วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2557

กอรมน.มุกดาหาร จัดตั้งทหารกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ

พันเอก ยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า  ทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ อยู่ในองค์กรการจัดของฝ่ายทหาร  ในยามปกติทหารกองหนุนและทหารกองเกินที่มีอยู่จำนวนมากทั่วทุกภาคของประเทศจะเป็นพลังเสริมความมั่นคงในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม  ในยามสงครามจะเป็นกำลังสำรองหลักที่สำคัญยิ่งของกองทัพ ในอันที่จะเสริม ทดแทน หรือจัดตั้งหน่วยใหม่เพื่อเพิ่มแสนยานุภาพให้กับกองทัพ จึงเป็นผู้มีระเบียบ วินัย กล้าหาญ อดทน มากกว่าประชาชนทั่วไป

พันเอกยุทธนา ม่วงพูลสวาสดิ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร กล่าวอีกต่อไปว่า ปัจจุบันภัยคุกคามที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาตินับวันจะทวีความรุ่นแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง กอ.รมน. เห็นว่า ทหารกองกองหนุน  และทหารกองเกิน เป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพสูงในการที่จะเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนภัยคุกคามด้านต่าง ๆ ตลอดจนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยส่วนมากจะเป็นทหารกองหนุนและทหารกองเกิน จัดจากอำเภอต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย อำเภอเมืองมุกดาหาร, ดอนตาล, นิคมคำสร้อย, หนองสูง, คำชะอี, และอำเภอดงหลวง อำเภอละ 11 นาย  อำเภอหว้านใหญ่ 34 นาย  รวม  100  นาย วัตถุประสงค์ เพื่อจัดตั้งทหารกองหนุนและทหารกองเกินเป็นกองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ กนช. แก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และ เพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยคุกคามด้านความมั่นคงพิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขยายเครือข่ายมวลชนจัดตั้งเป็นกลุ่มมวลชนของ กอ.รมน.



พิพัฒน์ เพชรสังหาร
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำเดือนเมษายน ๒๕๕๗

วันนี้ (๓๐ เม.ย. ๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๕๗ พร้อมนายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร  นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจังหวัดมุกดาหาร นายอำเภอทุกอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรเอกชน เข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ได้จัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองท้องถิ่นช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหาร

สำหรับการประชุมในวันนี้ นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งในที่ประชุมทราบหลายเรื่อง อาทิการจัดพิธีถวายสดุดีเนื่องในวันฉัตรมงคล วันจันทร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และการจัดสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญของโลก ประจำปี ๒๕๕๗ และขอเชิญชวน ส่วนราชการร่วมกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน

ทังนี้ ก่อนการประชุมมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติบัตร การปฏิบัติงานลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุของประชาชนเป็นศูนย์ ในการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗ จำนวน ๒ รางวัล อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดงหลวง




สุภาวดี  อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดโครงการมอบกรรมสิทธิ์ไถ่ชีวิตโค – กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดมุกดาหาร

นายชูยศ  เชาว์ศิริกุล ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดทำโครงการมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค – กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงพระเจริญพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหาร ได้ร่วมกันจัดทำโครงการไถ่ชีวิตโค - กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จังหวัดมุกดาหาร และกำหนดการจัดงานพิธี ในช่วงระหว่างเดือน เมษายน ถึง ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร  โดยร่วมบริจาคโค – กระบือ หรือเงิน เพื่อจะได้นำไปจัดซื้อ ไถ่ชีวิต โค – กระบือ ซึ่งมีเป้าหมาย จำนวน ๖๐ ตัว ในราคา โคตัวละ ๒๕,๐๐๐ บาท และ กระบือ ตัวละ ๒๗,๐๐๐ บาท โดย โค – กระบือที่ได้จากการไถ่ชีวิต จำนวน ๖๐ ตัว จะได้นำไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ยากจนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ยืมเลี้ยงเพื่อการผลิต ตามระเบียบโครงการธนาคารโค – กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

ทั้งนี้  ผู้มีจิตศรัทธา สามารถโอนเงินผ่านบัญชีกระแสรายวัน ชื่อ "โครงการไถ่ชีวิตโค – กระบือ ธนาคารโค – กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จังหวัดมุกดาหาร” เลขที่บัญชี ๔๒๐-๖-๐๓๑๘๓-๕ ธนาคารกรุงไทยสาขามุกดาหาร แล้วแฟ็กซ์รายละเอียดการโอนให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐-๔๒๖๔-๐๐๙๗ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐-๔๒๖๔-๐๐๙๖ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร (นายชูยศ  เชาว์ศิริกุล) โทร.๐๘-๕๖๖๐-๙๘๓๘ สัตวแพทย์ชำนาญงาน (นายนิวัฒน์  นิ่มพิศุทธิ์) โทร. ๐๘-๑๙๖๕-๗๕๐๕ และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

สรุปสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ภาพรวมของประเทศและภาพรวมจังหวัดมุกดาหาร ปี ๒๕๕๗

นายแพทจิณณพิภัทร  ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาในระบบปกติ วันที่ ๑ มกราคา – ๒๕ เมษายน ๒๕๕๗ สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่รวมทั้งสิ้น ๓๐,๐๒๔ ราย คิดเป็นอัตราป่วย๔๖.๖๒ ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้ป่วยมาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคเหนือ ๘๑.๑๖ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ ภาคกลาง ๖๗.๘๓ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐.๗๗ และภาคใต้ ๑๓.๒๔ อัตราป่วยสูงสุด ๕ อันดับแรก พบในกลุ่มอายุ ๐ – ๔ ปี ๑๖๗.๕๐ ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ อายุ ๕ – ๑๔ ปี ๑๐๙.๘๙ อายุ ๒๕ – ๓๔ ๓๓.๗๙ อายุ ๓๕-๔๔ ปี ๒๙.๒๙ และอายุ ๕๕-๖๔ ปี ๒๖.๖๐

ทั้งนี้ สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่ ๑ มกราคม – ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน ๑๔ ราย คิดเป็นอัตราป่วย ๑๑.๗๖ ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด ๔๕ – ๕๓ (อายุต่ำสุด ๒ ปี อายุสูงสุด ๗๖ ปี) ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และยังไม่พบการระบาดรุนแรงในจังหวัด

คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์ (Logo) งาน “มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ” (IP Innovation and Technology Expo – IPITEx. ๒๐๑๔)

สุกัญญา  ธีระกูรณ์เลิศ  ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า  เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานพัฒนาคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันจัดงาน "มหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ” (IP Innovation and Technology Expo – IPITEx. ๒๐๑๔) ในวันที่ ๑๘ – ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการเผยแพร่ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายส่งเสริมและสร้างคุณค่างานวิจัยกองประเมินผลและจัดการความรู้การวิจัย วช. เลขที่ ๑๙๖ ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทร. ๐-๒๕๗๙-๒๒๘๘ , ๐-๒๖๑-๒๔๔๕ ต่อ ๕๑๖ , ๕๓๐ , ๕๓๙  และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://rrm.nrct.go.th   ส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึง ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ประกันสังคมจังหวัดมุกดาหาร แจ้งผลการดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

นายทวีวัฒน์  ประสงค์ธรรม รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารเปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจำนวน ๒ ศพ มีรายชื่ออยู่ในระบบประกันสังคมทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว ประกอบด้วย นายมาลอย  พมมะจัน แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้นำเงินค่าทำศพจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท ไปจ่ายให้แก่ ท้าวสมบูน  พมมะจัน (บิดา) ราษฎรบ้านดงหมากไฟ เมืองไชพูทอง แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนายพายัพ  พลวงค์ อยู่บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ ๔ ตำบลบ้านค้อ อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร  ลูกจ้างของบริษัทเอช-วัน พาร์ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๗ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดมุกดาหารได้จ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับบิดามารดาของผู้ประกันตน เป็นเงินค่าทำศพจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย จำนวน ๑๖,๔๑๖ บาท  และเงินบำเหน็จชราภาพ จำนวน ๒๔,๒๖๗.๖๒ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘๐,๖๘๓.๖๒ บาท



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

เรือนจำกลางนครพนม คัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นระดับภาค เพื่อร่วมการแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ครั้งที่ 11

เรือนจำกลางนครพนม  คัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นระดับภาค  ประจำปี 2557 เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์ครั้งที่ 11  ระดับประเทศ

นายทวีรัตน์  นาคเนียม  ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม  เปิดเผยว่า  กีฬาแดนสามัคคีเกมส์  กรมราชทัณฑ์ได้ทำ MOU กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาในเรือนจำเพื่อให้มีการสันทนาการและเฟ้นหาช้างเผือกในเรือนจำ  เพื่อเป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทย  โดยเรือนจำกลางนครพนมได้รับมอบหมายให้เป็นสนามคัดเลือกนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่น  ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งเขต3 และ 4 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2557  ณ สนามกีฬาแดน 1 ชาย  เรือนจำกลางนครพนม  เพื่อคัดเลือกนักกีฬาทั้งชายและหญิง  เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันแดนสามัคคีเกมส์  ครั้งที่  11  โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นประเภทมวยสากลสมัครเล่นและมวยไทยสมัครเล่นชาย  แบ่งเป็น 9 รุ่น  ได้แก่  รุ่นน้ำหนัก  49 , 51  , 52 , 54 , 56, 57, 60 ,64 ,69 กิโลกรัม  มวยสากลสมัครเล่นหญิง  7 รุ่น  ได้แก่ รุ่นน้ำหนัก  48 , 52 , 54 , 57, 63 , 64 , 69 กิโลกรัม  ส่วนประเภทมวยไทยสมัครเล่นหญิง  แบ่งเป็น 3 รุ่นได้แก่  รุ่นน้ำหนัก 48 , 51 , 54 กิโลกรัม  โดยมีการคัดเลือกผู้ต้องขังอายุ 18-33 ปี สุขภาพแข็งแรง  มีคดีเดียวหรือหลายคดีแต่ต้องเด็ดขาดทุกคดี

ทั้งนี้  การแข่งขันกีฬาแดนสามัคคีเกมส์  มีการแข่งขันกีฬา 6 ประเภท  ได้แก่  มวยสากลสมัครเล่น  มวยไทยสมัครเล่น  ตระกร้อทีมเดี่ยว  ฟุตซอล  เปตอง และสุดยอดฝีมือตีหรือ shooting  โดยการแข่งขันแดนสามัคคีเกมส์  ครั้งที่ 11  ระดับประเทศ  จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย  ระหว่างวันที่  26-31 พฤษภาคม 2557

นรข.จับกุมผู้ลักลอบนำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  จับกุมผู้ลักลอบนำรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE 100 S ทะเบียน กบร 487 นครพนม  สีเทา  และโทรศัพท์เคลื่อนที่ซัมซุง  จำนวน 1 เครื่อง  ออกนอกราชการอาณาจักร  โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร  ข้ามไปประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

พลเรือตรีอารักษ์  แก้วเอี่ยม  ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง  เปิดเผยว่า  เวลา 12.00 น.วันที่ 29 เมษายน 2557  เรือเอกประเสริฐ  พุทรา  หัวหน้าสถานีเรือนครพนม  ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า จะมีการลักลอบน้ำรถจักรยานยนต์ออกนอกราชอาณาจักร  โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร  บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำโขง บ้านบัว ต.ดงขวาง  อ.เมือง  จ.นครพนม  จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและสั่งการให้ชุดลาดตระเวนทางบกทำการลาดตระเวนพื้นที่ที่ได้รับรายงาน  จนกระทั่งเวลา 06.00 น. วันที่ 30 เมษายน 2557 ชุดลาดตระเวนทางบกได้ตรวจพบบุคคลชาย  2 คน  นำรถจักรยานยนต์ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและมีเรือกีบเพลายาว  1 ลำ  จอดอยู่  เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนจะเข้าควบคุม  เรือกีบเพลายาวได้แล่นหลบหนีไปฝั่งประเทศลาว   เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและทำการควบคุมบุคคลทั้งสองพร้อมรถจักรยานยนต์   ไปที่สถานีเรือนครพนมเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด  พบคู่มือทะเบียนรถจักรยานยนต์เป็นของนายโสดา  ผิวพรรณ   โดยนายลี  มูลตั้ง อายุ 70 ปี  ชาบ้านดงขวาง  อ.เมือง  จ.นครพนม ชักชวนนายบุญเรือง  วศินวัฒนา  อายุ 57 ปี  ชาวบ้านบัว  ต.ดงขวาง  อ.เมือง จ.นครพนม ให้ไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยยกรถลงเรือที่ริมแม่น้ำโขง  ซึ่งนายลี ได้รับจ้างให้นำรถจักรยานยนต์จากตลาดบ้านหนาด  นำมาไว้ที่บ้าน  ด้วยเงินจำนวน 500 บาท  ในเช้าวันที่ 30 เมษายน  ได้นำรถไปส่งบริเวณริมแม่น้ำโขง  เพื่อส่งให้ท้าวศรีไฮ  บ้านปากเป่ง  ประเทศลาว  ซึ่งได้ขับเรือหนีเจ้าหน้าที่ไป  สถานีเรือนครพนมจึงได้ดำเนินการนำผู้ต้องหาและของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรบ้านกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อำเภอกุดชุมยโสธรออกอำเภอยิ้ม

วันนี้ (๓๐ เม.ย. ๕๗ ) เวลา ๐๙.๐๐ น.  นายสมศักดิ์ บุญทำนุก นายอำเภอกุดชุม เดินทางไปเป็นประธาน โครงการอำเภอยิ้ม ที่บ้านคำเลา ม.๑๑ ต.โพนงาม อ.กุดชุม ในการนี้มีหน่วยงานราชการหลายฝ่ายที่เข้าร่วมกิจกรรม เช่น จนท.ฝ่ายปกครอง, เกษตร, ปศุสัตว์ สาธารณสุข พัฒนาชุมชน,พละศึกษา,รพ.กุดชุม,ประมง,สนง.ส่วนท้องถิ่นและส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลโพนงามและรพ.สต บ้านแดง รพ.สต.โพนงาม ออกร่วมกิจกรรมโครงการ อบต.สัญจรด้วย ในการนี้มีการมอบถุงยั่งชีพ-ผ้าห่ม- พันธ์ปลา ถอนฟัน ตัดผม ตรวจสุขภาพ แจกพันธ์ไม้ วาดภาพชิงรางวัลของเด็กๆและอีกมากมายเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีงานให้กับพี่น้องประชาชนและหน่วยงานราชการ




พลากร แก้วขวัญข้า
อปม.กุดชุม รายงาน

ยโสธรจัดกิจกรรมในวันคุ้มครองผู้บริโภค

ยโสธรจัดสัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคที่ห้องประชุมมรกต โรงแรม เจ.พี เอ็มเมอรัลด์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิด สัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดยโสธร นายแพทย์สุใหญ่ หลิ่มโตประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร กล่าวว่า วันที่ 30 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย รัฐบาล กำหนดให้แต่ละภาคส่วน มีการดำเนินงานประสานงาน ส่งเสริม เผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารการคุ้มครองผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธรจึงได้ดำเนินการจัดสัมมนาขึ้นเพื่อส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค /เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคและการปกป้องสิทธิ / กิจกรรมประกอบด้วย การสัมมนาเครือข่ายและแกนนำคุ้มครองผู้บริโภค / การแสดงนิทรรศการ หน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่ความปลอดภัยด้านอาหาร เขต 10 / ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี /พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดสปอตวิทยุการงดใช้เครื่องสำอางที่อันตรายและผิดกฎหมาย จำนวน10 รางวัล

ยโสธรจัด “วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 9”

นายจักราวุธ จุฑาสงฆ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รักษาราชการแทน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี และคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดยโสธร โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร และเทศบาลเมืองยโสธร ได้จัดงาน "วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 9” ภายใต้แนวคิด "มะเร็งท่อน้ำดีหมู่เฮา บ่ เอาแล้ว” วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุม OTOP สวนสาธารณะพญาแถน อำเภอเมืองยโสธร

เวลา 08.00 – 12.00 น. ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยการอัลตร้าซาวด์

เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป คอนเสิร์ต มหกรรมกำจัดพยาธิใบไม้ตับฯ โดยมีศิลปิน ประกอบด้วย ครูสลา คุณวุฒิ ดอกรักดวงมาลา ดันดาราตี 10 พิธีกร คือ ปุ๊ยตี 10



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

กองบัญชาการกองทัพไทยจัดประกวดวิดีโอคลิป ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย จัดการประกวดวิดีโอคลิป หัวข้อ "ความรักชาติ ความเป็นชาติไทย” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ แบ่งเป็น ระดับนักเรียน และมัธยมศึกษา,ประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ 20,000 บาท สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่ http://ndsi.rtarf.mi.th



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

ขอเชิญร่วมบริจาคไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558

ด้วยกรมปศุสัตว์ ได้รับพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ดำเนินการจัดโครงการมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2556 – วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 ซึ่งโครงการประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ

1. กิจกรรมการไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 6,000 ตัว โดยมีเป้าหมายดำเนินการ 77 จังหวัด ๆ ละ 60 ตัว รวม 4,620 ตัว และส่วนกลาง จำนวน 1,380 ตัว กำหนดให้จัดพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จังหวัดละ 1 ครั้ง ช่วงระหว่างเดือนเมษายน – 5 พฤษภาคม 2558

2. กิจกรรมการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือตามสัญญายืมเพื่อการผลิตกรณีพิเศษ จำนวน 7,200 ราย โดยผู้ที่จะได้รับมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือต้องมีความประพฤติดี และส่งมอบลูกโค-กระบือตัวที่ 1 ที่มีอายุครบตามระเบียบของโครงการฯ คืนให้ ธนาคารโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ

เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์จังหวัดยโสธร จึงขอเชิญร่วมบริจาค เพื่อไถ่ชีวิต โคราคาตัวละ 25,000 บาท และกระบือราคาตัวละ 27,000 บาท หรือร่วมบริจาคเงินตามกำลังศรัทธา โดยโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "ไถ่ชีวิตโค-กระบือ   เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 60 พรรษา "ธนาคารกรุงไทยสาขาศาลากลางจังหวัดยโสธร บัญชีเลขที่ 982-291513-6 และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขายโสธร บัญชีเลขที่ 020-0-34806-34-8 เริ่มรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาแจ้งชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธรทราบ เพื่อออกใบรับเงินและมอบใบอนุโมทนาบัตรให้ต่อไป ติดต่อแจ้งความจำนงบริจาค ณ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทุกแห่ง หรือขอทราบรายละเอียดได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร โทรศัพท์ 045-712527



ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
30 เมษายน 2557

ร้อยเอ็ดติวเข้มผู้ประกอบการร้านอาหารดัง ขานรับ “ครัวร้อยเอ็ดสู่ครัวโลก”

วันนี้ (30 เม.ย. 57) นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายวิบูลย์ทัด  สุทันธนกิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมกุ๊ก ผู้ช่วยกุ๊ก และผู้ประกอบการร้านอาหาร ภัตตาคารในจังหวัดร้อยเอ็ด 40 คน ณ ห้องครัววิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ทั้งนี้ จัดโดยศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดโครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยรองรับครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่ผู้ประกอบการด้านอาหารไทย ให้มีทักษะฝีมือได้ผลงานมีคุณภาพและมีมาตรฐานตามเกณฑ์มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ เป้าหมายฝึกอบรม 6 รุ่น ๆ ละ 20 คน รวม 120 คน ซึ่งเป็นสถานประกอบการภัตตาคารดังของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีกุ๊ก, ผู้ช่วยกุ๊ก หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการประกอบการ เช่น โรงแรมเพชรรัชต์ การ์เด้น, โรงแรมร้อยเอ็ดซิตี้, โรงแรมสาเกตนคร, ครัวอาหารดีจริง ฯลฯ ใช้หลักสูตร 30 ชั่วโมง ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด นอกจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะร่วมรับประทานอาหารพิสูจน์ฝีมือการทำอาหารของกุ๊กดังกล่าวด้วย

คาดว่าโครงการดังกล่าวส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศได้บริโภคอาหารไทยชื่อดังมีมาตรฐานรับรอง และส่งผลเพิ่มอาชีพและรายได้ ทำให้เศรษฐกิจจังหวัดร้อยเอ็ดเติบโตต่อไป



กมลพร  คำนึง/ข่าว
บุญมี  เพ็งรัตน์/ภาพ
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์/ทาน
30 เม.ย. 57

ร้อยเอ็ดเตรียมสำรวจสถิติจัดเก็บข้อมูลยุทธศาสตร์ การพัฒนาจังหวัดชูข้าวหอมมะลิและยางพารา เป็น Product Champion เพิ่มมูลค่า

วันนี้ (30 เม.ย. 57) นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายวิบูลย์ทัด  สุทันธนกิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะ ประชุมคณะกรรมการสถิติระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อซักซ้อมความเข้าใจโครงการพัฒนาข้อมูลสถิติและสารสนเทศระดับพื้นที่ 76 จังหวัด/18 กลุ่มจังหวัด เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักสถิติแห่งชาติเป็นเจ้าภาพ โดยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 11 ทั้งนี้ จังหวัดร้อยเอ็ด มีมติเห็นชอบเลือกข้าวหอมมะลิและยางพาราเป็น Product Champion ของจังหวัด เพื่อนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบผลิตภัณฑ์ ตามแนวคิดแบบห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และปัจจัยสู่ความสำเร็จ ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของไทยและของโลก นอกจากนั้น ยังมีเป้าหมายการจัดเก็บข้อมูล การเลี้ยงโคขุน จังหวัดร้อยเอ็ดมีการเลี้ยงโคขุนมาก เป็นอันดับ 5 ของประเทศ, การจัดเก็บข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และวัฒนธรรม, การสร้างรายได้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูป่าไม้ต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีเป้าหมายจัดเก็บข้อมูลให้แล้วเสร็จภายในปี 2557 เพื่อนำไปวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป



กมลพร  คำนึง/ข่าว
คมกฤช  พวงศรีเคน/ภาพ
กนกอร  สัตยามะระ/พิมพ์/ทาน
30 เม.ย. 57

รมต.ทส.ตรวจเยี่ยมภูฝอยลม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่รับทราบปัญหาความต้องการของหน่วยงานในสังกัด เตรียมเรียกประชุมแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการของหน่วยขึ้นตรง ในขณะที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี เร่งผลักดันภูฝอยลมให้เป็นอุทานแห่งชาติแห่งแรกของอุดรธานี เพื่อปกป้องพื้นป่าและบริหารจัดการเรื่องการท่องเที่ยว

ที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม อำเภอหนอแสง จังหวัดอุดรธานี นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายสมชัย มาเสถียร รองอธิบดีกรมป่าไม้ และคณะลงพื้นประชุมรับทราบปัญหาความต้องการหน่วยงานในสังกัดสำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี โดยมีนายสว่าง เฟื่องกระแส ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม พร้อมคณะให้การต้อนรับและบรรยายสรุปปัญหาความต้องการ ซึ่งภายหลังประชุมแล้วรัฐมนตรีและคณะได้ปลูกต้นพะยูง และเยี่ยมชมสวนรวมพรรณป่า 60 พรรษามหาราชินีและโรงเพาะขยายพันธ์กล้วยไม้

โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ภูฝอยลม เป็นยอดภูเขาสูงที่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์อยู่ในป่าเขตสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโคอำเภอหนองแสงจังหวัดอุดรธานี สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 600เมตร เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีและมีความชุ่มชื่นสูงมากและด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้เกิดไลเคนเส้นฝอยสีเขียวปนเทาเกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้เจริญงอกงามกะจายอยู่เต็มภูเขาจนได้รับการขนานนามว่า ภูฝอยลม

ภายในบริเวณภูฝอยลมประกอบด้วยค่ายเยาวชนพิทักษ์ไพร เพื่อทำการฝึกอบรมเยาวชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สวนรวมพรรณไม้ป่า60พรรษามหาราชินี ซึ่งจัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2535 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯพระบรมราชินีนาถในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนพรรษาครบ60พรรษาและเพื่อเป็นแหล่งรวมพรรณไม้ป่าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาธรรมชาติและพักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดอุดรธานี โครงการพิพิธภัณฑ์ล้านปีภูฝอยลม ซึ่งมีเส้นทางเดินทางชมธรรมชาติ มีอาคารพิพิธภัณฑ์รูปปั้นไดโนเสาร์ชนิดต่างๆจระเข้และเต่าโบราณ หุ่นจำลองแสดงวิวัฒนาการจากลิงจนกลายเป็นมนุษย์ นาฬิกาแดด

นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ หัวหน้าโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม กล่าวว่า ปี 2556 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาเที่ยวชมโครงการฯ 214,070 คน ในปี 2557 ระหว่างเดือน มกราคม-เมษายนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมแล้ว กว่า 155,219 คน ในขณะที่มีบุคลากรเพียง 12 คน (ข้าราชการ 1 คน ลูกจ้างประจำ 4 คน พนักงานราชการ 6 คนและจ้างเหมาบริการ 1 คน) ทำหน้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยว พิทักษ์ดูแลป้องกันและปราบปรามผู้บุกรุกพื้นป่า และมีงบประมาณในการบริหารจัดการในพื้นที่ปีละ 195,000 บาทซึ่งไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ตั้งเร่งแก้ไข ซึ่งแนวทางหนึ่งในการดำเนินการคือ ต้องผลักดันให้ โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม เป็นอุทยานแห่งชาติเพื่อให้มีอัตรากำลังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รายได้มาบริหารจัดการโครงการฯได้ ซึ่งหากผ่านการเห็นชอบให้เป็นอุทานแห่งชาติจะถือเป็นอุทยานแห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี ได้ทำเรื่องเสนอกรมอุทยานและกรมป่าไม้ เพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภูฝอยลม อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี เป็นปัญหาคล้ายๆกับอีกหลายหน่วยที่มีประชาชนขึ้นมาเที่ยวชม ทั้งปัญหาบุคลากร งบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งแนวทางหนึ่งคือต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยในเดือนพฤษภาคม 2557 นี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียกประชุมผู้บริหารฯเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ ทองใหญ่ ณ อยุธยา / ข่าว

คณะเจ้าหน้าที่เกษตร และเกษตรกรจังหวัดพระวิหาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา ศึกษาดูงานด้านการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี

ที่ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี นายอุดร ชมาฤกษ์ เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวให้การต้อนรับคณะกิสกรรมจังหวัดพะรวิหาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยกัมพูชา จำนวน 37 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ และเกษตรกร เดินทางมาศึกษาดูงาน ด้านการเกษตรพลังงาน การผลิตผลไม้ เทคนิคการวางแผนการขยายพันธุ์ไม้ผล การผลิตไม้ผล การเลี้ยงปลา ศึกษาดูงานการเรียนรู้การพัฒนาที่ดิน ศึกษาดูงานการผลิตพืชผักระบบไฮโดโปนิกส์ และศึกษาดูงานด้านปศุสัตว์ ทีจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 29 เมษายน 2557 ถึง วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 ทั้งนี้นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้สนับสนุนวิทยากรด้านการเกษตร การประมงและปศุสัตว์ เดินทางไปฝึกทักษะ พัฒนาความรู้และความสามารถด้านการเกษตรให้กับข้าราชการ ของสำนักงานกสิกรรมจังหวัดพระวิหาร ที่จังหวัดพระวิหาร ระหว่างวันที่ 22-245 เมษายน 2557 ที่ผ่านมาอีกด้วย

เหล่ากาชาดกาฬสินธุ์มอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยเขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ 72 ครัวเรือน

เหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับราษฎรในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน จำนวน 72 ครัวเรือนที่บ้านถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหายเมื่อคืนวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองกุง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้นำถุงยังชีพของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยในเขตพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังได้รับความเสียหาย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2557 เวลาประมาณ 22.00 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ทำให้พัดหลังคาบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย พัดต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน โดยอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน จำนวน 72 หลังคาเรือน ได้แก่ ตำบลไผ่, บึงวิชัย, หนองกุง, กลางหมื่น, ลำปาว และตำบลโพนทอง

นายประทีป ฤทธิกุล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังรับรายงานจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หลังเกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากนางราณี สุบงกฎ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ด้วยการนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค บริโภค มอบให้กับครอบครัวผู้ประสบวาตภัยจำนวน 72 ครัวเรือน เพื่อเป็นการเยียวยาและขวัญกำลังใจแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในครั้งนี้เบื้องต้น พร้อมนี้ได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีราษฎรประสบเหตุอย่างเร่งด่วนต่อไป




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว และเทศบาลตำบลหัวนาคำ ศูนย์ดีเด่นระดับ จ.กาฬสินธุ์ ประจำปี 2557

จังหวัดกาฬสินธุ์ ประชุมประชาคม อปพร.ระดับจังหวัดประจำปี 2557 เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติงานป้องกัน เฝ้าระวังเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉิน โดยศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว อ.กุฉินารายณ์ และ เทศบาลตำบลหัวนาคำ อ.ยางตลาด คว้ารางวัลศูนย์ อปพร.ดีเด่นระจังหวัด ประจำปี 2557

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2557 ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุมประชาคม อปพร.ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.ให้มีความพร้อมในการป้องกันเฝ้าระวังและปฏิบัติงานในภาวะเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉินขึ้น โดยมีสมาชิกศูนย์ อปพร.ระดับอำเภอ/จังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน อปพร.จาก 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์กว่า 150 คน เข้าร่วมประชุม

นายเดชา พลกล้า หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดกาฬสินธุ์ มีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนจำนวน 21,071 คน มีหน้าที่เป็นกองกำลังหลักฝ่ายพลเรือนประจำท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวัง และปฏิบัติงานในภาวะเมื่อเกิดสาธารณภัยฉุกเฉินขึ้น การระดมสรรพกำลังร่วมปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและการสร้างความเข้มแข็งของสมาชิก อปพร. จะส่งผลต่อศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ดังนั้น การจัดประชุม อปพร.ระดับจังหวัดกาฬสินธุ์ ในครั้งนี้เป็นการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับทราบข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับงานกิจการ อปพร.ในพื้นที่ ร่วมกันพัฒนาและกำหนดแนวทางบริหารจัดการ สร้างเสริมสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกด้วยกัน

โอกาสนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับศูนย์ อปพร.ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2557 ได้แก่ ศูนย์ อปพร.เทศบาลเมืองบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ และศูนย์ อปพร.เทศบาลตำบลหัวนาคำ อำเภอยางตลาด สมาชิก อปพร.ดีเด่นระดับจังหวัด ได้แก่ นายทองแท่น โพสมร ศูนย์ อปพร.อบต.สามขา อำเภอกุฉินารายณ์, นายบุญสุข ศรีประไหม อปพร.อบต.กุดค้าว อำเภอกุฉินารายณ์ และนายวินัย ไผ่โสภา ศูนย์ อปพร.อบต.นิคมห้วยผึ้ง อำเภอห้วยผึ้ง




ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

อำเภอพลจังหวัดขอนแก่นประกาศเจตนารมณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด อย่างยั่งยืน

ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอพล นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้านกลุ่มพลังสตรี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านในอำเภอพลร่วมกันปฏิญาณตนเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรวมทั้งประกาศสงครามในการต่อต้านยาเสพติดให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัดขอนแก่นโดยให้ทุกหมู่บ้านทุกมีกฏหมู่บ้าน ชุมชนตั้งอาสาสมัครเป็นเวรยามหมู่บ้านและช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเบาะแสยาเสพติดให้เหมือนกับตาสับปะรดอยู่ที่ไหนก็เห็นพฤติกรรมผู้ค้า ผู้เสพยาเสพติด เราจะได้นำลูกหลานของเราที่หลงผิดกลับมาจากวงจรการค้าการเสพยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นดำเนินโครงการ จังหวัดขอนแก่นไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยยึดนโยบาย กลยุทธ์ และแนวทางของรัฐบาล เป็นแนวทางในการดำเนินการเน้น 3 ด้าน การป้องกัน ปราบปราม และการบำบัดรักษา ดำเนินการในทุกกลุ่มเสี่ยง

จังหวัดขอนแก่น จัดงานสัมมนาวิชาการ นานาชาติ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับภาครัฐภาคเอกชน และ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น  จัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ "เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8    ณ โรงแรมพูลแมน ราชาออคิดจังหวัดขอนแก่น    โดยมี   นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบโล่เกียรติบัตรให้กับผู้ที่ทำงานทุ่มเทกับการดูแลบุคคลออทิสติก รวมทั้งองค์กรหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน การจัดงานดังกล่าว เพื่อให้มวลชนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับออทิสติกทั่วโลก จัดมาตรการ การสร้างเสริมเจตคติ การพัฒนาระบบคัดกรอง การวินิจฉัย และการจัดระบบการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกในทุกๆ ด้าน   การสัมมนาครั้งนี้ภายใต้หัวเรื่อง "ตระหนัก เข้าใจ ให้ความช่วยเหลือแบบองค์รวมในบุคคลที่มีภาวะออทิสซึม” ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ในการให้ความช่วยเหลือ พัฒนาการจัดการศึกษาและการให้โอกาสแก่บุคคลออทิสติก ให้เกิดแก่สมาชิกในชุมชนและสังคม ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ๆ ในการให้ความช่วยเหลือพัฒนาและการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกให้กับผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร นักสหวิชาชีพ และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาบุคคลออทิสติกในจังหวัดขอนแก่นในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชายขอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ลาว กัมพูชา รวมทั้งผลักดันและกระตุ้นให้เกิดการจัดการเรียนรวมที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติกในโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่อยู่ในชุมชนใกล้บ้าน

จังหวัดขอนแก่นแสดงความยินดีกับเยาวชนขอนแก่นคว้าหลายรางวัลการประกวด ฝีมือแรงงานแห่งชาติ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้กับเยาวชนจังหวัดขอนแก่นที่เข้าร่วมการแข่งขัน ฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 25 ที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี   ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดขอนแก่นที่ศาลากลางจังหวัด เป็นการร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รางวัล  ซึ่งเยาวชนจากจังหวัดขอนแก่นคว้ารางวัลมา 6 คน ได้ 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง  และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ดังนี้

1. เหรียญเงิน สาขาเครื่องกล(เครื่องกัด)ได้แก่ นายนรากร คำแหวน จากวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น

2.  รางวัลเหรียญเงิน สาขาแต่งผม ได้แก่ นายธวัชชัย พลลา จากศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอเมืองขอนแก่น

3. รางวัลเหรียญทองแดง สาขาเครื่องจักกล CNC (เครื่องกลึง) ได้แก่ นายทรงภพ คำมูล  จากวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

4. รางวัลเหรียญทองแดง สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ นาย อดุลพล ราชทา จากวิทยาลัยอาชีวศึษาขอนแก่น

5. รางวัลชมเชย สาขาแฟชั่นเทคโนโลยี ได้แก่ นางสาวพรพิมล เครือเนตร  จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น

6. รางวัลชมเชย สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าอุตสาหกรรม ได้แก่ นายสุริยะ เช้าเครือ จากวิทยาลัยการอาชีพกระนวน


ผู้ที่ได้เหรียญทองและเหรียญเงินจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันระดับอาเซี่ยนที่กรุงฮานอย ประเทศเวียตนามในช่วงเดือน ตุลาคม 2557 ที่จะถึงนี้

อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น จัดงานพิธีบวงสรวงครบรอบ 100 ปีอำเภอพล 30 เมษายน 2557

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานพิธีบวงสรวงงานทำบุญครบ 100 ปี อำเภอพล  ในวันที่ 30 เมษายน 2557 และพิธีพุทธาภิเศกเหรียญที่ระลึก 100 ปีอำเภอพลจัดที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอ  สำหรับอำเภอพล เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กปรากฏชื่อตามประวัติศาสตร์อยู่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อปีพ.ศ. 2321 พระองค์ได้ทรงกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาจักรีและพระยาสุรสีห์ พร้อมแม่ทัพนายกอง ยกทัพไปปราบเจ้าบุญสาร ผู้ครองเวียงจันทน์ และขณะเดินทัพมาที่ตำบลเมืองพลพบเป็นสถานที่ทำเลที่ตั้งดีจึงมีการตั้งค่าย ทำประตู ทำคูเมือง หอรบและรวบรวมผู้คนมาฝึกการรบก่อนเดินทางไปรบประสบชัยชนะที่เมืองเวียงจันทน์และอัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมาไว้ที่กรุงธนบุรี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ทางกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งตำบลเมืองพลขึ้นเป็นอำเภอพล เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2457 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยมีขุนมัชการธนานุรักษ์ ( แสง กาสะฐิติ ) เป็นนายอำเภอคนแรก ปัจจุบันเมืองพลเป็นเมืองหน้าด่านบนถนนมิตรภาพก่อนเข้าตัวเมืองขอนแก่นเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ของจังหวัดขอนแก่นยกฐานะเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมืองเมืองพล มีคำขวัญของอำเภอว่า  เมืองพลโนนแท่นพระ สักการะพระเจ้าใหญ่ อ่างน้ำละเลิงหวาย ค้าขายกว้างไกล น้ำใจนักรบ ทำนบภูดิน เที่ยวถิ่นทุ่งพังพืด

ขอเชิญโหวตให้ น้องแก้ม ( น.ส.ฐิติพร เผ่าวงศา ) การประกวดเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL ชาวขอนแก่น

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่โครงการ TO BE NUMBER ONEในทูลกระหม่อนหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพเยาวชน ให้เป็นที่ยอมรับและมีคุณค่าต่อสังคมภายใต้กิจกรรม เยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE(TO BE NUMBER ONE IDOL) ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งจังหวัดขอนแก่น ได้คัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมประกวดระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๑๐คน ผลการประกวดเยาวชนจังหวัดขอนแก่น ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่การประกวดระดับประเทศ จำนวน ๑ คน คือ นางสาวฐิติพร เผ่าวงศา     

จังหวัดขอนแก่นจึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดขอนแก่นและประชาชนทั่วไปร่วมโหวตและให้กำลังใจ TO BE NUMBER ONEIDOLKHON KAEN โดยการโทรไปที่เบอร์ ๑๙๐๐-๑๙๐๐-๙๔ กด ๐๒๔ (ครั้งละ ๖ บาท) ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ก่อนเวลา ๑๙.๐๐ น. และรับชมการถ่ายทอดสดการประกวดออกอากาศทาง NBT ในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๑.๓๐ เป็นต้นไป.



สมพงษ์/ข่าว
ชนิตร์นันท์/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
(30 เมษายน 2557)

ศพส. จังหวัดขอนแก่นสุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารพบฉี่สีม่วง 1,078 จาก 10,933 คน

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด(ศพส.) จังหวัดขอนแก่น สุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ากองประจำการปี 57 พบฉี่สีม่วง(ผู้เสพยาเสพติด) 1,078 คน จากผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 10,933 คน เตรียมนำเข้าบำบัดรักษา

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ด้วยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น (ศพส.จ.ขก.) ได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอำเภอ (ศพส.อ) ทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดขอนแก่น ดำเนินการสุ่มตรวจปัสสาวะผู้เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2557 ในสถานที่ตรวจเลือกทหาร ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 1-11 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เพื่อค้นหาผู้เสพยาเสพติดและนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูในรูปแบบที่เหมาะสมหรือระบบสมัครใจบำบัดซึ่งผลการดำเนินการ ตามมาตรการดังกล่าวสามารถค้นพบผู้เสพยาเสพติด(ฉี่สีม่วง) จำนวนมากถึง 1,0 78 คนจากจำนวน ผู้เข้ารับการสุ่มตรวจทั้งหมด 10,933 คน คิดเป็นร้อย 9.86

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อำเภอที่ตรวจพบผู้เสพยาเสพติดมากที่สุด คือ อำเภอกระนวน จำนวน 113 คนจากผู้เข้ารับการตรวจปัสสาวะทั้งหมด 432 คน คิดเป็นร้อยละ 26.16 รองลงมาคือ อำเภอ มัญจาคีรี ตรวจพบผู้เสพยาเสพติดจำนวน 38 คนจากผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 147 คน คิดเป็นร้อยละ 25.85 อำเภอที่ตรวจไม่พบผู้เสพยาเสพติดเลยคือ อำเภอหนองนาคำ จากจำนวนผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด 128 คน ซึ่งศูนย์อำนวยการการพลังแผ่นดิน อำเภอทุกแห่งจะได้นำผู้เสพยาเสพติดที่ค้นพบจากการสุ่มตรวจปัสสาวะดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู ในระบบสมัครใจ โดยรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป และภายหลังผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูแล้ว จังหวัดจะได้มีการติดตาม ดูแล ช่วยเหลืออย่างครบวงจรโดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดได้มีอาชีพ มีรายได้ สำหรับดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข และไม่หวนกลับมาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว
พนิดา/นศ.ฝึกงาน/พิมพ์
วันที่ 30 เม.ย. 2557

ผู้ว่าโคราช ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพแก่ผู้ยากไร้ ตามโครงการ ผู้ว่าป๊ะชาวบ้านต๋อนเย็น

วันที่ 29 เม.ย. 57 เวลา 18.00 น. ที่บ้านละลม ม.1 ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดโครงการ ผู้ว่าป๊ะชาวบ้านต๋อนเย็น ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องได้พบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนและรับทราบข้อเสนอแนะจากประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กร และเครือข่ายองค์กรชุมชน รวมทั้งได้รับข้อมูลเพื่อการวางแผนแก้ไขปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาด้านคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อีกทั้งเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างภาคราชการ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม และเพื่อให้ประชาชนได้ทราบและเข้าใจนโยบายของรัฐบาล นโยบายของจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะนโยบายในการเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อจะได้พัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชนให้สอดรับกับนโยบายต่างๆและนำไปปฏิบัติเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไป สำหรับกิจกรรมภายในงานได้มีการเปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาในพื้นที่ ระหว่าง ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ผู้แทนองค์กรชุมชนและประชาชน การเปิดสอนอาชีพอิสระให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้นำไปเป็นแนวทางในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนที่ยากไร้และด้อยโอกาส พร้อมมอบเงินและถุงยังชีพ ให้กับประชาชนที่ยากไร้ อีกด้วย

พม.โคราชจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนงาน อพม.ปี 2557

วันนี้ (30 เม.ย. 57) ที่โรงแรมสบาย โฮเตล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการขับเคลื่อน อพม ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงาน อพม. ทุกระดับ และพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ผู้ปฏิบัติงาน อพม. รวมทั้งเพื่อให้ อพม มีความรู้ความเข้าใจ ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในพื้นที่ เสริมสร้างความเข็มแข็งของชุมชน พัฒนาศักยภาพแกนนำ อพม ให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสังคมในระดับท้องถิ่น ต่อไป โดย อพม. ทั้ง 32 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมาร่วมประชุมกว่า 200 คน

ด้านนางมาสสุรีย์ ศรีพรหมมา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มี อพม. จำนวน 4,131 คน ซึ่ง อพม.ถือว่าเป็นกลไกพื้นฐานในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมตามภารกิจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระดับพื้นที่ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพการขับเคลื่อนงาน อพม.ปี 2557 ครั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงาน อพม. ทุกระดับ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพเครือข่าย อพม.และผู้ปฏิบัติงาน อพม.

ในปี 2557 นี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ได้กำหนดการดำเนินงานของ อพม. ให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในด้านต่างๆ ได้แก่ การเร่งรัดจัดทำระบบฐานข้อมูล อพม.ให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน การจัดกลุ่มเครือข่ายคุณภาพเป็นระดับ A , B และ C เพื่อประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพ อพม.ในอนาคต มีการส่งเสริม อพม.ให้มีบทบาทหน้าที่ในการเป็นนักพัฒนาสังคมระดับพื้นที่มากขึ้น ปรับปรุงแก้ไขระเบียบให้เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานทุกระดับมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มโอกาสและช่องทางการเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของ อพม. อาทิ การจัดเชิดชูเกียรติแก่ อพม. ที่ปฏิบัติงาน อพม.อย่างจริงจังต่อเนื่อง และเคยได้รับคัดเลือกเป็น อพม.ดีเด่นระดับประเทศมาแล้ว ให้ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ มีการมอบโล่เชิดชูเกียรติให้ อพม. และยังมีการเปิดโอกาสให้จังหวัดพิจารณาเสนอรายชื่อ อพม. ผู้ทำคุณงามความดีต่อประเทศชาติ และเกิดประโยชน์ตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาเสนอขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีการปรับปรุงระบบการส่งเสริมงาน อพม. ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ อพม. ทุกระดับ มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพและการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมเพิ่มมากขึ้น และมีเป้าหมายให้ อพม. มีกลไกการดำเนินงานในทุกระดับที่ชัดเจน รวมทั้งสามารถยกระดับความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อสามารถจดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และองค์กรสวัสดิการชุมชน เพื่อเป็นช่องทางการเข้าถึงทรัพยากรและสามารถพึ่งตนเองได้ในระยะยาวต่อไป

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซ้อมแผนป้องกันอัคคีภัยลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการปฏิบัติงาน ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมให้บุลากรทุกคนสามารถช่วยเหลือตนเองได้หากเกิดเหตุการณ์จริง

(30-04-57 ที่ที่ห้องประชุม 901 อาคารบริหารธุรกิจสิรินธร คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รศ.ดร.ปพฤกษ์บารมี อุตสาหะวาณิชกิจ คณบดีคณะการบัญชีและการจัดการ เปิดการอบรมและฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตทุกระดับเข้าร่วมอบรมและฝึกซ้อมแผน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004 และให้บุคลากรของคณะทุกระดับมีความพร้อม มีความคล่องตัวและเข้าใจในขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดอัคคีภัย เป็นการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคลากร และให้บุคลากรทุกคนทุกระดับมีความเข้าใจและสามารถช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นได้ หากเกิดเหตุการณ์จริง โดยมีวิทยากรจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 มาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในด้านการป้องกันภัย การรายงานเหตุการณ์ การระงับเหตุ การค้นหา ช่วยเหลือ เคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุ การปฐมพยาบาล และการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น



ส.ปชส.มหาสารคาม / ข่าว

สถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดมหาสารคามพบมีนักค้ารายใหญ่ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์

ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม ระบุ จังหวัดมหาสารคามยังถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังกรุงเทพมหานครบนถนนสายหลัก ขณะเดียวกันนักค้ารายใหญ่ยังใช้วิธีติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนำยาเสพติดไปวางไว้ตามจุดนัดหมาย โดยมีที่พักยาที่สำคัญคือ อำเภอเมือง กันทรวิชัย บรบือ และโกสุมพิสัย

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า จากการรายงานสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ของตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พบว่า จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ตอนในของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสถานศึกษา นักเรียน นักศึกษาจำนวนมาก ไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติด ไม่มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในลักษณะเครือข่าย แต่เป็นพื้นที่ลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดอื่นไปสู่กรุงเทพมหานคร บนถนนสายหลัก โดยจะมีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในรถยนต์ ที่ปะปนมากับสินค้า อาหาร พร้อมมีรถนำทาง ซึ่งหากมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกสัด จะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสายรองเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

นอกจากนี้ในการซื้อขายยาเสพติดในพื้นที่ มักเป็นนักค้ารายใหญ่ที่ติดต่อซื้อขายทางโทรศัพท์ แล้วนายำเสพติดไปวางไว้ในจุดที่นัดหมาย เช่น ใกล้หลักกิโลเมตร แล้วคนสั่งซื้อจะไปรับยาตามจุดนัดหมาย ที่เป็นเส้นทางสายหลัก หรือสายรอง และพักไว้กับผู้ค้าจำนวนประมาณ 200-4,000 เม็ด โดยมีพื้นที่พักยาที่สำคัญคือ อำเภอเมืองมหาสารคาม กันทรวิชัย บรบือและอำเภอโกสุมพิสัย ขณะที่สถิติการจับกุมในห้วงเดือนเมษายน 2557 มีการจับกุม 210 คดี ผู้ต้องหา 211 คน โดยพื้นที่ที่พบการกระทำผิดมากที่สุด คือ อำเภอเมืองมหาสารคาม โกสุมพิสัย และอำเภอกันทรวิชัย




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

มหาสารคาม ยังพบผู้ป่วยไข้เลือดออก อัตราป่าย 6.34 ต่อแสนประชากร

ในรอบเดือนมกราคม-เมษายน 2557 จังหวัดมหาสารคาม พบผู้ป่วยไข้เลือดออกรวม 61 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 6.34 ต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 0-4 ปี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกที่จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 เมษายน 2557 มีรายงานว่าพบผู้ป่วยสะสมจำนวน 61 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 6.34 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุดในช่วง 0-4 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 5-9 ปี และ 15-.24 ปี พบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาชีพที่มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุดคือนักเรียน

นอกจากนี้ยังพบมีป่วยไข้เลือดออกในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม จำนวน 44 ราย ซึ่งมากกว่าในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีจำนวน 17 ราย โดยมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทั่วไป 43 ราย โรงพยาบาลชุมชน 16 ราย และสถานีอนามัย 2 ราย ส่วนอำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด คืออำเภอเมืองมหาสารคาม มีอัตราป่วยเท่ากับ 15.75 รองลงมาคืออำเภอแกดำ และอำเภอกันทรวิชัย



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว