วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดบึงกาฬ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสถาปนาความสัมพันธ์ เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) กับเมืองชิงเต่า (Qingdao)

นายเทวัญ สรรค์นิกร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า เนื่องจาก จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดชายแดน มีอาณาเขตติดต่อกับแขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ระยะทางยาวประมาณ ๑๒๐ กม. มีจุดผ่านแดนถาวร ๑ จุด จุดผ่อนปรน ๒ จุด มีมูลค่าการค้าชายแดน ปีละประมาณ ๕,๔๐๐ ล้านบาท ในด้านการเกษตรยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดได้มากที่สุด เพราะมีพื้นที่เกษตรกรรม ๑,๖๖๖,๐๒๓ ไร่ ปลูกยางพารา ๗๓๑,๓๗๒.๘๕ ไร่ ปัจจุบันเปิดกรีดแล้วประมาณ ๔ แสนไร่ มีปริมาณน้ำยางดิบประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งในจำนวนหนึ่ง ผลิตเป็นยางแผ่นดิบส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ได้ปริมาณมากกว่า ๒๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน มีโรงงานยางพารา ๗ แห่ง ตลาดประมูลยางพารา ๙๗ แห่ง เกษตรกรชาวจังหวัดบึงกาฬ ร้อยละ ๗๐ ประกอบอาชีพสวนยางพารา ที่สามารถสร้างรายได้ในภาคเกษตรให้แก่จังหวัดไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนและประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางทะเลจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ไปยังท่าเรือเมืองชิงเต่า (Qingdao) มณฑลซานตง และกระจายไปในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป จังหวัดบึงกาฬ พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การส่งออกยางพาราของจังหวัดบึงกาฬ เกิดความราบรื่นและส่งเสริมการตลาดยางพาราให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สมควรกระชับความสัมพันธ์กับเมืองในต่างประเทศ โดยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) กับเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนายางพาราประสิทธิภาพสูง และเป็นศูนย์กลางการสั่งซื้อสินค้ายางพาราระดับโลก เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราต่าง ๆ ตั้งแต่การรับซื้อ การจัดแสดงสินค้านานาชาติ การซื้อขายในระบบดิจิตอล การฝึกอบรม และมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรนานาชาติ เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ด้านต่าง ๆ แก่จังหวัดและประเทศไทย ต่อไป จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) กับเมืองซิงเต่า โดยมีหน้าที่กำหนดนโยบาย กรอบยุทธศาสตร์แผนความร่วมมือ แผนงานโครงการกิจกรรมระหว่างกัน โดยให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย โดยประกอบด้วยส่วนราชการต่าง ๆ ๓๕ หน่วยงาน และมีที่ปรึกษาคือ ท่านพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และจะได้มีการเร่งดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น