วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจัดการแข่งขันมวยสากลระดับนักเรียน นักศึกษา ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๗

นายฉลอง  เผ่าแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยแข่งขันมวยสากลระดับนักเรียน นักศึกษา ครั้งที่ ๑ ประจำปี ๒๕๕๗ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ให้มีความสนใจในกีฬามวยสากลและเป็นการสร้างกระแสความนิยมในกีฬามวยสากลให้แพร่หลาย มีกำหนดจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภาค ๓ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยจัดการแข่งขันจำนวน ๓ รุ่น ประกอบด้วย รุ่นพินเวท น้ำหนักตัวตั้งแต่ ๔๔ – ๔๖ กิโลกรัม รุ่นไลท์เวท น้ำหนักตัวตั้งแต่ ๔๖.๐/ - ๔๙ กิโลกรัม และรุ่นฟลายเวท น้ำหนักตัวตั้งแต่ ๔๙.๐๑ – ๕๒ กิโลกรัม

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันในนามจังหวัดมุกดาหาร โดยสามารถดาวน์โหลดระเบียบการแข่งขันและใบสมัครได้ที่หน้ากระดานข่าว Facebook : ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และส่งใบสมัครด้วยตัวเองที่ ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร อาคารจงวุฒิเวศย์ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร โทร.๐-๔๒๖๑-๓๘๒๗ ในวันและเวลาราชการ

จัดหางานจังหวัดมุกดาหารเชิญผู้ว่างงานสมัครงานในวันนัดพบแรงงาน

นางสาวจรัสศรี  อิฏฐกุล จัดหางานจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ได้กำหนดจัดงาน วันนัดพบแรงงาน ครั้งที่ ๔ ในวันพฤหัสบดี ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการจัดหางานแก่ผู้สมัครงานและประสานนายจ้างหรือสถานประกอบการให้ มาสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน ซึ่งจะทราบผลการบรรจุงานทันที ก่อให้เกิดการจ้างงานรวมทั้งเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายแก่ผู้สมัครงานและนายจ้างหรือสถานประกอบการด้วย การจัดงานวันนัดพบแรงงานในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือผู้ว่างงาน

ทั้งนี้ หากนายจ้าง สถานประกอบการ มีความประสงค์จะหาคนงาน ขอให้แจ้งตำแหน่งว่าง ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดมุกดาหาร ศาลากลางหลังใหม่ ชั้น ๑ ถนนวิวิธสุรการ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร  โทร. ๐-๔๒๖๑-๓๐๓๗-๘  หรือผู้ว่างงานสามารถแจ้งความประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมวันนัดพบแรงงานได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ”

รองศาสตราจารย์ ดร. ดำรง วัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ เปิดเผยว่า สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการเห็นความสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์การภายใต้แนวคิดการบริหารการจัดการแนวใหม่ การจัดการปกครองที่ดี หรือ ธรรมาภิบาล การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ "การพัฒนานโยบายและการจัดการภาครัฐ” เพื่อเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์การภายใต้ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน จำนวน ๒ หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรที่ ๑ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณภาครัฐ และ หลักสูตรที่ ๒ การประเมินผลและความคุ้มค่าของแผนและโครงการ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร.๐-๒๒๑๘-๗๒๓๔, ๐-๒๒๑๘-๗๒๓๗




สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหารเปิดให้บริการรับชำระภาษีประจำปี

นายพิชิต  ศรีสว่าง นักวิชาการขนส่งชำนาญการพิเศษ เปิดเผยว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหารจะให้บริการรับชำระภาษีประจำปี ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยมี รายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จะให้บริการ คือ รับชำระภาษีรถที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่จดทะเบียนในเขตจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดใกล้เคียงหรือจังหวัดอื่น เช่น รถเก๋ง รถปิ๊กอัพ รถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ และรถอีแต๋น       

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายทะเบียนรถ สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ถนนเมืองใหม่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โทร. ๐-๔๒๖๑-๓๐๒๘

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารนำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า จัดพิธี วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๕๗

วันนี้ ( ๒๕ เม.ย.๕๗) เวลา ๐๘.๓๐ น.  ที่หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน นำส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชนจังหวัดมุกดาหาร ทุกหมู่เหล่าร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะและกล่าวถวายราชสดุดี ถวายความเคารพต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดินไทยโดยพระองค์ทรงกอบกู้อิสรภาพของประเทศไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่าและทรงพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ทำให้ปวงชนชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๑๔๘ รวมพระชนมายุ ๕๐ พรรษา สิริรวมการครองราชย์สมบัติ ๑๕ ปี

เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเลื่องลือปรากฏในปะวัติศาสตร์ชาติไทย รัฐบาลไทยได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ กำหนดให้ทุกวันที่ ๒๕ เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ประกาศเตือนภัย “พายุฤดูร้อน”

นายสรสิทธิ์  ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์และสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า วันที่ ๒๐ – ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น และวันที่ ๒๔ – ๒๖ เมษายน ๒๕๕๗ บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน จังหวัดมุกดาหารจึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หากพบเห็นสาธารณภัยอันเกิดจากสภาวะอากาศดังกล่าว ขอให้ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน เช่น ผู้บริหารเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกิดภัย ตำรวจสายด่วน ๑๙๑ บาดเจ็บฉุกเฉิน ๑๖๖๙ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด โทร. ๐-๔๒๖๓-๓๑๐๑, ๐-๔๒๖๑-๕๓๘๓, ๐-๔๒๖๑-๒๒๔๓ หรือที่สานด่วนสาธารณภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง



สุภาวดี  อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
ทศพร   โล่ห์เงิน นักศึกษาฝึกงาน/ข่าว

ยโสธรประกาศเตือนพายุฤดูร้อนช่วง 26-28 เมษายน นี้

นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า พายุฤดูร้อน บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงได้แผ่ปกคลุมประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้ (26 เมษายน 2557) ลักษณะดังกล่าวจะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงวันที่ 26-28 เมษายน 2557 จังหวัดยโสธร

จึงประกาศเตือนประชาชน เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด อันเกิดจากสภาวะอากาศแปรปรวน เป็นลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือน โรงเรือน และพืชผลทางการเกษตร ให้เตรียมการป้องกันระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติ ในวันที่ 26-28 เมษายน 2557 และให้ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ กลางที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฟ้าคะนอง


ส.ปชส.ยโสธร
ปิยะนุช ศรีแก่นจันทร์
25 เมษายน 2557

ยโสธรแถลงข่าวจัดงานบุญบั้งไฟอย่างยื่งใหญ่ครบรอบ 20 ปี

ยโสธรแถลงข่าว จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ 9 – 11 พฤษภาคม นี้ ฉลองครบรอบ 20 ปี เมืองคู่แฝดยโสธร – ชิชิบุ ประเทศญี่ปุ่น ที่โรงแรมเดอะกรีนปารค์ อำเภอเมืองยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เปิดแถลงข่าวการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2557 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤษภาคม 2557 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดยโสธร และสวนสาธารณะพญาแถน การแถงข่าวครั้งนี้ มีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย พล.ต.ต.ฉลอง ภาคภิญโญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร/ นายวีระวัฒน์ ภักตรนิกร นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร/ นายวิชุกร กุหลาบศรี ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 อุบลราชธานี โดยมีสื่อมวลชนจากจังหวัดอุบลราชธานี/ อำนาจเจริญ/ ศรีษะเกษ และยโสธรเข้าร่วมในการแถลงข่าว นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในการแถลงข่าว กล่าวว่า ปีนี้ประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร จัดยิ่งใหญ่พิเศษ เนื่องจากครบรอบ 20 ปี ความสัมพันธ์เมืองคู่แฝด ยโสธร กับเมืองชิชิบุ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีประเพณีบุญบั้งไฟร่วมกัน จึงเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมงาน ทั้ง 3 วัน 9 -11 พฤษภาคม 57 นี้

ยโสธรจัดงานรัฐพิธี วันพระนเรศวรมหาราช

ยโสธรจัดงานรัฐพิธีวางพวงมาลาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่หอประชุมวิถีอีสาน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร นายประวัติ ถีถะแก้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานงานรัฐพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพระองค์ในการปกป้องบ้านเมืองที่ผ่านมาอย่างยาวนาน พระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราช ปราบปรามอริราชศัตรู ทรงกระทำสงครามยุทธหัตถี กับพระมหาอุปราชาจนได้รับชัยชนะ พสกนิกรต่างซาบซึ้งในคุณงามความดีของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ชาวจังหวัดยโสธรจึงได้จัดรัฐพิธีในครั้งนี้ขึ้น กิจกรรมประกอบด้วย พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกล่าวคำถวายราชสดุดี โดยมีข้าราชการ คหบดี/ พ่อค้า/ประชาชน เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ร้อยเอ็ดระดมสื่อมวลชนทุกแขนงรับกองประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 20 เม.ย. นี้

นางกมลพร  คำนึง ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตามที่จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเจ้าภาพสถานที่ทัศนศึกษาการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ระหว่างวันที่ 8 - 14 พฤษภาคม 2557 ณ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยจังหวัดร้อยเอ็ดได้มอบหมายให้ ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด   เชิญสื่อมวลชนทุดแขนง ร่วมประชุมกับกองประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ณ ห้องประชุมพระเวสสันดร ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ในวันที่ 28 เมษายน นี้ เพื่อรับการชี้แจงวัตถุประสงค์ เป้าหมายกิจกรรมและการมีส่วนร่วม ของสื่อมวลชนทุกแขนง และการร่วมติดตามทำข่าวประชาสัมพันธ์ ในทุกจุดที่ ผู้เข้าประกวดร่วมกันทำกิจกรรม ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและตลอดระยะเวลาการเก็บตัวและทัศนศึกษา ระหว่างวันที่ 8 - 14 เมษายน 2557 นี้



คมกฤช  พวงศรีเคน ข่าว
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

อำเภอจังหารจังหวัดร้อยเอ็ดนำร่อง วาระอีสานต้านมะเร็งท่อน้ำดี

เมื่อเวลา 10 .00 น. (วันที่ 25 เมษายน 2557 ) นายสมศักดิ์ ขำทวีพรหม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงาน วาระอีสานต้านมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีสัญจร ครั้งที่ 8 ณ ที่ว่าการอำเภอจังหารและโรงพยาบาลจังหาร

นายชนากร ศรีสะภูมิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหาร กล่าวว่า ปัจจุบันพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับของประชากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 6 ล้านคน เป็นกลุ่มเสี่ยงกับการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต จังหวัดร้อยเอ็ดให้อำเภอจังหารเป็นจังหวัดนำร่องในการรณรงค์ป้องกัน ตรวจและรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี ภายใต้โครงการ วาระอีสานต้านมะเร็งท่อน้ำดี กับมูลนิธิท่อน้ำดีสัญจร โดยประสานงานร่วมมือ คณะแพทย์ศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อกระตุ้นเตือน ประชากรที่เสียงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี การรับรู้ถึงอันตรายของโรค ซึ่งจะต้องมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อเฝ้าระวังโรค เพื่อให้ผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคนี้แต่แรก สามารถทำการรักษาได้ทันการ และมีประสิทธิภาพ การให้บริการครั้งนี้ มีประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุข ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด และในพื้นที่แต่ละตำบล ร่วมกิจกรรมการตรวจคัดกรองครั้งนี้ 500 คน และร่วมกิจกรรมลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี 500 คน โดยใช้สถานที่ โรงพยาบาลจังหารในการให้บริการ บรรยากาศในการจัดงานมีศิลปินลูกทุ่งหมอลำระดับตำนาน พรศักดิ์ ส่องแสง สร้างความบันเทิงอย่างสนุกสนาน



บุญมี/ข่าว/ภาพ
กมลพร คำนึง บก ข่าว
สปชส ร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ด จัดพิธีถวายราชสดุดีวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เมื่อเวลา 09.00 น.  วันนี้  25 เมษายน 2557 นายสมศักดิ์  ขำทวีพรหม  ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด  นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด พ่อค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า  ร่วมกัน วางพวงมาลา ถวายราชสักการะและถวายราชสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณพระองค์ท่านที่ทรงพระปรีชาสามารถกล้าหาญเด็ดเดี่ยวสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทยและเพื่อเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกำหนดให้ส่วนราชการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พร้อมกันทั่วประเทศ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 2 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ ทรงเป็น พระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก โดยมีพระเชษฐภคินี คือ พระสุพรรณกัลยา และพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 โดยทรงครองสิริราชสมบัติ 15 ปี จึงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 รวมพระชนมพรรษา 50 พรรษา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยการทรงอุทิศพระวรกายทำราชการสงคราม เกือบตลอดรัชสมัย พระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้นแผ่ไพศาล ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ ส่งผลให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง ๑๐๐ ปีเศษ โดยทรงกอบกู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ส่วนทางด้านทิศเหนือได้แผ่พระราชอำนาจไปถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด ซึ่งรวมถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ ทำให้แผ่นดินไทยดำรงความเป็นชาติเอกราช มาตราบจนทุกวันนี้

พิธีถวายราชสดุดีวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันนี้ มีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนทุกหมู่เหล่า  ร่วมกัน วางพวงมาลา ถวายราชสักการะและถวายราชสดุดี กว่า 500 คน



คมกฤช  พวงศรีเคน  ข่าว/ภาพ/พิมพ์
กมลพร  คำนึง  บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด 043-527117

การจัดงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่า 40 ปี เกษตรนครพนม

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม กำหนดจัดงานคืนสู่เหย้าศิษย์เก่า 40 ปี เกษตรนครพนมขึ้น ในวันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ณ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม  ในวันดังกล่าว มีการจัดกิจกรรมที่สำคัญๆ ตลอดทั้งวันดังนี้

เวลา 09.30-12.00 น. ทำบุญเลี้ยงพระ ไหว้สักการะพระพุทธกรุณะธรรม ไหว้สักการะพระพิรุณ เสร็จแล้วร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน

เวลา 13.00-16.00 น. ประชุมศิษย์เก่า แข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ศิษย์เก่า

เวลา 17.00 เป็นต้นไป งานเลี้ยงสังสรรค์ ชมการแสดงจากนักร้องวงแบคอัพ และพบกับคอนเสิร์ตวงคนด่านเกวียน

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม จึงขอเรียนเชิญศิษย์เก่าวิทยาลัยเกษตรนครพนม และผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมงานดังกล่าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณชื่น คำมุงคุณ โทร. 089-5705-939  และคุณไพวัลย์ หูวอง โทร. 081-3029-170

ปภ.นครพนม แจ้งเตรียมความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ติดตามตรวจสอบสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า บริเวณความกดอากาศสูงค่อนข้างแรง ได้แผ่ปกคลุมประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 26 เมษายน 2557 ต่อจากนั้นจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 ทำให้บริเวณดังกล่าว จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตภัยอันเกิดจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินบ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งพืชผลทางการเกษตร จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติในช่วงวันที่ 3-4 วันนี้ และเฝ้าติดตามรายงานสถานการณ์ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุมครองพันธุ์พืช

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม ได้รับหนังสือจากกรมวิชาการเกษตรว่าได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่อง กำหนดวัน เวลา สถานที่ ในการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 (พ.ศ.2557) เพื่อดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 6 สิงหาคม 2557

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม ขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่ม ชมรม กลุ่มเกษตรกร สมาคมสหกรณ์การเกษตร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบและขอรับแบบเสนอชื่อที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด ภายในเวลาที่กำหนด ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 – วันที่ 30 มิถุนายน 2557 สามารถติดต่อและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มสารสนเทศการเกษตร โทร. 0-4251-5556 โทรสาร 0-4251-5557     E-mail : moac_npm@yahool.com

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าชาวศรีสะเกษ ร่วมถวายราชสดุดีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ข้าราชการทุกส่วนราชการ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการบำนาญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สมาชิกเหล่ากาชาด สมาชิกชมรมมูลนิธิ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ  ร่วมถวายราชสักการะ และถวายราชสดุดีและขอพระราชานพระบรมราชวโรกาส กราบบังคมทูลต่อดวงพระวิญญาณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ซึ่งต่างสำนึกในพระมาหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้กับชาติไทย ทรงสถาปนาความเข้มแข็ง มั่นคงแก่ประเทศชาติ นำมาซึ่งความสงบสุข และเกียริตภูมิของราชอาณาจักรไทยจนถึงปัจจุบัน

วันนี้ (25 เม.ย. 57)  ณ  อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ   นายประทีป  กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ  เป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการประกอบพิธีถวายราชสักการะ พร้อมกับประกาศสดุดี ขอถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นวาจา  ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความกตัญญูกตเวที ในพระวีรกรรม แห่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า  ข้าเจ้าทั้งปวงจะเสียสละ  ประโยชน์สุขส่วนตน  เพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์สุขของส่วนรวม จะตระหนักสำนึกในเกียติภูมิของชาติมุ่งมั่นสร้างสรรค์คุณประโยชน์มาตุภูมิให้ยั่งยืนมั่นคงตราบจิรัฐติการ เนื่องเป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและความกตัญญูกตเวทิตา ต่อพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ล้ำเลิศด้วยพระกฤดาภินิหาร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้กับชาติไทย ทรงสถาปนาความเข้มแข็ง มั่นคงแก่ประเทศชาติ นำมาซึ่งความสงบสุข และเกียรติภูมิของราชอาณาจักรไทยจนถึงปัจจุบัน   โดยมีข้าราชการทุกส่วนราชการ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการบำนาญ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สมาชิกเหล่ากาชาด สมาชิกชมรมมูลนิธิ นักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ร่วมพิธี  

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระราชสมภพ  ณ  พระราชวังจันทน์  เมื่อปีพุทธศักราช  2098  พระองค์ทรงเป็นวีรกษัตริย์ ที่ทรงพระปรีชาสามารถ อัจฉริยภาพ และฝีพระหัตถ์ทางการรบอย่างล้ำเลิศ ทรงตรากตรำพระวรกายในการทำศึกสงคราม ตลอดพระชนมีชีพของพระองค์

ในปีพุทธศักราช  2124  พระองค์ทรงแสดงแสนยานุภาพ ในการยกทัพตีเมืองคั่ง จนได้รับชัยชนะ  ปีพุทธศักราช 2127  พระองค์ทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง  หลังจากประกาศอิสรภาพแล้ว  ได้ทรงกรีฑาทัพเข้าสู่เมืองหงสาวดี และรวบรวมคนไทยกลับมาได้ อีกทั้งยังสามารถใช้พระแสงปืนยาว  ยิงข้าแม่น้ำสะโตง  ถูกแม่ทัพของพม่า ซึ่งนั่งอยู่บนคอช้างจนเสียชีวิต ทำให้ทัพพม่าถอยกลับ และพระแสงปืนที่พระองค์ทรงใช้ในวันนั้น  ได้ปรากฏนามว่า  "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง”  ซึ่งถือเป้นพระแสงอัษฏาวุธอันเป็นเครื่องราชูปโภคสำหรับพระมหากษัตริย์ สืบมาจนบัดนี้  ปีเดียวกันนั้น ทรงได้รับชัยชนะในกาทำสงครามกับพระยาพะสิม ที่เมืองกาญจนบุรี ปีพุทธศักราช 2129  พระเจ้านันทบุเรง ยกทัพใหญ่มาล้อมกรุงศรีอยุธยา  พระองค์ทรงใช้วิจารณญาณ ในกาวางแผนป้องกันเมืองอันล้ำเลิศจากการที่ทัพพม่าล้อมกรุงศรีอยุธยา  แต่ก็ไม่สามารถเข้าตีได้ จึงล่าทัพกลับไป ปีพุทธศักราช 2133 สมเด็จพระนเรศวรขึ้นครองราชย์  พระเจ้านันทบุเรงนอง ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง  พระองค์ทรงเปลี่ยนยุทธวิธีในการรบ จากากรตั้งรับเป็นฝ่ายรุก ผลการรบครั้งนั้น พระยาพุกามตายในสนามรบ พระยาพระสิมถูกจับ ส่วนพระมหาอุปราชหนีถอยออกไป

ในวันที่ 18  มกราคม ปีพุทธศักราช 2135 พระองค์ทรงทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราช จนได้รับชัยชนะ  ทำให้บารมีแห่งพระบรมเดชานุภาพแผ่ไพศาล หัวเมืองน้อยใหญ่ ต่างขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา  และในปีพุทธศักราช 2148  พระเจ้าอังวะมีอำนาจ  จึงได้ขยายอาณาเขตเข้ามาทางแคว้นไทยใหญ่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงยกทัพไปยังเมืองห้างหลวง

และในปีเดียวกันนี้องค์ทรงพระประชวรหนักและเสด็จสู่สวรรคต เมื่อเดือน 6  ขึ้น  8 ค่ำ  ปีมะเส็ง  พุทธศักราช 2148  พระชนมายุ  50 พรรษา  ทรงครองสิริราชสมบัติ  15 ปี



ข้อมูล...สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ
สุรศักดิ์  สร้อยเพชร / ข่าว

อุดรธานีเปิดใช้ห้องประชุมสบายดีอย่างเป็นทางการ

จังหวัดอุดรธานี เปิดใช้ห้องประชุมสบายดีอย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดประชุมและจัดกิจกรรมต่างๆสำหรับกลุ่มจังหวัด จังหวัด รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชน ประชาสังคม พร้อมจัดประชุมคณะกรรมการบริหารกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1

ที่ห้องประชุมสบายดี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี วันนี้ ( 25 เม.ย.57 )นายเสนีย์  จิตตเกษม  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีในฐานะประธานกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 เป็นประธานเปิดการใช้งานห้องประชุมสบายดีอย่างเป็นทางการ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการภาคเอกชน จากจังหวัดหนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬและอุดรธานี ร่วมพิธี

นายธนดร เบ็ญจจินดา  หัวหน้ากลุ่มงานอำนวยการรักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า สืบเนื่องจากจังหวัดอุดรธานีได้ปรับปรุงห้องศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ซึ่งอยู่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดเป็นห้องประชุม โดยใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 จำนวน 5,800,000 บาท เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดประชุมและจัดกิจกรรมต่างๆสำหรับกลุ่มจังหวัด ส่วนราชการระดับจังหวัด รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชน และประชาสังคม ตลอดจนเพื่อเป็นห้องจัดแสดงเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขาวง โดยนายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้กรุณาตั้งชื่อ ห้องประชุมสบายดี ซึ่งห้องประชุมดังกล่าวมีที่นั่ง 111 ที่นั่ง มีระบบโสตทัศนูปกรณ์ไฟฟ้า แสงสว่าง เครื่องเสียงและอุปกรณ์ประกอบต่างๆ สามารถรองรับการจัดประชุมหรือจัดกิจกรรมต่างๆระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัดได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ภายในห้องประชุมยังได้จัดแสดงผ้าพื้นเมืองเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละจังหวัดในกลุ่มจังหวัดด้วย

นายเสนีย์  จิตตเกษม  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ ได้ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์ว่า เป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านการค้า เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยวของอนุภาคลุ่มน้ำโขงและประชาคมอาเซียน โดยมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ 3 ยุทธศาสตร์ คือ การพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยว,เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการลงทุน อุตสาหกรรมและการค้า และส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานอย่างครบวงจร โดยที่สำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ หรือ ก.บ.ก. เพื่อประสานการจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด แผนปฏิบัติราชการประจำปีกลุ่มจังหวัด การบริหารราชการกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุสู่วิสัยทัศน์ของกลุ่มจังหวัด และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมีความจำเป็นต้องมีสถานที่ในการจัดประชุมหารือหรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันทั้ง 5 จังหวัด



ทีมข่าว ส.ปชส.อด.
ศรีภูมิ  ทองใหญ่ ณ อยุธยา  ข่าว/ภาพ
สุดารัตน์ หล้าคอม นศ.ฝึกงานภาพนิ่ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำส่วนราชการ ปลูกต้นไม้ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ระยะที่ ๒

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นำส่วนราชการ ปลูกต้นไม้ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ระยะที่ ๒

วันนี้ ๒๕ เม.ย.57 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของส่วนราชการ ปลูกต้นไม้ ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ระยะที่ ๒

เนื่องจากบริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ไม่มีต้นไม้ ทำให้เกิดความร้อนและแห้งแล้ง จังหวัดอุบลราชธานีได้ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้โดยรอบศาลากลางจังหวัด ระยะที่ 1 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 51 ต้น โดยมีขนาดลำต้นเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-7 นิ้ว ความสูงตั้งแต่ 5 เมตรขึ้นไป การปลูกต้นไม้รอบตัวอาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมบริเวณพื้นที่ทั้งหมดของศูนย์ราชการของ จังหวัด ดังนั้นจึงได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ ตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ในระยะที่ ๒ บริเวณทางเข้าพื้นที่ศูนย์ราชการจังหวัดอุบลราชธานี โดยการสนับสนุนพันธ์ไม้ จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบไปด้วย ต้นยางนา จำนวน ๕ ต้นต้นพะยูง จำนวน 8 ต้น ต้นอินทะนิล/ตะแบก จำนวน 1๖ ต้นต้นกันเกรา จำนวน 2 ต้นต้นลำดวน จำนวน 2 ต้น ต้นสำรอง(หมากจอง)จำนวน 1 ต้นต้นแก้วเจ้าจอมจำนวน 1 ต้น ต้นสาละลังกาจำนวน 2 ต้น รวมทั้งสิ้น ๓๗ ต้น

จังหวัดอุบลราชธานี ถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เช้าวันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่หอประชุมไพรพะยอม นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประธานในพิธี จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกล่าวคําถวายราชสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมี ศาล อัยการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระชนมายุ 50 พรรษา อยู่ในราชสมบัติ 15 ปี ถึงแม้พระองค์เสด็จสวรรคต มานานกว่า 409 ปี พสกนิกรต่างสำนึกนพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่ อริราชศัตรูตลอดชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย จนถึงทุกวันนี้

จังหวัดสุรินทร์จัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จังหวัดสุรินทร์จัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

วันที่ 25 เม.ย. 57 ที่หอประชุมจังหวัดสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจกระทำพิธีวางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกล่าวสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอนันต์ต่อแผ่นดินประเทศสยาม ทรงกอบกู้เอกราชชาติสยามจากการเป็นเมืองขึ้นของพม่าในสมัยอยุธยา ทรงยอมเสียสละและอดทนต่อการเป็นตัวประกันแลกเปลี่ยน ฝึกปรือฝีมือและตำราวิชัยยุทธ เมื่อได้รับอิสสระภาพกลับมาประเทศสยามได้รวบรวมไพล่พล และประกาศอิสสระภาพหลังจากถูกกดขี่ข่มเหงจากเจ้าผู้ครองนครพม่า ทรงกระทำยุทธหัตถีจนชนะพระมหาอุปราชผู้สำเร็จราชการกรุงหงสาวดี และทำศึกสงครามต่อเนื่องหลายครั้งจนชนะพม่าอย่างเด็ดขาดในสมัยนั้น ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยหลักทศพิธราชธรรม ประชาชนอยู่ดีมีสุข

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเสด็จสวรรคตเนื่องจากทรงพระประชวรในขณะยกทัพไปทำศึกที่เมืองห้างหลวง ปีมะเส็งพุทธศักราช 2148 เดือน 6 ขึ้น 8 ค่ำ ในขณะพระชนมายุ 50 พรรษา รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและให้ประกอบรัฐพิธี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้



ส.ปชส.สุรินทร์ กำชัย วันสุข / ข่าว
ไวยวิทย์ สุขเก่า / ภาพ

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานงานลงเสาเอกพระมหาเจดีย์พุทธคยามัญจาคีรี

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2557นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานพิธีบวงสรวงเสาเอก มณฑลพิธีสถานที่ก่อสร้างพระมหาเจดีย์พุทธคยามัญจาคีรี ที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลนางาม ซึ่งทางอำเภอมัญจาคีรีร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันจัดทำโครงการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทั้งสองพระองค์ได้ทรงอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และน้ำ ดังพระเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ที่ว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า ชาวอำเภอมัญจาคีรีจึงขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกหลวงเนื้อที่ 19 ไร่ 3 งาน 40 ตาราวาและได้รับอนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเรียบร้อยแล้วทำการก่อสร้างพระมหาเจดีย์พุทธคยามัญจาคีรีขนาดฐานกว้าง/ยาว 81 เมตร สูง 108 เมตร โดยจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย  พื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านได้ร่วมกันปลูกป่าอีก 3,000 ต้นรอบๆสถานที่ก่อสร้าง สำหรับผู้ที่สนใจสมทบทุนสร้างสามารถที่ จะบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขามัญจาคีรี ชื่อบัญชี กองทุนเพื่อจัดสร้างพระมหาเจดีย์พุทธคยามัญจาคีรี หมายเลขบัญชี 982-2-83388-1  การประกอบพิธีบวงสรวงลงเสาเอกครั้งนี้ขณะที่ทำพิธีเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ทรงกลดตลอดเวลาเป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ผู้ที่มาร่วมพิธีมหามงคลครั้งนี้

แม่ค้า นำอึ่งมาแปรรูป เป็น“ปลาร้าอึ่ง” สร้างรายได้ช่วงหน้าร้อน

พายุฤดูร้อน สร้างความเสียหาย แก่บ้านเรือน พืชไร่ แต่ สิ่งหนึ่ง ที่มากับ พายุ และสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน คือ "อึ่ง” ชาวชัยภูมิอาศัยช่วงเวลานี้ ออกจับอึ่งมาขาย ทั้งขายตัวเป็นๆ และแปรรูปเป็นปลาร้าอึ่ง ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ บริเวณซอย หน้าธนาคารกรุงไทย แหล่งจำหน่ายสินค้าตามฤดูกาล หลากหลายชนิด ช่วงที่เกิดฝนฟ้า คะนอง และเกิดพายุฤดูร้อน ชาวบ้านจะ ออกไปหาจับอึ่ง มาขายในตลาด ขายทั้งตัวเป็นๆ และแปรรูปเป็นปลาร้าอึ่ง
แม่ตุ่ย ขันทอง ดาโม้ แม่ค้าในตลาดเทศบาลผู้ขายปลาร้าอึ่งได้เปิดเผยว่า รับอึ่งมาจากหนองบัวระเหว เทพสถิต กิโลกรัมละ 150 – 170 บาท และนำมาขายกิโลกรัมละ 200 บาท เนื่องจากอึ่งนั้นอัดมาในถุง จึงทำให้อึ่งตายไปส่วนหนึ่ง แม่ค้าจึงนำอึ่งที่ตายนั้นมาทำปลาร้า โดยหมักเกลือกับข้าวคั่วทิ้งไว้ 1-3 วันก็นำออกมาขายได้แล้ว อายุการเก็บรักษาได้เป็นปีเหมือนปลาร้าทั่วไป ขายกิโลกรัมละ 200 บาท การนำมาปรุงอาหารจะใส่กับแกงป่า เช่น แกงใส่ผักที่ชาวบ้านเรียกว่า ผักอีรอก นำมาแกงใส่ปลาร้าอึ่งหอมอร่อย หรือนำปลาร้าอึ่งมาทอดน้ำมันรับประทานกับข้าวเหนียวก็ได้เช่นกัน แต่ไม่นิยมนำมาใส่ส้มตำ การทำปลาร้าอึ่งจะทำได้เฉพาะช่วงต้นฝนนี้เท่านั้น เป็นภูมิปัญญาการถนอมอาหาร ที่มีให้กินได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และสามารถเก็บไว้กินได้ทั้งปี

นอกจากอึ่งแล้ว ตลาดบริเวณนี้ ยังมีอาหารป่า ที่ได้มาจากธรรมชาติ จำพวก ผักอีรอก ผักหวานป่า ไข่มดแดง หน่อไม้




นฤมล เกิดศักดิ์ ณ แวงน้อย 
นิสิตฝึกงาน/ข่าว/ส.ปชส.ชัยภูมิ

จังหวัดขอนแก่นจัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

วันนี้ (25 เม.ย. 57) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา จุดธูปเทียน ถวายเครื่องราชสักการะ หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรู ตลอดพระชนมายุ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดมาจนทุกวันนี้ เป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวีรกษัตริย์ของไทย ซึ่งได้ทรงคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ชาวไทย ทั่วหล้า พระองค์เสด็จสวรรคตท่ามกลางกองทัพไทยระหว่างยกทัพไปเมืองฮาง สิริพระชนมายุรวม 50 พรรษา ด้วยความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวขอนแก่น ที่ได้อาศัยแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ทำมาหากิน อยู่ดีมีสุข ด้วยพระบารมีของพระองค์ที่ปกป้องคุ้มครอง สร้างชีวิต ความเป็นคนไทยทุกคน ซึ่งพิธีดังกล่าวมีหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ขอนแก่น จัดงานสัมมนาวิชาการ นานาชาติ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8

นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่าจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 9 ศูนย์บริการบุคคลออทิสติก บ้านเติมเต็ม สมาคมผู้ปกครองเด็กออทิสติกจังหวัดขอนแก่น บริษัทขอนแก่นแหอวน จำกัด และ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น  จะร่วมกันจัดการประชุมสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ "เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 8” ในวันพุธ ที่ 30 เมษายน พ.ศ.2557 ณ โรงแรมพูลแมน ราชาออคิดจังหวัดขอนแก่น   การจัดงานดังกล่าว สืบเนื่องจากในวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้ เป็น วันรณรงค์ตระหนักรู้ออทิสติกโลก และให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ ตลอดทั้งเดือนเมษายน เพื่อให้มวลชนสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับออทิสติกทั่วโลก จัดมาตรการ การสร้างเสริมเจตคติ การพัฒนาระบบคัดกรอง การวินิจฉัย และการจัดระบบการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกในทุกๆ ด้าน  และร่วมเฉลิมฉลองวัน ตระหนักรู้ออทิสติกโลก และแสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ออทิสติกระดับโลก ตลอดจนบทบาทการ่วมรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทย ให้หันมาสนใจปัญหาเกี่ยวกับภาวะออทิสซึมในประเทศ ซึ่งนับวันจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี

 การสัมมนาครั้งนี้ภายใต้หัวเรื่อง "ตระหนัก เข้าใจ ให้ความช่วยเหลือแบบองค์รวมในบุคคลที่มีภาวะออทิสซึม” ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ในการให้ความช่วยเหลือ พัฒนาการจัดการศึกษาและการให้โอกาสแก่บุคคลออทิสติก ให้เกิดแก่สมาชิกในชุมชนและสังคม ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้และทักษะใหม่ๆ ในการให้ความช่วยเหลือพัฒนาและการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกให้กับผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร นักสหวิชาชีพ และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านการให้ความช่วยเหลือ การพัฒนาและการจัดการศึกษาเรียนรวมทั้งการแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการพัฒนาบุคคลออทิสติกในจังหวัดขอนแก่นในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ชายขอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ลาว กัมพูชา รวมทั้งผลักดันและกระตุ้นให้เกิดการจัดการเรียนรวมที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติกในโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่อยู่ในชุมชนใกล้บ้าน ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ซึ่งเป็นความประสงค์ของภาคีเครือข่ายการทำงานเพื่อบุคคลออทิสติก ที่ต้องการเผยแพร่ความรู้และการทำงานแบบบูรณาการอย่างเข้มแข็งจริงจัง

จังหวัดขอนแก่นปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้น หายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในเรือนจำ

เมื่อเวลา 05.30 น.  วันนี้(24 เมษายน 2557) นายสมศักดิ์  สุวรรณสุจริต  ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัดขอนแก่น  นำกำลังข้าราชการ ทหาร ตำรวจ กำลัง อส.ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ/ทัณฑสถาน ทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ทั้ง  5 แห่ง  จำนวนกว่า 800 นาย เพื่อระดมกำลังตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด และเครื่องมือสื่อสาร ตามนโยบายจังหวัดขอนแก่นไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภทผลจากการจู่โจมตรวจค้นดังกล่าว  ไม่พบยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย   พบสิ่งของต้องห้ามตามระเบียบเรือนจำ    อาวุธดัดแปลงจำนวน    7  อันอุปกรณ์สักลายจำนวน    9  ชิ้น    หนังสือลามกอนาจารจำนวน  4 เล่มไฟแชคจำนวน19  อันบุหรี่ (ไม่อนุญาตให้มีไว้จำนวน     1  ถุงใหญ่

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นไป ตามโครงการ "จังหวัดขอนแก่น ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอย่างยั่งยืน” ปี 2557  เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้หมดจากจังหวัดขอนแก่นเป็นปฏิบัติการในการทำกระบวนการเรือนจำสีขาว ซึ่งขอนแก่นทำทั้งชุมชนสีขาว บ้านเรือนสีขาว โรงงานสีขาว โรงเรียนสีขาว โบสถ์ วัดสีขาว สถานบริการสีขาว นำผู้เสพผู้ติดเข้าอบรมเข้าบำบัดเพื่อให้กลับมาเป็นคนดีของสังคมและปราบปรามผู้ค้าผู้ขายให้หมดไป  ในการปฏิบัติการดังกล่าว  เป็นมาตรการด้านการป้องกันยาเสพติดในจุดเสี่ยงต่อการค้าและแพร่ระบาด ยาเสพ ซึ่งเน้นปฏิบัติการ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการป้องกันในทุกจุดเสี่ยง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ได้แก่ หมู่บ้าน/ชุมชน  ศาสนสถาน วัด โบสถ์ มัสยิด โรงเรียน โรงงาน  สถานบริการ  ร้านเกม/คาราโอเกะ  หอพัก  เรือนจำ และโรงพัก  ด้านการปราบปรามผู้ค้า/ผู้ผลิตยาเสพติด  และด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด  สำหรับการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ/ทัณฑสถานฯ ครั้งนี้ เป็นการป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นจุดเสี่ยงต่อการค้าและแพร่ระบาดของยาเสพติด  รวมทั้ง     เพื่อลดระดับปัญหายาเสพติดไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ระบบเศรษฐกิจ และความสงบสุขของประชาชน      ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติโดยเร็ว...

เกษตรกรชัยภูมิ ปรับวิธีการทำการเกษตร ลดต้นทุนเพิ่มรายได้ รักษาสิ่งแวดล้อม

เกษตรกร ยุคใหม่ ที่ชัยภูมิ หันมาทำการเกษตร แบบไร่ นา สวน ผสม มีการทำเกษตรที่หลากหลาย ที่ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ แต่ทุกกิจกรรมมุ่งลดต้นทุน เพิ่มรายได้ รักษาสภาพแวดล้อม และทำกิจกรรมที่สนองความต้องการของตลาดเป็นหลัก ตัวไหนตลาดไม่ดี นำกลับมาเป็นต้นทุน ในการเลี้ยงสัตว์ได้ ไม่ต้องง้อตลาด

ที่แปลงไร่นาสวนผสม ของ นายปราโทย์ และนางสุภาพ ใยโนนตาด เกษตรกรตำบลบ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ สองสามี ภรรยา ที่ใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ มาปรับปรุงพื้นที่ 30 กว่าไร่ ให้สามารถปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ มีรายได้ตลอดทั้งปี ฉีกแนวการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ที่ต้องเจอปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ มาเป็นเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง และพึ่งพาซึ่งกันและกันของพืชและสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญลดการพึ่งพาต้นทุนการผลิตจากภายนอก หันมาทำเกษตรอินทรีย์ สร้างความมั่นคง ให้กับชีวิต เมื่อยามแก่เฒ่า สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ได้


นางสุภาพ ใยโนนตาด เล่าให้ฟังว่า เดิมที่ 30 ไร่ จะปลูกข้าวทั้งหมด เกิดปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่คุ้มทุน จึงปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เริ่ม ขุดบ่อเลี้ยงปลา 3 บ่อ บริเวณขอบบ่อปลูกกล้วยหอมทอง ส่งขายให้กับกลุ่มแม่บ้านแปรรูปเป็นกล้วยกรอบแก้ว ซึ่งเป็นตลาดที่แน่นอน มีเท่าไหร่รับซื้อทั้งหมด นอกจากนั้นยังปลูกไผ่กิมซุง มะม่วงพันธุ์ดี เพื่อสร้างร่มเงา และเก็บผลผลิตขาย เป็นของฝากผู้มาเยี่ยมสวนอีกด้วย ส่วนในสระน้ำ

นอกจากปลูกพืชผักไว้รอบๆบริเวณขอบสระแล้ว ยังมีการเลี้ยงเป็ดไข่ จำนวน 200 ตัว ได้ไข่เป็ด 150- 200 ฟอง ต่อวัน เป็นการสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่งด้วย ใช้รูปแบบการเลี้ยงเป็ดแบบกึ่งธรรมชาติ โดยจะให้กินหัวอาหารผสมข้าวเปลือก 1ต่อ 3 ส่วน ช่วงเย็นมื้อเดียว ช่วงเช้า เป็ดจะออกไข่ ที่นี่จะไม่ให้อาหารเช้า แต่จะปล่อยให้เป็ดกินแมลง ที่ใช้ไฟแมงดา ดักเอาไว้

หลังจากนั้นจึงปล่อยให้เป็ดลงหากินในหนองน้ำ โดยเฉพาะหน้าที่นาข้าวเจริญเติบโต จะปล่อยเป็ดลงไปกินหอย ในนาข้าวทุกวัน ไปจนถึงช่วงข้าวเริ่มออกรวง จึงกักเป็ดไว้ไม่ให้ลง และจะปล่อยลงอีกครั้ง ช่วงเก็บเกี่ยวเสร็จ ช่วงไม่มีข้าวในนา ก็จะปล่อยลงสระน้ำ 3 บ่อ

ส่วนการทำนาที่นี่ จะเน้นทำนาแบบอินทรีย์ เพิ่มผลผลิตข้าวโดยการใช้เครื่องดำนา ควบคุมน้ำแบบแห้งสลับเปียก ใช้น้ำหมักชีวภาพ แทนปุ๋ยเคมี ใช่เป็ดลงกินหอย และได้ปุ๋ยจากมูลเป็ด และที่สำคัญใช้แหนแดง (อ่านว่า แ-หน- ) เป็นพืชน้ำ ช่วยดึงไนโตรเจน เร่งการเจริญเติบโตของต้นข้าว ทำให้ช่วยลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง ข้าวได้ผลผลิต 600 กิโลกรัมต่อไร่ขึ้น จากภาวะอากาศร้อน เป็ดที่เลี้ยงไว้ 200 กว่าตัว เกิดอาการเครียด ส่งผลให้ปริมาณไข่ลดน้อยลง กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดทุน เนื่องจาก หัวอาหารมีราคาแพง กะสอบละ 400 กว่าบาท หน้าแล้งแหล่งอาหารตามธรรมชาติ มีน้อยลง




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

โคราชประกอบพิธีวางพวงมาลา รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย

วันนี้ ( 25 เม.ย. 57 ) ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมวางพวงมาลาพร้อมอ่านประกาศพระราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดงานรัฐพิธี วันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จ พระนเรศวร มหาราช ในวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี จังหวัดนครราชสีมา จึงได้กำหนดจัดให้มีพิธีวางพวงมาลา เพื่อถวายราชสักการะต่อหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย

จังหวัดบุรีรัมย์ ซ้อมใหญ่รับมือเหตุเพลิงไหม้โรงงานยางพารา ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

จังหวัดบุรีรัมย์ ระดมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ซ้อมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในโรงงาน เตรียมพร้อมป้องกันระงับเหตุเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ซ้อมแผนจำลองเหตุการณ์จริงในการป้องกันระงับเหตุเพลิงไหม้ ในโกดังเก็บยางพารา บริษัท รับเบอร์แลนด์ จำกัด ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ขณะที่มีพนักงานทำงานอยู่ในโรงงานจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงาน ได้มายังจุดเกิดเหตุเพื่อระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม จากนั้นได้ช่วยกันอพยพพนักงานออกจากพื้นที่เกิดเหตุ ไปยังจุดรวมพลของทางโรงงาน และทำการค้นหาผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน

นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การซ้อมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานยางพาราครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อม ในเชิงบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันระงับเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการระงับเพลิง และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เกิดการตื่นตัว มีความพร้อมที่จะออกปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามหลังจากการซ้อมแผนระงับเหตุเสร็จสิ้น จะได้ประเมินการปฏิบัติงานเพื่อนำจุดบกพร่องไปปรับปรุงแก้ไข ให้การปฏิบัติหน้าที่เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย

บุรีรัมย์ประกอบพิธีถวายราชสดุดีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ข้าราชการทุกภาคส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมประกอบพิธีถวายราชสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้ทรงทำยุทธหัตถีต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชของชาติ

วันนี้ ( 25 เม.ย. 57) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดบุรีรัมย์ นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ ข้าราชการจากทุกภาคส่วน ร่วมประกอบพิธีถวายราชสดุดี ต่อหน้าพระบรมสาทิศลักษณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรูตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน โดยเฉพาะการทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชา ที่กลายเป็นภาพลักษณ์ของความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้กับชาติไทย ให้อนุชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงตราบเท่าปัจจุบัน




สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

บึงกาฬจัด งานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

เมื่อเวลา 08.29 น.วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557 ที่หอประชุมโรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2556 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แทนวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 จังหวัดบึงกาฬ จึงได้จัดงานวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และ พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านที่ทรงพระปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ขับไล่อริราชศัตรู ตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อสร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย และเป็นมหาวีรกรรมที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตลอดมาจนทุกวันนี้

โดยจังหวัดบึงกาฬจัดให้มีการประกอบพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะ ของผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน สถานศึกษา ชมรม สมาคม มูลนิธิ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นประธาน วางพวงมาลา จุดธูปเทียน ถวายเครื่องราชสักการะ หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งมีหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ผู้ตรวจสำนักนายกเขต 10 ติดตามปัญหาภัยแล้งบึงกาฬ

วันนี้ 24-04-57 นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 ลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬเพื่อตรวจติดตามปัญหาการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดให้การต้อนรับและได้มีการเรียกสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬและนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอประชุมเพื่อรายงานข้อมูลปัญหาภัยแล้งในพื้นที่แต่ละอำเภอ ณ ห้องประชุมชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ

จากการรายงานของแต่ละอำเภอจังหวัดบึงกาฬได้ประสบปัญหาภัยแล้งแต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงซึ่งในแต่ละอำเภอยังสามารถรับมือได้จึงยังไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งโดยการดำเนินการทางจังหวัดได้มีการซื้อถังน้ำสำรองกลางสำหรับหมู่บ้านที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคและได้ทำการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อเป็นการสำรองน้ำอีกทางหนึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์แหล่งน้ำธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำไม่มีน้ำ

นอกจากการประชุมแล้วผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขตจรวจราชการที่ 10 ได้ลงพื้นที่ บ้านโนนสมบูรณ์ หมู่ 13 ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อสอบถามประชาชนว่าได้รับประโยชน์การช่วยเหลือของจังหวัดมากน้อยเพียงไรซึ่งชาวบ้านเล่าว่าได้รับประโยชน์อย่างมากจากการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเป็นอย่างมากทำให้ชาวบ้านไม่ขาดแคลนน้ำในการใช้อุปโภคบริโภค

อธิบดีกรมจัดหางานจับมือผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬจัดระบบแรงงานต่างด้าว

วันนี้ (24 เม.ย. 2557) เวลา 09.00 น. นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ให้การต้อนรับ นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน ที่มาเป็นประธานพิธีเปิด "โครงการประชาสัมพันธ์ จัดระบบแรงงานต่างด้าว(ประชุมนายจ้าง)จังหวัดบึงกาฬ ปีงบประมาณ 2557 ” ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมเดอะวัน อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ จัดโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ความเข้าใจ ข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติในการขอรับใบอนุญาตทำงานของคนงานต่างด้าว ตลอดจนการจัดเก็บเงินกองทุนเพื่อการส่งกลับคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักร ให้แก่นายจ้างและสถานประกอบการได้รับทราบและปฏิบัติตามข้อกฎหมายและนโยบายรัฐบาลต่อไป

อธิบดีกรมการจัดหางานและผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนร่วมกันว่าจะร่วมกันผลักดันและเร่งจัดระบบแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ระบบที่ถูกต้องให้มากที่สุด ตลอดจนการตรวจสอบและป้องกันการค้ามนุษย์ โดยมอบหมายให้ นางธนพร สุวรรณโณ จัดหางานจังหวัดบึงกาฬ เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการลักลอบเข้ามาทำงานอย่างเข้มงวด

เหล่ากาชาดบึงกาฬลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุพัดถล่มสวนยาง

วันนี้ 23-04-57 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ผศ.วรุณวรรณ ผาโคตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬนำทีมเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬออกเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้สวนยางได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก

จากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฎรและสวนยางในพื้นที่ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬได้รับความเสียหายนั้นในเบื้องต้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬและเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางลงพื้นที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจผู้ประสบภัยในส่วนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายมาก่อนนี้แล้วอย่างต่อเนื่องในวันนี้เหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬยังห่วงใยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในส่วนของสวนยางพาราที่ได้รับความเสียหาย กาชาดจังหวัดบึงกาฬมองว่าเมื่อดูแลที่อยู่อาศัยแล้วก็ยังห่วงใยในส่วนของพื้นที่ทำกินจึงได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่ทำให้ต้นยางพาราเสียหายจึงได้มาเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุงให้กับประชาชน ซึ่งสร้างความยินดีให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

กาชาดบึงกาฬออกหน่วยรับบริจาคโลหิต

วันนี้ 23 -04-57 เวลา 09.00 น. สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ นำทีมโดย ผศ.วรุณวรรณ ผาโคตร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยคณะกรรมการ และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบึงกาฬ จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ออกรับบริจาคโลหิต ที่หอประชุมอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ โดยนาย ชัยวัฒน์ โอชนานนท์ นายอำเภอโซ่พิสัย ให้การต้อนรับ และมีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในอำเภอโซ่พิสัย ร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ จำนวน 159 ราย ได้โลหิต 68,550 ซีซี ซึ่งกาชาดจังหวัดบึงกาฬมีโลหิตสำรองรวมการบริจาคในวันนี้ด้วยเป็นจำนวน 91,250 ซีซี

สำหรับการจัดหาโลหิต เป็นภารกิจหลักประการหนึ่ง ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด ได้รับมอบหมายจากสภากาชาดไทยให้ดำเนินการ โดยจัดทำแผนการออกหน่วยรับบริจาคเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากปัจจุบันแนวโน้มความต้องการโลหิตมีประมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโลหิตที่ได้รับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬ ได้มอบให้กับโรงพยาบาลบึงกาฬ สำรองไว้ในธนาคารโลหิต เพื่อไว้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้โลหิตต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดบึงกาฬได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการประสานและจัดหาโลหิตเป็นอย่างดี

บึงกาฬจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน

จังหวัดบึงกาฬจัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ที่โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ต.ศรีชมพู อ.พรเจริญ มีส่วนราชการ หน่วยงานร่วมออกให้บริการแก่ประชาชนมากกว่า ๓๐ หน่วยงาน มีประชาชนมารับบริการเป็นจำนวนมาก

วันนี้ 23-04-57 นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้แต่ละจังหวัดดำเนินโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ได้ออกให้บริการแก่ประชาชนตามภารกิจของตนเอง เป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางมาติดต่อราชการ และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ กับประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ในวันนี้ออกหน่วยบริการประชาชนที่โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ต.ศรีชมพู อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ มีกิจกรรมการให้บริการของส่วนราชการ หน่วยงาน กว่า ๓๐ หน่วย ประกอบด้วย แจกถุงยังชีพแก่ประชาชนผู้ยากจน จำนวน ๑๐๐ ชุด มอบเงินสงเคราะห์แก่เด็กยากจน จำนวน ๒๐ ทุนๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท มอบชุดนักเรียน จำนวน ๑๐๐ ชุด มอบผ้าถุง ผ้าขาวม้าแก่ประชาชน ๑๐๐ คน จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจรักษาโรคทั่วไป ทันตกรรม และ การแพทย์แผนไทย หน่วยปศุสัตว์เคลื่อนที่ บริการผ่าตัดทำหมันสุนัข แมว บริการคลินิกด้านการเกษตร ประมง สหกรณ์ ที่ดิน อุตสาหกรรม การป้องกันสาธารณภัย ให้คำแนะนำด้านการประกอบอาชีพ เกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง ตรวจซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย ด้านแรงงาน รับสมัครงานในประเทศและต่างประเทศ ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถที่ปลอดภัย การใช้พลังงาน รับเรื่องราวร้องทุกข์ รับขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน การจัดนิทรรศการให้ความรู้ของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ การจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าชุมชน และอื่นๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสารต่างๆโดยเฉพาะพยากรณ์อากาศเพราะช่วงนี้เกิดพายุฤดูร้อนบ่อยครั้งซึ่งจังหวัดบึงกาฬเองเจอมาสองรอบแล้วสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนหลายร้อยหลังคาสวนยางเสียหายหลายพันต้นจึงเตือนให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อนดูแลบ้านเรือนให้มั่นคงแข็งแรงถ้ามีเหตูการณ์เกิดขึ้นก็ให้รีบแจ้งโดยด่วน

บึงกาฬออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เคลื่อนที่

วันนี้ 23-04-57 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เคลื่อนที่ โดยสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงพยาบาลพรเจริญ ได้ ออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. เคลื่อนที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่อำเภอพรเจริญ โดยมีประชาชนมารับบริการเป็นจำนวนมาก

นายปรีดาศักดิ์ หนูแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬได้จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเข้าถึงบริการจากส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ เป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับโรงพยาบาลพรเจริญ และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อำเภอพรเจริญ ได้จัดหน่วยแพทย์ พอ.สว. เคลื่อนที่ ออกให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกลร่วมกับทางจังหวัดบึงกาฬเช่นเดียวกัน โดยในวันนี้ ออกให้บริการในพื้นที่อำเภอพรเจริญ ณ โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ต.ศรีชมภู กิจกรรมให้บริการประกอบด้วย ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค บริการด้านทันตกรรม บริการแพทย์แผนไทย ตลอดจนชี้แจงข้อมูลข่าวสาร รณรงค์ให้ความรู้ต่างๆ แก่ประชาชน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้กับกลุ่มเสี่ยงด้วย ตำบลศรีชมภู มีสถานบริการสาธารณสุข คือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีชมภูและโรงพยาบาลพรเจริญ มีอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม)จำนวน 83 คน เมื่อเกิดมีการเจ็บป่วย ประชาชนจะเดินทางไปรับบริการที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีชมพู โรงพยาบาลพรเจริญ และโรงพยาบาลบึงกาฬ ตามลำดับ

รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่อำเภอพรเจริญที่พบส่วนใหญ่เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด โรคระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มสูงขึ้น คือ ในปี 2556 มีผู้ป่วย 237 ราย แยกเป็น โรคเบาหวาน 109 ราย โรคความดันโลหิตสูง 95 ราย โรคหัวใจและหลอดเลือด 14 ราย และโรคเรื้องรังอื่นๆ 19 ราย ประชาชนตำบลศรีชมภูได้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพดังกล่าวจึงได้มีการรณรงค์ควบคุมป้องกันโรคโดยมีกิจกรรมคัดกรองความเสี่ยงอบรมให้ความรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้กับกลุ่มเสี่ยงและจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มประชาชนโดยทั่วไป การออกหน่วยแพทย์ พอ.สว.ในครั้งนี้มีประชาชนในตำบลศรีชมภู ทะยอยมารอรับบริการเป็นจำนวนมาก

ผู้ว่าฯ บึงกาฬ จัดโครงการไถ่ชีวิตโคเพื่อมอบให้เกษตรกร

วันนี้ (23-04-57) นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีไถ่ชีวิตโคกระบือเพื่อมอบโคให้กับเกษตรกรอำเภอพรเจริญ ณ โรงเรียนบ้านหนองผักแว่น ตำบลศรีชมพู อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วย

นายณรงค์ สุทธิสังข์ ปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬกล่าวว่า พิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ ของจังหวัดบึงกาฬเป็นดำริของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬที่จะดำเนินการไถ่ชีวิตโค-กระบือ เป็นประจำทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละ 1 ตัว โดยจะทำการมอบให้เกษตรกรในจังหวัดบึงกาฬนำไปเลี้ยงเพื่อขยายพันธ์ ในการไถ่ชีวิตโค-กระบือท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬจะเป็นเจ้าภาพหลักและมีหัวหน้าส่วนราชการและผู้ใจบุญร่วมกับบริจาคทรัพย์เพื่อนำมาไถ่ชีวิตโค-กระบือในทุกๆเดือน ถือได้ว่าเป็นการร่วมกันทำบุญและสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งและในวันนี้เป็นการไถ่ชีวิตโค จำนวน 4 ตัว ซึ่งโคทั้ง 4 ตัว ได้รับความอนุเคราะห์จาก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 1 ตัว และจากญาติโยม ศิษยานุศิษย์ ของหลวงปู่อุดม ญานรโต จำนวน 3 ตัว ซึ่งได้มอบให้กับนางไพจิตร สิ่งสิน นางลำไย ศรีคลังไพ นายดำ สีใส นางไกรสอน สารสอน เกษตรกรตำบลศรีชมภู อำเภอบึงพรเจริญ สร้างความดีใจให้กับเกษตรกรทั้ง 4 คนเป็นอย่างมากและเกษตรกรทั้ง 4 คนได้สัญญาว่าจะดูแลโคที่ได้รับให้เป็นอย่างดี

บึงกาฬจัดประชุมสภากาแฟ

วันนี้ 22 -04-57 เวลา 07.00 น. นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการประชุมบูรณาการจังหวัด หรือการประชุมสภากาแฟ ณ ร้านบึงกาฬเจริญยนต์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ โดยมีหัวหน้าส่วน ราชการ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ลูกจ้างในหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดบึงกาฬเข้าร่วมกิจกรรม ตามโครงการสภากาแฟที่มีขึ้นเดือนละหนึ่งครั้งซึ่งครั้งนี้ หอการค้าจังหวัดบึงกาฬ หน่วยงานเอกชน เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง

การจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อเป็นการประชุม แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องงานแบบไม่เป็นทางการในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานและส่วนราชการต่างๆในจังหวัดบึงกาฬ อันจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดบึงกาฬในทุกๆด้านต่อไป ซึ่งในวันนี้เป็นการคุยกันในเรื่องความคืบหน้าในการพัฒนาจังหวัดซึ่งมีโครงการสำคัญๆคือ การจัดทำแผนแม่บทชุมชน การพัฒนาหนองบึงกาฬ การสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งพังและปรับปรุงภูมิทัศน์ตามแนวลำน้ำโขงตลอดแนวจากโรงเรียนบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ถึงสำนักงานเทศบาลตำบลบึงกาฬ ความคืบหน้าในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 บึงกาฬ – ปากซัน การขยายถนนสี่ช่องจลาจล เส้นหนองคาย – บึงกาฬ การพัฒนายางพาราทุกรูปแบบรวมทั้งการทำโรงงานยางพาราด้วย อีกทั้งการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวซึ่งเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ทางหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ ได้จัดให้มีพิธีรดน้ำขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์

244 บึงกาฬ สนธิกำลังจับกุม 3 วัยโจ๋ พร้อมยาบ้า 1,905 เม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 บึงกาฬ สนธิกำลังหลายหน่วยงาน เข้าจับกุมนายปริญญัปราชญ์ เอี่ยมโนน อายุ 20 ปี นายฉัตรพล กอบุตร อายุ 21 ปี และนายฐนวุฒิ ทานาลาด อายุ 20 ปี 3 โจ๋ชาวสกลนคร ขณะขับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌค 740 กทม. ที่รับยาบ้า 1,905 เม็ดมาจากริมฝั่งโขง บ้านท่าอินทร์แปลง หมู่ 5 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ สอบสวนทั้ง 3 รับสารภาพว่ากำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยดัง ชั้นปีที่ 1 อยู่ระหว่างปิดเทอม มีเพื่อนรุ่นพี่โทรติดต่อให้มารับยาบ้าริมฝั่งโขงในราคา 4,000 บาท จึงได้รับงานดังกล่าวเพราะตัวเองจะได้เสพด้วย

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 22 เม.ย.2557 ทั้งนี้จากการสืบทราบของ พ.ต.อ.สมบัติ บุญโสภา ผกก.ตชด.24 อุดรธานี สืบทราบว่าจะมีการลักลอกขนยาเสพติดจาก สปป.ลาว ผ่านมาตามเส้นทางหลวงสาย 212 ช่วงระหว่าง อ.เมืองบึงกาฬ- อ.บุ่งคล้า จึงสั่งการให้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ วางกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางดังกล่าว พบรถเก๋งฮอนด้ารุ่นซีวิค วิ่งขึ้นมาจากถนนเรียบฝั่งโขง บ้านท่าอินทร์แปลง หมู่ 5ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบึงกาฬ มีชายวัยรุ่นนั่งมา 3 คนจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับได้เร่งเครื่องขับหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงแจ้งให้จุดสกัดตู้ยามทางหลวงตรง 4 แยกไฟแดงสกัดและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ ตามไปสมทบ จึงสามารถจับกุมคนร้ายได้ ทราบชื่อคนขับ คือ นายปริญญ์ปราชญ์ เอี่ยมโนน อายุ 20 ปี ส่วนนายฉัตรพล กอบุตร อายุ 21 ปี และนายฐนวุฒิ ทานาลาด อายุ 20 ปี นั่งมาข้างคนขับและเบาะด้านหลัง จากการตรวจค้นรถไม่พบของผิดกฎหมาย นายปริญญ์ปราชญ์ยอมรับว่าได้โยนทิ้งยาบ้า 1 มัดลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงตามไปค้นหาพบทิ้งห่างออกไปประมาณ 200 เมตรนับจำนวนได้ 1,905 เม็ด

สื่อมวลชนมหาสารคามร่วมเวทีเสวนาร้อยรวมใจ เพื่อใต้สันติสุข

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม นำสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีเสวนา ร้อยรวมใจ เพื่อใต้สันติสุข ร่วมกับผู้นำศาสนาพุทธและอิสลาม ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดผู้แทนภาค 1 รวม 11 จังหวัด ร่วมกันจัดขึ้น ณ จังหวัดหนองคาย

(25-4-57) ในการจัดกิจกรรมเวทีเสวนา ร้อยรวมใจ เพื่อใต้สันติสุข ตามโครงการประชาสัมพันธ์สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ศาสนาความจริงที่ต้องเปิดเผย ประจำปี 2557 โดยการนำผู้แทนศาสนา พุทธและอิสลาม มาร่วมเปิดเผยถึงแนวคิดและการอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างความสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดผู้แทนภาค 1 จัดขึ้น ที่จังหวัดหนองคาย นั้น มีตัวแทนสื่อมวลชนจาก 11 จังหวัดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น หนองคาย กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู เลย อุดรธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา บึงกาฬ สกลนครและมหาสารคาม จังหวัดละ 10 คนร่วมกิจกรรม

สำหรับสื่อมวลชนของจังหวัดมหาสารคาม ที่ร่วมในเวทีเสวนา ร้อยรวมใจ เพื่อใต้สันติสุข ครั้งนี้ มีนักจัดรายการวิทยุกระจายเสียง เคเบิลทีวี เจ้าหน้าจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำแนวคิด ความรู้ ความเข้าใจของแต่ละศาสนาไปเผยแพร่ผ่านช่องทางของสื่อในพื้นที่ให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับทราบ อันจะนำไปสู่การสร้างความรัก ความสามัคคี ในการอยู่ร่วมกันในสังคมและประเทศชาติอย่างสันติสุข บนพื้นฐานของความแตกต่างทางศาสนา



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อน 26-30 เมษายนนี้

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 26-30 เมษายน 2557 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรง ได้แผ่ปกคลุมประเทศจีนตอนบบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 26 เมษายน 2557 ต่อจากนั้นจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยจะปกคลุมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

ด้านนายอดุล จันทนปุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ขอให้พี่น้องประชาชนให้ดูแลบ้านเรือน สิ่งก่อสร้างต่างๆให้แข็งแรง ตัดแต่งต้นไม้และกิ่งไม้ ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฝนฟ้าคะนอ




ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

เหล่ากาชาดมหาสารคามเลี้ยงอาหารผู้ต้องขังมหาสารคาม เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสภากาชาดไทย

25-04-57 ที่เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม นางพูลทรัพย์ สิงห์ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาด ร่วมพบปะพูดคุยให้กำลังใจกับผู้ต้องขัง ในโอกาสการจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดมหาสารคาม เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสภากาชาดไทยครบ 121 ปี

จากนั้นนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคามพร้อมคณะ ได้นำอาหารที่เตรียมไว้มอบให้กับผู้ต้องขัง โดยเป็นเมนูอาหารพื้นบ้านภาคอีสาน เช่นข้าวเหนียว รับประทานกับลาบและน้ำตกหมู ทำให้ผู้ต้องขังมีรอยยิ้มเพราะมีโอกาสไม่บ่อยนักที่จะได้รับประทานอาหารที่ดีแบบนี้ ซึ่งนายกเหล่ากาชาดพร้อมคณะก็ได้กล่าวกับผู้ต้องขังสั้นๆว่าขอให้ทุกคนมีกำลังใจ อดทนรับโทษในเรือนจำตามกฏหมาย และเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมออกไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุขในอนาคต



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ศาลจังหวัดมหาสารคาม จัดงานวันศาลยุติธรรม ประจำปี 2557

ศาลจังหวัดมหาสารคามจัดงานวันศาลยุติธรรม พ.ศ.2557 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่มีต่อศาลยุติธรรม

25-04-57 ที่บริเวณด้านหน้าศาลจังหวัดมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ศาลจังหวัดมหาสารคามจัดงานวันศาลยุติธรรม พ.ศ.2557 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่มีต่อศาลยุติธรรมและเป็นการเผยแพร่กิจกรรมของศาลยุติธรรมสู่สังคมและประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกันของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและหน่วยงานภายนอก

จากนั้นศาลจังหวัดมหาสารคามร่วมกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่มหาสารคาม โดยนายปกรณ์ สุวรรณพรหมา อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันบวชต้นมะค่าแต้ อายุกว่า 200 ปี ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม โดยขึ้นทะเบียนไว้เป็นต้นไม้ของจังหวัด เพื่อสร้างจิตสำนึก ช่วยกันดำรงรักษาไว้เป็นต้นไม้คู่บ้านคู่เมือง พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าต่อประชาชน รวมทั้งเล็งเห็นความสำคัญในการใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์ให้คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

จังหวัดมหาสารคามจัดพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จังหวัดมหาสารคาม จัดงานวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2557 เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้

25-04-57 ที่หอประชุมจังหวัดมหาสารคาม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะต่อพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และอ่านประกาศพระราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พระเกียรติคุณพระองค์ท่านที่ทรงปรีชาสามารถ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สร้างความเป็นเอกราชให้แก่ชาติไทย ด้วยพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ ส่งผลให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 กำหนดให้ทุกวันที่ 25 เมษายนของทุกปีเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและให้ประกอบรัฐพิธี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้



ส.ปชส.มหาสารคามข่าว

จังหวัดมหาสารคาม MOU องค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน

จังหวัดมหาสารคามลงนามข้อตกลงองค์กรต้นแบบด้านวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน

25-04-57 ที่หอประชุมวิทยาพยาบาลศรีมหาสารคาม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม สำนักป้องกันและบรรเทาสารธารณภัยร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคามและและภาคีเครือข่ายจัดโครงการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน

ดร.นฤมล อเนกวิทย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม กล่าวว่าวิทยาลัยฯได้นำเสนอแผนงานโครงการพัฒนารูปแบบดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกเพื่อให้มีการขยายผลของกระบวนการพัฒนาศักยภาพของภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรของจังหวัดมหาสารคามตามยุทธศาสตร์การสร้างและขยายทีมงานสหขาสาวิชาชีพที่มีคุณภาพให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงได้มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานในระดับจังหวัดและระดับอำเภออย่างต่อเนื่องโดยนำแนวทางขององค์การอนามัยโลกมาใช้ในการสร้างกระบวนการทำงานโดยใช้หลักการนำระบบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพมาวิเคราะห์ค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนพร้อมทั้งสร้างทีมงานที่มีความเข้มแข็งและใส่ใจในการดำเนินงานร่วมกัน

จากนั้นร่วมลงนามข้อตกลงองค์กรต้นแบบวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนร่วมกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถและภาคีเครือข่าย สอ.จร.จังหวัดมหาสารคามและเวทีเสวนาถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์




ส.ปชส.มหาสารคามข่าว