วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตำบลแคน ร่วมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดภาวะโลกร้อน

วันนี้ 6 ส.ค. 57 เวลา 10.00 น. นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานเปิดงานโครงการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดภาวะโลกร้อน เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557 นำโดย... นายภานุวัฒน์ บุติมาลย์ นายกเทศมนตรีตำบลแคน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษา กำนันตำบลแคน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านในตำบลแคน นักเรียน และประชาชนชาวตำบลแคน ณ บริเวณพื้นที่บ้านสำโรง หมู่ที่ 10 ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

สำหรับกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวครั้งนี้ เพื่อลดภาวะโลกร้อนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2. เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2557 ที่จะถึงนี้

3. เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของตำบลแคน

4. เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึก ให้กับผู้ร่วมกิจกรรม และชุมชนในพื้นที่ ให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

5. เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ สร้างความสามัคคีของคนในตำบล

การปลูกต้นไม้ในวันนี้ ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 3,000 ต้น ประกอบด้วย ต้นยางนา ต้นมะค่าโมง ต้นคูณ ต้นขี้เหล็ก และต้นสะเดา ซึ่งพื้นที่ในการปลูกครั้งนี้ เป้นที่สาธารณประโยชน์บ้านสำโรง หมู่ 10 ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ นอกจากนี้เทศบาลตำบลแคน ยังได้ดำเนินการตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยจัดหา มะนาว กิ่งตอน จำนวน 2,000 ต้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีมะนาวไว้ใช้ในครัวเรือน โดยมอบให้ครัวเรือนละ 1 ต้น


\
เว็บสนม webSanom / ข่าว
6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อุดรธานีเดินหน้าหมู่บ้านรักษาศีล 5 ปรองดองสมานฉันท์ถวายเป็นประราชกุศล

จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ คณะสงฆ์ ลงนามความร่วมมือสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล 5 ” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

ที่ห้องประชุมสบายดี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมชี้แจงการดำเนินงานโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล 5” โดยมีพระเทพรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง นายวีระพงษ์ สารบรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี ส่วนราชการ หน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรต่างๆ ร่วมประชุม ซึ่งภายหลังการประชุมได้จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการฯร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรต่างๆในพื้นที่

นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยการให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทย ร่วมมือกันในเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์และทำให้ประชาชนมีความรักความสามัคคีกัน และมหาเถรสมาคมได้มีมติเห็นชอบโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 ซึ่งมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับทุกภาคส่วนในจังหวัดขับเคลื่อนโครงการ ฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความสามัคคี และเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

จากสถานการณ์บ้านเมืองในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหามากมาย ทั้งปัญหาอาชญากรรม การระบาดของสิ่งเสพติดและอบายมุข การแตกแยกทางความคิด และการจาบจ้วงดูหมิ่นสถาบันหลักของชาติ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดจากการขาดสติ จิตสำนึก ศีลธรรมและคุณธรรมจริยธรรมอันจะส่งผลให้สังคมเกิดความขัดแย้ง คณะสงฆ์โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีดำริที่จะเสริมสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติเกิดความสงบสุข สันติสุข มีความสามัคคีกลมเกลียว โดยพุทธศาสนิกชนน้อมนำหลักศีล 5 มาประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้กำหนดกิจกรรมในการสนับสนุนให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทุกเพศทุกวัยได้นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปพัฒนาชีวิต ครอบครัว ชุมชนและสังคม โดยเน้นการรณรงค์ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มี "หมู่บ้านรักษาศีล 5 ” ขึ้นในทุกส่วนของประเทศ

ในส่วนของจังหวัดอุดรธานีนอกจากจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือในวันนี้แล้ว ยังได้จัดให้มีการรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนเกิดความรักความสามัคคี ผ่านหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และเชิญชวนให้ปฏิบัติตนตามแนวศีล 5 ขึ้นทุกหมู่บ้านทั้ง 1,880 หมู่บ้านในจังหวัด พร้อมกันนั้นจะมีการรับสมัครอาสาสมัครปกป้องพระพุทธศาสนา จัดตั้งองค์กรเครือข่ายอาสาปกป้องพระพุทธศาสนาในทุกหมู่บ้านและชุมชน มีการติดตามประเมินผล และประกาศยกย่องครอบครัว หมู่บ้านรักษาศีล 5 ที่ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดด้วย




ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขให้ประชาชน ตามนโยบาย คสช.

จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจคืนความสุขให้ประชาชน” ตามนโยบาย คสช.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 เวลา 18.30 น.  ณ บริเวณลานเอนกประสงค์หน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษนายประทัป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขให้ประชาชน” พร้อมกับมอบกระปุกออมสินตามโครงการออมทรัพย์สร้างสุขสร้างรอยยิ้ม เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่โรงเรียนเป้าหมายทั้ง 8 โรงเรียน โดยมี พ.ท.วรากร ธนยั่งยืน เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบ ประจำพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะสร้างเสริมความปรองดองในระดับพื้นที่

ทั้งนี้ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำหนดนโยบายการบริหารงานไว้ 4 ข้อ หลักประกอบไปด้วย 1).แก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน 2).ทำให้เศรษฐกิจพื้นฐานเดินต่อไปได้ 3).สร้างความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ และ 4).ปฏิรูปการทำงานให้รวดเร็วและฉับไว และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบาย ดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขให้ประชาชน” ขึ้นโดยพร้อมกันทั่วประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติละแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกำหนดให้สำนักงาน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานและให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเป็น เลขานุการ ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษได้มอบหมายให้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน

สำหรับการจัดกิจกรรม "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมใจ คืนความสุขให้ประชาชน” มีกิจกรรมการให้บริการประชาชนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาต้นทุน เช่น ไข่ไก่ น้ำตาลทราย น้ำปลา แจกไอศกรีมกะทิสด พร้อมกับริการตรวจสอบยอดบัตรเครดิตสินเชื่อเกษตรกร จากสหกรณ์การเกษตรเพื่อลูกค้า ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ จำกัด การให้ความรู้ความเข้าใจในการทำหมั่น สุนัข แมว จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ การให้ความรู้เกี่ยวกับการทำประมง จากสำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ การบริการงานวิชาการด้านพืช จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ การให้ความรู้เรื่องกฎหมายที่ดิน จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ การให้ความรู้เกี่ยวกับยางพารา โดยศูนย์ปฏิบัติการสงเคราะห์สวนยางจังหวัดศรีสะเกษ สอนการทำบัญชี ราย-รับรายจ่ายในครัวเรือน จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ การแสดงดนตรีของวงดนตรีจาก ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ และวงกันตรีมร็อคอินเตอร์ อาเจายัย โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นได้รับความสนใจจากประชาชนชาวจังหวัดศรีสะเกษ เข้าชมงานและรับบริการต่างๆจากส่วนราชการ เป็นจำนวนมาก




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์ สร้อยเพชร /ข่าว/ภาพ

ผู้ว่าฯมหาสารคาม ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ รับมือปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม

จังหวัดมหาสารคาม ตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ปี 2557 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ประสานการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบภัย

                นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนในประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2557 โดยคาดว่าจะเริ่มต้นประมาณปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งฤดูฝนในปีนี้ประเทศไทยตอนบน จะสิ้นสุดฤดูฝน ประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคม โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สำหรับจังหวัดมหาสารคาม แม้บางพื้นที่ยังมีฝนน้อยอยู่ แต่ในภาพรวมฝนเริ่มมากขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม จังหวัดมหาสารคาม จึงได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ปี 2557 ขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบภัย ฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ ที่ชำรุดเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งเป็นการประสานงานและการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างมีประสิทธิภาพ

               โดย ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ปี 2557 ตั้งอยู่ที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดมหาสารคาม ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์/โทรสาร หมายเลข 043 777 314 / 043 777 773-5 เพื่อติดต่อประสานงานและติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณภัยที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย



.......ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว 

โคราช เตรียมพร้อมจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 มั่นใจพิธีเปิด-ปิด ยิ่งใหญ่ระดับโลก

วันที่ 10 ก.ค. 57 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 3 อาคารยุพราชเบญจมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 33 โคราชเกมส์ เป็นประธานการประชุมเพื่อ ติดตามความคืบหน้าและรับทราบรายงานจากการทำงานของคณะกรรมการฯ ทั้ง 22 ฝ่ายและผลสรุปการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน ความพร้อมของสนามกีฬา ความพร้อมของหมู่บ้านนักกีฬา และอื่นๆ ตามระเบียบวาระ และแถลงข่าวความพร้อมการจัดมหกรรมกีฬาแห่งชาติที่ จ.นครราชสีมา โดยมีคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน สมาคมกีฬาจังหวัด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายสุวัจน์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อม ในพิธีเปิด และพิธิปิด จะมีการจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ เน้นในเรื่องของความทันสมัยและเทคโนโลยี เน้นความเป็นสากล ความเป็นมืออาชีพ และจะเน้นการหล่อหลอมความเป็นวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ความสำเร็จต่างๆของดีต่างๆของเมืองโคราชให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่จะนำเสนอสู่สังคมซึ่งพิธีเปิด จะเน้นในเรื่องของความกระชับ ให้เกิดความแปลกใหม่ ความน่าสนใจ ทั้งนี้มั่นใจว่าพิธีเปิดการแข่งขันนครราชสีมาเกมส์ครั้งนี้จะเป็นพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และจะเป็นพิธีเปิดที่เทียบเคียงกับการเปิดกีฬาสากล เพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงและแสดงออกถึงความพร้อมของการบริหารจัดการของ จ.นครราชสีมา ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และการลงทุนต่างๆ ฉะนั้นพิธีเปิดครั้งนี้จะแสดงออกถึงความพร้อมของจังหวัดฯ ถึงความสำเร็จของการพัฒนาบุคลากร ถึงความอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยว และของดีเมืองโคราชทุกอย่าง ความสำเร็จของกีฬา ของนักกีฬา ของการบริหาร เทคโนโลยี ความทันสมัยต่างๆ จะถูกบรรจุอย่างร้อยเรียงและเป็นระบบและยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีของการเป็นเจ้าภาพของ จ.นครราชสีมา

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ แห่เดินทางมาเก็บเห็ดในป่าวนอุทยานเขากระโดง นำไปปรุงอาหารและขายสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน

เมื่อวันที่ 10 ก.ค 57 หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้ชาวบ้านจากหลายอำเภอทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดข้างเคียง เดินทางมายังบริเวณป่าในเขตวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเก็บเห็ดป่าที่งอกตามธรรมชาติในเขตป่าภูเขาไฟกระโดงที่ยังคงเป็นป่า ธรรมชาติใกล้เขตเมือง ที่อุดมสมบูรณ์และมีเห็ดงอกเป็นประจำทุกปี จนเป็นแหล่งเก็บเห็ดป่าที่ขึ้นชื่อของภาคอีสาน หลังเกิดฝนตกชุกติดต่อกันหลายวันในพื้นที่จังหวัดทำให้เกิดเห็ดป่างอกตามป่า เขาในพื้นที่หลายแห่ง ส่งผลให้ชาวบ้านที่ว่างงานหลังปักดำนาข้าวเสร็จและรอฤดูกาลเก็บเกี่ยว แห่มาเก็บเห็ดที่งอกขึ้นเองตามธรรมชาติหลากหลายชนิด อาทิ เห็ดมันปู เห็ดแป้ง เห็ดผึ้ง เห็ดระโงก เห็ดน้ำหมาก จนรถจอดริมถนนบุรีรัมย์ยาวเหยียดหลายกิโลเมตร

โดยหลังเก็บเห็ด แล้ว ชาวบ้านบางส่วนนำเห็ดไปวางขายตามริมถนนสายต่างๆ โดยเฉพาะถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ซึ่งประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา ได้แวะลงมาเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก และส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด ราคากระทงละ 20-50 บาท ทำให้มีรายได้เสริมวันละ 300 -500 บาทต่อครัวเรือน โดยชาวบ้านระบุเห็ดจะงอกไปจนกว่าจะหมดฝนและเข้าสู่ฤดูหนาวคือช่วงปลายเดือน ตุลาคม ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จุนเจือครอบครัวได้อีกทางหนึ่งในช่วงว่างงานหลังจากปัก ดำนาและรอฤดูเก็บเกี่ยวข้าว

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลหนองหลวง ปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 27 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง นายเทพพงษ์ เจริญรัตน์ รักษาราชการแทนนายอำเภอโนนนารายณ์ ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เทศบาลตำบลหนองหลวงได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด กำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม

2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม

3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหลวง" ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่ายจากประชาชนในเขตตำบลหนองหลวง อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์





ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

ตำบลหนองระฆัง ปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 26 มิ.ย. 57 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองระฆัง  นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหนองระฆังได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัดกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม
3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหนองระฆัง"  ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่ายจากประชาชนในเขตตำบลหนองระฆัง อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์




ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

ตำบลนานวน ปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 26 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนานวน  นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลนานวนได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัดกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม
3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลนานวน"  ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่ายจากประชาชนในเขตตำบลนานวน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์




ข่าวโดย... เว็บสนม webSanom

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลระเวียง ปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 25 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลระเวียง นายเทพพงษ์ เจริญรัตน์ รักษาราชการแทนนายอำเภอโนนนารายณ์ ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลระเวียงได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด กำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม

2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม

3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลระเวียง" ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่ายจากประชาชนในเขตตำบลระเวียง อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์





ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

สนม ส่งกลุ่มทอผ้าไหมบ้านสำโรง ร่วมชิงชัยวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับเขต แห่งปี 2557 นี้

วันนี้ 25 มิ.ย. 57 เวลา 13.00 น. นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม กล่าวต้อนรับ นายโสพิศ ปัญญาบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 7 จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับเขต ปี 2557 ณ ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติบ้านสำโรง ตำบลสนม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ เนื่องในโอกาสที่อำเภอสนมได้ส่งกลุ่มทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติบ้านสำโรงเข้าประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นในระดับเขต ปี 2557 นี้ด้วย

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผบ.จทบ.สร. ตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปผิดกฏหมายที่สนม รอบสอง

วันที่ ๒๔ มิ.ย. ๕๗ เวลา ๑๔.๐๐ น.  นายชูศักดิ์  จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.สนม สัสดี อ.สนม รอง ผกก.ป. , สวป. , ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าทีป่าไม้  ได้เดินทางไปยังบริเวณบ้านเลขที่ ๑๖๗ ม.๔ ต.หนองระฆัง อ.สนม จ.สุรินทร์ เพื่อรอต้อนรับ พล.ต.นิรุทธ  เกตุสิริ  ผบ.จทบ.สร./ผบ.กกล.รส.จว.สร. ในการเดินทางมาตรวจสอบบ้านซึ่งเป็นโรงงานไม้แปรรูปโดยไม่ได้อนุญาต และมีไม้หวงห้ามไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย  ซึ่งถูกกองกำลังผสมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง  ทำการจับกุมตัวพร้อมไม้ของกลาง เมื่อวันที่ ๒๓ มิ.ย. ๕๗ เวลากลางวัน




ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

ตำบลหัวงัว ปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 24 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่วัดสุทธิวงศา บ้านหัวงัว  นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลสนมได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัดกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม
3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหัวงัว"  ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน, ผู้นำชุมชน, สถานพยาบาล, ประชาชนในเขตตำบลหัวงัว อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์




ข่าวโดย... เว็บสนม webSanom

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลสนม เสวนาปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 23 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลสนม  นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลสนมได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัดกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม
3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลสนม"  ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน, ผู้นำชุมชน, สถานพยาบาล, ประชาชนในเขตตำบลสนม อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์




ข่าวโดย... เว็บสนม webSanom

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลหนองเทพ เสวนาปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 23 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทพ นายเทพพงษ์ เจริญรัตน์ รักษาราชการแทนนายอำเภอโนนนารายณ์ ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทพได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด กำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม

2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม

3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเทพ" ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน, ผู้นำชุมชน, สถานพยาบาล, ประชาชนในเขตตำบลหนองเทพ อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์




ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลคำผง เสวนาปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 20 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคำผง นายเทพพงษ์ เจริญรัตน์ รักษาราชการแทนนายอำเภอโนนนารายณ์ ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เทศบาลตำบลคำผงได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด กำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม

2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม

3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์องค์การบริหารส่วนตำบลคำผง" ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน, ผู้นำชุมชน, สถานพยาบาล, ประชาชนในเขตตำบลคำผง อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์





ข่าว โดย... เว็บสนม webSanom

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อำเภอสนม บูรณาการกวาดล้างอาชญากรรม

วันที่ 20 มิ.ย. 57 เวลา 08.00 น. นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม แถลงข่าวการจับกุมอาวุธสงคราม เขตท้องที่อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

สืบเนื่องจากนโยบายของ คสช. และผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ ได้มีนโยบายให้มีการบูรณาการกำลังในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะ อาวุธสงคราม ยาเสพติด การพนัน และความผิดอื่นๆ ในเขตพื้นที่อำเภอสนม โดยนายอำเภอสนม สัสดี ตำรวจ สาธารณสุข จึงได้บูรณาการกำลัง ในการปิดล้อมตรวจค้น หมู่บ้านทัพไทย หมู่ที่ 10 ต.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2557 ตั้งแต่เวลา 06.00 - 07.30 น. ภารกิจได้แบ่งกำลังออกเป็น 4 ชุด ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทางเข้า ทางออก หมู่บ้าน และตรวจค้นบ้านเรือน โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. กฏอัยการศึก พ.ศ. 2457 มาตรา 8 , 9 (1) ผลการดำเนินการ ตรวจยึดสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิด ดังนี้

1. เครื่องกระสุนปืน ขนาด 5.56 ม.ม. (M16) จำนวน 1 นัด

2. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 ม.ม. จำนวน 5 นัด

3. วัตถุระเบิด (ปิงปอง) จำนวน 1 ลูก

ได้จับกุมตัวนายแดง (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้ครอบครองวัตุถุของกลางดังกล่าวในข้อหา มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และมีเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฏหมาย






ข่าว โดย.. เว็บสนม webSanom
http://www.websanom.com

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตำบลแคน เสวนาปรองดองสมานฉันท์

วันนี้ 19 มิ.ย. 57 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแคน  นายชูศักดิ์ จำเรียงฤทธิ์ นายอำเภอสนม ประธานร่วมพิธีการจัดขบวนการเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีคำสั่ง และประกาศต่างๆ ให้ส่วนราชการ, ประชาชนทั่วไป และภาคเอกชนให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการดำเนินโครงการของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เทศบาลตำบลแคนได้จัดตั้งขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการที่ศูนย์ปรองดอง เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัดกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

2. กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในท้องถิ่น

3. จัดทำโครงการ/กิจกรรม เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม

4. ติดตาม ประเมินผล การดำเนินการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

5. รายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับอำเภอ และระดับจังหวัด รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดทราบ


วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

1. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม
2. เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม
3. เพื่อให้ประชาชน ดำรงชีวิตอย่างสงบ และมีความสุข

การจัด "โครงการส่งเสริมการสร้างความสุข การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เทศบาลตำบลแคน"  ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน, ผู้นำชุมชน, สถานพยาบาล, ประชาชนในเขตตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์




ข่าวโดย... เว็บสนม webSanom

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ มอบสิ่งของสนับสนุนทหารที่การปฏิบัติงานรักษาความสงบของตามนโยบาย คสช.

วันที่ 7 มิถุนายน 2557 เวลา 11.00 น. ที่ห้องโถ่งชั้นล่างศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำสิ่งของเครื่องดื่มและมาม่า จำนวน 10 ลัง มอบสนับสนุนการปฏิบัติงานรักษาความสงบของตามนโยบาย คสช.ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีพันเอก ณรงค์ กลั่นวารี รองผู้บังคับการกองกำลังสุรนารี พล.ร.6 จังหวัดศรีสะเกษ เป็นผู้รับมอบสิ่งของเครื่องดื่มและมาม่า เพื่อไปสนับสนุนหน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ ตามประกาศ ของ คสช.ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษต่อไป



ฉัตรชัย  พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษ เปิดงานวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนประจำปี 2557 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2557 ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ ดร.สุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดโครงการจัดงาน 7 มิถุนายนวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนประจำปี 2557 โดยมีนางสุวรรณี อาจสุโพธิ์ ผ้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและสงเสริมสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ นำข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คณะอาจารย์ ครู และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 200 คน มีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วยการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการสหกรณ์ในโรงเรียน การจัดนิทรรศการสื่อการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน การแข่งขันตอบปัญหาสหกรณ์ การประกวดเรียงความและวาดภาพการเรียนรู้ด้านสหกรณ์ การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงริเริมให้จัดการเรียนรู้การสหกรณ์โรงเรียนให้แพร่หลาย และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ด้วย




ฉัตรชัย  พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดอำนาจเจริญ จัดกิจกรรม “วันสหกรณ์นักเรียนประจำปี 2557”

วันนี้ (7 มิ.ย. 57) เวลา 09.30 น. ณ โรงเรียนเหล่าพรวนป่ากุงโนนสวาง ตำบลเหล่าพรวน อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ นายอดุลย์ กองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดกิจกรรม "วันสหกรณ์นักเรียนประจำปี 2557” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเริ่มโครงการกิจกรรมนักเรียน เพื่อเสริมสร้างความรู้ และปลูกฝัง วิธีการสหกรณ์ให้กับเยาวชน

นายทศพร ผลบุตร สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า การจัดงานวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ปี 2557 ได้จัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมสหกรณ์นักเรียนสู่สาธารณชน ให้นักเรียนตระหนักและเห็นความสำคัญของการสหกรณ์ รวมทั้งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติด้านการสหกรณ์ สำหรับจุดเริ่มต้นสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง เมื่อครั้ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งกับนายเสงี่ยม มาหมื่นไวย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในขณะนั้น เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 ให้นำเรื่องการสหกรณ์ปรับใช้ประกอบการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อพัฒนาเด็กนักเรียนไทยให้มีความรู้ความเข้าใจ และนำวิธีการสหกรณ์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยคาดหวังว่าเมื่อเด็กนักเรียนจบการศึกษาจะได้เป็นสมาชิกที่ดี การจัดกิจกรรมวันสหกรณ์นักเรียนจังหวัดอำนาจเจริญ ปี 2557 ยังมีการเสวนา "พลังเยาวชน พลังขับเคลื่อนการสหกรณ์ พลังขับเคลื่อนประเทศ " และการประกวดแข่งขันการจัดนิทรรศการของแต่ละโรงเรียน ให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้ศึกษาเรียนรู้ อีกทั้งการประกวดครูสหกรณ์ดีเด่น การประกวดสมาชิกสหกรณ์นักเรียนดีเด่น และการประกวดเรียงความการสหกรณ์




กฤษดา เนตรพันธ์/ข่าว

ขอเชิญพุทธศาสนิกชุน ร่วมทำบุญหล่อพระหน้าตักกว้าง 8 เมตร ณ วัดป่าเทพ

ขอเชิญพุทธศาสนิกชุน  ร่วมทำบุญหล่อพระหน้าตักกว้าง  8  เมตร   ณ วัดป่าเทพนิมิต  น.นาคู่  อ.นาแก  จ.นครพนม

          วันที่  11  กรกฎาคม 2557  เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป  หล่อเศียรพระ

          วันที่  12  กรกฎาคม  2557  เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป  หล่อเกศพระ

          จึงขอเชิญศรัทธาสาธุชน  ร่วมหล่อพระในวันเวลาดังกล่าว

สืบหาบุคคลสูญหาย (นางสาวขวัญฤดี ทองชุ่ม)

นายอนุศาสน์  พลายวิเคราะห์  นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ  รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดนครพนม  ได้รับประสานงานจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์   ให้ประกาศสืบหาบุคคลสูญหาย  จำนวน  1 ราย  ว่าได้รับแจ้งจากนางสาวน้ำค้าง  แสงแก้ว  (มารดา) อายุ 37 ปี ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ติดตามบุคคลสูญหาย นางสาวขวัญฤดี  ทองชุ่ม  (บุตรสาว)  อายุ 17 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 5  ตำบลกุยบุรี  อำเภอกุยบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โดยได้หายตัวออกไปจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์  47  ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม  2557  เวลา  14.00 น.  จนขณะนี้ไม่สามารถติดต่อหรือไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด  ซึ่งทางญาติเกรงว่าอาจจะถูกล่อลวงไปในทางที่เสียหาย  หรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพ  ผู้ใดมีข้อมูล  เบาะแส  หรือพบเห็นบุคคลดังกล่าว  แจ้งไปที่สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  ศาลากลางจังหวัดนครพนม  (หลังใหม่)  ชั้น 1 โทรศัพท์  0-4251-1022  , 0-4251-1506  หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โทรศัพท์  0-5477-5405  หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 OCSCC

สืบหาบุคคลสูญหาย (นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ชาญสมร)

นายอนุศาสน์  พลายวิเคราะห์  นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ  รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  ได้รับประสานจากสำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี  ว่าได้รับแจ้งจากนางจารุวรรณ  ปิ่นแก้ว (ย่า)  อายุ 54 ปี  ให้ช่วยติดตามหานางสาวสุคนธ์ทิพย์  ชาญสมร  (หลานสาว)  อายุ 15 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 98/7  หมู่ที่  7  ตำบลห้วยกะปิ  อำเภอเมือง  จังหวัดชลบุรี  โดยได้หนีออกจากบ้านไป  โดยก่อนออกจากบ้านนางสาวสุคนธ์ทิพย์  ได้เล่นเฟสบุ๊คกับนายณเดช  สมาธิ  หรือ นายนันตการ  สมาธิ  อยู่บ้านเลขที่  286  หมู่ 6 ตำบลห้วยนาง  อำเภอห้วยยอด  จังหวัดตรัง  แต่จากการตรวจสอบไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว  พบนายจรินทร์  สมาธิ  อายุ 40 ปี (บิดาของนายนันตการ  สมาธิ)  ให้ข้อมูลว่าบุตรชายของตนไม่ได้ออกจากบ้านไปที่ใดเลย  อาศัยอยู่กับตนตลอดเวลา  มีความประพฤติดี  และจะเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จึงเกรงว่าจะมีผู้อื่นนำชื่อบุตรชายตนไปแอบอ้างไปในทางที่เสียหาย  ปัจจุบันนางจารุวรรณฯ  ไม่สามารถติดต่อนางสาวสุคนธ์ทิพย์ฯ เกรงว่าอาจได้รับอันตราย  และอาจถูกล่อลวงไปในทางเสียหายหรือตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์  หากผู้ใดมีข้อมูลเบาะแส  หรือพบเห็นบุคคลดังกล่าว  แจ้งไปที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม  โทรศัพท์ 0-4251-1022  , 0-4251-1506  หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี  โทรศัพท์  0-3827-7877 ต่อ 23 , 25 ในวันเวลาราชการ  หรือแจ้งไปยังนางจารุวรรณ  ปิ่นแก้ว  โทรศัพท์  08-8191-9159  หรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 OSCC

กกล.รส.จว.ศก. ร่วมกับอำเภอเมืองศรีสะเกษ ออกช่วยเหลือชาวบ้าน

วันนี้ (7 มิ.ย. 57)  นายนิวัติ น้อยผาง นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ  ได้มอบหมายให้นายธนภัทร  ชูศักดิ์ รัตนสมัย (ป.ตั้ม) ปลัดอำเภอประจำตำบลตะดอบ   พร้อมด้วยคณะนายทหารซึ่งประกอบไปด้วย ร.ต.ไพร์จิตร โนนสังข์, ส.อ.ณัฐภัทร ศรีสุภักดิ์  ชุด ปชส.บก.กกล.รส.จว.ศก. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ตามโครงการ "กาชาดสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้”  ซึ่งเป็นโครงการบูรณาการร่วมกันระหว่างเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษ  ฝ่ายทหารและฝ่ายปกครอง ในกรณีอำเภอเมืองศรีสะเกษประสานขอกำลังพลทหารช่าง เพื่อมาร่วมก่อสร้างบ้านให้ราษฎรผู้มีฐานะยากจน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากเพียงลำพัง ซึ่งได้แก่ นางจันทร์ แสงสกุล อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ที่ 7 บ้านโพนงาม ตำบลตะดอบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ  โดยมีนายลี สิงห์หัน กำนันตำบลตะดอบ  และรองนายกตำบลตะดอบ เป็นผู้ร่วมให้ข้อมูล

ซึ่งผลการตรวจสอบข้อมูล นางจันทร์  แสงสกุล อาศัยอยู่เพียงลำพัง กินอยู่หลับนอนในใต้ถุนบ้าน เนื่องจากเป็นอัมพฤกษ์ที่ขาบางส่วนไม่สามารถขึ้นชั้น 2 ได้ มีความยากลำบากในการดำเนินชีวิตจริง และบ้านมีสภาพผุพังจริง ทางร้อยตรีไพร์จิตร โนนสังข์  จะกลับนำข้อเท็จจริงกลับไปทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อประสานกำลังพลทหารช่างมาร่วมดำเนินการก่อสร้างบ้านดังกล่าวได้ในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ฝ่ายทหาร ปกครอง และเหล่ากาชาด ได้นำถุงยังชีพมอบให้กับคุณยายจันทร์  แสงสกุล  เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จำนวน 3 ถุงด้วย โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัดศรีสะเกษจำนวน 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน)  กำลังพลทหารช่างจาก  บก.กกล.รส.จว.ศก. อบต.ตะดอบ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  และชาวบ้านตำบลตะดอบร่วมมือกันดำเนินการ




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เตือนกลุ่มบุคคลที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปยึดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ของประชาชนโดยอ้างว่าผิดกฎหมายจะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการคดีโดยเด็ดขาด

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปตรวจค้นและยึดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ของโดยอ้างว่าผิดกฎหมายทำให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนและเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มผู้แอบอ้างดังกล่าวจะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปดำเนินการโดยเด็ดขาด หากประชาชนไม่แน่ใจว่าบุคคลที่ไปตรวจค้นที่บ้านขอให้ดูบัตรประจำข้าราชการของผู้นั้น หรือประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่เป็นสักขีพยานก่อนเข้าตรวจค้น และมีหมายค้นหรือไม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันได้มีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในการดำเนิน หากจะได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลสอดส่องพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าว พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ทราบจะได้เข้าไปดำเนินการโดยเด็ดขาดต่อไป




วิมล เร่งศึก/ข่าว
 กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
7 มิ.ย. 57

มหาสารคาม จัดอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ สร้างเวทีปรองดองสมานฉันท์

มหาสารคาม จัดอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ สร้างเวทีปรองดองสมานฉันท์ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อน ออกให้บริการประชาชน พร้อมเปิดเวทีเสวนาสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ หวังสร้างรอยยิ้ม คืนความสุข สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับ ชาวจังหวัดมหาสารคาม

(7-6-57) นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ เสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 6 รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดมหาสารคาม นายนราธร ศรประสิทธิ์ นายอำเภอโกสุมพิสัย ร่วมกันคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการจัดกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้สถานที่ภายในโรงเรียนแห่บริหารวิทย์ ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย เป็นสถานที่จัดกิจกรรมการให้บริการประชาชน ทั้งการตรวจสุขภาพโดยหน่วยทหาร สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโกสุมพิสัย การบริการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว โดย ธ.ก.ส.โกสุมพิสัย การมอบเครื่องอุปโภคบริโภค มอบบ้านแก่ผู้ยากไร้ โดยเหล่ากาชาดมหาสารคาม การบริการตัดผมฟรี รวมทั้งการมอบรางวัลและการบริการอื่น ๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายโดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับบริการถึงตัวอำเภอ

นายแสงดาว พันธุ์กล้า ชาวบ้านแห่ใต้ หมู่ 1ที่มารับบริการตัดผมฟรีในครั้งนี้ บอกว่า ดีใจที่มีบริการที่เข้าถึงประชาชนเช่นนี้ ได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องเดินทางไปรับบริการถึงตัวอำเภอ อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ไม่ต้องการให้แบ่งสี แบ่งฝ่าย อยากให้คนไทยรู้รักสามัคคีกัน

ซึ่งในการออกให้บริการอำเภอยิ้มเคลื่อนที่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป ยังได้จัดเวทีเสนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการลดความขัดแย้ง สร้างความรัก ความสามัคคี คืนความสุขให้ชาวจังหวัดมหาสารคาม




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ตม.นครพนมจับกุมตามหมายจับคดียาเสพติด

พ.ต.อ.พันธ์ศักดิ์  ค้าดี  ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม  ได้ออกตรวจและจัดระเบียบการให้บริการแก่ผู้ที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรบริเวณ สะพานมิตรภาพ 3  ซึ่งได้ตรวจพบ นางสาวญดาหรืออัญชลี  หรือหมวย  เอ้งฉ้วน  อายุ 27 ปี  มายื่นของตรวจอนุญาตออกไปนอกราชอาณาจักร  จากการตรวจสอบด้วยระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองพบว่าเป็นบุคคลมีหมายจับจังหวัดชัยภูมิ  ตามหมายจับที่ 63/2557  จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.สุรสิทธิ์  ดีลี  สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม  นำตัวไปตรวจสอบและได้ประสานเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ  ให้เข้าร่วมจับกุมและขอหมายจับนำมาแสดงให้ผู้ถูกจับดูและอ่านให้ฟัง  ผู้ถูกจับรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับตามหมายนี้มาก่อนแต่อย่างใด  เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้แจ้งว่า  ผู้ถูกจับกุมมีความผิดฐาน  ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามิน)  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์  375 มิลลิกรัม  ขึ้นไปหรือมียาเสพติดให้โทษดังกล่าว ผสมอยู่จำนวนสิบห้าหน่วยการใช้ขึ้นไปหรือมีน้ำหนักสุทธิตั้งแต่หนึ่งจุดห้ากรัมขึ้นไปโดยผิดกฎหมาย  สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันฟอกเงิน  จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชัยภูมิเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผลการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย ห่างไกลยาเสพติด ปี 2557

นายสมชอบ  นิติพจน์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม  เปิดเผยว่า  ตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม  จัดโครงการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย  ห่างไกลยาเสพติด "อบจ.นครพนมสานฝัน  เทิดไท้องค์ราชัน”  โครงการ TO BE NUMBER ONE  ประจำปี 2557   โดยมีการประกวดในรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  ผลการประกวดร้องเพลง  ดังนี้

          รุ่นเล็ก (อายุ 15-19 ปี)  รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล  10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง 2 เพลง  ได้แก่ นางสาวปนิดา  พูดดี  / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 7,000  บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง 1  เพลง  ได้แก่ นางสาวณัฐฐาพร  บุตรไชย  / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ  2  เงินรางวัล 5,000  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง  1 เพลง  ได้แก่ นางสาวมลิวัลย์  ถินมานัด  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล  3,000  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง  1 เพลง  ได้แก่ นางสาวสุนิดา  สมมะวัง

          รุ่นใหญ่ (อายุ 20-40 ปี) รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล  10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง 2 เพลง  ได้แก่ นายทศพรชัย  ไตรยราช  / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 7,000  บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง 1  เพลง  ได้แก่ นางสาวรัชนก  มูลเพ็ญ / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ  2  เงินรางวัล 5,000  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง  1 เพลง  ได้แก่ นายธีรวุฒิ  คำแสน  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล  3,000  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้สิทธิบันทึกแผ่นเสียง  1 เพลง  ได้แก่ นายอนุสรณ์  พนมศักดิ์

          รุ่นพิเศษ (อาวุโส อายุ 41 ปีขึ้นไป) รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล  4,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้แก่ นายทวีศักดิ์  ทองสิงห์ / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 2,000  บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้แก่ นางกันทลัส  ราชโคตร / รางวัลรองชนะเลิศอันดับ  2  เงินรางวัล 1,500  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้แก่   นายวิเดช  เอกสะพัง  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล  1,000  บาท  พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศและเกียรติบัตร  ได้แก่ นางคำเปียง  พูดดี

ประเพณีบุญเดือน 7 (บุญชำฮะเมือง)

นายนิวัต  เจียวิริยบุญญา  นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม  เปิดเผยว่า  เทศบาลเมืองนครพนม  ร่วมกับหน่วยงานราชการ  ภาครัฐ  และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม  จัดงานประเพณีบุญเดือน 7 "บุญถวายบายศรีพระ-ชำฮะเมือง”  ประจำปี 2557  ในวันพฤหัสบดีที่  12  มิถุนายน  2557  (ขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 7 )  ณ วัดโอกาส  อำเภอเมือง  จ.นครพนม  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี อันดีงามของชาวไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ  และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว  บ้านเมืองเกิดความร่มเย็นเป็นสุข  โดยผู้เข้าร่วมพิธีแต่งกายนุ่งขาวห่มขาว

แรงงานจังหวัดมุกดาหาร จัดโครงการจ้างงานเร่งด่วน

วันนี้ (6 มิ.ย. 57) ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็ก บ้านเดชจำนง หมู่ที่ 6 ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เป็นประธานเปิดโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานแรงงานจังหวัดมุกดาหาร ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้เริ่มเข้าสู่สภาวะภัยแล้ง และคาดว่าในปีนี้จะมีความรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการเตรียมการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแล้งผู้ยากจน หรือครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ ซึ่งเป็นภารกิจของกระทรวงแรงงาน  พร้อมกับได้สั่งการให้สำนักงานแรงงานจังหวัดมุกดาหารเร่งดำเนินการโครงการที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งหรือโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ให้ทันกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่

นายกฤตพัฒน์ ครุฑกุล แรงงานจังหวัดมุกดาหาร ได้กล่าวว่า โครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดด้านอาชีพ เป็นลักษณะการจ้างงานเพื่อให้ผู้ประสบภัยธรรมชาติที่ว่างงาน ไม่มีรายได้และผู้ที่มีความเดือดร้อนด้านอาชีพ ได้มีงานทำชั่วคราวด้วยการจ้างงานให้ทำงานเกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ต่างๆ เช่น การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ การซ่อมแซม บูรณะสถานที่ที่เป็นส่วนรวม โดยวางหลักเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือในลักษณะ เงินค่าตอบแทนการทำงาน คนละ 150 บาท/วัน และกำหนดไม่เกิน 20 วัน สำหรับการพัฒนาทักษะฝีมือ จะเน้นการฝึกอาชีพให้แก่ผู้เดือดร้อนด้านอาชีพ โดยฝึกตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ หลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมเฉพาะบางหลักสูตรจะมีการพิจารณามอบเครื่องมือประกอบอาชีพให้แก่ผู้ผ่านเกณฑ์ประเมิน เพื่อนำไปประกอบอาชีพต่อไป




พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร จัดประกวดภาพวาด “ภาพลักษณ์นักการเมือง”

นางสาวนุชนาถ ด้วงสงฆ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร จัดประกวดภาพวาด "ภาพลักษณ์นักการเมือง” เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้สะท้อนแนวคิดที่มีต่อนักการเมืองผ่านทางสื่อศิลปะภาพวาด ได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและเพื่อให้นักการเมืองได้ตระหนักและละอายถึงพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง โดยผู้ส่งผลงานเข้าประกวด ต้องศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า นิสิต นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)และระดับอุดมศึกษา ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด โดยสามารถส่งผลงานได้ระหว่างวันที่ ๔-๘ สิงหาคม ๒๕๕๗

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายภวิศ สุดแสวง เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตปฏิบัติการ สำนักป้องกันการทุจริตภาคการเมือง สำนักงาน ป.ป.ช.หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๘๒ ๓๑๖๑ - ๕ ต่อ๕๐๖ หรือ ๐๘ ๖๖๖๔ ๙๙๖๙ ในวันและเวลาราชการ หรือตรวจสอบรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.nacc.go.th หัวข้อกิจกรรมและโครงการต่างๆ




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร สอบราคาจ้างเหมาบริการเพื่อปฏิบัติงานตามโครงการ “ท่องเที่ยวสร้างความผูกพันภายในครอบครัว”

นายพิเชฐ  เดชะคำภู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหาร โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร มีความประสงค์จะสอบราคาจ้างเหมาบริการเพื่อปฏิบัติงานตามโครงการ "ท่องเที่ยวสร้างความผูกพันภายในครอบครัว” ของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร กำหนดยื่นซองสอบราคา ในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร และกำหนดเปิดซองใบเสนอราคาในวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป

ผู้สนใจติดต่อขอรับเอกสารสอบราคา ได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๕.๓๐ น. ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.mots.go.th/mukdahan หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๔๒-๖๑๑-๓๐๖ ในวันและเวลาราชการ




สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารขอเชิญร่วมถวายพระราชกุศลเนื่องในการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม “พระพุทธเมตตา”

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ วัดเทพประทาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ เป็นเจ้าอาวาสและคณะกรรมการจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม "พระพุทธเมตตา” ซึ่งมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานได้ร่วมจัดสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐม "พระพุทธเมตตา” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่

ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์เพื่อให้การจัดสร้างพระสมเด็จองค์ปฐมฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมถวายพระราชกุศล หน่วยงานที่สนใจสามารถสืบค้นข้อความเพิ่มเติมได้จาก facebook : สร้างพระสมเด็จองค์ปฐมด้วยนิล โดยมีนางสาวกรรณภรณ์ วงศ์ปิยะกุล หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑-๖๒๑๙-๗๙๗ เป็นผู้ประสาน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐๘๕-๑๑๔-๘๙๐๐, ๐๘๙-๒๑๕-๓๔๕๕, ๐๘๑-๖๒๑-๙๗๙๗



สุภาวดี  อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ประกาศติดตามบุคคลสูญหาย

นางปิยะพร  เฉลิมช่วง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากนางนางสังคม  เสนาพันธ์(มารดา) อายุ ๓๙ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๘๕ หมู่ที่ ๑๓  ตำบลบ้านโคก อ.เมือง จ.มุกดาหาร ขอความช่วยเหลือติดตามนายยุทธพงษ์ อนันตภูมิ (ผู้สูญหาย) ชื่อเล่นยุทธ อายุ ๒๐ ปี ลักษณะรูปร่างสัดทัด ผิวขาวเหลือง สูงประมาณ ๑๖๐ เซนติเมตร ซึ่งได้หายจากบ้านไป เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้าของวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗  นางสังคมฯกลับมาจากนาก็ไม่พบนายยุทธพงษ์ฯ อยู่ที่บ้านแล้วจึงให้ญาติออกตามหา จนขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้และไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด เกรงว่าอาจจะรับอันตรายและถูกล่อลวงไปในทางเสียหายหรือตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์


สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร ประชาสัมพันธ์ตามหาญาติจากข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องมาพร้อมนี้ ทั้งนี้เมื่อพบเบาะแสหรือข้อมูล ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร หมายเลขโทรศัพท์ ๐๔๒-๖๑๑๔๔๒, ๐๔๒-๖๑๑๕๘๓ หรือ OSCC ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ๑๓๐๐ สายด่วน ๒๔ ชั่วโมง หรือนางนางสังคม  เสนาพันธ์(มารดา),นางเงิน ศรีลาฤทธิ์(ป้า) หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๖-๒๒๑-๘๔๐-๑




สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดงานเชื่อมโยงการผลิต การตลาดและโลจิสติกส์สินค้าเกษตร แนวตะเข็บชายแดน

นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธาน เปิดงาน เชื่อมโยงการผลิต การตลาดและโลจิสติกส์สินค้าเกษตร แนวตะเข็บชายแดน ซึ่งจังหวัดมุกดาหาร โดยการสนับสนุนจาก สำนักส่งเสริมการเกษตรเขต 5 จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดมุกดาหารจัดขึ้น ณ บริเวณสนานหน้าศาลากลางจังหวัด โดยมีนายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร และ นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกร และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมงานจำนวนกว่า  2,000 คน

นายร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงการผลิตการตลาดและโลจิสติกส์สินค้าเกษตรตามแนวตะเข็บชายแดน ระหว่างผู้ผลิตสินค้าเกษตรกับผู้ประกอบการด้านการตลาด ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการส่งออกสินค้าตามแนวตะเข็บชายแดน โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเจรจา เสวนา การจำหน่ายตลาดสินค้าเกษตร ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ประกอบการด้านการตลาด และโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ตามแนวตะเข็บชายแดน  การจัดนิทรรศการ การแสดงสินค้าเกษตรการจำหน่ายของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโอท็อป และผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรชนิดต่าง ๆ  ที่มีศักยภาพในการผลิตเพื่อการส่งออก จากทั่วประเทศ  ประชาสัมพันธ์การจำหน่ายตลาดผัก ผลไม้ ทั้งในจังหวัดและจากทั่วทุกภาคของประเทศ ไปสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผัก ผลไม้ สินค้าโอท็อป หรือสินค้าอื่น ได้มีแหล่งจำหน่าย อันจะเป็นการลดปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากราคาตกต่ำได้ระดับหนึ่งการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งประชาชนที่สนใจสินค้า เกษตร สินค้า โอท็อป สินค้าอาหารทะเล ไปเลือก ซื้อหาได้ หรือเจรจาคู่ธุรกิจการค้า กับผู้ผลิตโดยตรงเพื่อนำไปจำหน่าย ติดต่อได้ภายในงาน ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 7 มิถุนายน  2557

นายโอฬาร พิทักษ์   อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  กล่าวว่า  การจัดงานเชื่อมโยงการตลาดและระบบการจัดการเรื่อง โลจิสติกส์ โดยการจัดงานทางภูมิภาค ในวันนี้ จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นจังหวัดตะเข็บชายแดนที่สำคัญที่จะรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หลักของการจัดงานในครั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของเกษตรกรเองคือ การจัดการบริหารการตลาดเอง เกษตรกรผลิตเอง ต้องสามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้ การผลิตก็จะสอดคล้องกัน และการเรียนรู้เรื่องของการบริโภค เรียนรู้เรื่องการตลาด และจะนำไปปรับปรุงคุณภาพสินค้าของตนเอง และเป็นช่องทางการตลาด การจัดระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การเปิด AEC นั้นจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดด่านหน้าของเกษตรกรไทย ที่จะออกไปสู่ AEC  ในขณะเดียวกันนั้นก็จะรับสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านของ AEC โดยเฉพาะจากทาง ประเทศลาว และประเทศเวียดนาม ที่เข้าสู่ประเทศไทย เป็นการเรียนรู้ของเกษตรกรฝึกให้มีคุณภาพมากขึ้น




พิพัฒน์ เพชรสังหาร ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท ส.ปชส.มุกดาหาร/ภาพ

ยโสธรจัดหน่วยอำเภอยิ้ม พร้อมแพทย์ทหาร ร.16 ออกบริการประชาชน คืนความสุขสู่ประชาชน

นายประวัติ  ถีถะแก้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร  มอบนโยบายให้ทุกอำเภอจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ อำเภอยิ้มพร้อมชุดแพทย์ทหาร คืนความสุขสู่ประชาชน ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

วันนี้ (6 มิถุนายน 2557) เวลา 09.30 น.  อำเภอเมืองยโสธร นำโดยนายสมเพชร  สร้อยสระคู    นายอำเภอเมืองยโสธร   นำหน่วยอำเภอเคลื่อนที่ อำเภอยิ้ม พร้อมกับทหารจากกรมทหารราบที่ 16  ออกไปให้บริการประชาชน   ที่โรงเรียนบ้านหนองบกโนนสวาท  ต.หนองหิน  อ.เมืองยโสธร

หน่วยงานที่ออกให้บริการ ประกอบด้วย อำเภอเมืองยโสธร ,กรมทหารราบที่ 16,  ธนาคาร ธ.ก.ส. , ธนาคารออมสิน, กศน. , สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร, ปศุสัตว์จังหวัด  มีการให้บริการ  ตัดผม,เสริมสวย  ทำหมันสุนัข และแพทย์ทหารจากกรมทหารราบที่ 16 ร่วมกับโรงพยาบาลยโสธร บริการตรวจรักษาโรค แจกจ่ายยา พร้อมและนำสิ่งของไปมอบให้ ได้แก่ พันธุ์ปลา,กระเป๋า,สมุด,ดินสอ,เสื้อกันหนาว,           กระปุกออมสิน   มีประชาชนมารับบริการ ประมาณ 200 คน เพื่อคืนความสุขสู่ประชาชน                       สร้างความรัก สมัคร สมาน



ส.ปชส.ยโสธร
ไพชยนต์  ชนะกาญจน์
6 มิถุนายน 2557

จังหวัดร้อยเอ็ดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว

จังหวัดร้อยเอ็ดรับสมัครผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 60 ปี ร่วมกิจกรรมสร้างความอบอุ่นภายในครอบครัว ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2557 ณ จังหวัดเลย

นายไพบูลย์ กุลแพง ท่องเที่ยวและกีฬาร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด ได้กำหนดจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวสร้างความผูกพันภายในครอบครัว ระหว่างวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2557 ณ จังหวัดเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมในการส่งเสริมและสานความผูกพันที่ดีระหว่างคนในครอบครัว และเป็นการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงเป็นการกระตุ้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด จึงรับสมัครผู้ที่มีสัญชาติไทย ซึ่งมีความประพฤติดี สุขภาพดี มีความเป็นครอบครัวอบอุ่น อายุระหว่าง 15 ปีขึ้นไป ผู้ปกครองอายุไม่เกิน 60 ปี มีครอบครัวเป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างต่อผู้อื่นและสังคม เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม เป็นผู้นิยมและรักษาเอกลักษณ์ของไทย มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเสื่อมใสในการปกครองระบบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข โดยส่งภาพถ่ายคู่ 2 คน (ให้เป็นคนในครอบครัวหรือญาติและอายุต้องอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด) จำนวน 1 ภาค เป็นภาพสีปริ้นลงกระดาษขนาด A4 พร้อมคำบรรยายแสดงความรู้สึกใต้ภาพสั้นๆ

ทั้งนี้ ส่งใบสมัครเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ฉบับ พร้อมรับรองสำเนา ส่งไปที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 5 ถนน เทวาภิบาล อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 โทรศัพท์ 0 -4351 – 5021 โทรสาร 0 – 4352 – 7952 อีเมล์ roiet@mots.go.th ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2557



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
6 มิ.ย. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดร้อยเอ็ด

เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนให้ถูกต้องตรงกัน

นายไกรสร กองฉลาด ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งสี ซึ่งส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาดูแลการปกครองประเทศ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ตั้งแต่เวลา 16.30 น. นั้น ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนให้ถูกต้องตรงกัน และมีความสมานฉันท์สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในการร่วมกันนำพาประเทศไทยกลับคืนสู่ความสงบสุข จังหวัดร้อยเอ็ดจึงจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป จังหวัดร้อยเอ็ดขึ้น ณ ที่ทำการปกครองจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มงานปกครอง ประกอบด้วย คณะกรรมการต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมการอำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้อำนวยการศูนย์ โดยมีอำนาจหน้าที่นำนโยบายมาสู่การปฏิบัติ อำนวยการ ให้คำปรึกษา และกำกับดูแล การดำเนินโยบายปรองดองสมานฉันท์ ให้เป็นด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ มีสำนักงานเลขานุการศูนย์ฯ ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหัวหน้าสำนักงาน

นอกจากนี้ยังมี คณะกรรมการฝ่ายความมั่นคง นายพลากร บุญประคอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานกรรมการ ทำหน้าที่ดำเนินการทางธุรการของศูนย์ฯ การจัดเอกสารต่างๆ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร การจัดการประชุม การรวบรวมข้อมูลอาสาสมัครช่วยประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนงาน/โครงการในภาพรวมเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ฯ การติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ และงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย คณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจ นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ เป็นประธานกรรมการ ทำหน้าที่ดำเนินการด้านการข่าว ประสานงานและติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชน การกวดขันและกำชับมิให้มีการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการพัน สถานบริการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย และคณะกรรมการฝ่ายสังคมจิตวิทยา นายพลากร บุญประคอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานกรรมการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่ด้านจิตวิทยามวลชน การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อการสร้างความสมานฉันท์ และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย




วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
6 มิ.ย. 57

จังหวัดร้อยเอ็ดเดินหน้าสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวทางของ คสช.

จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งศูนย์เฉพาะกิจจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมเดินหน้าสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

วันนี้ (6 มิ.ย. 57) เวลา 10.00 น. นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงานศูนย์เฉพาะกิจจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจร้อยเอ็ด เพื่อสนับสนุนการรักษาความสงบแห่งชาติ ขึ้น ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ขอความร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอที่ร่วมประชุมให้ปฏิบัติตามแนวทางของ คสช.อย่างเคร่งครัด การสร้างความสุขให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ เพื่อป้องกันการเรียกเก็บหนี้นอกระบบอย่างผิดกฎหมาย การแก้ไขปัญหายาเสพติด อาวุธสงคราม ไม่ยอมให้มีการจัดตั้งหมู่บ้านที่นอกเหนือจากลักษณะการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด ตรวจตราสอดส่องการให้บริการของหอพัก ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการออกตรวจตราอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการมั่วสุ่มและกระทำผิดกฎหมายของเข้าพัก



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
6 มิ.ย. 57

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เยี่ยมการซ่อมแซมฉางข้าวของเจ้าหน้าที่เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน และเตือน ผู้ไม่หวังดีจะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยเฉียบขาด

วานนี้ (5 มิ.ย. 57) เวลา 11.00 น. นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พ.อ. (พิเศษ) กฤษดา นิยมวิทย์ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เดินทางไปบ้านเลขที่ 2/4 หมู่ที่ 2 บ้านดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งบ้านของนางน้อย สีหานาม เพื่อตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครอาสารักษาดินแดน อำเภอเกษตรวิสัย ที่บูรณาการสนธิกำลังกันซ่อมแซมฉางข้าว เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนตามนโยบายของคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ในโอกาสจังหวัดร้อยเอ็ด จัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ

นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวในโอกาสนี้ว่า ขณะนี้ได้มีบุคคลไม่หวังดีบางส่วน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปยึดเครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ บุคคลดังกล่าวนี้จะถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินตามกฎหมายโดยเด็ดขาด ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันภาครัฐจะคืนความสุขและเรียกความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับคืนมา

ขอฝากให้ประชาชน หากพบเห็นบุคคลที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าไม่แน่ใจขอให้ดูบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ให้แน่ใจหรือเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่เป็นสักขีพยาน เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายตรวจค้น จึงขอเตือนผู้ที่ไม่หวังดีทางราชการโดยเฉพาะทางจังหวัดร้อยเอ็ด ทุกภาคส่วนจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด และขอความร่วมมือประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด กระจายข้อมูลข่าวสารไปยังพี่น้อง ญาติมิตร ในชุมชนให้ทราบถึงแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ประการแรก ถ้ามีบุคคลแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องขอดูบัตรประจำตัว เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ หรือนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือนายอำเภอ เป็นประจักษ์พยาน และขอดูหมายตรวจค้น ถ้าไม่มีแสดงว่าบุคคลเหล่านั้นกำลังแสดงช่องว่างทำลายความสงบเรียบร้อยในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะไม่ยอมโดยเด็ดขาด




วิมล  เร่งศึก/ข่าว
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์
6 มิ.ย. 57

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด จังหวัดร้อยเอ็ด แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด ให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) รายสำคัญ

วานนี้ (5 มิ.ย. 57) เวลา 15.00 น. ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดร้อยเอ็ด โดย นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ร้อยเอ็ด พล.ต.นคร สุขประเสริฐ ผบ.จทบ.ร้อยเอ็ด ผอ.กกล.รส.จว.ร้อยเอ็ด พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.๔ รรท.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.สิงห์ทอง พลลา รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด พ.ต.ท.ประวิทย์ โทหา พงส.ผนพ.ฯ หน.ชปส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พ.ต.ต.ธัชพล มูลละคร ร.ต.อ.สมโภช แสวงแก้ว ร.ต.อ.สมนึก ปัญญารมย์ ร.ต.ท.ไพรทูล ศรีมหาพรม รอง หน.ชปส. ภ.จว.ร้อยเอ็ด ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาบ้ารายสำคัญ ผู้ต้องหา ๙ คน พร้อมของกลางยาบ้า ๒,๕๙๕ เม็ด ไอซ์ ๕.๒ กรัม ปืนพกสั้น ๕ กระบอก กระสุน ๗๐ นัด และการตรวจยึดทรัพย์สินไว้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ พ.ศ. ๒๕๓๔ มูลค่าประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ บาท รายละเอียดดังนี้.-

วันเดือนปีที่จับกุม ๓-๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ – ๐๑.๐๐ น.

สถานที่จับกุม พื้นที่ ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และ อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เกี่ยวเนื่องกัน

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม

๑. นายอดิศักดิ์หรือ ชาร์ป บุญวิเศษ อายุ ๒๑ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๑ หมู่ ๑ ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

๒. นายณรงค์ หรือ หลี ภูมิราศี อายุ ๒๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๒ หมู่ ๑ ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

๓. นายภูมิศักดิ์ หรือ มิน วงษ์จันลา อายุ ๒๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๔๔/๒ ถ.เสนาเริ่มคิด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

๔. นายอำพลหรือพล ศรีชนะ อายุ ๒๓ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๒๗ หมู่ ๑๒๗ หมู่ ๑๒ ต.เดิด อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร

๕. นายชัยวัฒน์ หรือแป๊ปซี่ ราชนุวงค์ อายุ ๒๖ ปี บ้านเลขที่ ๒๕๓ หมู่ ๑๑ ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

๖. นายชาญชัยหรือชายน้อย ดวงประยูร อายุ ๒๗ ปี บ้านเลขที่ ๑๑ หมู่ ๑๒ ต.หนองแวง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

๗. นายดัชกร หรือเปา จันได อายุ ๓๐ ปี บ้านเลขที่ ๗๔/๑ หมู่ ๓ บ้านป่าตอง ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

๘. นายธีระพงษ์หรือน๊อต เขียวคราม อายุ ๓๐ ปี บ้านเลขที่ ๓๕/๑ หมู่ ๓ บ้านป่าตอง ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร

๙. นายประดิษฐ์หรือแมน พรมโสภา อายุ ๑๙ ปี บ้านเลขที่ ๑๙ หมู่ ๓ บ้านมะบ้า ต.บึงงาม อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด


พร้อมของกลาง ยาบ้า ๒,๕๙๕ เม็ด ไอซ์ ๕.๒ กรัม ปืนพกสั้น ๕ กระบอก กระสุน ๗๐ นัด ยึดทรัพย์สินไว้ดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ พ.ศ. ๒๕๓๔ รถจักรยานยนต์ ๒ คัน เงินสด ๓๖,๐๐๐ บาท มูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ ๑๘๖,๐๐๐ บาท

พฤติการณ์การจับกุม ชปส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด สืบทราบว่านายชาญชัยหรือชายน้อย ดวงประยูร มีพฤติกรรมลักลอบนำยาบ้าจากแนวชายแดนประเทศลาวเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ อ.เมืองร้อยเอ็ด โดยใช้บ้านเช่าที่บ้านโนนงามเป็นสถานที่พักยา จึงได้ร่วมกันวางแผนจับกุม จนกระทั่งวันที่ ๓-๔ มิ.ย. ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ – ๐๑.๐๐ น. สามารถจับกุมเครือข่ายยาบ้าของนายชาญชัยฯ ได้ทั้งหมด ๗ คดี ผู้ต้องหา ๙ คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดี





วิมล  เร่งศึก/ข่าว
กมลพร  คำนึง/บก.ข่าว
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์
6 มิ.ย. 57

กิจกรรมโครงการ สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้ประชาชน จังหวัดเลย

กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย จัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้ประชาชน พื้นที่อำเภอเมืองเลย พลตรีวรทัต สุพัฒนานนท์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเลย ในฐานะ ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย พร้อมด้วย นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พลตำรวจตรีศักดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำข้าราชการ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มพลังอาสาสมัคร ประชาชน และ นักเรียน ในพื้นที่ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย ร่วมจัดกิจกรรม โครงการ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้ประชาชน จังหวัดเลย มีกิจกรรมการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่าจะยึดมั่น เทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะมีความรักและสามัคคี เพื่อนำพาประเทศชาติบ้านเมือง ไปสู่ความสงบสุข มีการให้บริการตรวจรักษาโรค ตัดผม มอบถุงยังชีพผู้สูงอายุ มอบพันธุ์ปลา เพื่อเพาะเลี้ยงในแหล่งน้ำชุมชน มอบเครื่องกีฬาแก่นักเรียน และมีดนตรีให้ความบันเทิง ผู้บังคับกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดเลย กล่าวว่า ในระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา คนไทยเกิดความวิตกกังวลในปัญหาสถานการณ์ของบ้านเมือง รอยยิ้มเหือดหายไป แต่นับจากบัดนี้เป็นต้นไป คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อคืนความสุขให้แก่ประชาชน โดยขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพื่อร่วมสร้างความรัก ความสามัคคี และร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวขอความร่วมมือทุกคนร่วมกันทำให้บ้านเมืองสงบ สามัคคี และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โครงการจัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ คืนความสุขให้ประชาชนอย่างยั่งยืน ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า ๑,๐๐๐ คน มีการร่วมร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี เพลงรักกันไว้เถิด และร่วมสนุกสนาน อย่างเป็นกันเอง

ศรีสะเกษ เปิดประชุมสัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดน

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และจังหวัดศรีสะเกษ เปิดประชุมสัมมนา ตามโครงการ "สัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดน กรณีบริหารจัดการเมืองใหม่ช่องสะงำ”

วันนี้ (6 มิ.ย. 57)  ที่ห้องประชุมโรงแรมศรีลำดวน นายแก่นเพชร  ช่วงรังสี  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดน กรณีบริหารจัดการเมืองใหม่ช่องสะงำ  โดยมีนายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมด้วยนายสนิท ขาวสะอาด  นายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ   นายวิศิษฐ  รัตนเวช  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และ นายวัฒนา  พุฒิชาติ  ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ  นายวิทยา  วิรารัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ  ผู้แทนภาครับ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ให้การต้อนรับ พร้อมกับร่วมประชุมสัมมนา  ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และจังหวัดศรีสะเกษ จัดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ บทบาท ภารกิจ หน้าที่ รวมทั้งกากรปรับตัว การพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะให้แก่บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในพื้นที่ ให้มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนอย่างทั่วถึง  เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง2  และเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการ บุคลากร ระเบียบ กฎหมาย และประชาชน ให้มีความพร้อม เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน และโครงการพัฒนาพื้นที่เมืองใหม่ช่องสะงำ

สำหรับการประชุมสัมมนาฯ ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 350 คน ประกอบด้วย ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2  ประกอบด้วย จังหวัดศรีสะเกษ  ยโสธร อำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี  ผู้แทนหน่วยงาน องค์การภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง  จากส่วนกลาง  โดยการประชุมฯได้กำหนด 2 วัน วันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการศึกษาดูงานในพื้นที่โครงการเมืองใหม่พัฒนาช่องสะงำ  ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ  และในวันนี้(6 มิถุนายน 2557)  จะมีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ยุทธศาสตร์กากรพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดย ท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  การเสวนาหัวข้อเรื่อง "แนวทางการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจ-ชยแดน กรณีบริหารจัดการเมืองใหม่ช่องสะงำ”  โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม  กรมการค้าต่าองประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  ในภาคบ่าย จะเป็นการเสวนา ในหัวข้อเรื่อง โอกาสทางธุรกิจจากโครงการเมืองใหม่ช่องสะงำ โดยนายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ   นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ  และประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

สองบริษัทใหญ่ มอบเงินสนับสนุนพัฒนาชายแดน 2 แสนบาท

บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด มหาชน CAT  และบริษัทมหาชนจำกัดแอดวานซ์อินโฟร์เชอร์วิส AIS   ร่วมสนับสนุนเงิน รายละ 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเมืองใหม่ช่องสะงำ จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (6 มิ.ย. 57) ที่ห้องประชุมโรงแรมศรีลำดวน นายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายสนิท ขาวสะอาด  นายสุริยะ  อมรโรจน์วรวุฒิ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายวิทยา  วิรารัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ  รับเงินสนับสนุนในการพัฒนาเมืองใหม่ช่องสะงำ  ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ  จากสองบริษัทใหญ่  ประกอบด้วย  นายสมภพ  เหล่าสุภาพ ผู้จัดการสำนักงานบริการลูกค้า กสท. ศรีสะเกษ  (บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด มหาชน CAT)  จำนวน  100,000 บาท  และนายยุทธเฉลิม  สายเชื้อ ผู้อำนวยการลูกค้าธุรกิจองค์กรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  (บริษัทมหาชนจำกัดแอดวานซ์อินโฟร์เชอร์วิส AIS)    จำนวน  100,000 บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)  เนื่องในโอกาส เข้าร่วมสัมมนา ตามโครงการ "ประชุมสัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดน กรณีบริหารจัดการเมืองใหม่ช่องสะงำ  ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์  จังหวัดศรีสะเกษ



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับหอการค้าไทยสัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนเมืองใหม่ช่องสะงำ

จังหวัดศรีสะเกษร่วมกับหอการค้าไทยสัมมนาพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนเมืองใหม่ช่องสะงำ
เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน ในปี 2558

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมศรีลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นาย แก่นเพชร ช่วงรังสี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนาการพัฒนาเมืองเศรษฐกิจชายแดนกรณีบริหารจัดการ เมืองใหม่ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และนายวิทยา วิรารัตน์ กรรมการหอการค้าไทย ได้นำคณะกรรมการหอการค้าไทย คณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กรรมการหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และข้าราชการในจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วมสัมมนา จำนวน 200 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ บทบาท ภารกิจหน้าที่และการปรับตัวการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะ ให้แก่บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนในพื้นที่ให้มีศักยภาพรองรับการพัฒนาในพื้นที่ อย่างทั่วถึง สนับสนุนและส่งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ รวมทั้งลดความขัดแย้งในระดับพื้นที่ชายแดน สนับสนุนและส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษและกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 และพัฒนาระบบบริหารจัดการ บุคลากร ระเบียบ กฎหมาย และประชาชนให้มีความพร้อม เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน ในปี 2558 ในโอกาสนี้บริษัท AIS และบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ยังมอบเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาเมืองใหม่ช่องชะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ รายละ 100,00.00 บาทด้วย




ฉัตรชัย พรหมมาศ/ข่าว/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมโครงการสร้างทักษะแรงงาน วิชาชีพ (ลาว,กัมพูชา,เมียนมาร์)

วันนี้ (6 มิ.ย. 57) เวลา 09.30 น. ณ  โรงแรมชิตสกลธ์ ฟลาวเวอร์แลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ  นายสุธีร์ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดโครงการสร้างทักษะแรงงาน วิชาชีพ (ลาว,กัมพูชา,เมียนมาร์) รุ่นที่ 2/2557

ด้วยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ ได้จัดทำโครงการสร้างทักษะแรงงาน/วิชาชีพ (ลาว,กัมพูชา,เมียนมาร์) รุ่นที่ 2/2557 รุ่นที่ 2/2557 สาขา 9 พฤติกรรมความสำเร็จ ซึ่งประกอบไปด้วย  1)พฤติกรรมความซื่อสัตย์ 2)พฤติกรรมความรับผิดชอบ  3)พฤติกรรมการมีระเบียบวินัย  4)พฤติกรรมความขยันและอดทน  5)พฤติกรรมการท างานเป็นทีม  6)พฤติกรรมคิดสร้างสรรค  7)พฤติกรรมใฝ่เรียนร  8)พฤติกรรมการประหยัด และ  9)พฤติกรรมความปลอดภัย    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าว (ลาว,กัมพูชา,เมียนมาร์) ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับประชาคมเศษฐกิจอาเซียน(AEC) มีกำหนดฝึกอบรม รุ่นที่ 2/2557 ระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน 2557 จำนวน 3 วัน ณ โรงแรมชิตสกลธ์ ฟลาวเวอร์แลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ

นายสุธีร์ แสงจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า  โครงการสร้างทักษะแรงงาน วิชาชีพ (ลาว,กัมพูชา,เมียนมาร์) จะช่วยเสริมสร้างทักษะ ความรู้ วิชาชีพให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการประกอบกิจการ งาน อาชีพในสาขาต่างๆได้




กฤษดา เนตรพันธ์/ข่าว/ภาพ

ผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ เปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแกนนำตำบลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ

วันนี้ (6 มิ.ย. 57) เวลา 09.30 น. ณ  มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ          นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแกนนำตำบลเพื่อจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ  สู่เมืองธรรมเกษตร ตามธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ ฉบับที่1/2555

ตามที่ขบวนองค์กรชุมชน ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมกันจัดทำธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ และประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ต่อมา เดือนมีนาคม ๒๕๕๖ พี่น้องประชาชนในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมกันจัดทำ และประกาศแนวทางการขับเคลื่อน ธรรมนูญ สู่เมืองธรรมเกษตร ภายในเวลา ๒๐ ปี จนถึงวันนี้ก็ใช้เวลาขับเคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้การขับเคลื่อน จังหวัดสู่เมืองธรรมเกษตรอย่างจริงจัง โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาคีราษฎร์+รัฐ ทางขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้นำวาระการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดโดยชุมชน เข้าสู่วาระเพื่อพิจารณาของคณะกรรมการสภากลางจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา โดยมีกลุ่มเป้าหมายจากแกนนำ ๖๓ พื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่ละ ๕ คน รวม จำนวน ๓๑๕ คน

ในการนี้ นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ  กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ดีที่แกนนำแต่ล่ะตำบลมาร่วมกันในการขับเคลื่อนจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอำนาจเจริญ ให้ไปทิศทางเดียวกัน และกิจกรรมในครั้งนี้ จะนำไปสู่แผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัด และจะนำไปสู่นโยบายของชาติต่อไป




ประกาศิต  สุวะทอง/ข่าว

จังหวัดอุบลราชธานี จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับจังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1/2557

วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ณ ห้องรีเรนท์บอลรูม โรงแรมรีเจนท์พาเลช อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานโครงการ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับจังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1/2557 ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ปรับปรุงระบบส่งเสริมการเกษตร ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงและภารกิจต่างๆปฏิบัติงานบนพื้นฐานของข้อมูล ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม และใช้วิธีการทำงานรูปแบบ MRCF system คือ การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเตรียมเข้าทำงานในพื้นที่โดยเน้นการใช้ข้อมูลแผนที่ (Mapping) ประสานและให้บริการเกษตรกรด้วยวิธีการติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลจากระยะไกล (Remote Sensing) การจัดเวทีชุมชนในการทำงานและร่วมดำเนินการกับเกษตรกรและชุมชน รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแบบมีส่วนร่วม(Community Participatiion) โดยร่วมกับเครือข่ายต่างๆ เช่น ศูนย์บริการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล อาสาสมัครเกษตรประจำตำบล อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และเข้าทำงานในพื้นที่แบบเฉพาะเจาะจง (Specific Field Service) โดยมีเป้าหมายและจุดม่งหมายที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ตรงจุดและยั่งยืน การจัดเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระดับจังหวัด ในครั้งนี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติตามระบบส่งเสริมการเกษตรที่ปรับปรุงใหม่ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกระดับได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยเน้นการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตามแนวทาง MRCF system เนื้อหาการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การมอบนโยบายการพัฒนาการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นโยบายการดำเนินงานเร่งด่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 การปฏิบัติราชการตามหลักธรรมาภิบาล โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี การนำเสนอผลการดำเนินงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร MRCF system รวมทั้งการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ผู้เข้าร่วมจัดเวทีในวันนี้ ประกอบด้วย ผู้ช่วยเกษตรจังหวัด หัวหน้าฝ่ายเกษตรอำเภอ ผู้บริหารงานเกษตรตำบล และเจ้าพนักงานธุรการ รวมทั้งสิ้น 253 คน

ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์จังหวัดอุบลราชธานีประชุม ผู้แทนมหาวิทยาลัย หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม เสวนาทางวิชาการเพื่อกำหนดแนวทางปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป

ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์จังหวัดอุบลราชธานีประชุม ผู้แทนมหาวิทยาลัย หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม เสวนาทางวิชาการเพื่อกำหนดแนวทางปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (6 มิ.ย. 57) ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอ วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในฐานะประธานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์จังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อกำหนดแนวทางปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป โดยมีพลตรีวิษณุ ไตรภูมิ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ ตัวแทนภาคธุรกิจ และสื่อสารมวลชน หวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมการประชุม เพื่อระดมความคิดเห็น กำหนดแนวทาง วิธีการ เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง สร้างความสามัคคี ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันของคนในสังคม ด้วยความสงบสุข อย่างยั่งยืน ภายใต้จุดร่วมเดียวกันของทุกฝ่ายคือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของจังหวัดอุบลราชธานี และผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ทอดถวายผ้าไตรพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีบำเพ็ญกุศล สตมวาร ( ครบ 100 วัน) ในพระราชานุเคราะห์ พระเทพกิตติมุนี อดีตเจ้าอาวาส วัดมหาวนาราม

วันนี้ ( 6 มิ.ย. 57 ) เวลา 10.00 น. ที่พระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ปฎิบัติในฐานะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร ( ครบ 100 วัน) ในพระราชานุเคราะห์ พระเทพกิตติมุนี (สมเกียรติ สมกิตุติมหาเถร เปรียญธรรม .6) อดีตเจ้าอาวาส วัดมหาวนาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพระพรหมสิทธิ เจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่โต๊ะสักการะ (เครื่องนอก) กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ประธานจุดเครื่องทองน้อย (เครื่องใน) โดยมีพระเทพวรมุนีเจ้าคณะจังหวัดนครพนม องค์แสดงธรรม จากนั้น เป็นพิธีถวายผ้าไตรพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 1 0 ไตร เพื่อบังสุกุลทอดถวายพระเจริญพระสวดพุทธมนต์ และประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ แด่พระสงฆ์สมศักดิ์ 10 รูป

สคร.7 เตือนระวังโรคไข้เลือดออกและให้กำจัดลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์

เตือนประชาชนทุกวัยมีโอกาสเสี่ยงป่วยไข้เลือดออกสูงกว่าฤดูกาลอื่น ขอให้ทุกบ้านช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายทุก 5-7 วัน พร้อมแนะวิธีดูแลผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออก ช่วงสำคัญที่สุด คือช่วงที่ไข้ลดลงประมาณวันที่ 3-4 หากพบซึมลง กินและดื่มไม่ได้ ขอให้สงสัยว่าอาจเกิดอาการช็อก ให้รีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรักษาให้ทันท่วงที

นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ในช่วงเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้ จำนวนยุงลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้การแพร่เชื้อของโรคไข้เลือดออกมีเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ประชาชนและหน่วยงานในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจึงควรร่วมมือกันทำลายแหล่ง เพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันไม่ให้โรคไข้เลือดออกเกิดการระบาดหนักเช่นในปี 2556 ที่ผ่านมา จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ 7 จังหวัดอีสานใต้ ของกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร. 7 อุบลราชธานี พบว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม 2557 พบว่ามีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วทั้งสิ้นจำนวน 229 ราย แต่ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดที่จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 90 ราย อุบลราชธานี จำนวน 65 ราย มุกดาหาร 65 ราย นครพนม 23 ราย ยโสธร 14 ราย อำนาจเจริญ 10 ราย และสกลนคร 3 ราย โดยพบผู้ป่วย โรคไข้เลือดออกเป็นวัยรุ่นอายุ 15-24 ปีมากที่สุดซึ่งแสดงว่ามีการระบาดในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี ได้มอบให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ร่วมกับภาคีเครือข่าย เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำในชุมชน ครู นักเรียนและประชาชน ร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลายทุก 5-7 วัน โดยเน้นกิจกรรม 5ป 1ข ได้แก่ 1.ป ปิดฝาภาชนะกักเก็บน้ำทุกชนิด 2.ป เปลี่ยนน้ำทุกๆ 7 วัน 3.ป ปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะกักเก็บน้ำ 4.ป ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ5.ป ปฏิบัติเป็นประจำให้เป็นนิสัย ส่วน 1ข คือ ขัดภาชนะที่อาจมีคราบไข่ยุงเกาะอยู่ รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนในการป้องกันไม่ให้ยุงกัด และการค้นหาผู้ป่วยโดยเร็ว เพราะหากผู้ป่วยได้รับการรักษาแต่ระยะแรก อย่างถูกต้อง จะลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกี่ มียุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน อาการของโรคไข้เลือดออกคือ มีไข้สูงเฉียบพลัน ไข้สูงลอยประมาณ 2-7 วัน และมีอาการเลือดออก ส่วนใหญ่จะพบจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ตับ และในบางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีภาวะช็อก แทรกซ้อน เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออก ด้วยการหมั่นทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณที่อยู่อาศัยทุกๆ สัปดาห์ หลีกเลี่ยงป้องกันไม่ให้ยุงกัด และหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วันให้รีบเข้าพบแพทย์ทันที




พงษ์สถิตย์ อรอินทร์
ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว
6 มิ.ย. 57