วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมพร้อมรับจำนำข้าว ปีการผลิต 56/57

อุบลราชธานี : ให้อำเภอที่มีโรงสีเข้าร่วมโครงการ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตัวแทนข้าราชการ 1 คน, ตำรวจ2 คนและเกษตรกร 3 คนต่อวันร่วมปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าวและมอบอุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบกำลังการผลิตและเครื่องอบลดความชื้นและให้ สนง.ชั่ง ตวง วัด ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการระหว่าง 1 ต.ค.56- 30 ก.ย.57

นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้มีมติครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2556 อนุมัติกรอบ ชนิด ราคา ปริมาณ ระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและงบประมาณดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/2557 ซึ่งจะเริ่มดำเนินการรับจำนำ ครั้งที่ 1 นาปี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2556 – 28 กุมภาพันธ์ 2557 และครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2557 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามโครงการฯ คณะอนุกรรมการฯ ระดับจังหวัด จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีมติครั้งที่ 6/2556 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมดำเนินการ และเห็นชอบให้โรงสีเข้าร่วมโครงการ จำนวน 33 รายและให้อำเภอที่มีโรงสีเข้าร่วมโครงการ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตัวแทนข้าราชการ 1 คน, ตำรวจ 2 คนและเกษตรกร 3 คนต่อวัน ร่วมปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว อีกทั้งส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ติดตั้งบริเวณจุดเครื่องชั่งน้ำหนัก จุดวัดความชื้น จุดออกใบประทวนและจุดที่ตัวแทนอำเภอปฏิบัติหน้าที่ ในโรงสีทั้ง 33 แห่งที่เข้าร่วมโครงการฯ

นอกจากนี้ได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบกำลังการผลิตและกำลังเครื่องอบ ลด ความชื้น และให้สำนักงานสาขา ชั่ง ตวง วัดเขต 2-4 อุบลราชธานี ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก เครื่องวัดความชื้นของโรงสีที่เป็นจุดรับจำนำหรือจุดรับจำนำนอกพื้นที่และรายงานให้จังหวัดทราบเป็นประจำทุกเดือน



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 8 ต.ค.56

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอมนุษย์ ให้หน่วยงานในสังกัดออกช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอมนุษย์ ให้หน่วยงานในสังกัดออกช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

อุบลราชธานี : ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เขต 13 มอบเครื่องอุปโภค บริโภค ให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จำนวน 500 ครอบครัว พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันและกิจกรรมเสริมสร้างกำลังทั้งเตรียมเข้าฟื้นฟูและฝึกอาชีพเสริมหลังน้ำลด

เช้าวันนี้ (8 ตค.56) นายปรีชา สรวิสูตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขต13 พร้อมด้วย นางนภา สกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางสาวเสาวลักษณ์ จีรไกลโกศล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ในสังกัด เดินทางไปมอบชุดอุปโภคบริโภค แก่ผู้ประสบอุทกภัย ที่บ้านคูสว่าง บ้านปากกุดหวาย บ้านกุดชุม บ้านกุดระงุม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 500 ครัวเรือน โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เขต13 กล่าวว่า นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มอบนโยบายแก่หน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ให้มอบสิ่งของยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ยังจะสำรวจกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ สตรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยจะจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือ รวมทั้งในช่วงหลังจากน้ำลด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเข้ามาฟื้นฟูแก่ผู้ประสบภัย อาจจะเป็นในลักษณะของการฝึกอาชีพ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งจะมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนต่อไป

นอกจากการมอบสิ่งของยังชีพให้ผู้เดือดร้อนแล้ว ยังมีการสร้างความสนุกสนาน ด้วยกิจกรรมร้องเพลง เล่มเกมส์ และจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ให้กับ เด็ก คนชรา และผู้ประสบอุทกภัยอีกด้วย



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 8 ต.ค.56

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

อุบลราชธานี : ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รองสมุหราชองค์รักษ์ นำสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 809 ชุดมอบให้กับผู้เดือดร้อนในพื้นที่เทศบาลเมืองวารินชำราบและชุมชนรอบนอก

วันนี้ (8 ต.ค.56) ที่ ศาลาประชวารินชำราบ เทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอก เจษฎา ศรีสุภาพ รองสมุหราชองค์รักษ์ พร้อมคณะเดินทางมามอบสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 809 ชุด ให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมีนายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางมัณฑะนา สุทธิวรชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมมอบถุงยังชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยที่อาศัยในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จำนวน 689 ชุด ได้แก่ ชุมชนท่าบ้งมั่ง จำนวน 260 คน,ชุมชนหาดสวนยา จำนวน 132 คน ชุมชนคูยาง จำนวน 212 คน ชุมชนดีงาม จำนวน 51 คน ชุมชนกุดเป่ง หมู่ 6 จำนวน 20 คนชุมชนกุดเป่ง หมู่ 16 จำนวน 4 คน และราษฎรผู้ประสบภัยบ้านกุดปลาขาว หมู่ที่ 9 ตำบลบุ่งไหม อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 120 คน หลังจากนั้นคณะได้เดินทางลงเรือเพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ และสำรวจข้อมูลให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ที่บ้านช่างหม้อ ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ

สำหรับ พื้นที่อำเภอวารินชำราบ ได้รับผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย จำนวน 15 ตำบล 1 เทศบาล มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 7,065 ครัวเรือน จำนวน 13,091 คน บ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหาย จำนวน 2,192 หลัง พื้นที่ทำการเกษตรเสียหาย 58,459 ไร่ ส่วนภายในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 14 ชุมชน จำนวน 2,089 ครัวเรือน จำนวน 6,432 คน ซึ่งอำเภอวารินชำราบ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหล่ากาชาดจังหวัด ภาคเอกชน อาสาสมัคร มูลนิธิและประชาชนทั่วไปในจังหวัด ได้ให้ความช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นอย่างเร่งด่วนแล้ว



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 8 ต.ค. 56

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัยที่อุบลราชธานี

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสิ่งของให้ผู้ประสบอุทกภัยที่อุบลราชธานี อุบลราชธานี : ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รองสมุหราชองค์รักษ์ นำสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 321 ชุดมอบให้กับผู้เดือดร้อนในพื้นที่ ต.คำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ

เช้าวันที่ 7 ต.ค. 56  ที่หอประชุมโรงเรียนวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอก เจษฎา ศรีสุภาพ รองสมุห ราชองค์รักษ์ พร้อมคณะ เดินทางนำสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 321 ชุด มามอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยและได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่ ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนายสุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมอบสิ่งของให้กับผู้เดือดร้อนด้วย

ภายหลังจากที่ได้มอบสิ่งของแล้ว ด้วยคณะรองสมุหราชองค์รักษ์ ได้ลงเรือเพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมสำรวจข้อมูลการให้ความช่วยเหลือและความต้องการของราษฎรที่ประสบอุทกภัย ที่บ้านช่างหม้อ ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ สำหรับ อ. วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ 13 ตำบล จำนวน 85 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,018 ครัวเรือน .


พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 7 ต.ค.56 

เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานีฯ มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

อุบลราชธานี : นำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 2,000. ชุด มอบให้ผู้ประสบอุทกภัยใน 14 ชุมชน 1,402 ครัวเรือน รวม 4,278 คน ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

เช้าวันวันที่ 7 ต.ค. 56  นางมัณฑะนา สุทธิวรชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำชุดบรรเทาทุกข์ ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค จำนวน 2,000 ชุด ไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัย ในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีผู้เดือดร้อน ใน 14 ชุมชน จำนวน 1,402 ครัวเรือน รวม 4,278 คน

โดยก่อนหน้านี้เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำชุดบรรเทาทุกข์ ถุงยังชีพ ไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนที่ชุมชนท่าข้องเหล็กและบ้านหนองกินเพล อ.วารินชำราบ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2556 นำชุดบรรเทาทุกข์ จำนวน 700 ชุด ไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัยและได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานีด้วย



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 7 ต.ค.56 

กองบิน 23 มอบเข็มเหินเวหากิตกิมศักดิ์กองทัพอากาศ

ที่ห้องประชุมกองบิน 23 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่7 ต.ค.56  นาวาอากาศเอกศรสิต กีรติพล ผู้บังคับการกองบิน 23 เป็นประธานพิธีมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถเหินเวหากิตติมศักดิ์กองทัพอากาศ แก่หัวหน้าส่วนราชการ คหบดี เจ้าของกิจการและบุคคลทั่วไป ซึ่งทำคุณประโยชน์แก่กองบิน 23 ส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจต่างๆประสบผลสำเร็จด้วยดี พร้อมเป็นตัวแทนกองทัพอากาศ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมให้การสนับสนุนกิจการของกองบิน 23 ใจความว่า

รู้สึกยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้แทนของกองทัพอากาศ ในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและเครื่องหมายแสดงความสามารถเหินเวหากิตติมศักดิ์ ของกองทัพอากศในครั้งนี้ เครื่องหมายนี้ เปรียบเสมือนสิ่งที่แสดงถึง อุปการคุณที่ทุกท่านมีให้กับกองทัพอากาศ ความสมัครสมานสามัคคี ในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ อีกทั้งขอขอบคุณทุกท่านที่จะได้นำเครื่องหมายแสดงความสามารถปีกเหินเวหากิตติมศักดิ์ของกองทัพอากศที่ได้รับมอบในวันนี้ ไปประดับเพื่อเป็นเกียรติแก่ตนเอง และกองทัพอากาศให้ปรากฏแก่สาธารณชนต่อไป พร้อมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ตลอดจนพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ จงโปรดดลบันดาล พระราชทานพรให้ทุกท่าน และครอบครัวมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีความสุข ความเจริญ คิดหวังสิ่งใด ขอให้สมความปรารถนาทุกประการ

จากนั้นทุกท่านที่ร่วมรับมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถเหินเวหากิตติมศักดิ์ กองทัพอากาศได้ร่วมถ่ายภาพหมู่ และแยกย้ายกันกลับ



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ภาพ

อุดรธานีจัดอบรมครูและบุคลากรโรงเรียนพระปริยัติธรรมสู่ประชาคมอาเซียน

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี และกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 7,8 และ10 ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน

ที่โรงแรมเจริญโฮเต็ล ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีนายพนม ศรศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พระโสภณพุทธิธาดา รองเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ประธานกลุ่มที่ 8 , พระครูสิริธรรมนิเทศ ประธานกลุ่มที่ 7, พระครูสุวรรณสรานุกิจ ประธานกลุ่มที่ 10 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรการศึกษา กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา กลุ่มที่ 7,8และ10 จาก 11 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร หนองคาย บึงกาฬ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และนครพนม รวม 128 โรง และมีครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการอบรม 256 รูป/คน

นายพนม ศรศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องจากการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อน ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยและภูมิภาค ความร่วมมือดังกล่าวเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายโอกาสทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพการศึกษา การใช้โครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีการ สื่อสาร ตลอดจนการบริหารจัดการทางการศึกษาในเชิงคุณภาพ เพื่อสร้างประชาคมอาเซียน ดินแดนแห่งความสงบสุข สันติภาพ และมีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดังนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ตะหนักดีว่า ครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพและการเรียนรู้ของผู้เรียน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนเพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์สามารถแข่งขันในสังคมโลก ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่มีผลต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เพราะครูและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็นบุคคลสำคัญ ในการถ่ายทอดความรู้ การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนสามารถนำประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับมาพัฒนานักเรียนให้ก้าวทันสู่สังคมอาเซียนและสังคมโลกต่อไป จึงได้จัดทำ "โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่สังคมอาเซียนสามารถนำความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาคุณภาพของนักเรียนและคุณภาพของการจัดการเรียนการสอนให้ตรงเป้าหมายของอาเซียนต่อไป

ทั้งนี้ภายหลังเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้กล่าวต้อนรับและพบปะผู้เข้ารับการอบรมในโอกาสดังกล่าวด้วย



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ข่าว/ ภาพ

รมช.สธ ลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วม ในพื้นที่ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว

เช้านี้ (8 ต.ค.) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธาร ณสุข พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ ตรีสาร รอง ผวจ.สระแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และ ปภ.จังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนพี่น้อ งชาวสระแก้วที่ประสบอุทกภัย ตำบลสระขวัญ ได้แก่ บ้านใหม่ถาวรบ้านแก่งสีเสียด บ้านตีอก และบ้านโกสำราญ โดยนำมอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค เครื่องอุปโภค บริโภค นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ วและโรงพยาบาลราชสระแก้ว จัดจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริก ารผู้เจ็บป่วย ในพื้นที่หมู่บ้านโคกสำราญ ตำบลสระขวัญ ผู้ป่วยส่วนมากพบว่าอาการเครียด  และเป็นไข้เล็กน้อย มารับบริการ

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงส าธารณสุข กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่เพื่อมาพบปะ เยี่ยมเยือนราษฎรที่ประสบภัยน้ำ ท่วม ให้กำลังใจ โดยได้บอกกับชาวบ้านให้ระมัดระว ังอันตราย ป้องกันตัวเองจากน้ำท่วม เพราะปีนี้ท่วมมากกว่าทุกปีที่ผ ่านมา โดยเฉพาะคนแก่ และเด็ก และวันนี้ได้นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการผู้เจ็บป่วย ตั้งที่หมู่บ้านโคกสำราญ ตำบลสระขวัญ พร้อมด้วยคุณหมอ พยาบาลบริการผู้เจ็บป่วย ส่วนมากพบว่าอาการเครียด และเป็นไข้ ถ้าพบผู้ป่วยหนัก ต้องการดูแลเป็นพิเศษ โดยจะส่งตัว ไปโรงพยาบาลทันที ซึ่งขณะนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชี วิตจากน้ำท่วม และขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะที่ออ กหาปลา ให้ระวัง ไม่จำเป็นอย่าลงน้ำ เพราะไม่มีความเคยชินกับน้ำท่วม  ด้านนายแพทย์สมยศ ศรีจารนัย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ ว กล่าวว่า ขณะนี้ มีผู้ป่วย แล้ว จำนวนกว่า 2,000 รายแล้ว ส่วนโรคฉี่หนู ยังไม่พบผู้ป่วย

นอกจากนี้ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ในขณะที่ผู้ประสบภัยกำลังเข้าแถ วเพื่อรอรับถุงยังชีพ มีหญิงตั้งครรภ์ คนหนึ่งอีก 10 วันหมอนัดคลอด ถูกขวดน้ำจากผู้มารับของด้วยกัน กระแทกเข้าที่ท้องอย่างแรง ทั้งนี้ รมช.สธ. พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสระแก้ว เข้ามาสอบถามอาการ ด้วยความเป็นห่วง ทราบชื่อภายหลัง นางไอละดา เพ็งแตงโม ชาวบ้านใหม่ถาวร สั่งให้เจ้าหน้าที่ นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราช ทันที
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เมือง สระแก้ว โดยทั่วไป ระดับน้ำได้เริ่มลดลง ถนนสาย 359 สระแก้ว – เขาหินซ้อน ระดับน้ำลดเป็นปกติ รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะบางพื้นที่ ขอบถนนได้รับความเสียหายถูกน้ำก ัดเซาะ เจ้าหน้าที่ได้นำกรวย ปักเตือน แล้ว



ดุลยศักดิ์/ข่าว/ภาพ

เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร ขอเชิญร่วมงานเทศกาล "ถือศีล กินเจ" เริ่มวันที่ 5 -13 ตุลาคม 2556 ณ เมตตาธรรมนูลนิธิสกลนคร ถนน ต.พัฒนา อ.เมืองสกลนคร

เมตตาธรรมมูลนิธิสกลนคร ขอเชิญร่วมงานเทศกาล "ถือศีล กินเจ" เริ่มวันที่ 5 -13 ตุลาคม 2556 ณ เมตตาธรรมนูลนิธิสกลนคร ถนน ต.พัฒนา อ.เมืองสกลนคร  เพื่อปฏิบัติตน ละเว้นการกินเนื้อสัตว์ และของคาวดำรงตน อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด งดงาม ทั้งกาย วาจา ใจ กินอาหารผัก และผลไม้เท่านั้น รักษาศีลของความเป็นมนุษย์ เป็นการเจริญมหากรุณาเมตตาธรรม อันจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและก่อให้เกิดความสันติสุขแก่ทุกชีวิตบนโลก

เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ระดมนักศึกษาอาชีวะ ออกหน่วยบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี เยียวยาจิตใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ชาวศรีสะเกษ เร่งเก็บกวาด ทำความสะอาด ที่พักอาศัยหลังน้ำลด พบทรัพย์สิน ได้รับความเสียหายอื้อ ขณะที่ เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ระดมนักศึกษาอาชีวะ ออกหน่วยบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี เยียวยาจิตใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

วันที่ 8 ต.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ปรากฏว่า ขณะนี้ หลายชุมชนในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ที่ต้องประสบกับปัญหาถูกน้ำท่วม เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง วันละประมาณ 30 เซนติเมตร โดยที่ชุมชนหนองอุทัย อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นชุมชนในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก ล่าสุด ขณะนี้ ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงบ้างแล้ว ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบางส่วน ได้เริ่มทำเก็บ กวาดทำความสะอาดบ้านเรือน ที่พักอาศัย โดยได้รับความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ในการทความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับความสกปรก จากน้ำเน่าเสีย ตลอดจนช่วยขนย้ายอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งภายในบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

ขณะที่ นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ นายเกียรติศักดิ์ ธรรมคุณ รองปลัดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประสานความร่วมมือกับ เครือข่ายนักศึกษาจากสถาบันอาชีวะศึกษา ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 3 แห่งประกอบด้วย วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ และวิทยาลัยสารพัดศรีสะเกษ ออกหน่วยให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 10 ต.ค.56 โดยได้ตั้งจุดบริการเพื่อให้บริการทั้งหมด 4 จุด คือ บริเวณหน้าชุมชนศิริทรัพย์ทวีโชค , บริเวณหน้าสวนสาธารณะหนองอุทัย , บริเวณชุมชนโนนสำนักมิตรภาพ และ บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล 6 มิ่งเมือง

นายเกียรติศักดิ์ ธรรมคุณ รองปลัดเทศบาลเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้มีแนวคิดที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จึงได้ประสานความร่วมมือไปยัง สถานศึกษา ในเครือข่าย อาชีวะศึกษา เพื่อนำนักเรียนที่มีความรู้ความสามารถในการซื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ เพื่อออกหน่วยให้บริการประชาชน ตามจุดที่มีการกำหนดไว้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด นอกจาก จะเป็นเครื่องใช้ประเภท ที่ต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งทางหน่วยที่ให้บริการ ไม่ได้มีการจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งในส่วนนั้น ทางประชาชน ต้องจัดเตรียมมาเอง โดยที่ทางเราจะไม่ค่าคิดแรง หรือค่าซ่อมแซมแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเยียวยาจิตใจของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเบื้องต้น

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จัดติวเข้ม เสริมทักษะด้านภาษา สำหรับกลุ่มสตรีผู้ประกอบการสินค้าOTOP สร้างสมาร์ทเลดี้ ศรีสะเกษ รับ การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558

วันที่ ( 6 ต.ค. 56) ที่ห้องประชุมโรงแรมพรหมพิมาน อำเภอ เมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสนิท ขาวสะอาด นน รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างทักษะการใช้ภาษาสำหรับกลุ่มสตรีผู้ประกอบการสินค้า OTOP ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ จัดขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะ ด้านภาษาให้กับกลุ่มสตรี ผู้ประกอบการด้านสินค้า OTOP ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เตรียมความพร้อมรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 โดยมี นายทวี ดำรงเลิศบวร หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นำตัวแทนกลุ่มสตรี ผู้ประกอบการด้านสินค้า OTOP จาก 22 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เข้าฝึกอบรมในครั้งนี้

นายทวี กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการทำความเข้าใจกับประชาชน การเตรียมความพร้อมด้านภาษา ให้กับประชาชน และเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ในการสร้าง สมาร์ทเลดี้ คือการเป็นผู้หญิงที่มีความสวย จากภายใน และความเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น ในทุกๆด้าน โดยการจัดฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 คือการอบรมเกี่ยวกับ เรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

และส่วนที่ 2 การอบรมเสริมทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยวิทยากที่มีความรู้ จากสถานการศึกษาต่างๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ

รมช.พาณิชย์ คุมเข้มราคาสินค้าไม่ให้ขึ้นราคาซ้ำเติมประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ขอความร่วมมือห้างดังให้จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 56 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ว่าการ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ได้นำคณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนชาวศรีสะเกษ ที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ พร้อมทั้งได้นำเอาถุงยังชีพ ประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้งและน้ำดื่ม จำนวน 1,000 ชุด ไปมอบให้กับประชาชนชาวศรีสะเกษที่ประสบภัยน้ำท่วม จากนั้น ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมที่บริเวณชุมชนสนามเป้า ชุมชนท่าเรือและวัดมิ่งเมือง ที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำท่วมได้เริ่มลดลงแล้ว โดยมีนายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายวีระพงษ์ สืบค้า พาณิชย์ จ.ศรีสะเกษ นำคณะข้าราชการ และประชาชนมาให้การต้อนรับ

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ทางรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงไปช่วยเหลือประชาชน โดยประสานกับทางจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และ ส.ส.ในพื้นที่ ให้มาช่วยบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนก่อน และในขณะเดียวกันตนก็ได้กำชับทางพาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด และหน่วยงานอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ทุกจังหวัด ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนว่า อย่าให้มีการขึ้นราคาสินค้า ฉวยโอกาสต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน ถ้าพื้นที่ไหนขาดแคลนเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะผัก เนื้อสัตว์ ก็ให้ประสานกับส่วนกลาง เช่น กรมการค้าภายใน เราก็พยายามหาทางที่จะเชื่อมโยงให้ว่า พื้นที่ไหนที่มีเหลือ สามารถที่จะเอื้อเฟื้อพื้นที่อื่น ๆ ที่ขาดแคลนได้ ก็จะให้ช่วยกัน ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะช่วยดูแล เรื่องราคาสินค้า ถ้าหากมีความเหมาะสม ก็จะมาจัดงานธงฟ้า เพื่อขายสินค้าราคาถูกให้พี่น้องประชาชน

รมช.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า ในขณะเดียวกัน วันก่อนก็ได้นัดประชุมกับทางห้างต่าง ๆ เช่น แม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว รวมทั้ง ห้างเซเว่นอีเลเว่น ให้ช่วยขายสินค้าบางส่วนในราคาพิเศษ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น บางส่วนก็จะมีอาหารกล่องขายในราคาถูกอยู่ ตรงนี้เป็นทางที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วย และถ้าหากประชาชนเห็นร้านค้าขึ้นราคาสินค้า มีมาตรการหลักก็คือ ให้โทรศัพท์ไปที่ สายด่วน 1569 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอด 24 ชม. ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ และหน่วยเคลื่อนที่ออกมา ให้บอกว่าอยู่จุดไหนที่มีการเอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนในช่วงที่ขาดแคลน ทางส่วนกลางพยายามที่จะตรึงราคา ไม่ให้ไข่ ผัก และเนื้อหมูขึ้นราคา ช่วงนี้เป็นช่วงกินเจ ผักพยายามจะให้ตรึงราคาไม่ให้ขึ้นราคารมากที่สุด

รมช.สาธารณสุข สั่งระดมแพทย์ พยาบาล ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม เตือนระวังโรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดโนนทรายทอง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข และคณะ ได้เดินทางโดยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไปพบปะเยี่ยมเยือนและให้นโยบายในการปฏิบัติราชการแก่คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ พร้อมด้วยยารักษาโรคต่างๆ จำนวน 300 ถุงให้แก่ประชาชนชาวชุมชนโนนทรายทองที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยมี นายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธเนศ เครือรัตน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 พรรคเพื่อไทย นำคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนให้การต้อนรับ

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงน้ำท่วมขณะนี้กำลังเฝ้าระวังมากที่สุดคือโรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู เนื่องจากว่าเป็นโรคที่มากับน้ำท่วม ซึ่งกำลังรวบรวมสถิติอยู่ว่า มีผู้ป่วยจำนวนเท่าใด แต่ว่าก็ได้ดูแลเบื้องต้นโดยการส่งแพทย์เคลื่อนที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมสุขภาพจิตลงไปดูแล ส่วนกรมอนามัยก็ได้ลงไปให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการจัดการขยะ สิ่งปฏิกูล การขับถ่ายต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบากของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ดังนั้น จึงได้มีการจัดระบบการขับถ่าย โดยได้จัดส่งส้วมกระดาษหรือส้วมมือถือที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนนำออกไปให้การช่วยเหลือชาวบ้าน

รมช.สาธารณสุข กล่าวต่อไป ส่วนในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไรเนื่องจากว่า โรงพยาบาลและศูนย์อนามัยต่าง ๆ สามารถที่จะรองรับได้ และตนได้สั่งการให้แพทย์พยาบาลเคลื่อนที่ออกไปให้การดูแลรักษาพยาบาลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ตนขอฝากประชาชนชาวศรีสะเกษว่า ในช่วงน้ำท่วมครั้งนี้อย่าประมาท เนื่องจากว่า จ.ศรีสะเกษ มีประชาชนเสียชีวิตแล้วหลายราย เพราะว่าน้ำไหลแรงมาก อีกทั้งเกี่ยวกับอาหารการกินก็ขอให้ระมัดระวังด้วย โดยเฉพาะเรื่องการเก็บอาหาร การปรุงอาหารก็ขอให้ปรุงสุก เนื่องจากว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่พาหะนำโรคกำลังทำงาน ฉะนั้นก็ขอให้ประชาชนระมัดระวังรักษาตนเองและครอบครัวให้ดีด้วย

ศรีสะเกษ ติวเข้มกลยุทธ์ แก้น้ำเน่าเสีย เพื่อบรรเทาทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย หลังน้ำลด

วันนี้ ( 6 ต.ค. 56) ที่หอประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสนิท ขาวสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายนิวัติ น้องผาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ นำบุคลากรในเครือข่ายอาสาสมัครช่วยเหลือชุมชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม และมีน้ำท่วมขัง จังหวัดศรีสะเกษ เข้าอบรมการทำน้ำจุลินทรีย์ชีวภาพ และ อีเอ็มบอล จากสมุนไพร เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบกับปัญหาน้ำเน่าเสีย ในพื้นที่ ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดศรีสะเกษ

นาย นิวัติ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจาก จังหวัดศรีสะเกษ เกิดวิกฤติน้ำท่วมอย่างหนัก ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ ต้องประสบกับความเดือดร้อน บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนไร่นา และผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แม้ในขณะนี้ ในหลายพื้นที่ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แล้ว แต่ประชาชนยังต้องประสบกับปัญหาเรื่องของน้ำเน่าเสียเนื่องจากน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งการอบรมในวันนี้ ได้มีวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ มาแนะนำการทำน้ำสมุนไพร และก้อนสมุนไพรบำบัดน้ำสิ่งแวดล้อมหลังน้ำลด ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งอาสาสมัครที่เข้าฝึกอบรมในวันนี้ จะได้นำความรู้ที่ได้ ไปขยายผลต่อยังชุมชน หรือพื้นที่ ที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

เจ้าหน้าที่เรือนจำศรีสะเกษรวบนักโทษหน้าใหม่ แอบซุกซ่อนยาบ้าเข้าเรือนจำ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ต.ค. 56 ร.ต.อ. อรรณพ มณีวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษว่า มีนักโทษแอบซุกซ่อนยาบ้าเข้ามาภายในเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ ดังนั้น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จ.ศรีสะเกษ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ภายในบริเวณจุดตรวจค้นผู้ต้องขังของเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ พบเจ้าหน้าที่เรือนจำกำลังควบคุมตัวผู้ต้องขังที่ก่อเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือ นายจิระศักดิ์ ผลบุญ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 6 ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พร้อมยาบ้าซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกหลอดละ 10 เม็ด จำนวน 9 หลอด รวม 90 เม็ด แอบซุกซ่อนอยู่ในตะเข็บบริเวณกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีครีมของผู้ต้องขังที่สวมใส่มา

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 56 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธร จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าจับกุมตัวนายจิระศักดิ์ ในคดีเสพ และมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และในวันนี้ (5 ต.ค.56 ) พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายจิระศักดิ์ไปส่งฝากขังต่อศาล จ.ศรีสะเกษ จากนั้น จึงได้นำตัวนายจิระศักดิ์ส่งเข้าเรือนจำ จ.ศรีสะเกษ พร้อมผู้ต้องขังรายอื่นอีก จำนวน 11 คน และได้ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษ ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนกางเกงขาสั้นสีครีมข้างซ้ายและข้างขวา ข้างละ 4 หลอด และอยู่ในตะเข็บซิบด้านหน้าอีก 1 หลอด จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายจิระศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมดนี้เป็นของตนจริง โดยเป็นยาบ้าส่วนที่เหลือที่ตนแอบซุกซ่อนไว้ในช่องลับที่ตนทำไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่สามารถตรวจค้นเจอ โดยยาบ้าที่แอบซุกซ่อนเข้าไปนี้ ตนจะนำไปเสพ และขายให้กับผู้ต้องขังภายในเรือนจำ เพราะเห็นว่า ขายได้ราคาดี แต่มาถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษ ตรวจค้นเจอเสียก่อน เบื้องต้น ร.ต.อ.อรรณพ มณีวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้ให้เจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษ นำตัวนายจิระศักดิ์ เข้าคุมขังที่เรือนจำ จ.ศรีสะเกษก่อน หลังจากนั้น จะได้ทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ต้องขังรายนี้ ต่อไป

ศรีสะเกษ เร่งฟื้นฟูบริเวณน้ำท่วมขังที่เน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น 3 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ

จากสถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้ส่งผลให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แม้ว่าในขณะนี้ระดับน้ำท่วมจะลดลงอย่างต่อเนื่อง วันละประมาณ 20 เซนติเมตร แต่ประชาชนในหลายชุมชน ยังต้องประสบกับปัญหาของเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งสาเหตุมาจากขยะมูลฝอย หรือมูลปฏิกรต่างๆ ที่ถูกกระแสน้ำลอยมาทับถม และหมักหมมเป็นระยะเวลาหลายวัน ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ต.ค.56 ที่บริเวณชุมชนโนนทรายทอง อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายนุกูล แสงทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่เพื่อทำการฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ประกอบด้วย ชุมชนโนนทรายทอง ชุมชนหนองอุทัย และชุมชนกุดหล่ม โดยการนำน้ำหมักชีวภาพ หรือ EM จุลินทรีย์ ไปฉีดพ่นและเทใส่บริเวณที่มีน้ำเน่าเสีย และได้นำน้ำหมักชีวภาพบางส่วนได้แจกจ่ายให้กับประชาชน นำไปใช้ในบริเวณที่อยู่อาศัย ที่มีน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเน่าเหม็น

นายนุกูล แสงทอง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ ให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำเน่าเสีย โดยการนำน้ำหมัก ชีวภาพ หรือ EM จุลินทรีย์ ไปฉีดพ่นใส่บริเวณที่น้ำเน่าเสีย ซึ่งน้ำหมักชีวภาพนี้จะทำปฏิกิริยา กับน้ำที่เน่าเสีย จะส่งผลให้กลิ่นเหม็นหายไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน และให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากน้ำท่วมในเบื้องต้น

จังหวัดเลย นำสื่อมวลชนชมนิทรรศการ “สร้างอนาคตไทย ๒๐๒๐” ที่หนองคาย

จังหวัดเลยนำสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดเลย กว่า ๑๐ คน เดินทางไปชมนิทรรศการ "สร้างอนาคตไทย ๒๐๒๐” ที่หอประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย   โดยภายงานมีการแบ่งนิทรรศการเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑  เป็นนิทรรศการก้าวใหม่การพัฒนาเชื่อมไทยสู่โลก แบ่งเป็น ๔ โซน ได้แก่ โซน ๑ ทำไมต้องสร้างอนาคตไทย นำเสนอข้อมูลสำคัญ ๕ ประเด็น ที่ผลักดันให้ประเทศต้องเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมและขนส่ง  โซน ๒ พลิกโฉมคมนาคมไทย แสดงให้เห็นถึงสภาพของระบบคมนาคมไทยในปัจจุบันที่ตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย  สิงคโปร์  ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับรองอนาคต  โซน ๓ ระบบรางสร้างอนาคต เมื่อพิจารณาการคมนาคมทางน้ำ ทางอากาศ  และทางถนน  ระบบรางตอบโจทย์ได้ดีที่สุด  ทั้งการโดยสารคน ตลอดจนการขนส่งสินค้า โซน ๔ It’s not just a Train , it’s the Future สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ วิถีชีวิตบนความเร็วสูง โดยจำลองตู้รถไฟในอนาคตมาให้ชม สำหรับนิทรรศการ ส่วนที่ ๒ ยกระดับทุกมิติเพื่อคนไทยทุกคน  แบ่งเป็น ๔ โซน ได้แก่ โซน ๑ ภูมิภาค ชีวิต และอนาคต  ซึ่งการศึกษาเส้นทางคมนาคมที่จะปรับเปลี่ยนในแต่ละภูมิภาค จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เทคนิค Interactive Infrastructure MAP&LED เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจโครงสร้างระบบคมนาคมในอนาคต  โซน ๒ ถิ่นนี้อีสานเหนือ (หรืออีสานใต้)  นำเสนอจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคว่ามีจังหวัดอะไรบ้าง และมีลักษณะเด่นอย่างไรทางด้านท่องเที่ยว สินค้าพื้นเมือง  โซน ๓ เชื่อมโยงชีวิต เศรษฐกิจ ทุกทิศทั่วไทย  จัดจำลองตู้รถไฟความเร็วสูงให้ผู้ชมเดินเข้าไปชมโดยเน้นการตกแต่งนำสินค้าโอทอปขึ้นไปจัดแสดง  โซน ๔ เมืองใหม่ อนาคตใหม่  นำเสนอต้นแบบเมืองแห่งอนาคตที่ขยายตัวและเติบโตเศรษฐกิจเมื่อเกิดรถไฟความเร็วสูงจะเกิดเมืองใหม่  โซน ๕ อีสานเหนือ (หรืออีสานใต้)  แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน  เมื่อมีรถไฟความเร็วสูงและโครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ  ที่เกิดขึ้น   นอกจากคณะสื่อมวลชนจังหวัดเลย  ยังมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก  ทำให้ต้องเข้าแถวรอคิวเข้าชมนิทรรศการครั้งนี้  โดยจัดให้ประชาชนเข้าไปชมเป็นกลุ่ม ๆ  ละ  ๗๐  คน  เพื่อลดความแออัดการเข้าชมนิทรรศการแต่ละโซน

ร้อยเอ็ด เปิดพิธีลงนามสัญญาซื้อ – ขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาตรฐานอเมริกาและยุโรป ระหว่าง 3 ประเทศอย่างเป็นทางการ

จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดพิธีลงนามสัญญาซื้อ – ขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ มาตรฐานข้าวอินทรีย์ภาคพื้นอเมริกาและยุโรป (NOP/USDA/EU) ระหว่างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน องค์กรเอกชนของไทย –จีน –มาเลเซีย อย่างเป็นทางการ ปีการผลิต 2556/57 ออเดอร์  1,000 ตัน  มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายให้สมาชิก 81 ประเทศ 41 ล้านคน

วันนี้ (8 ต.ค.56) เวลา 09.00 น. นายธัชชัย  สีสุวรรณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ มาตรฐานข้าวอินทรีย์ภาคพื้นอเมริกาและยุโรป หรือ NOP/USDA/EU  ณ หอประชุม พระมหาเจย์ดีชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ระหว่าง  ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน ผู้แทนองค์กรเอกชน จากประเทศไทย  กับ ผู้บริหารบริษัท เจเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน   และผู้บริหารบริษัท แม็คโครฟู้ด จำกัด จากประเทศมาเลเซีย    เพื่อซื้อ – ขายข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์มาตรฐานข้าวอินทรีย์ภาคพื้นอเมริกาและยุโรป  เพื่อนำไปผลิตแปรรูปและบรรจุภัณฑ์จำหน่ายให้สมาชิก 81 ประเทศ 41 ล้านคน ในรูปแบบบริษัทขายตรง  ทั้งนี้ ยอดสั่งซื้อเบื้องต้น 1,000 ตัน ราคาตันละ 25,000 บาท มูลค่า 25 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า 5 ล้านบาท หรือร้อยละ 20 ของการซื้อขาย โดยมีคณะบริหารของบริษัทฯ จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ,ประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วยสมาชิกและกรรมการบริหารเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน,หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน จำนวนมาก

ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน เปิดเผยว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน เป็นองค์กรภาคเกษตรที่ดำเนินการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์  มาตรฐานข้าวอินทรีย์ภาคพื้นอเมริกา (NOP/USDA) และยุโรป (EU)  เพื่อการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2549 มีสมาชิก 8 จังหวัด ประกอบด้วย ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ อำนาจเจริญ มุกดาหาร สกลนคร และนครพนม มีสมาชิกทั้งสิ้น 1,124 คน มีพื้นที่ 18,400 ไร่ ผลผลิต  4,900 ตัน ในส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด มีสมาชิก โดยมีศูนย์กลางการบริหารและสำนักงาน ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 4 บ้านชาด ตำบลหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด มีสมาชิก 248 ราย พื้นที่เพาะปลูกข้าว 2,976 ไร่ มีผลผลิตเฉลี่ย 1,340 ตัน/ปี มีทั้งรายที่เป็นข้าวอินทรีย์ปรับเปลี่ยนและข้าวหอมมะลิแท้ตามมาตรฐานสากล ในทุกปีที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้จำหน่ายข้าวสารหอมมะอินทรีย์ในรูปของข้าวกล้องผ่านกระบวนการ Stabilized เพื่อถนอมคุณภาพข้าวให้อยู่ในสภาพสด – ใหม่ได้นานกว่า 6 เดือน เนื่องจากกระบวนการส่งออกใช้เวลานานกว่าจะถึงมือผู้บริโภค และข้าวสารหอมมะลิอินทรีย์ ผ่านผู้แปรรูป บรรจุภัณฑ์และส่งออกอินทรีย์มาตรฐานเดียวกันไปยังกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปและอเมริกา

นายธัชชัย  สีสุวรรณ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานในพิธีฯ ยังได้กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ยังมีการถ่ายทำ Mini Series สารคดีข้าวหอมมะลิอินทรีย์ไทย เพื่อเผยแพร่กระบวนการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์และกิจกรรมครั้งนี้ไปทั่วโลก นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่หลักแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาตรฐานภาคพื้นอเมริกาและยุโรปเลี้ยงสมาชิกกว่า 41 ล้านคน  81 ประเทศทั่วโลก




วิมล  เร่งศึก/ข่าว
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด
8 ต.ค. 56

เครือข่ายข้าวหอมมะลิอินทรีย์อีสาน นำนักธุรกิจชาวจีน ลงพื้นที่ชมแปลงนาเกษตรอินทรีย์ อ.ธวัชบุรี พร้อมสั่งซื้อข้าว หอมมะลิอินทรีย์ ปี 55/56 กว่า 25 ล้านบาท

เมื่อบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2556 เวลา 15.00 น. ณ กฤษณกรณ์ฟาร์ม ศาลากลางทุ่งดอนส่วย บ้านชาด หมู่ที่ 4 ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุ มชนเกษตรอินทรีย์อีสาน 8 จังหวัดอีสาน (ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ มุกดาหาร สกลนคร และนครพนม) มีสมาชิกทั้งสิ้น 1,124 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมะลิอินทรี ย์รวมกัน 18,400 ไร่   นำ นักธุรกิจชาวจีนและมาเลเซีย ลงพื้นที่ปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์  บริเวณที่แปลงนาอินทรีย์ บ้านชาด หมู่ที่ 4 ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด  เพื่อสร้างความมั่นใจในกระบวนการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ ของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์อีสาน ในการลงนามสัญญาซื้ อขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด  ในวัน ที่ 8 ตุลาคม 2556  ได้สร้างความประทับใจและมีความพ ที่เดินทางลงพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง  นักธุรกิจชาวจีนและชาวมาเลเซีย ที่มาเยือนประกอบด้วย  บริษัท เจ เอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล กวางโจ ไชนา( JM International,Guang Zhou,Chaina) นำโดย  MR.จ้างฉี (Mr.Zhang Qi:Global CEO&President JM Int’l:Chaina) รองประธานกรรมการฯ ,ดร.ฟ้าง จือ กาง(Dr.Bruce Fang:CEO,JM Int’l:Overseas), MR.โหล หยิว เสียง (Mr.Lua Yuxiang:Dept.Director,JM Int’l:Overseas) และ MR..ซ้าว เจี้ยน (Mr.Sau Jian:Sr.marketing Director) พร้อมสมาชิกและกรรมการเครือข่ ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อี สาน  ที่ได้เดินทาง ด้วยกัน

นอกจากนี้ ได้จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ  ในเวลา 18.00 น. จัดตามประเพณี สมาชิกเครือข่ายและชาวบ้านนั่ งวงล้อมรอบตัวแทนบริษัทจากจีนฯ บายศรีสู่ขวัญ ข้าว และพิธีบายศรีสู่ขวัญผู้มาเยือนพร้อมผูกข้อต่อแขน เพื่อเป็นศิริมงคล  และการรำบายศรีสู่ขวัญ, รำโหวด ที่แสดงถึง เครื่องดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวจังหวัดร้อยเอ็ด จากนั กศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด

ดร.รณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุ มชนเกษตรอินทรีย์อีสาน กล่าวว่า นับว่าเป็นความสำเร็ จที่น่าภาคภูมิใจที่ ชาวนาเกษตรอินทรีย์อีสาน ที่ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ปราศจากสารเคมี ของ 8 จังหวัดอีสาน ที่ได้มีตลาดโลกที่เห็นคุณค่ าของข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของไทย ที่ปราศจากสารอินทรีย์ โดยเฉพาะที่บ้านชาดที่ทำรายได้ แก่ชาวบ้านเอง ถึงปีละ 4 แสนบาท จนทำให้มีออร์เดอร์จากบริษัท เจ เอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล กวางโจ ไชนา ในครั้งนี้เพื่อความมั่นใจในการผลิตข้าวอิ นทรีย์อีสาน บริษัทฯจากจีน ได้ส่งตัวแทน มาศึกษาดูงาน ภูมิหลังที่แท้จริงของการปลูกข้ าวอินทรีย์อีสานที่บ้านชาด ว่า เป็นจริงหรือไม่และดูขั้นตอนต่ างๆเพื่อความมั่นใจในการสั่ งนำเข้า ถึง 25 ล้านบาท   ก่อนที่จะมีพิธีลงนามทำข้ อตกลงเป็นทางการในวันที่ 8 ตุลาคม 2556   ที่ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ

กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด  043-527117

ยโสธรรณรงค์ล้างมือในวันล้างมือโลก

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ  กำหนดในวันที่  ๑๕  ตุลาคม  ของทุกปี  เป็นวันล้างมือโลก  (Gjobaj  Hand  Hand  Washing Day)  เพื่อเป็นการรงค์  สร้างความตระหนักให้ประชาชนทั่วโลก  ล้างมือด้วยน้ำและสบู่  ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและเสียค่าใช้จ่ายน้อย  ในการป้องกันโรคติดเชื้อ  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร  ตระหนักและให้ความสำคัญในการรณรงค์ดังกล่าว  จึงได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานในสังกัด จัดกิจกรรมรณรงค์ล้างมือ ในวันล้างมือโลก  คือ วันที่  ๑๕  ตุลาคม  พร้อมประชาสัมพันธ์ให้หน่วยงานภาคีเครือข่าย  ภาครัฐ  ส่วนราชการท้องถิ่น  เอกชน  ชุมชน  ตลอดจนประชาชน  เข้าร่วมกิจกรรมล้างมือ   เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย  ตระหนักและให้ความสำคัญในการล้างมือด้วยน้ำและสบู่  อย่างถูกต้อง  ๗  ขั้นตอน  เป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ  ซึ่งจะทำให้คนไทยมีสุขภาพดี และแข็งแรงตลอดไป

ยโสธรเป็นตัวแทนจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด

จังหวัดยโสธรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาด”ยูโรเค้ก” ไทยแลนด์บีช วอลเล่ย์บอล 2013  เพื่อคัดเลือกตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมแข่งขันในระดับประเทศ

ที่สนามกีฬาสวนพญาแถน อ.เมืองยโสธร นายชัยภัทร หิรัญยเลขา  รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาด”ยูโรเค้ก” ไทยแลนด์บีช วอลเล่ย์บอล 2013 รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    ดร.สถิรพร นาคสุข นายก อบจ.ยโสธร /นายกสมาคมกีฬาจังหวัดยโสธร กล่าวว่า สมาคมกีฬาวอลเล่ย์บอลแห่งประเทศไทยร่วมกับยูโรคัสตาร์ดเค้ก จัดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลชายหาด ประจำปี 2556 ขึ้น ภายใต้ชื่อ”ยูโรเค้ก”วอลเล่ย์บอลชายหาดบีช 2013 ซึ่งจะมีการขังขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ในวันที่ 17-24 ธันวาคม 2556 ที่จังหวัดมหาสารคาม ดังนั้นสมาคมกีฬาจังหวัดยโสธรจึงได้จัดแข่งขันขึ้นเพื่อคัดเลือกตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้ง  เพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนให้หันมาเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาดเพิ่มมากขึ้น และเป็นการพัฒนาทักษะประสบการณ์ให้กับนักกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาด การแข่งขันในครั้งนี้ แบ่งเป็นประเภททีมชายและทีมหญิง  4 รุ่น  รุ่นอายุ 12 ปี/ 14ปี / 16 ปี และ 18 ปี  มีนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งหมด 60 ทีม จาก 20 จังหวัด เริ่มแข่งขันระหว่างวันที่ 7-14 ตุลาคม 2556 ที่สนามกีฬาสวนพญาแถน


วรรณทอง   ภูโสภา
ส  ปชส/ยโสธร/ภาพ/ข่าว

ยโสธรขยายการขึ้นทะเบียนยางพารา

คณะกรรมการบริหารโครงการแก้ไขปัญญา ยางพารา ปี ๒๕๕๗จังหวัดยโสธร ประชุมเร่งรัดการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดยโสธร นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานประชุมเร่งรัดการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ ปลูกยางพารา เนื่องจากรัฐบาลเห็นชอบในโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ ปี ๒๕๕๗ โดยให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา มาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ เพื่อขอรับเงินชดเฉย ตามที่รัฐบาลกำหนด นายกมล ภูเด่นแดน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองประธานกรรมการ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดยโสธรมีเกษตรกรผู้ปลูกยาพารามาขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน ๑,๑๙0 ครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ ๑๔.0๓ ถือว่าเป็นยอดสถิติที่ต่ำอยู่ ซึ่งเป้าหมายจำนวนครัวเรือนที่ปลูกยางพาราของจังหวัดยโสธรมีทั้งสิ้นจำนวน ๘,๔๘๒ ครัวเรือน ดังนั้น จึงขอขยายระยะเวลาในการขึ้นทะเบียนยางพารา ออกไปจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2556 นี้


วรรณทอง ภูโสภา
ส ปชส/ยโสธร/ข่าว

ผู้ว่าฯมุกดาหารร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนก่อสร้าง ศาลาปฏิบัติธรรม

ที่ศาลาการเปรียญ วัดบรรพตมโนรมย์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนก่อสร้าง ศาลาปฏิบัติธรรม ของวัดบรรพตมโนรมย์ ซึ่งมี หัวหน้าส่วน ข้าราชการ ตัวแทนห้างร้าน ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งจำนวนมาก โดยในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีนายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้นำกล่าวคำถวายผ้าป่าสามัคคี และมอบปัจจัยบริจาคยอดรวมทั้งสิ้น 184,383 บาท โดยมี พระครูประจักษ์ บุญญาทร รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้รับมอบปัจจัย หลังจากเสร็จพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ได้จัดให้มีพิธีบายศรีสู่ขวัญแก่ประธานในพิธีเพื่อเป็นศิริมงคล

ทั้งนี้ศาลาปฏิบัติธรรม ของวัดบรรพตมโนรมย์แห่งนี้จะใช้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และเป็นสถานที่ประกอบกิจของสงฆ์ และเป็นอีกหนึ่งแห่งที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดมุกดาหาร สำหรับวัดบรรพตมโนรมย์ มีที่ตั้งอยู่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร บางคนเชื่อว่าที่แห่งนี้เคยเป็นที่ทำภาวนาของฤาษีหรือนักพรตมาก่อน วัดบรรพตมโนรมย์ สร้างเมื่อปี ๒๕๑๓ มีพื้นที่ ๖๘ ไร่ ต่อมาได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ๕ ไร่ ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดผาชัน หรือเรียกตามลำห้วยที่อยู่ใกล้วัดว่า วัดห้วยผาชัน ต่อมาเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๗ จึงได้ขอตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดบรรพตมโนรมย์



พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร ประกาศผลการคัดเลือกผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดมุกดาหาร

นางสาวนุชนาถ ด้วงสงฆ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหารได้ประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่และแนวทางปฏิบัติในการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรคัดเลือกกันเองไปแล้วระหว่างวันที่ ๓๐ กันยายน –๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ไปแล้ว ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่าเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัด พ.ศ.๒๕๕๕ ข้อ ๒๔ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหารได้ประกาศผลการคัดเลือกกันเองของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเพื่อเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดมุกดาหาร

๑. สมาคมหรือชมรมครู อาจารย์ หรือสมาคมทางด้านการศึกษา ได้แก่ นายสมจิต ราชิวงศ์

๒. สภาทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ได้แก่ นายสุรพล บุตรดีวงศ์

๓. สมาคมหรือชมรมพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือสภาแรงงาน หรือสหภาพแรงงาน ได้แก่ นายนสุรชัย บุญประคอง

๔. สภาหอการค้าจังหวัดหรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หรือชมรมธนาคารพาณิชย์จังหวัด ได้แก่ นายภมร เชาว์ศิริกุล

๕. กลุ่มอาสาสมัคร ได้แก่ นายพรรณนา ราชิวงศ์

๖. องค์กรเอกชน ได้แก่ นายวีระพงษ์ สัมปชัญญานนท์

๗. องค์กรเกษตรกร ได้แก่ นายบวร บญนันท์

๘. สมาคมหรือชมรมสื่อมวลชน ได้แก่ นายไพรัตน์ แสงสีนิล

๙. หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ได้แก่ นายอดุล จันทนปุ่ม

ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถโต้แย้งหรือคัดค้านการคัดเลือกกันเอง ของผู้แทนหน่วยงานหรือองค์กรเป็นกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดมุกดาหาร โดยยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหารภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๓๐ –๑๖.๓๐ น.ถึงวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดประชุมคณะกรรมการจัดหารายได้จัดสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติ

วันที่ ๗ ต.ค. ๕๖   ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดหารายได้ ในการจัดสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ซึ่งได้ดำเนินการมาต่อเนื่อง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีเหรียญหลวงปู่จามที่จัดสร้างขึ้นเพื่อหารายได้สมทบทุนสร้างพระพุทธรูปเฉลิมพระเกียรติ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้บูชาในราคาเหรียญละ ๑๙๙ บาท (เหรียญนวโลหะ กับเหรียญทองแดง) ยังคงมีเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดรายได้และเปิดให้ประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการร่วมทำบุญหารายได้เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร รวมถึงผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย ร่วมบูชาเหรียญหลวงปู่จามได้ ณ โรงแรมมุกดาหารแกรนด์ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยสามารถบูชาได้ในราคาเหรียญละ ๑๙๙ บาท สอบถามการอำนวยความสะดวกและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๔๒ ๖๑๒๐๒๐



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประกาศ การนำสุราหรือยาสูบติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักร

นายประพันธ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร กล่าวว่า ตามที่จังหวัดมุกดาหารจะจัดงานประเพณีแข่งเรือออกพรรษาและประเพณีข้ามฝั่งไทย – ลาว ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ในระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ เพื่อเป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวด้านเศรษฐกิจ และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับแขวงสะหวันนะเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทราบจำนวนสุราหรือยาสูบที่ประสงค์จะนำติดตัวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสุราหรือยาสูบ การนำสุรามาในราชอาณาจักรทุกชนิด นำเข้ามาได้ไม่เกิน ๑ ลิตรและต้องเปิดฝาภาชนะบรรจุสุรา การนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักร ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตไม่เกิน ๒๐๐ มวน หรือ ยาสูบชนิดบุหรี่ซิการ์ บุหรี่อื่น ยาเส้นปรุง ยาเคี้ยวชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดรวมกันไม่เกิน ๕๐๐ กรัม แต่ถ้ามีบุหรี่ซิกาแรตรวมอยู่ด้วย บุหรี่ซิกาแรตนั้นต้องไม่เกิน ๒๐๐ มวน และน้ำหนักรวมทั้งสิ้นจะต้องไม่เกิน ๕๐๐ กรัม

สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ใดฝ่าฝืนนำเข้ามาในราชอาณาจักรเกินกว่าจำนวนที่ผ่อนผันให้ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่มีข้อยกเว้น



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จัดหางานจังหวัดมุกดาหารให้นายจ้างยื่นคำร้องขอตรวจสอบเอกสารแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว และกัมพูชา เพื่อจัดทำทะเบียนประวัติ (ทร.๓๘/๑) ในวันหยุด

นายทรงศิลป์ ประสีระเก นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่ได้แจ้งให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการจัดหางานแล้วแต่ประเทศต้นทาง ยังไม่รับรองสถานะบุคคลให้มายื่นคำร้องขอตรวจสอบรับรองเอกสารต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดฯ ระหว่างวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๖ ถึง ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ เพื่อจัดไปทะเบียนประวัติ (ทร.๓๘/๑)ณ สำนักทะเบียนท้องถิ่น/อำเภอ

เพื่อให้การดำเนินการรับรองเอกสารให้แล้วเสร็จ ตามกำหนด สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร จะดำเนินการรับคำร้องขอตรวจสอบรับรองเอกสารในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ที่ ๕ , ๖ , ๑๒ และ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างทราบโดยทั่วกัน สอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัด (ชั้น ๑) อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐๔๒-๖๑๓๐๓๗-๘



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ จัดอบรมหลักสูตร “ผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์” รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๗ – ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร มีผู้เข้าอบรม ๖๐ คน

สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ จัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๗ – ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร มีผู้เข้าอบรมจำนวน ๖๐ คน

นายดุสิต สิงห์คีรี ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดอุบลราชธานี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ กล่าวว่า เนื่องจากตามประกาศของ สำนักงาน กสทช.ได้กำหนดไว้ให้ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบขอรับบัตรผู้ประกาศนั้นจะต้องผ่านการเข้ารับการอบรมหลักสูตร "ผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์”ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง ยกเว้นทผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางด้านนิเทศศาสตร์ ไม่ต้องเข้ารับการอบรมในระดับต้น แต่ต้องผ่านการอบรมในระดับกลาง และระดับสูง จึงจะสามารถเข้ารับการทดสอบขอรับบัตรผู้ประกาศได้ ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะอนุกรรมการบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงานกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ให้เป็นหน่วยงานในการจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงในการจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กับ กรมประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ให้มีความรู้ในการประกอบอาชีพด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเปิดกว้างในบุคลากรในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ทุกสื่อ ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่สนใจสมัครเข้ารับการอบรมฯ รวมถึงเข้ารับการทดสอบเพื่อรับบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์ จึงได้มอบหมายให้ สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ ดำเนินการจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกาศกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ให้กับบุคลากรในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และผู้ที่สนใจทั่วไป ในพื้นที่รับผิดชอบ ๙ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม ยโสธร และ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยกำหนดจัดการอบรมระดับต้น จำนวน ๔ รุ่น ระดับกลาง จำนวน ๓ รุ่น และ ระดับสูง จำนวน ๓ รุ่น ในวันนี้ เป็นการจัดอบรมในรุ่นที่ ๓ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๗ –๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร มีผู้เข้าอบรมจำนวน ๖๐ คน นายดุสิต สิงห์คีรี กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการอบรม ในระดับต้น รุ่นที่ ๔ กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ ๒๘ –๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ ณ โรงแรมกรีนปาร์ค จังหวัดยโสธร ผู้สนใจสมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่ ส่วนข่าวและรายการภูมิภาค สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ เลขที่ ๑๔๕ ถนนแจ้งสนิท ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โทรศัพท์หมายเลข ๐๔๕-๓๑๑๑๙๓ และ ๐๔๕-๓๑๒๑๑๖-๘ ต่อ ๓๑๐ ค่าลงทะเบียนระดับต้นท่านละ ๒,๘๐๐ บาท ระดับกลางท่านละ ๓,๕๐๐ บาท และระดับสูงท่านละ ๔,๐๐๐ บาท ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็ปไซต์ สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๒ http://region2.prd.go.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร/สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

ขยายเวลายื่นคำร้องเพื่อลงทะเบียนรับการเยียวยา สำหรับผู้ทรัพย์สินเสียหายทางการเมือง

จังหวัดมหาสารคาม ประกาศรายชื่อผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองเพิ่มเติม พร้อมประกาศขยายเวลาการยื่นคำร้องเพื่อลงทะเบียนขอรับการเยียวยาทางการเงิน สำหรับผู้ที่ทรัพย์สินเสียหายทางการเมือง ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2556

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคาม ได้ปิดประกาศรายชื่อผู้ที่ทรัพย์สินเสียหาย จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง พ.ศ. 2548-2553 ที่ได้มีการลงทะเบียนไว้แล้ว เพิ่มเติมจากที่เคยปิดประกาศ พร้อมขยายเวลา การยื่นคำร้องตามที่ได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยขยายเวลายื่นคำร้องเพื่อขอลงทะเบียนรับการเยียวยาทางการเงินตามหลักมนุษยธรรม สำหรับผู้ที่ทรัพย์สินเสียหาย จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2556 เนื่องจากได้เกิดอุทกภัยเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนไม่สามารถไปยื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินเยียวยาได้ทันระยะเวลาที่กำหนด

จังหวัดมหาสารคาม จึงขอให้ผู้ที่ทรัพย์สินเสียหาย จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง พ.ศ. 2548-2553 ที่ได้มีการลงทะเบียนไว้แล้ว ตรวจสอบรายชื่อเพิ่มเติม พร้อมยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 2 ศาลากลางมหาสารคาม โทรศัพท์หมายเลข 0 4377 7314



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมหาสารคาม พร้อมเสนอขอรับเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45

จังหวัดมหาสารคาม พร้อมเสนอขอรับเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ประจำปี 2559 "มหาสารคามเกมส์” หลังประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 เมื่อเดือนมีนาคม 2556 ที่ผ่านมา

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวในการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ 2557 ว่า จากการที่จังหวัดมหาสารคาม ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 มหาสารคามเกมส์ ระหว่างวันที่ 18-29มีนาคม 2556 โดยเป็นที่ยอมรับ เป็นที่ชื่นชม ของจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมว่าถึงแม้จะเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาระดับชาติเป็นครั้งแรก และเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่จังหวัดมหาสารคามก็สามารถจัดการแข่งขันได้ดี เป็นที่ยอมรับ ซึ่งจากความสำเร็จดังกล่าว ที่เป็นผลมาจากความร่วมมือ ร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทุกภาคส่วน ประกอบกับความพร้อมในด้านสนามกีฬา ที่ได้มาตรฐาน มีลู่ยางสังเคราะห์ มีสถานที่พักที่สามารถรองรับได้เพียงพอ มีบุคลากรทางการกีฬาที่มีคุณภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นแรงผลักดันที่จะให้จังหวัดมหาสารคาม เสนอเพื่อขอรับเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่19-29 พฤศจิกายน 2559 โดยใช้ชื่อว่า "มหาสารคามเกมส์”

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้น ได้มีการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัด เพื่อขอความเห็นชอบในการเสนอขอรับเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน จากนั้นได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบ จัดทำเอกสารเพื่อเป็นข้อมูลนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา ต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม เดินหน้าเตรียมผลิตข้าวอินทรีย์ 5 พันไร่ ในปี 2558

จังหวัดมหาสารคาม เดินหน้าผลิตข้าวอินทรีย์ กำหนดเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดมหาสารคาม ปี 2558 นำร่องเกษตรกร 1,000 ราย พื้นที่ 5,000 ไร่

ที่ห้องประชุมปฏิบัติการผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายธวัธ สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เรียกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เครือข่ายฮักแพง เบิ่งแงง คนสารคาม และสำนักงานจังหวัดมหาสารคาม เข้าหารือเพื่อร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดมหาสารคาม ในการผลิตข้าวอินทรีย์ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคตื่นตัวและห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การผลิตสินค้าเกษตรโดยพึ่งพาสารเคมีเริ่มถูกปฏิเสธและถูกกีดกันมากขึ้น ทำให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพได้รับความสนใจและทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ข้าวอินทรีย์เป็นการผลิตข้าวที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทุกชนิด หรือสารสังเคราะห์ต่างๆ รวมไปถึงปุ๋ยเคมี และยาปราบศัตรูพืช ในทุกขั้นตอนการผลิตเน้นการใช้สารอินทรีย์จากธรรมชาติเท่านั้น ซึ่งข้อจำกัดในการขยายตัวของการผลิต คือ ความเข้มงวดในการตรวจสอบรับรองว่าเป็นข้าวอินทรีย์อย่างแท้จริง

ผลสรุปข้อหารือเบื้องต้น จังหวัดมหาสารคามกำหนดให้สำนักงานเกษตรจังหวัดมหาสารคาม เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตข้าวอินทรีย์ โดยเริ่มจากปี 2558 – 2560 เป้าหมายเกษตรกร 1,000 ราย พื้นที่ 5,000 ไร่ โดยจะดำเนินการในกลุ่มเครือข่ายฮักแพง เบิ่งแงง คนสารคาม สมาชิกสหกรณ์ พื้นที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม รวม 9 ตำบล พร้อมจะมีการจัดเก็บฐานข้อมูลเกษตรกรในระบบจีพีเอส รวมถึงวางแผนการผลิต การตรวจประเมินแปลง การแปรรูปและการบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการศึกษาวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

มหาสารคาม มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2555 กว่า 50 ล้านบาท

จังหวัดมหาสารคาม มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรอำเภอนาเชือก ที่ประสบภัยแล้งเมื่อปี 2555 จำนวน 10 ตำบล เป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท พื้นที่เสียหายรวมกว่า 45,000 ไร่

ที่หอประชุมอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 มหาสารคาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.พัฒนา นุศรีอัน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม นายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา นายอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันมอบเงินสดแก่ตัวแทนเกษตรกรอำเภอนาเชือกที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง ปี 2555 จำนวน 20 ราย จาก 10 ตำบล ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2556 ได้อนุมัติเงินงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ในปี 2555 ทั่วประเทศ ในอัตราไร่ละ 1,113 บาท เพื่อช่วยลดปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในเบื้องต้น ตลอดจนเป็นเงินต้นทุนในการใช้จ่ายปลูกพืชทดแทนพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ส่วนเกษตรกรรายอื่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรของเกษตรกร โดยเกษตรกรสามารถเบิกเงินใช้ได้ทันที

ทั้งนี้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอนาเชือก ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง จำนวน 10 ตำบล เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 6,040 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหาย 45,646 ไร่ ได้รับการจัดสรรเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล เป็นเงิน 50,803,998 บาท



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

มหาสารคาม เตรียมช่วยเหลือราษฎรลุ่มน้ำชีที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ที่ห้องประชุม 211 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และประเมินสถานการณ์ระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ จังหวัดมหาสารคาม

จากสถานการณ์พายุหวู่ติ๊บ พัดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นต้นน้ำชี จนทำให้น้ำในลำน้ำชี เพิ่มปริมาณสูงขึ้น และอาจจะล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ที่ชุมชนในเขตอำเภอเมือง โดยเฉพาะที่บ้านท่าตูม ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ต่ำ มวลน้ำก้อนใหญ่จากจังหวัดชัยภูมิอาจจะมาถึงจังหวัดมหาสารคาม ในอีก 10 วันข้างหน้า ที่ประชุมจึงมีมติให้ทุกอำเภอที่แม่น้ำชีไหลผ่าน เตรียมให้ความช่วยเหลือราษฎร เมื่อเกิดภัยพิบัติและเตรียมเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร โดยใช้เงินทดรองราชการของจังหวัด จำนวน 10 ล้านบาท

ในขณะเดียวกันได้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย และน้ำในแม่น้ำชีได้เอ่อหนุน ไหลเข้าสู่พื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกร ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ไม่สามารถระบายน้ำลงลำห้วยเชียงสงผ่านประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำห้วยเชียงสง เพื่อไหลลงสู่แม่น้ำชี้ได้ จึงขออนุมัติคณะกรรมการขอใช้เงินในการสูบน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติตามที่ขอและเริ่มการช่วยเหลือเกษตรกรได้ทันทีแล้ว



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

สำนักงานธนารักษ์พื้นที่มหาสารคาม เปิดรับสั่งจองเหรียญที่ระลึกพระคลัง เพชรยอดมงกุฎ ในวาระครบ 80 ปี กรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์ จัดสร้างเหรียญที่ระลึกพระคลัง เพชรยอดมงกุฎ เพื่อสนับสนุนโครงการเพชรมงกุฎสาธารณกุศล

ด้วยกรมธนารักษ์ ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกพระคลัง เพชรพระมงกุฎ เพื่อสนับสนุนโตรงการเพชรมงกุฎสาธารณกุศล และนำเข้ากองทุนสวัสดิการกรมธนารักษ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมธนารักษ์และประชาชนทั่วไปได้มีไว้สักการบูชา พร้อมทั้งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นกำลังใจ ตลอดจนยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อรักษาทรัพย์สินและทรัพย์สมบัติให้คงอยู่และเพิ่มทวีคูณขึ้น ซึ่งได้จัดทำขึ้น 3 ประเภท ดังนี้ 1.เหรียญทองคำ 96 เปอร์เซ็นต์ สูง 3 ซม. น้ำหนัก 15 กรัม พร้อมตลับกล่องไม้และใบรับรอง ราคา 55,000,00 บาท 2.เหรียญเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ 95 เปอร์เซ็นต์ สูง 3 ซม. น้ำหนัก 15 กรัม พร้อมตลับกล่องหนังเทียมและใบรับรอง ราคา 2,500.00 บาท 3.เหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายพิเศษ 95 เปอร์เซ็นต์ สูง 3 ซม.น้ำหนัก 11 กรัม พร้อมตลับใส่ซองกระเป๋าและใบรับรอง ราคา 200,00 บาท ผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2556 ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่มหาสารคาม ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ชั้น 1 ถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม-ร้องเอ็ด ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ในวันและเวลาราชการ กำหนดรับเหรียญตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2556 เป็นต้นไป ณ สถานที่รับสั่งจอง

นายนิลวัฒน์ สุนทรนิพัทธ์ ธนารักษ์ พื้นที่มหาสารคาม เปิดเผยว่า ใน วาระครบ 80 ปี ของการสถาปนากรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินที่สืบทอดมาแต่โบราณและเป็นผู้ดูแลสถานที่ประดิษฐานพระคลังในพระคลังมหาสมบัติ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะจัดสร้างเหรียญพระคลังสมบัติ เพื่อเป็นการอัญเชิญความศักดิ์สิทธิ์ด้านการดูแลทรัพย์สินขององค์พระคลัง ให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสบูชากันถ้วนหน้า เพื่อเสริมสิริมงคลชีวิตด้านการเงินและปกป้องภยันตราย



ภาณุวัชร คนเชี่ยว ข่าว / ส.ปชส.มค.

มหาสารคาม ชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ

จังหวัดมหาสารคาม จัดประชุมชี้แจงโครงการระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับโครงการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้เขียนโครงการ และมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 180 วัน

ในการประชุมชี้แจงโครงการระดับจังหวัด ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับโครงการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ที่มีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธาน ได้มีการนำเสนอแผนงาน/โครงการ ที่จะนำมาใช้เป็นแผนกลางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ของจังหวัดมหาสารคาม โดยมาจากการศึกษา รวบรวมปัญหา และความต้องการของชุมชน มีการวิเคราะห์ความสำคัญและความเหมาะสมอย่างเป็นเหตุเป็นผล มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดมหาสารคามทุกระดับ นักวิชาการจากสถาบันแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าร่วมประชุมและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของโครงการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการบูรณาการแผนงานและโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ที่จะเริ่มดำเนินการนี้ เป็นการขยายผลตัวอย่างรูปแบบความสำเร็จในการบูรณาการแผนงานพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัดสระแก้ว ทั้งนี้ การริเริ่มให้มีการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ ครั้งนี้ นอกจากจะเกิดประโยชน์ในการใช้จ่ายงบประมาณที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และระดับความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดมหาสารคาม ด้วย

โครงการจัดทำแผนบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ จังหวัดมหาสารคาม มีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 180 วัน โดยมี ผศ.ดร.วิเชียร ปลื้มกมล จากสถาบันแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหัวหน้าโครงการ



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 36 ปีการศึกษา 2556

7/10/2556 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ โรงเรียนศรีโกสุมวิทยามิตรภาพที่ 209 อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ได้จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 63 ปีการศึกษา 2556 โดยมีนางฉวีวรรณ คลังแสง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษิการ เป็นประธานในพิธีเปิด นายสมุทร สมปอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ในนามของคณะทำงาน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึง ความรู้ความสามารถในด้านวิชาการทักษะด้านวิชาชีพ และให้นักเรียนได้แสดงความสามารถในด้านกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬา สุนทรียภาพ ด้านศิลปะ ดนตรี นาฎศิลป์ ศิลปะการแสดง และสิ่งประดิษฐ์ ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา และเพื่อเป็นการจัดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงานของนักเรียนผู้ บริหารและบุคลากรทางการศึกษาให้ปรากฎแก่สาธารณชน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี เพื่อเป็นเวทีให้ครู นักเรียนแสดงออกตามความสามารถของตนเองอย่างอิสระและสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งการใช้กิจกรรมเป็นสื่อเพื่อการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม เสริมสร้างวิถีประชาธิปไตย และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร และการสร้างภุมิคุ้มกันภัยยาเสพติด โดยจัดเวทีการประกวดแข่งขันทักษะทั้งระดับโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค และระดับชาติ                           

การดำเนินการแข่งขันด้วยวิธีพบกันหมด โดยใช้สถานที่ในการจัดการแข่งขัน จำนวน 3 โรงเรียน คือ โรงเรียนศรีโกสุมวิทยามิตรภาพที่ 209 แข่งขัน แข่งขันทุกกลุ่มสาระ ยกเว้น กิจกรรมปฐมวัย แข่งขัน ณ โรงเรียนบ้านสังข์ทอง กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แข่งขัน ณ โรงเรียนบ้านยางใหญ่ ซึ่งในปีนี้ ได้มีโรงเรียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 156 โรงเรียน เป็นโรงเรียนในสังกัด จำนวน 147 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดเอกชน จำนวน 9 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 7,443 คน ครู จำนวน 5,239 คน




ภาณุวัชร คนเชี่ยว ภาพ / ข่าว ส.ปชส.มค. 

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก รพ.กาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ออกตรวจร้านจำหน่ายอาหารเจ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกตรวจหาสารปนเปื้อนในร้านจำหน่ายอาหารเจในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อสร้างความมั่นใจ ปลอดภัยการบริโภคอาหารเจในเทศกาลกินเจ วันที่ 5-13 ตุลาคม 2556

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2556 นางสิริวรรณ ยนตรี เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชำนาญงาน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ นางสาวดารุณี สุดาอิ้ง สำนักการสาธารณสุขเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันออกตรวจร้านขายอาหารเจภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยในการบริโภคอาหารเจในช่วงเทศกาลกินเจ ประจำปี 2556 ระหว่างวันที่ 5-13 ตุลาคม 2556 เนื่องจากการประกอบอาหารจะใช้ผัก โปรตีนสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ การประกอบอาหารจึงต้องมีความสด สะอาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นผักต่าง ๆ ภาชนะที่ใช้ในการประกอบอาหาร รวมถึงผู้ปรุงอาหารด้วย จากการใช้สารเคมีทดสอบในผักต่างๆ ผักคะน้า กะหล่ำปลีซึ่งต้องรอผลตรวจจากห้องแล็บ และถั่วงอกจะต้องไม่พบสารฟอกขาว

นางสิริวรรณ ยนตรี เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญงาน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กล่าวอีกว่า การรับประทาน "อาหารเจ” ที่มีส่วนประกอบเป็นผัก ไม่มีเนื้อสัตว์ ทำให้กระเพาะได้พักจากภารกิจการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำประจำอยู่และได้รับวิตามินเข้าไปเสริมสร้าง ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอรวมทั้งได้โปรตีนจากถั่วชนิดต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างจากโปรตีนที่เราได้รับจากเนื้อสัตว์ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนจากการรับสารอาหารย่อยยากจากแหล่งอาหารต่างๆรวมทั้งยังได้รับพลังใจจากการที่ปฏิบัติตัวอยู่ในศีล ซึ่งการประกอบอาหารก็จะหันมาใช้ข้าวกล้อง แทนข้าวขาว โปรตีนเกษตร แทนเนื้อสัตว์ ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์เต้าหู้ แป้งหมี่กึง ทดแทน ปัจจุบันคนทั่วไปไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มสาวยุคใหม่ต่างก็หันมากินเจกันมากขึ้นทั้งนี้อาจจะมาจากกระแสเรื่องห่วงใยสุขภาพมากกว่าความเชื่อโบราณเพราะการงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดและหันมาบริโภคแต่ผัก ผลไม้นั้นจะช่วยชำระล้างของเสียออกจากร่างกายหรือคนยุคนี้เรียกว่า "การล้างพิษ” ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

นักศึกษาวิทยาลัยนาฎศิลปกาฬสินธุ์นำวิถีชีวิต ดอกไม้ประจำจังหวัดมาถ่ายทอดเป็นชุดการแสดงที่สวยงาม

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2556 ที่อาคารโปงลาง วิทยาลัยนาฎศิลปกาฬสินธุ์ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปีที่ 4 แขนงการแสดงพื้นบ้าน คณะศิลปนาฎดุริยางค์ วิทยาลัยนาฎศิลปกาฬสินธุ์ ได้นำเสนอผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชา การสร้างสรรค์งานการแสดงพื้นบ้านอีสาน ซึ่งสอนโดยอาจารย์กิตติยา ทาธิสา เพื่อให้นักศึกษาได้นำความรู้จากการเรียนตามรายวิชาดังกล่าวมาประยุกต์เป็นชุดการแสดงเพื่อถ่ายทอดให้กับรุ่นน้อง ประชาชนทั่วไปได้รับชม โดยมีอาจารย์เรืองชัย นากลาง, อาจารย์พรสวรรค์ พรดอนก่อ, อาจารย์วันนพร สิทธิสาร, อาจารย์นิดา ตรีศรี เป็นผู้ให้คำแนะนำทั้งท่ารำ ดนตรี ที่ใช้ในการแสดงครั้งนี้

นายกิตติยา ทาธิสา อาจารย์ผู้สอนรายวิชาการสร้างสรรค์งานการแสดงพื้นบ้านอีสาน กล่าวว่า การแสดงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 4 ในครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นทีม ความสามัคคี มีความคิดที่สร้างสรรค์ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการทำศิลปะนิพนธ์ต่อไป สำหรับการแสดงในครั้งนี้ มี 3 ชุดการแสดง ประกอบด้วย

1. ฟ้อนดอกพวงพะยอม เป็นการนำเอาดอกพะยอมที่เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ มาถ่ายทอดเป็นท่ารำการเดินชมดอกไม้ในป่า การคัดเลือกดอกไม้ และนำดอกพะยอมมาประดับตกแต่งให้ดูสวยงาม

2. มาลาศิลป์ถิ่นผู้ไทย นำเอาวัฒนธรรมชาวผู้ไทย จากบ้านกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ ที่นำไม้ไผ่มาทำเป็นพวงคล้ายดอกไม้เป็นมาลัยไม้ไผ่ไปถวายพระในช่วงเข้าพรรษา โดยการแสดงบ่บอกถึงการมาวัดเพื่อเตรียมงานประเพณี บรรยายถึงชาวบ้านนำพวงมาลัยไม้ไผ่มาบูชาที่วัด ขบวนแห่โชว์ความสวยงามของมาลัยไม้ไผ่

3. บ่าวชาวนาจับปลาจับกบ นำเอาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานในการทำมาหากิน โดยใช้วงดนตรีพื้นบ้านอีสานออกแนวร่วมสมัย มาผสมผสานกับท่ารำที่สื่อออกถึงวัฒนธรรมการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

ศิษย์เก่า กพส. 2533 จัดกิจกรรม “100 ปี ก.พ.ส. ต่อยอดบุญให้ทุนน้อง” วันที่ 12 ตุลาคมนี้

ศิษย์เก่า ก.พ.ส.2533 กำหนดจัดกิจกรรม "100 ปี ก.พ.ส.ต่อยอดบุญให้ทุนน้อง” เพื่อจัดหาทุนการศึกษามอบให้กับน้อง ๆ นักเรียนในจังหวัดกาฬสินธุ์ และถวายพระประธานปางนาคปรก สร้างศาลาโรงครัว ณ วัดป่าคำจันทร์เพ็ญ ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์

นายวีรชน ไชยชะอุ่ม ประธานศิษย์เก่า ก.พ.ส.2533 เปิดเผยว่า ด้วยครบรอบวาระ 100 ปี การก่อตั้งโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ในปี 2556 บรรดาศิษย์เก่า ก.พ.ส.2533 ได้กำหนดจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อตอบแทนสังคม และส่งเสริมภาพลักษณ์ของสถาบันในโอกาสอันเป็นมงคล ดังนั้น ศิษย์เก่า ก.พ.ส.2533 จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมผ้าป่าสามัคคี "100 ปี ก.พ.ส.ต่อยอดบุญ ให้ทุนน้อง” ขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2556 ณ วัดป่าคำจันทร์เพ็ญ ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อจัดหาทุนการศึกษาให้แก่น้อง ๆ นักเรียนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 20 ทุน ๆ ละ 2,000.-บาท ร่วมทำบุญถวายพระประธานปางนาคปรก ณ วานธรรม วัดป่าคำจันทร์เพ็ญ ตำบลดงสมบูรณ์ อำเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามความเชื่อที่ว่าพระปางนาคปรกนี้มีพุทธคุณให้ฝนฟ้า น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ โดยสถานที่ตั้งวัดป่าคำจันทร์เพ็ญถือเป็นแหล่งต้นน้ำหนึ่งที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำปาวที่เป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิตของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และสร้างศาลาโรงครัวให้กับทางวัดด้วย

นอกจากนี้ ก็มีการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อนๆ ก.พ.ส.2533 ที่ล่วงลับไปแล้วจำนวน 16 ราย ดังนั้น ศิษย์เก่า ก.พ.ส.2533 จึงขอเชิญชวนศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมทำบุญผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ด้วยกัน โดยสามารถติดต่อได้ที่นายวีรชน ไชยชะอุ่ม หมายเลขโทรศัพท์ 089 – 7117932 และ 083 - 4006667



ดวงใจ หงษ์จันทร์ / ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ นำข้าราชการทำบุญศาลากลางจังหวัดเพื่อความเป็นสิริมงคล

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2556  ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีพิธีทำบุญศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศาลากลางจังหวัด ในโอกาสที่มีการปรับปรุงอาคารใหม่ โดยมีหลวงปู่เมือง พลวฑโฒ เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธานฝ่ายฆราวาส และได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล เจริญพระพุทธมนต์

จากนั้นนายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 9 รูป และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ มาร่วมพิธีทำบุญศาลากลางในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก สำหรับศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ตั้งอยู่ที่ถนนกาฬสินธุ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเจ้าเมืองคนแรกคือพระยาชัยสุนทร หรือท้าวโสมพะมิตร ปัจจุบันมีนายสุวิทย์ สุบงกฎ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ คนที่ 48 โดยอาคารศาลากลางปัจจุบันได้มีการก่อสร้างและย้ายเข้ามาอยู่เมื่อปี พ.ศ.2544 ในสมัยนายชัยรัตน์ มาประณีต เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนอาคารหลังเก่าด้านหน้าเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองกาฬสินธุ์ จัดแสดงเกี่ยวกับความเป็นมาของกาฬสินธุ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ศิลปวัฒนธรรมและบุคคลสำคัญของจังหวัด ห้องแสดงผ้าไหมแพรวาที่สวยงาม เก่าแก่ และเครื่องประดับของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

รับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์

นายศักดา วัตตธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมได้พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 16 /2556 เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2556 มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการอบรมและคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมนี้คณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวได้ประกาศรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยให้ผู้สมัครขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐานที่กลุ่มงานช่วยอำนวยการ สำนักงานประจำศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2556 ในวันและเวลาราชการ



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

จ.กาฬสินธุ์เตรียมจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

จังหวัดกาฬสินธุ์ประชุมคณะกรรมการจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานฯ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม 2556 ณ บริเวณลานธรรมเชิงเขาภูสิงห์ วัดไตรภูมิ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์

บ่ายวันนี้ 7 ตุลาคม 2556 ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบัญญัติ แสวงดี วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานฯ ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับอำเภอสหัสขันธ์ คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ทั้งสองนิกาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม 2556 ณ บริเวณลานธรรมเชิงเขาภูสิงห์ วัดไตรภูมิ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556 เพื่ออนุรักษ์ เผยแพร่วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเพื่อให้ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นอัตลักษณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ รวมทั้ง เพื่อส่งเสริมและสร้างแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์

วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดงานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นระยะเวลา 8 ครั้ง ในปีนี้กำหนดจัดงานรวม 2 วันโดยในวันที่ 21 ตุลาคม 2556 จะจัดพิธีบวชเนกขัมมจารี และเนกขัมมจาริณี การปฏิบัติธรรม เจริญกรรมฐาน การแสดงธรรมเทศนา การจัดนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าโอท็อปของอำเภอสหัสขันธ์ และในวันที่ 22 ตุลาคม 2556 เวลา 06.30 น. จะจัดพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ โดยจำลองสถานการณ์ มีขบวนแห่พระพุทธรูป นางฟ้า เทวดา นำขบวนคณะ พระสงฆ์ ออกรับบิณฑบาต เคลื่อนลงมาจากหลังเขาภูสิงห์ ตามทางบันไดทางขึ้นภูสิงห์ จำนวน 420 ขั้น เปรียบประดุจองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ เมื่อครั้งเสด็จขึ้นโปรดพระมารดา เมื่อฤดูกาลออกพรรษา ได้เสด็จลงมาโลกมนุษย์ โปรดสรรพสัตว์ และมนุษย์ทั้งหลาย



สุวรรณ ศรีอาภรณ์ / ข่าว

เอสเอ็มอีแบงก์ ติวเข้ม “การเงิน บัญชี ภาษี” ที่ขอนแก่น พร้อมจัดหนักสินเชื่อ โดนใจ SMEs

เอสเอ็มอีแบงก์ เดินสายจัดสัมมนาที่ขอนแก่น เติมเต็มความรู้ด้านการเงิน บัญชี ภาษี อย่างมืออาชีพ ให้แก้ผู้ประกอบการ SMEs ในเรื่อง "การเงิน-บัญชี-ภาษี ที่ SMEs ต้องรู้” เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสเติบโตทางธุรกิจ โดยธนาคารได้นำสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษพร้อมเจ้าหน้าที่คับคำปรึกษาในงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

วันนี้ (8 ต.ค.56) ณ ห้องมงกุฎเพชรบอลรูม โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดากลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เป็นประธานเปิดการสัมมนา เรื่อง "การเงิน-บัญชี-ภาษี ที่ SMEs ต้องรู้” เพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและบัญชี และผู้เชี่ยวชาญจากสรรพากร บรรยายให้ความรู้

นายมนูญรัตน์ เปิดเผยว่าว่า เอสเอ็มอีแบงก์ เน้นการจัดอบรมฟรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อติวเข้มเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ SMEs ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ และช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งการจัดการภายใน และขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างโอกาสการเข้าสู่แหล่งเงินทุน โดยธนาคารนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่มีความหลากหลาย และโดดเด่น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นอย่างดี พร้อมนี้ธนาคารได้จัดเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำพร้อมยื่นกู้ภายในงานประกอบด้วย สินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต (Productivity Improvement Loan) สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการซื้อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเครื่องจักร หรือพัฒนากระบวนการทำงาน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 4.25 % ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก แถมปลอดเงินต้นปีแรก และใช้ บสย.ค้ำประกันก็กู้ได้ สินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิตผลิต (Small SMEs) สนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ SMEs ในวงเงินสูงสุดต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยใช้ บสย.ค้ำประกัน หรือบุคคลธรรมดา ร่วมค้ำประกัน สินเชื่อ Happy Loan สนับสนุนกลุ่ม SMEs ขนาดกลาง เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียน หรือลงทุน โดยอัตราดอกเบี้ย MLR ภายในปี 2556 โดยสามารถกู้ได้ถึง 120 % ของหลักประกัน สินเชื่อ Smile Factoring ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ โดยนำลูกหนี้การค้าราชการ รัฐวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยของรัฐ หน่วยงานเอกชนที่แปรรูปจากระบบราชการ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มาเป็นหลักประกันคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ปี 2556 ที่ 7.625% ต่อปี สินเชื่อ Special SMEs สำหรับลูกค้าเดิมของธนาคาร การสนับสนุนเงินทุน เพื่อให้หมุดเวียน ขยาย ปรับปรุงกิจการ โดยใช้หลักประกันเดิมที่มีอยู่แล้ว คิดดอกเบี้ย MLT หรือ เท่ากับ 7.25 % ต่อไป ตลอดอายุสัญญา



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว/อารมย์/พิมพ์/8 ต.ค.56

โครงการประกวดตราสัญญลักษณ์ คนไทยหัวใจสีเขียว

การประกวดตราสัญลักษณ์ "คนไทยดวงใจสีเขียว GREEN HEART" ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท

นายสมาน มานะกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดการประกวดตราสัญลักษณ์ (Logo) "คนไทยดวงใจสีเขียว GREEN HEART” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ร่วมกันในสังคมและเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของโครงการ "คนไทยดวงใจสีเขียว” โดยเฉพาะตราสัญลักษณ์ เพื่อใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่จดจำและรู้จักกันอย่างกว้างขวาหลักเกณฑ์การส่งผลงานเข้าประกวด ตราสัญลักษณ์(Logo)ต้องสื่อความหมายของ คนไทยดวงใจสีเขียว ได้อย่างชัดเจน ไม่จํากัดเทคนิคในการสร้างผลงาน ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องมีขนาดไม่เกิน 30 x 30 เซนติเมตร และไม่เล็กกว่า 10 x 10 เซนติเมตรพร้อมทั้งย่อส่วนในขนาด 3 x 3 เซนติเมตร ทั้งแบบสีและขาวดํา ติดบนกระดาษ A3 จํานวน 1 ชิ้นต่อหนึ่งผลงาน พร้อมคําอธิบายประกอบแบบตราสัญลักษณ์ในแผ่นเดียวกันหรือจะแยกคําอธิบายในแผ่นกระดาษ A3 ต่างหากก็ได้ และส่งผลงานในรูปแบบ CD หรือ DVD โดยบันทึกไฟล์เป็นนามสกุล JPEG หรือ AI สามารถส่งได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2556 เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ 50,000 บาท พรอมใบประกาศเกียรติคุณ เชิญประชาชนร่วมประกวดตราสัญลักษณ์ "คนไทยดวงใจสีเขียว GREEN HEART" ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท ตั้งแต่บัดนี้ถึง วันที่ 31 ตุลาคม 2556 ผู้ที่สนใจสามรถส่งผลงาน โดยเขียนชื่อนามสกุล ที่อยู่พร้อมรหัสไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ E-mail ของผู้ส่งผลงานเข้าประกวดที่ด้านหลังของแผ่นชิ้นงาน และ CD หรือ DVD ทุกแผ่น ส่งทางปรษณีย์ วงเล็บมุมซองว่า "ประกวดตราสัญลักษณ์ หรือ โลโก้ คนไทยดวงใจสีเขียว” โดยถือวันประทับตราทางไปรษณีย์เป็นสําคัญ หรือ ส่งผลงานด้วยตนเองในวันและเวลาราชการ ณ ส่วนรณรงค์ กองส่งเสริมและเผยแพร่ (ชั้น5) กรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อม เลขที่ 49 พระรามหกซอย 30 ถนนพระรามหก สามเสนใน พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 หมายเลขโทรศัพท์ 0 2278 8453 และ 0 2278 8400 ต่อ 1708 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.deqp.do.th/



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น