วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ยโสธรสรุปสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด นาข้าวเสียหายกว่า 92,051 ไร่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2556 ณ ห้องแตงโมหวาน ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการแต่ละอำเภอ เพื่อรายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมยโสธร เนื่องจากจังหวัดยโสธรได้ประสบภัยธรรมชาติ (อุทกภัย) ช่วงวันที่ 19 - 26 กันยายน 2556 ทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบทำให้พื้นที่นา ครบทั้งหมด 9 อำเภอ คือ อำเภอเมืองยโสธร,15 ตำบล 120 หมู่บ้าน ,อ.คำเขื่อนแก้ว 9 ตำบล 47 หมู่บ้าน,อ.มหาชนะชัย 5 ตำบล 27 หมู่บ้าน,อ.ค้อวัง 4 ตำบล 45 หมู่บ้าน,อ.เลิงนกทา 10 ตำบล 74 หมู่บ้าน,อ.ไทยเจริญ 3 ตำบล 22 หมู่บ้าน,อ.กุดชุม 9 ตำบล 66 หมู่บ้าน,อ.ทรายมูล 5 ตำบล 19 หมู่บ้าน และป่าติ้ว 5 ตำบล 46 หมู่บ้าน พื้นที่เสียหายที่สำรวจ คาดว่าจะ พื้นที่การเกษตรเสียหาย 92,051 ไร่ ,ถนนเสียหายทั้งหมด 249 สาย, สะพาน 3 แห่ง, ฝาย 7 แห่ง และท่อระบายน้ำ 11 แห่ง

ส่วนน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของหมู่บ้าน จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1,7,9 และหมู่ที่ 10 ตำบลโพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 321 ครัวเรือน และหมู่ที่ 5,6 ตำบลเหล่าไฮ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 20 ครัวเรือน

จังหวัดยโสธรได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน ฉบับที่ 8 ลว.26 ก.ย.56 เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ว่า หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้บริเวณด้านตะวันตกของฟิลิปินส์ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในระยะ 3-4 วันนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จังหวัดยโสธรจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ ที่ราบต่ำริมน้ำ ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ระมัดระวังอันตรายดันเกิดจากภัยธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 26-30 กันยายน 2556



ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 27 ก.ย. 56

จังหวัดร้อยเอ็ด แจ้งเตือนประชาชนให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้

นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  เปิดเผยว่า  กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาตอนล่าง  ฉบับที่ 3 (48/2556)  เรื่อง  สภาวะฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน  แผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย  ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกำลังแรงขึ้น  ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 26 – 27 ก.ย. 2556 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป  และมีฝนตกหนักบางแห่ง  ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร  ร้อยเอ็ด  ยโสธร  อำนาจเจริญ  และอุบลราชธานี  หลังจากนั้นในช่วงวันที่  28 -29 ก.ย.  2556  ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครราชสีมา  บุรีรัมย์  สุรินทร์  ศรีสะเกษ  อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี

จังหวัดร้อยเอ็ดจึงแจ้งให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากฝนตกหนักในระยะนี้  ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำล้นตลิ่ง  น้ำป่าไหลหลากและดินโคนถล่ม  โดยผ่านทางวิทยุกระจายเสียงประจำท้องถิ่น  เสียงตามสาย  หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและเครือข่าววิทยุสมัครเล่น  สถานีโทรทัศน์และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น  ผู้นำท้องถิ่น  อาสาสมัครในพื้นที่  อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่, ระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว  หากเจ็บป่วย  ให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน  สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืชและสัตว์  หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด  ให้แจ้งกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที่, หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น  ให้แจ้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยอำเภอ  หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้น ๆ หรือกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด  ณ  สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด  ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด  โทร. 043-512955, 043-513632 และ 043-515118




วิมล  เร่งศึก/ข่าว
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
27 ก.ย. 56

จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม เบื้องต้นได้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายไปแล้วกว่า 100 คน

วันนี้ (27 ก.ย.56) เวลา 13.30 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดป้ายศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ

ศูนย์ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่  ณ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการช่วยเหลือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ ที่ประสบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม การค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็ก และการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ตลอดทั้งความรุนแรงในครอบครัว ตามนโยบายของรัฐบาลนำโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือแล้วเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมาก ณ ทำเนียบรัฐบาล

นายอาณัติ ทัศนกิจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการฝึกอบรมขยายผลแก่ผู้ปฏิบัติงาน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมในระดับพื้นที่แล้ว จำนวน 3 รุ่น จำนวน 548 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ในทุกระดับจากกระทรวงสาธารณสุข สถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 27 และมีคณะกรรมการประสานและพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อน OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคมจังหวัดรอยเอ็ด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นประธาน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ถึงปัจจุบัน มีการดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว 109 ราย จำแนกเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง 13 ราย การตั้งครรภ์ไม่พร้อม 9 ราย และประเด็นปัญหาอื่นๆ เช่น เร่ร่อนขอทาน ขาดผู้ดูแลประสงค์เข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ การทอดทิ้งเด็ก ผู้พิการหรือผู้ป่วยเอดส์ต้องการที่พักอาศัย โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนตลอดทั้งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครประชาบดี ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยดี




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมพล คำนึง/บก.ข่าว
27 ก.ย. 56

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ ผู้ปฏิบัติงานแทนพระองค์ในการ ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพ 5000 ชุด มอบแด่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (27 ก.ย. 56 ) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ พลอากาศเอก อนุพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองประธานมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สกาชาดไทย ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ แด่ พระภิกษุสงฆ์ ผู้สูงอายุ คนพิการ และราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วย อำเภอเมืองศรีสะเกษ 2000 ชุด อำเภออุทุมพรพิสัย 1000 ชุด อำเภอปรางค์กู่ 1000 ชุด และอำเภอวังหิน 1000 ชุด รวม 5000 ชุด โดยมีนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวรายงานถึงสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ได้เคลื่อนไหวตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามผ่านประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทย และอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศ ทำให้มีในตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ในการนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ นายกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สกากาชาดไทย สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ทรงพระกรุณาโปรดให้ผู้ปฎิบัติงานแทนพระองค์ ประกอบพิธีอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน เพื่อมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการสนับสนุนจังหวัดศรีสะเกษ ในการช่วยเหลือและเตรียมการ ช่วยเหลือด้านการยังชีพแด่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย

ประธานที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๓ ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น.  ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ ได้เดินทางมาประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธร ในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  พลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุมพร้อมสรุปผลการดำเนินงาน          

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญครั้งนี้ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกับตำรวจภูธรในจังหวัดอำนาจเจริญ อย่างไรก็ตามได้มอบนโยบายการทำงานโดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูง ซึ่งยังมีความรุนแรงอยู่ทุกพื้นที่ และผู้ที่ทำผิดกฎหมายก็มีวิธีการที่หลบหลีกการตรวจตราจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกรูปแบบ  ดังนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้ตำรวจนำเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและทันสมัย หรือ สื่อออนไลน์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่น การสื่อสาร  สั่งการ หรือ รายงานข่าวความเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดกฎหมาย ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ เช่น การสื่อสารผ่านไลน์ (Line) เป็นต้น

ทางด้านนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  และพลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวสรุปการดำเนินงานในระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ทางฝ่ายปกครองของจังหวัดอำนาจเจริญ และตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ทำงานแบบบูรณาการกันมาโดยตลอด ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท  และในการลงมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓  ครั้งนี้ นับเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งทางฝ่ายปกครองจังหวัดอำนาจเจริญและตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะยึดถือนโยบายตามที่ได้รับมอบเป็นแนวทางในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

ประธานที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค ๓ ติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้(๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ ได้เดินทางมาประชุมติดตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธร ในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  พลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วยตำรวจระดับผู้บังคับการตำรวจภูธรในสังกัดจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมประชุมพร้อมสรุปผลการดำเนินงาน          

พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓ กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญครั้งนี้ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกับตำรวจภูธรในจังหวัดอำนาจเจริญ อย่างไรก็ตามได้มอบนโยบายการทำงานโดยเฉพาะด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้พะยูง ซึ่งยังมีความรุนแรงอยู่ทุกพื้นที่ และผู้ที่ทำผิดกฎหมายก็มีวิธีการที่หลบหลีกการตรวจตราจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกรูปแบบ  ดังนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้ตำรวจนำเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วและทันสมัย หรือ สื่อออนไลน์ มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่น การสื่อสาร  สั่งการ หรือ รายงานข่าวความเคลื่อนไหวของผู้กระทำผิดกฎหมาย ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ เช่น การสื่อสารผ่านไลน์ (Line) เป็นต้น

ทางด้านนายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  และพลตำรวจตรี บุญยศ บุญไพศาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวสรุปการดำเนินงานในระยะเวลาที่ผ่านมาว่า ทางฝ่ายปกครองของจังหวัดอำนาจเจริญ และตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ทำงานแบบบูรณาการกันมาโดยตลอด ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท  และในการลงมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานของ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจภูธรภาค ๓  ครั้งนี้ นับเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี ซึ่งทางฝ่ายปกครองจังหวัดอำนาจเจริญและตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ก็จะยึดถือนโยบายตามที่ได้รับมอบเป็นแนวทางในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 27 กันยายน 56 เวลา 13.30 น. ที่ บริเวณหน้าโรงเรียนไร่ใต้ประชาคม ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยองค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขต ตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูล จังหวัดอุบล หลังจาก ตำบลไร่ใต้ ได้รับผลกระทบน้ำลันตะหลิ่ง จากลำโดมใหญ่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เริ่มเข้าท่วมที่แรกคือ บ้านแก่งโพธิ์ หมู่ 1 และขึ้นมามากในวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2556 และขึ้นเรื่อยมาจนเกือบครบทุกหมู่บ้าน คือจำนวนทั้งหมด 14 หมู่บ้าน ทางด้าน ตำบลไร่ใต้ ได้ตั้งศูนย์อำนวยการองค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งเป็นศูนย์หลัก ตั้ง ณ หมู่ 14 บริเวณข้างโรงเรียนไร่ใต้ประชาคม เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการและประสานงานการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยทางด้านต่าง ๆ โดยได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลไร่ใต้ ไร่ใต้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อปพร. และได้รับการสนับสนุนกำลังคนจากกรมทหารราบที่ ๖ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์อำเภอวารินชำราบ ทหารจากกองบิน 21 กำลังตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรนาโพธิ์ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลไร่ใต้ ซึ่งล่าสุดได้มีการรายงานความเสียหาย ในส่วนราชการที่ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ ได้แก่ อบต.ไร่ใต้ จำนวน 1 แห่ง , โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลไร่ใต้ จำนวน ๑ แห่ง , โรงเรียนมัธยม ๑ แห่ง โรงเรียนประถม 5 แห่ง และวัด จำนวน 6 แห่ง จำนวนหมู่บ้านที่ประสบอุทกภัย จำนวน 14 หมู่ แบ่งเป็น 1,127 ครัวเรือน เป็นราษฎรจำนวนกว่า 5,500 คน




จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว

ผู้บัญชาการทหารบก พิธีเปิดโครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ อาคารเทิดพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

วันที่ 27 กันยายน 2556 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ อาคารเทิดพระเกียรติ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

โครงการนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความร่วมมือ ระหว่าง กองทัพบก กับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยกองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 มอบให้ มณฑลทหารบกที่ 22 เป็นหน่วยดำเนินการปรับปรุงตกแต่งภายในอาคารเทิดพระเกียรติ ของศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นแหล่งเรียนรู้พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน รวมทั้งเป็นศูนย์ต้นแบบด้านการจัดทำนิทรรศการเชิงอนุรักษ์ และประหยัดพลังงาน

อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี โดยภายในอาคารได้แบ่งเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 10 ห้อง นำเสนอเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ พระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ระดับน้ำมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้น้ำไหลท่วมบ้านพักอาศัยประชาชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี 14 ชุมชน เจ้าหน้าที่ทหาร ระดมกำลังพลสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวให้กับประชาชนที่เดือดร้อน

(26 ก.ย. 56) จากที่ระดับน้ำแม่น้ำมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำบริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชน 14 ชุมชน ต้องอพยพหนีน้ำมาอาศัยที่จุดอพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยเทศบาลเมืองวารินชำราบ ที่บริเวณหลังสำนักงานที่ดิน อำเภอเมืองวารินชำราบ ซึ่งขณะนี้มีผู้ประสบภัย 536 ครัวเรือน โดยมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น คือ มณฑลทหารบกที่ 22 และเทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้ให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังสร้างบ้านพักอาศัยชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัย พร้อมนำน้ำมาแจกจ่ายให้ประชาชนได้อุปโภค นอกจากนั้น ได้มีทีมพยาบาลจากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มาตั้งจุดบริการตรวจรักษาโรคให้ผู้ประสบภัยฟรี และมีหน่วยงานจาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำรถมาผลิตน้ำดื่มสะอาด เพื่อแจกจ่ายอีกด้วย สำหรับระดับน้ำที่สะพานเสรีประชาธิปไตย เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (26 ก.ย.56) อยู่ที่ระดับ 8 เมตร 37 เซนติเมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ 15 เซนติเมตร และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

ทางด้าน พันตำรวจเอกสุนทร ประดิษฐ์แท่น ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 7 ครัวเรือน ซึ่งถูกน้ำท่วมเมื่อคืนนี้ ประชาชนต้องมากางเต้นท์พักอาศัยที่บริเวณริมถนนชุมชนปากมูล ฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี



จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ผู้บัญชาการมณฑลทหารลกที่ 22 มอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ 2,3 และ 4 เพื่อส่งเสริมการศึกษาและเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้กับทหารผ่านศึกที่พิการจากการปกป้องประเทศชาติ

พลตรีวีระภัทรพล บุญเชี่ยว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตอุบลราชธานี เป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลานทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ 2,3 และ 4 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยในปีนี้มีบุตรหลานทหารผ่านศึกที่กำลังศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และชั้นประโยควิชาชีพ ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้ารับทุนประเภทต่อเนื่องเข้าศึกษาต่อในชั้นมธัยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 19 ทุนๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน95,000 บาท และทุนบริจาคเฉพาะปีการศึกษา จากของมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 3 ทุนๆละ 4,000 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท และทุนจากธนาคารทหารไทยในระดับประโยควิชาชีพ จำนวน 1 ทุน เงิน 5,000 บาท ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการศึกษาของบุตรหลานทหารผ่านศึก และเป็นการเพิ่มสวัสดิการให้กับทหารผ่านศึกในการดูแลบุตรหลาน

โอกาสนี้ พลวีระภัทรพล บุญเชี่ยว ได้กล่าวให้โอวาทว่า การมอบทุนการศึกษาเป็นการแสดงความห่วงใยในเรื่องการศึกษาของบุตรหลานของทหารผ่านศึกที่พิการจากการปกป้องประเทศชาติ โดยมีการสอบคัดเลือกชิงทุนการศึกษา ซึ่งผู้เข้าสอบชิงทุนการศึกษาจะต้องมีผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ดีและมีความประพฤติเรียบร้อย พร้อมกันนี้ได้ฝากถึงบุตรหลานทหารผ่านศึกที่ได้รับทุนว่า ให้มีความขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน เนื่องจากในภาวะปัจจุบัน มีการแข่งขันกันสูง เมื่อจบการศึกษาจะได้มีการประกอบอาชีพที่ดี ซึ่งจะแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือครอบครัวต่อไปได้



จักรกฤษณ์ มาลาสาย/ข่าว
ทองปัก ทวีสุข/ภาพ

ที่ประชุมจังหวัดสุรินทร์มอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณหลายรายการ

วันนี้ ( 27 ก.ย. 2556 ) ที่โรงแรมทองธารินทร์จังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในการประชุมหัวหน่าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยในที่ประชุมได้มอบโล่ และใบประกาศเกียรติคุณจำนวนหลายรายการประกอบด้วย การมอบเงินรางวัลผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคลี่คลายคดีเสมียนตราอําเภอรัตนบุรีถูกชิงทรัพย์ และถูกฆาตกรรม ตามที่เกิดเหตุการณ์ที่เสมียนตราอําเภอรัตนบุรี (นางอัจฉรียา หอมขจร) ถูกชิงทรัพย์ และถูกฆาตกรรม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 ในการติดตามตัวนางอัจฉรียาฯ ผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัย มีเจ้าหน้าที่ที่ เกียวข้องร่วมปฏิบัติ หน้าที่จนสามารถคลีคลายคดีได้นั้น อธิบดีกรมการปกครอง (นายชวน ศิรินันท์พร) มีความประสงค์ จะมอบเงินรางวัล จํานวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ผ่านทางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่คลี่คลายคดีดังกล่าว

การมอบรางวัลผลการประกวด "สถานศึกษาร่วมใจสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้ รถใช้ ถนน” ประจําปี 2556 ในระดับจังหวัดและระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสุรินทร์

การมอบป้ายรับรองร้านอาหารวัตถุดิบปลอดภัยเลือกใช้สินค้า Q จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์

การมอบโล่ และประกาศเกียรติ คุณให้ แก่ สตรี ไทยดี เด่นจังหวัดสุรินทร์ ประจําปี 2556 โดยพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จังหวัดสุรินทร์

การมอบโล่ และประกาศเกียรติคุณการประเมินผลโรงเรียน-ชุมชนปลอดลูกน้ำยุงลาย ประจําปีงบประมาณ 2556 โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ และสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์

การมอบรางวัลการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี 2556 ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) และระดับอุดมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวส.)

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการ ที่ย้ายไปดํารงตําแหน่งที่อื่นได้กล่าวอำลา คือ นายวิเชียร จันทรโณทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 

นางชไมพร ตุ้มพงษ์ ผู้อํานวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อํานวยการระดับสูง ผู้อํานวยการสํานักความร่วมมือ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

นายฑิฆัมพร ดวงพัตรา โทรศัพท์จังหวัดสุรินทร์ ย้ายไปดํารงตําแหน่ง โทรศัพท์จังหวัดอุบลราชธานี 

นายสุพรชัย ฟ้ารี ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยและบํารุงพันธ์สัตว์สุรินทร์ ย้ายไปรักษาการในตําแหน่งนักวิชาการสัตวบาลชํานาญการพิเศษ ส่วนศึกษาและพัฒนาการปศุสัตว์ สํานักงานปศุสัตว์ เขต 3 จังหวัดนครราชสีมา 

นายคมสัน บุญเอี่ยม ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ ย้ายไปดํารงตําแหน่ง ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาอุบลราชธานี



ประนนท์ ไม้หอม
ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน

ผวจ.ขอนแก่นมอบนโยบายสังคมสร้างสุขสังคมสวัสดิการ

งานและมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุข สู่สังคมสวัสดิการ”

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุข สุ่สังคมสวัสดิการ” จัดโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีนายสาย เตรียมไธสง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์ เพื่อบูรณาการการดำเนินงานในหน่วยงานสังกัด พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดตั้งตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคมในพื้นที่ 26 อำเภอ อำเภอละ 1 ตำบล เป็นกิจกรรมตามโครงการตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคม ซึ่งเกิดขึ้นจากการดำริและริเริ่มของผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ที่มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่อำเภอในเขตจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ได้รับการพัฒนาศักยภาพเกิดเป็นชุมชนน่าอยู่ ประชาชนได้รับสวัสดิการสังคมตรงตามความต้องการและสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ประชาชนในชุมชนมีความสุข เกิดเป็นสังคมแห่งความพอเพียง และมุ่งสู่สังคมสัวสดิการหรือสัวสดิการถ้วนหน้า หน่วยงานสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในจังหวัดขอนแก่น ทั้ง 13 หน่วยงาน จึงได้ร่วมกันวางแผน กำหนดพื้นที่ กำหนดแนวทางและกิจกรรมโดยการใช้กรอบการจัดสวัสดิการสังคม 7 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย เด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ ครอบครัว ผู้ด้อยโอกาส สตรี และประชาชนทั่วไป ขับเคลื่อนเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อาทิเช่น กรมการปกครอง กระทรวงสาธารณสุข กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น ซึ่งในปี 2556 มีเป้าหมายพื้นที่ต้นแบบงานสวัสดิการสังคมในท้องถิ่น 26 อำเภอ ๆ ละ 1 ตำบล โดยที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมซักซ้อมความเข้าใจของหน่วยงานที่ปฏิบัติรวมถึงหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง การบูรณาการโครงการกิจกรรมที่พัฒนา ฟื้นฟู ให้เป็นต้นแบบการจัดสวัสดิการในพื้นที่ มีการแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ ทั้งระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น การจัดเวทีประชาคมในพื้นที่โดยการนำแผนปฏิบัติการโครงการ/กิจกรรมที่ได้จัดทำเข้าสู่กระบวนการวิพากษ์แผน เพื่อให้ตอบสนองกับสภาพปัญหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง การอบรมเสริมสร้างประสิทธิภาพเครือข่ายในการจัดระบบสวัสดิการสังคมในพื้นที่ด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมาย 7 กลุ่ม กองทุนต่าง ๆ ของกระทรวงฯ การถอดบทเรียนการสร้างตำบลต้นแบบงานสัวสดิการสังคมเพื่อทราบปัญหา อุปสรรค ความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มกระบวนการ และนำมาพัฒนากระบวนการทำงาน ตลอดจนโครงการกิจกรรมในปีต่อไปรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงาน การจัดเวทีอภิปรายในหัวข้อเรื่องการสร้างสังคมสวัสดิการ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนในการจัดสวัสดิการสังคมให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ผู้แทนจากตำบลต้นแบบงานสวัสดิการสังคมทั้ง 26 แห่ง ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลงานและผลิตภัณฑ์จากชุมชน คณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ได้รับการจัดตั้ง จำนวน 128 แห่ง และผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์จำนวน 84 แห่ง รวมผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คนส่งเสริมสนับสนุนให้ท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสามารถจัดสวัสดิการสังคมให้ประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ตำบลสวัสดิการตามนโยบายของจังหวัดขอนแก่นและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนั้นประธานกล่าวเปิดงาน และมอบนโยบาย "คนขอนแก่นสร้างสุขสู่สังคมสวัสดิการ” และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานและผลิตภันฑ์จากชุมชน ที่นำมาแสดงตามบูธต่างๆ โดยมีเยาวชน ผู้สูงอายุ ประชาชนทั่วไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

นับถอยหลังมอดินแดงเกมส์กีฬามหาวิทยาลัยครั้งที่ 41

นับถอยหลังการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์”

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นต้อนรับ ผู้ร่วมงานเลี้ยงขอบคุณ ผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์” และกล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทยครั้งที่ 41 "มอดินแดงเกมส์” มอบเงินสนับสนุน จากผู้แทน องค์กรต่างๆ พร้อมถ่ายรูปร่วมกับผู้สนับสนุนเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 เวลา 15.30 น. นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวต้อนรับในงาน “นับถอยหลัง..สู่มอดินแดงเกมส์” และกล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 “มอดินแดงเกมส์” มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 14-25 มกราคม 2557 มีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม จำนวน 123 สถาบัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยดังกล่าว นับเป็นมหกรรมการแข่งขันกีฬายิ่งใหญ่ที่ชาวขอนแก่นทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเฝ้ารอคอย เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมกิจกรรมกีฬาของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเยาวชน เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศในอนาคตแล้ว ยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยขอนแก่น และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองขอนแก่นได้อีกทางหนึ่งด้วย ดังนั้น ณ วันนี้จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมเต็มที่ ในการร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยจังหวัดขอนแก่นได้ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมต้อนรับทัพนักกีฬา คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้ประสานงาน และสื่อมวลชนทุกแขนงรวมกว่า 15,000 คน ที่จะเดินทางมาเยือนจังหวัดขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางจราจร ความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านการท่องเที่ยว และธุรกิจบริการที่ครบวงจร อย่างไรก็ตาม การจัดการแข่งขัน “มอดินแดงส์” ครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยดีนั้น จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนงบประมาณจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงของเชิญชวนทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยร่วมสนับสนุนงบประมาณในการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41 “มอดินแดงเกมส์” เพื่อเป็นการรวมพลังอันเข้มแข็งของชาวขอนแก่น อย่างสมภาคภูมิต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำพิจารณาระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ 5-10 ลบ.ม./วัน

จังหวัดขอนแก่นประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำพิจารณาปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ จาก 3 ล้าน ลบ.ม/วัน ให้อยู่ระหว่าง 5-10 ลบ.ม./วัน

วันนี้ ( 27 กันยายน 2556)เวลา 09.30 น ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น นายทรงพล จำปาพันธ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ แจ้งว่าสภาพน้ำเขื่อน ณ ปัจจุบัน ระดับน้ำปัจจุบัน( 27 กันยายน 2556เวลา 08.00 น อยู่ที่ 178.78 ม.รทก. มีปริมานน้ำ ในอ่างเก็บน้ำ 1,395 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 56.74 เป็นปริมาณน้ำใช้งาน 798 .87 ล้าน ลบ.มร้อยละ 43.14 . ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 32.63 ลบม. สามารถรับน้ำเข้าอีก 1,051.76 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำ 3ลบ.ม./วัน เพื่อพิจารณาสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน พบว่ามีหลายปัจจัยนำมาวิเคราะห์พิจารณา ควรปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำจาก 3 ล้าน ลบ.ม/วัน ให้อยู่ระหว่าง 5-10 ลบ.ม./วัน ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ สูงกว่าเส้นควบคุม 0.69 ม. เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการ์ณน้ำในปัจจุบัน เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้น้ำและพื้นที่ด้านท้ายน้ำ ประกอบกับช่วงนี้มีมรสุมพัดปกคลุมประเทศไทยในช่วง 3-5 วัน ขณะนี้มีฝนตกในพื้นที่จังหวัดเลย หนองบัวลำภูและชัยภูมิ พื้นที่เหนือน้ำก่อนไหลลงชี มาขอนแก่น ส่วนน้ำเชิญ น้ำพอง สาขาน้ำชีตอนนี้ปริมาณน้ำเต็มเขื่อนแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำสายต่างๆ เริ่มสูงขึ้นเช่นกัน ต้องเฝ้าระวังป้องกันกับเหตุน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่งได้กำชับให้มิสเตอร์เตือนภัยทั้ง 26 อำเภอ เฝ้าระวังตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอชุมแพ ภูผาม่าน สีชมพู หนองเรือ แวงน้อย ชนบท มัญจาคีรี เมือง



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

น้ำป่าจากเขาพังเหย ห้วยเชียงทา ไหลทะลักพัดฝายอาจารย์จื่อขาดท่วมพื้นที่การเกษตรกว่าแสนไร่

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงนี้ ได้สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง กินพื้นที่ ประสบภัย 11 อำเภอ 61 ตำบล 580 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 48,228 ครัวเรือน ครัวเรือน 142,901 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ แยกเป็น พืชไร่ 83,566 ไร่ นาข้าว 103,404 ไร่ พืชสวน 3,168 ไร่ และบ่อปลา 1,752 บ่อ โดยเฉพาะที่อำเภอหนองบัวระเหว เกิดน้ำป่าไหลบ่าจากเขาพังเหย รวมกับลำห้วยเชียงทา ได้ไหลบ่า กัดเซาะคันดิน ฝายอาจารย์จื่อ ขาดเป็นช่องกว้างกว่า 30 เมตร น้ำจำนวนมาก ได้ไหลทะลัก ลงท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนราษฎร กว่า 1 แสนไร่ ในเขตพื้นที่ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอจัตุรัส และอำเภอเมืองชัยภูมิ

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ ตรวจสอบฝายอาจารย์จื่อ พร้อมสั่งให้ เทศบาลตำบลหนองบัวระเหว ทำการซ่อมแซมให้สามารถสัญจรผ่าน ไปมาได้ เป็นการชั่วคราว ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ทราบว่าขณะนี้กรมโยธาธิการ ได้อนุมัติงบประมาณ ปี 2557 จำนวน 280 ล้านบาท มาก่อสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อให้มั่นคงแข็งแรง และสามารถระบายน้ำได้ทัน ในช่วงน้ำหลาก พร้อมสร้างคลองส่งน้ำลอดแม่น้ำชี ส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร อำเภอบ้านเขว้า อีกด้วย



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ

จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ จังหวัดชัยภูมิประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๕ อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอเทพสถิต และอำเภอคอนสาร นายนิพนธ์ สาธิตสมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยกับ นางธัญญรัตน์ โรจนหัสดิน ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ ว่า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศต่ำปกคลุมตอนกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนตกกระจาย ก่อให้เกิดความเสียหายด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และสิ่งสาธารณะประโยชน์ รวมถึงราษฎรได้รับความเดือดร้อน และภัยพิบัติดังกล่าวยังไม่ยุติ จังหวัดชัยภูมิจึงได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันเกิดภัย ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกาศให้ภัยพิบัติใดเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และการกำหนดเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขนาดเล็ก หรือเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเฉพาะหน้า ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยเกิดเหตุอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ ๕ อำเภอ ประกอบด้วย

๑. อำเภอหนองบัวระเหว ในพื้นที่หมู่ ๒,๓,๖,๘ และหมู่ ๙ ตำบลหนองบัวระเหว หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๖,๙,๑๐,๑๑,๑๒,๑๓,๑๔  ตำบลห้วยแย้ หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๕,๖, ตำบลโคกสะอาด หมู่ที่ ๒,๔,๕,๖,๗,๙,๑๒,๑๔ ตำบลวังตะเฆ่ และหมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘ ตำบลโสกปลาดุก ๒. อำเภอบำเหน็จณรงค์ หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลโคกเริงรมย์ หมู่ที่ ๑-๒๓ ตำบลบ้านเพชร หมู่ที่ ๑-๑๗ ตำบลบ้านชวน หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลบ้านตาล หมู่ที่ ๑-๑๒ ตำบลหัวทะเล หมู่ที่ ๑-๘ ตำบลเกาะมะนาว หมู่ที่ ๑-๑๑ ตำบลโคกเพชรพัฒนา ๓. อำเภอเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ ๒-๑๓ ตำบลบ้านยาง หมู่ที่ ๑,๒,๔,๕,๘,๙,๙,๑๐,๑๑ ตำบลบ้านหัน หมู่ที่ ๑-๕,๗-๑๔ ตำบลบ้านเป้า หมู่ที่ ๑,๒,๓,๗,๙,๑๐,๑๑ ตำบลกุดเลาะ หมู่ที่ ๔ ตำบลโนนกอก หมู่ที่ ๒,๓๔,๔,๕,๖,๘,๑๐ ตำบลสระโพนทอง หมู่ที่ ๑,๒,๑๐ ตำบลหนองข่า หมู่ที่ ๑,๓,๔,๕,๖,๑๔ ตำบลหนองโพนงาม หมู่ที่ ๑,๒,๓,๔,๖ ตำบลบ้านบัว และหมู่ที่ ๒,๖,๗ ตำบลโนนทอง ๔. อำเภอเทพสถิต หมู่ที่ ๑,๑๙ ตำบลวะตะแบก หมู่ที่ ๓,๕,๖,๑๐,๑๔ ตำบลห้วยยายจิ๋ว หมู่ที่ ๖,๘,๑๒,๑๓,๑๗ ตำบลนายางกลัก และหมู่ที่ ๑,๑๓,๑๕ ตำบลโป่งนก ๕. อำเภอคอนสาร หมู่ที่ ๑-๘ ตำบลคอนสาร หมู่ที่ ๑,๓,๔,๗ ตำบลทุ่งพระ หมู่ที่ ๒,๕,๖,๗,๘,๙ ตำบลโนนคูณ หมู่ที่ ๒,๔,๙,๑๒,๑๔,๑๖ ตำบลห้วยยาง หมู่ที่ ๕,๖ ตำบลทุ่งลุยลาย หมู่ที่ ๑,๒,๕,๖,๗,๙ ตำบลดงบัง หมู่ที่ ๓,๕,๙,๑๐,๑๑ ตำบลทุ่งนาเลา และหมู่ที่ ๑-๙ ตำบลดงกลาง ก่อนหน้านี้ จังหวัดชัยภูมิได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มราบต่ำ ริมน้ำ บริเวณที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณที่แม่น้ำชีไหลผ่านขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เตรียมขนย้ายข้าวของสัมภาระขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากฝนตกหนักในระหว่างวันที่ ๒๕ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องด้วย


จรุงจิต ฝางชัยภูมิ /ข่าว /ส.ปชส.ชัยภูมิ

จังหวัดชัยภูมิ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว ๑๑ อำเภอ

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ว่า จังหวัดชัยภูมิได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร ประกอบกับในขณะนี้น้ำที่ ท่วมขังได้ไหลตามคลองสาขาลงแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำชี แม่น้ำพรม แม่น้ำเชิญ เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่สองฝั่งริมแม่น้ำ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ติดริมแม่น้ำ รวมพื้นที่ประสบภัย ๑๑ อำเภอ ๖๑ ตำบล ๕๘๐ หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน ๔๘,๒๒๘ ครัวเรือน ๑๔๒,๙๐๑ คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ แยกเป็น พืชไร่ ๘๓,๒๖๖ ไร่ นาข้าว ๑๐๓,๔๐๔ ไร่ พืชสวน ๓,๑๖๘ ไร่ และบ่อปลา ๑,๗๕๒ บ่อ

ด้านการให้ความช่วยเหลือได้สั่งการให้อำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนอย่างทันท่วงที พร้อมให้เตรียมประสานหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กำลังทหารจาก นพค.๕๕ เกษตรสมบูรณ์ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ นครราชสีมา กองบังคับการกองร้อย อส.จังหวัดชัยภูมิ มูลนิธิต่าง ๆ ในพื้นที่ให้จัดเตรียมกำลังพล วัสดุอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุทกภัย สำหรับการเตรียมการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองชัยภูมิ โครงการชลประทานชัยภูมิ และ เทศบาล เมืองชัยภูมิ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน ๑๕ เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำ ๑๐ เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำออกไปยังคลองสาขาได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์.



เพชรรินทร์ เขียวเขว้า ส.ปชส.ชัยภูมิ
ข่าว 27 ก.ย. 56

พระพรหมบัณฑิต บรรยายธรรม “ผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม”

พระพรหมบัณฑิต บรรยายธรรมในโครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม สร้างทัศนคติเชิงบวกให้กับผู้นำและพุทธศาสนิกชนรู้รักสามัคคี เทิดทูนสถาบันสำคัญของชาติ

(27-9-56) ในการจัดกิจกรรมตามโครงการ ผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2556 ซึ่งจังหวัดมหาสารคาม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามได้จัดขึ้น ตามยุทธศาสตร์เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของสังคมไทย และการสร้างทัศนคติเชิงบวกในการรู้รักสามัคคี การเทิดทูนสถาบันสำคัญของชาติ รวมทั้งการยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต มีข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพุทธศาสนิกชน รวม 150 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยได้นิมนต์พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมมฺจิตโต) อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมาเป็นองค์ปาฐกถาธรรม

ด้านนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากสภาพปัจจุบันที่คุณธรรม จริยธรรม ถูกละเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่เสื่อมถอยและมีความเบี่ยงเบนวัฒนธรรม ซึ่งมีพฤติกรรมไปในทางที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมในโครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม นี้ จะสร้างทัศนคติในเชิงบวก ผู้คนรู้รักสามัคคี ทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข

โครงการผู้นำยุคใหม่ใส่ใจคุณธรรมจังหวัดมหาสารคาม นอกจากจะได้รับฟังการบรรยายธรรมจากพระพรหมบัณฑิต แล้ว ยังมีการจัดค่ายปฏิบัติธรรม ที่ศูนย์พัฒนาจิตใจเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา มหาราชา วัดป่าหนองคู ตำบลหนองกุง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือประชาชน สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ขอความร่วมมือประชาชน สร้างความตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อควบคุมกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากพื้นที่ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลก นายแพทย์สุริยา

รัตนปริญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เพื่อเป็นกระตุ้นและหาแนวร่วมในการสนับสนุนการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ได้กำหนดในวันที่ 28 กันยายน ของทุกปี เป็นวันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโลกซึ่งตรงกับวันเสียชีวิตของหลุยส์ ปาสเตอร์ ที่เป็นผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ใช้สำหรับฉีดให้กับผู้ที่ถูกสุนัขบ้ากัดได้เป็นครั้งแรก โดยจะเน้นการให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัขอย่างร้อยละ 70 ของสุนัขทั้งหมด ส่วนในคนจะเน้นการให้วัคซีนป้องกันโรคพิสุนัขบ้าที่มีคุณภาดแก่ผู้ที่ถูกสุนัขหรือแมวกัดทุกคน

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากขอความร่วมมือประชาชน ได้ตระหนักถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า โดยเริ่มจากตนเองควรมีการเลี้ยงสุนัข แมว อย่างถูกวิธี และไม่ก่อความเดือดร้อนแก่สังคม ส่วนหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกภาคส่วน ต้องให้ความสำคัญในการดำเนินงานอย่างแข็งขัน จริงจัง ต่อเนื่อง พร้อมผนึกกำลังร่วมมือในการป้องกันควบคุมกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า ให้หมดไปจากพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม.



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

จังหวัดมุกดาหารประกาศผลการคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๖

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาได้ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งจังหวัดมุกดาหารพิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ ตามหลักเกณฑ์ที่สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษากำหนด จำนวน ๒ คน

จังหวัดมุกดาหารได้พิจารณาคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติของจังหวัดตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว จำนวน ๒ คน คือ นายแวดล้อม คนหาญ อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๘ หมู่ ๓ ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายเฉลิม น้อยทรง อายุ ๗๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๔ หมู่ ๒ ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารประกาศเตือนภัย ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาย และดินถล่ม

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัยฉบับที่ ๘ วันที ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลางและภาคระวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ – วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ส่งผลให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักในระยะนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่เสี่ยงภัยอันเกิดจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงให้เตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ในระยะ ๔ – ๕ วัน (๒๘ ก.ย. – ๒ ต.ค. ๕๖) เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบเส้นทาง เขื่อน ฝาย อ่าง คันกั้นน้ำ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก พื้นที่เขตอุตสาหกรรม รวมทั้งพื้นที่ของเอกชน ถ้าไม่มีความมั่นคงแข็งแรงพิจารณาแล้วเป็นอันตรายให้แก้ไขโดยด่วน รวมทั้งให้ใช้ประโยชน์จาก " มิสเตอร์เตือนภัย” ที่ประจำอยู่ในหมู่บ้านเสี่ยงภัย หากเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ให้รายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นทันที่ ที่ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย โทร.๐๒-๒๔๑๗๔๕๐-๖(แฟกซ์อัตโนมัติ) สอบถาม โทร.๐๒-๒๔๑๗๔๕๗-๖๑ ให้แจ้งผู้บริหารเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดภัย ตำรวจที่สายด่วน ๑๙๑, บาดเจ็บฉุกเฉินสายด่วน ๑๖๖๙ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โทร.๐๔๒-๖๓๓๑๐๑, ๐๔๒-๖๑๕๓๘๓, ๐๔๒-๖๑๒๒๔๓ หรือที่สายด่วนสาธารณภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดประชุมสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๖ ก.ย.๕๖) ที่ห้องประชุมโรงแรมมุกดาหารแกรนด์ โฮเทล อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาสื่อมวลชนจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งสื่อเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญนอกจากจะเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม สื่อยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน ต่อวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงของสังคมซึ่งยังขาดประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต

นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสื่อประเภทต่างๆ ได้ในทุกพื้นที่อันส่งผลต่อพฤติกรรม ทัศนคติ ค่านิยม ของประชาชนในสังคม เพื่อให้การดำเนินงานด้านการพัฒนาสื่อในระดับภูมิภาคเกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ให้เกิดสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการขยายพื้นที่สื่อที่ส่งเสริมการเรียนรู้โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นเวทีหนึ่งที่ให้ความรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ร่วมรับทราบแนวทางการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในพื้นที่ สามารถรู้เท่าทันการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพสังคม โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยคณะอนุกรรมการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดมุกดาหาร สื่อมวลชนทุกแขนง นักจัดรายการวิทยุชุมชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดยเชื่อว่าการจัดสัมมนาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนรวมถึงประชาชน ให้ได้รู้จักในการพิจารณาเลือกบริโภคสื่อที่เหมาะสม สามารถรู้เท่าทันสื่ออย่างชาญฉลาดได้ในระดับหนึ่ง




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

โรงพยาบาลมุกดาหารจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็น

วันนี้ (๒๖ ก.ย.๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลาเรารักมุกดาหาร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางการเห็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเปิดโอกาสแก่ผู้พิการทางการเห็น ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนผู้พิการจากแต่ละตำบลเข้าร่วมรับการอบรมตามโครงการ ซึ่งจะก่อให้เกิดเครือข่ายกลุ่มย่อยในระดับตำบลและระดับอำเภอ

นายแพทย์ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพาบาลมุกดาหารกล่าวว่า ผู้พิการทางการเห็นเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว เป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการฟื้นฟูคนพิการตาบอดให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงพยาบาลมุกดาหารร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๑๐ อุบลราชธานี กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมผู้พิการทางการเห็นเขตอำเภอเมือง อำเภอคำชะอี จำนวน ๑๔๐ คน เป็นผู้พิการที่ผ่านการอบรม O&M มาแล้ว ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการเห็นได้เข้าถึงบริการ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในระดับเครือข่ายในแต่ละตำบล พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการทางการเห็นมีสังคมกว้างมากขึ้น



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

จังหวัดมุกดาหาร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เตรียมจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษาประจำปี ๒๕๕๖

ที่ห้องประชุมโรงแรมมุกดาหารแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ประจำปี ๒๕๕๖ ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานเทศบาลเมืองมุกดาหารร่วมกับส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร

นายถาวร คูณคำตา ปลัดเทศบาลปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารโดยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาล ได้กำหนดจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ไทย-ลาว (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณท่าน้ำเขื่อริมโขงตลาดอินโดจีน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เพื่ออนุรักษ์ส่งเสริม ฟื้นฟู ขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขต อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาทักษะการพายเรือ ส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร

ปลัดเทศบาลปฎิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การแข่งเรือของจังหวัดมุกดาหาร เป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณโดยจัดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ในวันขึ้น ๑๓-๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ โดยมีการแข่งขันประเภทเรือเร็วและประเภทสวยงาม ในแต่ละปีจะมีเรือสมัครเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก ชาวจังหวัดมุกดาหารและประชาชนใกล้เคียงให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันเรือมิตรภาพ ไทยลาว โดยมีเรือจากแขวงสะหวันนะเขตร่วมแข่งขันเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีก็ได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศเดินทางไปร่วมงานประเพณี โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนจากแขวงสะหวันนะเขตเดินทางมาร่วมงานได้ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๖ และประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารเดินทางไปร่วมงานประเพณีในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ขอเชิญชวนประชาชนทั้งสองฝั่ง ตลอดจนประชาชนทั่วไปเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารเที่ยวชมงาน บุญส่วงเฮือในวันออกพรรษา ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยทั่วกัน




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

สถานการณ์น้ำจังหวัดยโสธร

สถานการณ์น้ำจังหวัดยโสธรตามที่ได้มีพายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและด้านตะวันออก ตั้งแต่วันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ ทำให้มีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักในบางพื้นที่ของจังหวัดยโสธร ทำให้มีน้ำเอ่อท่วมที่ราบลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำชี ลำเซบาย และลำน้ำยังซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตร (นาข้าว) เป็นวงกว้าง และมีสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหาย จำนวน ๕ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร, อำเภอป่าติ้ว, อำเภอไทยเจริญ, อำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอทรายมูล รวม ๒๓ ตำบล ๑๓๓ หมู่บ้าน การให้ความช่วยเหลือ อำเภอป่าติ้ว ได้รับความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ถุงยังชีพ จำนวน ๑๙๔ ชุด จากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร สำนักงานสาธารณสุขอำเภอป่าติ้ว และโรงพยาบาลอำเภอป่าติ้ว มอบยาชุดรักษาพยาบาลจำนวน ๑๕0 ชุด สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้ม กรณีน้ำเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรหลายพันไร่ในที่ราบลุ่มและที่ลุ่มริมน้ำ แม่น้ำชี ลำยังและลำเซบาย ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองยโสธร อำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้วและอำเภอคำเขื่องแก้ว ระดับน้ำยังทรงตัวและขยายเพิ่มบางพื้นที่ จังหวัด อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกหนังในพื้นที่ ปริมาณน้ำที่เอ่อท่วมที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ลำน้ำดังกล่าว คาดว่าระดับน้ำจะลดกลับสู้ภาวะปกติภายใน ๕-๗ วัน หรือหากปริมาณน้ำลดลงช้าจนเกิดความเสียหายแก่นาข้าวและพื้นที่การเกษตรอื่นๆ ซึ่งจังหวัดจะได้ประกาศเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป สำหรับพื้นที่อำเภออื่นๆ ได้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากอำเภอประเมินสถานการณ์แล้ว ประชาชนได้รับความเดือนร้อนหรือพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย อำเภอก็จะได้รายงานเหตุด่วนสาธารณภัยเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป



วรรณทอง ภูโสภา. ส ปชส.ยโสธร...รายงาน

ยโสธรเชิญประชาชนทำบุญปฏิบัติธรรมและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี

นายไพชยนต์ ชนะกาญจน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ขอเชิญประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ที่วัดใกล้บ้าน และในวันที่ 3 ตุลาคม 2556 ขอเชิญร่วมทำบุญ ปฏิบัติธรรม และลงนามถวายพระพร ที่วัดที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย วัดบ้านบ่อ (ป่าแก), วัดดอนพระเจ้า, วัดชัยมงคล (บ้านสำราญ) , วัดบ้านหนองนางตุ้ม, สำนักปฏิบัติธรรมธุดงศสถานบ้านสำราญ ต.สำราญ อ.เมืองยโสธร

และร่วมลงนามถวายพระพร ที่วัดเข้าร่วมโครงการดังกล่าวและที่วิทยาลัยเทคนิคยโสธร , วิทยาลัยชุมชนยโสธร, วิทยาลัยอาชีวศึกษา,โรงเรียนเลิงนกทา, อบจ.ยโสธร,สาธารณสุขอำเภอเมืองยโสธร, เทศบาลเมืองยโสธร และเทศบาลตำบลสำราญ



ส.ปชส.ยโสธร/ไพชยนต์ 26 ก.ย. 56

ร้อยเอ็ดชูข้าวหอมมะลิและยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ ( Product Champion)

วันนี้ (26 ก.ย.56) เวลา 14.00 น.นายพศิน โกมลวิชญ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด ภายใต้โครงการแปลงแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย สู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด การพิจารณาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factor) ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ

จังหวัดร้อยเอ็ดได้ คัดเลือกข้าวหอมมะลิ และยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) โดยมีคณะทำงานโครงการการแปลงแผนแม่บทระบบสถิติประเทศไทย สู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่ พ.ศ.2555 จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วยคณะทำงานเรื่องข้าวหอมมะ และคณะทำงานเรื่องยางพารา เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Critical Success Factor) และจัดทำ Key Indicator หรือ ตัวชี้วัด และผังสถิติทางการ เพื่อสนับสนุนปัจจัยแห่งความสำเร็จ เรื่อง ข้าวหอมมะลิ และยางพารา ดังนั้น การประชุมครั้งนี้ จึงได้มีการพิจารณาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factor) ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักดิ์ภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ และพิจารณาตัวชี้วัด (KPI) และชุดข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ ผังสถิติทางการระดับจังหวัด สถิตทางการมีอยู่ (Stock) สถิติ ทางการที่ต้องการจัดทำเพิ่มเติม และกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ของผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ (Product Champion) ชุดข้าวหอมมะลิ และการจัดทำร่างแผนพัฒนาสถิติระดับพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ.2557 – 2560



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
26 ก.ย. 56

ร้อยเอ็ด ออกให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. แ ละจังหวัดเคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขบำรุงสุขให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 15 ประจำปี 2556

จังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่  พอ.สว. ร้อยเอ็ดออกให้บริการประชาชน  ณ บ้านเมืองทอง  ต.เมืองทอง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ 26 ก.ย.2556  นายสมเกียรติ  รัตนเมธาธร ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เป็นประธานเปิดงานจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อออกให้บริการบำบัดทุกข์บำรุงสุขบำรุงสุขให้แก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกล ในถิ่นทุรกันดารด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค  ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้พระราชทานพระอนุญาตให้จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นจังหวัด แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทร์ บรมราชชนนี (ลำดับที่ 53) ได้ออก ให้บริการ ครั้งที่ 15  ประจำปี 2556  ที่ โรงเรียนบ้านเมืองทองวีระประชานุสรณ์  หมู่ 3  บ้านเมืองทอง ต.เมืองทอง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมีส่วนราชการในจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ นำข้าราชการเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องออกบริการประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วย การมอบจักยานแก่นักเรียน จำนวน 5 คัน ถุงยังชีพแก่ผู้สูงอายุ จำนวน 30 ถุง  มอบชุดนักเรียนแก่เด็กนักเรียน การตรวจรักษาโรคทั่วไป การบริการด้านทันตกรรม   การบริการด้านจักษุแพทย์   การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การจัดทำทะเบียนราษฎร์   การทำบัตรประจำตัวประชาชน การจำหน่ายสินค้าราคาโรงงานจากส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  เครื่องอุปโภค-บริโภค ราคาถูก จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด การให้คำแนะนำด้านอาชีพ โดยส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน และบริการอื่นๆ ซึ่งมีประชาชน – เยาวชน เข้ารับบริการจำนวนมาก



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ ภาพ

กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสำพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
043-527117 ,086-2200865

เศรษฐกิจเลยบูมต่อเนื่อง บสย.หนุนผู้ประกอบการรายย่อย รับค้ำประกันเงินกู้สู้ตลาดอาเซียน

นายมโนฑ  ศรีพรมทอง  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บสย.สาขาอุดรธานี   เปิดเผยว่า บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สำนักงานสาขาอุดรธานี  เปิดแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดเลย, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จังหวัดเลย     โดยมีนายวสันต์  แก้วศิริบัณฑิต  ประธานหอการค้าจังหวัดเลย,  นายสะอาด  พรหมภักดี  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และนายไชยรัช  ตรียานุกูลมงคล,  นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย    ร่วมแถลงข่าว

นายมโนฑ  ศรีพรมทอง  กล่าวว่า  บสย.เล็งเห็นว่าจังหวัดเลยมีเศรษฐกิจกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากผลการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย.ที่เพิ่มขึ้นมากทุกปี ในปี 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปี 2554  เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามีการขยายตัวด้านสินเชื่อการค้า การลงทุนมากขึ้น  ซึ่งในส่วนนี้ บสย.ได้เข้าไปช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ให้ได้รับสินเชื่อตามความต้องการ  ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันในจังหวัดเลยนั้น บสย.ได้ให้การค้ำประกันสินเชื่อรวมทุกโครงการ 582 ราย วงเงินอนุมัติค้ำประกัน 1,636 ล้านบาท  และพร้อมจะช่วยเหลือให้สมาชิกและผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการรายใหม่ของจังหวัดเลยให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้นต่อไป

นายวสันต์  แก้วศิริบัณฑิต  ประธานหอการค้าจังหวัดเลย  กล่าวว่า  ถือเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่จะได้เพิ่มศักยภาพด้านการลงทุนประกอบธุรกิจที่มีได้มี บสย.เข้ามาช่วยส่งเสริมค้ำประกันการกู้เงิน  ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการของจังหวัดเลยมีโอกาสขยายธุรกิจ  เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น    ขณะนี้จังหวัดเลยมีการขยายตัวด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง  ที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดเลย  ได้ร่วมมือกับ สปป.ลาว  ด้านการค้า  การลงทุน  ซึ่งการลงทุนของผู้ประกอบการของจังหวัดเลย จะคล่องตัวมากขึ้น  ส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นด้วย

วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญนำน้ำดื่มจำนวน 1,200 ขวดพร้อมนำนักเรียน นักศึกษาช่างไป ช่วยเหลือราษฎรบ้านดอนว่าน อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ำท่วม

ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ปริมาณน้ำในลำเซบายมีระดับสูงขึ้น และพนังกั้นน้ำลำเซบายที่บริเวณบ้านดอนว่าน ตำบลหัวตะพาน อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เกิดพังทลายทำให้น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและไร่นาของราษฎร ในหลายหมู่บ้านของตำบลหัวตะพาน ได้แก่ บ้านดอนว่าน บ้านนาป่าแซง บ้านท่าวังหิน บ้านโสกสว่าง และบ้านหัวตะพาน ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 260 ครัวเรือน และล่าสุดปริมาณน้ำได้ไหลท่วมพื้นที่เกษตรเกือบเต็มพื้นที่ประมาณ 3 หมื่นไร่ โดยเฉพาะที่บ้านดอนว่าน ทั้งหมู่บ้านและถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงกว่า 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้

วานนี้  (25 ก.ย. 56) นายเศรษฐศิษฎ์  ณุวงศ์ศรี  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน นักศึกษา น้ำสะอาด ที่ผลิตจากวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ จำนวน 1,200 ขวด ไปมอบให้กับราษฎรบ้านดอนว่าน จำนวน 62 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อน  นอกจากนี้ยังได้นำโครงการ ไปช่วยเหลือราษฎรที่เครื่องจักรกลทางการเกษตร  รถจักรยานยนต์ และระบบไฟฟ้าในบ้านเรือนเกิดการขัดข้องหรือเสียหาย

และในวันเดียวกันนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญยังได้นำฟางอัดแห้งไปมอบให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากสัตว์เลี้ยง วัว ควายไม่มีหญ้ากิน ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญและโรงพยาบาลหัวตะพานได้นำรองเท้าบูท จำนวน 100 คู่ และยากันยุง ไปมอบให้กับราษฎรไว้ใช้เพื่อป้องกันโรคเท้าเปื่อย โรคฉี่หนู และกันยุงกัดเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก  สร้างความประทับใจให้แก่พี่น้องประชาชนชาวบ้านดอนหว่านเป็นอย่างยิ่ง




จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ“หลักสูตรผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์สำหรับข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับอำเภอ ระยะที่ 4

ที่ห้องประชุมคณาพันธ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ  ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ "หลักสูตรผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์สำหรับข้อมูลด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับอำเภอ ระยะที่ 4 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ให้มีความรู้และเข้าใจถึงวิธีการเก็บ ตรวจสอบและนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านการให้บริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขด้วยระบบ Real time การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรค และการส่งออกรายงาน รวมทั้งควบคุมกำกับการดำเนินงาน ซึ่งการจัดอบรมในครั้งนี้เป็นระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของหลักสูตร โดยมีวิทยากร สปสช. เขต 10 อุบลราชธานี ซึ่งผลจากการอบรมของหลักสูตรทั้ง 4 ระยะ จะทำให้จังหวัดอำนาจเจริญ มีผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ระดับอำเภอ  เป็น Smart Admin จะส่งผลให้ประชาชนชาวจังหวัดอำนาจเจริญมีโอกาสเข้าถึงการบริการและข้อมูลการบริการของหน่วยบริการในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพ




จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว

อุบลราชธานี จัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน

อุบลราชธานี จัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน
อุบลราชธานี : เชิญหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน ใน 5 ยุทธศาสตร์หลักด้านการบังคับใช้กฎหมาย, วิศวกรรมจราจร, การให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม,การบริการการแพทย์ฉุกเฉินและการประเมินผลและระบบสารสนเทศ โดยปรับแนวทางดำเนินการให้ อปท.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมและเตรียมนำเสนอเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด

เช้าวันนี้ (26 ก.ย.56) นางสาวกาญจนา ทองทั่ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นประธานในการจัดเวทีประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน ตามโครงการกระบวนการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนของนักศึกษาและชุมชนรอบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ระยะที่ 2 ที่ห้องประชุมโกเมน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ซึ่งโครงการดังกล่าวได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อประเด็นความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอุบลราชธานี และจากผลของการระดมความคิดเห็นได้นำมาจัดทำเป็นร่างยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนน ใน 5 ประเด็นยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งได้แบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นและพิจารณาร่างยุทธศาสตร์และนำเสนอเพื่อพิจารณาร่วมกัน ซึ่งผู้ร่วมเวที ได้พิจารณาและเห็นควรปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินการในแต่ละประเด็น เช่น ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ให้ตำรวจภูธรจังหวัด,ตำรวจทางหลวง มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องในมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร 1 ท ในทุกพื้นที่ อีกทั้งเข้มงวดในการต่อใบอนุญาตขับขี่ การกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยในชุมชน,สถานประกอบการ,หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา, ด้านวิศวกรรมจราจร ให้มีการติดตั้ง จัดระบบ ตรวจสอบไฟจราจร สัญญาณเตือน ป้ายเตือน ลูกระนาดชะลอความเร็วรถในจุดเสี่ยง จุดอันตราย ปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อความปลอดภัย สนับสนุนให้มีช่องทางหรือโครงข่ายเดินรถจักรยาน จัดหาจุดจอดรถ จัดระเบียบการจราจร ตามตลาด สถานศึกษาและเพิ่มบริการรถสาธารณะให้เพียงพอและมีความปลอดภัยรวมทั้งเชิญชวนให้ประชาชนใช้รถโดยสารสาธารณะมากขึ้น

ด้านการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ ให้มีการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุในสถานศึกษารวมทั้งให้มีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนหรือรายวิชา การใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัยในสถานศึกษาทุกระดับ การรณรงค์ใช่หมวกนิรภัย 100 % ส่งเสริม สนับสนุนให้ อปท. ใช้สื่อประชาสัมพันธ์ในชุมชนให้เหมาะสมกับสถานที่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การผลิตและเผยแพร่สื่อ โดยสื่อมวลชนทุกสาขา การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครนักสื่อสารความปลอดภัยในชุมชน, ด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ดำเนินการที่เป็นระบบ มีประสิทธิภาพคลอบคลุมพื้นที่ตามมาตรฐาน ทั้งการให้บริการและการสั่งการและด้านการประเมินผลและระบบสารสนเทศ ให้มีระบบการรวบรวมข้อมูล รายงานผล นำสถิติการเกิดอุบัติเหตุมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนาระบบสารสนเทศให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งข่าวอุบัติเหตุ ซึ่งข้อสรุปที่ได้จากการจัดเวทีประชาพิจารณ์ จะได้รวบรวมนำเสนอจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดและมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติให้เกิดผลต่อไป



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 – 924 6809 /ข่าว/ 26 ก.ย. 56

ชมรมรามคำแหงสุรินทร์ ทอดผ้าป่าสามัคคีสร้างฐานเพื่อประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

วันที่ 26 ก.ย.56 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะประธานชมรมรามคำแหงสุรินทร์ เป็นประธานการทอดผ้าป่าสามัคคี โดยชมรมรามคำแหงสุรินทร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุรินทร์ จะจัดสร้างฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหงสุรินทร์ สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุรินทร์ ขึ้นเป็นแห่งแรกในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงอัจฉริยภาพทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนาและศิลปวิทยา และทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทย ดังนั้น จึงเป็นสิ่งมงคลอย่างยิ่งที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์ที่ทรงคุณูปการแห่งประเทศไทย โดยยอดที่ทอดได้ในตอนต้นวันนี้ เป็นเงิน 888,244 (แปดแสนแปดหมื่นแปดพันสองร้อยสี่สิบสี่บาท) และจะรวบรวมให้มียอดทอดผ้าป่าในครั้ง เท่ากับประชากรของจังหวัดสุรินทร์ คือ 1,300,000 บาท (หนึ่งล้านสามสามแสนบาท)

ทั้งนี้ ชมรมรามคำแหงสุรินทร์ จึงได้จัดทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างฯ โดยมีศิษย์เก่า นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง และประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญสมทบทุนก่อสร้างฐานเพื่อประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ผู้ที่ยังสนใจและมีจิตศัทธาสามารถติดต่อร่วมบริจาคได้ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดสุรินทร์ ที่ทำการปกครองจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเทศบาลเมืองสุรินทร์ หรือที่สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ โทร.0-4451-5427 

กศน.มหาสารคาม เปิดงานมหกรรม OTOP Mini MBA (โอท๊อป มินิ เอ็มบีเอ)

กศน.มหาสารคาม จัดแสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ จากศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน (OTOP Mini MBA) (โอท๊อป มินิ เอ็มบีเอ) เพื่อพัฒนาคุณภาพและยกระดับฐานะมาตรฐานด้านอาชีพของชุมชน ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน

(26-09-56) นางสาวนพกนก บุรุษนันทน์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.มหาสารคาม พร้อมด้วยบุคลากร นักศึกษา กศน. และสมาชิกกลุ่มอาชีพศูนย์ฝึกชุมชน ทั้ง 13 อำเภอ รวมกว่า 300 คน เปิดงานโครงการมหกรรมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน (OTOP Mini MBA) (โอท๊อป มินิ เอ็มบีเอ) ที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด สาขามหาสารคาม (มหาชน) โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งมีกิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักศึกษา กศน. และการวางจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มอาชีพศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน (OTOP Mini MBA) (โอท๊อป มินิ เอ็มบีเอ) ทั้ง 13 อำเภอ อาทิ ผลิตภัณฑ์กระติบข้าว มวยนึ่งข้าว ตะกร้าจากเส้นพลาสติก และกลุ่มอาชีพนวดฝ่าเท้าจากอำเภอโกสุมพิสัย ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย ผ้าไหม เสื่อกก และผลิตภัณฑ์จากต้นกก อำเภอนาดูน อำเภอกุดรัง อำเภอนาเชือก ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าไทย ไม้กวาด ผ้าเช็ดเท้า ผ้าฝ้ายทอมือ พืชผัก และผลิตภัณฑ์ข้าวกล้อง จากอำเภอกันทรวิชัย อำเภอเมืองมหาสารคาม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดช่องทางการจำหน่ายสินค้า ส่งเสริมให้ประชาชนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ได้มีอาชีพ มีงานทำ และมีรายได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเป็นการพัฒนาคุณภาพและยกระดับฐานะมาตรฐานด้านอาชีพของชุมชน ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

เทศบาลท่าขอนยาง อําเภอกันทรวิชัยจัดงานมหกรรมอาหารปลอดภัย ประจําปี 2556

26-09-56 ที่บริเวณถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตําบลท่าขอนยาง อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เทศบาลตําบลท่าขอนยางจัดงานมหกรรมอาหารปลอดภัยประจําปี 2556 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในพื้นที่พัฒนาปรับปรุงร้านอาหารให้มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นประธาน พร้อมมอบป้ายอาหารปลอดภัยแก่ร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร

นายสมชาติ บุตรราช นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่าพื้นที่เขตเทศบาลท่าขอนยาง มีนิสิต นักศึกษาเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจํานวนมากเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยการบริโภคอาหารจากร้านอาหารและแผงลอยจําหน่ายอาหารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ หารอาหารไม่สะอาดปลอดภัยก็จะทําให้เกิดการเจ็บป่วยได้ โดยเทศบาลฯได้ดําเนินได้ดําเนินงานตามโครงการเฝ้าระวังการตรวจอาหารให้ปลอดภัย เพื่อเฝ้าระวังให้คําแนะนําและพัฒนายกระดับสถานประกอบการด้านอาหาร แผงจําหน่ายอาหารให้ปลอดภัยและผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ซึ่งมาตรการหนึ่งที่จะทําให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่สะอาดปลอดภัย

ด้านนายนพวัช สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้พัฒนาปรับปรุงร้านอาหารให้มีคุณภาพอีกทางหนึ่ง และผู้บริโภคมีความมั่นใจในการรับประทานอาหาร โดยดูจากร้านอาหารที่ผ่านการรับรองและได้รับป้ายมาตรฐานอาหารสะอาดรสชาดอร่อย หรือ clean food good test เป็นหลัก จากนั้นได้มอบป้ายมาตรฐานอาหารสะอาดรสชาดอร่อย หรือ clean food good test แก่สถานประกอบการร้านอาหารขนาดใหญ่และขนาดเล็กจํานวนกว่า 30 สถานประกอบการ




สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม/ข่าว

เกษตรจังหวัดมหาสารคาม เร่งขึ้นทะเบียนชาวสวนยาง ภายใน 30 กย.นี้

เกษตรจังหวัดมหาสารคาม เร่งรัดเจ้าหน้าที่ทุกอำเภอประชาสัมพันธ์ แนวทางการไห้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเกษตรกรต้องเดินทางมายืนยันหรือแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นที่ตั้งแปลงปลูก ระหว่างวันที่ 4 – 30 กันยายน 2556

ว่าที่ ร.ต.จักรภัทร ผ่องโอภาส เกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่ให้จ่ายเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ไร่ละ 2,520 บาท ซึ่งเป็นการช่วยเหลือราคายางพาราในอัตรากิโลกรัมละ 12 บาท ในระยะเวลา 7 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน กันยายน 2556 ถึงเดือนมีนาคม 2557 โดยจำกัดปริมาณให้การช่วยเหลือรายละไม่เกิน 25 ไร่ พร้อมเร่งรัดจ่ายเงินให้ถึงมือเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรสามารถนำเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไปบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง

สำหรับจังหวัดมหาสารคามมีเกษตรกรชาวสวนยางที่จะเข้าร่วมโครงการ แจ้งขึ้นทะเบียนไปแล้ว 545 ราย พื้นที่ปลูก 4,486.30 ไร่ และมีเกษตรกรที่เปิดกรีดยางไปแล้ว 98 ราย พื้นที่ 949.30 ไร่ จากจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราทุกอำเภอรวม 951 ราย พื้นที่ 8,192 ไร่

อย่างไรก็ตาม เกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้เกษตรอำเภอเร่งประชาสัมพันธ์ ให้เกษตรกรมาแจ้งขึ้นทะเบียน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบพื้นที่และจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเกษตรกรต้องเดินทางมายืนยันหรือแจ้งขึ้นทะเบียนด้วยตัวเอง ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่เป็นที่ตั้งแปลงปลูก ระหว่างวันที่ 4 – 30 กันยายน 2556 ขอทราบรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัด/สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือขอคำปรึกษา โดยตรงกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์หมายเลข 043 777 387



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ศาลปกครองสัญจรพบประชาชน สื่อมวลชนที่จังหวัดกาฬสินธุ์

ศาลปกครองจัดโครงการศาลปกครองพบประชาชนและเสริมสร้างเครือข่ายด้านสื่อมวลชนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำด้านกฎหมายแก่ประชาชน และจัดเสวนากับสื่อมวลชน "ศาลปกครองกับการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง” โดยจังหวัดกาฬสินธุ์มีสถิติคดีปกครองที่เข้าสู่การพิจาณากว่า 960 คดี

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2556 ที่ห้องทศพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมด้วยคณะ ได้จัดโครงการศาลปกครองพบประชาชนและเสริมสร้างเครือข่ายด้านสื่อมวลชนจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชน และการเสวนากับสื่อมวลชนในพื้นที่ในหัวข้อ "ศาลปกครองกับการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง” โดยมีนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย สื่อมวลชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ดร.หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ศาลปกครองได้เปิดทำการมาเมื่อปี 2544 มีคดีเข้าสู่ศาลปกครองจำนวน 90,056 คดี พิจารณาพิพากษาคดีเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 71,044 คดี คิดเป็นร้อยละ 78.89 จากผลการศึกษาวิจัยและคาดการณ์พบว่า การฟ้องคดีปกครองมีแนวโน้มสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องเร่งรัดการพิจารณาคดี ทั้งคดีที่อูยู่ในระหว่างการพิจารณาและคดีที่ฟ้องใหม่ ให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วยิ่งขึ้น ตามกรอบเวลาที่ศาลปกครองวางเอาไว้ในแผนยุทธศาสตร์การปกครอง ตลอดระยะเวลา 12 ปี ศาลปกครองได้ทำการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองและเยียวยาความเดือดร้อน หรือเสียหายให้แก่ประชาชนมาอย่างมากแล้ว ศาลปกครองก็ยังมีกระบวนการและวิธีในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอยู่ด้วย และการจัดโครงการศาลปกครองพบประชาชนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะช่วยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงบทบาท ภารกิจหน้าที่ของศาลปกครองในการตรวจสอบการใช้อำนาจตามกฎหมายของหน่วยงานทางปกครอง ส่วนการยื่นฟ้องสามารถกระทำได้ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ไม่ต้องมายื่นที่ศาล เสียค่าใช้จ่ายน้อย

สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองขอนแก่น ซึ่งมีอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และมุกดาหาร โดยมีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณา จำนวน 6,011 คดี พิจารณาแล้วเสร็จ 5,713 คดี คิดเป็นร้อยละ 75.04 และอยู่ระหว่างการพิจารณาคงค้าง 298 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.96 ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์มีสถิติคดีปกครองที่มูลคดีเกิดขึ้นและเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองทั้งสิ้น 960 คดี



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ มอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการประจำปี 2556และมอบรางวัลการประกวดชมรมผู้ประกอบการค้าอาหาร โดยตลาดสดทุ่งนาทอง ได้รับรางวัลชนะเลิศชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารในตลาดสด ประจำปี 2556

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (26 กันยายน 2556) ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือนกันยายน 2556 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งเข้าร่วมประชุม โดยก่อนเข้าสู่การประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2556 เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชู ที่ได้ปฏิบัติราชการจนครบเกษียณอายุราชการ จากนั้นได้มอบรางวัลการประกวดชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2556 ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจ และสร้างพลังความเข้มแข็งของชมรมในการพัฒนาคุณภาพความปลอดภัยด้านอาหาร โดยได้ดำเนินการประกวดระหว่างวันที่ 9-16 สิงหาคม 2556 ซึ่งผลการประกวดประเภทชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารในตลาดสด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ตลาดสดทุ่งนาทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ตลาดสดเทศบาลตำบลร่องคำ อำเภอร่องคำ รองชนะเลิศอันดับ 2 ตลาดสดเทศบาลตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด รางวัลชมเชย ตลาดสดเทศบาลตำบลกุดสิม อำเภอเขาวง, ตลาดสดเทศบาลตำบลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท, ตลาดสดเทศบาลตำบลนาคู อำเภอนาคู และตลาดสดเทศบาลตำบลโนนบุรี ส่วนการประกวดชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร รางวัลชนะเลิศได้แก่ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยเทศบาลตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย

ด้านนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน ขอยกย่อง เชิดชู ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ ที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และขอขอบคุณข้าราชการทุกท่าน ทุกส่วนราชการที่ได้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ในปีงบประมาณ 2556 จากนี้ไปขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ช่วยกันขับเคลื่อนวาระจังหวัดกาฬสินธุ์เมืองคนดี สุขภาพดี รายได้ดี โดยเฉพาะงานบุญปลอดเหล้า ที่ผ่านมาถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงฝากถึงนายอำเภอทุกแห่ง แจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท.ในพื้นที่ในการกำหนดมาตรการงดเหล้าในงานบุญ ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย ลดการทะเลาะวิวาท ลดปัญหาได้มากทีเดียว



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

กาฬสินธุ์แถลงข่าวการจัดงาน Kalasin Car Free Day 2013

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 กันยายน 2556) ที่วงเวียนโปงลาง เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายชนินทร์ สังข์วิเศษ ประธานหอการค้าจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นาย นพสิทธิ์ กุลเจริญวิรัตน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงาน Kalasin Car Free Day 2013 โดยกล่าวถึงความเป็นมาของงานว่า เริ่มจัดครั้งแรกที่ในปี พ.ศ. 2548 และมีการจัดต่อเนื่องในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อกระตุ้นให้เยาวชน ประชาชนทั่วไป สนใจการปั่นจักรยาน หรือ เดินทางในระยะใกล้ๆ ด้วยจักรยาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน และลดภาวะโลกร้อน ปีที่ผ่านมาKalasin Car Free Day มีประชาชนทั้งในกาฬสินธุ์และต่างจังหวัดให้ความสนใจมาร่วมงาน กว่า 1,000 คน

และในปีนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดกาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ชมรมจักรยานไดโนไบค์กาฬสินธุ์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้กำหนดจัดงาน Kalasin Car Free Day 2013 ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2556 ณ ลานคอนกรีตหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อการประหยัดพลังงาน ลดภาวะโลกร้อน และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี กิจกรรมในงานเริ่มตั้งแต่เวลา 7.00 น.ก่อนปล่อยขบวนจักรยาน จะมีการโชว์ กีฬาเอ็กซ์ตรีม พารามอเตอร์ แอโรบิค จากชมรมต่างๆ และการแปรขบวนจักรยานเป็นรูปธงชาติไทยขนาดใหญ่ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดจากนั้นจะเคลื่อนตัวไปยังถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวกาฬสินธุ์และจังหวัดใกล้เคียง หรือผู้มีความสนใจจากทั่วประเทศมาร่วมงานโดยทั่วกัน



วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว

มข.ร่วมกับกองทัพอากาศวิจัยพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์ด้วยกระบวนการไฮโดรโฟเฟสซิ่ง

รองศาสตราจารย์ ดร. กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เดินทางไปเยี่ยมชม"โครงการวิจัยและพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์ด้วยกระบวนการไฮโดรโพรเซสซิ่ง” และให้การต้อนรับคณะนายทหารจากกองทัพอากาศที่เดินทางมาตรวจรับครุภัณฑ์ระบบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงสังเคราะห์สำหรับอากาศยานของกองทัพอากาศ ผศ.ดร.ผกาวดี แก้วกันเนตร ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยและผู้ประสานงานฝ่ายมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่าเป็นการร่วมมือวิจัยพัฒนาและแลกเปลี่ยนกันระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับกองทัพอากาศฯ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะประกอบด้วยนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยี ได้แก่ ผศ.ดร.ผกาวดี แก้วกันเนตร รศ.ดร.พรเทพ ถนนแก้ว และผศ.ดร. ศรัญญา พรหมโคตร์ ร่วมกับนักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่ ผศ.ดร.อาทิตย์ เนรมิตตกพงศ์ ดร.ทินกร คำแสน ดร.กิติโรจน์ หวันตาหลา และ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ คือ นาวาอากาศเอก สุพิส สว่างศรี และนาวาอากาศโท อมรพงศ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้ากองส่งกำลังบำรุง กองบังคับการ กรมช่างอากาศ ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยของกองทัพอากาศ ร่วมกันดำเนินการวิจัยและการพัฒนาโครงการวิจัยและพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์ด้วยกระบวนการไฮโดรโพรเซสซิ่ง เพื่อใช้กับอากาศยานให้กับกองทัพอากาศ กระทรวงกลาโหม โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 2 ปี ศึกษาการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์จากน้ำมันปาล์ม โดยใช้ปฏิกิริยาเคมีไฮโดรโพรเซสซิ่ง ภายใต้การพัฒนาระบบการผลิตต้นแบบขนาด 50 ลิตร/รอบการทำงาน ขณะนี้คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ดำเนินการวิจัยในห้องปฏิบัติการเสร็จสิ้น และประสบผลสำเร็จจนสามารถพัฒนาระบบการผลิตต้นแบบในระดับโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งคณะนายทหารจากกองทัพอากาศ ได้เดินทางมาตรวจรับครุภัณฑ์ระบบการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสังเคราะห์ฯ เพื่อให้ทางกองทัพอากาศไปใช้ประโยชน์เพื่อความมั่นคงของประเทศต่อไป ทั้งนี้โครงการวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทดแทนภายในประเทศ ตลอดจนเป็นการสนับสนุนโครงการวิจัยตามแนวพระราชดำริ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากอุตสาหกรรมเกษตรภายในประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

เทศบาลตำบลบ้านแฮดชะลอการสร้างคลังเวลดิ์แก๊สหลังชาวบ้านร้องคัดค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีบริษัท เวิลด์แก๊ส ประเทศไทย จำกัด ขออนุญาตต่อเทศบาลตำบลบ้านแฮด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อก่อสร้างคลังก๊าซปิโตรเลียมเหลวบนที่ดินกว่า 30 ไร่บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วง อ.บ้านไผ่-อ.บ้านแฮด และขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างฐานราก โดยโครงการดังกล่าวชาวบ้านไม่เห็นด้วย และคัดค้านมาอย่างต่อเนื่องนั้น นายทวี ไชยชาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านแฮด กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.บ้านแฮดแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคลังแสงของก๊าซไปแล้ว เพราะเดิมก็มีคลังก๊าซที่หมู่ 10 และขยายกิจการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันในตำบลมีสถานีบริการก๊าซแอลพีจี 3 แห่ง และสถานีบริการเอ็นจีวี 1 แห่ง ส่วนคลังก๊าซที่กำลังก่อสร้างตั้งอยู่ในหมู่ 1 มี 20 ถัง ถังละ 30,000 ลิตร รวมแล้วเกือบ 1 ล้านลิตร ทั้งนี้ คลังก๊าซตั้งอยู่ห่างจากบ้านเรือนประชาชนไม่ถึง 1 กิโลเมตร ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ก๊าซระเบิดจะมีรัศมีการทำลายล้างเป็นบริเวณกว้างกว่า 10 กิโลเมตร เท่ากับว่าอำเภอบ้านแฮด และพื้นที่ใกล้เคียงกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านแฮดจึงไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ ที่สำคัญไม่เคยจัดทำประชาพิจารณ์เลย ล่าสุดวานนี้ (24 ก.ย.) ผู้นำชุมชนพร้อมด้วยชาวบ้านจาก 4 หมู่บ้านใน ต.บ้านแฮด ประมาณ 200 คน นัดชุมนุมกันที่เทศบาลตำบลบ้านแฮดเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ พร้อมยื่นหนังสือต่อนายกเทศมนตรีเพื่อขอสำเนาเอกสารการอนุญาตให้บริษัทตั้งคลังก๊าซ และแนบผลการทำประชาคมหมู่บ้านหมู่ที่ 1 ที่ลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้างด้วย ขณะที่นายศิริพงษ์ อรุณเดชาชัย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแฮด กล่าวว่า โครงการการก่อสร้างในเทศบาลฯ ทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่กรณีคลังก๊าซถือเป็นธุรกิจเฉพาะ ผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตในท้องถิ่นก็จริง แต่กระบวนการติดตั้งถัง ระบบจ่ายก๊าซไม่ได้ผ่านท้องถิ่น เป็นอำนาจของกรมธุรกิจพลังงาน อย่างไรก็ตาม ได้หารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเห็นพ้องกันว่าจะให้มีการชะลอโครงการไว้ก่อน พร้อมทำหนังสือขอหารือไปยังจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

โครงการเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการลดรายจ่ายครัวเรือนเกษตรกรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอกระนวน

นายสมศักดิ์สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ในโครงการลดรายจ่ายครัวเรือนเกษตรกรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ หอประชุมอำเภอกระนวน อำเภอกระนวน โดยมีนางนิภา สุวรรณสุจริต นายอำเภอกระนวน กล่าวรายงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนขอนแก่นอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน มุ่งเน้นการพัฒนาในการเกษตรโดยเป็นการลดรายจ่ายให้ภาคครัวเรือนในชนบทเป็นสำคัญ โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน โดยมีหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการมี 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งแค หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยโจด จำนวน 30 ครัวเรือน และบ้านหัวหนอง หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านฝาง จำนวน 30 ครัวเรือน รวม 60 ครัวเรือน จากนั้นประธานได้กล่าวให้โอวาทและมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ตามลำดับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิต (เมล็ดพันธุ์ผัก) จำนวน 11 รายการ เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่าตามโครงการลดรายจ่ายครัวเรือนเกษตรกรตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพร้อมทั้งร่วมเปิดโครงการ คนกระนวนฮักแพง ซึ่งเป็นโครงการของอำเภอกระนวนในการช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากจนที่ไม่ผ่าน จปฐ.เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพชีวิตและทุนทางสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้โดยใช้กลไกศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของอำเภอ ซึ่งมีทีมงานลงพื้นที่ไปสำรวจและค้นหาจนพบว่าอำเภอมีครัวเรือนที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือจำนวน146 ครัวเรือนจาก 9 ตำบลโดยมีการร่วมแรงร่วมใจกันทั้งภาครัฐภาคเอกชนในอำเภอกระนวน สนับสนุนโครงการคนกระนวนฮักแพง เพื่อช่วยเหลือทั้ง 146 ครัวเรือนโดยมีการให้ความช่วยเหลือ ในการช่วยซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การให้ปัจจัยการประกอบอาชีพ มอบอุปกรณ์ช่างช่วยพัฒนาอาชีพ มอบปัจจัยการเลี้ยงเลี้ยงหมูรวมทั้งมอบพันธุ์ผัก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 450,000 บาท



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

ผู้ว่าฯ สั่งขุดคันดินกั้นน้ำชีเปิดทางน้ำช่วยนาข้าวตำบลส้มป่อย-หนองบัวบาน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอจัตุรัส ยังไม่คลี่คลาย น้ำในลำน้ำชียังคงเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนชาวบ้าน ผู้ว่าฯต้องสั่งขุดคันดิน ขวางทางน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากนาข้าว เป็นการเร่งด่วน

วันนี้ 26 กันยายน 2556 นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้สั่งใช้รถแบ๊คโฮ เข้าไปขุดคันดิน เปิดช่องทางเดินน้ำของคันดิน บริเวณบ้านหนองบัวบาน เป็นช่องกว้างประมาณ 3 เมตร จำนวน 4 ช่อง เพื่อเปิดทางให้น้ำจำนวนมาก ซึ่งไหลลงจากลำคันฉู และห้วยส้มป่อย ไหลมารวมกันที่ตำบลส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แต่ไม่สามารถไหลลงแม่น้ำชีได้ เนื่องจากติดคันดิน ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ สร้างไว้ ป้องกันน้ำชีเอ่อ ชาวบ้านเล่าว่า ปีที่แล้วน้ำไม่มากเหมือนปีนี้ สาเหตุเพราะน้ำระบายไม่ทัน จึงร้องผู้ว่าฯ ให้มาช่วยเปิดทางน้ำให้ ทำให้น้ำจำนวนมาก สามารถไหลลงคลองใยแก้ว ลงบึงละหาน และลงสู่แม่น้ำชีที่อยู่ด้านล่าง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ของชาวบ้านที่อยู่ด้านบน หลังชาวบ้านได้เรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ช่วยเหลือ เพื่อระบายน้ำออกจากนาข้าว หลาย 1,000 ไร่ หากไม่เปิดทางน้ำตรงนี้ ชาวบ้านกว่า 800 ครอบครัว ในตำบลหนองบัวบานและตำบลส้มป่อย จะเดือดร้อนอีกนาน

นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ ชัยภูมิมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และอยู่ในภาวะต้องดูแลและควบคุม รวม 8 อำเภอ 21 ตำบล พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมประมาณ 2 หมื่นไร่ ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับลำน้ำชี การขุดเปิดทางน้ำวันนี้ นอกจากช่วยนาข้าวจมน้ำแล้ว ยังเพิ่มพื้นที่รับน้ำฝน ที่อาจจะตกลงมาอีก ช่วง 27-28 กันยายนนี้ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ไว้ว่า ช่วงนี้จังหวัดชัยภูมิ จะได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศต่ำ จึงต้องเตรียมรับสถานการณ์เอาไว้ล่วงหน้า นอกจากจุดนี้แล้ว คันดินที่ อบจ.ชัยภูมิสร้างเอาไว้ ถูกน้ำกัดเซาะขาดอีกหลายจุด ทำให้น้ำจำนวนมหาศาล จากลำน้ำชี ไหลผ่านคันดิน เข้าท่วมพื้นที่อำเภอจัตุรัส และอำเภอเมืองชัยภูมิ ในเขตตำบลบ้านค่าย อาจท่วมขังถนนสี่เลนส์ สาย 201 ได้

จึงขอเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศ หรือคอยฟังเสียงตามสายของหมู่บ้าน อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางราชการจะส่งข่าวผ่านเสียงตามสายอย่างต่อเนื่อง และให้เตรียมระวังภาวะน้ำท่วมในช่วงนี้ด้วย ด้านการให้ความช่วยเหลือ ยอมรับว่าขณะนี้ในพื้นที่อำเภอบ้านเขว้าหลายจุด ที่ระดับน้ำยังสูงกว่าหมู่บ้านประมาณ 2 เมตร ได้เน้นให้องค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสร้างระบบแจ้งเตือนชาวบ้านจุดเสี่ยง หากระดับน้ำเพิ่มสูง น่าจะเป็นอันตราย สามารถสั่งอพยพได้ทันที เพื่อลดความสูญเสีย พร้อมเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว