วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

รองนายกฯพงศ์เทพ พร้อมผลักดันงบสร้างสะพาน แก้ปัญหาการคมนาคมให้ราษฎร อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม

รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ติดตามผลการดำเนินงานโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ปีงบประมาณ 2556 พร้อมเตรียมผลักดันงบประมาณ ปี 2557 สร้างสะพานข้ามห้วยสายบาตร อำเภอชื่นชม แก้ปัญหาความเดือดร้อนในการคมนาคมให้กับราษฎร

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการตรวจสะพานไม้ไผ่ ที่ราษฎรในเขตอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ช่วยกันก่อสร้างเป็นสะพานชั่วคราวเพื่อใช้สัญจรข้ามลำห้วยสายบาตร ซึ่งเป็นลำห้วยที่คั่น ระหว่างพื้นที่หมู่ 5 ตำบลชื่นชม อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม กับอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น โดยกล่าวว่า ได้เห็นความเดือดร้อนในการคมนาคม เนื่องจากราษฎรบางคนอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอชื่นชม แต่มีที่นาอยู่ในเขตอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อ้อมไปใช้เส้นทางอื่น ที่อยู่ไกลออกไปจึงได้เตรียมที่จะผลักดันงบประมาณในการติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 4 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว

สำหรับสะพานข้ามห้วยสายบาตรที่จะสร้างใหม่นี้ เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่มีขนาดความกว้าง 9 เมตร มีระยะทางยาว 38 เมตร

ในการลงพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ครั้งนี้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ยังได้ติดตามผลความสำเร็จของศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน บ้านหมี่ ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณติดตามการปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค วงเงิน 2 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องอัดฟางก้อน จำหน่าย เป็นรายได้เสริม พร้อมสร้างลานตากข้าวพัฒนาศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชนด้วย .



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ผู้ว่าฯมหาสารคาม ร่วมบันทึกรายการถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำทุกภาคส่วนร่วมบันทึกรายการถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2556 เพื่อเผยแพร่ออกอากาศทาง สทท.11

นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นางพูลทรัพย์ สิงห์ศักดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม นำผู้แทนส่วนราชการ ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ร่วมบันทึกรายการถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2556 ณ ห้องแสดง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ขอนแก่น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้  รายการถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2556 กำหนดแพร่ภาพออกอากาศในระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2556 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค



ส.ปชส.มหาสารคาม/ข่าว

ครม. เห็นชอบปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรา รัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (มาตรการปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา) โดยมีสาระสำคัญคือ การปรับปรุงบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการคำนวณเงินได้สุทธิจาก 5 ขั้นอัตรา เป็น 7 ขั้นอัตรา และลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากอัตราสูงสุดร้อยละ 37 เป็นร้อยละ 35 โดยให้มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี พ.ศ. 2556 และ พ.ศ.2557

สศค. วิเคราะห์ว่า การปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษี ที่สำคัญของไทยเนื่องจากในปี 2558 ประเทศไทยจะต้องเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งจะส่งผลให้ฐานภาษีแคบลง (การเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่เสรีมากขึ้นทำให้การจัดเก็บภาษียากขึ้น) อีกทั้งการจัดเก็บรายได้โดยภาพรวมของไทยก็อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจาก Revenue to GDP อยู่ที่ร้อยละ 19 ต่อ GDP ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกลุ่ม ASEAN และค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้น การปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะช่วยดึงดูดผู้มีรายได้ให้เข้าสู่ ระบบฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามากขึ้น (ป้จจุบันมีผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระบบประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้น) ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศด้าน ต่างๆ ได้มากขึ้น โดยล่าสุด รัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีงบประมาณ 2556 รวม 299.0 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ12.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในเดือน ต.ค. 56 จัดเก็บรายได้ 22.1 พันล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2556 ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังร่วมประชุมหารือ ที่ห้องประชุมอรรถไกวัลวจี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับการจัดข้าราชการ ไปร่วมเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะเสด็จออกมหาสมาคม ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2556 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยการเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 10.30 น. และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารรักษาพระองค์เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในโอกาสนี้ด้วย

"ในวันนี้ได้รับทราบด้วยความยินดีและชื่นใจของพวกเราทุกคนนะครับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ กำหนดการในการเสด็จออกมหาสมาคมในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม น่าจะเป็นการเสด็จออกคราวแรกที่ท้องพระโรง ที่หัวหิน วันนี้ก็มีการหารือการปฏิบัติของทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัตินั้นเทียบเคียงกรณีเสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยในพระบรมมหาราชวังเป็นสำคัญ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างยิ่งจากทุกกระทรวง ทุกส่วนราชการ”.....

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เนื่องจากเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมในเขตพระราชฐาน และมีพื้นที่จำกัด จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมรับชมการถ่ายทอดสด พระราชพิธีดังกล่าวผ่านทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ของทางราชการ หรือสถานีที่รับถ่ายทอดสัญญาณ

กสท.โทรคมนาคม จับมือ เอ มัสท์ ติดตั้งระบบ Fiber To Home แห่งแรกของกลุ่มบ้านจัดสรรที่ เลคนครา ขอนแก่น หวังตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านไอที

กสท.โทรคมนาคม จับมือ เอ มัสท์ ติดตั้งระบบ Fiber To Home แห่งแรกของกลุ่มบ้านจัดสรรที่ เลคนครา ขอนแก่น หวังตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านไอที สร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าทุกช่วงเวลาพร้อมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยผ่านสมาทโฟน พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่สู้ศึกอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่นต้นปี 57

ที่สำนักงานโครงการ Lake Nakara ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายศุภกิจ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริการลูกค้า บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายอุดม วิบูลย์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด เอ มัสท์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือร่วมระหว่าง 2 หน่วยงานในการวางระบบโครงข่ายสารสนเทศและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่ให้บริการผ่านเครือขายใยแก้วนำแสง (Fiber To Home) ให้กับลูกบ้านของโครงการ Lake Nakara ซึ่งถือเป็นโครงการบ้านจัดสรรโครงการแรกที่ให้บริการดังกล่าวด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 5 ล้านบาท

นายศุภกิจ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริการลูกค้า บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่ให้บริการผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสง หรือ Fiber To Home สามารถที่จะรองรับการบริการที่หลากหลายซึ่ง กสท.โทรคมนาคม นั้นได้ดำเนินการในการให้บริการด้านโทรคมนาคมที่ครอบคลุมและสมบูรณ์แบบที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นการให้บริการของกลุ่มลกค้าบ้านจัดสรรถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่สำคัญที่ กสท.จะดำเนินการอย่างเต็มที่จากนี้ไป โดยโครงการ Lake Nakara จะอยู่ในรูปแบบแพคเกจ Silver ความเร็ว 30-50 Mbps ซึ่งถือเป็นระดับความเร็วที่ลูกบ้านหรือผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าจะท่องโลกอินเตอร์เน๊ตได้อย่างครอบคลุมและไม่สะดุดทั่วทั้งโครงการเพราะมีการใช้เครื่องใยแก้วแบบลงชั้นใต้ดินและติดตั้งกล่องรับและส่งสัญญาณโดยรอบโครงการทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกจุดและสนองต่อความต้องการสอดรับกับไลฟ์สไตล์ในโลกยุคปัจจุบันที่ก้าวกระโดดแบบไร้พรมแดน

นายอุดม วิบูลย์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด เอ มัสท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า Lake Nakara เป็นโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ บ้านล้อมทะเลสาบบนทำเลติดเมือง ด้วยเนื้อที่ 77 ไร่ จำนวนก่อสร้าง 281 ยุนิต ซึ่งได้มีการเปิดโครงการแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานผ่านไป 10 เดือน มียอดจองแล้วกว้าร้อยละ 60 คิดเป็นมูลค่ายอดขายรวมกว่า 800 ล้านบาทโดยคาดว่าจะสามารถเริ่มโอนเพื่อให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยไดประมาณปลายปี 2556 และเพื่อให้สนองต่อความต้องการของลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตที่ทันสมัย ท่ามกลางธรรมชาติที่มีความต้องการด้านเทคโนโลยี บริษัทฯจึงได้ร่วมมือกับ กสท.โทรคมนาคม หรือ CAT ในการที่จะวางระบบ FTH ให้กับลูกบ้านทั้งโครงการ ทุกหลังฟรีเป็นเวลา 1 ปี รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 5 ล้านบาท

"ลูกบ้านของ Lake Nakara จะไม่ตกเทรนท์ หรือทันต่อกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญยังคงสามารถเปลี่ยนห้องทำงานภายในบ้านให้สามารถเป็นโต๊ะประชุม ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกมุมของโลก และทำงานที่บ้านได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันยังคงเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกบ้านในการที่จะสามารถเชื่อมต่อระบบสัญญาณกันขโมยและกล้องวงจรปิดเข้ากับ สมาทโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานในการตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบ้านของตนเองและดูผ่านสมาทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้ทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย”

นายอุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภายในบ้านแล้ว โครงการยังคงติดตั้งระบบ Wi-Fi ในคลับเฮ้าส์ให้กับลูกบ้านได้ใช้ฟรีทั้งโครงการ เช่นกันในขณะที่บ้านที่ให้บริการนั้น ประกอบด้วย Smart เนื้อที่ 39.9 ตร.ว.ราคาเริ่มต้นที่ 3.2 ล้านบาท แบบบ้าน Modish เนื้อที่ 55 -60 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 3.79 ล้านบาท แบบบ้าน Luxury เนื้อที่ 65 – 70 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 5.5 ล้าบาท อย่างไรก็ตามการเปิดตัวบ้านจัดสรรที่ขอนแกน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของกลุ่ม เอ มัสท์ จึงได้เตรียมที่จะเปิดโครงการที่ 2 ในต้นปี 2557 เนื่องจากขอนแก่นเมืองหลวงของภาคอีสานยังคงมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทุนของกลุ่มทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการเปิดตัว Lake Nakara เฟส 2 ของ บริษัท เอ มัสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จะสามารถที่จะรองรับการตลาดด้านความต้องการที่อยู่อาศัยได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

มูลนิธิเพื่อการศึกษาขอนแก่น 200 ปี จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศลหารายได้มอบเป็นทุนการศึกษาเด็กยากจนด้อยโอกาสในจังหวัดขอนแก่น

นางระเบียบรัตน์  พงษ์พานิช ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่นครบ 200 ปี กล่าวว่าในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 เวลา 08.30 น.  ทางมูลนิธิเพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่นฯ จะจัดแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลประจำปี 2556 ที่สนามแข่งโบว์ลิ่ง เอสเอฟ ชั้น 5 เซนทรัลพลาซ่าขอนแก่น โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึษาธิการจะเดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน การแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลครั้งนี้เพื่อหาเงินสมทบทุนมูลนิธิการศึกษาขอนแก่น 200 ปี นำดอกผลไปช่วยเหลือเด็กนักเรียน เยาวชน และภิกษุ สามเณรในชนบท ที่มีฐานะยากจนเพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ดีและเทียบเท่ากับเด็กในเมือง สำหรับมูลนิธิเพื่อการศึกษาขอนแก่น 200 ปี จัดตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยที่นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่ปี 2540 และนำเงินจากกองทุนมูลนิธิไปช่วยเหลือนักเรียนด้อยโอกาสทั้ง 26 อำเภอ งานนี้ก็ขอเชิญหน่วยงาน ห้างร้าน สถานศึกษาใดสนใจเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ก็ติดต่อได้ที่สำนักงานมูลนิธิเพื่อการศึกษาจังหวัดขอนแก่น 200 ปี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหน้าลิฟ หรือสมัครทีมเข้าแข่งขันที่สนามแข่งโบว์ลิ่ง เอสเอฟ ชั้น 5 เซนทรัลพลาซ่าขอนแก่น ทุกวัน

จังหวัดขอนแก่นขอความร่วมมืออำนวยความสะดวกเส้นทางขบวนแห่ในพิธีเปิดงานเทศกาลไหมนานาชาติ

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่นได้กำหนดจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2556 ขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 – 10 ธันวาคม 2556 เป็นจำนวน 12 วัน 12 คืน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และได้กำหนดพิธีการเปิดงานในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 นั้น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการจัดงาน และให้ขบวนแห่ที่จะร่วมพิธีเปิดเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สวยงาม จังหวัดขอนแก่นจึงประกาศขอความร่วมมือกับประชาชนที่ใช้เส้นทางถนนกลางเมืองสัญจร ประชาชนที่มาร่วมชมงาน และผู้ร่วมจำหน่ายสินค้าภายในงานเทศกาลไหม ถือปฏิบัติร่วมกัน คือ ห้ามวางหรือตั้งสินค้า สิ่งของ กีดขวางเส้นทางขบวนแห่ บริเวณถนนกลางเมือง ตั้งแต่ หน้าห้างแฟรี่พลาซาขอนแก่น ถึง ถนนกลางเมืองด้านทิศตะวันออกของศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และบริเวณเส้นทางโดยรอบโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ถึงห้างแฟรี่พลาซาขอนแก่น ถนนหน้าเมือง ตลอดเส้นทางจนกว่าขบวนแห่จะเคลื่อนมาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และออกจากสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจะมีจุดตั้งขบวนบริเวณหน้าห้างแฟรี่พลาซาขอนแก่น (ถนนกลางเมือง ถึง ถนนหน้าเมือง) ตั้งแต่เวลา 05.00 น. และเคลื่อนขบวนตลอดเส้นทางถนนกลางเมือง 11.30 น. ขบวนแรกเข้าสู้บริเวณพิธีเปิดงานเทศกาลไหมฯ ในเวลา 13.00 น. และขบวนแห่จะเคลื่อนออกจากบริเวณพิธีงานเทศกาลไหมฯ ในเวลา 18.00 น. จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว
ศุภัชญา นศ.ฝึกงาน/พิมพ์/22 พ.ย. 56

จังหวัดขอนแก่นออกมาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยงานเทศกาลไหมนานาชาติ

จังหวัดขอนแก่นออกมาตรการในการรักษาความสงบเรียบร้อยงานเทศกาลไหมนานาชาติ ห้ามนำสุรา เหล้ายาดอง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด เข้ามาในบริเวณงาน และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของรางวัล

นายสมศักดิ์สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดขอนแก่นได้กำหนดจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2556 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จังหวัดได้ยกระดับงานไหมให้เป็นงานระดับนานาชาติ นอกจากจะมี 6 ชาติสมาชิกอนุภูมิลุ่มแม่น้ำโขง คือ จีน ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาร่วมงานแล้ว ก็คาดว่าจะมีชาวต่างชาติมาร่วมงานจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของงาน จังหวัดขอนแก่นได้ออกเป็นประกาศจังหวัดขอนแก่น เรื่อง มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในงานเทศกาลไหมนานาชาติ ขึ้นเพื่อให้ประชาชนมาเที่ยวชมงาน และผู้มาร่วมจำหน่ายสินค้าในบริเวณได้ถือปฏิบัติร่วมกัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยที่กำหนด คือ การห้ามจำหน่ายสุรา เหล้ายาดอง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด และอุปกรณ์สิ่งเสพติด ภายในบริเวณงาน ห้ามใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นของรางวัล ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าทุกชนิดต้องติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และราคาเป็นธรรม ตลอดจนห้ามจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่อาจใช้เป็นอาวุธได้ และที่เป็นอันตราย เช่น มีด เหล็กขูดชาร์ป สนับมือ และที่เป็นอันตรายห้ามนำเข้ามาภายในบริเวณงาน นอกจากนี้กำหนดให้ร้านค้า การแสดงต่างๆ ต้องปิดการใช้เสียง และปิดการแสดงภายในเวลา 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้นด้วย



สมพงษ์ ปัตตานี/ข่าว
พัณณิตา นศ.ฝึกงาน/พิมพ์/22 พ.ย. 56

ขอนแก่นจัดกิจกรรมยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีเพื่อรณรงค์ให้ชาวขอนแก่นมาร่วมมือกันแก้ปัญหา

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 พ.ย.2556 ที่ลานขอนแก่นฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ขอนแก่น นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีภายใต้หัวข้อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่ง โรงพยาบาลขอนแก่น ร่วมกับสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย หืด คลินิก สวท. ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีนักเรียนนักศึกษาในเขต จ.ขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

นายสมชาย แกมทอง ผู้อำนวยการสำนักการเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารโลกระบุชัดเจนว่า 1 ใน 5 ของผู้หญิงทั่วโลกถูกทำร้ายร่างกายและถูกทำร้ายทางเพศ ซึ่งผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงทางเพศมีความเสี่ยงสูงที่จะตั้งครรภ์ ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีการสำรวจตัวเลขในโรงพยาบาลของรัฐระหว่างปี พ.ศ.2544-2552 พบว่ามีวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 40 สอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลกที่ระบุว่าประเทศไทยมีจำนวนหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปีที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรถึงร้อยละ 13 สูงกว่าเกณฑ์ที่ทั่วโลกระบุไว้ร้อยละ 10 และหากจะนำมาประเมินเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทางตรงและทางอ้อมมีมูลค่าสูงถึง 36,687 ล้านบาทต่อปี หรือที่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าจีดีพีของประเทศไทย ในขณะที่ขอนแก่นพบว่ามีอัตราการตั้งครรภ์ในแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเฉพาะในปี 2556 เพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 23.57 การออกมาร่วมกิจกรรมของคนขอนแก่นในวันนี้ก้เพื่อร่วมกันออกมารณรงค์ให้คนขอนแก่นหันมาใส่ใจกับปัญหาที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นเราจึงมาร่วมกันหยุดปัยหาดังกล่าวและขอให้ทุกคนออกมาร่วมกันเพื่อให้ปัญหานี้หมดไป

ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกรณีศาลยุมติธรรมระหว่างประเทศคดีคำพิพากษาปราสาทพระวิหารปี 2505

การประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจ กรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้มีคำพิพากษาในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505

นายวิวัฒ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นชี้แจงเรื่องการประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจ กรณีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้มีคำพิพากษาในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารปี 2505

นายยกรัฐมนตรี กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 11 พ.ย. เวลา 19.20 น. ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้แถลงการณ์ภายหลังการอ่านคำพิพากษาของศาลโลกกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่า คณะดำเนินคดีฝ่ายไทยได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ดีที่สุด ได้ต่อสู้ในแง่กฎหมายและตามกติกาสากลอย่างเต็มที่ ดังเป็นที่ประจักษ์ในการให้การทางวาจาต่อศาลโลก เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลทราบดีว่าภารกิจการต่อสู้คดีฯ ในครั้งนี้ เป็นภารกิจที่ท้าทายและยากลำบากมาก เพราะเป็นคดีที่ตีความคำพิพากษาเดิมที่ผ่านมาแล้ว 50 ปี และประเทศไทยจำเป็นต้องกลับไปต่อสู้ที่ศาลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมิให้ศาลพิจารณาเพียงเอกสารหลักฐาน และคำให้การของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น คณะดำเนินคดีของประเทศไทยจึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และประชาชนในทุกด้านอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสบายใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า บัดนี้ศาลโลกได้พิจารณาเอกสารหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ซึ่งพี่น้องประชาชนทุกท่านคงได้มีโอกาสติดตามการถ่ายทอดสดคำพิพากษา โดยรัฐบาลเห็นว่า เป็นคำพิพากษาที่ให้ความสำคัญกับการที่ทั้งสองประเทศจะต้องเจรจากัน และมีหลายส่วนที่เป็นคุณกับประเทศไทย โดยมีประเด็นหลัก ๆ ดังนี้ 1. ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย และได้ตัดสินยืนยันที่จะตัดสินภายในขอบเขตของคำพิพากษาเดิม เมื่อ ปี 2505 ข้อ 2. ศาลรับฟังข้อต่อสู้ของไทย โดยยืนยันว่า คำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 นั้น ไม่ได้ตัดสินเกี่ยวกับประเด็นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะเป็นประเด็นที่อยู่นอกเหนือจากคำพิพากษาเดิม ซึ่งหมายความว่าศาลไม่รับพิจารณาข้อเรียกร้องของกัมพูชาเหนือพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญศาลไม่ได้ตัดสินว่าแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ผูกพันกับไทย โดยผลของคำพิพากษาเมื่อปี 25053. ศาลรับตีความเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทตามคำพิพากษาเดิมเมื่อปี 2505 โดยศาลอธิบายว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ขนาดเล็กมาก ซึ่งกำหนดขึ้นตามสภาพภูมิศาสตร์ที่ประกอบขึ้นเป็นยอดเขาพระวิหาร โดยไม่ได้กำหนดเส้นเขตแดน และที่สำคัญไม่รวมพื้นที่ภูมะเขือ ซึ่งในส่วนของพื้นที่บริเวณใกล้เคียงปราสาทนี้ ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องหารือกันในรายละเอียดต่อไปโดยกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และ 4. ศาลได้แนะนำให้ความสำคัญกับการที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการอนุรักษ์และพัฒนาปราสาทพระวิหารในฐานะที่เป็นมรดกโลก ดังนั้นรัฐบาลได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษากฎหมายศึกษารายละเอียดและสาระสำคัญของคำพิพากษา เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปประกอบพิจารณาดำเนินการของรัฐบาลต่อไปน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต่อจากนั้น ไทยและกัมพูชาจะต้องเจรจาหารือภายใต้กลไกที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ เพื่อให้ได้ข้อยุติให้เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย และจะคำนึงถึงขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย"ดิฉันขอเรียนยืนยันว่า การดำเนินการของรัฐบาลจะรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง รวมทั้งเกียรติภูมิของชาติและความเป็นประชาคมอาเซียน พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้สั่งการและกำชับให้ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายความมั่นคงยังคงรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณชายแดน รักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสันติภาพ สันติสุขและความสงบเรียบร้อยดังที่ได้ปฏิบัติมาโดยตลอด ประเทศไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันที่นอกจากจะมีพรมแดนติดต่อกันถึงเกือบ 800 กิโลเมตร ยังเป็นสมาชิกอาเซียนที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันต่อไป เพื่อความสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง อีกทั้ง ประชาชนไทยและกัมพูชา ก็มีความสัมพันท์ฉันท์ญาติมิตร มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ร่วมกันมาช้านาน ดังนั้น ทั้งสองประเทศจึงจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองประเทศ ในนามของรัฐบาล ดิฉันขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนและของชาติอย่างสูงสุด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมอบทุนมูลนิธิเปรมติณสูลานนท์ เป็นทุนต่อเนื่อง 76 ทุน รวม 201,000 บาท

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี2555 มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ มอบทุนการศึกษาให้แก่ภิกษุสามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ในจังหวัดขอนแก่น ประจำปี2556 จำนวน 76 ทุนเป็นเงิน 201,000 บาท

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานมอบทุนการศึกษามูลนิธิพลเอกเปรมติณสูลานนท์ ประจำปี 2556 3 ทุน แบ่งเป็นทุนรายปี ระดับประถมศึกษา จำนวน 5 ทุน ๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท ทุนมัธยมศึกษาตอนต้น 21 ทนๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 42,000 บาท ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 21 ทุนๆละ 2,000 บาท ทุนระดับอุดมศึกษา 2 ทุนๆละ 8,000 บาท รวม 49 ทุนเป็นเงิน 110,000 บาท ทุนต่อเนื่อง มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลายและอุดมศึกษา จำนวน 5 ทุนๆละ 2,000 3,000 บาท 8,000 บาท 15 ทุน เป็นเงิน 65,000 บาท ทุนภิกษุสามเณร ระดับอุดมศึกษา มหานิกาย และธรรมยุต จำนวน 2 ทุนๆละ 3,000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท สามเณรเปรียญธรรม 1 ทุน ๆละ 2,000 บาท สามเณรระดับมัธยมศึกษา(สายสามัญ 2 ทุน ๆละ 2,000 บาทเป็นเงิน 4,000 บาท รวม 5 ทุน เป็นเงิน 12,000 บาท ทุนสำหรับนักเรียนพิเศษ จำนวน 7 ทุนๆละ 2,000 บาทเป็นเงิน 14,000 บาทรวมทั้งสิ้น มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ มอบทุนการศึกษาให้แก่ภิกษุสามเณร นักเรียน นักศึกษา ในจังหวัดขอนแก่น ประจำปี2556 จำนวน 76 ทุนเป็นเงิน201,000 บาทนอกจากนั้นทางมูลนิธิ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ยังได้สนับสนุนค่าพาหนะให้กับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ผู้พิการ ที่มารับทุนรายละ 100 บาทด้วย

ชัยภูมิกระตุ้นยอดจำหน่ายรถยนต์ ใจปั้มจัดงานมอเตอร์ เอ็กซโปร 12-15 ธันวาคมนี้

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา นายชาญกิจ นานาประสงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยนายบรรยงค์ เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ เปิดแถลงข่าว การจัดงาน ชัยภูมิ มอเตอร์เอ็กซโป 2013 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคม 2556 ที่บริเวณศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองชัยภูมิ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สาขารถยนต์ สร้างแรงจูงใจ การซื้อหารถยนต์ ไปใช้งานตามความเหมาะสมของแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในงาน มีการแสดง สาธิต จำหน่าย รถยนต์รุ่นใหม่จากหลายค่าย ที่นำมาเปิดตัวในงานนี้ ค่าย โยต้า เปิดตัว New Yaris, New Vigo ส่วนค่ายอีซูซุ เปิดตัว IsuZu Mu-X ค่ายนิสสัน เปิดตัว New Nissan Teana , Nissan Sylphy CNG, Nissan Juke พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดอีกมากมาย นอกจากนี้ทุกค่ำคืน ยังมีกิจกรรมSexsy Car Wash มาสร้างสีสันให้กับงานอีกด้วย พร้อมกับการประกวด Smart Pretty Girl ลุ้นรางวัล และความสนุกสนาน กับ กิจกรรม แชะ&แชะ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

นายชาญกิจ นานาประสงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ล่าวว่าับเทศบาลเมืองชัยภูมิ จะทวีความรุนแรงมากขึ้น าชนทั่วประเทศร็งมีประสิทธิภาพ ืองชัยภูมิ เปิดแถลงข่าว การจัดงานมอเตอร์เอ็ได้ร่วมกับเทศบาลเมืองชัยภูมิ จัดงานนี้ขึ้น ถือเป็นครั้งแรกของชาวชัยภูมิ กับการรวมตัวของค่ายรถยนต์ชั้นนำ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำเสนอ นวัตรกรรมซึ่งได้ทุ่มการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประชาชนทั่วประเทศรู้จัก จังหวัดชัยภูมิมากขึ้นและหลังจากนี้ไป จะจัดงาน ชัยภูมิ มอเตอร์เอ็กซโป ขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนและภาคธุกิจรถยนต์ในจังหวัด ได้ตื่นตัว และปรับกลยุทธการจำหน่าย รับการเปิดประชาคมอาเซี่ยนปี 2558 ซึ่งในอนาคต ตลาดการแข่งขันด้านนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้น หากไม่ปรับตัว ก็จะเสียโอกาสทางการค้าได้




สุระพงค์ สวัสดิ์ผล /ข่าว

กรมทางหลวงจัดการสัมมนาในโครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 กับถนนเทศบาล (แยกประโดก)

วันนี้ (22 พ.ย. 56) เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมสบายโฮเตท อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการสัมมนาในโครงการสำรวจและออกแบบรายละเอียดทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 กับถนนเทศบาล(แยกประโดก) เพื่อสำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์หาแนวทาง วิธีการก่อสร้างรูปแบบการออกแบบทางต่างระดับของโครงการให้มีความเหมาะสมที่สุดทั้งทางด้านวิศวกรรม การลงทุน และด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการรองรับปริมาณการจราจรที่เกิดขึ้นในอนาคต เพื่อสำรวจรายละเอียดภูมิประเทศ ที่มีความจำเป็นต่อการออกแบบ และเพื่อดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชนของโครงการและประสานข้อมูลให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรเอกชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนชุมชน เข้าร่วมสัมมนากว่า 100 คน สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 2 กับถนนเทศบาล (แยกประโดก) จะช่วยลดปัญหาการจราจร รองรับปริมาณรถในอนาคต ช่วยให้การเดินทางและการขนส่งมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรม การบริการ การค้า และการท่องเที่ยว อีกทั้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยลดอุบัติเหตุจากการจราจรบนทางหลวง อีกด้วย

จังหวัดนครราชสีมา กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5ธันวาคม 2556

ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายชยาวุธ จันทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังการกำหนดการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 ผ่านระบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท โดยมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในที่ประชุม ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ได้มีกำหนดการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ดังนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 เวลา 06.15 น. ในภาคเช้าได้มีพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล (ข้าวสารอาหารแห้ง) ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เวลา 08.15 ณ พิธีถวายพระพรชัยมงคล พิธีลงนามถวายพระพร และพิธีเฉลิมฉลองวันชาติไทย และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินณ หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ในภาคค่ำเวลา 17.00น. พิธีถวายเครื่องราชสักการะวางพุ่มเงินพุ่มทอง พิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัด สำหรับการแต่งกายในพิธีทำบุญตักบาตร ควรจะเป็นชุดที่สุภาพเรียบร้อยหรือชุดผ้าไทยโทนสีเหลือง พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เครื่องแต่งกายของข้าราชการเครื่องแบบเต็มยศ เอกชน มูลนิธิ ชุดเครื่องแบบในสังกัด ผ้าไทย นักเรียน นักศึกษา เครื่องแบบของสถาบัน สำหรับพ่อค้า ประชาชน ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์เครื่องแบบเต็มยศ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ข้าราชการพลเรือน ชุดผ้าไทยหรือชุดที่สุภาพ และประชาชนทั่วไปเป็นชุดที่สุภาพ โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556ในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2556 โดยพร้อมเพียง 

PEA ร่วมกับ คณะแพทย์นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 27 และมูลนิธิแสง-ไซกี เหตระกูลม, นสพ. เดลินิวส์ จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ จ.บุรีรัมย์

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ร่วมกับคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชาอาณาจักร รุ่นที่ 27, มูลนิธิแสง – ไซกี เหตระกูล, นสพ. เดลินิวส์, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, กรมการแพทย์และจังหวัดบุรีรัมย์ จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจรักษาประชาชนที่อยู่ห่างไกล

วันที่ 22 พ.ย.56 (เวลา 08.25 น.) นายธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวต้อนรับนายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ประธานเปิดกิจกรรมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 มูลนิธิแสง-ไซกี เหตระกูล และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จัดขึ้น ณ โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยกิจกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง และคืนความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร ชนบทห่างไกล

สำหรับโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในครั้งนี้ ได้ดำเนินการจัดแพทย์ชำนาญเฉพาะทางมาให้บริการตรวจรักษาฟรีแก่ประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ภายในงานมีตรวจรักษาโรคทั่วไป ตรวจรักษาโดยคณะแพทย์นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 ตรวจทางเดินอาหาร โดยวิธีการส่องกล้องและอัตตร้าซาวด์ รักษาโดยแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ตรวจกระดูกและข้อ โดยแพทย์จาก โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลเลิดสิน รักษาฟัน ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน โดยทันตแพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขมหาสารคามและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

อาชีวศึกษาบุรีรัมย์ จัดมหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ มีงานทำ สู่อาเซียน

อาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดงานมหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ "เรียนอาชีวะบุรีรัมย์ดี มีงานทำ นำพาสู่อาเซียน” เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘

วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ที่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดงาน มหกรรม Road Show แนะแนวสายอาชีพ และการแข่งขันทักษะวิชาพื้นฐานและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ประจำปี ๒๕๕๖ โดย อาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เรียนอาชีวะบุรีรัมย์ดี มีงานทำ นำพาสู่อาเซียน” เพื่อให้สถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันแนะแนวประชาสัมพันธ์การศึกษาต่อในสายอาชีพ เพื่อรองรับตลาดแรงงานในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ตามนโยบายด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่สากลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการจัดกิจกรรมทางวิชาการและวิชาชีพ และการแข่งขันทักษะประเภทวิชาพื้นฐานและการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อคัดเลือกตัวแทนอาชีวศึกษาจังหวัดเข้าร่วมแข่งขันในระดับภาคต่อไป



สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์

จังหวัดบึงกาฬ จัดงานวันยางพาราและงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๖ อย่างยิ่งใหญ่

(วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) นายชโลธร ผาโคตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า จังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และ บริษัทในเครือหนังสือพิมพ์มติชน กำหนดจัดงานวันยางพาราและงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ (ชั่วคราว) โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่กิจกรรมการปลูกยางพาราของจังหวัดบึงกาฬซึ่งปลูกมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้เป็นที่แพร่หลายของผู้สนใจโดยทั่วไป นอกจากนี้เป็นครั้งแรกของปีนี้ที่ได้นำงานกาชาดมาจัดรวมกับงานวันยางพารา เพื่อจะได้หารายได้สนับสนุนกิจการของกาชาดจังหวัดบึงกาฬต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยต่อว่า กิจกรรมสำคัญๆ ของงาน ประกอบด้วย ในวันเปิดงาน ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน และ จะมีขบวนแห่ชาวเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราจากทุกอำเภอในจังหวัดที่สวยงามให้ประธานและผู้ร่วมงานชม การจัดกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับยางพาราซึ่งจะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนายางพาราในประเทศไทยมาออกร้านจัดนิทรรศการจำนวนมาก กิจกรรมการแข่งขันกรีดยางพารา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอปที่สำคัญๆ ของจังหวัดอีกด้วย ที่สำคัญในทุกคืนนอกจากผู้ร่วมงานจะได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมกาชาดบึงกาฬ ซึ่งมีของรางวัลมากมายมาแจกแก่ผู้ร่วมงานแล้ว ปีนี้คณะกรรมการจัดงานยังได้จัดให้มีการแสดงคอนเสิรต์จากนักร้องชื่อดังของประเทศอาทิ ในคืนวันที่ ๑๒ ธันวาคม เป็นการแสดงของ คณะเสียงอิสานนกน้อย อุไรพร วันที่ ๑๓ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเปิดงานเป็นการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่ง อาภาพร นครสวรรค์ และ ยิ่งยง ยอดบัวงาม วันที่ ๑๔ ธันวาคม เป็นการแสดงของ ปุ๊ย ตีสิบ จากรายการดันดารา ช่อง ๓ และวงดนตรีหมอลำ น้องใหม่ เมืองชุมแพ และคืนวันที่ ๑๕ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน เป็นการแสดงของลูกทุ่ง ต่าย อรทัย และ ไผ่ พงศธร

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยในที่สุดว่า ในการจัดงานวันยางพาราและงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬประจำปี ๒๕๕๖ นี้ จังหวัดบึงกาฬยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารและคณะจากแขวงบอริคำไซ แขวงเชียงขวาง แขวงคำม่วน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ผู้บริหารจากเมืองแหงะอานห์ เมืองฮาติงห์ และ เมืองกวางบิงห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (รวมจำนวนประมาณ ๑๐๐ คน) ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงาน รวมทั้งทัศนศึกษากิจการยางพาราการท่องเที่ยว การดำเนินงานสินค้าโอทอปของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมงานและเป็นเจ้าภาพร่วมกันในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ในงานวันยางพารา และงานกาชาดจังหวัดบึงกาฬ ประจำปี ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๕- ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ (ชั่วคราว) โดยพร้อมเพียงกัน



ข่าว/ส.ปชส.บึงกาฬ

จังหวัดมุกดาหารออกบริการหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)

วันนี้ (๒๒ พ.ย.๕๖) ที่บ้านคำเชียงสา หมู่ที่ ๗ ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในการปฏิบัติงานหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) โดยมี นายกำพล ศิริรัตตนนท์ นายอำเภอนิคมคำสร้อย พร้อมส่วนราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ เพื่อให้บริการประชาชนที่อยู่ห่างไกลถิ่นทุรกันดาร ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค บริการด้านทันตกรรม รวมถึงรับทราบข่าวสารของทางราชการ และการให้บริการของหน่วยราชการต่างๆ ซึ่งบ้านคำเชียงสา หมู่ที่ ๗ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดมุกดาหาร ๖๐ กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอนิคมคำสร้อย ๔๐ กิโลเมตร จำนวน ๑๖๒ หลักคาเรือน อาชีพหลักคือการทำนา

ในขณะเดียวกัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้พบปะกับพี่น้องประชาชนที่มารับบริการ และมอบถุงยังชีพ ยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่มารับบริการ โดยในวันนี้มีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมารับบริการเป็นจำนวนมาก



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงท่าทีของรัฐบาลต่อร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตามที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงท่าทีของรัฐบาลต่อร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารขอประชาสัมพันธ์ คำกล่าวของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทุกอำเภอ และองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น ชี้แจงและทำความเข้าใจกับบุคคลกรให้หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ให้ทราบอย่างทั่วถึงและสามารถดาวน์โหลดคำกล่าวได้ที่ www.thaigov.go.th
คำกล่าวของ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ณ บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา 12.00 น. กราบเรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก จากความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาร่วม 10 ปีได้สร้างความบอบช้ำให้กับประเทศอย่างมาก และเมื่อดิฉันได้รับเลือกตั้งเข้ามา ดิฉันเชื่อว่าคนไทยทุกคนเห็นตรงกันว่าหากความขัดแย้งดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปจะเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดังนั้น นับแต่ที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ ดิฉันได้ประกาศที่จะใช้นโยบายอย่างชัดแจ้งว่าจะร่วมกันสร้างความปรองดองของคนในชาติโดย ยึดหลักนิติธรรม และต้องการให้กลไกอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยได้แก่นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นไปโดยสมดุล ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ซึ่งเจตจำนงของรัฐบาลนั้นต้องการที่จะเห็นความปรองดอง ความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเมื่อเร็วๆนี้ดิฉันก็ได้เสนอแนวทางในการสร้างเวทีปฏิรูปการเมืองร่วมกับทุกฝ่ายที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างและความเห็นที่หลากหลาย อันเป็นกลไกหนึ่งในหลาย ๆ กลไกที่หวังว่าจะร่วมสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ได้ ในขณะเดียวกัน ภายใต้กลไกที่สมดุลของอำนาจอธิปไตยในระบอบประชาธิปไตยนั้น จะทำให้เห็นได้ในหลายๆเวลาว่าเมื่อฝ่ายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างกฎหมายต่างๆหรือแม้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในซีกของรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มิได้ก้าวก่ายกลไกการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเลย จนกระทั่งดิฉันเองกลับถูกกล่าวหาว่าละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วดิฉันต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ สำหรับการที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการผ่านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมซึ่งเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบันนั้นโดยข้อเท็จจริงแล้วในหลายประเทศที่มีความขัดแย้งทางการเมืองถึงขั้นรุนแรง มีการเสียชีวิตและการสูญเสียทรัพย์สินนั้น ก็มีการนิรโทษกรรมมาก่อนและเป็นบทเรียนที่ประเทศไทยต้องศึกษาและหลักของการนิรโทษกรรมนั้น ก็เป็นทางออกทางหนึ่งที่ควรพิจารณา เพราะหากทุกฝ่ายเรียนรู้ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกันแล้ว ดิฉันเชื่อว่าความขัดแย้งย่อมลดลง ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชน จำนวนนับร้อยที่ต้องสูญเสียชีวิตและอีกหลายพันคนที่ได้รับบาดเจ็บจากความรุนแรงที่มาจากความขัดแย้งที่มีต้นตอจากความคิดล้มล้างรัฐบาลที่มาจากระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การนิรโทษกรรมไม่ได้หมายความว่า ให้เราจะลืมบทเรียนอันเจ็บปวด เราทุกคนต้องเรียนรู้ ต้องเข้าใจเพื่อไม่ให้ลูกหลานของเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้อีก ขณะเดียวกัน ต้องร่วมมือกันให้ประเทศเดินหน้าได้ เราจะมาติดหล่มจนประเทศชาติต้องอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งต่อไปไม่ได้ และหากจะให้บ้านเมืองสงบ การให้อภัยนั้นต้องปราศจากอคติ ไม่ใช้อารมณ์ และเปิดใจกว้างให้ทุกฝ่ายของความขัดแย้ง มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งดิฉันเข้าใจดีว่าทำใจได้ยาก แต่เราต้องคิดถึงประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าความเจ็บปวดส่วนตน มาถึงวันนี้ มีปัญหาว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเสร็จแล้วนั้น ได้มีการนำเสนอสู่การพิจารณาของวุฒิสภาซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกลไกปกติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างหนัก จนเกิดข้อขัดแย้งของคนในชาติหลายกลุ่ม หลายสถาบัน แม้กระทั่งระหว่างพรรคการเมืองและภายในพรรคการเมืองด้วยกัน ตลอดจนประชาชนในหลายหมู่เหล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ยังเห็นได้ว่ามีคนไทยหลายกลุ่มที่ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย ทั้งยังมีทีท่าที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ดิฉันไม่อยากเห็นการนำพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำให้เกิดข้อถกเถียงและมีการให้ข้อมูลที่สับสนและถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง การบิดเบือนนั้น ทำให้มีเกิดความเข้าใจผิดว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน เพราะหากเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ดิฉันในฐานะนายกรัฐมนตรีต้องลงนามรับรอง ซึ่งดิฉันไม่เคยลงนามใดๆ ที่สำคัญมีความพยายามที่จะบิดเบือนว่ากฎหมายจะกลบเกลื่อนการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ยกโทษให้ผู้ได้รับผลพวงทางการเมือง การรัฐประหารที่ไม่อยู่ในหลักนิติธรรม รวมทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ดิฉันขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และจะไม่ใช้เสียงข้างมากมาฝืนความรู้สึกของประชาชนโดยเด็ดขาด เพราะรัฐบาลของดิฉันเป็นรัฐบาลของประชาชนทุกคน และย่อมต้องฟังเสียงทั้งที่สนับสนุนและเสียงคัดค้าน เป้าหมายของรัฐบาลชุดนี้คือการสร้างความปรองดองและทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ภายใต้วิถีทางประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม โดยใช้เหตุและผล ไม่ใช่การใช้อารมณ์ ภายใต้บรรยากาศของความขัดแย้งที่ปะทุอยู่นี้ รัฐบาลเห็นว่าทุกฝ่ายน่าที่จะหยุดคิด หยุดการกระทำที่จะสร้างความแตกแยกต่อไป ทั้งนี้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากถือตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา ดิฉันจึงใคร่ขอเสนอให้วุฒิสภาโดยวุฒิสมาชิกซึ่งเป็นตัวแทนจากการแต่งตั้งและการเลือกตั้ง ทั้งจากกลุ่มเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลได้กรุณาใช้ดุลยพินิจอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าวุฒิสภานั้นไม่มีใครก้าวก่ายได้ ได้โปรดใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โดยอาศัยพื้นฐานความปรองดอง ความเมตตาธรรมกับผู้ที่เดือดร้อนและผู้ที่เจ็บปวดมาเป็นเวลานานให้ได้รับความยุติธรรมอย่างเสมอภาค ซึ่งการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก และไม่ว่าวุฒิสภาจะตัดสินใจอย่างไร จะไม่เห็นด้วยและยับยั้งกฎหมาย หรือมีการแก้ไขก็ตาม ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงคะแนนผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนั้นไปแล้ว จะยอมรับการตัดสินใจนั้นด้วยเหตุด้วยผลเพื่อความปรองดองของคนในชาติเช่นกัน ทั้งนี้กระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันเป็นเป้าหมายหลักที่เราต้องช่วยกันรักษาไว้ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคน สุดท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณทุกฝ่ายได้ทำงานอย่างหนักในฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อสนับสนุนแนวทางปรองดอง ถือว่าทุกฝ่ายได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว เพื่อประเทศชาติ และขอให้ใช้เวลาต่อจากนี้เป็นเวลาของคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมกันคิดและร่วมกันตัดสินใจในการพิจารณาแนวทางเพื่อสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยไม่มีอคติและไม่ใช้อารมณ์ ด้วยใจที่เปิดรับและเห็นอกเห็นใจอันเป็นพื้นฐานของความปรองดองที่ประชาชนคนไทยต้องการ

                                                                                     ขอบคุณค่ะ

ธนาคารกรุงไทยสาขามุกดาหารร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารรับบริจาคโลหิต

นางสาวประภาพร ลิ้มตระกูล ผู้จัดการสาขาอาวุโส บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหาร เปิดเผยว่า บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหารร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารและโรงพยาบาลมุกดาหาร กำหนดรับบริจาคโลหิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยกำหนดรับบริจาคโลหิต ในวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ชั้นล่างอาคารธนาคารกรุงไทย สาขามุกดาหาร ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เชิญชวน ข้าราชการ นักเรียน/นักศึกษาและประชาชน ผู้ที่มีความประสงค์บริจาคโลหิต ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตได้ในวันเวลาดังกล่าว



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ เปิดรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือน (ชาย) เข้ารับราชการ

นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่า หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนจากทุกเหล่าทัพและบุคคลพลเรือน (ชาย) เข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ (พลอาสาสมัคร) เป็นจำนวนมาก ประกาศรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ผู้สนใจสมัครด้วยตนเอง ณ โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ วังทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ – ๙ มีนาคม ๒๕๕๗ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการและไม่เสียค่าสมัครใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยขอความร่วมมือให้จังหวัดมุกดาหารประชาสัมพันธ์ ให้ข้าราชการและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ กองกลาง สป. ที่ www.gad.moi.go.th หัวข้อ "ข่าวประชาสัมพันธ์ "หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒-๓๕๖-๐๘๙๓ , ๐๒-๔๕๖-๙๔๕๒



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

สำนักงาน ก.พ. เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญา)

สำนักงาน ก.พ. เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.พ. จะเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลฯ ประจำปี ๒๕๕๗ (ทุนบุคคลทั่วไประดับปริญญา) จำนวน ๔ ทุน ทุนรัฐบาลตามความต้องการของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ จำนวน ๕๖ ทุน ทุนไทยพัฒน์ จำนวน ๒๐ ทุน ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน ๕๙ ทุน ทุนรัฐบาลไปศึกษาในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน (GUCAS) จำนวน ๓ ทุน ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ ทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://scholar.ocsc.go.th

ทั้งนี้ ผู้สนใจโปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในประกาศรับสมัครสอบได้ที่ศูนย์ข่าวสำนักงาน ก.พ. ๔๗/๑๑๑ หมู่ ๔ ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และทางอินเทอร์เน็ตในเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.พ. ที่ http://www.ocsc.go.th, http://scholar.ocsc.go.th และเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ http://stscholar.nstda.or.th



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กรมยุทธศึกษาทหารบก เปิดรับสมัครสอบทหารกองหนุนเป็นทหารประทวน (สัสดี) ประจำปี ๒๕๕๗

กองทัพบก โดยกรมยุทธศึกษาทหารบก เปิดเผยว่า กองทัพบกมีความประสงค์เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกทหารกองหนุนเป็นนายทหารประทวน (สัสดี) ประจำปี ๒๕๕๗ โดยบรรจุรับราชการและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นนายสิบ เพื่อบรรจุลงในตำแหน่งเสมียนหน่วยสัสดีอำเภอ เสมียนสำนักงานสัสดีจังหวัดและเสมียนฝ่ายสรรพกำลัง มณฑลทหารบกหรือจังหวัดทหารบก เมื่อสามารถสอบคัดเลือกได้จะได้รับการฝึกและอบรมวิชาเกี่ยวกับนายทหารประทวนสายงานสัสดีชั้นต้น ณ โรงเรียนการกำลังสำรอง ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๑๔ สัปดาห์ และเมืองสำเร็จแล้วจะต้องไปปฏิบัติตามตำแหน่งที่ตนได้เลือกไว้แล้ว

ทั้งนี้ ประเภทบุคคลที่จะรับสมัครจะต้องเป็น เพศชาย ที่สำเร็จการฝึกวิชาทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ ๓ โดยได้ขึ้นทะเบียนและนำปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ ผู้ที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการจนครบกำหนดปลดเป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) สายสามัญ สายอาชีพหรือเทียบเท่า ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เริ่มจำหน่ายใบสมัครที่ กรมยุทธศึกษาทหารบก ตั้งแต่วันที่ ๑๕ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ (หยุดทำการวันที่ ๑๖ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) และดำเนินการรับสมัคร ณ กรมยุทธการศึกษาทหารบก ตั้งแต่วันที่ ๒๓ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กรมยุทธศึกษาทหารบก ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ที่สนใจจะสมัครสอบ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทัพภาค มณฑลทหารบก จังหวัดทหารบกทุกแห่ง และที่กรมยุทธศึกษาทหารบก ๔๑ ถนนเทิดดำริ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐ หมายเลขโทรศัพท์(ทศท.) ๐๒-๒๔๑-๔๐๖๘-๙, ๐๒-๒๔๑-๔๐๓๖, ๐๒-๒๔๑-๔๐๔๖, ๐๒-๒๔๑-๑๖๖๐ ต่อ ๑๒๓๔ และโทรศัพท์ทหาร ๕๓-๒๓๖๔๔, ๕๓-๒๓๖๔๖, ๕๓-๒๓๖๘๔, โทรศัพท์ภายในกองทัพบก ๙๕๔๓๐, ๙๕๔๓๓, ๙๕๔๔๖,๙๕๔๔๗ ต่อ ๑๒๓๔ หรือที่กองอำนวยการรับสมัคร ๐๒-๒๔๑-๔๐๓๗, ๐๒-๒๗๗-๖๑๙๖ และโทรศัพท์ทหาร๙๖๑๙๖,๘๙๑๐๖,๘๙๑๐๐,และ๘๙๑๐๙ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหาร เปิดจุดรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57ครั้งที่ 1

วันนี้ 22 พฤศจิกายน 2556 นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ลงพื้นที่ติดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 ครั้งที่ 1 ที่ หจก.สมบูรณ์พูนผล 204 ม.1 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อให้การรับจำนำข้าวจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นไปด้วยความ โปร่งใส ยุติธรรม

รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เพื่อให้การรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 ตามนโยบายของรัฐบาล เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และหากมีปัญหาการปฏิบัติขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดขอให้ปรึกษาหรือสอบถามจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข สิ่งสำคัญคือจะต้องปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ทั้งนี้โดยยึดถือนโยบายโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลเป็นหลัก

สำหรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีการผลิต 2556/57 คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักเกณฑ์และกำหนดราคารับจำนำเช่นเดียวกับโครงการรับจำนำเมื่อปีการผลิต 2555/56 ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 100% ตันละ 15,000 บาท โดยเกษตรกรแต่ละรายจำนำข้าวนาปีได้ไม่เกินรายละ 350,000 บาท นอกจากนี้ยังกำหนดให้รับจำนำเฉพาะข้าวเปลือกคุณภาพดี โดยจะไม่รับจำนำข้าวเปลือกที่มีอายุน้อยกว่า 110 วัน ที่มีคุณภาพต่ำ จำนวน 18 พันธุ์ ทั้งนี้ ระยะเวลารับจำนำในช่วงนาปี ครั้งที่ 1 อยู่ระหว่าง 1 ตุลาคม 2556-28 กุมภาพันธ์ 2557



พิพัฒน์ เพชรสังหาร/ไอลดา สุทธิประภา นักศึกษาฝึกงาน/ส.ปขส.มห/ข่าว
สุระณรงค์ อ่อนสนิท/เนตรนภา ไยสาร นักศึกษาฝึกงาน/ส.ปขส.มห/ภาพ 

การประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๑ พ.ย. ๕๖) ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายสรสิทธิ์ ฤทธิ์สรไกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานประชุมวีดีทัศน์ทางไกลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ จากกระทรวงมหาดไทยโดยนายจารุพงค์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ วังไกลกังวล วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยการเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรงศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้พระองค์ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทหารรักษาพระองค์เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนในโอกาสนี้ด้วย เนื่องจากเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมในเขตพระราชฐานและมีพื้นที่จำกัด ดังนั้นจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนรับชมพระราชพิธีดังกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุและโทรทัศน์ รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ จัดกิจกรรมทำบุญตักบาตร ยกเว้นกรุงเทพมหานคร จัดวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ และวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ จัดงานสโมสรสันนิบาต พร้อมกัน โดยในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ รัฐบาลได้มอบหมายทุกส่วนราชการ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อาทิ จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ในเวลา ๑๙.๒๙ น. เป็นต้นกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยจัดให้มีกิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ภาคเช้าตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ น. ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังแผ่นดิน ถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ธันวาคม ๒๕๕๖

สำหรับภาคค่ำ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ จึงขอเชิญชวนชาวจังหวัดมุกดาหารร่วมแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ ตามวันเวลา และสถานที่ดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน อนึ่งขอความร่วมมือ ส่วนราชการ เอกชน ประชาชน ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวายเครื่องราชสักการะ ประดับธงชาติ ธงพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร.” ไฟ้ฟ้าตามอาคาร บ้านเรือน และสถานที่ราชการ หรือสถานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตลอดจนการร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เพื่อถวายเป็นราชสักการะด้วย



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

จังหวัดมุกดาหารจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖ หลังพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดพิธีเฉลิมพระเกียรติ "๕ ธันวามหาราช” ประจำปี ๒๕๕๖ เพื่อประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตลอดทั้งวัน โดยในส่วนของช่วงค่ำซึ่งกำหนดจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนชัยถวายพระพร ในเวลา ๑๙.๑๙ น. ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร ภายหลังจากพิธีดังกล่าว จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖ ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการปลูกฝังอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในกลุ่มผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นจังหวัดมุกดาหารยังได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงาน อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น การจัดนิทรรศการตามรอยพระยุคลบาท การจัดกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และการยกย่องส่งเสริมข้าราชการที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต พร้อมทั้งเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่และพนักงานของรัฐ ทุกคนแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ด้วยการร่วมลงชื่อถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ทางเว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. ที่ www.ocsc.go.th ในระหว่างวันที่ ๔ พฤศจิกายน – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖ และเว๊บไซด์จังหวัดมุกดาหารที่ www.mukdahan.go.th โดยสำนักงาน ก.พ.จะรวบรวมรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้า ฯ ต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน กำหนดจัดพร้อมกันทั่วประเทศตามกำหนดการ ณ ทำเนียบรัฐบาลโดยให้ติดตามการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สำหรับจังหวัดมุกดาหาร กำหนดจัดขึ้น ณ หอประชุมโรงเรียนมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์ ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว
พิพัฒน์ เพชรสังหาร สุระณรงค์ อ่อนสนิท/ภาพ

จังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดงานการชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ อย่างยิ่งใหญ่ ๙ วัน ๙ คืน

นายสกลสฤษฏ์ บุญประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดมุกดาหารได้กำหนดจัดงานการชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ รวม ๙ วัน ๙ คืน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร เพื่อเป็นการหารายได้ให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการสาธารณกุศล การช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส ทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้ ในการจัดงานดังกล่าวในปีนี้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรม นิทรรศการ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชนเผ่าจังหวัดมุกดาหาร จากส่วนราชการต่างๆ นับเป็นโอกาสอันดีที่พี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวทั่วไป จะได้ย้อนลำลึกวิถีชีวิตชนเผ่าของจังหวัดมุกดาหาร หนึ่งปีมีครั้งเดียว พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สินค้า OTOP ล้วนเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมของบรรพบุรุษ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญมีการออกร้านนาวากาชาด การประกวดธิดากาชาด การเดินแบบผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง รวมถึงมหรสพบันเทิงครบครัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร นักท่องเที่ยวทั่วไปร่วมสัมผัสบรรยากาศย้อนลำลึกวิถีชีวิตชนเผ่าของจังหวัดมุกดาหาร และรวมพลังร่วมทำกุศลต่อบุญกับร้านนาวากาชาด หนึ่งปีมีครั้งเดียว ในงานกาชาดและงานของดีจังหวัดมุกดาหาร ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๗ มกราคม ๒๕๕๗ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร



สุภาวดี อัมไพพันธ์
ส.ปชส.มุกดาหาร/ข่าว

กาชาดยโสธรเป็นเจ้าภาพจัดประชุมภาค 7

จังหวัดยโสธรเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 7  นางโสภิดา  ถีถะแก้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า วันศุกร์ที่ 29  พฤศจิกายน 2556  ที่จะถึงนี้  เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร ได้รับเกียรติ ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 7  ซึ่งประกอบด้วย เหล่ากาชาดนครพนม / มุกดาหาร/ ร้อยเอ็ด/ อุบลราชธานี/ อำนาจเจริญ/ และจังหวัดยโสธร  การจัดประชุม เพื่อนำเสนอผลงานในรอบปีที่ผ่าน ปรึกษาหารือ นำปัญหามาแก้ไข กำหนดทิศทางในการทำงานในปีต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด สถานที่จัดงาน คือ ที่ห้องมณีนพเก้า โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร ตั้งแต่เวลา 07.00 - 13.00 น.  โดยนายแผน  วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย  เป็นประธานในพิธีเปิด

รองนายกรัฐมนตรีตรวจติดตามโครงการของรัฐบาล และมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500ชุด ให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาวที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันนี้ (22 พ.ย. 56) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และคณะมีกำหนดการจะประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด และหัวหน้าส่วนราชการเพื่อรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการต่างๆ ณ ห้องประชุมพระมหาเจดีย์ชัยมงคัล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557,การดำเนินการ Zoning พื้นที่การเกษตร และปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะการดำเนินงานแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี (นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา) และคณะจะเดินทางไป อำเภอธวัชบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด ติตามผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์แบบครบวงจรโดยเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกร อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด และจะมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ประสบภัยหนาว ตรวจเยี่ยมประชาชนที่มาต้อนรับ และโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ปี พ.ศ.2556 พร้อมทั้งลงพื้นที่โครงการศูนย์เรียนรู้การผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์แบบครบวงจร และถนนบริเวณรอบศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งเป็นโครงกรรต่อยอดจากโครงการปี พ.ศ.2556 เพื่อให้เกิดความยั่งยืน.



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
 22 พ.ย.56

รองนายกรัฐมนตรีเชื่อว่าการมีจัดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่จะทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 สะดวกขึ้น

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสที่เดินทางไปตรวจติดตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ที่จังหวัดร้อยเอ็ดว่า ขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วและได้มีการว่างระบบต่างๆ ที่จะช่วยคุ้มครองดูแลรักษาประโยชน์ของเกษตรกรให้เป็นไปอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา และมีการป้องกันการทุจริตที่จะทำให้รัฐบาลเสียหาย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดมีแนวทางการดำเนินการอยู่แล้ว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การตั้งจุดรับจำนำข้าวเปลือกนอกพื้นที่จะอำนวยความสะดวกและรองรับเกษตรกรที่นำข้าวไปรับจำนำได้



วิมล เร่งศึก/ข่าว
กมลพร คำนึง/บก.ข่าว
22 พ.ย.56 

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 13 ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี : เพื่อหารือเตรียมการติดตามและสอดส่องผลการดำเนินงานในโครงการตามยุทธศาสตร์จังหวัดปี งบประมาณ 2556 จำนวน 7 โครงการและโครงการฯ ปี 2557 จำนวน 11 โครงการ พร้อมเตรียมการจัดสัมมนาเครือข่ายธรรมาภิบาลจังหวัด เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงาน เช้าวันนี้ (22 พ.ย.56) นายจิรายุ นันท์ธราธร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขต 13 เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ห้องประชุมเจ้าคำผง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อหารือถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดอุบลราชธานี ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้มีการติดตามและสอดส่องผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ได้ดำเนินโครงการตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 7 โครงการ ได้แก่โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพืชเศรษฐกิจ,โครงการศูนย์อาเซียนศึกษาเพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,โครงการฟื้นฟูพัฒนาป่าพื้นบ้านแหล่งอาหารชุมชนตามแนวพระราชดำริ, โครงการฝายชะลอความชุ่มชื้น,โครงการก่อสร้างถนน คสล./ถนนลูกรังและโครงการสนับสนุนโครงการพระราชดำริ รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 157,290,000.-บาท. ส่วนในปีงบประมาณ 2557 จะติดตามสอดส่องและติดตามผลการดำเนินโครงการ จำนวน 11 โครงการ ได้แก่โครงการอาชีพเกษตรกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง,โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตพืชเศรษฐกิจ,โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีก,โครงการซ่อมสร้างทางลาดยางสายบ้านโนนรัง – บ้านนาผาย ต.โนนรัง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี, โครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ,โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม, โครงการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน,โครงการค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ,โครงการเชื่อมความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นกับประเทศเพื่อนบ้าน,โครงการเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติผาแต้มและโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 212,418,200.-บาท นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงการจัดสัมมนาเครือข่ายธรรมาภิบาลจังหวัด เพื่อเสริมทักษะการทำงานให้กับเครือข่ายที่ผ่านการประชุมสัมมนาในปี 2556 ไปแล้ว จำนวน 95 คน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในการสอดส่องและติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐในแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างมีมีประสิทธิภาพ



พงษ์สถิตย์ อรอินทร์ ส.ปชส.อุบลราชธานี
081 924 8609 /ข่าว/ 22 พ.ย.56

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดปิดประตูเขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 เนื่องจากพบว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล แม่น้ำสาขาต่างๆ รวมทั้ง ในแม่น้ำโขงต่ำกว่าแม่น้ำมูล 2 เมตร

อุบลราชธานี : วันนี้ ( 21 พ.ย.56) ที่ห้องประชุมจินดารัตน์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ประชุมหารือคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล ประกอบด้วย ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ชลประทานที่ 7 ชลประทานอุบลราชธานี นายอำเภอโขงเจียม นายอำเภอพิบูลมังสาหาร และนายอำเภอสิรินธร ปิดประตูระบายน้ำ เขื่อนปากมูล ทั้ง 8 บาน ของเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 ตามมติคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล เนื่องจากพบว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล แม่น้ำสาขาต่างๆ รวมทั้ง ในแม่น้ำโขงต่ำกว่าแม่น้ำมูล 2 เมตร ประกอบกับเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ในปีนี้เก็บกักน้ำได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ของเขื่อน คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล จึงต้องปิดประตูเขื่อนดังกล่าวเพื่อกักเก็บน้ำไว้ นอกจากนี้การปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงขึ้น มีปริมาณน้ำใช้เพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค ไปจนเดือนพฤษภาคม2557 การปิดประตูระบายน้ำ ที่เขื่อนปากมูลในครั้งนี้ จะรักษาระดับน้ำไว้ที่ 108 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีปริมาณ น้ำกักเก็บ ประมาณ 220 ล้านลูกบาศก์เมตร

จังหวัดนครพนมจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหมื่น ครั้งที่ 60 ระหว่างวันที่ 22-27 พฤศจิกายน ประจำปี 2556

นายอดิศักดิ์   เทพอาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม   ประธานเปิดงานสมโภชเจ้าพ่อหมื่น  ครั้งที่ 60  ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 22-27 พฤศจิกายน 2556  ณ บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหมื่น  ที่มีมายาวนานถึง 60 ปี  ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ชาวนครพนมเชื้อสายจีนและเวียดนาม  เคารพนับถือศรัทธา  ซึ่งวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันมีคุณค่าต่อสังคม   กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยว  ส่งเสริมความสามัคคี  และความร่วมมือร่วมใจของชาวจังหวัดนครพนม  7 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  โดยมีกิจกรรม ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  กล่าวว่า ปัจจุบันนี้บ้านเมืองของเราต้องการความสามัคคีเป็นอย่างมาก สิ่งที่จะช่วยหล่อหลอมให้เรามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็คือ ความเชื่อ  ความศรัทธา และวัฒนธรรมอันดีที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาและขอให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน  ขอเชิญชวนชาวจังหวัดนครพนมมาสักการะเจ้าพ่อหมื่น  เพื่อแสดงความเคารพและเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง   และชมการแสดงงิ้ว  ในวันที่ 22-27 พฤศจิกายน 2556

จังหวัดนครพนมมอบใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราปี 2556/2557

นายยุทธจักร  เรืองวรบูรณ์  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดนครพนม   ประธานพิธีมอบใบรับรองผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราปี 2556/2557  ภายใต้โครงการการแก้ไข้ปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ ปี 2557  ณ หอประชุมมัจฉาวารี  โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษธิ์  อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม  ซึ่งมอบแก่เกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาเดื่อ ตำบลศรีสงคราม ตำบลหาดแพง ตำบลบ้านข่า ตำบลบ้านเอื้อง ตำบลโพนสว่าง  ตำบลท่าบ่อสงคราม  โดยมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตรกร เป็นผู้รับมอบ  จำนวนกว่า 1,000 ราย   ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่เปิดกรีด  โดยมอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอศรีสงความ  สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม เป็นหน่วยงานรับขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกยางพารา  การดำเนินงานส่วนที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรทุกพื้นที่  ทั้งพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่นอกเหนือ  เพื่อพิจารนาให้ความช่วยเหลือเป็นค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงิน  อัตราไร่ละ 2,520 บาท ตามที่เปิดกรีดจริงและต้องเป็นเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ หรือทำกินในพื้นที่นั้นๆ จะสนับสนุนรายละไม่เกิน  25 ไร่  โดยอำเภอศรีสงคราม ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา และมีเกษตรกรขึ้นทะเบียน ทั้งหมด 5,324 ครัวเรือน แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกยางพารา  69,946.48 ไร่ พื้นทีเปิดกรีด  53,281.83 ไร่  คิดเป็นเงิน  134,066,091.60  บาท

ทั้งนี้  วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน  2556  จะมอบใบรับรองเอกสารสิทธิ์  ตำบลนาคำ ณ ศาลาวัดลำดวนบ้านเหล่า   และตำบลสามผง ณ หอประชุมโรงเรียนชุมชนสามผง ต่อไป