วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การค้าชายแดนไทยจังหวัดสุรินทร์ เศรษฐกิจคึกคักโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

นายถาวร กุลโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การค้าผ่านชายแดนไทย – กัมพูชา ขยายเวลาเปิดด่านไปจนถึง 22.00 น. ทำให้เศรษฐกิจดีมีดุลการค้าเกินดุล และมีสินค้าส่งออกสำคัญเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง รองลงมาได้แก่ เบียร์ และเครื่องดื่มน้ำ ส่วนการค้าขายที่ช่องจอมในช่วงวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาค่อนข้างมากกว่าปกติหลายพันคน พื้นที่จอดรถแทบจะไม่พอรองรับ คาดว่ามีเงินสะพัดต่อวันหลายล้านบาท โดยเฉพาะที่ตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ พบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยพาครอบครัว เพื่อนฝูงเข้ามาท่องเที่ยว และเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอมกันอย่างคึกคัก ส่วนนักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา เดินทางเข้ามาเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคอย่างคึกคักไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อสินค้าทั้งเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันและนำสินค้าพื้นเมืองมาจำหน่ายเป็นประจำอีกด้วย 

สำหรับจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมหรือตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ตั้งอยู่ที่บ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นจุดผ่านแดนที่สำคัญที่สุดของจังหวัดสุรินทร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครมาเมืองสุรินทร์แล้วจะต้องแวะเวียนไปเที่ยวตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ปัจจุบันตลาดการค้าชายแดนช่องจอมมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริเวณตลาดการค้าชายแดนเริ่มมีอาคารพาณิชย์ร้านขายของต่างๆ รวมไปถึงธุรกิจที่พักอาศัยก็เกิดขึ้นอย่างหนาตา ล่าสุดปั้มแก๊สก็กำลังก่อสร้าง และที่ดินที่กำลังถมอีกจำนวมากเตรียมพัฒนาพื้นที่ ดังนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อโครงการขยายถนนจากปราสาท-ช่องจอม ได้รับการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งส่งผลดีต่อด่านชายแดนแห่งนี้ให้เป็นด่านชั้นนำในอีสานตอนล่าง ซึ่งโครงการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรนี้ได้ถูกบรรจุไว้ในแผนของกรมทางหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ อีกโครงการซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นนั่นก็คือ โครงการปรับปรุงด่านชายแดนช่องจอม ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารสำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ณ ด่านช่องจอมแห่งนี้ เช่น โครงการปรับปรุงพื้นที่ด่านชายแดนช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจะทำการก่อสร้างซุ้มประตู และงานปรับปรุงภูมิทัศน์พร้อมลานจอดรถและระบบระบายน้ำ งานระบบไฟฟ้าและไอที งานป้องกันอัคคีภัย ระบบปรับอากาศ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างอาคารและระบบทุกอย่างถึง 350,000,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อโครงการทั้งหมดที่กล่าวมาเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าอนาคตของจุดผ่านแดนถาวรช่องจอมแห่งนี้ก็จะพัฒนาเป็นแหล่งเศรษจกิจที่ใหญ่ในอีสานใต้ต่อไป




กัญญรัตน์ เกียรติสุภา ปชส สุรินทร์ / ข่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น