วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ออกบริการประชาชนเคลื่อนที่ อำเภอหนองบัวระเหว

หลายหน่วยงานยังคง ออกไปตั้งจุดให้บริการประชาชน ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ล่าสุด ให้บริการที่ อำเภอหนองบัวระเหว มีประชาชนเข้ารับบริการคึกคัก เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 56 นายบรรยงค์ วงศ์กนิษฐ์ รอง ผวจ.ชัยภูมิ นำหน่วยงานต่างๆ ออกไปตั้งจุดบริการประชาชน ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ พร้อมนำประชาชนแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนจะมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนและเยี่ยมชมการบริการประชาชนตามหน่วยงาน ต่างๆ ทั้งการให้บริการตัดผม เสริมสวย รักษาโรค จ่ายยา ต่อใบขับขี่ และบริการอื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงทำนา หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำบริการดีๆ ทั้งด้านปศุสัตว์ ประมง เกษตร พัฒนาที่ดิน มาบริการอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาวิบาก ปิดตาจับหมู ใครจับได้ ยกลูกหมูให้ไปเลี้ยงฟรี และการแข่งขันตำส้มตำลีลา ของตัวแทนกลุ่มแม่บ้านตำบลต่างๆ ที่มาโชว์ความสามารถ เรียกเสียงฮา จากผู้ชมไม่ขาดสาย

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

จับไม้พะยูงซุกซ่อนมากับรถขายของตลาดนัด

เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. 56 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ แถลงผลจับกุม นายนิกร วิจิตร อายุ 47ปี อยู่บ้านเลขที่ 20หมู่ 2 ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย พร้อมของกลางเป็นไม้พยุง จำนวน 33 ท่อน รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน บท 5653 หนองคาย จำนวน 1 คัน หลังตำรวจ สภ.ภูเขียว วางแผนดักจับได้ ขณะลำเลียง ไม้พะยูง เต็มคันรถ บรรทุกในรถปิคอัพตบตาเจ้าหน้าที่ โดยทำเป็นรถขนสินค้าไปขายของตามตลาดนัด แต่รถบรรทุกหนักผิดปกติ
 
โดยนายนิกร ให้การรับสารภาพ ว่า รับจ้างขนไม้พยุง โดยมีนายทุนจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเดินทางข้ามมารับด้วยตนเองตามจุดที่นัด หมายไว้ ได้รับค่าจ้างครั้งละ 6,000-10,000 บาท ทำมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งจะใช้รถคันเดิม อำพรางรถด้วยการแต่งรถให้มีลักษณะคล้ายรถพ่อค้าตลาดนัด โดยใช้ผ้าใบปิดทับด้านท้ายพร้อมนำโต๊ะเก้าอี้มาผูกปิดทับอีกชั้นหนึ่งเป็น การหลอกตาเจ้าหน้าที่ ส่วนไม้พยุงที่จับได้ในวันนี้จำนวน33ท่อน มูลค่ากว่า 1ล้านบาท
 
พล.ต.ต พินิต กล่าวว่าจะทำการขยายผลการจับกุมต่อไปมั่นใจว่าจะได้ตัวการอยู่เบี้องหลัง อย่างแน่นอน โดยเฉาะรถคันดังกล่าวเท่าที่ตรวจสอบเบี้องต้นพบว่าป้ายวงกลม และทะเบียนไม่ตรงกัน และที่สำคัญสภาพรถตรงตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการขนไม้มานานโดย ช่วงล่างรถดัดแปลงเสริมแหนบรถเพื่อบรรทุกของหนักโดยเฉพาะ
 
 
 
 
สุระพงค์ สวัสดิ์ผล/ข่าว

ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯถึงนายกฯ เร่งแก้ไปปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร

สมาชิกสมัชชาเกษตรรายย่อย จ.ชัยภูมิ ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ ถึงนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดดำเนินการจำหน่ายหนี้สูญให้กับสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรณีเสียชีวิตและพิการ 
 
เวลา 15.00 น. วันที่ 15 ก.ค.56 มีสมาชิกสมัชชาเกษตรรายย่อย จ.ชัยภูมิ ประมาณ 80 คน นำโดยนายบุญชู นิยมบุญ และนายประจวบ ราษฎร์พิทักษ์ เดินทางมายื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้เร่งรัดดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานร่วม ระหว่างผู้แทนกระทรวงการคลังและผู้แทนสมัชชาเกษตรกรรายย่อย เพื่อยกร่างแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร ในเรื่องหนี้สินและการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ โดยจะรอฟังคำตอบจากรัฐบาล อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ จนถึงวันที่ 20 ก.ค. 56 หากยังไม่ได้รับคำตอบจะเดินทางไปทวง ณ บริเวณทำเนียบรัฐบาล 
 
ในการนี้ นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผวจ.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้นายบรรยงค์ วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ลงมารับหนังสือ ที่บริเวณศาลาประชาคม เพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องต่อไป ผู้ชุมนุมได้สลายตัวเมื่อเวลา 16.30น.
 
 
 
สุระพงค์ สวัสดิ์ผล/ข่าว

อบจ.ชัยภูมิหนุน อสม.เป็นพลังสร้างชุมชนปลอดขยะ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เร่งสร้าง อสม. เป็นพลังขับเคลื่อน การดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี 
 
นายมนตรี ชาลีเครือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เปิดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประจำปี 2556 โดยนำอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในฐานะเครือข่ายงานสุขภาพภาคประชาชน จำนวน 235 คน เข้ารับความรู้ และประสบการณ์ให้มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการสุขภาพชุมชนในด้านการจัดการสิ่ง แวดล้อมในเรื่องการกำจัดขยะและ การแยกขยะ มีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถให้การดูแลแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนในชุมชนได้ อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับชุมชนอื่นต่างพื้นที่ เพื่อจะได้นำความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆที่ได้รับมาพัฒนาและปรับปรุงการ ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในชุมชนของตนเอง
 
ที่สำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านให้เกิดความ รู้ ความเข้าใจในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการแยกขยะภายในชุมชนได้อย่าง ถูกต้องมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เกิดทัศนคติที่ดีต่อขยะ ว่าสามารถสร้างขยะให้เกิดเป็นรายได้โดยจูงใจให้ปฏิบัติโดยไม่ถูกบังคับ
 
 
 

สุระพงค์ สวัสดิ์ผล/ข่าว

กสทช. แจ้งวิทยุชุมชน จำนวน 926 สถานี หยุดออกากาศ ตามมติที่ประชุม กสท. 25/2556

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งจาก นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 25/2556 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 มีมติประกาศรายชื่อสถานีวิทยุที่สิ้นสิทธิการยื่นขอทดลองประกอบกิจการตาม ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 ข้อ 7 จำนวน 926 สถานี เนื่องจากมิได้ยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่ประกาศฯ กำหนด

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จึงประกาศให้ สถานีวิทยุที่มีรายชื่อตามที่ประกาศ จะต้องยุติการออกอากาศโดยทันที มิฉะนั้น สำนักงาน กสทช. มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าว สามารถอุทธรณ์ผลการพิจารณาดังกล่าวต่อ กสท. ได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบประกาศที่เผยแพร่ข้อมูลเป็นสาธารณะ
 
สำหรับรายชื่อสถานีวิทยุที่ต้องยุติออกอากาศ จำนวน 926 สถานี สามารถดูได้ที่ บอร์ดสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา หรือ www.nbtc.go.th

กสทช. แจ้งให้วิทยุชุมชนที่ไม่มีสิทธิขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ตามหลักเกณฑ์ฯพ.ศ. 2555 ให้ยื่อขออนุญาตได้ ภายใน 24 ก.ค. 56 ด้วยตนเอง

ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา รายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประกาศให้สถานีวิทยุที่ไม่มีสิทธิขออนุญาติทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจาย เสียง ตามหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 โดยกำหนดให้วิทยุที่ดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ประกาศคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช) เข้ามาแจ้งความประสงค์ กสทช. ได้

นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ แจ้งผ่านประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา ว่า มติที่ประชุม กสท.ครั้งที่ 25/2556 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2556 ให้สถานีวิทยุไม่มีสิทธิขออนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ตามประกาศ กสทช. (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ) เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 ซึ่งดำเนินการอยู่ก่อนวันที่ประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน) มีผลบังคับ ให้ไปยื่นแจ้งความประสงต์ด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช. ส่วนกลาง หรือ สำนักงาน กสทช. ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ กำหนดตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 โดยจะต้องแสดงเอกสารและหลักฐานประกอบการแจ้งความประสงค์ให้ครบถ้วน ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2556
 
รายละเอียดสามารถดูได้ที่บอร์ดประกาศ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา ชั้น 1 หรือเข้าดูได้ที่ www.nbtc.go.th

จังหวัดนครราชสีมาจัดการอบรมสัมมนาแหล่งข่าวยาเสพติด เพื่อพัฒนาแหล่งข่าวภาคประชาชน ในการสนับสนุนข้อมูลข่าวสารต่อทางราชการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันนี้ (17 ก.ค. 56) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรายาแกรนด์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมสัมมนาแหล่งข่าวยาเสพติด ประจำปี งบประมาณ 2556 โดยมีนายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแหล่งข่าวภาคประชาชน สนับสนุนข้อมูลข่าวสารต่อทางราชการ เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบ ร้อยและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพ เสริมสร้างความสัมพันธ์ของแหล่งข่าวและเพื่อเป็นช่องทางการรวบรวมข้อมูลและ ประเมินสถานการณ์ของยาเสพติดในพื้นที่ การฝึกอบรมครั้งนี้มีแหล่งข่าวจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ซึ่งได้รับการคัดเลือกจาก 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา เข้าร่วมอบรม จำนวน 120 คน โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก ส่วนการข่าว สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง มาบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับวิชาการข่าวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับงานข่าว และการปฏิบัติ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายการข่าว ในการแจ้งข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับทราบ

หอการค้าร่วมกับพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา จัดการเสวนาค้าขายอย่างไรไม่กระทำผิดกฎหมาย ให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ป้องกันการจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์


วันนี้ (17 ก.ค. 56) เวลา 10.00 น. หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จัดการเสวนาในหัวข้อค้าขายอย่างไรไม่กระทำผิดกฎหมาย โดยมีนายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี ซึ่งในการเสวนาในครั้งนี้ได้มีผู้ประกอบการร้านค้าและพ่อค้า แม่ค้า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมรับฟังการเสวนาและแสดงความคิดเห็น กว่า 50 คน
 
นายจักริน เชิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การเสวนา ค้าขายอย่างไรไม่กระทำผิดกฎหมาย ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าขาย และการปฏิบัติตัวรวมทั้งข้อสังเกตต่างๆที่เป็นประโยชน์หากมีผู้แอบอ้างเข้า มาตรวจสินค้าและจับกุมผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมาหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและไม่เป็นธรรม จากกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจจับผู้จำหน่ายสินค้า เบ็ดเตล็ดที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก.ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่มีสลาก เป็นสินค้าลิขสิทธิ์ จนทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน บางรายต้องปิดกิจการ ทั้งนี้การเสวนาจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆได้รู้กฏหมายและไม่ จำหน่ายสินค้าที่ถูกควบคุมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อจะได้ไม่เป็นการเปิดโอกาสหรือช่องทางให้กลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้า หน้าที่ตำรวจเข้ามาแสวงหาประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าได้ นายจักริน กล่าว

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา เปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อสอดรับกับสังคมของไทยในอนาคต

วันที่ 15-19 กรกฎาคม 56 ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดย กลุ่มงานยุทธศาสตร์ผู้สูงอายุ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ขึ้น สำหรับผู้ ดูแลผู้สูงอายุ และประชาชนที่สนใจ เครือข่ายเขตนครชัยบุรินทร์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 โดยมี นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิด

นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา กล่าวว่า ศูนย์อนามัยที่ 5 เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ (Long Term Care) มาตั้งแต่ปี 2551 เริ่มจากโครงการ 9 สัปดาห์สู่สุขภาพดี ที่เน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไม่ว่าจะเป็นเรื่องราว ของการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การดูแลอนามัยในช่องปาก รวมถึงการดูแลสภาพจิตใจกับกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ทั้งนี้ ยังได้มีการร่วมกับทีม อสม. ออกสำรวจจำนวนและคัดแยกผู้สูงอายุประเภทต่างๆตามชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ นำศึกษาดูงานเพื่อเป็นแนวทางในการเชื่อมโยงกับกิจกรรมของปีถัดมา เข้าลงลึกถึงรายละเอียดรอบด้านของผู้สูงอายุมากขึ้น จนสามารถต่อยอดมาเป็นการให้บริการผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมาในปัจจุบัน และเนื่องจากในอนาคต ประเทศไทย จะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ นั่นหมายความว่า ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของกรมอนามัย ในเรื่องการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 5 จึงได้ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุขึ้น เพื่อหวังให้ครอบคลุมและเข้าใจในเรื่องของการดูแลผู้สูงอายุ ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่อง การส่งเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรัง มีภาวะทุพพลภาพ ให้หายหรือทุเลาจากการเจ็บป่วย และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
 
สำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร ผู้ดูแลผู้สูงอายุ นี้ ได้จัดขึ้นมาทั้งหมด 4 รุ่น ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 3 และจะจัดอบรมอีกครั้งรุ่นที่ 4 ในวันที่ 5-9 สิงหาคม 56 นี้ หากท่านใดสนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://hpc5.anamai.moph.go.th หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์ 044-305132 ในวันและเวลาราชการ

ขอเชิญร่วมเฝ้ารับเสด็จฯพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556 เวลา 14.00 น.


 
 
จังหวัดนครราชสีมา ขอเชิญร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ
 พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
ในวโรกาสเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน
 "19 ปี แห่งความสำเร็จ STARWELL ใส่ใจสุขภาพประชาชน”
วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556 เวลา 14.00 น.
 ณ ห้องเอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์นครราชสีมา

มทส. จับมือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ สู่เยาวชน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมกันส่งเสริม พัฒนานวัตกรรมการสอนและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี แก่นักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และประชาชนทั่วไป โดยใช้ศักยภาพด้านบุคลากรและทรัพยากรของแต่ละหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(16 กรกฎาคม 2556) เวลา 13.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ร่วมกับ ดร.พิสัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อร่วมกันส่งเสริม พัฒนาการสอน และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร โดยร่วมกันนำทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ การจัดกิจกรรมเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวด ล้อม ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสู่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ภายใต้ฐานคิดสู่สังคมอุดมปัญญาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี                
ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดี มทส. กล่าวว่า "จากการที่ มทส. ได้จัดตั้งอุทยานเรียนรู้สิรินธร เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และบริการวิชาการสู่สังคม อีกทั้งจากศักยภาพด้านบุคลากร องค์ความรู้ และด้านอาคารสถานที่ซึ่งสามารถรองรับมหกรรมการแสดงนิทรรศการขนาดใหญ่ทั้ง ระดับชาติและนานาชาติมาแล้วหลายครั้ง ความร่วมมือระหว่าง มทส. กับ อพวช. จึงเกิดขึ้นโดยมีแนวทางดำเนินการภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรม นิทรรศการ การพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานและประชาสัมพันธ์กิจกรรมของทั้งสองฝ่ายสู่ สาธารณะ การสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการระหว่างกันและแก่เครือข่ายสถานประกอบการ โดยการแลกเปลี่ยนวิทยากรในการให้ความรู้ด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการร่วมใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์และบรรลุ วัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการเป็นเวลา 3 ปี ถือเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งที่จะได้ร่วมกันบริการวิชาการ สร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ตนคิดว่า การที่ มทส. กับ อพวช. ลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้น สร้างบรรยากาศการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชน รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสให้เข้าถึงนวัตกรรมสื่อด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ดีอีกทางหนึ่งด้วย”
ดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า "เป็นที่ทราบกันดีว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษา ตลอดทั้งประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ จึงเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ สู่นักศึกษาและประชาชนได้อย่างน่าสนใจเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต อพวช. ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจในการพัฒนาและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ให้ กับประชาชน ทั้งยังมีสื่อการเรียนรู้ และบุคคลากรที่ส่งเสริมให้เกิดการสื่อสารวิทยาศาสตร์ การร่วมมือกับ มทส. ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งสร้างและพัฒนาบัณฑิตให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หวังว่าคงจะได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมสื่อ กิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และกระตุ้นในการปลูกจิตวิทยาศาสตร์ให้กับสังคม โดยถือเป็นโอกาสอันดีที่ทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนให้เกิดการวิจัยด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ และร่วมกันพัฒนาบุคคลากรเพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมให้มีกระบวนการคิดแบบวิทยา ศาสตร์ อันจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

รองผู้ว่าฯจังหวัดนครราชสีมานำคณะลงพื้นที่ตรวจปัญหาน้ำเน่าเสียตามแนวลำน้ำลำตะคอง

(16 ก.ค. 56) ที่ชุมชนวัดศาลาลอย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายอุกริช พึ่งโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคณะรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครราชสีมา นายอำเภอเมืองนครราชสีมา อุตสาหกรรมจังหวัด ตัวแทนจากสำนักชลประทานน้ำที่ 8 นครราชสีมา และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 นครราชสีมา ลงพื้นที่ตามแนวลำน้ำลำตะคองเพื่อตรวจสอบและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่า เสียในพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมา หลังพบว่าในพื้นที่เขตชุมชนกำลังประสบกับปัญหาน้ำเสีย ส่งกลิ่นเน่าเหม็นโดยกรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้สั่งการให้หน่วย งานที่เกี่ยวโดยเฉพาะเทศบาลนครนครราชสีมาทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ชุมชนที่ติดกับลำน้ำลำตะคองในการช่วยกันรักษาสภาพน้ำรวมทั้งเร่งหางบประมาณ ในการขุดลอกในจุดที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสียเพื่อแก้ไขปัญหา

สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา เสริมองค์ความรู้“การลดต้นทุนการผลิตมันสำปะหลัง”สำหรับสมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรในจังหวัดนครราชสีมา กว่า 600 คน หวังลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกมันสำปะหลัง

( 16 กค 56 ) ที่หอประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดนครราชสีมา นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ"การลดต้นทุนการ ปลูกมันสำปะหลัง”โดยมี สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรในจังหวัดนครราชสีมา กว่า 600 คน เข้าร่วมอบรม

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมา ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมันสำปะหลังมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ปลูกประมาณ 1.9ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 32 อำเภอหรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของพื้นที่เพาะปลูกในประเทศไทย ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา ได้ให้ความสำคัญโดยได้กำหนดกลยุทธ์การส่งเสริมและพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง เพื่อเพิ่มผลผลิตและพัฒนาเครือข่ายเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร กำหนดไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ประจำปีงบประมาณ 2553 – 2556 ประกอบกับ สหกรณ์ภาคการเกษตรในจังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งรวบรวมมันสำปะหลังจากสมาชิก เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง และปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการนำมันสำปะหลังไปใช้ในผลิตภัณฑ์และ ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่จำเป็นหลายอย่าง เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นพืชที่มีความหลากหลายในพฤติกรรม เป็นพืชที่ต้องใช้ปุ๋ยในดินเป็นจำนวนมาก และเกษตรกรทั่วไปยังขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้พันธุ์ที่เหมาะสม การบำรุงดิน

 การเพาะปลูก และการจัดการทั่วไป จึงมีผลให้ผลผลิตมันสำปะหลังต่อไร่ลดต่ำลงเรื่อยมา และมีต้นทุนการปลูก การบำรุงรักษา สูงมากขึ้นจากการใช้ปัจจัยการผลิต ดังนั้น เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรที่อยู่ในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังได้รับองค์ ความรู้เพิ่มเติมจากผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์ ตลอดสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตที่ มีคุณภาพ ช่วยลดต้นทุนการปลูกมันสำปะหลังและมีรายได้เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่ลด ลง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา จึงได้จัดการอบรมการลดต้นทุนการปลูกมันสำปะหลังขึ้น โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครราชสีมาเป็นวิทยากรถ่าย ทอดความรู้

การดำเนินการตามโครงการฯ นี้ จะช่วยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการปรับปรุงดิน การเลือกใช้ปุ๋ย การจัดการเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ให้สมาชิกสหกรณ์สามารถทำการปลูกมันสำปะหลังอย่างถูกวิธี ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเพียงพอกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ยังส่งผลให้ปริมาณการทำธุรกิจกับสหกรณ์ของสมาชิกเพิ่มขึ้นและ คุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย


สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมากล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันดังกล่าว ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดให้มีพิธีมอบเงินช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่ ประสบอุทกภัย ปี 2554 ให้แก่สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 แห่ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,357,170 บาทด้วย

จังหวัดนครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี ชิงแชมป์โลก ปี พ.ศ. 2556

(15 กรกฎาคม 2556) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารที่พัก 200 เตียง สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 นายสุชาติ นพวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี ชิงแชมป์โลก ปี พ.ศ. 2556 (GIRLS’ U 18 WORLD CHAMPINOSHIP THAILAND 2013)
 
จังหวัดนครราชสีมา ได้รับเกียรติจากสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี ชิงแชมป์โลก ปี พ.ศ.2556 (Girls’ U 18 WORLD CHAMPINOSHIP THAILAND 2013) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2556 ณ อาคารชาติชาย และอาคารลิปตพัลลภ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยมีทีมวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี จาก 20 ประเทศจากทุกทวีปเข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วย เปรู, ตูนิเซีย, โปรแลนด์, โดมินิกัน, สโลวีเนีย, สหรัฐอเมริกา, เม๊กซิโก, บราซิล,อาร์เจนตินา, กริซ, แอลจีเรีย, จีน, อียิปต์, เซอร์เบียร์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, ตุรกี, เปอร์โตริโกและประเทศไทย
 
และระหว่างวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม 2556 นี้ จังหวัดนครราชสีมา ได้จัด Friendly Match เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง อายุต่ำกว่า 18 ปี ชิงแชมป์โลก ปี พ.ศ.2556 ณ อาคารชาติชาย สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จำนวน 4 ทีม ได้แก่ ทีมวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ประเทศไทย /ทีมวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ประเทศเปรู/ทีมวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีโรงเรียนสุรนารีวิทยา และทีมวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีโรงเรียนปักธงชัย และขอเชิญผู้สนใจเข้าชมการแข่งขันได้ตามสถานที่ดังกล่าว
 
จังหวัดนครราชสีมา จึงขอเชิญชมและร่วมเชียร์ให้กำลังใจนักกีฬาทีมไทย สู้ศึก 19ประเทศจากทุกทวีป ณ อาคารชาติชาย และอาคารลิปตพัลลภ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 สอบถามรายละเอียดการเข้าชมได้ที่ ศูนย์ประสานงานเพื่อสาธารณประโยชน์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-4425-9988
 
 
 
 
สุวาพร เสภาศีราภรณ์/เรียบเรียง

นายกรัฐมนตรีเปิดโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร ระยะที่ ๒ ก้าวสู่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บัตร ที่จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ (๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖) ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนบ้านโนนศิลา ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เป็นประธานเปิดโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร ระยะที่ ๒ ก้าวเข้าสู่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บัตร โดยมีเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กว่า ๒๐,๐๐๐ คน เข้าร่วมงาน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้แก่ตัวแทนเกษตรกรลูกค้า ลำดับที่ ๒,๐๐๐,๐๐๑ และมอบบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรอาชีพอื่น ๆ เช่น ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ประมง เป็นต้น พร้อมมอบเงินคุ้มครองประกันชีวิตแก่ตัวแทนเกษตรกรผู้ถือบัตรด้วย

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรเป็นนโยบายที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนให้เกษตรกร สามารถจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพและราคาที่เป็นธรรม เพื่อลดต้นทุนการผลิตและแบ่งเบาภาระด้านการเงินของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งในระยะแรกได้ดำเนินการจัดทำบัตรสินเชื่อเกษตรกรจำนวน ๒ ล้านใบ ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวก่อน เพื่อให้สามารถจัดหาปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนในระยะที่ ๒ ได้ขยายการจัดทำบัตรสินเชื่อไปยังเกษตรกรทุกอาชีพการผลิต ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกพืชหลัก ได้แก่ ยางพารา อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ลำไย และประกอบอาชีพประมง ปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งได้ขยายสิทธิประโยชน์ของบัตรให้สามารถจัดซื้อปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ได้หลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้บัตรสินเชื่อเกษตรกรเป็นบัตรที่ให้มากกว่าสินเชื่อ เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย ทั้งหลักประกันด้านการผลิต หลักประกันความมั่นคงในชีวิต และหลักประกันทางการเงิน โดยมั่นใจว่า ไม่เป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้เกษตรกร แต่จะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิม
 
สำหรับผลการดำเนินงานของ ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ มีเป้าหมายในการมอบบัตรสินเชื่อให้เกษตรกร จำนวน ๑๓๘,๖๐๐ ใบ ส่งมอบให้เกษตรกรแล้ว ๙๒,๙๐๐ ใบ วงเงินที่เกษตรกรใช้รูดซื้อปัจจัยการผลิต ๓๔๕ ล้านบาท
 
 
 
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

ทีมงานกรมประชาสัมพันธ์ที่จังหวัดบึงกาฬผนึกกำลังร่วมกันทำงานรองรับนโยบายอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬท่านใหม่

นายสาโรช บุญบุตร ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้นายอภินันท์ จันทรังษี ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายพงศธร สัจจวรพันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬเป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วนั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการผนึกกำลังร่วมกันทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในจังหวัดบึง กาฬให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่อันประกอบด้วย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ (ส.ปชส.บึงกาฬ) และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ (สวท.บึงกาฬ) ซึ่งมีที่ทำงานอยู่ในที่เดียวกันเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยคือภายใน สวท.บึงกาฬ จึงได้จัดประชุมบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน เมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐น. ณ ห้องประชุม สวท.บึงกาฬ ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาแนวทางการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้หลักคิด "ทีมกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ”และเพื่อเตรียมพร้อมรองรับนโยบายของ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ท่านใหม่และผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬท่านใหม่ที่ มุ่งประโยชน์สูงสุดคือความผาสุกของประชาชนด้วยกันทั้งสองท่าน
 
การประชุมร่วมกันของบุคลากรทั้งสองหน่วยงานนั้นมีนายสาโรช บุญบุตร ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานการประชุม และนายเกรียงศักดิ์ ถวายชัย ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ เป็นรองประธาน สรุปการประชุมงานที่จะร่วมกันดำเนินการเป็นหนึ่งเดียวประกอบด้วย หนึ่ง การถ่ายทอดเสียงและการจัดรายการวิทยุนอกสถานที่ สอง การร่วมกันจัดรายการวิทยุกระจายเสียงให้มีคุณภาพอย่างมืออาชีพ สาม การบูรณาการในการใช้อุปกรณ์/เครื่องมือต่างๆรวมทั้งยานพาหนะร่วมกันในการ ปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ ในนามทีมกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ สี่ การประชุมแทนกันทั้งในระดับจังหวัด ระดับสำนักประชาสัมพันธ์เขต ระดับกรมประชาสัมพันธ์และระดับอื่นๆ แล้วนำสรุปผลการประชุมมาขยายผลให้ทีมงานกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬได้ รับทราบและช่วยกันขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ที่ได้รับมอบหมายให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อไป ห้า การช่วยกันผลิตข่าววิทยุ ข่าวโทรทัศน์ ข่าวผ่านเว็บไซด์ สกู๊ปข่าว และการบันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวทั้งภายในและภายนอกจังหวัดบึงกาฬ ทั้งนี้”ทีมกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ”จะเริ่มดำเนินการตามผลสรุปทั้ง ๕ ข้อ ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเปิดเผยต่ออีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ช่วยกันพิจารณาหาหนทางที่จะทำให้ "ทีมกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ”เป็นศูนย์กลางของสื่อสารมวลชนในจังหวัด บึงกาฬ โดยมีผลสรุปที่จะดำเนินการดังนี้ หนึ่ง จะทำการพัฒนาเว็บไซด์ของทั้งสองหน่วยงานให้มีข้อมูลที่ทันสมัย มีความสวยงาม น่าเข้ามาเยี่ยมชมตลอดเวลา สอง จะพยายามส่งข่าวที่ร่วมกันผลิตเข้า อีเมล์ของสื่อมวลชนในท้องถิ่นทุกคน สาม จะจัดกิจกรรมสังสรรค์สื่อมวลชนและเครือข่ายการประชาสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ในการดำเนินการดังกล่าวนี้ "ทีมกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ”จะใช้งบประมาณของทั้งสองหน่วยงานร่วมกัน ขับเคลื่อน พร้อมกันนี้ก็จะได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเพื่อขอรับการ สนับสนุนงบประมาณจากผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย

กองทุนหมู่บ้านบึงกาฬได้รับการอนุมัติเกือบหมดแล้วเหลืออีกห้ากองทุนเท่านั้น

นายสาโรช บุญบุตร ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ (ชั่วคราว) นายธวัชชัย รักขนาม ปลัดจังหวัดบึงกาฬเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการสนับสนุนและติดตามการ ดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านระดับจังหวัดและคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองระดับจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกัน ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ ที่ประชุมได้ทำการพิจารณาเพิ่มกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระยะที่ ๓ ที่ยังค้างอยู่อีก ๙ กองทุนจากกองทุนทั้งหมดของจังหวัดบึงกาฬจำนวน ๖๑๕ กองทุน คณะอนุกรรมการฯพิจารณาให้ผ่าน ๔ กองทุนยังเหลืออีก ๕ กองทุนคือ กองทุนหมู่บ้านในเขต อ.เมืองบึงกาฬจำนวน ๓ กองทุน และกองทุนหมู่บ้านในเขตอำเภอเซกาจำนวน ๒ กองทุน เนื่องจากเป็นกองทุนที่ถูกธนาคารออมสินฟ้องร้องให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ใช้หนี้ที่ยังค้างอยู่และศาลมีคำพิพากษาตามที่ธนาคารออมสินฟ้องร้อง ดังนั้นขณะนี้กองทุนหมู่บ้านของจังหวัดบึงกาฬจึงได้รับการอนุมัติแล้วทั้ง สิ้น ๖๑๐ กองทุน
 
ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬเปิดเผยอีกว่านอกจากนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ทั้งสองคณะยังได้ทำการคัดเลือก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา ๑๖ (๕) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ของจังหวัดบึงกาฬจำนวน ๒ คน ในสัดส่วน ชาย ๑ คน หญิง ๑ คน เพื่อเป็นผู้แทนของจังหวัดบึงกาฬไปทำการคัดเลือกในภาคอิสาน ๒๐ จังหวัดๆละ ๒ คน ให้เหลือผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติของ ภาคอิสานจำนวน ๕ คน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้เลือก นายวิทยา สาวะริพล ประธานกรรมการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านจังหวัดบึงกาฬ และ นางชำนาญ อยู่งาน ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านตำบลวิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อเข้ารับการคัดเลือกในระดับภาคอิสานต่อไป.



 
สาโรช ข่าว
วีรนุช นำเสนอ

ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขลงตรวจราชการแบบบูรณาการที่บึงกาฬ

(12 กรกฎาคม 2556) เวลา 09.30 น. นพ.จิรโรชน์ ธีระธนพงศ์ ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายบริการที่ 8 พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจราชการแบบบูรณาการกระทรวงสาธารณสุขรอบติดตาม ประเมินผลประจำปีงบประมาณ 2556 ณ ห้องประชุมบึงกาฬบุรี อาคารผู้ป่วยนอก ชั้น 5 โรงพยาบาลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
 
การตรวจราชการในครั้งนี้คณะผู้ตรวจราชการ มาเพื่อตรวจและนิเทศงานแบบบูรณาการและรับฟังการนำเสนอความก้าวหน้าผลการ ดำเนินงานตามนโยบายที่สำคัญ 3 ประเด็น คือ 1. การป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด 2.การป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในวัยรุ่น และ 3. การป้องกันอุบัติเหตุจราจรบนถนน ซึ่งคณะทำงานของจังหวัดบึงกาฬทั้ง 3 ประเด็นได้นำเสนอ การดำเนินงานและปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการดำเนินงานซึ่งในภาพรวมของผลการ ดำเนินงานทั้ง 3 ประเด็นเป็นที่น่าพอใจเป็นไปตามเป้าหมายในการดำเนินงาน ทางคณะผู้ตรวจเองได้ชื่นชมการทำงานของคณะทำงานของจังหวัดบึงกาฬถึงเป็น จังหวัดที่พึ่งตั้งใหม่แต่ทุกคนทุ่มเทมุ่งมั่นตั้งใจทำงานจนผลงานที่ออกมา ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬช่วยเหลือประชาชนจากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 เวลา 17.30 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬพร้อมด้วยคณะลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนบ้านดอน หญ้านาง ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ จากเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านเนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร
 
เหตุการณ์ไฟไหม้บ้านในครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 98 และบ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 1 บ้านดอนหญ้านาง ตำบลดอนหญ้านาง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ เป็นบ้านสองหลังปลูกติดกัน ซึ่งเป็นบ้านของนางสุนทร หลักคำและนางเสงี่ยม ชัยชิด ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งในตอนที่เกิดเหตุไม่มีไครอยู่ในบ้าน ลักษณะบ้านเป็นบ้านสองชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนจากการสันนิษฐานเหตุการณ์เพลิง ไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและน่าจะเกิดที่ชั้นบนก่อนซึ่งวัสดุ ทำด้วยไม้ทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วประกอบกับไม่มีผู้อาศัยอยู่ในบ้าน จึงไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทำให้เกิดความเสียหายมาก ซึ่งการประเมินความเสียหายในครั้งนี้น่าจะเสียหายกว่าล้านบาท ซึ่งในเบื้องต้นเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬได้นำผ้าห่มถุงยังชีพและเงินช่วย เหลือในเบื้องต้นมามอบให้ส่วนการช่วยเหลือในด้านอื่นทางอำเภอจะดำเนินการตาม ขั้นตอนเพื่อให้การช่วยเหลือในลำดับต่อไป

นายกเหล่ากาชาดบึงกาฬคนใหม่นำทีมแพทย์ออกรับบริจาคโลหิต

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.30 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬคนล่าสุด นำทีมแพทย์ออกรับบริจาคโลหิต ณ หอประชุมอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ โดยมีประชาชนและนักเรียนในเขตอำเภอปากคาด ออกมาบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก
 
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย สมาชิกเหล่ากาชาด และแพทย์พยาบาลจากโรงพยาบาลบึงกาฬและโรงพยาบาลปากคาด ออกรับบริจาคโลหิต เป็นครั้งที่ 1 ประจำเดือนกรกฎาคม 2556 โดยมีอาจารย์และนักเรียน จากโรงเรียนปากคาดพิทยาคม โรงเรียนสมสนุกพิทยาคม และ โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก อีกทั้งประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอปากคาด มาบริจาคโลหิตจำนวน 122 คน ได้โลหิต กว่า 50,000 ซีซี ซึ่งการบริจาคโลหิตถือเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นการช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่เสียงต่อการเสียชีวิตดังนั้นเลือดทุก หยดที่ได้รับบริจาคถือเป็นการต่อชีวิตอีกหลายชีวิตดังนั้นจึงถือว่าเป็นการ สร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์และสั่งสมบุญบารมีที่ยิ่งใหญ่

นายกเหล่ากาชาดบึงกาฬคนใหม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยและพิการ

เมื่อวันที่ (9 กรกฎาคม 2556) เวลา 10.00 น. นางประภาศิริ สัจจชลพันธ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬพร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ ตำบลนาสะแบง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เพื่อมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือผู้พิการและผู้ป่วยเรื้อรัง โดยมีนายกเหล่ากาชาดอำเภอศรีวิไล ปลัดอำเภอศรีวิไล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะแบงพร้อมทีมงานให้การต้อนรับ
ซึ่งการลงพื้นที่ของนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬในครั้งนี้เพื่อเยี่ยมและ มอบถุงยังชีพเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ป่วยและผู้พิการถึงบ้านเรือนของผู้ป่วย เองเพื่อดูสภาพความเป็นอยู่และให้คำแนะนำต่างทั้งในการดูแลตัวเอง ความเป็นอยู่และให้กำลังใจผู้ป่วยและผู้พิการโดยมีผู้ป่วยและผู้พิการทั้ง หมดที่ลงเยี่ยมในวันนี้ คือ

1.นายขันแก้ว โสภายิ่ง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 4 เป็นผู้ทุพลภาพ หูพิการ อาศัยอยู่บ้านโดยลำพังคนเดียว

2. นางบัวลี วรรณจันทร์ อายุ 84 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 4 ซึ่งป่วยเป็นอำพาต สมองขาดเลือด ซึ่งคนยายบัวลีดีใจที่นายกเหล่ากาดไปเยี่ยมถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

3. นางหนูพร พุ้ยทา อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 4 ป่วยเป็นโรคไขมันอุดตันเส้นเลือดเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกเดินไม่ได้

4. นางหนูไกร อรกุล อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 4 ป่วยเป็นโรคเก๊า ความดันโลหิตสูง เดินไม่ค่อยได้

5. นายคำแปลง ดาริยา อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 4 เป็นโรคความดันโลหิตสูง เดินไม่ค่อยได้และพิการตาบอดหนึ่งข้าง

6. นางหมึ่น ลำพุทธา อายุ 58 ปีอยู่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 4 พิการทางสมอง ปัญญาอ่อน อาศัยอยู่กับหลาน

7. นางสาวมินตรา เวรุวนารักษ์ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 หมู่ 4 พิการมาตั้งแต่กำเนิด

8. นายริน นาเวียง อายุ 84 ปี เป็นโรคหอบหืดและนางบัวสอน นาเวียง อายุ 69 ปี ป่วยศรีษะเป็นเชื้อรา อาศัยกันอยู่ 2 คนตายาย อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 4

9. นายศรันย์ บุญศิษย์ อายุ 18 ปี พิการเป็นไบ้ไม่ได้รับการศึกษาตั้งแต่เด็ก อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 4

10.นางบาง จตุเรศ อายุ 79 ป่วยด้วยโรคชรา ไขมันอุดตันในเส้นเลือดเป็นอัมพาธเดินไม่ได้

จังหวัดมหาสารคามร่วมรณรงค์แอลกอฮอล์ งดเหล้าเข้าพรรษา ทำดีถวายในหลวง

สนง.สาธารณสุขประชุมคณะกรรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ในจังหวัด มหาสารคาม
 
17 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 2สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดมหาสารคาม ได้จัดประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ของจังหวัดมหาสารคาม เพื่อติดตามการดำเนินงานและสรุปผลการดำเนินงานในรอบปี 2556 และร่วมแนวทางในการดำเนินงานในปี2556 เพื่อรณรงค์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง
 
นพ.ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรมป้องกัน เปิดเผยว่า การสูบบุหรี่ และการดื่มสุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพและส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนากฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ และมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพราะฉะนั้นหน่วยงานของรัฐ และองค์กรเครือข่ายระดับพื้นที่จึงมีบทบาทสำคัญที่จะต้องเข้ามาเป็นแกนหลัก ดำเนินงานร่วมกับชุมชน และภาคประชาสังคมให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินการในระดับพื้นที่ให้คลอ บคลุมมากที่สุด




ภาณุวัชร คนเชี่ยว ส.ปชส.มค.

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมหาสารคาม อนุมัติโครงการที่ขอแล้วกว่า 1,300 โครงการ

กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมหาสารคาม ได้อนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนแล้ว 1,392 โครงการ เป็นเงินกว่า 48 ล้านบาท ขณะที่มีสตรีจังหวัดมหาสารคาม สมัครเป็นสมาชิกแล้ว กว่าร้อยละ 41

นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียน ที่ให้สมาชิกเขียนโครงการได้กู้ยืม ร้อยละ 80 และเงินอุดหนุน อีกร้อยละ 20 เบื้องต้นคณะกรรมการฝ่านกลั่นกรองโครงการ ได้ทำการตรวจสอบเอกสารโครงการ รายละเอียดวงเงินที่ขอรับการสนับสนุน ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ ซึ่งขณะนี้ได้มีการพิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนแล้ว จำนวน 1,392 โครงการ เป็นเงิน 48,314,462 บาท โดยเป็นโครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียน จำนวน 1,306 โครงการ เป็นเงิน 44,856,512 บาท และประเภทเงินอุดหนุน จำนวน 86 โครงการ เป็นเงิน 3,457,950 บาท
 
ทั้งนี้โครงการประเภทเงินทุนหมุนเวียน ที่สมาชิกได้เขียนโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ นั้น จะเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย กรรมและบริการ คหกรรม หัตถกรรมและศิลปกรรม และสมาชิกที่กู้ยืมเงินกองทุนจะต้องส่งคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายในระยะ เวลา 2 ปี สำหรับการสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดมหาสารคาม นั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2556 มีสตรีที่อายุ 15 ปีขึ้นไป สมัครเป็นสมาชิกแล้ว 165,335 คน จากจำนวนที่มีอยู่ทั้งหมด 395,288 คน คิดเป็นร้อยละ 41.82 ซึ่งปัญหาที่พบส่วนใหญ่ คือการย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างจังหวัด
 
 
 
 
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มมส. สัมมนาบทบาทการพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ในจังหวัดมหาสารคาม

คณะ สาธารณสุขศาสตร์ มมส. จัดสัมมนาบทบาทคณะสาธารณสุขศาสตร์กับการพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ในจังหวัด มหาสารคาม เนื่องในวาระงานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ร่วมกับสํานักงานเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคามและสํานักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด มหาสารคาม จัดกิจกรรมสัมมนาบทบาทคณะสาธารณสุขศาสตร์กับการพัฒนาสุขภาพพระสงฆ์ใน จังหวัดมหาสารคาม เนื่องในวาระงานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยมีพระเทพสิทธาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม กล่าวสัมโมธนียคาถา และมีนายยิ่งยศ ธนะจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
รศ.ดร.ศุภชัย. สมับปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นการเพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของพระสังฆาธิการใน การดูแลสุขภาพและการเผยแพร่ธรรมะของพระสงฆ์ในจังหวัดมหาสารคามเนื่องในโอกาส ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้สถาปนาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มาครบรอบหนึ่งทศวรรษ ซึ่งมีกิจกรรมการบรรยายพิเศษ โดยวิทยากรพันเอก นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ตั้งคณา จากมูลนิธิจิตเป็นผู้ให้ ใจเป็นนิพพาน มีพระสังฆาธิการภายในจังหวัดมหาสารคามเข้าร่วมกิจกรรมจํานวนกว่า 1000 รูป
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค และมอบประกาศนียบัตรแก่พระภิกษุสามเณร ณ วัดมหาชัย จังหวัดมหาสารคาม

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เสด็จเป็นประธานในพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค และมอบประกาศนียบัตรประโยค1-2 แก่พระภิกษุสามเณร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกภาค 8-9 ณ วัดมหาชัย พระอารามหลวงจังหวัดมหาสารคาม
 
ที่วัดมหาชัย พระอารามหลวง จังหวัดมหาสารคาม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค และมอบประกาศนียบัตรประโยค1-2 แก่พระภิกษุสามเณร ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกภาค 8-9 โดยมีนายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการมหาสารคาม ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่และประชาชนถวายการต้อนรับ สําหรับพระภิกษุสามเณรที่เข้ารับมอบพัดเปรียญธรรม 3 ประโยค และเปรียญธรรมประโยค 1-2 จำนวนรวม 828 รูป จากนั้นนายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการส่วนกิจการคณะสงฆ์ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงาน เลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวอาราธนาพระเถรานุเถระ และเรียนเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เข้าถวายสักการะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถวายรายงานโดยสรุปใจความสําคัญว่า เนื่องจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงตั้งเปรียญธรรม 6 ประโยค จำนวน 158 รูป และเปรียญธรรม 9 ประโยค จำนวน 65 รูป รวม223 รูป เมื่อวันที่23 พฤษภาคม 2556 ณ พระอุโบสถวัดพระ-ศรีรัตนศาสดาราม ส่วนพระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค มีพระบรมราชานุญาตถวาย ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประกอบพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ประโยค ในโอกาสอันสมควร บัดนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้โปรดมีบัญชาให้ประกอบพิธีทรงตั้งเปรียญธรรม 3 ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกณ วัดมหาชัย พระอารามหลวง อำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม
 
การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี คือการเรียนการสอนรวมถึงการศึกษาค้นคว้าจดจำ และการทำความเข้าใจบรรดาคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ที่ได้ถูกจารึกไว้เป็นภาษาบาลี การศึกษาภาษาบาลีของพระภิกษุสามเณร จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ปัจจุบันการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ได้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น มีโอกาสศึกษาระดับอุดมศึกษา จากสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศ ดั้งนั้น ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนเริ่มแรก และทรงรับเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของโครงการทุนเล่าเรียนหลวง เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรได้มีโอกาสศึกษาในระดับอุดมศึกษา จากสถาบันการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศ นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่การศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ในวันนี้
 
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นิมนต์พระภิกษุสามเณร ที่สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนตะวันออกและพระภิกษุสามเณรที่สอบได้ประโยค 1-2 จำนวนรวม 828 รูป มาเข้ารับการทรงตั้งเปรียญธรรมและเข้ารับประกาศนียบัตรประโยค 1-2 จากนั้นได้มีพิธีมอบพัดเปรียญธรรม ๓ ประโยค มอบประกาศนียบัตรประโยค 1-2 และกล่าวสัมโมทนียกถาตามลําดับ
 
 
 
 
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯมหาสารคาม เชิญชวนงดเหล้าเข้าพรรษา ถวายพ่อหลวง ฉลองพระชันษา 100 ปี พระสังฆราช


ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ออกมาเชิญชวนประชาชน ร่วม ลด ละ เลิกอบายมุข งดเหล้าเข้าพรรษา ตลอด 3 เดือน ฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ถือโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และเทศกาลเข้าพรรษา ออกมาเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ลด ละ เลิก อบายมุข งดเหล้าเข้าพรรษา ตลอด 3 เดือน เพื่อเป็นการสร้างกุศลในโอกาสฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และร่วมกันทำความดี ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังถือเป็นการได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อตนเองและครอบครัว
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เทศกาลเข้าพรรษาเป็นช่วงงดการดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และ จากสถิติการเก็บข้อมูลยอดการจำหน่ายเหล้า เบียร์ ในช่วงก่อนเข้าพรรษาและระหว่างเข้าพรรษา ปี พ.ศ. 2555 ของสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดมหาสารคาม พบว่า ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าพรรษา มียอดการจำหน่าย 1,936,294 ลิตร ขณะที่เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงระหว่างเข้าพรรษา มียอดจำหน่าย 1,636,997 ลิตร จะเห็นว่ายอดจำหน่ายช่วงเข้าพรรษาลดลงเกือบ 300,000 ลิตร คิดเป็นร้อยละ 16 จึงเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ได้ว่าประชาชนจังหวัดมหาสารคาม ให้ความสนใจในการใช้ช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเป็นช่วงแห่งการลด ละ เลิก เหล้า และอบายมุขทั้งปวง
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม เปิดศูนย์รองรับการฝึกอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้พิการ

จังหวัดมหาสารคาม เปิดศูนย์การศึกษาและศูนย์ฝึกอาชีพเพื่อช่วยเหลือให้ผู้พิการได้ฝึกทักษะ ด้านอาชีพ เพิ่มศักยภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้พิการ
 
นายธวัช สุระบาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นายวิศิษฐ์ เดชเสน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม และนายสุรสิทธิ์ ประเสริฐแก้ว นายกสมาคมคนพิการเพื่อการพัฒนาอาชีพ จังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันเปิดป้ายศูนย์การศึกษาและศูนย์ฝึกอบรมอาชีพให้กับคนพิการจังหวัด มหาสารคาม พร้อมทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้สมทบทุนในการสร้างศูนย์ฯดังกล่าว
 
นายกสมาคมคนพิการเพื่อการพัฒนาอาชีพ จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาและศูนย์ฝึกอบรมอาชีพให้กับคนพิการจังหวัดมหาสารคาม แห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อให้คนพิการได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกทักษะด้านอาชีพ เช่น การนวดแผนไทย โหราศาสตร์ โดยมีผู้พิการที่ผ่านการศึกษาเรียนรู้มาแล้วมาเป็นพี่เลี้ยงในการฝึกอบรม เชื่อว่าเมื่อผ่านการเรียนรู้แล้วผู้พิการจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ สามารถอยู่ร่วมกับคนปกติได้อย่างมีความสุข
 
ศูนย์การศึกษาและศูนย์ฝึกอบรมอาชีพให้กับคนพิการจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านธาดา ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม
 
 
 
 
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์เจ็บ 1 – ตาย 2

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ชนรถจักรยานยนต์ 2 คันรวด บริเวณถนนสายมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด ต.แวงน่าง อ.เมืองมหาสารคาม ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย
 
พ.ต.ท.สมพงษ์ อุดมเดช พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ชนท้ายรถจักรยานยนต์ ที่บริเวณหน้าร้านจริงใจฟลาวเวอร์ ตรงข้ามกับบริษัท มิตซูบิชิ ถนนมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด ต.แวงน่าง อ.เมืองมหาสารคาม จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกู้ชีพเทพนิมิตร แพทย์โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนลมหาสารคาม
 
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บต 7206 มหาสารคาม จอดอยู่ สภาพรถด้านหน้าพังยับเยิน โดยมีรถจักรยานยนต์พังเสียหายในที่เกิดเหตุ 2 คัน คือรถฮอนด้าเวฟ 100 สีดำ หมายเลขทะเบียน กวว 839 มหาสารคาม และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ แซด สีแดง หมายเลขทะเบียน กวล 928 มหาสารคาม โดยมีส่วนพ่วงข้างรถจักรยานยนต์ หลุดออกจากตัวรถ ไปตกข้างรถยนต์กระบะ ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไปก่อนหน้านี้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร พบศพนายสาคร สีเวียงยา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 บ้านดอนเวียงจันทร์ ม.13 ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สภาพคอและขาซ้ายหัก เจ้าหน้าที่ชันสูตรก่อนนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลมหาสารคามเพื่อรอญาติมารับ ไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ ทราบชื่อคือ นาง ทองย้อย สีเวียงยา อายุ 42 ปี ภรรยานายสาคร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกราย คือ น.ส.ชนาภา สันทัด อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ขาด้านซ้ายหัก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามเช่นกัน
 
ด้านนายฉวี ศรีอ่อน อายุ 46 ปี คนขับรถยนต์กระบะคันก่อเหตุ ได้แจ้งขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบสวนทราบว่า นายฉวี ขับรถกลับมาจากซื้อผลไม้ที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อมาจำหน่ายในเขตตัวเมืองมหาสารคาม มาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงไม่ทันระวังได้ชนรถจักรยานยนต์ ทั้ง 2 คัน จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และจะได้สอบสวนถึงสาเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
 
 
 
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ แถลงปิดการตรวจราชการมหาสารคาม-บุรีรัมย์

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงปิดการลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบนโยบายการทบทวนยุทธศาสตร์การ พัฒนาจังหวัดมหาสารคาม-บุรีรัมย์ โดยขอให้ทั้งสองจังหวัดนำศักยภาพที่มีอยู่ไปทบทวนเพื่อต่อยอด ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศต่อไป

(15-7-56) ในการลงพื้นที่ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดมหาสารคาม ในวันนี้ นอกจากการร่วมประชุมเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ก็ได้ นำคณะรัฐมนตรีบางส่วนเดินทางไปยัง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการจัดสร้างโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ซึ่งทางคณะแพทย์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล เนื่องจาก มีแผนในการสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง และ 1,000 เตียง ในอนาคต โดยส่วนที่จะขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นเรื่องของครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ครุภัณฑ์สำนักงาน ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการบรรยายภาพรวมในการจัดทำยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการศึกษา ในภูมิภาคของมหาสารคาม พร้อมร่วมพบปะกับนิสิต นักศึกษา ที่มาร่วมต้อนรับด้วย
จากนั้น นายกรัฐมนตรี นำคณะเดินทางกลับมายังโรงแรมตักสิลา เพื่อกล่าวปิดการประชุมฯ โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำเสนอผลการทบทวนแผนพัฒนาจังหวัด พร้อมนี้นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวการลงพื้นที่ตรวจราชการตลอด 2 วัน ว่า ขอให้ทั้งสองจังหวัดนำศักยภาพที่มีอยู่ไปทบทวนเพื่อต่อยอด ทั้งในด้านการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ ด้านพลังงาน ด้านสาธารณูปโภค และการพัฒนาให้จังหวัดมหาสารคามและศูนย์บริการทางการศึกษาในภูมิภาค เป็นแหล่งผลิตบัณฑิตให้กับจังหวัดอื่น ๆ รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ในภูมิภาคอีสานตอนบนด้วย
ซึ่งจากการลงพื้นที่ทั้ง 2 วันดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทำให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ของแต่ละจังหวัด โดยมีแนวทางที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาและเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ได้ทำงานร่วมกับจังหวัดที่ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อไปจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการกับกลุ่มจังหวัดอื่นต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

นายกรัฐมนตรี เข้าสักการะพระพุทธมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการเดินทางติดตามนโยบายรัฐบาล ที่ จ.มหาสารคาม

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีได้เข้าสักการะพระพุทธมงคล(พระพุทธรูปยืนใต้ต้น โพธิ์)ลักษณะคล้ายงอกมาจากต้นโพธิ์ ที่วัดพุทธมงคล(วัดพระยืน)ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เพื่อความเป็นสิริมงคล ในโอกาสเดินทางติดตามนโยบายรัฐบาลและพบปะประชาชนที่ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ที่ทุกคนให้ความเคารพบูชา หากกราบไหว้ขอพรหรือบนบานศาลกล่าว จะได้ตามที่ปราถนาทุกประการ โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน รอให้การต้อนรับจำนวนมาก ทั้งนี้ พระครูปัญญาวุฒิชัย(หลวงปู่ขาว)เจ้าอาวาสวัดพุทธมงคล(วัดพระยืน)ได้มอบพระ พุทธรูปองค์ใหญ่ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี พร้อมพูดคุยระหว่างกัน ซึ่งเจ้าอาวาสวัดพุทธมงคล ได้ให้พรก้บนายกรัฐมนตรี ว่า คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ ขณะที่ประชาชนได้เป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีสู้ต่อไป และการเดินทางมาครั้งนี้ เป็นการเดินตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี สวมเสื้อผ้าลายสร้อยดอกหมาก ผ้าประจำจังหวัดมหาสารคาม ร่วมประชุมทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดฯ

วันที่สองของการตรวจราชการที่จังหวัดมหาสารคาม นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดประชุมทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดมหาสารคาม และบุรีรัมย์ โดยสวมใส่เสื้อผ้าไทยลายสร้อยดอกหมาก ผ้าลายประจำจังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมประชุม
ภารกิจวันที่สอง (15-7-56) ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดมหาสารคาม ในช่วงเช้า เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้แนวทางในการทบทวนยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัด ที่โรงแรมตักสิลา โดยมีคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดของทั้ง มหาสารคามและบุรีรัมย์ว่า เป็นการนำยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดที่แต่ละจังหวัดดำเนินการอยู่แล้ว มาทบทวน เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เช่น โครงสร้างพื้นที่ของรัฐ หรือการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ที่ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาอุทกภัย แต่ยังสามารถนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
ซึ่งการเดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดมหาสารคาม ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สวมเสื้อผ้าไทยลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นผ้าพื้นเมืองประจำจังหวัดมหาสารคาม เพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนได้รู้จักและสวมใส่ผ้าไทย ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ OTOP ด้วย
ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดแถลงข่าวการจัดงาน”ออนซอนวัฒนธรรม 3 แผ่นดิน” ปี 2556

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2556) ที่ห้องประชุมโรงแรมพลอยพาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานการแถลงข่าว การจัดงาน ”ออนซอนวัฒนธรรม 3แผ่นดินปี 2556 ผู้ร่วมแถลงพร้อมด้วยนายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร ดร.สุรจิตต์ จันทรสาขา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองมุกดาหาร ซึ่งงานดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-26กรกฎาคม 2556จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัด ในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2จึงได้จัดกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งภาควิชาการและภาคบันเทิงขึ้น โดยกำหนดให้จัดงานขึ้น ระหว่างวันที่ 26-วันที่ 28กรกฎาคม 25565ลานอเนกประสงค์ สวนสาธารณเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่เวลา 17.00นถึง 22.00น.ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของงาน เพื่อเป็นการนำเสนอ กิจกรรมด้านวิถีชีวิต อัตลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ของชนเผ่าต่างๆ ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มชนเผ่าทที่อาศัยอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร
 
นายปราโมทย์ ชาวเมืองโขง วัฒนธรรมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า มีกิจกรรม ต่างๆมากมาย อาทิเช่น กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อจังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมการนำเสนอถึงวิถีชีวิต และอัตลักษณ์อันโดดเด่น ของชนเผ่าถึง 8ชนเผ่า อันประกอบด้วย ชนเผ่าไทยกะเลิง ชนเผ่าไทยอีสาน ชนเผ่าผู้ไทย ชนเผ่าไทยกะโซ่ ชนเผ่าไทยกุลา ชนเผ่าไทยข่า ชนเผ่าไทยย้อ ชนเผ่าไทยแสก นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมภาคบันเทิง และกิจกรรมการประกวดทางด้านวัฒนธรรม พร้อมมีการแสงแสง-เสียง ซึ่เป็นตำนานกลุ่มชนคนสองฝั่งโขง และมีพี่น้องชาวมุกดาหารร่วมย้อนอดีตเที่ยวชมงานระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2556
 
 
 
สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มห/ข่าว

ปชส.กาฬสินธุ์ เรื่องการแจ้งความประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

นางสาววิภาดา รัตนโรจนา ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แจ้งว่า ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 25/2556 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาของกลุ่มสถานีวิทยุที่ไม่มีสิทธิขออนุญาต ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงตามประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 โดยกำหนดให้ผู้ประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงเข้ามาแจ้งความประสงค์ ต่อสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้เพื่อเป็นการสำรวจข้อมูลและจำนวนของสถานีวิทยุที่อยู่นอกระบบการ กำกับดูแลของ กสทช. โดยคุณสมบัติของผู้แจ้งความประสงค์ ต้องเป็นผู้ดำเนินการในลักษณะการให้บริการวิทยุกระจายเสียงอยู่ก่อนวันที่ ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชั่วคราว (วิทยุกระจายเสียงชุชน) มีผลใช้บังคับ (ก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2556) ต้องยื่นแบบแจ้งความประสงค์ตามที่คณะกรรมการกำหนดด้วยตนเอง ณ สำนักงาน กสทช.ส่วนกลาง หรือสำนักงาน กสทช.ส่วนภูมิภาค ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2556 โดยจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งความประสงค์ให้ครบถ้วนภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2556 สำหรับเอกสารหลักฐานประกอบด้วย แบบแจ้งความประสงค์ เอกสารสำคัญตามประเภทของผู้ประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ดังนี้
 
1. ผู้ประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงประเภทกลุ่มคน ได้แก่ หนังสือจัดตั้งกลุ่มคน, สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกกลุ่มคน, หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่สมาชิกกลุ่มคนทุกคนไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง
 
2. ผู้ประสงค์ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงประเภทนิติบุคคล ได้แก่ หนังสือสำคัญแสดงการจัดตั้งนิติบุคคล เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมาคมหรือมูลนิธิ, หนังสือแต่งตั้งผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล, สำนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจกระทำแทนนิติบุคคล, หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลไม่ได้ยื่นเอกสารด้วยตนเอง
 
3. หลักฐานแสดงการดำเนินการสถานีวิทยุด้วยตนเอง เช่น เอกสารสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนวิทยุต่อกรมประชาสัมพันธ์, เอกสารขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ หลักฐานการถูกดำเนินคดีเป็นต้น
 
4. หลักฐานการดำเนินคดีหรือเปรียบเทียบคดีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 กรณีทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรือตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วตามคำสั่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ 10/2548 เรื่องหลักเกณฑ์การดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พงศ.2498
 
5. หนังสือแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานี พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลดังกล่าว และ
 
6. หลักฐานทางเทคนิคโดยต้องมีการรับรองความถูกต้องจากเจ้าหน้าที่ทางปกครอง พร้อมแนบสำเนาบัตรข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้านของบุคคลดังกล่าว คือ ภาพถ่ายด้านหน้าอาคารที่ตั้งสถานีวิทยุ, เครื่องส่ง ห้องส่ง และเสาอากาศ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน กสทช. (กล่มงานการอนุญาตประกอบกิจการ 1) โทร. 02-2717600 ต่อ 5110, 5112 หรือ 5114



สุรพล คุณภักดี / ข่าว

ตำรวจชุด ปส. สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จับกุมชายหนุ่มพร้อมต้นกัญชาสูงเกือบ 3 เมตรที่บ้านพัก

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จับกุมชายหนุ่ม ปลูกต้นกัญชาสด 1 ต้น สูงกว่า 3 เมตรที่ อยู่หลังบ้านตนเอง และขยายผลจับกุมได้อีก 1 ราย ต้นกัญชาสดสูง 2 เมตร ทั้งสองคนรับสารภาพต้นกัญชาดังกล่าวปลูกไว้เองเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย
 
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2556 พ.ต.ท.ทูล เครือสิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ ร.ต.ต.บุญมี กรุงแสนเมือง รอง สวป.สภ.เมืองกาฬสินธุ์, ด.ต.สุพจน์ คำชนะ, .ต.มณีศักดิ์ จำปาแถม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกสืบสวนจับกุมผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยา เสพติดและได้รับทราบจากสายลับว่าที่ ต.เชียงเครือ มีการปลูกต้นกัญชาสดภายในหมู่บ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 184 หมู่ที่ 1 ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ พบนายจิระศักดิ์ หรือป๋อม แจ่มสุวรรณ์ อายุ 26 ปี ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นบ้าน พบต้นกัญชาสด จำนวน 1 ต้น สูงกว่า 3 เมตร อยู่บริเวณด้านหลังบ้าน และนายจิระศักดิ์ รับว่าเป็นต้นกัญชาที่ตนปลูกไว้จริง พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าที่บ้านนายประจักษ์ อ่อนทุม ก็มีต้นกัญชาสดเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 2 ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนายประจักษ์และเข้าตรวจค้นพบต้นกัญชาสด จำนวน 1 ต้น สูงประมาณ 2 เมตร โดยนายประจักษ์ รับสารภาพว่าเป็นต้นกัญชาของตนเองที่ปลูกไว้
 
 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายจิระศักดิ์ แจ่มสุวรรณ์ และนายประจักษ์ อ่อนทุ่ม ว่าผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว

มทร.อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ขอเชิญร่วมพิธีอัญเชิญรูปหล่อหลวงตามหาบัว


ผู้ช่วยศาสตราจารย์นวลจันทร์ สิมะสุวรรณรงค์ รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอีสาน แจ้งว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ได้กำหนดจัดพิธีอัญเชิญรูปหล่อหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (พระธรรมสิสุทธิมงคล) จากวัดป่ามัชฌิมาวาส ประดิษฐาน ณ ลานบุญลานธรรม หลวงตามหาบัว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ในวันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2556 เวลา 09.00 น เป็นต้นไป เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้สักการบูชา และเป็นอนุสรณ์ศาลาประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้มาเป็นเนื้อนาบุญ ณ สถานศึกษาแห่งนี้ และนอกจากนั้นยังได้กำหนดจัดพิธีวันอาสาฬหบูชาขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2556 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานบุญลานธรรม หลวงตามหาบัว วิทยาเขตกาฬสินธุ์ ซึ่งการจัดพิธีครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยฯได้รับเมตตาจากพระโพธิญาณมุนี หลวงปู่เมือง พลฑโฒ จากวัดป่ามัชฌิมาวาส ตำบลลำพาน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมทั้งสองพิธีในวันและเวลาดัง กล่าว




สุวรรณ์ ศรีอาภรณ์ ข่าว

ศูนย์ฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสำรวจพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเร่งปฏิบัติการฝนหลวง

ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ บินสำรวจพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังพบว่ามีปริมาณฝนตกในพื้นที่น้อยมาก ก่อนจะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยด่วน
 
ที่โรงเรียนนาจำปา ตำบลนาจำปา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ นายปนิธิ เสมอวงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่เบื้องต้น ก่อนที่จะเข้าทำฝนหลวงในพื้นที่ เนื่องจากได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือ ให้เร่งช่วยเหลือทำฝนหลวงในพื้นที่ พร้อมได้พบปะกับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอดอนจานและชี้แจงการทำงานของศูนย์ ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจากการบินสำรวจภาพทั่วไปพบว่าในปีนี้มีฝนตกตามธรรมชาติน้อยมาก ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรไม่มีน้ำไปเลี้ยงต้นข้าวที่ได้หว่านหรือปักดำไว้ ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับผิดชอบ 20 จังหวัด แต่มีข้อจำกัด คือนักบินมีจำนวนน้อย เพราะย้ายไปอยู่ภาคเอกชนจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ปฏิบัติตลอด เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
 
ด้านนายจเร ขวัญเกิด นายอำเภอดอนจาน กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ทั้ง 5 ตำบลของอำเภอดอนจานหลังเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง ฝนตกบ้างเล็กน้อย ทำให้ปริมาณน้ำในนาข้าวมีเล็กน้อย ดินแห้ง ทางอำเภอดอนจานได้ประสานศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออเฉียงเหนือเข้าดู พื้นที่ เพื่อเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือเร่งด่วนเพราะพี่น้องชาวนาจะเสียโอกาสในการทำ นาในปีนี้
 
นายบุญเลี้ยงการรัตน์ นายกองการบริหารส่วนตำบลนาจำปา กล่าวว่า พี่น้องเกษตรกรทั้งนาข้าว ยางพารา เดือดร้อนมาก เนื่องจากมีฝนตกน้อยมากในพื้นที่ จึงขอฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากมีฝนตกในพื้นที่ก็ทำให้ชาวนามีน้ำในการทำนา ปลูกยางพารา ช่วยให้มีข้าวกิน มีรายได้เพิ่มขึ้น
 
 
 
 
ดวงใจ หงษ์จันทร์ ข่าว

รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเยี่ยมชมห้องนิทรรศการราชวงศ์จักรีโรงเรียนกัลยาณวัตร

นายลิขิต  เพชรผล ผู้อำนวยการโรงเรียนกัลยาณวัตรจังหวัดขอนแก่นนำ หม่อมหลวงปนัดดา  ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะมาเยี่ยมห้องแสดงนิทรรศการพระราชวงศ์จักรี ซึ่งโรงเรียนกัลยาณวัตรได้จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวกับราชวงศ์จักรีรวบรวม มาไว้ในห้องนี้และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชมหาราชฯในหลวงของปวงชนชาวไทย ซึ่งเปิดให้กับผู้สนใจนักเรียนนักศึกษาบุคคลทั่วไปได้มาเยี่ยมชมเพื่อเผย แพร่พระเกียรติของทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีโดยมีมัคคุเทศน์เด็กนักเรียนของ โรงเรียนกัลยาณวัตร บรรยายให้ฟังตลอด เป็นห้องจัดนิทรรศการที่วางรูปแบบการจัดกิจกรรมที่สวยงามสมพระเกียรติและน่า มาเยี่ยมชม

ขอนแก่นเตรียมจัดประชุมความพร้อมเมืองแห่งการประชุมสัมนา

จังหวัดขอนแก่นร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและ นิทรรศการ(องค์กรมหาชน)หรือ สสปน. ได้กำหนดจัดสัมมนา "ประชุมเมืองไทย มั่นใจขอนแก่นพร้อม " ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2556 ที่โรงแรมเซ็นทาราแอนด์คอนเวนชั่นเซนเตอร์ขอนแก่น โดยในวันเปิดตัวโครงการฯในวันที่ 29 ก.ค.2556 จะมีพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและผู้อำนวยการ สสปน.ในการขับเคลื่อนจังหวัดขอนแก่นให้เป็น MICE CITY เมืองแห่งการประชุมสัมมนาในภูมิภาคอีสานซึ่งทาง สสปน.เลือกจังหวัดขอนแก่นร่วมกับอีกสี่เมืองใหญ่คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี เป็นนคร MICE CITY หลังพิธีลงนามก็จะมีการประกาศเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนในจังหวัดขอนแก่นเพื่อ ร่วมพัฒนาและสนับสนุนจังหวัดขอนแก่นในฐานะ 5เมืองหลักของเมืองไทยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเมืองที่มีความพร้อมในการจัด ประชุมสัมมนาที่ดีที่สุดในเมืองไทย

จังหวัดขอนแก่นขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตร เวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษาปีนี้

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นขอเชิญพุทธศาสนิกชนชาวไทยทำบุญเนื่องในวัน อาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา โดยจังหวัดขอนแก่นจะทำพร้อมกันทุกหมู่บ้านทุกวัด ในส่วนของส่วนราชการจังหวัดขอนแก่นจะมีพิธีทำบุญตักบาตรเช้าที่วัดธาตุพระ อารามหลวง ช่วงบ่ายสามโมงเย็นก็จะไปร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์และร่วมเวียนเทียน ที่พุทธมณฑลอีสาน ถนนรอบเมืองขอนแก่น  สำหรับผู้ที่สนใจจะไปทำบุญจังหวัดขอนแก่นก็ขอแนะนำวัดต่างที่นอกจากจะได้ทำ บุญแล้วยังสามารถท่องเที่ยวได้อีกด้วยประกอบไปด้วย เส้นทางอำเภอเมืองไปที่อำเภอน้ำพองกระนวนก็จะมีที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกร ณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น ตำบลโคกสี อำเภอเมือง. จังหวัดขอนแก่นเชิญชาวไทย นิสิตนักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปร่วมทำบุญตักบาตรประจำวันเกิด กราบนมัสการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ๙ ประเทศ และพระอรหัตธาตุ กว่า ๑,๐๐๐ พระองค์ และปฏิบัติธรรมร่วมกันกับพระวิปัสสนากรรมฐานชื่อดังของ MCUKK เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ณ อาคารเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา  เพื่อเสริมความเป็นศิริมงคลให้ชีวิต ระหว่างวันที่ 21 ถึง 23 กรกฎาคม 2556 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 043370121ผ่านไปอีกก็จะเป็นวัดเจติยภูมิ ที่ตั้งพระธาตุขามแก่นพระธาตุคู่เมืองขอนแก่นที่บ้านขามอำเภอน้ำพอง ไปอีกหน่อยก็ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่วัดภูกระแต วัดกู่ประภาชัย ไปที่วัดถ้ำยาว ในเขตอำเภอเมืองก็มีวัดหนองแวงพระอารามหลวง วัดธาตุพระอารามหลวง วัดศรีจันทร์พระอารามหลวง วัดศรีนวล วัดป่าวิเวกธรรมของหลวงปู่เทศน์ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ไปตามถนนมิตรภาพก็ไปที่วัดป่าธรรมอุทยาน ของหลวงพ่อกล้วย เลยไปหน่อยก็จะเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน ไปที่วัดภูพานคำที่ตั้งองค์พระใหญ่สูงตระหง่านบนเทือกเขาภูพานคำริมเขื่อน อุบลรัตน์ มาทางมัญจาคีรีก็ไปที่วัดอุดมคงคาเขต  วัดบ้านหูลิง ไปทางเส้นภูเวียงก็ไปไหว้พระบนเทือกเขาภูเวียงที่วัดถ้าผาเกิ้ง และอีกหลายวัดเสร็จจากทำบุญแล้วก็ไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆได้ด้วย

เหล่ากาชาดขอนแก่นลงพื้นที่อำเภอเปือยน้อยเพื่อร่วมทำกิจกรรมดีๆเพื่อสังคมและร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีและสมเด็จพระเทพฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมานางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ ดำเนินการตามโครงการเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบทุนอาหารกลางวัน และมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสทรงพระเจริญพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ในปี ๒๕๕๖ ณ โรงเรียนบ้านโกน้อย ม.๖ ต.ขามป้อม อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น จากนั้นนางนิภา สุวรรณสุจริต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะเดินทางต่อเพื่อไปมอบบ้านตามโครงการกาชาดใส่ใจให้ที่อยู่ สร้างเฮือนกาชาด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๕๖ หลังที่ ๑๓ ณ บ้านเลขที่ ๑๒๗ ม.๕ บ้านห้วยโป่ง ต.วังม่วง อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น พร้อมกันนี้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ ก็ได้มอบรถสามล้อโยก ให้กับนายสง่า บัวชม บ้านเลขที่ ๑๐๗ ม.๒ ต.วังม่วง อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น และมอบรถเข็นฯ ให้กับนายธนายุทธ สุดรัก บ้านเลขที่ ๑๑๓ ม.๙ ต.ขามป้อม อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น ตามโครงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ปี ๒๕๕๖ ถือเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทางกาชาดมอบกลับมาให้กับผู้ที่เดือดร้อนซึ่ง เงินที่ได้มาจากการจัดงานกาชาดประจำปีและคืนมาสู่ผู้ที่เดือดร้อนซึ่งทุก เดือนทางเหล่ากาชาดขอนแก่นก็มีกิจกรรมออกไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนโดยตลอด

SCG PAPER ร่วมทำกิจกรรมดีๆเพื่อตอบแทนสังคม

รศ.นพ.วิฑูรย์ ประเสริฐเจริญสุข (ที่ 2 จากซ้าย) รองคณะบดีฝ่ายกิจการพิเศษและวิเทศน์สัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับมอบเงินสนับสนุนจำนวน 50,000 บาทจาก นายอำนวย ผลพืช (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) ในเอสซีจี เปเปอร์ ผู้ผลิตกระดาษ Idea Work และ Idea Max เพื่อสมทุบกองทุนวันศรีนครินทร์ เนื่องในวันศรีนครินทร์ ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อเร็วๆนี้ โดยกองทุนนี้จะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายได้น้อยของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ และเป็นกองทุนการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ของคณะ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกภาพหนึ่งนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต (ที่ 1 จากซ้าย) ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รับมอบน้ำดื่ม Idea จากนายอำนวย ผลพืช (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด(มหาชน) ในเอสซีจี เปเปอร์ ผู้ผลิตกระดาษ Idea Work และ Idea Max เพื่อร่วมสนับสนุนในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประจำทุก เดือน ณ ห้องประชุมพระธาตุขามแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งยังมีอีกหลายโครงการที่ทางเอสซีจีให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นทีมวอลเล บอลขอนแก่นทีมฟุตบอลขอนแก่นและมอบทุนการศึกษา เลี้ยงอาหารกลางวันมอบกระเป๋าเพื่อน้องโรงเรียนในชนบทและอื่นๆอีกมากมา