วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

บริษัท แสนสิริ ฯ แถลงข่าว เปิดตัวคอนโดมิเนี่ยมสูง “เดอะ เบส ไฮท์-โคราช” ที่นครราชสีมา

ผู้บริโภคโดยเฉพาะชาวจังหวัดนครราชสีมาและใกล้เคียงที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในลักษณะห้องชุด หรือ คอนโดมิเยี่ยม มีทางเลือกอีก 1 โครงการ เมื่อบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จากกรุงเทพฯ มาลงทุนเปิดโครงการ เดอะ เบส ไฮท์–โคราช (The Base Height – Korat) ใจกลางเมือง มูลค่า 2,500 ล้าน

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และนายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริฯ ได้มาแถลงข่าวการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ที่สำนักงานขาย Sales Gallery แสนสิริ ถนนมิตรภาพ อำเภอเมืองนครราชสีมา พร้อมนำชมห้องตัวอย่าง ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่1.59 – 5 ล้านบาท หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับชั้นและการตกแต่ง ซึ่งโครงการฯนี้มีพื้นที่ 6 ไร่ จำนวน 1 อาคาร สูงทั้งสิ้น 25 ชั้น จำนวนทั้งสิ้น 1,134 ยูนิต เมื่อสร้างเสร็จคาดว่าจะเป็นอาคารสูงที่สุดในจังหวัดนครราชสีมา สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองได้โดยรอบ โดยจะเปิดให้จองวันแรกวันที่ 30 กันยายน 2556 นี้

นายอภิชาต กล่าวว่า ปีนี้ บริษัทฯ ได้วางแนวทางการขยายการดำเนินธุรกิจออกสู่ต่างจังหวัดที่บริษัทฯสำรวจแล้วพบว่ายังมีความต้องการที่ยู่อาศัยสูง โดยวางการดำเนินธุรกิจคือ "วันนี้ พรุ่งนี้ ตลอดไป” และหาพื้นที่ในการสร้างคอนโดมิเนียมคือต้องอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งที่จังหวัดนครราชสีมา ใช้ชื่อ เดอะ เบส ไฮท์ – โคราช (The Base Height – Korat) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทั้ง 2 ฝั่ง คือฝั่งโคราชเก่ากับฝั่งโคราชใหม่ บริเวณด้านหลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีนครราชสีมา อยู่บนถนนมิตรภาพ มีทางออกได้ทั้ง 2 ทาง คือ ทั้งถนนทางด้านบิ๊กซี หรือ ถนนด้านโรงแรมไทยโฮเต็ล ภายในมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 6,000 ตร.ม. เรียกว่าตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัย มีสระว่ายน้ำความยาวขนาดโอลิมปิก มี Sky Access Garden สวนบนชั้น Roof Top ในห้องพักสามารถเปิดรับทัศนียภาพนอกอาคารสัมผัสวิวใจกลางเมืองนครราชสีมาได้ถึง 360 องศา โถงต้อนรับแบบ Triple Volume คือ สูงเปิดโล่งถึง 3 ชั้น และมีห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน พื้นที่จอดรถ และจักรยาน พร้อมอินเทอร์เน็ตไร้สายและมีระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 

ชาวมหาสารคามร่วมปั่นจักรยาน ลดโลกร้อน "MAHASARAKHAM CAR FREE DAY 2013”

ชาวมหาสารคาม กว่า 500 คน ร่วมปั่นจักรยานไปตามถนนสายต่าง ๆ ตามโครงการ "MAHASARAKHAM CAR FREE DAY 2013 รณรงค์ลดภาวะโลกร้อน สร้างกระแสให้ผู้คนหันมาปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย พร้อมผลักดันให้เกิดเส้นทางสำหรับจักรยานในจังหวัดมหาสารคาม

22-9-56 ที่บริเวณลานด้านหน้าศูนย์การค้าเสิรมไทยคอมเพล็กซ์ นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม นำชาวจังหวัดมหาสารคาม และสมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพมหาสารคาม รวมกว่า 500 คน ที่สวมเสื้อสีแดง ขาว น้ำเงิน ที่หมายถึงสีของธงชาติไทย สีเขียว และสีฟ้า ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย ก่อนที่จะพร้อมใจกันปั่นจักรยานไปตามถนนเส้นทางต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองหาสารคาม ในกิจกรรม "MAHASARAKHAM CAR FREE DAY 2013 รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง


การจัดกิจกรรม "MAHASARAKHAM CAR FREE DAY 2013 ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ประชาชนหันมาปั่นจักรยานในชีวิตประจำวันมากขึ้น เป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างเสริมสุขภาพ ลดความหนาแน่นของการจราจรในเมือง พร้อมผลักดันให้เกิดเส้นทางสำหรับจักรยานในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ในอนาคต



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

อบจ.ร้อยเอ็ด จัดงานประเพณีทอดเทียนโฮม สร้างความสมัครสมานสามัคคีและรักษาประเพณี ท้องถิ่น

วันที่  21  กันยายน  2556  2556 เวลา  11.00  น. นายทัศนัย  ไวนิยมพงศ์  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวั ดร้อยเอ็ด  เป็นประธานเปิดงานประเพณีทอดเที ยนโฮม(ทอดเทียนรวม)  ประจำปี  2556 ณ  วัดไตรภูมิ  ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

นายสุทัศน์  แวงหินกอง  รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหั วโทน กล่าวว่า  ประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านเป็ นรากฐานสำคัญยิ่งในการพัฒนาท้ องถิ่น และชุมชนให้เข้มแข็ง ประเพณีทอดเทียนโฮมเป็นประเพณี เก่าแก่ของชาวอีสาน ซึ่งได้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ ่น โดยกิจกรรมหลักของการทอดเที ยนโฮมคือ แต่ละหมู่บ้านจะนำต้นเทียนและต้ นเงินที่ร่วมบริจาคถวายแก่วั ดเพื่อเป็นการทำบุญ  ตามแนวทางพระพุทธศาสนาที่ได้ถื อปฏิบัติกันมาทุกปี วัดไตรภูมิและชาวบ้านตากแดด หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 12 พร้อมด้วยองค์การบริหารส่ วนตำบลหัวโทนและตำบลน้ำคำ ได้เล็งเห็นความสำคัญของกาอนุรั กษ์และส่งเสริมศิลปวั ฒนธรรมประเพณีทอดเทียนโฮม  จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการดั งกล่าวขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็ นการสร้างความสามัคคีในชุมชน และเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่ างหมู่บ้าน  เพื่อให้เด็กและเยาวชนรู้จั กการละเล่นพื้นบ้าน และเล่นกีฬาเพื่อให้ห่ างไกลยาเสพติด และเป็นการปลูกฝังคุณธรรมจริ ยธรรมให้กับเด็ กเยาวชนและประชาชนที่เข้าร่วมกิ จกรรม

นายทัศนัย  ไวนิยมพงศ์  รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวั ดร้อยเอ็ด กล่าวว่า  ประเพณีทอดเทียนโฮมถือว่าเป็ นประเพณีที่สำคัญมาแต่สมัยโบราณ   ซึ่งในการจัดงานจะมีการบอกบุ ญไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งวัดไตรภูมิมีชาวบ้านที่มี ความศรัทธาเพราะวัดใตรภูมิมีสิ่ งศักดิ์สิทธิที่พี่น้ องชาวตำบลให้ความเคาพนับถือ การที่ชาวบ้านได้นำต้นเที ยนและต้นเงินมาถวายที่วัดแห่งนี ้ แสดงให้เห็นถึงความสมั ครสมานสามัคคี  ของให้ช่วยกันรักษาประเพณีนี้สื บไป



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว

กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
22 ก.ย. 56

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสุรินทร์

วันนี้ ( 22 ก.ย. 2556 ) เวลา 15.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นผู้ปฏิบัติงานแทนพระองค์ฯ อัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยบริเวณพื้นที่ของอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,000 ชุด โดยมีนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนมาให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางพัดผ่านประเทศเวียดนาม และเคลื่อนตัวผ่านบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ส่งผลให้มีฝนตกอย่างหนักเมื่อวันที่ 18 ก.ย. เป็นต้นมา ทำให้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ทางการเกษตรจังหวัดสุรินทร์เป็นบริเวณกว้างครอบคลุมพื้นที 15 อำเภอ 98 ตำบล 1227 หมู่บ้าน ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัย ทรงพระกรุณาโปรดให้นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาม สภากาชาชาดไทย เป็นผู้ปฏิบัติงานแทนพระองค์ฯ ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2,000 ชุด พร้อมกันนี้ทรงประทานถุงยังชีพถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 50 ชุด ผู้สูงอายุและคนพิการ จำนวน 100 ชุด และราษฎรผู้ประสบภัย จำนวน 2,000 ครัวเรือน



ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส. สุรินทร์ / รายงาน

จังหวัดสุรินทร์ขอความร่วมมือข้าราชการ ประชาชน และอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชนจังหวัดสุรินทร์ รายงานสถานการณ์น้ำท่วมทางสถานีวิทยุ สวท.สุรินทร์

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมฉับพลันครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน  15 อำเภอ   98  ตำบล  1,227  หมู่บ้าน  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ    เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม   รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมมือกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์ หรือ สวท.สุรินทร์  สนับสนุนการประชาสัมพันธ์เพื่อรายงานสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น  โดย สวท.สุรินทร์ ได้ผลิตรายการพิเศษเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมทาง สวท.สุรินทร์ ระบบ FM 93.50 MHz และ ระบบ  FM 97.50 MHz และขอความร่วมมือ สื่อมวลชน  ข้าราชการ  พนักงานรัฐวิสาหกิจ  และประชาชน สนับสนุนการประชามสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ที่หมายเลขโทรศัพท์ 044-511720. โดยในขณะนี้ยังเปิดรับข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำท่วมทุกวัน




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

สรุปสถานการณ์อุทกภัยช่วงวันที่ 18-22 กันยายน 2556

ข้อมูล ณ วันที่  22 กันยายน  2556  เวลา 09.00  น.

ตามที่ จังหวัดสุรินทร์ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่นตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556 เวลา 20.30 น. เป็นต้นมา ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมีผลทำให้หลายพื้นที่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้ว จำนวน 15 อำเภอ 98 ตำบล 1,227 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม   รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  สำหรับจำนวนครัวเรือนและประชากรที่ประสบภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ  สรุปสถานการณ์สำคัญ วันที่ 22 กันยายน 2556 ดังนี้


สถานการณ์อุทกภัย ขณะนี้

พื้นที่ที่มีสถานการณ์น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ในขณะนี้

บริเวณท้ายอ่างห้วยเกาะแก้ว, อ่างเก็บน้ำลำพอก  ได้แก่ อ.สำโรงทาบทั้งอำเภอ อำเภอศีขรภูมิ

บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ได้แก่ พื้นที่ตำบลเฉนียง ทั้งตำบล, ตำบลคอโค ทั้งตำบล, ตำบลท่าสว่างบางส่วน


พื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงแต่มีแนวโน้มลดลงในขณะนี้

อำเภอสังขะ ศรีณรงค์ ลำดวน

เทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้แก่ ชุมชนดองกระเม็ด ชุมชนหมอกวน


พื้นที่ที่มีระดับน้ำลดลงแล้ว และกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ

อำเภอปราสาท กาบเชิง บัวเชด สนม


พื้นที่ที่อยู่ท้ายน้ำ

อำเภอจอมพระ ท่าตูม รัตนบุรี

อำเภอชุมพลบุรี (สถานการณ์ยังปกติ)


2. การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย)

อยู่ระหว่างนำเรียนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ  ลงนามประกาศอุทกภัยฯ  จำนวน 12 อำเภอ 9632 ตำบล 3 หมู่บ้าน ได้แก่ ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ จอมพระ เขวาสินรินทร์  สำโรงทาบ ศรีณรงค์ ปราสาท ท่าตูม ลำดวน โนนนารายณ์ บัวเชด และศีขรภูมิ


3.ผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัย  (3  ราย)

นางบัวศรี  ชะลี  อายุ 60 ปี บ้านเลขที่  161 บ้านหมอนไหม หมู่ที่ 12 ต.แจนแวน อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ (เสียชีวิตวันที่ 18 ก.ย 2556 และพบศพวันที่ 20 ก.ย.56) สาเหตุจมน้ำตายเนื่องจากออกหาปลา  สถานที่เกิดเหตุ คลองส่งน้ำคูคาดตะวันออกบ้านหม่อนไหมพัฒนา ม.12 ต.แจนแวน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 56 พบศพวันที่ 21 ก.ย. 56

อ.ปราสาท  มีผู้เสียชีวิตจำนวน  2  ราย

- นางอรุณ  ศรีพพรมทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ม.4 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท สาเหตุจมน้ำตายเนื่องจากออกหาปลา  สถานที่เกิดเหตุ บ้านจำใสจารย์ ต.ทุ่งมน เวลา 18.35 น.

- นายจันทร์  เติมสุข อายุ 81 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 7  บ้านสะพานหัน ต.ทุ่งมน สาเหตุจมน้ำตายเนื่องจากออกหาปลา  สถานที่เกิดเหตุทุ่งนาบ้านทุ่งมน


4. ถนนสายหลักไม่สามารถจราจร ดังนี้

สาย สร 4015 แยกทางหลวงหมายเลข 2371 –บ้านอาโพน อ.ศีขรภูมิ ,สำโรงทาบ มีสภาพน้ำท่วมไหลผ่านถนนสูงประมาณ  50-70 ซม.
        สาย สร 3010 แยกทางหลวงหมายเลข 226 –บ้านปราสาท อ.เมือง มีสภาพน้ำท่วมไหลกัดเซาะถนนขาด ช่วง กม. 12 ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการซ่อมแซม
        ถนนสายสุรินทร์-บุรีรัมย์  (เส้นลำชี) บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ NBT - ร้านอาหาร อ.กุ้งเผา ระยะทาง 300 เมตร รถไม่สามารถจราจรได้


5.การดำเนินการ

1.  จังหวัดจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ณ ห้องสุรินทร์ภักดี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์  โดยมีเจ้าหน้าที่ สนง.ปภ.สุรินทร์ ประจำศูนย์ และดำเนินการประชุมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือ เวลา 9.30 น เป็นประจำทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด

2.  จัดตั้งโรงครัวประกอบเลี้ยง  และแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และตำบลนอกเมืองที่ได้รับความเดือดร้อน  จำนวน 4 จุด  ได้แก่

-  จุดที่ 1 สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์

-  จุดที่ 2 อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  สนง.เทศบาลเมืองสุรินทร์

-  จุดที่ 3 อบต.นอกเมือง

-  จุดที่ 4  มูลนิธิจิ้บเต็กเซี่ยงตึ้ง

3.  จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยผู้ประสบภัย

-  ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จังหวัดทหารบกสุรินทร์ (อาคารสโมสรนายทหาร)        

0-4451-1844 ต่อ 20043, 20044

-  ตชด.21

-  ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง

-  อาจารจอมสุรินทร์ มหาราชภัฏสุรินทร์

- บ้านพัก  ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวะสุรินทร์

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

ผวจ.มหาสารคามนำพุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติธรรมในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวันพระและส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้กับวัดในจังหวัดมหาสารคาม

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมข้าราชการเข้าวัดปฏิบัติธรรมในเทศกาลเข้าพรรษา ที่วัดกลางโกสุม อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยร่วมปฏิบัติธรรมและฟังพระธรรมเทศนาจากพระอาจารย์

โครงการรณรงค์ข้าราชการเข้าวัดปฏิบัติธรรมในเทศกาลเข้าพรรษา ปี ๒๕๕๖ จัดขึ้นเพื่อเพื่อรณรงค์และเปิดโอกาสให้ส่วนราชการต่างๆ มีโอกาสเข้าวัดเพื่อประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้กับวัดในจังหวัดมหาสารคามโดยเวียนไปตามวัดต่างๆในจังหวัดมหาสารคามตลอดฤดูกาลเข้าพรรษาโดยกิจกรรมดังกล่าวมีพุทธศาสนิกชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมอบเงินสมทบกองทุนแม่ของแผ่นดินที่ยโสธร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอบเงินสนับสนุนกองทุนแม่ของแผ่นดินที่จังหวัดยโสธร ในโอกาสครบรอบ 10 ปีที่ห้องประชุมวิถีอีสาน หน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร  ดร.พีรพันธุ์  พาลุสุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานเปิดงาน "มหกรรม1 ทศวรรษกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดยโสธร ” โดยมีนายประวัติ  ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมคณะกรรมการเครือข่ายประสานงานหมู่บ้าน/  ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคประชาชน และผู้แทนกองทุนแม่จากทุกหมู่บ้าน จำนวนกว่า  700 คน  ให้การต้อนรับ การจัดงาน " มหกรรม 1 ทศวรรษกองทุนแม่ของแผ่นดิน จังหวัดยโสธร ”  ในครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 81 พรรษา  และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในโอกาสที่ดำเนินงานมาครบ 10 ปี  และเป็นการสร้างกระแสความร่วมมือของประชาชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด  จังหวัดยโสธรมีหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวนทั้งสิ้น 277 แห่ง  พร้อมนี้ ดร.พีรพันธุ์  พาลุสุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวแทนของรัฐบาลมอบเงินสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนที่จัดตั้งใหม่ จำนวน 34 หมู่บ้าน เป็นเงินทั้งสิ้น (สามแสนสี่หมื่นบาท ) พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนกองทุนแม่ของแผ่นดินที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น คือ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านคุ้ม ตำบลคูเมือง อำเภอมหาชนะชัย  และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ จาก 9 อำเภอ  ดร.พีรพันธุ์  พาลุสุข  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมหมู่บ้าน/ ชุมชนให้มีความพร้อมในการที่จะดำเนินการตามโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน และจะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่าย ต่อไป


วรรณทอง ภูโสภา
สปชส/ยโสธร/ภาพ/ข่าว

รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทอดผ้าป่าหนังสือที่ยโสธร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข ทอดผ้าป่าหนังสือ สู่บ้านหนังสืออัจฉริยะ 111 แห่ง ที่จังหวัดยโสธร  ที่วัดป่าหนองไคร้ ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายประวัติ  ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและประชาชน ให้การต้อนรับ ดร.พีรพันธุ์   พาลุสุขรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ในโอกาสมาเป็นประธานทอดผ้าป่าหนังสือ สู่บ้านหนังสืออัจฉริยะของจังหวัดยโสธร รัฐบาลได้ประกาศให้  การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ  และกำหนดให้ปี  พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑ เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน  โดยให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้รับการพัฒนาความสามารถและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน สำนักงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองยโสธร  (กศน.) จึงได้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าหนังสือขึ้น  ซึ่งจะนำหนังสื่อที่ได้ ไปแจกจ่ายให้กับบ้านหนังสืออัจฉริยะในหมู่บ้าน ทั้ง 111 แห่ง  โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชนและประชาชนทั่วไป บริจาคหนังสือร่วมทั้งสิ้น ๔๓,000  เล่ม หนังที่ได้รับบริจาคส่วนมากเป็นหนังสือประเภททั่วไป  คาดว่าประชาชนชาวจังหวัดยโสธรจะเกิดการ รักการอ่านเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามเจตนารมของรัฐบาลต่อไป



วรรณทอง ภูโสภา
ส ปชย/ยโสธร/ภาพ/ข่าว

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประชุมชี้แจงด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน แก่ สื่อมวลชน ทุกแขนง จ.ร้อยเอ็ด หวังผลให้ ชาวร้อยเอ็ด ไม่โดนหลอกลวง

วันนี้ (20 กันยายน 2556) เวลา 09.30น. ที่ห้องประชุมสเลเต โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี้ จังหวัดร้อยเอ็ด ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จั งหวัดร้อยเอ็ด จัดประชุมชี้แจงบทบาทหน้าที่ ธปท. ด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริ การทางการเงิน ประชาสัมพันธ์สายด่วนอัตโนมัติ 1213 และความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่นักจัดรายการวิทยุกระแสหลัก วิทยุชุมชน กว่า   40 สถานี เคเบิ้ลทีวีและหนังสือพิมพ์  เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ งานคุ้มครองผู้ใช้บริ การทางการเงิน ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับทราบ

นายอดุลย์ ค้ำชู ผู้บริหารส่วนคุ้มครองและให้ ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้นักจัดรายการวิทยุ ทราบถึงบทบาทหน้าที่ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริ การทางการเงิน ให้ผู้บริโภคมีความเข้มแข็ง รู้สิทธิและหน้าที่ของตน ไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้ให้บริ การทางการเงิน ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้ มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านงานด้านการกำกั บและตรวจสอบสถาบันการเงิน รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงิน และแจ้งเตือนภัยเกี่ยวกับมิ จฉาชีพทางการเงินแก่ประชาชน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้ บริการทางการเงิน หรือ ศคง. เมื่อปี 2555 เพื่อให้การทำงานในด้านการคุ้ มครองผู้ใช้บริการทางการเงินเป็ นระบบ มีความต่อเนื่อง สอดประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี ่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความคาดหวั งของประชาชนที่ต้องการให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยสามารถติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ หมายเลข 1213




คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

ทอดผ้าป่าเฉลิมพระเกียรติ100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

กองธรรมพระราชวราลังการ ร่วมทอดผ้าป่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฑราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ยอดผ้าป่ากว่า 399,999 บาท

บ่ายวันนี้ ( 21 ก.ย.56 ) ที่ศาลาหอฉันคณะศรีทอง วัดโพธิสมภรณ์พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุดรธานีกองธรรมพระราชวราลังการ ฉายา สิงห์ อินทปญโญ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ร่วมประกอบพิธีทอดผ้าป่าเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฑราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีนายธวัฒชัย ทองสุกนอก รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี นำกล่าวถวายผ้าป่าในครั้งนี้ โดยในเบื้องต้นยอดผ้าป่าซึ่งกองธรรมพระราชวราลังการร่วมทอดในครั้งนี้มียอดเพียง 305,345.75 บาท จากนั้นคณะสงฆ์ และพุธศาสนิกชนร่วมต่อยอด ได้ยอดเพิ่มรวม 350,903.75 บาท และนางปิยวรรณ วีรวรรณ โยมอุปทากวัดป่าภูก้อน ร่วมสมทบเพิ่มเติม 49, 095.25 บาท ซึ่งจำนวนเงินดังกล่าวพระราชวราลังกา จะนำขึ้นถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฑราช สกลมหาสังฆปริณายกต่อไป



ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบถุงพระราชทานไปช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในท้องที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ ( 21 ก.ย.) เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพร อุดมพงษ์ รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ในฐานะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสุรินทร์ เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน 1,000 ชุด ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดและอำเภอเมืองสุรินทร์ร่วมแจกถุงพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์ สำหรับสภาพปัญหาและความเสียหายในท้องที่จังหวัดสุรินทร์ เกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 18 กันยายนจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2556 ตลอดทั้งวัน ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดถึง 281 ม.ม. ซึ่งนับว่าสูงสุดในรอบ 10 ปีของจังหวัดสุรินทร์ ประกอบกับพื้นที่ในอำเภอเมืองเป็นที่ลุ่มต่ำ และในบางพื้นที่มีการถมดินกั้นเส้นทางน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำฝนจากอำเภอรอบนอก ไหลมายังพื้นที่ด้านในเมืองสุรินทร์ จึงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และในขณะนี้ระดับน้ำยังคงอยู่ในระดับสูงหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ชาวบ้านต้องเร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง บางพื้นที่เก็บไม่ทันทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันการสัญจรในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์เป็นไปด้วยความลำบาก โดยมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 15 อำเภอ 98 หมู่บ้าน 1227 ตำบล พื้นที่การเกษตรเสียหายนับแสนไร่ โดยมีอำเภอที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ว ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสังขะ อำเภอศรีณรงค์ อำเภอจอมพระ อำเภอเขวาสินรินทร์ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี อำเภอสำโรงทาบ อำเภอสนม อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง และอำเภอโนนนารายณ์ ส่วนความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ ซึ่งในขณะนี้ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ในฐานะนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ได้นำคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ นำสิ่งของที่จำเป็น โดยเฉพาะข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องใช้ต่าง ๆ ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆและมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ จัดหน่วยพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการออกเป็น 3 ชุด ออกไปช่วยเหลือ เยี่ยมผู้ประสบภัยยังอำเภอที่ห่างไกลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นแล้ว 

จังหวัดสุรินทร์ ประชุมแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำเร่งด่วน พร้อมลุยน้ำเข้าพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภค - บริโภค

ภาครัฐของจังหวัดสุรินทร์ ประชุมแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำเร่งด่วน พร้อมลุยน้ำเข้าพื้นที่แจกจ่ายเครื่องอุปโภค - บริโภค แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

วันนี้ (วันที่ 21 ก.ย. 56) ที่ศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 ท่าน หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และ ดินโคลนถล่ม ปี 2556 ได้ประชุมเร่งด่วน เพื่อประเมินข้อมูลและดำเนินการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ตั้งแต่ วันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มี 15 อำเภอ จาก 17 อำเภอ ของจังหวัดสุรินทร์ ได้รับผลกระทบ โดยผู้ว่าราชการได้กำชับ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละอำเภอได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และดำเนินการแก้ไขและช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ประสบแล้ว            ในส่วนเขตตัวเทศบาลเมืองสุรินทร์ น้ำได้ลดลงไปบ้างแล้ว เพราะทางสำนักงานเทศบาล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชลประทานสุรินทร์ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ระดมเครื่องสูบน้ำนับสิบเครื่องมาช่วยในการระบายน้ำแล้ว แต่ด้วยปริมาณน้ำที่หนุนมา ประกอบทางเดินของลำห้วยท้ายเขตเทศบาลเมือง (ห้วยทับพน) เป็นไปด้วยความลำบาก ไม่ใช่เนื่องมาจากการระบายน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงของโครงการชลประทานที่ประชาชนบางส่วนเข้าใจแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำบางส่วนยังวนอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ซึ่งตอนนี้ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้าไปจัดการการระบายและทิศทางของน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะคลี่คลายภายในไม่กี่วัน

ในส่วนถนน เส้น 214 ฝั่งขาออกไปยังตัวอำเภอปราสาท ที่น้ำได้เอ่อท่วมพื้นผิวจราจรทั้ง 2 ฝากถนน รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทางสำนักงานโครงการชลประทานสุรินทร์ ได้นำรถแบ๊คโฮล์ไปขยายลำรางน้ำ เป็น 5 เมตร แต่ถ้ายังไม่พอจะขยายเป็น 10 เมตร และ ยุบฝายใกล้เคียง เพื่อการไหลของมวลน้ำที่คล่องขึ้นแล้ว

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด ได้ลงพื้นที่เขตชุมชนเทศบาลเมืองที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50-80 ซ.ม. อาทิ ชุมชนดองกะเม็ด ชุมชนสะพานดาว ชุมชนหมอกวน ที่อยู่ใกล้ลำห้วยที่น้ำท่วมเอ่อในหมู่บ้าน เพื่อแจกจ่ายสิ่งของเครื่องอุปโภค - บริโภค แก่ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ยังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ประชาชนที่มารอรับสิ่งของเป็นจำนวนมากในแต่ละจุด โดยผู้ว่าได้กำชับหน่วยงานรัฐในแต่ละพื้นที่ให้เร่งสำรวจ จัดการปัญหาและช่วยเหลือ ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างที่สุดแล้ว เพื่อให้ลดผลกระทบตลอดจนความเสียหายให้น้อยที่สุด

อิทธิพลจากพายุดีเปรสชัน ทำให้จังหวัดสุรินทร์ น้ำท่วม 15 อำเภอ จาก 17 อำเภอ ล่าสุด เร่งให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชัน ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 56 จนถึงขณะนี้ ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมฉับพลันและน้ำหลาก ราษฏรได้รับความความเดือดร้อนเป็นบริเวณกว้าง รวม 15 อำเภอ จาก 17 อำเภอ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และฝายชลประทานขนาดกลาง 18 แห่ง ซึ่งปริมาณน้ำวัดได้ 175 ล้าน ลบ.ม. หรือประมาณร้อยละ 120 ของความจุ 145 ล้าน ลบ.ม. ระดมสรรพกำลัง เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ เครื่องอุปโภคบริโภค เข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้การช่วยเหลือตลอด 24 ช.ม. พร้อมตั้งโรงครัวประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย รวม 4 จุด และได้จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 2 จุด โดยในเขตอำเภอเมืองสุรินทร์ ตั้งศูนย์พักพิง ณ สโมสรทหารบกสุรินทร์ มีผู้อพยพ จำนวน 100 คน จุดที่ 2 เขตพื้นที่อำเภอสังขะ ตั้งศูนย์พักพิง ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ มีผู้อพยพจำนวน 40 คน ส่วนจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ได้นำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาล จำนวน 8 คัน กำลังพล 100 นาย และมูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก จะนำถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อำเภอสังขะ จำนวน 2,000 ถุง




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เตรียมมอบของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมฉับพลันครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน  15 อำเภอ   98  ตำบล  1,227  หมู่บ้าน  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ    เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม   รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

ดังนั้น ในวันนี้  (21 กันยายน 2556 )  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำหนดออกไปให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ชุมชนดองกะเม็ด   เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

จึงขอเชิญสื่อมวลชนและหัวหน้าส่วนราชการพร้อมกัน วันนี้  (21 กันยายน 2556) เวลา 13.30 น. ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์  จากนั้น เวลา  15.00 น. มูลนิธิราชประชานุเคราะห์มอบสิ่งของพระราชทานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม  จำนวน  400  ราย ที่หอประชุม อบจ.สุรินทร์



สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และหัวหน้าส่วนราชการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและการให้การช่วยเหลือ

จากการที่จังหวัดสุรินทร์ได้รับอิทธิจากพายุดีเปรสชั่นทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมีผลทำให้หลายพื้นที่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15 อำเภอ 98 ตำบล 1,227 หมู่บ้าน  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ  เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม   รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  สำหรับจำนวนครัวเรือนและประชากรที่ประสบภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ

วันนี้  (21 กันยายน 2556)  เวลา 09.30 น.  นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ได้ประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือ  โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  3 คน  ได้แก่ นายยุทธนา   วิริยกิตติ , นายวิเชียร  จันทรโณทัย , และนายพิภพ  ดำทองสุข  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมประชุม  ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดสุรินทร์ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน  โดยแจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลัง  เรือท้องแบน  เครื่องสูบน้ำ เครื่องอุปโภค-บริโภค  เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง  พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์  จัดตั้งโรงครัวประกอบเลี้ยง  และแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และตำบลนอกเมืองที่ได้รับความเดือดร้อน  จำนวน 4 จุด  ได้แก่   จุดที่ 1 สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์    จุดที่ 2 อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สนง.เทศบาลเมืองสุรินทร์   จุดที่ 3 อบต.นอกเมือง    จุดที่ 4  มูลนิธิจิ้บเต็กเซี่ยงตึ้ง

นอกจากนั้นนั้นยังได้จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยผู้ประสบภัย 3 แห่ง  ได้แก่  1) ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จังหวัดทหารบกสุรินทร์ 0-4451-1844 ต่อ 20043, 20044  โดยมีชาวบ้านจากบ้าน สะโน ต.นอกเมือง หมู่บ้านจัดสรรนีโอแลน แฮฟปี้แลน ซิตี้แลน ต.นอกเมือง  บ้านละเอาะ บ้านหนองเต่า ต.เฉนียงอพยพมาแล้ว   2) อ.สังขะ  ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ  มีผู้อพยพประมาณ 40 คน   3)  อ.ศรีณรงค์ อพยพประชาชนประมาณ 150 คน

ส่วนการจัดเตรียมเครื่องมือ-อุปกรณ์  เครื่องอุปโภค-บริโภค ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นั้น   จังหวัดสุรินทร์ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยประจำจุดต่างๆ ได้แก่ อบต.คอโค 1 ลำ,อบต.นอกเมือง 2 ลำ ,ทต.ลำดวนสุรพินท์ 1 ลำ,ทต.ระแงง 1 ลำ,บ้านหนองเต่า 1 คัน,ตชด.21   จังหวัดทหารบกนำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลจำนวน 8 คัน พร้อมกำลังพล 100 นาย   ตชด.21, 214, นพค.54,  กรมทหารราบที่  23 กองพันหารราบที่ 3 ได้นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ อ.สังขะ  

นอกจากนั้นเทศบาลเมืองสุรินทร์ได้นำเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติใต้ดิน 4 เครื่อง เครื่องสูบน้ำขนาด  8 ,10,12 นิ้ว 5 เครื่อง  เร่งระบายน้ำในเขตเทศบาล รถบรรทุก 6 ล้อ 7 คัน รถบรรทุก 4 ล้อ 14 คัน รถบรรทุกน้ำดื่ม 3 คัน พร้อมกำลังพล 200 คน  และตั้งจุดบริการน้ำและอาหารให้แก่ผู้ประสบภัย  และจัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนจำนวน  3 คัน  โดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่  ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์  ในขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์   ได้นำเครื่องสูบน้ำประจุดโรงพยาบาลในเขตเทศบาล 3 เครื่อง และนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ชุมชนไตรรงค์สุรินทร์  บ้านโสน หมู่ 13 ต นอกเมือง และหมู่บ้านถาวรนิเวศน์   พร้อมทั้งได้จัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์   มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  จะนำถุงยังชีพพระราชทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.สังขะ จำนวน 2,000 ชุด ในวันที่ 22 กันยายน 2556 ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ

ส่วนแขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติโดยมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สำนักงานแขวงการ ทางสุรินทร์  และศูนย์ย่อยประจำหมวดการทางทุกหมวด  โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งป้ายอำนวยความปลอดภัยบริเวณที่เกิดน้ำท่วม  พร้อมกับให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางที่วิกฤติแก่ผู้ใช้ทาง   สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการใช้เส้นทาง  ติดต่อได้ที่ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 083-288599,044-511381  ถนนที่ต้องปิดเส้นทางการจราจร ดังนี้  ทางหลวงหมายเลข 2077 ตอนสังขะ- บัวเชต กิโลเมตรที่ 49 -50 ระดับน้ำสูง 120  เซนติเมตร การจราจรผ่านไม่ได้  ทางหลวงหมายเลข 226 ตอนสุรินทร์-ศีขรภูมิ กิโลเมตรที่ 2-4 ระดับน้ำสูง 60  เซนติเมตร  การจราจรผ่านไม่ได้  และ กิโลเมตรที่16 คอสะพานขาดการจราจรผ่านไม่ได้  ทางหลวงหมายเลข 277 ตอนสุรินทร์-สังขะ กิโลเมตรที่ 5-6 ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร  การจราจรผ่านได้ 1 ช่องจราจร 



สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย จ.สุรินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหน่วยสงเคราะห์เคลื่อนที่ออกไปช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในท้องที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ราษฎรที่กำลังประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

วันนี้( 21 ก.ย.) เวลา 15.00 น. มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มอบให้ นายพร อุดมพงษ์ รองประธานกรรมการบริหาร และคณะจากส่วนกลาง พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสุรินทร์ เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 1,000 ครัวเรือน

สำหรับสภาพปัญหาและความเสียหายในท้องที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ระดับน้ำยังคงอยู่ในระดับสูงหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีน้ำจากพื้นที่อื่นไหลมาสมทบ ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก บางแห่งระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง บางพื้นที่เก็บไม่ทันทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันการสัญจรในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์เป็นไปด้วยความลำบาก โดยมีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 15 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสังขะ อำเภอศรีณรงค์ อำเภอจอมพระ อำเภอเขวาสินรินทร์ อำเภอศีขรภูมิ อำเภอท่าตูม อำเภอรัตนบุรี อำเภอสำโรงทาบ อำเภอสนม อำเภอลำดวน อำเภอบัวเชด อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง และอำเภอโนนนารายณ์ ส่วนความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ



กิติวรรณ  มณีล้ำ สวท.สุรินทร์ / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และหัวหน้าส่วนราชการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและการให้การช่วยเหลือ

จากการที่จังหวัดสุรินทร์ได้รับอิทธิจากพายุดีเปรสชั่นทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมีผลทำให้หลายพื้นที่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15 อำเภอ 98 ตำบล 1,227 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม  รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับจำนวนครัวเรือนและประชากรที่ประสบภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ

วันนี้  (21 กันยายน 2556)  เวลา 09.30 น.  นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  ได้ประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือ  โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  3 คน  ได้แก่ นายยุทธนา   วิริยกิตติ , นายวิเชียร  จันทรโณทัย , และนายพิภพ  ดำทองสุข  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดสุรินทร์ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน  โดยแจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลัง  เรือท้องแบน  เครื่องสูบน้ำ เครื่องอุปโภค-บริโภค  เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง  พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์  จัดตั้งโรงครัวประกอบเลี้ยง  และแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และตำบลนอกเมืองที่ได้รับความเดือดร้อน  จำนวน 4 จุด ได้แก่  จุดที่ 1 สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์    จุดที่ 2 อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สนง.เทศบาลเมืองสุรินทร์  จุดที่ 3 อบต.นอกเมือง    จุดที่ 4  มูลนิธิจิ้บเต็กเซี่ยงตึ้ง

นอกจากนั้นนั้นยังได้จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยผู้ประสบภัย 3 แห่ง ได้แก่  1) ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จังหวัดทหารบกสุรินทร์ 0-4451-1844 ต่อ 20043, 20044 โดยมีชาวบ้านจากบ้าน สะโน ต.นอกเมือง หมู่บ้านจัดสรรนีโอแลน แฮฟปี้แลน ซิตี้แลน ต.นอกเมือง  บ้านละเอาะ บ้านหนองเต่า ต.เฉนียงอพยพมาแล้ว   2) อ.สังขะ ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ มีผู้อพยพประมาณ 40 คน   3) อ.ศรีณรงค์ อพยพประชาชนประมาณ 150 คน

ส่วนการจัดเตรียมเครื่องมือ-อุปกรณ์  เครื่องอุปโภค-บริโภค ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นั้น   จังหวัดสุรินทร์ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยประจำจุดต่างๆ ได้แก่ อบต.คอโค 1 ลำ,อบต.นอกเมือง 2 ลำ ,ทต.ลำดวนสุรพินท์ 1 ลำ,ทต.ระแงง 1 ลำ,บ้านหนองเต่า 1 คัน,ตชด.21   จังหวัดทหารบกนำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลจำนวน 8 คัน พร้อมกำลังพล 100 นาย  ตชด.21, 214, นพค.54,  กรมทหารราบที่ 23 กองพันหารราบที่ 3 ได้นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ อ.สังขะ 

นอกจากนั้นเทศบาลเมืองสุรินทร์ได้นำเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติใต้ดิน 4 เครื่อง เครื่องสูบน้ำขนาด 8 ,10,12 นิ้ว 5 เครื่อง เร่งระบายน้ำในเขตเทศบาล รถบรรทุก 6 ล้อ 7 คัน รถบรรทุก 4 ล้อ 14 คัน รถบรรทุกน้ำดื่ม 3 คัน พร้อมกำลังพล 200 คน และตั้งจุดบริการน้ำและอาหารให้แก่ผู้ประสบภัย  และจัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 คัน โดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์  ในขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์   ได้นำเครื่องสูบน้ำประจุดโรงพยาบาลในเขตเทศบาล 3 เครื่อง และนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ชุมชนไตรรงค์สุรินทร์  บ้านโสน หมู่ 13 ต นอกเมือง และหมู่บ้านถาวรนิเวศน์   พร้อมทั้งได้จัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์   มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  จะนำถุงยังชีพพระราชทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.สังขะ จำนวน 2,000 ชุด ในวันที่ 22 กันยายน 2556 ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ

ส่วนแขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติโดยมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สำนักงานแขวงการ ทางสุรินทร์  และศูนย์ย่อยประจำหมวดการทางทุกหมวด  โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งป้ายอำนวยความปลอดภัยบริเวณที่เกิดน้ำท่วม  พร้อมกับให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางที่วิกฤติแก่ผู้ใช้ทาง   สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการใช้เส้นทาง  ติดต่อได้ที่ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 083-288599,044-511381  ถนนที่ต้องปิดเส้นทางการจราจร ดังนี้  ทางหลวงหมายเลข 2077 ตอนสังขะ- บัวเชต กิโลเมตรที่ 49 -50 ระดับน้ำสูง 120  เซนติเมตร การจราจรผ่านไม่ได้  ทางหลวงหมายเลข 226 ตอนสุรินทร์-ศีขรภูมิ กิโลเมตรที่ 2-4 ระดับน้ำสูง 60  เซนติเมตร  การจราจรผ่านไม่ได้  และ กิโลเมตรที่16 คอสะพานขาดการจราจรผ่านไม่ได้  ทางหลวงหมายเลข 277 ตอนสุรินทร์-สังขะ กิโลเมตรที่ 5-6 ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร  การจราจรผ่านได้ 1 ช่องจราจร 





สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา ฯ ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบถุงยังชีพพระราชทานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสุรินทร์ 2,000 ชุด

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556 เป็นต้นมา ทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมฉับพลันครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15 อำเภอ   98 ตำบล 1,227 หมู่บ้าน  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ    เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม   รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด  สำหรับจำนวนครัวเรือนและประชากรที่ประสบภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ สำหรับในเขตชุมชนเมืองที่มีน้ำท่วมสูง ได้แก่  เทศบาลเมืองสุรินทร์ทุกชุมชน  เทศบาลตำบลสังขะ  เทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ  เทศบาลตำบลจอมพระ เขตเทศบาลตำบลลำดวนสุรพินท์  ระดับน้ำลดลง และทรงตัวบางแห่ง  ในขณะที่โรงพยาบาลที่เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาล ได้แก่ รพ.สุรินทร์ รพ.รวมแพทย์หมออนันต์ รพ.รวมแพทย์หน้าธ.ก.ส. ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำท่วมหลายแห่ง  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ รพ.สต.บ้านโคกปลัด รพ.สต.แสลงพันธุ์  เขตอำเภอสำโรงทาบ 5 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.ประดู่  รพ.สต.หนองฮะ รพ.สต.โคกสะอาด รพ.สต.สะโน  และ รพ.สต.เกาะแก้ว ทำให้การให้บริการด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร   และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้กับผู้ประสบอุทกภัย จังหวัดสุรินทร์ได้ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 2,000 ชุด เพื่อมอบให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอสังขะจังหวัดสุรินทร์ โดยกำหนดให้มีพิธีมอบถุงยังชีพ ในวันอาทิตย์ ที่ 22 กันยายน เวลา 15.00 น. ณ หอประชุมอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

จังหวัดสุรินทร์จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย มารับสิ่งของดังกล่าว ในวันและเวลาดังกล่าวโดยทั่วกัน




สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

การไฟฟ้าสุวนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ แจ้งจุดการดับไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วมสูง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ ได้มีการดับกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วมสูงบางส่วน เนื่องจากระดับน้ำมีความสูงเกือบถึงระดับมิตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด ได้แก่

 1. พื้นที่ชุมชนดองกะเม็ด

2. พื้นที่ชุมชนหมอกวน

3.หมู่บ้านถาวรนิเวศน์

4.โรงสูบน้ำบ้านตาอ๋อง

5.พื้นที่ก่อสร้างห้างโรบินสัน

6.พื้นที่ก่อสร้างห้างโฮมโปร

โดยในแต่ละพื้นที่ เมื่อการไฟฟ้าฯ ตรวจสอบหรือได้รับแจ้งว่าระดับน้ำลดลงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว จะรีบไปดำเนินการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ทันที ทั้งนี้ สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่ Cal Center 1129 หรือ หน่วยแก้กระแสไฟฟ้าขัดข้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ โทร.044-511044 หรือที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสุรินทร์ โทร. 085-4319977



สมทรง  เผือกผล  ส.ปชส.สุรินทร์ / ข่าว

สรุปสถานการณ์อุทกภัยช่วงวันที่ 18-21 กันยายน 2556

ข้อมูล  21  กันยายน 2556  เวลา  09.30  น.

จังหวัดสุรินทร์ได้รับอิทธิจากพายุดีเปรสชั่นตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556 เวลา 20.30 น.เป็นต้นมา ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมีผลทำให้หลายพื้นที่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก

พื้นที่ประสบอุทกภัย

1.  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 15 อำเภอ 98 ตำบล 1,227 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์ จอมพระ    เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม  รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม ปราสาท โนนนารายณ์  ยกเว้น อ.ชุมพลบุรี และพนมดงรัก  แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับจำนวนครัวเรือนและประชากรที่ประสบภัยอยู่ระหว่างตรวจสอบ

2.  เขตชุมชนเมืองที่มีน้ำท่วมสูง ได้แก่ เทศบาลเมืองสุรินทร์ทุกชุมชน  เทศบาลตำบลสังขะ  เทศบาลตำบลระแงง อ.ศีขรภูมิ  เทศบาลตำบลจอมพระ เขตเทศบาลตำบลลำดวนสุรพินท์ ระดับน้ำลดลง และทรงตัวบางแห่ง

3.  รพ.ที่เกิดน้ำท่วมขังในเขตเทศบาล ได้แก่ รพ.สุรินทร์ รพ.รวมแพทย์หมออนันต์ รพ.รวมแพทย์หน้าธ.ก.ส. ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว และ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลน้ำท่วมหลายแห่ง  ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ รพ.สต.บ้านโคกปลัด รพ.สต.แสลงพันธุ์  เขตอำเภอสำโรงทาบ 5 แห่ง ได้แก่ รพ.สต.ประดู่  รพ.สต.หนองฮะ รพ.สต.โคกสะอาด รพ.สต.สะโน  และ รพ.สต.เกาะแก้ว ทำให้การให้บริการด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร 




พื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมสูงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

-  เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ บริเวณหลังสถานีรถไฟ หน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ชุมชนดองกะเม็ด ชุมชนหมอกวน ตลาดสด ชุมชนวัดหนองบัว ชุมชนไตรรงค์ ชุมชนเทศบาลอนุสร ชุมชนทุ่งโพธิ์  ชุมชนศรีดอกจาน  ชุมชนศรีเทพ ชุมชนปัทมานนท์สำหรับถนนที่ยังมีน้ำท่วมสูง ถนนศิริรัฐ  หลักเมือง จิตรบำรุง  สุรินทร์ภักดี เทศบาล 2,3 ธนสาร จิตรอารี สนิทนิคมรัฐ สระโบราณ 1,2,3 จิตรประชา สี่แยกวงเวียนน้ำพุ

****  ขณะนี้ระดับน้ำในเขตเทศบาลได้ลดลงหลายแห่งแล้ว  แต่ยังมีระดับน้ำท่วมบริเวณริมคลองร้านอาหารกูดวิว ชุมชนดองกะเม็ด หนองบัว ปัทมานนท์ เกาะลอย ศรีดอกจาน และทุ่งโพธิ์

- รอบนอกเขตเทศบาลเขตตำบลนอกเมือง  บริเวณบริษัทโตโยต้าสุรินทร์ หมู่บ้านถาวรนิเวศ หมู่บ้านแสนสิริ-โคกปลัด  หมู่บ้านนีโอแลน แฮฟปี้แลน ซิตี้แลน บ้านสะโน ม.13, ม.21 บ้านเฉลิมพระเกียรติ

-  ต.แกใหญ่  หมู่บ้านจัดสรรหลังสถานีทดลองข้าว  และทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำมากไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน  ประชาชนอพยพบางส่วน

-  ถนนบายพาสสี่แยกหนองเต่า-สลักได ระดับน้ำประมาณ 30-70 ซม.

-  อำเภอท้ายน้ำ ซึ่งขณะนี้น้ำปริมาณมากได้เข้าพื้นที่ อ.รัตนบุรี ท่าตูม และชุมพลบุรีต่อไป  ราษฎรได้รับความเดือดร้อนแล้ว

*** ขณะนี้โครงการชลประทานสุรินทร์ได้พร่องน้ำออกจากห้วยเสนง (ยกบานระบายน้ำ 3 เมตร) ทำให้เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร ได้แก่

-  ม.2 บ้านทำเนียบ,ม.8 บ้านถนน,ม.13 หนองเต่า,ม.18 บ้านละเอาะ,บ้านโคกเพชร ม.19 และได้อพยพประชาชนจากบ้านละเอาะ บ้านหนองเต่า  ไปอยู่ที่สโมสรนายทหารจังหวัดทหารบกสุรินทร์แล้ว

- ถนนสายสุรินทร์-ช่องจอม ช่วงบริเวณบริษัทโกลบอลเฮาส์ หน้า สนง.ประกันสังคม จ.สุรินทร์

- ต.นอกเมืองที่อยู่บริเวณท้ายอ่างห้วยเสนง

- และขณะนี้ปริมาณน้ำมากกำลังไหลหลากเข้าสู่พื้นที่ ต.คอโค และ ต.ท่าสว่าง





ปริมาณน้ำฝนช่วงวันที่ 18-21 กันยายน 2556

มีฝนตกหนักมาตั้งแต่คืนวันที่ 18 กันยายน เวลา 20.30 เป็นต้นมาและฝนตกหนักมากอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2556 สำหรับวันที่ 20-21 กันยายน 256 ปริมาณฝนลดลง ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยช่วงวันที่ 18-21 กันยายน ฝนเฉลี่ยทั้ง 3 วัน (17 อำเภอ 18 สถานี) วัดได้ 499.2 มม.


ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายชลประทานขนาดกลางในเขต จ.สุรินทร์ ทั้ง ๑๘  แห่ง

ในภาพรวมขณะนี้มีปริมาณน้ำที่มีอยู่ปัจจุบันวัดได้ 212.74 ล้านลบ.ม. (146.64 %) (ความจุทั้งหมด ๑๔๕.๐๗๙ ล้าน ลบ.ม.)  อ่างฯ ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายอ่างฯ ในช่วงนี้ซึ่งได้ล้นตลิ่งแล้ว ได้แก่ อ่างฯห้วยเสนง , อ่างฯอำปึล อ่างฯ , ห้วยลำพอก , อ่างฯห้วยระหาร , อ่างฯห้วยตาเกาว์ , อ่างห้วยเชิง , อ่างฯ ห้วยบ้านจรัส , อ่างฯ บ้านทำนบ , อ่างฯบ้านเกาะแก้ว , อ่างฯ ห้วยขนาดมอญ , อ่างฯห้วยกะเลงเวก สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง



การดำเนินการให้ความช่วยเหลือ

1.  จังหวัดสุรินทร์ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในวันที่ 20 กันยายน 2556 เวลา 10.30-12.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์   และแจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลัง  เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ เครื่องอุปโภค-บริโภค  เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง

2.  จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ณ ห้องสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์   โดยมีเจ้าหน้าที่ สนง.ปภ.สุรินทร์ ประจำศูนย์

3.  จัดตั้งโรงครัวประกอบเลี้ยง  และแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และตำบลนอกเมืองที่ได้รับความเดือดร้อน  จำนวน 4 จุด  ได้แก่

-  จุดที่ 1 สถานีกาชาดที่ 1 จังหวัดสุรินทร์

-  จุดที่ 2 อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  สนง.เทศบาลเมืองสุรินทร์

-  จุดที่ 3 อบต.นอกเมือง

-  จุดที่ 4  มูลนิธิจิ้บเต็กเซี่ยงตึ้ง

4.  ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยผู้ประสบภัยแล้ว  ดังนี้

-  ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จังหวัดทหารบกสุรินทร์ 0-4451-1844 ต่อ 20043, 20044 โดยมีชาวบ้านจากบ้าน สะโน ต.นอกเมือง หมู่บ้านจัดสรรนีโอแลน แฮฟปี้แลน ซิตี้แลน ต.นอกเมือง  บ้านละเอาะ บ้านหนองเต่า ต.เฉนียงอพยพมาแล้ว    

-  อ.สังขะ   ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ   มีผู้อพยพประมาณ 40 คน

-  อ.ศรีณรงค์  อพยพประชาชนประมาณ 150 คน

5.  เครื่องมือ-อุปกรณ์  เครื่องอุปโภค-บริโภค ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

-  สนง.ปภ.จ.สร  ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยประจำจุดต่างๆ ได้แก่ อบต.คอโค 1 ลำ,อบต.นอกเมือง 2 ลำ ,ทต.ลำดวนสุรพินท์ 1 ลำ,ทต.ระแงง 1 ลำ,บ้านหนองเต่า 1 คัน,ตชด.21

- จังหวัดทหารบกนำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลจำนวน 8 คัน พร้อมกำลังพล 100 นาย

- ตชด.21,214,นพค.54,กรมทหารราบที่ 23 กองพันหารราบที่ 3 ได้นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ อ.สังขะ

- เทศบาลเมืองสุรินทร์ได้นำเครื่องสูบน้ำอัตโนมัติใต้ดิน 4 เครื่อง เครื่องสูบน้ำขนาด 8 ,10,12 นิ้ว 5 เครื่อง เร่งระบายน้ำในเขตเทศบาล รถบรรทุก 6 ล้อ 7 คัน รถบรรทุก 4 ล้อ 14 คัน รถบรรทุกน้ำดื่ม 3 คัน พร้อมกำลังพล 200 คน และตั้งจุดบริการน้ำและอาหารให้แก่ผู้ประสบภัย  และจัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนจำนวน 3 คัน โดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่ ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ 

-  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์   ได้นำเครื่องสูบน้ำประจุดโรงพยาบาลในเขตเทศบาล 3 เครื่อง และนำถุงยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ชุมชนไตรรงค์สุรินทร์  บ้านโสน หมู่ 13 ต นอกเมือง และหมู่บ้านถาวรนิเวศน์   พร้อมทั้งได้จัดกระสอบทรายเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยประชาชนสามารถไปขอรับได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ 

- มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย  จะนำถุงยังชีพพระราชทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.สังขะ จำนวน 2,000 ชุด ในวันที่ 22 กันยายน 2556 ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ

6. แขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติโดยมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่สำนักงานแขวงการ                ทางสุรินทร์  และศูนย์ย่อยประจำหมวดการทางทุกหมวด  โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งป้ายอำนวยความปลอดภัยบริเวณที่เกิดน้ำท่วม  พร้อมกับให้ความช่วยเหลือแนะนำเส้นทางที่วิกฤติแก่ผู้ใช้ทาง   สำหรับประชาชนที่มีปัญหาการใช้เส้นทาง  ติดต่อได้ที่ผู้อำนวยการแขวงการทางสุรินทร์ หมายเลขโทรศัพท์ 083-288599,044-511381  ถนนที่ต้องปิดเส้นทางการจราจร ดังนี้

-  ทางหลวงหมายเลข 2077 ตอนสังขะ- บัวเชต กิโลเมตรที่ 49 -50 ระดับน้ำสูง 120  เซนติเมตร การจราจรผ่านไม่ได้ 

-  ทางหลวงหมายเลข 226 ตอนสุรินทร์-ศีขรภูมิ กิโลเมตรที่ 2-4 ระดับน้ำสูง 60  เซนติเมตร  การจราจรผ่านไม่ได้  และ กิโลเมตรที่16 คอสะพานขาดการจราจรผ่านไม่ได้

-  ทางหลวงหมายเลข 277 ตอนสุรินทร์-สังขะ กิโลเมตรที่ 5-6 ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร  การจราจรผ่านได้ 1 ช่องจราจร 

สรุปสถานการณ์อุทกภัยช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2556

สถานการณ์อุทกภัย

-  จังหวัดสุรินทร์ได้รับอิทธิพายุดีเปรสชั่นตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556 เวลา 20.30 น.เป็นต้นมา ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมีผลทำให้หลายพื้นที่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลาก ในเบื้องต้นอำเภอที่ได้รับความเสียหายมีราษฎรได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง  จำนวน 12 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสุรินทร์ สังขะ ศรีณรงค์  อ.จอมพระ  เขวาสินรินทร์  ศีขรภูมิ  ท่าตูม  รัตนบุรี  สำโรงทาบ ลำดวน บัวเชด กาบเชิง สนม และเขตชุมชนเมือง ได้แก่ เทศบาลเมืองสุรินทร์  เกิดน้ำท่วมฉับพลันทุกเขตชุมชน มีระดับน้ำสูงเฉลี่ย 20-50 เซนติเมตร เขตเทศบาลสังขะ อ.สังขะ เขตเทศบาลระแงง  อ.ศีขรภูมิ เขตเทศบาลจอมพระ  อ.จอมพระ เขตเทศบาลอำเภอลำดวน อ.ลำดวน

-  สำหรับด้านปริมาณน้ำฝน  มีฝนตกหนักมาตั้งแต่คืนวันที่ 18 กันยายน เป็นต้นมาและฝนตกหนักมากอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2556 ขณะนี้(20 ก.ย.56) สภาพอากาศช่วงเช้ามีฝนตกเล็กน้อย ช่วงบ่ายฝนตกปายกลางถึงหนัก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยช่วงวันที่ 18-19 กันยายน ฝนเฉลี่ยทั้ง 2 วัน (17 อำเภอ 18 สถานี) วัดได้ 242.5 มม.

-  ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและฝายชลประทานขนาดกลางในเขต จ.สุรินทร์ ทั้ง ๑๘  แห่ง ในภาพรวมขณะนี้มีปริมาณน้ำที่มีอยู่ปัจจุบันวัดได้ 175.393 ล้านลบ.ม. (120.89%) (ความจุทั้งหมด  ๑๔๕.๐๗๙ ล้าน ลบ.ม.)  อ่างฯ ที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ซึ่งได้ล้นตลิ่งแล้ว  ได้แก่  อ่างฯห้วยเสนง,อ่างฯอำปึล อ่างฯ,ห้วยลำพอก,อ่างฯห้วยระหาร,อ่างฯห้วยตาเกาว์,อ่างห้วยเชิง,อ่างฯ ห้วยบ้านจรัส,อ่างฯบ้านทำนบ,อ่างฯบ้านเกาะแก้ว,อ่างฯห้วยขนาดมอญ,อ่างฯห้วยกาละเวก สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก/สายรอง ที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำมูล จุดสถานีตรวจวัดน้ำ M 4 (สะพานบ้านพงสวาย ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม) ระดับน้ำปัจจุบัน วัดได้ 3.38 เมตร (ระดับตลิ่ง 6.30 เมตร) และลำน้ำชีน้อย จุดสถานีตรวจวัดน้ำ M26A (สะพานสุรินทร์-อ.กระสัง)ระดับน้ำปัจจุบัน 7.90 ม.          (ระดับตลิ่ง 6.90 ม.) ล้นตลิ่ง 1 ม.



การดำเนินการให้ความช่วยเหลือ

1.  จังหวัดสุรินทร์ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในวันที่ 19 กันยายน 2556 เวลา 10.30-12.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์   และแจ้งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลัง  เรือท้องแบน  เครื่องสูบน้ำ เครื่องอุปโภค-บริโภค  เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง

2.  จังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานรับแจ้งสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ณ ห้องสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์   โดยมีเจ้าหน้าที่ สนง.ปภ.สุรินทร์ ประจำศูนย์

3.  จัดตั้งโรงครัวประกอบเลี้ยง  และแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และตำบลนอกเมืองที่ได้รับความเดือดร้อน  จำนวน 4 จุด  ได้แก่

-  จุดที่ 1 สถานีกาชาดที่  1 จังหวัดสุรินทร์

-  จุดที่ 2 อาคารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  สนง.เทศบาลเมืองสุรินทร์

-  จุดที่ 3 อบต.นอกเมือง

-  จุดที่ 4  มูลนิธิจิ้บเต็กเซงตึ้ง

4.  ขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อช่วยผู้ประสบภัยแล้ว  ดังนี้

-  อ.เมืองสุรินทร์   ณ สโมรสรจังหวัดทหารบกสุรินทร์   โดยมีช่าวบ้านจากบ้าน สะโน  ต.นอกเมือง  หมู่บ้านจัดสรรนีโอแลน  แฮฟปี้แลน ซิตี้แลน ต.นอกเมือง  อพยพมาแล้วจำนวน 100 คน

-  อ.สังขะ   ณ ที่ว่าการอำเภอสังขะ   มีผู้อพยพประมาณ 40 คน

5.  เครื่องมือ-อุปกรณ์  เครื่องอุปโภค-บริโภค ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

-  สนง.ปภ.จ.สร  ได้นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยประจำจุดต่างๆ ได้แก่ อบต.คอโค 1 ลำ,อบต.นอกเมือง 2 ลำ ,ทต.ลำดวนสุรพินท์ 2 ลำ

- จังหวัดทหารบกนำรถบรรทุกเพื่อขนย้ายผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลจำนวน 8 คัน พร้อมกำลังพล 100 นาย

- ตชด.21,214,นพค.54,กรมทหารราบที่ 23 กองพันหารราบที่ 3 ได้นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ อ.สังขะ

- มูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก  จะนำถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.สังขะ จำนวน 2,000 ถุง







พื้นที่ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น

1.  อ.เมืองสุรินทร์

-  เขตเทศบาลเมืองทุกแห่ง มีระดับน้ำสูง 20-50 เซนติเมตร  หลายๆจุดรถเล็กไม่สามารถผ่านได้

-  เขต  อ.เมืองทุกพื้นที่มีปริมาณน้ำมากและเกิดน้ำไหลหลาก

2.  อ.สังขะ 

-  ม. 1-18  ต.ตาตุ่ม  -  ม.1-13  ต.บ้านจารย์ -  ม.1,3,4,8,14,16 ต.สังขะ   -  ม.1,2,5 ต.บ้านชบ  - ม.1-16 ต.ทับทัน -  ม.5,7,8,9,16  ต.ขอนแตก

3.  อ.ศรีณรงค์

- ม.1-12 ต.ณรงค์  - ม.1-15 ต.ตรวจ  - ม.1-12 ต.ศรีสุข

- ม. 1-12 ต.แจนแวน  - ม.1-11 ต.หนองแวง

4.  อ.จอมพระ

- ม. 1,4,5,6,13 ต.จอมพระ เขตเทศบาลจอมพระ - ม. 1-10 ลุ่มระวี  - ม.8,9,11,12 ต.จอมพระ  - ม.1,4,5,8,9,10 ต.เป็นสุข  - ม.1 ต.บ้านผือ

5.  อ.เขวาสินรินทร์

- ม.1,2,3,7,11 ต.เขวาสินรินทร์  - ม.2,3,4,10 ต.บึง - ม.2,3,4,10 ต.ตากูก    - ม.1,2,4,8 ต.ปราสาททอง  -  ม.3,4 ต.บ้านแร่

6.  อ.ศีขรภูมิ

-  ม. 1,2,3,10,13 ต.ระแงง   (เขตเทศบาลตำบลศีขรภูมิ)- ม.1,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13,14,15  ต.ระแงง

-  ม.3 ต.ขวาวใหญ่  -  ม.1,2,4,5,9,12,13,14,15 ต.หนองขวาว -  ม.1,3,4,5,9,10 ต.พรมไพร

7.  อ.ท่าตูม

-  ม.4,14,8,9,10,11,13,15  ต.บะ

-  ม.1,2,3,4,5,6,7,8, 10 ต.หนองเมธี

8.  อ.รัตนบุรี

- ม.10 ต.หนองบัวบาน

9.  อ.สำโรงทาบ

- ม.3,4,5,7,8,9,12 ต.สำโรงทาบ   - ม.1-9 ต.หมื่นศรี

- ม.2,5,6,8,10 ต.ประดู่    - ม. 5,6,7,8 หมู่บ้าน ต.เกาะแก้ว

10. อ.ลำดวน

-  ม.1,2,3,10,11 เขตเทศบาลตำบลลำดวนสุรพินท์ ต.ลำดวน  -  ม.1-11 ต.อู่โลก

-  ม.1-4,6-10 ต.ตระเปียงเตีย   -  ม.2-4,6-9 ต.โชกเหนือ

11. อ.บัวเชด

-

12. อำเภอสนม

- 7  ตำบล

13. อำเภอกาบเชิง

-  ต.ด่าน  โคกตะเคียน  แนงมุด กาบเชิง

14.



รวมพื้นที่ประสบภัย  12  อำเภอ 62 หมู่บ้าน






ถนนสายสายสำคัญที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน (แขวงการทางสุรินทร์)

- ถนนแยกเทพธานี   ทางหลวงหมายเลข 214 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 226

- ถนนทางหลวงหมายเลข  214 CS.0303 ปราสาท-ช่องจอม.กม. 248+800

- ถนนทางหลวงหมายเลข  214 ตอนปราสาท-ช่องจอม ช่วง  กม. 255+500 กม. 256+000

- ถนนสี่แยกหนองเต่า

- ถนนสาย 2077 ต่อเขตเทศบาล-สังขะ   ช่วงที่เลยแม็คโครไปทางสลักได






ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์  และให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

ยโสธรกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน

นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 11 ลว. 19 ก.ย. 56 เรื่อง พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ ว่าเมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (19 ก.ย. 56) พายุดีเปรสชั่นบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนที่ทางตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันนี้ และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาวตอนล่างเข้าสู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหนือตอนล่างของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 19-21 กันยายน 2556    

ขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 20 กันยายน 2556

ยโสธรฝึกอาชีพผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ

ศูนย์ประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ร่วมกับ เรือนจำจังหวัด จัดฝึกอาชีพ ให้ผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ  ที่เรือนจำจังหวัดยโสธร นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดโครงการสร้างอาชีพ สร้างคนดีสู่สังคม โดยศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร ร่วมกับเรือนจำจังหวัดยโสธร ดำเนินการจัดขึ้น เพื่อให้ผู้ต้องขังที่กำลังจะพันโทษจำนวน 150 คน ได้มีอาชีพสุจริตหาเลี้ยงตนเอง และครอบครัว มีศักยภาพในการดำรงชีวิตอย่างถูกต้อง และมั่นคงเช่นเดียวกับบุคคลปกติทั่วไปในสังคม

การฝึกอาชีพในครั้งนี้ใช้ระยะเวลาการฝึก 2 วัน อาชีพที่ฝึกประกอบไปด้วย

- การผูกผ้าในงานพิธีต่างๆ
- การทำปลาทูนึ่ง
- งานประดิษฐฝีมือ
- การผลิตน้ำยาทำความสะอาด
- การสกรีนผ้า

นายพงษ์ศิริ  เหมือนชาติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร กล่าวว่า    ศูนย์ประสานงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร  ตระหนักถึงผลกระทบของปัญหายาเสพติด และได้เล็งเห็นถึงปัญหาของผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษไปแล้วมักไม่มีอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หวนกลับมายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก  อบจ.ยโสธรจึงได้จัดฝึกอมรมอาชีพขึ้นในครั้งนี้



วรรณทอง ภูโสภา
 สปชส.ยโสธร

ปภ.เตือน 15 จังหวัดภาคอีสาน ระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น ในช่วงวันที่ 18 - 20 ก.ย. นี้

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนกลาง และประเทศไทยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือในระยะต่อไป ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และด้านตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ช่วงวันที่ 18 - 20 ก.ย.

จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลุ่มริมแม่น้ำ และที่ลาดเชิงเขา 15 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร ติดตามพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ปภ.ได้ประสาน 15 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เขต 6 ขอนแก่น เขต 7 สกลนคร และเขต 13 อุบลราชธานี จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัย รวมถึงตรวจสอบฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อประกาศแจ้งเตือนภัยและอพยพนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนตกหนัก สามารถติดต่อ ขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

เลขามูลนิธิชัยพัฒนารับมอบรถไถ่นาที่ยโสธร

มูลนิธิชัยพัฒนารับมอบรถแทรกเตอร์ขนาด 49 แรงม้า เพื่อใช้ในกิจการ งานด้านการเกษตร ในโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา ที่จังหวัดยโสธร  ที่โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านกุดแห่ ต.กุดแห่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร  นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้การต้อนรับ ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางมา เป็นประธานรับมอบรถแทรกเตอร์ขนาด 49 แรงม้า จำนวน 1 คัน เพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมโครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา ในด้านการเกษตรต่างๆ  รถแทรกเตอร์ที่รับมอบในครั้งนี้ เป็นรถจากบริษัท ยันมาร์ เอส.พี.จำกัด ที่ได้มอบให้กับ ธกส.และ ธกส  ได้น้อมเกล้าฯถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัย ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานรถดังคันกล่าวให้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิ  สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา พิจารณาเห็นควรมอบรถคันดังกล่าวให้แก่โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านกุดแห่ ต.กุดแห่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร   เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถแทรกเตอร์ในด้านการเกษตร โดยเฉพาะในด้านการปรับสภาพพื้นที่เพื่อทำการเกษตร และสามารถนำรถดังกล่าวไปช่วยชาวบ้านในชุมชนในด้านอื่นๆได้เป็นอย่างดี  โครงการมูลนิธิชัยพัฒนาที่ดิน บ้านกุดแห่ ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร มีเนื้อที่ทั้งหมด 60 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา มีแปลงเกษตรผสมผสาน ประกอบด้วยนาข้าว ไม้ผล ไม้ดอก และการปลูกยางพารา ซึ่งสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี



วรรณทอง  ภูโสภา
สปชส/ยโสธร/ข่าว

ร้อยเอ็ด จัดงานวันอนุรักษ์มรดกไทย เฉลิมพระเกียรติวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักศิลปากรที่ 10  จัดกิจกรรมงาน วันอนุรักษ์มรดกไทย เฉลิมพระเกียรติวันคล้ายวั นพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ณ  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 20 กันยายน 2556  นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงานวันอนุรักษ์ มรดกไทย เฉลิมพระเกียรติวันคล้ายวั นพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม  ณ  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดร้อยเอ็ด  โดยการดำเนินงานของศิลปากรที่ 10

นางพัชนี  จันทรสาขา   ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10   กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน  ของทุกปีวันคล้ายวั นพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เป็นวันอนุรักษ์มรดกไทย ตั้งแต่วันที่ 2538 เป็นต้นมา  กรมศิลปากรได้จัดงานมาอย่างต่ อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ทุกหน่วยงานได้ ตระหนักถึงความสำคัญและมีส่วนร่ วมในการในการทำนุบำรุง รักษา สืบสานมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ และในปีนี้กรมศิลปากรได้ มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดจั ดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์ มรดกไทย มุ่งเน้น เฉลิมพระเกียรติวันคล้ายวั นพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่ งมั่นในการร่วมกันอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่ นและของชาติ

กิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วยการเชิดชูเกียรติ และการแสดงของศิลปินพื้นบ้านผู้ ได้รับพระราชทานเข็มเกียรติคุ ณวันอนุรักษ์มรดกไทย จำนวน 3 ท่าน ได้แก่หมอลำฉวีวรรณ  ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปะการแสดง(หมอลำ) ปี 2536,หมอลำกฤษณา  บุญแสน  ได้รับพระราชทานเข็มเกียรติคุ ณวันอนุรักษ์มรดกไทย  ปี 2555 และ  อาจารย์ทรงศักดิ์  ปทุมศิลป์ ผู้อนุรักษ์ส่งเสริมและผลิตโหวด เครื่องดรตรีประจำจังหวัดร้ อยเอ็ด ได้รับพระราชทานเข็มเกียรติคุ ณวันอนุรักษ์มรดกไทย  ปี 2555 และการจัดนิทรรศการภาพถ่ายเก่ าเมืองร้อยเอ็ด เพื่อเล่าเรื่องเมืองร้อยเอ็ดผ่ านภาพถ่ายเก่า การผัดหมี่แบบโบราณ, ต้มถั่วลิสง  ข้าวเกรียบโปร่งและอ้อย เป็นของฝากสำหรับผู้ร่วมงาน  อีกด้วย




คมกฤช  พวงสรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

ร้อยเอ็ด จัดงานเยาวชนร้อยเอ็ด “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ “ พร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในวันเยาวชนแห่งชาติ

จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานเยาวชนร้อยเอ็ด "ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ " พร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในวันเยาวชนแห่งชาติ ณ เกาะกลางบึงพลาญชัย  จังหวัดร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 19 กันยายน 2556 นายพศิน  โกมลวิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงาน

เยาวชนร้อยเอ็ด "ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนาใฝ่หาสันติ " พร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในวันเยาวชนแห่งชาติ ณ เกาะกลางบึงพลาญชัย  จังหวัดร้อยเอ็ด นายอาณัติ  ทัศนกิจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า สืบเนื่ององค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2528 เป็นปีเยาวชนสากล ดังนั้น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติกำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชาสมภพในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 และพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติขณะยังทรงพระเยาว์ โดยมีวัตถุประสงค์คือ เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน พัฒนาประเทศ, เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนต่อประเทศชาติ ทั้งในด้านคุณภาพ คุณธรรม และเพื่อให้นโยบายส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สัมฤทธิ์ผล

นายพศิน  โกมลวิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวให้โอวาทเยาวชนว่า การร่วมแรงแข็งขัน (participation) หมายถึง การยอมรับในศักยภาพของแต่ละบุคคล ที่จะสามารถวินิจฉัยและตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง และตระหนักว่าตนมีโอกาสได้ใช้โอกาสและพึงพอใจที่ได้ใช้โอกาสด้วยตนเองอย่างเกิดคุณค่าโดยไม่ตกเป็น เครื่องมือของผู้ใด การที่เยาวชนสามารถมีส่วนร่วมและมีบทบาทต่อชาติบ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ นั้น เป็นความสำเร็จของสังคมและประเทศชาติที่สำคัญ , การช่วยกันพัฒนา (development) การพัฒนานั้นมองได้ 2 มิติ มิติหนึ่งคือ การพัฒนาตนเองของแต่ละบุคคล และอีกมิติหนึ่งคือ การพัฒนาสังคมและประเทศชาติ หากบุคคลพัฒนาตนเองได้ดีก็จะเป็นกำลังสำคัญและมีคุณค่าต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ ขณะเดียวกัน การพัฒนาสังคมและประเทศชาติก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาของบุคคลด้วย กระบวนการพัฒนา 2 ส่วนนี้ จึงมีความต่อเนื่อง สัมพันธ์กัน และในสภาวะปัจจุบัน ความร่วมมือในระดับนานาชาติ จะมีผลอย่างสำคัญยิ่งต่อความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศ และการใฝ่หาสันติ (peace) สันติภาพเป็นหลักการพื้นฐานของชีวิต ความต้องการสันติภาพ เป็นความต้องการของสากลโลก ซึ่งทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้เกิดสันติภาพและดำรงคงไว้ คนหนุ่มสาวจึงต้องร่วมมือกันในเรื่องนี้ ผลักดันให้เกิดมาตรการที่จะสร้างความเชื่อมั่นในวิถีการพัฒนาด้วยสันติ และสร้างสำนึกสันติภาพจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลูกฝังสั่งสอนเยาวชนให้รู้จักเคารพในศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน มีความอดกลั้น ความเป็นประชาธิปไตย และเสรีภาพพื้นฐาน ทั้งนี้ ทุกคนจะพร้อมกันเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในอีก 2 ปี ข้างหน้า จะต้องมีความพร้อมเป็นอย่างดี  ขอให้เด็กและเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ดนำคำขวัญที่ว่า "เยาวชนร้อยเอ็ดร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนาใฝ่หาสันติ” ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย ช่วยกันส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาเด็กและเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ดให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

การจัดงานครั้งนี้ ประกอบด้วยการแสดงบนเวทีของเยาวชนจากสถานศึกษาต่างๆ การแสดงชุดอาเซียนจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด การออกร้านผลงานของนักเรียน – นักศึกษา และอื่นๆอีกมากมาย  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 200,000 บาท สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 100,000 บาท ได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษาตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด นักเรียน นักศึกษา สภาเด็กและเยาวชน และเครือข่ายเด็กและเยาวชน กว่า 2 พันคน




คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

เหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้าที่จังหวัดเลย วอนทำลายกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อปิดทางเข้าออกเหมือง อ้างเสียหายวันละ ๑๐ ล้านบาท

เหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้าที่จังหวัดเลย  วิงวอนขอประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ทำลายกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อปิดถนนทางเข้าออกเหมืองทำให้ไม่สามารถสัญจรได้  ระบุเสียหายวันละ ๑๐ ล้านบาท  เพราะไม่สามารถทำเหมืองแร่ทองคำได้ตามปกติ

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด  เจ้าของเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้าที่จังหวัดเลย   เชิญสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดเลย  เข้ารับฟังการแถลงร้องขอให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้า และตรวจสภาพพื้นที่การทำเหมืองแร่ทองคำ  บริเวณภูทับฟ้า  ตำบลเขาหลวง  อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย  เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง  สร้างกำแพงปิดกั้นถนนทางเข้าออกเหมืองแร่ทองคำ  เพื่อต้องการให้เหมืองแร่ทองคำยุติการทำเหมืองต่อไปและแสดงออกถึงคัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำ  โดย ดร.บัณฑิต  แสงเสรีธรรม  กรรมการผู้จัดการเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้าของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  พร้อมพนักงานกว่า ๕๐ คน  นำสื่อมวลชนดูกำแพงที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลเขาหลวง  อำเภอวังสะพุง  สร้างขึ้นด้วยอิฐบล็อกปิดกั้นถนนทางเข้าออกเหมืองแร่ทองคำ ทำให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้จนต้องหยุดการทำเหมืองแร่ทองคำชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๖ เนื่องจากเครื่องมือ  อุปกรณ์ วัสดุ ในการทำเหมืองแร่ทองคำบางอย่างต้องขนย้ายเข้ามาจากข้างนอก  พร้อมวิงวอนร้องขอให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง เข้าใจการทำงานของเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้าและขอให้ทำลายกำแพงออก   ทั้งนี้หากประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาหลวง ยังไม่ทำลายกำแพงออก  คงต้องยื่นเรื่องขอให้ศาลยุติธรรมพิจารณาไต่สวนเพื่อให้มีคำสั่งรื้อถอนกำแพงออกไป   ยืนยันพร้อมพูดคุยกันอย่างสันติและไม่คิดใช้ความรุนแรง  ส่วนค่าเสียหายที่ทำให้เหมืองแร่ทองคำต้องหยุดการทำงานชั่วคราว ระบุเสียหายวันละ ๑๐ ล้านบาท  และทำให้พนักงานของบริษัทฯ บางส่วนได้รับผลกระทบจากการหยุดทำงานของเหมืองในครั้งนี้ด้วยเนื่องจากการหยุดงานทำให้ไม่ได้รับค่าจ้าง

ด้านนายสราวุธ  สารวงษ์  ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง  กล่าวว่า  เหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้า  ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด  ได้ขอสัมปทานในการทำเหมืองแร่ทองคำในบริเวณภูทับฟ้า  ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  ตั้งแต่ ๒๕๔๘  และเริ่มดำเนินการทำเหมืองฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙   ซึ่งได้รับอนุญาตถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง  ทั้งนี้การดำเนินงานของเหมืองฯ คำนึงถึงความปลอดภัย  สภาพสิ่งแวดล้อม  สุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง  และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  จึงขอให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของเหมืองฯ และอย่าวิตกกังวลกับปัญหาด้านสุขภาพ

ทต.ภูเรือ จัดอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน

นายสุชาติ อยู่เจริญ ปลัดอาวุโสอำเภอภูเรือ (ตัวแทนนายอำเภอภูเรือ) นายพิศณุ คล้ายทิม รองนายกเทศบาลตำบลภูเรือ หัวหน้าส่วนราชการ นักเรียนโรงเรียนภูเรือวิทยาจำนวน 90 คน ร่วมโครงการเปิดการอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2556  ณ   ห้องประชุมเทศบาลตำบลภูเรือ จังหวัดเลย   ปัจจุบันปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่บ่อนทำลายชาติ  โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน การปราบปรามไม่สามารถจะทำลาย หรือสำเร็จได้ง่าย ๆ  หากคนในชาติไม่ร่วมกันปกป้องและป้องกันไม่ให้ยาเสพติดระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน และอีกปัญหาหนึ่งคือการตั้งครรภ์ก่อนอันควร เป็นปัญหาใหญ่สำหรับประเทศไทย มีเด็กวัยรุ่นตั้งครรภ์เป็นอันดับสอง ของประเทศในแถบอาเซียน เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นในสังคมที่หลายฝ่ายกำลังให้ความสนใจ และเร่งทำการป้องกันแก้ไข กองการศึกษาเทศบาลตำบลภูเรือ จึงเห็นความสำคัญในปัญหานี้ จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2556 โดยมีเด็กนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 90 คน  วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนห่างไกลยาเสพติด   เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตและทักษะในการดำรงชีวิต ให้แก่เด็กและเยาวชน   ตลอดจนรู้เรื่องเพศศึกษา  สร้างสำนึกในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน    เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกและความสามารถในสิ่งที่ถูกต้อง

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญจัดโครงการสงบนิ่งร่วมจิตอธิษฐานเนื่องในวันสันติภาพสากล ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๐ กันยายน ๒๕๕๖) ที่สนามหน้าโรงเรียนเมืองอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ยืนสงบนิ่งร่วมจิตอธิษฐานและอ่านสารสันติภาพ เนื่องในวันสันติภาพสากล ประจำปี ๒๕๕๖ โดยมีนายวิฑูรย์ ศิริบูลย์ภักดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานและอ่านสารของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันสันติภาพสากล

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๖ ของทุกปี เป็น”วันสันติภาพสากล” เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนทุกประเทศทั่วโลก ตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพ การสร้างสันติภาพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข  โดยในปีนี้ องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดคำขวัญวันสันติภาพสากลว่า "การศึกษาเพื่อสันติภาพ” (Education for Peace) เพื่อแสดงให้เห็นว่าการศึกษามีความสำคัญต่อการสร้างสันติภาพ โดยทำให้ทุกคน มีความเข้าใจ และใฝ่หาสันติสุข และการศึกษาทำให้คนรักที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและปัญญา

ในการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสันติภาพสากล ๒๕๕๖ ของจังหวัดอำนาจเจริญปีนี้ มีนายสมาน ช่วงโชติ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนร่วมกันรับฟังสารสันติภาพจากประธานและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา ๑ นาที ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายตลอดงาน



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ. /ข่าว

ตรวจสภาพการทรุดตัวของพนังกั้นน้ำที่บ้านดอนว่าน


รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจสภาพการทรุดตัวของพนังกั้น น้ำที่บ้านดอนว่าน อำเภอหัวตะพานตรวจหลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวันพร้อมยืนยันพนังยังแข็งแรง กั้นน้ำได้

จังหวัดอำนาจเจริญประชุมจัดทำโครงการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์อุทธยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จังหวัดอำนาจเจริญ

จังหวัดอำนาจเจริญ เล็งเห็นความสำคัญพืชสมุนไพรที่มีหลากหลายในพื้นที่ เตรียมจัดทำโครงการเพื่อคุ้มครองโดยเฉพาะพืชสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว

เวลา ๑๐.๐๐ น. วันนี้ (๑๙ กันยายน ๒๕๕๖) นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยระดับจังหวัด  ณ ห้องประชุมฝ้ายขิด  ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ  ในการประชุมมีประเด็นสำคัญ เนื่องจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอนุรักษ์ คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยระดับจังหวัดขึ้น  เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในระดับพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ  โดยมียุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพและผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐาน  เสริมสร้างความเข้มแข็งภาคเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน  ส่งเสริมและพัฒนาจัดการองค์ความรู้ให้ประชาชนมีสุขภาพดี  โดยเฉพาะการพัฒนากฎหมายและระบบการบังคับใช้ รวมทั้งการคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย เช่น ตำรับยาแผนไทย  ตำรับการแพทย์แผนไทย  สมุนไพร และพื้นที่เขตอนุรักษ์

ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่อนุรักษ์อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ  มีความหลากหลายของพืชสมุนไพร สำรวจพบทั้งหมด ๑๕๓ ชนิด จาก ๕๗ วงศ์ โดยมีความหลากหลายของวงศ์ถั่วสูงสุด จำนวน ๑๘ ชนิด  ซึ่งปราชญ์ชาวบ้านได้นำสรรพคุณมาใช้ประโยชน์ทางยารักษาโรค และพืชบางชนิดสามารถกินเป็นอาหาร ผัก หรือผลไม้ได้  และจากความมีประโยชน์และความหลากหลายทางพันธุกรรมพืช ทางจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ดำเนินโครงการจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ปี ๒๕๕๕ – ๒๕๕๗ โดยกำหนดกิจกรรมขึ้น คือ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่สาธารณะเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตให้หน่วยงานหรือบุคคลเข้าไปในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ตามแผนการจัดการอนุรักษ์และการศึกษาวิจัยทางวิชาการสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์  กิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนและเยาวชนในการอนุรักษ์และคุ้มครองสมุนไพร  รวมทั้งการจัดทำทะเบียน สารานุกรมพืชสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์  ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทางด้านการแพทย์แผนไทยของไทยต่อไปในอนาคต




สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

ตร.อุดรรวบหนุ่มใต้ขนสังฆทานยาบ้า และยาไอซ์

ตำรวจชุดป้องกันและปราบปรามเมืองอุดรธานี จับกุมหนุ่มใต้พร้อมสังฆทานที่ซุกซ่อนยาบ้านและยาไอซ์บนรถสามล้อเครื่อง ขณะนำมาส่งลูกค้าที่สถานีรถไฟอุดรธานี รับสารภาพทำไปเพราะหักหนี้ หลังกู้ยืมเงินมารักษาพ่อตาที่ป่วย  

ที่ชุดปฏิบัติการ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ชินวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ รองผกก. (ป.) พ.ต.ต.อติเมธ พลมุข และร.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวนอัศวิน แถลงข่าวจับกุม นายเดชา ไชยสมุทร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 338/4 หมู่ 2 ต.พุนพิน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 100 กรัม ถังพลาสติกที่ใช้บรรจุเป็นเครื่องสังฆทาน กล่องเครื่องดื่มเก็กฮวยและกล่องเครื่องดื่มชาเขียว โดยกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าและยาไอซ์)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

พ.ต.อ.โกวิท เจริญวัฒนศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า จนท.ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการนัดส่งมอบยาเสพติดที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟอุดรธานี จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบพบนายเดชา ผู้ต้องหาตามที่สายลับแจ้งยืนอยู่ข้างรถสามล้อเครื่อง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุอยู่ในกล่องเครื่องดื่มน้ำเก็กฮวย และยาไอซ์บรรจุอยู่ในกล่องเครื่องดื่มชาเขียว ในถังพลาสติกมีสิ่งของบรรจุเป็นเครื่องสังฆทานวางอยู่บนรถสามล้อเครื่อง นายเดชาฯ ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า นายอุ้ม ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปีเศษ ราษฎรบ้านหมากนาว เมืองปากงึม แขวงกำแพงนครเวียงจันทน์ ส.ป.ป.ลาว ได้ว่าจ้างในราคา 20,000 บาท ให้นำมาส่งลูกค้าที่จังหวัดอุดรธานี โดยยาดังกล่าวรับที่หมู่บ้านเดื่อ ต.บ้านเดื่อ เมือง จ.หนองคาย ซึ่งมีคนนำมาวางไว้ที่หลักกิโลเมตร

จากนั้นตนจึงได้ว่าจ้างสามล้อเครื่องมาจากหนองคายเพื่อมาส่งลูกค้าโดยนัดกันที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟอุดรธานี แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน นายเดชา กล่าวอีกว่า ตนเองเป็นคนใต้ แต่ได้ภรรยาเป็นคนลาวที่มาทำงานกรีดยางที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ไปอาศัยอยู่กับภรรยาที่ลาว ทำไร่ทำนา มีลูกชาย 2 คน ต่อมาพ่อตาป่วยต้องการเงินที่จะมารักษา ซึ่งนายอุ้มนั้นก็อยู่บ้านใกล้กัน เสนอเงินให้ยืมจำนวน 8 หมื่นบาท แลกกับการขนยามาส่งครั้งละ 20,000 บาท ตนเองจึงได้ตกลงทำ และทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากนั้น จนท.ตร.จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา เรียบเรียง

โรงเรียนสร้างก่อโรงเรียนยุวเกษตรกรดีเด่นปี 55

โรงเรียนบ้านสร้างก่อสร้าง น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ สร้างกลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียน ขยายผลครอบครัว ชุมชน จนสามารถคว้ารางวัลโรงเรียนกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2555 และได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มยุวเกษตรกรโลกในปีนี้

ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านสร้างก่อ ตำบลสร้างก่อ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี นายบรรทม แก้วอาษา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสร้างก่อ ให้การต้อนรับ นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนางช่อผกา จิตตเกษม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญพืช นายอำเภอกุดจับ พร้อมคณะที่เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการโรงเรียนกลุ่มยุวเกษตรกร

โดยในปีที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสร้างก่อ ได้เข้ารับโล่รางวัลพระราชทาน ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามบรมราชกุมาร ในขณะที่กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสร้างก่อ ได้รับพระราชทานโล่รางวัล กลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2555

กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านสร้างก่อ เป็นโรงเรียนที่ส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรดำเนินกิจกรรมอาชีพเกษตรกรรมใน 3 ลักษณะ คือ การดำเนินการแบบกลุ่มรวม แบบกลุ่มย่อย และแบบรายบุคคล ภายใต้แนวคิดทุกคนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนตั้งแต่ร่วมคิดวางแผนงาน ร่วมปฏิบัติการ ร่วมประเมินผล และร่วมปรับปรุงงาน และการจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยใช้หลัก 4 ประสานที่พัฒนาขึ้น ได้แก่ การประสานใจให้เป็นเอกภาพ การประสานนโยบายหรือความต้องการของแต่ละฝ่าย การประสานมิตรภาพให้เกิดความยั่งยืน และการประสานให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากความสำเร็จร่วมกัน ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการแบบบันได 5 ขั้น คือ การวางแผนเตรียมการ ,ประสานงานรอบด้าน,จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา,รับรู้ปัญหาร่วมแก้ไข,ภาคภูมิใจในความสำเร็จร่วมกัน

ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนบ้านสร้างก่อได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มยุวเกษตรกรโลก ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในปีที่ผ่านมานอกจากจากรางวัลที่กล่าวมาโรงเรียนบ้านสร้างก่อยังมีอีกหลายรางวัลที่การรันตีคุณภาพ อาทิ รางวัลชมเชย สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2555 ของหน่วยงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,รางวัลพระราชทาน กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพ ประจำปี 2555 ของหน่วยงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สำหรับกิจกรรมโครงการกลุ่มยุวเกษตรกรที่จัดขึ้น ประกอบด้วยการสอนให้เด็กๆรู้จักการทำการเกษตรทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่เลี้ยง การตลาด แปรรูป และมีการบริหารรายได้ ด้วยการจัดตั้งสหกรณ์โรงเรียน ธนาคารโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทุกขึ้นต้อนการทำงาน ซึ่งในขั้นตอนการผลิตนั้นนักเรียนจะจับกลุ่มกันด้วยความสมัครใจกลุ่มละ 15 คน ดำเนินกิจกรรม ทั้งการเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงห่าน เพาะเห็ด ร่วมกันรับผิดชอบทุกขั้นตอนหมุนเวียนกันทำงานทุกหน้าที่ มีการลงมติคัดเลือกประธาน รองประธาน เหรัญญิก ปฏิคม และเลขา



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

โครงการผู้ว่าพาทำบุญ

พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดอุดรธานี ร่วมทำบุญทำทาน รักษาศีล ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ตามโครงการผู้ว่าฯพาทำบุญ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2556

ที่วัดป่าบ้านดานธรรมเจดีย์ ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมืองอุดรธานี นายจีระศักดิ์ คำรณฤทธิศร ปลัดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประกอบพิธีทำบุญตักบาตร โครงการผู้ว่าฯพาทำบุญ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2556 ครั้งที่ 5 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการจังหวัดอุดรธานี และอำเภอเมืองอุดรธานี นายเรืองชัย หลักคำ รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองสำโรงเจ้าของพื้นที่ นำข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองหนองสำโรง ร่วมประกอบพิธี

นายณัฐสิทธิ์ วงศ์ตลาด ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เล็งเห็นความสำคัญของการบำเพ็ญกุศล โดยการเข้าวัดทำบุญตักบาตร และฟังพระธรรมเทศนาในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อให้ส่วนราชการ ข้าราชการ พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร ปัจจัยต่างๆ ตามหลักพุทธศาสนาพร้อมทั้งเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาให้มั่นคงตลอดไป จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี จัดทำโครงการผู้ว่าฯพาทำบุญ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2556 โดยกำหนดการดำเนินงานตามโครงการในช่วงฤดูเข้าพรรษา ในทุกวันแรม 15 ค่ำ และวันขึ้น 15 ค่ำ ในช่วงวันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ในโอกาสงานฉลองพระชันษา 100 ปี ร่วมฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานี ครบ 121 ปี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนในพื้นที่ได้ร่วมกิจกรรมทำบุญเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ร่วมระลึกถึงวันสำคัญและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีทางพุทธศาสนา

วัดป่าบ้านดานธรรมเจดีย์ หรือวัดบ้านเลื่อม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 816 หมู่ 1 ชุมชนบ้านดาน บ้านเลื่อม ตำบลบ้านเลื่อม เป็นวัดในสังกัดธรรมยุตินิกาย เดิมเป็นป่าช้า ประมาณ ปี พ.ศ.2498 พระธรรมเจดีย์ (จูม พันฺธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ ได้พาศรัทธาญาตโยมในเมืองอุดรธานีและชาวบ้านเลื่อม มาบุกเบิกสร้างสำนักสงฆ์ เรียกสำนักสงฆ์นี้ว่า วัดป่าบ้านด่าน ซึ่งในปีเดียวกันนี้ ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ได้นิมนต์หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่าน ( คือผู้ที่ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้เอง) ให้มาอยู่จำพรรษา ซึ่งพอออกจากพรรษาแล้วหลวงปู่ขาว ได้ย้ายไปจำวัดที่วัดถ้ำกลองเพล และไม่มีพระรูปใดมาอยู่สำนักสงฆ์แห่งนี้อย่างถาวร จนกระทั่ง ปี 2513 พระอาจารย์หนูเมย สิริธโร ได้มาจำพรรษา ปี พ.ศ.2531พระอาจารย์หนูเมย สิริธโร ได้นำพระทวี โสภโณ และสามเณรบุญส่ง มาอยู่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ปี 2538 พระอาจารย์ทวี โสภโณ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส จนถึงปี 2542 ท่านได้ย้ายกลับไปอยู่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร บ้านเกิดท่าน คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งพระบุญส่ง ติกขะญาโณ เป็นเจ้าอาวาส ในปี 2543 จนถึง ปี พ.ศ.2549 พระอาจารย์บุญส่งออกจากวัดไป คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งพระมหาประพัฒน์ ปัญญาวัฑฒะโน เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน วัดป่าบ้านดานธรรมเจดีย์ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2532 ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดในนาม วัดบ้านเลื่อม โดยเอาชื่อหมู่บ้านเป็นหลัก เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2535 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2552



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

จังหวัดอุบลราชธานี มอบพันธ์สัตว์น้ำจืด 5 แสนตัว แก่ราษฎรตำบลกุดลาดเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำชุมชนเป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ 2556

วันที่ 20 กันยายน 2556 เวลา 11.00 น.ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืด เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี2556 ซึ่งตามคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน2549 อนุมัติให้วันที่ 21 กันยายน ของทุกปีเป็นวันประมงแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์น้ำตามาธรรมชาติ

ในโอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบพันธุ์ปลาตะเพียนทอง150,000 ตัว ปลาตะเพียนขาว 350,000ตัว รวม500,000ตัว แก่ผู้นำชุมชนตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี 14 ชุมชน นำไปปล่อยในแหล่งน้ำสาธารณะ เป็นการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาหาร และส่งเสริมอาชีพการประมงในชุมชน

ทั้งนี้ ในวันประมงแห่งชาติ ยังได้มีการจัดกิจกรรมด้านการประมงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ เช่น กรมประมง กิจกรรมที่สำคัญเช่น การปล่อยพันธุ์ปลาหายากหรือขยายพันธุ์ได้ยากลงสู่แหล่งน้ำ และวันนี้ยังเป็นที่รู้กันว่าจะมีการหยุดการทำประมง หยุดการหาปลา ทำร้ายและฆ่าปลาหนึ่งวัน และส่งเสริมให้มีการปล่อยปลาในแหล่งน้ำต่าง ๆ รวมทั้งในทะเล เพื่อเป็นการชดเชยสำหรับการที่ได้ทำการประมงมาตลอดปี

นอกจากนี้วันที่ 13 เมษายน ทางราชการยังถือว่าเป็น "วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ" อีกด้วย ซึ่งเป็นวันในการจัดตั้งวันประมงขึ้นจนถึงปัจจุบัน




จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ