วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดมุกดาหาร ประกาศสอบราคาจ้างจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน

นายปราโมทย์  เมืองโคตร นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารมีความประสงค์จะสอบราคาจ้างจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ศูนย์แสดงสินค้าสะหวันไฮเทค แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยกำหนดราคากลางของงานจ้างในการสอบราคาเป็นวงเงินทั้งสิ้น ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) กำหนดยื่นซองสอบราคา ในวันที่ ๑๙ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖๓๐ น. ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมุกดาหาร

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับเอกสารสอบราคาจ้าง ได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดมุกดาหาร ถนนวงค์คำพา ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ ๑๙ – ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖๓๐ น. และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www3.cdd.go.th/mukdahan หรือ โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๑๔๘๒ ในวันและเวลาราชการ



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี ประมูลขายไม้กระยาเลยป่านอกโครงการ ท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี (แก้ไขเพิ่มเติม)

องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ มีความประสงค์จะประมูลขายไม้กระยาเลยป่านอกโครงการ ท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี ไม้กระยาเลย คงเหลือจำนวน ๑๗๘ ท่อน จากเดิม จำนวน ๑๗๙ ท่อน โดยกำหนดเปิดรับซองประมูลในวันอังคาร ที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๐.๓๐ น. ณ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และติดต่อขอซื้อแบบใบเสนอราคาได้ที่ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตอุบลราชธานี ในราคาชุดละ ๕๐๐.๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) เลขที่ ๓๑๗,๓๑๙ ถนนชยางกูร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร. ๐-๔๕๒๔-๒๕๗๖ หรือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เลขที่ ๙ ถนนกสิกรทุ่งสร้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โทร. ๐-๔๓๒๓-๔๕๔๖ และ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อาคารถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัสวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โทร. ๐-๒๒๘๒-๓๒๔๒ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ในวันและเวลาราชการ



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร ประกาศสอบราคาจ้างเหมาปรับปรุงอาคารที่ทำการ

นายอนันต์  สมานมิตร หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด โดย สำนักงานไปรษณีย์เขต ๑๐ มีความประสงค์จะสอบราคาจ้างเหมาทำการปรับปรุงอาคารที่ทำการ พร้อมทั้งติดเครื่องปรับอากาศ ณ ที่ทำการไปรษณีย์หว้านใหญ่ วงเงิน ๒๗๘,๖๐๐.- บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นแปดพันหกร้อยบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยกำหนดราคากลางเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๖๓,๕๐๐.-บาท (สองแสนหกหมื่นสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม กำหนดยื่นซองสอบราคาในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ ภายในเวลา ๐๙.๐๐ – ๑๐.๐๐ น. ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๑๐๖๕

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอซื้อชุดแบบรายการในราคาชุดละ ๒๑๔.- บาท (สองร้อยสิบสี่บาทถ้วน) ระหว่างวันที่ ๒๖ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๑๐๖๕ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนทรัพย์สินและพัสดุ สำนักงานไปรษณีย์เขต ๑๐ เลขที่ ๗๓ หมู่ ๓ ถนนอุบล-ตระการ ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ๐ ๔๕๒๘ ๓๖๑๑ ต่อ ๑๐๑ และ ๑๐๒



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ผวจ.ร้อยเอ็ดร่วมกับ ผบ.กกล.รส.ร้อยเอ็ด มอบเงินค้าจ่ายจำนำข้าวคืนความสุขให้ชาวนาร้อยเอ็ดวันแรกคึกคัก

วันนี้ (27 พ.ค. 57) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด , พลตรีนคร สุขประเสริฐ ผบ.จทบ.ร่อยเอ็ด/ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ดและนายมงคล พรงาม ผอ.ธกส.ร้อยเอ็ด มอบเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ค้างชำระให้เกษตรกรที่ ธกส.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด โดยมีชาวนาร้อยเอ็ดหลั่งไหลมารอรับเงินจำนวนมาก ขณะทีาจังหวัดทหารร้อยเอ็ดนำกำลังพลทหารมาอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างใกล้ชิด บรรยากาศอบอุ่นคึกคัก

ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดค้างจ่ายการจำนำข้าวของเกษตร 4,800ล้านบาท เกษตรกร 66,559 ราย ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด รับจำนำข้าวทั้งหมด 113,843 ราย ปริมาณข้าว 457,316 ตัน วงเงิน 8,506 ล้านบาท

 ทางด้านพลตรีนคร สุขประเสริฐ ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ด เผยว่า จทบ.ร้อยเอ็ด นำกำลังพลทหารช่วยเหลือชาวนาคืนความสุขให้ชาวนาได้รับค้างจ่ายโดยเร็ว รวมทั้งเตือนระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่ล่อลวงชาวนาหรือต้มตุ่นชาวนา

ขณะที่นายมงคล พรงาม ผอ.ธกส.ร้อยเอ็ดระบุว่า คาดว่าชำระเงินค้างจ่ายให้เกษตรกรแล้วเสร็จภายใน 10มิถุนายนนี้ พร้อมขอกำลังตำรวจ กำลังทหารประจุดจ่ายเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกและ รปภ. เนื่องจากมีเงินสะพัดในพื้นที่ร้อยเอ็ดจำนวนมาก เตือนระวังแก็งมิจฉาชีพ/ปชส.ร้อยเอ็ด รายงาน

จังหวัดร้อยเอ็ดขอเชิญเฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จะเสด็จฯ เยี่ยมพื้นที่ พอ.สว.และราษฏรจังหวัดร้อยเอ็ด ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2557 ณ โรงเรียนโนนชัยศรีวิทยา ตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดร้อยเอ็ดจึงขอเชิญประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เฝ้ารับเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนโนนชัยศรีวิทยา ตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวด้วยว่า หากมีผู้ประสงค์จะทูลเกล้าถวายเงิน สามารถบริจาคเงินสด เช็ค ดร๊าฟด์ หรือเป็นครุภัณฑ์ ได้โดยผู้ทูลเกล้าถวายเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับพระราชทานเหรียญทอง 1 เหรียญ ในอนุโมทนาบัตร และใบเสร็จรับเงิน ทูลเกล้าถวายตั้งแต่ 1,000 – 9,999 บาท รับพระราชทานเหรียญเงิน 1 เหรียญ ใบอนุโมทนาบัตร และใบเสร็จรับเงิน ทูลเกล้าถวายครุภัณฑ์ ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป จะได้รับพระราชทานเหรียญทอง 1 เหรียญ ใบอนุโมทนาบัตร แต่ไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน ทูลเกล้าถวายครุภัณฑ์ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป รับพระราชทานเหรียญเงิน 1 เหรียญ ใบอนุโมทนาบัตร แต่ไม่ได้รับเสร็จรับเงิน




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 27 พ.ค.57 

ปภ.ศก. ประชุมเตรียมความพร้อมในการซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยบนอาคารสูง

จังหวัดศรีสะเกษ  โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ เรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เพื่อเตรียมความพร้อม และซักซ้อมแนวทางในการซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยบนอาคารสูง  ประจำปี 2557

วันนี้ ( 27 พ.ค. 57) ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้น 4  ศาลากลางจังหวัดศรีสะ นายสนิท  ขาวสะอาด  รองผู้ว่าราการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อม และซักซ้อมแนวทางในการซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยบนอาคารสูง ประจำปี 2557  ตามแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน แก้ไขปัญหาจากอัคคีภัยจังหวัดศรีสะเกษ  โดยมี   นายเวโรจน์ สายทองแท้  หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ   นายชาลี เบญจวงษ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและปฏิบัติ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาสาสมัคร  มูลนิธิ  ให้การต้อนรับ  เพื่อเตรียมความพร้อมในการฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยบนอาคารสูง ประจำปี 2557    ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อม เสรมสร้างทักษะและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ในการป้องกันแก้ไขปัญหา   และช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้น   ซึ่งได้กำหนดวันซ้อมแผนจริง   ในวันอังคารที่ 3  มิถุนายน  2557   ณ  โรงเรมเกศสิริ    อำเภอเมืองศรีสะเกษ     เป็นสถานที่จำลองในการฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้

สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมปรึกษา หารือ และวางแผน ซักซ้อมความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงาน และกำหนดรูปแบบในการฝึกซ้อมแผนฯ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการฝึกซ้อมแผนให้ออกมามีประสิทธิภาพ และสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด โดยกำหนดรูปแบบ 2 รูปแบบ ประกอบด้วย การฝึกซ้อมรูปแบบบนโต๊ะ(Table Top Exercise : TTX)  และการฝึกซ้อมแผนเต็มรูปแบบ(Full-scale  Exercises :FSE)



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์ สร้อยเพชร / ข่าว

กลุ่มครู นักศึกษา กศน.ศรีสะเกษ ร่วมอ่านแถลงการณ์สนับสนุน คสช.

จังหวัดศรีสะเกษ โดยกลุ่มครู และนักศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัตธยาศัยจังหวัดศรีสะเกษ   จำนวน 250 คน ร่วมอ่านแถลงการณ์สนับสนุนและขอบคุณ คสช. ที่กรุณาพิจารณาสั่งการให้ความช่วยชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจำนำข้าว

วันนี้ ( 27 พ.ค. 57) ที่บริเวณหน้าพระรูป ร.5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ  กลุ่มครู และนักศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัตธยาศัยจังหวัดศรีสะเกษ  นำโดย นายธีรพล  คำชาลี ครู กศน.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะนักศักษานอกระบบและการศึกษาตามอัตธยาศัยจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 250 คน ได้ยื่นหนังสือพร้อมกับอ่านแถลงการณ์    ขอบคุณ คสช. ที่กรุณาพิจารณาสั่งการให้ความช่วยชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจำนำข้าว ให้กับทหารที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทางผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย  กองพลทหารราบที่ 6  ประจำพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบหมายภารกิจให้กับ ร้อยตรีไพรจิตร์  โนนสังข์ พร้อมด้วยคณะเป็นผู้รับหนังสือ  ทั้งนี้ เพื่อเป็นกำลังแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง และเพื่อให้ประเทศชาติก้าวหน้าต่อไป

สำหรับหนังสือแถลงการณ์ ขอขอบพระคุณ ท่านหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.)  ว่า       " ตามที่ท่านได้เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ เมื่อวันี่ 22 พฤษภาคม  2557 และท่านได้เล็งเห็นความเดือดร้อนความทุกข์ยากของพวกเราชาวนา   ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล แล้วถูกโกงเยินค่าจำนำข้าว ชาวนาส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ไม่มีเงินใช้จ่ายจนต้องเป็นหนี้นอกระบบ ต้องแห่ขายใบประทวน บางครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักในครอบครัวไป รวมทั้งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตประจำวัน  ซึ่งในการนี่ท่านได้กรุณาพิจารณาสั่งการให้ช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจำนำข้าว นั้น  พวกเราในฐานชาวนาผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว  ขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงในความเมตตา  และเข้าถึงความเดือดร้อนของประชาชนชาวนาอย่างถ่องแท้ ทั้งได้สั่งการ การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วทันท่วงที

พวกเราเชื่อว่า หากท่านได้มาเห็นสีหน้า และแววตาของพี่น้องที่เป็นชาวนาในวันนี้ ท่านจะรู้ว่าความสุขที่ได้รับจากการบรรเทาทุกข์และการได้รับการเยียวยา ขจัดปัดเป่าทุกข์ของชาวนามันสุดแสนจะไม่มีสิ่งใดมาเปรียบปรานได้ ดังนั้น พวกเราจึงขอขอบพระคุณท่านและคณะที่ให้ความหวังของพวกเราเป็นจริงได้    

พวกเราขอเป็นกำลังแรงใจให้ท่านและคณะในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้างเมือง ขจัดปัดเป่าปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้นเพื่อให้ประเทศชาติก้าวหน้าต่อไป




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ                           
สุรศักดิ์ สร้อยเพชร / ข่าว
27  พฤษภาคม 2557

เสธ.มทบ. 22 ประชุมชี้แจงการจ่ายชำระเงินโครงการรับจำนำข้าวแก่เกษตรกรชาวนาจังหวัดศรีสะเกษ

เสธ.มทบ.22 ประชุมชี้แจงการจ่ายชำระเงินโครงการรับจำนนข้าวแก่เกษตรกรชาวนาจังหวัด     ศรีสะเกษ  ธกส.ศรึสะเกษ แจงจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน 6 มิถุนายน นี้

          วันนี้ (27 พ.ค. 57) เวลา 09.00 น.  ณ ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด     ศรีสะเกษ  พันเอก พูลศักดิ์    สมบูรณ์   เสนาธิการมนฑลทหารบกที่ 22 อุบลราชธานี ประชุมชี้แจงแนวทางการจ่ายชำระเงินแก่เกษตรกรชาวนาจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับนายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พันเอก อัครเดช  บุญเทียม ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 6 ประจำพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการภาครัฐ ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง

          นายศิริพงค์  อินนุรักษ์  ผู้อำนวยการ ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ  ได้รายงานข้อมูลการดำเนินการของ ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ ที่แล้วมาว่า มีเกษตรกรทั้งสิ้น 78,077 ราย ใบประทวน  85,648 ใบ  มูลค่า 7,253,266,470 บาท   ธกส.ศรีสะเกษ จ่ายชำระเงินไปแล้ว 37,868 ราย ใบประทวน 42,713 ใบ มูลค่า 3,488,161,965 บาท  ยังคงเหลือเกษตรกรที่รอทำสัญญากู้เงินกับ ธกส. อีก 40,209 ราย ใบประทวน 42,935 ใบ มูลค่า 3,765,104,505 บาท ขณะนี้ ธกส.ศรีสะเกษ ได้รับอนุมัติจัดสรรเงินจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ   สำหรับชำระให้เกษตรกรชาวนางวดแรก จำนวน 1,512 ล้านบาท และจะดำเนินการจ่ายเงินให้แล้วเสร็จ   ไม่เกินวันที่ 6 มิถุนายน นี้

          จากนั้น ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดแนวทางขั้นตอนสำหรับการจ่ายชำระหนี้ให้เกษตรกร โดยมีข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1.       ให้ ธกส.ทุกสาขา ประกาศรายชื่อเกษตรกรตามลำดับคิวที่ได้ขึ้นทะเบียนใบประทวนไว้

2.       ให้เกษตรตรวจรายชื่อตนเองได้ที่ ธกส.สาขาที่ตนเองได้ขึ้นทะเบียนใบประทวนไว้ แล้วติดต่อทำสัญญาและรับเงิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

3.       ให้เกษตรกรที่มีใบประทวน แต่ยังไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนไว้ นำใบประทวนไปขึ้น      ทะเบียนกับ ธกส.ตามภูมิลำเนา                                      

4.       ให้นายอำเภอทุกอำเภอ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นผู้ช่วยดำเนินการด้านเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร กับ ธกส.สาขาในท้องที่อำเภอนั้น ๆ





สมกมล  คงอาชวะ/ข่าว/พิมพ์ 
สุรศักดิ์  /ฉัตรชัย  ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
27  พ.ค. 2557 

ศรีสะเกษ ร่วมประชุมชี้แจงในการติดตามกำกับดูแลการแก้ปัญหาการจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว

จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 22 เรียกประชุม คณะกรรมการข้าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ   เพื่อรับทราบถึงปัญหาการจ่ายเงินตามโครงรับจำข้าวของรัฐบาล ประจำปี 2556/2557

วันนี้ ( 27 พ.ค.57) ที่ห้องประชุมสระกำแพงใหญ่ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ พลตรี วิษณุ ไตรภูมิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 / ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบประจำพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ พันเอกพูลศักดิ์  สมบูรณ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 22 อุบลราชธานี ร่วมประชุมชี้แจง ในการติดตามกำกับดูแลการแก้ปัญหาการจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว โดยมีนายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  พันเอกอัครเดช  บุญเทียม ผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 6 ประจำพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วยคณะกรรมการข้าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ   เพื่อรับทราบถึงผลการดำเนินงาน และปัญหาการจ่ายเงินตามโครงรับจำข้าวของรัฐบาล ประจำปี 2556/2557 ซึ่งทางคณะรักษาความสงบเแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดสรรงบประมาณมาให้การช่วยเหลือกับเกษตรกร ที่ยังไม่ได้รับเงินตามโครงการดังกล่าว

ซึ่งจากการประชุม ผู้จัดการธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ (ธกส.)  ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ทางธนาคาร ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อจ่ายให้กับเกษตรกร จำนวน 1,512  ล้านบาทเศษ  และจะสามารถจ่ายให้เกษตรกรแล้วเสร็จภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2557 ส่วนที่อีกเหลือกว่า 2,200 ล้านบาท  ถ้าได้รับการจัดสรรจากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทางธนาคารจะสามารถจ่ายให้กับเกษตรกรแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ทั้งนี้เกษตรกรที่จังหวัดศรีสะเกษที่ยังไม่ได้รับเงินโครงการจำนำข้าว รวมทั้งสิ้นประมาณ  3.7 พันล้าน บาทเศษ  ซึ่งธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ประจำจังหวัดศรีสะเกษ(ธ.ก.ส.)                มีทั้งหมด 20 สาขา   พร้อมกันนี้ยังได้ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมในการช่วยดำเนินการเอกสารสัญญาจำนำข้าว  โดยจังหวัดได้ให้ทางสัสดีจังหวัด และอำเภอเข้าไปดูแลช่วยเหลือต่อไป



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์ สร้อยเพชร / ข่าว

ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

พันเอกอัครเดช บุญเทียม ผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 6 ออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ (26 พฤษภาคม 2557) พันเอกอัครเดช บุญเทียม ผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 6  พร้อมด้วย นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการร่วมตรวจเยี่ยมการตั้งจุดตรวจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน พร้อมทั้งมอบสิ่งของเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเหตุการณ์ทั่วไปยังเป็นปกติ ในขณะที่ชาวศรีสะเกษต่างใช้ชีวิตตามปกติและไม่มีรายงานเหตุการณ์ความวุ่นวาย หรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อความสงบของบ้านเมืองให้เข้าสู่ปกติโดยเร็ว



ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

เกษตรกรชานาจังหวัดอำนาจเจริญขอบคุณและให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่เร่งให้การช่วยเหลือเงินโครงการรับจำนำข้าวแก่ชาวนา

วันนี้ (27 พ.ค. 57) เวลา 11.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นางปราณี มงคลเสริม นำเกษตรกรชาวนาจังหวัดอำนาจเจริญ  กว่า 500 คน มาขอบคุณและให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร  ชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าว ได้อย่างรวดเร็ว สร้างความประทับใจแก่ชาวนาจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นอย่างยิ่งวันนี้เกษตรกรชาวนาจังหวัดอำนาจเจริญ  จึงได้เดินทางมาขอบคุณและให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  โดยมีนายบุญยืน คำหงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย พ.อ.ธนะศักดิ์ มิตรภานนท์ ผบ.กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี ให้การต้อนรับ และรับหนังสือ



จรูญ  พิตะพันธ์/ข่าว

กลุ่มชาวนาทั้ง25อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน1พันคน มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณ คสช.ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวนา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ประจำปีการผลิต2556/2557

กลุ่มชาวนาทั้ง25อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน1พันคน มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณ คสช.ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวนา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ประจำปีการผลิต2556/2557

(27พ.ค.57 )ที่บริเวณศูนย์โอทอปเซ็นเตอร์ จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มชาวนาทั้ง25อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน1พันคน มอบช่อดอกไม้พร้อมกล่าวแสดงความขอบคุณ คสช.ที่เข้ามาช่วยเหลือชาวนา ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ประจำปีการผลิต2556/2557 โดยมีพลตรีวิษณุ ไตรภูมิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่22 ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นตัวแทน คสช. และนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

โดยมีนายสายัณห์ ทาวะรมย์ ตัวแทนชาวนาจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ขอขอบคุณ คสช.ที่ได้เล็งเห็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวนา รวมทั้งได้พิจารณาสั่งการให้แก้ไขปัญหาโดยทันที

ด้านพลตรีวิษณุ ไตรภูมิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่22 ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวกับกลุ่มชาวนา ว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.23ส าขา ในจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการจ่ายเงิน ประมาณ 2,200 ล้านบาท ให้กับชาวนาที่เข้าร่วมโครงการแล้ว เสร็จภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2557 นอกจากนั้น คสช.จะได้พิจารณาสนับสนุนส่วนที่เหลือ 3 พันกว่าล้านบาท ให้กับชาวนาจังหวัดอุบลราชธานี ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2557 นี้ สำหรับหน่วยงานสังกัดกองทัพบก พร้อมที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆให้กับประชาชน และขอขอบคุณกลุ่มชาวนาที่มาให้กำลังใจ คสช. หลังจากนั้น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่22 ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส.สาขาอุบลราชธานี พร้อมกับทักทายกับเกษตรกรที่มาติดติดต่อขอรับเงินรับจำนำข้าวในวันนี้อย่างเป็นกันเอง 

ชาวนาสุรินทร์ แห่รับเงินจำนำข้าวคึกคักคาดว่าจังหวัดสุรินทร์จะสมารถจ่ายเงินให้กับชาวนาได้ครบทุกคนภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้

วันนี้ (27 พ.ค. 57) ที่สำนักงาน ธ.ก.ส.ส่าขาเมืองใต้ จังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยพลตรีนิรุทธ เกษสิริ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุรินทร์ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ชาวนาที่มารับเงินค่าจำนำข้าว โดยมีเกษตรกรชาวนาสุรินทร์ จำนวนกว่า 200 คน เดินทางมารับเงินจำนำข้าว พร้อมชูป้ายสนับสนุนและให้กำลังใจ คสช. ที่เร่งให้การช่วยเหลือชาวนาที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งชาวนาที่มารับเงินในวันนี้ต่างกล่าวแสดงความรู้สึกดีใจและขอบคุณ คสช. ที่เร่งแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาที่กำลังเดือดร้อนอย่างมากจากผลกระทบโครงการจำนำข้าว….. ด้าน ผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายณรงค์ งามพริ้ง กล่าวว่า ในครั้งนี้ ธ.ก.ส. สุรินทร์ ได้รับเงินจัดสรรมาจ่ายให้กับชาวนาเพื่อจ่ายให้กับชาวนาที่เหลือจำนวน 47,491 ราย คิดเป็นมูลค่าเงินจำนวนกว่า 4500 ล้านบาท ล่าสุดได้รับเงินจำนวน 1,699 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับชาวนาในครั้งนี้ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเสร็จภายใน วันที่ 4 มิถุนายนนี้ ส่วนที่เหลือน่าจะได้รับเพิ่มจนครบภายในอาทิตย์นี้ และสามารถจ่ายให้กับเกษตรกรได้ครบทั้งจังหวัดภายใน 15 มิ.ย. 2557 นี้…….. สำหรับจังหวัดสุรินทร์ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนำข้าว รวมทั้งสิ้น 100,185 ราย เป็นมูลค่าเงิน 9,153 ล้านบาท ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้จ่ายเงินให้เกษตรกรตามโครงการไปแล้ว 48,793 ราย รวมเป็นเงิน 4,553 ล้านบาท ยังเหลือค้างจ่ายประมาณกวา 4,600 ล้านบาท



กำชัย วันสุข / ภาพ
ประนนท์ ไม้หอม/ข่าว
ส.ปชส.สุรินิทร์รายงาน

กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุรินทร์ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามประกาศของ คสช.อย่างเคร่งครัด

พลตรีนิรุทธ  เกษสิริ  ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุรินทร์ และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุรินทร์ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน และประชาชนได้ปฏิบัติตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติแห่งชาติดังนี้

          ตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 เรื่อง ข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหะสถาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการประกอบอาชัพในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถานจึงให้ยกเว้น สำหรับบุคคลดังต่อไปนี้

          1 ผู้ที่จะเดินทางเข้า – อกนอกประเทศ

          2 เจ้าหน้าที่หรือพนักงานที่ต้องปฏิบัติงาน หรือทำงานในสถานที่ประกอบการที่ต้องปฏิบัติงานเป็นห้วงเวลา หรือเป็นผลัด อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ธุรกิจการบิน เป็นต้น

          3 การเดินทางขนส่งสินค้าของกิจการห้องเย็น การนำเข้า – ส่งออกสินค้าที่มีอายุจำกัดและอาจเกิดการเสียหาย

          4 ผู้ที่มีกิจธุระจำเป็น เช่น ผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับมนุษยธรรม

          5 ผู้ที่มีกิจธุระจำเป็นอื่นๆให้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่นั้นๆ

          พร้อมทั้งห้ามมีการชุมนุมทางการเมืองตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7 / 2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง จึงห้ามมิให้มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองอยู่ปัจจุบัน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          ดังนั้นจึงฝากประชาสัมพันธ์มายังประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้มีความเข้าใจในสถานการณ์ และปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้อง อย่างเคร่งครัดต่อไป




ประนนท์  ไม้หอม / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ 

4 ทศวรรษการสาธารณสุขมูลฐานไทย : จากตำนานสู่นวัตกรรม

สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญชวนบุคคลเข้าร่วมประชุมวิชาการประจำปี 2557 และปาฐกถาณัฐ ภมรประวัติ ครั้งที่ 27 เรื่อง 4 ทศวรรษการสาธารณสุขมูลฐานไทย : จากตำนานสู่นวัตกรรม ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2557 ณ หอประชุมณัฐ ภมรประวัติ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน เพื่อเป็นเวทีเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำเสนอบทเรียนแห่งความสำเร็จและนวัตกรรมด้านสาธารณสุขมูลฐาน ระหว่างนักวิชาการ นักสาธารณสุข นักปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิจัย นักศึกษา ศิษย์เก่าและผู้ที่สนใจ จำนวน 300 คน ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสุขภาพประชาชนในสถานพยาบาลและชุมชน  เพื่อเตรียมรับประชาคมอาเซียนต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานเทคโนโลยีและสื่อสารการเรียนรู้ โทร.0-2441-9040 ต่อ 48,51 โทรสาร 0-2441-9994 หรือ เว็บไซต์ www.aihd.mahidol.ac.th/seminar2014 

ธ.ก.ส.จังหวัดนครพนมประชุมผู้บริหารซักซ้อมการจ่ายเงินรับจำนำข้าว

ธ.ก.ส.จังหวัดนครพนม  เรียกประชุมผู้จัดการสาขาทุกสาขาในจังหวัดนครพนม  เพื่อซักซ้อมการจ่ายเงินรับจำนำข้าวให้ชาวนา  พร้อมจ่ายเงินให้ชาวนาภายใน 3 วันทำการหลังได้รับเงินจัดสรร

นายสุรชัย  ไพจิตรหทัย  ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดนครพนม  ได้เรียกประชุมผู้จัด ธ.ก.ส.ทุกสาขาในจังหวัดนครพนม  เพื่อเตรียมพร้อมในการจ่ายเงินรับจำนำข้าวให้ชาวนา  โดยสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดนครพนม  ได้รับเงินจัดสรรในวงเงิน 650 ล้านบาท  ให้ทุกสาขา  จัดทำสัญญาโครงการรับจำนำข้าว  จำนวน 14,000 ราย  ในวงเงิน 1,200 ล้านบาท  ให้แล้วเสร็จภายใน 30 พฤษภาคม 2557  โดยทุกสาขาจัดดำเนินการจ่ายเงินโครงการโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากลูกค้าที่จำนำประทวนภายใน 31 พฤษภาคม 2557  ส่วนเงินที่ยังไม่ได้รับอีกประมาณ 500 กว่าล้านบาท  ทางธนาคารจะโอนเงินที่สำนักงานจังหวัดได้รับจัดสรรเพิ่มเติมในวันที่ 6 มิถุนายน และ 13 มิถุนายน 2557  ซึ่งสาขาจะจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการหลังจากได้รับเงินจัดสรรจากสำนักงานใหญ่  ทั้งนี้  ให้ชาวนาไปทำสัญญากับ ธ.ก.ส. ได้ทุกสาขาที่มีภูมิลำเนา  ภายในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้

วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2557

ขอเชิญเฝ้าละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในการเสด็จพระราชดำเนินเปิดงาน วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2557 ในวันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2557 เวลา 14.00 น. ณ กรมการข้าว เกษตรกลาง บางเขน กรุงเทพมหานคร

เชิญเยี่ยมชม นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชาวนาและข้าวไทย องค์ความรู้ด้านข้าว "ข้าวไทย...หัวใจแห่งแผ่นดิน” ผลงานวิจัย "เทคโนโลยีข้าวไทย...หัวใจแห่งการพัฒนา” การแสดงวัฒนธรรม "ข้าวไทย...สายใยแห่งแผ่นดิน” การเสวนา "ชาวนาเข้มแข็ง...แรงขับเคลื่อนข้าวไทย” และตลาดนัดข้าวไทยที่มีข้าวสุขภาพมาให้เลือกซื้อมากมาย ในระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ที่บริเวณกรมการข้าว เกษตรกลาง บางเขน กรุงเทพมหานคร

ชาวนานครพนมดีใจได้เงินรับจำนำข้าว

ชาวนานครพนมดีใจได้รับเงินจำนำข้าว  เดินทางให้กำลังใจ คศช.ที่จังหวัดทหารบกนครพนม  ค่ายพระยอดเมืองขวาง  ต.นาโพธิ์  อ.เมือง จ.นครพนม

นายอุทิน  บัวเคน  หัวหน้าตัวแทนชาวนาจังหวัดนครพนม  พร้อมด้วยชาวนาจังหวัดนครพนม   จำนวน 400 คน  เข้ายื่นหนังสือให้กำลังใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  ที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว   และคาดหวังว่า คศช.จะมีมาตรการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ  ปัญหาข้าวเปลือกมีราคาสูง  ตลอดจนหาตลาดเพื่อการส่งออกข้าวเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับชาวนาในระยะยาว  โดยมี พ.อ.อดุล  เพชรวชิระปราณี  รองผู้บัญชาจังหวัดทหารบกนครพนม  และนายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  รับมอบหนังสือ

โดย พ.อ.อดุล  เพชรวิชระปราณี  รองผู้บัญชาการจังหวัดทหารบกนครพนม  ได้แจ้งว่าจะรวบรวมการช่วยเหลือชาวนารายงานไปยัง คศช. หากชาวนาต้องการความช่วยเหลือให้ติดต่อมาที่จังหวัดทหารบกนครพนม  โทรศัพท์  0-4205-1491

จังหวัดนครพนมซ้อมแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ซ้ำ

จังหวัดนครพนมซ้อมแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ซ้ำ  เพื่อซ้อมแผนเตรียมความพร้อมรับการระบาดของโรคแบบ Table Top Exercise ในกลุ่มบุคลากรที่รับผิดชอบ

นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  กล่าวว่า  จากสถานการณ์ปัญหาการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่   ไข้หวัดนก  และโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ใหม่ 2012 ซึ่งเป็นกลุ่มของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่  อุบัติซ้ำ  และกำลังเป็นปัญหาทั่วโลกให้ความสำคัญ  เนื่องจากทุกปีจะมีโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ซ้ำเกิดขึ้น  ซึ่งมีความซับซ้อนในการแก้ปัญหา  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ  เศรษฐกิจและสังคม  โดยในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา มีโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อุบัติซ้ำที่เกิดขึ้น คือโรคซาร์ส  โรคไข้หวัดนก  โรคไข้หวัดใหญ่ 2009  ดังนั้นจังหวัดนครคพนมจึงจำเป็นต้องเตรียมการเฝ้าระวังและป้องกัน  สกัดกั้นการระบาดของโรค  โดยมีการซ้อมแผนเตรียมความพร้อมรับการระบาดของบุคลากรผู้รับผิดชอบ  จำนวน 150 คน ที่โรงพยาบาลนครพนม  โดยมีการบรรยายและสรุปสถานการณ์โรค  การซ้อมแผนบนโต๊ะ  สถานการณ์สมมุติ  5 สถานการณ์  และการซ้อมแผนบทบาทสมมุติ  Incident Command  System

ผู้ว่า ฯ หนองคาย พร้อมคณะมอบสิ่งของและตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหาร

วันที่ 26 พ.ค. 57 (เวลา 13.30 น.) นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พล.ต.กฤษณะ เกิดทองคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองคาย , พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.หนองคาย พร้อมคณะ และประชาชนชาวหนองคายจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปเยี่ยมและมอบสิ่งของแก่ทหารที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือประชาชน กกล.รส.ประจำจังหวัดหนองคาย กองพันทหารปืนใหญ่ ที่ 13

จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านตรวจหนองสองห้องถนนมิตรภาพหนองคาย-อุดรฯ และที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ซึ่งบรรยากาศการเข้า-ออกของประชาชนและรถขนส่งสินค้าเป็นไปโดยปกติ


ติดตามข่าวทาง https://www.facebook.com/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย

กลุ่มชาวนาหนองคาย ได้เดินทางมาขอบคุณและมอบช่อดอกไม้แก่ทหาร กกล.รสประจำจังหวัดหนองคาย

วันที่ 27 พ.ค..57 เวลา 10.30 น. ที่หน้าหอประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย             กลุ่มชาวนาหนองคาย ได้เดินทางมาขอบคุณและมอบช่อดอกไม้แก่ทหาร กกล.รสประจำจังหวัดหนองคาย โดยมี นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พล.ต.กฤษณะ เกิดทองคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองคาย, พ.อ.ปิยะพณห์  ฐิติวัฒนานนท์ และพ.ท.รัฐวุฒิ  กระบวนรัตน์ พร้อมทั้ง นายยุทธพงศ์ ภัทรธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดหนองคาย ร่วมรับมอบ ทั้งนี้ตัวแทนชาวนาได้กล่าวแสดงความขอบคุณทหารผ่านทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ที่ได้ช่วยเหลือชาวนาในการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าว โดยการจ่ายเงินค้างชำระโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ชาวนาที่กำลังลำบากสามารถมีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวได้ ส่งผลให้มีขวัญและกำลังใจเพิ่มมากขึ้น

ทางด้าน  ธ.ก.ส.จังหวัดหนองคาย  พร้อมจ่ายเงินรับจำนำข้าว ปีการผลิต 2556/57 ที่ยังคงค้างเกษตรกรอยู่อีก 52.2 ล้านบาท โดยใช้เงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา และเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้จัดหา คาดจ่ายให้หมด ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 นี้

นายยุทธพงศ์  ภัทธพงศ์  ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.หนองคาย มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ฯ จำนวน 4,403 ราย จำนวนข้าวเปลือก 16,300 ตัน จำนวนเงิน 293 ล้านบาท มีเกษตรกรที่ได้รับเงินไปแล้ว จำนวน 3,398 ราย จำนวนเงิน 240,785,089.-บาท คงเหลือที่ยังไม่ได้รับ จำนวน 1,005 ราย จำนวนเงิน 52,214,911.-บาท ซึ่งธนาคารได้โอนงบประมาณจำนวนคงค้างมาให้ ธ.ก.ส.จังหวัดหนองคายแล้ว สาขาต่าง ๆ ได้นัดหมายลูกค้ามาทำสัญญากู้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับเงินได้ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 และขอเน้นย้ำว่าการจ่ายเงินครั้งนี้เป็นการโอนเข้าบัญชีลูกค้า สามารถเบิกจ่ายที่หน้าเคาเตอร์ หรือกดผ่านตู้ เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.ได้ การดำเนินการทุกขั้นตอนไม่มีการลัดคิว หรือเสียค่าธรรมเนียมในการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ขออย่าได้เชื่อฟ้งผู้แอบอ้าง หากมีกรณีสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ ธ.ก.ส.จังหวัดหนองคาย หมายเลขโทรศัพท์ 0-4246-5336 (ต่อ 60) หรือ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-5550555

จากนั้น ทางคณะ ฯ ได้เดินทางไปที่ ธ.ก.ส.สาขาดงเจริญ บ.ดงเจริญ ต.หินโงม อ.เมือง จ.หนองคาย เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวนา ซึ่งวันนี้มีผู้มารับเงินกว่า ๑๐ ราย




ข่าวประจำเดือน พฤษภาคม ๒๕๕๗  ข่าว /พิมพ์ 
สุภาพ นพเก้า

ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดผู้บริหารท้องถิ่นในกาฬสินธุ์ 2 ราย ฐานทุจริต

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ สรุปผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน ตุลาคม 2556 – มีนาคม 2557 มีข้อมูลเรื่องกล่าวหา 133 เรื่อง การตรวจสอบทรัพย์สิน รวม 572 บัญชี พบท้องถิ่นทุจริตร้อยละ 40 ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว 2 ราย ระดับผู้บริหารท้องถิ่น

นายจำเนียร มูลสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เผยว่า ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือน ตุลาคม 2556 – มีนคม 2557 แยกเป็นด้านการปราบปรามเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องกล่าวหา มีเรื่องค้างเก่า จำนวน 27 เรื่อง รับใหม่ 45 เรื่อง เรื่องรับมาจากส่วนกลาง 61 เรื่อง รวม 133 เรื่อง ผลการดำเนินงานเสนอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง 1 เรื่อง ไม่รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริง 3 เรื่อง ส่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) 4 เรื่อง ส่งเลขาธิการสำนักงานฯ เพื่อพิจารณาบัตรสนเท่ห์ จำนวน 1 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินงาน 124 เรื่อง ด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน มีบัญชีค้างเก่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2556 จำนวน 286 บัญชี บัญชีรับใหม่ระหว่าง 1 ตุลาคม – 31 มีนาคม 2557 จำนวน 286 บัญชี รวม 572 บัญชี ผลการดำเนินการตรวจแล้วเสร็จเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 220 บัญชี อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ จำนวน 352 บัญชี

ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบกลุ่มบุคคล กลุ่มอาชีพ และหน่วยงานที่มีการกล่าวหามากที่สุดคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาล และ อบต. อบจ. มากถึงร้อยละ 40 และทาง ป.ป.ช. ยังชี้มูลความผิดผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องรับโทษฐานความผิดตามกฎหมายอีกจำนวน 2 ราย อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอยางตลาด




สุรพล คุณภักดี/ข่าว

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นเชิญสื่อชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่ชี้แจง แนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และการปฏิบัติตามคำสั่งประกาศของ คสช. ในช่วงสถานะบ้านเมืองไม่ปกติ

บ่ายวันนี้ ( 27 พฤษภาคม 2557 ) ที่ห้องประชุมสโมสร นายทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พลตรี ภัทรพล รักษนคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย รองผู้บัญชาอีก 2 ท่าน คือ พันเอก ปริญญา บูรณะปัญญา และ พันเอก ประกิจ ทัพทอง ได้เชิญสื่อมวลชนทุกแขนงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งโทรทัศน์,วิทยุ,หนังสือพิมพ์,เคเบิลทีวี,วิทยุชุมชน และสื่อSocial Midia จำนวนประมาณ 200 คน มาประชุมชี้แจงเกี่ยวกับ ประกาศ คำสั่งต่างๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่สื่อมวลชนจะต้องทราบ และปฏิบัติโดยเคร่งครัด ตลอดจนชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ไปสู่ประชาชนของสื่อมวลชนต่างๆ

ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แจ้งให้สื่อมวลชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชน ได้รับทราบว่าในช่วงนี้ ขอให้ยุติการออกอากาศ เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารไปก่อนตามประกาศ และคำสั่ง คสช. และหากสื่อมวลชนใดมีการสัมภาษณ์หรือเผยแพร่ข่าวสาร อันเป็นการหมิ่นพระมหากษัตริย์ จะถูกดำเนินคดีทาง ศาลทหารเท่านั้น จึงขอฝากเตือนให้ปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. โดยเคร่งครัด





สมพงษ์/ข่าว/พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ พิมพ์
(27 พฤษภาคม 2557) 

ขอนแก่นเตรียมจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน 7 มิถุนายน 2557

จังหวัดขอนแก่นเตรียมจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน 7 มิถุนายน 2557 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น มีการแสดงนิทรรศการประวัติและความเป็นมาของสหกรณ์, การเสวนา การจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ และการมอบรางวัลสหกรณ์นักเรียนดีเด่น

นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 7 มิถุนายน ขอทุกปี ตรงกับวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งให้จัดการเรียนรู้วิชา สหกรณ์ ขึ้นในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กำหนด ให้เป็นวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็น การเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และเผยแพร่กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน จังหวัดขอนแก่น จึงได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม เนื่องในวันสหกรณ์นักเรียน ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ณ ศาลาประชาคม จังหวัดขอนแก่น ทิศตะวันออก ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยในงานจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยการแสดง นิทรรศการ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความรู้เรื่องสหกรณ์ ของโรงเรียนต่างๆ การเสวนาเกี่ยวกับสหกรณ์ การจำหน่ายสินค้าราคาถูก ของสหกรณ์ต่างๆ และการมอบรางวัลให้แก่นักเรียน และสถานศึกษาที่มีการจัดกิจกรรมสหกรณ์ดีเด่น ในรอบปี ที่ผ่านมา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยต่อไปว่า จังหวัดขอนแก่น จึงขอเชิญ สมาชิก สหกรณ์ต่างๆ นักเรียน นักศึกษา ประชาชนและผู้สนใจไปร่วมกิจกรรมเนื่องในวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนแห่งชาติ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2557 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น โดยพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการขอนแก่นเป็นประธานเปิดงาน



สมพงษ์/ข่าว/พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ พิมพ์
(27 พฤษภาคม 2557)

ชาวนาขอนแก่นดีใจหลัง ธกส.จ่ายเงินค่าจำนำข้าววันนี้ 650 ล้าน

วันนี้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยพลตรีภัทรพล รักษนคร ผบ.มทบ.23 ตรวจเยี่ยมการจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาตามโครงการรับจำนำข้าว ณ สำนักงาน ธกส. ขอนแก่น ซึ่งมีเกษตรกรในอำเภอเมืองขอนแก่นมารอคิวรับเงินค่าจำนำข้าวจำนวนมากจนทาง ธกส.ได้กางเต้นท์เพื่อให้เกษตรกรมีที่หลบแดดขณะรอคิวรับเงิน นายธนู โตสัจจะ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธกส.ขอนแก่นกล่าวว่า สำหรับจังหวัดขอนแก่นมีเกษตรกรเข้าร่วมการจำนำข้าวจำนวน 58,615 ราย เป็นวงเงิน 2,680 ล้านบาท จ่ายไปแล้ว 28,428 ราย เป็นเงิน 1,261 ราย คงเหลือ 30,185 ราย เป็นเงิน 1,419 ล้านบาทสำหรับวันนี้ทาง ธกส.ขอนแก่นจ่ายเงินค่าจำนำข้าว อีกจำนวน 650 ล้านบาท เฉพาะสาขา อำเภอเมืองขอนแก่นจ่ายเงินให้เกษตรกรจำนวน 30 ล้านบาทหลังการจ่ายเงินเสร็จในวันนี้จะมีเกษตรกรได้รับเงินไปแล้วใน 13 อำเภอ เหลืออีก 13 อำเภอคาดว่าจะจ่ายเงินได้ภายในไม่เกินวันที่ 15 มิถุนายนขอให้เกษตรกรผู้ที่จำนำข้าวได้สบายใจได้ ทางด้านนางหุ่น ใจลึก เกษตรกรบ้านห้วยซัน ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวด้วยความดีใจว่าหลังจากยายรอคอยมาหลายเดือนไม่ได้เงินซักทีวันนี้ดีใจมากที่ผู้ใหญ่บ้านประกาศให้มารับเงินที่ ธกส.ขอนแก่นโดยตนเองได้รับเงินค่าจำนำข้าวจำนวน 190,000 บาทส่วนหนึ่งก็จะเอาไปใช้หนี้ที่ได้ยืมมาอีกส่วนก็จะให้แบ่งให้ลูกหลาน และที่ลืมไม่ได้คือจะฝากธนาคาร ธกส.ไว้ใช้ส่วนหนึ่ง

พายุฤดูร้อนถล่มชัยภูมิ เสียหายหนักกว่า 200 หลัง

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ 26 พ.ค.57 เกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองอย่างหนักนานกว่า 2 ชั่วโมง ในพื้นที่ตำบลบ้านเพชร อ.บำเหน็จณงค์ จ.ชัยภูมิ แรงลมทำให้บ้านเรือนราษฎร ยุ้งฉางข้าว ร้านค้า อู่ต่อรถอีแต๋น ในตลาดคำปิง บ้านหนองแวง และบ้านโคกสว่าง กว่า 10 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง กว่า 200 หลังคาเรือน หนักสุด คือ หมู่ 23 เสียหาย 23 หลัง และหมูที่ 19 เสียหาย 39 หลัง ได้พัดต้มไม้ ล้มทับเสาไฟฟ้าแรงสูง ทางเข้าหมู่บ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเห็นณรงค์  เจ้าหน้าที่ อบต.บ้านเพชร ต้องระดมกำลัง เจ้าหน้าที่ ช่วยกันตัดกิ่งไม้ และประสานการไฟฟ้ามาซ่อมแซม จนใช้การได้แล้ว

นายธีรวัฒน์  ธรรมโสภารัตน์ นายก อบต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ เปิดเผยว่า ถือเป็นพายุรุนแรง สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เบื้องต้น ได้เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อประมะเมิน และให้คงวามช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นค่าซ่อมแซมบ้านในเร็วๆนี้



สุระพงค์  สวัสดิ์ผล /ข่าว

ชาวนาชัยภูมิดีใจ ได้รับเงินจำนำข้าวแล้ว

เกษตรกรชาวนา ดีใจ ได้เงิน จำนำข้าวแล้วหลังรอมานาน บอกจะรีบนำเงินไปใช้หนี้ ขณะที่ ทาง ธกส. ยืนยัน เงินงวดแรกจะเร่งจ่ายให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้

ที่สำนักงาน ธกส. สาขาเมืองชัยภูมิ ตลอดทั้งวันของวันนี้ (27 พ.ค.57) มีเกษตรกร ที่ยังไม่ได้รับเงิน ตามโครงการรับจำนำข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2556/2557  จากหมู่บ้านต่างๆ เดินทางมาทำสัญญา กับ ธกส. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งตามคิว ให้มาทำสัญญาวันละ 50 คน บางคนที่ทำสัญญาแล้วเสร็จ ตั้งแต่เมื่อวาน มีเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว  ก็ได้นำสมุดมาถอนเงินไปใช้จ่าย ทำให้บรรยากาศ บริเวณ สำนักงาน ธกส.เมืองชัยภูมิ มีความคึกคัก

เวลาต่อมา พลตรีมารุต  ลิ้มเจริญ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 2  ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ชัยภูมิ พร้อมด้วยนายพรศักดิ์  เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.พินิต  มณีรัตน์ ผบก.ภจว.ชัยภูมิ เดินทางมาตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ ธกส. และเกษตรกร ที่เดินทางมาทำสัญญา พร้อมทั้งร่วมกันทำพิธีมอบเงินโครงการรับจำนำข้าวให้กับเกษตรกร ให้เกษตรกรด้วย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งหลายคนรู้สึกดีใจ ที่ได้รับเงิน จะนำเงินไปใช้หนี้เก่า ลงทุนทำนาฤดูกาลใหม่ และใช้เป็นค่าเล่าเรียนของลูก ยืนยันอยากให้ ทำโครงการช่วยเหลือชาวนาให้ได้ราคาดีๆ อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้ขายข้าวได้ราคาสูง ลดการขาดทุน มีเงินเหลือใช้บ้าง เพราะหากขายได้ในราคาตามท้องตลาด ไม่มีการช่วยเหลือจากรัฐบาล เกษตรกรจะอยู่ไม่ได้ ประสบภาวะขาดทุน ไม่มีที่สิ้นสุด

ด้านพลตรีมารุต  ลิ้มเจริญ ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 2  ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ชัยภูมิ กล่าวว่า งวดแรกนี้ มีเงินเข้ามาตามโครงการ ในจังหวัดชัยภูมิ 403 ล้านบาท  เป้าหมายให้ให้เกษตรกร จำนวน 4,000 กว่าราย หรือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกร ที่ยังไม่ได้รับเงิน 8,000 กว่าราย วงเงิน 800 กว่าล้านบาท ได้เริ่มจ่ายเงินมาตั้งแต่เมื่อวาน  ณ วันนี้ จ่ายไป เกือบ 40 ล้านแล้ว เกษตรกร 700 กว่าราย จากการติดตามการจ่ายเงิน ธกส.ทุกสา ทำได้ตามเป้า วันแรกอาจติดปัญหาบ้าง ในเรื่องธุรการ แต่ก็ถือว่า จ่ายได้ตามเป้า คืออย่างน้อยได้วันละ 300 ราย  ยืนยันว่า งวดแรก 403 ล้าน นี้ จะจ่ายให้หมดภายในสิ้นเดือนนี้  ขณะที่ เงินงวดที่สอง ก็พร้อมที่จะโอนเข้ามา ให้สามารถจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ชาวนา ที่ชัยภูมิ ที่ค้างจ่าย จะได้รับเงินทุกคน



สุระพงค์  สวัสดิ์ผล /ข่าว

บุรีรัมย์-ทหารเข้าดูแลความปลอดภัย ธ.ก.ส.จ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนา

ธกส.บุรีรัมย์ระดมเจ้าหน้าที่ออกทำสัญญานอกสถานที่ เพื่อเร่งจ่ายเงินจำนำข้าวให้ชาวนาปูพรมทุกตำบล หลังได้รับจัดสรรเงินก้อนแรก คาดจ่ายให้ชาวนาได้กว่า 15,000 ราย จากที่ยังค้างจ่ายกว่า 34,500 รายวงเงิน 2,670 ล้าน ขณะ ผบ.จทบ.และผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามการทำสัญญาและจ่ายเงินชาวนา

พลตรีเสริมศักดิ์ นิยะโมสถ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ และผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบประจำพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการทำสัญญาและจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนา ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขา อ.เมือง และที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านยาง ต.บ้านยาง อ.เมือง ซึ่งในวันนี้ทางธนาคาร ธกส.ทั้ง 24 สาขา ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกให้บริการทำสัญญาให้กับชาวนา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ก่อนที่จะโอนเงินเข้าบัญชีให้กับชาวนาตามลำดับคิว หลังจากที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการจ่ายให้กับชาวนาที่ยังคงค้างในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ก้อนแรกกว่า 1,240 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายให้ชาวนาได้กว่า 15,000 ราย จากที่ยังมีชาวนาทั้งจังหวัดไม่ได้รับเงินอยู่จำนวน 34,557 ราย วงเงินกว่า 2,670 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการทำสัญญาให้ชาวนาครบทั้ง 34,557 ราย ได้ไม่เกินวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่จะถึงนี้ ขณะชาวนาที่เดินทางมาทำสัญญาตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ออกให้บริการ ต่างรู้สึกดีใจที่จะได้รับเงินหลังต้องทนรอมานานกว่า 6 เดือน พร้อมขอบคุณทหารที่เร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวนา

ด้านนายกัณห์ รัตนสกุลชาติ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ธกส.ทั้ง 24 สาขาได้ออกให้บริการทำสัญญานอกสถานที่ในเชิงรุก เพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวนาได้รับเงินรวดเร็วมากขึ้น โดยเงินก้อนแรกที่ได้รับคาดว่าจะดำเนินการจ่ายให้แล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวนา ได้นำเงินไปซื้อปัจจัยการผลิต

จัดเสวนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ของจังหวัด เพื่อร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สาธารณภัย และภาวะวิกฤต

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานเปิดจัดการประชุมสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและภาวะวิกฤตจังหวัดบึงกาฬ ณ ห้องประชุมสิรินธารา โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมี นายสาโรช บุญบุตร ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเป็นผู้กล่าวรายงาน

ด้วยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 งบยุทธศาสตร์กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อดำเนินโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณภัย และภาวะวิกฤติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และกรอบแนวทางการปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมที่จะประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหาสาธารณภัยและการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติ ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจ และสามารถถ่ายทอดไปสู่ประชาชนได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เพื่อสร้างกรอบแนวทางในการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการปฏิบัติตามแผนสาธารณภัย และภาวะวิกฤติ ที่กลุ่มเป้าหมายจะนำไปขยายผล เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ครอบคลุม ทุกพื้นที่รับผิดชอบของกรมประชาสัมพันธ์ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย สื่อมวลชนท้องถิ่นทุกแขนง นักจัดรายการวิทยุ ผู้แทนสถานีวิทยุหลัก สถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดบึงกาฬ อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน จำนวน 45 คน การประชุมสัมมนาใช้ระยะเวลา 1 วัน โดยมีทั้งการบรรยาย การอภิปราย การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

ในการจัดประชุมสัมมนาฯในวันนี้ ได้รับการสนับสนุน วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ และสำนักงานขนส่งจังหวัดบึงกาฬ ตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬรวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ให้เกียรติร่วมพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ภาวะวิกฤติจังหวัดบึงกาฬ ในครั้งนี้ 

จ.บึงกาฬ จุดผ่อนปรนชั่วคราวเงียบเหงาหลังถูกสั่งปิด

จุดผ่อนปรนห้วยคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ เงียบเหงาหลังถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งปิดชั่ว ทำให้การค้าขายและการเดินทางไปมาของประชาชนไทย-ลาว ที่จุดผ่อนปรนแห่งนี้ต้องหยุดชะงักลง

ที่บริเวณจุดผ่อนปรนห้วยคาด ซึ่งเป็นท่าเรือขนาดเล็กเปิดให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬและประชาชน บ้านทวย เมืองปากซัน แขวงบริคำไซ สปป.ลาว รวมทั้งการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างกัน โดยดัดแปลงเรือหาปลาเป็นเรือรับส่งผู้โดยสารและสินค้าปกติจุดผ่านแดนจุดนี้ จะมีประชาชนทั้งสองประเทศไปมาหาสู่กันเป็นประจำ แต่เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งปิดจุดผ่อนปรนแห่งนี้เป็นการชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ณ จุดผ่อนปรนแห่งนี้ จะมีหน่วยทหารจากทหารพรานกองร้อยที่ 2103 จากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำกำลังเข้าดูแล ส่งผลให้จุดผ่อนปรนแห่งนี้เงียบเหงา 

ฝนตกช่วยชาวนาเร่งไถ่นาปักดำข้าว

จังหวัดบึงกาฬเริ่มมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรชาวนาที่มีผืนนาในที่ลุ่มต่ำ เร่งลงนาไถ่นา ดำนา เพื่อให้ให้ต้นข้าวเติบโต ก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลาก เพื่อให้ต้นข้าวโตสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง

ปีนี้นับว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่ฝนมาเร็วกว่าทุกปี เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนาในจังหวัดบึงกาฬ ต่างดีใจเมื่อมีฝนตกลงมาและเข้าสู่ฤดูทำนา ประกอบกับมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสัปดาห์ ทำให้ตามท้องทุ่งนามีน้ำขังเพียงพอต่อการทำนา ชาวนาบึงกาฬที่มีผืนนาในที่ราบลุ่ม จึงเร่งลงนาไถ่นา ดำนา หว่านข้าว เพื่อต้นข้าวที่ปักดำเติบโตแข็งแรง ให้ทันตามฤดูการก่อนที่จะถึงฤดูน้ำหลาก เพื่อให้ต้นข้าวโตทันเพื่อหนีน้ำไม่จมน้ำยืนต้นตาย อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาฝนทิ้ง เมื่อถึงเวลานั้นต้นข้าวก็จะมีความแข็งแรง สมบูรณ์ ทนต่อต่อความแห้งแล้งไม่ยืนต้นตายแน่ ประกอบกับปีนี้ในพิธีพืชมงคลพระโคเสี่ยงทายกินหญ้า คาดว่าปีนี้พืชพันธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ฝนฟ้าจะตกลงมาถูกต้องตามฤดูกาล ชาวนาจึงต้องเร่งทำนา เพราะเชื่อว่าปีนี้จะเป็นไม่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง นาข้าวขาดน้ำยืนต้นตายเหมือนปีที่ผ่านมา 

ทหาร - ตำรวจ ตั้งด่านคุมเข้มตามแนวชายแดน จ.บึงกาฬ

ทหาร ตำรวจ ทหารพราน หน่วยเรือ นรข. ตั้งด่านคุมเข้มตามแนวชายแดนจังหวัดบึงกาฬ ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศของผู้ไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. และการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ป้องกันการขนยาเสพติดเข้าประเทศ

จากการประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในช่วงเย็นวันที่ (22 พ.ค.2557) ที่ผ่านมา บรรยากาศตามแนวชายแดนจังหวัดบึงกาฬ มีทหารจาก ร.13 พัน 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยร่วมจากตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยกองร้อยทหารพราน 2103 หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬทหารจากหน่วยมวลชนสัมพันธ์ 2112 ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของ คสช. ตั้งด่านคุมเข้มบนถนนสาย 212 บริเวณหน้าตู้ยามตำรวจ สภ.ปากคาด และบนถนนสาย 222 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีออกนอกประเทศของผู้ที่มีรายชื่อเข้ารายงานตัว แต่ไม่เข้ารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ป้องกันการขนอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาก่อความไม่สงบ หลังมีการจับอาวุธและบุคคลจำนวนหนึ่งได้ที่จังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ และยังเป็นการดูแลกลุ่มผู้ไม่หวังดีอีกด้วย 

กอ.รมน.บึงกาฬ จัดตั้งทหารกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ

วันนี้ (24 พ.ค. 57) พลตรี บำรุง ศรีเสวก รองผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.สมท.กอ.รมน.) พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารกองหนุน ตามโครงการกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง ที่สนามฝึกกองร้อย ตชด. 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมี พันเอก ธนากร พงศาวลี รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ ให้การต้อนรับ ทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ยามปกติทหารกองหนุน และทหารกองเกินที่มีอยู่จำนวนมากทั่วทุกภาค จะเป็นพลังเสริมความมั่นคงในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในยามสงครามจะเป็นกำลังสำรองหลักที่สำคัญยิ่งของกองทัพ ในอันที่จะเสริม ทดแทน หรือจัดตั้งหน่วยใหม่ เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ จึงเป็นผู้มีระเบียบ วินัย กล้าหาญ อดทน มากกว่าประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ นับวันจะทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันป้องกันและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง กอ.รมน. เห็นว่าทหารกองหนุนและทหารกองเกิน เป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพสูงในการที่จะเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยคุกคาม ตลอดจนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้จัดตั้งทหารกองหนุนและทหารกองเกิน เป็นกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ (กนช.) โดยเป็นทหารกองหนุนและทหารกองเกิน ประกอบด้วยทหารกองหนุนและทหารกองเกินทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดบึงกาฬ รวม 100 นาย และเพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยคุกคามด้านความมั่นคงพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขยายเครือข่ายมวลชนจัดตั้งเป็นกลุ่มมวลชนของ กอ.รมน. 

ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 42/2557 เรื่อง แก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน

ประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ฉบับที่ 42/2557
เรื่อง แก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน

ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง ห้ามออกนอกเคหะสถาน โดยห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 22.00 ถึง 05.00 น. ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่องข้อยกเว้นการห้ามออกนอกเคหะสถานนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงกำหนดแก้ไขห้วงเวลา ห้ามออกนอกเคหะสถาน และแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1.ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักร ออกนอกเคหะสถาน ภายในเวลา 00.01 ถึง 04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

2.การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ในการรับส่งเงินและทรัพย์สินมีค่าของธนาคารให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยการรับส่งเงินของธนาคาร เดินทางในห้วงเวลากลางคืน และพกพาอาวุธเพื่อประกอบธุรกิจ

3.การปฏิบัติของผู้ประกอบธุรกิจการขนส่งในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน ให้ยังคงปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 17/2557 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เรื่อง การอนุญาตให้ขนส่งสินค้าในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหะสถาน
ประกาศ ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557



พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 

สสจ.มหาสารคามร่วมรณรงค์ 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

สสจ.มหาสารคาม รณรงค์ 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก สร้างกระแส" มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่ ” โดยรวมพลังทุกหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อน ชุมชน ให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ พร้อมขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอ ให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน

                 นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การบริโภคยาสูบเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ที่สามารถป้องกันได้ การบริโภคยาสูบของประชากรโลกทำให้ผู้คน ล้มตายประมาณ 6 ล้านคนในแต่ละปี และมากกว่า 600,000 คน ตายเพราะการได้รับควันบุหรี่มือสอง หากเราละเลยในเรื่องนี้อนาคตไม่ถึง 20 ปี ข้างหน้า ค.ศ. 2030 คาดการณ์ว่าจะมีคนตายจากการสูบบุหรี่ถึง 8 ล้านคน ต่อปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 80 จะเป็นประชากรที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงรายได้ปานกลาง  ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยในปี พ.ศ. 2557 นี้ ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ไว้ว่า "Raise taxes on tobacco”ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ใช้ภาษาไทยว่า "บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด ”โดยการรณรงค์ในปีนี้องค์การอนามัยโลกจะเน้นเชิญชวนให้นานาประเทศทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลของตนเองขึ้นภาษียาสูบให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

                     ดังนั้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม จึงขอความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์สร้างกระแส โดยเน้นมาตรการ" บุหรี่ : ภาษียิ่งเพิ่ม คนตายยิ่งลด” ซึ่งเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมาจังหวัดมหาสารคาม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ( MOU) ในการดำเนินงานโครงการ " มหาสารคามเมืองปลอดบุหรี่ ” เพื่อเป็นการร่วมพลังสร้างกระแสรณรงค์โดยรวมพลังทุกหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อน ชุมชน ให้เกิดความตระหนักต่อปัญหาจากบุหรี่ตลอดจนร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดพื้นที่นำร่องในระดับอำเภอให้จัดการสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับเด็กและเยาวชนในชุมชน





ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สื่อมวลชนมหาสารคามทุกสาขา เข้ารับฟังคำชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ข่าวสารจาก รอง ผบ.กกล.รส.

สื่อมวลชนทั้งสาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวี และหนังสือพิมพ์ ในจังหวัดมหาสารคาม เข้ารับฟังคำชี้แจงแนวทางการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่อมูลข่าวสารไปยังประชาชน จาก รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม เพื่อลดความแตกแย้ง นำพาประเทศชาติสู่ความสงบโดยเร็ว

            (27-5-57) ที่ห้องประชุม 406 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม พ.อ.นรธิป โพยนอก รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิรันดร์ พะนมชัย รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม และ พ.ท.สุพล พละสุ หัวชุดประชาสัมพันธ์สำนักงานกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันชี้แจงแนวทางปฏิบัติและการเผยแพร่ข่าวสารให้กับสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยมีสื่อมวลชนทั้งสาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เคเบิลทีวี และหนังสือพิมพ์ ร่วมรับฟังและสะท้อนแนวทางการปฏิบัติงานรวมกว่า 100 คน

            รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การประกาศกฎอัยการศึกษา จนทำให้มีการแต่งตั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ผ่านมาในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารได้รับความร่วมมือจากสื่อทุกสาขาในจังหวัดมหาสารคาม เป็นอย่างดี คาดว่าไม่นานเหตุการณ์ก็จะสงบเรียบร้อย สิ่งสำคัญขอให้สื่อมวลชนได้ร่วมกันสร้างความรัก ความสามัคคี ลดความขัดแย้ง สร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันสำคัญของชาติโดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์

               ทั้งนี้ สื่อมวลชนที่มาร่วมรับฟังคำชี้แจง ต่างได้สะท้อนแนวทางในการทำงาน โดยเฉพาะการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนและเคเบิลทีวี ซึ่งขณะนี้ยังถูกระงับการออกอากาศ จึงทำให้ไม่สามารถในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนในพื้นที่ได้




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ตัวแทนชาวนามหาสารคาม มอบดอกไม้ขอบคุณที่ คสช.เร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

ตัวแทนเกษตรกรจากทั้ง 13 อำเภอในจังหวัดมหาสารคาม มอบดอกไม้ขอบคุณ คสช.ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและ หน่วยทหาร พล.ร.6 ที่ได้เร่งดำเนินการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ขณะที่ชาวนาบอก ดีใจที่ได้เงินหลังรอคอยมานาน

               (27-5-57) ที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมจังหวัดมหาสารคาม ตัวแทนเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม กว่า 500 คน ที่มาจากทั้ง 13 อำเภอ ได้เดินทางมาแสดงความขอบคุณ หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีมติให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เร่งจ่ายเงินที่ค้างจ่ายเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2556/57 ด้วยการมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจ โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และ พ.อ.นรธิป โพยนอก รอง.ผบ.กกล.รส.จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้แทนในการรับมอบ พร้อมร่วมพบปะกับตัวแทนเกษตรกรที่เดินทางมาแสดงความขอบคุณในครั้งนี้

                ขณะที่บริเวณธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขามหาสารคาม ในวันนี้ก็ได้มีการมอบเงินในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกให้กับเกษตรกร โดยนางอนงค์ ทัพธานี และนายบุญโฮม คำแสนเงิน เกษตรกรจากบ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม กล่าวด้วยความรู้สึกดีใจที่รับเงิน หลังจากที่รอคอยมานาน โดยจะนำเงินที่ได้รับไปใช้หนี้เสียก่อน จากนั้นจะได้นำไปซื้อปุ๋ยและพันธ์กล้า เพื่อเริ่มทำนาในฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง

                ด้านนายสุรชัย แสงฉายา ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม มีเกษตรกรในโครงการรับจำนำข้าวฯทั้งหมด 50,778 ราย จำนวนเงินประมาณ 3,631 ล้านบาท ที่ผ่านมาได้จ่ายเงินแก่เกษตรกรแล้ว 28,148 ราย เป็นเงินกว่า 2,140 ล้านบาท คงเหลือเกษตรกรที่รอทำสัญญา 22,630 ราย จำนวนเงินกว่า 1,490 ล้านบาท ซึ่งเมื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้อนุมัติการจ่ายเงิน จึงได้เริ่มทำสัญญาและจ่ายเงินแก่เกษตรกร โดยคาดว่าภายในเดือนมิถุนายน 2557 จะสามารถจ่ายเงินให้กับเกษตรกรได้ครบตามจำนวนที่ทำสัญญา




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดขอนแก่น จัดงานโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทย

นางสาวผกามาศ บุญธรรม ประธานศูนย์กัลยามิตรขอนแก่น ได้เปิดเผยว่า วัดพระธรรมกาย และชมรมพุทธศาสตร์สากลในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มีโครงการจัด "โครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษาจำนวน 100,000 รูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย” ขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน -2 พฤศจิกายน 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระแสธรรมองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แผ่ปกคลุมทั่วผืนแผ่นดินไทยให้ดับร้อน ฝ่าภัยวิกฤติไปสู่ความเข็มแข็ง เจริญรุ่งเรืองและเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศได้ร่วมสั่งสมบุญบารมีในโครงการอุปสมบทหมู่บ้านเป็นแบบอย่างอันดีให้เกิดโครงการเช่นนี้ขึ้นทั่วประเทศไทย ดังสมญาว่า " แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” โดยให้มีการอุปสมบทเพื่อให้พุธศาสนิกชนได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นหลักในการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องสืบไป

นางสาวผกามาศ บุญธรรม ประธานศูนย์กัลยามิตรขอนแก่น ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า คุณสมบัติของผู้เข้าบรรพชา เป็นชายแท้อายุ 20-50 ปี จบการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 3ขึ้นไป สุขภาพแข็งแรงไม่เป็นโรคติดต่อ โรคจิตประสาทหรือโรคประจำตัวร้ายแรงอื่นๆและไม่ติดยาเสพติด ร่างกายไม่พิการ เช่นตาบอด หูหนวก แขนขาขาด ไม่มีรอยสักขนาดใหญ่ หรือสักเป็นรูปไม่เหมาะสม อยู่นอกร่มผ้าหรือครองจีวร และมีคุณสมบัติอื่นๆ ของผู้บวชตามกฎมหาเถรสมาคม เป็นต้น สำหรับผู้ที่ลางานได้ 4 เดือน อบรมตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน -16 ตุลาคม 2557 ( รวม 120วัน) และสำหรับ ผู้ที่อยู่รับกฐิน อบรมตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน – 2 พฤศจิกายน 2887 (รวม137 วัน) เริ่มอบรม วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน 2557 ณ วัดที่เป็นศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ บรรพชา วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2557 ณ วัดธรรมกาย อุปสมบท วันศุกร์ที่ 4 – วันเสาร์ที่5 กรกฎาคม 2557 ณ วัดต่างๆทั่วประเทศ สถานที่อบรม วัดที่ศูนย์อบรมประจำอำเภอทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดขอนแก่น ได้เปิดศูนย์บวชพระ ณ ศูนย์อบรมเยาวชนแก่นตะวัน ต. บ้านฝาง อ. บ้านฝาง จ. ขอนแก่น ซึ่งผู้สนใจติดต่อสมัครเพื่อร่วมอุปสมบทได้ที่ พระศรายุทธ จนฺทปาโมชฺโช โทรศัพท์ 088-0882452 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2557.      



พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียร่วมกับ 8 องค์กร จังหวัดขอนแก่น จัดเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น

สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียร่วมกับ 8 องค์กรเศรษฐกิจขอนแก่น กำหนดจัดงานการเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศักยภาพของออสเตรเลียเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองและระบบการขนส่งมวลขน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น ได้รับแจ้งจากสำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียประจำประเทศไทยหรือออสเทรดว่า ในวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมพูลแมนขอนแก่นราชาออร์คิด สำนักงานการพาณิชย์ออสเตรเลียประจำประเทศไทยร่วมกับ 8 องค์กรเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นจะได้จัดงานเสวนาออสเตรเลีย-ไทย การพัฒนาเมืองและขนส่งมวลชนเพื่ออนาคตของมหานครขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศักยภาพของประเทศออสเตรเลียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และระบบขนส่งมวลชน เพื่อสร้างความสันพันธ์อันดีของภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดขอนแก่นกับประเทศออสเตรเลียในการที่จะร่วมกันพัฒนาขอนแก่นให้มีความพร้อมรองรับการเติบโตของสังคมเมือง โดยในการจัดเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เจมส์ ไวส์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงานและกล่าวปราศรัย

ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นเปิดเผลรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ผู้เข้าร่วมเสวนาได้รับเกียรติจาก นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น,ผศ.ดร. พนกฤษณ คลังบุญครอง รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารศูนย์วิจัยละพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืนและผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการจัดระบบการจราจรและขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารบริษัท ช.ทวี ดอนลาเซียนจำกัด ดำเนินการเสวนาโดย นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการอีสานพิมานกรุ๊ป นอกจากนี้ก็จะมีการนำเสนอแนวทางและกรณีศึกษาหัวข้อ ศักยภาพของออสเตรเลียในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน โดย ศ.จอห์น แบล็ค ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านวิศวกรรมการขนส่ง คณะวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย นิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย และ ศ.ไมเคิล เทย์เลอร์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านวิศวกรรมการขนส่ง คณะสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง มหาวิทยาลัย เซาท์ ออสเตรเลีย




ชนิตร์นันท์/นักศึกษาฝึกงาน/พิมพ์/สมพงษ์/ข่าว
(23 พฤษภาคม 2557) 

จังหวัดขอนแก่นจัดโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557

นายชะลอ เหมาะดี เจ้าหน้าที่พนักงานป่าไม้อาวุธโสรักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้จัดทำโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้เยาวชนและเยาวชนได้ทราบถึงแนวทางในการลดปริมาณขยะและการนำขยะ หรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด เป็นการกระตุ้นและเสริมสร้างจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะมูลฝอย เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้มีเวทีแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสนับสนุนความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ทีมีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ประโยชน์ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถพัฒนาในเชิงพานิชย์ได้

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ก็ขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุที่เหลือใช้ จังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557ได้โดย เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 สามารถขอรับใบสมัครและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น โทร. 043237971 หรือดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ http://Khonkaen.mnre.go.th และขอความกรุณาส่งใบสมัครพร้อมรายละเอียดโดยพอสังเขปของผลงาน รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 4 มายังสำนักงานฯ เลขที่ 255/4 ถ.ศูนย์ราชการ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 หรือโทรสารหมายเลข.043237971                          


พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

จังหวัดขอนแก่นจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (สคส.) ได้ยึดอำนาจการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไปนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย และป้องกันความเสียหายในทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเป็นการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ จึงให้หน่วยงานที่มีสถานที่ตั้งอยู่โดยเอกเทศและหน่วยงานซึ่งมีที่ตั้งอยู่ภายในอาคารรวมเข้มงวดกวดขันเจ้าหน้าที่ผู้อยู่เวรยามรักษาสถานที่ราชการ ปฏิบัติหน้าที่หรือเอาใจใส่ในการอยู่เวรยามรักษาสถานที่ราชการโดยเคร่งครัดเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งสอดส่องและตรวจตราเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติต่างๆโดยใกล้ชิด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นในสถานที่ราชการหากปรากฏว่ามีข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้าง ในสังกัดส่วนข้าราชการใด มิได้ปฏิบัติหน้าที่หรือเอาใจใส่โดยเคร่งครัด แล้วก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ผู้รับผิดชอบจะต้องถูกลงโทษหรือดำเนินการทางวินัยตามกฎหมายและระเบียบฯ และเหตุแห่งกรณีโดยเฉียบขาด

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า หากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ขอให้รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นทราบโดยทันที จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ถือปฏิบัติด้วย.



พนิดา/นศ.ฝึกงาน/ข่าว/พิมพ์
(23 พฤษภาคม 2557)

อำเภอ ภูผาม่านจังหวัดขอนแก่นประกาศเจตนารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่หอประชุมอำเภอ ภูผาม่าน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านกลุ่มพลังสตรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอ ซำสูง ร่วมกันปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งประกาศสงครามในการต่อต้านยาเสพติดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นโดยให้ทุกหมู่บ้านทุกชุมชนมีกฏหมู่บ้าน ชุมชน ตั้งอาสาสมัครเป็นเวรยามหมู่บ้านและช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้เหมือนกับตาสับปะรดอยู่ที่ไหนก็เห็นพฤติกรรมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด เราจะได้นำลูกหลานของเราที่หลงผิดกลับมาจากวงจรการค้าการเสพยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน สำหรับ อำเภอภูผาม่าน ขณะนี้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกหมู่บ้านร่วมโครงการงานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ตอนนี้ ทุก หมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ

จังหวัดบุรีรัมย์ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

จังหวัดบุรีรัมย์ จัดหน่วยหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกให้บริการตรวจรักษาโรคและบริการทันตกรรม พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม แก่ประชาชนที่ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ อ.บ้านกรวดจังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 23 พฤษภาคม 2557 (เวลา 09.30 น.) นายวิทยา จันทร์ฉลอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดบุรีรัมย์ ที่โรงเรียนบ้านหินลาด ต.หนองไทร ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยการนำคณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การรักษาโรคด้วยสมุนไพร บริการทันตกรรม ทั้งถอนฟัน อุดฟัน รวมทั้งให้ความรู้ด้านทันตสุขศึกษาโภชนาการ การป้องกันโรค การดูแลตนเอง และความรู้การป้องกันการเกิดโรค นอกจากนั้นทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม มอบให้แก่ประชาชนที่ยากไร้ขาดแคลน ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้ว่าฯ บึงกาฬตรวจพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เดินทางลงพื้นที่ห้วยแปดฮัง บ้านเนินไผ่ ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เพื่อไปตรวจเยี่ยมโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งไม่มีอาชีพทำกินอีกทั้งพบปะพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหาความต้องการการขุดลอกลำห้วยแปดฮังเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก จัดกิจกรรมครั้งนี้โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดบึงกาฬ

การเดินทางลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬพร้อมคณะทำงานของจังหวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานชลประทาน สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด และหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานนำโดยสำนักงานแรงงานจังหวัด  เพื่อตรวจเยี่ยม โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้ง โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดได้ดำเนินงานจัดกิจกรรมปรับปรุงพื้นฟูและกำจัดวัชพืชห้วยแปดฮัง ซึ่งเป็นการจ้างแรงงานในพื้นที่ให้มีรายได้ในช่วงที่ประชาชนประสบปัญหาภัยแล้งอีกทั้งเป็นการให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันกำจัดวัชพืชในลำห้วยเพื่อเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้ดีในฤดูฝนเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเบื้องต้น นอกจาการตรวจเยี่ยมโครงการแล้วยังได้พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการการขุดลอกลำห้วยแปดฮังเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งประชาชนมีความต้องการพัฒนาลำห้วยแปดฮังเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ อาทิเช่น ปลา เพราะขณะนี้ลำห้วยแปดฮังมีความตื้นเขิน มีวัชพืชขึ้นเป็นจำนวนมากทำให้การกักเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการเกษตรของประชาชนในชุมชนและชุมชนข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นบ้านโนนสวรรค์ หมู่ 7 บ้านท่าดอกคูณ หมู่ 9 บ้านท่ากกต้อง หมู่ 4 ประชาชนจึงปรึกษากันว่าต้องการขุดลอกห้วยแปดฮัง เพื่อที่จะขยายพื้นที่กักเก็บน้ำให้ได้มากยิ่งขึ้นและจะเป็นทางระบายน้ำในช่วงฤดูฝนที่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเหมาะสมของพื้นที่และให้ทางท้องถิ่นนำเสนอโครงการและงบประมาณเข้าไปเพื่อที่จะได้หาทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป

ที่จังหวัดมุกดาหาร กรมทหารราบที่ ๓ จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในพื้นที่กรณี คสช.เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ

วันนี้ (๒๓ พ.ค. ๕๗) ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พ.อ.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓ ค่ายกฤษสีวะรา จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย พ.อ.ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รอง ผอ.กรม.จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อทำความเข้าใจในสถานการณ์ในพื้นที่รวมถึงแนวทางในการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อขยายผลต่อประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน

ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๓ กล่าวว่าตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น.เพื่อให้การบริหารประทศได้เดินหน้าต่อไป หน่วยกรมทหารราบที่ ๓ ค่ายกฤษสีวะรา จังหวัดสกลนคร ได้รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ได้นำกำลังพลเข้ามาประจำการ จำนวน  ๒ กองร้อย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๑.๐๐ น.

ทั้งนี้ ได้กระจายกำลังพลตามสถานที่สำคัญ อาทิ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร รวมถึงสถานที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร โดย ผบ.กรมทหารราบที่ ๓ ได้ประชาสัมพันธ์ชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนจังหวัดมุกดาหารได้ทราบและขออย่าได้ตื่นตระหนก และประชาชนสามารถดำเนินการตามกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และติดตามข่าวสารตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วและไม่มีความรุนแรง



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ภาพ 

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร รับสมัครไปทำงานประเทศมาเลเชีย

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปทำงาน ตำแหน่งนวดแผนไทย ที่ประเทศมาเลเชียโดยรัฐบาลจัดส่งผู้ที่สนใจสมัครได้ตั้งแต่ บัดนี้-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ โดยมีรายละเอียดดังนี้ นายจ้าง บริษัท BEA Therarapy Sdn.Bhd.คุณสมบัติ เพศหญิง อายุ ๒๘-๔๔ ปี มีประกาศนียบัตรผ่านการอบรมหลักสูตรนวดจากสถาบันที่ได้รับการรับรองในจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ชั่วโมง เงื่อนไขการจ้าง สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ๒ ปี (สามารถต่อสัญญาได้) นายจ้างจัดหาอาหารที่พักให้ฟรี และค่าพาหนะ ไปกลับไทย-มาเลเชีย (กรณีครบสัญญาจ้าง) ทำงานวันละ ๘ ชั่วโมง นายจ้างรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ปีละ ๒๕๐ ริงกิต

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถนำหลักฐานการสมัครงาน ได้แก่สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาประกาศนียบัตรผ่านการอบรมฯสำเนาพาสปอร์ต (ถ้ามี) และรูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑ รูป ไปติดต่อรับสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ ๑-๑๐ หรือสำนักงานบริหารแรงงานไทย ไปต่างประเทศ อาคารสำนักงานจัดหางานประกันสังคมเขตพื้นที่ ๓ ชั้น ๑๐ ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐๒-๒๔๕๑๐๓๔ โดยไม่เสียค่าบริการใดๆทั้งสิ้น ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.๐๔๒ - ๖๑๓๐๓๗ , ๐๔๒-๖๑๓๐๓๘ หรือติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ทาง www.overseas.doe.go.th




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) รับสมัครหัวหน้างาน

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร แจ้งว่า บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ ปอเรชั่น จำกัด มีหน้าที่สรรหาพนักงานให้กับ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (สาขามุกดาหาร) ซึ่งดำเนินธุรกิจการค้าปลีก กว่า ๖๐ ปี มีความประสงค์รับสมัครและสัมภาษณ์งานระหว่างวันที่ ๓-๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ สามารถลงทะเบียนสมัครงานล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร โดยมีตำแหน่งงานดังนี้ หัวหน้าแผนกทุกแผนก ๒๗ ตำแหน่ง จำนวน ๒๘ อัตรา เพศชาย/หญิง วุฒิการศึกษา ปวส.ขึ้นไป อายุ ๒๕ ปี ขึ้นไป เงื่อนไขสวัสดิการ มีประสบการณ์ในสายงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๒-๕ ปี สามารถบริหารลูกน้องภายในทีมได้ มีความเป็นผู้นำ มีจิตใจรักงานบริการ สวัสดิการตามกฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดหาร ศาลากลางจังหวัด ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘



สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดโครงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี ๒๕๕๗

นายพิงค์พันธ์  คำนา เจ้าหน้าที่ป่าไม้อาวุโส เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินงานโรงการประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี ๒๕๕๗ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้เยาวชนและประชาชน ได้ทราบถึงแนวทางในการลดปริมาณขยะ และการนำขยะหรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด และเป็นการกระตุ้นเสริมสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการกำจัดขยะและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัด ชั้น ๓ ถนนวิวิธสุรการ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๒๖๑ ๔๒๓๑ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ www.deqp.go.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดการอบรม เรื่อง “ก่อร่าง สร้างธุรกิจ นิติบุคคลไทย”

นางสาวพรพรรณี  ปิ่นโภคินทร์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดจัดการอบรม เรื่อง "ก่อร่าง สร้างธุรกิจ นิติบุคคลไทย” ในวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ โรงแรมสุนีย์แกรนด์ แอน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ห้องทับทิมสยาม ๑ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ได้มีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่ตามที่กฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกฏหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งสามารถนับชั่วโมงการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) เป็นด้านอื่นๆ ได้จำนวน ๖ ชั่วโมง

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานธุรกิจการค้าจังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐ ๔๒๖๓ ๒๗๓๓ และ ๐๔๒๖๑ ๔๒๐๑ หรือดาวน์โหลดแบบตอบรับการอบรมได้ที่ www.dbd.go.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ประชาชนและผู้ชุมนุมทุกกลุ่มเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

นายแสงทอง  อนันตภักดิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๓๐ น. พันเอกวินธัย  สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงภายหลังมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยขอให้ประชาชนผู้ชุมนุมทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้เดินทางกลับภูมิลำเนา  โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้จัดหารถโดยสาร บขส. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน สำหรับผู้ประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาสามารถประสานได้ที่หน่วยทหารที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หรือหากประสงค์เดินทางกลับด้วยตนเอง สามารถดำเนินการได้ทันที

ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการประกาศห้ามออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่ช่วงเวลา ๒๒.๐๐ – ๐๕.๐๐ น. จึงขอแจ้งประชาชนทั่วไป หากไม่มีภารกิจจำเป็นขอให้บริหารจัดการภารกิจของตนเองให้ทันในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อกลับเข้าสู่ที่พักอาศัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความสงบเรียบร้อย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศสามารถเดินทางได้ถ้าเป็นเวลาที่เกินจากข้อกำหนด สามารถประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารได้ตลอดเวลา  และในส่วนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการจัดระเบียบต่างๆให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็ว




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดงาน TO BE NUMBER ONE

นายสกลสฤษฏ์  บุญประดิษฐ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการรณรงค์ป้องและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE  ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบัน โดยรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยมีการณรงค์รับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง สร้างและพัฒนาเครือข่าย ภายใต้การร่วมเป็นเจ้าภาพจากทุภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงกำหนดให้ ทุกวันศุกร์ ของแต่ละสัปดาห์ เป็นวัน TO BE NUMBER ONE ของจังหวัดมุกาดาร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกันใส่เสื้อที่มีสัญลักษณ์ TO BE NUMBER ONE รณรงค์สร้างกระแสและปลุกจิตสำนึกทั้งจังหวัด




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร  โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว