วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

สืบหาบุคคลสูญหาย (เด็กหญิงมุนิล พลาชสุ)

นายเดชา พลาชสุ  อยู่บ้านเลขที่ 249 หมู่ 6 ตำบลกุรุคุ   อำเภอเมือง  จังหวัดนครพนม แจ้งว่า  เด็กหญิงมุนิล  พลาชสุ  อายุ 14 ปี บุตรสาว  ได้ออกจากบ้านพร้อมกับเด็กหญิงปรียารัตน์  พิหูสูตรเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 257  เวลา 15.00 น. ด้วยรถจักรยานยนต์  ฮอนด้า เวฟ 100 ทะเบียน คพบ.453  โดยขับรถเพื่อไปบ้านพักของเด็กหญิงปรียารัตน์  ที่บ้านเลขที่ 38/3 หมู่ 7 ต.ขามเฒ่า  อ.เมือง  จ.นครพนม  โดยเวลาประมาณ  22.00 น. ได้มีการติดต่อทางโทรศัพท์กับบิดาเพื่อถามเส้นทางกลับบ้านหลังจากนั้นไม่มีการติดต่อแต่อย่างใด  หากผู้ใดพบเห็น  หรือมีข้อมูล  แจ้งไปที่นายเดชา  พลาชสุ  บิดา โทรศัพท์ 08-3660-7567 หรือ นางสมชื่น พลาชสุ มารดา โทรศัพท์  08-5014-6235

โครงการจังหวัดเคลื่อนที่ อ.บ้านแพง

จังหวัดนครพนมนำส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ  ออกให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ โรงเรียนบ้านนาเข  ต.นาเข  อ.บ้านแพง

นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  นำส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  ออกให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล  โดยนายอำเภอได้กล่าวถึงสภาพปัญหาในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  โดยส่วนราชการ ได้ออกบูธ  จัดนิทรรศการให้ความรู้   บริการตัดผม  หน่วยงานต่างๆ มอบสิ่งของเพื่อประกอบอาชีพ  ได้แก่  สำนักงานประมงน้ำจืดจังหวัดนครพนม  มอบพันธุ์ปลา  จำนวน 50,000 ตัว  สำนักงานเกษตรจังหวัดมอบปัจจัยการผลิตการเกษตร  จำนวน 3 ราย  สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด  มอบคู่มือเลี้ยงสัตว์ให้โรงเรียนบ้านนาเข  และเวชภัณฑ์ให้อาสาปศุสัตว์อำเภอ  กองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี  โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม จำนวน 2 ทุนๆละ 1,200 บาท  สำนักงานศูนย์พัฒนาสังคม  หน่วยที่ 19 นครพนม  มอบทุนการศึกษา 20 ทุนๆละ 500 บาท  ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดนครพนม  มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง  จำนวน 20 รายๆ ละ 1,000 บาท  เงินสงเคราะห์ผู้พิการ  จำนวน 11 รายๆละ  2,000  บาท  สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม มอบถุงยังชีพ  จำนวน 50 ชุด  สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม  มอบถุงยังชีพ  60 ชุด

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

นายอดิศักดิ์  เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร  ที่โรงเรียนบ้านนาเข  ตำบลนาเข  อำเภอบ้านแพง  จังหวัดนครพนม  ซึ่งโครงการจัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหา  การผลิตการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว  และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร  ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ  หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  โดยมีกิจกรรมเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  การให้บริการครัวสายใยรักแห่งครอบครัว  และจัดนิทรรศการ

เชิญร่วมสืบสานประเพณีบุญมหาชาติ พระเวสสันดร วัดศรีบัวบาน บ้านนาราชควาย อ.เมือง

คณะสงฆ์วัดศรีบัวบาน  คณะกรรมการหมู่บ้าน  บ้านนาราชควาย  อ.เมืองนครพนม  จัดงานบุญมหาชาติพระเวสสันดร    เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ชนรุ่นหลังเห็นความสำคัญของประเพณี  "ฮีตสิบสอง  ครองสิบสี่”

โดยมีกำหนดวันเสาร์ที่  22 มีนาคม 2557  เวลา 04.00 น.พิธีอัญเชิญพระอุปคุต  เวลา 18.00 น. เจริญพระพุทธมนต์  เวลา 19.30 น. เจริญครบงันตามประเพณี

วันที่  23  มีนาคม  2557  เวลา 09.00 น. ถวายกองเถราภิเษก (หดสรง)

เวลา 13.00 น. ประกอบพิธีอัญเชิญพระเวสสันดรเข้าสู่เมือง

เวลา 20.00 น. เทศนามาลัยหมื่น  มาลัยแสน



วันที่ 245 มีนาคม 2557  เวลา  24.00 น. แห่ข้าวพันก้อน
เวลา  01.00 น. เทศสังกาช  และเทศน์หมาชาติพระเวสสันดร



จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญและสืบสานประเพณี

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนประชาชนระวังพายุฤดูร้อน

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนระวังพายุฤดูร้อน  ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว  และจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม  2557  ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ทำให้ในช่วงวันที่  21-23 มีนาคม 2557  บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น  โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง  ลมกระโชกแรง  และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงได้ 5-7 องศาเซลเซียส  ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน  โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครพนม  สกลนคร  เลย  หนองคาย  บึงกาฬ  อุดรธานี  หนองบัวลำภู  กาฬสินธุ์  มหาสารคาม  ขอนแก่น  และชัยภูมิ  ขอให้ประชาชนอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น  สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน  ป้ายโฆษณา  ต้นไม้ใหญ่  และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย  และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนประชาชนระวังพายุฤดูร้อน

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนระวังพายุฤดูร้อน  ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว  และจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม  2557  ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ทำให้ในช่วงวันที่  21-23 มีนาคม 2557  บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น  โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง  ลมกระโชกแรง  และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงได้ 5-7 องศาเซลเซียส  ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน  โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครพนม  สกลนคร  เลย  หนองคาย  บึงกาฬ  อุดรธานี  หนองบัวลำภู  กาฬสินธุ์  มหาสารคาม  ขอนแก่น  และชัยภูมิ  ขอให้ประชาชนอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น  สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน  ป้ายโฆษณา  ต้นไม้ใหญ่  และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย  และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนประชาชนระวังพายุฤดูร้อน

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนระวังพายุฤดูร้อน  ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว  และจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม  2557  ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ทำให้ในช่วงวันที่  21-23 มีนาคม 2557  บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น  โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง  ลมกระโชกแรง  และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงได้ 5-7 องศาเซลเซียส  ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน  โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครพนม  สกลนคร  เลย  หนองคาย  บึงกาฬ  อุดรธานี  หนองบัวลำภู  กาฬสินธุ์  มหาสารคาม  ขอนแก่น  และชัยภูมิ  ขอให้ประชาชนอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น  สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน  ป้ายโฆษณา  ต้นไม้ใหญ่  และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย  และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนประชาชนระวังพายุฤดูร้อน

ศูนย์อุตุนิยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตือนระวังพายุฤดูร้อน  ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว  และจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม  2557  ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน  ทำให้ในช่วงวันที่  21-23 มีนาคม 2557  บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น  โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง  ลมกระโชกแรง  และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลงได้ 5-7 องศาเซลเซียส  ซึ่งจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน  โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครพนม  สกลนคร  เลย  หนองคาย  บึงกาฬ  อุดรธานี  หนองบัวลำภู  กาฬสินธุ์  มหาสารคาม  ขอนแก่น  และชัยภูมิ  ขอให้ประชาชนอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น  สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน  ป้ายโฆษณา  ต้นไม้ใหญ่  และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย  และให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

จังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งเตือนพายุฤดูร้อน

นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดร้อยเอ็ดไดรับแจ้งจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ เรื่อง พายุฤดูร้อน ในวันที่ 14 – 16 มีนาคม 2557 อาจเกิดพายุฤดูร้อนหรือพายุฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ของภาคตะวันออเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อทราบ

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับอันตรายหรือได้รับความเดือดร้อน จึงแจ้งเตือนประชาขนและเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากพายุฤดูร้อน โดยการเตรียมป้องกันการป้องกันระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติในระยะ 2 – 3 วันนี้ ให้ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือกลางที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฟ้าคะนอง รวมทั้งการตัดแตงต้นไม้กิ่งไม้ ตลอดจนดูแลบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงแข็งแรง เฝ้าระวังและเตรียมรับสถานการณ์ และตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงหากพบว่าไม่ปลอดภัยหรือติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต พิจารณาแล้วเป็นอันตราให้แจ้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แก้ไขโดยด่วน ระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว หากเจ็บป่วยให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืชและสัตว์ หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวด้วยว่า หากได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อนดังกล่าว ขอให้แจ้งอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้นๆ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์หมายเลข 0-4351-2955,0-4351-3632,0-4351-5118 โทรสาร 0-4351-3097



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
21 มี.ค. 57

ร้อยเอ็ด เกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนราษฎรเสียหายพื้นที่ 6 อำเภอ 527 หลังคาเรือน

นายพิทยา กุดหอม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่าเมื่อวันพุธที่ 19 มีนาคม 2557 เวลาประมาณ 22.00 น.ได้เกิดวาตภัย ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎรได้รับความเสียหาย 6 อำเภอ 24 ตำบล 86 หมู่บ้าน 527 หลังคาเรือน ประกอบด้วย อำเภอธวัชบุรี 10 ตำบล 38 หมู่บ้าน 250 หลังคาเรือน อำเภอทุ่งเขาหลวง 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน 42 หลังคา อำเภอโพธิ์ชัย 4 ตำบล 26 หมู่บ้าน 203 หลังคาเรือน อำเภอโพนทอง 5 ตำบล 6 หมู่บ้าน 12 ครัวเรือน อำเภอเมืองสรวง 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน 3 ครัวเรือน อำเภอเสลภูมิ 1 ตำบล ๒2หมู่บ้าน 17 ครัวเรือน นอกจากบ้านเรือนของราษฎร แล้วยังมีทรัพย์สินอื่นที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ โคของนายไพรัตน์ ร่วมแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 13 ตำบลเมืองน้อย อำเภอธวัชบุรี ถูกยุ้งข้าวพังทับตาย 1 ตัว บาดเจ็บ 1 ตัว รถไถนาเดินตามของนายสมภาร วงศ์คำแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ 2 ตำบลเมืองน้อย อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ถูกต้นไม้ล้มทับได้รับความเสียหาย นายพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้ความช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2557 นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายอำเภอธวัชบุรี สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำวัสดุฯ ซ่อมแซมบ้านและข้าวสาร ไปมอบให้กับราษฎรผู้ประสบวาตภัย ณ วัดบ้านดอนชัย หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพอก อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งสำรวจความเสียหายและจะแจกจ่ายวัสดุฯ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว



ประเสริฐ อินทา/ข่าว

ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เร่งให้การช่วยเหลือราษฎรที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านพังเสียหาย เวทีคอนเสิร์ต เสก โลโซ พังต้องเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด

วันนี้ (21 มีนาคม 2557) เวลา 09.00 น.  ณ วัดบ้านดอนชัย ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ นายอำเภอธวัชบุรี นายพิทยา กุดหอม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด และคณะ ได้นำสังกะสี ตะปู ไม้ ปูนซีเมนต์ และถุงยังชีพ ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน บ้านมะเหลื่อม หมู่ 2 บ้านดอนชัยหมู่ 3 บ้านหนองพอก หมู่ 5 บ้านไก่ป่า หมู่ 6 บ้านป่าเป้า หมู่ 7 บ้านชัยอุดม หมู่ 8 ต.บลหนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด รวมกว่า 100 หลัง ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนพัดถล่ม อาคาร บ้านเรือน ยุ้งฉางพังเสียหาย โดยมีนายประสิทธิ์ จตุเทน นายก อบต.หนองพอก นำประชาชนรอรับการช่วยเหลือ ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจความเสียหายที่บ้านดอนแคน ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี ซึ่งได้รับความเสียหายจำนวนมากและมีหลังคาบ้านออกทั้งชุดจำนวนหลายหลัง

นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า เหตุพายุถล่มบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เกิดขึ้นประมาณ 21.00 น.วันที่ 19 มี.ค.2557 ที่ผ่านมาแล้วระรอกหนึ่งและคืนวันที่ 20 มี.ค. ต่อกันได้เกิดขึ้นซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ทำให้มีบ้านเรือนถูกพายุพัดถล่มเสียหายแล้ว 6 อำเภอ 24 ตำบล 86 หมู่บ้าน 527 หลังคาเรือน และที่หนักสุดอยู่ในพื้นที่ อ.ธวัชบุรี ขณะเดียวกันยังมีรายงานความเสียหายเพิ่มเติมเข้ามาเป็นระยะ และตนได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลเตรียม

การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เบื้องต้นได้จัดงบประมาณช่วยเหลือไปแล้ว 1.9 ล้านบาท
ขณะที่ การจัดคอนเสิร์ตการกุล"เสก โลโซ" และเดวิด อินทรี ที่จะจัดให้มีขึ้นใน 21 มีนาคม 2557 ณ สนามข้าง สำนักงานการไฟฟ้าฯ จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะเวที และอุปกรณ์เตรียมจัดคอนเสิร์ตซึ่งติดตั้งไว้ ถูกพายุพัดถล่มเสียหายหลายรายการ และผู้ที่ซื้อบัตรไปแล้วขอให้ติดต่อคืนบัตรและรับเงินคืนได้ที่สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด



ประเสริฐ อินทา/ข่าว

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ประกวดราคาจ้างเหมาทำความสะอาด

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ประกวดราคาจ้างเหมาทำความสะอาด จำนวน 1 งาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สนใจขอรับเอกสารประกวดราคาจ้างเหมาได้ที่กลุ่มงานพัสดุและบำรุงรักษา อาคารอำนวยการ ชั้น4 โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 24 มีนาคม 2557 หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 0 – 4461 – 5002 ต่อ 3410 , 3418 ในวันและเวลาราชการ หรือตรวจสอบข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th

พัฒนาชุมชนสุรินทร์ ติวเข้มชุมชนให้มีคุณภาพเพื่อ รับรองมาตรฐาน

พัฒนาชุมชนสุรินทร์ ติวเข้ม โครงการพัฒนาระบบมาตรฐานแผนชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนให้ชุมชนมีคุณภาพ

วานนี้ (20 มี.ค. 57) ที่โรงแรมทองธารินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นางสาวอรษา โพธิ์ทอง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดงานโครงการพัฒนาระบบมาตรฐานแผนชุมชน  เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนชุมฃนให้มีคุณภาพ เป้นไปตามระบบรับรองมาตรฐานแผนชุมชน และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีทักษะ ความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการจัดทำแผนชุมชนให้มีคุณภาพและเข้าสู่ระบบมาตรฐานแผนชุมชนได้   โดยมี ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบชุมชน จำนวน 180 คนเข้าร่วมในครั้งนี้

นางอรุณรัตน์  ชิงชนะ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสุรินทร์  กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจระบบรับรองมาตรฐานแผนชุมชนแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยการใช้กระบวนการแผนชุมชนเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ของคน ในชุมชน การแก้ไขปัญหาของชุมชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน แผนชุมชนได้รับการนำไปใช้ประโยชน์จากส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นแผนชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรบานแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างประสิทธิภาพ



อุทัย  มานาดี / รายงาน

กกต.สุรินทร์ ติวเข้ม ดีเจประชาธิปไตยชุมชน แก่นักจัดรายการวิทยุฯ

คณะกรรมการการเลือกตั้งการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุรินทร์ (กกต.สุรินทร์) ติวเข้ม ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อส่งเสริมการเลือกตั้งวุฒิสภา(ส.ว.)เป็นการทั่วไป พ.ศ.2557 แก่นักจัดรายการวิทยุชุมชน

วานนี้ (20 มี.ค. 57) ที่ห้องประชุม กกต.สุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายชูชาติ สุขสงวน รองผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้กับนักจัดรายการประชาธิปไตยชุมชน   ในการส่งเสริมการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก(ส.ว.)พ.ศ.2557 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 2557 เป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 118 บัญญัติว่า เมื่อวาระของสมาชิกสภาสิ้นสุดลง พระมหากษัติย์จะได้ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจาการเลือกตั้งใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่วาระของสมาชิดสิ้นสุดลง และวันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร โดยมี ดีเจประชาธิปไตย เข้าร่วมกว่า 20 คน

นายชูชาติ สุขสงวน รองผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การอบรมดีเจประชาธิปไตยชุมชนส่งเสริมการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก(ส.ว.)พ.ศ.2557  ในครั้งนี้ เพื่อชี้แจงบทอำนาจหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา พร้อมทั้งสรุปแนวทางในการตัดสินใจเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง การเตรียมตัวไปเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ การแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช่สิทธิ์เลือกตั้งได้  ผู้ที่มีเหตุทำให้ไปใช้สิทธิไม่ได้  ไม่ได้ไปเลือกตั้ง ส.ว. เสียสิทธิ์ อะไรบ้าง  ขั้นตอนการลงคะแนนเลือกตั้ง พร้อมทั้งได้ตอบข้อสงสัยของดีเจประชาธิปไตยชุมชน  อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม  รายชื่อผู้สมัคร ส.ว.สุรินทร์ จำนวน 7 คน ประกอบด้วย ผู้สมัครหมายเลข 1 นายประดุจ มั่นหมาย หมายเลข 2 นายสุชีพ แข่งขัน หมายเลข 3 รศ.ศิริพร สุเมธารัตน์ หมายเลข 4 นายนิรุทธิ์ เจริญพันธ์ หมายเลข 5 ร.อ.สมพร มาลีงาม หมายเลข 6 นายสุชีพ พฤฒิพันธ์พิศุทธ์ และผู้สมัครหมายเลข 7 นายเสกสรร วิสัยกล้า คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมากเกินร้อยละ 60



อุทัย  มานาดี / รายงาน

จ.สุรินทร์ ติวเข้ม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557

จังหวัดสุรินทร์ ติวเข้ม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 กำหนดโชนนิ่งในการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อพิจารณาถึงปัญหาถึงอุปสรรคการดำเนินการหาทางแก้ไขในช่วง 7 วันอันตราย

วานนี้ (20 มี.ค. 57) ที่ห้องประชุมสุรินทร์ภักดี ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ นายถาวร  กุลโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2557 ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2557 เพื่อกำหนดช่วงรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์  พร้อมพิจารณาถึงปัญหาถึงอุปสรรคการดำเนินการหาทางแก้ไขในช่วง 7 วันอันตราย และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดับจังหวัด อำเภอ ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการ   โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในครั้งนี้

สำหรับ กำหนดโซนนิ่งการเล่นน้ำสงกรานต์ ในเขตอำเภอเมืองไว้ 2 จุดได้แก่ ถนนศิริรัฐ หน้าโรงแรมทองธารินทร์ และอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง   พร้อมกันนี้ทางจังหวัดสุรินทร์ ได้กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานรับผิดชอบเป็นรายอำเภอ จำนวน 17 อำเภอ ในส่วนผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นกรรมการได้รับผิดชอบอำเภอสำโรงทาบ และประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ รับผิดชอบ อำเภอจอมพระ  อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดสุรินทร์ในปี2556 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุในช่วง 11-17 เมษายน 2556 เกิดอุบัติเหตุ31 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 32 คน เสียชีวิต 4 คน




อุทัย  มานาดี / รายงาน

ชาวบ้านรวมกลุ่มรับตีเหล็ก สืบทอดภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษมอบให้จากรุ่นสู่รุ่น

ชาวบ้านรวมกลุ่มรับตีเหล็ก สืบทอดภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษมอบให้จากรุ่นสู่รุ่น จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้ว่ามีคุณภาพและราคาไม่สูงเกินไป สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี

วันนี้ (20 มี.ค. 57) เรื่องราวของภูมิปัญญาการตีเหล็กของชาวบ้าน บ้านโพธิ์งาม หมู่ที่ 4 ต. เป็นสุข อ. จอมพระ จ. สุรินทร์ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ซึ่งเดิมทีชาวบ้านในหมู่บ้านโพธิ์งาม จะมีการเดินออกรับงานตีเหล็กตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อรับซ่อมแซมเครื่องใช้ต่างๆ เช่น มีดหมดคม จอบ เสียม และเครื่องมืออื่นๆ เพื่อให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม โดยใช้เวลาในการออกรับจ้างเป็นเดือนๆ และจะพักกินข้าวตามวัด และจะเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนถึงฤดูกาลทำนาจึงจะกลับบ้านกัน เพื่อทำนาทำไร่กันอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นการทำนาแล้วก็พากันออกรับจ้างกันต่อทำอย่างนี้กันเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2522 จึงได้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อรับตีเหล็กกันที่บ้านของตัวเองจนถึงปัจจุบัน และด้วยความชำนาญ มีฝีมือที่ประณีตจึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้ว่ามีคุณภาพและราคาไม่สูงเกินไป

สำหรับลักษณะที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตีเหล็กบ้านโพธิ์งาม คือเน้นความประณีตและคุณภาพ เหล็กที่นำมาใช้ตีเป็นผลิตภัณฑ์ต้องใช้แต่เหล็กแหนบเท่านั้น เนื่องจากมีความแข็งแกร่งและทนทาน และจะมีวิธีการตีโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดจากพรรพบุรุษจึงทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแต่ราคาถูกกว่าท้องตลาด

นายเภา จินดาศรี ประธานกลุ่มตีเหล็กบ้านโพธิ์งาม กล่าวว่า ทุกๆปีหลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนา ชาวบ้านโพธิ์งาม จะมารวมกลุ่มเพื่อตีเหล็ก จนถึงฤดูกาลทำนาครั้งต่อไปมาถึง ก็จะพากันกลับไปทำนาต่อ โดยไม่ต้องไปหารับจ้างยังต่างจังหวัด ซึ่งผลิตภัณฑ์ตีเหล็กของที่นี่จะมีลูกค้ามารับถึงที่ จะมีออร์เดอร์มาสั่งในแต่ละเจ้า ประมาณ 20-40เล่ม จนช่วงนี้ทำไม่ทัน ส่วนสินค้าที่สั่งก็มีพวก มีด ตะแวว จอบ เสียม ขวาน มีดตอก ตะขอช้าง และพวกผลิตภัณฑ์ตามสั่งต่างๆ

กลุ่มตีเหล็กบ้านโพธิ์งาม นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้รับการสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น และเป็นฝีมือแรงงาน คือคนในชุมน จึงทำให้มีความผูกพันเหมือนเป็นญาติพี่น้อง มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำในสิ่งที่บรรพบุรุษให้มา สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือรายได้ ที่จะมาจุนเจือเลี้ยงกับครอบครัว และที่สำคัญไม่ต้องไปหางานทำในต่างจังหวัด ทำให้ได้อยู่กับครอบครัวสร้างความเข้มแข็งและครอบครัวอบอุ่น อีกทั้งได้ร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาการตีเหล็กให้คงอยู่ในชุมชนสืบต่อไป




อุทัย  มานาดี / รายงาน

หนุนเกษตรกรผลิตไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหม”ตรานกยูงพระราชทาน” หลังตลาดต้องการปีละ 30 ตัน

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  จับมือกรมหม่อนไหม ติวเข้ม เกษตรกร 4 จังหวัด พัฒนาส่งเสริมเรียนรู้การผลิตไหม คุณภาพจากต้นหม่อนไหมพันธุ์พื้นบ้าน เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าไหม”ตรานกยูงพระราชทาน”หลังต้องการเส้นไหมคุณภาพปีละ 30 ตัน

วันนี้ (21 มี.ค. 57) ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพอีสานใต้ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม  เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดขึ้นโดย กรมหม่อนไหม ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก เพื่ออมรมในกิจกรรม การส่งเสริมการผลิตผ้าไหม  ตรานกยูงพระราชทาน  ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ การส่งเสริมการผลิตเส้นไหม พันธุ์ไทยพื้นบ้าน การส่งเสริมการฟอกย้อมสี เส้นไหม ด้วยสีธรรมชาติ และการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมลายโบราณ และลายประยุกต์ ซึ่งเป็นการฝึกอบรมเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ภายใต้ความรับผิดชอบของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี ในเขตความรับผิดชอบของสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 4 นครราชสีมา  โดยมีเกษตรกรที่เข้าฝึกอบรม 3 กิจกรรม รวมทั้งหมด 90 คน จาก 4 จังหวัด  โดยหลักสูตรการอบรมมี 10 วันตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.-30 มี.ค.2557 นี้ โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหมเป็นวิทยากร   จากนั้น อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้เป็นประธานมอบวัสดุอุปกรณ์ให้แก่ตัวแทนสมาชิกเกษตรกร จำนวน 12 คน อีกด้วย

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม  กล่าวว่า  กรมหม่อนไหม เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบรับผิดชอบเรื่องหม่อนไหม ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งไหมไทย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง มายาวนาน เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค ทั่วโลก  ไหมไทยมีความเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว  โดยเฉพาะ ไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน  ที่มีผลผลิตรังไหมสีเหลือง  เกษตรกรทำการสาวไหมเองได้ง่าย เส้นไหมที่ผลิตได้  มีสีเหลือง คุณลักษณะเส้นไหม จะมีความอ่อนนุ่ม และเลื่อมมัน เป็นที่ต้องการของตลาดมาก  ซึ่งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  ได้สนับสนุนให้สมาชิกเลี้ยงไหม ไทยพื้นม้านมานานกว่า 30 ปี และได้เผยแพร่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ไทย ไปทั่วโลก  ซึ่งมีความต้องการใช้เส้นไหม พันธุ์ไทยพื้นบ้านปีละประมาณ 30 ตัน แต่ปัจจุบันยังประสบปัญหาในด้านชนิดและคุณภาพของเส้นไหม  ผ้าไหม รวมไปถึงสีสันและลวดลายผ้าไหม มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  เป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างกรมหม่อนไหม ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงได้จัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อต่อยอดโครงการให้ได้ผ้าไหมที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่อไป

ททท.สุรินทร์ จัดโครงการ “เที่ยว 2 ช่อง ท่องอารยธรรม” ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยว AEC

นายชูเกียรติ โพธิโต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุรินทร์ แจ้งมายังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษว่า สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุรินทร์ จัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมการทองเที่ยว ประจำปี 2557 โครงการ "เที่ยว 2 ช่อง ทองอารยธรรม” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอีสานใต้ให้เพิ่มมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภูมิภาคและตลาด AEC โดยกำหนดกิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับสื่อมวลชน Media Edueational Trip (MET) และด้านเสนอขาย จัดทัศนศึกษาให้กับผู้ประกอบการนำเที่ยว Agent Edueational Trip (AET) เส้นทางจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคม 2557 เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก ในการนำไปประชาสัมพันธ์ และเสนอขายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจต่อไป



สมกมล ข่าว/พิมพ์
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
21 มี.ค. 57

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี นำสื่อมวลชน สัมมนาและศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี นำสื่อมวลชน สัมมนาและศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

นายเฉลิมชัย จันทรเสนา ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วันนี้ (21 มี.ค.57 ) สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดอุบลราชธานี นำเครือข่ายวิทยุชุมชน อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน จำนวน 30 คน เข้าร่วมกิจกรรมประชุมสัมมนาและศึกษาดูงาน โครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการประชาสัมพันธ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ป่าดงนาทาม จังหวัดอุบลราชธานี ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็นการเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจให้เป็นที่แพร่หลาย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเห็นคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ นำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

ผู้เข้าร่วมโครงการ ครั้งนี้ ได้รับฟังการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการสหกรณ์ โครงการตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาดูงานฐานความรู้เศรษฐกิจพอเพียง เช่น การทำน้ำส้มควันไม้ การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ การเพาะเห็ด การทำน้ำยาเอนกประสงค์ การทำอิฐบล็อกดินประสาน การเลี้ยงไก่ด้วยการเพาะปลวก การทำอาหารปลา การเพาะถั่วงอก การทำฮอร์โมนผลไม้ และการทำสารไล่แมลง



กรกช ภูมี / สวท.อุบลฯ
รายงาน / 21 มี.ค. 57

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เตือนประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน

นายเรวัต โตกพุดซา นักอุตุนิยมวิทยา จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง อุบลราชธานี เปิดเผยว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2557 ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลงได้ 5-7 องศาเซลเซียส

ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ อุดรธานี หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส




กรกช ภูมี / สวท.อุบลฯ
รายงาน / 21 มี.ค. 57

จังหวัดบุรีรัมย์ประชุมพิจารณาเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมนำหน่วยงานด้านเกษตรและผู้สื่อข่าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ประสบภัยแล้ง

 ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หารือพิจารณาให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอัคคีภัย ภัยหนาวเสียชีวิต และวาตภัย ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ โดยใช้จ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด (วงเงิน ๒๐ ล้านบาท) โดยให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้พิจารณาดำเนินการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ.๒๕๕๖ ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ไม่สามารถประชุมคณะกรรมการได้ แล้วแต่กรณี ได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการดังกล่าว

โดยที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการประกาศเขตการใช้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง รวม ๑๕ อำเภอ ๑๒๔ ตำบล ๑,๖๒๗ หมู่บ้าน ๒๐๒,๒๕๗ ครัวเรือน จำนวน ๗๔๑,๙๘๖ คน ในส่วนของอำเภอต่าง ๆ ได้ส่งแผนงาน/โครงการ ขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง รวม ๘ อำเภอ จำนวน ๗ โครงการ และได้ขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง จำนวน ๑๑,๕๖๕,๐๐๐ บาท

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้สื่อข่าวขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่พร้อมแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งต่อไป 

จัดงานครบรอบ 3 ปี การตั้งจังหวัดบึงกาฬอย่างยิ่งใหญ่

นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มีนาคม 2557 เป็นวันคล้ายวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ ครบรอบ 3 ปี ทุกภาคส่วนในจังหวัดบึงกาฬ จึงได้กำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2557 ณ บริเวณโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ ถนนเลียบริมแม่น้ำโขง เพื่อระลึกถึงความสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเสนอความต้องการ เพื่อจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา และร่วมเฉลิมฉลองเป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ ในการพัฒนาจังหวัด ตลอดจนเป็นการส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า เพื่อให้การจัดงานมีความสำคัญและยิ่งใหญ่ จังหวัดจึงกำหนดให้มีกิจกรรมประกอบด้วย ในวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2557 ซึ่งเป็นวันแรกของการจัดงาน มีการจัดมหกรรมกีฬาการแข่งขันชกมวย 2 ฝั่งโขง ซึ่งจะมีคู่มวยประกอบด้วย มวยชิงแชมป์โลก WBC จำนวน 5 คู่ คู่สำคัญคือ การชกชิงแชมป์รุ่นเวลเตอร์เวท ระหว่าง ถิรชัย กระทิงแดงยิม กับ เบ็คโชค นาบเยฟ นักมวยชาวคาชัคสถาน การแข่งขันมวยไทย – ลาว จำนวน 6 คู่ และ มวยในจังหวัดบึงกาฬ 1 คู่ ในการนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ในช่วงของการแข่งขันมวยตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 18.00 น. ตอนเย็นเวลาประมาณ 19.00 น. จะมีพิธีเปิดงานวันสถาปนาจังหวัดบึงกาฬประจำปี 2557 ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้เชิญ ผู้บริหารจาก ประเทศ สปป.ลาว พร้อมทั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม มาร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปอันมีชื่อเสียงของจังหวัดบึงกาฬ และของประเทศ สปป.ลาว รวมทั้งประเทศเวียดนาม ตลอดทั้งงานมีการแสดงบนเวทีกลางตลอดการจัดงานทั้ง 7 วัน ในวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2557 จะมีกิจกรรมสำคัญสองอย่างคือ พิธีวางศิลาฤกษ์พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชการที่ 5 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดบึงกาฬ ตำบลท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ และกิจกรรมพิธีพุทธาภิเษกเหรียญสถาปนาเมืองบึงกาฬ โดยหลวงปู่ทองพูล สิริกาโม เจ้าอาวาสวัดสามัคคีอุปถัมภ์ หรือ วัดภูกระแต ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์สายวิปัสสนาชื่อดังแห่งจังหวัดบึงกาฬ เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายเหรียญสถาปนาเมืองไปก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างหลายล้านบาท จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนประชาชนชาวบึงกาฬ และ ผู้สนใจทั่วไป ร่วมงานสถาปนาจังหวัดบึงกาฬครบรอบ 3 ปี ระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2557 ณ โรงเรียนบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ โดยพร้อมเพียงกัน

เรือนจำจังหวัดมุกดาหารยกระดับค่าจ้างแรงงานผู้ต้องขัง

นายทำนุ ประกิจสุวรรณ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ได้กำหนดตัวชี้วัดความ คำรับรองการปฏิบัติราชการโดยมุ่งหวังให้ผู้ต้องขังที่ได้รับการฝึกวิชาชีพเมื่อพ้นโทษแล้ว สามารถนำความรู้ที่ได้จากการฝึกวิชาชีพหรือวิชาชีพในหลักสูตรต่างๆ จากเรือนจำ/ทัณฑ์สถาน การยกระดับค่าจ้างแรงงานที่ผู้ต้องขังได้รับจากการทำงาน ให้อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า ๒๐๐ บาทต่อวันโดยให้เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร ประชาสัมพันธ์ แก่ผู้ว่าจ้างที่มีความประสงค์จะจ้างแรงงานผู้ต้องขัง ในด้านการเย็บผ้า งานดอกไม้ประดิษฐ์ งานสกรีน งานเขียนป้ายผ้า งานช่างสี งานช่างไม้ หากมีผู้ว่าจ้างสนใจ ติดต่อเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร เพื่อกำหนดเงื่อนไข ข้อตกลงการรับจ้างต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร โทร/โทรสาร ๐-๔๒๖๖-๐๕๔๔



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.มุกดาหาร ออกให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

วันนี้ (๒๑ มี.ค. ๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น.  นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว ของจังหวัดมุกดาหาร ออกไปให้บริการประชาชนด้านสุขภาพอนามัยในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ โรงเรียนบ้านสานแว้ หมู่๔ ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ไม่ต้องเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัด และเพื่อถวายเป็นราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยบริการดังกล่าว มีการให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โรคทางช่องปากและบริการทันตกรรม ตลอดจนการให้ความรู้ในการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชน รวมถึงการมอบยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุที่มาในวันนี้ และในการออกหน่วยครั้งนี้สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารได้มอบแว่นสายตาและเสื้อกันหนาวแก่ผู้สูงอายุ ตามโครงการดวงตาสดใสด้วยแว่นสายตาของเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร โดยมีประชาชน บ้านแฝก และ หมู่บ้านใกล้เคียงมารับบริการของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งนี้เป็นจำนวนมาก



ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

ลม ฟ้า อากาศ : วันที่ 21 มีนาคม 2557

สภาวะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 23 มีนาคม 2557 ประกอบกับในระยะนี้จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่าเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ    ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน   และมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น  โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง  และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่

ลม ฟ้า อากาศ : บริเวณ จ.มุกดาหาร - พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันนี้ ถึงเวลา  12.00 น.วันพรุ่งนี้ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ประมาณ 30% ของพื้นที่ และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติในระยะนี้ไว้ด้วย ช่วงเช้าอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 22-24 องศาเซลเซียส ช่วงบ่ายท้องฟ้ามีเมฆเป็นส่วนมาก อากาศร้อน อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 34-37 องศาเซลเซียส ทัศนวิสัย 5-8 กม. ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.คาดว่า อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้ 35.0°C คาดว่า อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้ 23.0°C ลม ฟ้า อากาศ : การคาดหมายในช่วงวันที่ 21-24 มี.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกจะเคลื่อนจากประเทศพม่าเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ และอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส  ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อเกษตร  ผลกระทบต่อการเกษตร  ในช่วงวันที่ วันที่ 21-24 มี.ค.จะมีฝนฟ้าคะนอง เกษตรกรไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่โล่งขณะฝนฟ้าคะนอง และควรหลีกเลี่ยงการตากผลผลิตทางการเกษตรไว้กลางแจ้งในช่วงดังกล่าว เพราะอาจเปียกชื้นเสียหายได้ ระยะนี้ แม้จะมีฝนตก แต่ปริมาณไม่มาก เกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชรุ่นใหม่ควรรอให้มีฝนตกสม่ำเสมอ แล้วค่อยลงมือปลูก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำของพืชในระยะเจริญเติบโต เนื่องจากปริมาณน้ำระเหยมีมาก เกษตรกรควรคลุมดินบริเวณแปลงปลูกพืชด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่นใบไม้ ฟางข้าว และหญ้าแห้ง เพื่อลดการระเหยของน้ำบริเวณผิวหน้าดิน รักษาความชื้นภายในดิน ลม ฟ้า อากาศ : สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดมุกดาหาร เช้าวันนี่ - ความชื้นสัมพัทธ์ 69 % ลม 030/9.3 กม.ชม.

เมฆ  เมฆบางส่วน ทัศนวิสัย 10.0 กม. ความกดอากาศ 1010.6 hPa พระอาทิตย์ขึ้นเช้าพรุ่งนี้ 06:03 น.พระอาทิตย์ตกเย็นวันนี้ 18:13 น. อุณหภูมิสูงสุดบ่ายวานนี้ 37.5°C อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ 25.2°C ปริมาณฝนรวมทั้งจังหวัดตั้งแต่ต้น ปี-ปัจจุบัน 149.1 มิลลิเมตร ฝนเฉลี่ย 18.6 มิลลิเมตร



ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร รับสมัครคัดเลือกและจัดส่งคนไทยไปฝึกงานเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น

นางสาวจรัสศรี อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานจะดำเนินการรับสมัครและคัดเลือกคนไทยไปฝึกงานเทคนิคประเทศญี่ปุ่นโดยผ่านองค์กร IM ปี ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๒ คุณสมบัติของผู้ฝึกงาน ผู้ที่ต้องการฝึกงานเทคนิคระยะเวลา ๑ ปี หรือ ๓ ปี เพศชายอายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์ แต่ไม่เกิน ๓๐ ปี บริบูณณ์ ณวันที่รับสมัคร สำเร็จการศึกษาระดับ ม.๖ ปวช. ปวส. ไม่จำกัดสาขา ความสูงไม่ต่ำกว่า ๑๖๐ ซ.ม.พ้นภาระทางการทหารแล้ว ไม่มีรอยสัก มีความประพฤติที่ไม่เสียหาย สายตาปกติ (ไม่สวมแว่น) และตาไม่บอดสี

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ณ ฝ่ายจัดส่งไปทำงานประเทศญี่ปุ่น (IM) สำนักงานบริหารแรงงานไทย ไปต่างประเทศ อาคารสำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ ๓ ชั้น ๑๐ ภายในกระทรวงแรงงาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด ในวันและเวลาราชการ ระหว่างวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗- ๔ เมษายน ๒๕๕๗ ทั้งนี้ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น ผู้สมัครต้องเลือกศูนย์สอบในการสมัครสอบได้เพียงหนึ่งศูนย์ ประกอบด้วย ศูนย์สอบที่ ๑ กรุงเทพมหานคร ศูนย์สอบที่ ๒ จังหวัดขอนแก่น และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร (หลังใหม่) โทร.๐-๔๒๖๑-๓๐๓๗-๘



ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

อธิบดีกรมการบินพลเรือนลงพื้นที่ยโสธรเตรียมพัฒนาสนามบินรองรับอาเชียน

อธิบดีกรมการบินพลเรือน ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร สำรวจความพร้อมเตรียมพัฒนาสนามบินเลิงนกทา เป็นสนามบินพาณิชย์ รองรับ เออีซี (AEC) นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรพร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน พร้อมคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาสำรวจความพร้อมของสนามบินเลิงนกทาจังหวัดยโสธร เพื่อเตรียมพร้อมในพัฒนารองรับการคมนาคมทางอากาศ ในการเข้าสู่อาเชียนที่จะถึงนี้ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า สนามบินเลิงนกทา มีความพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ รองรับ เออีซี (AEC) ได้ รันเวย์ เป็นคอนเกรีตเสริมเหล็กแข็งแรงทนทาน โดยในเดือนหน้า จะออกใบอนุญาตให้เครื่องบินส่วนตัวของเอกชนลงจอดได้ จากนั้นก็จะนำงบประมาณ จำนวน 5 ล้านบาท มาดำเนินการตามขบวนการพัฒนา ทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ สนามบินเลิงนกทาจังหวัดยโสธรเป็นสนามบินที่ทางรัฐบาลประเทศอังกฤษจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2506 ใช้ในภารกิจของทหาร มีพื้นที่กว่า 5 พันไร่ ปัจจุบันอยู่ในการดุแลของทหารไทย และไม่มีเครื่องบินลงจอดแต่อย่างใด

จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดวาตภัย 2 วันเสียหาย กว่า 500 หลังคาเรือน

เมื่อเวลา 09.30 น. (วันที่ 21 มีนาคม 2557 ) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด นายอำเภอธวัชบุรี ผู้นำองกรปกครองส่วนท้องถิ่น มอบถุงยังชีพ และอุปกรณ์การก่อสร้างให้แก่ผู้ประประสบวาตภัย ของอำเภอธวัชบุรี ที่วัดบ้านดอนแคน ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น จากที่เกิดพายุฤดูร้อน ในคืนวันที่ 20 และ21 มีนาคม 2557 ทำให้บ้านเรือนราษฎรถูกพายุฤดูร้อนพัดพังเสียหาย มีอำเภอธวัชบุรี 10 ตำบล 35 หมู่บ้าน 250 ครัวเรือน ทุ่งเขาหลวง 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน 42 ครัวเรือน โพธิ์ชัย 4 ตำบล 26 หมู่บ้าน 203 ครัวเรือน เมืองสรวง 1 ตำบล 3 หมู่บ้าน 3 ครัวเรือน โพนทอง 5 ตำบล 6 หมู่บ้าน 12 ครัวเรือน รวม 5 อำเภอ 23 ตำบล 84 หมู่บ้าน 510 ครัวเรือน นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เตือนชาวร้อยเอ็ดทั้ง 20 อำเภอ ให้ระวังภัยในช่วงที่พายุฤดูร้อนเข้ามาในพื้นที่ และเมื่อมีเหตุเกิดเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกตรองส่วนท้องถิ่น ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด รีบสำรวจความเสียหาย แล้วแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ส่วนการช่วยเหลือเบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถตั้งงบประมาณช่วยเหลือได้ ทันที



บุญมี/ข่าว/ภาพ
กมลพร คำนึง บก ข่าว
สปชส ร้อยเอ็ด 

จังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งเตือนพายุฤดูร้อน

นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ด้วยจังหวัดร้อยเอ็ดไดรับแจ้งจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติ เรื่อง พายุฤดูร้อน ในวันที่ 14 – 16 มีนาคม 2557 อาจเกิดพายุฤดูร้อนหรือพายุฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ของภาคตะวันออเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อทราบ

นายเลอเกียรติ แก้วศรีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับอันตรายหรือได้รับความเดือดร้อน จึงแจ้งเตือนประชาขนและเกษตรกรให้เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอันเกิดจากพายุฤดูร้อน โดยการเตรียมป้องกันการป้องกันระมัดระวังอันตรายอันเกิดจากภัยธรรมชาติในระยะ 2 – 3 วันนี้ ให้ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือกลางที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฟ้าคะนอง รวมทั้งการตัดแตงต้นไม้กิ่งไม้ ตลอดจนดูแลบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างให้มั่นคงแข็งแรง เฝ้าระวังและเตรียมรับสถานการณ์ และตรวจสอบป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงหากพบว่าไม่ปลอดภัยหรือติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต พิจารณาแล้วเป็นอันตราให้แจ้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แก้ไขโดยด่วน ระมัดระวังดูแลรักษาสุขภาพของคนในครอบครัว หากเจ็บป่วยให้รีบพบแพทย์หรือรักษาพยาบาลตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชการเกษตรการเกษตรให้ระมัดระวังโรคระบาดพืชและสัตว์ หากพบเห็นหรือสงสัยว่าจะเกิดโรคระบาด ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอทันที

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ยังกล่าวฝากให้ผู้หากได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อนดังกล่าว ขอให้แจ้งอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่นั้นๆ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์หมายเลข 0-4351-2955,0-4351-3632,0-4351-5118 โทรสาร 0-4351-3097



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 21 มี.ค.57

กกต.จังหวัดอำนาจเจริญประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดโฆษณาหาเสียงให้ผู้สมัคร สว.

วันนี้ ( 21 มี.ค. 57 ) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญ นายสมบูรณ์  โหมดม่วง ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดให้มีการโฆษณาหาเสียงทางสถานีวิทยุท้องถิ่นให้กับผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอำนาจเจริญ

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องกำหนดวิธีการสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกไปเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหรือ สว. รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของ สว.

ในการประชุมของคณะอนุกรรมการดังกล่าวนี้ ได้ร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ และข้อมูลของผู้สมัครตลอดจนบทบาทในการทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา โดยจะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงในท้องถิ่น การจัดรถแห่ประชาสัมพันธ์ทั้ง 7 อำเภอ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สว. ในวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 ทั้งนี้จังหวัดอำนาจเจริญมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวนทั้งหมด 4 คน คือ

1.นางญานีนาถ   เข็มนาค ผู้สมัครหมายเลข 1

2.นายชาญนรงค์  คณาเสน  ผู้สมัครหมายเลข 2

3.นายคชาเทพ  ดอกไม้  ผู้สมัครหมายเลข 3 และ

4.นายธนกร  อิงคนินันท์  ผู้สมัครหมายเลข 4




สุรพล บุตรวงศ์ ปชส.อจ./ข่าว
ประกาศิต  สุวะทอง/ภาพ

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี จัดการประชุมจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการบูรณาการนิคมโรคเรื้อนอำนาจเจริญสู่ชุมชนทั่วไป

วันนี้ ( 21 มี.ค.57 ) เวลา 09.30 น. ที่ โรงแรมฝ้ายขิดอำนาจ นายอภิชาติ  งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประชุมจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง (MOU) ภายใต้โครงการบูรณาการนิคมโรคเรื้อนอำนาจเจริญสู่ชุมชนทั่วไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่าน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดทำประชาคมกับผู้ได้รับผลกระทบจากโรคเรื้อนและสมาชิกที่อาศัยอยู่ในนิคมอำนาจเจริญภายใต้โครงการบูรณาการนิคมโรคเรื้อนอำนาจเจริญสู่ชุมชนทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะพัฒนายกระดับความเป็นอยู่ของผู้ป่วยและสมาชิกในนิคมอำนาจเจริญให้ดีขึ้น สามารถเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขที่มีอยู่ในพื้นที่ ขจัดความไม่เท่าเทียม ส่งผลให้ชุมชนรอบข้างมีทัศนคติที่ดีต่อสมาชิกที่อาศัยอยู่ในนิคมฯ การประชาคมเริ่มขึ้นเวลา 09.00 น. โดยมีท่านอภิชาติ  งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นประธาน การประชุมในวันนั้นได้เรียนเชิญหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องตลอดจนสมาชิกนิคมอำนาจเจริญมาให้ข้อมูลและร่วมรับฟังข้อมูลที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจลงประชามติว่านิคมโรคเรื้อนอำนาจเจริญจะก้าวเดินไปสู้ชุมชนปกติทั่วไป หรือจะคงสภาพเป็นสถานสงเคราะห์ภายใต้การดูแลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขต่อไป      ผลการลงประชามติมีผู้เห็นด้วย 128 คน จากผู้เข้าร่วมประชาคม 239 คน คิดเป็นร้อยละ 53.65 ไม่เห็นด้วย 51 คน ไม่มาร่วมประชาคม 144 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 383 คน ดังนั้น นิคมอำนาจเจริญจึงจะก้าวเดินไปสู่ชุมชนปรกติทั่วไป

นางมนัสนันท์ ลิมปวิทยากุล รองผู้อำนวยการสำนักควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี กล่าวว่า ภายหลังจากการประชาคมแล้วเสร็จที่ประชุมประชาคมจึงได้นัดวันจัดทำร่าง (MOU) ในวันที่ 21 มีนาคม 2557 คือวันนี้ และได้เสนอชื่อตัวแทนผู้ป่วยและสมาชิก เพื่อจัดทำร่าง MOU จำนวน 17 คน ร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมี นายอภิชาติ  งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญเป็นผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี ผู้แทนจากราชประชาสมาสัย กรมควบคุมโรค สาธารสุขจังหวัดอำนาจเจริญ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอำนาจเจริญ องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหนามแท่ง และผู้ปกครองนิคมอำนาจเจริญ เพื่อจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน ให้เป็นที่พอใจกันทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะมีพิธีลงนามกันต่อไป



กฤษดา เนตรพันธ์ / ข่าว / ภาพ
สุรพล  บุตรวงศ์ / บก.ข่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้ทุกภาคส่วนร่วมปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง

วันนี้ ( 21 มี.ค. 57) ที่หน่วยป้องกันรักษาป่า อบ.16 (ดงขุมคำ) ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน วันป่าไม้โลก ประจำปี 2557 สืบเนื่องจากการประชุมของสมาพันธ์การเกษตรแห่งยุโรป ครั้งที่ 23รัฐบาลภาคีสมาชิกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ มีมติให้วันที่21 มีนาคมของทุกปี เป็น"วันป่าไม้โลก" เพื่อสร้างจิตสำนึกให้สาธารณชน ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากร รวมทั้งการตัดไม้ทำลายป่า โดนเฉพาะยิ่ง ไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้มงคลที่หายาก และมีราคาสูง จึงทำให้ถูกลักลอบตัดโค่นทำลายเป็นจำนวนมาก เฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่ปี 2551 -2557 มีจำนวนคดีทั้งสิ้น 930 คดี จับผู้กระทำผิดได้จำนวนมากถึง 395 คน รมต.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สนองพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง โดยมีการบูรณาการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตย์และพันธุ์พืช ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันปฎิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงในจังหวัดอุบลราชธานีให้ลดลงหรือหมดไป โดยในงานมีพิธีปฎิญาณตน และดื่มน้ำสาบานของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กว่า100นาย พิธีบว ชต้นไม้พะยูง และปลูกต้นไม้พะยูง ตลอดจนการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ วันป่าไม้โลก 

คณะหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ออกตรวจรักษาผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาในพื้นที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ 21 มีนาคม 2557 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยนางมัณฑะนา สุทธิวรชัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี และคณะหน่วยแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทย ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นหน่วยงานของแพทย์สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้ออกปฎิบัติงานหน่วยงานแพทย์จักษุศัลยกรรมสภากาชาดไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่มีปัญหาทางด้านสายตา ในระหว่างวันที่ 19-28 มีนาคม 2557 ที่ โรงพยาบาลเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้ทำการตรวจรักษาผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา ต้อกะจก ต้อหิน โรคของเปลือกตา และท่อน้ำอุดตัน ให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเขมราฐ และประชาชน จาก เมืองสองคอน แขวงสวรรณเขต สปป.ลาว จำนวน 1,200 ราย

อธิบดีกรมการบินพลเรือนลงพื้นที่ยโสธรเตรียมพัฒนาสนามบินรองรับอาเชียน

อธิบดีกรมการบินพลเรือน ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร สำรวจความพร้อมเตรียมพัฒนาสนามบินเลิงนกทา เป็นสนามบินพาณิชย์ รองรับ เออีซี (AEC) นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรพร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน พร้อมคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาสำรวจความพร้อมของสนามบินเลิงนกทาจังหวัดยโสธร เพื่อเตรียมพร้อมในพัฒนารองรับการคมนาคมทางอากาศ ในการเข้าสู่อาเชียนที่จะถึงนี้ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายวรเดช หาญประเสริฐอธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า สนามบินเลิงนกทา มีความพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ รองรับ เออีซี (AEC) ได้ รันเวย์ เป็นคอนเกรีตเสริมเหล็กแข็งแรงทนทาน โดยในเดือนหน้า จะออกใบอนุญาตให้เครื่องบินส่วนตัวของเอกชนลงจอดได้ จากนั้นก็จะนำงบประมาณ จำนวน 5 ล้านบาท มาดำเนินการตามขบวนการพัฒนา ทำประชาพิจารณ์ในพื้นที่ สนามบินเลิงนกทาจังหวัดยโสธรเป็นสนามบินที่ทางรัฐบาลประเทศอังกฤษจัดสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2506 ใช้ในภารกิจของทหาร มีพื้นที่กว่า 5 พันไร่ ปัจจุบันอยู่ในการดุแลของทหารไทย และไม่มีเครื่องบินลงจอดแต่อย่างใด

ปภ.เตือน 50 จังหวัดทั่วประเทศ เตรียมรับพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตก วันที่ 21 - 23 มีนาคมนี้

ปภ.เตือนจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตก วันที่ 21 - 23 มีนาคมนี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลาง แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนจนถึงวันที่ 23 มีนาคมนี้ ประกอบกับระยะนี้ คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศพม่า เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคมนี้ และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ อุณหภูมิลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียส โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับผลกระทบก่อน จากนั้นภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป จึงประสาน 50 จังหวัด เตรียมรับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก พร้อมแจ้งเตือนประชาชนเตรียมการป้องกัน สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน ติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


ที่มา : สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ คาดกาฬสินธุ์ปีนี้แล้งหนักสุด ขอให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดในช่วงหน้าแล้งนี้ คาดว่าจะยาวนานกว่าทุกปี ในขณะที่อำเภอกุฉินารายณ์ คาดว่าไม่เกินอีกหนึ่งเดือนต้องประสบปัญหาน้ำประปาไม่พอใช้

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เผยว่า ขณะนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติภัยแล้งแล้วทั้ง 18 อำเภอ มีเงินทดรองสำรองจ่ายในการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติทุกภัย 20 ล้านบาท ในส่วนอำเภอได้มอบให้อำเภอนำไปช่วยเหลือ โดยผ่านศูนย์เฉพาะกิจแต่ละอำเภอแล้ว ซึ่งเงินจำนวนนี้จะใช้ได้เฉพาะเป็นค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดหาพาหนะรองน้ำเท่านั้น หากหมู่บ้านใดขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค สามารถร้องขอจากอำเภอได้ตลอดเวลา

ส่วนปัญหาภัยแล้งได้แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ พื้นที่ที่อยู่ใต้เขื่อนลำปาว ปัญหาเบาหน่อย เพราะเขื่อนลำปาวขณะนี้มีปริมาณน้ำประมาณ 500 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร เทียบกับปีที่แล้วในเวลาเดียวกันมีเพียง 100 กว่าล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งทางราชการได้มีการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำ และควบคุมการใช้น้ำในการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ในโซนที่สองให้มีการสำรวจแหล่งน้ำดิบ ทั้งอ่างน้ำสาธารณะ บ่อบาดาล และอื่น ๆ เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภค บริโภค ซึ่งคาดว่าปีนี้จะแล้งยาวไปจนถึงเดือนมิถุนายน จึงขอให้ประชาชนทุกคนได้ช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ใช้น้ำแต่ละครั้งให้ได้ประโยชน์มากกว่าสอง เช่น น้ำล้างถ้วย ล้างชาม ก็ให้นำไปรดน้ำต้นไม้ได้

ด้านนายประมวล ศรีทอง นายอำเภอกุฉินารายณ์ ได้กล่าวว่า ขณะนี้ระบบประปาในเขตเทศบาลบัวขาว ประสบปัญหาแล้ว เนื่องจากแหล่งน้ำดิบที่ใช้ทำประปาปริมาณน้ำลดลงต่ำกว่าหัวกะโหลกเครื่องสูบน้ำ จึงได้มีการขุดเป็นร่องให้น้ำเข้าไปถึงหัวกะโหลกเครื่องสูบน้ำ ซึ่งดูแล้วปริมาณน้ำปริมาณน้อยมาก หากว่าประชาชนไม่ช่วยกันประหยัดคงมีน้ำประปาใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน




สุรพล คุณภักดี/ข่าว

จ.กาฬสินธุ์ ระดมความคิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้นำข้อมูลไปสู่การแก้ไขปัญหาครอบครัวและสตรี

จังหวัดกาฬสินธุ์ ประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัว ประจำปี 2557 เพื่อระดมความคิดจากหน่วยงาน คณะกรรมการพัฒนาสตรี อาสาสมัคร อปท. เยาวชน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้ไปนำเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาครอบครัวและสตรี

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 ที่หอประชุมธรรมาภิบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปี 2557 ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดขึ้นระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเป็นเวทีระดมความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาครอบครัวและสตรี โดยมีหน่วยงานราชการ คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตัวแทนสวัสดิการชุมชน คณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เยาวชน จำนวน 100 คน เข้าร่วมประชุม

นายประณต จันทร์ศรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ พ.ศ.2551 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสถาบันครอบครัว พ.ศ.2551 กำหนดให้มีการประชุมสมัชชาสตรีและครอบครัวระดับจังหวัด ปีละ 1 ครั้ง สำหรับจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนสถานการณ์ด้านครอบครัวและสตรี ปัญหาอุปสรรค และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะการดำเนินงานด้านครอบครัวและสตรี อันจะนำไปสู่การกำหนดและผลักดันในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางส่งเสริมสถานภาพสตรี และแก้ไขปัญหาของครอบครัว โดยมีหน่วยงาน องค์กร นำเสนอข้อมูลสถานการณ์ด้านครอบครัว สตรีในจังหวัดกาฬสินธุ์ 5 ประเด็น คือ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม, ความเสมอภาคระหว่างเพศ, กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกับการพัฒนาศักยภาพสตรีจังหวัดกาฬสินธุ์ ,สภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบกับครอบครัวคนกาฬสินธุ์ และการส่งเสริมและพัฒนากลไกการทำงานด้านครอบครัว



ดวงใจ หงษ์จันทร์/ข่าว

กองเชียร์ แน่นเวที การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ท้องถิ่น ท้องที่ ในงาน เฉลิมฉลอง 220 ปี เมืองกาฬสินธุ์ และงานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม ประจำปี 2557

ค่ำวานนี้ ( 21 มีนาคม 2557 ) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิด ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ท้องถิ่น ท้องที่ ในงาน เฉลิมฉลอง 220 ปี เมืองกาฬสินธุ์ และงานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม ประจำปี 2557

นายวีรวัฒน์ วงษ์ว่องไว ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่น ท้องที่ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่สำคัญ ในงานเฉลิมฉลอง 220 ปี เมืองกาฬสินธุ์ และงานมหกรรมวิจิตรแพรวาราชินีแห่งไหม ประจำปี 2557 โดยมุ่งเน้นที่จะสืบสาน เพลงลูกทุ่งให้อยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในองค์กร ซึ่งการจัดประกวดในครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18 นาฬิกา จนถึงเวลา 22.30 นาฬิกา ของวันที่ 21 มีนาคม 2557 ผลเป็นดังนี้

การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งประเภทท้องที่ ไม่เรียงลำดับคะแนน เข้ารอบ 6 ทีม ได้แก่ อำเภอฆ้องชัย ,สหัสขันธ์ , ยางตลาด , ร่องคำ, เมืองกาฬสินธุ์ ,และ คำม่วง

การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งประเภทท้องถิ่น ไม่เรียงลำดับคะแนน เข้ารอบ 6 ทีม ได้แก่ อำเภอหนองกุงศรี, ยางตลาด, สหัสขันธ์ ,ห้วยเม็ก ,คำม่วง, และ ฆ้องชัย

ขวัญใจมหาชนประเภทท้องที่ เข้ารอบ ได้แก่ อำเภอคำม่วง , ยางตลาด ,และ ฆ้องชัย

ขวัญใจมหาชนประเภทท้องถิ่น เข้ารอบ ได้แก่ อำเภอกมลาไสย , คำม่วง , และ ร่องคำ

ซึ่งรอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2557 เวลา 18.00 น. สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงขอเชิญผุ้สนใจทุกท่าน เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ




วิภาดา รัตนโรจนา / ข่าว 

มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีร่วมกับจังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรมวาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี ครั้งที่ 3

มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีร่วมกับจังหวัดขอนแก่น โดยสำนักงานสาธารณสุขของจังหวัดและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี และตรวจคัดครองกลุ่มเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี ด้วยวิธีอัลตร้าซาวด์

เช้าวันนี้ (21 มี.ค. 57) ที่หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น มูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7  ได้ร่วมกันจัดทำกิจกรรมนำร่องต้นแบบ  "วาระอีสานต้านภัยมะเร็งท่อน้ำดี”  ขึ้น  ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ลดพยาธิใบไม้ตับ " กำจัดมะเร็งท่อน้ำดีวาระคนอีสาน ” โดยมี นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน กิจกรรมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ  ได้แก่ การตรวจคัดกรองด้วยอัลตร้าซาวด์  การแสดงนิทรรศการ และการแสดงบนเวที ส่วนประชาชนที่มาร่วมงานอายุ  40 ปีขึ้นไป จำนวน  500  คน ที่อาศัยอยู่ใน อ.ชนบท จะได้รับการตรวจคัดกรองด้วยอัลตร้าซาวด์ จากเครือข่ายรังสีแพทย์ภาคอีสาน และหลังจากทราบผลการตรวจ กลุ่มปกติจะได้รับการติดตามทุก  1  ปี กลุ่มสงสัยจะได้รับการติดตามทุก  6  เดือน และทั้ง  2  กลุ่มต้องเข้าโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานปลาดิบ  ส่วนกลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มที่ตรวจพบก้อนในตับ จะถูกส่งไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่น หรือโรงพยาบาลศรีนครินทร์ อย่างสะดวกและเร็วที่สุดต่อไป

นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงานยังจะได้รับความรู้จากการแสดงนิทรรศการ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่น่าสนใจ เช่น อย.น้อยสายตรวจพาข้าว และหนังสือนิทานเล่มเล็ก ของโรงเรียนบ้านโนนข่า กิจกรรมสาธิต เมนูชูสุขภาพ    " ลาบเกล็ดปลาทอด ”  และการบรรยาย  "ความรู้เรื่องโรคมะเร็งท่อน้ำดี ”  การแสดงของศิลปิน   เอกพล  มนตระการ จาก GMM Grammy และรายการแสดงอีกมากมาย โดยคาดหวังว่างานนี้จะสามารถสนับสนุนให้เกิดองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนทางสังคม นำไปสู่การกระตุ้นให้ประชาคมตระหนักถึงโรคและการดูแลป้องกันไม่ให้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับได้ สำหรับกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จะได้รับการสอนตามหลักสูตรโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอีกด้วย



สมพงษ์/ข่าว/สุรเดช/พิมพ์

มข.ร่วมกับมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด จัดงาน SMART FRaMMER แก้ปัญหายากจนเกษตรกร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับมูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดและสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดขอนแก่น จัดงาน Smart Farmer แก้จน แก้แล้ง เพื่อมุ่งเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเทคโนโลยี และการตลาดทางการเกษตรของเกษตรกร นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการผลิตภาคเกษตรกรรม รวมทั้งศาสตร์ด้านการเกษตรจากผู้รู้ทางการเกษตร ภายในงานดังกล่าว มีการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ในหัวข้อ "เข้าใจบริการ *1677 และ Download Farmer Info App” ซึ่งแนะนำความรู้ด้านเกษตรให้เกษตรสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เว็บไซต์รักบ้านเกิด ที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรทั้งหมด อีกทั้งเกษตรกรสมัครรับข้อมูลข่าวสารการเกษตรผ่าน SMS ฟรี ทั้งข้อมูลเกี่ยวข้องกับข้าว ข้อมูลการปลูกพืช ผัก ผลไม้ รวมถึงข้อมูลด้านสัตว์เศรษฐกิจ และการประมง ขณะเดียวกัน ยังมี Farmer Info แอปพลิเคชันบนมือถือที่สามารถดาวน์โหลด และใช้บริการฟรีผ่าน app store หรือ google play โดยมีประโยชน์เพื่อตรวจสอบราคาพืชผลการเกษตร จากแหล่งที่น่าเชื่อถือทั่วประเทศ

ประโยชน์ของกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยให้ภาคเกษตรก้าวทันเทคโนโลยี เกิดประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูลภาคเกษตรอย่างง่าย และสะดวกรวดเร็ว และทำให้เกษตรการรู้จักวางแผนผลิต รู้จักใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รายจ่ายลด อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจนได้



ข่าว/พิมพ์ นายคันฉัตร เพียรวิจัยธรณี
ส.ปชส.ขอนแก่น 

คืบหน้า คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยของ แรมโบ้อีสาน สุภรณ์อัตถาวงศ์ ขณะที่ตำรวจตั้ง 2 ประเด็น ขัดแย้งส่วนตัวกับการเมือง ขณะที่เจ้าตัวมั่นใจเกี่ยวกับ กปปส.

จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (21 มี.ค. 57) เวลาประมาณ 03.00 น. คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนอาก้ายิงถล่มศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เลขที่ 9 หมู่ที่ 3 ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ของนายสุภรณ์อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฉายาแรมโบ้อีสาน ริมถนนสายครบุรี-โชคชัย ซึ่งกระสุนได้ถูกฝ้าเพดาน และกระจกด้านหน้าที่ทำการเป็นรูโหว่จำนวน 19 รู กระจกแตกกระจายเสียหาย โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุ พลตำรวจตรี พงษ์เดช พรหมมิจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ครบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ เบื้องต้นพบหัวกระสุนปืนอาก้าฝังอยู่ตามจุดต่างๆ รวม 6 หัว แต่ไม่พบปลอกกระสุนปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ใกล้กันสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือไว้ได้ เบื้องต้นคาดว่า กลุ่มคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน มีความชำนาญในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ใช้พาหนะเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แบบตอนเดียว สีอ่อนไม่ทราบสีแน่ชัด และไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยคนร้ายขับรถมาจากทางอำเภอโชคชัยมุ่งหน้าไปทางอำเภอครบุรี ก่อนจะเลี้ยวรถกลับมายิงถล่มหน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย และขับรถหนีไปทางอำเภอโชคชัย ซึ่งระหว่างเกิดเหตุมีนายมนัส เลิศกระโทก อายุ 59 ปี และนายเพียร ลากระโทก อายุ 59 ปี ลูกน้องของนายสุภรณ์นอนหลับอยู่ภายในสำนักงาน ทั้งนี้ตำรวจได้ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องการเมืองกับขัดแย้งส่วนตัว ขณะที่ตัวนายสุภรณ์เองเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องการเมืองแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งกับกลุ่ม กปปส. และล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อมวลชน (สำนักข่าวทีนิวส์) ถึงเรื่องการกล่าวหาว่ากลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตย (อพปช.) เป็นพวกแบ่งแยกดินแดง ซึ่งนายสุภรณ์ระบุว่าสื่อมวลชนดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับกลุ่ม กปปส.เช่นกัน

กองทัพภาคที่ 2 รับมอบเงิน ยารักษาโรคและอุปกรณ์กีฬา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่สังคมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโท ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีรับมอบเงิน ยารักษาโรคและอุปกรณ์กีฬาจากตัวแทนจากสมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า ตัวแทนจากมูลนิธิปิยะมิตร และตัวแทนจกสโมสรไลออนส์สัมพันธวงศ์กรุงเทพมหานคร รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 6,100,000 บาท ซึ่งการรับมอบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์แก่สังคม โดยเฉพาะโครงการสร้างและซ่อมแซมบ้านให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้มีบ้านอยู่ตามสมควร รวมทั้งโครงการการให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโครงการสนับสนุนกีฬาในชุมชนของโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร 

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม ยิงถล่มศูนย์ประสานงานของ แรมโบ้อีสาน นายสุรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงคราม ยิงถล่มศูนย์ประสานงานของ แรมโบ้อีสาน นายสุรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจตั้งปมการเมือง

เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. เกิดเหตุยิงถล่มศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตรองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และศูนย์ประสานงานนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ เลขที่ 9 หมู่ที่ 3 ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา จากการตรวจสอบพบกระจกด้านหน้า และบริเวณฝ้าเพดานถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม คาดว่าเป็นอาวุธปืนอาก้า จำนวน 19 รู ได้รับความเสียหาย จากการสอบถามนายมนัส เลิศกระโทกและนายเทียน ลากระโทก คนเฝ้าบ้าน เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 3 นาฬิกา ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น ก่อนจะออกมาตรวจสอบพบบริเวณหน้าบ้าน และฝ้าเพดานได้รับความเสีย จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ครบุรี มาตรวจสอบ ในเบื้องต้นพันตำรวจเอก ประลอง ชอบงาม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรครบุรี อำเภอครบุรี สันนิฐาน สาเหตุยิงถล่มศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ น่าจะมาจากประเด็นทางการเมือง ขณะเดียวกันยังไม่ตัดประเด็นอื่น

โคราช ถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่ม 10 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1,797 คน ขณะที่ทางจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือ

วันนี้ (21 มี.ค.57) นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนาย กฤชเพชร เพชระบูรณิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาลงพื้นที่บ้านดอนตานาด ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา เพื่อสำรวจความเสียหายและเยี่ยมเยียนราษฎรที่ประสบภัยพายุฤดูร้อนพัดถล่ม พร้อมกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายและเร่งให้การช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ที่ประสบภัยพายุฤดูร้อนพัดถล่ม จำนวน 10 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ขามทะเลสอ อ.คง อ.โนนแดง อ.โนนไทย อ.โนนสูง อ.ประทาย อ.พระทองคำ อ.ลำทะเมนชัย อ.สีคิ้ว และ อ.สูงเนิน มีหมู่บ้านประสบภัย 104 หมู่บ้าน 20 ตำบล ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 911 ครัวเรือน 1,797 คน มูลค่าความเสียหาย 79,404 บาท 

สุวัจน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มั่นใจ กีฬาแห่งชาติครั้งที่ 43 ที่โคราช เป็นการยกมาตรฐานในด้านของที่พักนักกีฬา ตั้งงบ 300 ล้านบาท จัดงานอย่างยิ่งใหญ่

วันนี้ (21 มี.ค. 57) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานประธานที่ปรึกคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือการเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาเกมส์ ที่จะมีขึ้นระหว่าง วันที่ 9-19 ธ.ค. 57 โดยนายสุวัจน์ฯ ได้กล่าว ภายหลังเป็นประชุมในการประชุม ว่า การจัดการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ในครั้งนี้ จะมีการ ชิงชัยกันทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา 630 เหรียญทอง ซึ่งจะเป็นการยกมาตรฐานในด้านของที่พักนักกีฬา ซึ่งจัดให้นักกีฬาพักในหมู่บ้านนักกีฬา เช่นเดียวกับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ที่ผ่านมา คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้มีการประชุมเพื่อเตรียมการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาร่วม 1 ปีแล้ว โดยเชื่อว่าประสบการณ์ที่เคยจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24, ฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2013, วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย และการมีสโมสรฟุตบอล สวาทแคท นครราชสีมา มาสด้า เอฟ.ซี ซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนรักกีฬา ได้ชมได้เชียร์กันทุกสัปดาห์ จะทำให้การแข่งขันเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา การจัดการแข่งขัน และสปิริตของนักกีฬาชาวโคราชทุกคน ที่เป็นเมืองกีฬาผู้คนรักในกีฬา ยินดีที่จะต้อนรับนักกีฬา และเจ้าหน้าที่จากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมแข่งขัน เพื่อสร้างความประทับใจ

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า ด้านความพร้อมและการมีส่วนร่วม เจ้าภาพยืนยันว่า ที่พัก โรงแรม สนามแข่งขัน การมีส่วนร่วมของประชาชนชาวนครราชสีมาจะแสดงพลังเมืองกีฬาออกมา พร้อมกันนั้นองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานราชการ ยังมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพร่วมกัน โดยเทศบาลเมืองเมืองนครราชสีมา ได้มีการวางแผนเพื่อการปรับปรุงและแต่งภูมิทัศน์ภายในเมือง และรอบๆ เมือง โดยกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ จะเป็นการรวมพลังของชาวโคราชอีกครั้ง และจะเป็นการกระตุ้นบรรยากาศที่คึกคักในการเชียร์กีฬากลับมาอีกครั้ง หลังจากประสบความสำเร็จในวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย และฟุตซอลชิงแชมป์โลก ซึ่งกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 นครราชสีมาได้วางงบประมาณเบื้องต้นเอาไว้ประมาณ 200-300 ล้านบาท นายสุวัจน์ กล่าว 

พิธีปิด การฝึกผสม ภายใต้ รหัสการฝึก โคปไทเกอร์ 2014 ระหว่าง กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาและกองทัพอากาศสิงคโปร์

พิธีปิด การฝึกผสม ภายใต้ รหัสการฝึก โคปไทเกอร์ 2014 ระหว่าง กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา และ กองทัพอากาศสิงคโปร์ สิ้นสุดลงแล้ว บรรยายเป็นไปด้วยความสัมพันธ์อันดี
 

วันนี้ (21 มี.ค. 57) ที่ กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พร้อมด้วย พลเอกากาศเอก เฮอร์เบิร์ด คาไลส์ ผู้บัญชาการทหารอากาศสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก และพลอากาศตรี ฮู เชอเหมา ผู้บัญชาการทหารอากาศสิงคโปร์ เป็นประธานร่วม พิธีปิดการฝึกผสม โคปไทเกอร์ 2014 ครั้งที่ 20 ซึ่งทำการฝึกซ้อมการฝึกยุทธวิธีทางอากาศและการป้องกันภัยทางอากาศ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกำหนดใช้พื้นที่ฝึกภาคสนามในประเทศไทย 4 จังหวัด ระหว่างวันที่ 10-21 มีนาคม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และพัฒนาทักษะของผู้เข้าร่วมการฝึกของทั้ง 3 ประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับมิตรประเทศ โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้ประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ ให้กับผู้ร่วมกาฝึกสิงคโปร์รวม 5 นาย อีกด้วย