วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โคราชสัมมนาจัดร้านค้าทองคำ ให้รู้ทันทองปลอม ขณะที่ นายกสมาคมค้าทองคำเตือนร้านทองระวังทองปลอม หลังมิจฉาชีพใช้หลากหลายวิธีนำทองปลอมไปจำนำตามร้านทอง เผยสูญเสียปีละกว่า 2,000 ล้านบาท

ที่ห้อง วี-วัน 1-2 โรงแรมวี-วัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วย นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนา รู้ทันทองปลอมสัญจร ครั้งที่ 6 โดยมี นายชัยชนะ ประพฤทธิพงษ์ ประธานชมรมร้านค้าทอง จ.นครราชสีมา, นายนิวัติ แก้วล้วน เลขาธิการสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร ผกก.สภ.เมืองฯ, พ.ต.ท.ธนะวุฒิ หัสวาที รอง ผกก.ป.สภ.เมือง พร้อมสมาชิกชมรมร้านค้าทอง เจ้าของร้านทองในพื้นที่ จ.นครราชสีมา 105 ร้าน และจังหวัดใกล้เคียง ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตัวแทนจากสภาทนายความ เข้าร่วมสัมมนา เพื่อให้ความรู้กับเจ้าของร้านทองเกี่ยวกับวิวัฒนาการทองปลอม เทคนิคการดูทองปลอม และความรู้ทางด้านกฎหมายในการดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพ รวมกว่า 300 คน

นายจิตติ กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา ราคาทองคำสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพถือโอกาส สร้างปัญหาโดยการผลิตทองปลอม เพื่อตั้งใจมาหลอกลวงร้านค้าทองและโรงรับจำนำ แต่สำหรับผู้บริโภคที่ไปซื้อทองที่ร้านทองขอให้สบายใจได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นทองปลอม แต่ฝ่ายที่ต้องกลัวคือร้านทองกับโรงรับจำนำเท่านั้น แต่ช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาร้านทองต่างคนต่างเก็บทองปลอม หรือทองยัดไส้ที่ถูกหลอกลวงไว้ ไม่กล้าพูด หรือเปิดเผยออกมาเพราะกลัวเสียฟอร์ม จึงทำให้กลุ่มมิจฉาชีพได้ใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สมาคมฯ ได้รับการร้องเรียน จึงได้จัดตั้งอนุกรรมการเพื่อศึกษาข้อมูล และเข้าพบสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสภาทนายความฯ ขอความสนับสนุนการดำเนินคดี จึงอยากฝากเตือนไปยังเจ้าของร้านทองทั่วประเทศ ให้ระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกนำเอาทองปลอมไปจำนำตามร้านทองต่างๆ

นายจิตติ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพจะนำทองจริงไปห่อหุ้มกับเงิน ทองแดง นาก หรือวัสดุอื่นๆ หรืออีกวิธีหนึ่งกลุ่มมิจฉาชีพก็จะนำทองคำจริงมีชื่อยี่ห้อติดอยู่ไปทำการตัดต่อด้านหัวกับด้านท้าย เพื่อเอาชื่อยี่ห้อไปติดกับทองคำปลอม จากนั้นก็จะนำไปจำนำตามร้านทองต่างๆ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพ จะอาศัยช่องโหว่ในการนำเอาทองคำปลอมไปจำนำ และจะทำให้เจ้าของร้านทองไม่กล้าตรวจสอบทองคำของลูกค้าอย่างละเอียด ซึ่งในแต่ละปีร้านทองทั่วประเทศถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำทองคำปลอมไปหลอกจำนำ สร้าง ความสูญเสียมากกว่าปีละ 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะร้านทองที่เปิดทำการใหม่ พวกมิจฉาชีพชอบที่สุด ฉะนั้น จะต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ส่วนรูปแบบใหม่ของกลุ่มมิจฉาชีพการหลอกลวงนำทองปลอมมาในปัจจุบันนั้น มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ

มมส. ร่วมอนุรักษ์ควายไทย เทิดไท้องค์ราชินี

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการ อนุรักษ์ควายไทย ฟาร์ม มมส. เทิดไท้องค์ราชินี สืบทอดศิลปวัฒนธรรมการเลี้ยงและใช้งานจากควายไทยเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

ที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้มีการจัดกิจกรรมตาม โครงการอนุรักษ์ควายไทย ฟาร์ม มมส เทิดไท้องค์ราชินี โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย มหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร นิสิต ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดจน คณะครู อาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้จำนวนมาก ซึ่งในพื้นที่แห่งนี้ มีนายประสาท ขานบุตร หรือพ่อใหญ่แดง เกษตรกรบ้านโพธิ์มี ตำบลนาสีนวน ยังคงทำนาแบบดั้งเดิมที่เหลือเพียงรายเดียวในเขตพื้นที่ตำบลนาสีนวนที่ใช้แรงงานจากควายไทยไถนา และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ยังได้มอบคันไถให้กับนายประสาท พร้อมร่วมไถคาด และปักดำนาร่วมกันกับชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

โครงการอนุรักษ์ควายไทย เป็นหนึ่งในโครงการ 1 หลักสูตร 1 ศิลปวัฒนธรรม ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อน้อมนำพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ด้านการอนุรักษ์ควายไทยมาปรับใช้ ทั้งยังเป็นแหล่งสืบทอดศิลปวัฒนธรรมการเลี้ยงและใช้งานจากควายไทยเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ตลอดจนเพื่อค้นหาและบันทึกเป็นจดหมายเหตุองค์ความรู้และศิลปวัฒนธรรมการเลี้ยงและใช้งานจากควายไทยของตำบลนาสีนวน เผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชนและสาธารณชนต่อไป




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ยโสธรปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษา มหาราชินี 61 พรรษา มหาวชิราลงกรณ์

ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 12 ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ว่าที่ร้อยตรีกิตติ ขันธมิตร กรมวังผู้ใหญ่ เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษา มหาราชินี 61 พรรษา มหาวชิราลงกรณ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา , เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 61 พรรษา และเพื่อสนองงานพระราชดำริ ที่ทั้ง 2 พระองค์ ในการฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่ง เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารและเป็นแหล่งวัตถุดิบในการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากป่า เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยมี นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา




ส.ปชส.ยโสธร/ปิยะนุช
26 ส.ค. 56

ร้อยเอ็ด รับน้องเมย์แชมป์โลกแบดมินตัน ที่ ท่าอากาศยาน ร้อยเอ็ด

จังหวัดร้อยเอ็ด  รับน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ที่  ท่าอากาศยาน ร้อยเอ็ด กลับภูมิลำเนา อย่างสมเกียรติ และยิ่งใหญ่และรุดเยี่ยมบ้านน้องเมย์ที่บ้านปอภาร ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

วันนี้ เวลา 07.30 น. 26 สิงหาคม 2556   นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และประชาชนชาวร้อยเอ็ดร่วมต้อนรับน้องเมย์  รัชนก อินทนนท์ ที่  ท่าอากาศยาน ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยครอบครัวอินทนนท์  นางคำผัน สุวรรณศาลา แม่ของน้องเมย์ ห่างจากจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะ 16 กม.  พร้อมใจขึ้นป้ายตลอดสองข้างทางต้อนรับน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ลูกหลานชาวร้อยเอ็ด กลับเยือนภูมิลำเนาพร้อมครอบครัว รับการต้อนรับและการแสดงความยินดีจากชาวจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างเป็นทางการ  นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด  น้องเมย์ทั้ง เป็นทูตทางด้าน วัฒนธรรมและป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนควร เอาเป็นตัวอย่างทางจังหวัดร้อยเอ็ดได้เตรียมของรางวัลไว้เป็นกำลังใจ อย่างแน่นอนที่บ้านปอภาร ซึ่งเป็นบ้านเกิด  จากนั้นน้องเมย์ และคุณแม่ ได้ลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ ที่ ท่าอากศยานร้อยเอ็ด

หลังจากที่ต้อนรับที่ ท่าอากาศยานร้อยเอ็ดแล้ว   ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดนำคณะ  พร้อมด้วยครอบครัวน้องเมย์ พ่อ แม่และน้องชาย รวมทั้งแม่ปุก ผจก.สโมสรทองหยอด รวม 5 คน เดินทางจากสนามบินร้อยเอ็ด มุ่งตรงมายังบ้านเกิดน้องเมย์แชมป์โลก ที่บ้านเลขที่ 73 ม. 8 บ้านปอภาร เพื่อเยี่ยมญาติพี่น้อง จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารเช้า ซึ่งจัดรับรองที่เทศบาลตำบลปอภาร และเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขัวญ ที่ศาลาวัดบ้านปอภาร จากนั้น นายไชยยงค์ สุริยหาร นายกเทศมนตรีตำบลปอภาร นำสักการะศาลปู่ ภายในวัด นำสักการะศาลแม่ย่าสองนาง ซึ่งหางจากหมู่บ้าน 1 กม. เพื่อแก้บน ซึ่งเป็นสถานที่ชาวตำบลปอภารทั้งตำบล มีความเชื่อศรัทธาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สักการระตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าหากประกอบกิจใดๆเมื่อมาขอพรสำเร็จทุกราย จากการที่ตรวจติดตามความพร้อมการเตรียมรับน้องเมย์แชมป์โลก ชาวบ้านปอภาร ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พบว่าที่บ้านเกิดของน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ขวัญใจชาวไทย และทั่วโลก มีฐานะยากจนจริง โดยได้รับมอบบ้านเอื้ออาทร จากเทศบาลตำบลปอภาร สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง และชาวบ้านปอภาร ใช้แรงกายร่วมสร้างมอบบ้านเอื้ออาทร ให้ครอบครัวน้องเมย์อยู่อาศัยเมื่อปี 2549 ถึงแม้ว่าครอบครัวยากจน แต่ความอบอุ่นความเอื้ออาทรของชาวปอภารที่มอบให้ครอบครัวน้องเมย์มีความอบอุ่นมาก สภาพแวดล้อมภูมิทัศน์โดยรอบสะอาด ได้รับการดูแลจากเทศบาลตำบลปอภารอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้น้องเมย์ก่อนหน้านี้กลับมาภูมิลำเนาก่อนทำการแข่งขันในต่างประเทศทุกครั้ง เพื่อบนบานที่ศาลแม่ย่าสองนางประจำ ประกอบหมู่บ้านปอภารเป็นหมู่บ้านได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับจังหวัดและ เช้าชิงระดับประเทศด้วย




คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ
กมลพร คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
043-527117,086-2200865

ประชุมคณะกรรมการชายแดน จังหวัดเลย – แขวงเวียงจันทน์

การประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดน ไทย – ลาว จังหวัดเลย กับ แขวงเวียงจันทร์ สปป.ลาว เน้นย้ำ การสร้างความเข้าใจที่ดี และเชื่อมสัมพันธ์แนวชายแดนให้แน่นแฟ้น ที่โรงแรมเลยพาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดน ไทย-ลาว จังหวัดเลย- แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ครั้งที่ ๑๗ ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2556 ฝ่ายจังหวัดเลย ประกอบด้วย นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเลย, ผู้บังคับการตำภูธรจังหวัดเลย, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเลย หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ ในพื้นที่ชายแดน ส่วนแขวงเวียงจันทน์ ประกอบด้วย ท่านคำเมิง พงทะดี เจ้าแขวงเวียงจันทน์, หัวหน้าทหารแขวง, หัวหน้ากองบัญชาการป้องกันและรักษาความสงบแขวง, หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าเมืองชะนะคาม และ เจ้าเมืองหมื่น ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนของลาว ที่อยู่ตรงข้ามกับอำเภอเชียงคาน และ อำเภอปากชม ของจังหวัดเลย ที่ประชุม ได้แสดงความยินดี และชื่นชม ผลความร่วมมือของจังหวัดเลย และแขวงเวียงจันทน์ ในระยะที่ผ่านมา ซึ่งมีการพัฒนาความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการค้าชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความร่วมมือรักษาความสงบตามแนวชายแดน มีความสงบ สันติสุข และร่วมมือแก้ไขปัญหาตามชายแดน เป็นไปด้วยดี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมด้านวิชาการเกษตร การประชุมร่วมกันของภาคธุรกิจการค้า ซึ่งจะเป็นผลสืบเนื่องเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แนบแน่น นำมาซึ่งความสงบ ความสันติ ดำรงไว้ซึ่งภราดรภาพที่ราบรื่นยั่งยืนสืบไป ในการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลย-แขวงเวียงจันทน์ ครั้งที่ 17 นี้ ที่ประชุมได้ปรึกษาหารือ และเห็นชอบสนับสนุนการประสานงานระดับจังหวัด-แขวง โดยกำหนดจัดการประชุมประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกัน 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ, เห็นชอบและสนับสนุนให้จัดการประชุมอนุกรรมการชายแดนระดับเมืองและอำเภอ ปีละ 2 ครั้ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ และเห็นชอบให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดน ระหว่างจังหวัด กับ แขวง ปีละ 1-2 ครั้ง และในกรณีเร่งด่วน ให้ประสานงานกันทันที ในส่วนของการตรวจตรา ลาดตระเวนของกองกำลังติดอาวุธ ไม่ให้กำลังทหารหรือตำรวจล่วงล้ำเขตน่านน้ำ ทางบก หรือทางอากาศของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเด็ดขาด ยกเว้นกรณีการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุตามแม่น้ำโขงตามหลักมนุษยธรรม แต่ต้องมีการแจ้งประสานงานให้อีกฝ่ายทราบในทันที และหากมีการเคลื่อนย้าย หรือเพิ่มกองกำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ที่ประชุมเห็นชอบไม่ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ตามชายแดนจัดประชุมตกลงปัญหาชายแดน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ และอนุกรรมการฯ ชายแดน, หากมีการจับกุมคุมขังพลเมืองของฝ่ายใด จะต้องแจ้งรายชื่อผู้ถูกจับให้อีกฝ่ายทราบภายใน 3 วัน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบกำหนดเปิด-ปิด จุดผ่านแดนถาวร บ้านคกไผ่ ตำบลปากชม อำเภอปากชม กับ ด่านท้องถิ่นบ้านวัง เมืองหมื่น แขวงเวียงจันทน์ และจุดผ่านแดนถาวร อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลยกับด่านท้องถิ่นเมืองชะนะคาม แขวงเวียงจันทน์ โดยเปิดเวลา 08.00 น. และปิดเวลา 18.00 น. ของทุกวัน และให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรบ้านคกไผ่-บ้านวัง และด่านเชียงคาน-เมืองชะนะคาม ปรึกษาหารือร่วมกันในการจัดระบบการนำสินค้าเข้า-ออก ตามนโยบายและระเบียบต่าง ๆ แล้วแจ้งให้นักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน ทั้งสองฝ่ายทราบ ในส่วนของบุคคลสองสัญชาติ ที่ประชุมเห็นชอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยการตรวจสอบอย่างจริงจัง หากปรากฏ หรือพบเห็น ให้หารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันทันที เพื่อตรวจสอบประวัติ และจัดทำทะเบียนให้เป็นบุคคลเพียงสัญชาติเดียว ส่วนปัญหาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ประชุมเห็นชอบให้ปฏิบัติตามบันทึกการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2545 โดยจะผลักดันและสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งไทย และลาว ประชุมปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบซื้อ-ขาย เสพยาเสพติดทุกชนิดตามบริเวณชายแดนให้หมดไป ที่ประชุมยังเห็นชอบร่วมมือกันด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การเกษตร ทัศนศึกษา แรงงานและสวัสดิการ การกีฬา และด้านอื่น ๆ ส่วนการประชุมครั้งต่อไป จะมีการประสานหารือเพื่อกำหนดวัน เวลา และสถานที่ต่อไป

วัฒนธรรมจังหวัดเลย ร่วมกับ อย. ศึกษาองค์ความรู้วัฒนธรรมอาหารไทยอีสาน

นายสมยศ สิงห์คำ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานสัมมนาจัดโครงการศึกษาองค์ความรู้วัฒนธรรมอาหารไทยสู่การโภชนาการ ที่ดี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะอนุกรรมการอาหารและยาแห่งชาติ ปราชญ์ชาวบ้าน จากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดเลย เข้าร่วมสัมมนา โรงแรมเลยพาเลซ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย นายสัมฤทธิ์ สุภามา ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเลย กล่าวว่า วัฒนธรรมอาหารเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานสำคัญทั้งด้านความมั่นคงของอาหาร ด้านความปลอดภัย ด้านโภชนาการและสุขภาพ ผ่านการสืบทอดภูมิปัญญามาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ในสมัยโบราณความหลากหลายของพันธุ์พืช ทำให้เกิดความหลากหลายของอาหารไทยที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละภูมิภาค นอกจากนี้ วิธีการรับประทานอาหารไทยร่วมกันเป็นสำรับ บ่งบอกถึงความหลากหลายและความสมดุลของอาหาร รสชาติ และพืชผักที่นอกจากจะได้คุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงและสารเคมี อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความรัก ความอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงบริบทของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีผลทำให้วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจาก เดิมอย่างมากภูมิปัญญาดั้งเดิม รูปแบบการปรุง วิถีการบริโภค และวัฒนธรรมอาหารไทยกำลังถูกกลืนหายไป การดูแลและใส่ใจในสุขภาพของตนเองและครอบครัวลดน้อยลง เกิดพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดความสมดุล ละเลย มองข้ามองค์ความรู้ ภูมิปัญญา และคุณค่าทางโภชนาการที่เป็นประโยชน์ ท้ายที่สุดก็ส่งผลให้เกิดภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดและหัวใจ วัฒนธรรมอาหารเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานสำคัญ ทั้งด้านความมั่นคงอาหาร ด้านความปลอดภัย โภชนาการและสุขภาพ ผ่านการสืบทอดภูมิปัญญามาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ในสมัยโบราณความหลากหลายของพันธุ์พืช สมุนไพร ผัก ผลไม้ ทำให้เกิดความหลากหลายของอาหารไทยที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละภูมิภาค 

ร้อยเอ็ด เยี่ยมภูมิลำเนาน้องเมย์แชมป์โลกแบดมินตัน ที่บ้านปอภาร พบครอบครัวฐานะยากจน

จังหวัดร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ภูมิลำเนาน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน เตรียมต้อนรับกลับภูมิลำเนาวันที่ 26 สิงหาคมนี้ อย่างสมเกียรติ และยิ่งใหญ่ ขณะเดียวกันรุดเยี่ยมบ้านน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ขวัญใจชาวไทยและทั่วโลก พบว่าครอบครัวฐานะยากจนจริง

ที่บ้านปอภาร ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิดของนางคำผัน สุวรรณศาลา แม่ของน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ห่างจากจังหวัดร้อยเอ็ด ระยะ 16 กม. บนทางหลวงแผ่นดินสายร้อยเอ็ด – มหาสารคาม ชาวบ้านปอภาร ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน และเทศบาลตำบลปอภาร ได้พร้อมใจขึ้นป้ายตลอดสองข้างทางต้อนรับน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ลูกหลานชาวร้อยเอ็ด กลับเยือนภูมิลำเนาพร้อมครอบครัว เพื่อรับการต้อนรับและการแสดงความยินดีจากชาวจังหวัดร้อยเอ็ด อย่างเป็นทางการ ล่าสุดนายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด มอบให้นายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามความพร้อมการต้อนรับน้องเมย์แชมป์โลก ที่บ้านปอภาร ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยที่ครอบครัวน้องเมย์ พ่อ แม่และน้องชาย รวมทั้งแม่ปุก ผจก.สโมสรทองหยอด รวม 5 คน เดินทางจากสนามบินร้อยเอ็ดในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ มุ่งตรงมายังบ้านเกิดน้องเมย์แชมป์โลก ที่บ้านเลขที่ 73 ม. 8 บ้านปอภาร เพื่อเยี่ยมญาติพี่น้อง จากนั้นเดินทางไปรับประทานอาหารเช้า ซึ่งจัดรับรองที่เทศบาลตำบลปอภาร และเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขัวญ ที่ศาลาวัดบ้านปอภาร จากนั้น นายไชยยงค์ สุริยหาร นายกเทศมนตรีตำบลปอภาร นำสักการะศาลปู่ ภายในวัด นำสักการะศาลแม่ย่าสองนาง ซึ่งหางจากหมู่บ้าน 1 กม. เพื่อแก้บน ซึ่งเป็นสถานที่ชาวตำบลปอภารทั้งตำบล มีความเชื่อศรัทธาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สักการระตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เชื่อว่าหากประกอบกิจใดๆเมื่อมาขอพรสำเร็จทุกราย จากการที่ตรวจติดตามความพร้อมการเตรียมรับน้องเมย์แชมป์โลก ชาวบ้านปอภาร ต.ปอภาร อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พบว่าที่บ้านเกิดของน้องเมย์แชมป์โลกแบตมินตัน ขวัญใจชาวไทย และทั่วโลก มีฐานะยากจนจริง โดยได้รับมอบบ้านเอื้ออาทร จากเทศบาลตำบลปอภาร สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง และชาวบ้านปอภาร ใช้แรงกายร่วมสร้างมอบบ้านเอื้ออาทร ให้ครอบครัวน้องเมย์อยู่อาศัยเมื่อปี 2549 ถึงแม้ว่าครอบครัวยากจน แต่ความอบอุ่นความเอื้ออาทรของชาวปอภารที่มอบให้ครอบครัวน้องเมย์มีความอบอุ่นมาก สภาพแวดล้อมภูมิทัศน์โดยรอบสะอาด ได้รับการดูแลจากเทศบาลตำบลปอภารอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้น้องเมย์ก่อนหน้านี้กลับมาภูมิลำเนาก่อนทำการแข่งขันในต่างประเทศทุกครั้ง เพื่อบนบานที่ศาลแม่ย่าสองนางประจำ ประกอบหมู่บ้านปอภารเป็นหมู่บ้านได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับจังหวัดและ เช้าชิงระดับประเทศด้วย



กมลพร คำนึง / ข่าว
บุญมี เพ็งรัตน์ / ภาพ

ม.มหาสารคาม เปิดคลินิกสุขภาพจิต ลดภาวะเสี่ยงจากการฆ่าตัวตาย

คณาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมเปิดคลินิกสุขภาพจิต ลดภาวะเสี่ยงจากการฆ่าตัวตาย

ผศ.ดร.ลัดดา แสนสีหา อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากข้อมูลสุขภาพจิตในปัจจุบัน พบว่าคนไทยมีภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง สาเหตุจากปัญหาครอบครัว ความเครียด เศรษฐกิจ ภาวะซึมเศร้า ดังนั้น คณาจารย์กลุ่มวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงได้จัดโครงการบริการวิชาการแก่สังคม ชื่อโครงการคลินิกสุขภาพจิต (Mental Health Clinic) ขึ้น เพื่อช่วยเหลือนิสิต บุคลากร ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและภาวะวิกฤต โดยจะเปิดบริการให้คำปรึกษา ทั้งรายบุคคล รายกลุ่ม รวมทั้งการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมด้านสุขภาพจิต การป้องกันปัญหาการเกิดปัญหาสุขภาพจิต ตลอดจนให้บริการประเมินสภาพจิต ประเมินความเครียด ภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ความฉลาดทางอารมณ์ ความสุข และบริการคลายเครียด

ทั้งนี้ เมื่อประชาชนเกิดปัญหาสุขภาพจิต จะสามารถเผชิญปัญหา และปรับตัวกับปัญหา เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อันจะส่งผลดีต่อการเรียนและการทำงานอย่างมีความสุข เกิดประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อไป โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 081 975 8701 หรือ e-mail: Ladda.a@msu.ac.th



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามเตรียมจัดงานใหญ่ “มหกรรมโฮมแฮง ฮักแพง เบิ่งแงง คนมหาสารคาม”

จังหวัดมหาสารคามเตรียมจัดงานใหญ่ "มหกรรมโฮมแฮง ฮักแพง เบิ่งแงง คนมหาสารคาม” วันที่ 5-6 กันยายน นี้ เพื่อแสดงพลังความร่วมมือของภาคประชาสังคมคนมหาสารคาม

นายศักดิ์ เจริญ ภวภูตานนท์ นายแพทย์ไพบูลย์ อัศวธนบดี และ ผศ.ดร.ลัดดา แสนสีหา คณะกรรมการสภาฮักแพงเบิ่งแงงคนมหาสารคาม เข้าพบนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมในการจัด "มหกรรมโฮมแฮง ฮักแพง เบิ่งแงง คนมหาสารคาม” ซึ่งกำหนดในระหว่างวันที่ 5-6 กันยายน 2556 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม เพื่อเป็นการแสดงพลังความร่วมมือของภาคประชาสังคมคนมหาสารคาม นำเสนอสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเมืองมหาสารคาม นำเสนอความรู้ รูปแบบความสำเร็จ ของโครงการเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะแบบบูรณาการ เพื่อจังหวัดมหาสารคามน่าอยู่ ตลอดจนเป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมของการดำเนินงานโดยภาคประชาสังคม ให้ได้รับทราบอย่างกว้างขวาง

สำหรับกิจกรรมภายในง่าน "มหกรรมโฮมแฮง ฮักแพง เบิ่งแงง คนมหาสารคาม” วันแรกจะเป็นนำเสนอนิทรรศการ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลอดภัยจากสารพิษ การตรวจหาสารพิษในเลือด การจัดฐานเรียนรู้นวัตกรรมการเกษตรปลอดภัยจากสารพิษ กองทุนสวัสดิการชุมชน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานของสภาฮักแพง เบิ่งแงงคนมหาสารคาม ประจำปี 2556 การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน วันที่สองซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีพิธีเปิดงานโดยพระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา "อัตตาหิ อัตตโนนาโถ โกหิ นาโถ ปโร สิยา อัตตานัง หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง : ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ ผู้ที่ฝึกตนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่หาได้ยาก” การแสดงหมอลำคณะบ้านร่มเย็น และ เวทีโสเหล่ "เสียงพลเมือง เปลี่ยนมหาสารคาม”



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว