วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดอำนาจเจริญประกอบพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

วันนี้ (23 ต.ค. 2556)    เวลา 08.00 น.  นายวีระวัฒน์  ชื่นวาริน  ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานประกอบพิธีวางพวงมาลา และถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ณ พระบรมราชานุเสาวรีย์ฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5  บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำรวจ ทหาร นิสิต นักศึกษา กลุ่มพลังมวลชน ลูกเสือชาวบ้าน พ่อค้า ประชาชน  ร่วมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ เป็นจำนวนมาก

ด้วยในวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปีเป็น "วันปิยมหาราช”   เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5      จังหวัดอำนาจเจริญจึงได้ประกอบพิธีวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5   และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ  โดยมีลูกเสือ  เนตรนารี  นักศึกษาวิชาทหาร       วงดุริยางค์ ถวายบังคมต่อหน้าพระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 เพื่อแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวที และร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน พระผู้ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ที่ได้ทรงบำเพ็ญคุณประโยชน์แก่ชาติอย่างใหญ่หลวง ตลอดรัชสมัยของพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชชนนี ทรงประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2396 ได้เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2411 ขณะมีพระชนมายุเพียง 16 พรรษา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และได้เสด็จสวรรคตท่ามกลางความทุกข์เทวษโศกาดูร ของปวงพสกนิกร เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 สิริรวมพระชนมายุได้ 57 พรรษา ทรงดำรงสิริราชสมบัติเป็นเวลาถึง 42 ปี

ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช พระองค์ทรงคำนึงถึงทุกข์สุขของราษฎร และประโยชน์ของประเทศชาติ มากกว่าประโยชน์สุขส่วนพระองค์ ทรงรับพระราชภาระอันหนักยิ่ง ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร พระราชกรณีย์กิจภายในราชอาณาจักร มีมากมายหลายประการ ในด้านการส่งเสริมความเจริญของประเทศ พระองค์ทรงบริหาราชการแผ่นดินด้วยความสนพระทัย ได้เสด็จประพาสต้น เยี่ยมเยียนทุกข์สุขของพสกนิกรของพระองค์อยู่เป็นนิจ ทรงโปรดให้จัดตั้งโรงพยาบาลต่างๆ ทรงจัดตั้งสุขาภิบาล ทรงริเริ่มให้มีการบริการ ประปา ไฟฟ้า รถไฟ รถเมล์ โทรเลข และการไปรษณีย์ ทรงจัดตั้งโรงเรียนขึ้นทั่วราชอาณาจักร และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งนักศึกษาไทยออกไปศึกษายังต่างประเทศ อีกด้วย นอกจากนี้ ทรงมีพระราชประสงค์ ที่จะขจัดการกดขี่ ความไม่ยุตธรรม ในสังคมให้หมดสิ้นไป ด้วยทรงดำริว่าระบบการค้าทาส เป็นเครื่องกีดขวางความเจริญ และเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน พระองค์จึงทรงประกาศยกเลิกระบบทาส ซึ่งนับว่าเป็นการให้อิสรภาพแก่คนไทยอย่างแท้จริง



จรูญ  พิตะพันธ์ / ข่าว / ภาพ
สุรพล  บุตรวงศ์ / บก.ข่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น