วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

นักธุรกิจและผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ เจรจาจับคู่ธุรกิจการค้ากับ นักธุรกิจแขวงจำปาสัก สปป.ลาว

นักธุรกิจ และผู้ประกอบการจำนวน ๒๒ ประเภท จากจังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร,ศรีสะเกษและอุบลราชธานี จับคู่ธุรกิจการค้า (Busines Matching) กับผู้ประกอบการของแขวงจำปาสัก สปป.ลาว หวังเปิดการค้าชายแดน

เมื่อเช้าวันที่ ๑๓ มิ.ย.๕๖ นายวัทธิกร ใสงาม พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี นำคณะผู้ประกอบการ,สภาอุตสาหกรรม,หอการค้าจังหวัดและนักธุรกิจจำนวน ๒๒ ประเภทธุรกิจกว่า ๖๐ คน จากจังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร,ศรีสะเกษและอุบลราชธานี เข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจการค้า (Busines Matching) กับนักธุรกิจและผู้ประกอบการของแขวงจำปาสัก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่โรงแรมจำปาสัก แกรนด์ แขวงจำปาสัก ซึ่งมีนักธุรกิจและผู้ประกอบการในสาขาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร,เครื่อง จักรกลการเกษตร,อุปกรณ์ก่อสร้าง,เครื่องจักสาน,เครื่องใช้ไฟฟ้า,เครื่อง สำอาง,สมุนไพร,อาหารสด,อาหารแห้ง,เสื่อผ้า,ที่พัก,การสื่อสาร,เครื่องอุปโภค บริโภค,อุปกรณ์อีเลกทรอนิกส์,การท่องเที่ยว,รถเช่า,การศึกษา,พลังงานทาง เลือกในรถยนต์,เฟอร์นิเจอร์,สินค้าประดับ,ตกแต่ง,ห้องเย็นและอื่นๆ ได้พบปะเจรจาจับเพื่อคู่ธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักธุรกิจและผู้ประกอบการแขวงจำปาสัก เป็นอย่างดี ซึ่งผู้ประกอบการและนักธุรกิจทั้งสองฝ่าย ต่างถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาดการค้าและแลกเปลี่ยนสินค้า,แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในการค้าระหว่างประเทศต่อกันและจะนำไปสู่การเป็นคู่ค้าและเปิดการ ค้าอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศต่อไป




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี ๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๑๖ มิ.ย.๕๖

กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ร่วมประชุมเจรจาการค้ากับแขวงจำปาสัก สปป.ลาว

กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ ร่วมประชุมเจรจาการค้ากับแขวงจำปาสัก สปป.ลาว อุบลราชธานี : ส่วน ราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมผู้ประกอบการ,หอการค้า,สภาอุตสาหกรรมและนักธุรกิจ จำนวน ๒๒ ประเภทธุรกิจกว่า ๘๐ คน จากจังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร,ศรีสะเกษและอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุมประเมินผลจัดทำข้อตกลงสินค้าเกษตร (Contrack Farming) และการจับคู่ธุรกิจการค้า (Busines Matching) กับส่วนราชการนักธุรกิจและผู้ประกอบการของแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ผลเจรจาทั้งสองฝ่ายต่างได้คู่ธุรกิจการค้าและแนวทางดำเนินการและการแก้ไข ปัญหาทางการค้าระหว่างประเทศ

เมื่อบ่ายวันที่ ๑๓ มิ.ย.๕๖ นายวัทธิกร ใสงาม พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี นำคณะส่วนราชการพร้อมด้วยผู้ประกอบการ,สภาอุตสาหกรรม,หอการค้าจังหวัดและนัก ธุรกิจจำนวน ๒๒ ประเภทธุรกิจกว่า ๘๐ คน จากจังหวัดอำนาจเจริญ,ยโสธร,ศรีสะเกษและอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุมประเมินผลจัดทำข้อตกลงสินค้าเกษตร (Contrack Farming) และการจับคู่ธุรกิจการค้า (Busines Matching) กับส่วนราชการ,นักธุรกิจและผู้ประกอบการของแขวงจำปาสัก ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่โรงแรมจำปาสัก แกรนด์ แขวงจำปาสัก ซึ่งนำโดย นายณรงค์ศักดิ์ ชาติตระกูล หัวหน้าแผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวงจำปาสัก ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมหารือถึงปัญหาและอุปสรรคพร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาทาง การค้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตทางการเกษตรระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ด้านชายแดนช่องเม็ก – วังเต่า อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อให้การค้ามีความคล่องตัว,ผู้ประกอบการค้าได้รับความสะดวก เช่นการหารือถึงแนวทางการส่งเสริมปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร, แนวทางการนำเข้าปัจจัยการผลิตภาคการเกษตรจากประเทศไทย, การส่งออกผลผลิตทางการเกษตรจาก สปป.ลาว,สิทธิพิเศษทางภาษีระหว่างคู่ธุรกิจการค้าด้านการเกษตรทั้งเมล็ด พันธ์,เครื่องจักรกลการเกษตร,ปัจจัยการผลิตอื่นๆ ซึ่งในปี ๒๕๕๕ มีมูลค้าการค้าการเกษตร จำนวน ๑,๒๓๔ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๖ ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม มีมูลค่าการค้าจำนวน ๔๑๒ ล้านบาท และนอกจากการค้าแล้ว สปป.ลาว ยังได้ขอความร่วมมือในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านการผลิต สินค้าเกษตรปลอดภัยแก่เกษตรกร สปป.ลาว อีกด้วย

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ร่วมหารือปัญหาในการนำเข้าและส่งออกสินค้าการ เกษตร เช่น เกี่ยวกับเอกสารกำกับสินค้า,อัตราค่าธรรมเนียมนำเข้าและส่งออก,ราคาผลผลิต การเกษตรที่ต่ำกว่าราคาประกัน,การนำเข้าอาหารสัตว์,ปัญหาจุดกระจายสินค้าการ เกษตร ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะได้มีการเจรจาทำข้อตกลงและทำความเข้าใจอีกครั้ง ส่วนปัญหาจุดกระจายสินค้าการเกษตรของ แขวงจำปาสัก นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจสถานที่ก่อสร้าง

พร้อมนี้ภาคธุรกิจจากกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอล่าง ๒ ได้เสนอขอขยายเวลาการผ่านเข้า - ออก ชายแดนวังเต่า–ช่องเม็ก จากเดิมระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น ขอขยายเวลาผ่านแดนถึง ๒๒.๐๐ น. และให้มีช่องทางพิเศษสำหรับนักธุรกิจและผู้ประกอบการระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว ให้ได้รับความสะดวกในการผ่านเข้า - ออก ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะได้นำหารือถึงความเป็นไปได้ในระดับประเทศต่อไป




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี ๐๘๑ – ๙๒๔ ๘๖๐๙ /ข่าว/ ๑๖ มิ.ย.๕๖

ยุติธรรมจังหวัดมหาสารคาม เสริมสร้างความสมานฉันท์ผ่านกลไกชุมชน

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดมหาสารคาม ประชุมเชิงปฏิบัติการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมบูรณาการแผนการดำเนินกิจกรรมในการเสริมสร้างความ ปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน คัดเลือกอาสาสมัครคุ้มครอง สิทธิฯดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2556

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการบูรณาการแผนการดำเนินกิจกรรมเสริมสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดมหาสารคามจัดขึ้น มีหน่วยงานภาคีในจังหวัดมหาสารคาม ประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชน ประชาสัมพันธ์จังหวัด สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปกครองอำเภอเมือง อำเภอกันทรวิชัย กรรมการเครือข่ายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพระดับจังหวัด กรรมการบริการศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทอำเภอเมืองและอำเภอกันทรวิชัย และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัด เข้าร่วมประชุม โดยได้หารือและทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินกิจกรรมของโครงการส่งเสริมการ มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน การพิจารณากรอบการดำเนินโครงการของกรรมการเครือข่ายคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ระดับจังหวัด และกรรมการบริหารศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท หน่วยงานภาคี และการพิจารณาคัดเลือกอาสาสมัครคุ้มครอง สิทธิฯดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2556

นางวาสนา ปักกาโร หัวหน้าสำนักงานบังคับคดีจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชน ประจำปี 2556 มีเป้าหมายที่จะให้เครือข่ายภาคประชาชน ส่วนราชการ เอกชน ได้ร่วมกันสร้างความรัก ความสามัคคี ลดปัญหาความขัดแย้ง โดยใช้กระบวนการยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาหรือข้อพิพาท สำหรับจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดกิจกรรมในเวทีสานเสวนาที่ว่าด้วยเรื่องที่ดิน สิ่งแวดล้อม สิทธิที่ได้รับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการถอดบทเรียนภายหลังการดำเนินการแล้ว

นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้เลือกนายประสาท จัตุชัย จากอำเภอโกสุมพิสัย เป็นอาสาสมัครคุ้มครอง สิทธิฯดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2556
       



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่มหาสารคาม 3-9 มิย. ฝนตกเล็กน้อย - ปานกลาง

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำลงในอ่างเก็บน้ำ พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติการฯมีฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง

นายพัฒนา นุศรีอัน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รายงานผลการปฏิบัติการฝนหลวงของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำลงในอ่างเก็บน้ำ ต่าง ๆ ของพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2556 โดยได้ขึ้นบินปฏิบัติการในช่วงวันดังกล่าว จำนวน 3 วัน ผลการปฏิบัติการฝนหลวงพบว่ามีฝนตกเล็กน้อย-ปานกลาง ในพื้นที่การเกษตรจังหวัดมหาสารคาม

ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายลักษณะอากาศในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระหว่างวันที่ 16-22 มิถุนายน 2556 ว่าจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 24-35 องศาเซลเซียส
 



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว