วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กสท.โทรคมนาคม จับมือ เอ มัสท์ ติดตั้งระบบ Fiber To Home แห่งแรกของกลุ่มบ้านจัดสรรที่ เลคนครา ขอนแก่น หวังตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านไอที

กสท.โทรคมนาคม จับมือ เอ มัสท์ ติดตั้งระบบ Fiber To Home แห่งแรกของกลุ่มบ้านจัดสรรที่ เลคนครา ขอนแก่น หวังตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านไอที สร้างความแตกต่างให้กับลูกค้าทุกช่วงเวลาพร้อมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยผ่านสมาทโฟน พร้อมเปิดตัวโครงการใหม่สู้ศึกอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่นต้นปี 57

ที่สำนักงานโครงการ Lake Nakara ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายศุภกิจ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริการลูกค้า บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายอุดม วิบูลย์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด เอ มัสท์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมลงนามความร่วมมือร่วมระหว่าง 2 หน่วยงานในการวางระบบโครงข่ายสารสนเทศและอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่ให้บริการผ่านเครือขายใยแก้วนำแสง (Fiber To Home) ให้กับลูกบ้านของโครงการ Lake Nakara ซึ่งถือเป็นโครงการบ้านจัดสรรโครงการแรกที่ให้บริการดังกล่าวด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 5 ล้านบาท

นายศุภกิจ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานบริการลูกค้า บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงที่ให้บริการผ่านเครือข่ายใยแก้วนำแสง หรือ Fiber To Home สามารถที่จะรองรับการบริการที่หลากหลายซึ่ง กสท.โทรคมนาคม นั้นได้ดำเนินการในการให้บริการด้านโทรคมนาคมที่ครอบคลุมและสมบูรณ์แบบที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้นการให้บริการของกลุ่มลกค้าบ้านจัดสรรถือเป็นนโยบายเชิงรุกที่สำคัญที่ กสท.จะดำเนินการอย่างเต็มที่จากนี้ไป โดยโครงการ Lake Nakara จะอยู่ในรูปแบบแพคเกจ Silver ความเร็ว 30-50 Mbps ซึ่งถือเป็นระดับความเร็วที่ลูกบ้านหรือผู้ใช้บริการมั่นใจได้ว่าจะท่องโลกอินเตอร์เน๊ตได้อย่างครอบคลุมและไม่สะดุดทั่วทั้งโครงการเพราะมีการใช้เครื่องใยแก้วแบบลงชั้นใต้ดินและติดตั้งกล่องรับและส่งสัญญาณโดยรอบโครงการทำให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกจุดและสนองต่อความต้องการสอดรับกับไลฟ์สไตล์ในโลกยุคปัจจุบันที่ก้าวกระโดดแบบไร้พรมแดน

นายอุดม วิบูลย์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด เอ มัสท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า Lake Nakara เป็นโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ บ้านล้อมทะเลสาบบนทำเลติดเมือง ด้วยเนื้อที่ 77 ไร่ จำนวนก่อสร้าง 281 ยุนิต ซึ่งได้มีการเปิดโครงการแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานผ่านไป 10 เดือน มียอดจองแล้วกว้าร้อยละ 60 คิดเป็นมูลค่ายอดขายรวมกว่า 800 ล้านบาทโดยคาดว่าจะสามารถเริ่มโอนเพื่อให้ลูกค้าเข้าอยู่อาศัยไดประมาณปลายปี 2556 และเพื่อให้สนองต่อความต้องการของลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการใช้ชีวิตที่ทันสมัย ท่ามกลางธรรมชาติที่มีความต้องการด้านเทคโนโลยี บริษัทฯจึงได้ร่วมมือกับ กสท.โทรคมนาคม หรือ CAT ในการที่จะวางระบบ FTH ให้กับลูกบ้านทั้งโครงการ ทุกหลังฟรีเป็นเวลา 1 ปี รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 5 ล้านบาท

"ลูกบ้านของ Lake Nakara จะไม่ตกเทรนท์ หรือทันต่อกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญยังคงสามารถเปลี่ยนห้องทำงานภายในบ้านให้สามารถเป็นโต๊ะประชุม ที่สามารถเชื่อมต่อกับทุกมุมของโลก และทำงานที่บ้านได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันยังคงเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกบ้านในการที่จะสามารถเชื่อมต่อระบบสัญญาณกันขโมยและกล้องวงจรปิดเข้ากับ สมาทโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานในการตรวจสอบความเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบ้านของตนเองและดูผ่านสมาทโฟนและคอมพิวเตอร์ได้ทั่วทุกมุมโลกอีกด้วย”

นายอุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภายในบ้านแล้ว โครงการยังคงติดตั้งระบบ Wi-Fi ในคลับเฮ้าส์ให้กับลูกบ้านได้ใช้ฟรีทั้งโครงการ เช่นกันในขณะที่บ้านที่ให้บริการนั้น ประกอบด้วย Smart เนื้อที่ 39.9 ตร.ว.ราคาเริ่มต้นที่ 3.2 ล้านบาท แบบบ้าน Modish เนื้อที่ 55 -60 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 3.79 ล้านบาท แบบบ้าน Luxury เนื้อที่ 65 – 70 ตร.ว. ราคาเริ่มต้นที่ 5.5 ล้าบาท อย่างไรก็ตามการเปิดตัวบ้านจัดสรรที่ขอนแกน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากของกลุ่ม เอ มัสท์ จึงได้เตรียมที่จะเปิดโครงการที่ 2 ในต้นปี 2557 เนื่องจากขอนแก่นเมืองหลวงของภาคอีสานยังคงมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทุนของกลุ่มทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการเปิดตัว Lake Nakara เฟส 2 ของ บริษัท เอ มัสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จะสามารถที่จะรองรับการตลาดด้านความต้องการที่อยู่อาศัยได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น