วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557

จังหวัดนครราชสีมา จัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก.จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2557

วันที่ 5 มี.ค. 57  เวลา 18.00 น. ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก.จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2557 เพื่อให้ผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสพบกับผู้บริโภคโดยตรง โดยเน้นผลผลิตที่มีคุณภาพ และความหลากหลายของสินค้าจากเครือข่ายองค์กรเกษตรทั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งเพื่อเชื่อมโยงสินค้าเกษตรคุณภาพที่ได้รับการคัดสรรจากจังหวัดต่างๆทุกภูมิภาค เข้ามาร่วมจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่ก่อให้เกิดการจับคู่และเจรจาการค้าเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ ระหว่างกลุ่มเกษตรกรกับผู้ซื้อโดยตรงและเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการรวบรวมสินค้าทางการเกษ๖รที่มีคุณภาพจากทั่วประเทศมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา สินค้าเกษ๖รแปรรูป หัตถกรรมเครื่องตกแต่ง สมุนไพร และสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งงานมหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพ อ.ต.ก.จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2557 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 มีนาคม 2557 บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จ.นครราชสีมา

โคราชจัดงานวันนักข่าว มอบโล่บุคคลากรดีเด่น5สาขา พร้อมโชว์การแสดงเต้นสะท้อนแสงของบรรดานักข่าว

วันที่ 5 มี.ค. 57  เวลา 19.00 น. ที่โรงแรมราชพฤกษ์แกรนด์โฮเตล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธินักข่าวนครราชสีมา โดยมีนายประเมธ เพาะพินิจ ประธานมูลนิธินักข่าวนครราชสีมา กล่าวรายงาน สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะและเป็นการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่างสื่อมวลชนกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมายังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่บุคคลดีเด่น 5 สาขา ประกอบด้วย นายแพทย์สิน ลิ่วศิริรัตน์ ประธานศูนย์สุขภาพ ริมลิฟวิ่ง ได้รับรางวัลสาขาผู้บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม นางวนิดา วรรณทวี เจ้าของธุรกิจวนิดามินิมาร์ท ได้รับรางวัลสาขานักธุรกิจดีเด่น พ.ต.อ.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง ได้รับรางวัลสาขาข้าราชการดีเด่น นายปฐมฤกษ์ มณีเนตร ผอ.สพฐ.เขต 1 นครราชสีมา ได้รับรางวัลสาขานักบริหารดีเด่น และนางสาวภูศรัญญา ชัชวาล ผู้ประกาศข่าว เคเบิ้ลทีวี KCTV ได้รับรางวัลสาขาผู้สื่อข่าวดีเด่น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กร ภาครัฐ เอกชน ร่วมงานกว่า 500 คน

สำหรับกิจกรรมบนเวทีที่ได้รับความสนใจจากผู้มาร่วมงานคือการแสดงเต้นสะท้อนแสงประกอบเพลงขอบรรดา นักข่าวทั้งหญิงและชาย ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

ด้านดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อมวลชนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการสะท้อนสภาพสังคมที่หลากหลาย และวันนักข่าวเป็นวันสำคัญสำหรับสื่อมวลชนโดยเฉพาะ เป็นวันแห่งมิตรภาพสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างองค์กร ภาครัฐและเอกชน ประชาชน กับสื่อมวลชน เพื่อสร้างสรรค์การทำงานร่วมกัน ให้กับประชาชนทุกภาคส่วน อย่างแท้จริง 

ผู้ว่าโคราช มอบเงินสินไหมทดแทนให้กับญาติ ครู และ นร.โรงเรียนบ้านดงหลบ อ.ลำทะเมนชัย ทั้ง15 ราย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสทัศนศึกษาชนกับรถพ่วง18ล้อ ที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นเงินกว่า 9 ล้าน บาท

วันที่ (6 มี.ค.57) เวลา 11.30 น. ที่โรงเรียนบ้านดงหลบ ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และคณะผู้แทนจากบริษัทประกันภัย ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ บุญเย็น ผู้จัดการฝ่ายฏิบัติการ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายชัยณรงค์ เรืองแก้ว ผู้จัดการบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด เดินทางไปมอบเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับญาติของครูและนักเรียน โรงเรียนบ้านดงหลบ ทั้ง 15 ราย ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนบ้านดงหลบ พุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อ ที่บริเวณถนนทางหลวงสาย 304 กบินร์บุรี – นครราชสีมา ช่วงหลัก กม ที่ 42-43 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 28 กพ 2557 ที่ผ่านมา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,110,000 บาท แยกเป็น บริษัทวิริยะประกันภัย จำนวน 430,000 บาท และ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำนวน 200,000 บาท ทั้งนี้ ดร.วินัยบัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นางราตรี บัวประดิษฐ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ยังได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับญาติผู้เสียชีวิต ทั้ง 15 ราย รายละ 13,000 บาท อีกด้วย

ส่วนบรรยากาศที่วัดบ้านดงหลบ ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางเพชรรัตน์ จันทร์มณี ครูโรงเรียนบ้านดงหลบ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปให้กำลังแก่ญาติผู้เสียชีวิตและมอบเงินเพื่อเป็นการช่วยเหลือ

จังหวัดนครราชสีมา ประชุมสมัชชาสตรี ป้องกันวัยรุ่นโคราชตั้งครรภ์ไม่พร้อม

วันที่ (6 มี.ค.57) เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ สาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสมัชชาสตรีและการประชุมสมัชชาป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภไม่พร้อมเพื่อเป็นเวทีให้เด็ก ผู้ปกครอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเครือข่ายต่างๆในชุมชน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและระดมความคิดหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา ตลอดจนให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น พบว่า วัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุน้อยลง คืออายุระหว่าง 13-15 ปี และมีจำนวนมากขึ้น การคลอดบุตรของมารดาที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี มีค่าสูงเกินเกณฑ์เฝ้าระวังในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือ มารดาที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร มีความไม่พร้อมทางด้านวุฒิภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ประสบการณ์ อาชีพ จึงขาดทักษะในการจัดการกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ได้ แก่ปัญหาทางอารมณ์ จิตใจ เกิดความกดดันและความกังวลสูง การขาดโอกาสทางการศึกษา ครอบครัวและสังคมไม่ยอมรับ การถูกเสียดสีทางสังคม และปัญหาด้านเศรษฐกิจของครอบครัวเด็กที่มีฐานะยากจน สาเหตุของปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น เกิดจากเด็ก เยาวชน และครอบครัวขาดภูมิคุ้มกันตัวเอง กล่าวคือเด็กและเยาวชนขาดความรู้ ขาดการยับยั้งชั่งใจและไม่มีขอบเขตของการคบหาระหว่างเพศชายและเพศหญิง นอกจากนี้ ครอบครัวที่ไม่มีเวลาในการดูแลบุตรหลาน ขาดความอบอุ่น ขาดทักษะการดูแลบุตรหลานให้เหมาะสมตามวัย ส่งผลให้เด็กวัยรุ่นขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย

เลขาธิการ กปร. ประชุมเชิงปฎิบัติการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันนี้ (7 มี.ค.57)  เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.) ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ โดยมี ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนกรมชลประทาน พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ใช้น้ำ จำนวนทั้งสิ้น 120 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อค้นหาปัญหา แนวทางการแก้ไข และตัวแบบความสำเร็จของพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการพัฒนาแหล่งน้ำนับตั้งแต่ปี 2525 มีโครงการด้านแหล่งน้ำถึง 3,031 โครงการ โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีโครงการด้านการพัฒนาแหล่งน้ำรวมทั้งสิ้น จำนวน 47 โครงการในการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน วิธีการที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2532 ความว่า โครงการชลประทานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ควรจัดการให้ราษฎรมีการใช้น้ำอย่างถูกวิธีและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันดำเนินการ ด้วยเหตุดังกล่าว สำนักงาน กปร. จึงได้ร่วมกับกรมชลประทาน และจังหวัดนครราชสีมา จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้น

ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในปี2555 จำนวน 7 จังหวัด การประชุมครั้งนี้ ได้กำหนดให้มีบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริและการเสวนาเรื่อง การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ นอกจากนี้ยังได้แบ่งกลุ่มเพื่อค้นหาปัญหา อุปสรรค แนวทางการแก้ไข และตัวแบบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำให้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำ อีกทั้งสามารถปรับปรุงพัฒนาทั้งทางโครงสร้างการพัฒนาแหล่งน้ำและรูปแบบการบริหารจัดการน้ำ ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อยอดกิจกรรมการพัฒนาบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมั่งคงและความยั่งยืน

อดีตผู้การชัยภูมิ ลงสมัคร สว.

สีสันการเมืองชัยภูมิ เริ่มเข้มข้น หลังวันแรกมีผู้สมัคร สว.เพียงคนเดียว ล่าสุดเช้าวันนี้ มีผู้มัครเพิ่มอีก 1 ราย เป็นอดีตผู้การเมืองชัยภูมิ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ เช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรับสมัคร สว. มีผู้สมัครเพิ่มอีก 1 ราย คือ พล.ต.ท.สุกิจ อุดมเศรษฐ์ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ หลังจากเมื่อวาน มีผู้สมัครเพียง 1 ราย คือ นายสุดตา วงศ์นรา ข้าราชการบำนาญ ทำให้ขณะนี้ มียอดผู้สมัคร สว.ชัยภูมิ รวมเป็น 2 คนแล้ว



สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

ประชาชนจังหวัดชัยภูมิตื่นตัวเผ้าระวังปัญหาด้านมลพิษกับสิ่งแวดล้อม

วันที่ 4 มีนาคม 2557 นายนิพนธ์ สาธิตสมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดการสัมมนาโครงการสร้างและพัฒนาเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม ปี 2557 จัดโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนและเปิดโอกาสให้ชุมชน สถานประกอบการอุตสาหกรรมและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังการเกิดปัญหาด้านมลพิษในรูปแบบเครือข่ายการเฝ้าระวังถือเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกที่สามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นของสถานประกอบการได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชน สถานประกอบการอุตสาหกรรม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเฝ้าระวังการเกิดปัญหาด้านมลพิษอันจะนำไปสู่การสร้างมวลชนสัมพันธ์เพื่อการป้องกันผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เฝ้าระวังการเกิดผลกระทบด้านมลพิษของสถานประกอบการที่มีต่อชุมชน ลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากสถานประกอบการและสร้างเครือข่ายความร่วมมือของชุมชนในการป้องกันปัญหามลพิษ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคประชาชน NGO สถานประกอบการอุตสาหกรรม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 70 คน

จังหวัดชัยภูมิ เร่งติดตามความก้าวหน้าจัดเก็บข้อมูล จปฐ

วันที่ 5 มีนาคม 2557 นางนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ประชุมคณะทำงานบริหารการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ระดับจังหวัด เพื่อชี้แจงและซักซ้อมความเข้าใจในการออกนิเทศติดตามความก้าวหน้าจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ รวมทั้งให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วนและมีคุณภาพ และได้กำหนดพื้นที่รับผิดชอบให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบและออกตรวจ ทั้งนี้คณะทำงานฯจะต้องออกนิเทศฯ ให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้ การจัดเก็บข้อมูล จปฐ. เป็นไปตามคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2536 เห็นชอบและอนุมัติให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบทนำข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ) และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช.2ค) ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานโครงการ การกำหนดนโยบายแนวทางการปฏิบัติ การอนุมัติโครงการและการติดตามผลการพัฒนาชนบทระดับจังหวัด

องคมนตรีเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษโครงการขอนแก่นน้อมนำใจ ก้าวไปตามรอยเบื้องยุคลบาท

ศ.นพ.เกษม  วัฒนชัย  องคมนตรี  เป็นประธนเปิดการอบรมและบรรยายพิเศษโครงการขอนแก่นน้อมนำใจ  ก้าวไปตามรอยเบื้องพระยุคลบาท  ซึ่งจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้น  เพื่อขยายผลโครงการคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท  เพื่อชาติเข้มแข็งและมั่นคง

เช้าวันที่ ( 5  มีนาคม  2557)  ที่ห้องประชุมศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4  ถนนมิตรภาพ  อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น  ได้มีพิธีเปิดการอบรมโครงการขอนแก่นน้อมนำใจก้าวไปตามรอยเบื้องพระยุคลบาท  ซึ่งจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้น  โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย  หัวหน้าส่วนราชการ  หัวหน้าหน่วยงาน  รัฐวิสาหกิจ  ประจำจังหวัดขอนแก่น  นายอำเภอ  ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรประจำอำเภอต่างๆ ทั้ง  26  อำเภอ  ผู้บริการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้บริหารสถานศึกษา  สถาบันการศึกษา กำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  จำนวน  1,800 คน  เข้าร่วมรับการอบรม

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  เปิดเผยว่า  การอบรมครั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหารทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่น  มีความรู้  ความเข้าใจในแนวพระราชดำริ  โครงการพระราชดำริและหลักคุณธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ได้ปฏิบัติมาตลอดระยะเวลากว่า  80  ปี  เพื่อสามารถนำเอาหลักคุณธรรม  แนวพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปขยายผลสู่ผู้ใต้บังคับบัญชาต่อประชาชนให้ปฏิบัติตามรอยพระบุคลบาทของพระองค์ท่านได้อย่างต่อเนื่อง  และยั่งยืน  เพื่อให้ชาติไทยมีความเข้มแข็งและมั่นคงสืบไป

ในโอกาสนี้ ศ.นพ.เกษม  วัฒนชัย  ได้เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  นอกจากนี้ก็จัดให้มีการอภิปรายในหัวข้อเดียวกัน โดย นายขจัดภัย  บุรุษพัฒน  นายกสมาคมความมั่นคงปลอดภัยแห่งประเทศไทย  และ มล.ปนัดดา  ดิศกุล  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  ให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับฟังด้วย.
                                                                 


สมพงษ์ ปัตตานี/ ข่าว/อารมย์/พิมพ์

จังหวัดขอนแก่น จัดงานวันสตรีสากลประจำปี 2556และมอบเกียรติบัตรยอดสตรีศรีขอนแก่น

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดงานวันสตรีสากลที่ศาลาประชาคมขอนแก่นในงานมีการมอบเกียรติบัตรให้กับยอดสตรีศรีขอนแก่นประจำปี 2556  ซึ่งจังหวัดขอนแก่นทำการคัดเลือกโดยคณะกรรมการระดับจังหวัด  ผลการคัดเลือกมีดังนี้

 ยอดสตรีศรีขอนแก่นสาขาเกษตรกร ได้แก่นางหนูเรียน ศิริจันทร์
 สาขาสิ่งแวดล้อม ได้แก่ นางพิทยาภรณ์ สุขโข
 สาขาพัฒนาชุมชน/นักพัฒนา ได้แก่ นางนวลจันทร์ วิชัยเนาว์และนางประภัสสร ดาวจันทึก
 สาขาผู้ริเริ่มธุรกิจ ได้แก่ นางสิรินันท์ วัชรสุตานนท์
 สาขาผู้นำแรงงาน ได้แก่ นางกาญจนาภรณ์ ลีพฤติ
 สาขานักการเมือง ได้แก่ นางวงเดือน ชูเนตร
 สาขานักบริหาร ได้แก่ นางสาวศิริกุล กุลเรียบและ ดร. ณัฏฐพร ชินบุตร
 สาขาสื่อมวลชน ได้แก่ นางสมบูรณ์ กลิ่นขจร
 สาขาสาธารณสุข ได้แก่ นางทองวัฒนา สุขวิชัยและนางจันทร์พิมพ์ วุฒิธนโชติ
 สาขาสังคมสงเคราะห์ ได้แก่ดร.อรวรรณ จิววัฒนารักษ์ และนางมุกดาวัลย์
เยาวะโพธิ์
 สาขาการศึกษา ได้แก่ นางสาวประภัสศรี ชาวงษ์ และนางพิศมัย ทินเต
 สาขาการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม  ได้แก่ นางสรัญญา ขาวไชยมหา

พร้อมกันนี้ จังหวัดขอนแก่นก็ได้เชิญศาสตราจารย์พิเศษ ด็อกเตอร์นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ มาปาฐกถาพิเศษ เรื่อง พลังสตรี พลังสร้างสรรค์  เป็นการให้ความรู้กับสตรี ผู้มาร่วมงานด้วย

สมาคมสื่อมวลชนขอนแก่นมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรสมาชิก

นางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีมอบทุนการศึกษา ให้บุตรสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น เนื่องในวันนักข่าว ประจำปี 2557 ณ โรงแรมเจริญธานี ขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2557 โดยมีนายพยัต ชาญประเสริฐ ประธาน ป.ป.จ.ขอนแก่น ,รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายเจริญ พัฒน์ดำรงจิต ประธานกรรมการ โรงแรมเจริญธานี และท่านผู้มีเกียรติ ร่วมมอบทุนการศึกษาสำหรับกิจกรรมการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิก สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นนั้น ถือเป็นกิจกรรมที่สมาคมสื่อมวลชนได้ปฏิบัติต่อเนื่องกันมานานหลายปี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการศึกษาให้กับบุตรสื่อมวลชนในระดับหนึ่ง โดยใช้เงินทุนของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น ที่ได้จากการจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลประจำปี 2556 ส่วนหนึ่ง และเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากบุคคล หน่วยงาน และองค์กรต่างๆส่วนเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้ารับทุน ต้องเป็นบุตรของสื่อมวลชนที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับต่างๆ โดยให้สิทธิ์ 1 ครอบครัว 1 ทุน แบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ดังนี้ ระดับอนุบาล จำนวน 11 ทุนๆ ละ 1,000.-บาท เงิน 11,000.- บาทระดับประถมศึกษา จำนวน 20 ทุนๆ ละ 1,200.-บาท เงิน 24,000.- บาท ระดับมัธยมต้น จำนวน 16 ทุนๆ ละ 1,500.-บาท เงิน 24,000.- บาท ระดับมัธยมปลาย จำนวน 18 ทุนๆ ละ 2,500.-บาท เงิน45,000.- บาท และระดับปริญญาตรี จำนวน 28 ทุนๆ ละ 3,000.-บาท เงิน   84,000.- บาท รวมทั้งสิ้น 93 ทุน เป็นทั้งสิ้น188,000 บาทสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนร่วมมอบเงินสบทบทุนบุตรสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2557

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประชาสัมพันธ์ผ่านรายการผวจ.พบประชาชนเร่องปุ๋ยสังตัดลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตข้าวปี 2557


นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นประชาสัมพันธ์ผ่านรายการผู้ว่าพบประชาชนว่าการโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดสำหรับนาข้าว จังหวัดขอนแก่น ปี 2557 มีวัตถุประสงค์เพื่ออบรมให้ความรู้แก่ทีมวิทยากรแกนนำ ซึ่งประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรของสำนักงานเกษตรอำเภอ จำนวน 26 คน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 26 คน และแกนนำเกษตรกร จำนวน 118 คน เพื่อให้ทีมวิทยากรแกนนำที่เข้าอบรมได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลต่อในการให้ความรู้แก่เกษตรกรในทุกพื้นที่อำเภอในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ในเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อให้เกษตรกรสามารถเลือกใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับดินและพืชที่ปลูก อันเป็นการลดต้นทุนการผลิตในการใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่มีความจำเป็นแก่สภาพดินและพืชในแต่ละพื้นที่สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดสำหรับนาข้าวนั้น จังหวัดขอนแก่นได้นำร่องดำเนินการในปี 2556 ในพื้นที่อำเภอซำสูง จำนวน 2 หมู่บ้าน มีเกษตรกรร่วมโครงการ 50 ราย ผลการดำเนินการพบว่าเกษตรกรที่ร่วมโครงการสามารถลดต้นทุนการผลิตค่าปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่ง และเพิ่มผลผลิตข้าวได้ร้อยละ 10 ดังนั้น ในปี 2557 จังหวัดขอนแก่นจึงได้กำหนดขยายผลการดำเนินการตามโครงการสู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่อำเภออื่น ๆ ให้ครอบคลุมทั้ง 26 อำเภอในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เป้าหมายอำเภอละ 1 จุด ๆ ละ 50 ไร่ เกษตรกร 25 ราย โดยทีมวิทยากรจะได้นำความรู้ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรผู้ร่วมโครงการฯ และเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมทั้งเกษตรกรผู้สนใจต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น ระบุอากาศร้อนอบอ้าวส่งผลต่อสิงโต

สวนสัตว์ขอนแก่นห่วง 3 สิงโตเจอสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำให้สิงโตคลายร้อนในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส พร้อมสูบน้ำบาดาลเพิ่มสำรองใช้ช่วงหน้าแล้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวอุณหภูมิสูงระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส ทำให้สวนสัตว์ขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ต้องนำสายยางต่อเข้ากับสปริงเกอร์ติดไว้ภายในกรง "น้ำค้าง” สิงโตขาว และกรง "เจ้าเตย” และ "บอดี้” สิงโตแอฟฟริกา เพื่อช่วยลดความร้อนให้กับสิงโตทั้ง 3 ตัว โดยแต่ละวันจะเปิดน้ำในช่วงเวลา 11.00 น. ถึงเวลา 15.00 น. คลายร้อนและคลายเครียดให้สิงโต นายเทวิน รัตนะวงสะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น กล่าวว่า สวนสัตว์ประสบปัญหาภัยแล้งเนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยเฉพาะปีนี้พื้นที่เขาสวนกวางมีสภาพแห้งแล้งมากเป็นพิเศษ ทางสวนสัตว์ขอนแก่นได้เตรียมพร้อมรองรับการบริการภายในสวนสัตว์อย่างเต็มที่ โดยมีอ่างเก็บน้ำ 2 อ่าง ขนาดความจุดรวมกันกว่า 2 แสนลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำลดลงเหลือเพียง 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร จึงต้องใช้น้ำบาดาลทั้งหมด 4 บ่อสูบขึ้นมาใช้ ส่วนแผนสำรองหากเกิดขาดแคลนน้ำ พร้อมนำรถยนต์ขนน้ำจากแหล่งภายนอกมาเสริมอีกทางหนึ่ง


ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดประกวดการพัฒนาภูมิปัญญาสู่นวัตกรรมในพื้นที่ภ่าคอีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการประกวดการพัฒนาภูมิปัญญาสู่นวัตกรรม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ด้วยทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าสู่ตลาด ประจำปี 2557 เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสานมาต่อยอดผลงานสู่นวัตกรรม ต่อยอดคุณค่า และมูลค่าเพิ่มจากความได้เปรียบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เอกลักษณ์ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมไทย

โดยกลุ่มที่ส่งผลงานเข้าประกวดเป็นผลงานของคนท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 10 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย เลย อุดรธานี นครพนม หนองบัวลำภู สกลนคร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 150 ชิ้นงาน ได้แก่ กระติบข้าวเหนียว ผ้าย้อมสีธรรมชาติ มะพร้าวแกะสลักไดโนเสาร์ ช็อกโกแลตธัญพืช หมอนขิดสามเหลี่ยม ทั้งนี้ ทางสำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานให้เหลือ 20 ชิ้น เพื่อให้โอกาสเจ้าของผลงานผ่านการอบรมเพื่อการต่อยอดผลิตภัณฑ์อีก 3-5 วัน ก่อนจะคัดเลือกงานระดับภาคเพื่อพัฒนาผลงานและส่งประกวดระดับประเทศต่อไป



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ผวจ.ขอนแก่น นำข้าราชการ พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา และถวายพระพรชัยมงคลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงและราชินี

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  นำข้าราชการ  พุทธศาสนิกชน  ประกอบพิธีเจริญจิตตภาวนา  และถวายพระพรชัยมงคล  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล  แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ณ  วัดหนองแวง  พระอารามหลวง

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น  ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะ  หน้าพระบรมฉายาลักษณ์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินินาถ  ที่วัดหนองแวง  พระอารามหลวง  อำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น เมื่อบ่ายวานนี้ ( 5 มี.ค.57)  ตามโครงการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์  เจริญจิตตภาวนา  ถวายพระพรชัยมงคล  และถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  ประจำปี  2557  ซึ่งมหาเถรสมาคมกำหนดให้จังหวัดต่าง ๆ จัดขึ้น  จังหวัดละ 10  ครั้ง  หมุนเวียนไปตามวัดต่าง ๆ  โดยมีพระเทพวงศาจารย์  เจ้าอาวาสวัดหนองแวง       พระอารามหลวง  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  มีหัวหน้าส่วนราชการ  ข้าราชการ  และพุทธศาสนิกชน  มาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์  นั่งสมาธิ  ปฎิบัติธรรม  และถวายพระพรชัยมงคล  เพื่อถวายเป็นพระกุศลจำนวนมาก

วัตถุประสงค์ของการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดขอนแก่น  ที่มีต่อพระองค์ท่าน  ตลอดจนเป็นการรวมพลังจิตถวายพระราชกุศล  และถวายพระพรชัยมงคล  ประกาศความสมัครสมานสามัคคีของพุทธบริษัท  และเป็นแบบอย่างอันดีงามแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป.



สมพงษ์  ปัตตานี/ข่าว/อารมย์  พิมพ์

ภรรยาอดีตปลัดอบจ.ขอนแก่นเข้าให้ปากคำศาลขอนแก่นกรณียิงปลัดอบจ.ปี 2556

ภรรยาอดีตปลัด อบจ.ขอนแก่นที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เข้าให้ปากคำต่อศาลจังหวัดขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่ อบจ.ร่วม 200 คนแห่ไปให้กำลังใจ

นางลำดวน โคตรทุม พร้อมบุตรสาว และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นกว่า 200 คน เดินถือรูปถ่ายนายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ปลัด อบจ.) ขอนแก่น ออกเดินเท้าจากสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นไปยังศาลจังหวัดขอนแก่น หลังศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ทั้งหมด 3 ปาก ประกอบด้วย นางลำดวน โคตรทุม ภรรยานายสุชาติ โคตรทุม เป็นพยานปากที่ 1 ส่วนพยานปากที่ 2 และ 3 เป็นพยานแวดล้อมไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี นางลำดวนกล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้ครบทั้ง 5 คนและยังได้รับกำลังใจจากเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ส่วนการติดตามคนจ้างวานฆ่านั้นจะเป็นหน้าที่ของศาลจะพิจารณาจากหลักฐานและสำนวนที่มีความหนากว่า 500 หน้า ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกระบวนการของศาลในการที่จะติดตามคนจ้างวานมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมาคนร้ายได้ก่อเหตุยิงนายสุชาติ โคตรทุม ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้านพักเลขที่ 198/45 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ซึ่งเป็นบ้านพักของปลัด อบจ.ขอนแก่น จากนั้นตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือได้ทั้ง 5 คน


ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

กกต.ขอนแก่น ตั้งเป้ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สว. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 บัตรเสียไม่เกิน 3 %

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดขอนแก่น  ตั้งเป้ามีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในวันอาทิตย์ที่  30  มีนาคม  2557 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และมีบัตรเสียไม่เกิน 3 %

นายประชิล   นิลเขต  ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  เปิดเผยในการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นการทั่วไปในวันอาทิตย์ที่  30  มีนาคม  2557  ว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิหกสภาเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557  ในวันอาทิตย์ที่  30  มีนาคม  2557  และ กกต. ได้ประกาศให้มีการรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่  4 – 8  มีนาคม  2557  โดยกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่  23  มีนาคม  2557  ระหว่างเวลา  08.00 – 15.00 น. นั้น  คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น  กำหนดนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ถูกต้อง  สุจริต  และเที่ยงธรรม  พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายในการเลือกตั้งว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ  60  และมีบัตรเสียไม่เกินร้อยละ  3 %

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา  2557  จังหวัดขอนแกน  มีประชากร  1,774,816  คน  ผู้มีสิทธิ 1,374,096  คน  มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ 1  คน  มีหน่วยเลือกตั้งปกติ 2,671  หน่วย  หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าภายในเขตเลือกตั้ง  26  แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง)  หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด 1 แห่ง คือ ที่สนามศาลากลางจังหวัดขอนแก่น.


สมพงษ์  ปัตตานี/ข่าว/อารมย์  พิมพ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และคณะเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือตรวจตลาดสดและผลไม้

ผู้ว่าพร้อมเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือจ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สุ่มตรวจผักและผลไม้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือจ.ขอนแก่น ลงพื้นที่สุ่มตรวจผักและผลไม้ ในโครงการพัฒนากลไกเฝ้าระวังและจัดการปัญหาอาหารปนเปื้อนฟอร์มาลีนที่ตลาดกลางผักและผลไม้ศรีเมืองทอง ถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยนำชุดทดสอบอาหารของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลิตและจำหน่ายโดยองค์กรเภสัชกรรม ประกอบด้วย 1.ชุดทดสอบบอแรกซ์ในอาหาร 2.ชุดทดสอบกรดชาลิซิลิค(สารกันรา)ในอาหาร และ3.ชุดทดสอบสารโพลาร์ในน้ำมันทอดซ้ำ โดยสุ่มตรวจร้านขายส่งอาหารทะเลให้ผู้ประกอบการขายเนื้อย่างเกาหลีใน อ.เมือง ชื่อแค๊ท คอมฟู๊ดซ์ ซึ่งมีอาหารทะเลส่งขายร้านเนื้อเกาหลีของ อ.เมือง จำนวนมาก เช่น หมึกกรอบ ปูอัด ผ้าขี้ริ้ว เนื้อหมึกสับปะรด หมึกกรอบ กุ้งขาว แมงกะพรุนล้างจืด ก้ามปูเทียม ปูอัดเส้น และอาหารทะเลอีกหลายอย่างในถังเก็บความเย็น และใส่เป็นถุงเพื่อเตรียมส่งขาย เจ้าหน้าที่ได้สุ่มตรวจด้วยการนำน้ำที่แช่หมึกกรอบ น้ำผ้าขี้ริ้ว น้ำหมึกสับปะรด และน้ำแช่กุ้งขาว ด้วยชุดทดสอบสารฟอร์มาลินในอาหาร ในการตรวจสอบครั้งนี้มีการทดลองถึง 3 ครั้ง พบว่าอาหารทะเลที่นำมาตรวจสอบไม่มีสารฟอร์มาลินปนเปื้อนในอาหาร ขอนแก่นเป็นแหล่งอาหารสำคัญของภาคอีสาน

จึงต้องสุ่มตรวจคุณภาพอาหารทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะในช่วงนี้มีข่าวว่าสารฟอร์มาลีนเป็นสารพิษอันตรายต่อร่างกาย ในทางการแพทย์จะใช้ดองศพไม่ให้เน่าเปื่อย ใช้ฆ่าเชื้อโรค ฆ่าเชื้อรา และทำความสะอาดห้องผู้ป่วย ซึ่งไม่ได้อนุญาตให้ใช้ในอาหาร เพราะเป็นสารก่อมะเร็ง โดยการสุ่มตรวจหลายร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอาหารทะเลให้กับร้านที่ขายเนื้อย่างเกาหลี และร้านขายผักทั่วไป ไม่พบสารปนเปื้อนในอาหาร หรือสารฟอร์มาลีนในอาหารทะเล ผู้ประกอบการได้เฝ้าระวังอาหารที่ปนเปื้อนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อธุรกิจของเขาเอง เป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคที่อยู่ในขอนแก่น และผู้มาเยือนได้บริโภคสินค้าผัก เนื้อสด อาหารทะเล ปลอดจากสารฟอร์มาลีน และสารปนเปื้อนในอาหารได้เป็นอย่างดี


ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ขอนแก่นเร่งติดตามสถานการณ์ภัยแล้งขณะที่หลายหมู่บ้านขาดแคลนน้ำทางมทบ.23 เร่งนำรถบรรทุกน้ำช่วยเหลือด่วน

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุม ผ่านระบบ Video Conference "การตรวจติดตามสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เพื่อมอบนโยบาย ข้อสั่งการ รับทราบปัญหา อุปสรรค ในการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางจังหวัดขอนแก่นได้รายงานข้อมูลพื้นที่ประสบภัยแล้ง ล่าสุดชาวบ้านแดงน้อย อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก หลังบ่อน้ำประปาเริ่มแห้งขอด ชาวบ้านหลายรายต้องลงทุนเจาะบ่อบาดาลใช้ และเริ่มซื้อน้ำใช้กันแล้ว ปัจจุบัน สภาพหนองปลิง และหนองโจด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำผิวดินสำหรับผลิตน้ำประปาหมู่บ้านของบ้านแดงน้อย ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ขณะนี้มีสภาพแห้งขอดจนไม่สามารถนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคและบริโภค ทำให้ชาวบ้านแดงน้อย หมู่ที่ 6, 7, 16 และหมู่ที่ 17 กว่า 700 หลังคาเรือนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะไม่มีน้ำใช้ ชาวบ้านบางรายลงทุนเจาะบาดาลพร้อมติดเครื่องปั๊มน้ำเสริมเพื่อให้มีน้ำใช้ต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านที่ไม่มีบ่อน้ำบาลต้องไปซื้อน้ำกับเพื่อนบ้านที่ได้เจาะบาดาลมาใช้

เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก ซึ่งน้ำประปาหมู่บ้านต้องต่อท่อไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อขอน้ำใช้ โดยใน 1 สัปดาห์จะได้รับแบ่งมาเข้าระบบประปาหมู่บ้านเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน โดยเว้นช่วง 3 วันถึงได้ใช้น้ำเท่านั้น และระยะเวลาในการได้รับน้ำประปาเพียงครั้งละ 7 ถึง 8 ชั่วโมงเท่านั้น ถือว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน ทางด้านพลตรีภัทรพล รักษนคร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒ได้ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ ๒๓ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๖ ขอนแก่น ได้ร่วมขบวนแจกจ่ายน้ำเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเป็นการด่วน


ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ชาวขอนแก่นรวมน้ำใจช่วยเหลือชาวนา

ชาวขอนแก่น ร่วมบริจาคและสมทบ "กองทุนช่วยเหลือชาวนา ” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความรู้สึกให้คนในสังคมเห็นคุณค่าและร่วมรักษาอาชีพชาวนาให้คงอยู่ต่อไป คาดได้เงินสมทบกองทุนอีก  50  ล้านบาท

เช้าวันนี้ ( 7 มีนาคม  2557)  ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาขอนแก่น (ธกส.สาขาขอนแก่น) นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำองค์กรภาคเอกชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชนชาวขอนแก่น ร่วมกันบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนา เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวนา ที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว โดยคาดว่ามีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเพิ่มเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาจังหวัดขอนแก่นกว่า  50  ล้านบาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านสามารถเข้าร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนาได้ 3 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 บริจาคเงินเข้ากองทุน เป็นจำนวนเท่าไหร่ก็ได้ โดยบริจาคได้ที่  ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 0200-3-3477-582 ธ.ก.ส.สาขาบางเขน  รูปแบบที่ 2 สมทบเข้ากองทุนชนิดคืนต้น ไม่มีผลตอบแทนตั้งแต่ 1,000.- บาท ขึ้น  รูปแบบที่ 3 สมทบเข้ากองทุน ชนิดคืนต้นและมีผลตอบแทนตั้งแต่  1,000.- บาทขึ้นไป  อัตราผลตอบแทนร้อยละ  0.63  ต่อปี  โดยร่วมบริจาคและสมทบได้ตั้งแต่บัดนี้  ถึง   30  มิถุนายน   2557  ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ทุกท่านที่ร่วมสมทบกองทุนจะได้รับใบสมทบกองทุน เพื่อเป็นหลักฐานในการขอรับเงินคืน พร้อมผลตอบแทน (ถ้ามี)   เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาโครงการภายในวันที่  31  ธันวาคม  2557 โดยกองทุนฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินสมทบก่อนกำหนด

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น   กล่าวเพิ่มเติมว่า     ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคและสมทบเข้ากองทุนได้ที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา ทั่วประเทศและติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น โทร 043-321836-7 หรือ Call Center  02-5550555 ได้ทุกวันตลอด  24  ชั่วโมง



สมพงษ์/ข่าว/สุรเดช/พิมพ์

มทร.รัตนโกสิทร์ รับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา

นายรพี ม่วงนนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ แจ้งกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า วิทยาลัยนวัตกรรมการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ดังนี้ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต ระดับมหาบัณฑิต ( รป.ม. : M.P.A.) รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ระยะเวลา ๑ ปีครึ่ง ระดับดุษฎีบัณฑิต ( รป.ม. – รป.ด. : M.P.A. - D.P.A.) รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ระยะเวลาการศึกษา 3 ปีครึ่ง และหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต ( รป.ด. : D.P.A.) รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (บธ.ด. : D.B.A.) รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ระยะเวลาการศึกษา 3 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02 441 6067 หรือที่เว็บไซต์ http://rcim.rmutr.ac.th



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

กรมป่าไม้ จัดประกวดป่าชุมชน ตามโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักษ์ชุมชน ปี 2557

นายพิชญะ ยั่งยืน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ขอนแก่น แจ้งกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า กรมป่าไม้ ร่วมกับบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้จัดประกวดป่าชุมชน ตามโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักษ์ชุมชน ประจำปี 2557 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการป่าชุมชน ตลอดจนเพื่อเฟ้นหาป่าชุมชนที่มีแผนงานระบบ และกระบวนการในการอนุรักษ์และพัฒนาป่าอย่างเข้มแข็ง โดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชน สามารถเป็นชุมชนตัวอย่างและศูนย์เรียนรู้ของชุมชนอื่นได้ แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทป่าชุมชนดีเด่นระดับประเทศ และประเภทป่าชุมชนดีเด่น ชุมชนที่สนใจส่งป่าชุมชนเข้าประกวด สามารถติดต่อขอรับและยื่นใบสมัครได้ที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ขอนแก่น โทร.0 4333 0382 ต่อ 107 หรือที่เว็บไซต์ www.forest.go.th


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

วงโปงลางศิลปินเพชรภูไท ชนะเลิศการแช่งขันวงโปงลางประเภท ก งานกาชาดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557

วงโปงลางศิลปินเพชรภูไท จังหวัดกาฬสินธุ์ ชนะเลิศการแข่งขันวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง ประเภท ก ประชาชนทั่วไป ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 100,000.-บาท งานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 7 มีนาคม 2557 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ สนามหน้าศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และสนามหน้ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และได้กำหนดให้มีการประกวดวงดนตรีพื้นบ้านโปงลาง เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงาม โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภท ก ประชาชนทั่วไป ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประเภท ข ระดับมัธยมศึกษา อายุไม่เกิน 18 ปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และประเภท ค ระดับประถมศึกษา ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งวันที่ 3-4 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเภท ก มีวงโปงลางเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 4 ทีม คือ วงหนุ่มปริญญาสาวมหาลัย จากมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น (มมร.ขอนแก่น), วงศิลปินเพชรภูไท จังหวัดกาฬสินธุ์, วงโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม และวงเพิ่มพูนสะออนเสียงแก่นหาด จังหวัดกาฬสินธุ์

ผลการแข่งขันปรากฏว่า วงโปงลางศิลปินเพชรภูไท จังหวัดกาฬสินธุ์ คว้ารางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 100,000.-บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 วงโปงลางโรงเรียนผดุงนารี จังหวัดมหาสารคาม เงินรางวัล 70,000.-บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 วงโปงลางหนุ่มปริญญา สาวมหาลัย จังหวัดขอนแก่น เงินรางวัล 50,000.-บาท และรางวัลชมเชย วงโปงลางเพิ่มพูนสะออนเสียงแก่นหาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เงินรางวัล 20,000.-บาท โดยจะมีพิธีมอบรางวัลการประกวดทั้ง 3 ประเภทในวันที่ 6 มีนาคม 2557 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว/ภาพ

กาฬสินธุ์จัดตั้งศูนย์บริการร่วมสวัสดิการสังคมในตำบลนำร่อง 40 ศูนย์

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ คัดเลือกจัดตั้งศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนนำร่อง 40 ตำบลในพื้นที่ 18 อำเภอ เพื่อดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุ

นายประณต จันทร์ศรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า การพัฒนาระบบบริการและพัฒนาศักยภาพคนพิการและผู้สูงอายุในชุมชนถือว่าเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืน โดยมีญาติและคนในชุมชนมีส่วนร่วมเนื่องจากความพิการและภาวะสูงอายุส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้ผู้พิการและผู้สูงอายุไม่สามารถดำรงชีวิตได้เทียบเท่าคนปกติ ความสามารถถึงระบบบริการทางการแพทย์ลดน้อยลง ขาดการดูแล ฟื้นฟูสมรรถภาพ พัฒนาการทางกาย ใจ สังคมอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม ส่งผลให้คุณภาพในการดำรงชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุลดลง ส่งผลต่อภาระที่มากขึ้นของญาติ ครอบครัวและคนในชุมชน เพื่อเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้สูงอายุตลอดจนผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพ ส่งเสริม ป้องกันและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยให้ผู้พิการและผู้สูงอายุตลอดจนผู้ด้อยโอกาสสามารถช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุดตามศักยภาพและเข้าถึงระบบการบริการของหลักประกันสุขภาพและสิทธิต่าง ๆ ที่ผู้พิการและผู้สูงอายุพึงได้รับจึงได้จัดทำโครงการ "ศูนย์บริการร่วมสวัสดิการสังคมในตำบล” เพื่อให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ครอบครัวและชุมชน มีพื้นที่หรือจุดบริการร่วม ให้ได้รับการดูแล ส่งเสริมพัฒนา ป้องกันและฟื้นฟูสมรรถภาพได้อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ ก็เพื่อให้คนพิการ ผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีระบบจัดการ บริการช่วยเหลือทางสังคมอย่างเป็นองค์รวมและต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาระบบบริการทางการเชิงรุก โดยครอบครัวและคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาศักยภาพคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส และส่งเสริมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และชุมชนในการฟื้นฟูสมรรถภาพและพัฒนาศักยภาพคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งในปัจจุบันนี้มีผู้พิการในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ผ่านการคัดกรองแล้วจำนวน 22,622 ราย ซึ่งเป็นผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว/ร่างกายมากที่สุดถึงร้อยละ 39.09 รองลงมาคือพิการทางการมองเห็นและได้ยินและสื่อความหมายตามลำดับ


สุรพล คุณภักดี/ข่าว

นายกเหล่ากาชาดกาฬสินธุ์ขอเชิญลุ้นรางวัลใหญ่ร้านมัจฉากาชาด

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมทำบุญและลุ้นรถจักรยานยนต์ ตู้เย็น กับร้านมัจฉากาชาด เพียงบัตรละ 20.-บาท เงินรายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์

นางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการจัดงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 สำหรับร้านมัจฉากาชาดมีประชาชนมาร่วมทำบุญ ลุ้นโชคกันอย่างมากมาย มีรายได้จากการจำหน่ายบัตรมัจฉากาชาด 309,660.-บาท มีรางวัลใหญ่ออกจำนวน 90 รางวัล ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 1 คัน ผู้โชคดีคือ นางสุพัฒตรา สังข์เทียบ อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 9 ต.หนองตอกแป้น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์, ตู้เย็น 2 เครื่อง คือ คุณอุทัย โคตรแสง อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 ต.ลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์, นายเอกลักษณ์ โสตวัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 11 ต.โพธิ์ศรีสว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด , นอกจากนี้มีโทรทัศน์ 2 เครื่อง, เครื่องซักผ้า 1 เครื่อง, จักรยาน 34 คัน, พัดลม 40 เครื่อง, หม้อหุงข้าว 10 ใบ และกระติกน้ำร้อน 5 ใบ

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับวันที่ 5 มีนาคม 2557 ร้านมัจฉากาชาดมีรางวัลรถจักรยานยนต์ ให้ลุ้นอีก 2 คัน ตู้เย็น 5 หลัง และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งรางวัลทุกรางวัลมาจากน้ำใจของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ที่มาร่วมบริจาคในงานวันรวมน้ำใจสู่กาชาด ส่วนสลากกาชาดการกุศลราคาใบละ 50.-บาท ก็มีจำหน่ายที่ร้านมัจฉากาชาด ลุ้นรางวัลที่ 1 รถเก๋ง Honda Accord มูลค่า 1,290,000.-บาท รางวัลที่ 2 รถกระบะ Toyota Vigo มูลค่า 590,000.-บาท จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ มาร่วมทำบุญลุ้นรางวัลใหญ่กับร้านมัจฉากาชาดในงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 "เราช่วยกาชาด กาชาดช่วยเรา”



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว/ภาพ

กาฬสินธุ์ติดตามปัญหาผลกระทบจากโครงการเจาะสำรวจปิโตรเลียม

วันที่ 5 มีนาคม 2557 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีการประชุมคณะทำงานติดตามผลการดำเนินโครงการขุดเจาะปิโตรเลียมบนบกในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธาน

โดยมีสาระสำคัญของการประชุมคือขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีบริษัทที่ได้รับสัมปทานในการสำรวจ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด สำรวจแปลงหมายเลขที่ L27/43 ในพื้นที่อำเภอยางตลาด อำเภอเมือง อำเภอท่าคันโท และอำเภอหนองกุงศรี มีพื้นที่ประมาณ 983.06 ตารางกิโลเมตร, บริษัททาเท็กไทแลนด์ แอลแอลซี จำกัด สำรวจแปลงหมายเลขที่ L16/50 ในพื้นที่อำเภอยางตลาด, สหัสขันธ์ และอำเภอสมเด็จ มีพื้นที่ประมาณ 650 ตารางกิโลเมตร บริษัท อดานี เว็สสพัน เอ็กพรอเรชั่น จำกัด สำรวจแปลงหมายเลขที่ L22/50 ในพื้นที่อำเภอฆ้องชัย, กมลาไสย และอำเภอยางตลาด

นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เกี่ยวกับผลกระทบต่อยางพาราในเขตพื้นที่ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองกุงศรี การร้องเรียนเกี่ยวกับการวางแนวท่อในเขตตำบลทรายทอง อำเภอห้วยเม็ก กลัวว่าจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นอกจากนั้นยังมีราษฎรร้องเรียนต้องการให้ทางจังหวัดปิดหลุม ยกเลิกโครงการ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้กล่าวว่า การที่ราษฎรต้องการให้จังหวัดยกเลิก ซึ่งทำไม่ได้เพราะจังหวัดไม่ใช่คู่สัญญา แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการป้องกันและลดผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการและให้การดำเนินโครงการให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย ตลอดจนให้ข้อมูลข่าวสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงจึงได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด



สุรพล คุณภักดี/ข่าว

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดเวทีสัญจรชุมชนสมานฉันท์ ครั้งที่ 1

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดเวทีสัญจรชุมชนสมานฉันท์ ครั้งที่ 1 ตามโครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ ประจำปี 2557

นายบุญเลิศ บุญเขื่อง ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ (สวท.กาฬสินธุ์) กำหนดจัดเวทีสัญจรชุมชนสมานฉันท์ ครั้งที่ 1 ตามโครงการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีของคนในชาติ ในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลสามัคคี อำภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการใช้แนวทางในการแก้ไขความแตกต่างทางความคิด เสริมสร้างการมีส่วนร่วมโดยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการนำเสนอต้นแบบของบุคคลหรือชุมชนที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี รวมถึงเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทยผ่านกิจกรรมสามัคคีปรองดองด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมคือ ผู้นำชุมชน ประชาชน เยาวชน ในพื้นที่ตำบลสามัคคี อำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 50 คน ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามรับฟังการถ่ายทอดเสียงเวทีฯ ทาง สวท.กาฬสินธุ์ F.M.93MHz. ซึ่งดำเนินการถ่ายทอดเสียงให้ท่านผู้ฟังทางบ้านได้ติดตามรับฟังตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป

ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า สวท.กาฬสินธุ์ จะจัดเวทีสัญจรชุมชนสมานฉันท์ ครั้งที่ 2 อีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม 2557 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลธัญญา อำภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งท่านสามารถติดตามรับฟังการถ่ายทอดเสียงได้เช่นเดียวกัน


นันทพร กาสาวิด สวท.กาฬสินธุ์  รายงาน

กาฬสินธุ์ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา รวม 3 ราย

นายวิทยา จิตรมาศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า ตามที่สำนักงาน กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เปิดรับสมัครผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ในระหว่างวันที่ 4- 8 มีนาคม 2557 นั้นจังหวัดกาฬสินธุ์ผู้สมัครในวันแรก 3 ราย ส่วนวันที่ 2 ของการรับสมัครไม่มีผู้สมัครเพิ่ม จึงมีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 3 ราย ดังนี้ นายวิรัช พิมพะนิตย์ หมายเลข 1 นายประยงค์ โมคภา หมายเลข 2 และนายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ หมายเลข 3 อย่างไรก็ตามสำนักงาน กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์จะเปิดรับสมัครต่อไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2557 เวลา 16.30 น. ผู้สนใจไปสมัครได้ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนภิรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยขอเชิญประมูลเบอร์สวย เพื่อหารายได้สร้างศูนย์การเรียนฯ

นายฉลาด นะตะวัน ประธานฝ่ายจัดหาทุน สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง แจ้งกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย มีนโยบายในการจัดสร้างศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดในส่วนภูมิภาค ซึ่งสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เป็นหน่วยงานคนตาบอดระดับท้องถิ่น มีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดหาพื้นที่ก่อสร้าง โดยเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ จำนวน 1ไร่ ในการก่อสร้างศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอด ดังนั้นเพื่อเป็นการระดมทุนทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้อนุเคราะห์เบอร์โทรศัพท์เลขสวยให้กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง มาประมูลระดมทุนในวันที่ 7 มีนาคม 2557 เวลา 19.00 น. ช่วงเวลาการออกสลากกาชาด ณ เวทีกลางงานมหกรรมโปงลาง แพรวา และงานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ สนามศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมประมูลเบอร์โทรศัพท์หมายเลขสวย เพื่อระดมทุนในการสร้างศูนย์การเรียนและสาธิตอาชีพคนตาบอดต่อไป


สุวรรณ ศรีอาภรณ์ ข่าว

ชุด ปส. ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ รวบเครือข่ายยาบ้า 3 ราย ของกลาง 5,199 เม็ด รถยนต์ 2 คัน

ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ รวบเครือข่ายยาเสพติดได้ผู้ต้องหา 3 ราย ยาบ้า 5,199 เม็ด รถยนต์ 2 คัน ที่ใช้วิธีการนำยาบ้าไปวางไว้หลัก กม.ส่งให้ลูกค้าในเขตอำเภอสมเด็จ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 บริเวณหน้ากองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนธน ทิพย์จันทร์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.ชุมพล หันชะนา ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด จำนวน 3 ราย คือ นางเพ็ชรจันทร์ ภูแย้มไสย์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236 หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ , นางเนาวรัตน์ หรือเฒ่า ภูโยฤทธิ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 หมู่ 7 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และนาย ก (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236 หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางยาบ้า 5,199 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 81-8902 กาฬสินธุ์ รถกระบะมาสด้าสีบอร์นทอง หมายเลขทะเบียน บน 4645 กาฬสินธุ์

การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สืบทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด นำมายาบ้ามาส่งให้กับลูกค้าในเขต อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ โดยวางไว้ตามหลักกิโลเมตรเพื่อให้ลูกค้ามารับยา จนกระทั่งเวลา 18.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2557 ชุดจับกุมได้ไปดักสุ่ม พบรถกระบะมาสด้าสีบอร์นทอง ทะเบียน บน 4645 กาฬสินธุ์ จับรถมาจอดที่หลัก กม.ที่ 6 ถ.สมเด็จ-กาฬสินธุ์ จากนั้นได้ถือถุง เดินขึ้นรถยนต์ขับออกไปและไปจอดที่หน้าร้านค้าในบ้านสร้างแสน ต.ลำห้วยหลัว อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าควบคุมตัวผู้ที่อยู่ในรถ คือนาย ก (นามสมมุติ) ผู้ขับขี่ และนางเพ็ชรจันทร์ ภูแย้มไสย์ นั่งคู่คนขับ ผลการตรวจค้นพบยาบ้าวางอยู่ที่พักเท้า 26 ถุง จำนวน 5,180 เม็ด จากการสอบสวนนางเพ็ชรจันทร์ ให้การว่านางเนาวรัตน์ หรือเฒ่า ภูโยฤทธิ์ เป็นผู้ที่มีบุญคุณกับตนและ ให้ตนนำยาบ้ามาจากหลัก กม.ที่ 4 ไปส่งที่สวนแตงโม ทราบว่าสิ่งที่นางเฒ่า ให้ไปเอาเป็นยาบ้า สิ่งผิดกฎหมายแต่เนื่องจากเป็นผู้มีพระคุณกับตน จึงพูดอะไรไม่ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นนางเนาวรัตน์ หรือเฒ่า ที่สวนแตงโมง พบยาบ้าอีก 19 เม็ดอยู่ในกระเป๋าสะพาย เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว   ชนะชัย ภูแสงศรี/ภาพ