วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2557

ประวัติเกี่ยวกับ “การเล่นหวยครั้งแรก”

"หวย" ที่ประชาชนในสมัยนั้นเล่นกัน คือ หวย ก.ข. ก็เกิดขึ้นของหวยประเภทนี้ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้น ดังปรากฏในพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า

มูลเหตุที่จะตั้งอากรหวยขึ้นในประเทศไทยนั้น มีในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้ดังนี้ว่า "เมื่อครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จฯพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีเถาะ (พ.ศ. 2374) น้ำมาก เมื่อปีมะโรง (พ.ศ. 2375) น้ำน้อยข้าวแพง ต้องซื้อข้างต่างประเทศเข้ามาจ่ายขาย คนก็ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน ต้องมารับจ้างทำงานคิดเอาข้าวเป็นค่าจ้างเจ้าภาษีนายอากรก็ไม่มีเงินจะส่ง ต้องเอาสินค้าใช้เงินค่าหลวง ที่สุดคนจีนผูกปี้ก็ไม่มีเงินจะให้ ต้องเข้ามารับงานในกรุงฯ จึงทรงพระราชดำริแคลงไปว่า เงินตราบัว เงินตราครุฑ เงินตราปราสาท (คือเงินบาทพดด้วงที่ทำเมื่อในรัชกาลที่ 1-2-3 ) ได้ทำใช้ออกไปมาก หายไปเสียหมด ทรงสงสัยว่าคนจะเอาเงินไปซื้อฝิ่นมาเก็บไว้ขายในนี้  จึงโปรดให้จับฝิ่นเผาฝิ่นเสียเป็นอันมาก  ตัวเงินก็ไม่มีขึ้นมา  และจีนหงพระศรีชัยบาล  (ตำแหน่งเป็นนายอากรสุรา เรียกกันว่า  เจ๊สัวหง)  จึงกราบทูลว่าเงินนั้นตกไปอยู่ที่ราษฎรเก็บฝังดินไว้มากไม่เอาออกใช้  ถ้าอย่างนี้ที่เมืองจีนตั้งหวยขึ้นจึงมีเงินมา  จึงโปรดฯ ให้จีนหงตั้งหวยขึ้น ดังนี้  และมีในจดหมายเหตุอีกแห่งหนึ่ง (นายกล่ำ กล่าวในกลอนเพลงยาวกำเนิดหวย)  ว่าเจ๊สัวหงแรกออกหวยเมื่อเดือนยี่  ปีมะแม  ก็ต้องกระแสพระราชนิพนธ์  จึงยุติได้เป็นแน่ว่า  การเล่นหวยแรกมีขึ้นในเมืองไทในรัชกาลที่ 3 เมื่อปีมะแม จุลศักราช  1197 ตรงกับ พ.ศ. 2378

เมื่อแรกเจ๊สัวหงทำอากรนั้น  โรงหวยตั้งอยู่ในกำแพงเมืองใกล้สะพานหัน  (ภายหลังย้ายโรงหวยมาตั้งอยู่ริมสะพานข้ามคลองหลอดเหนือประตูสามยอด)  ออกหวยเวลาเช้าวันละครั้ง  ต่อมาไม่ช้าพระศรีวิโรจน์ดิศ  เห็นเจ๊สัวหงมีกำไร  จึงกราบบังคมทูลขอตั้งหวยอีกโรงหนึ่ง อยู่บางลำภู (บน) ออกหวยเวลาค่ำวันละครั้ง  หวยจึงมีเป็น 2 โรง เรียกว่าโรงเช้าโรงหนึ่ง โรงค่ำโรงหนึ่ง ต่อมาหวยโรงพระศรีวิโรจน์ทำการไม่เรียบร้อย  ที่สุดอากรหวยจึงไปรวมอยู่ที่โรงเจ๊สัวหงแห่งเดียว เป็นต้น เหตุที่จะออกหวยเป็น 2 เวลา และคงเรียกตามมูลเหตุเดิมว่าหวยโรงเช้าเวลาหนึ่ง หวยโรงค่ำเวลาหนึ่ง มาจนกระทั่งเลิกอากรหวย

เมื่อแรกจะเกิดหวยขึ้นในเมืองจีน  มีผู้เอาชื่อคนมาตั้งเป็นตัวหวย 34 ตัว ครั้นต่อมามีผู้คิดเพิ่มเติมหวยขึ้นอีก 2 ตัว เมื่อแรกหวยมีเข้ามาในเมืองไทย จึงมีจำนวนหวยเป็น 36 ตัวด้วยกัน และหวย 36 ตัวนั้น ในเมืองจีนเขาเรียกตามชื่อคนที่สมมติเอามาเป็นตัวหวย  ที่โรงหวยทำเป็นฉากเขียนเครื่องหมายไว้หลายอย่าง เพื่อจะให้คนแทงรู้จักตัวหวย คือ

    เขียนภาพรูปคนซึ่งสมมติเป็นตัวหวยอย่างหนึ่ง

    เขียนหนังสือจีนกำกับรูปภาพ  บอกชื่อคนที่เป็นตัวหวยอย่างหนึ่ง

    เขียนรูปสัตว์อันสมมติว่า เป็นชาติก่อนของคนที่เป็นตัวหวยกำกับไว้ให้เป็นที่สังเกตด้วยอีกอย่างหนึ่ง

แต่เมื่อเอาหวยเข้ามาเล่นในเมืองไทย ไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก และพูดจีนไม่ได้ เห็นแต่ฉากรูปหวยก็รู้ไม่ได้ว่าเป็นตัวไหนๆ เจ๊สัวหง จึงคิดอ่านเอาตัวอักษรไทยเข้าหมายกำกับเพื่อให้ไทยรู้จักตัวหวย ดังนี้คือ

    อักษร ก  หมายตัวอุปราช  ชื่อสามหวย  ชาติเป็นชะนี
    อักษร ข  หมายตัวนายทหาร  ชื่อง่วยโป๊  ชาติเป็นเต่า
    อักษร ฃ  หมายตัวขุนนางผู้ใหญ่ที่จอหงวน  ชื่อเจียมกาย  ชาติเป็นปลา
    อักษร ค  หมายตัวผู้หญิงชาวตลาด 2 คน ชื่อหะตั๋ง  ชาติเป็นหอยแครง
    อักษร ฅ  หมายตัวภรรยาเจ้าเมือง  ชื่อเม่งจู  ชาติเป็นตัวตะเพียน 
    อักษร ฆ  หมายตัวหลวงจีน  ชื่อยิคซัว  ชาติเป็นไก่
    อักษร ง  หมายตัวนายทหารโจร  ชื่อจีเกา  ชาติเป็นสิงโต
    อักษร จ  หมายตัวนางชี  ชื่ออันสือ  ชาติเป็นแมวป่า
    อักษร ฉ  หมายตัวคนฆ่าหมูชาย  ชื่อจีติด  ชาติเป็นแมวลาย
    อักษร  ช  หมายตัวพลเมือง  ชื่อฮกซุน  ชาติเป็นสุนัข
    อักษร ซ  หมายตัวคนโซ  ชื่อแซหงวน  ชาติเป็นไก่
    อักษร ฌ  หมายตัวขุนนาง  ชื่อฮวยกัว  ชาติเป็นไก่ฟ้า
    อักษร ญ  หมายตัวคนใช้ของเจ้าเมือง  ชื่อย่องเซ็ง  ชาติเป็นห่าน
    อักษร ด  หมายตัวหลวงจีนเป็นที่ปรึกษา  ชื่อกวางเหม็ง  ชาติเป็นม้า
    อักษร ต  หมายตัวคนแจวเรือจ้าง  ชื่อปิดติด  ชาติเป็นหมู
    อักษร ถ  หมายตัวขุนนาง  ชื่อพันกุ้ย  ชาติเป็นหอยสังข์
    อักษร ท  หมายตัวนางงาม  ชื่อเซียงเจียว  ชาติเป็นนกอีแอ่น
    อักษร ธ  หมายตัวเจ้าเมือง  ชื่อไท้เผ็ง  ชาติเป็นมังกร
    อักษร น  หมายตัวหลวงจีน  ชื่อเทียนสิน  ชาติเป็นปู
    อักษร บ  หมายตัวหลวงจีน  ชื่อแจหลี  ชาติเป็นตะพาบน้ำ
    อักษร ป  หมายตัวพลเมือง  ชื่อกังสือ  ชาติเป็นงู
    อักษร ผ  หมายตัวคนตกเบ็ด  ชื่ออิวหลี  ชาติเป็นเหยี่ยว
    อักษร ฝ  หมายตัวคนโซ  ชื่อง่วนกุ้ย  ชาติเป็นกุ้งฝอย
    อักษร พ  หมายตัวคนโซ  ชื่อกิดปี้น  ชาติเป็นแกะ
    อักษร ฟ  หมายตัวลูกเขยเจ้าเมือง  ชื่อเกากัว  ชาติเป็นกา
    อักษร ภ  หมายตัวโจรที่เป็นแม่ทัพ  ชื่อคุนซัว  ชาติเป็นเสือ
    อักษร ม  หมายตัวขุนนางนายทหาร  ชื่อหุนหัน  ชาติเป็นควาย
    อักษร ย  หมายตัวขุนนาง  ชื่อฮ่องซุน  ชาติเป็นนกยูง
    อักษร ร  หมายตัวน้องสาวเจ้าเมือง  ชื่อกิมเง็ก  ชาติเป็นผีเสื้อ
    อักษร ล  หมายตัวหลวงจีน  ชื่อเทียนเหลียง  ชาติเป็นปลาไหล
    อักษร ว  หมายตัวหลวงจีน  ชื่อแซหุน  ชาติเป็นนกกระสา
    อักษร ส  หมายตัวขุนนาง  ชื่อฮะไฮ้  ชาติเป็นกบ
    อักษร ห  หมายตัวคนขายถ่าน  ชื่อบ้องหลิม  ชาติเป็นผึ้ง
    อักษร ฬ  หมายตัวคนโซ  ชื่อง่วนกิด  ชาติเป็นเนื้อทราย
    อักษร อ  หมายตัวนักเรียน  ชื่อบ้วนกิ่ม  ชาติเป็นงูดิน
    อักษร ฮ  หมายตัวขุนนางนายทหารรักษาด่าน  ชื่อเจี๊ยสูน  ชาติเป็นหมูป่า

เพราะเหตุที่อาศัยอักษรไทยเข้ากำกับดังนี้  รัฐบาลจึงเรียกว่า "อากรหวย ก.ข."  และพวกไทยที่เล่นหวยจึงมักเรียกตัวหวยด้วยชื่อตัวอักษรและชื่อจีนกำกับกัน ดังเช่นว่า "กอสามหวย ของ่ายโป๊ สอฮะไฮ้" เป็นต้น บางตัวก็เอาคำไทยใช้แทนชื่อจีน เช่นว่า "จอนางชี ฉอขายหมู ตอเรือจ้าง" บางตัวก็เอาภาษาไทยเข้าแทนทีเดียว ดังเช่น "ผอผี ฝอฝน ฟอไฟ" ฉะนี้ก็มี แต่ส่วนจีนถึงจีนในเมืองไทยนี้เขาเรียกชื่อตัวหวยแต่ตามภาษาจีนว่า "สามหวย" และ "ง่วยโป๊" เป็นต้น หารได้เรียกตัวอักษรไทยด้วยไม่

การเล่นหวย ก.ข. ซึ่งพระครูกัลยาณานุกูล (เฮง อิฏฐาจาโร) รวบรวม และเรียบเรียงขึ้นมานั้นกล่าวไว้ว่า

"อนึ่งเมื่อแรกเอาหวยเข้ามาเล่นในเมืองนี้  เล่นเต็มตามแบบจีนคือในหวย  36 ตัวนั้น  ถ้าออกตัวใดแล้วต้องเว้นหวยตัวนั้น  และตัวอื่นที่มีชื่อพ้องกันเสีย  3 วัน จึงจะเอากลับออกได้อีก จะยกตัวอย่างดังออกตัว บ. แจหลี ต้องเว้นตัว บ. แจหลี ตัว ผ.  อิวหลี จะออกภายใน  3 วันไม่ได้ ฉะนี้เป็นต้น  เล่ากันว่าเมื่อหวยยังมี 2 โรง เจ๊สัวหงออกตัว ง. จีเกา  มีคนแทงไม่ยอมให้เงินทำนองจะหาว่าเป็นตัวพ้องกับ ฟ. เกากัว หรือ ฉ. จีติด ที่ได้ออกแล้วหรืออย่างใดอย่างหนึ่ง หรือวิวาทถึงตีรันฟันแทงกับครั้งหนึ่ง ฝ่ายข้างโรงพระศรีวิโรจน์ก็เกิดเหตุด้วยเรื่องออกตัว ธ. ไท้เผ็งครั้งหนึ่ง แต่จะเป็นเหตุอย่างไรหาปรากฎไม่ถึงรัฐบาลต้องว่ากล่าวจึงตกลงลดตัวหวยเสีย 2 คงให้มีแต่ 34 ตัว แต่ยอมให้ออกติดต่อกันได้ ไม่ต้องเว้น 3 วันตามแบบจีน จึงได้ยกตัว ง. จีเกา และตัว ธ. ไท้เผ็ง อันเป็นตัวเกิดความเสีย ไม่ได้ออกแต่นั้นมา"

การเล่นหวยของผู้คนในสมัยนั้น ก็ไม่ต่างไปจากปัจจุบันนัก คือคิดจะแทงให้ถูกว่าหวยออกตัวใดแล้วดักแทงตัวนั้นการคิดจะหาจึงสอดส่องมองหานักเล่นในยุคนั้นบางคนใช้วิธีเดาใจขุนบาล (ผู้ได้เป็นอากรหวย มีบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนบานเบิกบุรีรัตน์" คนทั้งหลายจึงพากันเรียกนายอากรหวยว่า "ขุนบาล") ว่าจะออกตัวใด บางคนถามขุนบาลดื้อๆ ว่าจะออกตัวใด ขุนบาลถูกถามบ่อยครั้งคงรำคาญจึงจ้างคนคิดใบ้หวยลวงบอกไว้ที่หน้าโรงหวยทุกวัน มีบ้างที่ขุนบาลถูกผู้ที่ใกล้ชิดถามก็อดบอกไม่ได้ไปแทงหวยกันถูกก็มี กระทั่งบางคนไปบนบานขอหวยต่อวัตถุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือบุคคลที่นับถือว่าศักดิ์สิทธิ์ก็มี แม้แต่พระพุทธรูป หรือต้นไม้ก็มีคนไปอธิฐานขัดถูรอยตัวหวย เผื่อจะผุดโผล่มาให้บ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น