส.ค.56 ที่หอประชุมธารน้ำใจ โรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงานการจัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สู่ภูมิภาค 76 จังหวัด ซึ่งสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ เหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัด และภาคเอกชน เพื่อน้อมเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 81 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2556

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสที่โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งได้ดำเนินโครงการมาเป็นปีที่ 15 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ จึงถือโอกาสนี้ ร่วมกับจังหวัดต่างๆ ทั้ง 76 จังหวัด จัดกิจกรรมโครงการน้ำพระทัยพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ตกงานและผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน ในช่วงเดือนสิงหาคม เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

สำหรับกิจกรรมน้ำพระทัยพระราชทาน สู่ภูมิภาค 76 จังหวัด จังหวัดสุรินทร์ ได้มอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค และจัดเลี้ยงอาหารกลางวันพระราชทาน แก่ผู้ตกงานและผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน จำนวน 320 คน การออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การฝึกอบรมวิชาชีพ และ บริการตัดผม เป็นต้น




ส.ปชส.สุรินทร์ กำชัย วันสุข ข่าว/อนุชา  หาญนึก ภาพ

สนง.คณะกรรมการกิจการพลังงานประจำเขต 6 (นครราชสีมา) พบสื่อมวลชนสุรินทร์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 6 (นครราชสีมา) จัดอบรมสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดสุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ และภารกิจ ในติดตาม คุ้มครองและดูแล ผู้ใช้พลังงาน

วันที่ 20 ส.ค.56 ที่ห้องพนมดงรัด โรงแรมทองธารินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 6 (นครราชสีมา) ได้จัดอบรมสัมมนาและพบปะสื่อมวลชนในจังหวัดสุรินทร์ โดยมีนางศิริพร บุตรเพชร คณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต 6 เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาฯ ทั้งนี้เพื่อที่จะเป็นการ ประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ และภารกิจ ในติดตาม คุ้มครองและดูแล ผู้ใช้พลังงาน เพื่อให้กลไกสนับสนุนการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งมีพันธกิจหลัก ในการที่จะกำกับ ดูแล การประกอบกิจการพลังงานให้มีระบบการบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมต่อทั้งผู้ใช้ และผู้ประกอบกิจการพลังงาน ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ อย่างเที่ยวธรรมและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

โดยการลงพื้นที่เพื่อการสร้างการประชาสัมพันธ์ต่อสื่อมวลชนในพื้นที่ทั้ง สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เพื่อที่จะเผยแพร่ บทบาท และหน้าที่ ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ให้ได้รับทราบและผู้ใช้พลังงานและผู้ประกอบกิจการพลังงาน สามารถขอคำปรึกษา ร้องเรียน หรือประสานงาน ผ่านเครือข่ายความร่วมมือต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจน เสนอข้อมูลและผลการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต 6 ในระยะที่ผ่านมาให้ได้เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน




ส.ปชส.สุรินทร์ กำชัย วันสุข ข่าว/อนุชา  หาญนึก ภาพ

กรมการแพทย์ร่วมกับสถาบันธัญญารักษ์สัมมนาสื่อมวลชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดยา หายขาดได้

วันนี้ (20 ส.ค. 56) ณ โรงแรมเจริญธานี อ.เมือง จ.ขอนแก่น นพ.จิโรจน์ สินธวานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดงานสัมมนาสื่อมวลชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบายบำบัด "ติดยา หายขาดได้” จากข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาอาการติดยา ซึ่งกรมการแพทย์ สถาบันธัญญารักษ์ และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ ในเขตภูมิภาคทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ พบสถิติปีงบประมาณ 2552-2556 ตามช่วงอายุของผู้เข้ารับการบำบัด พบว่า ปี 2555-2556 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-24 ปี ต่างจากช่วงแรกที่อยู่ในกลุ่ม 15-19 ปี ซึ่งยังถือว่าเป็นกลุ่มของวัยรุ่น และวัยรุ่นตอนปลาย สอดคล้องกับการจำแนกสถิติที่แยกตามกลุ่มการศึกษา พบว่ากลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดส่วนใหญ่ คือ กลุ่มมัธยมศึกษา โดยเปรียบเทียบในปี 2555 มีร้อยละ 58.50 และในปี 2556 ร้อยละ 59.64 ซึ่งเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ สถิติของผู้เข้ารับการรักษา โดยจำแนกตามประเภทของยาเสพติด พบว่ายาบ้ามีปริมาณสูงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552-2556 โดยในปี 2556 มีถึงร้อยละ 55.97 รองลงมา คือ สุรา ร้อยละ 17.96 และพบว่ายาไอซ์เป็นอีกชนิดที่พบแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง สำหรับการดำเนินโครงการภายใต้สโลแกน "ติดยา หายขาดได้” มีสาระสำคัญสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบำบัดรักษาปี 2556 โดยประมาณการผู้เสพยาเสพติดไว้ที่ 1.9 ล้านคน สาระสำคัญประกอบด้วย ควบคุมและลดระดับปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชนให้ได้ จัดให้มีการดำเนินยุทศาสตร์ป้องกัน ลดรายใหม่และกลับมาติดซ้ำ ปรับระบบบำบัด จำแนก-คัดกรอง-ติดตาม พร้อมสานต่อไปยังพื้นที่เป้าหมาย เพื่อการควบคุมและลดปัญหาให้ได้ ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น 

ขอนแก่น จัดบรรยายให้ความรู้เรื่องยาเสพติดแก่ผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงในการใช้สารเสพติด

จังหวัดขอนแก่น โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่น จัดบรรยายให้ความรู้เรื่องสถานการณ์และการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้แก่ผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูงในการใช้สารเสพติด

นายสงคราม ขำต้นวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 จังหวัดขอนแก่น ได้เป็นวิทยากรบรรยายให้ความเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด และนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้แก่ผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูงในการใช้สารเสพติด ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้น โดยมี นายสมชาย วงศ์ทอง รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจง และบรรยายพิเศษในหัวข้อ นโยบายและแนวทางการป้องกันแลแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการ และมีผู้ใช้แรงงานจากสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงสูงที่จะใช้สารเสพติดในจังหวัดขอนแก่น จำนวนกว่า 120 คน เข้าร่วมรับฟังการประชุมชี้แจงเมื่อเช้าวันนี้ ( 20 สิงหาคม 2556) ณ ห้องหน้าเมือง โรงแรมเจริญธานีขอนแก่น

นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันต์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า โครงการประชุมชี้แจงผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบกิจการที่มีความเสี่ยงสูงที่จะใช้สารเสพติด จังหวัดขอนแก่น เกิดขึ้นตามนโยบายของจังหวัดขอนแก่น ที่ได้ดำเนินโครงการ "จังหวัดขอนแก่นไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด” และได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานในสถานประกอบกิจการว่า สถานประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาว จะต้องมีการตรวจค้นหาและสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน จึงได้อนุมัติโครงการค้นหาและสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้ใช้แรงงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จำนวน 2,748 คน จากสถานประกอบกิจการจำนวน 43 แห่ง ซึ่งเป็นสถานประกอบกิจการที่เป็นเป้าหมายของผู้จำหน่วยยาเสพติด โดยได้เชิญผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบกิจการดังกล่าวเข้าร่วมประชุมชี้แจงเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและทำความเข้าใจพิษภัยของยาเสพติด เพื่อขยายผลไปยังเพื่อร่วมงาน ครอบครัว ชุมชนใกล้เคียงต่อไป.



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว/อารมย์/พิมพ์/20 ส.ค.56

กกต.ขอนแก่นขยายเวลาการขอยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร

นายฐิติพล ทศรฐ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่นประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประสงค์จะขอยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร มายื่นคำร้องขอยกเลิกการลงทะเบียน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่นจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ขยายเวลาในการรับคำร้องขอยกเลิกการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2556และได้จัดทำหนังสือแจ้งรายชื่อของลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักรไปยังภูมิลำนำผู้ขอลงทะเบียนในจังหวัดขอนแก่น สอบถามรายละเอียดงานจัดการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น โทร.043-234923 ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ 4 จว อีสาน มอบนโยบายด้านยาเสพติด และการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

วันนี้ (20 ส.ค. 56) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 พร้อมด้วยนายธวัช ชลารักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาตรวจราชการการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการ ประจำปี 2556 รอบที่ 2 ในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน ประกอบด้วยนครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ โดยมี นายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ปลัดจังหวัด ผู้บังคับการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เขต 1 ขอนแก่น ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 ผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1-7 เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงานและรับมอบนโยบาย ทั้งนี้ประเด็นสำคัญในการตรวจราชการในครั้งนี้มีประเด็นหลัก ประกอบด้วยนโยบายพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ด้านปัญหายาเสพติด และนโยบายการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทางตำรวจภูธรภาค 3 รายงานว่า ในพื้นที่ 8 จังหวัดอีสานตอนล่างนั้น ตั้งแต่เดือน มค 56 ถึง เดือน กค 56 สามารถจับยาบ้าน ได้ จำนวน 2,535,180 เม็ด กัญชา จำนวน 3,112 กิโลกรัม สารไอซ์ จำนวน 231.17 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องได้ จำนวน 3,212 ราย ยึดทรัพย์ เป็นจำนวนเงิน 174 ล้านบาท และนำผู้ที่ติดสารเสพติดเข้ารับการบำบัด จำนวน 22,450 ราย ทั้งนี้ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายด้านยาเสพติดให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เน้นการลงพื้นที่เข้าทุกชุมชน หมู่บ้าน และโรงเรียน สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน 

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มอบบ้านอยู่สุข ๘๐ พรรษาบรมราชินีนาถ ๘๐ ปียูนิลีเวอร์

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในการมอบ "บ้านอยู่สุข ๘๐ พรรษาบรมราชินีนาถ ๘๐ ปียูนิลีเวอร์” แก่บุคคลต้นแบบจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๔ ราย

(๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖) ที่บ้านเลขที่ ๒๒๑ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานในการมอบบ้านอยู่สุข แก่ราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๔ ราย ตามโครงการ "บ้านอยู่สุข ๘๐ พรรษาบรมราชินีนาถ ๘๐ ปี ยูนิลีเวอร์” โดยบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สภากาชาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา และเป็นการตอบแทนที่บริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้ดำเนินธุรกิจครบ ๘๐ ปี รวมทั้งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่บุคคลต้นแบบที่ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม เป็นครอบครัวที่มีความประพฤติดี ไม่สร้างความเดือดร้อนในสังคมและชุมชน ประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร บุคคลในครอบครัวไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุข สิ่งเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ปัญหาราคายางตกต่ำที่บุรีรัมย์

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและรับทราบปัญหาราคายางตกต่ำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา พร้อมรับข้อร้องเรียนปัญหาราคายางพาราตกต่ำ นำร่วมหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหาแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือต่อไป

(๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖) เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ห้องประชุมชั้น ๒ ที่ว่าการอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางไปร่วมพบปะหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของอำเภอบ้านกรวด เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน โดยมี นายชัยณรงค์ บุญวิวัฒนาการ นายอำเภอบ้านกรวด ให้การต้อนรับ

หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายอำเภอบ้านกรวด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปพบปะเยี่ยมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และเป็นสักขีพยานในการประมูลยางพารา ณ ตลาดกลางยางพารา ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด พร้อมรับข้อร้องเรียนปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยในปี ๒๕๕๔ ราคายางพาราแผ่น ชั้น ๓ ราคา ๑๕๐ บาท/กิโลกรัม ปี ๒๕๕๕ ราคา ๑๐๖ บาท/กิโลกรัม และในปี ๒๕๕๖ ราคาอยู่ที่ ๗๐ บาท/กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรแต่ละรายได้นำยางพารามารวบรวมไว้ที่ตลาดกลาง และเปิดให้พ่อค้าผู้รับซื้อมาประมูลยางทั้งหมด ทำให้สามารถต่อรองราคาได้ เป็นการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำได้ทางหนึ่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จะนำปัญหาราคายางตกต่ำของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ไปร่วมหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการเมือง ภาคราชการ และเอกชน เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แสดงความห่วงใยถึงปัญหาที่อาจจะตามมาของเกษตรกรชาวสวนยาง ได้แก่ ปัญหายาเสพติด ปัญหาอัตราการเรียนต่อลดลง และปัญหาการสูญเสียที่ดิน เป็นต้น




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

สภาพแหล่งน้ำผิวดินที่มหาสารคามอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเสื่อมโทรม

สภาพแหล่งน้ำผิวดินในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จากการตรวจสอบโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 พบมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเสื่อมโทรม ต้องเร่งจัดการน้ำเสีย พร้อมส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและใช้กฎหมายลงโทษผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ นายธวัช ปทุมพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวว่า จากการที่ได้มีการติดตามตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน พื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน 5 จังหวัดในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาที่สำคัญ มาอย่างต่อเนื่อง และจากการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม-7 มิถุนายน 2556 โดยส่งตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการและประเมินคุณภาพน้ำ ปรากฏว่า คุณภาพน้ำในแม่น้ำชี ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเสื่อมโทรม โดยคิดเป็นพอใช้ร้อยละ 66.7 เสื่อมโทรมร้อยละ 33.3 ส่วนคุณภาพน้ำในแม่น้ำเสียว มีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงเสื่อมโทรม เช่นกัน โดยพอใช้อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ 50 และเสื่อมโทรมร้อยละ 50

ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานการณ์คุณภาพน้ำค่อนข้างดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งทางจังหวัดมหาสารคาม ได้ให้ความสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเร่งจัดการน้ำเสีย ขยะ สิ่งปฏิกูล เพื่อลดปริมาณแหล่งกำเนิดน้ำเสียให้น้อยลง นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้มีการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรและประชาชนลดการนำของเสียทิ้งในแหล่งน้ำ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยมีบทลงโทษที่ชัดเจน




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ม.มหาสารคาม เปิดสนามแข่งขัน World Robot Olympiad 2013 ภาคอีสาน

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด จัดการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2013 : World Robot Olympiad สนามภาคอีสาน เพื่อหาตัวแทนประเทศไทยแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศอินโดนีเซีย

ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2556 ที่บริเวณอาคารพละศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้จัดให้มีจัดการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WRO 2013 : World Robot Olympiad โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ สถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด จัดแข่งขันในสนามระดับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นสนามสุดท้าย มีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมร่วมชมการประกอบหุ่นยนต์และการแข่งขัน

ซึ่งการแข่งขัน WRO 2013 : World Robot Olympiad ในสนามสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 4 รุ่นอายุ ตั้งแต่รุ่นอายุ 12 ปี มีจำนวน 20 ทีม รุ่นอายุ 15 ปี จำนวน 30 ทีม รุ่นอายุ 19 ปี จำนวน 34 ทีม และระดับอุดมศึกษา จำนวน 3 ทีม แข่งขันในประเภททั่วไป ประเภทความคิดสร้างสรรค์ และประเภท Robot Soccer ก่อนเฟ้นหาทีมชนะอันดับ 1-3 ของแต่ละรุ่น ไปแข่งขันที่กรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 4-6 กันยายน 2556 เพื่อคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย ร่วมแข่งขันรอบชิงแชมป์โลกที่ประเทศอินโดนีเซีย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัด ร้องให้ย้ายผู้ว่าฯ ภายใน 24 ชั่วโมง

วันนี้ (19 ส.ค. 56) เวลา ประมาณ 10.00 น. ได้มีกลุ่มประชาชนประมาณ 300 คน จากเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารมาชุมนุมที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยนำรถติดเครื่องขยายเสียงและทำเป็นเวทีขนาดย่อมปราศรัยโจมตีและกล่าวหานายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารว่าสร้างความแตกแยกแก่ชาวมุกดาหาร ปฏิบัติงานที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่โดยสั่งให้โรงเรียนมุกดาลัยยกที่ดินให้แก่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ตลอดจนไม่ให้ความสำคัญต่องานรัฐพิธีและงานราชพิธี โดยมีแกนนำสองคนได้ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัย จนถึงเวลาประมาณ 11.30 น. แกนนำกลุ่มได้ยื่นหนังสือพร้อมแถลงการณ์ผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้น นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชนผู้มาชุมนุมว่าตามที่แกนนำกล่าวหาผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสั่งให้ ร.ร.มุกดาลัย ยกที่ดินให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้น ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามีหนังสือแจ้งชัดเจนว่าไม่ยกที่ดินให้แก่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีสำเนาหนังสือดังกล่าวมาให้ดูด้วย ส่วนเรื่องที่บอกว่าผู้ว่าฯไม่ให้ความสำคัญในงานรัฐพิธีและราชพิธี นั้น ทุกครั้งที่จัดกิจกรรมจังหวัดได้เชิญทุกงานรวมทั้งองค์กรท้องถิ่นทั้ง อบจ. และเทศบาล มาร่วมงาน ส่วนการเดินทางเข้าร่วมงานของผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นไปตามกำหนดเวลา เพราะบางกิจกรรมกลุ่มผู้ร่วมงานจะต้องดำเนินกิจกรรมไปก่อนเพื่อให้เรียบร้อยพอดีกับเวลาที่ประธานจะเข้าประกอบพิธีต่อไป ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเข้าร่วมงานล่าช้าแต่อย่างใด เมื่อกล่าวชี้แจงมาถึงตรงนี้กลุ่มแกนนำได้โห่ร้องและสั่งให้ประชาชนผู้ร่วมชุมนุมกลับบ้านจนกระทั่งเวลาประมาณ 12.20 น. ผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับบ้านโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

และในวันเดียวกัน (19 ส.ค. 56) เวลาประมาณ 15.30 น. ได้มีกลุ่มพลังมวลชนของ นปช.มุกดาหาร จำนวนกว่า 200 คน ได้รวมตัวกันและนำกระเช้าดอกไม้ ช่อดอกไม้ มามอบให้เป็นกำลังใจแก่นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยแกนนำได้กล่าวว่าพร้อมที่จะสนับสนุนและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวกับประชาชนที่มาให้กำลังใจว่า มีความตั้งใจที่จะทำทุกอย่างให้ประชาชนชาวมุกดาหารมีความสุข จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดเล็ก ๆ การพูดคุยสื่อสารกันทำได้ง่ายจนบางครั้งอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเข้าใจผิดได้ ถึงอย่างไรก็จะขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน





แสงทอง อนันตภักดิ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร, สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

จังหวัดมุกดาหารจัดงานสมัชชาภาคีเครือข่ายสวัสดิการสังคมจังหวัดมุกดาหาร

วันนี้ (๑๙ ส.ค. ๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร จัดงานสมัชชาภาคีเครือข่ายสวัสดิการสังคมจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๖ โดยมี นายสวัสดิ์ ชูสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน เปิดการประชุม โดยมีประเด็นการประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมเรื่อง การสร้างสวัสดิการที่มั่นคงให้แก่คนไทยทุกคน การพัฒนารูปแบบการช่วยเหลือทางสังคมสำหรับผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ซึ่งรัฐบาลถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องรีบดำเนินการ

นางจริญญา วันทาวงศ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาการจัดสวัสดิการแก่ประชาชนในระบบบริการทางสังคม ในลักษณะถ้วนหน้า โดยใช้งบประมาณจากรัฐในการให้สวัสดิการแก่ประชาชน เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ในระบบการช่วยเหลือทางสังคม โดยมีประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากการประชุมสมัชชาสวัสดิการสังคมจังหวัด จากทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในหลายด้าน ประกอบด้วยการศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การทำงานและการมีรายได้ นันทนาการ กระบวนการยุติธรรม และการบริการทางสังคมโดยทั่วไป ซึ่งจะได้นำประเด็นปัญหาทั้งหมดรวบรวมนำเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ตำรวจภูธรมุกดาหาร มอบประกาศณียบัตรให้นักเรียนโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านยาเสพติด

ที่ หอประชุมอำเภอเมืองมุกดาหาร นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีมอบประกาศณียบัตรโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านยาเสพติดในนักเรียน (D.A.R.E.) ประเทศไทย ตามแผนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ในสถานศึกษาตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดตามที่บันทึกข้อตกลงเรื่องการให้การศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา ได้ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญและเป็นอนาคตของชาติด้วยการบูรณาการ การทำงานของทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม

พันตำรวจเอก อุกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ร่วมกับศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดหาร จึงได้ดำเนินการตามโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน เป้าหมายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร จำนวน ๑๑ โรงเรียน รวมนักเรียนทั้งหมด ๔๙๕ คนที่เข้าทำการสอนตามหลักสูตรครบ ๑๓ บทเรียน และในงานมีพิธีมอบรางวัลให้นักเรียนที่เรียงความ โครงการ D.A.R.E.ที่ชนะเลิศแต่ละโรงเรียน มอบรางวัลการจัดกิจกรรม การแสดงสถานการณ์และมอบประกาศณียบัตรให้นักเรียนที่ผ่านการฝึกอบรม ต่อไป




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

จังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งเตือนลักษณะอากาศอันเนื่องมาจาก พายุไต้ฝุ่น “อูตอร์” และอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดร้อยเอ็ดได้รับแจ้งจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ เรื่อง แจ้งข่าพายุไต้ฝุ่น "อูตอร์” และอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก ในช่วงวันที่ 17 – 19 สิงหาคม 2556 อาจส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างโดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง และรวมไปถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเป็นลำดับต่อไป

เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหา อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดร้อยเอ็ด ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดทราบเกี่ยวกับอันตรายอันเกิดจากฝนตกหนักและ คลื่นลมแรง ให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ในระยะ 2 – 3 วันนี้ (17 – 19 สิงหาคม 2556) โดยผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น สถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัครในพื้นที่อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่,เฝ้าระวังและตรวจสอบ เส้นทาง เขื่อน ฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรงพิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แจ้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แก้ไขโดยด่วน, ระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาของคนในครอบครัว หากเจ็บป่วย ให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืชและสัตว์ หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที,หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น ให้แจ้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้นๆ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้นๆ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด หมายเลขโทรศัพท์ 0-4351-2955,0-4351-3632,0-4351-5118



 
วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
19 ส.ค. 56

ร้อยเอ็ด เผยแพร่มาตรฐานการใช้อักษรเบรลล์แก่ผู้นำตาบอด

เมื่อเช้าวันนี้เวลา 10.00 น. (19 สิงหาคม 2556) นายพศิน โกมลวิชญ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดอบรมเรื่อง การเผยแพร่มาตรฐานการใช้อั กษรเบรลล์ แก่ผู้นำตาบอดสาขาภาคตะวั นออกเฉียงเหนือตอนกลาง ณ ห้องประชุมเพทาย โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น

 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยการดำเนินงานของ นายโกมล มาลัยทอง รองประธานกองทุนส่งเสริมและพั ฒนาการใช้อักษรเบรลล์แห่งชาติ และคณะ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็ จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิราชสุดา ในการสนับสนุนให้คนพิการทุ กประเภท ได้มีโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้ น จากการที่ประเทศไทยการใช้อั กษรเบรลล์ ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ ควร แม้แต่ผู้ที่ใช้อักษรเบรลล์ในชี วิตประจำวันส่วนใหญ่ ที่ยังมีทักษะการอ่านและเขี ยนในระดับที่ยังไม่เป็นที่น่ าพอใจ สมาคมคนตาบอดแห่ งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ ยวข้อง มีนโยบายที่จะสนองพระราชประสงค์ ดังกล่าว จึงได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริ มให้นักเรียนและผู้แทนคนตาบอด ตลอดจนบุคลากรของหน่วยงานที่เกี ่ยวข้องกับคนตาบอด ได้มีโอกาสในการเข้าถึงอั กษรเบรลล์ ที่เป็นมาตรฐานของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อส่งเสริมให้บุ คลากรในโรงเรียนสอนคนตาบอดทั่ วประเทศ ได้เข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับ การใช้อักษรเบรลล์ที่เป็ นมาตรฐานเดียวกัน,และเพื่อให้บุ คลากรในโรงเรียนสอนคนตาบอดทั่ วประเทศ ได้นำความรู้ที่ได้จากการฝึ กอบรมดังกล่าว เผยแพร่ให้แก่นักเรี ยนตาบอดและคนตาบอดทั่วไป

นายปัญญา จันทะเสน ผู้แทนคนตาบอดจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า.-การจัดอบรมนี้เป็ นประโยชน์กับคนตาบอด ช่วยพัฒนาการอ่าน เขียนอักษรเบรลล์ เพราะคนตาบอดบางคนไม่มีโอกาสแม้ แต่จะเรียน จึงอ่านและเขียนอักษรเบรลล์ไม่ ได้ หรือบางคนก็ได้เพียงเล็กน้อย การหมั่นฝึกฝนทักษะด้านการอ่ านและเขียนอักษรเบรลล์ให้ดีขึ้ นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก

การจัดกิจกรรมนี้ สมาคมฯใช้บุคลากรที่มีความรู้ เกี่ยวกับการใช้อักษรเบรลล์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รหัสคณิตศาสตร์ อย่างถูกต้อง เพื่ออบรมให้กับผู้ แทนคนตาบอดในเขตภาคตะวันออกเฉี ยงเหนือ.-  




คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธจังหวัดร้อยเอโ 043-527117

ร้อยเอ็ดประชุมสรรหาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด จัดประชุมสรรหาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ณ  ห้องประชุมประดับพลอย  โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น  อ.เมืองร้อยเอ็ด  จ.ร้อยเอ็ด

วันนี้ เวลา 09.30 น.  (19 สิงหาคม 2556)  นายวุฒินันท์  ตปนียากร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดการประชุมสรรหาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

นายมานิตย์ ทวีหันต์  หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค  กล่าวว่า การประชุมสรรหาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มาตรา 5  ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย  กรรมการโดยตำแหน่ง  มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเท่ากับกรรมการโดยตำแหน่ง  แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี โดยเลือกจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย  สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์   และจากกลุ่มผู้มีความรู้ความสามารถหรือมีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ศ.254๖ และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ฉบับที่2)  พ.ศ.2552  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  ได้ดำเนินการให้มีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ   ในคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมาแล้ว  เมื่อปี 2546  ปี 2548  ปี 2550 ปี 2552 และปี 2554  และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว  มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ  2  ปี  นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดปัจจุบัน  จะพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  ในวันที่ 3 มีนาคม 2557 จึงต้องมีการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า     60 วัน  หรือภายในวันที่  1  มกราคม 2557

นายวุฒินันท์  ตปนียากร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การจัดประชุมสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด  ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย  พ.ศ.๒๕๔๒  มาตรา ๕ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย  ซึ่งจะเป็นมรดกสำคัญและมีคุณค่าต่อประเทศชาติในอนาคต  

การสรรหาในวันนี้ ได้สรรหาจากผู้มีความรู้ความสามารถ หรือมีประสบการณ์ด้านการแพทย์แผนไทยทั้ง ๕ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มหมอพื้นบ้าน กลุ่มผู้แทนองค์การเอกชนพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย  กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายยาแผนไทย กลุ่มผู้ปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร เพื่อส่งเข้าสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการระดับประเทศต่อไป   มีผู้ร่วมประชุมทั้งสิ้น ๑๕๐ คน




คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ

กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

กรอ.จว.ร้อยเอ็ด ขอให้เพิ่มเที่ยวและเพิ่มจำนวนที่นั่งให้มีความจุเท่ากัน 70 ที่นั่งทุกเที่ยวบิน

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด (กรอ.จว.ร้อยเอ็ด) ขอให้เพิ่มเที่ยวบินจากเดิมเพิ่มอีกวันละ 2 เที่ยวบิน เป็นวันละ 3 เที่ยวบิน และเพิ่มจำนวนที่นั่งให้มีความจะเท่ากัน 70 ที่นั่งทุกเที่ยวบิน

นายธัชชัย สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัดร้อยเอ็ด (กรอ.) ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 โดยมีประเด็นที่สำคัญในที่ประชุม ประกอบด้วย การปรับปรุงขยายทางบริเวณแยกบายพาสโนนเมือง ตัดกับทางหลวงหมายเลข 23 การปรับกันแนวถนนตามคลองปล่อยน้ำส้น จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ข้างองค์การบริหารส่วนตำบลเหนือเมือง ทั้งสองฝั่งลำห้วยเหนือ, ขอให้เพิ่มเที่ยวบินอีกวันละ 2 เที่ยว เป็นวันละ 3 เที่ยวบิน และเพิ่มจำนวนที่นั่งให้มีความจุเท่ากัน 70 ที่นั่งทุกเที่ยวบิน และการัดงาน OTOP กรณีส่วนราชการส่วนกลางให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้อนุญาต นอกเหนือจากนั้นให้นำเข้าที่ประชุม กรอ.จว.ทุกครั้ง



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
19 ก.ย. 56

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดร้อยเอ็ดจำหน่ายเนื้อสุกรธงฟ้าและไข่ไก่ธงฟ้าลดค่าครองชีพผู้บริโภค

สำนักงานการค้าภายในจังหวัดร้อยเอ็ด จำหน่ายเนื้อสุกรธงฟ้าและไข่ไก่ธงฟ้าลดค่าครองชีพผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 19 กันยายน 2556 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

นายธรวัฒน์ แสงทอง การค้าภายในจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรหมวดอาหารสดในกลุ่มของอาหารโปรตีนที่ปรับราคาสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นภามภาวะอุปสงค์อุปทาน ได้แก่ เนื้อสุกร และไข่ไก่ เพื่อบรรเทาภาวะความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากราคาเนื้อสุกร และไข่ไก่ที่ปรับสูงขึ้น สำนักงานการค้าภายในจังหวัดร้อยเอ็ด จึงได้เชื่อมโยงผู้ประกอบจำหน่ายเนื้อสุกรธงฟ้าและไข่ไก่ธงฟ้าในราคาต่ำกว่าราคาขายปลีกในตลาดสดทั่วไป โดยจำหน่ายทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เริ่มวันอังคาร 20 สิงหาคม – 19 กันยายน 2556 ณ บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร้อยเอ็ด ถนนรัฐกิจไคลคลา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด และบริเวณหน้าฟาร์ม "บูรพาฟาร์ม” กม.11 ถนนร้อยเอ็ด-มหาสารคาม ตำบลสีแก้ว อำเภอเมืองร้อยเอ็ด




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
19 ส.ค. 56

‘เลยพิทย์’จัดค่าย ASEAN International camp

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รายงานว่า โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย จัดกิจกรรม ASEAN International camp โดยมีโรงเรียนในโครงการ EP/ MEP ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 51 โรงเรียน ตามแผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน นางสมถวิล บุญไชย หัวหน้าโครงการ English Program โรงเรียนเลยพิทยาคม จังหวัดเลย เปิดเผยว่า เพื่อให้นักเรียนในโครงการ EP/ MEP ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและนักเรียนในกลุ่มASEAN มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน จะสร้างความตระหนักใน Spirit of ASEAN ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารและใช้เทคโนโลยีนำเสนอผลงานได้และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างมิตรภาพ เครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักเรียนและครูโรงเรียนในโครงการ EP/MEPในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และครู นักเรียนในกลุ่มประเทศ ASEAN ทั้ง 10 ประเทศ กิจกรรมแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบประกอบด้วย กิจกรรมค่ายโดยจัดเป็นกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์Big Group Activities ที่ มี สถาบัน LEC กิจกรรมศึกษาสภาพธรรมชาติ Sightseeing ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อำเภอภูเรือ กิจกรรมนำเสนองาน Project Presentation หัวข้อ ‘Attractive Place in my city/country” ซึ่งนักเรียนจากโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้นำเสนอโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ จัดรูปแบบ Symposium และกิจกรรมแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมนานาชาติ ในการนี้โรงเรียนเลยพิทยาคมได้เชิญนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 19 และโรงเรียนระดับประถมศึกษาใกล้เคียงเข้ารับฟังการนำเสนอ (Oral Presentation) ของนักเรียนต่างประเทศ และนักเรียนในโครงการ EP ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อ รวมทั้งสิ้น 45 เรื่อง 

พมจ.เลย มอบความช่วยเหลือแม่สู้ชีวิตภาคอีสาน

นายวิสิทธิ์ สนามชวด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย พร้อมเจ้าหน้าที่ และ นายทองอร ชารินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนป่าซาง เข้าเยี่ยมบ้านนางเม้า ศรีนอก อายุ 79 ปี บ้านเลขที่ 352 หมู่ 1 บ้านโนนป่าซาง ตำบลโนนป่าซาง อำเภอผาขาว จังหวัดเลย ผู้ที่ได้รับรางวัลแม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมหาวิทยาลัยวิทยาลัยมหิดล ในงาน "มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ณ ห้องนิทรรศการ ศูนย์การเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จประทานรางวัล ในวันที่ 9 สิงหาคม 2556 ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา แต่นางเม้าฯ ไม่สามารถเดินทางไปรับรางวัลด้วยตัวเองได้ เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง ทางสำนักงาน พมจ.เลย ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทาง เทศบาล องค์กรบริหารส่วนตำบลในจังหวัดเลย ส่งเรื่องราวนางเม้าฯ เข้าไปยังสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา และได้รับการพิจารณาได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งหลังจากทางสำนักงาน พมจ.เลย ทราบข่าว จึงเดินทางมามอบสิ่งของ และเงินสดจำนวน 2,000 บาท ครอบครัวนี้ ได้รับเป็นเงินเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาท และเงินช่วยเหลือผู้พิการจำนวน 500 บาท สำหรับลูกชาย ทุกเดือน ซึ่งต่อไปทางสำนักงานฯ จะทำเรื่องขออนุมัติจัดซื้อรถเข็น พร้อมเงินซ่อมแซมบ้าน ปรับภูมิทัศน์ เพื่ออำนวยสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน แก่ผู้สูงอายุและคนผู้พิการต่อไป สำหรับนางเม้าฯ เดิมเป็นชาวอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น อพยพมาอยู่ที่อำเภอผาขาว จังหวัดเลย เมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยสามีพาครอบครัวและลูกมาซื้อที่นา ดำเนินชีวิตตามปกติ จนลูกโตต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวหมด เหลือแต่ลูกสาวคนโต และลูกชายคนสุดท้อง คอยดูแล หลังสามีตายมีแต่ลูกชายคนเล็กคอยหาเงินมาจุนเจือ แต่มาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ถูกรถชนที่จังหวัดอุดรธานี นอนสลบอยู่ 15 วัน จึงฟื้น เนื่องจากสมองได้รับความกระทบกระเทือนต้องนอนรักษาต่ออีก 2 เดือน จนสามารถเดินเหินได้ กลับมาอยู่ที่บ้าน ได้เพียง 2 เดือน ร่างกายกลับทรุดลง กล้ามเนื้อลีบไม่มีแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ แม่ต้องคอยดูแลทุกวัน ตอนเช้าต้องปลุกไปแปรงฟัน ป้อนข้าว และนำไปนอนทั้งวัน ช่วงเย็นต้องอุ้มไปอาบน้ำ ป้อนข้าว แล้วเข้านอน ทำเช่นนี้มาตั้งแต่ลูกชายอายุ 19 ปี จนปัจจุบันอายุ 35 ปี แต่ก็ต้องทำจนกว่าจะไม่สามารถทำได้ หรือตายจากกัน ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีแรง ต้องอาศัยลูกสาวคนโตมาช่วย จะไม่ไหวอยู่ แต่ก็ต้องทำ

ชาวบ้านฮือต้านนายทุนบุกรุกป่ากว่า 100 ไร่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย รายงานว่า ได้มีกลุ่มชาวบ้าน หมู่ 1 บ้านวังยาว ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย ได้ร่วมตัวที่สำนักสงฆ์วัดป่าชมพูนุชวิสุทธิ์วนาราม กว่า 100 คน เพื่อร้องทุกข์ว่า ที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน ที่เป็นสำนักสงฆ์และเป็นป่าช้าเก่า มีผู้บุกรุกป่าโค่นต้นไม้ใหญ่พื้นที่ป่าชุมชน เพื่อปลูกยางพารา โดยถูกบุกรุกไปแล้วกว่า 100 ไร่ โดยไม่เกรงใจพระเจ้าที่พักอยู่สำนักสงฆ์ และถูกนายทุนข่มขู่พระสงฆ์ว่าอย่ายุ่งเรื่องของชาวบ้าน นายเสถียร กุณวงศ์ อายุ 74 ปี บ้านวังยาว หมู่ที่ 1 ตำบลนาแขม อำเภอเมือง จังหวัดเลย เป็นคนที่นำพระมาพำนักเพื่อรักษาป่า กล่าวว่า ที่เรียกร้องเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือนายอำเภอ ลงมาช่วยจัดการเรื่องที่ดินของสาธารณะป่าชุมชนของหมู่บ้าน ให้มีการปักหลักเขตที่ชัดเจน ตนได้มาก่อตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อปี 2539 ซึ่งเป็นที่สาธารณะเป็นป่าชุมชนของชาวบ้าน และเป็นป่าช้าของชาวบ้าน เคยขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะมีเนื้อที่ 200 กว่าไร่ ชาวบ้านต้องการเอาพื้นที่แห่งนี้เป็นป่าชุมชน เป็นที่หาของป่า หาสมุนไพรของชุมชนและได้ตกลงกันว่า ส่วนหนึ่งให้เป็นที่สำนักสงฆ์ เพื่อกันให้คนอื่นมาบุกรุกที่ แต่มาระยะ 1- 2 ปีที่ผ่านมา มีนายทุนเข้ามาบุกรุกป่ารอบบริเวณวัด ตัดไม้ต้นใหญ่ทั้งกลางวันกลางคืน พระเคยเข้าไปห้ามแต่กลับทุนนายทุนขู่ ไม่ให้ยุ่งไม่ใช้กิจของพระ ชาวบ้านเคยร้องเรียนไปที่นายอำเภอเมืองแล้ว 4 เดือนที่ผ่านมา แต่เรื่องก็เงียบหายไป จึงได้มีการรวมตัวกันอีกที เพราะพื้นที่ป่าชุมชนถูกรุกไปทุกวัน นายเนรมิต คำภู ปลัดอำเภอ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายอำเภอเมืองเลย กล่าวกับชาวบ้านผู้ชุมนุมว่า ที่ดินป่าชุมชนและที่ตั้งของสำนักสงฆ์แห่งนี้ ในขณะนี้ทางอำเภอกำลังจะดำเนินการเรียกเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมตรวจสอบ รวมทั้งกำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน มาร่วมตรวจสอบ ผลการตรวจสอบมีผลเป็นอย่างไร จะได้ชี้แจงกับชาวบ้านให้เป็นที่เข้าใจ ในเรื่องของขั้นตอนกฎหมาย และเรื่องการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในการที่เอาที่ของรัฐกลับคืนให้กับชาวบ้าน เรื่องการตรวจสอบขอเวลาภายใน 7 วันให้แล้วเสร็จ

มรภ.เลยจัดสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ปี 56

ผศ.สนิท เหลืองบุตรนาค อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย พร้อมด้วยคณาจารย์ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา ร่วมพิธีเปิดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2556 เนื่องใน "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โดยก่อนพิธีเปิดผู้แทนหน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ถวายพานพุ่มเครื่องราชสักการะต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ขณะที่มีนักเรียน นักศึกษา จากสถานศึกษาต่างๆ ทั่วจังหวัดเลย เดินทางเข้าร่วมงาน พร้อมร่วมกิจกรรม ภายในงานจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับยอกย่องในพระราชสมัญญานามว่า พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย เพราะทรงพระปรีชาสามารถ ทรงศึกษาเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศหลายภาษา เช่น บาลี อังกฤษ ละตินเป็นพิเศษ สำหรับพระปรีชาสามารถและอัจฉริยะทางดาราศาสตร์ ทรงศึกษาโดยพระองค์เองจากตำราไทยและมอญ ซึ่งแปลจากตำราโบราณของฮินดู และทรงศึกษาตำราดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์จากยุโรป จนสามารถคำนวณได้ล่วงหน้าถึง 2 ปีว่า จะเกิดสุริยุปราคาเต็ม ดวงในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 และเห็นได้อย่างชัดเจนในประเทศไทยที่บ้านคลองลึก ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทรงได้รับการยกย่องจากวงการวิทยาศาสตร์ของชาติมหาอำนาจในยุคนั้นเป็นอย่างสูง การจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันเป็น "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” เป็นการเฉลิมพระเกียรติและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันเป็น "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทย” "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” "พระบิดาแห่งการวิจัย” และ "พระมหากษัตรนักพัฒนา” ส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ สนับสนุนเป็นกำลังใจและให้โอกาสแก่นักวิจัย นักประดิษฐ์ ได้แสดงผลงานต่อสาธารณชน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างบรรยากาศทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นวิถีทางหนึ่งของการแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากนี้ภายในงาน ยังจัดให้นักเรียน นักศึกษา สามารถเข้าร่วมกิจกรรม อาทิ การประกวดโครงงานทางวิทยาศาสตร์, การสอบแข่งขันทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์, การประกวดวาดภาพจินตนาการทางวิทยาศาสตร์, การประกวดการแสดงทางวิทยาศาสตร์, การแข่งขันตอบปัญหาทางคอมพิวเตอร์, การแข่งขันตอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ และการประกวดภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (การประกวดภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น)

จังหวัดสระแก้วปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2556

วันนี้ (19 ส.ค. 56) ที่ โครงการขุดลอกหนองปรือ บ้านหนองปรือ ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว นายชูศักดิ์ ตรีสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานกิจกรรมโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2556 สำหรับกิจกรรมรณรงค์ปลูกต้นไม้ในวันนี้มการปลูกต้นไม้จำนวน 960 ต้น พันธุ์ไม้ประกอบด้วย สะเดา แคนา หว้า ตะเคียนทอง ประดูป่า ต้นแดง นนทรี พะยูง มะค่าโมง ตะเคียนทอง ราชพฤกษ์ และยางนา รวมทั้งพันธุ์หญ้าแฝก จำนวน 15,000 ต้น และโครงการนี้ได้จัดขึ้นบริเวณพื้นที่โครงการขุดลอกหนองปรือ ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการฟื้นฟู บูรณะแหล่งน้ำเดิมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัย ปี 2556 บนเนื้อที่ 40 ไร่

นางจรัส ใยเยื่อ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดทำโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2555 ทูลเกล้าถวายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยดำเนินการเป็นระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2555 – 2559 ดังนั้น จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระแก้ว ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว สถานีพัฒนาที่ดินสระแก้ว อำเภอตาพระยา องค์การบริหารส่วนตำบลทัพราช กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้แสดงความจงรักภักดีและร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและหน่วยงานราชการได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และปลูกหญ้าแฝก สนองแนวพระราชดำริที่ทรงห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบจากสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งกระตุ้นให้ชุมชนตระหนักถึงการป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเพื่อลดความเสี่ยงภัยและลดผลกระทบภัยพิบัติทั้งภัยแล้งและอุทกภัยในพื้นที่ รวมถึงเป็นการป้องกันยับยั้งภัยพิบัติได้ดีที่สุด

จังหวัดอำนาจเจริญจัดโครงการทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินรวมใจ เทิดไท้องค์ราชินี ประจำปี 2556

ที่จังหวัดอำนาจเจริญ  ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมกับ จังหวัดอำนาจเจริญจัดโครงการทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินรวมใจ เทิดไท้องค์ราชินี ประจำปี 2556 เนื่องในโอกาสครบรอบการดำเนินงานโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ครบรอบ 10 ปี ในปี 2556 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน และสร้างกระแสความร่วมมือของประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันนี้ (19 ส.ค. 56) นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดินรวมใจ เทิดไท้องค์ราชินี ประจำปี 2556  ณ  หอประชุมพญานาครินทร์  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีสมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดินในจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 198 หมู่บ้าน และหมู่บ้านต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 40 หมู่บ้าน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน ในงานจัดให้มีกิจกรรมประกอบด้วย การทอดผ้าป่ากองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 238 หมู่บ้าน  การถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป  การจัดแสดงนิทรรศการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินและศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นระดับจังหวัด  การจัดแสดงสินค้าโอท็อป  โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับกองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่นและศูนย์เรียนรู้ดีเด่นจังหวัดอำนาจเจริญประจำปี 2556 ซึ่งได้แก่ บ้านนาสีดา  หมู่ที่ 2  ตำบลชานุมาน  จังหวัดอำนาจเจริญ  รองชนะเลิศ ได้แก่ บ้านหนองยอ  หมู่ที่ 3  ตำบลจิกดู่  อำเภอหัวตะพาน  จังหวัดอำนาจเจริญ  สำหรับยอดเงินในการทอดผ้าป่าซึ่งเป็นการแสดงพลังศรัทธาของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ในการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เงิน จำนวนทั้งสิ้น 502,860 บาท




จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

จังหวัดอำนาจเจริญได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ประจำปี 2557ครั้งที่ 35

จังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับเกียรติจากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2557 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนเขต 3 ภาคอีสานตอนล่าง ระหว่างวันที่ 16 – 24 พฤศจิกายน 2556  ณ  จังหวัดอำนาจเจริญ   เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม จังหวัดอำนาจเจริญจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2557 พร้อมทั้งจัดประชุมโดยมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ เป็นผู้รับผิดชอบ

ในการจัดการแข่งขันจะมีนักกีฬา  ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ของจังหวัดต่างๆ ภายในเขต 3 ภาคอีสานตอนล่างจำนวน 10 จังหวัดเข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 4,000 คน ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา  อุบลราชธานี  มุกดาหาร  ร้อยเอ็ด  บุรีรัมย์  ชัยภูมิ  สุรินทร์      ศรีสะเกษ  ยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ

นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จัดการแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 35 ประจำปี 2557 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนเขต 3 ภาคอีสานตอนล่าง จะมีชนิดกีฬาที่จัดการแข่งขัน จำนวน 34 ชนิดกีฬา  สำหรับสนามที่ทำการแข่งขันจะใช้สนามกีฬากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  สนามกีฬาเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ  สนามกีฬาวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ และสนามกีฬาโรงเรียนอำนาจเจริญ ส่วนที่ยังขาด เนื่องจากจังหวัดอำนาจเจริญมีไม่ครบและไม่มีความพร้อมในกีฬาบางชนิด จึงจำเป็นจะต้องไปจัดการแข่งขันในจังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดอุบลราชธานี   สุรินทร์      ศรีสะเกษ  สำหรับชื่อเกมส์การแข่งขัน ที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อเกมส์การแข่งขัน คือ "อำนาจเจริญเกมส์”





จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

ผบ. นรข. เขตอุบลราชธานี นำ ๔ มาตรการสกัดกั้นยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน

อุบลราชธานี : นำมาตรการด้านการข่าว,การลาดตระเวนสกัดกั้น,การเฝ้าตรวจและการจับกุมและทำลายเครือข่ายเป็นแนวทางการปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มข้นในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านตามลำแม่น้ำโขง        

นาวาเอกสุทัศน์ อิ่มอุไร ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี (นรข.เขตอุบลราชธานี) อำเภอเขมราฐ กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติภารกิจของหน่วยในการสกัดกั้นการลักลอบและลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าในพื้นที่ ในโอกาสที่นายอุดร ห่อทองคำ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ๓ พร้อมคณะติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นการลักลอบนำเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านของ นรข.เขตอุบลราชธานี อำเภอเขมราฐ ว่าในการปฏิบัติภารกิจของหน่วยได้นำมาตรการสำคัญ ๔ มาตรการ มาเป็นแนวปฏิบัติ ประกอบด้วย มาตรการด้านการข่าว โดยเน้นเส้นทางลำเลียง,เครือข่ายผู้ค้า,พื้นที่เป้าหมายการลักลอบตลอดทั้งพฤติกรรมบุคคลที่เกี่ยวข้อง, มาตรการลาดตระเวนสกัดกั้นตามลำนำโขง ที่รับผิดชอบในพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร,นาตาล,โขงเจียม,เขมราฐ รวมระยะทางกว่า ๑๗๐ กิโลเมตร,มาตรการเฝ้าตรวจ โดยเน้นพื้นที่จุดลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามลำน้ำโขงและเส้นทางลำเลียงจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในและมาตรการการประสานการจับกุมและทำลายเครือข่าย ซึ่งมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งด้านฝ่ายปกครอง,ทหารบก,ตำรวจ,ป่าไม้,ผู้นำชุมชนและ อป.พร. ในพื้นที่

ด้าน นาวาโท กริช กองศรี หัวหน้าสถานีเรือเขมราฐ นรข.เขตอุบลราชธานี กล่าวว่า การปฏิบัติภารกิจตามแนวทาง ๔ มาตรการดังกล่าว ถือเป็นภารกิจสำคัญที่หน่วยได้ปฏิบัติอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านตามลำแม่น้ำโขง ที่มีสภาพภูมิประเทศที่เอื้อต่อกลุ่มผู้ค้าไม่ให้นำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๑๙ ส.ค.๕๖

ผอ.ปปส.ภาค ๓ ติดตามการดำเนินงานด้านสกัดกั้นยาเสพติดของ นรข. เขตอุบลราชธานี ที่ อ.เขมราฐ

อุบลราชธานี : ผอ.ปปส.ภาค ๓ นำคณะทำงาน ติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี ที่ อำเภอเขมราฐ ซึ่งมีผลงานด้านการสกัดกั้นและจับกุมการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายอุดร ห่อทองคำ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ๓ พร้อมคณะติดตามผลการดำเนินงานด้านการสกัดกั้นการลักลอบนำเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี อำเภอเขมราฐ โดยมีนาวาเอกสุทัศน์ อิ่มอุไร ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ร่วมประชุมและบรรยายสรุปแนวทางการปฏิบัติงาน,ผลการดำเนินงานพร้อมปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าในประเทศจากที่เคยลำเลียงจากภาคเหนือเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะตามลำแม่น้ำโขง ในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและอำนาจเจริญ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี ซึ่งมีภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยต่อการลักลอบนำยาเสพติดเข้าพื้นที่และเป็นแหล่งพักยาเสพติดก่อนที่จะมีการลักลอบลำเลียงโดยบุคคลหรือส่งเป็นสิ่งของเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

ในการปฏิบัติการสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดเข้าในพื้นที่นั้น หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี ได้ร่วมดำเนินงานสกัดกั้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง, ทหารบก,ตำรวจ,ป่าไม้,ผู้นำหมู่บ้าน,อป.พร. ตามพื้นที่ที่เป็นจุดนำเข้ายาเสพติดและเส้นทางที่มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ไทร,นาตาล,โขงเจียม,ศรีเมืองใหม่,เขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานีและในพื้นที่อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับกุมการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนในได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมนี้ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ๓ ได้กล่าวถึงบทบาทของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตอุบลราชธานี ที่มีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าในพื้นที่และการลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนใน ซึ่งปฏิบัติภารกิจโดยเน้นการติดตามข่าวและความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้า,ผู้ลำเลียง จนสามารถสกัดกั้นและจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สนง.ปปส.ภาค ๓ พร้อมให้การสนับสนุนในการปฏิบัติภารกิจ




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๑๙ ส.ค.๕๖

สุรินทร์แถลงข่าวการจัดมวย ศึกยอดมวยเมืองไอยรามหากุศล

สุรินทร์แถลงข่าวการจัดมวย ศึกยอดมวยเมืองไอยรามหากุศล หาทุนสนับสนุนกิจกรรมต้านภัยยาเสพติด และปรับปรุงภูมิทัศน์สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

 ที่ห้องประชุมโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก อ. เมือง จ. สุรินทร์ พันตำรวจเอกนิธิศ ปิติธีรโชติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง แถลงข่าวร่วมกับโปรโมเตอร์มวย ในการจัดมวยการกุศล ศึกยอดมวยเมืองไอยรามหากุศล ในวันที่ 17 กันยายน 2556 ณ ศูนย์ส่งเสริมกีฬามวยจังหวัดสุรินทร์ สนามศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่เวลา 19.30 น.เป็นต้นไป จัดโดยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาทุนสนับสนุนกิจกรรมต้านภัยยาเสพติด และปรับปรุงภูมิทัศน์ สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง อ. กาบเชิง จ. สุรินทร์ ซึ่งมีคู่มวยชื่อดังของวงการมวยประกบคู่ขึ้นสังเวียนในครั้งนี้ประกอบด้วย เกรียงไกร ต. ศิลาชัย พบกับ คมเพชรเล็ก ลูกพระบาท ขวัญชัย เพชรนิโรธ ปะทะ โคบาลเล็ก ฟ้าใสรีสอร์ท และเสือดำ สันติสุรินทร์ พบกับ เปลวไฟ ส. บดินทร์เดชา และคู่มวยชื่อดังอีกกว่า 14 คู่สอบถามรายระเอียด หรือจองบัตรได้ที่ สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง โทร. 044-559-042 หรือ 092-174-9528




ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส.สุรินทร์ / รายงาน

จ.กาฬสินธุ์ ออกตรวจประเมินตลาดสด และชมรมผู้ประกอบการอาหาร ประจำปี 2556

คณะกรรมการประกวดชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2556 ได้ออกตรวจตลาดสด ชมรมร้านอาหารในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อพิจารณาประเมินผลตามหลักเกณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ตลาดสดน่าซื้อระดับดีมาก

นายปริญญา กองกาย กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการประกวดชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร จังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2556 เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) เพื่อให้อาหารที่ผลิตและบริโภค มีความปลอดภัย ได้มาตรเทียบเท่ากับสากลนำไปสู่การเป็นครัวของโลก โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการประสานแผนยุทธศาสตร์ ความปลอดภัยด้านอาหารร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน ภาคประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการค้าอาหาร ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยด้านอาหาร โดยการจัดตั้งชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารเพื่อพัฒนาและผลักดันการผลิต ดังนั้น จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดให้มีการประกวดชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2556 ขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม 2556 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ สร้างพลังความเข้มแข็งของชมรมในการพัฒนาคุณภาพความปลอดภัยด้านอาหารของ จังหวัดกาฬสินธุ์ และแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารในตลาดสด

สำหรับการประกวดครั้งนี้นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกประเมิน พิจารณาให้คะแนนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีนายอนันต์ พิมพะสาลี รองปลัด อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานกรรมการ, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นรองประธาน, มีผู้แทนจากประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์, ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์, พาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์, เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขเป็นกรรมการและเลขานุการ การประกวดชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารมี ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร/แผงลอย อำเภอกมลาไสย ส่งเข้าประกวดเพียงแห่งเดียว ส่วนชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารในตลาดสด มีชมรมผู้ประกอบการอาหารในตลาดสดเทศบาลกุดสิม อำเภอเขาวง, ตลาดสดเทศบาลตำบลนาคู อำเภอนาคู, ตลาดสดเทศบาลตำบลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท, ตลาดสดเทศบาลตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด, ตลาดสดเทศบาลตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ, ตลาดสดเทศบาลตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ และตลาดสดทุ่งนาทอง ตลาดเอกชนอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ได้รับรางวัลชมรมผู้ประกอบการตลาดดีเด่น 2 ปีซ้อน คือ ปี 2553 และปี 2555 เป็นตลาดสดน่าซื้อระดับดีมาก (5 ดาว) เมื่อปี 2555 เข้าร่วมประกวด

ซึ่งการให้คะแนนพิจารณาจากเป็นตลาดสดประเภทที่ 1 ผ่านการรับรองมาตรฐาน, มีกิจกรรมการดำเนินงานชมรมอย่างต่อเนื่อง, มีการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง, มีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาตลาด, ชมรมมีเครือข่ายและกิจกรรมเพื่อสังคม และมีความพร้อมเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน โดยรางวัลชนะเลิศทั้ง 2 ประเทศจะได้รับรางวัลเงินสดและโล่รางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ต่อ ไป




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ จัด โครงการ พลังใจ ก้าวใหม่ของชีวิต ที่สวนสะออน หวังสังคมให้โอกาสเคยผู้ติดยา

นายไพรัช ปฐมวงศ์ไพรัช ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ ดำเนินโครงการ พลังใจ ก้าวใหม่ของชีวิต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ ในการที่จะนำพาเยาวชน ประชาชนให้ห่างไกลยาเสพติด โครงการ พลังใจ ก้าวใหม่ของชีวิต จัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 19 สิงหาคม 2556 ณ ค่ายลูกเสือเพื่อการอนุรักษ์ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว หรือสวนสะออน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยการนำเยาวชน ประชาชน ที่สมัครใจ จำนวน 68 คน เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หลักสูตร 7 วัน เน้นกิจกรรมกระบวนการ เชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟู ได้เรียนรู้ และปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ รวมถึงพฤติกรรม ให้ห่างไกลจากยาเสพติด สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

นายไพรัช ปฐมวงศ์ไพรัช ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากเก็บข้อมูลของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 68 คน พบว่า ทุกคนมีความคาดหวังว่าภายหลังเสร็จสิ้นการเข้ารับการฟื้นฟู สังคมจะให้การยอมรับและเปิดโอกาสให้เข้าทำงานเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป




วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

คนร้ายโยนมือถือ ยาบ้าข้ามกำแพงเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ยาบ้า 314 เม็ด

คนร้ายแอบโยนโทรศัพท์มือถือห่อด้วยโฟม ยัดใส่ถุงเท้า ยาบ้า 314 เม็ด บรรจุใส่ในสายยางตัดเป็นท่อนยาวเกือบ 1 ฟุต โยนข้ามกำแพงเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ

เช้ามือของวันที่ 19 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตรวจเวรยามเจอบริเวณสนามหน้าภายในเรือนจำคาดคนร้ายโยนส่งลูกค้าในเรือนจำ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2556 พ.ต.ท.ทูล เครือสิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่ามีคนร้ายโยนสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบด้วย เมื่อรับแจ้งจึงได้มอบหมายให้ ร.ต.ต.บุญมี กุงแสนเมือง รอง สวป. พร้อมเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ โดยนายยศวัฒน์ บำเพ็ญธรรมสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้นำสิ่งของที่ตรวจค้นเจอแต่ไม่พบคนร้ายที่โยนสิ่งของเข้ามาได้ ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อโนเกีย จำนวน 3 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์สายชาร์ต ซิมโทรศัพท์ ยาบ้า จำนวน 314 เม็ด แต่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายที่โยนเข้ามาได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป

นายยศวัฒน์ บำเพ็ญธรรมสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้มีคนร้ายโยนโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติดเข้ามาในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้เพราะใช้เวลาช่วงกลางคืน ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2556 ได้มีคนร้ายโยนโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องแต่ไม่ข้ามกำแพงทาง รปภ.เก็บไว้ได้ เวลา 02.30 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2556 เจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามได้พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องห่อด้วยโฟมแผ่นบาง ๆ ติดเทปกาวสีดำยัดใส่ถุงเท้า บริเวณสนามหญ้า ต่อมาเวลา 03.00 น. พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ห่อด้วยโฟม เอาแผ่นพลาสติกห่อ ยาบ้าถุงสีฟ้า จำนวน 314 เม็ด ที่บรรจุในท่อสายยางตัดเป็นท่อนยาวเกือบ 1 ฟุต ที่แดน 6 เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายคงจะโยนเข้ามาให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำกาฬสินธุ์แต่เจ้าหน้าที่มาพบเสียก่อน ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่เวรยามได้กวดขัน เฝ้าระวังตรวจตราแนวกำแพงเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนี้เรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ จะดำเนินการติดตั้งกล้อง CCTV รอบเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์ทั้ง 4 จุด เพื่อป้องกันและจับกุมคนร้ายที่มาโยนสิ่งผิดกฎหมายเข้าไปในเรือนจำจังหวัดกาฬสินธุ์




ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว