วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

ป.ป.ช.เชิญชวน อปท.สมัครเข้ารับการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการป้องกันการทุจริต

นายจำเนียร มูลสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีการพิจารณาให้รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการป้องกันการทุจริต ประจำปี 2557 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บริหารราชการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม รวมทั้งดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต และเพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม จึงขอเชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจ สมัครเข้ารับการคัดเลือกรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่นด้านการป้องกันการทุจริต ประจำปี 2557 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nacc.go.th/ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ 0 43816 398-9

หลายหน่วยงานในจังหวัดขอนแก่นทั้งภาครัฐเอกชนและผู้ใช้แรงงานกำหนดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1พฤษภาคม 2557

หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน ผู้ใช้แรงานผู้ประกอบการในจังหวัดขอนแก่น จับมือจัดกิจกรรมเนื่องในวัน แรงงานแห่งชาติ 1พฤษภาคม 2557 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น มีทั้งการเดิน รณรงค์ต้านยาเสพติด การแข่งขันกีฬาเชื่อมสามัคคี

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ สำหรับที่จังหวัดขอนแก่นหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นายจ้าง และผู้ใช้แรงงาน กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ที่โรงยิมอเนกประสงค์ 2 ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น กิจกรรมในการจัดงาน เริ่มตั้งแต่ เวลา 07:00 น. จะเป็นการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดของผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน นายจ้าง และผู้ใช้แรงงาน จากบริเวณตรงข้ามห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ไปยังบริเวณจัดงานที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น จากนั้นจะมีพิธีเปิดงานที่ภายในโรงยิม อเนกประสงค์ 2 เสร็จแล้วจะเป็นการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ เช่นกีฬาฟุตบอล 5 คน , บอลเล่ย์บอลชาย, หญิง,ตระกร้อชาย ,เปตองชาย/หญิง กีฬามหาสนุก

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ก็จะมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวันแรงงานแห่งชาติ,การจำหน่ายสินค้าราคาถูก การนวดแผนโบราณ การประกวดขบวนพาเหรด,การแสดงของชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดขอนแก่น จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ นายจ้าง,ลูกจ้าง ส่วนราชการภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องไปร่วมงานโดยพร้อมเพียงกัน

จังหวัดขอนแก่นจัดฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนสัญจรเพื่อทบทวนและพัฒนาศักยภาพของ อปพร. ที่อำเภอเขาสวนกวาง

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนสัญจร ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่นจัดขึ้นที่หอประชุม อำเภอ เขาสวนกวาง การฝึกอบรมครั้งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของจังหวัดขอนแก่นเพื่อให้มีความพร้อมในการเฝ้าระวังป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเป็นการฝึกทบทวนประจำปี 2557 รวมทั้งการพัฒนาเครือข่าย อปพร.ในอำเภอทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นที่แต่ละคนประสบมาเพื่อร่วมกันในการแก้ปัญหาในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยต่างๆอย่างถูกต้องและถูกหลักการพร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเคลื่อนไหวของกิจการ อปพร.ที่เป็นปัจจุบันด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัจจุบัน อปพร.เป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยงานและแบ่งเบาภาระงานด้านการกู้ภัยให้กับทางราชการได้มาก และที่สำคัญจังหวัดขอนแก่นมีการฝึกฝนและมีหน่วยกู้ภัย อปพร.ครบทุกอำเภอทุกเทศบาลและทุกองค์การบริหารส่วนตำบล การฝึกฝนที่ดีจนเกิดความชำนาญเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความรู้ความสามารถและอุปกรณ์การช่วยเหลือที่ทันสมัยทำให้การกู้ภัยสามารถกู้ภัยและช่วยเหลือคนเจ็บได้อย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินได้เป็นอย่างมาก อปพร.มีบทบาทในการช่วยเหลือสังคมเป็นอย่างมากและก็ขอขอบคุณองค์กรปกครองท้องถิ่นทุกแห่งที่ช่วย ดูแลแลด้านสวัสดิการให้กับ อปพร.ทุกคนด้วย

ชุดเคลื่อนที่เร็วป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยุงของอำเภอเวียงเก่าจับกุม แก้งค์ลักลอบตัดไม้ได้ของกลางพร้อมผู้หาหลายราย

เมื่อคืนที่ผ่านมา (22 เม.ย. 57) เวลา 20.30 น. ทางชุดเคลื่อนที่เร็วป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้ของอำเภอเวียงเก่าโดยมีนายอำเภอเวียงเก่า เป็นผู้อำนวยการและมีปลัดป้องกันเป็นหัวหน้าชุดได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนไม้พะยุงออกจากอุทยานแห่งชาติภูเวียงจึงประสานกำลังฝ่ายปกครอง  เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกันเข้าไปยังจุดหมาย ไม่พบผู้ต้องหา พบแต่ไม้พะยุง ขนาดใหญ่จำนวน 9 ท่อน รอการขนย้ายจึงให้ทำการตรวจยึดส่ง  พนักงานสอบสวน สภ.เวียงเก่าเพื่อสืบสวนหาเจ้าของไม้ และตอนตี 3  ที่ผ่านมาวันนี้(23 เมษายน 2557)ได้รับแจ้งจากสายข่าว อีกว่าจะมีรถขนไม้พะยุงออกจากอุทยานแห่งชาติภูเวียงอีก ชุดเคลื่อนที่เร็วป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้ของอำเภอเวียงเก่าจึงมีการวางแผนอย่างดีเพื่อไม่ให้ข่าวรั่ว และซุ่มดูพฤติกรรมของแก้งค์ตัดไม้พะยุง คราวนี้ไม่พลาด  จับได้ผู้ต้องหา 5 คนพร้อมด้วยไม้พะยุงของกลางอีก10ท่อนมูลค่าหลายแสนบาท การปฏิบัติการชุดเคลื่อนที่เร็วป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้หวงห้ามเป็นนโยบายของนายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ที่ต้องการป้องกันปราบปรามผู้ที่เข้ามาลักลอบตัดไม้พะยุงในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีชุดเคลื่อนที่เร็วจากหลายอำเภอบูรณาการกันทำงานทำให้มีผลงานการจับกุมผู้ลักลอบได้ทุกอาทิตย์

กระทรวงมหาดไทย จับมือ กระทรวงยุติธรรม ตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลนำร่อง 18 จังหวัดทั่วประเทศ หวังลดความเลื่อมล้ำด้านความเป็นธรรมทางสังคม

วันนี้ (23 เม.ย. 57) ที่โรงแรมรายาแกรนด์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลนำร่อง ของสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่ายขึ้น สำหรับการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลนำร่อง 18 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการลดความเลื่อมล้ำด้านความเป็นธรรมทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันและควบคุมอาชญากรรมในชุมชน การรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และรับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายแล้วส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ การไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาทหรือจัดการความขัดแย้ง การเยียวยาหรือเสริมพลังแก่เหยื่ออาชญากรรมหรือผู้กระทำความผิด และการรับผู้พ้นโทษหรือผู้ถูกคุมประพฤติกลับสู่ชุมชน ซึ่งนอกจากจะมีการประชุมหารือร่วมกันในการจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลนำร่อง ยังได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ การบริหารความยุตธรรมในชุมชน อีกด้วย โดยมีนายอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ผู้กำกับการตำรวจภูธร นายก อบต. เทศบาล และนิติกร รวมถึงส่วนราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมประชุมกว่า 200 คน

ปกครองโคราช ดึง เยาวชนและผู้นำชุมชนปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง

วันนี้ (23 เม.ย. 57) ที่โรงแรมรายาแกรนด์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายประภาส รักษาทรัพย์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน เปิดการอบรมสัมมนาการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ซึ่งมีเยาวชน และผู้นำชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เข้ารับการอบรม จำนวน 100 คน สำหรับการอบรมสัมมนาการปลูกฝังสำนึกรักสามัคคีและเสริมสร้างความปรองดอง ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนแผนงานส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติในระดับพื้นที่ โดยการปลูกฝังและเสริมสร้างแนวคิดของเยาวชนและผู้นำกลุ่มต่างๆให้ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทรงงานและแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนและผู้นำกลุ่มต่างๆ ได้เรียนรู้หลักการการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ร่วมกับ หน่วยกู้ภัยฮุก 31 ฝึกสอนเทคนิคการลอยตัวในน้ำให้เด็กนักเรียน ป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในช่วงฤดูร้อน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ร่วมกับ หน่วยกู้ภัยฮุก 31 ฝึกสอนเทคนิคการลอยตัวในน้ำให้เด็กนักเรียน ป้องกันเด็กจมน้ำเสียชีวิตจากการลงเล่นน้ำในช่วงฤดูร้อน

เช้าวันนี้ (23 เม.ย. 57) ที่สระว่ายน้ำโรงเรียนมารีย์รักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายวิชา มานะดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 พร้อมด้วย นายชาญชัย ศุภวีระกุล หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันเปิดการฝึกสอนเทคนิคการลอยตัวในน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ให้กับเด็กนักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

เนื่องจากช่วงนี้มีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ประกอบกับเป็นช่วงที่เด็กนักเรียนปิดภาคเรียน และเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มักจะไปลงเล่นน้ำคลายร้อนตามสระว่ายน้ำ หรือเด็กบางคนก็แอบไปเล่นน้ำคลายร้อนตามบ่อน้ำสาธารณะที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล ทำให้เกิดเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตบ่อยครั้ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ซึ่งรับผิดชอบดูแลสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอจักราช อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอหนองบุญมาก อำเภอโชคชัย และอำเภอห้วยแถลง ได้ร่วมมือกับหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมาจัดฝึกสอนเทคนิคการลอยตัวในน้ำให้กับเด็กนักเรียน และเยาวชนที่สนใจ เพื่อให้เด็กมีความรู้ป้องกันการจมน้ำ และช่วยเหลือตัวเองให้ลอยตัวในน้ำได้เป็นเวลานานโดยที่ไม่จม ในเวลาที่เกิดเหตุจมน้ำได้

กรมควบคุมมลพิษ จับมือจังหวัดบุรีรัมย์ จัดทำ MOU แก้ไขปัญหาขยะ

กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับจังหวัดบุรีรัมย์ จัดลงนามความร่วมมือ ขับเคลื่อน "บุรีรัมย์ เมืองสวยใส ไร้มลพิษ" จัดการขยะแบบครบวงจร

(23 เม.ย. 57)นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยนายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกันเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อน "บุรีรัมย์ เมืองสวยใส ไร้มลพิษ” ภายใต้โครงการเสริมสร้างสมรรถนะ และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย และของเสียอันตรายจากชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2557 ณ โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 63 แห่ง ได้ดำเนินงานด้านการจัดการขยะมูลฝอย ของเสียอันตรายชุมชน และมูลฝอยติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในปีงบประมาณ 2557 กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการบูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ดังกล่าว

ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ พบว่ามีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชน 1,575 ตันต่อวัน มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่ได้รับการเก็บขนจำนวน 426 ตันต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 27 โดยถูกนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพียง 87 ตันต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 5.56 ของปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนที่เกิดขึ้น จากกรณีดังกล่าวจึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อน "บุรีรัมย์ เมืองสวยใส ไร้มลพิษ" ระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ จังหวัดสงขลา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานครั้งนี้

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ จัดพิธีประสาทอนุปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2556

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ จัดพิธีประสาทอนุปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2556 จาก 5 สาขาวิชา รวมทั้งสิ้น 158 คน

(23 เมษายน 2557) พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานใน พิธีประสาทอนุปริญญาบัตรผู้สำเร็จการศึกษา วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ประจำปีการศึกษา 2556 รวมทั้งมอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ผู้มีอุปการคุณต่อวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมบัวชมพู โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา จำนวน 405 คน มีผู้เข้ารับประสาทอนุปริญญาบัตรครั้งนี้จำนวน 158 คน ตามสาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การปกครองท้องถิ่น วิทยาการคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน รวม 5 สาขาวิชา

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2545 ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจัดการศึกษาให้ตอบสนองต่อความต้องการของท้องถิ่น ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงครอบคลุมทั้งจังหวัด รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง คือวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ (แม่ข่าย) หน่วยจัดการศึกษาโรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก หน่วยจัดการศึกษาอำเภอพลับพลาชัย หน่วยจัดการศึกษาเทศบาลเมืองนางรอง หน่วยจัดการศึกษาโรงเรียนกระสังพิทยาคม หน่วยจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านกรวดวิทยาคาร หน่วยจัดการศึกษาโรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ หน่วยจัดการศึกษาโรงเรียนคูเมืองวิทยาคม หน่วยจัดการศึกษาเทศบาลตำบลดอนมนต์ และหน่วยจัดการศึกษาสถาบันแม่ชีไทย สาขาที่ 16 ปัจจุบันมีนักศึกษาทุกสาขาวิชา จำนวน 477 คน

องคมนตรี กล่าวให้โอวาท แก่ผู้สำเร็จการศึกษาว่า ขอแสดงความชื่นชมแก่ผู้สำเร็จการศึกษาทุกท่าน นำความรู้ ทักษะวิชาที่ดี และมีคุณค่าจากวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การประกอบ การงาน และการพัฒนาอาชีพ ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญ ของการพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เพราะเป้าหมายของการศึกษาคือ การพัฒนาศักยภาพของประชาชน ให้มีความรู้ ความสามารถ ควบคู่ไปกับคุณธรรม และจริยธรรม รวมทั้งการดำรงความเป็นไทย ภายใต้ฐานของการสร้างความรัก ความสามัคคีให้เกิดขึ้น ในสังคมได้อย่างถาวรต่อไป

จังหวัดบุรีรัมย์ออกหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดาร

จังหวัดบุรีรัมย์ จัดหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ออกให้บริการตรวจรักษาโรคและบริการทันตกรรม พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม แก่ประชาชนที่ยากไร้ ในถิ่นทุรกันดาร พื้นที่ อ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

วันที่ 23 เมษายน 2557 (เวลา 09.30 น.) นายเฉลิมพล พลวัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานเปิดโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดบุรีรัมย์ ที่โรงเรียนบ้านหนองกราด ต.หนองไทร อ.นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยการนำคณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การรักษาโรคด้วยสมุนไพร บริการทันตกรรม ทั้งถอนฟัน อุดฟัน รวมทั้งให้ความรู้ด้านทันตสุขศึกษาโภชนาการ การป้องกันโรค การดูแลตนเอง และความรู้การป้องกันการเกิดโรค นอกจากนั้นทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ได้นำสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค และเครื่องนุ่งห่ม มอบให้แก่ประชาชนที่ยากไร้ขาดแคลน ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล






สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

พอ.สว.มหาสารคาม ร่วมกับคลินิกเกษตร และจังหวัดเคลื่อนที่ ออกให้บริการประชาชนฟรีที่อําเภอนาเชือก

หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บูรณาการกับโครงการคลินิกเกษตรฯ และจังหวัดเคลื่อนที่ ออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ที่โรงเรียนบ้านเก่าใหญ่โนนสะอาด ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม

ที่บริเวณสนามโรงเรียนบ้านเก่าใหญ่โนนสะอาด ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บูรณาการร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ และโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ ออกให้บริการประชาชน โดยมีนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธาน โดยมีบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป การให้บริการด้านสุขภาพให้กับประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดมหาสารคาม ได้นำการบริการทั้ง คลินิกดิน สหกรณ์ ปฏิรูปที่ดิน ประมง พืช และคลินิกปศุสัตว์ ออกให้บริการประชาชนตามโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชนุเคราะห์ฯ และยังมีการให้บริการของส่วนราชการในจังหวัด ตามโครงการจังหวัดเคลื่อนที่เยี่ยมเยียนประชาชน ออกมาให้บริการประชาชนกว่า 60 หน่วยงาน พร้อมนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม นายอำเภอนาเชือก และผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน ยังได้มอบทุนการศึกษา มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ยา และผ้าห่มกันหนาวให้แก่นักเรียนและประชาชนที่มารับบริการด้วย

สำหรับตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก อยู่ห่างจากจังหวัดมหาสารคามระยะทาง 58 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 หมู่บ้าน มีประชากร รวม 4,062 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร และปัญหาการคมนาคม ซึ่งทางจังหวัดจะดำเนินการแก้ไขต่อไป



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ปชส.มหาสารคาม นำสื่อท้องถิ่น ร่วมเวทีร้อยรวมดวงใจเพื่อใต้สันติสุขและอาเซียนสัญจร

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม นำสื่อมวลชนด้านวิทยุกระจายเสียงและเคเบิลทีวี ร่วมกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมประชาสัมพันธ์ ในเวที ร้อยรวมดวงใจเพื่อใต้สันติสุขและการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วันที่ 25-26 เมษายน นี้ ที่จังหวัดหนองคาย และ สปป.ลาว

นายพิชัย คชพิมพ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ตามที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดผู้แทนภาค 1 ขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมตามโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ศาสนาความจริงที่ต้องเปิดเผย ประเด็นหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ประจำปีงบประมาณ 2557 และโครงการสัมมนาสื่อมวลชนสัญจรเพื่อการสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านการประชาสัมพันธ์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประจำปีงบประมาณ 2557 โดยกำหนดดำเนินการบูรณาการทั้งสองโครงการร่วมกัน ในระหว่างวันที่ 25-26 เมษายน 2557 ณ จังหวัดหนองคายและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสื่อมวลชนท้องถิ่น ในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จังหวัดละ 10 คน ร่วมกิจกรรม ซึ่ง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม ได้คัดเลือกสื่อมวลชนท้องถิ่น ที่เป็นนักจัดรายการวิทยุกระจายเสียงและเคเบิลทีวี ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับทราบ และเข้าใจแนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ. 2558

สำหรับการบูรณาการใน 2 กิจกรรมดังกล่าว นั้น ในวันที่ 25 เมษายน จะเป็นการจัดเวทีเสวนา "ร้อยรวมดวงใจ เพื่อใต้สันติสุข” โดยมีผู้แทนศาสนาอิสลามและศาสนาพุทธ ร่วมเสวนา ส่วนในวันที่ 26 เมษายน จะเป็นเวทีเสวนา เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน โดยมีผู้แทนหอการค้าจังหวัดหนองคายและผู้แทนนักวิชาการ ร่วมเสวนา พร้อมนำสื่อมวลชนจากทั้ง 11 จังหวัดเปิดโลกทัศน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ณ จุดการค้าชายแดนท่านาแล้ง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

แขวงการทางมหาสารคาม แจ้งปิดการจราจรสาย 213

แขวงการทางมหาสารคาม แจ้งปิดการจราจรบนเส้นทางหลวง หมายเลข 213 ตอนมหาสารคาม ต่อเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ วันที่ 26-27 เมษายน นี้ เพื่อวางคอนกรีตอัดแรงสะพานข้ามแม่น้ำชี

นายพิทยา พัสดุรีนนท์ ผู้อำนวยการแขวงการทางมหาสารคาม เปิดเผยว่า ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 2 (ขอนแก่น) ซึ่งดำเนินการก่อสร้างสะพานคอนกรีตอัดแรง ในทางหลวงหมายเลข 213 ตอนมหาสารคาม- กม.22+376 (ต่อเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์) ที่ กม.5+390 จะได้ดำเนินการวางคานคอนกรีตอัดแรงสะพานข้ามแม่น้ำชี ในช่วงระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2557 จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปิดการจราจรในวันดังกล่าว ระหว่างจุดกลับรถหน้าห้างบิ๊กซี ถึงจุดกลับรถหน้าเทศบาลตำบลท่าขอนยางด้านซ้าย (ด้านสะพานที่กำลังก่อสร้าง) พร้อมเบี่ยงการจราจรขาออกจากจังหวัดมหาสารคาม ให้มาวิ่งด้านขวาของช่องทางจราจรด้านใน ส่วนรถขาเข้ามหาสารคาม ให้มาวิ่งช่องจราจรขาออก

ดังนั้น แขวงการทางมหาสารคาม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว ได้รับทราบ พร้อมขอให้ใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทน และขออภัยในความไม่สะดวกในครั้งนี้



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมหาสารคาม บุกตรวจค้นยาเสพติดพบยาบ้าและอาวุธปืน

ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองมหาสารคาม นำหมายศาลค้นบ้านเป้าหมายยาเสพติด พบของกลางยาบ้ารวม 300 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน

(23-4-57) พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ,พ.ต.อ.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ, พ.ต.อ.วรพล มะกล่ำทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เปลี่ยนขำ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ ภักดิ์ไธสง ,พ.ต.ต.อดิศักดิ์ ทองหลาง สวป.ฯ ร.ต.ท.สุรชัย วงศ์จันดา,ร.ต.ต.ทองปาน เสนาจักร์ ,ร.ต.ต.คมสันต์ บุพตา พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ร่วมกัน แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นาย ณัฐพงษ์ อินศร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 16 ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยของกลางคือ ยาบ้าจำนวน 300 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ ขนาดเบอร์ 20 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์(ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 จำนวน 2 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 5 นัด และ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงจำนวน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้จากการที่ ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นาย ดี่ หรือ นาย ณัฐพงษ์ อินศร อายุ 36 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านพักเลขที่ 100 หมู่ที่ 16 ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาบ้า จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.อุดมศักดิ์ เปลี่ยนขำ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคามทราบ และได้สั่งการให้ ชุดปราบปรามยาเสพติดติดตามพฤติการณ์เพื่อจับกุม จนสืบทราบว่า นาย ณัฐพงษ์ฯนำยาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านพักและจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในราคาเม็ด ละ 300-400 บาท ชุดจับกุมจึงได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดมหาสารคาม ไปทำการตรวจค้น และพบของกลาง ดังกล่าว

จากการสอบถามนายณัฐพงษ์ฯ ทราบว่าหลังจากเรียนจบปริญญาตรี แล้วตกงาน ไม่มีเงินใช้จึงหันมาจำหน่ายยาบ้าเนื่องจากมีรายได้ดี โดยไปรับยาบ้ามาจากพื้นที่อำเภอ ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ในราคาเม็ดละ 150 บาท แล้วนำมาจำหน่ายในพื้นที่ตำบลแวงน่าง ทำมาแล้วหลายครั้งจนมาถูกจับกุมดังกล่าว



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว