วันนี้ ( 29 พ.ย. 56 ) ที่วัดอิสาน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าไตรให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา มหาราชา ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เข้าร่วมอุปสมบทหมู่ จำนวน 100 คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้มีโอกาสทำความดีเพื่อถวายในหลวง เพื่อให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เข้ารับโปรแกรมการบำบัดที่เหมาะสมและเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมาจัดพิธีปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบที่เข้ารับตำแหน่ง
ที่โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดพิธีการกล่าวคำปฏิญาณตนผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวในภาค 3 และภาค 4 จำนวนกว่า 200 คน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนคราชสีมา ยโสธร สุรินทร์ อำนาจเจริญ นครพนม และจังหวัดมหาสารคาม ที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวทั้ง 6 จังหวัด ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2556 ซึ่งการจัดพิธีกล่าวปฏิญาณตนในครั้งนี้ ได้กระทำต่อหน้า นายสุภัทร อยู่ถนอม อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง โดยมีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวทั้ง 6 จังหวัดเป็นผู้แทนในการกล่าวนำ ทั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 25 วรรค 2 กำหนดว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ผู้พิพากษาสมทบจะต้องปฏิญาณตนต่อหน้า อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนจังหวัด แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ตามแต่สังกัด ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ความสุจริต เที่ยงธรรมและรักษาความลับในราชการ
โครงการพลังคิดสะกิดโลกประหยัดพลังงานในสถานศึกษา
โครงการ "พลังคิด สะกิดโลก” จัดแข่งขันประหยัดพลังงานในสถานศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ
นายสุชาลี สุมามาลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ "พลังคิด สะกิดโลก” โดยมีนายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 28 พย 2556 โดย กระทรวงพลังงานได้เชิญศิลปินขวัญใจวัยรุ่น ริท เดอะสตาร์ และศิลปินชื่อดังวง "แทนทูคัลเลอร์” มาร่วมจัดกิจกรรมในโครงการพลังคิด สะกิดโลก กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ตระหนักและร่วมกันประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง โครงการพลังคิด สะกิดโลก เป็นโครงการช่วยปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทย เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญเรื่องพลังงานยิ่งขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้พลังงานจนเป็นนิสัย และเป็นแนวร่วมในการกระตุ้นให้คนใกล้ชิดในสังคมรอบข้าง เกิดการตื่นตัวในการลดใช้พลังงานและช่วยชาติประหยัดพลังงาน สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด กระทบต่อการดำเนินชีวิตประชาชนระทรวงพลังงาน จึงรณรงค์การประหยัดพลังงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงานของรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงาน เกิดจิตสำนึกที่ดีในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ภาค ทั้งในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา พร้อมจัดให้มีรางวัลสนับสนุนการศึกษาจำนวนรวมทั้งสิ้น 46,500,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดๆละ 2 รางวัลๆละ 250,000 บาท รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคๆละ 1 รางวัลรวม 6 รางวัลๆละ 1,000,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ และรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ทุนสนับสนุนการศึกษา 2,000,000 บาทพร้อมโล่เกียรติคุณ
นายสุชาลี สุมามาลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการ "พลังคิด สะกิดโลก” โดยมีนายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 28 พย 2556 โดย กระทรวงพลังงานได้เชิญศิลปินขวัญใจวัยรุ่น ริท เดอะสตาร์ และศิลปินชื่อดังวง "แทนทูคัลเลอร์” มาร่วมจัดกิจกรรมในโครงการพลังคิด สะกิดโลก กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ตระหนักและร่วมกันประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง โครงการพลังคิด สะกิดโลก เป็นโครงการช่วยปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทย เห็นคุณค่าและให้ความสำคัญเรื่องพลังงานยิ่งขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้พลังงานจนเป็นนิสัย และเป็นแนวร่วมในการกระตุ้นให้คนใกล้ชิดในสังคมรอบข้าง เกิดการตื่นตัวในการลดใช้พลังงานและช่วยชาติประหยัดพลังงาน สถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด กระทบต่อการดำเนินชีวิตประชาชนระทรวงพลังงาน จึงรณรงค์การประหยัดพลังงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายอนุรักษ์พลังงานของรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงาน เกิดจิตสำนึกที่ดีในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ภาค ทั้งในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา พร้อมจัดให้มีรางวัลสนับสนุนการศึกษาจำนวนรวมทั้งสิ้น 46,500,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดๆละ 2 รางวัลๆละ 250,000 บาท รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคๆละ 1 รางวัลรวม 6 รางวัลๆละ 1,000,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ และรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ทุนสนับสนุนการศึกษา 2,000,000 บาทพร้อมโล่เกียรติคุณ
ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น
ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นรับมอบช่อดอกไม้จากเยาวชนในขอนแก่นที่มาให้กำลังใจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รับมอบช่อดอกไม้จากเยาวชนที่มาสนับสนุนรัฐบาล วันนี้ ( 29 พ.ย. 2556 ) 09.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดขอนแก่นนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รับมอบช่อดอกไม้จากเยาวชนในจังหวัดขอนแก่น นำโดยนางกันยรัตน์ สมันตพันธ์ แกนนำเยาวชนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 20 คน ให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในการทำงานต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น
เทศบาลนครขอนแก่นพัฒนาเมืองสู่ความเป็นสากลให้เป็นเมืองน่าอยู่
เทศบาลนครขอนแก่น ได้พัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยการวางรากฐานของการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่
นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ภาคประชาชน เชื่อมั่นในพลังท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่สากล ” เทศบาลนครขอนแก่น ได้พัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยการวางรากฐานของการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ ก่อเกิดศักยภาพที่โดดเด่นในการเป็นศูนย์กลางทางด้านต่างๆในระดับภูมิภาคมาโดยตลอด ทั้งด้านการเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ ด้านการคมนาคมขนส่ง และด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการแสดงศักยภาพของนครแห่งกิจกรรมในเทศกาลสำคัญต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นยังเป็นที่ประจักษ์ในการเป็นผู้นำการบริหารการปกครองท้องถิ่นด้วยรางวัลต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ที่การันตีการทำงานของนครขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นหลักประกัน ที่แสดงถึงความมั่นใจและเห็นความสำคัญในการกระจายอำนาจคืนกลับสู่ภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างสรรค์พลังชุมชนท้องถิ่นอย่างไม่หยุดนิ่ง สร้างจิตสำนึกของคนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมและการสร้างความรู้สึกความเป็นเจ้าของเมืองร่วมกันในบริบทต่างๆ อาทิ การดูแลการจัดการสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชน พัฒนาสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ การประยุกต์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ตลอดจน แนวโน้มการพัฒนาเมืองยุคใหม่จะมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AECจะส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อเศรษฐกิจและสังคมเมืองขอนแก่น มีผลกระทบต่อบุคคลและชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดเตรียมความพร้อมของนครขอนแก่น คือ การเตรียมคนและชุมชนท้องถิ่นควบคู่ไปกับการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและระบบต่างๆให้นครขอนแก่น เท่าทันและทัดเทียมกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้งของประเทศ ด้วยการเรียนรู้ถึงการแบ่งปันมากกว่าการแข่งขัน เพื่อความสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อันจะนำพาไปสู่ชุมชนท้องถิ่นและสังคมแห่งความสุข เป็นเป้าหมายสำคัญ จึงกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง ด้วยวิสัยทัศน์ "พัฒนาเมืองสู่สากล สร้างสังคมแห่งความสุข
นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ภาคประชาชน เชื่อมั่นในพลังท้องถิ่น เชื่อมโยงสู่สากล ” เทศบาลนครขอนแก่น ได้พัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยการวางรากฐานของการพัฒนาเมืองสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ ก่อเกิดศักยภาพที่โดดเด่นในการเป็นศูนย์กลางทางด้านต่างๆในระดับภูมิภาคมาโดยตลอด ทั้งด้านการเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ ด้านการคมนาคมขนส่ง และด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการแสดงศักยภาพของนครแห่งกิจกรรมในเทศกาลสำคัญต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนั้นยังเป็นที่ประจักษ์ในการเป็นผู้นำการบริหารการปกครองท้องถิ่นด้วยรางวัลต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ที่การันตีการทำงานของนครขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นหลักประกัน ที่แสดงถึงความมั่นใจและเห็นความสำคัญในการกระจายอำนาจคืนกลับสู่ภาคประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างสรรค์พลังชุมชนท้องถิ่นอย่างไม่หยุดนิ่ง สร้างจิตสำนึกของคนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมและการสร้างความรู้สึกความเป็นเจ้าของเมืองร่วมกันในบริบทต่างๆ อาทิ การดูแลการจัดการสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของประชาชนในชุมชน พัฒนาสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ การประยุกต์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ตลอดจน แนวโน้มการพัฒนาเมืองยุคใหม่จะมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในปี 2558 ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AECจะส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อเศรษฐกิจและสังคมเมืองขอนแก่น มีผลกระทบต่อบุคคลและชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การจัดเตรียมความพร้อมของนครขอนแก่น คือ การเตรียมคนและชุมชนท้องถิ่นควบคู่ไปกับการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและระบบต่างๆให้นครขอนแก่น เท่าทันและทัดเทียมกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้งของประเทศ ด้วยการเรียนรู้ถึงการแบ่งปันมากกว่าการแข่งขัน เพื่อความสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม อันจะนำพาไปสู่ชุมชนท้องถิ่นและสังคมแห่งความสุข เป็นเป้าหมายสำคัญ จึงกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง ด้วยวิสัยทัศน์ "พัฒนาเมืองสู่สากล สร้างสังคมแห่งความสุข
ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น
งานเทศกาลไหมนานาชาติฯ ขอนแก่น เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2556 เปิดเป็นทางการแล้วอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ท่ามกลางประชาชาชน นักท่องเที่ยว และมิตรประเทศลุ่มน้ำโขง 6 ชาติ มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นตัวแทน ฯ พณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตีกลองมโหระทึกประกอบพิธีเปิดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2556 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ที่ลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อบ่ายวันนี้ (29 พ.ย.56) ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวชายไทย และชาวต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี สมาชิกอนุภูมิภาค 6 ชาตุลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม มาร่วมจัดกิจกรรมในงานปีนี้ เพื่อยกระดับงานสู่ระดับสากล และรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2556
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่จังหวัดขอนแก่นได้ยกระดับการจัดงานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ให้เข้าสู่ระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเอกลักษณ์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความสวยงามของลายผ้าไหมขอนแก่นให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เพื่อนอนุรักษ์ประเพณีผูกเสี่ยว เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น ในงานมีกิจกรรมที่สำคัญคือ การสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง เส้นทางการค้าไหมของ 6 ชาติสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คือ กัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม การแสดงและจำหน่ายผ้าไหม และสินค้าจาก 6 ชาติ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากจีน ลาว เวียดตาม การแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งของไทยและต่างชาติ การแสดงนิทรรศการศาสนาลุ่มน้ำโขง การแสดงมหกรรมอาหารนานาชาติ โดยยังคงอนุรักษ์ประเพณีผูกเสี่ยว ให้คงอยู่คู่กับจังหวัดขอนแก่น กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2556 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นตัวแทน ฯ พณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตีกลองมโหระทึกประกอบพิธีเปิดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2556 อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ที่ลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อบ่ายวันนี้ (29 พ.ย.56) ท่ามกลางประชาชน นักท่องเที่ยวชายไทย และชาวต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมี สมาชิกอนุภูมิภาค 6 ชาตุลุ่มน้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม มาร่วมจัดกิจกรรมในงานปีนี้ เพื่อยกระดับงานสู่ระดับสากล และรองรับประชาคมอาเซียนในปี 2556
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่จังหวัดขอนแก่นได้ยกระดับการจัดงานเทศกาลไหม ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ให้เข้าสู่ระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเอกลักษณ์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความสวยงามของลายผ้าไหมขอนแก่นให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เพื่อนอนุรักษ์ประเพณีผูกเสี่ยว เพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น ในงานมีกิจกรรมที่สำคัญคือ การสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง เส้นทางการค้าไหมของ 6 ชาติสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง คือ กัมพูชา จีน ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม การแสดงและจำหน่ายผ้าไหม และสินค้าจาก 6 ชาติ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากจีน ลาว เวียดตาม การแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งของไทยและต่างชาติ การแสดงนิทรรศการศาสนาลุ่มน้ำโขง การแสดงมหกรรมอาหารนานาชาติ โดยยังคงอนุรักษ์ประเพณีผูกเสี่ยว ให้คงอยู่คู่กับจังหวัดขอนแก่น กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2556 ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว/อารมย์/พิมพ์/29 พ.ย.56
เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
นางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กำหนด ออกหน่วยรับบริจาคโลหิตจากผู้มีความประสงค์บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. ประจำเดือน ธันวาคม 2556 ดังนี้ วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมโรงเรียนสามชัย อำเภอสามชัย วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ธนาคารธนชาต สาขากาฬสินธุ์ วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขากาฬสินธุ์ วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอนาคู วันพุธที่ 11 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุพัฒน์มอเตอร์ วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่สำนักงานแขวงการทางกาฬสินธุ์ วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอฆ้องชัย วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ หอประชุมอำเภอกมลาไสย วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอท่าคันโท วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ห้องประชุมชัยสุนทร ตำรวจภูธรจังหวัดหวัดกาฬสินธุ์ วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอสหัสขันธ์ วันพุธที่ 25 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขากาฬสินธุ์ และวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556 ออกรับบริจาคที่หอประชุมอำเภอนามน
เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญชวนข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคโลหิต ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญชวนข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคโลหิต ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว
รพ.กาฬสินธุ์ จัดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 พร้อมประมูลสิ่งของหารายได้เข้ากองทุนเอดส์
โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงภัยของโรคเอดส์ พร้อมจัดประมูลภาพวาด ของที่ระลึก เสื้อวันเอดส์โลกเพื่อนำรายได้สมทบเข้ากองทุนเอดส์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
วันนี้ ( 29 พ.ย. 56 ) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 ที่อาคารอำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ที่ถูกต้องและตระหนักถึงภัย รวมไปถึงวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคเอดส์ โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประมูลภาพวาดมูลค่า 20,000 บาท รายได้สมทบเข้ากองทุนเอดส์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตบุคลากรฯ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) และโครงการด้านเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ของทุกปีเป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) เพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวและส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชน และผู้ติดเชื้อเกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาด ภัยคุกคาม และผลกระทบจากโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยในปีนี้ได้กำหนดคำขวัญใช้ในการรณรงค์วันเอดส์โลก "Getting to Zero เอดส์...ลดให้เหลือศูนย์ได้ : ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา” ดังนั้น โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงได้จัดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 ซึ่งภายในงานมีการประกวดบอร์ดรณรงค์วันเอดส์โลก ในหัวข้อ "Getting to Zero เอดส์...ลดให้เหลือศูนย์ได้ : ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา”, การจัดนิทรรศการงานเอดส์, การแสดงบนเวทีของนักเรียน บุคลากร และกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน การตอบปัญหาชิงรางวัล การประมูลภาพวาด ของที่ระลึก และเสื้อวันเอดส์โลกเพื่อนำรายได้สมทบเข้ากองทุนเอดส์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
สำหรับข้อมูลจากสภากาชาดไทยและกรมควบคุมโรคปี 2556 พบว่ามีคนไทยติดเชื้อเอดส์ 1,166,543 คน จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2556 มีผู้ติดเชื้อ 5,347 คน เป็นชาย 3,476 คน หญิง 1,871 คน และผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 877 คน
วันนี้ ( 29 พ.ย. 56 ) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 ที่อาคารอำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ที่ถูกต้องและตระหนักถึงภัย รวมไปถึงวิธีการป้องกันตัวเองจากโรคเอดส์ โอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประมูลภาพวาดมูลค่า 20,000 บาท รายได้สมทบเข้ากองทุนเอดส์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
นายแพทย์ประมวล ไทยงามศิลป์ รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตบุคลากรฯ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) และโครงการด้านเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ได้กำหนดให้วันที่ 1 ของทุกปีเป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) เพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวและส่งเสริมให้ประชาชน เยาวชน และผู้ติดเชื้อเกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาด ภัยคุกคาม และผลกระทบจากโรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยในปีนี้ได้กำหนดคำขวัญใช้ในการรณรงค์วันเอดส์โลก "Getting to Zero เอดส์...ลดให้เหลือศูนย์ได้ : ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา” ดังนั้น โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงได้จัดงานรณรงค์วันเอดส์โลก ประจำปี 2556 ซึ่งภายในงานมีการประกวดบอร์ดรณรงค์วันเอดส์โลก ในหัวข้อ "Getting to Zero เอดส์...ลดให้เหลือศูนย์ได้ : ไม่ติด ไม่ตาย ไม่ตีตรา”, การจัดนิทรรศการงานเอดส์, การแสดงบนเวทีของนักเรียน บุคลากร และกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน การตอบปัญหาชิงรางวัล การประมูลภาพวาด ของที่ระลึก และเสื้อวันเอดส์โลกเพื่อนำรายได้สมทบเข้ากองทุนเอดส์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์
สำหรับข้อมูลจากสภากาชาดไทยและกรมควบคุมโรคปี 2556 พบว่ามีคนไทยติดเชื้อเอดส์ 1,166,543 คน จังหวัดกาฬสินธุ์ ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ปี 2556 มีผู้ติดเชื้อ 5,347 คน เป็นชาย 3,476 คน หญิง 1,871 คน และผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ 877 คน
ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว
จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบเกียรติบัตรให้กับ 12 หอพัก น่าอยู่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์และอำเภอนามน
นายสุชาติ ต่ายทรัพย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินการจัดระเบียบหอพัก โดยจัดคณะทำงานออกตรวจและประเมินหอพักในจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึง เดือนกันยายน 2556 เพื่อมอบประกาศเกียรติบัตรให้แก่หอพักมาตรฐานหอพักน่าอยู่ และบัดนี้ผลการประเมินดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้
- การตรวจหอพักในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 83 แห่ง มีหอพักผ่านเกณฑ์น่าอยู่ในระดับดี จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ หอพักหญิงเรนโบว์ ,หอพักหญิงนิภาพร ,หอพักหญิงกาแฟบ้านเฮา ,หอพักหญิงจิตตราภรณ์ ,หอพักหญิงโบว์ลิ่ง ,หอพักหญิงปิยะวรรณ , หอพักชายภูตะวัน ,หอพักหญิงสุวิมล และหอพักหญิงโสภิดา
- หอพักในเขตพื้นที่อำเภอนามน 28 แห่ง มีหอพักผ่านเกณฑ์น่าอยู่ในระดับดี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ หอพักหญิงดาวเรือง , หอพักหญิงมีสุข และหอพักหญิงขวัญข้าว
สำหรับหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดระเบียบหอพักดีเด่น ได้แก่ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และอำเภอนามน ทั้งนี้ หอพักทั้ง 12 แห่ง และ 2 หน่วยงานดังกล่าว ได้รับเกียรติบัตรจากนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปเรียบร้อยแล้ว
- การตรวจหอพักในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 83 แห่ง มีหอพักผ่านเกณฑ์น่าอยู่ในระดับดี จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ หอพักหญิงเรนโบว์ ,หอพักหญิงนิภาพร ,หอพักหญิงกาแฟบ้านเฮา ,หอพักหญิงจิตตราภรณ์ ,หอพักหญิงโบว์ลิ่ง ,หอพักหญิงปิยะวรรณ , หอพักชายภูตะวัน ,หอพักหญิงสุวิมล และหอพักหญิงโสภิดา
- หอพักในเขตพื้นที่อำเภอนามน 28 แห่ง มีหอพักผ่านเกณฑ์น่าอยู่ในระดับดี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ หอพักหญิงดาวเรือง , หอพักหญิงมีสุข และหอพักหญิงขวัญข้าว
สำหรับหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดระเบียบหอพักดีเด่น ได้แก่ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และอำเภอนามน ทั้งนี้ หอพักทั้ง 12 แห่ง และ 2 หน่วยงานดังกล่าว ได้รับเกียรติบัตรจากนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปเรียบร้อยแล้ว
วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว
ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ มอบรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ประจำปี 2556
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรมประจำปี 2556 ให้แก่นายไพฑูรย์ มหิพันธ์ รอง ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 นางชลพินท์ หงส์ชูตา ครูโรงเรียนโพนสวางวิทยาคม
วันนี้ ( 29 พ.ย. 56 ) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด, นายอำเภอทุกแห่ง, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งเข้าร่วมประชุม โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” รางวัลเสริมสร้างคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 28 ประจำปี 2556 ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัลจำนวน 2 คน คือ นายไพฑูรย์ มหิพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และนางชิลพินท์ หงส์ชูตา ครูโรงเรียนโพนสวางพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ครูผู้รับผิดชอบงานทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ระดับประถมศึกษา จากนั้นได้มอบเกียรติบัตรให้กับนายค้ำคูณ เพชรสังหาร อาสาสมัครเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมดีเด่น ประจำปี 2556 ของคณะกรรมการส่งเสริมกาจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,มอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงไทยสากลและอ่านทำนองเสนาะ ตามโครงการประกวดร้องเพลงไทยสากล ลูกกรุง ชิงแชมป์ประเทศไทยของธนาคารออมสิน ได้แก่ เด็กหญิงรัชฎา พินิจนึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงไทยสากลลูกกรุง (อมตะ), เด็กหญิงเพ็ญพิชชา วีระพันธุ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รางวัลชนะเลิศการประกวดอ่านทำนองเสนาะ พร้อมนี้ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลหอพักดีเด่นอีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน ซึ่งรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องเชิดชูคนดี มีคุณธรรม และช่วงนี้สภาพอากาศจังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มหนาวเย็น จึงขอให้นายอำเภอทุกแห่ง ส่วนราชการ ได้ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภัยหนาว และเฝ้าระวังการเกิดลมกระโชกแรงอาจสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนได้
วันนี้ ( 29 พ.ย. 56 ) นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องประชุม 4/1 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด, นายอำเภอทุกแห่ง, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งเข้าร่วมประชุม โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบรางวัล "หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” รางวัลเสริมสร้างคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 28 ประจำปี 2556 ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัลจำนวน 2 คน คือ นายไพฑูรย์ มหิพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ผู้รับผิดชอบงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ และนางชิลพินท์ หงส์ชูตา ครูโรงเรียนโพนสวางพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ครูผู้รับผิดชอบงานทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ระดับประถมศึกษา จากนั้นได้มอบเกียรติบัตรให้กับนายค้ำคูณ เพชรสังหาร อาสาสมัครเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมดีเด่น ประจำปี 2556 ของคณะกรรมการส่งเสริมกาจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,มอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนเข้าร่วมการประกวดร้องเพลงไทยสากลและอ่านทำนองเสนาะ ตามโครงการประกวดร้องเพลงไทยสากล ลูกกรุง ชิงแชมป์ประเทศไทยของธนาคารออมสิน ได้แก่ เด็กหญิงรัชฎา พินิจนึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รางวัลชนะเลิศการประกวดร้องเพลงไทยสากลลูกกรุง (อมตะ), เด็กหญิงเพ็ญพิชชา วีระพันธุ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รางวัลชนะเลิศการประกวดอ่านทำนองเสนาะ พร้อมนี้ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลหอพักดีเด่นอีกด้วย
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน ซึ่งรางวัลหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องเชิดชูคนดี มีคุณธรรม และช่วงนี้สภาพอากาศจังหวัดกาฬสินธุ์เริ่มหนาวเย็น จึงขอให้นายอำเภอทุกแห่ง ส่วนราชการ ได้ช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภัยหนาว และเฝ้าระวังการเกิดลมกระโชกแรงอาจสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนได้
ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ความคืบหน้าการก่อสร้างข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน
วันที่ ( 26-11-2556 ) เวลา 09.00 น. นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 ในงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบรายละเอียดสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน จัดโดยกรมทางหลวง ณ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน พ่อค้า ประชาชน ส่วนราชการ องค์กรเอกชนในจังหวัดบึงกาฬและตัวแทนจากแขวงบอริคำไซ สปป.ลาว เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย
โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน พร้อมโครงข่ายเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายไต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา - สปป.ลาว – สหภาพเมียนมาร์ - ไทย – เวียดนาม เป็นยุทธศาสตร์พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในกลุ่มอนุภาคตอนบนและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง ที่เกี่ยวข้องการการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างประเทศในการเชื่อมโยงโครงการเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทยกับสปป.ลาว สำหรับรองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นโดยแนวเส้นทางประกอบด้วยโครงข่ายทางหลวงทั้งในฝั่งประเทศไทยและสปป.ลาวผ่านทางสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน ในการศึกษาต้องพิจารณาถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศ พัฒนาทางหลวงให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน ฉบับล่าสุด โดยออกแบบปรับปรุงเป็นทางหลวงขนาดที่เหมาะสมตามผลวิเคราะห์ทางด้านวิศวกรรมและการจราจร ดังนั้นกรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน นอกจากนี้กรมทางหลวงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจึงได้มีการจัดประชุมขึ้นในวันนี้เพื่อนำเสนอความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ของการศึกษาพื้นที่ศึกษาและขอบเขตการศึกษาไห้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการจากผู้เข้าร่วมประชุม
นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้กล่าวว่าวันนี้เป็นการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเกี่ยวกับโครงการและบริษัทที่ปรึกษาจะได้นำข้อคิดเห็นไปวิเคราะห์เพื่อจะได้นำไปศึกษาและออกแบบให้เหมาะสม
ในส่วนของนายธวัช เบญจพลชัย ผู้จัดการโครงการกล่าวว่าขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจไปได้แล้วประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ และภายในอีก 2 เดือนคาดว่าจะกำหนดจุดสร้างสะพานได้และการสำรวจจะแล้วเสร็จทันตามเวลาที่กำหนดภายในระยะเวลา 365 วัน
จังหวัดนครราชสีมา มอบเงินรางวัลให้กับพลเมืองดี ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมแก็งโจรกรรมข้อมูลบัตร ATM ชาวรัสเซีย รายใหญ่ ได้
วันนี้ ( 28 พ.ย. 56 ) เวลา 11.00 น ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนพฤศจิกายน 2556 พร้อมมอบเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท ให้แก่ นางนารี ตาลสิทธิ์ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา อาชีพแม่บ้าน โดยนางนารีฯเป็นพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมแก็งผู้ต้องหาชาวรัสเซียแฮ็กข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มรายใหญ่ หลังพบพิรุธขณะที่ผู้ต้องหาชาวรัสเซียกำลังกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นางนารีฯได้พบเห็นชายต่างชาติ 2 คน คือ นายวาซิลี อิวานอฟ อายุ 27 ปี และนายเซอกี้ ปีเตอร์เนฟ อายุ 38 ปี ชาวรัสเซีย กำลังยืนกดเงินอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย บริเวณด้านหน้าศาลากลาง แต่นางนารีฯพบความผิดปกติ เนื่องจากชาวต่างชาติทั้งสองคนดูข้อมูลในโทรศัพท์ขณะกดเงิน และมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์นับร้อยใบ นางนารีฯจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมาไปตรวจสอบ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวรัสเซียทั้งสองคนได้ พร้อมกับ ดาบตำรวจนทพันธ์ แสงสุข อายุ 37 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และยึดเงินสดของกลางได้กว่า 2.9 ล้านบาท และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เอทีเอ็ม,เครดิต) ของประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศรวมจำนวนกว่า 300 ใบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลและจับกุมนายอังเดร เวเรเทลนิคอฟ อายุ 46 ปี ตัวการใหญ่ในประเทศไทย พร้อมยึดเงินสดเพิ่มเติมได้อีกกว่า 1.5 ล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นเครือข่ายแก็งคัดลอกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์จากตู้เอทีเอ็มรายใหญ่ในต่างประเทศ หรือที่เรียกว่าเครื่องสกิมเมอร์ ซึ่งเครือข่ายแก็งนี้สร้างความเสียหายให้กับธนาคารประเทศต่างๆ รวมเป็นจำนวนเงินนับพันล้านบาท
กลุ่มมวลชนชาวโคราชนับพันคนเป่านกหวีดมอบดอกไม้ให้ผู้ว่าฯโคราช พร้อมเรียกร้องให้ส่วนราชการต่างๆ อารยะขัดขืนหยุดงาน 2 วันเพื่อเป็นการประท้วงรัฐบาล
วันนี้ ( 28 พ.ย. 56 ) เวลา 10.30 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี กลุ่มมวลชนชาวโคราชต้านคนโกง นำโดยนายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เป็นแกนนำนำมวลชนนับพันคน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีดำ เดินถือธงชาติไทยเป่านกหวีดเคลื่อนขบวนออกจากบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ไปตามถนนราชดำเนินมุ่งหน้าไปที่บริเวณหน้าค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เพื่อมอบดอกไม้ให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 โดยตัวแทนของแม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปรับดอกไม้จากกลุ่มผู้ชุมนุมจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานอัยการเขต 3 และศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งบริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาได้มีการปิดล็อคประตูอย่างแน่นหนา และมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 3 กองร้อย คอยยืนเฝ้าดูแลรักษาความสงบบริเวณทางเข้าออกศาลากลางทุกด้าน กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยืนปักหลักอยู่ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พร้อมกับใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล และให้ข้าราชการเลิกทำงานรับใช้รัฐบาล แต่ให้ทำงานด้วยการยืนอยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งให้ข้าราชการหยุดงาน 2 วัน ในช่วงบ่ายวันนี้ ( 28 พ.ย.) และวันพรุ่งนี้ ( 29 พ.ย.)
ซึ่งต่อมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินออกมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมกับกล่าวยืนยันว่า ข้าราชการทุกคนพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธเรื่องการให้ข้าราชการหยุดงาน โดยแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้มอบดอกไม้ให้กับผู้ว่าฯ และให้ผู้ว่าฯร่วมเป่านกหวีดด้วย
จังหวัดนครราชสีมาจัดพิธีปลุกเสกรูปหล่อและเหรียญท้าวสุรนารี รุ่นบำเพ็ญธรรม เพื่อนำรายได้มาร่วมสร้างรูปหล่อท้าวสุรนารีและเรือนกรรมฐานคุณย่าโม
วันนี้ ( 28 พ.ย. 56 ) ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกรูปหล่อและเหรียญท้าวสุรนารี รุ่นบำเพ็ญธรรม เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการบูชาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นการสดุดี น้อมรำลึกและบูชาคุณส่งเสริมบุญบารมีท่านท้าวสุรนารี รวมทั้งเพื่อนำรายได้มาร่วมสร้างรูปหล่อท้าวสุรนารีและเรือนกรรมฐานคุณย่าโม โดยในพิธีได้มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมประกอบพิธีปลุกเสกในครั้งนี้ด้วย อาทิ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พระครูอนุวัฒน์ชินวงศ์ หลวงพ่อจอย วัดโนนไทย พระครูคุณสารสัมปัน หลวงพ่อจรูญ วัดป่าคุณสัมปันนาราม อ.พิมาย และครูบากฤษณะ อาศรมครูบากฤษณะ อ.โนนสูง เป็นต้น ท่ามกลางประชาชนร่วมงานจำนวนมาก สำหรับประชาชนที่สนใจบูชารูปหล่อและเหรียญท้าวสุรนารี รุ่นบำเพ็ญธรรม สามารถร่วมทำบุญได้ที่สมาคมส่งเสริมพระพุทธศาสนาและส่งเสริมสุขภาพ นครราชสีมา โทร 085-496-7520 หรือธนาคารออมสิน สาขาสูงเนิน (บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก) ชื่อบัญชี กองทุนจัดสร้างรูปหล่อท้าวสุรนารีและกุฎิปฏิบัติธรรม เลขที่บัญชี 020102076047
นางงามไหม ขอนแก่น ปี 2556 มีผู้สมคร 62 คน
ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น
จังหวัดขอนแก่นจัดกิจกรรมงานเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 นับเป็นโอกาสมหามงคลพิเศษ ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภัคดีถวายเป็นพระราชกุศล ดังนั้นจังหวัดขอนแก่น จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ขึ้น ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 06.00 น. เวลา 09.09 น. พิธีลงนามถวายพระพรและพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณกิจกรรมในช่วงค่ำ เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. จะเป็นพิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพรที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมในวันและเวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งการแต่งกายในภาคเช้าพิธีทำบุญตักบาตร ชุดพื้นเมือง ชุดผ้าไทยหรือชุดสุภาพ พิธีที่หอประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ข้าราชการ แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ประชาชนทั่วไป แต่งกายสุภาพ ส่วนภาคค่ำ ชาย-หญิง ชุดไทยหรือชุดสุภาพ (โทนสีเหลือง) พร้อมกันนี้ทางจังหวัดขอนแกน ยังได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะการขยายผลกิจกรรมที่มีโครงการพระราชดำริในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือทุกหน่วยงาน สถานที่ทั่วทั้งจังหวัดประดับธงชาติไทย ธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ จัดตั้งพระบรมสาทิสลักษณ์ หรือพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมโต๊ะหมู่บูชาที่อาคารสำนักงาน ที่ทำงานหรือบริษัท ห้างร้าน ตลอดจนอาคารบ้านเรือนให้สวยงามและสมพระเกียรติต่อเนื่องไป
ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น
กาฬสินธุ์ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2557
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ที่ห้องประชุมบรรยายสรุป พิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา ประจำปี 2557 โดยมีนายสิริรัฐ ชุมอุปการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน
ผลการคัดเลือก ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ สาขาการศึกษาศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ได้แก่ พระครูกิติการโกวิท วัดสามัคคีดงบ่อ ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด ประเภทส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา สาขาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศ ได้แก่ พระครูประโชติธรรมวงศ์ วัดสว่างบึงทอง ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ได้แก่ นายระเบียบ พรตระกูลพิพัฒน์ เจ้าของร้านขายยาระเบียบเภสัช อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ประเภทองค์กรมูลนิธิสถาบันและหน่วยงานที่มีกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนา ได้แก่ โรงพยาบาลคำม่วง อำเภอคำม่วง ประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรม ส่งเสริมพุทธศาสนา ได้แก่ นายทศวรรณ์ กองอุดม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์ สำหรับประเภทที่ไม่มีผู้สมัครคัดเลือก 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพุทธศาสนา และประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
นายบัญญัติ แสวงดี วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริม ยกย่อง สรรเสริญ คุณงามความดี และประกาศเกียรติคุณต่อพุทธศาสนา และเข้ารับรางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีการคัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 2 ประเภท
ผลการคัดเลือก ประเภทการศึกษาสงเคราะห์ สาขาการศึกษาศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ได้แก่ พระครูกิติการโกวิท วัดสามัคคีดงบ่อ ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด ประเภทส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา สาขาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศ ได้แก่ พระครูประโชติธรรมวงศ์ วัดสว่างบึงทอง ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ได้แก่ นายระเบียบ พรตระกูลพิพัฒน์ เจ้าของร้านขายยาระเบียบเภสัช อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ประเภทองค์กรมูลนิธิสถาบันและหน่วยงานที่มีกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนา ได้แก่ โรงพยาบาลคำม่วง อำเภอคำม่วง ประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรม ส่งเสริมพุทธศาสนา ได้แก่ นายทศวรรณ์ กองอุดม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์ สำหรับประเภทที่ไม่มีผู้สมัครคัดเลือก 4 ประเภท ได้แก่ ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพุทธศาสนา และประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
นายบัญญัติ แสวงดี วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริม ยกย่อง สรรเสริญ คุณงามความดี และประกาศเกียรติคุณต่อพุทธศาสนา และเข้ารับรางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีการคัดเลือกให้เหลือจังหวัดละ 2 ประเภท
สุรพล คุณภักดี / ข่าว
วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ราชบัณฑิตยสถานประกวดแต่งหนังสือพระพุทธศาสนาแก่เด็ก ประจำพุทธศักราช 2557
นางสาวกนกวลี ชูชัยยะ เลขาธิการบัณฑิตยสถาน เปิดเผยว่า ราชบัณฑิตยสถานประกวดแต่งหนังสือพระพุทธศาสนา ประจำพุทธศักราช 2557 หัวข้อเรื่อง "พระพุทธคุณ เป็นเกราะปกป้องกันภัย” เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้คุ้นเคยกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ได้เข้าใจและรู้จักนำคำสอนต่างๆ ไปประยุกตืใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการกล่อมเกลาและพัฒนาจิตให้รู้จักผิดชอบชั่วดีและประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในทำนองคลองธรรม ไม่ประพฤติตนให้เป็นปัญหาต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ เพื่อนและสังคม ทั้งยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ดีของชาติ สำนวนที่ชนะการประกวด ราชบัณฑิตยสถานจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อขอรับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจัดพิมพ์เป็นหนังสือสำหรับพระราชทานในวันวิสาขบูชาประจำพุทธศักราช 2557 ผู้สนใจส่งเข้าประกวดต้องแต่งเป็นภาษาไทย อธิบายความง่าย ๆเพื่อให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีอ่านเข้าใจได้ ความยาว 25-30 หน้ากระดาษพิมพ์ดี ส่งเรื่องได้คนละ 1 สำนวน ผู้ชนะการประกวดรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท รางวัลที่2 เงินรางวัล 3,000 บาท รางวัลที่ 3 เงินรางวัล 2,000 บาท โดยส่งต้นฉบับจำนวน 3 ชุด พร้อมแผ่นซีดี ที่กองศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน สนามเสือป่า เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 ภายในวันที่ 15 มกราคม 2557 สอบถามเพิ่มเติมโทรศัพท์ 0-2356-0466-70 ต่อ 1001 , 3011 โทรสาร 0-2356-0485 ดูรายละเอียดทางเว็บไซต์ www.royin.go.th
ติดตามรับชมรายการเรียลลิตี้ Smart Lady Thailand ผู้หญิงสวย ด้วยความคิด
นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า จากการที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติได้คัดเลือกผู้นำสตรีรุ่นใหม่ "Smart Lady Thailand ผู้หญิงสวย ด้วยความคิด” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ และบทบาทผู้นำสตรีรุ่นใหม่ให้เป็นพลังสร้างสรรค์พัฒนาประเทศ และเพื่อส่งเสริมบทบาทผู้นำสตรีในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ผ่านรายการเรียลลิตี้ ซึ่งเผยแพร่ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2556 เป็นช่วงที่มีความสำคัญที่จะส่งเสริมให้สมาชกกองทุน ผู้ชมได้เรียนรู้ เพื่อพัฒนาทางด้านความคิด ความสามารถ และพัฒนาศักยภาพไปพร้อมกับ Smart Lady Thailand ทั้ง 12 คน ติดตามรับชมได้ทางทรูวิชั่น ช่อง 60 และ HD ช่อง 110 หรือรายการออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.smartlady-thailand.com www.womenfund.com และทางเฟซบุ๊ค facebook.com/smartladythailand
จังหวัดทหารบกนครพนมจัดโครงการเยาวชนไทย รู้รักสามัคคี เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ของคนในชาติ รุ่นที่ 2
นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รองผู้ว่าจังหวัดนครพนม ร่วมกับ พล.ต.กิตติเทพ เจียรสุมัย ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และผศ.ดร.ทัศนา ประสานตรี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม เป็นประธานร่วมในพิธีเปิด การฝึกอบรม โครงการ เยาวชนไทย รู้รักสามัคคี เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ของคนในชาติ รุ่นที่ 2 ณ จังหวัดทหารบกนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ปลูกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญของความสามัคคี เพื่อเป็นพลังในการสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าและเพื่อให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น โดยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนครพนม มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ 269 คนอายุระหว่าง 15- 18 ปี จากสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดนครพนม จำนวน 13 สถาบัน
นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รอง ผวจ. กล่าวว่า เป็นห่วงเยาวชนไทยเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมไทย เพราะนำเอาวัฒนธรรมอื่นมาใช้ และเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นกับเยาวชนในประเทศไทย เน้นเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้ที่ได้สู่ชุมชนและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติต่อไป
พล.ต.กิตติเทพ เจียรสุมัย ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า สำนักงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย โครงการนี้จัดมาหลายปี จะสนับสนุนโครงการตลอดไป เพื่อปลูกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญของความสามัคคี เพื่อเป็นพลังในการสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น
ด้าน นางสาวสุภิตา นาคมินทร์ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนาหว้าพิทยาคม ผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ โดยจะนำความรู้ที่ได้มาใช้กับตัวเอง และเผยแพร่ไปยังเพื่อนในโรงเรียนและชุมชนต่อไป
และนายภูวเรศ มากอง นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโพนสวรรค์ราษฎร์พัฒนา กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ เพราะฝึกตัวเองให้เป็นคนมีระเบียบวินัย ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความสามัคคี และจะเผยแพร่โดยการของบประมาณจากโรงเรียน จัดกิจกรรมอย่างนี้ เพื่อให้เพื่อนในโรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อไป
นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รอง ผวจ. กล่าวว่า เป็นห่วงเยาวชนไทยเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมไทย เพราะนำเอาวัฒนธรรมอื่นมาใช้ และเรื่องยาเสพติดที่เกิดขึ้นกับเยาวชนในประเทศไทย เน้นเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้ที่ได้สู่ชุมชนและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต เป็นคนดีของสังคม และประเทศชาติต่อไป
พล.ต.กิตติเทพ เจียรสุมัย ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า สำนักงานปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย โครงการนี้จัดมาหลายปี จะสนับสนุนโครงการตลอดไป เพื่อปลูกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญของความสามัคคี เพื่อเป็นพลังในการสร้างประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าให้เกิดความมั่นคงในท้องถิ่น
ด้าน นางสาวสุภิตา นาคมินทร์ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนาหว้าพิทยาคม ผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ โดยจะนำความรู้ที่ได้มาใช้กับตัวเอง และเผยแพร่ไปยังเพื่อนในโรงเรียนและชุมชนต่อไป
และนายภูวเรศ มากอง นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโพนสวรรค์ราษฎร์พัฒนา กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ เพราะฝึกตัวเองให้เป็นคนมีระเบียบวินัย ฝึกการทำงานเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความสามัคคี และจะเผยแพร่โดยการของบประมาณจากโรงเรียน จัดกิจกรรมอย่างนี้ เพื่อให้เพื่อนในโรงเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่อไป
จังหวัดนครพนมจัดโครงการพัฒนาความร่วมมือ สำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
นายคุมพล บรรเทาทุกข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาความร่วมมือ สำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ระหว่างวันที่ 27 - 29 พฤศจิกายน 2556 ณ หอประชุมยูงทอง โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดนไทยและสปป.ลาว รวมถึงทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานและประสานความร่วมมือของทั้งสองประเทศ ในการปราบปรามยาเสพติดโดยผ่านกลไกของสำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดน อันจะนำไปสู่การร่วมมือกันกำหนดมาตรการ แนวทางในการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานประสานปราบปรามยาเสพติดชายแดนของทั้งสองประเทศ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานมากขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศไทยและสปป.ลาว รวมทั้งสิ้น 50 คน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า นครพนมเป็นจังหวัดชายแดนที่ใกล้ สปป.ลาว ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกัน ในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปเพื่อต้อนรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมาถึง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า นครพนมเป็นจังหวัดชายแดนที่ใกล้ สปป.ลาว ทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกัน ในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปเพื่อต้อนรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมาถึง
รองแม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ของหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 6
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ณ บริเวณหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
กองพลทหารราบที่ 6 ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด พลตรี ธวัช สุกปรั่ง รองแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ รุ่นปีพุทธศักราช 2556 ผลัดที่ 2 ของหน่วยขึ้นตรง กองพลทหารราบที่ 6 โดยมี พันเอก สมชาย เพ็งกรูด รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พันเอก ธวัชชัย แจ้นประจักษ์ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 6 พร้อมผู้บังคับหน่วยให้การต้อนรับ
สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจแก่กำลังพลแล้ว ยังเป็นการตรวจความพร้อมของการฝึกตามนโยบายของกองทัพบก เพื่อให้ทหารใหม่ทุกนายมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง เข้าใจรูปแบบการปฏิบัติทางยุทธวิธี มีความเชี่ยวชาญ สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น การฝึกการบรรจุกระสุน การลั่นไกปืน การใช้หีบเล็งให้ทหารรู้จักการเล็งเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง การฝึกใช้ดาบปลายปืน การฝึกขว้างลูกระเบิด และการฝึกประกอบอาวุธในสถานการที่มองไม่เห็น เป็นต้น นอกจากนี้หน่วยฝึกทหารใหม่ยังได้ ฝึกสอนให้ทหารดำเนิน ชีวิตภายใต้หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง และญาติทหารใหม่ด้วย
กองพลทหารราบที่ 6 ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด พลตรี ธวัช สุกปรั่ง รองแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ รุ่นปีพุทธศักราช 2556 ผลัดที่ 2 ของหน่วยขึ้นตรง กองพลทหารราบที่ 6 โดยมี พันเอก สมชาย เพ็งกรูด รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พันเอก ธวัชชัย แจ้นประจักษ์ เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 6 พร้อมผู้บังคับหน่วยให้การต้อนรับ
สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจแก่กำลังพลแล้ว ยังเป็นการตรวจความพร้อมของการฝึกตามนโยบายของกองทัพบก เพื่อให้ทหารใหม่ทุกนายมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง เข้าใจรูปแบบการปฏิบัติทางยุทธวิธี มีความเชี่ยวชาญ สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น การฝึกการบรรจุกระสุน การลั่นไกปืน การใช้หีบเล็งให้ทหารรู้จักการเล็งเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง การฝึกใช้ดาบปลายปืน การฝึกขว้างลูกระเบิด และการฝึกประกอบอาวุธในสถานการที่มองไม่เห็น เป็นต้น นอกจากนี้หน่วยฝึกทหารใหม่ยังได้ ฝึกสอนให้ทหารดำเนิน ชีวิตภายใต้หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง และญาติทหารใหม่ด้วย
ประเสริฐ อินทา/ข่าว
อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดการประชุมวิชาการ อกท. ครั้งที่ 35
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) เวลา 09.45 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการ อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 35 ประจำปีการศึกษา 2556 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด ใช้ชื่องานว่า ออนซอนสาเกต อาชีวเกษตรอีสาน
นายอุดมภูเบศ สมบูรณ์เรศ รองประธานกรรมการอำนวยการ อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่าองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย เป็นองค์การของนักศึกษา ดำเนินงานโดยนักศึกษา เพื่อนักศึกษา ที่มุ่งเน้นและเปิดโอกาสให้เยาวชนของชาติ ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จากการได้ปฏิบัติจริง ดังคติพจน์ ที่ว่า "เราเรียนรู้ด้วยงานการฝึกหัด เราปฏิบัติเพื่อหวังทางศึกษา หาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตพัฒนา ใช้วิชาเพื่อบริการงานสังคม” การจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤศจิกายน 2556 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ ในการประกอบอาชีพของสมาชิก ฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาชีพเกษตร ส่งเสริมให้สมาชิกได้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีมีคุณค่าต่อสังคม
กิจกรรมในการประชุมวิชาการ ประกอบด้วยการสัมมนาผลงานทางวิชาการ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ การประกวดและการแสดงผลงานต่าง ๆ เช่น นิทรรศการทางการเกษตร สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ การฝึกอบรม 108 อาชีพ ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การแสดงนันทนาการ และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 12 แห่งร่วมกิจกรรม
นายอุดมภูเบศ สมบูรณ์เรศ รองประธานกรรมการอำนวยการ อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่าองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย เป็นองค์การของนักศึกษา ดำเนินงานโดยนักศึกษา เพื่อนักศึกษา ที่มุ่งเน้นและเปิดโอกาสให้เยาวชนของชาติ ได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง จากการได้ปฏิบัติจริง ดังคติพจน์ ที่ว่า "เราเรียนรู้ด้วยงานการฝึกหัด เราปฏิบัติเพื่อหวังทางศึกษา หาเลี้ยงชีพเพื่อชีวิตพัฒนา ใช้วิชาเพื่อบริการงานสังคม” การจัดประชุมวิชาการในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤศจิกายน 2556 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ ในการประกอบอาชีพของสมาชิก ฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาชีพเกษตร ส่งเสริมให้สมาชิกได้ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีมีคุณค่าต่อสังคม
กิจกรรมในการประชุมวิชาการ ประกอบด้วยการสัมมนาผลงานทางวิชาการ การแข่งขันทักษะวิชาชีพ การประกวดและการแสดงผลงานต่าง ๆ เช่น นิทรรศการทางการเกษตร สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ การฝึกอบรม 108 อาชีพ ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การแสดงนันทนาการ และการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 12 แห่งร่วมกิจกรรม
ประเสริฐ อินทา/ข่าว
จังหวัดร้อยเอ็ด แถลงข่าวการจัดงานเทศกาลวันข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก 1 – 2 ธ.ค. นี้
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 เวลา 15.30 น. ณ ศูนย์เรียนรู้โครงการ "หนึ่งใจเกษตรกร” บ้านหัวบ่อ ต.หนองไผ่ อ.ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลวันข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก พร้อมด้วย นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด นายประจักร บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมแถลงข่าว
นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประ
มาณ 970,000 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีกว่า 2 ล้านไร่ มีผลผลิตข้าวหอมมะลิกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี ข้าวหอมมะลิไทย โดยเฉพาะจากทุ่งกุลาร้องไห้ กำลังนิยมและรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานเทศกาลวันข้าวหอมมะลิจากทุกกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2556 ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม 2556 ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ทั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดร้อยเอ็ด ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่สำคัญประการหนึ่ง คือการพัฒนาให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายข้าวหอมมะลิชั้นดีสู่ตลาดโลก เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการผลิตและจำ
หน่ายข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้น เป็นการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้าวหอมมะลิให้เป็นที่รู้จักทั่วไป พิธีเปิดงานในวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ประธานเปิดงานโดย นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เวลา 09.40 น. พิธีเปิดกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าว ณ แปลงนาข้าว ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จากนั้น เวลา 10.30 น.พิธีเปิดงาน ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ชมขบวนแห่จำลองวิถีชีวิตของชุมชนในเขตทุ่งกุลาร้องให้ 5 ขบวนประกอบด้วย ขบวนที่ 1 แสดงถึงพิธีเพื่อบวงสรวงอ้อนวอน เสี่ยงทาย ขบวนที่ 2 แสดงถึงพิธีเพื่อการเพาะปลูก ขบวนที่ 3 แสดงถึงพิธีการบำรุงรักษา ขบวนที่ 4 แสดงถึงพิธีการเพื่อการเก็บเกี่ยว และขบวนที่ 5 แสดงถึงพิธีการเพื่อการเฉลิมฉลอง พิธีบวงสรวงพระแม่โพสพ การรำขวัญข้าว จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด กิจกรรมการแข่งขัน ตำข้าวด้วยมือ นวดข้าวด้วยมือ การแข่งขันหุงข้าวด้วยหม้อดิน การประกวดข้าวหอมมะลิ 105 ประเภทข้าวถุงและข้าวติดรวง การประกวดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวหอมมะลิ 105 นิทรรศการวันข้าวหอมมะลิโลกและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มากมาย นอกจากนี้ยังมีการประชุมสัมมนาวิชาการและเจรจาธุรกิจ ของนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น
นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ประ
มาณ 970,000 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีกว่า 2 ล้านไร่ มีผลผลิตข้าวหอมมะลิกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี ข้าวหอมมะลิไทย โดยเฉพาะจากทุ่งกุลาร้องไห้ กำลังนิยมและรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานเทศกาลวันข้าวหอมมะลิจากทุกกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2556 ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม 2556 ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ทั้งนี้สืบเนื่องจากจังหวัดร้อยเอ็ด ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่สำคัญประการหนึ่ง คือการพัฒนาให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางการผลิตและจำหน่ายข้าวหอมมะลิชั้นดีสู่ตลาดโลก เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการผลิตและจำ
หน่ายข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้น เป็นการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้าวหอมมะลิให้เป็นที่รู้จักทั่วไป พิธีเปิดงานในวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ประธานเปิดงานโดย นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เวลา 09.40 น. พิธีเปิดกิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าว ณ แปลงนาข้าว ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จากนั้น เวลา 10.30 น.พิธีเปิดงาน ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด ชมขบวนแห่จำลองวิถีชีวิตของชุมชนในเขตทุ่งกุลาร้องให้ 5 ขบวนประกอบด้วย ขบวนที่ 1 แสดงถึงพิธีเพื่อบวงสรวงอ้อนวอน เสี่ยงทาย ขบวนที่ 2 แสดงถึงพิธีเพื่อการเพาะปลูก ขบวนที่ 3 แสดงถึงพิธีการบำรุงรักษา ขบวนที่ 4 แสดงถึงพิธีการเพื่อการเก็บเกี่ยว และขบวนที่ 5 แสดงถึงพิธีการเพื่อการเฉลิมฉลอง พิธีบวงสรวงพระแม่โพสพ การรำขวัญข้าว จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด กิจกรรมการแข่งขัน ตำข้าวด้วยมือ นวดข้าวด้วยมือ การแข่งขันหุงข้าวด้วยหม้อดิน การประกวดข้าวหอมมะลิ 105 ประเภทข้าวถุงและข้าวติดรวง การประกวดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวหอมมะลิ 105 นิทรรศการวันข้าวหอมมะลิโลกและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ มากมาย นอกจากนี้ยังมีการประชุมสัมมนาวิชาการและเจรจาธุรกิจ ของนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ณ โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น
ประเสริฐ อินทา/ข่าว
บุรีรัมย์พร้อมจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจร
ผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ ประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เตรียมจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จำนวน 4 ครั้ง ในปีงบประมาณ 2557 เพื่อให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจรแก่ประชาชนและเกษตรกร ( 27 พ.ย.56 ) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์
ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระบรมราชานุเคราะห์ จำนวน 4 ครั้ง ประจำปี 2557 โดยครั้งแรกจัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปะคำ และจัดอย่างต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งภายในงานจะมีการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากทั้ง 23 อำเภอ ร่วมออกหน่วยคลินิกเคลื่อนที่ให้บริการทางด้านวิชาการ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำด้านการเกษตรแบบครบวงจร ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และเกษตรกร จึงเชิญชวนให้ประชาชนและเกษตรกรมารับบริการในงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในวันดังกล่าวด้วย
นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเนื่องในวโรกาสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุกราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2545 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการดังกล่าว
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกร ด้านการเกษตรแบบครบวงจรเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
ที่ประชุมเห็นชอบกำหนดจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระบรมราชานุเคราะห์ จำนวน 4 ครั้ง ประจำปี 2557 โดยครั้งแรกจัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปะคำ และจัดอย่างต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งภายในงานจะมีการบูรณาการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากทั้ง 23 อำเภอ ร่วมออกหน่วยคลินิกเคลื่อนที่ให้บริการทางด้านวิชาการ พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำด้านการเกษตรแบบครบวงจร ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ เพื่อให้บริการแก่ประชาชน และเกษตรกร จึงเชิญชวนให้ประชาชนและเกษตรกรมารับบริการในงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในวันดังกล่าวด้วย
นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเนื่องในวโรกาสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุกราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุครบ 50 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2545 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการดังกล่าว
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกร ด้านการเกษตรแบบครบวงจรเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวบุรีรัมย์รับหนังสือรับรองเพียงร้อยละ 30 ของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ จ.บุรีรัมย์ เข้ารับหนังสือรับรองเกษตรกรที่สำนักงานเกษตรทั้ง 23 อำเภอเพียงร้อยละ 30 จากที่มาขึ้นทะเบียนไว้กว่า 150,000 ราย
( 27 พ.ย.56 ) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดบุรีรัมย์ ยังทยอยเข้ามาขอรับหนังสือรับรองเกษตรกรที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง และเกษตรอำเภอทั้ง 23 อำเภออย่างต่อเนื่อง หลังเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับหนังสือรับรอง เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสำรวจและทำประชาคมของเจ้าหน้าที่
ขณะนี้เกษตรกรต้องนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการฯ โดยใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐานไว้กับโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการ โดยเกษตรกรที่มารับหนังสือรับรองครั้งนี้ เพื่อเร่งนำผลผลิตข้าวที่เก็บเกี่ยวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำ และผู้ที่นำบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐานการจำนำไว้กับโรงสีก่อนหน้านี้ จะนำไปเป็นเอกสารประกอบการออกใบประทวนของ อคส. ก่อนจะนำไปขึ้นเงินกับ ธกส. อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีเกษตรกรทั้ง 23 อำเภอมาขึ้นทะเบียน แล้วกว่า 153,900 ราย ผ่านการประชาคมแล้ว 132,670 ราย แต่จนถึงขณะนี้มีผู้มาขอรับหนังสือรับรองเพียง ร้อยละ 30.7 เท่านั้น
นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอให้เกษตรกรมาขอรับหนังสือรับรอง เพื่อนำไปยืนยันกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดจำนำ ก่อนที่จะครบกำหนด ระยะเวลา 30 วันหลังเก็บเกี่ยว ตามที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือรับรอง ซึ่งหากล่าช้าอาจจะเสียโอกาสไม่สามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ เพราะขณะนี้ยังมีเกษตรกรมาขอรับหนังสือรับรองเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งนี้สำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัด ได้ดำเนินการออกหนังสือรับรองเรียบร้อยแล้วกว่าร้อยละ 90
( 27 พ.ย.56 ) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดบุรีรัมย์ ยังทยอยเข้ามาขอรับหนังสือรับรองเกษตรกรที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมือง และเกษตรอำเภอทั้ง 23 อำเภออย่างต่อเนื่อง หลังเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับหนังสือรับรอง เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสำรวจและทำประชาคมของเจ้าหน้าที่
ขณะนี้เกษตรกรต้องนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการฯ โดยใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐานไว้กับโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการ โดยเกษตรกรที่มารับหนังสือรับรองครั้งนี้ เพื่อเร่งนำผลผลิตข้าวที่เก็บเกี่ยวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำ และผู้ที่นำบัตรประชาชนไว้เป็นหลักฐานการจำนำไว้กับโรงสีก่อนหน้านี้ จะนำไปเป็นเอกสารประกอบการออกใบประทวนของ อคส. ก่อนจะนำไปขึ้นเงินกับ ธกส. อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีเกษตรกรทั้ง 23 อำเภอมาขึ้นทะเบียน แล้วกว่า 153,900 ราย ผ่านการประชาคมแล้ว 132,670 ราย แต่จนถึงขณะนี้มีผู้มาขอรับหนังสือรับรองเพียง ร้อยละ 30.7 เท่านั้น
นายสมบูรณ์ ซารัมย์ เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขอให้เกษตรกรมาขอรับหนังสือรับรอง เพื่อนำไปยืนยันกับเจ้าหน้าที่ประจำจุดจำนำ ก่อนที่จะครบกำหนด ระยะเวลา 30 วันหลังเก็บเกี่ยว ตามที่ได้แจ้งไว้ในหนังสือรับรอง ซึ่งหากล่าช้าอาจจะเสียโอกาสไม่สามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ เพราะขณะนี้ยังมีเกษตรกรมาขอรับหนังสือรับรองเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งนี้สำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัด ได้ดำเนินการออกหนังสือรับรองเรียบร้อยแล้วกว่าร้อยละ 90
กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอีสานรวมตัวที่ศาลากลาง จ.บุรีรัมย์แสดงพลังยืนยันไม่ร่วมกับกลุ่มใดเคลื่อนไหว
แกนนำและตัวแทนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยอีสานใต้รวมตัวที่ศาลากลาง จ.บุรีรัมย์
แสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมประกาศจุดยืนไม่ร่วมกับกลุ่มใดเคลื่อนไหว
ทั้งขอให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความแตกแยก และหยุดใช้ความรุนแรงเพื่อความสงบสุขบ้านเมือง
( 27 พ.ย.56 ) แกนนำและตัวแทนกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) อีสานตอนล่าง นำโดยนายอภินันท์ จันทร์สนาม หรือสหายปรีดา แกนนำ ผรท.อุบลราชธานี และนายดำรง ธรรมนิยม หรือสหายอุเทน แกนนำ ผรท.บุรีรัมย์ เดินทางมาที่ศาลาประชาคม หลังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของกลุ่มว่า "เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อยู่ในสภาวะวิกฤต ขัดแย้ง แตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งสีแบ่งเหล่า จนก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นในนามกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และเครือข่ายของกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มที่ 3 จึงขอเรียกร้องและวิงวอนให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งสีแบ่งกลุ่มเพราะต่างเป็นคนไทยด้วยกัน ควรหันหน้าคุยกันด้วยเหตุและผล เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติบ้านเมือง พร้อมกันนี้ยังประกาศเจตนารมณ์ว่า ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสานใต้จะไม่ร่วมกับกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
จากนั้นแกนนำกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ได้ยื่นแถลงการณ์ของกลุ่มผ่าน พันเอกวิญญู เชาว์นวม รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐบาลได้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มต่อไป
แสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมประกาศจุดยืนไม่ร่วมกับกลุ่มใดเคลื่อนไหว
ทั้งขอให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความแตกแยก และหยุดใช้ความรุนแรงเพื่อความสงบสุขบ้านเมือง
( 27 พ.ย.56 ) แกนนำและตัวแทนกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) อีสานตอนล่าง นำโดยนายอภินันท์ จันทร์สนาม หรือสหายปรีดา แกนนำ ผรท.อุบลราชธานี และนายดำรง ธรรมนิยม หรือสหายอุเทน แกนนำ ผรท.บุรีรัมย์ เดินทางมาที่ศาลาประชาคม หลังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้ได้อ่านแถลงการณ์เพื่อประกาศเจตนารมณ์ของกลุ่มว่า "เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้อยู่ในสภาวะวิกฤต ขัดแย้ง แตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งสีแบ่งเหล่า จนก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นในนามกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และเครือข่ายของกลุ่ม ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มที่ 3 จึงขอเรียกร้องและวิงวอนให้ทุกฝ่ายหยุดสร้างความแตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งสีแบ่งกลุ่มเพราะต่างเป็นคนไทยด้วยกัน ควรหันหน้าคุยกันด้วยเหตุและผล เพื่อความสงบสุขของประเทศชาติบ้านเมือง พร้อมกันนี้ยังประกาศเจตนารมณ์ว่า ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีสานใต้จะไม่ร่วมกับกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหว เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
จากนั้นแกนนำกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ได้ยื่นแถลงการณ์ของกลุ่มผ่าน พันเอกวิญญู เชาว์นวม รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐบาลได้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มต่อไป
ตำรวจร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ และ อส. ดูแลความปลอดภัยบริเวณศาลากลางจังหวัด
กองบังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ จัดกำลังตำรวจ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ และ อส.กว่า 30 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยศาลากลางจังหวัด ป้องกันกลุ่มมวลชนเคลื่อนไหว ขณะที่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ยังมาทำงานตามปกติ
( 27 พ.ย.56 ) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกำลังตำรวจ จาก สถานีตำรวจภูธรเมือง พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) รวมกว่า 30 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมตรวจตราบริเวณรอบอาคารอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มมวลชนเข้าปิดล้อมศาลากลางจังหวัด ตามที่แกนนำกลุ่มได้ประกาศ
โดยจะมีผลัดเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ไปคอยดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัดทุกวันจนกว่าสถานการณ์ชุมนุมจะคลี่คลาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดยังไม่พบกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ราชการ และข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆยังคงเดินทางมาทำงานตามปกติ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.รวีวรรธน์ เทียนสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ และตรวจตราความเรียบร้อยที่ศาลากลางจังหวัดด้วยตนเองด้วย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัด ได้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีกลุ่มมวลชนเข้าไปที่ศาลากลาง หรือสถานที่ราชการ ให้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้นอย่าใช้ความรุนแรง พร้อมทั้งให้รายงานผลให้ทราบอย่างต่อเนื่องด้วย
( 27 พ.ย.56 ) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ จัดกำลังตำรวจ จาก สถานีตำรวจภูธรเมือง พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) รวมกว่า 30 นาย ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัด พร้อมตรวจตราบริเวณรอบอาคารอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มมวลชนเข้าปิดล้อมศาลากลางจังหวัด ตามที่แกนนำกลุ่มได้ประกาศ
โดยจะมีผลัดเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ไปคอยดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัดทุกวันจนกว่าสถานการณ์ชุมนุมจะคลี่คลาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดยังไม่พบกลุ่มใดออกมาเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ราชการ และข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆยังคงเดินทางมาทำงานตามปกติ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.รวีวรรธน์ เทียนสุวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ และตรวจตราความเรียบร้อยที่ศาลากลางจังหวัดด้วยตนเองด้วย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยที่ศาลากลางจังหวัด ได้ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีกลุ่มมวลชนเข้าไปที่ศาลากลาง หรือสถานที่ราชการ ให้ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้นอย่าใช้ความรุนแรง พร้อมทั้งให้รายงานผลให้ทราบอย่างต่อเนื่องด้วย
บรรยากาศศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ยังเปิดทำการปกติ
วันที่ ( 27 พ.ย. 56 ) บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้า กองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสุรินทร์ ได้จัดกำลังตำรวจ เข้าเสริมกับกำลังของ อส. ซึ่งประจำอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มมวลชน ขณะเดียวกัน ภายในศาลากลางจังหวัดได้มีการปิดช่องทางเข้าออกเหลือเพียงประตูเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆได้สอดส่องดูแลสถานที่ราชการของตนเอง โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีความสำคัญ เช่น ไฟฟ้า ประปา ด้านสื่อสาร และที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดส่งกำลังเข้าประจำตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
จ.สุรินทร์ เร่งรัดติดตามการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี 2557
นางสาววราภรณ์ ลิ้มทรัพย์ คลังจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556 เห็นชอบมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 สรุปได้ดังนี้ 1. เป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 82.00 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนของแต่ละส่วนราชการ 2.เป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95.00 ของวงเงินงบประมาณรายจ่า เป้าหมายการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนและรายจ่ายภาพรวมแยกเป็นรายไตรมาส 3.เร่งรัดการก่อหนี้รายจ่ายลงทุนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 4. เร่งรัดการฝึกอบรม ประชุมสัมมนา และเบิกจ่ายงบอบรมและประชุมในประเทศให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ภายในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2557 5.ให้นำผลการเบิกจ่ายเงินตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เป็นตัวชี้วัดในคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 6.ให้ส่วนราชการและจังหวัดจัดทำแผนการใช้จ่ายเงิน และปรับปรุงแผนการใช้จ่ายเงินให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ในระบบ GFMIS พร้อมระบุสาเหตุที่ปรับปรุงแผนฯ โดยดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557 7.ให้ส่วนราชการและจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานในการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินในปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 พร้อมทั้งรายงานปัญหาอุปสรรคที่ไม่เป็นไปตามแผน หรือการปรับแผน ต่อคณะกรรมการหรือคณะทำงานฯ ทุกสิ้นไตรมาส 8.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้คลังจังหวัดทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการหรือคณะทำงานในการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินงบประมาณในเขตพื้นที่จังหวัด 9.เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ให้นำข้อมูลการก่อหนี้และการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 และปีงบประมาณก่อหนี้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 จากระบบ GFMIS ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
จ.สุรินทร์ แจ้งการเปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 ครั้งที่ 6
นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสุรินทร์ได้ประกาศเปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 ครั้งที่ 1 จำนวน 47 แห่ง จังหวัดสุรินทร์ ได้เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 ครั้งที่ 1 (เพิ่มเติมครั้งที่ 6) ดังนี้ บริษัท พูลผลอโกร จำกัด อำเภอเมืองสุรินทร์,บริษัท โรงสี ส.ชัยเจริญ จำกัด อำเภอปราสาท,จุดรับจำนำนอกพื้นที่ ของบริษัท โรงสี ส.ชัยเจริญ จำกัด,ท่าข้าวสมพรพืชผล อำเภอพนมดงรัก,ร้านชัยยะเจริญพาณิชย์ อำเภอศีขรภูมิ,ท่าข้าว ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีพูนพราวพัฒน์ อำเภอศีขรภูมิ,จุดรับจำนำข้าวนอกพื้นที่ ของบริษัท กิจเจริญพรชัย ชุมพล สุรินทร์ จำกัด,สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุรินทร์ จำกัด (สาขาศีขรภูมิ) อำเภอศีขรภูมิ, สหกรณ์การเกษตรรัตนบุรี จำกัด (สาขา 1 หนองผือ) อำเภอรัตนบุรี, จุดรับจำนำนอกพื้นที่ ของบริษัท โรงสีบูรพาข้าวศรีทอง จำกัด, สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.สุรินทร์ จำกัด สาขารัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี,ร้านทรัพย์ไพบูย์ อำเภอศีขรภูมิ และ ร้านเทพเทวา อำภอศีรขรภูมิ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจำนำ ณ จุดรับจำนำ กรุณาแจ้งสำนักงานการค้าภายในจังหวัดสุรินทร์ โทรศัพท์หมายเลข 0-4451-6089, 0-4453-0020 หรือสายด่วน 1569
จ.สุรินทร์ เลื่อนประชุมเตรียมการรับเสด็จองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE
นายพีรศักดิ์ ผลพฤกษา นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) เปิดเผยว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุม เตรียมการรับเสด็จองค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศรีณรงค์ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ จึงขอเลื่อนการประชุมเป็นวันที่ 2 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศรีณรงค์ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ดังนั้นจึงแจ้งมาให้คณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมให้ทราบโดยทั่วกัน
จังหวัดสุรินทร์ เชิญเที่ยวงาน “เทศกาลปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิและงานกาชาด” ครั้งที่ 16 ประจำปี 2556
นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ในวันที่ 19 – 23 ธันวาคม 2556 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์ของดีของ อำเภอชุมพลบุรี และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในพิธีเปิดงานในวันนี้ มีกิจกรรมในงานประกอบด้วยขบวนแห่ประเพณีวิถีชีวิตของชาวชุมพลบุรี ขบวนรถตกแต่งด้วยเมล็ดข้าวหอมมะลิ อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา จาก 9 ตำบล และขบวนฟ้อนรำวัฒนธรรมประเพณี นิทรรศการของดีเมืองชุมพลบุรี ผลิตภัณฑ์ OTOP เช่น ผ้าไหม ข้าวหอมมะลิ อำเภอชุมพลบุรีมีพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลสองสายคือ ลำพลับพลาและลำน้ำมูล ในพื้นที่ที่เรียกว่า "ทุ่งกุลาร้องไห้” ตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างจากจังหวัดสุรินทร์ 91 กิโลเมตร เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงอันปลอดสารเคมีและสารพิษตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ นอกจากนี้ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ปลาไหลแถบอำเภอชุมพลบุรีเจริญเติบโตเหมาะสมแก่การบริโภคและมีจำนวนมาก ความพิเศษของปลาไหลที่นี่คือเป็นปลาไหลธรรมชาติ ลักษณะตัวโตสีเหลือง ลำตัวถึงโคนหางกลมอวบ ไม่มีกลิ่นคาว เป็นที่นิยมบริโภค เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล อำเภอชุมพลบุรีจึงได้จัดงาน "เทศกาลปลาไหล ข้าวใหม่หอมมะลิ และงานกาชาด” ประจำปี 2556 ขึ้นเป็นครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 19 - 23 ธันวาคม 2556 กิจกรรมในงานประกอบด้วยขบวนรถตกแต่งด้วยเมล็ดข้าวหอมมะลิและขบวนฟ้อนรำ (เฉพาะวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556) การแข่งขันจับปลาไหลประเภททีมชาย ทีมหญิงและทีมนานาชาติ (เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2556) การประกวดปลาไหลใหญ่ - ยาว การประกวดข้าวหอมมะลิ การประกวดผ้าไหม การแข่งขันเรือพายไม่เกิน 8 ฝีพาย การแข่งขันนวดข้าว - ตำข้าว การแข่งขันหุงข้าวแบบโบราณ การประกวดอาหารสูตรเด็ดจากปลาไหล เช่น ต้มเปรตปลาไหล ปลาไหลย่างซอส (อร่อยแซบอีหลี)และการประกวดจัดสำรับอาหาร นิทรรศการของดีเมืองชุมพลบุรี การจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ OTOP รวมทั้งมหรสพ เช่น การแสดงหมอลำการแสดงดนตรี เป็นต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอชุมพลบุรี โทร. 044- 596 088
จังหวัดสุรินทร์ เตือนอากาศเริ่มหนาวประชาชนแห่ซื้อเสื้อมือสอง ขอให้ซักทำความสะอาดก่อนใช้
นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค สำหรับบริเวณยอดภู อากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-13 องศาเซลเซียส สำหรับอากาศจังหวัดสุรินทร์จะมีอากาศเริ่มเย็นในช่วงเช้า ทำให้ประชาชน และพ่อค้า แม่ค้านิยมไปซื้อเสื้อผ้ามือสอง ที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เข้ามากักตุนเตรียมไว้ใช้ และจำหน่ายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าห่มกันหนาวมือสอง ที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูหนาวของทุกปี โดยราคาต้นทุนจะอยู่ที่ผืนละประมาณ 50- 200 บาท ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ จึงขอเตือนประชาชนเพื่อเป็นการไม่ประมาท ควรนำเสื้อผ้ามือสองไปทำความสะอาดก่อนสวมใส่
แม่ช้างหงุดหงิดใช้งาแทงลูกช้างไส้ทะลัก แต่ยังรอด
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) หลังจากที่โครงการคชอาณาจักร (คต-ชะ-อา-นา-จัก) องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์ บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ช้างพังน้องโบว์ อายุ 24 ปี ซึ่งมีนางศรี เพชรกล้า อายุ 75 ปี ชาว บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เป็นควาญเจ้าของช้าง และได้นำช้างพังน้องโบว์ เข้าร่วมโครงการคชอาณาจักร องค์การสวนสัตว์ โดยช้างพังน้องโบว์ ได้ตั้งท้องมาแล้ว 22 เดือน และเมื่อห้าทุ่ม คืนวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ช้างพังน้องโบว์ ก็ได้ตกลูกออกมา
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ช้างพังน้องโบว์ มีอาการ หงุดหงิดหนัก เนื่องจากเป็นแม่ช้างใหม่ ไม่คุ้นเคย กับการเลี้ยงลูกน้อย เมื่อลูกช้างซุกชน เข้าไปใต้ท้อง เพื่อจะดูดน้ำนมจากแม่ แต่ขาของลูกช้าง ได้ไปติดกับ โซ่ ที่ล่ามขาของแม่ช้างไว้ ช้างน้อยพยายามที่จะดิ้นให้หลุด แต่แม่ช้างคือพังน้องโบว์ ก็ตกใจ ได้ ใช้ขนาย(งาของตัวเมีย)แทงช้างน้อยลูกของตัวเองทันที ถึงกับไส้ทะลัก และได้แทงขนาย ลงดินจนขนายหัก ควาญช้าง และทีมสัตว์แพทย์เร่งช่วยชีวิต ทำการล้าง บาดแผล และเย็บบริเวณ แผลฉกรรจ์ เพื่อช่วยชีวิตช้างน้อย อย่างเร่งด่วน
นายสมุทร ศาลางาม ควาญช้าง เล่าว่าทุกคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพยายามเอาพังน้อยออกมาให้พ้นแม่ ก่อนนำผ้าก็อตพันตัวและไส้ที่ทะลักออกมาเอาไว้ พร้อมประสานทีมสัตวแพทย์จาก โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ หรือสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ มาช่วยทำแผล ท่ามกลางชาวบ้านและควาญช้างจำนวนมากมาช่วยเหลือกัน ก่อนนำพังน้อยอุ้มขึ้นเตียงและทำความสะอาดแผล โดยพังน้อยร้องอย่างเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ซึ่งสัตว์แพทย์จากโรงพยาบาลช้างกำลังทำการเย็บบาดแผลที่ฉกรรจ์บริเวณใต้ท้องยาวประมาณ 1 คืบ และพบว่าว่าช้างน้อย ยังสามารถเดิน และดูดกินน้ำนมจากแม่ช้างคือพังน้องโบว์ได้อยู่ ควาญช้างต้องเฝ้าระวังอาการ และพฤติกรรมของแม่ช้างอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย อีกต่อไป
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ช้างพังน้องโบว์ มีอาการ หงุดหงิดหนัก เนื่องจากเป็นแม่ช้างใหม่ ไม่คุ้นเคย กับการเลี้ยงลูกน้อย เมื่อลูกช้างซุกชน เข้าไปใต้ท้อง เพื่อจะดูดน้ำนมจากแม่ แต่ขาของลูกช้าง ได้ไปติดกับ โซ่ ที่ล่ามขาของแม่ช้างไว้ ช้างน้อยพยายามที่จะดิ้นให้หลุด แต่แม่ช้างคือพังน้องโบว์ ก็ตกใจ ได้ ใช้ขนาย(งาของตัวเมีย)แทงช้างน้อยลูกของตัวเองทันที ถึงกับไส้ทะลัก และได้แทงขนาย ลงดินจนขนายหัก ควาญช้าง และทีมสัตว์แพทย์เร่งช่วยชีวิต ทำการล้าง บาดแผล และเย็บบริเวณ แผลฉกรรจ์ เพื่อช่วยชีวิตช้างน้อย อย่างเร่งด่วน
นายสมุทร ศาลางาม ควาญช้าง เล่าว่าทุกคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพยายามเอาพังน้อยออกมาให้พ้นแม่ ก่อนนำผ้าก็อตพันตัวและไส้ที่ทะลักออกมาเอาไว้ พร้อมประสานทีมสัตวแพทย์จาก โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ หรือสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ มาช่วยทำแผล ท่ามกลางชาวบ้านและควาญช้างจำนวนมากมาช่วยเหลือกัน ก่อนนำพังน้อยอุ้มขึ้นเตียงและทำความสะอาดแผล โดยพังน้อยร้องอย่างเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ซึ่งสัตว์แพทย์จากโรงพยาบาลช้างกำลังทำการเย็บบาดแผลที่ฉกรรจ์บริเวณใต้ท้องยาวประมาณ 1 คืบ และพบว่าว่าช้างน้อย ยังสามารถเดิน และดูดกินน้ำนมจากแม่ช้างคือพังน้องโบว์ได้อยู่ ควาญช้างต้องเฝ้าระวังอาการ และพฤติกรรมของแม่ช้างอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย อีกต่อไป
อุทัย มานาดี / รายงาน
เทศบาลเมืองสุรินทร์ รณรงค์ประชาชนแยกขยะ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำลายปีละกว่า 30 ล้านบาท
นายสมเมือง ตัณฑเลขา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์มีปริมาณขยะจำนวนมากที่ออกมาจากบ้านเรือน สำนักงาน และสถานที่ต่างๆ ในชุมชนมีประมาณวันละกว่า 50 ตัน และกำลังประสบกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากไม่มีพื้นที่รองรับเป็นแหล่งทิ้ง และกำจัดขยะประกอบกับแนวคิดที่จะสร้างบ่อกำจัดขยะหรือโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและระยะยาว ดังนั้นในปัจจุบันต้องสูญเสียงบประมาณในการทำลายขยะปีละกว่า 30 ล้านบาท รองนายกเทศมนตรี กล่าวต่อไปว่า เทศบาลได้ดำเนินโครงการสุรินทร์เมืองปลอดขยะ โดยการตั้งธนาคารขยะเพื่อรับฝากขยะจากประชาชนขณะเดียวกันได้สนับสนุนให้ทุกชุมชนจัดกิจกรรมและรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการคัดแยกขยะในครัวเรือน สามารถนำกลับไปรีไซเคิลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าเป็นการเพิ่มรายได้ และลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ให้เหลือน้อยที่สุด ขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากเยาวชนในสถานศึกษานำขยะมาร่วมธนาคารขยะ เพื่อนำไปรีไซเคิลใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ช่วยลดงบในการทำลายขยะได้ในระดับหนึ่งแล้ว
18 มงกุฎ หลอกโอนเงินค่าซื้อสินค้าไอโฟนยอดฮิตและอาวุธปืนผ่านโลกออนไลน์
18 มงกุฎ หลอกโอนเงินค่าซื้อสินค้าไอโฟนยอดฮิตและอาวุธปืนผ่านโลกออนไลน์ ราคาถูกกว่าท้องตลาดกว่าครึ่งเท่าตัว มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท ตำรวจเตือนเป็นอุทาหรณ์ ให้ระวังบุคคลในลักษณะนี้ โดยเฉพาะบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า” เฮียน้อม” ที่ระบุว่ามีร้านอยู่ใน อ.ศีขรภูมิ ทั้งที่แท้จริงไม่มีตัวคนและร้านอยู่ในพื้นที่ และเชื่ออีกว่ายังมีผู้เสียหายทั่วประเทศอีกมากที่ตกเป็นเหยื่อ
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สมพงษ์ แก่นจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่าขณะนี้พบบุคคลที่อ้างตัวว่า ชื่อ”เฮียน้อม” ใช้เวปไซค์ต่างๆในโลกอินเทอร์เน็ต โพตส์ข้อความและภาพสินค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะ ไอโฟน รุ่นต่างๆที่กำลังได้รับความนิยมรวมทั้งอาวุธปืน ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดกว่าครึ่งเท่าตัว เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสนใจในตัวสินค้า จนทำให้มีประชาชนหลายสิบรายหลงเชื่อถูกหลอกและยอมโอนเงินให้บุคคลที่อ้างชื่อว่า”เฮียน้อม” ซึ่งมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา เกือบ 10 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่มาแจ้งความไว้ในท้องที่ สภ.ศีขรภูมิกว่า 2 แสน บาท
ด้าน พ.ต.ท.สมพงษ์ แก่นจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ศีขรภูมิ เปิดเผยว่า อยากฝากเตือนถึงประชาชนที่มักจะชอบซื้อสินค้าทางโลกอินเทอร์เน็ตออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปและอาวุธปืนต่างๆ พอเสิร์ทเข้าไปหา ก็พบชื่อบุคคลที่อ้างว่าชื่อเฮียน้อม ที่อ้างว่ามีร้านอยู่ใน อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ขายสินค้าโทรศัพท์มือถือ อาวุธปืนและสินค้าไอทีต่างๆ เมื่อลูกค้าหลงเชื่อโอนเงินให้ก็จะไม่ได้รับสินค้าตามที่ต้องการ และเมื่อลูกค้ามาติดตามๆที่อยู่ระบุไว้พบว่าไม่มีชื่ออยู่ในพื้นที่ อ.ศรีขรภูมิ ซึ่งพบว่าสินค้าที่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธปืนและโทรศัพท์มือถือไอโฟน จึงขอฝากเตือนถึงประชาชนหากต้องการซื้อสินค้าในโลกออนไลน์ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีตัวตนและมีสินค้าจริงหรือไม่ โดยทั่วกันหากพบบุคคลอ้างตัวในลักษณะนี้ ก็ให้ระวังอย่าโอนเงินให้ก่อนเด็ดขาด ส่วนผู้เสียหายที่เคยเข้ามาแจ้งความ มีทั้งมาจาก จ.สระบุรี อยุธยา หนองคาย ขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าแจ้งความและอยู่ต่างจังหวัดที่ไกลออกไปจึงไม่ได้มาติดตามว่าเฮียน้อมมีร้านอยู่ในพื้นที่จริงหรือไม่อีกด้วย และก็มีผู้เสียหายบางส่วนโทรศัพท์มาสอบถามหลายครั้งอีกด้วย
โดยผู้เสียหายแต่ละรายถูกหลอกให้โอนเงินให้มีตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนถึงหลายหมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายเท่าที่พบเข้ามาแจ้งความกว่า 2 แสน ในห้วง 1 ปีนี้ เกือบ 10 ราย และคาดว่ายังมีผู้เสียหายในท้องที่อื่นอีกมาก ซึ่งอาจจะถึงหลักล้านบาทอีกด้วย ส่วนที่อยู่ที่เฮียน้อมระบุไว้ว่ามีรายอยู่ที่ ถ.ประชาธิปัตย์ นั้นใน ตัว อ.ศีขรภูมิ ไม่มีตามที่ระบุ มีเพียงถนนชื่อ เสรีธิปปัตย์เท่านั้น ส่วนหมายเลขบัญชีดังกล่าวเป็นไปได้ว่า บุคคลดังกล่าวได้ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นแอบอ้าง
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) ได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สมพงษ์ แก่นจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ว่าขณะนี้พบบุคคลที่อ้างตัวว่า ชื่อ”เฮียน้อม” ใช้เวปไซค์ต่างๆในโลกอินเทอร์เน็ต โพตส์ข้อความและภาพสินค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะ ไอโฟน รุ่นต่างๆที่กำลังได้รับความนิยมรวมทั้งอาวุธปืน ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดกว่าครึ่งเท่าตัว เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสนใจในตัวสินค้า จนทำให้มีประชาชนหลายสิบรายหลงเชื่อถูกหลอกและยอมโอนเงินให้บุคคลที่อ้างชื่อว่า”เฮียน้อม” ซึ่งมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ ในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา เกือบ 10 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่มาแจ้งความไว้ในท้องที่ สภ.ศีขรภูมิกว่า 2 แสน บาท
ด้าน พ.ต.ท.สมพงษ์ แก่นจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ศีขรภูมิ เปิดเผยว่า อยากฝากเตือนถึงประชาชนที่มักจะชอบซื้อสินค้าทางโลกอินเทอร์เน็ตออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปและอาวุธปืนต่างๆ พอเสิร์ทเข้าไปหา ก็พบชื่อบุคคลที่อ้างว่าชื่อเฮียน้อม ที่อ้างว่ามีร้านอยู่ใน อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ขายสินค้าโทรศัพท์มือถือ อาวุธปืนและสินค้าไอทีต่างๆ เมื่อลูกค้าหลงเชื่อโอนเงินให้ก็จะไม่ได้รับสินค้าตามที่ต้องการ และเมื่อลูกค้ามาติดตามๆที่อยู่ระบุไว้พบว่าไม่มีชื่ออยู่ในพื้นที่ อ.ศรีขรภูมิ ซึ่งพบว่าสินค้าที่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธปืนและโทรศัพท์มือถือไอโฟน จึงขอฝากเตือนถึงประชาชนหากต้องการซื้อสินค้าในโลกออนไลน์ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีตัวตนและมีสินค้าจริงหรือไม่ โดยทั่วกันหากพบบุคคลอ้างตัวในลักษณะนี้ ก็ให้ระวังอย่าโอนเงินให้ก่อนเด็ดขาด ส่วนผู้เสียหายที่เคยเข้ามาแจ้งความ มีทั้งมาจาก จ.สระบุรี อยุธยา หนองคาย ขอนแก่น เป็นต้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าแจ้งความและอยู่ต่างจังหวัดที่ไกลออกไปจึงไม่ได้มาติดตามว่าเฮียน้อมมีร้านอยู่ในพื้นที่จริงหรือไม่อีกด้วย และก็มีผู้เสียหายบางส่วนโทรศัพท์มาสอบถามหลายครั้งอีกด้วย
โดยผู้เสียหายแต่ละรายถูกหลอกให้โอนเงินให้มีตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนถึงหลายหมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายเท่าที่พบเข้ามาแจ้งความกว่า 2 แสน ในห้วง 1 ปีนี้ เกือบ 10 ราย และคาดว่ายังมีผู้เสียหายในท้องที่อื่นอีกมาก ซึ่งอาจจะถึงหลักล้านบาทอีกด้วย ส่วนที่อยู่ที่เฮียน้อมระบุไว้ว่ามีรายอยู่ที่ ถ.ประชาธิปัตย์ นั้นใน ตัว อ.ศีขรภูมิ ไม่มีตามที่ระบุ มีเพียงถนนชื่อ เสรีธิปปัตย์เท่านั้น ส่วนหมายเลขบัญชีดังกล่าวเป็นไปได้ว่า บุคคลดังกล่าวได้ใช้บัญชีธนาคารของบุคคลอื่นแอบอ้าง
อุทัย มานาดี / รายงาน
สสจ.สุรินทร์ ขอให้ระวังโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดีเนื่องจากอาหารไม่สุก
นายสอาด วีระเจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี เป็นสาเหตุทำให้ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเสียชีวิตมากกว่า 28,000 คนต่อปี ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจ สังคม กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากผู้ป่วยมักอยู่ในวัยทำงานอายุระหว่าง 45-55 ปี ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญถือเป็นวาระเร่งด่วน โดยจัดทำยุทธศาสตร์ กำจัดพยาธิใบไม้ตับ ลดมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อปกป้องประชาชนลดการป่วยการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งท่อน้ำดี ตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้ป่วยให้เหลือร้อยละ 5 สำหรับโรคพยาธิใบไม้ตับมีสาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารประเภทน้ำจืดปรุงดิบ หรือสุกๆ ที่มีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อน เช่น ปลาร้า ก้อยปลา ปลาหมกไฟ ฯลฯ เมื่อคน แมว หรือสุนัข ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคถ่ายอุจจาระปนเปื้อนแหล่งน้ำ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดยมีหอยและปลาน้ำจืด เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาซิว ปลาสร้อย และปลาตะเพียน เป็นตัวช่วยให้พยาธินี้เจริญเติบโต จังหวัดสุรินทร์ ได้มอบให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่และ อสม.ในพื้นที่ แนะนำประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม งดกินปลาร้าดิบ ปลาส้มดิบ ปลาน้ำจืดมีเกล็ดขาวดิบๆ สุกๆ กินอาหารที่สะอาดและปรุงสุกด้วยความร้อน และถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะก็จะลดการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ มะเร็งท่อน้ำดีได้
แม่ค้าแตงโม ยอดจำหน่ายดี
แม่ค้าแตงโม วางขายรินถนน นับสิบร้าน สร้างรายได้อย่างงาม ขายได้วันละ 2,000-3,000 บาท ต่อวัน หลังว่างเว้นจากทำไร่นาและเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเสร็จ
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) หลังจากชาวนาในหลายพื้นที่ ได้ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา โดยเฉพาะในระยะนี้บางส่วนได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเสร็จแล้ว จึงพากันออกหารายได้เสริมเพื่อจุนเจือครอบครัว บางรายไปรับจ้างก่อสร้างยังต่างจังหวัดและภาคกลาง ขณะที่บางส่วนหาพืชผักผลไม้ท้องถิ่นมาวางขายข้างทาง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก็ไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ที่พบว่าบางส่วนได้มีการออกรับซื้อแตงโมจากพื้นที่ต่างๆที่มีผลผลิต ทั้งจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน เพื่อบรรทุกกลับมากักตุนเพื่อคัดขนาดก่อนจะวางขาย 2 ข้างทาง ของถนนหมายเลข 24 โชคชัย-เดชอุดม ใกล้กับ 4 แยกนิคมปราสาท ต.นิคมปราสาทฯกว่า 30 ร้าน สามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ละร้านขายได้ถึงวันละ 2,000-3,000 บาท ต่อวัน เลยทีเดียว และถือว่าเป็นแหล่งเดียวในจังหวัดที่มีพื้นที่ขายแตงโมข้างทางจำนวนมากแห่งหนึ่ง
นางวันเพ็ญ มาดี อายุ 18 อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.โคกสะอาด อ.ปราสาทฯ กล่าวว่า แตงโมที่ขายมี 2 พันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์กินนรีและพันธ์น้ำผึ้ง ซึ่งพันธุ์น้ำผึ้งจะมีเนื้อแตงโมเป็นสีเหลือง ส่วนกินนรี เนื้อจะเป็นสีแดง แต่พันธุ์น้ำผึ้งจะมีราคาแพงกว่า ส่วนราคาขายก็มีหลายราคาให้เลือก เช่น ลูกใหญ่ลูกละ 50 บาท, 3-6 ลูก 100 บาท บาทแล้วแต่ขนาด จะบรรจุถุงไว้ บางลูกที่เล็กๆหน่อยก็จะบรรจุถุงละ 60 บาท ก็มี เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ โดยแตงโมพันธุ์กินนรีจะขายดีกว่า เพราะเนื้อจะเป็นสีแดง มีรสชาติหวาน ส่วนพันธุ์น้ำผึ้งก็ขายได้เช่นกัน แต่ไม่ดีเท่ากินนรี เพราะพันธุ์น้ำผึ้งมีราคาแพงกว่า วันหนึ่งๆจะสามารถขายแตงโมได้ 2-3 พันบาทต่อวัน ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะขายได้วันละ 3-4 พันบาท ยังไม่หักต้นทุนออก ซึ่งก็ถือว่าสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีในช่วงจากว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา แต่แตงโมต้องออกไปหาซื้อจากหลายพื้นที่ บางครั้งก็ไปซื้อที่ต่างจังหวัด เวลาที่ไหนมีผลผลิตคนปลูกก็จะโทรมาบอกให้ไปรับซื้อ แต่ส่วนใหญ่เกือบตลอดทั้งปีก็จะหาสินค้าผลผลิตผลไม้ชนิดอื่นมาวางขายสลับกัน ซึ่งจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนลูกค้าก็จะเป็นคนที่สัญจรผ่านไปมา บนถนนหมายเลข 24 โชคชัยเดชอุดม
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) หลังจากชาวนาในหลายพื้นที่ ได้ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา โดยเฉพาะในระยะนี้บางส่วนได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเสร็จแล้ว จึงพากันออกหารายได้เสริมเพื่อจุนเจือครอบครัว บางรายไปรับจ้างก่อสร้างยังต่างจังหวัดและภาคกลาง ขณะที่บางส่วนหาพืชผักผลไม้ท้องถิ่นมาวางขายข้างทาง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ก็ไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ที่พบว่าบางส่วนได้มีการออกรับซื้อแตงโมจากพื้นที่ต่างๆที่มีผลผลิต ทั้งจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน เพื่อบรรทุกกลับมากักตุนเพื่อคัดขนาดก่อนจะวางขาย 2 ข้างทาง ของถนนหมายเลข 24 โชคชัย-เดชอุดม ใกล้กับ 4 แยกนิคมปราสาท ต.นิคมปราสาทฯกว่า 30 ร้าน สามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ละร้านขายได้ถึงวันละ 2,000-3,000 บาท ต่อวัน เลยทีเดียว และถือว่าเป็นแหล่งเดียวในจังหวัดที่มีพื้นที่ขายแตงโมข้างทางจำนวนมากแห่งหนึ่ง
นางวันเพ็ญ มาดี อายุ 18 อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.โคกสะอาด อ.ปราสาทฯ กล่าวว่า แตงโมที่ขายมี 2 พันธุ์ ประกอบด้วย พันธุ์กินนรีและพันธ์น้ำผึ้ง ซึ่งพันธุ์น้ำผึ้งจะมีเนื้อแตงโมเป็นสีเหลือง ส่วนกินนรี เนื้อจะเป็นสีแดง แต่พันธุ์น้ำผึ้งจะมีราคาแพงกว่า ส่วนราคาขายก็มีหลายราคาให้เลือก เช่น ลูกใหญ่ลูกละ 50 บาท, 3-6 ลูก 100 บาท บาทแล้วแต่ขนาด จะบรรจุถุงไว้ บางลูกที่เล็กๆหน่อยก็จะบรรจุถุงละ 60 บาท ก็มี เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อ โดยแตงโมพันธุ์กินนรีจะขายดีกว่า เพราะเนื้อจะเป็นสีแดง มีรสชาติหวาน ส่วนพันธุ์น้ำผึ้งก็ขายได้เช่นกัน แต่ไม่ดีเท่ากินนรี เพราะพันธุ์น้ำผึ้งมีราคาแพงกว่า วันหนึ่งๆจะสามารถขายแตงโมได้ 2-3 พันบาทต่อวัน ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็จะขายได้วันละ 3-4 พันบาท ยังไม่หักต้นทุนออก ซึ่งก็ถือว่าสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีในช่วงจากว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา แต่แตงโมต้องออกไปหาซื้อจากหลายพื้นที่ บางครั้งก็ไปซื้อที่ต่างจังหวัด เวลาที่ไหนมีผลผลิตคนปลูกก็จะโทรมาบอกให้ไปรับซื้อ แต่ส่วนใหญ่เกือบตลอดทั้งปีก็จะหาสินค้าผลผลิตผลไม้ชนิดอื่นมาวางขายสลับกัน ซึ่งจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนลูกค้าก็จะเป็นคนที่สัญจรผ่านไปมา บนถนนหมายเลข 24 โชคชัยเดชอุดม
อุทัย มานาดี/ รายงาน
จังหวัดศรีสะเกษประกวดวาดภาพและเขียนเรียงความ ในหัวข้อเรื่อง “จังหวัดของฉันในปี 2020”
นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาชีวิตขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และได้มีการจัดนิทัรรศการและเสวนาภายใต้ชื่องาน "สร้างอนาคตไทย 2020 " เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวรวมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการวาดภาพและประกวดเขียนเรียงความ ในหัวข้อ "จังหวัดของฉันในปี 2020” โดยประกวดวาดภาพในระดับประถมศึกษา และประกวดเขียนเรียงความในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาซึ่งโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2556 – มกราคม 2557 โดยแบ่งการตัดสินออกเป็น 2 ระดับ คือ การตัดสินระดับจังหวัดและการตัดสินระดับประเทศ ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานการปกครองจังหวัด กลุ่มงานปกครอง โทร. 0-4561-2581
ราษฎรบ้าน ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี มีรายได้เดือนละเกือบแสนบาทจากการนำโครงการชีววิถีไปปรับใช้
นายบุญมี ธรรมวิพากย์ ราษฎรบ้านดอนม่วง หมู่ที่ 6 ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการชีววิถี เน้นการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ครอบครัวของตนได้ทำการปลูกพืชผักและไม้ผล เช่น มะนาว มะม่วง กล้วย ผักสวนครัว โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพจากการเรียนรู้ มาใช้ในด้านการเกษตร นอกจากนี้ ยังการเพาะเลี้ยงปลานิล ตั้งแต่การอนุบาล จนถึงปลาตัวโตที่สามารถจำหน่ายได้ ปัจจุบันทีทั้งหมด 13 บ่อ แหล่งน้ำหลักด้านการเกษตร นอกจากน้ำฝนแล้ว ยังได้น้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ตำบลคันไร่ โดยกรมชลประทานเข้ามาหนุนเสริม ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำด้านการเกษตร
นายบุญมี กล่าวว่า รายได้หลักของครอบครัว มาจากการจำหน่ายพันธุ์ปลา เดือนละประมาณ ตั้งแต่ 7 หมื่น ถึง 1 แสนบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนการรอดของปลาด้วย โดยมีลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและต่างจังหวัดมาติดต่อรับซื้อเป็นประจำ ส่วนพืชผัก ผลไม้ที่ปลูก ก็พอขายได้บ้างแต่ไม่มากนัก ทุกวันนี้ตนเองพร้อมครอบครัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก นั่นเป็นเพราะมีความตั้งใจในการทำงาน และรู้จักดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง
นายบุญมี กล่าวว่า รายได้หลักของครอบครัว มาจากการจำหน่ายพันธุ์ปลา เดือนละประมาณ ตั้งแต่ 7 หมื่น ถึง 1 แสนบาท ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนการรอดของปลาด้วย โดยมีลูกค้าในจังหวัดอุบลราชธานีและต่างจังหวัดมาติดต่อรับซื้อเป็นประจำ ส่วนพืชผัก ผลไม้ที่ปลูก ก็พอขายได้บ้างแต่ไม่มากนัก ทุกวันนี้ตนเองพร้อมครอบครัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก นั่นเป็นเพราะมีความตั้งใจในการทำงาน และรู้จักดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง
กรกช ภูมี / สวท.อุบลฯ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดงานครบรอบรัฐพิธีเปิดเขื่อนสิรินธร ปีที่ 42
วันนี้ ( 27 พ.ย. 56 ) ที่กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี นายณัฐพล ภูมิเรืองศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เป็นประธานในรัฐพิธีเปิดเขื่อนสิรินธร ปีที่ 42
สำหรับเขื่อนสิรินธร เริ่มก่อสร้างโครงการในเดือนมิถุนายน 2511 และวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ขนานนามเขื่อนว่า เขื่อนสิรินธร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิรินธร เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2514 จากนั้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2515 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ ได้โอนเขื่อนสิรินธรให้อยู่ในความรับผิดชอบดูและของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนระบบเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างดี
ในงานรัฐพิธีเปิดเขื่อนสิรินธร ปีที่ 42 มีการปล่อยพันธ์กุ้งก้ามกราม จำนวน 2 ล้านตัวลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร มอบพันธ์ปลาดุกให้แก่ประชาชน 16 หมู่บ้าน ในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้เสริมแก่ประชาชน นอกจากนี้ มีการจัดแข่งขันกีฬาเช่น กอล์ฟ ฟุตบอล ระหว่างเจ้าหน้าที่กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร กับส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล รวมทั้งการจัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ เพื่อสร้างเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล
สำหรับเขื่อนสิรินธร เริ่มก่อสร้างโครงการในเดือนมิถุนายน 2511 และวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้เชิญพระนามของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ขนานนามเขื่อนว่า เขื่อนสิรินธร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิรินธร เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2514 จากนั้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2515 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ ได้โอนเขื่อนสิรินธรให้อยู่ในความรับผิดชอบดูและของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนระบบเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอย่างดี
ในงานรัฐพิธีเปิดเขื่อนสิรินธร ปีที่ 42 มีการปล่อยพันธ์กุ้งก้ามกราม จำนวน 2 ล้านตัวลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร มอบพันธ์ปลาดุกให้แก่ประชาชน 16 หมู่บ้าน ในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้เสริมแก่ประชาชน นอกจากนี้ มีการจัดแข่งขันกีฬาเช่น กอล์ฟ ฟุตบอล ระหว่างเจ้าหน้าที่กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร กับส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล รวมทั้งการจัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ เพื่อสร้างเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่รอบเขื่อนสิรินธรและเขื่อนปากมูล
กรกช ภูมี / สวท.อุบลราชธานี
บรรยากาศศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ยังเปิดทำการปกติ
บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าข้าราชการและเจ้าหน้าเดินทางมาปฏิบัติงานตามปกติ
วันที่ ( 27 พ.ย. 56 ) บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ. สุรินทร์ ได้จัดกำลังตำรวจ เข้ามาเสริมกับกำลังของ อส. เข้าประจำอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มมวลชน ขณะเดียวกัน ภายในศาลากลางจังหวัดได้มีการปิดช่องทางเข้าออกเหลือเพียงประตูเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตรได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆได้สอดส่องดูแลสถานที่ราชการ ของตนเองโดยเฉพาะหน่วยงานที่มีความสำคัญเช่น ไฟฟ้า ประปา ด้านสื่อสาร และที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดส่งกำลังเข้าประจำตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุการณ์อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สำหรับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ในภาพรวมยังปกติไม่มีเหตุการณ์มวลชนเข้ามาชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัด หรือตามสถานที่ราชการต่างๆ แต่อย่างใด มีเพียงกลุ่มของนาย คราศรี ลอยทอง ทนายความ นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์ มรภ.สุรินทร์ นายสรวิช ขุมทอง สื่อมวลชนอิสระ และนายศิริพงษ์ ไหวดี ทนายความ ทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรค ปชป.จ.สุรินทร์ พร้อมผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 30 คน มาชุมนุมปราศรัยโจมตีรัฐบาลหน้าศาลากลางจังหวัดเมื่อเย็นวานนี้ ( 26 พ.ย. 56 ) และประกาศว่าจะพามวลชนมาชุมนุมทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงในช่วงเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าแกนนำที่ กทม.จะสั่งยุติการชุมนุมแต่ไม่มีเหตุรุนแรงหรือยึดสถานที่ราชการแต่อย่างใด
วันที่ ( 27 พ.ย. 56 ) บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ยังคงเปิดทำการตามปกติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าทางกองบังคับการตำรวจภูธร จ. สุรินทร์ ได้จัดกำลังตำรวจ เข้ามาเสริมกับกำลังของ อส. เข้าประจำอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มมวลชน ขณะเดียวกัน ภายในศาลากลางจังหวัดได้มีการปิดช่องทางเข้าออกเหลือเพียงประตูเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์ ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตรได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆได้สอดส่องดูแลสถานที่ราชการ ของตนเองโดยเฉพาะหน่วยงานที่มีความสำคัญเช่น ไฟฟ้า ประปา ด้านสื่อสาร และที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดส่งกำลังเข้าประจำตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุการณ์อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สำหรับสถานการณ์ ณ ปัจจุบันจังหวัดสุรินทร์ในภาพรวมยังปกติไม่มีเหตุการณ์มวลชนเข้ามาชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัด หรือตามสถานที่ราชการต่างๆ แต่อย่างใด มีเพียงกลุ่มของนาย คราศรี ลอยทอง ทนายความ นายอัครเดช สุพรรณฝ่าย อาจารย์ มรภ.สุรินทร์ นายสรวิช ขุมทอง สื่อมวลชนอิสระ และนายศิริพงษ์ ไหวดี ทนายความ ทั้งหมดเป็นสมาชิกพรรค ปชป.จ.สุรินทร์ พร้อมผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 30 คน มาชุมนุมปราศรัยโจมตีรัฐบาลหน้าศาลากลางจังหวัดเมื่อเย็นวานนี้ ( 26 พ.ย. 56 ) และประกาศว่าจะพามวลชนมาชุมนุมทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมงในช่วงเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จนกว่าแกนนำที่ กทม.จะสั่งยุติการชุมนุมแต่ไม่มีเหตุรุนแรงหรือยึดสถานที่ราชการแต่อย่างใด
ประนนท์ ไม้หอม / ส.ปชส./สุรินทร์/รายงาน
การชุมชนต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาล ที่จังหวัดอุดรธานี
กลุ่มชาวอุดรรักชาติและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล 10 กลุ่มร่วมชุมนุมแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลยื่นหนังสือและมอบดอกกุหลาบแก่ฝ่ายบ้านเมือง ที่ศาลากลางจังหวัดและเทศบาลนครอุดรธานีก่อนสลายตัวหลังจากนั้นสมาชิกชมรมคนรักอุดรซึ่งชุมนุมที่สนามทุ่งศรีเมือง ได้เคลื่อนขบวนมาแสดงพลังที่หน้าศาลากลางจังหวัดก่อนแยกย้ายในที่สุด
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่บริเวณถนนวัฒนานุวงศ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี กลุ่มชาวอุดรรักชาติและกลุ่มหมอและพยาบาลอุดรรักชาติ กลุ่มครูอุดรรักชาติ กลุ่มนักธุรกิจอุดรรักชาติ กลุ่มนักศึกษาอุดรรักชาติ เครือข่ายทนายอุดรรักชาติ กลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีนอุดรรักชาติ กลุ่มชาวไทยเชื้อสายเวียดนามอุดรรักชาติ กลุ่มราษฎรอาวุโสรักชาติ กลุ่มเกษตรกรอุดรรักชาติจำนวนหนึ่งได้มารวมตัวที่บริเวณไปรษณีย์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อแสดงพลังในการต่อต้านรัฐบาล ต่อมาได้เคลื่อนขบวนออกจากไปรษณีย์ มารวมตัวที่บริเวณถนนวัฒนานุวงศ์ ร่วมร้องเพลงปลุกใจ เป่านกหวีด มือตบ และมอบดอกไม้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสารักษาดินแดน และข้าราชการ ที่ตั้งกำแพงรักษาความปลอดภัยศาลากลาง ฟังแถลงการณ์ของกลุ่มฯ ซึ่งนายรังสี ศุภชัยสาคร ประธานกลุ่มชาวอุดรรักชาติแกนนำผู้ชุมนุมขึ้นหลังรถกระบะอ่านแถลงการณ์ เรื่องการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ โดยกลุ่มผู้ชุมชนเรียกร้องขอให้ผู้ชุมนุมยังคงยึดมั่น ในการใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ,ขอให้รัฐบาลปฏิบัติตามเจตนารมณ์ และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพันธกรณีระหว่างประเทศไทยที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดและยับยั้งไม่ใช้กำลังใดๆในการหยุดยั้งหรือสลายการชุมนุมไม่ว่าจะอยู่กับที่หรือเคลื่อนไหว อันเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามเจตนารมณ์และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล เสร็จแล้วลงมายื่นหนังสือผ่านจังหวัดถึงนายกรัฐมนตรี มอบนกหวีดโดยมีนายสุทธินันท์ บุญมี นายกอบเกียรติ กาญจนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้รับมอบ นายสุทธินันท์ ฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ขึ้นหลังรถกระบะกล่าวพบปะผู้มาชุมนุมเสร็จแล้วตัวแทนผู้ชุมนุมมอบดอกกุหลาบให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนไปยังเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อมอบดอกกุหลาบให้กับนายกเทศมนตรีนครอุดธานีและคณะผู้บริหารเทศบาลนครอุดรธานี และสลายตัวไป
หลังจากนั้นสมาชิกชมรมคนรักอุดรธานีซึ่งก่อนหน้าที่ได้เดินทางมารวมตัวแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาลที่บริเวณหน้าพลับพลาพิธีสนามทุ่งศรีเมืองได้เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมมาที่ถนนวัฒนานุวงศ์บริเวณหน้าศาลากลางฝั่งตะวันออก หน้าวิทยาลัยเทคนิคกล่าวปราศัยโจมตีฝ่ายต่อต้านรัฐบาล โดยมีกองร้อยควบคุมฝูงชนของตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี สมาชิกอาสารักษาดินแดนจังหวัดอุดรธานี ตั้งแนวรักษาความปลอดภัยศาลากลางจังหวัดอุดรธานี โดยนายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการเฝ้าสังเกตการณ์โดยตลอด
ทีมข่าว ส.ปชส.อด. ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ
เมวิกา ศรีหาวงษ์ นศ.พิมพ์/ทาน/ภาพนิ่ง
รณรงค์และเฝ้าระวังความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว
พมจ.อุดรธานี ร่วมกับ สำนักส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ รณรงค์และเฝ้าระวังความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในชุมชนที่ถูกปล่อยปละละเลย การใช้ความรุนแรงและแสวงหาผลประโยชน์
วันนี้ ( 25 พฤศจิกายน 2556 ) ที่โรงแรมบ้านเชียง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมนุษย์ของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันแห่งการ "รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี” พร้อมกับการอบรมเชิงปฏิบัติการผู้จัดการรายกรณี หลักสูตร การปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กในชุมชน นำโดย ผศ.โสภา อ่อนโอภาส นักวิชาการ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ผู้เข้าอบรมประกอบด้วย ผู้ปฏิบัติงานด้านเด็กทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดอุดรธานี และประชาชนทั่วไป รวม 100 คน
เนื่องจากปัจจุบันสถานการณ์เกี่ยวกับเด็ก เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและซ้ำซ้อนมากขึ้น สาเหตุสำคัญเกิดจากเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ครอบครัวขาดการดูแลเอาใจใส่เลี้ยงดูบุตรหลานอย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น เด็กถูกทอดทิ้ง หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ปัญหาเหล่านี้มาจากประเทศไทยเรายังไม่มีระบบการเฝ้าระวังเพื่อการคุ้มครองเด็กทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในปี 2557 สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.อุดรธานี มีแผนดำเนินการให้เกิดระบบเฝ้าระวังและการช่วยเหลือเด็กขึ้นใน 4 พื้นที่ได้แก่ อบต.หายโศก อ.บ้านผือ ,อบต.นางัว อ.น้ำโสม, ทต.สร้างก่อ อ.กุดจับ และทม.หนองสำโรง อ.เมือง
ผศ.โสภา อ่อนโอภาส นักวิชาการ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ระบบการเฝ้าระวังและการช่วยเหลือเด็ก (CPMRS)จะช่วยให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่สามารถระบุเด็กที่ต้องการการคุ้มครองและดูแลเป็นพิเศษ หรือเด็กที่อยู่ในครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยง จะนำมาวางแผนและกำหนดวิธีการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในชุมชน ตำบลและจังหวัด จากนั้นจะติดตามและประเมินระบบการคุ้มครองดูแลเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บนฐานความคิดทางวิชาการและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนรวมทั้งเด็กและเยาวชน เพื่อส่งเสริมทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการคุ้มครองเด็ก
เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ ส.ปชส.อด.
ศรีสะเกษ เตรียมจัด การแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลติภัณฑ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการจัดแถลงข่าวการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ธันวาคม 2556 เวลา 06.00 น. ที่บริเวณโรงเรียนภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ นายอำเภอกันทรลักษ์ นายสิทธิสมุทร เพ็งชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบึงมะลู นายศักดิ์สิทธิ์ พลทรัพย์ศิริ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพระวิหาร และ พันเอกธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้
นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ข่าวการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 นี้ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษื และองค์กรภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 และ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ รวมไปถึงการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกายและห่างไกลยาเสพติด ซึ่งนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน จะได้สูดดมกลิ่นอาย ของธรรมชาติยามเช้า และความงามของผามออีแดง ทะเลป่า ภูผาหมอก ที่สวยงาม ตลอดจน มีโอกาสได้ชมพระอาทิตย์ 2 แผ่นดิน ที่ขึ้นยามเช้า ที่ผามออีแดงอีกด้วย
นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งนอกจากจะมีการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯแล้ว ทางชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพของจังหวัดศรีสะเกษ จะได้นำรถจักรยานมาร่วมปั่นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ 300 คัน นอกจากนี้ก่อนวันงาน คือ ในวันที่ 6 -7 ธันวาคม 2556 องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ยังได้มีการประกวดวงดนตรีไทย และวงดนตรีสากลของเด็ก และเยาวชนอีกด้วย
ขณะที่พันเอกธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ในส่วนของด้านความปลอดภัย นั้น ทางทหารในนามของกองกำลังสุรนารี ได้มีการตรึงกำลังรักษาความสงบตลอดบริเวณตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งในภาพรวมแล้วความสัมพันธ์ระหว่างไทย และกัมพูชา ขณะนี้ มีความร่วมมือกันในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศ จะเกิดความขัดแย้งด้านเขตแดน บริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ปัจจุบัน สถานการณ์ได้กลับสู่ความสงบสุขแล้ว ซึ่งตนมั่นใจว่า ความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ต้องได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน
นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ข่าวการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 นี้ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษื และองค์กรภาคเอกชน ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 และ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ รวมไปถึงการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้ออกกำลังกายและห่างไกลยาเสพติด ซึ่งนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน จะได้สูดดมกลิ่นอาย ของธรรมชาติยามเช้า และความงามของผามออีแดง ทะเลป่า ภูผาหมอก ที่สวยงาม ตลอดจน มีโอกาสได้ชมพระอาทิตย์ 2 แผ่นดิน ที่ขึ้นยามเช้า ที่ผามออีแดงอีกด้วย
นายวิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2556 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งนอกจากจะมีการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯแล้ว ทางชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพของจังหวัดศรีสะเกษ จะได้นำรถจักรยานมาร่วมปั่นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ประมาณ 300 คัน นอกจากนี้ก่อนวันงาน คือ ในวันที่ 6 -7 ธันวาคม 2556 องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ยังได้มีการประกวดวงดนตรีไทย และวงดนตรีสากลของเด็ก และเยาวชนอีกด้วย
ขณะที่พันเอกธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ในส่วนของด้านความปลอดภัย นั้น ทางทหารในนามของกองกำลังสุรนารี ได้มีการตรึงกำลังรักษาความสงบตลอดบริเวณตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งในภาพรวมแล้วความสัมพันธ์ระหว่างไทย และกัมพูชา ขณะนี้ มีความร่วมมือกันในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศ จะเกิดความขัดแย้งด้านเขตแดน บริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ปัจจุบัน สถานการณ์ได้กลับสู่ความสงบสุขแล้ว ซึ่งตนมั่นใจว่า ความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันวิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ มินิฮาร์ฟมาราธอน สู่อุทยานแห่งชาติ พระวิหาร ครั้งที่ 17 ประจำปี 2556 ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ต้องได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน
กลุ่มศรีสะเกษศรีสะเกษ รวมพลังสร้างสรรค์ พัฒนาชาติ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ย.56 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดงานวันรวมพลังสร้างสรรค์ พลังสตรีศรีสะเกษ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงพลังขององค์กรสตรี จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพลังสำคัญ อีกส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ และยังมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างมั่นคง ให้กับสถาบันครอบครัว โดยมี นางนริตา ไตรสรณกุล ประธานคณะกรรมการ พัฒนาสตรีจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย องค์กรกลุ่มสตรีจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 1,000 คน ร่วมงานในครั้งนี้
ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสตรีไทยดีเด่น จำนวน 1 คน และสตรีทำงานดีเด่น อำเภอละ 1 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 23 คน เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติ และเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน
นางนริตา ไตรสรณกุล ประธานคณะกรรมการ พัฒนาสตรีจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สตรีมีบทบาทอย่างยิ่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลสถาบันครอบครัว การมีส่วนร่วมในสังคม ทุกๆด้าน แม้กระทั่ง ในภาวะที่ประเทศชาติต้องประสบปัญหา พลังสตรีในชุมชน ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน ฟื้นฟู วิกฤติ บ้านเมือง อีกด้วย
สำหรับการจัดงานในวันนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมการ เสวนา แนวทางการพัฒนาองค์กรสตรีกับเครือข่าย โดยวิทยากรที่มีความรู้ , การแสดงบนเวที จากตัวแทนองค์กรสตรีอำเภอ และการเดินแบบผ้าไหม ท้องถิ่นไทย จากองค์กรกลุ่มสตรี จาก 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ อีกด้วย
ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้กับสตรีไทยดีเด่น จำนวน 1 คน และสตรีทำงานดีเด่น อำเภอละ 1 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 23 คน เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติประวัติ และเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน
นางนริตา ไตรสรณกุล ประธานคณะกรรมการ พัฒนาสตรีจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า สตรีมีบทบาทอย่างยิ่งในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลสถาบันครอบครัว การมีส่วนร่วมในสังคม ทุกๆด้าน แม้กระทั่ง ในภาวะที่ประเทศชาติต้องประสบปัญหา พลังสตรีในชุมชน ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน ฟื้นฟู วิกฤติ บ้านเมือง อีกด้วย
สำหรับการจัดงานในวันนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมการ เสวนา แนวทางการพัฒนาองค์กรสตรีกับเครือข่าย โดยวิทยากรที่มีความรู้ , การแสดงบนเวที จากตัวแทนองค์กรสตรีอำเภอ และการเดินแบบผ้าไหม ท้องถิ่นไทย จากองค์กรกลุ่มสตรี จาก 22 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ อีกด้วย
องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปภัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดงาน “ออนซอนสาเกต อาชีวเกษตรอีสาน”
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) เวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงาน "ออนซอนสาเกต อาชีวเกษตรอีสาน” ณ วิทยาลัยเกษตรกรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด อำเภอ ธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีองค์กรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง ร่วมกิจกรรม ระหว่างระหว่างวันที่ 26 – 29 พฤศจิกายน 2556 เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ ในการประกอบอาชีพของสมาชิก เพื่อฝึกทักษะการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาชีพเกษตร และเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกได้ปฏิบัติตนเป็นพลเรืองที่ดีมีคุณค่าต่อสังคม
ทั้งนี้ กิจกรรมในงานประกอบด้วย การประชุมทางวิชาการ การออกร้านนิทรรศการแสดงผลงานของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน การประกวดร้านนิทรรศการทางวิชาชีพเกษตร การฝึกอบรม 108 อาชีพ การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP และผลผลิตทางการเกษตร การแข่งขันทักษะวิชาชีพการเกษตรและเทคโนโลยี การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน
วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.
เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เผย ข้าวหอม มะลิร้อยเอ็ดผลผลิตปีนี้ มีคุณภาพสูง เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเพียงพอ สร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เผยว่า การผลิตข้าวของจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งในเขตพื้นที่ทุ่งกุลา ซึ่งข้าวที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลกก็คือข้าวหอมมะลิ 105 และจังหวัดร้อยเอ็ดก็จะมีการจัดงานเทศกาลข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม 2556 นี้
สถานการณ์ในการผลิตข้าวปีนี้ของจังหวัดร้อยเอ็ด นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของจังหวัดร้อยเอ็ด ถึงแม้ว่าจังหวัดร้อยเอ็ดจะมีพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติบางส่วน แต่ก็นับว่าจังหวัดร้อยเอ็ดมีธรรมชาติเอื้ออำนวยจึงทำให้มีพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติน้อย ปกติพื้นที่ของจังหวัดร้อยเอ็ดจะเสียประมาณ 5 – 6 แสนไร่ แต่มีนี้มีพื้นที่เสียแค่แสนกว่าไร่ ปีนี้ไร่นาส่วนใหญ่ของจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นนาที่ต้องอาศัยน้ำฝนในการผลิตข้าวที่มีคุณภาพ ในการผลิตดังกล่าวเกษตรกรได้รับการส่งเสริมจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอในการปฏิบัติตามหลักของวิชาการ ปีนี้ประกอบกับธรรมชาติก็คือน้ำฝนที่มาเป็นระลอกทำให้ข้าวที่ได้รับมีการเจริญเติบโตที่ดี เพราะฉะนั้นในพื้นที่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดที่มีการปลูกข้าวมีอยู่ประมาณ 3 ล้านไร่ จะผลิตได้ประมาณ 2 ล้านกว่าไร่ และข้าวที่เกษตรกรผลิตได้ในปีนี้ก็มีคุณภาพค่อนข้างดี จากการสอบถามและสำรวจข้อมูลเกษตรกรคาดว่าผลผลิตที่ได้น่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดคือประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ว่าผลผลิตที่ทางโครงการการขึ้นทะเบียนเกษตรกรซึ่งเป็นค่าผลผลิตเฉลี่ยตามสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรซึ่งมีการหักลบรายละเอียดต่างๆแล้วก็คาดว่าจะเหลือประมาณ 358 กิโลกรัมต่อไร่ คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณล้านกว่าตัน ซึ่งข้าวหอมมะลิทางรัฐบาลได้มีการประกันราคาไว้ตันละประมาณ 2 หมื่นบาท
ในการจัดงานเทศกาลข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม 2556 นอกจากจะมีการแสดงผลิตผล ผลงานของผลิตข้าวหอมมะลิ ยังได้มีการจัดสัมมนาทางวิชาการในเรื่องของการพัฒนาข้าวหอมมะลิและมีการจับคู่เจรจาในเรื่องของการค้า ปีนี้คาดว่าน่าจะได้รับงบประมาณหลายพันล้านบาท จากการประชุมของทางนายกสมาคมฯ โรงสี นายกสมาคมหอการค้า คาดว่าน่าจะมีการขับเคลื่อนในเรื่องของการจับคู่เจรจา การทำธุรกิจ ผลิตข้าวที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด คาดว่าการเจรจาซื้อขายในครั้งนี้ มีมูลค่าการซื้อขาย กว่า 4 - 5 พันล้าน บาท
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว
กมลพร คำนึง บก.ข่าว
ยโสธรออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. ให้บริการประชาชนถิ่นกันดาลฟรี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ที่วัดบ้านนาเวียง หมู่ที่ 1,7 ตำบลนาเวียง อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ออกทำการตรวจรักษาให้กับประชาชนในถิ่นกันดาล โดยมีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก
นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกลถิ่นทุรกันดาร ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค บริการทันตกรรม และชี้แจงข่าวสารงานบริการของหน่วยราชการต่าง ๆ นอกจากการตรวจรักษาให้กับประชาชนแล้วทางส่วนราชการแต่ละหน่วยงานได้จัดซุ้ม เพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อสอบถามและให้บริการในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนไม่ต้องเดินทางไปยังอำเภอหรือจังหวัด และ ได้มอบเงินให้กับผู้สูงอายุ และแจกพันธ์ปลา และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร ยังได้นำยาสามัญประจำบ้านมาแจกจ่ายให้กับประชาชน อีกด้วย
นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกลถิ่นทุรกันดาร ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค บริการทันตกรรม และชี้แจงข่าวสารงานบริการของหน่วยราชการต่าง ๆ นอกจากการตรวจรักษาให้กับประชาชนแล้วทางส่วนราชการแต่ละหน่วยงานได้จัดซุ้ม เพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อสอบถามและให้บริการในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนไม่ต้องเดินทางไปยังอำเภอหรือจังหวัด และ ได้มอบเงินให้กับผู้สูงอายุ และแจกพันธ์ปลา และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร ยังได้นำยาสามัญประจำบ้านมาแจกจ่ายให้กับประชาชน อีกด้วย
ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 27 พฤศจิกายน 2556
ยโสธรรับบริจาคโลหิตกรณีพิเศษ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 ณ ห้องโถงศาลากลางจังหวัดยโสธร (หลังใหม่) เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลยโสธร ขณะนี้โลหิตสำรองคงคลังโรงพยาบาลยโสธร มีจำนวนต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดทุกหมู่ และทางธนาคารเลือดได้ติดต่อและเปลี่ยนและขอรับการสนับสนุนกับหน่วยบริการค้างเคียงในเขตพื้นที่ แต่หน่วยงานข้างเคียงไม่สามารถให้การสนับสนุนได้ เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร ร่วมกับโรงพยาบาลยโสธร จึงได้รับบริจาคโลหิตกรณีพิเศษ โดยได้รับความร่วมมือจาก ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน เป็นจำนวนมาก
ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช 27 พ.ย.56
บริษัท แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) จำกัด รับสมัคงาน
นางสาวจรัสศรี อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า บริษัท แคนนอน ไฮเทค (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านผลิตอุปการณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๗๘๙ หมู่ที่ ๑ ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ๓๐๓๘๐ ว่ามีความประสงค์รับสมัครพนักงานประจำฝ่ายผลิต โดยฝ่ายบุคคลของบริษัทจะเดินทางมารับสมัคร และสัมภาษณ์ด้วยตัวเองในวันจันทร์ที่ ๙ และ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๕.๓๐ น. ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ในตำแหน่งพนักงานฝ่ายผลิต จำนวน ๒,๐๐๐ อัตรา ค่าจ้าง ๓๐๐ – ๓๐๔ บาท/วัน สวัสดิการ หอพักพนักงาน โบนัส ชุดฟอร์ม รถรับสั่ง เงินค่าเข้ากะ ค่าอาหาร ๓๐๐ บาท/เดือน ค่าครองชีพ ๓๐๐ – ๖๐๐ บาท/เดือน
ทั้งนี้ผู้สนใจขอให้เดินทางไปสมัคงานในวันเวลาดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลาง ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘
ทั้งนี้ผู้สนใจขอให้เดินทางไปสมัคงานในวันเวลาดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลาง ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘
สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ตชด.234มุกดาหารไล่สกัดรถตู้ขนไม้พะยูง มูลค่า5แสนบาทจ่อส่งข้ามโขง
วันนี้ ( 27 พ.ย.56 ) พ.ต.ท.เทิดฤทธิ์ สุวรรณประทัง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.234 ได้รับรายงานว่าจะมีรถตู้ ลักลอยขนไม้พะยูง เพื่อไปส่งบริเวณริมโขง ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ภาสกร หนุดตะแสง ผบ.ร้อย ตชด.234 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ตชด.234 มุกดาหาร นำกำลังไปดักที่ ถนนเลี่ยงเมือง บ้านโคกสุวรรณ – ธาตุพนม ไปดักซุ่มตามเส้นทางดังกล่าว
จนกระทั่งพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฮจ-2280 กรุงเทพมหานคร วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงออกมาให้สัญญาณหยุด แต่กลับเร่งเครื่องยนต์เพื่อจะหลบหนี จึงได้ขับรถไล่ติดตามจนตามทันบริเวณแยกบายพาสโคกสุวรรณ อำเภอเมืองมุกดาหาร ส่วนคนขับรถได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามแต่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภายในรถตู้ พบไม้พะยูง จำนวน 14 ท่อน/เหลี่ยม คิดมูลค่าประมาณ 5 แสนบาท ไม้พะยูงเหล่านี้น่าจะถูกลักลอบตัดมาจากเขตภูสีฐาน เพื่อนำส่งให้แก่นายทุนริมฝั่งแม่น้ำโขง และส่งไปต่อประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48, ร่วมกันมีไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) ไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถตู้ พร้อมไม้พะยูง ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามเจ้าของรถที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จนกระทั่งพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฮจ-2280 กรุงเทพมหานคร วิ่งมาด้วยความเร็วสูง จึงออกมาให้สัญญาณหยุด แต่กลับเร่งเครื่องยนต์เพื่อจะหลบหนี จึงได้ขับรถไล่ติดตามจนตามทันบริเวณแยกบายพาสโคกสุวรรณ อำเภอเมืองมุกดาหาร ส่วนคนขับรถได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามแต่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภายในรถตู้ พบไม้พะยูง จำนวน 14 ท่อน/เหลี่ยม คิดมูลค่าประมาณ 5 แสนบาท ไม้พะยูงเหล่านี้น่าจะถูกลักลอบตัดมาจากเขตภูสีฐาน เพื่อนำส่งให้แก่นายทุนริมฝั่งแม่น้ำโขง และส่งไปต่อประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 48, ร่วมกันมีไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) ไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางรถตู้ พร้อมไม้พะยูง ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อติดตามเจ้าของรถที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร/ข่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารประชุมโต๊ะข่าวจังหวัดมุกดาหารตามโครงการ “ผู้ว่าฯ พบสื่อมวลชน”
วันนี้ ( ๒๗ พ.ย.๕๖ ) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในพื้นที่ทุกแขนง อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยมี นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารทั้ง ๒ ท่าน พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนางานของจังหวัดให้ดำเนินไปด้วยความราบรื่น โดยอาศัยหลักการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนทั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ก่อให้เกิดการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน กับสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารทุกแขนง และถือเป็นการเปิดเวทีให้ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดได้มีโอกาส แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมถึงรับทราบปัญหา อุปสรรค ของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขก่อให้เกิดการพัฒนาจังหวัดมุกดาหารต่อไป
สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
จังหวัดมุกดาหารประกาศกำหนดมาตรการควบคุมการบรรทุกอ้อย
นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ด้วยปรากฏว่าในฤดูการเปิดหีบอ้อยผลิตน้ำตาลทราย เมื่อปี ๒๕๕๖ มีรถบรรทุกชนิด ๔ ล้อเล็ก รถบรรทุกชนิด ๖ ล้อ รถบรรทุกชนิด ๑๐ ล้อ ตลอดจนรถบรรทุกชนิดเทเลอร์ และรถลากจูง ได้เข้ามารับจ้างบรรทุกอ้อย เข้าโรงงานเป็นจำนวนมาก และบางครั้งก่อให้เกิดอันตราย อ้อยตกหล่น หรือ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันอุบัติเหตุจากการบรรทุกอ้อย
จังหวัดมุกดาหารได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น เขต ๑๒ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดมุกดาหาร ตำรวจทางหลวงและตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร มีมติเห็นชอบให้กำหนดมาตรการควบคุมการบรรทุกอ้อย ดังนี้ รถบรรทุกอ้อยชนิดต่าง ๆ จะต้องจดทะเบียน และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ถูกต้อง, ผู้ขับขี่รถบรรทุกอ้อยจะต้องมีใบอนุญาต ตามชนิด และประเภทของรถบรรทุกนั้น ๆ, ผู้ขับขี่รถบรรทุกอ้อยจะต้องไม่เสพสุรา ยาเสพติด ขณะเป็นผู้ขับขี่ควบคุมรถบรรทุก, รถบรรทุกอ้อยจะต้องติดป้ายผ้าสัญญาณท้ายรถ ในเวลากลางวัน และระบบไฟสัญญาณด้านท้ายรถบรรทุกอ้อย เพื่อแสดงสัญญาณในเวลากลางคืนในครบสมบูรณ์ เห็นได้ชัดเจน, รถบรรทุกอ้อยจะต้องบรรทุกอ้อยสูงไม่เกิน ๓.๘๐ เมตร และยื่นท้ายได้ไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร, หากมีอ้อยตกหล่น ผู้ขับขี่รถบรรทุกอ้อยจะต้องเก็บกวาดออกจากบริเวณถนนผิวจราจรให้เรียบร้อย, หากมีอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่รถบรรทุกอ้อยจะต้องแจ้งสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่โดยรีบด่วนและช่วยเหลือคู่กรณี ตามความเหมาะสม, รถบรรทุกอ้อยจะต้องติดตั้งสายรัดอ้อย จำนวน ๓ เส้น เพื่อรัดอ้อยป้องกันปัญหาอ้อยตกหล่นเป็น ๓ ช่วง ของการบรรทุก, ห้ามรถบรรทุกอ้อย ขนส่งอ้อยในห้วงเวลา ๑๖.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ซึ่งมีการจราจรติดขัด เพื่อลดอุบัติเหตุ อุบัติภัย, ห้ามรถบรรทุกอ้อย วิ่งเข้าไปในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อมิให้เกิดปัญหาการจราจร โดยให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองมุกดาหารเท่านั้น
ทั้งนี้ หากมีอ้อยตกหล่นให้แจ้ง บริษัท สหเรือง จำกัด ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๔๒-๖๗๔๐๐๔, ๐๔๒-๖๖๐๔๐๔ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข ๐๘๐-๓๗๘๘๔๘๔ และหากรถบรรทุกอ้อยคันใดฝ่าฝืน จะมีความผิดตามกฎหมาย
สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















