วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นเชิญสื่อชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่ชี้แจง แนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และการปฏิบัติตามคำสั่งประกาศของ คสช. ในช่วงสถานะบ้านเมืองไม่ปกติ

บ่ายวันนี้ ( 27 พฤษภาคม 2557 ) ที่ห้องประชุมสโมสร นายทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พลตรี ภัทรพล รักษนคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รองผู้บัญชาอีก 2 ท่าน คือ พันเอก ปริญญา บูรณะปัญญา และ พันเอก ประกิจ ทัพทอง ได้เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งโทรทัศน์,วิทยุ,หนังสือพิมพ์,เคเบิลทีวี,วิทยุชุมชน และสื่อSocial Midia จำนวนประมาณ 200 คน มาประชุมชี้แจงเกี่ยวกับ ประกาศ คำสั่งต่างๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่สื่อมวลชนจะต้องทราบ และปฏิบัติโดยเคร่งครัด ตลอดจนชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ไปสู่ประชาชนของสื่อมวลชนต่างๆ

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แจ้งให้สื่อมวลชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชน ได้รับทราบว่าในช่วงนี้ ขอให้ยุติการออกอากาศ เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารไปก่อนตามประกาศ และคำสั่ง คสช. และหากสื่อมวลชนใดมีการสัมภาษณ์หรือเผยแพร่ข่าวสาร อันเป็นการหมิ่นพระมหากษัตริย์ จะถูกดำเนินคดีทาง ศาลทหารเท่านั้น จึงขอฝากเตือนให้ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. โดยเคร่งครัด





สมพงษ์/ข่าว/พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ พิมพ์
(27 พฤษภาคม 2557) 

ขอนแก่นเตรียมจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน 7 มิถุนายน 2557

จังหวัดขอนแก่นเตรียมจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน 7 มิถุนายน 2557 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น มีการแสดงนิทรรศการประวัติและความเป็นมาของสหกรณ์, การเสวนา การจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ และการมอบรางวัลสหกรณ์นักเรียนดีเด่น

นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 7 มิถุนายน ขอทุกปี ตรงกับวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งให้จัดการเรียนรู้วิชา สหกรณ์ ขึ้นในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กำหนด ให้เป็นวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็น การเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และเผยแพร่กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน จังหวัดขอนแก่น จึงได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น ทิศตะวันออก ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยการแสดง นิทรรศการ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความรู้เรื่องสหกรณ์ ของโรงเรียนต่างๆ การเสวนาเกี่ยวกับสหกรณ์ การจำหน่ายสินค้าราคาถูก ของสหกรณ์ต่างๆ และการมอบรางวัลให้แก่นักเรียน และสถานศึกษาที่มีการจัดกิจกรรมสหกรณ์ดีเด่น ในรอบปี ที่ผ่านมา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยต่อไปว่า จังหวัดขอนแก่น จึงขอเชิญ สมาชิก สหกรณ์ต่างๆ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจไปร่วมกิจกรรมเนื่องในวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น โดยพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการขอนแก่นเป็นประธานเปิดงาน



สมพงษ์/ข่าว/พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ พิมพ์
(27 พฤษภาคม 2557)

ชาวนาขอนแก่นดีใจหลัง ธกส.จ่ายเงินค่าจำนำข้าววันนี้ 650 ล้าน

วันนี้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยพลตรีภัทรพล รักษนคร ผบ.มทบ.23 ตรวจเยี่ยมการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าว ณ สำนักงาน ธกส. ขอนแก่น ซึ่งมีเกษตรกรในอำเภอเมืองขอนแก่นมารอคิวรับเงินค่าจำนำข้าวจำนวนมากจนทาง ธกส.ได้กางเต้นท์เพื่อให้เกษตรกรมีที่หลบแดดขณะรอคิวรับเงิน นายธนู โตสัจจะ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธกส.ขอนแก่นกล่าวว่า สำหรับจังหวัดขอนแก่นมีเกษตรกรเข้าร่วมการจำนำข้าวจำนวน 58,615 ราย เป็นวงเงิน 2,680 ล้านบาท จ่ายไปแล้ว 28,428 ราย เป็นเงิน 1,261 ราย คงเหลือ 30,185 ราย เป็นเงิน 1,419 ล้านบาทสำหรับวันนี้ทาง ธกส.ขอนแก่นจ่ายเงินค่าจำนำข้าว อีกจำนวน 650 ล้านบาท เฉพาะสาขา อำเภอเมืองขอนแก่นจ่ายเงินให้เกษตรกรจำนวน 30 ล้านบาทหลังการจ่ายเงินเสร็จในวันนี้จะมีเกษตรกรได้รับเงินไปแล้วใน 13 อำเภอ เหลืออีก 13 อำเภอคาดว่าจะจ่ายเงินได้ภายในไม่เกินวันที่ 15 มิถุนายนขอให้เกษตรกรผู้ที่จำนำข้าวได้สบายใจได้ ทางด้านนางหุ่น ใจลึก เกษตรกรบ้านห้วยซัน ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวด้วยความดีใจว่าหลังจากยายรอคอยมาหลายเดือนไม่ได้เงินซักทีวันนี้ดีใจมากที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศให้มารับเงินที่ ธกส.ขอนแก่นโดยตนเองได้รับเงินค่าจำนำข้าวจำนวน 190,000 บาทส่วนหนึ่งก็จะเอาไปใช้หนี้ที่ได้ยืมมาอีกส่วนก็จะให้แบ่งให้ลูกหลาน และที่ลืมไม่ได้คือจะฝากธนาคาร ธกส.ไว้ใช้ส่วนหนึ่ง

พายุฤดูร้อนถล่มชัยภูมิ เสียหายหนักกว่า 200 หลัง

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ 26 พ.ค.57 เกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองอย่างหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ในพื้นที่ตำบลบ้านเพชร อ.บำเหน็จณงค์ จ.ชัยภูมิ แรงลมทำให้บ้านเรือนราษฎร ยุ้งฉางข้าว ร้านค้า อู่ต่อรถอีแต๋น ในตลาดคำปิง บ้านหนองแวง และบ้านโคกสว่าง กว่า 10 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง กว่า 200 หลังคาเรือน หนักสุด คือ หมู่ 23 เสียหาย 23 หลัง และหมูที่ 19 เสียหาย 39 หลัง ได้พัดต้มไม้ ล้มทับเสาไฟฟ้าแรงสูง ทางเข้าหมู่บ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเห็นณรงค์  เจ้าหน้าที่ อบต.บ้านเพชร ต้องระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ ช่วยกันตัดกิ่งไม้ และประสานการไฟฟ้ามาซ่อมแซม จนใช้การได้แล้ว

นายธีรวัฒน์  ธรรมโสภารัตน์ นายก อบต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ เปิดเผยว่า ถือเป็นพายุรุนแรง สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้น ได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อประมะเมิน และให้คงวามช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นค่าซ่อมแซมบ้านในเร็วๆนี้



สุระพงค์  สวัสดิ์ผล /ข่าว

ชาวนาชัยภูมิดีใจ ได้รับเงินจำนำข้าวแล้ว

เกษตรกรชาวนา ดีใจ ได้เงิน จำนำข้าวแล้วหลังรอมานาน บอกจะรีบนำเงินไปใช้หนี้ ขณะที่ ทาง ธกส. ยืนยัน เงินงวดแรกจะเร่งจ่ายให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้

ที่สำนักงาน ธกส. สาขาเมืองชัยภูมิ ตลอดทั้งวันของวันนี้ (27 พ.ค.57) มีเกษตรกร ที่ยังไม่ได้รับเงิน ตามโครงการรับจำนำข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2556/2557  จากหมู่บ้านต่างๆ เดินทางมาทำสัญญา กับ ธกส. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งตามคิว ให้มาทำสัญญาวันละ 50 คน บางคนที่ทำสัญญาแล้วเสร็จ ตั้งแต่เมื่อวาน มีเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว  ก็ได้นำสมุดมาถอนเงินไปใช้จ่าย ทำให้บรรยากาศ บริเวณ สำนักงาน ธกส.เมืองชัยภูมิ มีความคึกคัก

เวลาต่อมา พลตรีมารุต  ลิ้มเจริญ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 2  ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายพรศักดิ์  เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.พินิต  มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ เดินทางมาตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ ธกส. และเกษตรกร ที่เดินทางมาทำสัญญา พร้อมทั้งร่วมกันทำพิธีมอบเงินโครงการรับจำนำข้าวให้กับเกษตรกร ให้เกษตรกรด้วย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งหลายคนรู้สึกดีใจ ที่ได้รับเงิน จะนำเงินไปใช้หนี้เก่า ลงทุนทำนาฤดูกาลใหม่ และใช้เป็นค่าเล่าเรียนของลูก ยืนยันอยากให้ ทำโครงการช่วยเหลือชาวนาให้ได้ราคาดีๆ อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้ขายข้าวได้ราคาสูง ลดการขาดทุน มีเงินเหลือใช้บ้าง เพราะหากขายได้ในราคาตามท้องตลาด ไม่มีการช่วยเหลือจากรัฐบาล เกษตรกรจะอยู่ไม่ได้ ประสบภาวะขาดทุน ไม่มีที่สิ้นสุด

ด้านพลตรีมารุต  ลิ้มเจริญ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 2  ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ชัยภูมิ กล่าวว่า งวดแรกนี้ มีเงินเข้ามาตามโครงการ ในจังหวัดชัยภูมิ 403 ล้านบาท  เป้าหมายให้ให้เกษตรกร จำนวน 4,000 กว่าราย หรือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกร ที่ยังไม่ได้รับเงิน 8,000 กว่าราย วงเงิน 800 กว่าล้านบาท ได้เริ่มจ่ายเงินมาตั้งแต่เมื่อวาน  ณ วันนี้ จ่ายไป เกือบ 40 ล้านแล้ว เกษตรกร 700 กว่าราย จากการติดตามการจ่ายเงิน ธกส.ทุกสา ทำได้ตามเป้า วันแรกอาจติดปัญหาบ้าง ในเรื่องธุรการ แต่ก็ถือว่า จ่ายได้ตามเป้า คืออย่างน้อยได้วันละ 300 ราย  ยืนยันว่า งวดแรก 403 ล้าน นี้ จะจ่ายให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้  ขณะที่ เงินงวดที่สอง ก็พร้อมที่จะโอนเข้ามา ให้สามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ชาวนา ที่ชัยภูมิ ที่ค้างจ่าย จะได้รับเงินทุกคน



สุระพงค์  สวัสดิ์ผล /ข่าว

บุรีรัมย์-ทหารเข้าดูแลความปลอดภัย ธ.ก.ส.จ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนา

ธกส.บุรีรัมย์ระดมเจ้าหน้าที่ออกทำสัญญานอกสถานที่ เพื่อเร่งจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาปูพรมทุกตำบล หลังได้รับจัดสรรเงินก้อนแรก คาดจ่ายให้ชาวนาได้กว่า 15,000 ราย จากที่ยังค้างจ่ายกว่า 34,500 รายวงเงิน 2,670 ล้าน ขณะ ผบ.จทบ.และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามการทำสัญญาและจ่ายเงินชาวนา

พลตรีเสริมศักดิ์ นิยะโมสถ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบประจำพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำสัญญาและจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนา ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขา อ.เมือง และที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านยาง ต.บ้านยาง อ.เมือง ซึ่งในวันนี้ทางธนาคาร ธกส.ทั้ง 24 สาขา ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกให้บริการทำสัญญาให้กับชาวนา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ก่อนที่จะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับชาวนาตามลำดับคิว หลังจากที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการจ่ายให้กับชาวนาที่ยังคงค้างในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ก้อนแรกกว่า 1,240 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายให้ชาวนาได้กว่า 15,000 ราย จากที่ยังมีชาวนาทั้งจังหวัดไม่ได้รับเงินอยู่จำนวน 34,557 ราย วงเงินกว่า 2,670 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการทำสัญญาให้ชาวนาครบทั้ง 34,557 ราย ได้ไม่เกินวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่จะถึงนี้ ขณะชาวนาที่เดินทางมาทำสัญญาตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ออกให้บริการ ต่างรู้สึกดีใจที่จะได้รับเงินหลังต้องทนรอมานานกว่า 6 เดือน พร้อมขอบคุณทหารที่เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวนา

ด้านนายกัณห์ รัตนสกุลชาติ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ธกส.ทั้ง 24 สาขาได้ออกให้บริการทำสัญญานอกสถานที่ในเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวนาได้รับเงินรวดเร็วมากขึ้น โดยเงินก้อนแรกที่ได้รับคาดว่าจะดำเนินการจ่ายให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวนา ได้นำเงินไปซื้อปัจจัยการผลิต

จัดเสวนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ของจังหวัด เพื่อร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สาธารณภัย และภาวะวิกฤต

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดจัดการประชุมสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤตจังหวัดบึงกาฬ ณ ห้องประชุมสิรินธารา โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสาโรช บุญบุตร ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเป็นผู้กล่าวรายงาน

ด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 งบยุทธศาสตร์กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อดำเนินโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัย และภาวะวิกฤติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และกรอบแนวทางการปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติ ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ และสามารถถ่ายทอดไปสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เพื่อสร้างกรอบแนวทางในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติตามแผนสาธารณภัย และภาวะวิกฤติ ที่กลุ่มเป้าหมายจะนำไปขยายผล เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ครอบคลุม ทุกพื้นที่รับผิดชอบของกรมประชาสัมพันธ์ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย สื่อมวลชนท้องถิ่นทุกแขนง นักจัดรายการวิทยุ ผู้แทนสถานีวิทยุหลัก สถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดบึงกาฬ อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน จำนวน 45 คน การประชุมสัมมนาใช้ระยะเวลา 1 วัน โดยมีทั้งการบรรยาย การอภิปราย การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

ในการจัดประชุมสัมมนาฯในวันนี้ ได้รับการสนับสนุน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ และสำนักงานขนส่งจังหวัดบึงกาฬ ตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬรวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ภาวะวิกฤติจังหวัดบึงกาฬ ในครั้งนี้ 

จ.บึงกาฬ จุดผ่อนปรนชั่วคราวเงียบเหงาหลังถูกสั่งปิด

จุดผ่อนปรนห้วยคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เงียบเหงาหลังถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งปิดชั่ว ทำให้การค้าขายและการเดินทางไปมาของประชาชนไทย-ลาว ที่จุดผ่อนปรนแห่งนี้ต้องหยุดชะงักลง

ที่บริเวณจุดผ่อนปรนห้วยคาด ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดเล็กเปิดให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬและประชาชน บ้านทวย เมืองปากซัน แขวงบริคำไซ สปป.ลาว รวมทั้งการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างกัน โดยดัดแปลงเรือหาปลาเป็นเรือรับส่งผู้โดยสารและสินค้าปกติจุดผ่านแดนจุดนี้ จะมีประชาชนทั้งสองประเทศไปมาหาสู่กันเป็นประจำ แต่เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งปิดจุดผ่อนปรนแห่งนี้เป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ณ จุดผ่อนปรนแห่งนี้ จะมีหน่วยทหารจากทหารพรานกองร้อยที่ 2103 จากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าดูแล ส่งผลให้จุดผ่อนปรนแห่งนี้เงียบเหงา 

ฝนตกช่วยชาวนาเร่งไถ่นาปักดำข้าว

จังหวัดบึงกาฬเริ่มมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรชาวนาที่มีผืนนาในที่ลุ่มต่ำ เร่งลงนาไถ่นา ดำนา เพื่อให้ให้ต้นข้าวเติบโต ก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลาก เพื่อให้ต้นข้าวโตสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง

ปีนี้นับว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่ฝนมาเร็วกว่าทุกปี เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนาในจังหวัดบึงกาฬ ต่างดีใจเมื่อมีฝนตกลงมาและเข้าสู่ฤดูทำนา ประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสัปดาห์ ทำให้ตามท้องทุ่งนามีน้ำขังเพียงพอต่อการทำนา ชาวนาบึงกาฬที่มีผืนนาในที่ราบลุ่ม จึงเร่งลงนาไถ่นา ดำนา หว่านข้าว เพื่อต้นข้าวที่ปักดำเติบโตแข็งแรง ให้ทันตามฤดูการก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลาก เพื่อให้ต้นข้าวโตทันเพื่อหนีน้ำไม่จมน้ำยืนต้นตาย อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาฝนทิ้ง เมื่อถึงเวลานั้นต้นข้าวก็จะมีความแข็งแรง สมบูรณ์ ทนต่อต่อความแห้งแล้งไม่ยืนต้นตายแน่ ประกอบกับปีนี้ในพิธีพืชมงคลพระโคเสี่ยงทายกินหญ้า คาดว่าปีนี้พืชพันธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้าจะตกลงมาถูกต้องตามฤดูกาล ชาวนาจึงต้องเร่งทำนา เพราะเชื่อว่าปีนี้จะเป็นไม่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง นาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายเหมือนปีที่ผ่านมา 

ทหาร - ตำรวจ ตั้งด่านคุมเข้มตามแนวชายแดน จ.บึงกาฬ

ทหาร ตำรวจ ทหารพราน หน่วยเรือ นรข. ตั้งด่านคุมเข้มตามแนวชายแดนจังหวัดบึงกาฬ ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศของผู้ไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ป้องกันการขนยาเสพติดเข้าประเทศ

จากการประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วงเย็นวันที่ (22 พ.ค.2557) ที่ผ่านมา บรรยากาศตามแนวชายแดนจังหวัดบึงกาฬ มีทหารจาก ร.13 พัน 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยร่วมจากตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยกองร้อยทหารพราน 2103 หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬทหารจากหน่วยมวลชนสัมพันธ์ 2112 ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ คสช. ตั้งด่านคุมเข้มบนถนนสาย 212 บริเวณหน้าตู้ยามตำรวจ สภ.ปากคาด และบนถนนสาย 222 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีออกนอกประเทศของผู้ที่มีรายชื่อเข้ารายงานตัว แต่ไม่เข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ป้องกันการขนอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาก่อความไม่สงบ หลังมีการจับอาวุธและบุคคลจำนวนหนึ่งได้ที่จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ และยังเป็นการดูแลกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย 

กอ.รมน.บึงกาฬ จัดตั้งทหารกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันนี้ (24 พ.ค. 57) พลตรี บำรุง ศรีเสวก รองผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.สมท.กอ.รมน.) พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารกองหนุน ตามโครงการกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง ที่สนามฝึกกองร้อย ตชด. 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมี พันเอก ธนากร พงศาวลี รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ ให้การต้อนรับ ทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ยามปกติทหารกองหนุน และทหารกองเกินที่มีอยู่จำนวนมากทั่วทุกภาค จะเป็นพลังเสริมความมั่นคงในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในยามสงครามจะเป็นกำลังสำรองหลักที่สำคัญยิ่งของกองทัพ ในอันที่จะเสริม ทดแทน หรือจัดตั้งหน่วยใหม่ เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ จึงเป็นผู้มีระเบียบ วินัย กล้าหาญ อดทน มากกว่าประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นับวันจะทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง กอ.รมน. เห็นว่าทหารกองหนุนและทหารกองเกิน เป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพสูงในการที่จะเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยคุกคาม ตลอดจนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้จัดตั้งทหารกองหนุนและทหารกองเกิน เป็นกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ (กนช.) โดยเป็นทหารกองหนุนและทหารกองเกิน ประกอบด้วยทหารกองหนุนและทหารกองเกินทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดบึงกาฬ รวม 100 นาย และเพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยคุกคามด้านความมั่นคงพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขยายเครือข่ายมวลชนจัดตั้งเป็นกลุ่มมวลชนของ กอ.รมน. 

ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2557 เรื่อง แก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน

ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับที่ 42/2557
เรื่อง แก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน

ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ห้ามออกนอกเคหะสถาน โดยห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 22.00 ถึง 05.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหะสถานนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงกำหนดแก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน และแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1.ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 00.01 ถึง 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

2.การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการรับส่งเงินและทรัพย์สินมีค่าของธนาคารให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการรับส่งเงินของธนาคาร เดินทางในห้วงเวลากลางคืน และพกพาอาวุธเพื่อประกอบธุรกิจ

3.การปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน ให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน
ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557



พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 

สสจ.มหาสารคามร่วมรณรงค์ 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

สสจ.มหาสารคาม รณรงค์ 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก สร้างกระแส" มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่ ” โดยรวมพลังทุกหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อน ชุมชน ให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอ ให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน

                 นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การบริโภคยาสูบเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ที่สามารถป้องกันได้ การบริโภคยาสูบของประชากรโลกทำให้ผู้คน ล้มตายประมาณ 6 ล้านคนในแต่ละปี และมากกว่า 600,000 คน ตายเพราะการได้รับควันบุหรี่มือสอง หากเราละเลยในเรื่องนี้อนาคตไม่ถึง 20 ปี ข้างหน้า ค.ศ. 2030 คาดการณ์ว่าจะมีคนตายจากการสูบบุหรี่ถึง 8 ล้านคน ต่อปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 80 จะเป็นประชากรที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงรายได้ปานกลาง  ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปี พ.ศ. 2557 นี้ ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ไว้ว่า "Raise taxes on tobacco”ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ภาษาไทยว่า "บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด ”โดยการรณรงค์ในปีนี้องค์การอนามัยโลกจะเน้นเชิญชวนให้นานาประเทศทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลของตนเองขึ้นภาษียาสูบให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

                     ดังนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม จึงขอความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์สร้างกระแส โดยเน้นมาตรการ" บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” ซึ่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมาจังหวัดมหาสารคาม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU) ในการดำเนินงานโครงการ " มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่ ” เพื่อเป็นการร่วมพลังสร้างกระแสรณรงค์โดยรวมพลังทุกหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อน ชุมชน ให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน





ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สื่อมวลชนมหาสารคามทุกสาขา เข้ารับฟังคำชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข่าวสารจาก รอง ผบ.กกล.รส.

สื่อมวลชนทั้งสาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวี และหนังสือพิมพ์ ในจังหวัดมหาสารคาม เข้ารับฟังคำชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่อมูลข่าวสารไปยังประชาชน จาก รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม เพื่อลดความแตกแย้ง นำพาประเทศชาติสู่ความสงบโดยเร็ว

            (27-5-57) ที่ห้องประชุม 406 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม พ.อ.นรธิป โพยนอก รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิรันดร์ พะนมชัย รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม และ พ.ท.สุพล พละสุ หัวชุดประชาสัมพันธ์สำนักงานกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันชี้แจงแนวทางปฏิบัติและการเผยแพร่ข่าวสารให้กับสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยมีสื่อมวลชนทั้งสาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวี และหนังสือพิมพ์ ร่วมรับฟังและสะท้อนแนวทางการปฏิบัติงานรวมกว่า 100 คน

            รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การประกาศกฎอัยการศึกษา จนทำให้มีการแต่งตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ผ่านมาในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้รับความร่วมมือจากสื่อทุกสาขาในจังหวัดมหาสารคาม เป็นอย่างดี คาดว่าไม่นานเหตุการณ์ก็จะสงบเรียบร้อย สิ่งสำคัญขอให้สื่อมวลชนได้ร่วมกันสร้างความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้ง สร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติโดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์

               ทั้งนี้ สื่อมวลชนที่มาร่วมรับฟังคำชี้แจง ต่างได้สะท้อนแนวทางในการทำงาน โดยเฉพาะการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ซึ่งขณะนี้ยังถูกระงับการออกอากาศ จึงทำให้ไม่สามารถในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนในพื้นที่ได้




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ตัวแทนชาวนามหาสารคาม มอบดอกไม้ขอบคุณที่ คสช.เร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

ตัวแทนเกษตรกรจากทั้ง 13 อำเภอในจังหวัดมหาสารคาม มอบดอกไม้ขอบคุณ คสช.ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและ หน่วยทหาร พล.ร.6 ที่ได้เร่งดำเนินการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ขณะที่ชาวนาบอก ดีใจที่ได้เงินหลังรอคอยมานาน

               (27-5-57) ที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมจังหวัดมหาสารคาม ตัวแทนเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม กว่า 500 คน ที่มาจากทั้ง 13 อำเภอ ได้เดินทางมาแสดงความขอบคุณ หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีมติให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เร่งจ่ายเงินที่ค้างจ่ายเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 ด้วยการมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และ พ.อ.นรธิป โพยนอก รอง.ผบ.กกล.รส.จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้แทนในการรับมอบ พร้อมร่วมพบปะกับตัวแทนเกษตรกรที่เดินทางมาแสดงความขอบคุณในครั้งนี้

                ขณะที่บริเวณธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขามหาสารคาม ในวันนี้ก็ได้มีการมอบเงินในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้กับเกษตรกร โดยนางอนงค์ ทัพธานี และนายบุญโฮม คำแสนเงิน เกษตรกรจากบ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม กล่าวด้วยความรู้สึกดีใจที่รับเงิน หลังจากที่รอคอยมานาน โดยจะนำเงินที่ได้รับไปใช้หนี้เสียก่อน จากนั้นจะได้นำไปซื้อปุ๋ยและพันธ์กล้า เพื่อเริ่มทำนาในฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง

                ด้านนายสุรชัย แสงฉายา ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม มีเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวฯทั้งหมด 50,778 ราย จำนวนเงินประมาณ 3,631 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้จ่ายเงินแก่เกษตรกรแล้ว 28,148 ราย เป็นเงินกว่า 2,140 ล้านบาท คงเหลือเกษตรกรที่รอทำสัญญา 22,630 ราย จำนวนเงินกว่า 1,490 ล้านบาท ซึ่งเมื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้อนุมัติการจ่ายเงิน จึงได้เริ่มทำสัญญาและจ่ายเงินแก่เกษตรกร โดยคาดว่าภายในเดือนมิถุนายน 2557 จะสามารถจ่ายเงินให้กับเกษตรกรได้ครบตามจำนวนที่ทำสัญญา




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดขอนแก่น จัดงานโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย

นางสาวผกามาศ บุญธรรม ประธานศูนย์กัลยามิตรขอนแก่น ได้เปิดเผยว่า วัดพระธรรมกาย และชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มีโครงการจัด "โครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษาจำนวน 100,000 รูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย” ขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน -2 พฤศจิกายน 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระแสธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แผ่ปกคลุมทั่วผืนแผ่นดินไทยให้ดับร้อน ฝ่าภัยวิกฤติไปสู่ความเข็มแข็ง เจริญรุ่งเรืองและเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศได้ร่วมสั่งสมบุญบารมีในโครงการอุปสมบทหมู่บ้านเป็นแบบอย่างอันดีให้เกิดโครงการเช่นนี้ขึ้นทั่วประเทศไทย ดังสมญาว่า " แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” โดยให้มีการอุปสมบทเพื่อให้พุธศาสนิกชนได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องสืบไป

นางสาวผกามาศ บุญธรรม ประธานศูนย์กัลยามิตรขอนแก่น ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า คุณสมบัติของผู้เข้าบรรพชา เป็นชายแท้อายุ 20-50 ปี จบการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3ขึ้นไป สุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรคติดต่อ โรคจิตประสาทหรือโรคประจำตัวร้ายแรงอื่นๆและไม่ติดยาเสพติด ร่างกายไม่พิการ เช่นตาบอด หูหนวก แขนขาขาด ไม่มีรอยสักขนาดใหญ่ หรือสักเป็นรูปไม่เหมาะสม อยู่นอกร่มผ้าหรือครองจีวร และมีคุณสมบัติอื่นๆ ของผู้บวชตามกฎมหาเถรสมาคม เป็นต้น สำหรับผู้ที่ลางานได้ 4 เดือน อบรมตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน -16 ตุลาคม 2557 ( รวม 120วัน) และสำหรับ ผู้ที่อยู่รับกฐิน อบรมตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน – 2 พฤศจิกายน 2887 (รวม137 วัน) เริ่มอบรม วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2557 ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ บรรพชา วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2557 ณ วัดธรรมกาย อุปสมบท วันศุกร์ที่ 4 – วันเสาร์ที่5 กรกฎาคม 2557 ณ วัดต่างๆทั่วประเทศ สถานที่อบรม วัดที่ศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดขอนแก่น ได้เปิดศูนย์บวชพระ ณ ศูนย์อบรมเยาวชนแก่นตะวัน ต. บ้านฝาง อ. บ้านฝาง จ. ขอนแก่น ซึ่งผู้สนใจติดต่อสมัครเพื่อร่วมอุปสมบทได้ที่ พระศรายุทธ จนฺทปาโมชฺโช โทรศัพท์ 088-0882452 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2557.      



พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียร่วมกับ 8 องค์กร จังหวัดขอนแก่น จัดเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น

สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียร่วมกับ 8 องค์กรเศรษฐกิจขอนแก่น กำหนดจัดงานการเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศักยภาพของออสเตรเลียเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองและระบบการขนส่งมวลขน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น ได้รับแจ้งจากสำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียประจำประเทศไทยหรือออสเทรดว่า ในวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมพูลแมนขอนแก่นราชาออร์คิด สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียประจำประเทศไทยร่วมกับ 8 องค์กรเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นจะได้จัดงานเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศักยภาพของประเทศออสเตรเลียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และระบบขนส่งมวลชน เพื่อสร้างความสันพันธ์อันดีของภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดขอนแก่นกับประเทศออสเตรเลียในการที่จะร่วมกันพัฒนาขอนแก่นให้มีความพร้อมรองรับการเติบโตของสังคมเมือง โดยในการจัดเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เจมส์ ไวส์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวปราศรัย

ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นเปิดเผลรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมเสวนาได้รับเกียรติจาก นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น,ผศ.ดร. พนกฤษณ คลังบุญครอง รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศูนย์วิจัยละพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืนและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการจัดระบบการจราจรและขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารบริษัท ช.ทวี ดอนลาเซียนจำกัด ดำเนินการเสวนาโดย นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการอีสานพิมานกรุ๊ป นอกจากนี้ก็จะมีการนำเสนอแนวทางและกรณีศึกษาหัวข้อ ศักยภาพของออสเตรเลียในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน โดย ศ.จอห์น แบล็ค ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านวิศวกรรมการขนส่ง คณะวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย และ ศ.ไมเคิล เทย์เลอร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านวิศวกรรมการขนส่ง คณะสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มหาวิทยาลัย เซาท์ ออสเตรเลีย




ชนิตร์นันท์/นักศึกษาฝึกงาน/พิมพ์/สมพงษ์/ข่าว
(23 พฤษภาคม 2557) 

จังหวัดขอนแก่นจัดโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557

นายชะลอ เหมาะดี เจ้าหน้าที่พนักงานป่าไม้อาวุธโสรักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้จัดทำโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เยาวชนและเยาวชนได้ทราบถึงแนวทางในการลดปริมาณขยะและการนำขยะ หรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด เป็นการกระตุ้นและเสริมสร้างจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะมูลฝอย เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้มีเวทีแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสนับสนุนความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ทีมีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถพัฒนาในเชิงพานิชย์ได้

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ก็ขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557ได้โดย เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 สามารถขอรับใบสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น โทร. 043237971 หรือดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ http://Khonkaen.mnre.go.th และขอความกรุณาส่งใบสมัครพร้อมรายละเอียดโดยพอสังเขปของผลงาน รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 4 มายังสำนักงานฯ เลขที่ 255/4 ถ.ศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 หรือโทรสารหมายเลข.043237971                          


พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

จังหวัดขอนแก่นจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สคส.) ได้ยึดอำนาจการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไปนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย และป้องกันความเสียหายในทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเป็นการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ จึงให้หน่วยงานที่มีสถานที่ตั้งอยู่โดยเอกเทศและหน่วยงานซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในอาคารรวมเข้มงวดกวดขันเจ้าหน้าที่ผู้อยู่เวรยามรักษาสถานที่ราชการ ปฏิบัติหน้าที่หรือเอาใจใส่ในการอยู่เวรยามรักษาสถานที่ราชการโดยเคร่งครัดเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งสอดส่องและตรวจตราเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติต่างๆโดยใกล้ชิด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นในสถานที่ราชการหากปรากฏว่ามีข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้าง ในสังกัดส่วนข้าราชการใด มิได้ปฏิบัติหน้าที่หรือเอาใจใส่โดยเคร่งครัด แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ผู้รับผิดชอบจะต้องถูกลงโทษหรือดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายและระเบียบฯ และเหตุแห่งกรณีโดยเฉียบขาด

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า หากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ขอให้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทราบโดยทันที จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ถือปฏิบัติด้วย.



พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

อำเภอ ภูผาม่านจังหวัดขอนแก่นประกาศเจตนารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่หอประชุมอำเภอ ภูผาม่าน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านกลุ่มพลังสตรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอ ซำสูง ร่วมกันปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งประกาศสงครามในการต่อต้านยาเสพติดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นโดยให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชนมีกฏหมู่บ้าน ชุมชน ตั้งอาสาสมัครเป็นเวรยามหมู่บ้านและช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้เหมือนกับตาสับปะรดอยู่ที่ไหนก็เห็นพฤติกรรมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด เราจะได้นำลูกหลานของเราที่หลงผิดกลับมาจากวงจรการค้าการเสพยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน สำหรับ อำเภอภูผาม่าน ขณะนี้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกหมู่บ้านร่วมโครงการงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ตอนนี้ ทุก หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ

จังหวัดบุรีรัมย์ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

จังหวัดบุรีรัมย์ จัดหน่วยหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกให้บริการตรวจรักษาโรคและบริการทันตกรรม พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม แก่ประชาชนที่ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ อ.บ้านกรวดจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 (เวลา 09.30 น.) นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดบุรีรัมย์ ที่โรงเรียนบ้านหินลาด ต.หนองไทร ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยการนำคณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การรักษาโรคด้วยสมุนไพร บริการทันตกรรม ทั้งถอนฟัน อุดฟัน รวมทั้งให้ความรู้ด้านทันตสุขศึกษาโภชนาการ การป้องกันโรค การดูแลตนเอง และความรู้การป้องกันการเกิดโรค นอกจากนั้นทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม มอบให้แก่ประชาชนที่ยากไร้ขาดแคลน ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ว่าฯ บึงกาฬตรวจพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางลงพื้นที่ห้วยแปดฮัง บ้านเนินไผ่ ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เพื่อไปตรวจเยี่ยมโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีอาชีพทำกินอีกทั้งพบปะพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหาความต้องการการขุดลอกลำห้วยแปดฮังเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก จัดกิจกรรมครั้งนี้โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดบึงกาฬ

การเดินทางลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬพร้อมคณะทำงานของจังหวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานชลประทาน สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด และหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานนำโดยสำนักงานแรงงานจังหวัด  เพื่อตรวจเยี่ยม โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้ง โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดได้ดำเนินงานจัดกิจกรรมปรับปรุงพื้นฟูและกำจัดวัชพืชห้วยแปดฮัง ซึ่งเป็นการจ้างแรงงานในพื้นที่ให้มีรายได้ในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งอีกทั้งเป็นการให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดวัชพืชในลำห้วยเพื่อเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้ดีในฤดูฝนเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเบื้องต้น นอกจาการตรวจเยี่ยมโครงการแล้วยังได้พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการการขุดลอกลำห้วยแปดฮังเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งประชาชนมีความต้องการพัฒนาลำห้วยแปดฮังเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ อาทิเช่น ปลา เพราะขณะนี้ลำห้วยแปดฮังมีความตื้นเขิน มีวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้การกักเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตรของประชาชนในชุมชนและชุมชนข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 7 บ้านท่าดอกคูณ หมู่ 9 บ้านท่ากกต้อง หมู่ 4 ประชาชนจึงปรึกษากันว่าต้องการขุดลอกห้วยแปดฮัง เพื่อที่จะขยายพื้นที่กักเก็บน้ำให้ได้มากยิ่งขึ้นและจะเป็นทางระบายน้ำในช่วงฤดูฝนที่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่และให้ทางท้องถิ่นนำเสนอโครงการและงบประมาณเข้าไปเพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

ที่จังหวัดมุกดาหาร กรมทหารราบที่ ๓ จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในพื้นที่กรณี คสช.เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ

วันนี้ (๒๓ พ.ค. ๕๗) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓ ค่ายกฤษสีวะรา จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พ.อ.ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.กรม.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อทำความเข้าใจในสถานการณ์ในพื้นที่รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อขยายผลต่อประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน

ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓ กล่าวว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น.เพื่อให้การบริหารประทศได้เดินหน้าต่อไป หน่วยกรมทหารราบที่ ๓ ค่ายกฤษสีวะรา จังหวัดสกลนคร ได้รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้นำกำลังพลเข้ามาประจำการ จำนวน  ๒ กองร้อย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๑.๐๐ น.

ทั้งนี้ ได้กระจายกำลังพลตามสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร รวมถึงสถานที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดย ผบ.กรมทหารราบที่ ๓ ได้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนจังหวัดมุกดาหารได้ทราบและขออย่าได้ตื่นตระหนก และประชาชนสามารถดำเนินการตามกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และติดตามข่าวสารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วและไม่มีความรุนแรง



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ภาพ 

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร รับสมัครไปทำงานประเทศมาเลเชีย

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปทำงาน ตำแหน่งนวดแผนไทย ที่ประเทศมาเลเชียโดยรัฐบาลจัดส่งผู้ที่สนใจสมัครได้ตั้งแต่ บัดนี้-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยมีรายละเอียดดังนี้ นายจ้าง บริษัท BEA Therarapy Sdn.Bhd.คุณสมบัติ เพศหญิง อายุ ๒๘-๔๔ ปี มีประกาศนียบัตรผ่านการอบรมหลักสูตรนวดจากสถาบันที่ได้รับการรับรองในจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ชั่วโมง เงื่อนไขการจ้าง สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ๒ ปี (สามารถต่อสัญญาได้) นายจ้างจัดหาอาหารที่พักให้ฟรี และค่าพาหนะ ไปกลับไทย-มาเลเชีย (กรณีครบสัญญาจ้าง) ทำงานวันละ ๘ ชั่วโมง นายจ้างรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ปีละ ๒๕๐ ริงกิต

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถนำหลักฐานการสมัครงาน ได้แก่สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาประกาศนียบัตรผ่านการอบรมฯสำเนาพาสปอร์ต (ถ้ามี) และรูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑ รูป ไปติดต่อรับสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ ๑-๑๐ หรือสำนักงานบริหารแรงงานไทย ไปต่างประเทศ อาคารสำนักงานจัดหางานประกันสังคมเขตพื้นที่ ๓ ชั้น ๑๐ ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐๒-๒๔๕๑๐๓๔ โดยไม่เสียค่าบริการใดๆทั้งสิ้น ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.๐๔๒ - ๖๑๓๐๓๗ , ๐๔๒-๖๑๓๐๓๘ หรือติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ทาง www.overseas.doe.go.th




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) รับสมัครหัวหน้างาน

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร แจ้งว่า บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ ปอเรชั่น จำกัด มีหน้าที่สรรหาพนักงานให้กับ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) ซึ่งดำเนินธุรกิจการค้าปลีก กว่า ๖๐ ปี มีความประสงค์รับสมัครและสัมภาษณ์งานระหว่างวันที่ ๓-๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ สามารถลงทะเบียนสมัครงานล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร โดยมีตำแหน่งงานดังนี้ หัวหน้าแผนกทุกแผนก ๒๗ ตำแหน่ง จำนวน ๒๘ อัตรา เพศชาย/หญิง วุฒิการศึกษา ปวส.ขึ้นไป อายุ ๒๕ ปี ขึ้นไป เงื่อนไขสวัสดิการ มีประสบการณ์ในสายงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒-๕ ปี สามารถบริหารลูกน้องภายในทีมได้ มีความเป็นผู้นำ มีจิตใจรักงานบริการ สวัสดิการตามกฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดหาร ศาลากลางจังหวัด ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘



สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี ๒๕๕๗

นายพิงค์พันธ์  คำนา เจ้าหน้าที่ป่าไม้อาวุโส เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินงานโรงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี ๒๕๕๗ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เยาวชนและประชาชน ได้ทราบถึงแนวทางในการลดปริมาณขยะ และการนำขยะหรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด และเป็นการกระตุ้นเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัด ชั้น ๓ ถนนวิวิธสุรการ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๔๒๓๑ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.deqp.go.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดการอบรม เรื่อง “ก่อร่าง สร้างธุรกิจ นิติบุคคลไทย”

นางสาวพรพรรณี  ปิ่นโภคินทร์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดจัดการอบรม เรื่อง "ก่อร่าง สร้างธุรกิจ นิติบุคคลไทย” ในวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ห้องทับทิมสยาม ๑ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ได้มีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่ตามที่กฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกฏหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งสามารถนับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) เป็นด้านอื่นๆ ได้จำนวน ๖ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐ ๔๒๖๓ ๒๗๓๓ และ ๐๔๒๖๑ ๔๒๐๑ หรือดาวน์โหลดแบบตอบรับการอบรมได้ที่ www.dbd.go.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ประชาชนและผู้ชุมนุมทุกกลุ่มเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

นายแสงทอง  อนันตภักดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. พันเอกวินธัย  สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยขอให้ประชาชนผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้เดินทางกลับภูมิลำเนา  โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดหารถโดยสาร บขส. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน สำหรับผู้ประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาสามารถประสานได้ที่หน่วยทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หรือหากประสงค์เดินทางกลับด้วยตนเอง สามารถดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่ช่วงเวลา ๒๒.๐๐ – ๐๕.๐๐ น. จึงขอแจ้งประชาชนทั่วไป หากไม่มีภารกิจจำเป็นขอให้บริหารจัดการภารกิจของตนเองให้ทันในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อกลับเข้าสู่ที่พักอาศัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความสงบเรียบร้อย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศสามารถเดินทางได้ถ้าเป็นเวลาที่เกินจากข้อกำหนด สามารถประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารได้ตลอดเวลา  และในส่วนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการจัดระเบียบต่างๆให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดงาน TO BE NUMBER ONE

นายสกลสฤษฏ์  บุญประดิษฐ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการรณรงค์ป้องและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE  ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน โดยรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยมีการณรงค์รับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง สร้างและพัฒนาเครือข่าย ภายใต้การร่วมเป็นเจ้าภาพจากทุภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงกำหนดให้ ทุกวันศุกร์ ของแต่ละสัปดาห์ เป็นวัน TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมุกาดาร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE รณรงค์สร้างกระแสและปลุกจิตสำนึกทั้งจังหวัด




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดข้ามเขตจังหวัด

นางสาวพรพรรณ ปิ่นโภคินทร์ รักษาราชการในตำแหน่ง พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดใด ซึ่งเดิมจะต้องไปยื่นขอจดทะเบียนที่จังหวัดนั้น ให้สามารถยื่นขอจดทะเบียน ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น ๘๗ แห่ง

โดยสำนักงานบริการจดทะเบียนเปิดให้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน ๗ แห่ง ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต๑-๖(ปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก สุรวงศ์ บางนา และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา) และในส่วนภูมิภาคที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด จังหวัดละ ๑ แห่ง รวมถึงสาขาของสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอีก ๔ แห่ง คือ แม่สอด เมืองพัทยา หัวหิน และ เกาะสมุย ทังนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร พิจารณาแล้ว เห็นว่าการให้บริการดังกล่าวจักเป็นประโยชน์ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหารและพื้นที่ใกล้เคียง จึงขอประชาสัมพันธ์เพื่อทราบโดยทั่วกัน ทังนี้ เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบธุรกิจ หากประสงค์จะจดทะเบียนข้ามเขตจังหวัด กรุณาสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๖-๓๒๗๓๓ ในวันและเวลาราชการ




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดศรีสะเกษ จัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 11.00 น. ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชย์สมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2557 จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายนิวัติ น้อยฝาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ นำคณะกรรมการพัฒนาสตรีและกลุ่มสตรีในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ เข้าร่วมกันจัดกิจกรรมจำนวน 500 คน มีกิจกรรม ประกอบไปด้วย สตรีเดินรณรงค์ การแสดงของสตรี การมอบเกียรติบัติสตรีดีเด่น ระดับอำเภอ จำนวน 36 คน และการมอบนโยบายการดำเนินงานพัฒนาสตรี การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างเจตคติของสังคมไทยให้คำนึงถึงศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นมนุษย์ ส่งเสริมศักยภาพและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสตรี และส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย



ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษพัฒนาผู้ประสานงานเครือข่ายยุติธรรมชุมชน

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุมศรีลำดวน โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสนิท ขาวสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ อบรมผู้ประสานงานเครือข่ายยุติธรรมชุมชน มีอาสาสมัครเครือข่ายยุติธรรมชุมชนในจังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วยศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลคลีกลิ้ง ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลห้วยทับทัน ศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลจิกสังข์ทอง จำนวน 150 คน การจัดอบรมในครั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาสาสมัครเครือข่ายยุติธรรมชุมชน มีความรู้ความเข้าใจเพิ่มทักษะเกี่ยวกับกฎหมาย และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานยุติธรรมทั้งระหว่างประชาชนและภาครัฐ ประชาชนกับภาคประชาชนด้วยกัน โดยประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมอาชญากรรมในชุมชน ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทตามหลักยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ลดความขัดแย้ง อำนวยความยุติธรรม ฟื้นฟูช่วยเหลือผู้กระทำผิด และเพื่อให้สมาชิกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย การไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพการรับผู้พ้นโทษหรือผู้ถูกคุมประพฤติกลับสู่ชุมชนและคืนคนดีสู่สังคม



ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

เหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 5

เช้าวันนี้ (23 พ.ค. 57) เวลา 09.30 น.  ณ อาคารทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 5 ครั้งที่ 1/2557 โดยมี นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต้อนรับ และนางราตรี บัวประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา กรรมการสภากาชาด ผู้แทนภาค 5 กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการประชุม

การประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดภาค 5 ครั้งที่ 1/2557 ประกอบด้วย เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มหาสารคาม สุรินทร์ และ ศรีสะเกษ โดยเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2557 ณ อาคารทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ มีสมาชิกเหล่ากาชาด และสมาชิกกิ่งกาชาดเข้าร่วมประชุมจำนวน 525 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด คณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอและสมาชิก ได้มีโอกาสพบปะซึ่งกันและกัน ได้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานตามภารกิจขบองเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ รวมทั้งได้รับทราบนโยบายของสภากาชาดไทยและสามารถนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การประชุมในครั้งนี้ ยังได้นำผลการดำเนินงานของเหล่ากาชาดจังหวัด ในรอบเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2556 ของแต่ละจังหวัดมาเสนอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของสภากาชาดไทย



สมกมล คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์
สุรศักดิ์ สร้อยเพชร/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
23 พฤษภาคม 2557

รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดที่ทำการธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ ( 23 พ.ค. 57) ที่บริเวณชั้นล่าง 1 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดที่ทำการธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เดิมธนาคารกรุงไทยแห่งนี้ได้เปิดสาขาภายในบริเวณ สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( ศ.อ.ศ.อ.) อุบลราชธานี ถนนแจ้งสนิท อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ได้ย้ายที่ทำการมาที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีแห่งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการหน่วยงานต่าง ๆ และประชาชน ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับธนาคารกรุงไทยสาขาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้บริการในวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ถึง 16.30 น.

โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ อ.นาทม จังหวัดนครพนม

จังหวัดนครพนมนำส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  ออกให้บริการกับประชาชนในพื้นที่  ณ สวนป่าข้างอำเภอนาทม  จังหวัดนครพนม

นายสมชาย  วิทย์ดำรงค์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  นำส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  ออกให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  โดยนายอำเภอได้กล่าวรายงานสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยส่วนราชการต่างๆ ได้ออกบูธ  จัดนิทรรศการให้ความรู้  ให้คำปรึกษา  บริการตัดผม  โดยหน่วยงานมอบสิ่งของเพื่อประกอบอาชีพและมอบทุนการศึกษา  ถุงยังชีพ   ได้แก่  สำนักงานประมงน้ำจืดจังหวัดนครพนม  มอบพันธุ์ปลา  จำนวน 50,000 ตัว  กองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี  โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม  มอบทุนการศึกษา  จำนวน 3 ทุน ๆละ 1,200 บาท  สำนักงานศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 19 นครพนม  มอบทุนการศึกษา 20 ทุน ๆละ 500 บาท  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  มอบถุงยังชีพ จำนวน 10 ชุด  สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม  มอบถุงยังชีพ  9สำ ชุด  ถุงยังชีพผู้ประสบภัย 30 ชุด  ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดนครพนม  มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง  จำนวน 15  ราย ๆละ 1,000 บาท เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้พิการ จำนวน 5 รายๆ ละ 2,000 บาท

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

นายสมชาย  วิทย์ดำรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร  ณ บริเวณสวนป่าบริเวณที่ว่าการอำเภอนาทม  ตำบลดอนเตย  อำเภอนาทม  ซึ่งโครงการจัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหา  การผลิตการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว  และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร  ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ  หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  โดยมีกิจกรรมเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  การให้บริการครัวสายใยรักแห่งครอบครัว  และจัดนิทรรศการ

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การสืบหาบุคคลสูญหาย

ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดนครพนม ได้รับการประสานงานจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี ให้ประกาศสืบหาบุคคลสูญหาย จำนวน 1 ราย คือ นายบุญธรรม ใจบุญ ข้าราชการครูตำแหน่งครูวิทยฐานะครูชำนาญการตำแหน่งเลขที่ 4934 โรงเรียนดอนตาลดงบังวิทยา อำเภอบ้านผือ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 4 ได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2557 ณ บริเวณสวนสยามเขตบางชัน กรุงเทพมหานคร ในระหว่างร่วมคณะทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ เกรงว่าอาจได้รับอันตราย ซึ่งทางญาติเกรงว่าอาจจะถูกล่อลวงไปในทางที่เสียหาย หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพ หากผู้ใดมีข้อมูล เบาะแส หรือพบเห็นบุคคลดังกล่าว กรุณาแจ้ง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) ชั้น 1 โทรศัพท์ 042-511022, 042-511506 หรือ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี โทรศัพท์ 042-325615 หรือ อีเมล์ Udonthani@m-society.go.th หรือแจ้งไปยัง นางพรพรรณ ใจบุญ ภรรยาผู้เสียหาย หมายเลขโทรศัพท์ 08-563-9486 หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 OSCC

อุดรธานีจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและการจัดระเบียนสังคม

กลุ่มงานความมั่นคง ที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ ศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี จัดโครงการพัฒนาศักยภาพการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและการจัดระเบียนสังคมระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2557

วันนี้ ( 21 พ.ค.57 )ที่ห้องประชุมสบายดี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดและการจัดระเบียนสังคมจังหวัดอุดรธานี ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของที่ทำการปกครองจังหวัด ศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี และศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอทั้ง 20 อำเภอ รวม 46 คน ร่วมประชุม

กลุ่มงานความมั่นคง ที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานี ในฐานะองค์กรหลักในการอำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพสัมฤทธิผล ทั้งในด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลไกอำนวยการ กลไกปฏิบัติการ งานวิชาการ การประเมินผลตลอดจนการพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่ และเพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านยาเสพติด

สำหรับการจัดโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้รับความรู้ประสบการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และการจัดระเบียบสังคมมากขึ้น ได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน และศึกษาดูงานการปราบปราม ป้องกัน แก้ไขและบำบัดฟื้นฟูปัญหายาเสพติดในพื้นที่ต่างจังหวัด เพิ่มทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และการจัดระเบียบสังคมให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ มาประยุกต์ในการปฏิบัติงานได้อย่างประสิทธิภาพ โดยกำหนดศึกษาดูงานในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 เทศบาลตำบลดอนหัวฬ่อ และศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอบางละมุง




ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

ผต.นร.ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดธานี

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดรธานี ประชุมสรุปผลการจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนและผลการสอดส่องโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด

วันนี้ (21 พ.ค. 57) ที่ห้องประชุมคำชะโนด ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงศ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดรธานี หรือ ก.ธ.จ.อุดรธานี ครั้งที่ 2 ประจำปี 2557 โดยมีนายสมศักดิ์ ถนัดช่าง รองประธานฯ นายวิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์ และคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดรธานี ร่วมประชุม

นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงศ์ ประธาน กธจ.อุดรธานี แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งแต่งตั้งนางสาวชุลีพร ภูสมศรี หัวหน้ากลุ่มบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานจังหวัดอุดรธานี มาปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุดรธานี แทนนายชาญชัย คงทัน หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอุดรธานี และกระทรวงการคลังได้ปรับอัตราเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งสำหรับกรรมการ อนุกรรมการ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการใหม่จากเดิม 1,200 บาท เป็น 1,600 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นไป จากนั้นที่ประชุมได้มีการสรุปผลการสัมมนาจัดตั้งเครือข่ายภาคประชาชนของ ก.ธ.จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ธ.จ.ลงสู่ท้องถิ่น ซึ่งก็ได้ข้อเสนอแนะที่หลากหลายในการดำเนินการป้องกันการทุจริตในพื้นที่ และมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับก.ธ.จ. ขณะเดียวกันก็มีการพิจารณาผลการสอดส่องโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยเฉพาะโครงการพัฒนาพื้นที่หนองแดรองรับการแสดงและจำหน่ายสินค้า หารือแก้ไขปัญหารถขนขี้ยางพาราที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาการจราจรในพื้นที่อำเภอนายูงด้วย




ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

อุดรธานีจำหน่ายลิ้นจี่สดรสอร่อยมีคุณภาพจากภาคเหนือ

กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี จัดจำหน่าย ลิ้นจี่คุณภาพ สดจากแหล่งผลิต สร้างเครือข่ายการค้าระหว่างเกษตรกรของจังหวัดภาคเหนือ กับผู้ซื้อผู้ค้าผลไม้ในจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2557 ณ บริเวณหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี

เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้(21 พ.ค.57) ที่บริเวณตลาดร่มเขียว หน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงาน "ลิ้นจี่สด รสอร่อย มีคุณภาพ จากภาคเหนือ” โดยมีนายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี นายสมัคร บุญปก รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงาน นายเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ประเทศไทยมีแหล่งผลิตลิ้นจี่ที่สำคัญ 4 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยาและน่าน ซึ่งในปี 2557 คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 59,199 ตัน เพิ่มจากปีที่แล้ว เพราะมีช่วงอากาศหนาวค่อนข้างยาว ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมกราคมที่ผ่านมา ต้นลิ้นจี่จึงสะสมอาหารได้เต็มที่

อีกทั้งในปีนี้พบว่าลิ้นจี่ออกดอกช้า 2-3 สัปดาห์ ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวปีนี้ล่าช้าออกไปด้วย โดยเดิมลิ้นจี่จะออกสู่ตลาดประมาณเดือนเมษายน แต่ปีนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดคือช่วงวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 10 มิถุนายน 2557 ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตจาก 4 จังหวัดภาคเหนือออกสู่ตลาดมากกว่า 40,637 ตัน เพื่อเป็นการกระจายผลผลิตสู่ตลาดและเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้รับประทานลิ้นจี่อร่อย กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี จึงจัดงาน"ลิ้นจี่สด รสอร่อย มีคุณภาพ จากภาคเหนือ” เปิดจำหน่ายลิ้นจี่คุณภาพ ระหว่างวันที่ 21-25 พฤษภาคม 2557 วันละ 3 ตัน โดยมีเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดเชียงใหม่ นำผลผลิตลิ้นจี่คุณภาพดีมาจำหน่ายทุกวันๆ พร้อมกันนี้ตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว ยังมีการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐานของตลาดร่มเขียวอุดรธานีด้วย เป็นการกระตุ้นกลไกตลาดปกติให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้น และสามารถยืนได้ด้วยตนเองอย่างมั่นคงต่อไป นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นศูนย์กลางการค้า แหล่งอุตสาหกรรมการเกษตรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากรกว่า 1,500,000 คน จึงเหมาะที่จะนำผลผลิตสินค้าเกษตรที่ดีมีคุณภาพจากแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรงมาจำหน่ายให้ชาวอุดรธานีได้บริโภค อันเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค และเป็นการสร้างเครือข่ายการค้าระหว่างเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนของจังหวัดเชียงใหม่ กับผู้ซื้อ ผู้ค้าผลไม้ของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

อุดรธานีจัดสัมมนาสถานประกอบการเสี่ยงตามโครงการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ปี 57

ที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานีจัดสัมมนาผู้ประกอบการสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ร้านจำหน่ายสุรา หอพักตามโครงการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2557

ที่โรงแรมการิน อำเภอเมือง จังหวัดอุดธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธานเปิดการสัมมนาสถานการประกอบการตามโครงการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการประจำปีงบประมาณ 2557 รุ่นที่ 1 โดยมีผู้ประกอบการประเภทโรงแรม หอพัก ห้องเช่า อพาร์ทเม้นท์ ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีร่วมประชุม 200 คน

นายนิคม ศิริสิงห์สังชัย นายอำเภอกุมภวาปี รักษาการแทนปลัดจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า สืบเนืองจากกระทรวงมหาดไทยได้กำหนด"นโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม"เพื่อดำเนินการกับสถานบริการสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการร้านจำหน่ายสุราที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญหรือดำเนินกิจการที่ขัดต่อภาพลักษณ์และวัฒนธรรมอันดีของประเทศไทยและสถานประกอบการประเภทหอพัก ห้องเช่า หรือโรงแรมตลอดจนแหล่งอบายมุขที่ส่งผลเอื้อต่อปัญหายาเสพติด บ่อนการพนัน ตู้ม้ากำจัดสิ่งยั่วยุหรือจุดเสี่ยง สิ่งตีพิมพ์หรือเอกสารที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร โดยกำหนดกระบวนงานขั้นตอนการดำเนินการ 6 ขั้นตอนโดยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอ ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ได้จัดทำประกาศจังหวัด เรื่องนโยบายลดอบายมุขสร้างสุขให้สังคมเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนโดยทั่วไปได้ทราบแนวทางปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายไปทางหนึ่งแล้ว

ในการนี้เพื่อเป็นการดำเนินการตาม"นโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม"ของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดอุดรธานีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย จังหวัดอุดรธานีโดยที่ทำการปกครองจังหวัดอุดรธานี จึงจัดสัมมนาสถานประกอบการตามโครงการจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการประจำปี2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงแรม หอพัก ห้องเช่า อพาร์ทเม้น สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ร้านจำหน่ายสุรา ร้านคาราโอเกะ ร้านเกมส์/อินเตอร์เน็ต ตลอดจนโรงรับจำนำไดัรับทราบ"นโยบายลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม"อันเป็นนโยบายต่อเนื่องจากนโยบายจัดระเบียบของกระทรวงมหาดไทย รับทราบถึงระเบียบ กฎหมายและดำเนินกิจการใหัเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดและการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

จังหวัดอุบลราชธานี ซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 เป็นการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ

(21 พ.ค.57) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในการ ฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 เต็มรูปแบบ ( Full Scale Exercise:FSX) จังหวัดอุบลราชธานี จัดขึ้น เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสฝึกซ้อมฯร่วมกัน และได้รับทราบบทบาท ภารกิจ หน้าที่ของแต่ละหน่วย ส่งผลให้เกิดความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามแนวทางของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ รวมทั้ง ทุกหน่วยจะได้รับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อบกพร่องจากการฝึกซ้อมฯ และนำไปปรับปรุง แก้ไขให้ดียิ่งขึ้นในครั้งต่อไป

โดยได้จำลองสถานการณ์ เกิดเหตุไฟไหม้ที่ชั้น 2 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าอุบลราชธานี โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ ทางศูนย์การค้าฯ ได้ดำเนินการดับเพลิงในเบื้องต้นตามแผนภายใน จากนั้น ได้แจ้งประสานขอความช่วยเหลือไปยังเทศบาลเมืองแจระแม / ตำรวจ / 1669 ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลเมืองแจระแม ได้เดินทางมาปฏิบัติการดับเพลิง แต่เหตุการณ์ได้ขยายลุกลามมากขึ้น จึงขอรับการสนับสนุนจากอำเภอ โดยอำเภอได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบ ระดมกำลังเข้ามาให้การช่วยเหลือ โดยมีนายอำเภอเมืองอุบลราชธานี เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ / จากนั้น ภัยได้ยกระดับขึ้นเป็นภัยระดับ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบหมายให้นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี สั่งการหน่วยงานราชการทั้งหมด และระดมผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาเป็นที่ปรึกษาในการดับเพลิง กู้ภัย อพยพ และเยียวยาผู้ประสบภัย ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาได้ทั้งหมด โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย

คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี จัดโครงการ โครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน พัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมการบริหารกองทุนบทบาทสตรีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันนี้ ( 21 พ.ค.57) ที่สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน พัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2557 ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดอุบลราชธานี ในด้านการบริหารและการจัดการงานในสำนักกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง ตามระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติให้เป็นไปแนวทางเดียวกัน เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ความรู้ด้านบริหารจัดการแก่คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทุกระดับ เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายสตรีทุกภาคส่วน เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล

การฝึกอบรมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมจากคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 221 ตำบล ตำบลๆ ละ 2 คน และเจ้าหน้าที่โครงการ รวมทั้งสิ้น 500 คน

คณะทำงานการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ลงพื้นที่ สำรวจภูมิประเทศ เพื่อเตรียมการฝึกซ้อมการบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ ที่ จ.สุรินทร์

คณะทำงานจัดการฝึกซ้อมแผนการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจำปี 2557 ลงพื้นที่สำรวจภูมิประเทศ เพื่อเตรียมการฝึกบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ ประจำปีงบประมาณ 2557 ด้านภัยจากการสู้รบ ในพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (21 พ.ค. 57) คณะทำงานคณะทำงานจัดการฝึกซ้อมแผนการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ จากการนำของพลตรีเดชา ปุญญบาล รองเจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม ลงพื้นที่เพื่อสำรวจดูภูมิประเทศ เพื่อการเตรียมการฝึกซ้อมอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการพลเรือน ส่วนราชการ ทหาร รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นการฝึกซ้อมแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านภัยจากการสู้รบ การอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ในพื้นที่ตามแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้คณะกรรมการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการฝึกบริหารวิกฤตการณ์แห่งชาติ ประจำปี 2557 (C-MEX14) เพื่อฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหารภายใต้กรอบการบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ และกำหนดกรอบสถานการณ์ฝึกให้ครอบคลุมภัยการสู้รบภัยมั่นคงรูปแบบใหม่ในพื้นที่ทางบกและทางทะเล โดยกำหนดจะดำเนินการฝึกในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ คือการฝึกในที่บังคับ (CPX) ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2557 และการฝึกซ้อมภาคสนาม (FTX) ระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายน 2557 ซึ่งกำหนดพื้นที่ไว้ที่กองอำนวยการศูนย์อพยพโรงเรียนบ้านโคกกลาง ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ฝึกการลำเลียงผู้บาดเจ็บโดยอากาศยานและการชำระล้างสารเคมี และการตั้งศูนย์ประสานการส่งกลับสายการแพทย์ร่วมและพื้นที่ฝึกการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การระดมผู้เชี่ยวชาญฯโดยอากาศยานและการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยได้ระดมสรรพกำลังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งในจังหวัดและส่วนกลางร่วมฝึกในครั้งนี้ซึ่งกำหนดจัดให้มีการฝึกภาคสนามระหว่างวันที่ 9 – 13 มิ.ย. 2557 นี้ที่จังหวัดสุรินทร์




ประนนท์ ไม้หอม
ส.ปชส.สุรินทร์/รายงาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นำส่วนราชการร่วมกิจกรรมโครงการ “ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัดทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธ”

วันนี้ (๒๑ พ.ค. ๕๗) เวลา ๐๗.๓๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ดร.ธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นางสุธิดา บุญประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร นำส่วนราชการพร้อมพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตามโครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด ทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตามวิถีพุทธ” ณ วัดโพธิ์ชัย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร

นายศุภเดช การถัก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า โครงการ "ผู้ว่าฯ พาเยี่ยมวัด ทำบุญสืบสานวัฒนธรรมประเพณีตามวิถีพุทธ” เป็นโครงการที่จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร จัดขึ้นทุกวันพระ โดยหมุนเวียนไปตามวัดต่างๆ ทั้ง ๗ อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการจากส่วนราชการต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ได้มีโอกาสเข้าวัด ทำบุญตักบาตร รับศีล ฟังธรรม ในวันธรรมสวนะ เพื่อนำหลักธรรมคำสอนของศาสนาไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน สืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีพุทธอันดีงามให้คงอยู่คู่ชุมชนสืบไป

สำหรับครั้งต่อไป กำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ (ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖) ที่วัดศิลาวิเวก ตำบลบ้านแก้ง อำเภอดอนตาล จังหวดมุกดาหาร ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และใกล้เคียง อำเภอเมือง ร่วมทำบุญตักบาตร รับศีล ฟังธรรม ในวันธรรมสวนะ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยพร้อมเพรียงกัน




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดหาร/ข่าว

อำเภอเมืองมุกดาหารเปิดโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดนและเสริมสร้างศักยภาพในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

วันนี้ (๒๑ พ.ค. ๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น.  ดร.ธวัชชัย  ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน และเสริมสร้างศักยภาพในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ณ โรงแรมริเวอร์ซิตี้ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารมอบบ้านให้ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณียากจน เจ็บป่วย พิการ อนาถา จังหวัด

วันนี้ (๒๑ พ.ค. ๕๗) เวลา ๑๑.๐๐ น. นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานมอบบ้านให้แก่ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กรณียากจน เจ็บป่วย พิการ อนาถา ในพื้นที่ อำเภอเมือง  พร้อมด้วย นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ดร.ธวัชชัย ธรรมรักษ์  รองผูู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นางสุธิดา บุญประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางไปบ้านเลขที่ ๒๒ ม.๗ บ้านนาหนองยอ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารซึ่งเป็นบ้านของนางไทไกล คำมุงคุณ  ราษฎรประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย เพื่อทำพิธีมอบบ้านตามนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ๔ ด้าน ของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ ด้านอาหาร ด้านยารักษาโรค ด้านที่อยู่อาศัย โดยระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนและใช้กระบวนการช่วยเหลือแบบบูรณาการเป็นระบบและครบวงจร

สำหรับบ้านที่มอบในครั้งนี้เป็นการร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมกันสร้างบ้านทั้งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการระดับจังหวัด ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๕๐,๐๐๐ บาท

หลังจากพิธีมอบบ้านนางไทไกล คำมุงคุณ ได้กล่าวขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างและมอบบ้านให้ในวันนี้ด้วย




สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ

จังหวัดร้อยเอ็ด เตรียมจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557

นายวสันต์ สวัสดิ์รัมย์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดกำหนดจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ในวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าที่ทำการสำนักงานเทศบาลตำบลโนนสววรรค์ หมู่ที่ 13 ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดรอยเอ็ด ทั้งนี้ กิจกรรมประกอบด้วยคลินิกเกษตรเคลื่อนที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 หน่วยงาน เพื่อให้บริการเกษตรที่มีปัญหาด้านการเกษตร เช่น การวิเคราะห์ดิน การวินิจฉัยโรคพืช โรคสัตว์ โรคสัตว์น้ำ การให้วัคซนป้องกันโรค เช่น คลินิกพืช สัตว์ ประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ คลินิกจักรกลการเกษตรบริการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องยนต์การเกษตร เช่น เครื่องสูบน้ำ รถไถนาเดินตาม เครื่องตัดหญ้า พร้อมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและอะไหล่บางรายการฟรี การจัดแสดงนิทรรศการสายใยรักแห่งครอบครัว การจำหน่ายสินค้าแปรรูป และสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนของอำเภอปทุมรัตต์

จึงขอเชิญชวนเกษตรกรอำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้สนใจ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดยทั่วกัน




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
21 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมออกหน่วยแพทย์ พอ.สว.ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 9 ประจำปี 2557

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 9 ประจำปี 2557 และจัดหน่วยบริการจังหวัดร้อยเอ็ดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างร้อยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2557

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า คณะกรรมการ พอ.สว.ประจำจังหวัด กำหนดแผนการออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว ) จังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 9 ประจำปี 2557 และจัดหน่วยบริการจังหวัดร้อยเอ็ดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2557 ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557  ณ โรงเรียนบ้านหมากยาง หมู่ที่ 4 ตำบลสามขา อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยส่วนราชการระดังจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องออกไปให้บริการและพบปะเยี่ยมเยียนช่วยเหลือประชาชน แก้ไขปัญหาความยากจนและประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อราชการที่สำคัญให้ประชาชน พร้อมทั้งมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค/บริโภค บริการตรวจสุขภาพ วัดความดันโลหิต การบริการด้าน ทันตแพทย์ การมอบรถจักรยาน ถุงยังชีพ ไม้เท้าสำหรับผู้สูงอายุหรือพิการ

จังหวัดร้อยเอ็ดจึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ตำบลสามขา อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ไปรับบริการตามกิจกรรมดังกล่าว ในวัน เวลา และสถานที่แจ้งข้างต้น




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บรรณาธิการข่าว
 21 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกและดินโคลนถล่ม ปี 2557

จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกและดินโคลนถล่ม ปี 2557 โดยตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถลม จังหวัดร้อยเอ็ดปี 2557 ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกและดินโคลนถล่ม ปี 2557 โดยตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถลม จังหวัดร้อยเอ็ดปี 2557 ขึ้น ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบประจำศูนย์ฯ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกรรมการ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อติดตามรายงานสถานการณ์และรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น ควบคุมกำกับดูแล และชี้แนะแนวทางปฏิบัติ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ประกอบด้วยฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและรายงานเหตุด่วน ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการ เพื่อติดตามสถานการณ์สภาพภาพอากาศและจัดระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยตลอด 24 ชั่วโมง รายงานสถานการณ์อุทกภัยทันทีที่เกิดขึ้น และรายงานโดยตรงต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะยุติ รับส่งข่าวสารข้อมูลต่างๆ เมื่อเกิดอุทกภัย และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการอำนวยการศูนย์ฯ มอบหมาย



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
21 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดขอบคุณส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดที่ทำให้การเก็บตัวและทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014

วันนี้ (21 พ.ค. 57) เวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ ครั้งที่ 5/2557 ที่ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ ของส่วนราชการ และอำเภอในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนระเบียบวาระการประชุมนางกมลพร คำนึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำเสนอสรุปข่าวเด่นรอบเดือนและวีดีทัศน์การเก็บตัวและทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ระหว่างวันที่ 8 – 14 พฤษภาคม 2557 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้กล่าวขอบคุณส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และทุกภาคส่วนของจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมการเก็บตัวและ ทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุผลสำเร็จ ทำให้ประชาชนทั่วไปรู้จักจังหวัดร้อยเอ็ดมากขึ้น

นางบัณจง ธนะแพสย์ ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด ภาคเอกชนที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดเก็บตัวและทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ได้กล่าวขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึก ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดด้วยเช่นกัน ที่ทำให้การจัดเก็บตัวและทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ และได้รับคำชมเชยจากหลายภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย



วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 21 พ.ค. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดมอบโล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดที่เสี่ยงภัยในสถานศึกษา

วันนี้ (21 พ.ค. 57) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติให้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ตามโครงการสถานศึกป้องกันยาเสพติดดีเด่น ปี 2557 ในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาเสพติดจังหวัดร้อยเอ็ด ประจำเดือนพฤษภาคม 2557

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการคัดเลือกหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ตามโครงการสถานศึกป้องกันยาเสพติดดีเด่น ปี 2557 เพื่อมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดที่เสียงภัยและเสียสละเวลาในการดูแลนักเรียน ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผลการประเมินมีหน่วยงานงานและข้าราชการในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ได้รับรางวัล จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย ประเภทสถานศึกษา ได้แก่ โรงเรียนบ้านสองห้องหนองดงหนองหิน อำเภอโพนทอง นายสุภาพ สุริโย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสองห้องหนองดงหนองหิน ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ นายสุริยา นทีศิริกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลโพนทอง ประเภทครูผู้สอน ได้แก่ นางจุฑาธิป ศรีสถิต ครูโรงเรียนบ้านหัวครู อำเภอเสลภูมิ นายเทวฤทธิ์ พลเยี่ยม ครูโรงเรียนนาแพงวิทยาคาร อำเภอโพนทอง และนางสายวสันต์ สุขชะไต ครูโรงเรียนบ้านกกตาลดงบังวิทยา อำเภอหนองพอก ประเภทบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ นายสฤษดิ์ วงษ์กาฬสินธุ์ นักวิชากรรศึกษาชำนาญการพิเศษ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3



 วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 21 พ.ค. 57