วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เขื่อนลำปาว เตรียมปล่อยน้ำฤดูฝน ปี 2556 วันที่ 26 สิงหาคม – 15 พฤศจิกายน 2556

นายปิยปัญญา ภู่ขวัญเมือง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำปาว ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2556 มีปริมาณน้ำ 640 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 32% มีปริมาณน้ำใช้การได้ 540 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 27% ซึ่งเพียงพอสำหรับการส่งน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูฝน 2556 และมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทาน (Joint Management Committee For Irrigation : JMC) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2556 เห็นสมควรให้ส่งน้ำฤดูฝนปี 2556 โดยเป็นการส่งน้ำเสริมฝน ดังนั้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว จึงขอประกาศแจ้งให้กับเกษตรกรชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับทราบว่าจะมีการส่งน้ำฤดูฝนปี 2556 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 และขอให้เกษตรกรโปรดใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมขอให้ติดตามข่าวสาร ฝน ฟ้า อากาศ และสถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำลำปาวจาก www.lampao.com ติดต่อฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โทรศัพท์ 043-840219 เพื่อประเมินและวางแผนในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูฝนปี 2556 ต่อไป



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

มทร.กาฬสินธุ์ เร่งพัฒนานักศึกษาต้นแบบกับการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภูมิภาคลุ่มน้ำโขงรองรับ AEC

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ จัดโครงการพัฒนานักศึกษาต้นแบบกับการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้านภาษา อาหารและการแต่งกายของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

วันนี้ (22 ส.ค. 56) ผศ.วัชรินทร์ สราวิช หัวหน้างานวิจัยและพัฒนา รักษาราชการแทน รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนานักศึกษาต้นแบบกับการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้านภาษา อาหาร และการแต่งกายของเวียดนาม ที่ห้องประชุมพิกุลทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เพื่อให้นักศึกษาต้นแบบได้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวเวียดนามได้อย่างถ่องแท้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ การเตรียมพร้อมด้านการใช้ภาษาในการสื่อสารเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี พ.ศ.2558 ด้วย โดยมีนักศึกษามหาวิทยลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ จำนวน 200 คน เข้าร่วมโครงการ มี อาจารย์ เลือง หว่าง อี้ อาจารย์ผู้สอนภาษาเวียดนาม โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์
ผศ.วีรยุทธ จี้เพชร หัวหน้าฝ่ายพัฒนาทักษะวินัยและประสบการณ์นักศึกษา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสืบสาน อนุรักษ์ เผยแพร่ผลงานด้านศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เกิดการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศทั้งด้านภาษา อาหาร และการแต่งกาย รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี พ.ศ.2558 และประเทศไทยก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม ดังนั้นการแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงและเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ที่สำคัญภาษาที่ใช้สื่อสารเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน




ดวงใจ หงษ์จันทร์ รายงาน

จังหวัดขอนแก่นส่งเสริมโครงการส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริพื้นที่อำเภอซำสูง

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นส่งเสริมโครงการปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริ ปี 2556

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการอำเภอเกษตรพัฒนา วันรณรงค์อนุรักษ์ดินและน้ำด้วยหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริ ปี 2556 ณ บริเวณฝายกันน้ำ บ้านหม้อ ตำบลคูคำ อำเภอซำสูง โดยอำเภอซำสูง สำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดขอนแก่น สปก.ขอนแก่น และ อบ.คูคำ โดยมีนายพิพัฒน์ คันธา นายอำเภอซำสูงกล่าวรายงานถึงโครงการฯ และร่วมปลูกหญ้าแฝกกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน นักเรียน ผู้ร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งการปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการรักษาความชุ่มชื้นของดินสำหรับปลูกไม้ผล นิยมปลูกพื้นที่มีความลาดชันป้องกันดินถูกน้ำกำเซาะพังทลายเสียหาย งานนี้สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดขอนแก่นสนับสนุนพันธุ์หญ้าแฝก




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นสาธิตการผสมปุ๋ยสั่งตัดที่ อำเภอซำสูง

โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดสำหรับข้าว

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า โครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัดสำหรับข้าว ภายใต้โครงการอำเภอพัฒนา จังหวัดขอนแก่น ปี 2556 ณ บริเวณบ้านโนน ตำบลบ้านโนน อำเภอซำสูง ดำเนินการโดย นายสงกรานต์ ภักดีคง เกษตรจังหวัดขอนแก่น รายงานว่าสำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น สำนักงานเกษตรอำเภอซำสูง สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด มูลนิธิพลังเวศและชุมชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อบต.บ้านโนน และตำบลคูคำ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานจังหวัดขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดโครงการและลงมือสาธิตการผสมปุ๋ยโดยใ้ช้เครื่องผสมปุ๋ยแบบมือหมุน ที่มีส่วนผสมแม่ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต แม่ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ และแม่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งมีชาวบ้านตำบลบ้านโนนและตำบลคูคำ ให้ความสนใจร่วมงานเป็นจำนวนมาก การสาธิต การทำปุ๋ยสั่งตัดช่วยลดต้นทุนการผลิตด้วยการใช้แม่ปุ๋ยผสมเองซึ่งไม่มีวัสดุตัวเติมที่เพิ่มต้นทุน ลดปัญหาโรคแมลงศัตรูพืช ได้ผลผลิตสูงแก้ปัญหาราคาปุ๋ยแพง ปุ๋ยไม่ถูกสูตร ใส่ปุ๋ยธาตุเอ็น-พี-เค-ที่พอดีกับความต้องการของพืช ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทดลองผสมปุ๋ยเองด้วย




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินพื้นที่ ลุ่มน้ำชีตอนบน 5 ลุ่มน้ำ

สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ตรวจสอบคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดินพื้นที่จังหวัดขอนแก่นพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน 5 จังหวัด

นายธวัปทุมพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 เปิดเผยว่า สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 10 ได้ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน 5 จังหวัด ประจำปี 2556 คือแม่น้ำเชิญ พรม ลำพะเนียง พอง ลำปาว ชี และแม่น้ำเสียว มาอย่างต่อเนื่องโดยได้ตรวจสอบครั้งที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่ 24 พฤษภาคม 2556-7 มิถุนายน 2556 ผลการตรวจสอบปรากฏว่า แม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำเชิญ ชี พอง ที่กรวดน้ำรวม 34 พื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ร้อยละ 50 เสื่อมโทรมร้อยละ 41.7 เนื่องจากการตรวจพบปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำและปริมาณสารแอมโมเนียไนโตรเจนมีค่าสูง โดยผลตรวจแม่น้ำเชิญพบว่าเสื่อมโทรมร้อยละ 100 แม่น้ำชีพบคุณภาพน้ำพอใช้ร้อยละ 100 แต่พบว่ามีตะกอนมาก 3 แม่น้ำพอง พบว่าในตอนบนก่อนไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม ร้อยละ 100 โดยพบตะกอน ปริมาณฟอสฟอรัสปริมาณไนเตรทมีค่าสูง และพบปริมาณแบคทีเรียทั้งหมดในรูปโคลิฟอร์ม รวมทั้งฟีโคลิฟอร์มมีค่าสูง ส่วนแม่น้ำพองตอนล่างตั้งแต่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ลงไปส่วนใหญ่มีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ร้อยละ 55.6 และเสื่อมโทรมร้อยละ 33.3 และ 4 ลำห้วยสาขาแม่น้ำพองตอนล่าง ส่วนใหญ่คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมร้อยละ 60 ผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวอีกว่าข้อเสนให้ทุกภาคส่วน ป้องกันและจัดการแก้ปัญหา จากพื้นที่เกษตรโดยเร่งลดการชะล้างตะกอนดิน ซึ่งมีไนโตเจน ฟอสฟอรัสลงสู่แม่น้ำเช่นปลูกพืชคลุมดิน ดูดซับสาร ลดการใช้สารเคมีอันตราย และจากแหล่งกำเนิดมลพิษด้วยการให้ผู้ประกอบการ จัดการบำบัดน้ำเสียของตนเองที่ดี นำไปใช้ประโยชน์ที่เหมาะสม ผู้ประกอบการดูดส้วม ไม่นำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งหรือใส่เป็นปุ๋ยในไร่นา โดยไม่ถูกสุขลักษณะ และให้ท้องถิ่นสร้างระบบบำบัดที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น รวมทั้งจัดการขยะที่ถูกหลักเพื่อลดผลกระทบ




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือขึ้นบิน 4 วัน 7 เที่ยวมีปริมาณฝนตกขอนแก่นเล็กน้อย-ปานกลาง

นายชวลิต อินทรเศียร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่า ศูนย์ปฎิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดขอนแก่นรายงานผลปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม 2556ในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดขอนแก่น จำนวน 4 วัน 7 เที่ยวบิน 9.05 ชั่วโมง ผลการปฏิบัติการวันที่ 5 สิงหาคม 2556 มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณอำเภอโนนศิลส อ.หนองสองห้อง อ.พระยืน อ.บ้านแฮด วันที่ 8 สิงหาคม 2556 มีฝนดล็กน้อย-ปานกลางพื้นที่อ.พล อ.หนองสองห้อง วันที่ 9-11 สิงหาคม 2556 มีฝนเล็กน้อย-ปานกลางพื้นที่อ.พล อ.แวงน้อย อ.บ้านแฮด อ.ชนบท อ.มัญจาคีรี อ.พระยืน อ.วำสูง อ.เขาสวนกวาง อ.บ้านฝาง อ.กระนวน อ.น้ำพอง อ.กระนวน อ.บ้านไผ่ อ.สีขมพู อ.ชุมแพ อ.อุบรัตน์ หนองนาคำและเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

จังหวัดขอนแก่นพัฒนาสู่ AEC ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสู่การเป็นเมืองไมซ์ซิติ้แห่งที่ 5 ของไทย

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยว่า ว่า จังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่อยู่ใจกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ของการรวมกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งการค้า การลงทุน การประชุม สัมมนา การบริหารราชการแผ่นดิน และการบริการ รวมทั้งการศึกษา การสาธารณสุขของภูมิภาค ทำให้เป็นจังหวัดที่มีนักลงทุนผู้ประกอบการจากต่างถิ่นให้ความสนใจเข้ามาดูลู่ทางในการประกอบธุรกิจต่างๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจที่จะเชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และธุรกิจอื่นๆ ที่จะอาศัยความได้เปรียบจากการเปิดเสรีด้านต่างๆ มากขึ้น สิ่งสำคัญที่นักลงทุนรวมทั้งพวกเราทุกคนจะต้องเติมเต็มมากขึ้น ในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ( CLMVT ) และจากประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในภูมิภาค สถานการณ์ปัจจุบันและทิศทางในอนาคต (From CLMVT to AEC : Current Situation and Future Prospects) นโยบายของประเทศเพื่อนบ้านในมุมมองของ AEC และพร้อมปรับตัวเข้าหากันอย่างราบรื่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่ภูมิภาคและท้องถิ่น นับว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพวกเราทุกคนที่จะต้องเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงกับกระแส AEC ทั้งในด้านการค้าการลงทุน เป็นการรู้เขารู้เรามากขึ้น จากประเทศที่มีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจในภูมิภาค อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผนของทุกท่านในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป กำหนดให้จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางของการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติของภูมิภาค หรือขอนแก่นนครแห่ง MICE เป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทยต่อจากกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา เป็นแนวทางหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย (Domestic MICE) แบบองค์รวม ที่เน้นภารกิจการพัฒนาไมซ์ซิตี้ใน 3 ด้าน คือ ด้านภารกิจเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านการจัดการองค์ความรู้และให้คำปรึกษา จังหวัดขอนแก่น มีศักยภาพและความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นไมซ์ซิตี้ใน่หลายด้าน ทั้งการเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และคมนาคมขนส่งที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมในภูมิภาค ตามแนวนโยบายของรัฐบาลในโครงการ "การพัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor หรือ EWEC) เชื่อมโยงระหว่าง 5 ประเทศ คือ จีน เวียดนาม ลาว ไทย และพม่า ทำให้ขอนแก่นมีสถานะเป็นประตูสู่อินโดจีน และจีนตอนใต้ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และคมนาคมขนส่งภูมิภาคในอนาคต




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี ส.ปชส.ขอนแก่น

ตำรวจทางหลวงจับแก็งค้าไม่ข้ามชาติได้ไม้พยุง 153 ท่อน

ผู้สื่อข่าว รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. คืนที่ผ่านมา (21 ส.ค.) อาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวงขอนแก่น กำลังช่วยกันลำเลียงไม้พะยูงลงจากรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 70-1803 อุบลราชธานี หลังถูกตำรวจปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ ร่วมกับตำรวจทางหลวงขอนแก่น สกัดจับได้ที่บริเวณสามแยกถนมิตรภาพตัดกับถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ภายหลังการตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว พบไม้พะยูงจำนวน 153 ท่อน มีปริมาตร 8 คิว มูลค่า 5 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจชุดจับกุมยังจับผู้ต้องหาที่ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวชื่อนายเตรียมศักดิ์ วารี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 1 ตำบลมุกดาหาร อ.มุกดาหาร จ.มุกดาหาร และนายบุญเฮียง คำสีทา อายุ 48 ปี เป็นคนขับรถนำทาง ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากนายหน้าคนไทยให้เงินค่าจ้างจำนวน 30,000 บาท ในการขับรถบรรทุกสิบล้อ นำไม้พะยูงจำนวนดังกล่าว จากจังหวัดสระแก้วเพื่อไปส่งที่อำเภอบุ่งคล้า จ.บึงกาฬ




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

คณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานไหมสู่สากลฯประชุมเตรียมพร้อมด้านการประชาสัมพันธ์

นายวินัย สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานเทศกาลไหมสู่สากล ปี 2556 เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการประชาสัมพันธ์งานไหม ปี 2556

นายสมพงษ์ ปัตตานี ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานว่างานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาดจังหวัดขอนแก่นปี 2556 ยกระดับงานไหมสู่สากล ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกับคณะอนุกรรมการในฝ่ายอย่างต่อเนื่องและได้สรุปเป็นแผนปฏิทินการประชาสัมพันธ์งานให้จังหวัดทราบแล้ว ทางททท.ได้ดำเนินการผลิตโปสเตอร์งานไหม ประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ จำนวน 1,000 แผ่น ในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์จังหวัดเน้นประชาสัมพันธ์ไหมมัดหมี่ผลิตภัณฑ์ OTOP ทีมีชื่อเสียงของจังหวัด สมยานามเมืองแห่งผ้าไหม ยกละดับสู่ความเป็นสากลขยายตลาดสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รองรับเข้าสู่ตลาดประชาคมอาเซียน ปี 2556 ฝ่ายประชาสัมพันธ์เน้นการประชาสัมพันธ์เรื่อง การประชุมสัมมนาวิชาการ การจัดแสดงและการจำหน่ายสินค้า การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม พร้อมนี้การประชาสัมพันธ์ต้องยกระดับสู่สากล ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ Social media ป้ายคัดเอาท์ โปสเตอร์ แผ่นปลิวป้ายDicut สปอตวิทยุ โทรทัศน์ สกุ๊ปข่าว และการแถลงข่าวในงานอีเว้นต่างๆ งานไหมปีนี้จัดระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค 56 ไฮไลย์เน้นการถ่ายทอดสดพิธีเปิดงาน เวที่ประกวดนางสาวขอนแก่น เวทีวิชาการ เวทีผูกเสี่ยวและ การแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ ที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายเลขานุการไปปรับแผนประชาสัมพันธ์เสนอจังหวัดให้อนุมัติงบดำเนินการต่อไปและแต่งตั้งเลขานุการของคณะกรรมการชุดใหญ่ทุกคณะมาเป็นอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพื่อประชาสัมพันธ์ครองคลุม ในวันที่ 26 พย. 2556 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประชุมสื่อด้านโทรทัศน์ทุกช่อง พร้อมประชาสัมพันธ์จังหวัด ผอ.สทท. ผอ.สวท.ขอนแก่น เพื่อเสนอรูปแบบรายการผ่านสื่อโทรทัศน์ ช่อง 3,5 ,7 9 และไทย PBS โดยเฉพาะช่อง 3 รายการบอกเล่าเช้านี้ ของคุณ สรยุทธ ทัศนจินดา เป็นต้น



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น

พ่อค้าขายแมลงทอดไฮเทคแต่งรถไฟกระพริบดึงดูดลูกค้าสร้างรายได้ดี

พ่อค้าขายแมลงทอดไฮเทคแต่งรถติดไฟกะพริบระเวนขายแมลงทอดทั่วเมืองขอนก่นดึงดูดลูกค้า สร้างรายได้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยามค่ำคืนชาวขอนแก่นที่พักอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หรือออกไปทำธุระ มักจะเห็นจักรยานยนต์พ่วงข้างตกแต่งด้วยไฟระยิบระยับ พร้อมเสียงเพลงจังหวะเร้าใจ ดึงดูดความสนใจจนอดหันไปมองไม่ได้ โดยภายในรถพ่วงมีแมลงทอดหลากหลายชนิดวางขาย นายบุญหนา มิสโกด อายุ 36 ปี เจ้าของรถพ่วงซิ่งขายแมลงทอด เล่าว่า ยึดอาชีพเร่ขายแมลงทอดมานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยเริ่มตระเวนขายใน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น จากนั้นย้ายมาขายในเขตตัวเมืองขอนแก่น ต่อมามีแนวคิดติดป้ายไฟและประดับไฟกะพริบรอบจักรยานยนต์พ่วงคู่ใจ พร้อมติดเครื่องเสียง สร้างบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองกับลูกค้า โดยในแต่ละวันจะออกจากที่พักเวลาประมาณ 17.00 น. ตระเวนขายแมลงทอดไปทั่วเมือง โดยเฉพาะย่านชุมชน ตลาดสด หรือสถานีขนส่ง จนถึงเวลา 02.00 น.ก็จะหยุดขายและกลับที่พัก แมลงที่นำออกไปทอดขายแต่ละคืนนั้นส่วนใหญ่จะขายหมด เมื่อหักต้นทุนแล้วมีรายรับประมาณคืนละ 2,000-3,000 บาท หรือมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 70,000 บาท สำหรับเคล็ดลับ คือ แมลงที่ลูกค้าสั่งจะนำมาอุ่นให้ลูกค้าก่อนรับประทาน ประกอบกับรถที่ประดับไฟเป็นที่ดึงดูดลูกค้า




ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

ประมงจังหวัดนครราชสีมา มอบพันธุ์ปลานิลคัดพันธุ์สายพันธุ์ ให้กับเกษตรกรโครงการศูนย์เรียนรู้ด้านประมง

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า ประมงจังหวัดนครราชสีมา มอบพันธุ์ปลานิลคัดพันธุ์สายพันธุ์ดี ให้กับเกษตรกรโครงการศูนย์เรียนรู้ด้านประมง ประจำปี 2556

ว่าที่ ร.ท. สมพร กุลบุญ ประมงจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปมอบพันธุ์ปลานิลให้กับเกษตรกรด้วยตนเอง ที่อำเภอพิมาย รายละ 3,000 ตัว และในพื้นที่ อำเภอโนนแดง อำเภอชุมพวง และอำเภอเมืองยาง พร้อมทั้งแนะนำให้เกษตรกรได้กระจายพันธุ์ปลานิล ให้แพร่พันธุ์ และจำหน่ายให้เกษตรกรรายอื่นๆได้ขยายพันธุ์ในโอกาสต่อไปด้วย

สำหรับการมอบพันธุ์ปลา สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบพันธุ์ปลานิลคัดพันธุ์สายพันธุ์ดีซึ่งจัดซื้อจากศูนย์วิจัยและพัฒนา พันธุ กรรมสัตว์น้ำปทุมธานี ให้กับเกษตรกรโครงการศูนย์เรียนรู้ด้านประมงประจำปี 2556 ตามอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 40 ราย เพื่อให้พันธุ์ปลานิลสายพันธุ์ดีแพร่กระจายปรับปรุงพันธุ์ในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา 

รอง ผวจ.นครราชสีมา ตำส้มตำเปิดงาน อุทยานผ้าป่าอาชีพ จิตอาสา พัฒนาชุมชนโคราช สนับสนุนการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ ให้กับประชาชน

วันนี้ (22 สค 56)เวลา10.0 0น ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุชาติ นพวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ดร.ธัชฤทธิ์ ปนารักษ์ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันตำส้มตำในครกยักษ์ เพื่อเป็นการเปิดงาน อุทยานผ้าป่าอาชีพ จิตอาสา พัฒนาชุมชนโคราช ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างงาน เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสเพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพให้กับประชาชนในจังหวัด นครราชสีมา
 

สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการจัดผ้าป่าอาชีพ จาก 32 อำเภอ ของจงหวัดนครราชสีมา รวม 64 อาชีพ อาทิ การสานกระเป๋า จากวัสดุเหลือใช้ การแปรูปอาหาร การทอเสื่อ เป่าแก้ว คริสตัน เป็นต้น กิจกรรมขยะแลกทอง ส่งเสริมให้เห็นถึงคุณค่าของขยะ การแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่อาเซียน นิทรรศการผ้าป่าวิชาการ และโรงครัวชุมชน โดยมีประชาชนร่วมงานและให้ความสนใจร่วมฝึกอาชีพเพื่อนำไปสร้างรายได้ในครัว เรือนเป็นจำนวนมาก

จังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ที่บริเวณลานนวมินทร์ สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 บุ่งตาหลั่ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำนักเรียน นักศึกษา และประชาชน กว่า 1,000 คน ร่วมเดิน วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ ในโครงการ ชาวโคราช พาแม่ออกกำลังกาย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 81 พรรษา เพื่อ แสดงออกถึงความจงรักภักดีที่ประชาชนมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งเพื่อรณรงค์ให้เด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเสริมสร้างความรักความสามัคคี
 

สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการเดิน วิ่ง คู่แม่ลูกเชื่อมสัมพันธ์ ระยะทาง 3 กิโลเมตร และการเต้นแอโรบิค แม่ -ลูก จำนวน 981 คู่ ความหมายตัวเลขคือ รัชกาลที่ 9 และ 81 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังได้มีการให้บริการตรวจสุขภาพ การแสดงนิทรรศการ การดูแลสุขภาพแม่ อย่างไร บูทแนะนำสุขภาพ และการออกกำลังอย่างถูกต้องสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันมอบรางวัล เป็นเครื่องออกกำลังกายและจักรยานให้กับ คู่แม่ ลูกที่ได้รับรางวัล ในการประกวดคู่แม่ลูกที่นำลูกมาออกกำลังมากที่สุด คู่แม่ลูกสวย คู่แม่ลูกหล่อ คู่แม่ลูกอายุรวมกันมากที่สุด และคู่แม่ลูกที่เต้นแอโรบิคสวยงามที่สุด อีกด้วย

จังหวัดนครราชสีมาจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ ตามโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน

ที่ศาลาบ้านตะแกรง ม.2 ต.หลุ่งตาเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ ตามโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ทั้งนี้การจัดโครงการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชน ทั้ง 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ได้รับบริการในด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานราชการ และเป็นการเพิ่มองค์ความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่นำไปใช้ในการดำรงชีวิต เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพของประชาชน โดยภายในงานได้มีหน่วยงานราชการ มาตั้งบูทให้คำปรึกษาในด้านการเกษตร การบริการทำหมันให้กับสุนัข การตรวจวัดสายตา และการสอนอาชีพให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน อาทิ การทำสบู่ การทำกระเป๋า ผ้าเช็ดเท้า และการสานเครื่องหวาย เป็นต้น ซึ่งมี ประชาชนในพื้นที่อำเภอห้วยแถลง เข้ามารับบริการกว่า 1,000 คน
 

ในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.วินัยบัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบนโยบายของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ การแก้ปัญหายาเสพติดของจังหวัด การแก้ปัญหาความยาจน การรักษาศิลปวัฒนธรรม ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ และการรักษาความสงบในพื้นที่ชุมชนให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมกันนี้เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ยังได้นำถุงยังชีพ แว่นสาตา จำนวน 100 ชุด มามอบให้กับผู้สูงอายุและผู้ยากไร้ อีกทั้งยังได้มีการมอบการมอบพันธุ์ปลา กล้าไม้ ให้กับผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอห้วยแถลงอีกด้วย

กาชาดบึงกาฬเร่งพัฒนางานเพื่อชาวบึงกาฬ

เมื่อวันพุธที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ และ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดบึงกาฬ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานและกิจกรรม ในห้วงระหว่างเดือนสิงหาคม – กันยายน ๒๕๕๖ จำนวน ๓ กิจกรรม ประกอบด้วย หนึ่ง โครงการพัฒนาศักยภาพกรรมการและสมาชิกและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ของเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ ในวันอังคารที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สอง โครงการสร้างภาคีจิตอาสา เครือข่ายอาสายุวกาชาดจังหวัดบึงกาฬ การฝึกอบรม "อาสายุวกาชาด” หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาดเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อุปถัมภก สภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๔๔ บึงกาฬ และ สาม เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค ๖ ระหว่างวันที่ ๕ – ๖ กันยายน ๒๕๕๖ ณ โรงแรมเดอะวัน ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬเปิดเผยว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องล้วนมีความปรารถนาดีและพร้อมที่จะร่วมทำงาน ทั้ง ๓ โครงการให้สำเร็จลุล่วง เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ เป็นสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการจัดกิจกรรม ประชุมเหล่ากาชาดจังหวัดภาค ๖ ระหว่างวันที่ ๕ – ๖ กันยายน ๒๕๕๖ ณ ณ โรงแรมเดอะวัน นั้นจะมีคณะกรรมการเหล่ากาชาดในภาค ๖ ประกอบด้วย ขอนแก่น อุดรธานี สกลนคร หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และ จังหวัดบึงกาฬ รวม ๗ จังหวัด รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติเป็นจำนวนมาก เดินทางมาที่จังหวัดบึงกาฬ ดังนั้นจึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมต้อนรับ คณะกรรมการเหล่ากาชาดภาค ๖ จำนวน ๗ จังหวัดโดยถือเสมือนหนึ่งว่า เราเป็นเจ้าของบ้านต้องต้อนรับผู้เข้ามาเยือนด้วยความเต็มใจ ซึ่งจะมีส่วนสร้างความประทับใจแก่ผู้เยือนตลอดไป

ก.ธ.จ.มหาสารคาม เตรียมลงพื้นที่รอบสุดท้ายสอดส่องโครงการระดับจังหวัด งบปี 2556

คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมหาสารคาม (ก.ธ.จ.) ประชุมย่อย เพื่อเตรียมลงพื้นที่สอดส่องโครงการระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2556 ตามที่ได้ลงไปสอดส่องตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ขณะดำเนินการตามโครงการ และรอบสุดท้าย เมื่อสิ้นสุดโครงการ ในวันที่ 26 สิงหาคมและ 3 กันยายน นี้

นายสุพล วัฒนกิติกุล รองประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในการประชุมย่อยของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมหาสารคาม เพื่อหารือแนวทางในการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางในการทำงานและการมาประชุมให้กับคณะกรรมการ พร้อมหารือที่จะลงพื้นที่ในการไปสอดส่องโครงการหลัก 4 โครงการ ของปีงบประมาณ 2556 ที่คณะกรรมการได้มีการลงไปสอดส่องมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ขณะดำเนินการตามโครงการ ซึ่งในครั้งสุดท้ายนี้ จะเป็นการไปสอดส่อง ติดตามการดำเนินงานหลังสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดวันเพื่อลงไปสอดส่อง โดยวันที่ 26 สิงหาคม 2556 กำหนดสอดส่องโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก "หนองขุ่น” อำเภอแกดำ และโครงการซ่อมสร้างถนนเพื่อขนถ่ายสินค้าการเกษตร อำเภอวาปีปทุม และวันที่ 3 กันยายน กำหนดลงพื้นที่สอดส่องโครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำศูนย์พัฒนาลุ่มน้ำชีเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบการกระจายน้ำ อำเภอบรบือ และ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อำเภอเชียงยืน

นอกจากนี้ในที่ประชุม ยังมีมติที่จะลงพื้นที่สอดส่องเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการประปาบึงกุย ที่อำเภอโกสุมพิสัย ในวันที่ 27 สิงหาคม และโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ในวันที่ 30 สิงหาคม ด้วย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคามมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศภาคอีสาน มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 80 ของพื้นที่ เตือนระวังสัตว์เลี้ยงป่วย และการระบาดของเชื้อราในข้าว ขณะที่มหาสารคามมีฝนตกร้อยละ 30-60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศ บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือในสัปดาห์นี้ มีฝนกฟ้าคะนองเกือบทั่วไปร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. โดยในช่วงวันที่ 21-22 สิงหาคม มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 23-27 สิงหาคม มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ด้านจังหวัดมหาสารคาม สัปดาห์นี้ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ซึ่งในระยะนี้ เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ชื้นแฉะเพราะจะทำให้สัตว์เลี้ยง อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย โดยเฉพาะสัตว์เท้ากีบอาจเป็นโรคปากและเท้าเปื่อยได้ และหากพบสัตว์ป่วยควรรีบแยกออกจากกลุ่ม แล้วทำการรักษาเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไป ยังตัวอื่นๆ สำหรับข้าวนาปีที่อยู่ในระยะเจริญเติบโต ชาวนาควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา โดยเฉพาะโรคไหม้ ซึ่งจะทำให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโตผลผลิตลดลง




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ชาวมหาสารคามร่วมบวงสรวงอนุสาวรีย์พระเจริญราชเดช ผู้ก่อตั้งเมืองมหาสารคาม

ชาวจังหวัดมหาสารคามทุกภาคส่วน นำพานดอกไม้ร่วมบวงสรวงอนุสาวรีย์พระเจริญราชเดช ผู้ก่อตั้งเมืองมหาสารคาม ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองข่า ขณะที่ผู้เฒ่าผู้แก่เชื่อพระเจริญราชเดช ยังคอยปกปักรักษาชาวเมืองมหาสารคามให้มีความอยู่ดีมีสุข

วันที่ 22 สิงหาคม ของทุกปี ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของจังหวัดมหาสารคาม สืบเนื่องจากปี พ.ศ. 2408 พระเจริญราชเดช มีดำริให้ก่อตั้ง เมืองมหาสารคาม โดยได้มีการกราบทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระองค์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ตั้งเมืองมหาสารคาม ขึ้น พร้อมแต่งตั้งพระเจริญราชเดช หรือ กวด ภวภูตานนท์ เป็นเจ้าเมืองมหาสารคาม คนแรก

ด้วยความสำคัญที่ว่านี้ นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม และชาวจังหวัดมหาสารคามทุกภาคส่วนจึงได้พร้อมใจกันจัดพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระเจริญราชเดช โดยมีการสวดสรภัญญะ การรำบวงสรวง จัดขบวนแห่เครื่องบวงสรวงและการนำพานดอกไม้สดร่วมสักการะ เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญู รำลึกถึงคุณงามความดีและเชิดชูเกียรติที่ท่านได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับเมืองมหาสารคามจวบจนวันนี้

ด้านคุณยายทองเลี่ยม เวียงแก้ว อายุ 88 ปี ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวมหาสารคาม กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมพิธีบวงสรวงในวันนี้ว่า เป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานที่ท่านได้ก่อตั้งเมืองมหาสารคาม ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เชื่อว่าดวงวิญญาณของท่านจะยังคงคอยปกปักรักษา คุ้มครองลูกหลานชาวมหาสารคาม ตลอดไป

พระเจริญราชเดช เป็นแม่ทัพหน้า ที่นำไพร่พลเข้าโจมตีพวกฮ่อ จนได้รับชัยชนะ ได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น "พระเจริญราชเดช วรเชษฐมหาขัติยะพงศ์ รวิวงศ์สุรชาติ ประเทศราชธำรงรักษศักดิ์ กิตติยศเกรียงไกร ศรีพิชัยเทพวราฤทธิ พิศณุพงศ์ปรีชา สิงหบุตรสุวัฒนานคราภิบาล” และถึงแก่อนิจกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2421 สิริรวมอายุได้ 43 ปีเศษ โดยอยู่ในตำแหน่งเจ้าเมือง 14 ปี



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว